ตอนที่ 37 : EP 32 | งานแต่งหนใด เป็นได้แค่แขกรับเชิญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12192
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    6 ม.ค. 60



HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(แจ็คสัน : แด๊ดดี้หลับข้ามปี แต่ตอนนี้ตื่นแล้วฮะคุณแม่)


[COMEBACK STAGE]
กลับมาอีกครั้งอย่างเรียบหรูและดูดี


อาเจย์ & พิลลี่
(เล่นใหญ่ไม่เท่าเดิม หมายเหตุเพิ่มเติมเพราะค่าตัวต้องหารสอง)


และลูกเป็ดขอขอบคุณสปอนเซอร์หลักใจดี


ลุงหมอโบ้ & พี่ไอรีนคนสวย


EP 32 | งานแต่งหนใด เป็นได้แค่แขกรับเชิญ

 

            หมดไปอีกหนึ่งสัปดาห์กับเช้าวันเสาร์อันแสนเงียบสงบ เหมาะแก่การนอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมผืนหนากับเตียงนอนนุ่มๆ อีกทั้งเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสม่ำเสมอยิ่งทำให้คนที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงมีความสุขกับการพักผ่อนจนยากที่จะถอนตัวออกจากโลกแห่งความฝันอย่างถึงที่สุด

 

แต่อย่างไรก็ตาม

 

            มาร์ค แจ็คสัน ยองแจ แบมแบม ยูคยอม ตื่นได้แล้ว

 

          เช้านี้เจ้าทาสอิมแจบอมคือผู้ชนะ !

 

            หกโมงเช้าแล้ว --- ผ้านวมสีพื้นผืนมหึมาซึ่งปกคลุมสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนที่นอนกอดตุ๊กตาแสนรักจนหลอมรวมกันเป็นเนื้อเดียวถูกดึงออกโดยชายหนุ่มเจ้าของห้องพ่วงด้วยสถานะคุณพ่อลูกห้า ก่อนจะออกแรงเขย่าเหล่ามนุษย์ก้อนปุกปุยบนเตียงนอนพลางเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังในห้องนอนเพื่อบริหารจัดการกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด

 

            งือ…”

 

            ตุ้บ !

 

เจ้าก้อนผมแดงเป็นคนแรกที่โผล่ศีรษะขึ้นมาจากใต้ผ้าห่ม ทว่า หลังจากนั้นเพียงแค่สามวินาที ศีรษะกลมก็ทิ้งลงบนหมอนต่อ ขณะที่เด็กน้อยอีกสี่คนก็ยังคงนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มและกอดตุ๊กตาแสนรักกันเช่นเดิม

 

ทีแบบนี้ล่ะขี้เซากันเหลือเกินนะเฟ้ย !

 

นี่ พวกนาย ตื่นกันได้แล้ว เดี๋ยวจะสายเอานะ

 

เมื่อการเขย่าไม่มีผลใดๆกับเจ้าลูกเป็ดขี้เซา คุณพ่อร่างสูงจึงต้องเปลี่ยนมาใช้แผนสำรองที่เพิ่มระดับความความรุนแรงด้วยการจับเข้าที่ข้อเท้าของเด็กน้อยผมทองที่นอนพาดขาอยู่บนลำตัวของน้องชายคนกลาง ยกเจ้าตัวแสบขึ้นมาแล้วปล่อยให้ศีรษะห้อยต่องแต่งอยู่ด้านล่างทั้งยังออกแรงเขย่าเบาๆเพื่อปลุกลูกชายตัวน้อย

 

งื้อ ~~และมันก็ได้ผล เมื่อแจ็คสันเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองหลังถูกผู้เป็นพ่อรังแกตั้งแต่เช้าตรู่ เสียงครางฮือดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำของเจ้าก้อนวายร้ายในชุดนอนลายแตงโมที่กำลังดิ้นดุ๊กดิ๊กอย่างสุดกำลัง

 

เมื่อปลุกแจ็คสันได้แล้ว แจบอมก็ปล่อยให้นาฬิกาปลุกยี่ห้อลูกเป็ดเบอร์สองทำหน้าที่ปลุกพรรคพวกของตัวเองอย่างขยันขันแข็ง มือกลมอวบเขย่าร่างของพี่น้องอีกสี่คนอย่างรู้งาน สักพักก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้วแปลงร่างเป็นเครื่องจักรอ้วนกลมกลิ้งทับเหล่าลูกเป็ดขี้เซาทีละคนจนคุณพ่อร่างสูงได้แต่ยืนกุมขมับกับความพิเรนทร์ของเจ้าตัวแสบ แต่ก็อดขำปนเอ็นดูไม่ได้เช่นกัน

 

เน่ ~ เช้าแล้วน้าทุกคน ตื่นกันซี่ ตื่นๆๆๆๆๆๆ !”

 

ใช้เวลาปลุกไม่นาน เด็กน้อยทุกคนที่นอนหลับใหลอย่างมีความสุขในตอนแรกก็ลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาในสภาพผมเผ้าชี้ฟูราวกับรังนก ไม่เว้นแม้แต่แจ็คสันซึ่งทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกก็ใช่ว่าจะตื่นเต็มตาเช่นกัน แม้จะรู้สึกสงสารพวกเด็กๆอยู่บ้างที่ต้องตื่นแต่เช้าตรู่ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างแจบอมจึงจำใจต้องสั่งให้ลูกชายตัวน้อยไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวกันเอง ส่วนเขาก็ต้องจัดการธุระที่เข้ามาอย่างเร่งด่วนต่อเพื่อให้ทันเวลาที่กำหนด

 

ส่วนเหตุผลที่ต้องตื่นเช้านั้น เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า

 

.

.

 

[ฮัลโหลอิมแจบอมที่รัก ได้ข่าวว่าไปเที่ยวโซลทาวเวอร์มาเหรอจ๊ะ ทำตัวว่างขนาดนี้เก็บกระเป๋าเดินทางหรือยังเอ่ย ติ๊กต่อกๆ พรุ่งนี้กูกับวอนพิลจะแวะไปรับมึงที่คอนโดตอนเจ็ดโมงเช้า หวังว่ามึงคงจะไม่ติดแฟนติดกิ๊กจนลืมฮอลิเดย์ทริปกับเพื่อนฝูงนะจ๊ะ แล้วเจอกันนะเบ๊บ !]

 

ฉิบ หาย แล้ว !

 

ทริปเชี่ยอะไร ทำไมเขาไม่รู้เรื่องวะ !?!

 

สิ้นสุดข้อความเสียงอันแสนยืดยาวที่เขาสรุปใจความได้ว่าตัวเองจะต้องออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ สารพัดคำถามร้อยแปดก็พุ่งเข้ามาในหัวโดยที่เขาไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวอะไรได้แม้แต่น้อย และที่สำคัญฮอลิเดย์ทริปที่ว่านั้นเขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกมันไปคุยหรือตกลงอะไรกันไว้ตอนไหน

 

ไอ้แว่น ทริปห่_อะไรของมึงวะ !?!” และเขาก็ไม่ได้ใจเย็นมากพอที่จะส่งข้อความเสียงกลับไป แต่รีบกดโทรหาเจ้าของข้อความเสียงก่อนหน้านี้ทันที

[แหม โทรมาไวปานวอกเลยนะไอ้ตี๋]

เออ ช่างเถอะ มึงรีบๆพูดมาเลย ทริปอะไรของพวกมึง ไปคุยไปตกลงกันตอนไหนทำไมไม่ปรึกษากูกันบ้างวะ หา !?!”

[ไอ้แว่น กูจัดกระเป๋าของกูไว้ดีๆ มึงจะรื้อทำห่_อะไรวะ !?!]

[กูหาบ็อกเซอร์ไม่เจอไงโว้ย เผื่อมึงหยิบติดไปตอนจัดกระเป๋า เฮ้ย อย่าคุ้ยกระเป๋ากู๊ !!! มึงใจเย็นสิวะ กูขอคุยกับไอ้แจบอมก่อน]

[หืม มึงคุยกับไอ้ตี๋อยู่เหรอ ?]

[เออสิ มึงก็รีบๆมาช่วยกูพูดกับมันเลยวอนพิล]

[เออๆฮัลโหลไอ้ตี๋ โทรมาดึกดื่นเลยนะมึง]

อ้าว พวกมึงสองคนอยู่ด้วยกันเหรอวะ ?เสียงโวยวายจากปลายสายที่บ่งบอกได้ว่าเป็นบทสนทนาระหว่างคนสองคน และเสียงที่เขาคุ้นเคยดี บุคคลที่สามซึ่งเพิ่งทักทายเขาถัดจากเจฮยองก็คงจะไม่พ้นเพื่อนสนิทอีกคนอย่างวอนพิลนั่นเอง

[แม่นแล้ว เดือนที่แล้วค่าไฟที่ห้องสูงปรี๊ดก็เลยหนีมานอนตากแอร์ที่บ้านไอ้วอนพิลแทน ประหยัดไฟแถมมีข้าวเย็นให้กินฟรี ฮิ…]

[พูดงี้มึงเก็บข้าวของกลับห้องมึงไปเลย]

[กูพูดเล่นไหมล่ะ จริงๆพรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้า ก็เลยมานอนค้างที่บ้านไอ้วอนพิลมันซะเลย ยังไงบ้านมันก็ใกล้คอนโดมึงมากกว่าอพาร์ทเม้นต์กูอยู่แล้ว กูขี้เกียจตั้งแต่ตื่นเช้ามืด]

กูไม่ได้โทรมาฟังพวกมึงทะเลาะกันนะเว้ย แล้วสรุปว่าไอ้ทริปของมึงนี่คืออะไรวะ

[มึงลืมแล้วหรือไงไอ้ตี๋]

“…”

[งานแต่งไอรีนกับพี่หมอที่ปูซานพรุ่งนี้ไงโว้ย !]

ฮะ !?!”

 

งานแต่งงาน ? --- สิ้นสุดการเฉลยคำตอบของเพื่อนสนิทตัวดี สถาปนิกหนุ่มที่นั่งๆนอนๆอยู่บนโซฟาห้องรับแขกก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องทำงาน ก่อนจะเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานที่เขามักจะยัดสารพัดจดหมายและทุกสิ่งอย่างที่เป็นแผ่นกระดาษไว้รวมกันเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง

 

เรียนเชิญ  อิม แจบอม (และครอบครัว)

‘ We would love to have you at our wedding --- Park Bogum & Bae Joohyun (Irene)

 

การ์ดเชิญงานแต่งงานซึ่งได้รับมาเมื่อประมาณหนึ่งเดือนหรือสองเดือนที่แล้วโดยระบุวันเวลาซึ่งเป็นวันพรุ่งนี้และสถานที่จัดงานไว้อย่างชัดเจนทำให้ชายหนุ่มได้แต่ตบหน้าผากฉาดใหญ่และนึกก่นด่าตัวเองในใจที่ลืมวันสำคัญของเพื่อนที่ครั้งหนึ่งเขาและพวกเด็กๆเคยไปช่วยงานเสียสนิท แม้ว่าจะไม่สนิทถึงขนาดเล่นหัวกันได้ แต่ก็ร่วมหัวจมท้ายฝ่าฟันโปรเจคต์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกันบ่อยครั้ง เขาจึงตั้งใจไว้ตั้งแต่ได้รับการ์ดเชิญแล้วว่าหากไม่ติดธุระอะไรก็จะไปร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนคนนี้ และแน่นอนว่า

 

          งานแต่งงาน = บุฟเฟต์ กินฟรี - มีของชำร่วยแจก

 

          อาเขาล้อเล่นเฉยๆน่า เพื่อนแต่งงานทั้งทีก็ต้องอยากไปแสดงความยินดีอยู่แล้ว

 

          เดี๋ยวก่อนนะมึง เรื่องเดินทางนี่กูไม่ขัดข้องอะไรหรอกแต่แจบอมก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน แต่เราจะไปพักค้างคืนที่ไหนวะ จะให้มึงขับรถไปกลับวันเดียวก็คงไม่ไหวหรอกมั้ง

          [อ๋อ เรื่องนั้นน่ะ…] เจฮยองลากเสียงยาว [ไอรีนบอกว่าเพราะยังไม่ได้ขอบคุณมึงกับเด็กๆที่อุตส่าห์ไปช่วยเขาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งแบบเป็นทางการ พี่หมอก็เลยให้โควตาที่พักเป็นรีสอร์ทริมทะเลเป็นเวลา 3 วัน 2 คืนเลยนะโว้ย]

          “ว่าไงนะ !?!”

          [อึ้งล่ะสิ กูฟังแล้วยังตกใจเลย แต่กูว่าที่พี่หมอเขายอมเปย์รีสอร์ทหรูๆให้ไม่ใช่เพราะพวกเราหรอก น่าจะเป็นเพราะลูกมึงมากกว่า ฮ่าๆ] ทั้งเจฮยองและวอนพิลหัวเราะ [เออ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เจอกันหน้าคอนโดมึงตอนเจ็ดโมงนะ อย่าสายล่ะ พวกกูไปนอนละ บ๊าย !]

          “เดี๋ยวก่อนไอ้แว่…”

         

          ตู๊ด ตู๊ด

 

          โอเค ขอบคุณมาก ! --- ยังไม่ทันจะคุยกันรู้เรื่องดี สองเพื่อนสนิทนิสัยเสียก็ตัดสายทิ้งไปโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดอะไรอีก เป็นอันรู้กันว่าเขาจะต้องออกเดินทางโดยไม่มีสิทธิ์หืออืออะไรทั้งสิ้น แน่นอนว่าเจ้าตัวแสบทั้งหลายก็เช่นกัน

          สถาปนิกหนุ่มจำใจต้องลากกระเป๋าเดินทางใบโตที่เขาเก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าและไม่เคยมีโอกาสนำมาใช้สักครั้งออกมาทั้งที่ปกติแล้วเวลาออกเดินทางคนเดียวเขาจะใช้แค่กระเป๋าเป้หนึ่งใบที่ใส่เสื้อผ้าและสัมภาระได้เพียงพอสำหรับสามถึงห้าวัน แต่ครั้งนี้ยังมีเหล่าผู้ร่วมทางไซส์มินิอีกห้าชีวิตซึ่งตอนนี้นอนหลับปุ๋ยไปแล้ว แจบอมจึงต้องจัดสัมภาระสำหรับตัวเองและพวกเด็กๆใส่กระเป๋าเดินทางใบเขื่องเพียงลำพัง

 

          Line !

 

          Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกโผล่ออกมาจากกำแพง*

 

          ขณะที่เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ โดยที่สองมือยังคงยัดเสื้อผ้าและของใช้ที่จำเป็นซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเพื่อนบ้านร่วมคอนโดก็ดังขึ้นพร้อมกับสติกเกอร์นกหน้าตากวนชวนให้เขารู้สึกคันไม้คันมือ เป็นอันรับรู้ว่าอีกฝ่ายคงจะเบื่อจากการทำงานและเริ่มส่งข้อความมาป่วนเขาเหมือนทุกวันที่ผ่านมา

 

Im Jaebeom : งานเสร็จแล้วหรือไงคุณ ? (seen)

Park Jinyoung (Junior) : ยังเลยครับ ตอนนี้กำลังหาของกินแก้เบื่ออยู่ครับ

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกกินข้าว*

Im Jaebeom : ไม่กลัวอ้วน ? (seen)

Park Jinyoung (Junior) : มีคนเพิ่งทักมาว่าน่ารักน่ะครับ

Park Jinyoung (Junior) : เพราะงั้นผมไม่กลัวอ้วนหรอก

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกยักคิ้ว*           

 

อืมเอาที่สบายใจก็แล้วกัน

 

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบนอนคลุมโปง* (seen)

Park Jinyoung (Junior) : เขินหรือไงครับ ?

Im Jaebeom : เปล่านี่คุณ (seen)

 

เขาไม่ได้เขินอะไรสักหน่อยน่า

 

อาแอร์ก็ทำงานปกติดีนี่ แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกร้อนที่หน้าพิกลๆวะ

 

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกเบะปาก*

Park Jinyoung (Junior) : แล้วคุณแจบอมทำอะไรอยู่หรือครับ ?

Im Jaebeom : จัดกระเป๋าอยู่ (seen)

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบจัดกระเป๋า* (seen)

Park Jinyoung (Junior) : จัดกระเป๋า ?

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบพยักหน้า* (seen)

Im Jaebeom : ไปงานแต่งงานของไอรีนกับพี่หมอโบกอมไงคุณ (seen)

Im Jaebeom : พี่หมอก็ญาติคุณนี่ ไม่ไปเหรอ ? (seen)

Park Jinyoung (Junior) : ผมไม่ได้ไปหรอกครับ            

Park Jinyoung (Junior) : ผมจำได้ว่าผมเคยบอกคุณแจบอมไปแล้วนี่ครับ ว่าผมไม่ได้ไปงานแต่งงานของทั้งคู่เพราะติดงานน่ะ

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกหันหน้าเข้าหากำแพง*

Im Jaebeom : โอเคๆ ผมจำได้แล้ว (seen)

Im Jaebeom : แต่คุณบอกผมตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้วนะ (seen)

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกโป้ง*

 

อ้าว…”

 

อาจจะฟังดูแย่ไปเสียหน่อย แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธว่าตัวเองลืมสิ่งที่ปาร์คจินยองเคยบอกไว้จริงๆ และสติกเกอร์ตัวล่าสุดที่ได้รับมาพร้อมกับความเงียบที่เกิดขึ้นในห้องแชทก็ทำให้สถาปนิกหนุ่มที่กำลังโยนสัมภาระใส่กระเป๋าเดินทางอยู่จ้องมองโทรศัพท์ที่ไร้ความเคลื่อนไหวอย่างไม่คิดไม่ตก จนในที่สุดก็ยอมเป็นฝ่ายพิมพ์ข้อความส่งไปหาอีกฝ่ายก่อนหลังจากไม่มีข้อความใดๆถูกส่งมาเป็นเวลาเกือบห้านาที

 

Im Jaebeom : ผมขี้เกียจพิมพ์แล้ว

Im Jaebeom : โทรหาแทนได้ไหม ?

 

เพราะมีนิสัยไม่ชอบพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์เป็นทุนเดิม อีกทั้งการที่เพื่อนบ้านของตัวเองเงียบหายไปแบบนี้ก็เดาได้ไม่ยากว่าเจ้าตัวคงจะอยู่ในอารมณ์เดียวกันกับสติกเกอร์ตัวการ์ตูนที่เพิ่งส่งมาให้เขาอย่างแน่นอน

 

เอาเถอะ ถ้ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรือเรื่องงี่เง่าเขาก็พอจะ ง้อ ไหวอยู่

 

ทว่า ข้อความที่ส่งไปครั้งนี้กลับไม่มีการแจ้งเตือนบ่งบอกว่าปาร์คจินยองกดอ่านข้อความของเขาเรียบร้อยแล้วแต่อย่างใด หนำซ้ำ เมื่อตัดสินใจโทรหาก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะรับสาย จากที่รู้สึกขำขันกับสติกเกอร์ตัวการ์ตูนของเพื่อนบ้านนักศึกษาในตอนแรกเริ่มกลายเป็นความไม่สบายใจ ไม่ใช่เพราะกลัวว่าปาร์คจินยองกำลังโกรธตัวเอง แต่เขากังวลว่าสาเหตุที่อีกคนหายเงียบไปดื้อๆแบบนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่นัก

ก๊อก ก๊อก ! --- ต้องขอบคุณที่บ้านของตัวเองและบ้านของปาร์คจินยองซึ่งมีลักษณะเป็นห้องชุดแบบเดียวกันห่างกันเพียงสามชั้น การไปมาหาสู่กันจึงไม่ใช่เรื่องยากและมันก็เป็นประโยชน์กับเขาค่อนข้างมากในสถานการณ์แบบนี้ ยืนรอเพียงครู่เดียว ประตูห้องตรงหน้าก็ถูกเปิดออก ปรากฏให้เห็นร่างของเจ้าของห้องที่ยืนยิ้มหน้าระรื่นโดยยังคงสวมชุดเดียวกันกับที่ไปโซลทาวเวอร์กับพวกเขาเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาอยู่

 

มีอะไรหรือครับคุณแจบอม มาหาเสียดึกเชียวก่อนจะเอ่ยปากถามราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่มันจะเที่ยงคืนแล้วนะครับ พรุ่งนี้คุณเจฮยองกับคุณวอนพิลมารับคุณตอนเจ็ดโมงเช้านี่

          “มันก็เอ เดี๋ยวก่อนนะขณะกำลังจะตอบออกไป จู่ๆก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้เสียก่อน ถ้าผมจำไม่ผิด…”

          “…”

          ผมยังไม่ได้บอกคุณเลยสักคำว่าผมจะออกเดินทางตอนไหนแล้วก็ไปกับใคร ดวงตาเรียวคมเริ่มหรี่ลงมองคนตรงหน้าอย่างจับผิดคุณรู้ได้ยังไงว่าผมจะไปกับสองคนนั้นตอนเจ็ดโมง ?

 

          ชักเริ่มได้กลิ่นลางสังหรณ์แปลกๆแล้วสิ

 

          ก็ลองเดาเฉยๆน่ะครับ ปกติเห็นพวกคุณสามคนไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ยังไงคราวนี้คุณก็คงไปกับสองคนนั้นอยู่แล้วคนตัวเล็กตอบโดยไม่สบตาคนถาม ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าผมทายถูกใช่ไหมครับ

          “อือฮึ…” ช่างเถอะ เขาคงไม่ได้ระแวงปาร์คจินยองหรอก น่าจะระแวงเพราะได้ยินชื่อสองคนนั้นมากกว่า

          เฮ่อ…”

 

          แต่ถ้าจะลอบถอนหายใจกันลับหลังแบบนี้ เขาก็คงต้องระแวงปาร์คจินยองบ้างแล้วเหมือนกัน !

 

          แล้วตกลงขึ้นมาหาผมแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ ?

          “จะว่ามีธุระไหม มันก็ไม่มีหรอกคุณสถาปนิกหนุ่มตอบ แต่ผมเห็นว่าจู่ๆ คุณก็เงียบไป ตอนแรกก็คิดว่าคุณงอนผมเพราะจำเรื่องที่คุณพูดไม่ได้ แต่พอโทรหาคุณก็ไม่รับสาย ผมก็เลย…” ตอบออกไปโดยไม่ปิดบังอะไร แต่ก็เริ่มชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองกำลังจะพูดอะไรต่อ

          ครับ ?

          “เอ่อผม…”

          “…” จากที่เป็นฝ่ายจับผิดคนตรงหน้า กลายเป็นว่าตอนนี้เขากำลังถูกปาร์คจินยองยืนกอดอกมองด้วยสายตาคาดคั้นแทน

          ไม่มีอะไรหรอกคุณ ผมขึ้นมาดูเฉยๆเผื่อว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นแจบอมตอบพลางเบือนสายตาหนี แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ดีแล้ว

          “คุณแจบอมอย่าคิดมากเลยครับ ถึงเกิดอะไรขึ้นผมก็ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว ผมเป็นผู้ชายนะครับนักศึกษาหนุ่มหัวเราะเบาๆ หากแต่สายตากลับฉายแววผิดหวังเล็กน้อยราวกับกำลังคาดหวังอะไรบางอย่างไว้

 

          แน่นอนว่าเขาไม่รู้หรอกว่าปาร์คจินยองกำลังคาดหวังอะไรอยู่

 

          “จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย…”

          “…”

 

          แต่ถ้าให้เขาลองคิดแบบเข้าข้างตัวเอง

 

          ผมก็เป็นห่วงคุณอยู่ดี

 

          เขาก็คิดได้แค่ว่าอีกฝ่ายคงอยากได้ยินเขาพูดอะไรแบบนี้บ้าง

 

          มือข้างหนึ่งวางลงบนศีรษะมนก่อนจะลูบเรือนผมนุ่มไปมาอย่างเบามือพร้อมกับใบหน้าของคนฟังที่เริ่มขึ้นสีอีกครั้งด้วยความเขินอาย เป็นอันรับรู้ว่าสิ่งที่เขาทายคงจะไม่ผิดไปจากความจริงเท่าไหร่นัก

 

          กลับห้องไปเลยครับ !”

          คราวนี้ตาคุณตอบผมบ้างแล้วแต่แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมเสียเปรียบพูดอยู่ฝ่ายเดียวหรอก ผมโทรหาทำไมไม่รับ ?

          “อ๋อ ผมจัดกระเปเอ่อเก็บของอยู่น่ะครับ ใช่ครับ ผมเก็บของอยู่พูดเออออกับตัวเองด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน ตอนที่คุยกับคุณอยู่ผมเผลอทำหนังสือกับพวกของสะสมบนตู้หล่นก็เลยต้องเก็บน่ะครับ จจริงๆนะครับ

          “ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยแม้ว่าปากจะตอบแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าเขาจะวางใจคนตรงหน้าเสียทีเดียว

 

          มีพิรุธวุ้ย

 

          “ไปนอนได้แล้วครับ พรุ่งนี้คุณต้องตื่นแต่เช้านะ

          “ฮื่อ ผมขอโทษนะที่มารบกวนตอนดึกๆ

          “คุณแจบอมครับ

          “มีอะไรหรือคุณ ?

          “พรุ่งนี้น่ะ…”

          “…”

          ก่อนจะออกเดินทางช่วยแวะมาหาผมสักเดี๋ยวได้ไหมครับ ?

         

          .

            .

 

            “ไม่ลืมอะไรกันแล้วใช่ไหม ?

 

            หลังจากตรวจสอบสัมภาระทุกอย่างรวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว คุณพ่อร่างสูงก็หันมาถามเจ้าตัวเล็กทั้งหลายที่ช่วยกันอาบน้ำปะแป้งพร้อมอุ้มตุ๊กตาและหุ่นประกอบแสนรักไว้ในอ้อมแขนคนละตัว นอกจากนี้ยังมีสัมภาระจิปาถะ (ที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นเสบียงยังชีพของยูคยอม) ในกระเป๋าเป้ลายโดราเอมอนบนหลังของพี่ใหญ่แก๊งก้อนที่พวกเด็กๆช่วยกันจัดด้วยความกระตือรือร้นเมื่อเขาอธิบายถึงแผนการท่องเที่ยวให้ฟังก่อนหน้านี้

 

            แจ็คสันพร้อมแล้วล่ะแด๊ดดี้ ดูซี่ แจ็คสันพาคุณเลโก้ไปเที่ยวด้วยน้าหุ่นประกอบถูกชูขึ้นเหนือศีรษะกลมด้วยความตื่นเต้น

            แบมแบมก็พาคุณโพโรโระไปด้วยน้า คุณโพโรโระอยากไปเที่ยวกับพวกเราแล้วก็แด๊ดดี้ใช่ไหม ?

            “คุณมูมินของคยอมก็ไปเที่ยวด้วยล่ะ ตื่นเต้นสุดๆไปเลยน้า

            “แล้วก็มีขนมกับนิทานของม้ากคึในกระเป๋าด้วย ม้ากคึพร้อมแล้วน้า เย้ !” ส่วนเจ้าก้อนผมแดงก็หันหลังโชว์กระเป๋าเป้ใบน้อยที่อัดแน่นไปด้วยสารพัดของจุกจิกของตัวเองและน้องชายเช่นกัน

            แด๊ดดี้ พวกเราพาโคโค่ไปด้วยไม่ได้จริงๆหรอ ยองแจนไม่อยากให้โคโค่อยู่คนเดียวนี่นา ยองแจนกลัวโคโค่เหงาทว่า ปัญหาใหญ่กลับอยู่ที่เจ้าก้อนแก้มอวบที่เอาแต่นั่งกอดโหลปลาทองน้องรักมาพักใหญ่ทั้งยังอ้อนขอให้พาน้องเล็กของบ้านไปเที่ยวด้วยกันอย่างน่าสงสารให้โคโค่ไปเที่ยวด้วยน้าแด๊ดดี้ เมื่อกี๊โคโค่บอกยองแจนว่าจะไม่ดื้อไม่ซนเลย ใช่ไหมโคโค่

            ไม่ได้หรอกยองแจ

            “งือแต่ถ้าโคโค่อยู่คนเดียว ตอนกลางคืนโคโค่จะโดนคุณผีหลอกน้าแด๊ดดี้ ยองแจนไม่อยากให้โคโค่โดนคุณผีหลอกนี่นาแล้วก็เริ่มพองแก้มอมลมทำหน้าจ๋อยจนดูน่าสงสารมากขึ้นไปอีก

            อา…” คุณพ่อแก๊งก้อนครางฮือขณะครุ่นคิด งั้นฉันจะเอาไปฝากให้อาบ๊อบบี้เลี้ยงก็แล้วกัน แบบนี้คงจะโอเคใช่ไหม ?ก่อนที่ใบหน้าหงุมหงิมกับฟันกระต่ายคู่สวยของเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ชั้นเดียวกันและมักรบกวนเขาอยู่บ่อยครั้งจะผุดขึ้นมาในห้วงความคิด แม้ว่าใจจริงเขาอยากจะฝากปาร์คจินยองมากกว่าเพราะดูน่าไว้ใจกว่าบ๊อบบี้เยอะ

 

แต่ทุกวันนี้พวกเขาก็รบกวนปาร์คจินยองมากพอแล้ว

 

          ฉะนั้นฝากให้ไอ้บ๊อบบี้เลี้ยงแค่วันสองวันมันคงไม่ทำปลาทองบ้านเขาตายหรอกน่า !

 

            “แด๊ดดี้จะให้โคโค่ไปอยู่กับอาบาบิหรอ !?!” เจ้าตัวแสบทั้งหลายเริ่มตาลุกวาวเมื่อได้ยินข้อเสนอของเขา แด๊ดดี้พูดจริงๆน้า เย้ ! โคโค่ต้องชอบบ้านอาบาบิแน่ๆเลย บ้านอาบาบิมีของเล่นจ๊าบๆเยอะเลยน้า

            “เอาล่ะ ไปกันเถอะ เดี๋ยวอาเจย์กับอาวอนพิลจะมาแล้ว

            “เย้ ไปเที่ยวทะเลกันเถอะ !”

           

            ประตูห้องถูกปิดลงหลังตรวจสอบความเรียบร้อยภายในห้องครั้งสุดท้าย จากนั้นก็เคลื่อนย้ายกำลังพลทั้งหมดไปหยุดอยู่หน้าห้องพักของเพื่อนบ้านที่อยู่ชั้นเดียวกันเพื่อฝากฝังลูกชายตัวสุดท้องในระหว่างที่พวกเขาไม่อยู่

 

            อาบาบิอย่าทิ้งโคโค่น้า โคโค่อยู่กับอาบาบิก่อนนะ อาบาบิใจดี๊ใจดี แล้วพวกเราจะรีบมารับกลับบ้านน้า

เดี๋ยวอาดูแลให้ ไม่ต้องห่วงนะปล่อยให้พี่ชายทั้งห้าอำลาน้องชายในโหลแก้ว ก่อนที่เพื่อนบ้านห้อง 0429 จะหันมาขยับปากแบบไม่มีเสียงพูดกับเขาแทน ส่วนมึง ถ้ากลับมาแล้วไม่มีของฝากจากปูซาน ลูกมึงได้กลายเป็นกับแกล้มแน่ !”

 

หลังจากยืนเขม่นใส่เพื่อนบ้านนิสัยไม่ดีพอหอมปากหอมคอแล้ว เจ้าของห้องที่ยังอยู่ในสภาพชุดเสื้อหนังกับกางเกงควั่นขาเต็มยศเนื่องจากเพิ่งกลับมาจากที่ทำงานก็โบกมือลาขอตัวไปนอนพัก ส่วนหกพ่อลูกก็ขนสัมภาระเดินมุ่งหน้าไปยังจุดหมายถัดไป

 

ก่อนจะออกเดินทางช่วยแวะมาหาผมสักเดี๋ยวได้ไหมครับ ?

 

ก๊อก ก๊อก ! --- แม้จะไม่รู้เหตุผลว่าอีกฝ่ายมีเรื่องอะไรเพราะเมื่อคืนนี้ตอนที่เขาถามกลับไปปาร์คจินยองก็ไม่ยอมบอก พูดย้ำเพียงแค่ว่าให้แวะไปหาที่ห้องก่อนจะออกเดินทางเท่านั้น เขาจึงต้องมายืนเคาะประตูห้องของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดในเวลาเกือบเจ็ดโมงด้วยความเกรงใจเพราะกลัวว่าจะรบกวนเวลานอนของอีกคน แต่ความกังวลที่มีอยู่น้อยนิดก็หมดไปเมื่อเจ้าของห้องเปิดประตูต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มผิดวิสัยคนที่เพิ่งตื่นนอน

 

อ๋า ~ พี่จีนยองนี่นา สวัสดีฮะ !” ส่วนเจ้าก้อนปุ๊กลุกทั้งหลายที่เห็นพี่ชายเพื่อนบ้านอยู่ตรงหน้าก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหายืนกอดพันแข้งพันขาคนตรงหน้าทันที

อารมณ์ดีกันจังเลย ดีใจที่จะได้ไปเที่ยวกันใช่ไหม ฮื้ม ?

ใช่แล้วฮะพี่จีนยอง แด๊ดดี้บอกว่าพวกเราจะได้ไปเที่ยวทะเลล่ะ อาเจย์กับพิลลี่ก็ไปด้วยน้าเจ้าก้อนลูกหมีตอบคำถามด้วยความตื่นเต้น

แล้วพี่จีนยองจะไปกับพวกเราด้วยไหม แบมแบมอยากเล่นทะเลกับพี่จีนยองจังเลยน้า

นั่นซี่ ม้ากคึก็อยากเล่นปราสาททรายกับพี่จีนยองด้วยน้า

พี่ก็อยากไปเล่นกับพวกเรานะ แต่พี่ไม่ว่างน่ะสิตอบพลางลูบศีรษะเจ้าตัวเล็กที่เริ่มทำปากจู๋อย่างผิดหวังด้วยความเอ็นดู ไว้เราค่อยไปเล่นด้วยกันวันหลังเนอะ

งือเสียดายจังเลยน้า

ว่าแต่ให้ผมขึ้นมาหาแบบนี้มีอะไรหรือคุณ ?เพราะรู้สึกถึงโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งเดาได้ว่าคนที่โทรมาหาก็คงไม่พ้นเจฮยองหรือวอนพิล บวกกับเวลาเจ็ดนาฬิกาตรงที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ แจบอมจึงรีบรวบรัดบทสนทนาเพื่อไม่ให้สารถีประจำวันรอนานและไม่ให้ตัวเองรบกวนเวลาของเพื่อนบ้านเช่นกัน

รอสักครู่นะครับ เจ้าของห้องอมยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง ก่อนจะออกมายืนอยู่หน้าประตูอีกครั้ง จากนั้นก็ยื่นของบางอย่างที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของตัวเองให้กับแจบอม

หืม ?คุณพ่อลูกห้ามองวัตถุตรงหน้าด้วยความสงสัย

 

กล่องทัพเพอร์แวร์ ?

 

รับไปสิครับขอร้องแกมบังคับด้วยการยื่นกล่องทัพเพอร์แวร์ใบใหญ่ในมือไว้ใกล้ตัวชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่าเดิม

มันคือ… ?”

อยากรู้ก็ลองเปิดดูสิครับเมื่อได้ยินแบบนั้น คุณพ่อสถาปนิกจึงต้องยื่นมือไปรับกล่องตรงหน้าแล้วค่อยๆเปิดฝากล่องด้วยความระมัดระวัง โดยมีสักขีพยานตัวจิ๋วยืนล้อมวงรอดูของในกล่องเช่นกัน

หูว ~ แซนด์วิชนี่นา !” และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าหกพ่อลูกก็ทำให้เด็กน้อยร้องอุทานทั้งยังตาลุกวาวไปตามๆกัน ไม่ต่างจากคนเป็นพ่อที่ยืนมองแซนด์วิชจำนวนสิบสองชิ้นที่วางซ้อนกันในกล่องด้วยความรู้สึกประหลาดใจ

เป็นไงเด็กๆ ชอบไหม ?เจ้าตัวที่รู้ดีว่าจะถามคนตรงหน้าก็คงไม่ได้คำตอบใดๆแน่ จึงโน้มตัวลงมาคุยกับเจ้าตัวเล็กที่ยืนกระโดดโลดเต้นกันอยู่แทน

พี่จีนยองให้พวกเราหม่ำหม่ำแซนด์วิชในกล่องนู้นได้ทั้งหมดเลยจริงๆหรอ ?เจ้าก้อนวายร้ายถามเพื่อความมั่นใจ

อื้ม แต่พวกเราต้องแบ่งให้คุณพ่อ แล้วก็อาเจฮยองกับอาวอนพิลด้วยนะ

ได้ซี่ คยอมจะแบ่งให้ทุกคนเลยน้า พี่จีนยองไว้ใจพวกเราได้เลยฮะ

ดีมากเลยเอ่ยชมด้วยความเอ็นดูก่อนจะหยิกแก้มอูมๆของพวกเด็กๆให้หายมันเขี้ยว จากนั้นจึงลุกขึ้นยืนคุยกับผู้ใหญ่อีกคนที่ถูกทอดทิ้งมาพักใหญ่ ผมไม่รู้ว่าพวกคุณสามคนชอบทานแซนด์วิชไส้อะไรกัน ก็เลยทำไส้สลัดปูอัดกับสลัดทูน่าแบบที่เด็กๆชอบอย่างละครึ่งน่ะครับ คิดว่าผู้ใหญ่แบบพวกคุณน่าจะทานกันได้อยู่แล้ว

จริงๆคุณไม่เห็นจะต้องลำบากมาทำให้พวกผมเลย คุณพ่อลูกเป็ดก้มลงมองแซนด์วิชในกล่องอีกครั้งขณะพูดด้วยความเกรงใจ ที่คุณทำให้มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ รบกวนเวลานอนคุณเปล่าๆน่า

ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแจบอม พวกคุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแวะปั๊มน้ำมันทานมื้อเช้ากันไงครับเพื่อนบ้านนักศึกษาตอบ อีกอย่าง ผมทำมาเป็นค่ามัดจำภารกิจให้เด็กๆต่างหากล่ะครับ

ค่ามัดจำภารกิจ ?

ใช่ครับ เด็กๆ มาหาพี่หน่อยสิ ยิ้มแป้นแล้นพยักหน้าหงึกๆก่อนจะกวักมือเรียกลูกสมุนปุ๊กลุกเข้าไปหาตัวเองแล้วล้อมวงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างโดยไม่ได้เชิญชวนให้แจบอมเขาไปร่วมวงสนทนาแต่อย่างใด

 

กลับจากปูซานงวดนี้พ่อจะเก็บข้าวของเนรเทศเจ้าเปี๊ยกให้มาอยู่กับปาร์คจินยองจริงๆด้วย คอยดูเถอะ !

 

โอ๊ะ ได้ซี่พี่จีนยอง

ไว้ใจพวกเราได้เลยน้า ม้ากคึจะช่วยพี่จีนยองเอง

แบมแบมก็จะช่วยพี่จีนยองด้วย พี่จีนยองไว้ใจแบมแบมซี่

เยี่ยมมาก !”

 

ยืนฟังเสียงกระซิบงุ้งงิ้งของกองทัพมนุษย์ก้อนตรงหน้าโดยมีเสียงเล็กแหลมรับปากทำพันธะสัญญาดังขึ้นเป็นระยะๆอยู่ครู่หนึ่ง ก้อนโมจิไซส์จัมโบ้ที่เกาะกลุ่มกันอยู่ในตอนแรกก็สลายตัวออกจากกันตามเดิมก่อนจะเกี่ยวก้อยให้สัญญากันอีกครั้ง

 

ถึงจะไม่อยากรู้เท่าไหร่ แต่ถ้ากระซิบกันต่อหน้าแล้วกันเขาออกจากวงแบบนี้เขาก็อยากมีส่วนร่วมบ้างแล้วเหมือนกันนะโว้ย !

 

เดี๋ยวนี้มีความลับกับผมกันแล้วหรือไง ?ยิ่งเห็นว่าทั้งลูกชายตัวน้อยและเพื่อนบ้านยืนหัวเราะคิกคักกันด้วยแล้วจึงอดค่อนขอดขึ้นมาไม่ได้

อย่าน้อยใจสิครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก เนอะเด็กๆอีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ เดี๋ยวถึงเวลาแล้วคุณแจบอมก็รู้เองครับ

ใช่แล้วล่ะแด๊ดดี้ พี่จีนยองบอกว่าเป็นเรื่องเล็กจี๊ด ~ เดียวเองน้า แด๊ดดี้เชื่อยองแจนซี่เจ้าก้อนแก้มอวบจีบนิ้วบีบเสียงตอบ ชวนให้คนฟังรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะพุ่งเข้าไปขยำเจ้าตัวแสบในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นรวมกันเป็นก้อนอย่างถึงที่สุด

ช่างเถอะแกล้งบึนปากตอบทีเล่นทีจริงแล้วก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ สองคนนั้นมาถึงสักพักแล้ว พวกผมคงต้องไปแล้วล่ะ

โอเคครับ ขอให้เดินทางปลอดภัยกันทุกคนนะครับเพื่อนบ้านตัวเล็กโบกมือลา ไปเที่ยวให้สนุกนะเด็กๆ ถ่ายรูปมาให้พี่ดูเยอะๆเลยนะ

ฮื่อ บายนะคุณ

บ๊ายบายน้าพี่จีนยอง แจ็คสันจะเก็บหอยมาฝากพี่จีนยองเยอะๆเลยน้า บ๊ายบาย ~

 

หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย เจ้านายตัวน้อยทั้งห้าก็เดินดุ๊กดิ๊กออกจากคอนโดโดยมีเจ้าทาสใต้บัญชาลากกระเป๋าเดินทางและหอบกล่องแซนด์วิชที่เพิ่งได้รับมาตามหลังมาติดๆ

 

กว่าจะเสด็จลงมาได้นะพ่อคู้ณ !”

อาเจย์ ~ พิลลี่ ~”

 

และแล้วก็ได้รับคำทักทายเป็นเสียงกระแนะกระแหนจากเพื่อนสนิทปากร้ายที่ยืนกอดอกจีบปากจีบคอพูด ไม่ต่างจากเพื่อนสนิทอีกคนที่กลอกตาบึนปากใส่จนแจบอมส่งสายตามองแรงไปหนึ่งทีผิดกับกลุ่มมนุษย์ก้อนตัวจิ๋วที่วิ่งเข้าไปทักทายคุณอาเพื่อนพ่อทั้งสองคนด้วยความดีใจ

 

คึกคักกันน่าดูเลยนะ ดีใจที่จะได้ไปเที่ยวล่ะสิตัวแสบร่างกลมก้อนของเจ้าก้อนผมแดงถูกเจฮยองอุ้มขึ้นฟัดพุงนุ่มนิ่มด้วยความมันเขี้ยว

งื้ม ~ ม้ากคึจั๊กกะจี๋น้าอาเจย์ คิกคิก

ไม่ได้เจอกันแป๊บเดียวหลานกูอ้วนจ้ำม่ำกันหมดแล้ว เลี้ยงลูกดีเหมือนกันนี่ไอ้ตี๋ ส่วนอีกรายก็สนุกสนานกับการหยิกแก้มคนนั้นบีบเอวคนนี้แล้วค่อยหันมาพูดกับเขา แล้วนั่นกล่องอะไรวะ ?จากนั้นก็เริ่มให้ความสนใจกับกล่องทัพเพอร์แวร์ในมือของเขาแทนขณะส่งกระเป๋าเดินทางให้เจฮยองยกขึ้นไปเก็บท้ายรถ

มื้อเช้าตอบอย่างขอไปทีขณะกวาดสายตาสำรวจรถเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) คันใหญ่ที่ดูไม่คุ้นตาซึ่งเป็นยานพาหนะที่จะพาพวกเขาไปยังจุดหมายในวันนี้ เอารถใครมาใช้วะ ?

รถพี่กูน่ะ จะเอารถกระบะของไอ้แว่นมาก็คงนั่งกันไม่พอ กูเลยขอยืมรถพี่มาใช้แทน เห็นว่าคันใหญ่ดี น่าจะนั่งได้สบายกว่า ไม่ต้องออกไปนั่งตากแดดท้ายรถด้วยวอนพิลตอบ ว่าแต่มื้อเช้าของมึงนี่ยังไงวะก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาด้วยแววตาทะลึ่งทะเล้น

ก็มื้อเช้าไง

คนที่มีทักษะการทำครัวติดลบแบบมึงไม่มีทางสนใจเรื่องแบบนี้แน่…” ตามมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยสายตาทะลึ่งทะเล้นของเพื่อนสนิทนิสัยไม่ดีอีกคนที่ยืนหน้าเข้ามาหาเขาเช่นกัน ซ้ำยังคว้ากล่องแซนด์วิชที่เป็นประเด็นมาเปิดดูโดยพลการอีกด้วย ใครบังอาจทำมื้อเช้าสุดหรูให้ที่รักตัดหน้ามื้อเช้าอันแสนสิ้นคิดของพวกเราที่มินิมาร์ทในปั๊มน้ำมันหรือจ๊ะ

นั่นสิ ใครเหรอ ?

ใครกันน้า

แซนด์วิชนี่ฝีมือใครน้า เจย์รู้ไหม ?

นั่นสิวอนพิล ใครจะอุตส่าห์ใจดี๊ใจดีตื่นมาทำมื้อเช้าให้มันแบบนี้กันน้า ~

 

จากอดีตถึงปัจจุบัน เขาก็ยังขอยืนยันว่ารู้สึกเกลียดพวกมันสองตัวเท่าเดิม ไม่มีลดลงแม้แต่นิดเดียว !

 

พอเลยพวกมึง ไหนบอกว่าต้องรีบออกเดินทางไงวะ ?

ถ้ามึงไม่ตอบกูก็ไม่สตาร์ทรถเจฮยองยักคิ้วอย่างเป็นต่อ บอกพวกกูมาเดี๋ยวนี้ว่าใครทำแซนด์วิชกล่องนี้ให้มึง !?!” ก่อนจะหรี่ตาลงเพื่อคาดคั้นคำตอบอีกครั้ง

มึงก็ไม่น่าถามเปล่าวะไอ้แว่นแจบอมโวยกลับ เพราะดูจากสีหน้าท่าทางของทั้งคู่แล้ว มีหรือที่คนอย่างพวกมันจะไม่รู้คำตอบ มึงคิดว่ากูรู้จักคนทั้งคอนโด ?

ก็ลองถามดู เผื่อจะเป็นฝีมือเจ๊เฟยคนสวย

หรือไม่ก็ไอ้บ๊อบบี้ล่ะมั้ง ฮ่าๆพูดจบทั้งสองคนก็ระเบิดหัวเราะใส่กันเองแล้วแปะมือไฮไฟว์กันอย่างสนุกสนาน

ฟ้าผ่าไหมล่ะสั_ !” ผิดกับคนฟังที่แค่จินตนาการว่าเพื่อนบ้านขี้เมากำลังทำแซนด์วิชให้ตัวเองก็รู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาดื้อๆ

 

เกลียดไอ้สองตัวนี้เหลือเกินโว้ย !

 

แค่บอกชื่อคนทำมันยากมากไง้ ?เจฮยองถาม

พวกมึงก็รู้กันอยู่แล้วเปล่าวะ ?

ถ้าพวกกูรู้จะถามมึงทำไมวะตี๋วอนพิลสวนกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทว่า หน้าตากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

เออ ก็นั่นแหละสถาปนิกหนุ่มตอบแบบขอไปทีอีกครั้งโดยที่มือก็หิ้วมวลสารกลมก้อนเข้าไปนั่งในรถทีละคน

นั่นแหละอะไรของมึงไอ้แจบอม อย่ามาเฉไฉ ตอบ !”

อะไรของพวกมึงสองคนอีกวะจากนั้นจึงหันกลับมาโวยใส่เพื่อนทั้งสองคนเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถเออๆ คุณจินยองเขาทำให้ พอใจยัง ?

คุณพระคุณเจ้าช่วย !”

เจ้าประคุณรุนช่อง !” แกล้งเอามือทาบอกดัดเสียงทำท่าทางตกใจใส่กันชวนให้คนมองเขม่นอย่างนึกหมั่นไส้กับท่าทีของทั้งคู่

นี่เราสองคนพลาดอะไรกันไปหรือเปล่าวะวอนพิล

เดี๋ยวนี้เขามีทำมื้อเช้าให้กันด้วยว่ะ กูว่าเราสองคนต้อง ใส่ใจเรื่องนี้ให้มากขึ้นแล้วล่ะไอ้แว่น

ไอ้ห่_ พอเลยพวกมึง ไปๆ ขึ้นรถเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู

แซวนิดแซวหน่อยเขินหูแดงเลยหรือจ๊ะที่รัก

สั_ !”

โอเคๆ ไปกันเถอะ จะได้มีเวลานอนพักสักหน่อยก่อนไปงานแต่ง ป่านนี้เพื่อนคนอื่นคงไปถึงกันแล้วมั้ง บางคนก็ไปเที่ยวกับว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว

 

รถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากคอนโดของแจบอมในเวลาเจ็ดโมงเศษๆ เนื่องจากเป็นรถยูเอสวีขนาดใหญ่สำหรับครอบครัวทำให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถนั่งชมวิวผ่านกระจกรถได้อย่างสะดวกสบาย แม้ว่าตอนแรกวอนพิลจะนั่งเบาะหน้าข้างคนขับคู่กับเจฮยองซึ่งรับหน้าที่เป็นคนขับ แต่ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกล พวกเขาทั้งสามคนจึงตกลงกันว่าจะช่วยกันขับรถเพื่อทุ่นแรงกันและกันให้ได้มากที่สุด และในตอนนี้ก็เป็นคิวของวอนพิลซึ่งเป็นสารถีลำดับที่สองที่กำลังขับรถอยู่โดยมีเจฮยองช่วยดูเส้นทาง

ในขณะเดียวกัน เจ้าทาสลูกห้าก็รับหน้าที่แจกจ่ายอาหารเช้าค่อนไปทางสายซึ่งได้รับอภินันทนาการจากเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดของตัวเองให้กับสารถีชั่วคราวที่นั่งอยู่ข้างหน้ากับเหล่านายท่านตัวจิ๋วที่แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม โดยมาร์ค แบมแบม และตัวเขานั่งเบาะหลังคนขับ ส่วนแจ็คสัน ยองแจ และยูคยอมนั่งอีกเบาะซึ่งอยู่ด้านหลังพวกเขาไปอีกแถว

 

คยอม แจ็คสันอยากหม่ำหม่ำไส้ทูน่าบ้างอ่ะ แบ่งแจ็คสันบ้างได้ไหม ?

ได้ซี่ แต่แจ็คสันต้องแบ่งปูอัดให้คยอมด้วยน้า

แจ็คสันอย่าวางคุณเลโก้ทับคุณแมวเหมียวของยองแจนซี่ เดี๋ยวคุณแมวเหมียวเจ็บน้าและสถานการณ์จากเบาะหลังที่มีมนุษย์ก้อนทั้งสามนั่งคุยกันอยู่ก็ไม่มีอะไรให้แจบอมต้องเป็นห่วงมากนัก

มาร์ค อย่าเอามือป้ายเสื้อตัวเอง แต่ที่น่าเป็นห่วงเห็นจะเป็นพี่ใหญ่แก๊งก้อนที่กำลังใช้มือข้างที่เลอะมายองเนสป้ายเสื้อยืดของตัวเองจึงต้องรีบออกปากปรามวอนพิล ขอทิชชู่หน่อย

งือ ม้ากคึขอโทษน้าแด๊ดดี้เด็กน้อยเอ่ยขอโทษพลางจู๋ปากทั้งที่แก้มยังมีคราบแซนด์วิชติดอยู่

ม้ากคึ แบมแบมหิวน้ำอ่า แบมแบมขอหม่ำหม่ำน้ำบ้างซี่

รอแป๊บน้าถึงกระนั้นเจ้าตัวเล็กก็ยังคงทำหน้าที่พี่ชายได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเมื่อเจ้าตัวกำลังส่งขวดน้ำที่วางอยู่ข้างกายให้น้องรองแก้มป่องพร้อมทั้งช่วยเปิดขวดน้ำให้เสร็จสรรพจนคนเป็นพ่อมองภาพตรงหน้าด้วยความเอ็นดู

ตอนนี้ไอ้ตี๋มันเผลออยู่ เรานินทามันได้เว้ยวอนพิลแต่แล้วหูเจ้ากรรมก็บังเอิญไปได้ยินเพื่อนสนิทตัวดีที่กำลังเอร็ดอร่อยกับมื้อเช้าอยู่ด้านหน้าเข้าพอดี กูว่าคุณจินยองเค้าเป็นคนดีเกินกว่าจะมารู้จักกับมันจริงๆนั่นแหละ ดูดิ มีอย่างที่ไหนทำแซนด์วิชมาฝากพวกเราด้วย ดี๊ ~ ดี

เออ กูว่าคุณจินยองพลาดแล้วล่ะที่มารู้จักกับไอ้หงิมนี่ เป็นเวรเป็นกรรมของเขาแท้ๆเลยมึง

กูได้ยินนะเว้ย !”

 

แล้วเมื่อก่อนใครมันทั้งชงทั้งโห่ไม่หยุดล่ะวะ !?!

 

หยอกล้อกันพอให้มีเสียงขำขันคลายเครียดระหว่างเผชิญกับท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถรามากมาย จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการผลัดเปลี่ยนคนขับ วอนพิลซึ่งรับหน้าที่ขับรถมาก่อนหน้านี้สลับที่กับแจบอมไปนั่งกับพี่ใหญ่และน้องรองที่เบาะด้านหลังคนขับแทน

 

อาเจย์ๆเช่นเดียวกับที่มวลสารกลมก้อนของเจ้าก้อนวายร้ายค่อยๆปีนข้ามเบาะหลังสุดมาอยู่ด้านหลังเบาะข้างคนขับ ก่อนจะใช้นิ้วกลมอวบจิ้มไหล่คุณอาเพื่อนพ่อที่นั่งอยู่ข้างหน้าแล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบ

ว่าไงแจ็คสัน

แจ็คสันอยากนั่งข้างหน้ากับแด๊ดดี้ล่ะ แจ็คสันขอนั่งกับแด๊ดดี้ได้ไหมฮะอาเจย์

อยากนั่งเป็นเพื่อนพ่อล่ะสิ ไม่มีปัญหา งั้นเดี๋ยวอาไปนั่งเป็นเพื่อนยองแจกับยูคยอมข้างหลังก็แล้วกัน

เย้ ! ขอบคุณน้าอาเจย์

อ๋า แบมแบมก็อยากนั่งกับจาจาด้วย อาเจย์ ~ ให้แบมแบมนั่งกับจาจากับแด๊ดดี้ด้วยน้าเจ้าก้อนผมปอยชมพูยกมือแสดงความปรารถนาเช่นกัน เจฮยองที่ไม่ได้ขัดข้องอะไรจึงสลับที่ให้หลานชายตัวน้อยทั้งสองคนย้ายมานั่งเป็นตุ๊กตาล้มลุกหน้ารถคู่กับคุณพ่อร่างสูง

นั่งดีๆ อย่าตีกันล่ะแจบอมพูดโดยไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยให้ร่างกลมๆของเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนที่นั่งยิ้มหวานเบียดกันอยู่บนเบาะข้างคนขับด้วย

แด๊ดดี้ไว้ใจพวกเราซี่ แบมแบมจะไม่ดื้อแน่นอน เนอะจาจา

อย่าเรียกจาจาซี่ นี่แน่ะ !” ทว่า ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีเจ้าก้อนผมทองก็โหม่งศีรษะตัวเองลงบนแขนของเจ้าก้อนผมปอยชมพูเสียแล้ว โอ๊ะ แบมแบมดูซี่ แด๊ดดี้ใส่แว่นด้วยล่ะ จ๊าบจังเลยน้าแต่ตีกันได้ครู่เดียวก็ชวนให้แบมแบมหันมาสนใจคุณพ่อแก๊งก้อนที่กำลังสวมแว่นกันแดดต่อ

จริงด้วยน้า งั้นเราก็มาใส่กันบ้างซี่จาจา พวกเราก็มีแว่นเหมือนแด๊ดดี้นี่นา

เอาซี่

 

หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าก้อนลูกเป็ดจอมยุ่งทั้งสองคนที่อาสามานั่งเป็นเพื่อนคนขับก็หยิบแว่นกันแดดพลาสติกสีสันสดใสสำหรับเด็กบนคอเสื้อของตัวเองขึ้นมาใส่เลียนแบบคนเป็นพ่อ

 

แด๊ดดี้ดูซี่ แบมแบมกับจาจาก็ใส่แว่นเหมือนแด๊ดดี้น้าก่อนที่เจ้าก้อนผมปอยชมพูในแว่นกันแดดสีเขียวสะท้อนแสงจะนำเสนอแว่นตาสุดเท่ด้วยการวางนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ทำท่าเก๊กหล่ออย่างน่ารักน่าเอ็นดู

พวกเราจ๊าบเหมือนแด๊ดดี้ไหมเช่นเดียวกับเจ้าก้อนวายร้ายในกรอบแว่นสีชมพูสะท้อนแสงที่ถามขึ้นขณะทำท่าเดียวกันกับแบมแบม

หูย เด็กๆดูอาก่อนเถอะ รับรองว่าหล่อกว่าพ่อเราเยอะแต่คนที่ดูจะสนุกสนานกับเจ้าตัวเล็กมากกว่าแจบอมเห็นจะเป็นเจฮยองที่แม้ว่าจะนั่งอยู่ด้านหลังสุดก็สามารถสวมแว่นกันแดดแล้วชะโงกศีรษะขึ้นมาพูดคุยกับตุ๊กตาล้มลุกทั้งสองก้อนได้ ไง อาหล่อไหม ?

ไม่จริงหรอก พี่หล่อกว่าอาเจย์ตั้งเยอะใช่ไหมเด็กๆรวมถึงวอนพิลเองก็เข้าไปร่วมวงเล่นกับพวกเด็กๆด้วยเช่นกัน

หูว ~ อาเจย์กับพิลลี่เท่สุดๆ !”

ม้ากคึใส่แว่นบ้างดีกว่า

ยองแจนใส่ด้วยซี่

คยอมขอแว่นสีม่วงน้าและแล้วก็กลายเป็นช่วงแฟชั่นวีคของเจ็ดอาหลานที่เอ่ยชมและปรบมือเสียงดังเกรียวกราวให้กันเอง ส่วนคนขับรถในเวลานี้ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปร่วมสนุกอะไรเพราะต้องใช้สมาธิกับท้องถนนเบื้องหน้า แต่ก็อดมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกมองหลังด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้เช่นกัน

 

หล่อกันเหลือเกินขอรับ หล่อเจิดจ้าออร่าแยงตาเจ้าทาสผู้นี้ไปหมดเลยล่ะขอรับ

 

แจบอมขับรถแบบไม่ได้รีบร้อนมากนักเนื่องจากยังมีเวลาเหลืออีกพอสมควร อีกทั้งระยะทางที่เริ่มลดลงเรื่อยๆจึงสามารถแวะพักผ่อนระหว่างทางได้ประมาณสิบนาที จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่การเดินทางช่วงสุดท้ายโดยที่เขายังรับหน้าที่เป็นคนขับเช่นเดิม และมีตุ๊กตาปุกปุยหน้ารถทั้งสองคนชวนคุยเป็นเพื่อนไม่ให้คนขับรู้สึกเงียบเหงาจนเกินไป ส่วนมาร์คที่นั่งอยู่เบาะหลังคนขับกับวอนพิลก็อาศัยตักของคุณอาเพื่อนพ่อเป็นหมอนอิงนอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข

 

อาเจย์เล่นเกมอยู่หรอ ? ขณะเดียวกันเจ้าก้อนแก้มกลมและเจ้าลูกหมีมังเน่ที่ยังคงมีกำลังเหลือเฟือก็ชวนคุณอาหนุ่มพูดคุยไม่หยุดมาตลอดทาง

ฮั่นแน่ อย่าแอบดูโทรศัพท์อาสิแม้จะต้องอาศัยกระจกมองหลัง แต่แจบอมก็พอจะเดาเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ได้

คยอมขอโทษน้าอาเจย์

ยองแจนก็ขอโทษน้า อาเจย์อย่าดุคยอมกับยองแจนเลยน้า

อาล้อเล่นน่า ไม่มีอะไรหรอกคุณอาตัวสูงขยี้ผมเด็กน้อยเบาๆ งั้นเรามาเล่นแองกรี้เบิร์ดกันดีกว่า

เย้ !”

 

ภาพของสามอาหลานที่นั่งเล่นเกมโทรศัพท์มือถืออยู่ด้านหลังสุดไม่ได้ทำให้แจบอมสนใจเท่ากับความรู้สึกตะขิดตะขวงใจที่เกิดขึ้นกับตัวเองในเวลานี้ ถึงจะรู้ดีว่าการที่เด็กๆชะโงกหน้าดูหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ แต่สีหน้ากับท่าทางแปลกๆของเจฮยองตอนที่ยองแจกับยูคยอมมองโทรศัพท์เมื่อครู่นี้กำลังเป็นสาเหตุให้เขาแอบชำเลืองมองเพื่อนสนิทที่ผิดไปจากทุกครั้งผ่านกระจกมองหลัง

 

เป็นความจริงที่ว่าเจฮยองชอบยุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ของเขาตลอด แต่ที่ผ่านมามันก็ไม่เคยมีอะไรปิดบังคนรอบข้างเหมือนกัน

 

แต่กับเมื่อครู่นี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ดูเหมือนคนกำลังซ่อนความลับอยู่

 

นานๆทีจะเห็นมึงสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนนะวอนพิลชะโงกหน้ามายังช่องว่างระหว่างเบาะคนขับกับเบาะข้าง มึงคงกำลังคิดว่าปกติไอ้แว่นมันไม่ใช่คนปิดบังอะไรใช่ไหมล่ะ

ก็นิดหน่อยและเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องโกหกอะไรกับคนช่างสังเกตอย่างวอนพิล เห็นมันทำหน้าเหมือนคนซ่อนคลิปลับไว้ในโทรศัพท์งั้นแหละ

เด็ดยิ่งกว่าคลิปลับอีกมึง เดี๋ยวถ้ารู้แล้วจะหนาววอนพิลหัวเราะ

แล้วมึงรู้ ?

ถ้าไม่รู้กูจะพูดเพื่อ ?

พวกมึงสองตัวมีเรื่องอะไรไม่เคยจะบอกกูกันหรอกพูดพลางส่งสายตามองแรงใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่บังอาจมีความลับกันอยู่สองคนโดยไม่บอกอะไรให้เขารับรู้สักคำ ถ้ามึงรู้ก็เล่ามาเดี๋ยวนี้เลย

ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก วอนพิลถอยกลับไปนั่งพิงเบาะตามเดิม ก้มลงมองเด็กน้อยที่อาศัยหน้าตักตนเป็นหมอนโดยมีตุ๊กตาปิกาจูตัวโตอยู่ในอ้อมกอดก่อนจะเปลี่ยนจุดวางสายตาเป็นทิวทัศน์นอกกระจกหน้าต่างแทน เวลาแชทคุยกับคุณจินยองมึงก็คงไม่อยากให้คนอื่นมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองใช่ไหมล่ะตี๋

“…”

เจย์มันก็คงเขินเพราะแบบนั้นล่ะมั้ง

หืม ? สารถีชั่วคราวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยมึงพูดเหมือนไอ้แว่นกำลังคุยกับใครอยู่งั้นแหละ

ก็ประมาณนั้นมั้งคำตอบที่มาพร้อมกับสีหน้าเรียบเฉยของวอนพิลทำให้สถาปนิกหนุ่มที่ขับรถอยู่เริ่มหูผึ่ง

เฮ้ย ลแล้วมันคุยกับใครวะ !?!” ก่อนจะถามออกไปอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

 

อะไรกัน เขารบกับเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกจนไม่มีเวลาติดตามเรื่องราวของเพื่อนฝูงขนาดนี้เชียวหรือ !?!

 

กูเริ่มง่วงแล้ววอนพิลหาวหวอด มึงอยากรู้อะไรก็ลองเสือ_ด้วยตัวเองดูบ้างก็แล้วกัน ได้เรื่องอะไรแล้วก็มาบอกกูบ้าง กูรู้แค่นี้แหละ มันไม่ได้บอกอะไรกู กูแค่บังเอิญรู้มา

เดี๋ยวดิมึง เฮ้ย วอนพิล

ม้ากคึกับพิลลี่หลับแล้วหรอ ?

อ๋า ! แจ็คสันอยากไปเล่นเกมกับอาเจย์บ้างจังเลย

งือ ทำไมคุณหมูเขียวไม่ยอมตายอ่า ยองแจนเหนื่อยแล้วน้า

อาเจย์ คยอมขอลองยิงคุณนกสีฟ้าบ้างได้ไหมฮะ ?

ได้สิ แต่ต้องเล็งให้ดีๆก่อนยิงนะ

 

สองสหายตุ๊กตาล้มลุกหน้ารถหันหลังกลับไปมองบรรยากาศภายในรถ เช่นเดียวกับแจบอมที่มองทุกอย่างผ่านกระจกมองหลัง เบาะด้านหลังที่มีสองอาหลานนอนหลับอยู่ช่างเงียบสงัดผิดกับเบาะถัดไปที่สามทหารเสืออาหลานกำลังเล่นเกมโทรศัพท์มือถือกันอย่างสนุกสนาน

 

Line !

 

เด็กๆ อาขอใช้โทรศัพท์สักเดี๋ยวนะและวงล้อมของสามสหายแองกรี้เบิร์ดก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเจ้าของโทรศัพท์ขอตัวใช้โทรศัพท์มือถือเป็นการส่วนตัว แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้เขาสนใจที่สุดในเวลานี้เห็นจะเป็นท่าทางของเจฮยองที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงขณะก้มหน้าพิมพ์ข้อความ

 

นั่งฮัมเพลงแถมยิ้มหน้าบานแบบนี้

 

ดูท่าว่าเขาจะต้อง ใส่ใจเรื่องของเพื่อนฝูงให้มากกว่านี้แล้วเหมือนกัน

 

อุหวา ~ ทะเลนี่นา ทะเล !”

ทัลเล้ ~

 

หลังจากฝ่าฟันกับท้องถนนที่น่าเบื่อหน่ายมาหลายชั่วโมง ในที่สุดก็เข้าสู่บริเวณที่พักตามที่เพื่อนเจ้าของงานระบุไว้ในการ์ดเชิญ แจบอมจึงเริ่มชะลอความเร็วลงเพื่อให้พวกเด็กๆได้มองท้องทะเลยามบ่าย และภาพที่เจ้าตัวเล็กทั้งหลายพากันนาบแก้มกลมอูมลงบนกระจกหน้าต่างขณะมองชายหาดทั้งยังส่งเสียงแย่งกันพูดด้วยความตื่นตาตื่นใจกับหาดทรายและทะเลตรงหน้าก็ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนหัวเราะกับท่าทางเหล่านั้น

 

แบมแบม ตรงนู้นมีเรือด้วย ดูซี่ !”

มีคนกำลังทำปราสาททรายด้วยล่ะจาจา แบมแบมก็อยากทำปราสาททรายเหมือนกันน้า

เป็นไงมาร์ค ชอบทะเลไหม ?

ชอบซี่พิลลี่ ม้ากคึอยากพาคุณปิกาจูไปเล่นทะเลจังเลย

ยองแจนอยากเห็นคุณปูที่มีบ้านเป็นเปลือกหอยจังเลยน้า ต้องเท่มากแน่ๆเลย

นั่นซี่ แล้วที่ทะเลก็ต้องมีคุณนางเงือกด้วยแน่ๆเลยเนอะยองแจน คยอมอยากเห็นคุณนางเงือกจังเลย นางเงือกจะมีหางสีเขียวเหมือนแอเรียลไหมน้า ~

แบบนี้ก็ต้องมีเรือของโจรสลัดด้วยน่ะซี่ !” และแล้วก็เริ่มเข้าสู่ช่วงจินตนาการอันกว้างไกลของเจ้าก้อนวายร้ายที่วาดมือเป็นวงกว้างเพื่อสื่อถึงเรือโจรสลัดขนาดใหญ่แล้วในเรือก็ต้องมีกัปตันฮุคที่กำลังสู้กับปีเตอร์แพนอยู่แน่ๆเลย

ไม่เอานะจาจา แบมแบมไม่อยากเจอคุณโจรสลัด แบมแบมกลัว

เฮ้ย มีบานาน่าโบ๊ทด้วยว่ะ พรุ่งนี้พาหลานไปลองเล่นสักหน่อยดีกว่า มึงว่าไงวะวอนพิล ?

แทนที่จะถามกู มึงควรถามพ่อเขาไหมล่ะ กูยังไงก็ได้ มึงว่าไงตี๋ ?

บานาน่าโบ๊ทเหรอ…”

 

แจบอมชายตามองไปด้านนอกเมื่อได้ยินข้อเสนอจากเพื่อนสนิท ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความกังวลเมื่อพินิจดูเรือยางขนาดใหญ่ลำหนึ่งซึ่งขับเคลื่อนโดยเรือยนต์ด้วยความเร็วสูงและปะทะกับเกลียวคลื่นเบื้องหน้าจนเรือยางพลิกคว่ำส่งผลให้ผู้โดยสารที่เขาคาดคะเนว่าน่าจะเป็นนักท่องเที่ยววัยรุ่นตกน้ำกันทุกคน

 

กูว่ารอให้เด็กๆโตกว่านี้อีกหน่อยดีกว่าเป็นเหตุผลให้เขาตัดสินใจปฏิเสธไปโดยไม่อ้อมค้อมใดๆ จริงๆก็น่าสนใจดี แต่กูคิดว่ามันคงไม่เหมาะกับเด็กเล็กเท่าไหร่ คราวนี้แค่ให้เล่นน้ำก่อนก็พอ

เออ กูเข้าใจ ไว้คืนนี้กูค่อยคิดก็แล้วกันว่าพรุ่งนี้จะพาหลานไปเล่นอะไร ยังไงวันนี้ก็คงไม่มีเวลาให้เล่นทะเลกันอยู่แล้ว

อ๋า วันนี้พวกเราจะไม่ได้เล่นทะเลกันหรอเจ้าก้อนปิกาจูผมแดงรีบกระโจนเข้าไปแทรกตัวในช่องว่างระหว่างเบาะหน้า งือทำไมล่าแด๊ดดี้ ม้ากคึจะไม่ดื้อกับแด๊ดดี้เลยน้า แด๊ดดี้ให้พวกเราเล่นทะเลเถอะน้า น้าพิลลี่ นะฮะอาเจย์ น้า ~ เด็กน้อยเริ่มออดอ้อนผู้ใหญ่ทั้งสามทีละคนอย่างสุดความสามารถ

วันนี้พวกเรามีธุระสำคัญ คงไม่มีเวลามากพอจะเล่นทะเลหรอก ไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกันนะคำตอบจากคนเป็นพ่อส่งผลให้เหล่าลูกเป็ดจอมยุ่งทั้งหลายนิ่งสงบเป็นลูกหมาอ้วนเจื่อนจ๋อยในพริบตา แต่คืนนี้ฉันจะพาพวกนายไปที่ที่มีขนมอร่อยๆให้กินเยอะๆแทน ดีไหม ?

จริงหรอแด๊ดดี้ !?!” ก่อนจะคืนชีพเป็นก้อนลูกเป็ดไฮเปอร์อย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินข้อเสนอที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

คยอมอยากหม่ำหม่ำขนมจังเลยน้า คยอมไม่เล่นทะเลแล้วก็ได้ฮะโดยเฉพาะเจ้าก้อนลูกเป็ดสายพันธุ์ลูกหมีอ้วนที่นั่งอยู่ด้านหลังนั้นดูจะมีปฏิกิริยาตอบสนองไวยิ่งกว่าใคร

ลำพังแค่ไอ้ตี๋คนเดียวเจ้าของงานก็แย่แล้ว คราวนี้พาลูกไปอีกห้าคน กูว่าพี่หมอกับไอรีนไม่น่าเลี้ยงครอบครัวนี้ไหวว่ะ ฮ่าๆ

เออ จริง คืนนี้แขกทั้งงานคงกินไม่ทันพ่อลูกบ้านนี้แหงๆคุณอาเพื่อนพ่อทั้งสองคนพากันแอบนินทาและขำพรืดไปตามๆกันจนได้รับนิ้วกลางจากแจบอมที่บังคับพวงมาลัยรถแทนคำโต้ตอบ

 

ระหว่างที่ชะลอความเร็วเพื่อให้เด็กๆได้ชมวิวข้างนอกอย่างจุใจ ผู้ดูแลทริปในครั้งนี้อย่างเจฮยองก็คอยโทรศัพท์ติดต่อกับเพื่อนสาวอดีตดาวคณะว่าที่เจ้าสาวของค่ำคืนนี้ไปพลางๆ ส่วนวอนพิลก็รับหน้าที่เป็นคนบอกเส้นทางไปยังโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานจากแผนที่ในโทรศัพท์มือถือ และในที่สุดแจบอมก็สามารถพาผู้โดยสารทั้งเจ็ดชีวิตมาถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย ก่อนจะทิ้งตัวลงบนพนักพิงด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแรกของวันนี้

 

แด๊ดดี้เหนื่อยหรอ ?มือกลมอวบของเจ้าก้อนผมปอยชมพูกระตุกแขนเสื้อของคุณพ่อร่างสูงเบาๆและเอ่ยถามอย่างไร้เดียงสา

นิดหน่อยน่ะ

แต่ว่าแด๊ดดี้ตอนขับรถเท่สุดๆไปเลยน้าตามมาด้วยเสียงปรบมือแปะๆจากเจ้าก้อนวายร้ายที่มาพร้อมกับคำชมที่ทำให้คนฟังอมยิ้มขณะถอดแว่นกันแดดออก

 

ฮัลโหล โทรมารายงานตัวตามคำสั่งครับผม พี่ถึงปูซานแล้วนะ

ทะเลที่นี่น่ะเหรอ สวยดิ สวยเหมือนที่ใครบางคนชอบโม้ให้ฟังทุกคืนนั่นแหละ ฮ่าๆ

โอเค ตั้งใจทำงานล่ะ เดี๋ยวพี่เก็บของเข้าที่พักเรียบร้อยแล้วจะโทรหาอีกรอบ บายครับ

 

ทว่า เสียงพูดคุยโทรศัพท์ของเพื่อนสถาปนิกคนสนิทที่ฟังดูผิดแปลกไปจากทุกครั้งจากเบาะด้านหลังกลับเรียกความสนใจจากคุณพ่อแก๊งก้อนที่กำลังทยอยตอบสารพัดคำถามจากลูกชายตัวน้อยซึ่งได้ยินบทสนทนาดังกล่าวเข้าโดยบังเอิญ และแม้ว่าเขาจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ความอยากรู้และความสงสัยก็ไม่ได้ลดลงไปสักนิดอยู่ดี

 

ถึงขั้นคุยด้วยเสียงสองแบบนี้ เห็นทีว่าเขาจะต้องซักไอ้แว่นให้ละเอียดเสียแล้วล่ะ

 

เฮ้อ อิจฉาจังเว้ย คนนึงก็มีลูกเป็นห่วงแถมยังมีคนทำมื้อเช้าให้ ส่วนอีกคนก็มีสาวให้โทรรายงาน กูนี่อากาศเลยว่ะ ฮ่าๆวอนพิลที่เปลี่ยนท่านั่งยืดตัวตรงพูดขึ้นขณะบิดขี้เกียจไปด้วย งั้นกูลงไปทักทายไอรีนก่อนนะ เห็นเธอว่าจะแวะมาหาพวกเราที่บ้านพักก่อนไปแต่งตัวน่ะแม้จะพูดไปหัวเราะไป แต่สายตาเจ้ากรรมของเขากลับเห็นสีหน้าที่ดูไม่ค่อยดีนักของเพื่อนสนิทอีกคนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ และเขาก็พอจะเดาออกอยู่แล้วจึงไม่คิดจะถามอะไรให้อีกคนเสียความรู้สึก

 

ก็ลงไปพร้อเฮ้ย วอนพิ...”

 

ปัง ! --- เมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังเปิดประตูรถตั้งท่าจะเดินลงไปจึงเอ่ยปากรั้งเอาไว้ แต่ก็ยังไม่ทันที่แจบอมจะพูดจบดี วอนพิลก็เดินลงจากรถไปพร้อมปิดประตูรถโดยไม่พูดหรือบอกกล่าวอะไรกับพวกเขาอีก ทิ้งให้หกพ่อลูกมองตามด้วยความไม่เข้าใจ

 

ปล่อยมันไปก่อน ตรงกันข้ามกับเพื่อนร่วมทางอีกคนที่เพิ่งเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงโดยไม่แสดงท่าทีงุนงงใดๆออกมาแม้แต่น้อย ตี๋ เปิดท้ายรถที เดี๋ยวขนของเข้าบ้านพักเลย จะได้ไม่ต้องเดินไปเดินมาซ้ำยังเดินลงจากรถไปหยิบกระเป๋าสัมภาระบางส่วนเท่าที่ตนสามารถถือได้จากท้ายรถแล้วมุ่งหน้าไปยังหน้าทางเข้าที่พักตามหลังวอนพิลไปเช่นกัน

 

แม้ว่าจะไม่เข้าใจกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในเวลานี้ แต่คุณพ่อสถาปนิกก็ทำได้เพียงเก็บความสงสัยเหล่านั้นไว้แล้วเดินนำกระพรวนก้อนลูกเป็ดตัวจิ๋วไปยังบ้านพักพร้อมกับสัมภาระส่วนที่เหลือเพื่อเข้าไปทักทายเจ้าของงานที่อุตส่าห์เชื้อเชิญให้มาร่วมงานและจัดหาที่พักต้อนรับพวกเขาทุกคนเป็นอย่างดี

 

วันนี้เราอาจจะดูแลได้ไม่เต็มที่ แต่เราสัญญาว่าพรุ่งนี้จะมาดูแลทุกคนอย่างดีเลย ขอบใจที่อุตส่าห์มากันนะ เย็นนี้เจอกันที่ห้องจัดเลี้ยงในโรงแรมนะจ๊ะ

 

นั่นคือสิ่งที่ว่าที่เจ้าสาวของวันนี้อย่าง ไอรีน ซึ่งแวะมาทักทายพวกเขาและแนะนำบ้านพักริมทะเลที่เธอกับว่าที่เจ้าบ่าวได้จัดเตรียมไว้ให้แบบคร่าวๆกล่าวไว้ก่อนที่เธอจะขอตัวไปจัดการตัวเองสำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ต่อ พวกเขาจึงได้ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เพื่อนคนอื่นที่มาร่วมงานในวันนี้ต่างได้ที่พักเป็นห้องพักของทางโรงแรมกันทั้งสิ้น มีเพียงพวกเขาและเด็กๆเท่านั้นที่ได้อาศัยบ้านพักริมทะเลหลังใหญ่เนื่องจากจำนวนคนที่ค่อนข้างมากผิดกับคนอื่นๆที่อาศัยอยู่กับเพื่อนแค่สองถึงสามคนต่อหนึ่งห้องพัก นอกจากนี้ยังเป็นการขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเขาเคยพาพวกเด็กๆไปช่วยงานเธออีกด้วย

 

อู้วหูว ~ กว้างสุดๆ !” เจ้าก้อนวายร้ายเริ่มทำการสำรวจพื้นที่บ้านพักริมทะเลสุดหรูด้วยการวิ่งฉิวไปรอบๆห้องนั่งเล่นเป็นคนแรก

โซฟาก็นุ้ม ~ นุ่มเจ้าก้อนแก้มอวบกับพี่ใหญ่แก๊งก้อนก็ทำการสำรวจเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านเป็นรายถัดไปด้วยการวิ่งขึ้นไปกระโดดดึ๋งๆอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น

คยอมดูซี่ ตรงนี้มองเห็นทะเลด้วยล่ะ

เมื่อกี๊คยอมเห็นชิงช้าข้างนอกด้วยน้าแบมแบม คยอมอยากเล่นชิงช้าจังเลยรวมถึงสองน้องเล็กก็พากันนั่งปักหลักอยู่บริเวณประตูกระจกที่สามารถมองเห็นทะเลด้านนอกได้เช่นกัน

พวกนายอย่าซนกันสิแจบอมปรามเจ้าตัวเล็กที่วิ่งเล่นเป็นลูกลิงจนดูน่าปวดหัว เดี๋ยวฉันจะเอากระเป๋าไปเก็บในห้องนอนก่อน พวกนายจะออกไปนั่งดูทะเลที่ระเบียงก็ได้ แต่อย่าเพิ่งลงไปเล่นข้างล่างกันนะ

ได้ซี่แด๊ดดี้ ไว้ใจพวกเราได้เลยน้า ม้ากคึจะดูแลทุกคนให้เองฮะ

เย้ ! พวกเราออกไปดูทะเลกันเถอะ

 

แจบอมพาเจ้าตัวแสบกับกองทัพตุ๊กตาปุกปุยออกไปนั่งที่ระเบียงด้านนอกซึ่งอยู่ติดกับชายหาด ส่วนเขากับเพื่อนสนิทอีกสองคนที่มาด้วยกันก็เดินสำรวจภายในบ้านพร้อมตกลงกันเรื่องห้องนอนภายในบ้านพัก โดยได้ข้อสรุปว่าห้องนอนห้องที่ใหญ่ที่สุดจะเป็นของเขากับพวกเด็กๆ ส่วนวอนพิลและเจฮยองจะนอนอีกห้องเพราะมีขนาดเล็กกว่า

 

พวกมึง…” ขณะกำลังจะแยกย้ายไปเก็บของ แขนเสื้อของแจบอมก็ถูกวอนพิลดึงเอาไว้เสียก่อน แต่ด้วยสรรพนามดังกล่าว เจฮยองที่ยกกระเป๋าเตรียมเดินเข้าห้องจึงต้องหันมามองด้วยเช่นกัน

ว่า ?สถาปนิกหนุ่มถาม

คืนนี้กูอยากนอนกับหลาน มึงไปนอนกับไอ้แว่นแทนกูทีได้ไหมแจบอมวอนพิลเอ่ยขอ แต่เอาที่มึงสะดวกนะ กูแค่ลองขอดู ถ้ามึงอยากนอนกับลูกก็ไม่เป็…”

โว้ะ ! แล้วมึงจะแยกพ่อลูกเขาออกจากกันทำไมวะวอนพิล เจฮยองหัวเราะก่อนจะพาดแขนข้างหนึ่งลงบนช่วงไหล่ของเพื่อนสนิท เออน่ะ มึงนอนกับกูนี่แหละ ปล่อยให้ไอ้ตี๋นอนกับลูกไปเถอะ นานๆจะได้พาลูกมาเที่ยวสักที ให้มันมีเวลาอยู่กับเด็กๆบ้าง

อือ ก็ได้ๆทุกอย่างจึงจบลงอย่างรวดเร็วเมื่อเจฮยองเกลี้ยกล่อมวอนพิลได้สำเร็จ งั้นกูเอาของไปเก็บในห้องก่อนนะ กูจองเตียงติดหน้าต่าง เค้ ?

 

พูดจบวอนพิลก็ยกกระเป๋าสัมภาระของตัวเองเข้าห้องนอนไป ทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มอีกสองคนยืนมองบานประตูอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่แจบอมจะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน

 

พวกมึงสองคนคงไม่ได้มีปัญหาอะไรกันอยู่ใช่ไหมวะ ?

มันคงเบื่อหน้ากูมั้ง ช่วงนี้ไปนอนที่บ้านมันบ่อยเพราะห้องข้างๆเสียงดัง ฮ่าๆเจฮยองว่า ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายสอง มีเวลานอนพักอีกตั้งเยอะ มึงก็พาเด็กๆไปพักผ่อนเถอะ ไว้พวกเราค่อยไปที่โรงแรมสักห้าโมงก็แล้วกัน จะได้แวะไปดูเจ้าสาวคนสวยก่อนงานเริ่มด้วย

 

เพราะไม่อยากเก็บมาคิดให้ปวดหัวแจบอมจึงไม่ได้ซักถามต่อ ปล่อยให้เพื่อนสนิททั้งสองคนแยกย้ายเข้าไปพักผ่อนในห้องนอนตามอัธยาศัย จากนั้นค่อยลากกระเป๋าเดินทางรวมถึงกระเป๋าเป้ลายโดราเอมอนของมนุษย์ก้อนปุกปุยเข้าไปเก็บในห้องนอนแล้วเดินออกมารวมกลุ่มกับแก๊งก้อนโมจิที่นั่งกินลมชมชายหาดเบื้องหน้ากันตาสลอนอยู่ที่ระเบียง

 

แด๊ดดี้มาแล้ว แด๊ดดี้ ~เจ้าก้อนแก้มอวบรีบวิ่งเข้าไปจับจองหน้าตักของคนเป็นพ่ออย่างรวดเร็ว

อยากลงไปเล่นน้ำกันเหรอ ?คุณพ่อร่างสูงถามขณะที่มือทั้งสองข้างก็ประคองมวลสารกลมก้อนในอ้อมแขนให้นั่งเข้าที่เข้าทางไปด้วย

อยากซี่แด๊ดดี้ เมื่อกี๊แจ็คสันเห็นคนเล่นกระดานโต้คลื่นเหมือนเรื่องสติทช์ด้วยล่ะ เก่งสุดๆไปเลยน้า

แด๊ดดี้ อาเจย์กับพิลลี่ไปไหนหรอ ?

สองคนนั้นนอนพักอยู่ แล้วพวกนายไม่ง่วงกันเหรอ ?ความจริงแล้วที่ถามไปแบบนั้นเพราะเขาเองก็เพลียจากการขับรถมาเป็นเวลานานเหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากปล่อยเด็กๆไว้ตามลำพังจึงต้องอดทนต่อความง่วงมานั่งฟังเสียงพูดเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวเล็กแม้ว่าใจจะแอบหวังให้เจ้าตัวป่วนรู้สึกง่วงเพราะต้องการหาข้ออ้างเพื่อพักผ่อนเช่นกัน

แบมแบมไม่ง่วงเลยล่ะแด๊ดดี้ทว่า ความหวังอันน้อยนิดก็หายไปเมื่อเจ้าก้อนผมปอยชมพูเอียงศีรษะลงมาซบบนท่อนแขนของคุณพ่อสถาปนิกขณะมองไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวบนชายหาดตาแป๋ว

 

โครก ~ --- และบทสนทนาของคุณพ่อแก๊งก้อนและลูกเป็ดตัวกลมก็เป็นอันต้องยุติลงเมื่อความหิวโหยเริ่มเข้ามาทักทายกระเพาะของหกพ่อลูกที่กำลังดื่มด่ำกับลมทะเลเย็นๆอยู่ริมระเบียง

เนื่องจากมาเที่ยวที่นี่เป็นครั้งแรก อีกทั้งงบประมาณที่มีอยู่ค่อนข้างจำกัดเพราะเป็นการเดินทางแบบกะทันหันทำให้ไม่มีเวลาเตรียมตัวใดๆ มื้อเที่ยงของวันนี้จึงต้องจบลงที่ร้านสะดวกซื้อของทางที่พักซึ่งมีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง โดยอาหารที่ได้มานั้นคือข้าวกล่องสำเร็จรูปและขนมกินเล่นอีกเล็กน้อย รวมถึงข้าวกล่องอีกสองกล่องที่ซื้อไปเผื่อเพื่อนทั้งสองคนด้วย

 

แด๊ดดี้ เมื่อกี๊คยอมเห็นคุณตาที่ทะเลหม่ำหม่ำมะพร้าวด้วยล่ะ คยอมขอลองหม่ำหม่ำเหมือนคุณตาคนนั้นได้ไหมฮะ ?

ก็เอาสิแจบอมพยักหน้า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ฉันจะพาไปนั่งกินข้าวใกล้ๆทะเลก็แล้วกัน สนใจไหม ?

จริงๆหรอแด๊ดดี้ แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปที่ทะเลหรอ !?!”

ฮื่อ แต่ต้องเป็นเด็กดี ห้ามซนกันเด็ดขาด ตกลงไหม ?

พวกเราสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีแน่นอน จริงๆน้าแด๊ดดี้ เชื่อพวกเราซี่

ดีมาก งั้นก็ไปกันเถอะ

เย้ ~ ขอบคุณน้าแด๊ดดี้ แด๊ดดี้ใจดีที่สุดในโลกเลย

 

หลังจากแวะซื้อเครื่องดื่มพิเศษประจำวันอย่าง น้ำมะพร้าว ที่เจ้าก้อนลูกหมีเอ่ยปากขอเป็นกรณีพิเศษแล้ว คุณพ่อใจอ่อนก็ตัดสินใจยอมสานฝันให้เจ้าตัวเล็กที่เดินมองชายทะเลมาตลอดทางด้วยการแวะหยิบเสื่อในบ้านพักที่เจฮยองนำมาด้วยไปนั่งรับประทานมื้อเที่ยงอันแสนเรียบง่ายกันริมชายหาด

 

ลมเย็นจังเลยน้า ~

นั่นซี่ อ้า ~~~

ฮื้ม ~ มะพร้าวอร่อยจัง คยอมชอบที่มะพร้าวที่สุดเลย

แจ็คสัน อย่าเล่นทรายก่อนกินข้าวสิ มือเปื้อนหมดแล้ว

 

และภาพที่นายท่านวัยอนุบาลนั่งเหยียดขาอ้าปากรับลมทะเลจนเส้นผมปลิวไม่เป็นทรงกับเจ้าทาสผู้น่าสงสารที่กำลังวุ่นกับการเช็ดมือของเจ้าก้อนวายร้ายรวมทั้งต้องคอยห้ามไม่ให้เจ้าลูกเป็ดจอมยุ่งทั้งหลายเล่นซนกันก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมาอมยิ้มด้วยความเอ็นดูครอบครัวคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ซึ่งกว่าจะผ่านมื้อเที่ยงของวันนี้ไปได้แจบอมก็แทบหมดเรี่ยวแรงเช่นเคย

 

โอ๊ะ อาเจย์อยู่ตรงนู้นนี่นา อาเจย์ ~ อาเจย์เห็นม้ากคึไหม ?

 

ขณะนั่งตากลมทะเลกันอยู่ เจ้าก้อนปิกาจูที่หันไปเห็นคุณอาเพื่อนพ่อที่ยืนอยู่บนระเบียงบ้านพักซึ่งห่างออกไปเพียงเล็กน้อยก็โบกไม้โบกมือเรียกหวังจะให้ลงมาเล่นด้วยกัน แต่ก็ได้รับคำตอบเป็นเพียงการพยักหน้ากับรอยยิ้มบางๆของคุณอาร่างสูงที่แค่โบกมือกลับมาให้ก่อนจะหันหลังกลับไปคุยโทรศัพท์ต่อ

 

นี่ พวกนายดูสิ ตรงนั้นมีเรือด้วยนะ เห็นกันหรือเปล่า ?

 

และใช่ว่าแจบอมจะไม่เห็นท่าทางนิ่งเฉยของเพื่อนสนิทผิดกับทุกครั้งที่เจ้าตัวมักมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเด็กๆดีกว่าตนจนมาร์คที่ส่งเสียงเรียกก่อนหน้านี้เบะปากทำหน้าจ๋อยลงในทันที แต่เพราะไม่รู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้จึงทำได้เพียงชี้ไปยังเรือลำหนึ่งในท้องทะเลเพื่อเรียกความสนใจจากเจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งหลายแทน ก่อนจะอาศัยจังหวะที่บรรดานายท่านตัวน้อยใช้มือป้องตาเป็นกล้องส่องทางไกลมองเรือหันหลังกลับไปมองเจฮยองที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่บนระเบียงบ้านพักโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกจับตามองอยู่

 

ถึงจะไม่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อนก็จริง แต่กับเรื่องนี้เขาคงต้องหาทาง ขยี้ และ ขยาย สักหน่อยแล้ว

 

แต่ถ้าพูดถึงโทรศัพท์แล้ว --- หลังจากแอบสังเกตท่าทีของเพื่อนสนิทนิสัยไม่ดีที่ดูแปลกไปจากทุกครั้งมาครู่ใหญ่ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ถูกหยิบขึ้นมาเปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตเมื่อเขาเองก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เช่นกัน แม้ว่าจะไม่มีการแจ้งเตือนใดๆปรากฏขึ้นมาแต่ห้องแชทที่เต็มไปด้วยข้อความสนทนาและเป็นเพียงห้องเดียวที่ตัวเองใช้สติกเกอร์ตัวการ์ตูนในแอพพลิเคชั่นไลน์ก็ยังคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขานั่งมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างชั่งใจ

 

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบแอบหลังเสา* (seen)

 

สติกเกอร์ตัวการ์ตูนกบสีเขียวเจ้าเดิมถูกกดส่งเข้าห้องแชทที่สิ้นสุดบทสนทนาไว้เมื่อคืนนี้ก่อนที่เจ้าของข้อความจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างเป็นกังวล เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้แม้แต่น้อย เขาจึงไม่รู้ว่า การส่งข้อความรายงานตัว มันจะดูตลกในสายตาของปาร์คจินยองหรือไม่ แม้ว่าเมื่อก่อนจะเคยส่งข้อความบอกเวลาเดินทางถึงจุดหมายตามที่อีกฝ่ายขอร้องก็จริง แต่กับวันนี้ที่ปาร์คจินยองไม่ได้บอกกล่าวอะไรทำให้เขารู้สึกไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก ตัวการ์ตูนรูปกบจึงถูกส่งไปลองเชิงแก้เก้อก่อน

 

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์นกโผล่ออกมาจากกำแพง*

 

ไปต่อไม่ถูกเลยวุ้ย

 

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบยืนตัวตรง* (seen)

Park Jinyoung (Junior) : เหงาหรือไงครับ

Im Jaebeom : เปล่า (seen)

Im Jaebeom : ผม (seen)

Im Jaebeom : ถึงแล้วนะ (seen)

Im Jaebeom : ปูซาน (seen)

 

คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวกุมขมับอย่างนึกโมโหตัวเองเมื่อลองอ่านข้อความที่ส่งไปอีกครั้งแล้วพบว่าแม้แต่คนส่งอย่างตัวเขาเองยังจับใจความอะไรแทบไม่ได้ สิ่งที่เขาพอจะจินตนาการได้ในตอนนี้จึงมีเพียงอย่างเดียวคือ ปาร์คจินยองคงกำลังหัวเราะขณะอ่านข้อความของเขาอยู่อย่างแน่นอน

 

Park Jinyoung (Junior) : ตอนนี้คุณแจบอมพอจะว่างไหมครับ ?

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบพยักหน้า* (seen)

 

R R R R ~

 

ฮัลโหลสถาปนิกหนุ่มกดรับสายโทรศัพท์จากคู่สนทนาที่โทรเข้ามาทันทีหลังจากเขากดส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนไปแทนคำตอบ

[ฮัลโหล คุณแจบอมได้ยินผมไหมครับ ?]

ฮื่อ ผมได้ยิน

[อาทางนั้นเสียงดังจัง]

ผมพาเด็กๆมานั่งเล่นริมทะเลน่ะ คงจะเป็นเสียงลมล่ะมั้ง ถึงจะตอบอีกฝ่ายไปแบบนั้นแต่ภาพที่อยู่เบื้องหน้าของคุณพ่อแก๊งก้อนในเวลานี้กลับเป็นมนุษย์ก้อนจอมยุ่งที่วิ่งเล่นอยู่บนหาดทรายอย่างสนุกสนานขัดกันกับคำตอบของเขาโดยสิ้นเชิง

[แล้วเป็นยังไงบ้างครับ ที่นั่นน่ะ บรรยากาศดีใช่ไหมล่ะครับ]

ก็สวยกว่าที่คิดไว้เยอะเลยตอบกลับไปโดยไม่ได้คิดเอาใจคนฟังซึ่งเป็นคนในพื้นที่ แต่เพราะทิวทัศน์ที่สวยงามตรงหน้าทำให้เขากล้าตอบออกไปได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ไม่ได้กลับบ้านแบบนี้ คุณไม่เสียดายจริงๆหรือ ?

[ตอนแรกก็เสียดายอยู่หรอกครับ]

ตอนแรก ?

[ครับ ตอนแรก อ่า ไม่มีอะไรหรอกครับ] อีกฝ่ายรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา [แล้วพวกคุณทานมื้อเที่ยงกันหรือยังครับ ?]

ผมกับเด็กๆกินแล้วล่ะ เจย์ก็น่าจะกินแล้ว ส่วนวอนพิลผมไม่รู้ว่ามันตื่นหรือยัง

[ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าแถมยังขับรถตั้งหลายชั่วโมงคงจะเหนื่อยแย่เลยนะครับ]

ก็นิดหน่อยแจบอมว่า แล้วคุณล่ะ โทรมาหาผมแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า ?

[ถ้าผมบอกว่าโทรมาหัวเราะข้อความของคุณจะถือว่าเป็นธุระหรือเปล่านะ] ปลายสายหัวเราะคิกคักผิดกับคนฟังที่ได้แต่ก้มหน้าก้มตาขยำขากางเกงด้วยความอับอาย [ผมล้อเล่นครับ ความจริงแล้วผมแค่ขี้เกียจพิมพ์น่ะ ก็เลยคิดว่าถ้าโทรคุยกันแบบนี้น่าจะดีกว่า]

อือฮึ…”

[แล้วก็จะโทรมาขอบคุณด้วยน่ะครับ]

ขอบคุณ ? ขอบคุณเรื่องอะไรหรือคุณ ?

[อืมจะว่ายังไงดีล่ะครับ] ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง [จริงๆแล้วผมตั้งใจว่าจะส่งข้อความไปถามคุณแจบอมสักสี่โมงเย็นเผื่อว่าตอนนี้คุณจะนอนพักผ่อนอยู่ แต่ไม่คิดว่าคุณแจบอมจะส่งข้อความมาบอกก่อนน่ะครับ]

ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่คุณ ผมแค่ส่งข้อความไปหาคุณเท่านั้นเอง จะขอบคุณผมทำไมกัน

[มันอาจจะฟังดูหลงตัวเองไปหน่อยถ้าผมพูดแบบนี้…]

“…”

[สำหรับคนอื่นแล้ว การส่งข้อความรายงานตัวมันคงเป็นเรื่องปกติหรือเรื่องที่ควรจะทำ ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากรู้หรอกครับว่าในแต่ละวินาทีที่ผมกับคุณแจบอมไม่ได้อยู่ด้วยกันคุณกำลังคิดหรือทำอะไรอยู่ แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะบังคับหรือขอให้คุณรายงานอะไรให้ผมฟังตลอดเวลาเหมือนกัน]

“…”

[แต่พอเห็นข้อความที่คุณอุตส่าห์ส่งมาบอกว่าถึงที่พักแล้ว ผมก็…]

“…”

[ผมก็แค่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของคุณแจบอมน่ะครับ] เพื่อนบ้านนักศึกษาหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง [แต่ผมไม่ได้จะขอให้คุณแจบอมรายงานทุกเรื่องให้ผมรู้หลังจากนี้นะครับ คือเอ่อ…]

อย่าคิดมากสิคุณน้ำเสียงสั่นๆจากปลายสายทำให้เขาคาดเดาสภาพของอีกฝ่ายได้ไม่ยากว่าคงจะกำลังลนลานอยู่ ถ้าคุณคิดแบบนั้น ผมว่าผมคงเป็นคนหลงตัวเองมากกว่าคุณอีก

[ครับ ?]

ก็เหตุผลที่ผมส่งข้อความไปหาคุณน่ะ…” คุณพ่อร่างสูงลังเลที่จะพูดเล็กน้อย

[…]

ตอนที่ส่งผมก็คิดแค่ว่าถ้าบอกให้คุณรู้ คุณจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงผมเป็นอีกครั้งที่เขากำลังทำตัวไม่ถูกเพราะคำพูดของตัวเอง อย่าใส่ใจเลยคุณ ผมก็แค่…”

[ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแจบอม] ปลายสายตอบพลางหัวเราะเบาๆ [ผมก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้วล่ะครับ นอนก็ดึกแถมตื่นแต่เช้าอีก แต่พอรู้ว่าพวกคุณไปถึงที่พักแบบปลอดภัยดีผมก็สบายใจแล้วครับ]

อืม…”

 

กำแพงแห่งความเงียบค่อยๆก่อตัวขึ้นระหว่างบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองคนอีกครั้ง ดวงตาเรียมคมทอดมองเกลียวคลื่นในท้องทะเลสลับกับสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนที่ลงไปนอนกลิ้งกลุกๆบนหาดทรายจนเลอะเทอะมอมแมมไปทั้งตัวแม้ว่าในหัวจะคิดอะไรต่อมิอะไรยุ่งเหยิงไปหมด

 

ผมก็แค่รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นคนสำคัญของคุณแจบอมน่ะครับ

 

คนสำคัญเหรอ?

 

คุณ ยังอยู่หรือเปล่า ?ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงหลังพยายามคิดหาคำตอบบางอย่างให้ตัวเองอยู่เกือบสองนาที

[อยู่ครับ คุณแจบอมมีอะไรหรือเปล่าครับ]

ที่คุณบอกว่าเป็นคนสำคัญน่ะ…”

[อาอย่าสนใจเลยครับ คือเรื่องนั้นผมไม่…]

ผมไม่รู้หรอกว่าคำว่า คนสำคัญ ที่คุณพูดถึงมันมีความหมายว่าอะไร แต่ถ้ามันรวมเรื่องที่ผมอยากบอกให้คุณรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังทำอะไรกับตอนที่ผมคือ…”

[…]

ผมแค่คิดว่าตัวเองรู้สึกดีใจตอนที่ได้ยินคุณบอกว่าเป็นห่วงผมน่ะคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเหลือบมองซ้ายขวาขณะเรียบเรียงคำพูดก่อนจะคว้ามวลสารกลมก้อนของเจ้าลูกหมีอ้วนที่นั่งดูดน้ำมะพร้าวอยู่ข้างๆกันมาเป็นตุ๊กตาระบายความเก้อเขินผมไม่รู้ว่าจะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดให้คุณเข้าใจยังไงดี อ่า…” แต่จนแล้วจนรอดสิ่งที่คิดจะพูดก็พังลงไม่เป็นท่าอยู่ดี

 

ช่างเถอะ ไอ้ที่เขาคิดๆไว้มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

 [ไปทะเลแค่เดี๋ยวเดียวก็เมาแดดแล้วหรือไงครับ ?] เป็นคำตอบที่ฟังดูเหมือนค่อนขอดแต่เขาก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเองอยู่ [ผมไม่คุยกับคุณแล้ว ไปทำงานดีกว่า]

อู้งานจนหายเหนื่อยแล้วล่ะสิ หึ…”

[ไม่อยากจะบอกว่าผมอู้งานมาตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับ] ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงติดกวนประสาทเล็กน้อย [งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ คุณแจบอมก็พาเด็กๆไปพักผ่อนเถอะครับ ไว้คืนนี้ผมค่อยไป ป่วน คุณอีกรอบก็แล้วกัน]

หืม ?เลิกคิ้วอย่างนึกสงสัยเมื่อได้ยินคำคำหนึ่งถูกผู้พูดเน้นหนักเป็นพิเศษ

[อ๋อ ผมหมายถึงโทรไปหาหรือไม่ก็ส่งข้อความน่ะครับ]

 

อาดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะระแวงปาร์คจินยองมากเกินไปจริงๆ

 

ฮื่อ เข้าใจแล้ว ถ้างั้นก็ตั้งใจทำงานนะคุณ

[ครับ บ๊ายบาย]

 

หลังจากวางสายโทรศัพท์แล้ว แจบอมก็ทยอยเก็บเศษขยะจากการรับประทานอาหารกลางวันบนผืนเสื่อ จากนั้นค่อยเรียกมนุษย์ก้อนลูกเป็ดที่กำลังวิ่งเล่นกันบนชายหาดให้เตรียมตัวกลับบ้านพัก หกพ่อลูกช่วยกันม้วนเสื่อและถือถุงขยะไปทิ้งโดยไม่ลืมสั่งให้พวกเด็กๆวางเปลือกหอยที่ช่วยกันเก็บมาหวังจะนำไปเป็นของที่ระลึกไว้บนหาดทรายตามเดิมเพื่อไม่ให้ธรรมชาติเสียสมดุล

 

เสียดายจังเลยน้า แบบนี้แจ็คสันก็ไม่ได้เอาหอยสวยๆไปให้พี่จีนยองดูน่ะซี่เด็กน้อยผมทองมองเปลือกหอยสีสวยบนฝ่ามือด้วยความเสียดาย

ไม่เป็นไรหรอก ไว้ฉันจะพาไปดูของฝากแถวนี้แทนก็แล้วกันคุณพ่อแก๊งก้อนเจรจากับเจ้าตัวเล็กที่จู๋ปากทำหน้าจ๋อยจนดูน่าสงสารอย่างใจเย็น ถ้านายเอาเปลือกหอยไปแบบนี้ พวกปูก็จะไม่มีบ้านอยู่นะ

แบบนี้ถ้าคุณปูไม่มีบ้าน คุณปูก็จะต้องหนาวมากแน่ๆเลยใช่ไหมแด๊ดดี้เจ้าก้อนแก้มอวบถามด้วยความไร้เดียงสาตามประสาเด็กอนุบาล

ไม่เอาอ่า แบมแบมไม่อยากให้จาจาเก็บหอยแล้ว จาจาคืนบ้านให้คุณปูเถอะน้า

อื้อ ! แจ็คสันจะคืนบ้านให้คุณปูก็ได้ แต่ทุกคนห้ามโป้งแจ็คสันนะ

แจ็คสันใจดีมากเลย เย้ ~

 

เสียงปรบมือแปะๆจากเหล่ากองเชียร์ไซส์มินิกับเปลือกหอยในมือกลมอวบที่ถูกวางลงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะแสดงความรู้สึกเสียดายออกมาผ่านสายตา แจบอมจึงอุ้มเจ้าก้อนวายร้ายขึ้นมาขี่คอตัวเองแทนโดยคิดเองเออเองว่าน่าจะเป็นรางวัลปลอบใจให้แจ็คสันได้บ้าง ซึ่งสิ่งที่เขาคิดไว้ก็ไม่ได้คาดเคลื่อนไปจากความจริงเท่าไหร่นักเมื่อเจ้าก้อนวายร้ายยิ้มร่าอย่างมีความสุข ก่อนจะจูงมือเด็กน้อยที่เหลือเดินกลับบ้านพักเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้

 

พาเด็กๆไปเล่นทรายมาเหรอ มอมแมมเชียว วอนพิลที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านเอ่ยทักเมื่อเห็นพวกเขากลับมา

อือ เด็กๆอยากเล่นก็เลยพาไป แจบอมตอบ ว่าแต่มึงเถอะ เพิ่งสี่โมงกว่าเอง จะรีบอาบน้ำแต่งตัวไปไหนวะ ตื่นเต้นแทนเจ้าสาว ?จากนั้นจึงถามต่อเมื่อพบว่าเพื่อนสนิทที่เพิ่งขอตัวไปพักก่อนหน้านี้แต่งตัวด้วยชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกับกางเกงขายาวสีดำ พาดเสื้อสูทตัวนอกซึ่งเป็นสีเดียวกันไว้บนแขนข้างหนึ่ง ทั้งยังจัดแต่งทรงผมเรียบร้อยแล้วอีกด้วย

พอนอนอยู่ในบ้านเฉยๆกูก็เบื่อเลยกะว่าจะไปทักทายเพื่อนคนอื่นที่โรงแรมสักหน่อย มึงค่อยพาเด็กๆตามไปทีหลังพร้อมไอ้แว่นแล้วกัน กูขอล่วงหน้าไปก่อนนะ พอดีนัดพวกซานะไว้ที่ล็อบบี้โรงแรมตอนสี่โมงครึ่ง เดี๋ยวจะไม่ทัน

 

แจบอมแค่พยักหน้าตอบแต่ก็มองตามหลังจนกระทั่งเพื่อนสนิทเดินออกจากบ้านพักไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนอีกคนซึ่งนั่งอยู่บนชิงช้าหน้าบ้านซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ทว่า มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่วอนพิลจะไม่หันไปพูดคุยด้วยเพราะอีกคนที่ว่านั้นยังคงคุยโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิมจนแจบอมอดแปลกใจไม่ได้

 

จำได้ว่ามันคุยโทรศัพท์แบบนี้มาเกือบหนึ่งชั่วโมงแล้ว ป่านนี้ยังไม่วางสายอีกหรือไงหว่า ?

 

โชคดีที่เจฮยองหันมาเห็นพวกเขาก่อนจึงไม่ต้องเข้าไปขัดจังหวะบทสนทนาของเพื่อนสนิท แต่ก็ทำได้เพียงสื่อสารกันด้วยภาษามือและใช้การพยักหน้าแทนคำตอบรับคุยกันจนได้ใจความว่าให้เขาจัดการกับตัวเองและพวกเด็กๆให้เรียบร้อยส่วนตัวเองจะตามเข้าไปทีหลัง

วันหยุดพักผ่อนในต่างจังหวัดไม่ได้หมายความว่าแจบอมจะมีสิทธิ์พักผ่อนจากการเลี้ยงเด็กอนุบาลที่ซนแสบกันทุกคนแต่อย่างใด ความวุ่นวายในการจับบรรดาลูกลิงจอมยุ่งไปอาบน้ำยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับแจบอมเสมอ ยิ่งกับห้องน้ำในบ้านพักริมทะเลสุดหรูที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ติดกับหน้าต่างที่สามารถมองเห็นชายหาดด้านนอกได้ด้วยแล้ว แจบอมก็ยิ่งเหนื่อยเป็นสองเท่าเพราะต้องจับคนนั้นทีคนนี้ทีที่ผลัดกันแปลงร่างเป็นลิงโลดกระโดดลงอ่างจนหอบจับ

จะว่าไปเจ้าพวกนี้ก็เริ่มผมยาวกันแล้ว --- แจบอมครุ่นคิดขณะที่มือทั้งสองข้างละเลงแชมพูลงบนศีรษะกลมโป๊งเหน่งของเจ้าก้อนแฮมสเตอร์ผมปอยชมพูและสัมผัสได้ว่าเส้นผมของเจ้าตัวยุ่งเริ่มเต็มไม้เต็มมือของเขามากขึ้นหากเทียบกับเมื่อก่อน

 

ไว้ค่อยไปใช้บริการร้านตัดผมใต้คอนโดก็แล้วกัน

 

หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วก็ออกมาช่วยกันแต่งตัวด้วย ชุดหล่อ ที่พวกเด็กๆลงมติร่วมกันเมื่อเช้านี้ตอนที่เขากำลังจัดกระเป๋าเดินทาง เสื้อเชิ้ตคอปกแขนสั้นสีขาวสะอาดคู่กับเอี๊ยมขาสั้นสีดำเสริมด้วยโบว์หูกระต่ายสีดำที่คอ ก่อนจะพากันหมุนตัวส่องกระจกอย่างพึงพอใจกับชุดหล่อของวันนี้

 

อุหวา ~ วันนี้แด๊ดดี้จ๊าบอีกแล้วล่ะจากนั้นเจ้าก้อนลูกหมีก็เดินเข้ามายืนเคียงข้างคนเป็นพ่อที่กำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก

นั่นซี่ แต่ว่าแด๊ดดี้ใส่ชุดเหมือนพิลลี่เปี๊ยบเลยน้า แด๊ดดี้แอบจิ๊กชุดพิลลี่หรอ ?

ไม่ใช่สักหน่อยเป็นอีกครั้งที่แจบอมถอนหายใจให้กับความคิดแปลกๆของเจ้าก้อนวายร้าย

 

แค่ใส่ชุดสูทเหมือนกันเฉยๆต่างหากเฟ้ย !

 

โดยปกติแล้วชุดสูทสีดำสนิทซึ่งเป็นชุดทางการเพียงชุดเดียวที่มีอยู่ในตู้เสื้อผ้าจะถูกนำออกมาใช้ในงานพิธีที่เป็นทางการหรือการพบลูกค้ารายสำคัญ (แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ค่อยได้ใส่ชุดแบบนี้อยู่ดี อย่างมากก็แค่ใส่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงขายาวที่ดูเรียบร้อยเป็นทางการเท่านั้น) ดังนั้น งานแต่งงานของเพื่อนสาวสมัยเรียนมหาวิทยาลัยก็นับว่าเป็นงานสำคัญที่ทำให้แจบอมยอมรื้อตู้เสื้อผ้าและบรรจงพับชุดสูทตัวเก่งใส่กระเป๋าเดินทางเป็นอย่างดี รวมถึง

 

แด๊ดดี้ๆ แบมแบมอยากทำผมหล่อๆแบบแด๊ดดี้บ้าง แด๊ดดี้ทำผมให้แบมแบมหน่อยน้า น้า ~

 

เจ้าก้อนผมปอยชมพูที่เรียกร้องขอให้เขาใช้เจลแต่งผมจัดแต่งเรือนผมนุ่มนิ่มของตัวเองอย่างออดอ้อน เนื่องจากผมหน้าม้าที่ยาวจนบดบังทัศนวิสัยในการมองอยู่บ่อยๆ เขาจึงคิด(เอาเอง)ว่า การใส่ชุดสูทไปร่วมงานในสภาพที่ปล่อยผมปรกหน้ารุงรังแบบนี้คงจะไม่ดีเป็นแน่ เจลแต่งผมคู่ใจที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้นำมาใช้จึงกลายเป็นไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับวันนี้ ผมด้านหน้าทั้งหมดถูกเก็บขึ้นทั้งหมดโดยใช้เจลช่วยจัดแต่งให้ผมอยู่ทรงพอให้มีสภาพเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง

 

อุ๊ตะ ! นั่นหน้าผากหรือลานจอดเฮลิคอปเตอร์ กว๊าง ~ กว้าง

 

แม้จะต้องแลกมาด้วยเสียงระเบิดหัวเราะกับรอยยิ้มชั่วร้ายของเพื่อนสนิทนิสัยเสียที่เดินเข้ามาในห้องนอนของพวกเขาหลังจากที่อีกฝ่ายแต่งตัวทำผมเรียบร้อยแล้วแม้ว่าจะอาบน้ำคนสุดท้ายก็ตาม แต่ด้วยสถานะผู้ชายตัวคนเดียวที่ไม่ต้องคอยช่วยเหลือเด็กวัยอนุบาลเช่นเดียวกันกับเขาทำให้มันมีเวลามาแกล้งแซวเขาอย่างในตอนนี้

 

เกลียด ฉิบ หาย !

 

เพราะเป็นคำล้อเลียนที่เขาได้ยินมาแต่ไหนแต่ไร เรียกได้ว่าแทบทุกครั้งที่เขาต้องใส่ชุดสูทและทำผมทรงดังกล่าวไปร่วมงานพิธีทำนองนี้ก็คงจะไม่ผิดนัก เป็นเหตุให้เขาได้ส่งสายตาเขม่นใส่ไอ้แว่นปากร้ายอยู่เป็นประจำ

 

แต่งตัวจัดเต็มกันขนาดนี้ ใจคอกะจะหล่อเกินหน้าเกินตาเจ้าบ่าวกันทั้งพ่อทั้งลูกเลยไง้ ?

 

ทั้งยังเอ่ยปากแซวคุณพ่อร่างสูงที่กำลังตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและใช้เจลแต่งผมให้เจ้าตัวเล็กทีละคนอย่างอารมณ์ดีก่อนจะวิ่งเข้าไปฟัดหลานชายตัวน้อยคนนั้นทีคนนี้ทีจนส่งเสียงหัวเราะคิกคักกันถ้วนหน้า

 

แจ็คสันผมยาวขึ้นหรือเปล่าน่ะ ?คุณอารูปหล่อเอ่ยแจ็คสันซึ่งเป็นคิวสุดท้ายที่ยืนตัวตรงรอให้ผู้เป็นพ่อเนรมิตทรงผมสุดหล่อด้วยแววตาเป็นประกาย

ไม่ใช่แค่แจ็คสันหรอกมึง ตอนนี้ผมเริ่มยาวกันหมดทุกคนแล้ว ไว้กลับโซลแล้วค่อยพาไปตัดแจบอมตอบทั้งที่ยังง่วนอยู่กับการคิดทรงผมให้เด็กน้อยตรงหน้า และมันก็ค่อนข้างยากพอสมควรเมื่อเห็นเส้นผมสีทองของเจ้าตัวแสบยาวจนปิดคิ้วเกือบหมดแล้ว

ตี๋ มึงมองข้ามอะไรไปหรือเปล่า ?

“’ไรวะ ?

มึงบังอาจลืม พี่เจย์บาร์เบอร์คนนี้ได้ยังไงวะ !?!”

 

สิ้นสุดคำพูดของเพื่อนสนิทนิสัยไม่ดี สถาปนิกหนุ่มผู้เคยมีประสบการณ์ใช้บริการ พี่เจย์บาร์เบอร์ ที่ว่าก็รีบลุกขึ้นยืนขวางเหล่ามนุษย์ก้อนโมจิอย่างรวดเร็ว ผู้เป็นพ่อรัวส่ายศีรษะอย่างไม่คิดชีวิตผิดกับชายหนุ่มอีกคนที่นอกจากจะไม่สนใจปฏิกิริยาของแจบอมแล้ว เจ้าตัวยังเดินออกจากห้องนอนของเขาไปก่อนก็จะกลับมาอีกครั้งพร้อมกับ อาวุธสังหาร ในมือ

 

ไอ้แว่นน่ะหรือลองถ้ามันจับกรรไกรตัดผมเมื่อไหร่ คนรอบข้างบรรลัยทุกทีสิน่า !

 

หยุดความคิดถลนๆของมึงแล้ววางกรรไกรลงเดี๋ยวนี้เลยแจบอมชี้หน้าออกปากสั่งคุณอารูปหล่อที่แสบสันไม่ต่างจากเจ้าตัวเล็กอย่างไม่เกรงกลัว

เออน่า เรื่องนั้นมันก็ผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว ตอนนี้กูโปรแล้วโว้ย รับรองว่าถ้ากูตัดผมให้หลานเสร็จมึงจะต้องถอนคำพูด !” เจฮยองตอบอย่างมั่นใจ ส่วนคนฟังก็เริ่มมีท่าทีลังเลเมื่อได้ยินเพื่อนสนิทโปรยคำโฆษณาชวนเชื่อ แต่ก็ใช่ว่าจะไว้ใจไปเสียหมด

 

จะให้เขาไว้ใจไอ้แว่นได้อย่างไร ในเมื่อทั้งเขาและไอ้วอนพิลต้องกลายมาเป็น มนุษย์เห็ดหอม เดินเรียนในมหาวิทยาลัยจนถูกเพื่อนและรุ่นพี่ร่วมคณะล้อเลียนเป็นเวลาเกือบสองเดือนกว่าทรงผมจะกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิมเพราะฝีมือของไอ้เพื่อนสนิทตัวดีที่กำลังโฆษณากิจการของตัวเองอย่างมั่นอกมั่นใจ เนื่องจากช่วงที่ทำโปรเจคต์ตอนนั้นพวกเขาไม่มีเวลาไปตัดผม ครั้นจะทำทรงแอ๊ปเปิ้ลบ่อยๆเขาก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก

 

ไอ้นู่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา งั้นพวกมึงจะตัดผมตอนนี้เลยไหมล่ะ

จะตัดยังไงวะไอ้แว่น ตีสามแบบนี้มึงคิดว่าช่างตัดผมเขาจะแหกขี้ตามาเปิดร้านให้ไง้ ?

เดี๋ยวกูตัดให้

ไม่ดีมั้งมึง กูขอผ่านดีกว่า ถ้าจะตัดก็ตัดไอ้ตี๋คนเดียวไป๊ !’

มึงอย่าเรื่องมากเลยวอนพิล แค่เล็มหน้าม้าเฉยๆ อย่างมากก็แค่เบี้ยวนิดหน่อย ช่างแม่งเหอะ ดีกว่าปล่อยให้ผมทิ่มตาอยู่แบบนี้ กว่าจะปั่นโมเสร็จคงตาบอดกันพอดี

เออ ก็ได้ๆ

ตัดเลยไอ้แว่น เร็วๆนะมึง จะส่งงานมะรืนนี้อยู่แล้ว

 

ทว่า จะโทษว่าเป็นความผิดของมันคนเดียวก็คงไม่ถูกนัก เพราะความผิดพลาดอันร้ายแรงซึ่งเป็นที่มาของทรงผมเห็ดหอมของเขากับวอนพิลส่วนหนึ่งมาจากความขี้รำคาญของเขาเองที่ทนให้ผมหน้าม้าทิ่มตาต่อไปไม่ไหวและเอ่ยปากขอให้เจฮยองตัดผมให้ในคืนนั้น

 

ไอ้เหี้_แว่น !!!!!!! ทรงห่_อะไรของมึงเนี่ย !!!!!!!!!’

 

นับว่าเป็นความทรงจำอันเลวร้ายในช่วงอายุยี่สิบปีที่เขาและวอนพิลต้องใช้ชีวิตร่วมกับทรงผมเห็ดหอมที่นอกจากหน้าม้าจะตรงเป็นแนวเดียวกันแล้ว ไอ้ช่างตัดผมนิสัยเสียก็ยังจัดการซอยผมให้พวกเขาแบบเสร็จสรรพจนกลายเป็นมนุษย์เห็ดหัวกลมบ๊อก แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางยอมให้ผู้ร้ายพ้นผิดอย่างลอยนวล บทสรุปทั้งหมดจึงจบลงด้วยการที่วอนพิลซึ่งหัวเสียยิ่งกว่าเขาจับไอ้แว่นมาตัดผมทรงเดียวกัน กลายเป็นสามสหายหัวเห็ดให้คนอื่นแซวกันสนุกปากอยู่พักใหญ่

 

แจ็คสัน อยากให้อาตัดผมให้ไหม รับรองว่าหล่อเฟี้ยวกว่าพ่อเราตอนนี้อีกนา

จริงหรออาเจย์ !?!” แต่เจ้าก้อนวายร้ายกลับไม่ได้คิดแบบเดียวกับคุณพ่อผู้มากประสบการณ์สักนิด เด็กน้อยวิ่งกระโดดโลดเต้นเมื่อได้ยินข้อเสนอที่น่าสนใจ อาเจย์จะทำผมจ๊าบๆให้แจ็คสันหรอ ?

แจ็คสัน ฉันว่า…”

เอาน่ามึง กูสัญญาว่ารอบนี้จะไม่ทำให้หลานกลายเป็นเห็ดแล้ว ไว้ใจกูหน่อยสิวะเจฮยองตบบ่าปุๆ เมื่อกี๊นี้กูก็เพิ่งเล็มผมหน้าตัวเองไป เห็นมะ ?ก่อนจะสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเองด้วยการชี้ลงบนผมหน้าของตัวเองที่มีความเปลี่ยนแปลงเพื่อรีวิวกิจการเสริมของตน

หูว ~ แด๊ดดี้ แจ็คสันอยากทำผมแบบอาเจย์บ้าง อาเจย์ทำให้แจ็คสันหน่อยน้า น้า ~

มึงสบายใจได้ไอ้ตี๋ งานนี้กูตัดให้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เค้ ?

กูไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นโว้ย !” แจบอมโวย แต่ก็ช้ากว่าเจฮยองที่คว้ากรรไกรที่ตนพกมาด้วยขึ้นมาควงเล่นเสียแล้ว

เอาล่ะแจ็คสัน ยืนตัวตรง นิ่งๆ แล้วก็หลับตาด้วยนะ

ได้ซี่อาเจย์

ไอ้เชี่ยแว่น !” นอกจากจะโดนทั้งเพื่อนสนิทนิสัยเสียและลูกชายตัวแสบเมินคำพูดของตัวเองแล้ว คุณอาหนุ่มก็ยังใช้ปลายกรรไกรตัดเส้นผมของหลานชายตัวน้อยอย่างบรรจง คุณพ่อลูกเป็ดที่ไม่สามารถทัดทานอะไรได้จึงต้องจับตามองเฝ้าระวังความปลอดภัยของเจ้าก้อนวายร้ายอย่างใกล้ชิดร่วมกับชาวแก๊งโมจิอีกสี่ชีวิตที่อยู่ในอ้อมแขนตน

ม้ากคึก็อยากให้อาเจย์ตัดผมบ้างจังเลยน้า ต้องจ๊าบมากแน่ๆเลยเนอะยองแจน

นั่นซี่ ยองแจนอยากให้อาเจย์ตัดผมทรงแด๊ดดี้ให้ยองแจนเหมือนกันน้า

งือกรรไกรน่ากลัวจังเลย แด๊ดดี้ จาจาไม่เจ็บหรอ ?

อาเจย์ตัดผมเก่งเหมือนคุณตาที่ตัดผมให้แด๊ดดี้เลยน้า อาเจย์ตัดผมให้คยอมด้วยซี่

 

ฉับ ฉับ ฉับ ! --- เสียงกรรไกรที่ถูกสับลงบนเส้นผมของเจ้าตัวเล็กครั้งแล้วครั้งเล่ากับเศษผมบนพื้นยิ่งทำให้คุณพ่อสถาปนิกจ้องมองช่างตัดผมจำเป็นไม่วางตา แต่จากความไม่ไว้วางใจในตอนแรกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความโล่งใจเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 

ทาด๊า ~ เปิดตัวทรงผมยอดนิยมประจำปีนี้นะจ๊ะ

ไอ้เหี้_แว่น มึงทำอะไรกับลูกกูเนี่ย !?!”

 

เสียเมื่อไหร่ล่ะโว้ย !?!

 

ทุกสิ่งที่ทุกอย่างที่กล่าวมาก่อนหน้านี้กลายเป็นเพียงเรื่องโกหกเมื่อเจฮยองวางกรรไกรลงบนโต๊ะก่อนจะหมุนร่างกลมปุ๊กลุกของเจ้าก้อนวายร้ายเพื่ออวด ทรงผมยอดนิยมประจำปี ที่เจ้าตัวบอกให้สมาชิกในครอบครัวดู และทรงผมม้าเต่อที่เรียงเส้นเป็นระเบียบอยู่เหนือหน้าผากของเด็กน้อยก็ทำให้ผู้เป็นพ่อแทบลมจับ

 

วินาทีนี้คำว่าเกลียดคงไม่พอแล้วล่ะโว้ย !

 

อุหวา ~ แจ็คสันเหมือนอัลปาก้าเลย

จริงด้วยน้า คิกคิก

เน่ ~ ทุกคนอย่าหัวเราะแจ็คสันกันซี่ !”

 

ไม่ใช่เพียงแค่แจบอมที่กลุ้มใจกับทรงผมม้าเต่อของพี่รองแก๊งก้อน เพราะแม้แต่เจ้าตัวก็เริ่มเบะปากทำหน้าราวกับจะร้องไห้เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากบรรดาพี่น้องที่พากันหัวเราะคิกคักกับทรงผมฝีมือคุณอาเพื่อนพ่อ ทั้งยังปีนเก้าอี้ขึ้นไปส่องกระจกด้วยความร้อนรนใจ

 

ว้ารายนี้ก็พลาดอีกแล้วแฮะ อุตส่าห์มั่นใจว่าไม่น่าพลาดแล้วเชียว ตอนตัดผมให้ตัวเองมันก็พอดีนะ ทำไมตัดให้หลานแล้วเป็นงี้ว้า

มึงเห็นลูกหลานเพื่อนเป็นหนูทดลองหรือไงโว้ย !?!”

ของแบบนี้มันก็ต้องลองกับคนใกล้ตัวหรือเปล่าวะ อีกอย่าง กูไม่ใช้มึงกับไอ้วอนพิลเป็นหนูทดลองก็บุญแล้ว อย่างน้อยเวลาเด็กตัดทรงม้าเต่อก็ไม่เด๋อเหมือนพวกเราหรอก

 

ครั้นจะทะเลาะกันไปก็ไม่ได้ทำให้ทรงผมของแจ็คสันกลับมาเป็นเหมือนเดิม แจบอมจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกพร้อมให้สัญญากับตัวเองอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีวันเข้าไปยุ่มย่ามกับเพื่อนสนิทตัวดีเวลามีกรรไกรในมืออีกต่อไป ก่อนจะหันไปสั่งให้เจ้าตัวแสบอีกสี่คนที่กำลังพูดถึงทรงผมใหม่ของแจ็คสันให้ยุติบทสนทนาทั้งหมดแล้วจึงค่อยเจรจากับเจ้าตัวเล็กที่เริ่มน้ำตาคลอเพราะเสียความมั่นใจกับผมทรงใหม่

 

ไว้กลับบ้านเมื่อไหร่ฉันจะพาไปตัดผมใหม่ก็แล้วกัน อดทนหน่อยนะชายหนุ่มลูบผมเด็กน้อยเบาๆแทนคำปลอบใจ

แจ็คสันเหมือนอัลปาก้าจริงๆหรอแด๊ดดี้ อึกเมื่อกี๊คยอมบอกว่าแจ็คสันเหมือนอัลปาก้าล่ะ แจ็คสันไม่อยากเป็นอัลปาก้านะแด๊ดดี้

ก็ไม่นี่ แจบอมส่ายศีรษะ ฉันว่ามันก็เท่ไปอีกแบบนะทั้งยังพูดชมเพื่อให้เจ้าตัวแสบกังวลน้อยลง

 

โอเค เขายอมรับก็ได้ว่ามันค่อนข้างแปลกตาจนดูตลกนิดหน่อย แต่เวลาเด็กทำทรงนี้มันก็ไม่ได้แย่มากเหมือนที่ไอ้แว่นพูดจริงๆนั่นล่ะ

 

จริงหรอแด๊ดดี้ แด๊ดดี้ไม่ได้โกหกแจ็คสันใช่ไหม !?!” เด็กน้อยเริ่มตาลุกวาว แจ็คสันเชื่อแด๊ดดี้น้า แด๊ดดี้สัญญาซี่ว่าไม่ได้โกหกแจ็คสันก่อนจะยกนิ้วก้อยเล็กจิ๋วขึ้นมาทำสัญญา

ฮื่อ…” คุณพ่อร่างสูงส่งนิ้วก้อยของตัวเองไปทำสัญญาอย่างไม่ลังเล

เดี๋ยวนี้ทำตัวสตรอว์เบอร์รี่เป็นแล้วหรือจ๊ะและตัวการที่แท้จริงก็ยื่นหน้ามากระซิบพอให้ได้ยินกันสองคนด้วยน้ำเสียงที่ชวนให้คนฟังรู้สึกหงุดหงิดเป็นที่สุด แต่ถือว่าเป็นการสตรอว์เบอร์รี่ในทางที่ดี เพราะงั้นกูจะทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน

สั_ ! มึงนั่นแหละตัวดีเลย

เออ ช่างเถอะๆ ห้าโมงกว่าแล้ว ไปโรงแรมกันดีกว่า ป่านนี้เจ้าสาวคนสวยคงแต่งตัวเสร็จแล้ว แกนนำองครักษ์พิทักษ์ไอรีนแบบกูต้องไปดูให้ชื่นใจสักหน่อย

 

ทั้งเจ็ดคนตรวจตราความเรียบร้อยของชุดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เพื่อนสถาปนิกของแจบอมจะสวมเสื้อสูทแล้วจูงมือหลานชายตัวน้อยเดินนำหน้าออกจากบ้านพักไป หากแต่คุณพ่อลูกเป็ดกลับยืนถอนหายใจขณะมองภาพสะท้อนตนเองในกระจกเงา แม้ว่าจะจัดแต่งทรงผมและแต่งตัวเรียบร้อยดี ขาดเพียงแต่ใส่เสื้อสูทคลุมทับเท่านั้น แต่เป็นเพราะเครื่องประดับอีกหนึ่งชิ้นที่อยู่ในมือต่างหากที่ทำให้แจบอมยังคงยืนมองอย่างชั่งใจ

 

ไม่อยากใส่เลยว่ะ

 

ไอ้ตี๋ อย่าอู้สิโว้ย !”

เออๆ

 

สุดท้ายก็จำใจยัดเครื่องประดับในมือใส่กระเป๋ากางเกง พาดเสื้อสูทไว้บนบ่าแล้วเดินออกจากบ้านพักเพื่อมุ่งหน้าไปยังอาคารโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงานของวันนี้ ระหว่างทางพวกเขาก็ได้เดินสำรวจรอบๆที่พักและได้รับรู้ว่า ด้วยขนาดพื้นที่ที่แสนจะกว้างขวางและมีทำเลติดชายทะเล ที่พักแห่งนี้จึงตอบโจทย์บรรดานักท่องเที่ยวในประเทศและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก โดยมีรูปแบบห้องพักให้เลือกสรรอย่างหลากหลาย ทั้งห้องชุดโรงแรมที่แบ่งออกเป็นหลายขนาดหลายราคาตามแต่จำนวนคนและงบประมาณ ไปจนถึงบ้านพักริมชายทะเลสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่หรือคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และมันก็ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่า

 

บ้านพักติดทะเลราคาแพงแบบนี้ ถ้าไม่ใช่พี่หมอโบกอมเป็นคนจ่ายล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าเขาจะมีปัญญาพาเจ้าเปี๊ยกมาลั้ลลาที่นี่ !

 

อ๊ายยยยยยยยยยยยยย ~ ทูนหัวของเจ๊มาแล้ว !”

 

และทันทีที่พวกเขาเคาะประตูห้องหมายเลข 1146 ซึ่งอยู่ชั้นสิบเอ็ดของโรงแรมตามที่เพื่อนระบุไว้ในกรุ๊ปแชท เสียงหวีดร้องของใครคนหนึ่งที่เขาคุ้นเคยดีก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตู ก่อนที่ร่างเล็กจิ๋วของเจ้าก้อนลูกเป็ดที่ยืนอยู่ด้วยกันจะถูกฉุดเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว

 

อี เจ๊ จง - โว้ย !!!!!!!!!!!!!!”

 

ฟอด ! --- ริมฝีปากและปลายจมูกซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเนื้อดีที่กดลงแก้มกลมๆของเจ้าตัวเล็กทำให้สถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนหน้าประตูส่งเสียงโวยวายหน้าตาตื่นออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ภาพที่เจ๊เพื่อนสาวซึ่งครั้งหนึ่งเคยไปช่วยงานคู่บ่าวสาวเช่นเดียวกับพวกเขากำลังสนุกสนานกับการไล่หอมแก้มเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทำเอาทั้งสองหนุ่มเกิดอาการผวาไปตามๆกัน

 

ฮื้ม ~ เกิดมาจะสามสิบปีเพิ่งรู้สึกชื่นใจ๊ชื่นใจก็วันนี้แหละค่ะ เด็กๆของเจ๊ตัวหอมเหมือนเดิมเลยนะ ไหน ยังจำเจ๊กันได้ไหมคะรูปหล่อ ?

จำได้ซี่ พี่จงงี่คนสวย แจ็คสันไม่ลืมหรอกน้า

แบมแบมก็ไม่ลืมพี่จงงี่คนสวยน้า เชื่อแบมแบมซี่

พี่จงงี่คนสวย พี่จงงี่คนสวย ~ ยองแจนก็จำพี่จงงี่คนสวยได้เหมือนกันล่ะ คิกคิก

พี่จงงี่คนสวย ?คุณพ่อแก๊งก้อนและคุณอารูปหล่อทวนชื่อแปลกๆที่ได้ยินออกมาพร้อมกัน

ใช่แล้วล่ะแด๊ดดี้ ก็ตอนนู้นพี่จงงี่คนสวยบอกให้คยอมเรียกพี่จงงี่คนสวยว่าพี่จงงี่คนสวยน่ะซี่

แล้วพี่จงงี่คนสวยก็บอกให้ม้ากคึเรียกว่าพี่จงงี่คนสวยของม้ากคึด้วยล่ะอาเจย์ พี่จงงี่คนสวยของม้ากคึชื่อจ๊าบจังเลยน้าเจ้าของชื่อเรียกหัวเราะคิกคักอย่างมีจริตเมื่อได้ยินที่พี่ใหญ่แก๊งก้อนตอบสองหนุ่มอย่างไร้เดียงสา

อีเจ๊จง !!! นี่เด็กอนุบาลนะโว้ย จะทำอะไรก็เกรงใจพ่อเขาบ้างเป็นครั้งแรกที่แจบอมนึกขอบคุณเพื่อนสนิทที่ใช้ความปากตะไกรของตัวเองเป็นกระบอกเสียงให้กับเขา เด็กๆ ต่อไปนี้ให้เรียกว่าอาจงฮยอนแทนนะ เข้าใจไหม ?

อีแว่น !!! อย่ามาเสี้ยมให้เด็กนิสัยเสียเหมือนแกเด็ดขาดนะยะ ชื่อจงฮยอนนั่นอนุญาตให้พ่อเรียกคนเดียวโว้ย !” หล่อนแหว ที่รักของเจ๊ เรียกพี่จงงี่คนสวยเหมือนเดิมน่ะดีแล้ว อย่าไปฟังตาลุงนิสัยไม่ดีนั่นเด็ดขาดเลยนะ

 

แจบอมต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการอดกลั้นไม่ให้ตัวเองหัวเราะกับเสียงทะเลาะของเพื่อนทั้งสองคนตรงหน้าที่กำลังโต้เถียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร สมกับเป็นสังเวียนของคนสองคนที่มีฝีปากจัดจ้านกันทั้งคู่ชวนให้คนฟังอยากจะหัวเราะและรู้สึกปวดหัวไปพร้อมๆกันเป็นที่สุด

 

อ้าว ตี๋ มึงยังไม่แต่งตัวอีกเหรอ ?ยืนฟังมวยฝีปากอยู่พักใหญ่ วอนพิลที่ล่วงหน้ามาก่อนก็โผล่หน้าออกมาจากประตูห้องข้างๆ แล้วพวกมึงสองตัวไปเสร่อเคาะห้องนั้นทำไม ผู้ชายเขาอยู่ห้องนี้กันเว้ย นั่นมันห้องแต่งตัวผู้หญิง

อ้าว ก็เห็นพวกมึงคุยกันในไลน์กลุ่มว่าอยู่ห้องนี้ กูก็เคาะตามที่พวกมึงบอกไงแจบอมเกาหัวแกร่กๆด้วยความไม่เข้าใจ

 

Sana SHASHASHA ! : ไอรีนแต่งตัวอยู่ที่ห้อง 1146 นะ (4.07 pm)

บาโรโอ้ลาล่า : ปล. ผู้ชายอยู่ 1147 นาจา อย่าเด๋อเข้าผิดห้องล่ะ คริคริ (5.34 pm)

 

โทรศัพท์มือถือถูกหยิบมาเปิดดูอีกครั้งและพบว่าพวกเขาเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อนไปเล็กน้อยจริงๆ อาจเป็นเพราะความเร่งรีบที่พวกเขารุดหน้ามายังโรงแรมจนไม่ได้อ่านข้อความอย่างละเอียด ทว่า เมื่อก้มลงดูนาฬิกาข้อมือแล้ว

 

ห้าโมงสามสิบห้านาที

 

ไอ้พวกเวร ! --- สถาปนิกหนุ่มตวัดตามองบรรดาเพื่อนผู้ชายประมาณหกถึงเจ็ดคนที่ตัวเองคุ้นหน้าดีเนื่องจากทุกคนล้วนเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยซึ่งโผล่หน้าออกมาจากประตูห้อง ความรู้สึกเก้อเขินที่มาเคาะประตูผิดห้องในตอนแรกกลายเป็นความโมโหปนหมั่นไส้เมื่อได้เห็นสีหน้าเย้ยหยันจากเพื่อนสมัยเรียนที่กำลังระเบิดหัวเราะใส่เขากับเจฮยองราวกับจงใจแกล้งพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

คราวหน้าค่อยไลน์มาบอกตอนส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหอก็ได้นะไอ้ห่_” เป็นอีกครั้งที่ฝีปากของเจฮยองได้พูดทุกอย่างที่แจบอมคิดไว้

เออน่ะ ล้อเล่นขำๆระหว่างรอเจ้าสาวแต่งตัวไงมึง มาๆ เข้ามานั่งคุยกันก่อน ไม่ได้เจอกันตั้งนาน โดยเฉพาะไอ้ตี๋นี่หายหัวไปเลยเพื่อนชายคนหนึ่งกวักมือเรียกเชื้อเชิญทั้งสองคน

ช้าก่อน !” แต่ฝ่ามือของเพื่อนอีกคนในห้องก็ยกมือขึ้นห้ามขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าห้องหลังฝากฝังเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทั้งหลายไว้กับเจ๊เพื่อนสาวที่ขอยืมตัวพวกเด็กๆไปเล่นแก้เหงาอีกห้องแล้วไอ้แว่น มึงเข้ามาก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกเจฮยองที่ยืนอยู่ด้านหลังให้แซงหน้าเขาเข้าห้องไปก่อน

อ้าว แล้วกู ? ไม่มีเสียงตอบรับจากบรรดาเพื่อนฝูงที่ยืนเกาะกลุ่มอยู่หน้าประตูห้อง หากแต่ทั้งหมดกลับสุมหัวจับกลุ่มคุยกันโดยกันแจบอมออกจากวงสนทนาดังกล่าว

 

เมื่อเช้าโดนกีดกันอย่างไร ตอนเย็นก็โดนกีดกันเหมือนเดิม พับผ่าสิ !

 

ยืนตัดพ้อในใจได้เพียงครู่เดียว ทุกคนก็หันหน้ากลับมามองเขาอีกครั้งโดยมีเพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินมาที่โรงแรมด้วยกันอย่างเจฮยองยืนอยู่ด้านหน้ากลุ่มพลางกอดอกยิ้มแป้นแล้นที่แจบอมสามารถแปลออกได้คร่าวๆว่า สิ่งที่ทุกคนคุยกันเมื่อครู่นี้คงไม่ใช่เรื่องดีกับเขาเท่าไหร่นัก

 

จากการประชุมเมื่อครู่นี้ ทางเราได้มีมติร่วมกันว่าห้องนี้อนุญาตให้เฉพาะคนที่แต่งตัวเรียบร้อยเข้าได้นาจาเจฮยองอธิบายด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความสนุกสนานที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

แล้ว ?แจบอมเลิกคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะก้มลงมองเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวของตัวเองที่ติดกระดุมครบทุกเม็ดและเก็บชายเสื้อใส่กางเกงเรียบร้อยดีทุกอย่าง

 

ก็เรียบร้อยดีไม่ใช่หรือไงหว่า ?

 

แล้วมึงเอาเสื้อสูทมาเช็ดปากตอนกินเลี้ยงหรือยังไงล่ะ ?วอนพิลพยักเพยิดหน้าไปยังเสื้อสูทสีดำตัวนอกซึ่งพาดอยู่บนบ่าของแจบอม

ช่วยแหกตาขีดๆอันน้อยนิดของมึงขึ้นมาดูด้วยว่าชาวบ้านชาวช่องเขาแต่งตัวกันเรียบร้อยหมดแล้วโว้ย ฮ่าๆ

อา…” สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของกลุ่มเพื่อนตรงหน้าที่เขารู้ดีว่าการที่เพื่อนทุกคนพร้อมใจกันพูดแบบนั้นมันมีประจุดสงค์อะไรแอบแฝงอยู่

 

มือข้างหนึ่งค่อยๆล้วงกระเป๋ากางเกงด้วยสีหน้าซังกะตาย ก่อนจะหยุดมือไว้เพียงเท่านั้นเมื่อสัมผัสกับวัตถุที่ตนยัดใส่กระเป๋าไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากบ้านพักอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปนั่งพักในห้อง

 

ให้ตายเถอะ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังทำใจใส่ ไอ้นั่น ไม่ได้อยู่ดี

 

ช่างหัวกูเถอะ ไว้กูค่อยจัดการตัวเองก่อนเข้างานก็ได้ไม่ใช่หรือไงวะ ?

ไม่ได้ !!!” เสียงคัดค้านตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว มึงฟังนะไอ้แจบอม นี่ไม่ใช่งานแต่งงานธรรมดานะเว้ย นี่งานของใคร งานของอดีตดาวคณะเราเชียวนะ มึงต้องทำตัวให้สมกับเป็นองครักษ์พิทักษ์ไอรีนหน่อยสิวะ !”

หา !?!” แจบอมร้องเสียงหลง

เอ้า ยืนเด๋ออยู่ได้ เร็วๆสิวะ เปิดประตูห้องทิ้งไว้แบบนี้แอร์ออกหมดแล้วโว้ย !”

อะไรของพวกมึงวะเนี่ย !?!”

ไอ้ แจ บอม !!!!”

เออๆ

 

ไม่ใช่เพราะเกรงกลัวเพื่อนฝูงนิสัยเสียที่รวมหัวกันกลั่นแกล้งตน แต่เนื่องจากเขาเพิ่งเดินมาจากบ้านพักริมทะเลที่อยู่ค่อนข้างไกล อีกทั้งสภาพอากาศบริเวณทางเดินของโรงแรมที่ร้อนขึ้นทุกขณะ ลมเย็นของเครื่องปรับอากาศที่เล็ดลอดออกมาจากประตูห้องซึ่งถูกเปิดทิ้งไว้จึงเป็นปัจจัยที่ยั่วยวนคุณพ่อแก๊งก้อนซึ่งเริ่มมีเหงื่อซึมบริเวณแผ่นหลังเพราะอากาศร้อนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้วัตถุในกระเป๋ากางเกงที่เขาซ่อนเอาไว้ก่อนหน้านี้ถูกหยิบออกมา จัดการให้มันอยู่ในที่ที่ควรจะอยู่เพียงไม่กี่วินาที จากนั้นจึงค่อยสวมเสื้อสูททับเป็นอันเสร็จสิ้นการแต่งตัวที่เรียบร้อยตามคำสั่งของเพื่อนเพื่อให้เรื่องมันจบ

 

ว้าย ~ แจบอมมี่บันนี่บอยคัมแบคแล้วจ้า

 

พร้อมกับชีวิตอันสงบสุขในปูซานของอิมแจบอมที่จบลงในวินาทีเดียวกัน

 

ไม่ใช่เพียงแค่เสียงโห่เฮจากเพื่อนผู้ชายด้วยกันที่เร้าหรือตัวเองเท่านั้น แต่ความโชคร้ายยังคงตามติดเจ้าทาสอิมแจบอมผู้น่าสงสารเสมอ เพราะทันทีที่เขาผูก โบว์หูกระต่ายสีดำ ที่คอเสื้อและสวมเสื้อสูทตัวนอกทับเรียบร้อยแล้ว กลุ่มเพื่อนผู้หญิงหลายสิบชีวิตและเจ้าสาวของวันนี้ก็เดินออกมาจากห้องข้างๆพอดี เสียงล้อเลียนฉายาอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องซ่อนโบว์หูกระต่ายสีดำไว้ในกระเป๋ากางเกงจึงถูกเปล่งออกมาพร้อมกันจากบรรดาเพื่อนฝูงทั้งชายและหญิง เนื่องจากเพื่อนผู้ชายเกือบทั้งหมดของเขาล้วนแต่ใส่เนคไทด์ทั้งสิ้น การผูกโบว์หูกระต่ายไว้ที่คอเพียงลำพังเวลาออกงานกับเพื่อนเช่นนี้ทำให้เขากลายเป็นเหยื่อในการโห่แซวของเพื่อนทุกคน (โดยที่พวกมันให้เหตุผลไว้ว่า หน้าตาแบบเขามองอย่างไรก็ไม่น่าใช่พวกที่ผูกโบว์หูกระต่ายแทนเนคไทด์) เรื่องราวดังกล่าวจึงถือได้ว่าเป็นบาดแผลในหัวใจดวงน้อยๆของชายหนุ่มผู้อาภัพมาจนถึงทุกวันนี้

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงต้องผูกโบว์หูกระต่ายแทนที่จะเป็นเนคไทด์นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฟังดูยิ่งใหญ่หรือสลักสำคัญอะไร

 

ก็แค่ผูกเนคไทด์ไม่เป็นเพราะชีวิตนี้แทบไม่เคยใส่ เครื่องแบบสมัยเรียนมัธยมก็ไม่มีเนคไทด์ด้วย จบมะ !?!

 

โอ๊ย น่าสงสารเขานะครับ อุตส่าห์รีบแต่งตัวเพราะอยากเข้าไปนั่งตากแอร์ในห้องแต่เจ้าสาวออกมาจากห้องแต่งตัวแล้ว นกไปอี๊ก !” ก่อนจะถูกเพื่อนฝูงซ้ำเติมอีกครั้งอย่างน่าปวดใจ แต่ก็หยอกเล่นกันได้เพียงครู่เดียวเท่านั้น

 

เพราะวินาทีต่อมา

 

สวย…”

 

ทุกสายตาของบรรดาชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องหมายเลข 1147 ต่างก็เปลี่ยนไปมองหญิงสาวที่กำลังก้าวออกมาจากห้องหมายเลข 1146 เป็นคนสุดท้ายอย่างพร้อมเพรียงกัน ไม่เว้นแม้แต่แจบอมที่พยายามปฏิเสธมาตลอดว่าตัวเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสมาคมองครักษ์พิทักษ์ไอรีนที่เจฮยองชอบพูดถึงอยู่บ่อยๆก็ยืนตาค้างไปพร้อมกับเพื่อนผู้ชายที่อยู่ด้วยกันเมื่อได้เห็นเจ้าสาวของวันนี้ในชุดแต่งงานสีขาวรับกับใบหน้าสวยหวานของเจ้าหล่อนซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต

 

ไปบอกพี่หมอให้ยกเลิกงานแต่ง เดี๋ยว นี้ !” เสียงหัวเราะครืนจากกลุ่มเพื่อนๆดังขึ้นเมื่อเจฮยองพูดจบ

ไงล่ะอีค่างแว่น ตะลึงล่ะสิ เมคอัพไอรีนเนี่ย ฝีมือเจ๊นะจะบอกให้

เฮอะแต่งสวยทุกคนยกเว้นตัวเองว่างั้น ฮ่าๆ

อีแว่น !!!”

 

ปล่อยให้สองคนปากจัดฟาดฝีปากใส่กันอีกครั้งท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวคนสวย จากนั้นจึงค่อยพากันลงมาชั้นล่างซึ่งเป็นห้องจัดเลี้ยงของทางโรงแรมโดยมีฝ่ายเจ้าบ่าวอยู่ต้อนรับแขกก่อนแล้ว และจนถึงตอนนี้แจบอมก็ยังไม่มีโอกาสได้เข้าไปประชิดกับกลุ่มมนุษย์ก้อนปุ๊กลุกที่ถูกเจ๊เพื่อนสาวและบรรดาเพื่อนผู้หญิงบางส่วนที่น่าจะรับรู้เรื่องของพวกเด็กๆจากเจฮยองและวอนพิลมาบ้างแล้วจองตัวไว้เดินเคียงคู่กัน (และเท่าที่เขาแอบสังเกต ดูเหมือนว่าแม่พวกนั้นจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวของเขาจากพวกเจ้าเปี๊ยกเยอะเสียด้วย) อีกทั้งเหล่าสิ่งมีชีวิตไซส์มินิทั้งหลายเองก็ใช่ว่าจะสนใจคนเป็นพ่อเช่นกัน แจบอมจึงปล่อยให้เจ้าตัวเล็กไปเล่นกับเหล่าเพื่อนเจ้าสาวที่คุ้นเคยกันดีโดยไม่รู้สึกกังวลมากนัก ส่วนตัวเองก็เดินรวมกลุ่มกับเพื่อนผู้ชายตามหลังพวกผู้หญิงอยู่ห่างๆอีกที

 

ทำไมพวกผู้หญิงใส่ชุดสีฟ้าหมดเลยวะ ?ขณะเฝ้าดูพวกเด็กๆจากด้านหลัง แจบอมก็เอ่ยปากถามกับเพื่อนหลังจากสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

ธีมสีชุดของเพื่อนเจ้าสาวไงมึง เห็นซานะบอกว่านัดกันไปตัดชุดเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ววอนพิลตอบ

พูดถึงเรื่องนี้แล้ว…” เจฮยองดีดนิ้ว วันนี้พวกมึงเตรียมเล็งผู้หญิงที่ใส่ชุดสีโอลด์โรสไว้ให้ดีๆนะ

เฮ้ย สรุปว่าเรื่องจริงเหรอวะ !?!” เพื่อนอีกคนถามด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้นจนแจบอมนึกแปลกใจ กูได้ยินเจ๊จงแกเปรยๆไว้ แต่ไม่คิดว่าจะจริง

อ๋อ หมายถึงเรื่องนั้นใช่ไหม ?วอนพิลเริ่มต่อบทสนทนาที่ทำให้แจบอมซึ่งเดินรั้งท้ายกลุ่มขมวดคิ้วเป็นปมยิ่งกว่าเดิม

 

เรื่องนั้น… ? เรื่องนั้นมันคือเรื่องไหน ทำไมเขาไม่รู้เรื่องอีกแล้ววะ !?!

 

เออ กูได้ยินมาว่าเพื่อนฝ่ายเจ้าสาวเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยใส่ชุดสีฟ้า ส่วนเพื่อนสมัยมัธยมใส่ชุดสีโอลด์โรส ซูโฮอธิบาย โอกาสทองของหนุ่มโสดแบบเราๆมันมาถึงแล้วเว้ย !”

แล้วทำไมต้องแบ่งสองสีด้วยวะ ?

เห็นเจ๊จงบอกว่าเพราะพี่หมอชอบสีฟ้า ส่วนไอรีนชอบสีโอลด์โรส จริงๆแล้วสองคนนั้นอยากให้แขกใส่ชุดทั้งสองสีเป็นธีมของงานตามประสาคนหัวสมัยใหม่ด้วยซ้ำ แต่เดิมเขาจะให้ผู้ชายใส่สีฟ้า ผู้หญิงใส่สีโอลด์โรส แต่งานนี้ญาติผู้ใหญ่ของทั้งคู่มาค่อนข้างเยอะ จะให้ใส่ชุดสีสันแบบนั้นก็คงยากเลยตกลงกันว่าให้เพื่อนๆฝ่ายเจ้าสาวแบ่งใส่ทั้งสองสีเพราะน่าจะหาชุดได้ง่ายที่สุดแล้ว

มันต้องข้อมูลแน่นๆแบบนี้สิวะ ค่อยสมกับที่เป็นองครักษ์ปกป้องไอรีนมาตั้งหลายปี ฮ่าๆ

เฮ้ย วอนพิลแจบอมสะกิดเพื่อนที่น่าจะอธิบายเรื่องราวให้เขาฟังได้รู้เรื่องที่สุด

ว่าไงตี๋ ?

พวกมึงคุยเรื่องอะไรกันอยู่วะ ?ก่อนจะกระซิบถามให้ได้ยินกันแค่สองคนเพราะไม่อยากเข้าไปขัดบทสนทนาของเพื่อนคนอื่น

มึงไปมุดหัวจำศีลอยู่ที่ไหนมาวะไอ้แจบอมทว่า เพื่อนคนอื่นกลับหูไวกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้ นี่มึงไม่รู้จริงดิ ?

หึ…” แจบอมส่ายศีรษะ

ตี๋เอ๊ยตี๋เจฮยองวางแขนข้างหนึ่งพาดลำคอของเพื่อนสนิทผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร มึงจำไม่ได้เหรอว่าสมัยเรียนมัธยมไอรีนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนมาตลอด

แล้ว ?คุณพ่อลูกเป็ดยังคงถามต่ออย่างไม่เข้าใจ

มึงลองนึกภาพตามนะ เด็กโรงเรียนหญิงล้วนก็ต้องน่ารักเรียบร้อยถูกป่ะ มึงไม่เคยได้ยินเหรอวะ โรงเรียนคอนแวนต์นี่แหล่งรวมนางฟ้าดีๆเลยนะเว้ย ไม่เหมือนพวกผู้หญิงขาใหญ่ใจถึกร่างกายบึกบึนในคณะเราหรอก

อีแว่น !!!!!” ไม่ใช่แค่เจฮยองที่ต้องขนลุกขนพองกับกองทัพเพื่อนเจ้าสาวที่หันมามองตัวเองพร้อมกัน แม้แต่คนอื่นที่ยืนอยู่ด้วยกันอย่างพวกเขาก็ยังพลอยเสียวสันหลังวาบไปด้วย

 

อาเขาพอจะเข้าใจที่ไอ้แว่นพูดแล้วล่ะ

 

อุ๊ย ซอรี่เจฮยองหัวเราะร่วนก่อนจะกลับเข้าสู่บทสนทนาประสาลูกผู้ชายต่อ ก็อย่างที่กูบอกไป นานๆจะมีโอกาสส่องสาวสวยในงานแต่งงานสักที แถมสาวสวยดีกรีดาวคณะระดับไอรีนแบบนี้ เชื่อกูเถอะว่าเพื่อนแต่ละคนต้องสวยไม่แพ้กันแน่นอน

หูย ไอ้แว่น อย่าบิวท์ดิวะ

เออสิ ยิ่งคนที่อยู่ชายล้วนมาตลอดแบบกูด้วยยิ่งอยากเห็นเข้าไปใหญ่ งานนี้ขอแค่ได้มองคนสวยๆแบบไอรีนกูก็พอใจแล้ว

ใช่ไหมล่ะพวกมึง งานนี้ได้กินทั้งบุฟเฟต์ให้อิ่มท้องและมองสาวสวยให้อิ่มตาอิ่มใจไปพร้อมๆกันเลยนะเว้ยเจฮยองกำมืออย่างมีความหวัง แต่ว่าดูเหมือนจะมีใครบางคนเข้าร่วมอีเวนท์นี้ไม่ได้แล้วล่ะ

ใครวะ ? เกือบทุกคนพากันสงสัยในคำพูดของเจฮยอง จะมีก็แต่วอนพิลเพียงคนเดียวที่หันไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างรู้ทัน และนั่นก็เป็นสัญญาณเตือนกลายๆว่าเขาจะต้องรับมือกับความเลวทรามของเพื่อนสนิททั้งสองคนอีกครั้ง

สิ่งหนึ่งที่พวกมึงต้องรู้สำหรับอีเวนท์ส่องอดีตสาวคอนแวนต์ของพวกเราในวันนี้ก็คือ ใครไม่โสดหมดสิทธิ์ รอยยิ้มร้ายกาจเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อซึ่งถูกบดบังด้วยกรอบแว่นที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับแจบอมในระยะน่าหวาดเสียว รู้ใช่ไหมจ๊ะอิมแจบอม ว่าการแอบส่องสาวสวยตอนที่ตัวเองไม่โสดเนี่ยมันเป็นสิ่งที่ไม่ดี๊ไม่ดีเลยเนอะ

ไอ้เชี่ยแว่น !”

อ้าวๆ ยังไงวะไอ้ตี๋ !?!” เป็นไปตามคาดที่เขาจะต้องตกเป็นเป้าสายตาให้เพื่อนทุกคนจ้องมองอย่างจับผิด คำว่าไม่โสดของไอ้แว่นมันหมายความว่ายังไงวะ ?

นั่นแน่ไหนคนในออฟฟิศเขาร่ำลือกันว่ามึงโสดมาเกือบสามปีแล้ว มันยังไงกันแน่วะ ?

 

Line !

 

อุ๊ตะ มีคนไลน์งานธุรกิจพันล้านเข้ามาแน่ะ ป๋าขอตัวไปเคลียร์แป๊บ บ๊าย !” เสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัดที่จู่ๆโทรศัพท์ของเจฮยองก็มีข้อความเข้าพอดี และการที่เจ้าตัวโบกมือบ๊ายบายแล้วสะบัดก้นเดินหนีออกจากที่เกิดเหตุด้วยความเร่งรีบก็พอจะบ่งบอกได้ว่าคงมีธุระด่วนจริงๆ

ไอ้เหี้_แว่น มึงกลับมานี่เดี๋ยวนี้ !”

 

แต่มันก็ควรจะสะสางปัญหาที่ก่อไว้ให้เขาก่อนสิโว้ย !

 

“’โทษทีนะ กูว่าจะแวะเข้าห้องน้ำสักหน่อย พวกมึงเข้างานไปก่อนเลย แจบอม ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนกูหน่อยดิ

 

โชคดีที่เพื่อนสนิทอีกคนอย่างวอนพิลอาศัยจังหวะชุลมุนลากแจบอมออกห่างจากกลุ่มเพื่อนที่กำลังคาดคั้นคำตอบด้วยความอยากรู้มาหยุดอยู่ที่ห้องน้ำชั้นล่างสุดหน้าทางเข้าห้องจัดเลี้ยงที่เริ่มมีแขกเหรื่อเดินทางมาถึงงาน

 

เล่นห่_อะไรของพวกมึงวะ วุ่นวายฉิบแจบอมบ่นอุบอยู่หน้ากระจกระหว่างจัดเครื่องแต่งกายให้เข้าที่เข้าทาง ขณะเดียวกันวอนพิลที่บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำกลับเอาแต่ยืนก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์อยู่ข้างๆกันโดยไม่มีทีท่าว่าจะไปเข้าห้องน้ำอย่างที่บอกไว้สักนิด

เอาน่า อุตส่าห์ได้มาเจอเพื่อนทั้งที อย่าหัวเสียสิวะ วอนพิลหัวเราะ

เออ ยังดีที่มึงอุตส่าห์ช่วยกูออกมา ขอบใจว่ะ

หืม ?วอนพิลละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์ อ๋อ ถ้าหมายถึงเรื่องที่กูชวนมึงมาเข้าห้องน้ำล่ะก็ กูไม่ได้คิดจะช่วยมึงนะ

อ้าว…”

กูแค่หาที่คุยโทรศัพท์เฉยๆ จะออกไปคุยข้างนอกตอนนี้ก็คุยลำบากเพราะคนเริ่มเยอะแล้…”

 

R R R R ~

 

นั่นไง พูดถึงก็มาพอดีวอนพิลชูโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในมือให้แจบอมดูแล้วจึงกดรับสาย เออ ว่าไงไอ้แว่นอ้าวเหรอ โอเคๆ เดี๋ยวกูบอกมันให้ก็แล้วกันอือ แล้วกูจะรีบไป บาย

ไอ้แว่นโทรมา ?

อืมวอนพิลพยักหน้า มันบอกว่าทีแรกก็แค่จะไปคุยโทรศัพท์ แต่เมื่อกี๊พวกผู้หญิงมาบอกว่ามีแผนอยากเซอร์ไพรส์เจ้าบ่าวเจ้าสาวนิดหน่อยก็เลยวานให้ผู้ชายไปช่วย ไอ้แว่นก็เลยโทรมาตาม

อ๋อ...”

แต่ปัญหาคือพวกเราลืมเอาของขวัญแต่งงานที่ซื้อไว้มาโรงแรมว่ะมึงวอนพิลเริ่มมีสีหน้าลำบากใจ

ของขวัญแต่งงาน ?

อือกูว่าจะบอกมึงตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วแต่ก็ลืม คือเมื่อวานนี้กูกับไอ้แว่นแวะไปซื้อของขวัญให้ไอรีนกับพี่หมอ ตอนแรกก็กะจะโทรปรึกษามึงด้วยแต่เห็นว่ามึงพาเด็กๆกับคุณจินยองไปเที่ยวก็เลยไม่อยากรบกวน แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าให้มันเป็นของขวัญที่พวกเราหุ้นกันซื้อทั้งสามคนนี่แหละ ทะเลาะกับไอ้แว่นอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็ได้ชุดผ้าปูที่นอนกับชุดเครื่องครัวมาอีกนิดหน่อย

เออ ขอโทษทีว่ะ กูก็ลืมจนไม่ได้ช่วยอะไรพวกมึงสองคนเลย

ไม่เป็นไร งั้นกูวานมึงไปเอาของขวัญที่บ้านพักให้ทีได้ไหม เมื่อกี๊ซานะก็เพิ่งไลน์มาหากูเรื่องเซอร์ไพรส์งานแต่งว่าให้ไปช่วยทางนั้นหน่อย

แล้วของขวัญอยู่ที่ไหนล่ะ ?

มึงเข้าไปเอากุญแจรถในบ้านก่อนแล้วค่อยไปเอากล่องของขวัญท้ายรถ พวกกูให้ทางร้านห่อให้เรียบร้อยแล้วแจบอมพยักหน้าหลังฟังวอนพิลอธิบายจบ รบกวนหน่อยนะมึง ขอโทษจริงๆว่ะ ระหว่างนี้เดี๋ยวกูดูแลเด็กๆให้เอง มึงไม่ต้องห่วงนะ

โอเค งั้นฝากเด็กๆด้วยก็แล้วกัน

 

ใช้เวลาเดินเท้าประมาณสิบนาทีกลับมายังบ้านพัก เข้าไปหยิบกุญแจในรถบ้านตามคำอธิบายของเพื่อนแล้วออกมาไขกุญแจประตูท้ายรถเพื่อหยิบกล่องของขวัญขนาดมหึมาในสภาพเหนื่อยล้าเนื่องจากตั้งแต่ขับรถมาถึงปูซานเมื่อช่วงบ่ายของวันนี้เขาก็ยังไม่มีเวลาพักผ่อนสักนิด

 

เอาล่ะ ทีนี้ก็ได้เวลากลับไปกินบุฟเฟต์ที่เฝ้ารอสักที

 

ฟึ่บ !

 

เฮ้ย ใครวะ !?!”

 

ขณะยืนตรวจสอบความเรียบร้อยของกล่องของขวัญอยู่ท้ายรถและวางแผนเรื่องมื้อเย็นของวันนี้อยู่นั้น จู่ๆภาพตรงหน้าของชายหนุ่มก็ถูกบดบังด้วยฝ่ามือของใครสักคนจนมืดสนิทไปหมดทำให้แบอมเผลอขึ้นเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะสะบัดศีรษะสองสามทีเพื่อให้มือที่ปิดตาตนอยู่หลุดออกแทนการใช้มือดึงฝ่ามือคู่ที่ว่านั้นออกไป

 

ส่วนเหตุผลที่ต้องทำแบบนั้น

 

เชี่ย ใครเอามือปิดตากูวะ กูทาสีอยู่ เดี๋ยวงานเละโว้ย !’

นี่ หัดทำตัวจิ๊จ๊ะรับมุกกับสาวในคณะบ้างก็ได้นะยะพ่อคุณ แหม เอะอะเป็นด่าตลอด น่ามคาน !’

อ้าว มึงเองเหรอไอ้ซานะ

 

จ๊ะเอ๋น้องตี๋ ทายซิว่าสาวสวยคนนี้คือใครเอ่ย ?

ไม่รู้ ไอ้ซานะมั้ง

เสียงกูเหมือนซานะมากมั้งไอ้ตี๋ !’

นี่มึงเล่นอะไรปัญญาอ่อนแบบนี้กับเขาเป็นด้วยเหรอวะไอ้ซึลกิ

 

เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเขามักจะตกเป็นเหยื่อให้เพื่อนฝูงทั้งชายและหญิงกลั่นแกล้งอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงการที่เพื่อนผู้หญิงในคณะซึ่งมีนิสัยห่ามๆไม่ต่างจากพวกเขาที่วันดีคืนดีไม่รู้นึกครึ้มอะไรอยากเล่นปิดตาเพื่อนผู้ชายแล้วให้ทายชื่อกัน ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสาวคนสวยของวันนี้ที่ครั้งหนึ่งก็เคยเล่นแบบนี้กับเขาเช่นกัน (และเขาก็ถูกไอ้พวกองครักษ์บ้าบออะไรนั่นมองแรงไปพักใหญ่) จะเรียกว่ามีโอกาสได้สัมผัสกับฝ่ามือของเพื่อนผู้หญิงร่วมคณะมาเกือบทุกคนก็คงไม่ผิดนัก

 

เดี๋ยวนี้เล่นถึงเนื้อถึงตัวกับผู้หญิงคนอื่นนอกจากแฟนแล้วเหรอ ?

คนอื่นที่ไหน ก็เพื่อนเราทั้งนั้น เธอก็เคยไปคุยเล่นกับพวกมันด้วยไม่ใช่เหรอ ?

เพื่อนก็อยู่ส่วนเพื่อน จะเล่นอะไรก็เห็นหัวแฟนบ้าง

อย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องแค่นี้สิ

จับมือผู้หญิงคนอื่นนี่เรียกว่าเรื่องเล็กเหรอ งั้นถ้าเราไปจับมือผู้ชายคนอื่นบ้างเธอก็ไม่ว่าอะไรใช่ป่ะ ?

เฮ้ย ชักจะไปกันใหญ่แล้ว ก็จีฮโยมันมาปิดตาตอนเราทำงานอยู่ ถ้าไม่แกะมือมันออกงานเราก็เละดิ จะให้มันปิดตาแล้วเราทำงานต่อมันก็ไม่ได้หรือเปล่า ?

แล้วมีปากไว้ทำไม เอาไว้แค่กินข้าว ?

ก็พูดจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้วเปล่าวะ พอทายไม่ถูกมันก็ไม่ยอมปล่อยไง

คราวหน้าอย่าให้เห็นว่าทำอะไรแบบนี้อีกก็แล้วกัน ไม่งั้นอย่าหาว่าเราไม่เตือน

 

แต่ใครจะคาดคิดว่าการละเล่นแบบนี้กลับทำให้เขาต้องมีปัญหากับอดีตแฟนสาวอยู่บ่อยครั้งเวลาที่เธอมารอเขาทำงานใต้ตึกคณะหลังเลิกเรียน สุดท้ายจึงต้องหาวิธีแก้ปัญหาด้วยการสะบัดศีรษะตัวเองให้มือของเพื่อนหลุดแทนพร้อมทั้งหาทางอธิบายให้เพื่อนเข้าใจเพื่อไม่ให้มีเรื่องบาดหมางใดๆกับทั้งสองฝ่าย

 

เรื่องที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตสำหรับอิมแจบอมก็คือการเกิดเป็นอิมแจบอมนี่แหละ

 

แก่จนเพื่อนลงจากคานไปอีกคนแล้วยังจะเล่นอะไรแบบนี้อยู่อีกเหรอวะ ?แจบอมถามพลางสะบัดศีรษะ แต่ถึงกระนั้นมือทั้งสองก็ยังคงไม่หลุดออกจากใบหน้าของเขาเสียที

“…” ทั้งยังไร้เสียงตอบรับผิดกับทุกครั้งที่ผ่านมาอีกด้วยจนแจบอมนึกแปลกใจ

เฮ้ย กูหิวข้าวแล้วแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เขายังมีเรื่องที่สำคัญกว่ารออยู่เช่นกัน

 

เอถ้าจำไม่ผิด พวกผู้หญิงไปเตรียมเซอร์ไพรส์งานแต่งกันไม่ใช่หรือไงหว่า ?

 

ช่างเถอะ ที่สำคัญกว่าก็คือวันนี้มีคู่แข่งคนสำคัญอย่างยูคยอมอยู่ด้วย ขืนไปช้าเดี๋ยวบุฟเฟต์ก็หมดกันพอดีน่ะสิ !

 

ซานะ ?แจบอมจึงยอมทายชื่อออกไปแบบส่งๆเพื่อไม่ให้เสียเวลา แต่มือทั้งสองข้างบนใบหน้าก็ยังคงไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ

“…”

ซึลกิเปล่าวะ ?

“…”

 

จิ๊ยังไม่ถูกอีกเรอะ !?!

 

จีฮโย ลิซซี่ ?

“…”

อืม…” เมื่อเห็นว่าภาพตรงหน้ายังคงมืดสนิทเหมือนเดิม ในหัวของชายหนุ่มก็เริ่มประมวลรายชื่อเพื่อนผู้หญิงสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่มาร่วมงานในวันนี้เท่าที่เขาพอจะนึกออก

 

หึ อย่างน้อยๆมันต้องถูกสักคนล่ะวะ

 

ยูริ จีฮยอน โชอา ฮโยริน ยูจู อึนจอง ฮยอนอา โซยอน ยอนจอง นายอง โชรง แชยอ…” และในที่สุด ฝ่ามือบนใบหน้าของเขาก็ลดระดับลงจนมองเห็นภาพตรงหน้าอีกครั้ง สถาปนิกหนุ่มจึงรีบหันหลังกลับหมายจะดูโฉมหน้าผู้ร้ายที่ทำให้ตัวเองเสียเวลาไปมากโข

ทำไมมีแต่ชื่อผู้หญิงล่ะครับ !?!”

เฮ้ย คุณ !!!!”

 

ก่อนจะต้องสะดุ้งตัวโยนถอยกรูดไปข้างหลังจนแผ่นหลังชิดกับท้ายรถยนต์ในสภาพที่ต้องประคองกล่องของขวัญไว้ในอ้อมแขนอย่างทุลักทุเลเมื่อได้เห็นโฉมหน้าผู้ร้ายตัวจริงซึ่งกำลังยืนกอดอกทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้าตัวเองที่ทำให้แจบอมต้องสะบัดศีรษะอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด

 

หรือว่าเขาหิวข้าวจนเป็นลมแล้วฝันเห็นปาร์คจินยองวะ !?!

 

 “ทำไมคุณถึง…” แต่เพราะสายตาคมกริบที่ยังคงจ้องมองตัวเองอยู่อย่างจับผิดทำให้เขารับรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันหรือละเมอแต่อย่างใด ภายในลำคอเริ่มฝืดขึ้นทีละน้อยเมื่อต้องรองรับสายตาของคนตรงหน้าที่ไม่รู้ว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน

 

ตายตายแน่ๆ อิมแจบอมไม่น่ามีชีวิตรอดกลับไปกินบุฟเฟต์ที่โรงแรมแน่ๆ

 

ดวงตาเรียวคมพยายามเลี่ยงการสบสายตากับผู้มาใหม่ที่ทำให้ตัวเองตกอกตกใจไปเมื่อครู่นี้ด้วยการสังเกตรายละเอียดอื่นๆของคนตรงหน้าแทน ชุดสูทสีดำสนิทที่ผูกเนคไทด์บนคอเรียบร้อยและทรงผมที่ถูกจัดแต่งให้เปิดหน้าผากคล้ายกันกับเขา รวมถึงไม่ได้สวมแว่นตาตามปกติ ทุกอย่างล้วนบ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงมาร่วมงานเพื่อแสดงความยินดีให้กับเจ้าของงานในวันนี้เช่นเดียวกับเขา

 

หึ…” ใบหน้าง้ำงอในตอนแรกเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะเบาๆ คุณแจบอมอย่าทำหน้าเหมือนเห็นผีสิครับ ผมยังอยู่ดีครบสามสิบสองนะ

ไหนคุณบอกว่าจะไม่มาไง แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ?

เพราะผมบอกคุณไปแบบนั้น การกลับบ้านคราวนี้ก็เลยเป็นการเดินทางที่ยุ่งยากสุดๆเลยล่ะครับ

หืม ?นักศึกษาหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด

ตอนแรกผมก็ติดธุระเหมือนที่เคยบอกคุณแจบอมนั่นล่ะครับ แต่พอมาคิดดูแล้ววันนี้เป็นวันสำคัญของพี่ชายที่โตมาด้วยกัน ผมก็อยากจะมาแสดงความยินดีกับเขาสักหน่อย และผมก็ไม่ได้กลับบ้านมาตั้งหลายเดือนแล้ว ก็เลยอาศัยเวลาช่วงที่คุณทำงานสามคืนติดตอนนั้นเร่งมือทำงานของตัวเองเหมือนกันเพราะจะได้มีเวลากลับมาหาแม่ที่บ้านเกิดบ้างน่ะครับ ความจริงผมก็สองจิตสองใจอยู่ว่าจะบอกเรื่องนี้กับคุณแจบอมดีไหม…” โทรศัพท์มือถือที่แสดงกระดานห้องแชทถูกยื่นให้แจบอมดู แต่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นผลงานของเพื่อนคุณทั้งนั้นเลยนะ ลองอ่านดูสิครับ

เพื่อนผม ?ใบหน้าชั่วร้ายของมนุษย์แว่นปากตะไกรกับมนุษย์ไดโนเสาร์ตัวดีทั้งสองคนผุดขึ้นในหัวของชายหนุ่มผู้น่าสงสารก่อนจะก้มลงอ่านกระดานห้องแชทที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของอีกฝ่าย

 

กูรู้ว่าคุณจินยองต้องให้มึงอ่าน ไม่เสือกสิแจบอม         (3)

 

ชิชะนอกจากจะแอบสร้างกรุ๊ปไลน์กันลับๆแล้ว ยังตั้งชื่อได้เลวทรามสมกับที่เป็นเพื่อนกันมานานเสียด้วยนะโว้ย !

 

Park Jinyoung (Junior) : ผมถึงโรงแรมแล้วนะครับ (seen by 2)

Jaehyung Swagger : *สติกเกอร์ไก่โอเค*

Jaehyung Swagger : ฮัลโหลวอนพิล แวร์อาร์ยู้ว ?

Wonpil K. : ลากไอ้ตี๋ออกมาจากเพื่อนคนอื่นแล้ว กำลังหาเรื่องตอแหลให้มันกลับบ้านพักอยู่ รอแป๊บ

Jaehyung Swagger : คุณจินยองรออยู่แถวบ้านพักตามที่บอกไปเมื่อตอนบ่ายก่อนนะ

Jaehyung Swagger : วอนพิล เดี๋ยวกูแกล้งทำเป็นโทรหามึงนะ พูดๆอะไรมาก็ได้

Wonpil K. : กูนึกออกละ ให้มันไปเอาของขวัญงานแต่งที่รถก็แล้วกัน

Wonpil K. : ทีแรกว่าจะให้พรุ่งนี้ แต่ไม่เป็นไรหรอกมั้ง

Wonpil K. : ไอ้ตี๋กำลังกลับบ้านพักแล้ว ทราบแล้วเปลี่ยน

Jaehyung Swagger : รับแซ่บ !

Jaehyung Swagger : *สติกเกอร์ไก่ยกนิ้วโป้ง*

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์แมวพยักหน้า* (seen by 2)

Park Jinyoung (Junior) : เจอคุณแจบอมแล้วนะครับ (seen by 2)

Wonpil K. : โอเค ฝากบอกมันด้วยว่าเด็กๆรออยู่ที่โต๊ะแล้ว ไม่ต้องห่วง

 

อุ๊ตะ มีคนไลน์งานธุรกิจพันล้านเข้ามาแน่ะ ป๋าขอตัวไปเคลียร์แป๊บ บ๊าย !’

 

คงจะเริ่มมาคุยกันในห้องแชทนี้ตอนนั้นล่ะสิท่า

 

เมื่อคืนนี้คุณเจฮยองกับคุณวอนพิลโทรชวนให้ผมติดรถมาที่นี่ด้วยกันน่ะครับ แต่ผมดันจองตั๋วรถไฟไปก่อนหน้านั้นเดี๋ยวเดียวเอง พอสองคนนั้นรู้ก็บ่นผมเสียนานเลย ไม่งั้นผมก็คงมาพร้อมกับพวกคุณตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วเพื่อนบ้านนักศึกษาอธิบาย ตอนแรกผมตั้งใจไว้ว่าจะกลับมาเซอร์ไพรส์แม่รวมถึงทุกคนแบบเงียบๆ แต่พอทั้งสองคนรู้ก็เลยช่วยกันวางแผนเซอร์ไพรส์คุณแจบอมให้ด้วยน่ะครับ เมื่อคืนนี้ตอนที่คุณมาหาผมที่ห้อง ผมตกใจแทบแย่เพราะกลัวคุณจะเห็นกระเป๋าเดินทางที่ผมแอบจัดไว้ แถมเมื่อเช้าก็ต้องรีบไปสถานีรถไฟหลังจากส่งคุณกับเด็กๆด้วย เป็นการเดินทางที่ชวนให้ใจหายใจคว่ำสุดๆเลยล่ะครับ

เล่นสนุกกันเป็นเด็กเลยนะคุณ

แน่นอนครับ ความจริงผมอยากจะไปทักทายคุณตอนเข้างานแล้วด้วยซ้ำ จะได้จับตาดูว่าคุณแจบอมแอบส่องสาวๆในงานตอนที่ผมไม่อยู่หรือเปล่า ขนาดเมื่อครู่นี้ยังพูดชื่อผู้หญิงออกมาเพียบเลยพูดไปก็หรี่ตายู่ปากไปราวกับเด็กโข่งตัวโตไม่สบอารมณ์

มันไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อยคุณที่พูดๆมาก็ชื่อเพื่อนผมทั้งนั้น เชื่อผมเถอะ

ผมล้อเล่นครับ เรื่องที่แกล้งมาปิดตาคุณก็เป็นแผนของเพื่อนคุณเหมือนกัน เห็นคุณวอนพิลเล่าว่าเมื่อก่อนคุณทะเลาะกับแฟนบ่อยเพราะเรื่องนี้ก็เลยฝากมาจี้ใจดำน่ะครับ

รู้สึกว่าช่วงนี้คุณจะสนิทกับเพื่อนผมจังเลยนะแจบอมแกล้งค่อนขอด

จะว่าสนิทกันแบบเพื่อนเหมือนพวกคุณสามคนไหมผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ผมคุยกับคุณวอนพิลค่อนข้างบ่อยเพราะพี่ชายของเขาอยากจะเรียนต่อปริญญาโทก็เลยมาสอบถามข้อมูลแล้วก็ขอคำปรึกษา…” จินยองว่า ส่วนกับคุณเจฮยองตอนนี้เรามีสัญญาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์บางอย่างแบบลับๆกันอยู่น่ะครับ

คงไม่ใช่วางแผนป่วนอะไรผมอย่างที่คุณพูดไว้เมื่อตอนบ่ายหรอกใช่ไหม ?

เปล่าครับ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกจินยองหัวเราะเบาๆ แต่ถ้าถามแบบนี้ก็แปลว่าคุณเจฮยองคงจะยังไม่ได้บอกเรื่องนั้นกับคุณแจบอมใช่ไหมครับ ?

เรื่องนั้น ? เรื่องอะไรหรือคุณ ?

 

ทุกวันนี้เวลาเจอปาร์คจินยองเขาก็โดนพวกเจ้าเปี๊ยกเทตลอดอยู่แล้ว ตอนนี้เพื่อนฝูงยังกีดกันอีกเรอะ !?!

 

อืม ผมว่าให้คุณเจฮยองเล่าเองดีกว่าครับ ถึงตอนนี้เขาจะยังไม่ได้เล่าให้พวกคุณฟังก็จริง แต่ไม่ใช่เพราะว่าเขาอยากมีความลับกับเพื่อนหรอกครับ ดูเหมือนว่าคุณเจฮยองกำลังรอเวลาเพื่อให้แน่ใจก่อนเท่านั้นเอง

คุณพูดมาแบบนี้ผมก็ยิ่งอยากรู้นาแจบอมขมวดคิ้วหน้ายุ่งพาลนึกถึงผู้ถูกพาดพิงอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ช่างเถอะ ไว้ถ้ามันอยากเล่าเดี๋ยวก็คงเล่าเอง ผมก็แค่แปลกใจนิดหน่อยที่คราวนี้มันไม่ได้เล่าอะไรให้ทั้งผมและวอนพิลฟัง

ผมเข้าใจครับคนตัวเล็กพยักหน้าก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอีกครั้งหลังกวาดสายตาสำรวจคนตรงหน้าตน

มีอะไรหรือคุณ ?

น่ารักดีนะครับ

หืม ?

โบว์หูกระต่ายที่คอคุณน่ะ น่ารักดีครับพูดจบก็แกล้งชี้ไปยังเครื่องประดับเจ้าปัญหาจนแจบอมต้องยกมือขึ้นมาปิดบริเวณลำคอของตัวเอง

อย่าทักสิคุณ ผมอุตส่าห์ลืมไปแล้วนะแจบอมบ่นอย่างไม่ชอบใจนัก

ผมพูดจริงๆครับคนตัวเล็กกว่ายิ้ม มั่นใจหน่อยสิครับคุณแจบอม

โดนเพื่อนเรียกว่าบันนี่บอยทุกครั้งเวลามางานแบบนี้ผมก็อายนะคุณแจบอมบ่นอุบ แต่ก็เป็นความผิดของผมเองที่ผูกเนคไทด์ไม่เป็น ปกติผมไม่ค่อยมีโอกาสใช้มันเท่าไหร่ก็เลยไม่สนใจเวลาที่แม่กับน้องสาวสอนผูกน่ะ

ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยครับ แต่ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ไว้งานหน้าผมจะสอนผูกเนคไทด์ให้ก็แล้วกันนะครับจินยองว่า โบว์เบี้ยวหมดแล้ว คุณอยู่เฉยๆก่อนนะก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วเอื้อมมือทั้งสองข้างขึ้นมาจัดเครื่องประดับบนคอของคุณพ่อร่างสูงให้เรียบร้อยดังเดิม

เอ่อ ผมว่า…”

รู้อะไรไหมครับคุณแจบอม คนตัวเล็กกว่าขัดขึ้นมาก่อน ตอนที่ผมเห็นรูปโปรไฟล์เฟสบุ๊คของคุณ ผมก็คิดเล่นๆว่าอยากจะเห็นคุณแจบอมตอนใส่ชุดสูทด้วยตาตัวเองดูสักครั้ง

“…”

แต่พอได้มาเห็นจริงๆแบบนี้ ผมก็รู้สึกเขินจนทำตัวไม่ถูกเลยล่ะครับ ถึงตอนแรกจะรู้สึกเคืองเพื่อนๆของคุณนิดหน่อยที่แกล้งล้อคุณแบบนั้น แต่มาคิดดูดีๆแล้ว ผมว่าการที่คุณโดนแกล้งแบบนั้นมันก็ดีเหมือนกัน ถึงมันจะฟังดูเห็นแก่ตัวไปสักหน่อยก็ตาม…” มือของนักศึกษาหนุ่มหยุดอยู่ที่โบว์หูกระต่ายของคนตัวสูงกว่า หากแต่พวงแก้มทั้งสองข้างกลับเริ่มขึ้นสีชัดขึ้น แต่คุณแจบอมน่ะ เท่ในสายตาผมคนเดียวก็พอแล้วล่ะครับ

พูดอะไรของคุณน่ะ ถึงจะชมยังไงผมก็ไม่ได้รู้สึกดีใจหรอกนะ

 

แม้จะตอบไปแบบนั้น ทว่า การที่ตัวเองพยายามเบนสายตาหนีอีกคนที่เงยหน้าขึ้นมาสบตาหลังพูดจบมันกลับขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดล่าสุดของอีกฝ่าย แต่ยังเป็นเพราะระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งสองคนที่ไม่มากนักจนได้กลิ่นโคโลญจน์อ่อนๆของคนตรงหน้าตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ทุกอย่างล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้แจบอมรู้สึกหายใจลำบากมากขึ้นทุกขณะ

 

เขาไม่ได้เขินหรือดีใจกับคำพูดของปาร์คจินยองหรอกน่า ก็แค่ทำตัวไม่ถูกเฉยๆเท่านั้นเอง

 

เรียนคุณอิมแจบอมที่เคารพและเพื่อนบ้านของเขา ณ ที่นี่คือสถานที่จัดงานแต่งงานของนายแพทย์พัคโบกอมและนางสาวไอรีน มิใช่สถานที่ที่จะให้พวกท่านวางแผนชีวิตคู่ของตัวเองในอนาคต จะประพฤติสิ่งใดกรุณามีความเกรงใจชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวของเจ้าของงานด้วย จึงเรียนมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน ขออภัยที่ต้องเดินตามมา ใส่ใจด้วยตัวเอง

ไอ้แว่น !?!”

 

สิ้นสุดคำพูดของผู้มาใหม่ซึ่งมาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงที่กำลังทำท่าถือโทรโข่งป่าวประกาศ นักศึกษาหนุ่มก็รีบผละมือออกจากเครื่องประดับบนคอของคนตรงหน้าด้วยความเขินอายเช่นเดียวกับแจบอมที่ลุกลี้ลุกลนถอยหลังออกห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อยจนดูเงอะงะไปหมด

 

มึงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงวะ

ถ้าตอบว่าอยากมาดูฉากเลิฟซีนริมทะเลเลยสะกดรอยตามมาก็กลัวจะโดนด่าว่าขี้เสือ_เกินจำเป็น งั้นกูจะตอบว่ามาเอาพาวเวอร์แบงค์ในบ้านก็แล้วกันชายหนุ่มในกรอบแว่นจีบปากจีบคอพูดพร้อมชูวัตถุที่ว่าในมือให้ดู แล้วก็ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เดินตามมา เมื่อกี๊นี้ได้ยินว่าอะไรน้าคุณน่ะ เท่ในสายตาผมคนเดียวก็พอแล้…”

คุณเจฮยอง !”

ไอ้เชี่ยแว่น !”

แหม อายุจะเหยียบสามสิบแล้วไหมล่ะ ไม่ต้องอายอะไรกันแล้วมั้งเจฮยองพูดด้วยสีหน้าทะลึ่งทะเล้นเมื่อเห็นทั้งสองคนยืนอยู่คนละมุมในสภาพหน้าแดงก่ำไม่ต่างกันแก่จนเพื่อนลงจากคานไปอีกคนแล้ว ไม่ต้องมาลีลาแล้วไอ้ตี๋ ขอเป็นแฟนกันตอนนี้ไปเลย กูยินดีเป็นสักขีพยานพร้อมปิดข่าวเรื่องที่มึงขอคุณจินยองเป็นแฟนในงานแต่งของเพื่อนให้ก็ได้

 

อยากจะเลิกคบเป็นเพื่อนก็อยากเหลือเกิน แต่ถ้าเลิกคบกับมันแล้วก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเพื่อนจากที่ไหนอีก

 

อ้อ เขาหมายถึงไอ้แว่นน่ะนะ เลวแบบนี้ไม่น่ามีใครอยากคบหรอกโว้ย !

 

เออ แล้ววอนพิลล่ะ ?แจบอมถามหาเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ส่วนพวกเด็กๆ ถ้าไม่ได้อยู่กับวอนพิลก็คงไม่พ้นปากท้องของเจ๊เพื่อนสาวกระมัง

อ๋อ รายนั้นรออยู่ที่โรงแรมแถมกำลังเลี้ยงลูกของใครบางคนที่หนีมาจิ๊จ๊ะกับเด็กริมชายทะเลก็เท่านั้นเอ๊ง !”

 

จ้ากระแนะกระแหนกันให้พอใจเลยจ้า

 

กลับโรงแรมกันเถอะ ต้องไปเป็นมารขัดขวางพี่หมอครั้งสุดท้ายสักหน่อย ฮ่าๆเจฮยองคล้องคอทั้งสองคนไว้เพื่อตัดบทไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ ส่วนตอนนี้กูก็จะทำหน้าที่เป็นมารหัวใจแทรกกลางมึงกับคุณจินยองไปด้วย อย่าหวังเลยว่ากูจะปล่อยให้สวีทกันต่อหน้าต่อตากู หึ !” ก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบกับคนที่ยืนอยู่ทางขวามืออย่างเย้ยหยันที่สามารถเข้ามายืนแทรกตรงกลางระหว่างแจบอมกับจินยองได้

 

ชายหนุ่มทั้งสามคนเดินกลับมาที่อาคารโรงแรมโดยมีเสียงฮัมเพลงของเจฮยองคลอมาตลอดทาง กล่องของขวัญขนาดใหญ่ถูกมอบให้กับคู่บ่าวสาวที่ยืนต้อนรับแขกเหรื่ออยู่หน้าประตูทางเข้าโดยมีเพื่อนเจ้าสาวในชุดกระโปรงสีหวานทั้งสองกลุ่มรับหน้าที่ดูแลโต๊ะสำหรับเขียนสมุดคำอวยพรและแจกของชำร่วยตามธรรมเนียม

 

หูย ดูดิตี๋ ทีมสีโอลด์โรสแต่ละคนสวยๆทั้งนั้นเลยมึงเอ๊ย !” เจฮยองกระตุกแขนเสื้อเพื่อนสนิทขณะมองกลุ่มสาวสวยในชุดกระโปรงสีโอลด์โรสที่ดูแลโต๊ะแจกของชำร่วยไม่วางตา

ก็…” แจบอมตอบแบบติดๆขัดๆโดยที่ไม่ได้มองไปยังเป้าหมายเดียวกับเพื่อนสนิทตัวดี เช่นเดียวกับที่กำลังหลบตาอีกคนซึ่งยืนอยู่ข้างๆกันด้วยการหันไปมองทางอื่นแทน

“…”

กูไปหาเด็กๆดีกว่า ป่านนี้คงหิวกันแย่แล้วมั้ง ก่อนจะรีบตัดบทเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

 

ขืนเออออตามไอ้แว่นมีหวังปาร์คจินยองที่กำลังมองแรงอยู่ได้ฆ่าเขากันพอดี !

 

ถ้างั้นผมขอตัวไปทักทายแม่กับพวกญาติๆที่อยู่ข้างในก่อนก็แล้วกันนะครับ ผมเพิ่งกลับถึงบ้านตอนบ่าย แต่แม่ผมมาช่วยงานที่โรงแรมตั้งแต่เช้าแล้วเลยยังไม่ได้เจอกันน่ะนักศึกษาหนุ่มยื่นหน้าเข้ามากระซิบ ถ้าแอบส่องสาวๆในงานล่ะก็ ผมจะโป้งคุณจริงๆด้วย

โธ่ คุณ อย่าไปบ้าจี้ตามเพื่อนผมสิแจบอมครวญโดยไม่ลืมส่งสายตาเขม่นใส่ตัวการที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ใกล้ๆกัน

 

อะไร ใครบอกว่าเขากลัวปาร์คจินยองแบบนี้เขาเรียกว่าเกรงใจต่างหากเล่า !

 

แล้วเจอกันในงานนะครับ บ๊ายบาย

อือฮึคนตัวเล็กโบกมือให้ทั้งแจบอมและเจฮยอง เดินไปรับของชำร่วยและเขียนสมุดอวยพรแล้วจึงเดินหายเข้าไปในห้องจัดเลี้ยง

ว้าย อ่อน !” เจฮยองทำสีหน้าล้อเลียนชวนให้คนมองรู้สึกคันมือคันเท้าพิกล เสียใจด้วยนะ มีเด็กตามมาคุมแบบนี้ก็อดส่องสาวคอนแวนต์ไปนะจ๊ะก่อนจะระเบิดหัวเราะด้วยความสนใจ

มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้นะไอ้แว่นส่งสายตามองคนข้างๆที่ยักคิ้วหลิ่วตาใส่ตน

รู้อะไรเหยอจ๊ะ ?คุณอาลูกเป็ดแกล้งบีบเสียงอย่างมีจริต

ไอ้แว่น บอกกูมาเดี๋ยวนี้ว่าตอนนี้มึงคุยกับใครอยู่ แจบอมยิงคำถามออกไปทันทีโดยไม่เท้าความใดๆให้เสียเวลาเพราะรู้ดีว่าคนฉลาดอย่างเจฮยองคงจะเข้าใจคำถามของเขาได้ไม่ยาก

อุ๊ตะ ขี้เสือ_จังเจฮยองกัด เดี๋ยวนี้หัดออกจากถ้ำมาใส่ใจเรื่องของเพื่อนฝูงแล้วเหรอ

“…” แจบอมไม่ตอบแต่ส่งสายตาคาดคั้นแทน

โอเคๆ บอกไว้ก่อนเลยว่ากูไม่ได้คิดจะมีความลับกับมึงหรอกนะ แค่ตั้งใจไว้ว่าถ้าวันไหนว่างจะนัดทั้งมึงทั้งวอนพิลไปกินข้าวด้วยกันแล้วก็เปิดตัวน้องเขาเซอร์ไพรส์พวกมึงสักหน่อย แต่ไม่คิดว่ามึงจะรู้เรื่องนี้แล้ว

กูแค่สงสัยเฉยๆเพราะจำได้ว่าปกติมึงไม่ค่อยคุยโทรศัพท์ แต่เมื่อตอนบ่ายเห็นคุยโทรศัพท์เป็นชั่วโมงแจบอมอธิบาย สรุปว่าเป็นเรื่องจริง แต่ว่าเป็นรุ่นน้องเหรอ ?

แม่นแล้ว เด็กกว่าพวกเราหนึ่งปี

อืมเด็กที่ไหนวะ ในออฟฟิศ ?

เปล่าเจฮยองพูดต่อ แต่น้องเขาก็ไม่ใช่คนไกลตัวมึงหรอกตี๋

มึงพูดแบบนี้กูก็ยิ่งอยากรู้เปล่าวะแจบอมหูผึ่ง

ไว้กลับที่พักแล้วกูค่อยเล่าให้ฟัง ตอนนี้มางานแต่งงานของเพื่อน สนุกให้เต็มที่ก่อนดีกว่า

 

เจฮยองตัดบทแล้วปรับอารมณ์ให้กลับมาเป็นหนุ่มโสดรักสนุกตามเดิมก่อนที่สถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนจะเดินไปรับของชำร่วยสีหวานชิ้นเล็กใส่ในกระเป๋ากางเกงอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ไปเขียนคำอวยพรซึ่งมีเพื่อนผู้หญิงของตัวเองรับหน้าที่เป็นผู้ดูแล แต่ทันทีที่ปลายปากกาสัมผัสลงบนกระดาษ แจบอมก็เหลือบไปเห็นวัตถุสีทองรูปร่างกลมๆโผล่ออกมาจากด้านหลังโต๊ะเข้า

 

จ๊ะเอ๋แด๊ดดี้ !” และสิ่งที่ว่าก็คือเรือนผมของเจ้าก้อนวายร้ายที่กระโดดขึ้นมาทำท่าจ๊ะเอ๋ใส่เขาอย่างร่าเริง

แด๊ดดี้มาแล้ว แด๊ดดี้ ~ ยองแจนอยากเล่นกับแด๊ดดี้จังเลย

แด๊ดดี้ไปไหนมาอ่า ม้ากคึคิดถึงแด๊ดดี้ เมื่อกี๊ม้ากคึหาแด๊ดดี้ไม่เจอเลยน้า

แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ ~ แบมแบมอยู่นี่ แด๊ดดี้เห็นแบมแบมไหม แฮ่ !”

คยอมอยากหม่ำหม่ำขนมแล้ว แด๊ดดี้พาคยอมไปหม่ำหม่ำหน่อยน้า น้า ~ นอกจากจะได้พบกับเจ้าก้อนวายร้ายหน้าม้าเต่อที่จู่ๆก็กระโดดขึ้นมาจากด้านหลังโต๊ะแล้ว บรรดาสิ่งมีชีวิตไซส์มินิในความดูแลก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาละคนสองคน ทั้งยองแจที่วิ่งมาจากด้านหลัง มาร์คกับแบมแบมที่วิ่งมาจากทางขวา รวมถึงยูคยอมที่กำลังกระตุกแขนซ้ายของเขา

นี่ ทำไมพวกนายถึง…”

พวกมึง ใครเห็นลูกไอ้ตี๋บ้างวะ !?!” แต่ก็สงสัยเกี่ยวกับการปรากฏตัวของเหล่ากองทัพลูกเป็ดได้ไม่นาน เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนหอบอยู่ด้านหลังโต๊ะก็เป็นคำตอบให้เขาได้อย่างดี มึงมาก็ดีเลยไอ้ตี๋ ลูกมึอ้าว ทำไมมาอยู่ที่นี่กันหมดเลยล่ะ !?!”

มึงใจเย็นๆนะยูริบรรดาเพื่อนผู้หญิงต่างพากันวิ่งไปประคองร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีฟ้าที่ยืนปาดเหงื่ออย่างหมดสภาพ

โอ๊ย เย็นห่_อะไรล่ะ แม่งซนอย่างกับลิง วิ่งกันไม่เห็นใจสังขารกูเล้ย !”

เกิดอะไรขึ้นวะ ?ส่วนคนเป็นพ่อก็ถามไถ่ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในระหว่างที่ตนไม่อยู่โดยมีเหล่าลูกลิงตัวกลมทั้งหลายในชุดเอี๊ยมยืนเกาะแกะกันเป็นก้อนโมจิเหนียวหนึบ

 

ท่าทางจะมีบัญชีให้สะสางกับเจ้าเปี๊ยกอีกแล้ว

 

โอ้โห อย่าให้กูสาธยายเลย เดี๋ยวมึงจะหนาวหญิงสาวเจ้าของชื่อยูริว่า กูเห็นเด็กๆนั่งอยู่ที่โต๊ะ พอเข้าไปถามก็บอกว่าวอนพิลที่นั่งอยู่ด้วยกันหายไปไหนไม่รู้ กูกลัวน้องเหงาก็เลยอยู่เป็นเพื่อน แต่ไปๆมาๆลูกมึงดันอยากเล่นวิ่งไล่จับก็เลยวิ่งวุ่นกันรอบโรงแรมเลย กูวิ่งไล่ตามมาเกือบสิบนาทีจนหน้ามืดแล้วเนี่ยพูดไปก็สูดยาดมไปอย่างน่าสงสาร

จริงหรือเปล่า ?เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาและน้ำเสียงเยือกเย็นของคุณพ่อแก๊งก้อนก็ถูกส่งไปหาผู้ต้องสงสัยตัวแสบที่มีพยานหลักฐานมัดตัวอย่างหนาแน่น

ก็จาจาบอกว่าอยากเล่นวิ่งไล่จับนี่นา

อะไรอ่ะ แบมแบมก็อยากเล่นเหมือนกันไม่ใช่หรือไงเล่า !”

นี่ ฉันไม่ได้ให้พวกนายมาทะเลาะกันเองนะ ฉันถามว่าเมื่อกี๊พวกนายซนกับพี่ยูริจริงหรือเปล่า ?แจบอมกอดอกยืนมองเจ้าตัวแสบที่เริ่มแตกคอกันเองอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักจนเจ้าตัวเล็กจ๋อยไปตามๆกัน

แจบอม มึงใจเย็นๆก่อนเจฮยองรั้งแขนเสื้อเอาไว้

เออ อย่าดุลูกเลย กูไม่ได้ว่าอะไรหรอก เมื่อกี๊ที่บ่นเพราะกูเหนื่อยเฉยๆยูริช่วยห้ามอีกเสียงอีกอย่าง กูเป็นห่วงเพราะกลัวว่าเด็กๆจะวิ่งไปชนแขกคนอื่นต่างหาก

“…” ถึงจะยอมทำใจให้เย็นลงตามคำขอของเพื่อน แต่สายตาของคนเป็นพ่อก็ยังคาดโทษลูกชายตัวน้อยที่ยืนเรียงแถวกันด้วยท่าทางสลด

หงึ…”

 

ท่ามกลางความชุลมุนบริเวณหน้าประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงที่มีแขกเหรื่อมากมายเดินเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ความเงียบเชียบระหว่างคุณพ่อสถาปนิกซึ่งกำลังพิจารณาบทลงโทษเจ้าตัวแสบที่เพิ่งก่อเรื่องไปหมาดๆกับมนุษย์ก้อนวัยอนุบาลจำนวนห้าก้อนถ้วนที่ยืนก้มหน้าหลบสายตาผู้เป็นพ่อซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันกลายเป็นความอึดอัดขนาดย่อมๆแก่เพื่อนฝูงและคนรอบข้างในบริเวณนั้น

 

แด๊ดดี้ ม้ากคึขอโทษน้าหลังจากยืนเงียบเพื่อพิจารณาบทลงโทษมาเกือบสามนาที พี่ใหญ่แก๊งก้อนก็เริ่มเปิดปากพูดขึ้นมาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงสลด ม้ากคึรู้ว่าวันนี้ม้ากคึเป็นเด็กไม่ดี ม้ากคึไม่ยอมดูแลน้อง ม้ากคึซนกับพี่ยูริด้วย แด๊ดดี้จะตีม้ากคึไหมฮะ ?

งือแจ็คสันไม่อยากโดนตีเลย ตแต่วันนี้แจ็คสันดื้อใช่ไหมแด๊ดดี้ แล้วแด๊ดดี้จะตีแจ็คสันไหม ?

วันนี้ยองแจนก็เป็นเด็กไม่ดี วันนี้ยองแจนดื้อ แต่ยองแจนไม่อยากโดนแด๊ดดี้โป้ง ยองแจนจะให้แด๊ดดี้ตียองแจนด้วย ตแต่แด๊ดดี้อย่าตียองแจนแรงน้า ยองแจนไม่อยากเจ็บ

 

สามพี่ใหญ่ของกลุ่มถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก รวมถึงสองน้องเล็กที่แม้ว่าจะยืนกอดกันอยู่แต่ก็มีสีหน้าสลดไม่ต่างกันพร้อมทั้งกลั้นใจหลับตาปี๋ยื่นมือเล็กจิ๋วออกมาตรงหน้าอย่างกล้าๆกลัวๆเพื่อรอรับบทลงโทษจนตัวเกร็งศีรษะสั่นยิกไปหมด ซึ่งถ้ามองเผินๆมันก็ดูน่าขบขันดีที่เห็นเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกพากันยื่นมือรอให้เขาทำโทษเพราะสำนึกกับความผิดของตัวเอง

ทว่า ในฐานะพ่อคนหนึ่งที่เลี้ยงเจ้าตัวยุ่งมาหลายเดือนและต้องรับมือกับความซนแสบของเด็กอนุบาลจำนวนห้าคนที่ทำให้เขาปวดหัวอยู่บ่อยๆจนบางครั้งก็ต้องหาวิธีกำราบเพื่อให้เป็นบทเรียน ซึ่งวิธีที่ว่านั้นส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นการใช้ไม้บรรทัดตีมือคนละแปะสองแปะขึ้นอยู่กับน้ำหนักของความผิดที่ก่อเอาไว้โดยที่ไม่ลืมอธิบายเหตุผลทีหลัง (แต่จะเข้าใจกันหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยรู้สึกดีสักครั้งที่ต้องทำโทษพวกเด็กๆด้วยวิธีดังกล่าว

 

และปฏิกิริยาของเจ้าเปี๊ยกในตอนนี้ก็ทำให้เขายิ่งเกิดความไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมาวิธีทำโทษของตัวเองมันดีจริงๆหรือไม่

 

ถ้าประเมินจากคำบอกเล่าของยูริที่มีหยาดเหงื่อและท่าทางเหนื่อยหอบเป็นหลักฐานมัดตัวเหล่าผู้ร้ายตัวกลมแล้ว การกระทำของพวกเด็กๆถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีจริงๆ ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงจะทำโทษโดยไม่ลังเลเพราะสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่บ้านของพวกเขา อีกทั้งยังมีแขกผู้ใหญ่ของคู่บ่าวสาวที่เขาไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวมากมาย รวมถึงตัวเด็กๆเองก็รับปากกันเป็นอย่างดีแล้วว่าจะไม่ก่อความวุ่นวายใดๆ

แต่เมื่อลองพิจารณาในมุมกลับกันแล้ว จะให้เขาโทษว่าเป็นความผิดของเด็กฝ่ายเดียวมันก็คงไม่ยุติธรรมกับพวกเจ้าเปี๊ยกเท่าไหร่นัก เนื่องจากโรงแรมที่มีพื้นที่กว้างขวางย่อมล่อตาล่อใจเด็กอนุบาลพลังงานล้นเหลือที่พร้อมจะวิ่งเล่นอยู่ตลอดเวลา และเขาก็รู้จักนิสัยเพื่อนๆของตัวเองอยู่ประมาณหนึ่งว่าลองถ้ามีเด็กช่างพูดช่างจาแถมตัวอ้วนจ้ำม่ำกันแบบนี้ก็คงรู้สึกเอ็นดูและอยากเล่นด้วยเป็นธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเขาไม่ปล่อยพวกเด็กๆไว้กับเพื่อนตามลำพังตั้งแต่แรกเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น

 

ฉันดีใจนะที่พวกนายกล้ายอมรับผิดกันแบบนี้ ฉะนั้นวันนี้ฉันจะไม่ทำโทษพวกนายก็แล้วกัน แต่พวกนายต้องฟังสิ่งที่ฉันพูดให้จบนะ ตกลงไหมจากที่ไม่สบอารมณ์ในตอนแรก คุณพ่อร่างสูงค่อยๆสูดลมหายใจเข้าเพื่อสะกดอารมณ์ตัวเองก่อนจะย่อตัวลงนั่งเพื่อเจรจากับเจ้าตัวเล็กอย่างใจเย็นคราวหลังอย่าวิ่งเล่นกันในที่แบบนี้อีกนะ แล้วก็อย่าซนกับพี่ๆคนอื่นด้วย พี่ยูริอยากเล่นกับพวกนายเพราะเธอเห็นว่าพวกนายเป็นเด็กดี ฉะนั้นพวกนายไม่ควรทำให้พี่เขาเหนื่อยแบบเมื่อกี๊นี้ และที่สำคัญที่นี่มีผู้ใหญ่คนอื่นอยู่ด้วย ฉันไม่อยากให้เขามองว่าพวกนายเป็นเด็กดื้อ

หงึแบมแบมไม่ได้ตั้งใจ แบมแบมไม่อยากแกล้งพี่ยูริ แบมแบมขอโทษน้าแด๊ดดี้

คยอมก็ขอโทษน้าแด๊ดดี้ คยอมจะไม่เล่นวิ่งไล่จับแล้ว คยอมจะเป็นเด็กดี คยอมจะไม่ดื้ออีกแล้ว แด๊ดดี้อย่าโป้งคยอมเลยน้า

ฉันไม่ได้โกรธพวกนายหรอกแจบอมลูบผมเด็กน้อยตรงหน้าเบาๆ แต่หลังจากนี้ไปพวกนายต้องเดินกันให้เรียบร้อยแล้วก็อย่าลืมสวัสดีผู้ใหญ่ทุกคนด้วย เข้าใจไหม

ได้ซี่แด๊ดดี้ ม้ากคึจะไม่วิ่งแล้ว แล้วม้ากคึก็จะสวัสดีพี่ๆทุกคนด้วยน้า

แจ็คสันด้วย แจ็คสันก็จะไม่เล่นวิ่งไล่จับแล้ว แด๊ดดี้ไว้ใจพวกเราซี่

ดีมากฝ่ามือใหญ่ไล่แปะไฮไฟว์กับมือกลมอวบหลังเสร็จสิ้นการสะสางบัญชีเด็กดื้อประจำวัน พวกนายหิวข้าวกันหรือยัง ?

ยองแจนหิวแล้วล่ะแด๊ดดี้ ยองแจนอยากหม่ำหม่ำขนมเยอะๆเลย แด๊ดดี้บอกว่าจะพาพวกเราไปหม่ำหม่ำขนมเยอะๆใช่ไหม ยองแจนจำได้น้า

นั่นซี่ คยอมก็หิวแล้วเหมือนกันน้า คยอมจะหม่ำหม่ำให้เยอะๆเท่านี้เลยเจ้าก้อนลูกหมีวาดแขนเป็นวงกลมขนาดใหญ่อย่างน่ารักน่าชัง

โอเค งั้นเราก็ไปกันเถอะ

เย้ ~ ไปหม่ำหม่ำขนมกันเถอะ !”

 

คุณพ่ออิมแจบอมเดินนำเหล่ากระพรวนลูกเป็ดที่ต่อแถวเรียงกันเป็นขบวนรถไฟเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงโดยไม่ลืมพาเด็กน้อยไปขอโทษพี่สาวคนสวยที่เพิ่งมีคดีกันไปก่อนหน้านี้ โชคดีที่ยูริไม่ได้ติดใจอะไรซ้ำยังเกี่ยวก้อยสัญญากับเจ้าตัวเล็กว่าหากมีเวลาจะมาเล่นด้วยกันอีก จากนั้นก็เดินตามหลังผู้ดูแลสถานที่ไปยังโต๊ะที่เจ้าของงานจัดไว้ให้ซึ่งมีวอนพิลกับเจฮยองนั่งรออยู่ก่อนแล้ว สายตาของผู้เป็นพ่อมองมวลสารกลมก้อนที่เดินนำหน้าไปที่โต๊ะพลางนึกย้อนไปถึงเรื่องราวระหว่างตัวเองกับเพื่อนคนหนึ่งเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน

 

เพราะเพื่อนคนนั้นทำให้เขาเข้าใจอะไรบางอย่างมากขึ้น

 

 

ซึลอง มึงคิดยังไงถึงพาลูกมางานเลี้ยงตอนกลางคืนแบบนี้วะเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน เขามีโอกาสได้นั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนร่วมคณะคนหนึ่งที่ชื่อว่า อิมซึลองเขาไม่ได้สนิทกับเพื่อนคนนี้มากนัก แต่ก็รับรู้เรื่องราวของเพื่อนคนนี้มาว่าเจ้าตัวแต่งงานค่อนข้างเร็ว และในวันที่พวกเขาได้เจอกันในงานแต่งงานของรุ่นพี่คนหนึ่งเขาก็พบว่าเพื่อนผู้มีสถานะเป็นคุณพ่อลูกอ่อนคนดังกล่าวได้กระเตงลูกชายวัยประมาณเจ็ดถึงแปดเดือนมาร่วมงานด้วย

ทำไงได้วะมึง ช่วงนี้แฟนไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด จะจ้างพี่เลี้ยงให้เฝ้าตอนกลางคืนกูก็ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ แต่จะไม่มางานนี้ก็ไม่ได้เพราะกูรู้จักกับพี่เขาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว

อ้าว แล้วนั่นมึงจะลุกไปไหน

ไปห้องน้ำ เดี๋ยวกูมานะ

หอบลูกไปด้วยทั้งแบบนั้นน่ะนะ ? แม้ว่าจะมีสายสะพายรัดเด็กเป็นตัวช่วยไม่ให้คุณพ่อมือใหม่ต้องคอยอุ้มลูกน้อยที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ในอ้อมอกของตัวเอง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

กูไปแป๊บเดียวเอง ไม่เป็นไรหรอก ปกติเวลาไปไหนมาไหนก็กระเตงไปด้วยอยู่แล้ว ฮ่าๆ

ฝากเด็กไว้ที่พวกกูก็ได้ ถึงจะเลี้ยงเด็กไม่เป็นแต่ถ้าไปแป๊บเดียวพวกกูก็ช่วยดูแลได้อยู่แล้ว มึงจะได้ไม่ต้องลำบาก

ไม่เป็นไรหรอกมึง

ไม่ไว้ใจหนุ่มโสดแบบพวกกูล่ะสิ

เปล่าหรอก กูแค่ไม่อยากรบกวนพวกมึงเฉยๆ

อย่าคิดมากสิวะ ไอ้ที่นั่งๆกันหน้าสลอนอยู่ตรงนี้มันก็เพื่อนมึงทั้งนั้นนา

กูไม่อยากรบกวนพวกมึงจริงๆ กูรู้ว่างานแบบนี้ไม่ควรพาเด็กเล็กมาด้วยแต่กูเลือกที่จะพาลูกมาเอง ฉะนั้นกูก็ต้องรับผิดชอบลูกตัวเองให้ได้ จะพามาแล้วรบกวนเพื่อนฝูงมันก็กระไรอยู่

‘…’

ตอนนี้พวกมึงอาจจะยังไม่ได้คิดอะไร แต่ถ้าวันหนึ่งพวกมึงลองมาเป็นพ่อแม่แบบกูบ้าง เดี๋ยวมึงจะเข้าใจความรู้สึกนี้เอง

 

 

ในที่สุดเขาก็เข้าใจสิ่งที่เพื่อนคนดังกล่าวพูดแล้วว่าความรู้สึกของมันในเวลานั้นเป็นอย่างไร เพราะมันทำให้เขาเข้าใจว่าถึงจะรู้สึกสบายใจเวลาเห็นเพื่อนฝูงเอ็นดูลูกตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่ควรใช้มันเป็นเหตุผลในการผลักภาระให้เพื่อนดูแลเด็กๆเวลามางานเลี้ยงลักษณะนี้หากตัวเองไม่ได้ติดธุระสำคัญจริงๆ

 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด

 

ไปตักอาหารกันเถอะ

 

ในเวลาเกือบสองทุ่มแบบนี้ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับครอบครัวของเขาไปมากกว่าเรื่องปากท้องอีกแล้ว

 

เป็นระยะเวลาหลายเดือนที่แจบอมไม่ได้มาร่วมงานเลี้ยงตอนกลางคืนนับตั้งแต่มีมนุษย์ลูกเป็ดจอมยุ่งบุกเข้ามายึดครองวิมานหลังน้อยๆของตัวเองพร้อมทั้งริบอำนาจ เวลา และสถานะหนุ่มโสดตัวคนเดียวของเขาไปจนหมดสิ้น บุฟเฟต์นานาชาติกลางห้องจัดเลี้ยงที่มีอาหารหลากหลายเมนูถูกจัดวางอย่างสวยงามชวนให้น้ำลายสอจึงเป็นสิ่งเย้ายวนชั้นดีที่ดึงดูดสายตาของสถาปนิกหนุ่มอย่างถึงที่สุด ยิ่งเมื่อนึกถึงคำพูดของไอรีนซึ่งเป็นเจ้าของงานของวันนี้ด้วยแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อยๆจัดลำดับและวางแผนเกี่ยวกับมื้ออาหารของวันนี้อยู่ในหัวอย่างเป็นระบบ

 

บุฟเฟต์คืนนี้กินได้ไม่อั้นเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ ทางโรงแรมบอกว่าจะมาเติมอาหารให้เรื่อยๆ พอดีป๊ะป๋าของพี่โบกอมรู้จักกับเจ้าของโรงแรมเขาก็เลยจัดให้แบบไม่จำกัดเป็นกรณีพิเศษจนกว่าแขกจะหมด เพราะงั้นทุกคนต้องกินกันให้คุ้มนะ เข้าใจไหม

 

ถ้าไม่ติดว่ามึงกำลังคุยกับคุณจินยองอยู่ กูคงคิดว่ามึงตายด้านไปแล้วนะไอ้ตี๋ ผู้ชายบ้าอะไรมองโต๊ะบุฟเฟต์ตาเป็นมันยิ่งกว่ามองผู้หญิงสวยๆอีกวอนพิลกระทุ้งศอกเข้าที่สีข้างของคนที่กำลังแจกจ่ายจานให้ลูกชายตัวน้อย มึงลองหัดทำตัวแบบไอ้แว่นบ้างก็ได้นะ รายนั้นแม่งมองเพื่อนฝ่ายเจ้าสาวจนลูกตาจะถลนออกจากเบ้าอยู่แล้วพลางนินทาเพื่อนสนิทอีกคนที่วิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อนผู้ชายคนอื่นๆเพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญตามที่ตกลงกันไว้ ส่วนแจบอมก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากกวาดสายตามองไปรอบๆห้องจัดเลี้ยงเท่านั้น

 

หูว ~ ยองแจนๆ ดูซี่ มีขนมเต็มไปหมดเลยล่ะเจ้าก้อนผมแดงสะกิดน้องชายแก้มกลมและชี้นิ้วกลมป้อมไปยังโต๊ะบุฟเฟต์เบื้องหน้า

ม้ากคึ ยองแจนอยากหม่ำหม่ำเค้กสีฟ้าอันนู้ ~ น

ฟุดฟิดๆ ฮื้ม ~ หอมจังเลยน้า คยอมจะรีบไปหม่ำหม่ำทุกอย่างเลย

 

หลังจากแจกจ่ายจานอาหารเรียบร้อยแล้ว ขบวนรถไฟสายลูกเป็ดนำโดยหัวรถจักรเจ้าทาสอิมแจบอมก็เดินสำรวจเมนูอาหารอย่างไม่รีบร้อน เริ่มจากตักอาหารเรียกน้ำย่อยเบาๆเพื่อเป็นการเริ่มต้นมื้ออาหารอย่างซีซาร์สลัดของตัวเองและซุปครีมเห็ดสำหรับนายท่านตัวน้อยที่ยืนต่อแถวรับถ้วยซุปอย่างเป็นระเบียบ

 

แต่ละเมนูแม่งหรูจนกูไม่กล้ากินเลยว่ะวอนพิลที่เดินตักอาหารอยู่ด้วยกันพูด ปกติไปงานของคนอื่นก็เป็นเมนูพื้นฐานของบุฟเฟต์โรงแรมทั้งนั้น งานนี้เป็นงานแรกเลยมั้งที่ได้กินบุฟเฟต์นานาชาติแถมกินไม่อั้นแบบนี้ เมื่อกี๊เหมือนจะเห็นซี่โครงแกะย่างไวน์ด้วย

งานของพวกคนรวยก็คงเป็นแบบนี้แหละมั้ง เจ้าบ่าวเป็นกุมารแพทย์มีคลินิกเป็นของตัวเอง ส่วนไอรีนเป็นสถาปนิกก็จริง แต่ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะมีแบรนด์เสื้อผ้าส่งออกที่หุ้นกับเพื่อนด้วย แถมครอบครัวของทั้งสองคนก็มีฐานะกันอยู่แล้วแจบอมตอบ

ไม่น่าเชื่อว่าคนโลกแคบแบบมึงจะรู้เรื่องของคนอื่นกับเขาด้วยวอนพิลแกล้งค่อนขอด น่าจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่ได้ยินจากปากมึงตั้งแต่รู้จักกันมาเลยมั้ง

ไอ้แว่นเล่าให้ฟังแทบทั้งนั้น มีเรื่องไหนของชาวบ้านที่มันไม่รู้บ้างล่ะชายหนุ่มยักไหล่ก่อนจะพาเหล่านายท่านตัวจิ๋วเดินกลับโต๊ะประจำ

 

จะว่าไปก็เพิ่งสังเกตว่าโต๊ะของตัวเองอยู่ใกล้เวทีเลยวุ้ย

 

งื้อ ~ ซู้ดยอด !”

 

อาหารเย็นสุดหรูมื้อแรกนับตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาส่งผลให้เจ้าก้อนโมจิที่ (พยายาม) ละเลียดซุปครีมเห็ดกลิ่นหอมละมุนสั่นศีรษะกลมโป๊งเหน่งดุ๊กดิ๊กทั้งยังยกยิ้มจนแก้มกลมปริเหมือนกับทุกครั้งที่ได้ชิมอาหารอร่อยๆ ส่วนแจบอมที่เริ่มมีทักษะการดูแลมนุษย์ก้อนวัยอนุบาลระหว่างรับประทานอาหารก็สามารถจัดการกับสลัดจานแรกของตัวเองไปพร้อมๆกับคอยเช็ดหน้าเช็ดปากให้บรรดานายท่านตัวน้อย และในที่สุดอาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกของทุกคนก็หมดลงอย่างรวดเร็ว

ระหว่างเดินตักอาหารจานถัดๆไป แจบอมก็ไม่ลืมที่จะสอนมารยาทเล็กๆน้อยๆที่เขาคาดว่าเด็กอนุบาลน่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก อาทิ การตักอาหารใส่จานทีละน้อยซึ่งเป็นมารยาทพื้นฐานของการรับประทานบุฟเฟต์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสลิ้มลองอาหารอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ขนมปังบาแก็ตต์ ไก่อบซอส แซลม่อนย่าง พาสต้าอบชีส ที่พวกเขาตักไปอย่างละนิดอย่างละหน่อยหลังจากรับประทานอาหารแต่ละจานหมดแล้ว และตอนนี้ก็ถึงเวลาของขาหมูเยอรมันที่เขากับยูคยอมแท็กทีมเล็งเอาไว้ตอนเดินมาตักอาหารรอบก่อนหน้านี้

 

ตี๋จ๋า ~ทว่า ขณะกำลังคีบไส้กรอกรมควันใส่จานตามคำบัญชาของนายท่านหน้าม้าเต่ออยู่นั้น แขนข้างซ้ายของเขาก็ถูกใครบางคนสอดแขนข้างหนึ่งมาคล้องไว้ทั้งยังบีบเสียงเรียกอย่างออดอ้อน

อะไรของมึงไอ้ซานะ แต่ถ้าเจ้าของเสียงเรียกดังกล่าวคือไอ้ซานะแล้วล่ะก็ เสียงออดอ้อนที่ว่ามันจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้อิมแจบอมคนนี้รู้สึกคันมือคันเท้าขึ้นมาในทันที บอกไว้ก่อนเลยว่าทั้งหมดในจานนี้มีแต่ของลูกกู มึงไม่ต้องคิดจะแย่งเชียวล่ะเป็นเพื่อนกันมาหลายปี เจอหน้ากันเวลากินทีไรอาหารในจานของเขาจะต้องถูกมันฉกไปแทบทุกครั้ง แจบอมจึงต้องรีบออกปากห้ามไว้ก่อน

รู้ดีเหลือเกิ๊น !” เธอตอบเสียงสูงแต่ยังคงควงแขนของแจบอมไว้เช่นเดิม แต่เสียใจด้วย วันนี้มึงทายผิด ที่กูเรียกเพราะมีวัตถุประสงค์อย่างอื่นต่างหาก

เรื่อง ?

มึงหยุดแด_แล้วมาเป็นคู่ให้กูเดินควงรอบงานซะดีๆ

ฮะ !?!” จากทีตอบแบบส่งๆเพราะไม่อยากให้ความสนใจกับเพื่อนที่ไม่เคยพูดจามีสาระกับตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรกลายเป็นเสียงอุทานด้วยความมึนงงเพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก พูดอะไรของมึงวะ

มึงดูบรรดาเพื่อนผู้ชายขี้หลีของมึงให้ดีๆนะเธอชี้ไปยังกลุ่มเพื่อนผู้ชายที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย

แล้ว ?

โว้ะ มึงไม่เห็นเหรอว่าพวกมันกำลังมองเพื่อนฝ่ายเจ้าสาวอีกกลุ่มอยู่

เออ เห็นแจบอมพยักหน้า แล้วยังไง อย่าบอกนะว่ามึงอิจฉาที่เขาสวยกว่า ?

อีตี๋ !!!” กำปั้นข้างหนึ่งทุบลงบนแขนของชายหนุ่มอย่างแรง โอเค กูยอมรับก็ได้ว่าเพื่อนเก่าไอรีนสวยจริงๆ แต่มึงเข้าใจไหมว่าลูกผู้หญิงแบบพวกกูก็มีศักดิ์ศรีนะเว้ย เมื่อกี๊ทั้งกูทั้งซึลกิเห็นมากับตาว่าบรรดาสาวสวยชุดสีโอลด์โรสที่ไอ้แว่นเพื่อนรักของมึงชมเขาหนักหนาแล้วมาบลัฟพวกกูว่าสวยได้ไม่ถึงครึ่งแม่งส่งสายตาเย้ยพวกกูไง มองยังไงก็เป็นการส่งสาสน์ท้ารบกันชัดๆ กูมั่นใจว่าคนดีแบบมึงคงไม่อยากเห็นสาวสวยในออฟฟิศตัวเองถูกกลั่นแกล้งหรอกใช่ไหมตี๋พูดไปก็ปั้นสีหน้าเบะปากไปด้วย

ไม่…” แจบอมตอบทันควัน

มันต้องแบบนี้สิ

“…ไม่เข้าใจว่าทำไมกูถึงต้องมายืนฟังความไร้สาระของมึงด้วย

อีตี๋ อีตาขีด อีมนุษย์ไม่มีตา !!!” หล่อนกระชากจานอาหารในมือของชายหนุ่มออกอย่างเอาแต่ใจ ไม่รู้แหละ ตอนนี้ในบรรดาเพื่อนผู้ชายทั้งหมดที่มีอยู่ มึงเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกกู ตอนนี้ทุกคนพร้อมใจกันยกตำแหน่งหลัวของออฟฟิศให้มึงแล้ว ฉะนั้น มึง ต้อง ไป ทำ หน้า ที่ บัด เดี๋ยว นี้ !” ก่อนจะลากแจบอมออกจากซุ้มอาหารอย่างเอาเป็นเอาตายจนชายหนุ่มเซถลาไปตามแรงดึง

อะไรของมึงเนี่ยไอ้ซานะ ปล่อยกู !”

มึงไม่ต้องกลัวบุฟเฟต์หมดหรอก ไอรีนบอกว่าเชฟพร้อมบริการอาหารตลอดทั้งคืน เดี๋ยวกูให้คูปองบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นมึงกับลูกเพิ่มตอนกลับโซลด้วย

กูไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นเว้ยแจบอมพยายามยื้อยุดตัวเองไม่ให้ไปตามแรงดึงของเจ้าหล่อนขณะที่ศีรษะก็หันซ้ายหันขวามองไปรอบๆห้องจัดเลี้ยงอย่างเป็นกังวล

ถ้าไม่ห่วงเรื่องกิน ชีวิตมึงก็ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงแล้วค่ะเพื่อน แฟนเฟินก็ไม่มีสักหน่อย อายุปูนนี้ไม่ต้องมาหวงตัวแล้วล่ะพ่อคุณ ถือเสียว่าทดลองควงแฟนออกงานก็แล้วกัน ถึงกูจะมีแฟนแล้วก็เถอะ แต่วันนี้จะยอมควงมึงหนึ่งวันก็ได้

มันไม่ใช่แบบนั้นโว้ย !”

 

ยิ่งคุยกันเธอก็ยิ่งพาแจบอมออกนอกประเด็นไปไกลขึ้นทุกที ซ้ำยังลากให้เขาเดินเข้ามาในบริเวณที่มีแขกเหรื่อยืนอยู่โดยที่ยังไม่ปล่อยแขนออกจากแขนของเขาแต่อย่างใด ส่วนแจบอมที่เดินหันซ้ายขวามาตลอดทางก็พยายามกวาดสายตามองบรรดาผู้คนภายในงานด้วยใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะมากขึ้นทุกขณะ

 

ทั้งที่เมื่อก่อนก็บังเอิญเจอกันบ่อยๆเวลาอยู่นอกบ้าน แต่พอเวลาแบบนี้อยู่งานเดียวกันแท้ๆทำไมเขาถึงมองหาปาร์คจินยองไม่เจอสักทีล่ะเหวย

 

ไอ้ซานะก็ไม่ยอมปล่อยเสียด้วย ถ้าเดินๆไปแล้วเจอปาร์คจินยองระหว่างทางอีกมีหวังบุฟเฟต์นานาชาติได้กลายเป็นอาหารมื้อสุดท้ายของเขาแหงๆ !

 

อุหวา ~ ไม่ได้นะพี่สาว พี่สาวห้ามจับแด๊ดดี้น้า !”

 

ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงเพราะต้องสู้รบกับแรงฉุดกระชากของเพื่อนผู้หญิงที่นอกจากจะมีซานะแล้ว หญิงสาวในชุดเดรสสีฟ้าซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนอีกสามคนก็วิ่งเข้ามายึดแขนทั้งสองข้างของสถาปนิกหนุ่มเอาไว้จนชุลมุนวุ่นวายไปหมด ความอลหม่านก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเหล่ากองทัพมนุษย์ก้อนไซส์มินิจำนวนห้าก้อนแบบเน้นๆซึ่งเดินดูเมนูอาหารอยู่ใช้มวลสารความเป็นก้อนโมจิของตัวเองแทรกเข้ามาในบริเวณที่มีคุณพ่อลูกเป็ดกับบรรดาเพื่อนสาวของตัวเองยืนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ ก่อนจะกระจายกองกำลังไปยังจุดต่างๆ เจ้าก้อนลูกหมีกับเจ้าก้อนแก้มอวบรับหน้าที่กอดหมับขาทั้งสองข้างของผู้เป็นพ่อเอาไว้อย่างเหนียวหนึบ พี่ใหญ่แก๊งก้อนกับแขนทั้งสองข้างที่โอบรอบเอวของแจบอมเอาไว้ โดยมีเจ้าก้อนวายร้ายกับเจ้าก้อนแฮมสเตอร์ผมปอยชมพูยืนกางแขนกางขาสร้างเกราะคุ้มกันอยู่ตรงหน้าอย่างขึงขัง

 

แค่นี้ชีวิตของอิมแจบอมยังวุ่นวายไม่พออีกเร้อ !!!

 

หวงพ่อหรือไงจ๊ะรูปหล่อ หืม ?หนึ่งในสี่สาวแกล้งหยิกจมูกเจ้าหนูหน้าม้าเต่อที่ยืนกันพวกเธอออกจากคุณพ่อร่างสูงด้วยความเอ็นดูพี่ขอยืมตัวคุณพ่อเดี๋ยวเดียวเอง ให้พวกพี่ยืมหน่อยนะครับสุดหล่อ

ม่าย ด้าย ค้าบ ม่าย ด้าย ~เจ้าก้อนวายร้ายพูดลากเสียงยาวพลางส่ายศีรษะยิกๆแจ็คสันให้พี่สาวเล่นกับแด๊ดดี้ไม่ได้หรอกน้า

ทำไมล่ะ ถ้าให้ยืมพี่จะไปหม่ำหม่ำขนมอร่อยๆด้วยนะ

อ๋า…”

คยอมอย่าปล่อยมือซี่ !” เจ้าก้อนแก้มอวบดุเจ้าลูกหมีอ้วนที่หวั่นไหวกับข้อเสนอจนเผลอคลายแรงกอดขาผู้เป็นพ่อ

หงึ…”

 

แจบอมได้แต่ยืนมองภาพที่เพื่อนของตัวเองกำลังต่อรองกับเจ้าเปี๊ยกปุกปุยซึ่งเอาแต่ปฏิเสธข้อเสนอของบรรดาพี่สาวตรงหน้าอย่างสุดกำลังด้วยความสับสนปนไม่เข้าใจ เพราะไม่ว่าพวกเธอจะเกลี้ยกล่อมหรืองัดสารพัดสินบนมาเสนออย่างไร เจ้าตัวแสบก็ส่ายศีรษะเซย์โนกันท่าเดียว

 

จู่ๆก็เกิดรักเขากันขึ้นมาหรือยังไงหว่า ?

 

ให้พี่เล่นกับป๊ะป๋าของเราไม่ได้จริงๆเหรอเด็กๆ นิดเดียวเอง นะนะ

จี๊ด ~ เดียวก็ไม่ได้ฮะแจ็คสันยังคงส่ายศีรษะปฏิเสธอย่างหนักแน่น  ก็พวกเราสัญญากับพี่จีนยองแล้วนี่นาว่าจะไม่ให้พี่สาวคนไหนมาเล่นกับแด๊ดดี้ แจ็คสันไม่อยากโดนพี่จีนยองโป้งหรอกน้าพี่สาว

 

เอ๊ะเขาว่าเขาได้ยินอะไรแปลกๆ

 

อะฮ้า ~ แบบนี้นี่เอง…” เพียงเท่านี้สายตาทั้งสี่คู่ก็พุ่งตรงมายังแจบอมอย่างรวดเร็วพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ทำให้คนมองเริ่มเสียวสันหลังวาบ ก่อนที่พวกเธอจะกลับไปคุยพวกเด็กๆต่อ พวกพี่เข้าใจแล้วล่ะ พี่จะไม่เล่นกับป๊ะป๋าของเราก็ได้

จริงๆน้าพี่สาว เกี่ยวก้อยสัญญากับแบมแบมซี่

ได้สิ แต่เราต้องตอบคำถามของพี่มาข้อนึงก่อนนะเธอว่า ใครคือพี่จีนยองที่พวกเราพูดถึงเหรอ เล่าให้พี่ฟังหน่อยได้ไหมครับ

เฮ้ยๆ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกูเลยนะ

กูก็ไม่ได้ยุ่งเรื่องของมึงสักหน่อยพวกเธอยักคิ้วหลิ่วตา กูคุยกับเด็กๆอยู่ต่างหาก มึงนั่นแหละที่เป็นส่วนเกิน จะไปไหนก็ไปไป๊ ชิ่วๆ

พี่จีนยองหรอฮะ งืมพี่จีนยองเป็นพี่ที่อยู่บ้านเดียวกันกับแด๊ดดี้น่ะซี่พี่สาว เจ้าก้อนผมแดงตอบอย่างฉะฉาน แต่กลับทำให้ผู้เกี่ยวข้องที่ยืนอยู่ด้วยกันสะดุ้งเฮือกกับคำตอบกำกวมที่ฟังดูน่ากลัว

 

ไอ้หนูเอ๊ย พูดผิดแค่คำเดียวแต่ความหมายมันเปลี่ยนแบบสุดขั้วเลยนะเว้ย !

 

อีกอย่าง ผมทำมาเป็นค่ามัดจำภารกิจให้เด็กๆต่างหากล่ะครับ

โอ๊ะ ได้ซี่พี่จีนยอง

ไว้ใจพวกเราได้เลยน้า ม้ากคึจะช่วยพี่จีนยองเอง

แบมแบมก็จะช่วยพี่จีนยองด้วย พี่จีนยองไว้ใจแบมแบมซี่

เยี่ยมมาก !’

 

ไอ้เรื่องค่ามัดจำภารกิจที่ว่าน่ะ ที่แท้มันเป็นแบบนี้เองเรอะ !?!

 

นี่ พี่จีนยองที่ว่าน่ะ อยู่บ้านเดียวกันจริงๆเหรอครับ ?เธอถามย้ำ

ใช่แล้วฮะพี่สาว คยอมได้เล่นกับพี่จีนยองทุกวันเลยน้า แล้วพี่จีนยองก็ให้คยอมหม่ำหม่ำแซนด์วิชด้วยล่ะ

 

อย่าขยี้กันสิโว้ย !!!

 

อิมแจบอมจ๋า…”

ถ้าใครถามต่อขอให้ขึ้นคานไปอีกสามปี หากปล่อยให้บทสนทนายืดยาวต่อไป ชีวิตของเขาจะต้องพบเจอกับความวุ่นวายมากกว่านี้เป็นแน่ แจบอมจึงรีบตัดไฟตั้งแต่ต้นลมเสีย กูจะพาเด็กๆไปกินข้าวต่อแล้ว บายนะจากนั้นก็รีบหิ้วมวลสารกลมก้อนจอมยุ่งที่สร้างเรื่องไว้อย่างแสบสันออกจากที่เกิดเหตุกลับมายังโต๊ะประจำโดยไม่สนใจว่าสายตาของเพื่อนทั้งสี่คู่จะทิ่มแทงตัวเองรุนแรงแค่ไหน

ซู้ ~ ด เหนื่อยจังเลยน้า

นั่นซี่ ซู้ ~ ดเสียงพึมพำจากเจ้าวายร้ายหน้าม้าเต่อกับเจ้าก้อนลูกหมีที่กำลังนั่งดูดน้ำหวานเย็นฉ่ำหลังกลับมาถึงโต๊ะทำให้คนเป็นพ่ออดมองเขม่นบรรดานายท่านตัวแสบไม่ได้

 

หนอย ไอ้คนที่เหนื่อยจริงๆคือเขาต่างหากโว้ย อย่าสร้างเรื่องกันหนักจะได้ไหมเล่า !

 

มื้ออาหารเย็นสุดหรูยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าวอนพิลจะขอตัวไปทักทายเพื่อนคนอื่นๆที่นั่งอยู่คนละโต๊ะ ส่วนเจฮยองก็เดินคุยกับคนนั้นคนนี้ไปรอบงานตามประสาคนอัธยาศัยดี เจ้าทาสผู้นอบน้อมยังคงทำหน้าที่ตักอาหารบริการนายท่านตัวน้อยที่เดินไปเลือกด้วยกันได้อย่างดีเยี่ยม อาหารจานแล้วจานเล่าถูกกำจัดไปอย่างไม่เร่งรีบระหว่างรอให้คู่บ่าวสาวทักทายแขกทั่วทั้งงาน จนในที่สุดแบมแบมก็เป็นคนแรกที่ยกธงขาวให้กับมื้อนี้ ตามด้วยมาร์คและยองแจที่นั่งลูบพุงป้อยๆอยู่ด้วยกัน ส่วนแจ็คสันกับยูคยอมนั้นยังสามารถจัดการกับสเต็กหมูที่แจบอมหั่นแบ่งใส่จานให้ได้แบบสบายๆ

 

แจ็คสัน ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนนะ

 

อ้อคำว่า สบายๆที่ว่าเขาหมายถึงยูคยอมคนเดียวนะ

 

แจ็คสันแจ็คสันยังไม่อิ่มหรอกน้าแด๊ดดี้ อือ…” เจ้าก้อนชินจังกลั้นใจกลืนเนื้อหมูลงคอไปทั้งที่สีหน้าเต็มไปด้วยทรมานเพราะเจ้าตัวเริ่มจะอิ่มแล้วแจ็คสันจะไม่ยอมแพ้คยอมหรอกนะ

นี่ ฉันไม่ได้ให้พวกนายมากินแข่งกันนะแจบอมปราม เดี๋ยวนายก็ปวดท้องหรอก

นั่นสิ พี่ว่าเราไปวิ่งเล่นย่อยอาหารกันสักหน่อยดีไหม ?

ย้า พี่จีนยองนี่นา !”

 

เจ้าก้อนลูกเป็ดที่นั่งลูบพุงป้อยๆในตอนแรกกระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีเมื่อได้เห็นโฉมหน้าผู้มาใหม่ที่จู่ๆก็เดินเข้ามาทักทายพวกเขาที่โต๊ะแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง แจบอมซึ่งกำลังเคี้ยวเนื้ออยู่ในปากจึงต้องเร่งสปีดขากรรไกรของตัวเองเพื่อให้สามารถพูดคุยกับปาร์คจินยองที่ยืนอยู่ด้านหลังได้ตามปกติ ก่อนจะพบว่าครั้งนี้ปาร์คจินยองไม่ได้เดินมาหาพวกเขาเพียงลำพัง

 

มาร์ค แจ็คสัน ยองแจ แบมแบม ยูคยอม !”

พี่โซมี !” แต่ยังมีหลานสาววัยเจ็ดขวบที่เคยเจอกับเขาและพวกเด็กๆอยู่ครั้งหนึ่งยืนอยู่ข้างๆกันอีกด้วย

สวัสดีค่ะอาแจบอมเด็กหญิงโซมีในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวน่ารักสมวัยกล่าวทักทายคุณอาหนุ่มด้วยรอยยิ้มอย่างสุภาพ

อาครับแจบอมพยายามตอบกลับอย่างนุ่มนวลที่สุดและเลื่อนเก้าอี้ซึ่งแต่เดิมเป็นตำแหน่งของวอนพิลให้เด็กหญิงนั่งข้างกันกับพวกเด็กๆ โซมีมานั่งคุยกับน้องก่อนก็ได้นะ

เย้ ! ขอบคุณนะคะอาแจบอม หลังจากนั้นวงสนทนาของหนึ่งเด็กประถมและเด็กอนุบาลทั้งห้าคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมาพักใหญ่ก็เริ่มต้นขึ้น

นั่งก่อนสิคุณแจบอมจึงเลื่อนเก้าอี้ที่ว่างอยู่อีกหนึ่งตัวเพื่อเชื้อเชิญให้อีกคนนั่งร่วมโต๊ะด้วยกัน อย่างไรเสียวอนพิลกับเจฮยองน่าจะยังไม่กลับมาที่โต๊ะในเร็วๆนี้อยู่แล้ว

ขอบคุณครับจินยองนั่งลงข้างกันกับหลานสาวตัวน้อย กินเก่งกันจังเลยนะครับ ผมเห็นคุณแจบอมพาเด็กๆเดินไปตักอาหารตั้งหลายรอบแน่ะ

เด็กๆเพิ่งเคยกินบุฟเฟต์กันครั้งแรกก็เลยตื่นเต้นกันน่ะแจบอมตอบ ไปทักทายญาติผู้ใหญ่มาแล้วหรือคุณ

เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้เป็นช่วงรำลึกความหลังของพวกผู้ใหญ่ผมก็เลยพาโซมีมาหาเด็กๆน่ะครับ ดูสิครับ พอเจอเพื่อนทีไรแม่ก็ลืมผมกับหลานทุกที”” หัวเราะเบาๆก่อนจะชี้นิ้วไปยังบริเวณโต๊ะของญาติบ่าวสาวซึ่งมีผู้ใหญ่หลายคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานแล้วคุณเจฮยองกับคุณวอนพิลล่ะครับ ?

วอนพิลไปหาเพื่อนที่อยู่อีกโต๊ะ ส่วนไอ้แว่นก็อย่างที่คุณเห็นร่างสูงพยักเพยิดหน้าไปที่กลุ่มเพื่อนผู้ชายอีกโต๊ะหนึ่ง

แล้วคุณแจบอมไม่สนใจไปสังสรรค์กับเพื่อนๆบ้างหรือครับ เท่าที่ดูบรรยากาศบนโต๊ะของเพื่อนคุณแล้วก็น่าสนุกดีนะ

ผมขอผ่านดีกว่า ส่วนใหญ่ผมก็เจอพวกมันในที่ทำงานอยู่แล้ว อีกอย่างมีเด็กๆอยู่ด้วยแบบนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่คุณพ่อแก๊งก้อนเหลือบมองลูกชายตัวน้อยที่จับกลุ่มคุยกับหลานสาวของเพื่อนบ้านอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็หันกลับมามองเพื่อนบ้านที่มีคดีติดตัวอยู่หนึ่งกระทง

 

อย่าคิดว่าเขาจะลืมวีรกรรมของปาร์คจินยองกับพวกเจ้าเปี๊ยกเชียวล่ะ !

 

ทำไมมองหน้าผมแบบนั้นล่ะครับ ?คนตัวเล็กทำทีเอียงคอถามตาใส ขัดกับรอยยิ้มที่ทำให้แจบอมรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ

ผมสิต้องเป็นฝ่ายถามคุณ…”

 

แจบอมหันมองรอบข้างจนมั่นใจว่าบรรดาแขกเหรื่อรอบข้างต่างให้ความสนใจกับบรรยากาศภายในงานมากกว่า มือหนาจึงเอื้อมไปจับแก้มนุ่มทั้งสองข้างของคนที่นั่งอยู่ด้วยกันก่อนจะออกแรงดึงอย่างด้วยความมันเขี้ยวทั้งหมดที่ตัวเองสั่งสมเอาไว้ตั้งแต่ได้ล่วงรู้แผนการลับที่เจ้าตัวแสบหลุดปากออกมาอย่างคันไม้คันมือ

 

นับวันเขาก็ยิ่งอยากจะจับปาร์คจินยองไปขยำเป็นก้อนรวมกับพวกเจ้าเปี๊ยกมากขึ้นทุกที

 

เล่นอะไรของคุณน่ะ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะสถาปนิกหนุ่มถามโดยที่ยังไม่ปล่อยมือออกจากแก้มกลมๆของคนตรงหน้า

อื๊อ ~ อ่อยอ๋มอ๊ะ ! (ปล่อยผมนะ)คนถูกรังแกขัดขืนในสภาพที่ถูกดึงแก้มจนยืดย้วยไปหมด แจบอมจึงยอมปล่อยมือออก พูดเรื่องอะไรของคุณน่ะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อยก่อนจะตีหน้ามุ่ยกุมแก้มทั้งสองข้างอย่างหวงแหน

ไม่ต้องมาโกหกผมเลย ผมรู้ความจริงหมดแล้ว เรื่องค่ามัดจำภารกิจอะไรของคุณนั่นน่ะ

อ๋อ หมายถึงเรื่องนั้นนี่เองเพื่อนบ้านตัวดีพยักหน้าด้วยสีหน้าพึงพอใจ คุณแจบอมทำหน้าแบบนี้แสดงว่ากองกำลังของผมทำหน้าที่ได้ดีใช่ไหมล่ะครับ ไม่เสียแรงที่ผมอุตส่าห์ตื่นมาทำแซนด์วิชตั้งแต่ตีห้าครึ่ง

ดีจนน่าใจหายเลยล่ะ ทีเวลาผมสั่งให้อยู่นิ่งๆเวลาอาบน้ำไม่ยักจะเชื่อฟังผมแบบที่เชื่อฟังคุณเลยแจบอมตอบอย่างอดน้อยใจไม่ได้

 

ไปเลยไอ้หนู กลับโซลแล้วก็เก็บข้าวของไปเป็นลูกบ้านนั้นกันให้หมดเลยนะเฟ้ย !

 

ขี้น้อยใจจังเลยนะครับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดแกล้งแซว แจบอมที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจึงได้แต่หลบสายตาไปทางอื่น แต่ว่าคุณทำหน้ายุ่งขนาดนี้ ตกลงว่าน้อยใจลูกหรือว่าเสียดายที่อดไปส่องสาวๆกับเพื่อนกันแน่ครับ ?

แค่กๆ ทำไมถามแบบนั้นล่ะคุณ !?!” คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับสำลักน้ำออกมา

ห้องจัดเลี้ยงของโรงแรมมันไม่ได้กว้างเหมือนสนามกอล์ฟสักหน่อยนี่ครับ ถึงผมจะเดินทักทายผู้ใหญแต่ผมก็เห็นทุกอย่างในห้องนี้อยู่ดี แถมผู้ชายที่มีเพื่อนเจ้าสาวควงแขนพร้อมกันทีเดียวตั้งสี่คนจะมีสักกี่คนกันล่ะครับนักศึกษาหนุ่มกอดอกยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนตัวสูงกว่า ถ้าคุณแจบอมเนื้อหอมแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิครับ

เนื้อหอมอะไรกันล่ะคุณ เพื่อนเจ้าสาวที่ว่าก็มีแต่เพื่อนผมทั้งนั้น แถมผมก็ไม่ได้อยากจะเล่นกับพวกมันเสียหน่อยร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงนเมื่อเพื่อนบ้านนักศึกษาหันหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งหลังฟังที่ตัวเองพูดจบทั้งยังหน้ามุ่ยเล็กน้อยราวกับเด็กถูกขัดใจ

รู้สึกหมั่นไส้คนแถวๆนี้จังเลยล่ะครับ

คราวนี้หมั่นไส้ผมเรื่องอะไรล่ะ ?คุณพ่อลูกเป็ดถามต่อโดยที่ครุ่นคิดหาเหตุผลตามไปด้วย และคนที่เพิ่งเอ่ยปากบอกว่าหมั่นไส้ตัวเองก็ไม่มีวี่แววว่าจะตอบคำถามของเขาสักนิด

 “ไม่รู้ครับนักศึกษาอนุบาลยกนิ้วโป้งขึ้นมาตรงหน้าทั้งยังปั้นหน้าง้ำงอเหมือนเดิม แต่ตอนนี้ผมขอโป้งคุณแจบอมก่อนดีกว่า

อ้าว แบบนี้ก็ได้หรือคุณแจบอมพยายามกลั้นหัวเราะกับท่าทีของอีกคน

 

พูดไปเดี๋ยวจะหาว่าแกล้ง แต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นการโป้งคนรอบข้างที่น่ากลัวได้ไม่ถึงครึ่งของเด็กอนุบาลตัวจริงก็วันนี้นี่ล่ะ

 

เอาล่ะครับ ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านอย่างเป็นทางการและขอสวัสดี…”

 

ดูเหมือนว่างานจะเริ่มแล้วล่ะครับหลังจากคุยกันมาเกือบยี่สิบนาที พิธีกรบนเวทีก็เริ่มกล่าวทักทายแขกที่มาร่วมงานอย่างเป็นทางการ ผมขอตัวกลับโต๊ะก่อนก็แล้วกันนะครับโซมี กลับไปหายายกันเถอะค่ะจินยองจึงเรียกหลานสาวที่กำลังพูดคุยกับน้องชายตัวกลมไม่หยุดเพื่อกลับโต๊ะประจำของตัวเอง

พี่จีนยองกับพี่โซมีจะไปแล้วหรอ ?เจ้าก้อนวายร้ายถามด้วยความเสียดาย

อื้ม เดี๋ยวอีกสักพักพี่จะพาโซมีมาเล่นด้วยอีกนะ

เสียดายจังเลยน้า ม้ากคึอยากฟังพี่โซมีเล่าเรื่องสนุกๆตอนนั่งเรือในทะเลอีกจังเลย

งืออาจูเนียร์ขา หนูขอนั่งกับน้องตรงนี้ได้ไหมคะและโซมีเองก็เอ่ยปากขออนุญาตเพราะกำลังสนุกเช่นกัน น้าๆอาจูเนียร์ หนูอยากเล่นกับน้องต่อจริงๆนะคะ ไปนั่งโต๊ะนู้นหนูก็ไม่มีเพื่อนเล่นนี่นา นะคะอาจูเนียร์ น้า ~

ไม่ได้ค่ะ ถ้ามานั่งตรงนี้เดี๋ยวยายก็บ่นเอาหรอก

วันนี้หนูมีเพื่อนเล่นตั้งเยอะเลยนะคะ ยายต้องดีใจสิ อาจูเนียร์คุยกับยายให้หนูหน่อยนะค้า น้าๆ คืนนี้หนูจะนอนเร็วๆเลยค่ะ จะไม่เล่นไอแพดด้วย สัญญาค่ะ

โซมีคะ…” จินยองถอนหายใจเมื่อต้องเผชิญกับความขี้อ้อนของหลานสาว

ไม่เป็นไรหรอกคุณ ให้โซมีอยู่เล่นกับเด็กๆที่โต๊ะผมก็ได้ เดี๋ยวผมดูแลให้เอง โต๊ะคุณมีแต่ผู้ใหญ่แกคงจะเหงาส่วนคนที่ไม่เคยเอาชนะลูกอ้อนของเด็กได้สักครั้งก็ยอมช่วยพูดให้อีกแรง

ใช่ค่ะอาแจบอม หนูอยากเล่นกับน้องจริงๆนะคะ หนูจะไม่ดื้อกับอาแจบอมเลยค่ะอาจูเนียร์ ให้หนูอยู่เล่นกับน้องเถอะน้าเด็กหญิงกอดหมับเข้าที่แขนของคุณอาเพื่อนบ้านและพูดอ้อนวอนคุณอาของตัวเองไปพร้อมๆกัน

คุณไม่ต้องมาสปอยล์หลานผมเลยนะจินยองดุคุณพ่อใจอ่อน โซมีคะ เดี๋ยวถ้าเสร็จงานแล้วอาจะพามาหาน้องอีก ตกลงไหมคะ ?

พี่จีนยองให้พี่โซมีอยู่กับพวกเราไม่ได้หรอ คยอมจะเล่นเป็นเพื่อนพี่โซมีเอง พี่จีนยองให้พี่โซมีเล่นกับพวกเราได้ไหมฮะเมื่อเสียงร้องขอจากแจบอมและโซมีไม่ได้ผล กองกำลังกลุ่มต่อไปก็แท็กทีมกันลงสนามทันที

พี่จีนยองไว้ใจพวกเราซี่ ยองแจนจะไม่ซนกับพี่โซมีซักจิ๊ดเดียวเลยน้า

ใช่แล้วฮะ แบมแบมก็จะไม่แกล้งพี่โซมีด้วยน้า แบมแบมอยากเล่นกับพี่โซมีอีก พี่จีนยองให้พี่โซมีเล่นกับพวกเราเถอะน้า

อาจูเนียร์ให้หนูอยู่กับน้องเถอะน้า หนูมีเรื่องอยากเล่าให้น้องฟังเพียบเลยค่ะ แล้วหนูก็จะได้มีเรื่องไปอวดจื่อวีกับนัตตี้ตอนไปโรงเรียนด้วยว่าวันนี้หนูมีเพื่อนตั้งเยอะ น้า ~

ตามใจหลานสักครั้งเถอะคุณ ผมจะดูแลให้เอง คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอก

พร้อมใจกันอ้อนแถมมีคุณให้ท้ายแบบนี้ผมคงจะชนะหรอกครับจินยองจำใจต้องยอมรับความพ่ายแพ้ที่ไม่อาจทัดทานพวกเด็กๆได้ เฮ่อ ก็ได้ค่ะ แต่ต้องเล่นกับน้องดีๆ แล้วก็ห้ามซนกับอาแจบอมเด็ดขาดนะ เข้าใจไหมคะ

เย้ !!!” เด็กน้อยทั้งหกคนพากันส่งเสียงเฮด้วยความดีใจ ส่วนจินยองก็ต้องก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้ไปแต่ก็ไม่วายชายตามองแรงใส่ฝ่ายสนับสนุนของพวกเด็กๆอยู่ดี

เอาน่าคุณ ไม่ต้องเกรงใจผมหรอก เด็กๆมีเพื่อนเล่นแบบนี้จะได้ไม่เบื่อไง

เนื้อหอมกับสาวๆแล้วยังจะมาเรียกคะแนนความนิยมกับหลานผมอีก นิสัยไม่ดีเลยนะครับ

อย่าพาลสิคุณ

ไม่รู้ล่ะ ตอนนี้ผมยังโป้งคุณอยู่นะ จินยองว่า แต่ยังไงก็รบกวนดูแลโซมีด้วยนะครับ ถ้าแกดื้อหรืองอแงอะไรคุณพาไปส่งที่โต๊ะได้ตลอดเลยนะ

คุณไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกแจบอมมองหน้าอีกคน แต่อีกเรื่องน่ะ สรุปแล้วคุณโป้งผมเรื่องอะไร หืม ?

นี่คุณไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ครับ

ผมจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันล่ะคุณ

ช่างเถอะครับ ผมขอตัวกลับโต๊ะก่อนดีกว่า งานจะเริ่มแล้วนะ

เรื่องสิ ตอบผมมาเดี๋ยวนี้เลย แจบอมคว้าแขนของคนตัวเล็กกว่าที่ตั้งท่าจะเดินกลับเอาไว้แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกรธจริงจัง แต่เขาก็ไม่อยากให้มีอะไรค้างคาใจเช่นกัน

 

แต่ความจริงเขาก็ไม่ได้ค้างคาใจอะไรหรอก แค่เห็นปาร์คจินยองหน้าตึงแบบนี้แล้วรู้สึกหมั่นไส้ก็เลยอยากแกล้งเท่านั้นเอง

 

มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกครับ เหตุผลส่วนหนึ่งผมก็แค่แกล้งแหย่คุณเฉยๆปล่อยผมได้แล้วครับคุณแจบอม

แล้วอีกส่วนล่ะคุณ ?

เหตุผลส่วนตัวของผมครับ

เหตุผลที่ว่ามันคืออะไรล่ะ ?

ผมก็บอกอยู่นี่ไงครับว่าเป็นเหตุผลส่วนตัว

ผมถึงได้ถามต่อไงว่าเหตุผลที่คุณบอกว่าเป็นเหตุผลของคุณมันคืออะไรแจบอมลดระดับเสียงให้นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ บอกผมมาเถอะคุณ จะสำคัญหรือไม่สำคัญผมไม่รู้หรอก แต่บางครั้งผมก็อยากรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่

ให้ผมชนะสักครั้งเถอะครับคุณแจบอม พูดมาขนาดนี้แล้วผมจะปฏิเสธคุณยังไงล่ะครับจินยองบ่นอุบ ถ้าผมบอกแล้วคุณห้ามว่าผมงี่เง่านะ

ฮื่อ…” แจบอมตอบตกลงโดยไม่ลังเลเพราะคิดว่าคนแบบปาร์คจินยองคงไม่ได้มีเหตุผลงี่เง่าถึงขั้นที่เขาจะรับไม่ได้หรือทนไม่ไหวอยู่แล้ว

ตอนที่ผมแซวคุณเรื่องเนื้อหอมกับสาวๆน่ะ ผมรู้อยู่แล้วล่ะครับว่าพวกเธอเป็นเพื่อนของคุณ แค่เห็นชุดที่ใส่เหมือนกันทุกคนผมก็รู้แล้ว

“…”

แต่ผมก็แค่รู้สึกอิจฉานิดหน่อยที่พวกเธอดูสนิทกับคุณน่ะครับ คนพูดยิ้มแหย อย่าสนใจเลยครับ ผมไม่ได้เก็บมาคิดแบบจริงจังหรอก ก็แค่คิดตอนที่เห็นแรกๆน่ะครับ

คุณแน่ใจนะ ?

ครับ ผมขอตัวกลับโต๊ะก่อนนะครับ เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาแล้ว ผมฝากโซมีด้วยนะครับจินยองรีบตัดบทและฝากฝังหลานสาวอีกครั้งก่อนจะขอตัวกลับไปยังที่นั่งประจำซึ่งอยู่ห่างจากโต๊ะของพวกเขาไม่มากนัก ทิ้งให้เจ้าของโต๊ะครุ่นคิดกับคำพูดของตัวเองต่อเพียงลำพัง

 

อิจฉาเหรอ ?

 

ก็แค่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานจนรู้เช่นเห็นชาติ เห็นธาตุแท้ชั่วๆและเล่นหัวกันได้เฉยๆ มันน่าอิจฉาตรงไหนกันหว่า

 

วอนพิลกลับมาที่โต๊ะเมื่อเข้าสู่ช่วงพิธีการแบบเป็นทางการในขณะที่เจฮยองต้องระเห็จไปนั่งที่โต๊ะของเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งเนื่องจากเก้าอี้ของตัวเองถูกเด็กหญิงโซมียึดครองไปโดยสมบูรณ์ บรรยากาศภายในงานที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยในตอนแรกเริ่มสงบลง พิธีการดำเนินไปอย่างราบรื่นท่ามกลางแขกมากมายที่มาร่วมแสดงความยินดี และมีบ้างที่แจบอมกับวอนพิลต้องจุ๊ปากปรามเสียงงุ้งงิ้งของเจ้าตัวเล็กที่คุยฟุ้งกันไม่หยุดตามประสาเด็ก จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเวลาของการฉายวิดีโอพรีเซนเทชั่นซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของวันนี้

แม้จะเป็นพรีเซนเทชั่นสูตรสำเร็จ แต่ด้วยวิธีการเล่าเรื่องผ่านวิดีโอที่ถูกบันทึกไว้ในลักษณะการถือกล้องหน้าคล้ายกับกำลังเซลฟี่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองสลับกับฉายรูปภาพที่ทั้งคู่บันทึกไว้ร่วมกันตั้งแต่สมัยเรียนทำให้แขกที่กำลังรับชมอยู่ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

 

โอ๊ย รักกันมากมั้ง หมั่นไส้เหลือเกิ๊น !”

 

แล้วก็มีเสียงคร่ำครวญจากโต๊ะของพวกเจฮยองที่คอยเสริมแต่งบทสนทนาเป็นระยะๆเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าบ่าวของงานได้เป็นอย่างดี หากแต่รอยยิ้มของคุณหมอหนุ่มกลับทำให้วอนพิลและแจบอมได้แต่มองรุ่นพี่หมอที่ถูกจับตามองเป็นเหยื่อมาตั้งแต่เริ่มงานด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ เพราะรู้ดีว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ว่าที่สามีของเพื่อนจะต้องพบเจอกับอะไร

 

วอนพิล พวกไอ้แว่นมันนินทาอะไรพี่หมอกันหรือเปล่าวะ กูเห็นพวกมันสุมหัวคุยอะไรกันไม่รู้แล้วก็มองพี่โบกอมมาตั้งนานแล้ว

อ๋อ ไอ้พวกที่อยู่โต๊ะนั้นมันวางแผนจะจับพี่หมอไปโยนทะเลช่วง After Party มั้ง ดูๆทรงแล้วกูว่าพี่โบกอมไม่น่ารอดหรอก เผลอๆพี่แกจะบ้าจี้เล่นกับพวกมันด้วย

 

ฉะนั้น เขาก็ทำได้แค่อวยพรขอให้เจ้าบ่าวของงานโชคดีกับค่ำคืนนี้ในฐานะผู้ร่วมงานคนหนึ่งเท่านั้น

 

โอ๊ะ ทำไมคยอมกับม้ากคึไปอยู่ในนั้นล่า ?

อุหวา มียองแจนด้วยน้า ยองแจนเป่าฟองอยู่ตรงนู้นไง พิลลี่เห็นยองแจนไหม ?

แด๊ดดี้ ทำไมแจ็คสันถึงได้อยู่ในทีวีอันใหญ่ๆหรอ ?

พี่โซมีๆ รูปแบมแบมในนั้นจ๊าบไหม ?

ทำไมลุงโบกอมไม่เห็นชวนหนูไปถ่ายรูปบ้างเลยอ่ะ ขี้โกงจัง

 

นอกจากนี้ในช่วงท้ายของพรีเซนเทชั่นก็ได้รวบรวมภาพพรีเวดดิ้งบางส่วนที่ไม่เคยเผยแพร่ลงโซเชียลหรืออัดมาวางหน้างานมาฉายให้แขกรับชม ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพที่ถูกถ่ายในวันที่พวกเขาและเด็กๆไปช่วยงานที่คลินิกของเจ้าบ่าว หน้าจอโปรเจคเตอร์ที่มีรูปของตัวปรากฏอยู่จึงเป็นหัวข้อในการสนทนาของมนุษย์ก้อนปุ๊กลุกที่ดูจะตื่นเต้นเมื่อได้เห็นภาพของตัวเอง

 

โอ๊ะโอ ~ มีผู้หญิงมาหาอาจูเนียร์อีกแล้วแฮะ

 

หืม ? --- ขณะที่กำลังอิจฉาตาร้อนกับคู่บ่าวสาวในวิดีโอพรีเซนเทชั่นที่เพิ่มระดับความหวานมากขึ้นเรื่อยๆ เด็กหญิงในชุดกระโปรงลูกไม้สีขาวซึ่งนั่งบ่นคุณลุงเจ้าบ่าวของตัวเองอยู่ก่อนหน้านี้ก็ชะเง้อศีรษะขึ้นมองอะไรบางอย่างและพึมพำไปด้วยจนสถาปนิกหนุ่มเอะใจ

 

อีกแล้ว… ?

 

แจบอมค่อยๆชะเง้อศีรษะมองไปยังทิศทางเดียวกันกับหลานสาวของเพื่อนบ้านด้วยความอยากรู้ และพบว่าปาร์คจินยองที่นั่งอยู่ถัดจากพวกเขาเพียงไม่กี่โต๊ะกำลังโค้งให้กับผู้หญิงคนหนึ่งและยื่นมือออกไปรับกระดาษแผ่นเล็กจากมือของเธออย่างสุภาพ ยิ่งไปกว่านั้น

 

หึสาวสวยชุดสีโอลด์โรสเสียด้วยว่ะวอนพิลพาดแขนมากอดคอเพื่อนสนิทในสภาพที่ชะเง้อศีรษะมองไปยังเป้าหมายเดียวกัน เพราะงั้นไม่มีทางรู้จักกับคุณจินยองเป็นการส่วนตัวแน่นอน เรื่องนี้ต้องขยายหน่อยแล้ว

“…” แจบอมไม่ตอบอะไรแต่ยังคงจับตามองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เช่นเดิม

น้องโซมี อาถามอะไรหน่อยได้ไหมคะวอนพิลหันไปคุยกับเด็กหญิงที่นั่งอยู่ด้วยกัน

ได้สิคะอาวอนพิล อาวอนพิลจะถามอะไรหนูหรอคะ

พี่สาวที่ใส่กระโปรงสีชมพูคนนั้นเขารู้จักกับคุณอาของเราหรือเปล่าคะวอนพิลเริ่มทำการสอบปากคำพยานตัวน้อยเพื่อเก็บข้อมูล

หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะโซมีส่ายหน้า แต่วันนี้หนูเห็นผู้หญิงเดินมาหาอาจูเนียร์ตั้งหลายคนแล้วก็ยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆให้อาจูเนียร์ด้วยนะคะ

หลายคนเลยเหรอ ?วอนพิลยังคงซักถามต่อ

ใช่ค่ะ พี่สาวสวยๆหลายคนเลย แล้วก็ใส่ชุดสีชมพูเหมือนกันหมดเลยค่ะเด็กหญิงตอบอย่างฉะฉานถ้าหนูนับเลขไม่ผิด น่าจะห้าคนนะคะ

 

ดวงตาเรียวคมที่มองภาพตรงหน้าสลับกับนาฬิกาข้อมือทำให้แจบอมได้หลักฐานเพิ่มเติมว่า เป็นเวลาเกือบสามนาทีที่ผู้หญิงแปลกหน้าซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนเจ้าสาวยืนคุยกับเพื่อนบ้านนักศึกษาซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเองแม้ว่าเจ้าหล่อนจะยื่น นามบัตร ของเธอให้กับอีกฝ่ายไปแล้ว ก่อนที่เธอจะเดินกลับออกมาจากบริเวณดังกล่าว

 

แต่เดี๋ยวก่อนนะห้าคนเชียวเรอะ !?!

 

มึงอาจจะไม่รู้ตัวเองนะตี๋…” วอนพิลพูดขัด แต่ตอนนี้หน้าตามึงน่ากลัวมาก กูว่ามึงใจเย็นๆก่อนดีกว่านะ

ก็เปล่านี่คุณพ่อลูกเป็ดตอบเสียงแข็ง แค่แลกนามบัตรไว้ติดต่องานเฉยๆมั้ง สมัยก่อนเวลาพวกเรามางานแบบนี้ก็ทำออกจะบ่อยไม่ใช่หรือไงวะ ตอนนั้นก็ได้ลูกค้าจ้างงานเพราะแบบนี้แหละ

อ๋า ! จริงด้วย หนูนึกออกแล้วค่ะอาวอนพิล กระดาษอันนั้นเรียกว่านามบัตรใช่ไหมคะ ?โซมีถาม

อื้ม ทำไมเหรอ ?แจบอมยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอีกครั้งโดยที่หูก็ฟังบทสนทนาของสองอาหลานไปด้วย

ก็เมื่อกี๊ตอนที่หนูถามว่าทำไมพี่สาวต้องให้นามบัตรด้วย อาจูเนียร์ก็บอกหนูว่า พี่สาวให้นามบัตรเพราะพี่สาวจะจีบอาจูเนียร์ ในนั้นมีชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ของพวกพี่สาวด้วยนะคะ

 

พรวด !

 

อี๋ ทุเรศว่ะ !” วอนพิลทำหน้าสะอิดสะเอียนเมื่อเห็นเพื่อนรักไอค่อกแค่กจนหน้าแดงก่ำเพราะสำลักน้ำที่ดื่มเข้าไป แต่แจบอมก็ไม่ได้สนใจคำด่าของเพื่อนเท่ากับสิ่งที่เด็กสาวเล่าออกมาหน้าตาเฉย

 

มีอย่างที่ไหนไปสอนหลานว่าเวลาจีบกันต้องให้นามบัตรเล่า !?!

 

เน่ ~ คยอมจะไปไหนอ่ะ !?!”

ลุงหมอโบ้กับพี่สาวตัดเค้กอยู่ตรงนู้น คยอมก็จะไปหม่ำหม่ำเค้กน่ะซี่ เค้ ~ ก

 

คิดประมวลผลเรื่องนามบัตรเจ้าปัญหาได้ไม่เท่าไหร่ สติของคุณพ่อลูกเป็ดก็ถูกดึงกลับมาด้วยเสียงเล็กแหลมของเจ้าก้อนแก้มอวบที่กำลังตะโกนเรียกชื่อเจ้าลูกหมีอ้วนซึ่งวิ่งดุ่มๆออกไปจากโต๊ะประจำ

 

ไม่ได้นะยูคยอม

 

ร้อนถึงคุณพ่อแก๊งก้อนที่ต้องรีบทำเวลาเดินตามหลังเจ้าก้อนลูกหมีซึ่งมุ่งหน้าไปยังเค้กแต่งงานสีหวานขนาดมหึมาเนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงที่คู่บ่าวสาวกำลังถือมีดเตรียมตัดเค้กตามธรรมเนียมของงานแต่งงาน จึงไม่ใช่เรื่องดีแน่หากเขาปล่อยให้ยูคยอมวิ่งเข้าไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว

 

หยุดสร้างเรื่องให้พ่อเอ็งสักทีเถอะว้อยไอ้หนู !

 

หากแต่เบื้องบนก็ยังไม่ได้ใจร้ายกับแจบอมมากนัก เพราะขณะที่ไล่ตามหลังยูคยอมอยู่ มวลสารกลมก้อนของเจ้าลูกหมีก็ถูกใครบางคนยกขึ้นจนตัวลอยก่อนจะวิ่งไปถึงโต๊ะวางขนมหวานชิ้นโตซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของตัวเอง

 

ก็คงเป็นโชคดีของเขากระมังที่คนอุ้มยูคยอมตอนนี้คือปาร์คจินยอง

 

ด้วยระยะห่างระหว่างโต๊ะและแขกจำนวนมากที่อยู่ในงาน อีกทั้งพิธีการสำคัญที่กำลังดำเนินอยู่บนเวที นักศึกษาหนุ่มที่อุ้มยูคยอมอยู่จึงส่งสายตาให้กับแจบอมแทนคำพูดที่เขาจับใจความได้คร่าวๆว่าให้ยูคยอมอยู่กับตนไปก่อน หากเสร็จพิธีแล้วค่อยส่งตัวกลับ แจบอมเพียงแค่พยักหน้าแทนการตอบรับแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิมเพื่อไม่ให้เรื่องยุ่งยาก แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ละสายตาจากทั้งสองคนแม้แต่นิดเดียว

 

จ้องขนาดนี้เพราะห่วงลูกหรือว่ากลัวคนเอานามบัตรมาให้คุณจินยองอีกล่ะ และมันก็ชัดเจนพอที่วอนพิลจะสังเกตเห็น

กูก็แค่เกรงใจเขา มึงไม่เห็นหรือว่าผู้ใหญ่นั่งอยู่เต็มโต๊ะแจบอมตอบเรียบๆ

ผู้ใหญ่ที่โต๊ะของคุณจินยองเขาก็เอ็นดูลูกมึงดีนะ กูเห็นยูคยอมก็นั่งกินเค้กมีความสุขดี แถมพวกปู่ย่าตายายโต๊ะนั้นก็ชวนลูกมึงคุยตลอด

 

วอนพิลชี้ให้คุณพ่อขี้กังวลดูเหตุการณ์ตรงหน้าซึ่งเป็นไปตามที่เจ้าตัวพูดทุกอย่าง หลังจากคู่บ่าวสาวมอบเค้กแต่งงานที่ตัดแบ่งให้กับญาติผู้ใหญ่โต๊ะนั้นแล้ว ยูคยอมซึ่งนั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน (แต่อยู่บนตักของปาร์คจินยอง) ก็ได้รับสิทธิ์ให้เป็นแขกเปิดประเดิมชิมเค้กแต่งงานอีกด้วย

 

เอาแต่เงียบแบบนี้มันจะได้อะไรขึ้นมาวะแจบอม ?วอนพิลพูดต่อ แทนที่มึงจะมานั่งหน้าตึงอยู่แบบนี้ มึงอยากรู้อะไรก็ไปถามเขาสิวะ

มึงพูดเรื่องอะไรแจบอมกอดอกเลิกคิ้ว

ไม่ต้องมาถามย้อนในสิ่งที่มึงก็รู้ตัวเองดี กูเป็นเพื่อนมึงมานานทำไมกูจะดูไม่ออก หน้ามึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนตั้งแต่ที่เห็นผู้หญิงคนนั้นเดินมาคุยกับคุณจินยองวอนพิลถอนหายใจเฮือกใหญ่ แค่คุยทักทายน่ะพอเข้าใจ แต่กับผู้หญิงที่ตัวเองไม่รู้จักห้าคนรวดแบบนี้มันก็เกินไป มึงคงจะคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหมล่ะ ?

เปล่า กูไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ เขาจะคุยกับใครมันก็เรื่องของเขาหรือเปล่าวะแจบอมตอบโดยที่ไม่สบตาคนฟัง

ไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรวอนพิลยักไหล่ แต่กูขอเตือนอะไรไว้อย่างนะแจบอม

“…”

ไม่มีใครรู้หรอกนะมึงกำลังคิดอะไรหรือรู้สึกยังไง ต่อให้รู้จักกันมาเกือบสิบปีแต่เวลามองตากันมันก็ไม่ได้รู้ใจไปหมดทุกอย่างอยู่ดี

แล้ว ?

แจบอม เรื่องบางอย่างมึงก็ควรจะพูดออกมาบ้างนะ กูไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้ แต่กูพูดถึงทุกๆเรื่องตั้งแต่กูรู้จักมึงมามือข้างหนึ่งของชายหนุ่มวางลงบนไหล่แจบอม การกระทำสำคัญกว่าคำพูดก็จริง แต่คำพูดก็ช่วยให้การกระทำบางอย่างชัดเจนขึ้นเหมือนกัน

“…”

หลายครั้งแล้วนะที่มึงสูญเสียอะไรดีๆไปเพราะมึงไม่ยอมพูดแบบนี้วอนพิลผละมือออก แค่พูดออกมาว่ามึงหึงเค้ามันยากตรงไหนวะแจบอม

กูไม่ได้…”

ไม่ต้องเถียงอะไรทั้งนั้น เวลาให้พูดเสือ_ไม่พูด เพราะงั้นตอนนี้มึงมีหน้าที่ฟังกูอย่างเดียวคุณอาลูกเป็ดชี้นิ้วห้ามไม่ให้อีกคนเถียง ตี๋ ไหนๆก็ไหนแล้ว กูมีเรื่องอยากจะถาม แต่กูขอบอกไว้ก่อนว่าสิ่งที่กูถามต่อไปนี้ไม่ใช่เพราะคุณจินยองมาพูดอะไรให้กูกับไอ้แว่นฟังหรอกนะ

อะไรล่ะ ?

รับปากกับกูก่อนได้ไหมว่าถ้ากูถามแล้วมึงจะไม่โกรธคุณจินยอง แล้วก็ห้ามว่าว่าเขางี่เง่าด้วย เพราะทุกอย่างคือสิ่งที่กูกับเจย์เห็นมาตลอดตั้งแต่มึงกับเขาคุยกัน คุณจินยองไม่มีส่วนรู้เห็นกับคำถามนี้ ถ้ามึงไม่เชื่อกูยินดีเปิดไลน์กลุ่มให้อ่านหรือจะเรียกเจย์มายืนยันก็ได้

ไม่เป็นไร มึงถามมาเถอะ

ตอนนี้มึงคุยกับคุณจินยองมาเดือนกว่าแล้ว…” วอนพิลชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง กูถามตรงๆนะ ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ความรู้สึกที่มึงมีให้เขามันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนหรือเปล่า ?

ทำไมถามแบบนั้นวะ

กูก็แค่อยากรู้…” เจ้าของคำถามชำเลืองมองผู้ถูกพาดพิงที่กำลังป้อนเค้กเจ้าก้อนลูกหมีด้วยรอยยิ้มอยู่อีกโต๊ะ เพราะถ้าความรู้สึกที่มึงมีให้คุณจินยองมันยังเท่ากับเมื่อก่อน กูกับเจย์ก็ไม่อยากให้คุณจินยองมาเสียเวลากับคนปากหนักแบบมึงแล้ว

มึงพูดเรื่องอะไรวะราวกับมีก้อนขนาดใหญ่ขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนรู้สึกหนักอึ้งไปหมดเมื่อได้เห็นสีหน้าเฉยเมยของเพื่อน

กูรู้ว่ามึงเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่กับเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างหรือเปล่าวอนพิลว่า สารภาพตามตรงว่ากูหงุดหงิดมึงมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว ตอนที่กูกับไอ้แว่นถามว่าใครเป็นคนทำแซนด์วิช มึงก็ยังอ้ำๆอึ้งๆเฉไฉตอบนั่นลงนั่นแหละอะไรอยู่ได้ คุณจินยองเขาอุตส่าห์ตื่นมาทำให้มึงกับเด็กๆขนาดนั้น แค่พูดชื่อเขาให้คนอื่นฟังมันยากมากเหรอวะ

“…” แจบอมทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาฟังอยู่เงียบๆ

กูก็แค่พูดตามที่เห็นในฐานะคนนอก เพราะปกติแล้วกูก็ไม่รู้หรอกว่าเวลามึงกับคุณจินยองอยู่ด้วยกันเป็นยังไง อาจจะไม่ใช่แบบที่กูเห็นก็ได้วอนพิลกอดอกพูดต่อไป ถึงจะแค่คุยๆกันอยู่แต่มึงก็ควรทำตัวให้ชัดเจนกว่านี้นะแจบอม ไม่ต้องถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวหรือพูดจาหวานเลี่ยนใส่กันหรอก แต่อะไรๆมันก็ควรจะคืบหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ขนาดอยู่ในงานเดียวกันแท้ๆมึงยังดูห่างเหินกับเขาขนาดนี้ เพราะงั้นจะมีสาวๆมาสนใจเพราะคิดว่าคุณจินยองเขาโสดสนิทมันก็ไม่แปลกหรือเปล่าวะ

แต่เรื่องนั้…”

โอเค เหตุผลนี้อาจจะฟังดูไม่เมคเซนส์เท่าไหร่เพราะมันเป็นงานพิธี แถมญาติผู้ใหญ่ของคุณจินยองก็อยู่ด้วย งั้นกูขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายกว่านี้ก็แล้วกันวอนพิลยกมือปรามไม่ให้อีกคนขัด แค่คำว่า คุณกับผม ที่มึงพูดกับเขาทุกวันนี้ก็ชัดเจนพอแล้วตี๋ ขนาดเมื่อก่อนมึงมีแฟนเป็นรุ่นพี่ก็ยังเรียกชื่อเขาแบบห้วนๆเลย

นั่นมันก็…”

ยัง ยังจะเถียง !” วอนพิลเริ่มมองจิกจนคุณพ่อแก๊งก้อนต้องก้มหน้าหนี ได้ งั้นมึงตอบคำถามข้อนี้ให้ได้นะ

“…”

ตั้งแต่รู้จักกันมามึงเคยเรียกชื่อคุณจินยองบ้างหรือยัง ?

 

ก็จริง --- สิ้นสุดคำถามของวอนพิลที่แจบอมไม่สามารถให้คำตอบได้ บรรยากาศระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองคนบนโต๊ะก็มีแต่ความเงียบงันระหว่างกันจนแจบอมเริ่มอึดอัด ส่วนวอนพิลที่เปลี่ยนไปร่วมวงสนทนากับพวกเด็กๆก็ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเขาอีกเลย งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปจนถึงช่วงเวลาที่แขกมีโอกาสพูดคุยและรับประทานอาหารกันอีกครั้งระหว่างรอให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวเดินทักทายแขกเป็นการส่วนตัว

 

กูฝากเด็กๆหน่อยนะ แล้วจะรีบกลับมา แต่ถ้าดื้อกันเมื่อไหร่มึงโทรตามกูได้เลยเสียงพูดคุยดังระงมภายในงานเริ่มมีผลกับโสตประสาทและอารมณ์ซึ่งไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่นัก แจบอมจึงตั้งใจว่าจะออกไปสงบสติอารมณ์และทบทวนเรื่องราวบางอย่างสักพัก แต่ก็ไม่ลืมกำชับเรื่องเจ้าตัวแสบไว้ด้วย

อืมวอนพิลรับคำห้วนๆหวังว่าการเสียสละยอมอดแด_บุฟเฟต์ครึ่งหลังจะทำให้มึงคิดอะไรได้บ้างนะแต่ก็ยังคงทำหน้าที่เพื่อนสนิทปากร้ายได้เป็นอย่างดีเช่นเคย

 

หลังออกมาจากห้องจัดเลี้ยงแล้วแจบอมก็เดินเรื่อยเปื่อยอยู่ในโรงแรมอย่างไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งมาถึงบริเวณทางเข้าโรงแรมก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาขนาดใหญ่กลางล็อบบี้ซึ่งเงียบสงัดเพราะไม่มีแขกออกมาเดินเพ่นพ่านในเวลาสามทุ่มเศษๆ

 

หงุดหงิด หงุดหงิดไปหมด

 

คิ้วคู่สวยของชายหนุ่มขมวดเป็นปมยุ่งเหยิงไปหมดก่อนจะเอนหลังพิงพนักโซฟาและกระดิกเท้าข้างหนึ่งโดยที่ในหัวก็ยังครุ่นคิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่ ทั้งเรื่องที่วอนพิลพูดเอาไว้ รวมถึงเรื่องของเพื่อนบ้านกับนามบัตรและท่าทางของผู้หญิงที่เดินมาคุยด้วย

 

ยอมรับก็ได้ว่าเขาดูจุดประสงค์ของผู้หญิงที่ยื่นนามบัตรคนนั้นออกตั้งแต่แรกแล้ว

 

แถมยังมีก่อนหน้านี้อีกตั้งสี่คน เขาก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะได้ไม่รู้สึกอะไรเสียหน่อย

 

แค่ไม่อยากจะพูดให้ตัวเองหงุดหงิดก็เท่านั้นแหละ !

 

แจบอมถอนหายใจซ้ำไปซ้ำมาอยู่ร่วมสิบนาที จริงอยู่ที่เขาหงุดหงิดเรื่องของปาร์คจินยองแต่ก็เป็นแค่ส่วนน้อยเท่านั้นเพราะเขาเชื่อใจอีกฝ่ายมากกว่าจะมานั่งตีอกชกพุงคิดมากให้ตัวเองหวาดระแวงเปล่าๆ ส่วนเหตุผลจริงๆที่ทำให้เขาคิดไม่ตกมาจนถึงตอนนี้ก็เห็นทีจะไม่พ้นสารพัดคำถามและสิ่งที่วอนพิลพูดไว้ต่างหาก

 

แค่พูดออกมาว่ามึงหึงเค้ามันยากตรงไหนวะแจบอม

 

จะเรียกว่า หึง ได้เต็มปากไหมเขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แม้จะรู้สึกหัวเสียอยู่บ้างตอนที่เห็นปาร์คจินยองกำลังพูดคุยกับพวกเธอแต่ในส่วนลึกของจิตใจมันกลับฉุดรั้งความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ด้วยเหตุผลที่ว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะสนใจผู้หญิงอย่างที่เจ้าตัวมักจะกังวลกับเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ

 

แต่เดี๋ยวก่อนนะ

 

ขนาดเขาที่มีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอดยังคุยกับปาร์คจินยองได้เลย

 

แล้วเขามีสิทธิ์อะไรไปตัดสินเอาเองว่าอีกฝ่ายจะไม่เปลี่ยนใจกันล่ะ ?

 

โธ่เว้ย !” มือทั้งสองข้างขยุ้มศีรษะด้วยความกลุ้มใจกับความคิดของตัวเอง

 

ไม่เอาน่าเขาจะมาระแวงปาร์คจินยองเพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้เด็ดขาด

 

หลังจากนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนโซฟามาสักพัก ชายหนุ่มก็เปลี่ยนอิริยาบถเป็นการกึ่งนั่งกึ่งนอนให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น ศีรษะมนทิ้งลงบนพนักพิง ค่อยๆปิดเปลือกตาลงเพื่อคิดทบทวนสิ่งต่างๆ ผ่อนปรนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงเมื่อครุ่นคิดไปถึงคำพูดของเพื่อนสนิทที่รู้จักและเห็นตัวตนของตัวเองมาหลายปี

 

อยู่ตรงนี้นี่เอง สถาปนิกหนุ่มลืมตาขึ้นหลังได้ยินเสียงพูด และสบเข้ากับดวงตากลมโตที่อยู่เหนือศีรษะตัวเองแบบไม่มีโอกาสตั้งตัว

คุณ… ?”

ครับ ผมเองคนมาใหม่ยิ้มบางๆก่อนจะเดินอ้อมมานั่งลงข้างกัน เมื่อครู่นี้ผมพายูคยอมไปส่งที่โต๊ะ แต่ไม่เห็นคุณแจบอมนั่งอยู่ คุณวอนพิลบอกว่าคุณแจบอมกินบุฟเฟต์เยอะไปหน่อยก็เลยท้องผูกน่ะครับ ผมก็ไปเดินหาที่ห้องน้ำเสียนานตั้งนาน

ใช่ที่ไหนกันล่ะคุณแจบอมหน้าตึงอีกครั้งเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเล่า

 

หนอยแล้วใครที่มันด่าเขาไม่หยุดจนต้องออกมานั่งสำนึกผิดอยู่ข้างนอกแบบนี้ล่ะโว้ย !?!

 

แล้วทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะครับ ตอนนี้เพื่อนๆของคุณที่อยู่ในงานกำลังสนุกกันน่าดูเลยนะคนตัวเล็กกว่าถามหรือว่าจู่ๆเกิดทำใจยกเจ้าสาวคนสวยให้พี่ชายผมไม่ได้ก็เลยออกมานั่งเฮิร์ทอยู่ข้างนอกกันนะ ดูสิ หน้ายุ่งเชียว

“…” แจบอมไม่ตอบแต่ชายตามองคนข้างๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

ก็ว่าจะไม่หงุดหงิดอยู่หรอก แต่พอเห็นปาร์คจินยองทำหน้าระรื่นแบบนี้เขาก็ชักหงุดหงิดขึ้นมาหน่อยๆแล้วล่ะ

 

มางานแต่งเพื่อนทั้งทีเลิกเก๊กหน้านิ่งเถอะครับ เดี๋ยวจะเมื่อยหน้าเอานะอีกฝ่ายยังคงหยอกไม่หยุด

ช่างผมเถอะน่าแจบอมเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

 

ให้ตายสิ เขาก็ไม่อยากจะทำตัวเป็นเด็กนักหรอก แต่ไม่ยอมพูดอะไรเลยแบบนี้เขาก็น้อยใจเหมือนกันนา

 

คุณแจบอม เป็นอะไรหรือเปล่าครับ

ทำไมถามแบบนั้นล่ะคุณ แจบอมถามกลับ

ถึงปกติคุณจะนิ่งก็จริง แต่บรรยากาศมันก็ไม่อึมครึมขนาดนี้เสียหน่อยนี่ครับ ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะว่ามันไม่เหมือนกับทุกทีเพื่อนบ้านนักศึกษาว่า มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ

ก็เปโอ๊ย !!!” พูดยังไม่จบดี เพื่อนบ้านตัวเล็กก็ยกมือขึ้นดึงแก้มขวาของสถาปนิกหนุ่มอย่างมันเขี้ยว

คิ้วขมวดเป็นปมแถมยังถอนหายใจตั้งหลายครั้งแบบนี้ ไม่ต้องตอบว่าเปล่าเลยนะครับก่อนจะผละมือออกหลังทำโทษคนปากหนักเรียบร้อย

 

ซี้ดมือหนักฉิบ !

 

ก็แค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรหรอกคุณคนตัวสูงลูบแก้มเพื่อบรรเทาความเจ็บ

ทีเวลาคุณอยากรู้เรื่องของผมคุณยังถามไม่หยุดเลย แบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับผมน่ะสิครับจินยองหน้ามุ่ย

คุณไม่ต้องมาโกรธผมเลยนะแจบอมดุทีเล่นทีจริง

แล้วทำไมจะต้องทำหน้าดุใส่ผมด้วยล่ะครับ แต่ในสายตาคนมองกลับค่อนไปทางอย่างหลังมากกว่า และแจบอมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะเขาพอจะรู้อารมณ์ของตัวเองในตอนนี้อยู่บ้าง

เฮ้อ คนคิดมากถอนหายใจอีกครั้ง  ว่าแต่คุณน่ะ…”

ครับ ?

ใจคอจะไม่บอกผมสักหน่อยจริงๆหรือ ?

เรื่องอะไรหรือครับคนถูกถามทำหน้าสงสัย

ก็…”

“…”

เรื่องนามบัตรพวกนั้นน่ะ คือผม…” แจบอมยอมพูดออกไปในที่สุด ช่างมันเถอะคุณ อย่าสนใจที่ผมพูดเลยแต่สุดท้ายก็ความกล้าที่มีอยู่น้อยนิดก็พังทลายลงอยู่ดี

คุณหมายถึงนามบัตรพวกนี้ใช่ไหมครับ ?จินยองล้วงมือหยิบนามบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในออกมาคลี่ให้คนตรงหน้าดู ส่วนแจบอมเมื่อได้เห็น ความจริง อีกเรื่องก็ถึงกับแน่นิ่งไป

 

อ่ามันไม่ใช่นามบัตรจำนวนห้าใบแบบที่เขารู้มาก่อนหน้านี้หรอก

 

แต่ก็ยังเป็นนามบัตรเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือแปดใบเลยว่ะเฮ้ย !!!!

 

ไอ้แว่นและผองเพื่อนจะต้องรู้เรื่องนี้ !

 

ว่าแต่คุณแจบอมรู้ได้ยังไงครับว่าผมมีนามบัตรพวกนี้

อา…” ส่วนตอนนี้อิมแจบอมรู้สึกหน้ายากเหลือเกินเมื่อตอนหัวค่ำมีใครบางคนประชดผมไว้ตั้งเยอะ แต่ตัวเองก็เนื้อหอมใช่ย่อยแบบนี้มันก็ไม่แฟร์กับผมน่ะสิคุณ

อะไรกันครับ อย่าบอกนะว่าที่คุณนั่งหน้าตึงหน้าคว่ำมาตั้งนานเพราะเรื่องนี้น่ะจินยองหัวเราะ ช่วยไม่ได้นี่ครับ จู่ๆพวกเธอก็เอามายื่นให้ผมดื้อๆแบบนั้น จะปฏิเสธเวลามีคนให้นามบัตรมันก็ไม่ดีใช่ไหมล่ะครับ

แล้วคุณไม่รู้จุดประสงค์ของพวกเธอหรือไง ?แจบอมขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าแป้นแล้นของอีกคน

ทำไมจะไม่รู้ล่ะครับ ก็พวกเธอบอกผมด้วยว่าจะรอผมติดต่อกลับไป ขนาดเด็กประถมอย่างโซมียังรู้เลยครับ

เห็นไหมล่ะ พวกเธอก็ไม่ใช่ผู้หลักผู้ใหญ่หรือนักธุรกิจเสียหน่อย ปฏิเสธไปก็ไม่เสียหายไม่ใช่หรือไงคุณแจบอมสวนกลับอย่างไม่สบอารมณ์

 

แค่ห้าใบเขาก็หงุดหงิดจะแย่แล้ว นี่เล่นไปรับนามบัตรผู้หญิงมาตั้งแปดคนแบบนี้เขาก็ไม่ได้ใจเย็นขนาดนั้นหรอกนะ !

 

แล้วคุณจะชักสีหน้าทำไมล่ะครับ ผมยังไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเสียหน่อยนะอีกคนเริ่มหน้าคว่ำเมื่อถูกแจบอมสวนกลับด้วยอารมณ์ ยังไงผมก็ไม่ได้จะคุยกับพวกเธออยู่แล้ว แค่รับมาตามมารยาทเท่านั้นเอง

แต่…”

ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณไปหงุดหงิดอะไรที่ไหนมา แต่ถ้าจะมาอารมณ์เสียใส่ผมแบบนี้ ผมว่าคุณอยู่สงบสติอารมณ์คนเดียวก่อนดีกว่าครับ ไว้อีกสักพักผมค่อยมาคุยกับคุณใหม่ก็แล้วกัน จินยองลุกขึ้นเดินกลับไปทางห้องจัดเลี้ยง

เดี๋ยวก่อนสิคุณแจบอมรีบตามไปรั้งข้อมืออีกคนเอาไว้

“…”

ผมขอโทษแจบอมพยายามทำใจให้สงบลง จินยองจึงยอมหันกลับมา คือผม…”

“…”

 

เพราะถ้าความรู้สึกที่มึงมีให้คุณจินยองมันยังเท่ากับเมื่อก่อน กูกับเจย์ก็ไม่อยากให้คุณจินยองมาเสียเวลากับคนปากหนักแบบมึงแล้ว

กูรู้ว่ามึงเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่กับเรื่องละเอียดอ่อนแบบนี้มันก็ต้องมีข้อยกเว้นบ้างหรือเปล่า

 

ผมก็แค่ไม่ชอบที่เห็นพวกเธอเข้าหาคุณน่ะฝ่ามือบนข้อมือเล็กค่อยๆเลื่อนลงมากุมมืออีกคนเอาไว้อย่างนุ่มนวล

ทำไมล่ะครับคุณแจบอม พวกเธอก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับผมเสียหน่อยนะและเมื่อแจบอมใจเย็นลง จินยองก็ยอมที่จะพูดคุยอย่างใจเย็นด้วยเช่นกัน ปกติผมก็เจอเหตุการณ์แบบนี้อยู่เป็นประจำ แต่ผมก็แค่รับนามบัตรหรือของที่พวกเธอให้ตามมารยาทเท่านั้นแหละครับ สุดท้ายแล้วผมก็ไม่เคยโทรหรือส่งข้อความไปหาพวกเธออยู่ดี

เรื่องหลังจากนั้นน่ะผมไม่รู้หรอกแจบอมยืนเงียบเพื่อซื้อเวลาให้ตัวเอง เพราะผมเห็นแต่ตอนที่คนอื่นมาจีบคุณ ผมถึงได้หึงคุณแบบนี้ไง

 

ก็คงต้องยอมรับว่าตัวเองรู้สึกแบบนี้จริงๆนั่นล่ะ

 

ครับ !?!” คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง คุณแจบอมคงไม่ได้เมาไวน์จากซี่โครงย่างหรือเครื่องดื่มในงานอยู่ใช่ไหมครับ ?ทั้งยังใช้มือหยิกแก้มตัวเองเพื่อพิสูจน์ว่าไม่ได้ฟังอะไรผิดไป

ดูแลเด็กจนหัวปั่นแบบนี้ผมจะเอาเวลาที่ไหนไปดื่มล่ะคุณแจบอมดึงมือทั้งสองข้างของจินยองออกจากใบหน้าของเจ้าตัว ตอนแรกผมก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองรู้สึกไม่ดี ผมนึกว่าตัวเองอารมณ์เสียเพราะถูกวอนพิลบ่นมาก่อนหน้านี้

“…”

แต่พอผมเผลอคิดไปว่าขนาดตัวเองที่เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอดยังคุยกับคุณได้ ผมก็เลยเกิดกลัวขึ้นมาว่าถ้าคุณเกิดเปลี่ยนใจ…” แจบอมค่อยๆวางมือลงบนเรือนผมนุ่มอย่างแผ่วเบา ผมขอโทษนะที่ผมเผลอคิดอะไรไม่ดีแบบนั้น แต่เพราะแบบนั้นผมถึงได้เข้าใจ…”

“…”

ว่าความจริงแล้วผมอาจจะไม่ได้หึงอะไรคุณมากมายหรอก

“…”

แต่ผมคงหวงคุณมากกว่าจากนั้นจึงค่อยเลื่อนมือลงมากุมส่วนเดียวกันของคนตัวเล็กเอาไว้ เพราะงั้นคุณอย่าหาว่าผมงี่เง่าเลยนะ

เดี๋ยวนี้คุณพูดอะไรน่าอายแบบนี้เป็นกับเขาด้วยหรือไงครับ !?!” มือสั่นปากสั่นพูดรัวไม่เป็นภาษาทั้งใบหน้าแดงก่ำ ผมก็อุตส่าห์เป็นห่วงคุณแทบแย่ เห็นหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนั้นก็นึกว่ากลุ้มใจเรื่องอะไรใหญ่โตเสียอีก

แล้วคุณคิดว่าเรื่องที่เกี่ยวกับคุณมันเป็นเรื่องเล็กสำหรับผมหรือไง ?

คุณแจบอม !” คนฟังโวยวายด้วยความเขินอาย

เฮ่อ ช่างเถอะสถาปนิกหนุ่มพยายามควบคุมมุมปากไม่ให้ยกยิ้มกับท่าทางของอีกคน คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าผมขอดูนามบัตรพวกนั้นอีกสักครั้งน่ะ

 

เอาล่ะ ตอนนี้เขายังมีภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่ต้องทำอีกหนึ่งอย่าง

 

ทำไมหรือครับ ?จินยองถาม อย่าบอกนะครับว่าจะแอบดูเบอร์โทรศัพท์ในนามบัตรน่ะ

ไม่ใช่สักหน่อย ผมจะทำแบบนั้นไปทำไมกันล่ะคุณ

นี่ครับจินยองยื่นนามบัตรทั้งหมดที่มีให้แจบอม ห้ามแอบจำชื่อหรือเบอร์โทรศัพท์ของพวกเธอนะครับ ไม่งั้นผมจะฟ้องเด็กๆกับเพื่อนคุณแน่

ผมไม่ใช่คนความจำดีขนาดนั้นหรอกคุณ ก็แค่…”

 

ฟึ่บ !

 

คุณแจบอม ทำไมถึงทิ้งนามบัตรของผมแบบนั้นล่ะครับ !?!”

 

ดวงตาเรียวคมอ่านนามบัตรที่มีชื่อและเบอร์โทรศัพท์ได้เพียงนิดเดียวและไม่แม้แต่จะจดจำชื่อเจ้าของนามบัตรสักราย ก่อนจะนำกระดาษทั้งหมดที่มีอยู่ในมือหย่อนลงถังขยะด้านหลังหน้าตาเฉย

 

Mission complete !

 

ให้ตายเถอะ คุณนี่แย่ชะมัดเลยจินยองดันแจบอมออกจากถังขยะใบเล็กของทางโรงแรมและก้มลงมองกระดาษเหล่านั้นตาละห้อยจนสถาปนิกหนุ่มเริ่มหน้ามุ่ยอีกครั้งจู่ๆมาทิ้งของของคนอื่นแบบนี้ได้ยังไงกันครับ

ยังไงคุณก็ไม่ได้โทรหาพวกเธออยู่แล้วนี่ จะกังวลไปทำไมล่ะ ?

 

ถ้าไม่ได้แลกเพราะเรื่องธุรกิจ ของแบบนั้นเก็บไว้ก็รกเปล่าๆน่า !

 

ก็มัน…” นักศึกษาอนุบาลยู่ปากอย่างเซ็งๆที่ไม่รู้ว่าจะเถียงกับคนปากหนักอย่างไร

นามบัตรแบบนั้นผมก็มีเหมือนกันนั่นแหละคุณ

 

เมื่อฉุกคิดอะไร ดีๆ ขึ้นมาได้ คุณพ่อแก๊งก้อนก็ล้วงนามบัตรของตัวเองที่พกติดกระเป๋าเสื้อเป็นประจำสำหรับแลกกับแขกคนอื่นเผื่อว่าจะได้ลูกค้ารายใหม่ๆแล้วยื่นให้กับคนที่กำลังหน้าง้ำหน้างอในเวลานี้หน้าตาเฉย

 

ผมจะเอานามบัตรของคุณแจบอมไปทำไมล่ะครับ ชื่อคุณผมก็รู้แล้ว เบอร์โทรศัพท์ของคุณผมก็มี ไอดีไลน์ผมก็มี ที่อยู่ของคุณผมก็รู้คนตัวเล็กกอดอกถามอย่างไม่เข้าใจ

แบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ…” แจบอมแกล้งพึมพำ

ครับ ?

 

ถึงจะแค่คุยๆกันอยู่แต่มึงก็ควรทำตัวให้ชัดเจนกว่านี้นะแจบอม ไม่ต้องถึงขั้นแตะเนื้อต้องตัวหรือพูดจาหวานเลี่ยนใส่กันหรอก แต่อะไรๆมันก็ควรจะคืบหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้…’

 

ก็ผมบังเอิญได้ยินผู้ใหญ่บางคนบอกกับหลานตัวเองว่าถ้าให้นามบัตรใครก็แปลว่าจะ

คุณแจบอม หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะครับ !” จินยองวิ่งพุ่งเข้าใส่คนที่กำลังจะพูดเรื่องน่าอายออกมาอีกครั้ง

 

ก็เมื่อกี๊ตอนที่หนูถามว่าทำไมพี่สาวต้องให้นามบัตรด้วย อาจูเนียร์ก็บอกหนูว่า พี่สาวให้นามบัตรเพราะพี่สาวจะจีบอาจูเนียร์…’

 

ถ้าเข้าใจตามนั้น

 

เขาก็พร้อมจะเดินหน้าให้อะไรๆมันชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้แล้ว

 

ว่ายังไงล่ะคุณ ?แจบอมมองนามบัตรของตัวเองที่ยื่นไปข้างหน้าสลับกับอีกคนที่เบือนหน้าหลบสายตาของเขาอยู่

อย่าไปเล่นมุกแบบนี้ให้ใครเห็นเชียวนะครับ

มันฝืดขนาดนั้นเลยหรือคุณ ?

เปล่าหรอกครับอีกคนส่ายหน้า แต่ผมหมายถึงไม่อนุญาตให้คุณไปเล่นแบบนี้กับคนอื่นต่างหากล่ะครับ คุณแจบอม ก่อนที่นามบัตรในมือจะถูกคนตัวเล็กดึงออกไปอย่างรวดเร็ว

 

คุณพ่อร่างสูงลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นเพื่อนบ้านนักศึกษาเก็บนามบัตรของตัวเองใส่กระเป๋าเสื้อทั้งรอยยิ้ม

 

พวกนายช่วยฉันจีบพี่จินยองทีได้ไหม ?

 

แบบนี้ก็ถือว่าเขายอมพูดแล้ว และปาร์คจินยองก็รับรู้แล้วนา

 

แต่ก่อนอื่นคุณแจบอมต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผมด้วยนะครับ นักศึกษาอนุบาลอมลมพองแก้มแบมือมาตรงหน้าคนตัวสูง

ชดใช้ค่าเสียหาย ?แจบอมเลิกคิ้ว พูดเรื่องอะไรของคุณน่ะ ผมไปทำข้าวของของคุณเสียหายตั้งแต่เมื่อไหร่

ก็นามบัตรพวกนั้นไงครับ ผมอุตส่าห์วางแผนว่าจะฝากคุณเจฮยองไปขายให้เพื่อนๆของคุณหาค่าขนมสักหน่อย แต่คุณก็ดันทิ้งมันลงถังขยะไปแล้วอ่ะ !” ผู้เสียหายยู่ปาก จ่ายมาเดี๋ยวนี้เลยครับ ผมตั้งราคาไว้ที่ใบละสามพันวอน แปดใบก็ตั้งสองหมื่นสี่พันวอนเชียวนะ

ฮะ !?!”

 

เหยหาเงินด้วยวิธีนี้จะดีเรอะ !?!

 

สองหมื่นสี่พันวอน ?

ใช่ครับ เงินขนาดนั้นผมจ่ายตลาดได้หลายครั้งเลยนะ ซื้อขนมได้ตั้งเยอะด้วย

แย่จัง ตอนนี้ผมมีติดกระเป๋าอยู่แค่สองหมื่นวอนน่ะสิแจบอมเปิดดูกระเป๋าสตางค์อันเบาหวิว แต่แทนที่จะให้ผมจ่ายเงินสองหมื่นสี่พันวอนแบบนี้…”

“…”

ผมว่าผมพาคุณไปกินข้าวหรือดูหนังสักเรื่องตอนกลับโซลดีกว่าชายหนุ่มก้มลงสบตาคนฟัง ผมยอมจ่ายแพงกว่าค่านามบัตรพวกนั้นอีกนะ ว่ายังไงล่ะคุณ ตกลงไหม ?

ก็…” มุมปากยกยิ้มเมื่อเห็นแก้มกลมๆของคนตรงหน้าแดงขึ้นสี

 

โอเค ท่าทางแบบนี้แปลว่าปาร์คจินยองเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ

 

ฮื่อ…” ตอบกลับด้วยการพยักหน้าเบาๆก่อนจะรีบหลบสายตาอีกคน

คุณพูดว่าอะไรนะ เมื่อกี๊ผมไม่ได้ยิน

อื้อ…” พยักหน้าอีกครั้งโดยที่ยังไม่สบสายตาเช่นเดิม

ตอบเบาแบบนั้นผมจะได้ยินหรือคุณคนช่างแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่เอาแต่ก้มหน้างุดหลบสายตาตัวเอง

ก็บอกว่าตกลงไงครับ !” ใช้มือดันไหล่คนตัวสูงออกห่างจากตัวเองทั้งใบหน้าง้ำงอ ผมไปหาแม่ดีกว่า ไม่คุยกับคุณแจบอมแล้วพูดจบก็เดินหายเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงทันที ปล่อยให้คนปากหนักในตอนแรกส่ายศีรษะมองตามหลังทั้งรอยยิ้ม

 

มีเงินเก็บสมัยเป็นโสดสามปีซ้อนตั้งเยอะ เลี้ยงข้าวเลี้ยงหนังคนแถวนี้ได้สบ๊าย !

 

แด๊ดดี้กลับมาแล้ว แด๊ดดี้ ~ท่อนแขนกลมอวบโบกเรียกผู้เป็นพ่อที่ปรากฏตัวเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงหลังหายตัวไปเกือบยี่สิบนาทีด้วยความดีใจ แด๊ดดี้หม่ำหม่ำเค้กซี่ พวกเรากับพิลลี่เหลือไว้ให้แด๊ดดี้ด้วยน้า

หายหัวไปนานขนาดนี้กูนึกว่ามึงสำนึกผิดจนโดดน้ำตายไปแล้วเสียอีก กูกับไอ้แว่นอุตส่าห์วางแผนฮุบมรดกของมึงเต็มที่เลยส่วนวอนพิลก็ยังคงความปากร้ายของตัวเองและยังทำหน้าที่ทดแทนส่วนของเจฮยองด้วย

นั่นปาก ?แจบอมเขม่นก่อนจะอ้าปากรับขนมหวานที่ตัวเองไม่ค่อยชอบใจนักจากกลุ่มมนุษย์ก้อนและหลานสาวของเพื่อนบ้านที่ผลัดกันป้อนอย่างต่อเนื่อง งานไปถึงไหนแล้ววะ

พิธีแบบเป็นทางการเสร็จแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแค่ช่วงที่สาวๆรอคอยนั่นแหละ

ช่วงที่สาวๆรอคอย ?แจบอมทวนคำถาม ช่างเถอะ กูไปหาอะไรกินดีกว่า รู้สึกวันนี้ยังกินไม่คุ้มเลย

แด๊ดดี้จะไปหม่ำหม่ำหรอ คยอมขอไปด้วยได้ไหมฮะ ?

ฮื่อ ไปสิ

 

แจบอมอุ้มเจ้าก้อนลูกหมีซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากบุฟเฟต์นานาชาติเพียงหนึ่งเดียวไปตักอาหารที่ยังมีจำนวนมากพอสำหรับเลี้ยงแขกแม้ว่าแขกผู้ใหญ่บางส่วนจะเริ่มทยอยออกจากงานกันแล้ว ครั้งนี้แจบอมเลือกไก่อบซอสไวน์ขาวและเนื้อสันในราดซอสเกรวี่ที่เขาให้ความสนใจมาตั้งแต่รอบก่อนหน้านี้ ส่วนยูคยอมที่อิ่มจากอาหารคาวแล้วก็ได้มูสช็อกโกแลตถ้วยจิ๋วกับคาราเมลพุดดิ้งชิ้นเล็กมาเป็นของหวานตบท้าย (แม้จะมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเจ้าลูกหมีอ้วนกินขนมเค้กไปก่อนหน้านี้เป็นคราบครีมติดอยู่มุมปากก็ตาม)

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่มื้อดึกของอิมแจบอมและยูคยอมแบบเป็นทางการ

 

แจ็คสันเบื่อจังเลยน้าพี่โซมีระหว่างปล่อยให้คุณพ่อผู้หิวโหยมีความสุขกับอาหารมื้อพิเศษ เจ้าก้อนอัลปาก้าวายร้ายก็เริ่มไถลตัวไปกับเก้าอี้ด้วยความเบื่อหน่ายหลังต้องนั่งอยู่ที่โต๊ะมาเป็นเวลานาน

นั่นซี่ แบมแบมก็อยากไปเล่นซ่อนแอบจังเลยน้า

ม้ากคึอยากเล่นทะเลอ่า

เราก็เบื่อเหมือนกันอ่ะ แต่ถ้าออกไปเล่นข้างนอกอาจูเนียร์ต้องบ่นแน่ๆเลย

แด๊ดดี้ ยองแจนขอหม่ำหม่ำอันนี้จิ๊ดนึงได้ไหม ?พอเบื่อเข้ามากๆ เจ้าก้อนแก้มอวบก็หาทางเอาชนะความเบื่อของตัวเองด้วยการกระโดดขึ้นมานั่งบนตักคุณพ่อร่างสูงและอ้าปากรอเนื้อไก่แสนอร่อยอย่างมีความสุข

ยองแจนหม่ำหม่ำขนมของคยอมด้วยซี่ อร่อยน้า

 

สำหรับช่วงต่อไป ขอเชิญสาวๆที่มั่นใจว่าตัวเองพร้อมจะเริ่มต้นความรักที่จะเกิดขึ้นออกมาด้านหน้าเวทีได้เลยครับ ไม่ต้องเขินไม่ต้องอายกันนะครับ ออกมาหน้าเวทีเลยครับ ช่อดอกไม้จากเจ้าสาวคนสวยในวันนี้อาจจะมาพร้อมกับคนในฝันของพวกคุณนะครับ

 

แจบอมละความสนใจจากจานอาหารมองพิธีกรชายที่กำลังประกาศกิจกรรมถัดไปอยู่บนเวที จากนั้นก็หันไปมองปฏิกิริยาของเพื่อนๆที่ตอนนี้ย้ายมานั่งเกาะกลุ่มในบริเวณกันอย่างนึกสนุก

 

ไปงานแต่งมาก็หลายงาน โยนดอกไม้กันเป็นสิบๆช่อแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังเกาะคานกันเหนียวแน่นเหมือนเดิมทุกคน

 

วุ้ย จะอายอะไรกันนักหนายะ มาๆ เดี๋ยวเจ๊เปิดเอง

โห อีเจ๊จงแม่งแน่ว่ะ เอ้า ปรบมือ !” เจฮยองนำทีมปรบมือล้อเลียนเพื่อนสาวคนสวยที่ลุกขึ้นเดินออกไปยืนหน้าเวทีอย่างมั่นใจ ผิดกับเพื่อนผู้หญิงคนอื่นที่ยังคงนั่งมองหน้ากันด้วยความเขินอาย

เออๆ กูออกไปก็ได้ ไม่ได้อยากมีฟงมีแฟนหรอกนะ แค่ไม่อยากให้งานกร่อยเฉยๆหญิงสาวในชุดเดรสสีฟ้าอีกสามสี่คนเริ่มลุกออกไปยืนจับกลุ่มอยู่หน้าเวทีบ้าง

 

แม้ว่า การโยนช่อดอกไม้ จะเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับเหล่าสาวโสดที่มาร่วมงานแต่งงาน แต่จากประสบการณ์ที่ไปร่วมงานแต่งมาหลายครั้ง ปฏิกิริยาของเพื่อนผู้หญิงส่วนใหญ่ที่แจบอมสังเกตเห็นก็มักจะไม่พ้นความเขินอายที่ต้องประกาศตัวว่าตัวเองเป็นสาวโสด แต่บางคนที่ไม่คิดอะไรมากก็ออกไปเล่นแบบสนุกๆเพื่อสร้างสีสันให้กับงาน (แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่คาดหวังอยู่ลึกๆว่าตัวเองจะได้ลงจากคานจริงๆและไปกดดันแฟนหลังได้รับช่อดอกไม้) ซึ่งกิจกรรมนี้ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับพวกผู้ชายอย่างเขาอยู่แล้วนอกเสียจากคอยส่งเสียงแซวเพื่อนตัวเองที่ออกไปเป็นหน้าม้าเท่านั้น

 

หนูก็อยากได้ดอกไม้ที่พี่ไอรีนถือบ้างจังเด็กหญิงหนึ่งเดียวในโต๊ะพูด อาแจบอมขา อาวอนพิลขา หนูก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน หนูออกไปเล่นกับพวกพี่ๆข้างหน้าได้ไหมคะ ?

ได้สิ เด็กๆออกไปเล่นกับเขาด้วยคงไม่เป็นไรอยู่แล้วเนอะไอ้ตี๋ วอนพิลว่า

ก็คงได้แหละ จริงๆมันก็แค่กิจกรรมสนุกๆอยู่แล้ว เพื่อนเราก็ไม่ได้อยากได้ดอกไม้แบบจริงจังกันนักหรอกแจบอมตอบ

แจ็คสันขอไปด้วยซี่พี่โซมี แจ็คสันอยากไปเล่นด้วย

แบมแบมไปด้วย

เน่ ~ ม้ากคึไปด้วยซี่

ยองแจนไปเล่นด้วยดีกว่า

อ๋า ทุกคนรอคยอมด้วยซี่ แด๊ดดี้ เดี๋ยวคยอมมาหม่ำหม่ำต่อน้า

เฮ้ พวกนาย เดี๋ยวสิ !”

 

ไม่เปิดโอกาสให้คนเป็นพ่อทัดทานใดๆ เจ้าลูกเป็ดอ้วนที่นั่งเซ็งกันอยู่ก่อนหน้านี้รีบพากันกระโดดลงจากเก้าอี้วิ่งออกไปหน้าเวทีพร้อมกับหลานสาวของเพื่อนบ้านทันทีเมื่อรู้ว่าจะมีอะไรสนุกๆให้เล่น แต่ก็ไม่ใช่เพียงแค่เด็กๆจากโต๊ะของเขาเท่านั้น เพราะตอนนี้พื้นที่หน้าเวทีกำลังแน่นขนัดไปด้วยเพื่อนเจ้าสาวทั้งสองกลุ่มที่ออกไปช่วยกันสร้างสีสันให้กับงาน และยังมีเด็กๆที่เป็นลูกหลานบ้านอื่นอีกหลายคน ทำเอาเจ้าสาวของงานที่รอมอบช่อดอกไม้อยู่บนเวทียิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข ส่วนแจบอมก็คอยจับตาดูเจ้าก้อนจอมยุ่งที่กระโดดหย็องๆเตรียมแย่งชิงดอกไม้อยู่หน้าเวทีด้วยความเป็นห่วง

 

ปริมาณสาวโสดตัวจริงในงานก็เยอะอยู่แล้ว จะไปขัดขวางทางลงคานของเขาทำไมอีกล่ะหนู

 

มึงนี่ก็แด_ไม่หยุดเลยเนอะวอนพิลกัดเพื่อนสนิทที่ก้มหน้าก้มตากินไม่หยุดตั้งแต่กลับมาถึงโต๊ะ

เออน่ะ เรื่องของกูเถอะ

 

บุฟเฟต์นานาชาติแสนอร่อยยังคงเดินหน้าต่อไป เช่นเดียวกับกิจกรรมโยนดอกไม้ที่เวลานี้เจ้าสาวของงานยืนหันหลังให้กับผู้ร่วมสนุก และเมื่อช่อดอกไม้สีหวานลอยขึ้นสู่อากาศตามทิศทางที่เจ้าสาวออกแรงโยน เสียงวี้ดว้ายของเหล่าสาวๆก็ค่อยๆดังขึ้น

 

มาร์ค ดอกไม้ไปทางนู้นแล้ว หยิบให้ได้นะ !” รวมถึงกองกำลังลูกเป็ดและนายหญิงโซมีก็กระจายกำลังไปยังจุดต่างๆเพื่อแย่งชิงช่อดอกไม้เช่นกัน

มันสูงอ่ะพี่โซมี ม้ากคึกระโดดไม่ถึง ฮึ้บ !”

ม้ากคึสู้ๆ !”

กรี๊ดดดดดดดดดด !!! งวดนี้ดอกไม้มาทางเจ๊ย่ะ ฉะนั้นเจ๊ต้องไม่นก จบงานนี้เจ๊ต้องได้ผัวฝรั่งสักที !”

นังเจ๊จง อย่าฉันบังสิ !”

นี่ พวกเธอ ตรงนี้เรายืนอยู่ก่อนนะ อย่ามาแย่งกันสิ

เอาแล้วเว้ย ตีกันแล้ว กองเชียร์หนุ่มๆที่จับตาดูกิจกรรมอยู่ข้างนอกเริ่มสังเกตเห็นบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ไม่เว้นแม้แต่คนที่กำลังกินอาหารอยู่ก็พอจะเดาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ออกเช่นกัน

 

ไอ้ท่าทางเขินอายตอนแรกของพวกมันหายไปไหนหมดไม่ทราบ !?!

 

ไหนบอกว่าเล่นกันสนุกๆไงวะ มองยังไงก็สงครามชัดๆแจบอมว่า

เออ ลึกๆแล้วคงหวังจะสละโสดกันจริงๆนั่นแหละ อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ไหนจะต้องเผื่อเวลาไว้จีบกันอีกวอนพิลหัวเราะ

มันต้องแบบนี้สิวะถึงจะสนุกและในที่สุดเจฮยองก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะประจำของตัวเอง

โอ๊ย ซึลกิ อย่าเหยียบเท้ากูสิ !”

อีเจ๊ ที่ก็ไม่ใช่แคบๆ จะเบียดหาซากอะไรคะ !?!”

 

จากเดิมที่เป็นกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานกลายเป็นความชุลมุนขนาดย่อมเนื่องจากจำนวนคนที่ออกไปร่วมเล่นและพื้นที่ที่มีค่อนข้างจำกัด และบรรดาเพื่อนสาวของเขาที่ไม่รู้ว่ารอบนี้เกิดความฮึกเหิมอะไรในการแย่งชิงดอกไม้ขึ้นมา แต่มันจะไม่เป็นผลดีกับพวกเขาทั้งสามคนแน่ๆหากพวกเธอยังคงวุ่นวายกันอยู่แบบนี้

 

อย่ามาตบกันหน้าโต๊ะพวกฉันเชียวนะเธอ

 

เฮ้ยๆ มีคนได้ดอกไม้แล้เด็กๆ อย่าวิ่งกันลูก !”

จาจา ระวังชนพี่สาวคนนั้น !”

ย้า  ใครก็ได้ช่วยแจ็คสันด้ว ~~ !!!!”

ว้าย !”

เฮ้ย แจ็คสัน !!!”

ไอ้ตี๋ หลบ !!!!!”

 

ปั้ก !

 

ไอ้ตี๋ !!!!!!!!”

 

เสมือนมิติเวลาขัดข้องหลังจากเลิกให้ความสนใจกับสงครามเพื่อนเจ้าสาวมาให้ความสำคัญกับเนื้ออบแสนอร่อยเบื้องหน้าแทน ขณะกำลังมีความสุขกับอาหารมื้อพิเศษที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้รับประทานบ่อยๆและจมอยู่กับรสชาติละมุนลิ้นของเนื้อในปากที่หวานนุ่มจนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปากอยู่นั้น เสียงเอะอะโวยวายที่ดังขึ้นเรื่อยๆก็เริ่มดึงสติของชายหนุ่มออกมาจากโลกของตัวเองทีละนิด และกลับเข้าสู่ความเป็นจริงอย่างเต็มรูปแบบเมื่อเห็นมวลสารกลมก้อนของเจ้าก้อนวายร้ายลงไปนอนกลิ้งเป็นถังแก๊สไซส์มินิอยู่บนพื้นด้วยความตกใจ

แต่ความโชคร้ายยังเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับแจบอมเสมอ เพราะช่อดอกไม้ที่ควรจะอยู่ในมือของผู้หญิงสักคนกลับลอยหวือมากระแทกบนใบหน้าของเขาอย่างแรงด้วยฝีมือของเจ้าก้อนหน้าม้าเต่อตัวแสบที่กำลังรอรับการกู้ภัยจากมูลนิธิลูกเป็ดอยู่บนพื้น ซ้ำร้าย ส้อมซึ่งมีเนื้อสันชั้นดีที่ตนเพิ่งหั่นเตรียมลิ้มลองต่อก็กระเด็นออกไปจากมือในวินาทีเดียวกัน

 

เนื้อสันที่อุตส่าห์เก็บไว้กินเป็นลำดับสุดท้าย ตอนนี้ไปนอนแอ้งแม้งบนพื้นเรียบร้อยแล้ว

 

ไอ้หนูเอ๊ย เลิกประทุษร้ายพ่อเอ็งสักทีเถอะโว้ย !

 

ว้าย เสียใจด้วยนะสาวๆ แต่งานนี้หนุ่มโสดเจ้าของสถิติโสดสามปีซ้อนของออฟฟิศเราเป็นคนได้ดอกไม้ของไอรีนไปนะจ๊ะ

ฮะ !?!” แจบอมหันขวับตามเสียงประกาศของเจฮยองที่นั่งปรบมือแปะๆอยู่ข้างกันดวยความงุนงง

เออ คนมันจะได้มันก็ได้อ่ะเนอะ พวกกูวอร์กันแทบตาย ไอ้หงิมนี่ได้ไปเฉ๊ย !”

เอ้า แยกย้ายๆ

 

สิ้นสุดบทสรุปของวันนี้จากโฆษกเจ้าเดิมอย่างเจฮยอง บรรดาเพื่อนฝ่ายเจ้าสาวและพวกเด็กๆที่ไปร่วมสนุกกันหน้าเวทีก็แยกย้ายกันกลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิม ส่วนคนที่เพิ่งเจ็บตัวจากช่อดอกไม้โดยฝีมือลูกชายของตัวเองมาหมาดๆก็ได้แต่นั่งกะพริบตาปริบๆมองสิ่งของที่อยู่ในมือเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ

 

อะไรวะไอ้แว่น ?แจบอมขมวดคิ้ว มึงเอาดอกไม้มาให้กูทำไม ?

ดอกไม้มันลอยมากระแทกหน้ามึงขนาดนี้ใครเขาจะอยากได้อีกวะ เอ้า !” เจฮยองยื่นช่อดอกไม้มาตรงหน้าแจบอมรู้สึกว่าช่วงนี้ดวงความรักของมึงกำลังมาแรงพอดีเลย สงสัยจะมีข่าวดีเร็วๆนี้แน่ๆ

กูไม่เอาแจบอมตอบเสียงแข็ง กูอยู่ของกูดีๆแม่งยังทำให้กูเจ็บตัวได้เลย ดอกไม้ผีสิงล่ะสิไม่ว่าถึงจะตอบแบบนั้นแต่คุณพ่อผู้โชคร้ายก็อดมองแรงใส่เจ้าเปี๊ยกหน้าม้าเต่อที่อ้าปากรอให้เจ้าก้อนลูกหมีป้อนขนมหวานอย่างสบายอกสบายใจไม่ได้

 

โกรธที่บังคับให้กินนมทุกคืนก็บอกมาตรงๆ อย่าล้างแค้นกันด้วยวิธีนี้ มันไม่ดีนะหนู

 

โซมีคะ สี่ทุ่มกว่าแล้ว อาว่าเรากลับห้องกันได้แล้วนะ ไหล่ของเด็กสาวถูกคุณอาหนุ่มสะกิดจากด้านหลัง

จะกลับแล้วหรอคะอาจูเนียร์ งือหนูยังอยากเล่นกับน้องอยู่เลยอ่าโซมีงอแงอ้อนคุณอาที่เดินมารับตนถึงที่อีกครั้ง

อุ๊บส์ ! ดอกไม้มาปุ๊บ คนก็มาปั๊บเจฮยองโพล่งขึ้น วอนพิล อพยพ !”

ดีล !”

 

สองหนุ่มจีบนิ้วชนกันแล้วเดินไปนั่งรวมกับกลุ่มเพื่อนโต๊ะอื่นเพื่อเปิดทางให้เจ้าของช่อดอกไม้พูดคุยกับจินยองแบบส่วนตัว

 

จะกลับกันแล้วหรือคุณ ?

ครับ ตอนนี้เป็นช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ของพวกเพื่อนๆแล้ว ผมว่าผมพาหลานกลับขึ้นห้องดีกว่าครับ

กลับขึ้นห้อง ? คืนนี้คุณค้างที่โรงแรมหรอกหรือ

ใช่ครับ พี่โบกอมไม่อยากให้ผมขับรถกลับบ้านตอนกลางคืนก็เลยเปิดห้องไว้ให้พวกเราด้วยน่ะ

พี่จีนยองจะไปแล้วหรอ วันนี้แบมแบมยังไม่ได้เล่นกับพี่จีนยองเลยนี่นา

นั่นซี่ คยอมอยากเล่าเรื่องที่ทะเลให้พี่จีนยองฟังเยอะๆเลยน้า

ขอโทษทีนะเด็กๆ วันนี้พี่ก็ยุ่งจนไม่ได้มาเล่นกับพวกเราเลยนักศึกษาหนุ่มหยิกแก้มหยิกจมูกเจ้าตัวเล็กด้วยความเอ็นดู งั้นพรุ่งนี้พี่มาเล่นด้วยแต่เช้าเลยดีไหม เป็นรางวัลที่วันนี้พวกเราทำงานได้ดีมาก

จริงซี่ วันนี้ไม่มีพี่สาวมาเล่นกับแด๊ดดี้เลยน้า ม้ากคึเก่งใช่ไหมฮะพี่ใหญ่แก๊งก้อนยืดอกรับคำชมอย่างภาคภูมิใจ

พี่จีนยองต้องมาเล่นกับพวกเราจริงๆน้า ห้ามโกหกน้า สัญญากับยองแจนซี่

อื้มจินยองเกี่ยวก้อยสัญญา แต่วันนี้พี่ต้องพาพี่โซมีไปนอนแล้ว บ๊ายบายพี่โซมีกันก่อนสิ

ไม่เอาอ่าอาจูเนียร์ หนูไม่อยากกลับนี่นา หนูยังไม่ง่วงเลยน้าโซมียู่ปาก หนูขอไปเล่นที่บ้านอาแจบอมต่อไม่ได้หรอคะ เมื่อกี๊มาร์คบอกว่าที่บ้านมีทะเลด้วยน้า นะคะอาจูเนียร์ น้า ~

ไม่ได้ค่ะ คราวนี้อาไม่ตามใจเราแล้วนะจินยองปฏิเสธเด็ดขาด โซมีไม่ง่วงแต่น้องเริ่มง่วงแล้วนะ อาแจบอมก็ต้องพาน้องไปนอนเหมือนกันนะคะ

 

คุณอานักศึกษาชี้ให้หลานสาวขี้อ้อนมองน้องชายตัวกลมที่เริ่มตาปรือหาวหวอดและเอียงตัวไปซบแขนคุณพ่อร่างสูงทีละคนสองคนเป็นก้อนโดมิโน่เนื่องจากออกเดินทางมาตั้งแต่เช้าและไม่ได้นอนพักช่วงกลางวัน พลังงานที่มีอยู่ล้นเหลือในตอนแรกจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

บทจะง่วงก็ง่วงกันง่ายๆเลยวุ้ย

 

แจ็คสันง่วงจังเลย แต่แจ็คสันก็อยากเล่นกับพี่โซมีเหมือนกันน้า หา ~ ว

พวกนายอย่าเพิ่งหลับกันนะ เดี๋ยวฉันจะพากลับบ้านแล้วแจบอมเขย่าร่างลูกชายตัวน้อยไม่ให้หลับในห้องจัดเลี้ยง ผมคงต้องพาเด็กๆกลับบ้านแล้วเหมือนกัน คุณก็พาหลานไปนอนเถอะ

อะไรกัน ทิ้งหนูกันหมดเลยนี่นาเด็กหญิงเริ่มหน้าคว่ำเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองคนไม่ยอมตามใจตัวเอง นานๆจะได้เจอกับทุกคนทั้งที พรุ่งนี้หนูก็ต้องไปเรียนพิเศษตั้งแต่เช้า หม่าม้าก็ไม่ยอมให้ไปหาอาจูเนียร์ที่โซลจนกว่าจะปิดเทอม แบบนี้หนูก็อดเล่นกับน้องอีกตั้งนานเลยอ่า หนูไม่อยากกลับ ไม่อยากกลับโซมีพูดด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด

ขอโทษนะครับคุณแจบอม จริงๆแกก็เริ่มง่วงแล้วล่ะ งอแงขนาดนี้แต่ก็ยังห่วงเล่นอีกโซมีคะ วันนี้อาตามใจโซมีมาเยอะแล้วนะคะ ถ้าเป็นแบบนี้คราวหลังอาจะไม่ตามใจเราแล้วนะ

 

ระหว่างปล่อยให้เพื่อนบ้านชั้นเจ็ดเกลี้ยกล่อมกับหลานสาวจอมดื้อของตัวเอง แจบอมก็เดินไปบอกลาเพื่อนๆที่อยู่สังสรรค์ร่วมกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวนอกรอบในบาร์ของโรงแรมต่อ แม้ว่าเพื่อนๆจะพยายามชวนให้อยู่ฉลองด้วยกัน แต่สุดท้ายแจบอมก็ต้องปฏิเสธไปตามระเบียบด้วยความเสียดายเพราะตอนนี้เลยเวลานอนของเจ้าตัวเล็กมานานแล้ว จากนั้นก็ไปพูดคุยและบอกลาคู่บ่าวสาวอีกเล็กน้อยจึงค่อยกลับมาจัดการกับเจ้าก้อนปุ๊กลุกที่หาวแล้วหาวอีกจนตาปรือกันถ้วนหน้าต่อ

 

ยังกล่อมไม่ได้อีกหรือคุณแจบอมกระซิบข้างหูคุณอาตัวเล็กที่ยืนกอดอกด้วยความเหนื่อยใจ

ไม่ยอมกลับท่าเดียวเลยครับ ปกติแกก็ไม่ดื้อนะ สงสัยที่ดื้อแบบนี้เพราะติดใจบ้านคุณนี่แหละพอหงุดหงิดจากการกล่อมหลานสาวเข้ามากๆ อีกคนก็เริ่มกลับเข้าสู่โหมดนักศึกษาขี้เหวี่ยงที่แจบอมไม่ได้เห็นมานาน

ทำไมโทษบ้านผมแบบนั้นล่ะคุณ พวกผมไม่รู้เรื่องสักหน่อยนา

ไม่ต้องมาพูดเลยครับ ปกติผมไม่เคยตามใจแก แต่พอคุณให้ท้ายก็เลยได้ใจแบบนี้ไงครับจินยองค้อนตาใส่คุณพ่อช่างสปอยล์อย่างนึกหมั่นไส้โซมีคะ ถ้ายังดื้ออยู่แบบนี้อาจะโทรฟ้องหม่าม้าของเราแล้วนะ

อาจูเนียร์อ่า หนูไม่ได้ดื้อสักหน่อยนะคะ ก็หนูอยากเล่นกับน้องนี่นา อยากเล่นกับอาแจบอมด้วย จริงๆนะคะ งือ…”

เดี๋ยวนี้โซมีเบื่ออาแล้วหรือคะ ?แกล้งทำหน้าเศร้าเรียกคะแนนความสงสารกับหลานสาวตัวน้อย อาเสียใจจังเลย โซมีรักอาแจบอมมากกว่าอาใช่ไหมคะ ?

อย่าลากผมไปเกี่ยวสิคุณแจบอมสะดุ้งเมื่อถูกพาดพิง

ชื่อคุณออกมาจากปากหลานผมขนาดนี้ จะบอกว่าหลานผมละเมอชื่อคุณออกมาหรือไงครับ จินยองกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวด แต่กลับทำให้คนดูรู้สึกขบขันขึ้นมาเมื่อชำเลืองมองเด็กหญิงโซมีที่อยู่ในท่วงท่าเดียวกับคนตรงหน้าทุกกระเบียดนิ้ว

 

ก็ขี้ใจน้อยพอกันทั้งอาทั้งหลานนั่นแหละ

 

เฮ่อ โอเคๆ ผมผิดก็ได้

 

แจบอมยกมือยอมแพ้และคิดหาหนทางที่จะช่วยเพื่อนบ้านของตัวเองเกลี้ยกล่อมหลานสาวที่กำลังงอแงเพราะความง่วงอย่างกลุ้มใจ ชายหนุ่มมองเด็กหญิงตัวน้อยสลับกับช่อดอกไม้บนโต๊ะที่ได้มาโดยบังเอิญก่อนจะย่อตัวลงนั่งข้างๆเก้าอี้ของโซมี

 

ถึงจะไม่ค่อยมีประสบการณ์เลี้ยงเด็กผู้หญิงเท่าไหร่เพราะเมื่อก่อนก็เลี้ยงดาฮยอนแบบเดียวกับที่เลี้ยงเจ้าเปี๊ยก แต่ก็หวังว่ามันจะทำให้เด็กหายงอแงได้ล่ะนะ

 

โซมีครับ มาคุยกับอาก่อนได้ไหมแจบอมพยายามพูดคุยกับเด็กหญิงให้นุ่มนวลที่สุด

อาแจบอมก็จะไล่หนูกลับบ้านเหมือนกันใช่ไหมล่ะคะ

 

นั่นปะไร เจองานช้างเข้าแล้วไหมล่ะ

 

เปล่าครับ อาไม่ได้จะไล่โซมีกลับบ้านหรอกนะแจบอมนั่งเรียบเรียงคำพูดอยู่ในหัวด้วยความประหม่า ส่วนจินยองก็จับตาดูสองอาหลานอยู่ห่างๆโดยไม่พูดอะไร

ก็เมื่อกี๊อาแจบอมบอกว่าจะพาน้องกลับบ้านแล้วนี่นา อาแจบอมไล่หนูเด็กหญิงเริ่มเบะปากน้ำตาคลอ หนูก็แค่อยากเล่นกับน้อง อยากเล่นกับอาแจบอม แต่อาจูเนียร์บอกว่าหนูดื้อแล้วก็จะฟ้องหม่าม้าด้วย หนูเสียใจ…”

“…”

ไม่ต้องใจอ่อนกับแกหรอกนะครับคุณแจบอม ปกติแกดูละครกับแม่ผมทุกคืนก็เลยเป็นพวกชอบดราม่าแบบนี้น่ะครับจินยองดักคออย่างรู้ทัน

เมื่อกี๊โซมีบอกว่าอยากได้ดอกไม้ใช่ไหมแจบอมหยิบช่อดอกไม้บนโต๊ะมายื่นให้กับโซมี ถ้าโซมีอยากได้อายกให้ทั้งหมดเลยนะ

“…” เด็กสาวยังคงนั่งนิ่งแต่ก็แอบชายตามองช่อดอกไม้สีสวยในมือคุณอาหนุ่มด้วยความสนใจ

โซมีครับ อาดีใจนะที่โซมีชอบน้องแล้วก็อยากเล่นกับน้องอีก ถึงพรุ่งนี้โซมีจะไม่ได้เล่นกับน้อง แต่ถ้าโซมีไปหาคุณอาที่โซลตอนปิดเทอมแล้ว ไว้อาจะพาเราไปเที่ยวสวนสนุกกับน้องทั้งวันเลย ดีไหมครับ ?

“…” ข้อเสนอที่น่าสนใจทำให้หลานสาวเพื่อนบ้านค่อยๆหันกลับมามองตนแม้ริมฝีปากจะยังเบะอยู่เหมือนเดิม

อย่าไปสัญญาอะไรแบบนั้นสิครับคุณแจบอม เรื่องแบบนี้แกจำแม่นมากเลยนะจินยองเอ็ด

ไม่เป็นไรหรอกคุณ ช่วงปิดเทอมหลานสาวผมก็คงมาหาที่โซลเหมือนกัน จะได้พาไปเที่ยวพร้อมกันทีเดียวเลยแจบอมยังคงเดินหน้าเกลี้ยกล่อมต่อไปงั้นถ้าโซมีอยากเล่นกับอา อาจะให้โซมีขี่หลังแล้วเดินไปส่งถึงห้องเลย ดีไหม ?

จริงๆนะคะและบรรยากาศตึงเครียดก็ค่อยๆหายไปหลังโซมียอมเปิดปากพูด อาแจบอมห้ามโกหกหนูนะ

ครับแจบอมหันแผ่นหลังกว้างเข้าหาเด็กน้อย กลับห้องกัน เดี๋ยวอาพาไปส่ง ส่วนดอกไม้ช่อนี้อายกให้โซมีทั้งหมดเลยนะ

เย้ !” โซมีรับช่อดอกไม้และกระโดดขึ้นหลังคุณอาร่างสูงด้วยความดีใจ ผิดกับคุณอาแท้ๆของตัวเองที่ยืนหน้าหงิกอดน้อยใจหลานสาวไม่ได้

น้อยใจหลานหรือไงคุณ

เปล่านี่ครับ ผมไปเดินกับเด็กๆก็ได้จินยองสะบัดหน้าหนีขวัญใจของหลานสาวไปเดินรวมกลุ่มกับเจ้าก้อนปุกปุยที่ยอมสละแผ่นหลังของคนเป็นพ่อให้พี่สาวคนสวยชั่วคราว

 

ต๊าย ~ มีความครอบครัวสุขสันต์ระดับสิบ ประเจิดประเจ้อเกินหน้าเกินตาบ่าวสาวมากไปแมะ !?!”

ใครสั่งใครสอนให้พาครอบครัวเดินผ่านหน้าโต๊ะคนโสด อยากมีเรื่องหรือจ๊ะน้องติ๋มอิมแจบอม ?

ไอ้ซูโฮ ถ่ายรูปไว้ ด่วน !”

นังติ๋ม พาทูนหัวทั้งห้ามาให้เจ๊กู๊ดไนท์คิสก่อน เร็ว !”

โอ๊ย หมั่นไส้คนแถวนี้จังเลยเว้ย จับโยนทะเลแทนพี่หมอได้ป่ะ ?”

 

สารพัดเสียงโห่แซวจากบรรดาเพื่อนฝูงที่ดื่มฉลองกันต่อ (นำโดยไอ้แว่นกับวอนพิลเหมือนเดิม) ดังขึ้นด้วยความสนุกสนานจนแจบอมต้องแจกจ่ายนิ้วกลางแทนคำขอบคุณระหว่างเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง อีกทั้งหน้าผากและแก้มซาลาเปาของเจ้าก้