ตอนที่ 38 : EP 33 | เจ้านายไม่อยู่ ทาสร่าเริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15076
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    26 มี.ค. 60






HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(พวกเรามาแล้วน้าคุณแม่ มาเล่นด้วยกันซี่)


แนะนำแขกพิเศษคนสวยและรวยยิ่งกว่าอาเจย์



(พี่จงงี่คนสวยของม้ากคึเองฮะคุณแม่)
(เจ๊หรอ ก็เมียหลวงของหงิมไง จำไม่ได้แล้วหรือยะ !)



ส่วนทางนี้ยังอยู่เหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเปย์หลานจนหมดตัวแล้ว



(ก่อนจะให้เล่นใหญ่มาช่วยจ่ายเงินค่าเลี้ยงหลานก่อน)
(หน้าตาดีเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือไม่มีเงินแล้ว)



EP 33 | เจ้านายไม่อยู่ ทาสร่าเริง

 

            เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่กับเช้าวันอาทิตย์ที่แม้ว่าจะไม่ได้นอนอยู่ในห้องนอนอันแสนสบายของตัวเอง แต่เตียงนอนนุ่มๆของบ้านพักริมทะเลสุดหรูก็สามารถเติมเต็มความสุขในการนอนหลับให้กับชายหนุ่มผู้แบกรับความเหนื่อยล้ามาอย่างยาวนานได้เป็นอย่างดีตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา

 

            ปั้ก !

 

อั้ก !”

 

และความสะดวกสบายของห้องนอนในบ้านพักที่แสนจะกว้างขวางก็ต้องแลกมาซึ่งแรงจู่โจมของเจ้าก้อนอัลปาก้าวายร้ายที่แชร์เตียงนอนร่วมกันจากการเป่ายิงฉุบเมื่อคืนนี้ เนื่องจากภายในห้องนอนที่เจฮยองและวอนพิลยกให้ครอบครัวของพวกเขานั้นเป็นห้องที่มีเตียงนอนสองเตียง ครั้นจะย้ายเตียงชนกันก็มีโต๊ะวางโคมไฟคั่นกลางระหว่างทั้งสองเตียงจึงต้องทำการจับกลุ่มแบ่งเตียงนอนให้สมดุลที่สุด แม้ว่าจะมีกันหกคน แต่ด้วยขนาดตัวของเจ้าทาสใต้บัญชาที่บังอาจใหญ่เกินหน้าเกินตาเหล่านายท่านตัวจิ๋ว จึงต้องแบ่งออกเป็นหนึ่งคู่ที่มีคุณพ่อแก๊งก้อนและมนุษย์ก้อนหนึ่งอัตราซึ่งฟาดฟันกันด้วยกำลังมาตลอดทั้งคืน (แน่นอนว่าอิมแจบอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว) และอีกหนึ่งทีมซึ่งเป็นทีมของมนุษย์ก้อนอีกสี่อัตราที่นอนหลับกันอย่างมีความสุข

 

จึ๋ง จึ๋ง !

 

แด๊ดดี้

อือ…”

 

โดนท่อนขาสั้นป้อมของเจ้าวายร้ายหน้าม้าเต่อฟาดลงบนจุดบอบบางของลูกผู้ชายเข้าอย่างจังได้ไม่นาน สัมผัสนุ่มนิ่มที่จิ้มอยู่บนแขนของตัวเองอีกระลอกทำให้คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวผู้น่าสงสารซึ่งนับวันเริ่มมีประสาทสัมผัสไวขึ้นจากการถูกปลุกด้วยสารพัดวิธีลืมตาขึ้นและพลิกตัวกลับไปด้านหลังตามเสียงเรียกของเจ้าตัวยุ่งคนใดคนหนึ่งนอกเหนือจากแจ็คสันที่นอนขดตัวใต้ผ้าห่มเป็นก้อนไส้เดือนอยู่ข้างตน 

 

เย้ ! แด๊ดดี้ตื่นแล้ว

เฮ้ย !”

 

แล้วก็ต้องยันตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตกใจเมื่อหันหลังกลับมาตามแรงสะกิดและพบว่ามีมวลสารกลมก้อนเส้นผมสีแดงกำลังยืนยิ้มแป้นแล้นโชว์เขี้ยวซี่น้อยจนตาหยีอยู่ข้างเตียง หากแต่สิ่งที่ทำให้คุณพ่อร่างสูงตกใจไม่ใช่ใบหน้ากลมอูมของเจ้าตัวเล็กแต่อย่างใด

 

05.52 AM

 

ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์มือถือมากดดูเวลาสลับกับมองพี่ใหญ่แก๊งก้อนตรงหน้าพลางสะบัดศีรษะเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาดไป แต่ภาพที่ปรากฏในสายตาก็ยังคงสภาพเดิมทุกอย่าง เจ้าตัวเล็กในชุดกางเกงว่ายน้ำสีสันสดใสกับห่วงยางสีแดงลายแตงโมบนเอวและแว่นตาว่ายน้ำสีสดบนใบหน้าทำให้ผู้เป็นพ่อที่ต้องตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบหกโมงเช้านิ่งไปชั่วขณะ

 

แด๊ดดี้ เช้าแล้วน้า ~เจ้าก้อนผมแดงในชุดว่ายน้ำเต็มยศวิ่งย่ำอยู่กับที่ด้วยพลังงานที่มีอยู่ล้นเหลือ เมื่อวานแด๊ดดี้บอกว่าจะพาม้ากคึไปเล่นทะเลตอนเช้านี่นา ม้ากคึจำได้น้าพร้อมกับที่แจบอมต้องนั่งระลึกคำพูดของตัวเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

 

แด๊ดดี้ พรุ่งนี้เช้าแด๊ดดี้จะพาม้ากคึไปเล่นทะเลจริงๆใช่ไหม ?

ฮื่อ เพราะงั้นก็รีบนอนได้แล้ว เดี๋ยวตื่นสายนะ

ได้ซี่ ! พรุ่งนี้ม้ากคึจะตื่นแต่เช้าเลยน้า

 

ไอ้หนูเอ๊ยฟ้ายังไม่ทันสว่างแบบนี้ก็เช้าไป๊ !

 

อา…” คุณพ่อที่ยังอยู่ในสภาพสะลึมสะลือครางฮือโดยที่มือก็ขยี้ศีรษะไปด้วย ท้องฟ้ายังมืดอยู่เลย ฉันว่าค่อยไปเล่นตอนสายๆดีกว่านะจากนั้นจึงปฏิเสธไปตามตรงหลังแง้มผ้าม่านดูนอกหน้าต่าง

งือ…” หากแต่เจ้าลูกเป็ดพี่ใหญ่ยังคงยืนกะพริบตาปริบๆทั้งยังกระชับห่วงยางบนเอวให้แน่นขึ้นและส่งสายตาอ้อนวอนผู้เป็นพ่ออย่างน่าสงสารอีกแป๊บเดียวคุณพระอาทิตย์ก็จะมาแล้วน้าแด๊ดดี้ เชื่อม้ากคึซี่ เมื่อกี๊ม้ากคึเห็นท้องฟ้าเป็นสีส้มจิ๊ดนึงแล้วน้า

 

ไม่                                                

 

ฉันว่านายไปนอนก่อนเถอะมาร์ค อีกสักพักอาเจย์กับอาวอนพิลก็จะกลับมาแล้ว จะได้มีเพื่อนไปเล่นทะเลเยอะๆไง ไม่ดีเหรอ ?แจบอมพยายามโน้มน้าวเจ้าตัวเล็กอย่างใจเย็นเพื่อซื้อเวลานอนให้ตัวเอง

แต่ม้ากคึอยากเล่นทะเลเยอะๆนี่นาแด๊ดดี้เด็กน้อยทำแก้มป่องจู๋ปากเป็นลูกหมูจ๋อย

 

ยังไงๆเขาก็จะไม่ยอมตื่นไปเล่นทะเลกับเจ้าเปี๊ยกแต่เช้าตรู่แน่ๆ

 

ฉันว่า…”

น้าแด๊ดดี้ น้า ~

มาร์ค

“…” เจ้าลูกเป็ดอ้วนยืนคอตกเมื่อคุณพ่อร่างสูงไม่ยอมตามใจเช่นเคย ก่อนจะยอมตัดใจถอดห่วงยางสีสดออกจากเอวแล้วเดินเตาะแตะออกจากเตียงของแจบอมแต่โดยดี

เฮ่อ... กลับกลายเป็นคนอายุมากกว่าเสียเองที่สุดท้ายก็ทนใจแข็งกับเจ้าตัวเล็กไม่ลง ชายหนุ่มถอนหายใจให้กับความใจอ่อนของตัวเองอีกครั้งแล้วลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบเสื้อยืดลายมิกกี้เมาส์มาสวมให้เด็กน้อยในชุดกางเกงว่ายน้ำที่กำลังยืนเกาะขอบหน้าต่างในห้องนอนอยู่เงียบๆ เช้าๆแบบนี้ฉันยังไม่ให้เล่นน้ำหรอกนะ

หงึ

แต่ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นแทนก่อนก็แล้วกัน คุณพ่อลูกเป็ดวาดแขนข้างหนึ่งเข้าไปอุ้มพี่ใหญ่ตัวจิ๋วขึ้นมาไว้แนบกับลำตัวหลังจากหากิจกรรมสนุกๆทดแทนให้มาร์คได้แล้ว

 

อีกอย่างโดนปลุกขนาดนี้เขาก็ข่มตาหลับต่อไม่ลงเหมือนกัน

 

แด๊ดดี้จะพาม้ากคึไปดูคุณพระอาทิตย์ที่ไหนหรอ ?

ก็คงไม่ไกลจากที่นี่หรอก

                                 

แจบอมตอบขณะสำรวจความเรียบร้อยภายในบ้านอีกครั้ง อย่างไรเสียเขาก็ไม่สามารถพามาร์คไปเดินเล่นไกลจากบ้านพักได้อยู่แล้วเพราะยังมีนายท่านอีกสี่ก้อนกลมๆนอนหลับปุ๋ยกันอยู่ในห้องนอน และเพื่อนสนิททั้งสองคนที่ควรจะกลับมานอนด้วยกันเมื่อคืนนี้ก็พากันออกไปสังสรรค์นอกรอบต่อกับเพื่อนคนอื่นที่ร้านอาหารสักแห่งในละแวกใกล้เคียงหลังส่งคู่บ่าวสาวเข้าเรือนหอแล้ว เขาจึงไม่อยากทิ้งเจ้าตัวยุ่งอีกสี่คนไว้ในบ้านกันตามลำพังเป็นเวลานาน จากนั้นก็เดินไปหยิบของบางอย่างที่เจอเข้าโดยบังเอิญขณะเดินสำรวจภายในบ้านเมื่อวานนี้ก่อนจะอุ้มมาร์คออกมาจากบ้านพัก

 

แด๊ดดี้ถืออะไรอยู่หรอ ?

เดี๋ยวรอดูก็แล้วกัน ฉันว่านายน่าจะชอบนะแจบอมตอบเจ้าลูกลิงอ้วนในอ้อมแขนที่คล้องแขนนุ่มนิ่มไว้รอบคอตน

 

คุณพ่อร่างสูงพาลูกชายคนโตมายังริมชายหาดซึ่งอยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นบ้านพักได้อย่างชัดเจน ค่อยๆวางเจ้าก้อนผมแดงลงกับพื้นทรายแล้วจึงเริ่มจัดการกับของที่หยิบติดมือมาจากบ้าน

 

เดินเล่นอยู่แถวนี้ก่อน อย่าไปไหนไกลล่ะ แจบอมหันไปกำชับกับเจ้าตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง

ม้ากคึจะอยู่ตรงนี้กับแด๊ดดี้ จะไม่ไปไหนเลย ไว้ใจม้ากคึซี่แก้มกลมอูมยกขึ้นตามรอยยิ้ม

ฮื่อ งั้นรอเดี๋ยวนะ

 

เปลถักสีขาวที่หยิบออกมาจากบ้านพักถูกผูกติดกับลำต้นของต้นมะพร้าวทั้งสองต้นซึ่งมีระยะห่างระหว่างกันพอดีสำหรับการผูกเปล แม้จะไม่มั่นใจว่าเป็นอุปกรณ์เสริมที่ทางที่พักจัดไว้ให้สำหรับลูกค้าหรือเป็นของลูกค้าคนเก่าที่มาอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ลืมทิ้งไว้ แต่แจบอมก็เลือกที่จะปล่อยผ่านไป จากนั้นก็อุ้มมาร์คขึ้นไปนั่งบนเปลที่ตัวเองเพิ่งผูกเสร็จ

 

อุหวา ~และมวลสารกลมก้อนที่ม้วนตัวอยู่ในเปลเชือกถักอย่างมีความสุขก็บ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวแสบชอบอกชอบใจกับของเล่นชิ้นใหม่เป็นอย่างมาก

ไง ชอบไหม ?

ชอบซี่แด๊ดดี้ งื้ม... ม้ากคึชอบที่นอนอันนี้ที่สุดเลยเด็กน้อยโผล่ศีรษะขึ้นมาจากเปล แด๊ดดี้มานอนกับม้ากคึน้า ม้ากคึอยากนอนที่นอนอันนี้กับแด๊ดดี้ นะนะนะนะ น้า ~

อืม ก็เอาสิ

เย้ !”

 

เพราะขนาดของเปลที่ใหญ่พอประมาณ แจบอมจึงแทรกตัวเข้าไปนั่งกับพี่ใหญ่แก๊งก้อนได้อย่างสบายๆ ศีรษะกลมค่อยๆเอียงมาซบแขนของคุณพ่อสถาปนิกก่อนที่สายตาทั้งสองคู่จะทอดมองไปยังชายหาดและท้องทะเลตรงหน้าซึ่งปราศจากผู้คนในเวลาเช้าตรู่

 

แด๊ดดี้ เมื่อไหร่คุณพระอาทิตย์จะมาหรอ ?

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อีกไม่นานหรอก

แล้วบ้านของคุณพระอาทิตย์อยู่ที่ไหนหรอแด๊ดดี้ ?

ไม่รู้สิ แต่ถ้ามองจากตรงนี้ นายจะเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นมาจากทะเลที่อยู่อีกฝั่งคุณพ่อสถาปนิกชี้ไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าซึ่งกว้างสุดลูกหูลูกตา

แต่ตอนที่แด๊ดดี้พาม้ากคึไปดูบ้านอุลตร้าแมน ม้ากคึจำได้ว่าคุณพระอาทิตย์เป็นไฟนี่นา ถ้าคุณพระอาทิตย์นอนในทะเล ไฟที่อยู่รอบๆตัวคุณพระอาทิตย์จะไม่ดับหรอแด๊ดดี้ ?ระหว่างรอชมดวงอาทิตย์ยามเช้า คาบเรียนวิทยาศาสตร์ของคุณครูอิมกับมนุษย์ก้อนอนุบาลช่างสงสัยก็เริ่มต้นขึ้น

 

ยังจำเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆได้แบบนี้ ก็ถือว่าการพาไปท้องฟ้าจำลองคราวก่อนประสบความสำเร็จล่ะนะ...

 

เป็นคำถามที่น่าสนใจดีและคำถามของเจ้าตัวเล็กก็ทำให้แจบอมพยักหน้าอย่างพอใจ จริงๆแล้วดวงอาทิตย์มันไม่ได้อยู่ใต้น้ำหรอก แต่มันอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโลกต่างหาก

งือ... ถ้าไม่ได้อยู่ในทะเล แล้วทำไมคุณพระอาทิตย์ถึงลอยขึ้นมาจากทะเลได้น้าเด็กน้อยยู่ปากขมวดคิ้วเป็นปมขณะจินตนาการคำพูดคุณครูอิมอยู่ในหัว

งั้นนายลองลุกขึ้นยืนแล้วมองหน้าฉันเอาไว้นะ

ได้ซี่แด๊ดดี้ลูกเป็ดพี่ใหญ่กระโดดลงจากเปล ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าของผู้เป็นพ่อที่นั่งอยู่บนเปลตาแป๋ว

สมมติว่าหน้าฉันคือดวงอาทิตย์ ส่วนนายคือโลก ตอนนี้นายมองเห็นหน้าฉันไหม ?

เห็นซี่แด๊ดดี้

ทีนี้นายลองหันหลังกลับไปมองทะเลนะสิ้นสุดคำสั่งของคุณครูอิม ลูกศิษย์ตัวกลมก็หันหลังให้กับคุณครูชั่วคราวอย่างกระตือรือร้น ตอนนี้นายเห็นหน้าฉันเหมือนเมื่อครู่นี้หรือเปล่า ?

หวา ~ ม้ากคึไม่เห็นแด๊ดดี้แล้ว ม้ากคึเห็นแต่ทะเลล่ะ

อืม...แจบอมอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอยู่บนตักตัวเองแล้วเริ่มการบรรยาย อย่างที่ฉันบอกไปว่านายคือโลก ส่วนฉันคือดวงอาทิตย์ อาจจะฟังดูเหลือเชื่อไปหน่อย แต่โลกมันหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลาเหมือนตอนที่นายหมุนตัวไปดูทะเลเมื่อครู่นี้

โลกหมุนได้ด้วยหรอแด๊ดดี้ !?!” เจ้ากระต่ายอ้วนถามหน้าตาตื่นด้วยความตกใจแต่ม้ากคึไม่เห็นรู้สึกว่าโลกมันหมุนติ้วๆเลย ทำไมกันน้า

เดี๋ยวโตไปนายก็จะได้เรียนเองแจบอมอธิบายต่อ ถ้านายหันหลังให้ฉัน นายก็จะไม่เห็นหน้าฉัน โลกก็เหมือนกับนาย ถ้าโลกหมุนจนหันหลังให้กับดวงอาทิตย์ คนที่อยู่บนโลกก็จะไม่เห็นดวงอาทิตย์เหมือนกัน พอจะเข้าใจหรือเปล่า ?

อ๋อ ! ม้ากคึเข้าใจแล้วล่ะแด๊ดดี้ ตอนนี้คุณพระอาทิตย์ใกล้จะมาแล้ว แสดงว่าโลกที่ม้ากคึกับแด๊ดดี้อยู่ตอนนี้กำลังหมุนไปหาคุณพระอาทิตย์ใช่ไหม ?แจบอมพยักหน้าแทนคำตอบ ดีจังเลยน้า ถ้าโลกหมุนเร็วๆม้ากคึก็จะได้เจอคุณพระอาทิตย์บ่อยๆใช่ไหมแด๊ดดี้

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันคุณพ่อลูกเป็ดหัวเราะหึหึให้กับจินตนาการของเจ้าตัวแสบก่อนจะปล่อยให้ตัวเองซึมซับบรรยากาศริมทะเลยามเช้าที่แสนจะเงียบสงบ

 

แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!”

 

เสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

แด๊ดดี้ อึก... แด๊ดดี้อยู่ไหนอ่าแบมแบม ฮือ

ฮือแบมแบมไม่รู้ อึก... แด๊ดดี้อยู่หนาย แด๊ดดี้ ~ ฮึก…”

ยองแจน ฮึก... ยองแจนจะหาแด๊ดดี้ ฮือๆ

 

เสียงร้องไห้กระจองอแงของกลุ่มก้อนโมจิทั้งสามคนจากหน้าประตูบ้านที่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยทำให้การซึมซับบรรยากาศอันเงียบสงบยามเช้าของเจ้าทาสผู้น่าสงสารต้องยุติลง

 

เดี๋ยวฉันไปหาทุกคนก่อน รออยู่ตรงนี้นะมาร์ค

ได้เลยแด๊ดดี้

 

ก่อนจะลุกขึ้นจากเปลไปทำหน้าที่คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอย่างเลี่ยงไม่ได้ และทันทีที่เดินเข้าไปในรัศมีที่เจ้าตัวยุ่งทั้งหลายพอจะมองเห็น มวลสารกลมก้อนที่พากันกอดคอปี่แตกอยู่หน้าประตูบ้านพ่วงด้วยตุ๊กตาในอ้อมแขนก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ผู้เป็นพ่ออย่างรวดเร็ว

 

ร้องไห้ทำไมแม้จะเป็นคำถามห้วนๆที่ฟังดูน่ากลัว แต่สัมผัสอ่อนโยนที่ไล่เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้ากลมอูมซึ่งตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงทำให้เจ้าตัวเล็กที่สะอึกสะอื้นจนหน้าแดงก่ำค่อยๆสงบลง

ก็ยองแจนตื่นมายองแจน อึกยองแจนไม่เห็นแด๊ดดี้ แบมแบมกับคยอมก็ไม่เห็น ฮึก...

โอเคๆ ใจเย็นๆก่อนนะแจบอมลูบหลังเจ้าก้อนแก้มอวบที่พยายามตอบอย่างเบามือ

ฮือ... คยอมไม่อยากให้แด๊ดดี้หายไป ฮึก คยอมกลัวแด๊ดดี้หายไปตอนคยอมหลับ ตอนนู้นจุนเน่ก็หายไปตอนคยอมหลับ คยอมกลัว ฮือๆเจ้าก้อนลูกหมียังคงสะอื้นฮักอยู่ในอ้อมอกคุณพ่อร่างสูง

ฉันก็อยู่ตรงนี้แล้วไง แล้วแจ็คสันล่ะ ?

ฮือ... แบมแบมปลุกแล้วแต่จาจาไม่ตื่น จ... จาจาตีแขนแบมแบมด้วย อึก...

อา…” แจบอมวาดแขนไปปลอบเจ้าลูกหมูทั้งสามก้อนอย่างเก้ๆกังๆ เลิกร้องไห้กันได้แล้ว ฉันไม่ได้ไปไหนสักหน่อย แค่ออกมาเดินเล่นแถวๆนี้เอง

หงึ !” ศีรษะกลมส่ายยิกๆปฏิเสธการรับฟังข้อแก้ตัวของเจ้าทาสที่บังอาจออกมาชมวิวโดยไม่รายงานให้ทราบแม้จะซบหน้าอยู่กับแผ่นอกของเขาก็ตาม

ถ้าพวกนายหยุดร้องไห้ เดี๋ยวฉันจะพาไปเล่นอะไรสนุกๆ ตกลงไหม ?

งือ... แด๊ดดี้จะให้คยอมเล่นอะไรหรอ ฟื้ด ~เจ้าลูกหมีขี้แยเป็นคนแรกที่เงยหน้าขึ้นมาในสภาพน้ำมูกไหลย้อย

ทู้ก ~ โคน ม้ากคึอยู่นี่ ทุกคนมาเล่นกับม้ากคึซี่ เป็นอีกครั้งที่พี่ใหญ่แก๊งก้อนทำหน้าที่พี่ชายแบ่งเบาภาระให้กับแจบอมได้เป็นอย่างดี เจ้าก้อนผมแดงที่นอนขดอยู่บนเปลลุกขึ้นโบกไม้โบกมือเรียกเจ้าลูกหมูขี้แยทั้งสามจนแจบอมอมยิ้มตามด้วยความเอ็นดู

โอ๊ะ นั่นอะไรอ่ะม้ากคึ !?!” เจ้าก้อนแก้มอวบเริ่มให้ความสนใจกับเปลชายหาดที่พี่ชายคนโตนั่งอยู่

แบมแบมอยากเล่นบ้าง ม้ากคึแบ่งแบมแบมด้วยซี่

 

และความเอ็นดูหัวหน้าแก๊งลูกเป็ดปนสงสารเจ้าก้อนลูกหมูทั้งสามที่เพิ่งงอแงไปก่อนหน้านี้ก็อันตรธานหายไปทันที เมื่อเด็กน้อยที่ร้องห่มร้องไห้ไม่ยอมหยุดในตอนแรกพากันสะบัดก้นออกจากอ้อมอกคนเป็นพ่อแล้วสับขาวิ่งไปยังเปลถักซึ่งเป็นของเล่นสุดจี๊ดประจำวันอย่างรวดเร็ว

 

หนอย... บทจะเทก็เทกันง่ายๆเลยนะโว้ย !

 

แม้จะแอบค่อนขอดอยู่ในใจ แต่มือก็คอยอุ้มเจ้าเปี๊ยกปุกปุยขึ้นไปนั่งรวมกันบนเปลอย่างระมัดระวัง เปลถักที่อุตส่าห์ตั้งใจผูกอย่างดีหมายจะนอนกินลมชมแสงอาทิตย์ยามเช้าจึงถูกยึดครองโดยเหล่านายท่านตัวน้อยและตุ๊กตาแสนรักในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์

 

อ๋า ทุกคนขี้โกงอ่ะ ให้แจ็คสันเล่นด้วยซี่ !”

 

และมันก็ยิ่งสมบูรณ์มากขึ้นเมื่อหัวโจกแก๊งลูกเป็ดตัวร้ายปั้นหน้าแยกเขี้ยววิ่งดุ่มๆออกมาจากบ้านพักพร้อมกับหุ่นเลโก้ตัวโปรดอย่างขัดใจ ก่อนจะกางแขนทั้งสองข้างแล้วกระโดดหย็องๆอ้อนให้ผู้เป็นพ่ออุ้มขึ้นไปนั่งบนเปลรวมกันพี่น้องสปีชีส์ก้อนของตัวเอง

 

แบมแบมปลุกจาจาแล้วน้า แต่จาจาไม่ตื่นนี่นา แล้วจาจาก็ตีแบมแบมด้วยเจ้าก้อนผมปอยชมพูยู่ปาก

แจ็คสันขี้เซาจังเลยน้า

คยอมอย่าว่าแจ็คสันนะ แจ็คสันไม่ได้ขี้เซาซักหน่อย นี่แน่ะ !” เจ้าก้อนหน้าม้าเต่อใช้หุ่นประกอบในมือเตะเข้าใส่ท่อนแขนของเจ้าลูกหมีอ้วนอย่างนึกโมโห

ย้า คยอมเจ็บนะแจ็คสันฝ่ายเจ้ามังเน่ลูกหมีที่ไม่เน้นการใช้ความรุนแรงก็ทำได้เพียงเบะปากไปตามระเบียบ

อย่าทะเลาะกันแต่เช้าสิ

 

แจบอมรีบจับเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายแยกออกจากกันเพื่อไม่ให้เกิดสงครามเด็กอนุบาลตั้งแต่เช้าตรู่พลางส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แต่ก็กลุ้มใจเรื่องของเจ้าตัวแสบได้ไม่นานนักเมื่อดวงตาเรียวคมมองไปยังที่เปลถักเบื้องหน้าที่ตัวเองอุตส่าห์ลงแรงผูกอยู่พักใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนนั่งเรียงแถวอัดแน่นกันราวกับเป็นเมล็ดถั่วลันเตาในฝักทั้งยังคุยจ้อกันไม่หยุด ก่อนจะแอบส่งสายตาเขม่นใส่บรรดามวลสารกลมก้อนบนเปลอย่างนึกหมั่นไส้ปนน้อยใจในชะตากรรมของตัวเอง

 

เป็นคนหอบเปลออกมาผูกเองแท้ๆ แต่ทำไมถึงไม่มีสิทธิ์แตะต้องสักนิดเลยล่ะโว้ย !?!

 

กำหมัดกัดฟันให้กับวิถีทาสของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นทรายเบื้องหน้าเปลอย่างอดเจ็บใจไม่ได้ จากนั้นก็ปล่อยความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดไปกับท้องฟ้าที่เริ่มทอประกายแสงแดดยามเช้า เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งและลมทะเลเย็นๆสลับกับเสียงอ้าปากรับลมของเจ้าตัวเล็กบนเปลด้านหลังที่ต่างก็มีความสุขกันถ้วนหน้าแม้ว่าผมจะปลิวกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรงกันไปหมดก็ตาม

 

แด๊ดดี้มานั่งกับแบมแบมน้าเจ้าแฮมสเตอร์แก้มป่องเรียกขานเจ้าทาสที่นั่งอยู่ด้านล่าง

ไม่เป็นไร เปลมันรับน้ำหนักไม่ไหว ฉันนั่งตรงนี้ดีกว่าแจบอมส่ายหน้าปฏิเสธเพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็ก

 

หึ... ลำบากกว่านี้ก็เคยมาแล้ว แค่นั่งบนพื้นที่เต็มไปด้วยทรายแบบนี้เจ้าทาสอิมแจบอมไม่สะทกสะท้านร้อก !

 

ทุกคนดูซี่ คุณพระอาทิตย์มาแล้วน้า

จริงหรอยองแจน อยู่ตรงไหนอ่ะ ทำไมแจ็คสันมองไม่เห็นเลย

อุหวา... คยอมเห็นคุณพระอาทิตย์แล้ว อยู่ตรงนู้นไง นู่ ~ นเจ้าก้อนลูกหมีชี้ไปยังขอบฟ้าเบื้องหน้าที่เริ่มมีแสงอาทิตย์ปรากฏขึ้นมา

แบมแบมจะได้เห็นหน้าของคุณพระอาทิตย์เหมือนในเทเลทับบี้ไหมน้า

นั่นซี่ ม้ากคึก็อยากเห็นเหมือนกันน้า

 

เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของเด็กน้อยทั้งห้าคนไม่ได้ทำให้คนฟังที่นั่งเท้าคางมองดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้ารู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็ได้แต่นึกตำหนิตัวเองอยู่ในใจเมื่อได้เห็นบรรยากาศสวยงามจนอดหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บเอาไว้ไม่ได้ เพราะถึงจะเคยไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยเรียนอยู่หลายครั้งและมีโอกาสได้ทำกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งตั้งแคมป์บนภูเขา นั่งเรือข้ามเกาะ ไปจนถึงลุยป่าเพื่อเดินขึ้นถ้ำ ทว่า กิจกรรมที่แสนจะเรียบง่ายอย่างการนั่งชมดวงอาทิตย์ตอนเช้าตรู่แบบนี้กลับเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสนใจแม้แต่น้อยเพราะคำว่า ขี้เกียจตื่นเช้า จึงถือว่าความใจอ่อนของตัวเองที่ยอมพามาร์คออกมาเดินเล่นตั้งแต่หกโมงนั้นเป็นโชคดีที่ทำให้เขาได้สัมผัสกับแสงแดดอ่อนๆบนท้องฟ้าในเวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า

 

คุณพระอาทิตย์เท่จังเลยน้า

จริงด้วยน้า ตอนนี้คุณพระอาทิตย์ไปอยู่ข้างบนแล้ว สุดยอดไปเลยเนอะ

 

หลังจากนั่งชมวิวมาเกือบยี่สิบนาที แจบอมก็หาวหวอดออกมาด้วยความอ่อนเพลียอีกทั้งเปลือกตาก็เริ่มหนักอึ้งจนต้องเปลี่ยนจากท่านั่งขัดสมาธิยืดหลังตรงมาเท้าคางลงบนหน้าขาของตนแทนเนื่องจากเมื่อคืนนี้เขาพักผ่อนได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงผิดกับเจ้าตัวเล็กทั้งหลายที่ยังคุยจ้อกันไม่หยุด และในที่สุดความง่วงที่กำลังจู่โจมอย่างต่อเนื่องทำให้แจบอมตัดสินใจพาเจ้าตัวป่วนกลับเข้าบ้านพักโดยมีเงื่อนไขบางอย่างที่ช่วยให้เขาสามารถต่อรองเวลานอนกับพวกเด็กๆได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

เรากลับไปนอนพักกันก่อนแล้วค่อยออกมาเล่นทะเลพร้อมพวกอาเจย์ตอนสายๆ อาเจย์กับอาวอนพิลสร้างปราสาททรายเก่งนะ ถ้ารอสองคนนั้นกลับมาพวกนายจะได้มีคนช่วยสร้างปราสาททรายไง ดีไหม ?

จริงหรอแด๊ดดี้ !?!”

งั้นพวกเรารออาเจย์กับพิลลี่มาเล่นด้วยดีกว่า เนอะๆ

 

เพียงเท่านี้เหล่าลูกสมุนตัวจิ๋วก็ยอมกลับเข้าบ้านไปนอนพักเพื่อกักตุนพลังงานกันอย่างไม่อิดออด คุณพ่อแก๊งก้อนลอบยิ้มให้กับชัยชนะอันน้อยนิดของตัวเองที่สามารถหว่านล้อมเจ้าตัวแสบทั้งหลายซึ่งนอนกอดตุ๊กตาตัวโปรดหลับปุ๋ยกันไปแล้วได้สำเร็จ จากนั้นจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงเพื่อเข้าสู่โลกแห่งความฝันอย่างมีความสุข

 

.

.

 

ทัลเล้ ~

อาเจย์ พาม้ากคึไปเล่นทะเลหน่อยน้า

ได้สิ งั้นอาขอปลุกพ่อเราก่อนนะ

เฮ้ย ! ไอ้ตี๋ ตื่นได้แล้ว หลานอยากเล่นทะเลแล้ว อย่ามัวแต่นอนอืด Wake up !”

 

แต่แล้วแจบอมก็จำใจต้องตื่นขึ้นมาอีกครั้งในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง พร้อมกับร่างของตัวเองซึ่งถูกกองทัพลูกเป็ดในชุดกางเกงชายหาดลายตัวการ์ตูนพ่วงด้วยห่วงยางหลากสีลากออกไปจากบ้านพักโดยมีเพื่อนสนิทปากร้ายในชุดกางเกงชายหาดสีทึบปราศจากเสื้อปกปิดท่อนบนที่ไม่รู้ว่ากลับมาถึงบ้านพักตั้งแต่เมื่อไหร่คอยออกปากสั่งให้เจ้าทาสผู้อาภัพเชื่อฟังเหล่าเจ้านายตัวน้อยของตัวเองอยู่อีกที

 

บางทีแจบอมก็คิดน้า ว่าทุกวันนี้ตัวเองมีเจ้านายกี่คนกันแน่วะ !?!

 

ตี๋ ใจคอจะลงไปเล่นน้ำทั้งชุดนอนแบบนั้นเลยหรือไงเจฮยองพยักเพยิดหน้าไปยังเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงผ้าร่มขาสั้นของแจบอม

ช่างหัวกูเถอะแจบอมยักไหล่กลบเกลื่อน

 

ไม่รู้จะถอดไปทำไม ไม่มีซิกพงซิกแพ็คอะไรให้โชว์ ทุกวันนี้แค่เห็นประตูฟิตเนสก็เหนื่อยแล้ว...

 

แล้ววอนพิลไปไหนวะ ?หลังจากส่งเจ้าลูกเป็ดอ้วนลงสู่ชายหาดเรียบร้อยแล้ว สถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนก็ย้ายมานั่งบนเสื่อใต้ต้นสนริมหาด ก่อนจะถามถึงเพื่อนสนิทอีกคนที่ตนไม่ได้เห็นหน้าอีกเลยนับตั้งแต่ขอตัวแยกย้ายกับพวกเพื่อนๆเมื่อคืนนี้

มึงไม่ต้องห่วงมันหรอกเจฮยองตอบเรียบๆขณะทาครีมกันแดดเตรียมลงไปเล่นทะเลกับหลานชายตัวน้อยที่พวกเขาเพิ่งช่วยกันทาครีมกันแดดให้ก่อนหน้านี้

ทำไมมึงพูดแบบนั้นวะไอ้แว่น

เฮ้ย ใจเย็นๆก่อน กูไม่ใช่คนใจร้ายแบบนั้นเจฮยองหัวเราะผิดกับแจบอมที่กดคิ้วเป็นปม กูหมายความว่ามึงไม่ต้องเป็นห่วงมัน เพราะมึงควรห่วงตัวเองมากกว่า

หมายถึงกู ?

พูดไปเดี๋ยวจะมีคนอกแตกตายชายหนุ่มในกรอบแว่นกระตุกยิ้มร้ายชวนให้แจบอมตวัดตามอง แต่ในฐานะเพื่อนสนิทแสนดีแบบที่มึงพลิกแผ่นดินหาอีกกี่ชาติก็คงไม่เจออีกแล้ว กูจะบอกให้ก็ได้

“…”

วอนพิลออกไปเที่ยวกับคุณจินยองตั้งแต่แปดโมงแล้ว

มึงว่ายังไงนะไอ้แว่น !?!” คำตอบของคุณอาลูกเป็ดทำให้แจบอมที่กำลังเคลิ้มไปกับลมทะเลเย็นๆถึงกับหันขวับ แล้วไปกันสองคน ?

 

เหย... มันยังไงๆอยู่นา

 

เออสิ กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนั้นไปนัดกันตอนไหน พอพวกกูเดินกลับมาจากโรงแรมตอนแปดโมงก็เห็นคุณจินยองจอดมอเตอร์ไซค์รออยู่หน้าบ้านแล้ว ทีแรกก็นึกว่าเขานัดกับมึง เพราะกูยังถามอยู่เลยว่าทำไมมึงไม่พาเขาเข้าไปนั่งรอในบ้าน แต่คุณจินยองก็ไม่ยอมตอบอะไร แถมตอนนั้นมึงกับเด็กๆก็ยังไม่ตื่น ถึงได้รู้ว่าจริงๆแล้วเขานัดกับวอนพิลแจบอมได้แต่กะพริบตาปริบๆหลังได้ยินสิ่งที่เพื่อนเล่า แล้วเขาไม่ได้โทรหาหรือส่งข้อความมาบอกอะไรมึงบ้างหรือวะ

ไม่รู้ว่ะ วันนี้ยังไม่ได้เช็คโทรศัพท์เลย แถมตั้งโหมดปิดเสียงไว้ด้วย

เฮ้ย แล้วนั่นมึงจะไปไหน ไอ้ตี๋โว้ย !”                  

 

ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบหากแต่ตัวกลับรีบวิ่งหน้าตั้งเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้ในบ้านพักขึ้นมาเปิดดูโดยไม่ฟังเสียงเรียกจากคนที่นั่งอยู่ข้างกันแม้แต่น้อย ทว่า หน้าจอโทรศัพท์ที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งการแจ้งเตือนใดๆทั้งสายที่ไม่ได้รับและข้อความทำให้ชายหนุ่มแน่นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะยัดโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินกลับมานั่งกับเจฮยองริมชายหาดตามเดิมและไม่ลืมที่จะเปิดเสียงโทรศัพท์รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตทิ้งไว้ด้วย

 

ก็แค่เปิดทิ้งไว้เผื่อมีอะไรฉุกเฉิน ไม่ได้หวังอะไรสักหน่อยน่า...

 

หน้าตึงเป็นอึ่งอ่างขยายร่างแบบนี้ งอนเขาไง้ ?เจฮยองกัดเบาๆขณะก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือของตัวเองไปด้วย

งอนพ่อมึงแจบอมสวนกลับ

ได้ข่าวว่าเมื่อวานโดนไอ้วอนพิลด่าไปแล้วนี่ วันนี้อยากโดนกูด่าอีกใช่ไหม ?เจฮยองเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าก่อนจะหันมาจ้องหน้าคนปากหนัก

เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นแจบอมส่ายหน้าเบาๆ กูไม่ได้งอนอะไรเขาจริงๆ แต่...พูดได้เพียงเล็กน้อย ชายหนุ่มก็ชะงักไปเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

แต่อะไร มึงพูดให้จบสิวะเจฮยองรีบยื่นหน้าเข้ามาหาเพื่อรอฟังต่อด้วยความสนใจ

กูว่าเขาน่าจะเป็นฝ่ายงอนกูมากกว่า

ทำไมวะ เกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ต้องขยาย เล่ามา !” คนฟังตบเข่าฉาดใหญ่พลางมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างคาดคั้น

ไม่เสือ_แล้วจะตาย ?

แลกกับความลับของกูตามที่สัญญาไว้เมื่อวานนี้ ดีลมะ ?

พ่อกูบอกว่าลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำนะเว้ยแจบอมหันหน้าเข้าหาเพื่อนสนิทตัวแสบอย่างรวดเร็ว

ถุย ! ขี้เสือ_พอกันล่ะว้าเจฮยองเบะปาก เออ เล่ามาๆ มึงไปทะเลาะอะไรกับคุณจินยองวะ

ไม่ได้ทะเลาะกันหรอกแจบอมเริ่มลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

 

เรื่องเมื่อคืนนี้น่ะหรือ... --- ทั้งที่วางแผนไว้อย่างดีว่าจะรีบส่งพวกเด็กๆเข้านอนหลังอาบน้ำเสร็จและโทรหาอีกฝ่ายตามที่ให้สัญญาไว้ แต่การออกกำลังกายยามดึกเป็นเวลานานทำให้ร่างกายของเจ้าตัวยุ่งประท้วงหามื้อดึกจนต้องพึ่งพารามยอนครึ่งแพ็คที่อยู่ในกระเป๋าเสบียงลายโดราเอมอนของพวกเจ้าเปี๊ยก อีกทั้งตัวเขาเองที่เริ่มเป็นหวัดเพราะอากาศหนาวเย็นตอนอยู่ในสระว่ายน้ำจนต้องกินยาดักเอาไว้เพื่อไม่ให้อาการทรุดลง ความตั้งใจเดิมที่ว่าจะโทรหาปาร์คจินยองหลังส่งพวกเด็กๆเข้านอนจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นช่วงที่รอเจ้าตัวแสบกินมื้อดึกแทนเพราะเกรงว่าสภาพร่างกายของตัวเองจะไม่สามารถอดทนอยู่รอคุยโทรศัพท์หลังจากนั้นได้

 

ฉะนั้นเขาจะถือว่าเป็นความผิดของปาร์คจินยองก็แล้วกันที่ทำให้เขาเป็นหวัดแบบนี้...

 

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบหลบใต้ใบบัว* (seen)

 

สติกเกอร์ตัวการ์ตูนกบเจ้าเก่าถูกส่งไปดูลาดเลาเพื่อนบ้านนักศึกษาของตัวเองในเวลาเกือบตีสอง ขณะเดียวกันก็จัดการกับมื้อดึกฉบับเร่งด่วนและดูแลกองทัพมนุษย์ก้อนไปด้วยระหว่างรอความเคลื่อนไหวของโทรศัพท์มือถือจากคู่สนทนาที่ตอบกลับมาในอีกไม่กี่วินาทีให้หลัง

 

Park Jinyoung (Junior) : ยังไม่นอนอีกหรือครับ จะตีสองแล้วนะ

Im Jaebeom : เพิ่งอาบน้ำเด็กๆเสร็จ (seen)

Im Jaebeom : กินมื้อดึกเสร็จเดี๋ยวก็นอนแล้ว (seen)

Park Jinyoung (Junior) : มื้อดึก ?

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบพยักหน้า* (seen)

 

นอกจากการส่งสติกเกอร์ตัวการ์ตูนและครั้งหนึ่งที่เคยส่งข้อความเสียงไปหาเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกตอนไปนอนค้างคืนกับปาร์คจินยองช่วงที่เร่งทำงานด่วนแล้ว เขาก็แทบไม่สนใจลูกเล่นอื่นๆของแอพลิเคชั่นไลน์อีกเลย อย่างมากก็แค่ทำภารกิจเก็บสะสมเหรียญไว้ให้หลานสาวซื้อสติกเกอร์ไลน์คุยกับแม่เวลามาหาเขาที่โซลช่วงปิดเทอมเท่านั้น

แม้ว่าส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความง่วงเนื่องจากฤทธิ์ของยาแก้แพ้ที่เพิ่งกินไปก่อนหน้านี้ แต่ภาพตรงหน้าที่มวลสารกลมก้อนทั้งหลายกำลังเอร็ดอร่อยกับบะหมี่รสชีสและนมเปรี้ยวรสผลไม้รวม (แน่นอนว่าอย่างหลังเขาไม่ได้นับเจ้าก้อนวายร้ายที่บีบจมูกขณะดื่มนมด้วยสีหน้าเหยเก) จึงลองใช้ลูกเล่นอื่นๆของไลน์อย่างการถ่ายภาพเจ้าตัวแสบอย่างนึกเอ็นดู และเหล่านายแบบตัวจิ๋วทั้งห้าคนก็ให้ความร่วมมือด้วยการชูสองนิ้วเก๊กท่าเป็นอย่างดี

 

ก็แค่ถ่ายไว้แบล็คเมล์เรียกค่าเลี้ยงดูตอนโตเฉยๆ ไม่ได้เห่ออะไรสักหน่อยน่า !

 

Im Jaebeom : *sent a photo* (seen)

 

แล้วก็ไม่ได้ส่งไปอวดปาร์คจินยองด้วย แค่ยืนยันว่าไม่ได้พูดโกหกก็เท่านั้น...

 

Park Jinyoung (Junior) : กินตอนดึกๆแบบนี้เดี๋ยวก็ปวดท้องกันหรอกครับ

Im Jaebeom : ให้นอนก็ไม่ยอมนอน บอกว่าหิวจนนอนไม่หลับ (seen)

 

แด๊ดดี้ คยอมหิวจังเลยฮะ

แจ็คสันก็หิวเหมือนกันน้าแด๊ดดี้ เมื่อกี๊แจ็คสันได้ยินเสียงท้องร้องดังจ๊อกๆเลยล่ะ

ดึกป่านนี้แล้วคงไม่มีร้านข้าวที่ไหนเปิดหรอก แล้วจะกินอะไรกันล่ะ ?

ม้ากคึอยากหม่ำหม่ำบะหมี่ชีสจึฮะ ในกระเป๋าคุณโดราเอมอนมีบะหมี่ชีสจึด้วยน้าแด๊ดดี้ เมื่อเช้านี้ม้ากคึกับยองแจนเอาบะหมี่ชีสจึใส่กระเป๋ามาด้วยล่ะ

มีเยลลี่ลายพิซซ่ากับน้ำตาลคุณหมีของแบมแบมด้วยน้า

แด๊ดดี้ หม่ำหม่ำบะหมี่กันน้า ยองแจนหิวมากๆเลย น้า ~

ฉันว่ากินแค่นมก็พอแล้ว เดี๋ยวจะปวดท้องตอนนอนนะ

งือ... แต่คยอมหิวม้าก ~ มากเลยนี่นาแด๊ดดี้ เมื่อกี๊คยอมก็ได้ยินเสียงท้องร้องจ๊อกๆเหมือนแจ็คสันเลยน้า ถ้าไม่ได้หม่ำหม่ำคยอมต้องนอนไม่หลับแน่ๆเลยฮะ

 

Im Jaebeom : *สติกเกอร์กบกุมขมับ* (seen)

Park Jinyoung (Junior) : แล้วคุณเจฮยองกับคุณวอนพิลล่ะครับ

Im Jaebeom : เมื่อกี๊โทรมาบอกว่านอนค้างที่โรงแรมกับเพื่อนเพราะคงเดินกลับบ้านไม่ไหว (seen)

 

[ตี๋จ๋า ~ คืนนี้พวกกูไปต่อข้างนอกนาจา เอิ๊ก ! คงไม่กลับบ้านนะ มึงล็อคประตูบ้านได้เลย]

[ไอ้แว่น เมาขนาดนี้กูว่ามึงอย่าไปต่อดีกว่ามั้งขอโทษนะแจบอม กูไม่แน่ใจว่ามึงกับหลานนอนหรือยัง แต่กูจะโทรมาบอกว่าคืนนี้คงไม่ได้กลับบ้านพักแล้วล่ะ... เฮ้ย ! ไอ้แว่น มึงลงมาจากรถเดี๋ยวนี้นะ... ไว้ค่อยคุยกันนะมึง ไอ้แว่นเมาเละเป็นหมาแล้ว กูขอไปเก็บซากมันก่อน]

[หูย ใครเมาจ๊ะพิลลี่ นี่พี่เจย์สายแข็งนะจะบอกให้]

[ไอ้แว่น นับหนึ่งถึงสาม ถ้าไม่ลงมากูจะโทรฟ้องคุณ...]

[เฮ้ย ไม่เอาๆ อย่าเอาชื่อเด็กมาขู่ กูขี้เกียจง้อนา]

[แค่นี้ก่อนนะตี๋ บาย]

 

ตู๊ด ตู๊ด...

 

นอกจากจะต้องมาฟังคนเมากับคนหัวร้อนคุยกันแล้ว เขาก็ยังอด ใส่ใจเรื่องของไอ้แว่นเสียด้วย พับผ่าสิ !

 

Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์แมวพยักหน้า*

 

หลังจากพิมพ์ข้อความคุยกันมาสักพัก บทสนทนาทั้งหมดก็ถูกหยุดไว้ที่สติกเกอร์ของอีกฝ่าย ความง่วงที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะทำให้แจบอมตัดสินใจกดโทรหาเพื่อนบ้านที่เพิ่งแยกย้ายกันเมื่อครู่นี้แทนเพื่อบอก อะไรบางอย่างที่เขายังไม่ได้พูดกับอีกคนเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

 

[ฮัลโหล]

ฮัลโหล

[ขี้เกียจพิมพ์แล้วหรือไงครับ]

ก็ฮัดชิ้ว

 

จามขนาดนี้ เห็นทีว่าเขาคงจะต้องรีบๆพูดแล้วล่ะ            

 

อาขอโทษทีนะ ผมรบกวนเวลานอนของคุณหรือเปล่า

[ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมยังไม่นอนหรอก แต่ผมว่าคุณแจบอมรีบทานยาแล้วนอนเถอะครับ]

ผมถึงได้โทรหาคุณก่อนนี่ไงตอบเสียงฟึดฟัดพลางสั่งน้ำมูกจนปวดหนึบไปทั้งศีรษะ ผมกินยาไปแล้ว ตอนนี้ก็เริ่มง่วงแล้วล่ะ

[ดีแล้วครับ ว่าแต่โทรหาผมแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ ?] และเขาก็นึกขอบคุณอีกฝ่ายที่เปิดประเด็นอย่างไม่อ้อมค้อม

ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกคุณ เมื่อครู่นี้มันมีเรื่องนิดหน่อยผมก็เลยเผลอตัดสายไปก่อน แต่ก็รู้สึกเหมือนยังคุยกับคุณไม่จบเลยโทรมาไม่ให้ค้างคาน่ะ

[คิดมากจังเลยครับ ผมสิที่ต้องเป็นฝ่ายกังวล จู่ๆคุณก็ตกสระว่ายน้ำไปแบบนั้น พอลงไปหาก็ไม่เจอพวกคุณแล้ว แน่ใจใช่ไหมครับว่าไม่เป็นอะไร]

[เปล่า ผมไม่เป็นอะไรหรอก เอ่อ... ก็แค่ขอบสระมันลื่นไปหน่อย]

 

ไม่เป็นไรหรอกน่า ปาร์คจินยองคงไม่เห็นเขากำลังไขว้นิ้วตอนคุยโทรศัพท์อยู่แล้ว...

 

[แน่ใจนะครับ ?]

ฮื่อ แต่ก็โชคดีที่โทรศัพท์มันร่วงลงบนขอบสระผมก็เลยยังโทรหาคุณได้

[ยังจะห่วงเรื่องนั้นอีกหรือไงครับ]

ก็…”

[ไปนอนเดี๋ยวนี้เลยครับคุณแจบอม หายใจฟึดฟัดแบบนั้นผมว่าอาการคุณแย่แล้วนะ]

 

หากเป็นเวลาปกติเขาคงจะไม่รู้สึกอะไรกับการที่ปาร์คจินยองออกปากไล่ให้ไปนอนพักผ่อนติดต่อกันหลายครั้ง แต่พอมาฟังตอนเป็นหวัดบวกกับที่ยาเริ่มออกฤทธิ์แบบนี้...

 

เฮ้อ... ช่างมันเถอะ

 

จะมานั่งน้อยใจคนที่เขาอุตส่าห์เป็นห่วงตัวเองแบบนี้ก็คงไม่ดีเท่าไหร่จริงไหม ?

 

อืม งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะแม้จะเป็นการสรุปแบบเข้าข้างตัวเอง แจบอมก็ยังยอมเชื่อฟังคนปลายสายทั้งยังแอบระบายรอยยิ้มเล็กๆไว้บนมุมปากแทนน้ำเสียงนุ่มนวลที่เขาควรจะใช้พูดกับอีกคน แต่สุดท้ายก็เพียงแค่ตอบด้วยเสียงเรียบๆตามความเคยชินของตัวเอง

[ครับ ฝันดีนะครับ] และมันก็ช่างตรงข้ามกับปลายสายที่ตอบกลับมาอย่างอ่อนโยนจนคนฟังรู้สึกผิดและได้แต่นั่งเงียบไปครู่หนึ่ง

จริงๆแล้วที่ผมโทรหาคุณน่ะแต่เพราะคำพูดของวอนพิลก่อนหน้านี้มันทำให้เขาตระหนักได้ว่าหากเขายังเป็นพวกไม่พูดไม่แสดงออกแบบนี้ต่อไป

 

ผมจะไม่ขอร้องให้คุณมาเชื่อใจผม

แต่ผมจะเป็นฝ่ายทำให้คุณเชื่อใจผม... ด้วยตัวของผมเอง

 

...สัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับปาร์คจินยองก็ไม่มีวันเป็นจริงเสียที

 

[ครับ ?]

คือผม…”

 

ถึงจะเป็นเรื่องที่ตัวเองไม่เคยสนใจเพราะมันช่างเล็กน้อยและเขาก็คิดมาตลอดว่ามันไม่สลักสำคัญอะไร แต่ทุกคำพูดของเพื่อนซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับปาร์คจินยองทั้งหมดที่กำลังทำให้เขาถอนหายใจหลายต่อหลายครั้งโดยที่เขาไม่สามารถอธิบายได้ว่า สารพัดอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองในเวลานี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร

 

ถ้าความรู้สึกที่มึงมีให้คุณจินยองมันยังเท่ากับเมื่อก่อน กูกับเจย์ก็ไม่อยากให้คุณจินยองมาเสียเวลากับคนปากหนักแบบมึงแล้ว

อาจเป็นความกลัว... กลัวว่าตัวเองจะทำให้ทุกอย่างไม่เหมือนกับที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

กูถามตรงๆนะ ตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ความรู้สึกที่มึงมีให้คุณจินยองมันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนหรือเปล่า ?

หรืออาจเป็นความสับสน... ที่เขากำลังไม่แน่ใจว่าคำตอบของคำถามดังกล่าวคืออะไร

 

แต่พอมาลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว

 

นามบัตรแบบนั้นผมก็มีเหมือนกันนั่นแหละคุณ

ผมไม่อนุญาตให้คุณไปเล่นแบบนี้กับคนอื่นนะครับ

ในตอนนั้น เขาคิดแค่ว่าคำพูดดังกล่าวจะทำให้อะไรๆชัดเจน แต่พอเอาเข้าจริงแล้ว แค่นามบัตรหนึ่งไม่มีทางเป็นหลักประกันอะไรได้เลยแม้แต่น้อย

 

ผมว่าผมพาคุณไปกินข้าวหรือดูหนังสักเรื่องตอนกลับโซลดีกว่า

และการชวนไปเดทแบบบังเอิญ...

 

ผมจะรอนะครับเดทแรกของเราน่ะ

กลับกลายเป็นการให้ความหวังอีกคนโดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่าสถาปนิกที่ใช้ชีวิตอยู่กับงานมากกว่าครอบครัวจนเป็นที่มาของสถานะโสดเกือบสามปีเต็มจะสามารถทำสิ่งที่ตัวเองให้สัญญากับอีกคนเอาไว้ได้เมื่อไหร่

 

ผมก็จะพยายามทำให้คุณไม่ผิดหวังเหมือนกัน

และเป็นความกังวลที่รับปากออกไปอย่างหนักแน่น แต่ไม่รู้เลยสักนิดว่าชีวิตที่ไม่เคยมีความแน่นอนของตัวเองนั้นจะทำให้เขารักษาคำพูดเหล่านั้นได้หรือไม่

 

ผมรู้สึกผิดนิดหน่อยตอนที่คุณบอกว่าคุณอาจจะคิดไปเองฝ่ายเดียว มันทำให้ผมคิดขึ้นมาได้ว่าผมคงยังไม่ชัดเจนกับคุณทั้งที่ผมเคยพูดว่าจะทำให้ได้

สิ่งที่เขาแสดงออกไปชัดเจนที่สุดตั้งแต่คุยกับปาร์คจินยองมา คงจะเป็นคำพูดดังกล่าวที่บ่งบอกความรู้สึกนึกคิดของตัวเองได้ทั้งหมด

 

ทุกอย่างมันฟังดูเหมือนข้ออ้างและคำแก้ตัวแทบทั้งสิ้น ที่ผ่านมาเขาก็เป็นแค่ผู้ชายปากหนักคนหนึ่งอย่างที่วอนพิลว่าไว้จริงๆ เพราะถ้าลองมองย้อนกลับไปแล้ว ต่อให้เขาพูดยืดยาวแค่ไหน ทำเป็นเรียบเรียงคำพูดให้ฟังดูสวยหรูอย่างไร...

 

แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่เคยพูดคำว่า ชอบหรือ รักกับปาร์คจินยองเลยสักครั้ง

 

หากแต่การทบทวนทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสองคนผ่านคำถามของวอนพิลในวันนี้มันทำให้เขาสามารถยืนยันคำตอบบางอย่างให้กับตัวเองได้อย่างหนักแน่นเสียที

 

ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่ารอยยิ้มเด็กๆของปาร์คจินยองอันตรายกับตัวเองเกินไป

 

[ฝันดีนะครับ พี่แจบอม]

จนกระทั่งวันนี้ เขาจึงได้เข้าใจว่าไม่ใช่แค่รอยยิ้มราวกับเด็กเล็ก แต่รวมไปถึงคำพูดที่พูดให้กันด้วยความเคยชินเกือบทุกวันกับกำแพงระหว่างพวกเขาทั้งสองคนที่กำลังทลายลงด้วย ความรู้สึกที่เขากับปาร์คจินยองค่อยๆมอบให้กันทีละน้อย ความปั่นป่วนในใจที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีขณะอยู่ด้วยกันที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอด และที่สำคัญที่สุดคือการที่เขารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งเวลาที่เห็นท่าทีของอีกคนเปลี่ยนไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรดังที่คนทั่วไปเรียกกันว่า แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่าย ก็ทำให้คำตอบของคำถามทุกข้อมันชัดเจนมากพอแล้ว

 

ฉะนั้น ถึงจะยังไม่มีโอกาสให้พูดในตอนนี้ แต่อย่างน้อยๆเขาก็มีคำตอบที่ชัดเจนอยู่ในใจเสียที...

 

ผมก็แค่จะโทรมาบอกคุณว่า…”

 

ว่าเขา...

 

ฝันดีนะ จินยอง

 

คงชอบปาร์คจินยองเข้าแล้วจริงๆ

 

--- สิ้นสุดการโทร---

 

 

แล้วมึงก็กดตัดสายไปเลยอ่ะนะ ?เจฮยองที่กอดอกฟังอย่างตั้งใจถามขึ้นด้วยสีหน้างุนงง

ก็... เออแจบอมพยักหน้าส่งๆเพราะใช่ว่าเขาจะเข้าใจในการกระทำของตัวเองเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่ากูไม่อยากคุยกับเขานะ ก็อยากคุยนั่นแหละ แต่พอพูดไปแบบนั้นแล้วมันก็เขินว่ะหากแต่คนที่กำลังนั่งฟังคือเพื่อนสนิทของตัวเอง เขาจึงพูดออกไปตามตรง

ไอ้ไก่อ่อนไร้น้ำยาเอ๊ย !” คุณอาลูกเป็ดบึนปากกลอกตาก่อนจะใช้มือผลักศีรษะของแจบอมอย่างไม่สบอารมณ์นัก เป็นโสดแค่ไม่กี่ปีทำตัวเป็นคนไม่เคยมีแฟนไปได้ แค่เปลี่ยนการเรียกชื่อกันนิดหน่อยจะเขินจะอายอะไรวะ มึงก็อายุไม่ใช่น้อยๆแล้วนะแจบอม

กูกับเขาเรียกแบบนี้กันมาตั้งนานแล้ว จู่ๆจะเปลี่ยนไปเรียกอย่างอื่นมันก็รู้สึกเขินแปลกๆหรือเปล่าวะคุณพ่อแก๊งก้อนถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก

กูล่ะสงสารคุณจินยองจริงจริ๊ง !” เจฮยองพึมพำเสียงสูง แต่เห็นแก่ที่มึงเองก็กำลังกลุ้มใจจนหน้าดำคร่ำเครียดเพราะเรื่องของคุณจินยองแบบนี้ พวกกูจะยอมออกโรงช่วยอีกสักครั้งในฐานะเพื่อนที่แสนดีก็แล้วกัน

หา ?แจบอมเลิกคิ้วมองหน้าเพื่อนสนิทที่ค่อยๆฉีกยิ้มกว้างอย่างไม่ไว้ใจ

 

มันมาอีกแล้ว ไอ้หน้าตาชั่วๆแบบนี้...

 

อย่ากังวลเลยไอ้ตี๋ ไว้ใจกูสิ รับรองว่าไอเดียของกูจะไม่ทำให้มึงกับคุณจินยองผิดหวังแน่นอนเจฮยองตบบ่าปุๆ บอกเลยว่างานนี้วินวินกันทุกฝ่าย ทั้งมึง ทั้งคุณจินยอง รวมถึงพวกกูกับหลานด้วย

ดูจากหน้าเลวๆของมึงแล้ว กูว่าแผนของมึงก็คงไม่เข้าท่าอีกตามเคยแจบอมชายตามองคนข้างๆที่กำลังก้มหน้าพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์เออ แล้วเรื่องของมึงล่ะ สรุปว่ายังไง เล่ามา

อยากรู้ขนาดนั้นเลยหรือวะสถาปนิกรูปหล่อหัวเราะร่วน กูบอกแล้วไงว่าน้องเขาไม่ใช่คนไกลตัวมึง

ใครวะ ?

บอกแล้วเดี๋ยวจะอึ้ง คือว่า...

แด๊ดดี้ ~

อาเจย์ ~

 

ขณะรอฟังสิ่งที่ตัวเองสงสัยมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ จู่ๆเสียงเล็กแหลมของเจ้ามนุษย์ก้อนจอมยุ่งที่ตัวเปียกโชกและมีทรายติดเต็มตัวก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ตามมาด้วยร่างกลมๆที่วิ่งเข้ามาหาคุณพ่อและคุณอาพร้อมกับถังพลาสติกสีส้มใบเล็กในมือ

 

ว้าย อดเสือ_” เจฮยองเย้ยใส่เพื่อนที่กำลังให้ความสนใจเรื่องของตนอย่างออกนอกหน้า ผิดกับแจบอมที่หน้ามุ่ยไปตามระเบียบกูไปเล่นกับหลานดีกว่า บายนะ

เดี๋ยวดิไอ้แว่น... ปัดโธ่ !”

 

จิ๊... อะไรจะนกแม้กระทั่งการใส่ใจเรื่องของเพื่อนฝูงแบบนี้เล่า !

 

ว่าไงแต่แจบอมก็ไม่ได้ใจร้ายเกินกว่าจะพาลใส่เจ้าตัวเล็กที่เข้ามาขัดบทสนทนาของพวกเขาอยู่ดี

แด๊ดดี้ดูคุณปูซี่ แจ็คสันจับคุณปูเองเลยน้า คุณปูอยู่ในเปลือกหอยด้วยล่ะเจ้าก้อนวายร้ายยื่นถังพลาสติกในมือที่บรรจุน้ำทะเลเอาไว้มาตรงหน้าเพื่ออวดปูเสฉวนตัวจิ๋วในถังให้คุณพ่อร่างสูงดู แต่แจ็คสันจะไม่ทำให้คุณปูเจ็บหรอกน้าแด๊ดดี้ แจ็คสันขอเล่นกับคุณปูแป๊บเดียว เล่นเสร็จแล้วแจ็คสันจะพาคุณปูไปส่งที่บ้านน้าและรีบอธิบายก่อนที่จะถูกดุอย่างน่ารักน่าชัง

ดีแล้ว ระวังมันหนีบมือด้วยล่ะแจบอมอมยิ้มกับความน่ารักของเจ้าตัวแสบ

เมื่อกี๊แบมแบมกับยองแจนทำปราสาททรายกับแม่น้ำด้วยน้าแด๊ดดี้ อันใหญ่มากๆเลยเนอะยองแจน

ใช่แล้วล่ะแด๊ดดี้ แด๊ดดี้เห็นตรงนู้นไหม ปราสาทอันใหญ่อันนู้นยองแจนกับแบมแบมทำเองเลยน้า แด๊ดดี้ไปดูซี่เจ้าก้อนแก้มกลมกับเจ้าก้อนผมปอยชมพูช่วยกันลากคนเป็นพ่อมุ่งตรงไปยังกองทรายที่ปักกิ่งไม้เป็นสัญลักษณ์และขุดร่องเป็นแม่น้ำเพื่ออวดผลงานของตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ

ทำได้ดีเหมือนกันนี่เจฮยองเอ่ยปากชมจนเด็กน้อยทั้งสองคนยิ้มร่าก่อนจะย่อตัวลงนั่งตรงหน้าปราสาททรายฝีมือเด็กอนุบาล เดี๋ยวอาช่วยทำให้อีกหน่อยก็แล้วกัน

จริงๆน้าอาเจย์ เย้ !” จากนั้นสามอาหลานก็หันไปให้ความสนใจกับกองทรายตรงหน้า เด็กน้อยแก้มกลมป่องทั้งสองคนต่างจดจ้องคุณอาหนุ่มที่กำลังก่อทรายขึ้นมาใหม่เพื่อสร้างปราสาททรายแสนสวนให้เจ้าตัวเล็ก หูว ~ อาเจย์ทำปราสาททรายเก่งจังเลย ยองแจนอยากทำปราสาททรายเก่งๆเหมือนอาเจย์บ้างจัง

นั่นซี่ แบมแบมก็อยากทำได้เหมือนกันน้ายองแจน อาเจย์ทำปราสาททรายสวยกว่าในการ์ตูนอีกเนอะ

อาเก่งใช่ไหมล่ะ

เก่งซี่ อาเจย์เก่งที่สุดเลยหลานชายตัวน้อยพากันปรบมือแปะๆอย่างชื่นชม

ม้ากคึกับคยอมทำอะไรอ่ะส่วนสี่พ่อลูกที่อยู่นอกวงปราสาททรายก็วิ่งไล่จับปูเสฉวนไปพลางๆ ก่อนที่แจ็คสันจะพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา

ม้ากคึกับคยอมก็จะลองหม่ำหม่ำน้ำทะเลเหมือนที่พี่จียงงี่เคยบอกน่ะซี่หัวหน้าแก๊งลูกเป็ดตอบโดยที่มีน้ำทะเลเต็มฝ่ามือทั้งสองข้าง

อย่าเชียวนะคุณพ่อสถาปนิกวิ่งปรี่ลงไปในน้ำเพื่อลากสองพี่น้องออกมาและนึกย้อนไปถึงบทสนทนาของพี่ใหญ่ตัวเล็กกับมังเน่ลูกหมีเมื่อคืนนี้ด้วยความกลุ้มใจ

 

พี่จียงงี่เคยบอกว่าน้ำทะเลอร่อยด้วยน้าคยอม

จริงหรอม้ากคึ มันไม่เหมือนน้ำที่คยอมหม่ำหม่ำทุกวันหรอ

ม้ากคึก็ไม่รู้อ่า ม้ากคึไม่เคยหม่ำหม่ำเหมือนกัน พรุ่งนี้เราลองไปหม่ำหม่ำกันดีกว่าเนอะ

 

จริงจังกันไปไหมล่ะไอ้หนู !?!

 

ค...แค่กๆ ไม่เห็นอร่อยเลยอ่าม้ากคึแต่แจบอมก็ช้ากว่าเจ้าก้อนลูกหมีที่ยืนแลบลิ้นพลางหดคอสั่นศีรษะจนชิดกับไหล่อย่างน่าสงสารหลังลิ้มลองน้ำทะเลไปเพียงก้าวเดียว เค็มจังเลยน้า

ก็ม้ากคึไม่รู้นี่นา มันไม่อร่อยหรอ

แหวะ เค็มอ่ะ !” มิหน้ำซ้ำ เจ้าก้อนวายร้ายก็เป็นอีกคนที่ทดลองชิมน้ำทะเลจนแจบอมต้องรีบหิ้วมนุษย์ก้อนทั้งสามขึ้นฝั่ง

หยุดเดี๋ยวนี้เลยก่อนจะส่งขวดน้ำเปล่าที่หยิบติดมือมาจากบ้านพักให้เจ้าตัวแสบกินล้างปากล้างคอ น้ำทะเลมันสกปรกนะ คราวหน้าอย่ากินอีก เข้าใจไหม ?

แด๊ดดี้ คยอมอยากเล่นทรายกับแด๊ดดี้ แด๊ดดี้มาเล่นกับคยอมน้าทว่า ชายหาดเบื้องหน้าทำให้เจ้าลูกหมีอ้วนไม่รู้สึกเสียใจที่ถูกเอ็ดไปก่อนหน้านี้

จริงด้วย ม้ากคึก็อยากเล่นทรายกับแด๊ดดี้น้า ม้ากคึอยากเล่นเป็นเซบาสเตียนล่ะ

เซบาสเตียน ?

ก็คุณปูสีแดงในเรื่องแอเรียลน่ะซี่แด๊ดดี้ เซบาสเตียนสีแดงเหมือนผมม้ากคึเลยน้า

แจ็คสันเล่นด้วย แจ็คสันอยากเป็นพระราชาในทะเลที่ถือคทายักษ์ ให้แจ็คสันเล่นด้วยซี่

โอ๊ะ ทุกคนจะเล่นแอเรียลกันหรอ งั้นยองแจนขอเป็นฟลาวเดอร์น้า ฟลาวเดอร์เป็นปลาสีเหลือง ยองแจนชอบสีเหลือง

แบมแบมขอเป็นเจ้าชายน้า แบมแบมอยากอยู่ในปราสาทที่อาเจย์สร้างที่สุดเลยเจ้าก้อนผมปอยชมพูรีบวิ่งไปจับจองพื้นที่หลังปราสาททรายที่คุณอาหนุ่มเพิ่งทำเสร็จหมาดๆ

อ๋า ทุกคนขี้โกงอ่า แย่งคยอมหมดเลยนี่นา คยอมไม่อยากเป็นแอเรียลน้า

งั้นคยอมก็เป็นเออร์ซูล่าซี่เจ้าอัลปาก้าวายร้ายเสนอบทบาทให้น้องเล็กตัวโต

ไม่เอาอ่า คยอมไม่อยากเป็นเออร์ซูล่านี่นา เออร์ซูล่านิสัยไม่ดี ฮือ...

นี่ อาว่ามีอะไรที่น่าเล่นกว่านั้นอีกนะเมื่อเห็นท่าไม่ดี เจฮยองก็รีบเข้ามาห้ามทัพสงครามเด็กอนุบาลด้วยไอเดียดีๆของตัวเอง

เล่นอะไรหรออาเจย์

มึงไม่ต้องมามองหน้ากูและแน่นอนว่าไอเดียดีๆของเจฮยองก็ไม่เคยเป็นเรื่องที่ส่งผลดีกับเขาเลยสักครั้ง

 

พนันได้เลยว่าไอ้แว่นมันต้องใช้เขาเป็นของเล่นให้พวกเจ้าเปี๊ยกแน่ๆ...

 

ไม่เอาน่าตี๋ นานๆจะมาทะเลกับลูกทั้งทีก็เล่นให้เต็มที่หน่อยสิวะเจฮยองพูดด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม มึงไม่ต้องห่วง คราวนี้นอกจากจะไม่เปลืองแรงแล้ว มึงยังได้นอนพักแบบสบายๆแถมยังเรียกคะแนนความนิยมจากลูกได้ด้วยนา

 

.

.

 

อาจจะฟังดูเหลือเชื่อไปเสียหน่อย แต่สิ่งที่เจฮยองพูดมาก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะเป็นเจ้าเปี๊ยกปุกปุยกำลังสนุกกับ การเล่นทราย อยู่กับคุณอาหัวแหลมหรือตัวแจบอมที่ได้ นอนพัก แบบที่เพื่อนสนิทตัวดีว่า อีกทั้งยังการนอนครั้งนี้ยังทำให้เขา ได้คะแนนความนิยม จากเหล่านายท่านตัวกลมเหมือนที่เจฮยองโฆษณาเอาไว้เสียด้วย

 

มันก็ฟังดูดีอยู่หรอก แต่ทำไม...

 

แด๊ดดี้อย่าขยับซี่

ยองแจน แบ่งเปลือกหอยให้คยอมจิ๊ดนึงได้ไหม คยอมจะทำครีบให้แด๊ดดี้

อาเจย์ หางแด๊ดดี้สวยไหม แบมแบมทำหางตรงนี้เองเลยน้า

แล้วแจ็คสันก็วาดเกล็ดกับติดเปลือกหอยบนหางให้แด๊ดดี้ด้วยน้า จ๊าบไหมอาเจย์

อุหวา ~ อาเจย์ช่วยยองแจนด้วย น้ำทะเลจะกินหางแด๊ดดี้แล้ว ไม่ได้น้า !”

อุ๊ตะ เหนียงเต็มคางแบบนี้ ตกลงเป็นนางเงือกหรือพะยูนจ๊ะ

 

...เขาจะต้องมานอนให้เจ้าพวกนี้เอาทรายกลบตัวเป็นหางนางเงือกด้วยล่ะโว้ย !?!

 

เล่นห่_อะไรของมึงวะคุณพ่อแก๊งก้อนที่ถูกทรายกลบทั้งร่างจนเหลือเพียงศีรษะกัดฟันถามเพื่อนสนิทนิสัยไม่ดีที่กำลังระเบิดหัวเราะอย่างชอบอกชอบใจกับผลงานชิ้นเอกฝีมือหลานชายตัวจิ๋ว

แล้วกูโกหกอะไรมึงหรือเปล่าล่ะ ได้นอนพัก เด็กๆมีอะไรเล่น แถมมึงก็ได้ใจลูกด้วยเจฮยองยักไหล่ แต่ขณะเดียวกันก็หยิบแว่นกันแดดขึ้นมาสวมลงบนใบหน้าของแจบอมที่นอนแหงนหน้าสู้แสงแดดยามสายให้ด้วยความหวังดี เออน่ะ เป็นพ่อคนแล้วไม่มีคำว่าสบายหรอกมึง อดทนหน่อยก็แล้วกัน

ขอบใจอย่างน้อยแว่นกันแดดก็ทำให้เขารู้สึกสบายตาขึ้นมาบ้าง

นี่กูกำลังไถ่โทษอยู่นะรู้เปล่าเจฮยองเปลี่ยนมาสวมแว่นกันแดดอีกคน

ไถ่โทษ ?

มึงรู้ไหมว่าประโยชน์ของแว่นกันแดดในเวลาแบบนี้คืออะไรเจฮยองถาม

ก็กันแดดไง

มึงช่วยตอบให้สมกับอายุเฉียดๆสามสิบของมึงหน่อยได้มะ !?!”

จะให้กูตอบว่าแว่นกันแดดมันกันน้ำหรือไงล่ะแจบอมประชดกลับ

เด็กๆ อาถามอะไรหน่อยสิเจฮยองดีดนิ้วเรียกความสนใจจากเจ้าก้อนปุกปุยที่สนุกสนานกับการฝังร่างคุณพ่อของตัวเอง

ได้ซี่อาเจย์ แต่ห้ามถามยากน้า แจ็คสันกลัวตอบไม่ได้อ่า

น่าๆ อาถามไม่ยากหรอกเจฮยองยิ้ม เวลามาเที่ยวทะเลแบบนี้ พวกเรานึกถึงอะไรกัน

ม้ากคึรู้น้าอาเจย์หัวหน้าแก๊งลูกเป็ดยกมือเป็นคนแรก มาทะเลก็ต้องนึกถึงทะเลซี่

แต่คยอมนึกถึงแอเรียลนี่นา แบบนี้คยอมก็ตอบผิดน่ะซี่

ไม่ผิดหรอกยูคยอม นึกถึงแอเรียลก็ได้นะ

จริงๆน้าอาเจย์ เย้ !”

แบมแบมนึกถึงปราสาททรายล่ะ

งืม... ยองแจนก็นึกถึงปราสาททรายเหมือนแบมแบมน้า อ๊ะ ! ยองแจนนึกถึงคุณปูด้วย

โอ๊ะ ! แจ็คสันนึกออกแล้ว แจ็คสันนึกถึงกัปตันฮุคกับปีเตอร์แพนล่ะอาเจย์

เยี่ยมมากเจฮยองปรบมือชมกับจินตนาการของเจ้าตัวเล็กที่หัวเราะคิกคักด้วยความดีใจก่อนจะหันมาสนใจเจ้าทาสคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่นอนฟังบทสนทนาด้วยความไม่เข้าใจ

อะไรของมึงวะไอ้แว่น

แล้วมึงล่ะตี๋ เวลามาทะเลนึกถึงอะไร

ไม่รู้ว่ะ ถามทำไมวะ ?แจบอมตอบและคิดหาคำตอบอย่างไม่จริงจังนัก

 

แค่มีที่นอนสบายๆกับอาหารอร่อยๆเวลามาเที่ยวแบบนี้เขาก็พอใจแล้วน่า...

 

ตี๋เอ๊ยตี๋เจฮยองพึมพำก่อนจะยื่นหน้ามากระซิบใกล้ๆ มึงไม่รู้จริงๆหรือวะ คำตอบของผู้ชายแบบเราๆเวลามาทะเลมันก็อยู่อย่างเดียวนะเว้ย

อะไรวะ

บิกินี่ไงมึง

ไอ้เหี้_แว่น !” แม้ว่าใจอยากจะลุกขึ้นไปทุบไอ้เพื่อนสนิทนิสัยเสียสักที แต่เพราะงานศิลปะของเหล่านายท่านที่อยู่บนร่างของตัวเองจึงได้แต่นอนโวยวายอยู่ใต้กองทราย

ไม่ต้องมาทำแอ๊บเป็นพ่อหนุ่มใสซื่ออ่อนต่อโลกเจฮยองยิ้มร้าย ไม่งั้นเรื่องที่มึงเคยฝากไอ้ซานะหิ้วฟิกเกอร์น้องหนูมิคุโวคาลอยด์ในชุดบิกินี่ลายทางสีฟ้าจากญี่ปุ่นตอนปีสองถึงหูคุณจินยองแน่

ไอ้สั_เจย์ !!!”

 

ดูไว้นะ นี่แหละเพื่อนสนิทที่แท้จริง เลวทรามกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

 

เกลียด แม่ง โว้ย !

 

อย่างที่รู้กันดีว่าแต่ละคนย่อมมีความชอบเป็นของตัวเอง บางคนก็ชอบดูซีรีส์ บางคนก็ชอบฟังเพลง หรือบางคนก็ชอบตะลุยกิน รวมถึงเขาและเจฮยองที่มาเป็นเพื่อนกันได้จนถึงทุกวันนี้นั้น ส่วนหนึ่งก็มีเหตุผลมาจากความชอบในการ์ตูนญี่ปุ่นเหมือนกัน (ส่วนวอนพิลไม่ได้สนใจทางนี้เป็นพิเศษ แต่ก็ดูบางเรื่องที่ตัวเองสนใจ) แม้จะฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออก แต่สมัยก่อนพวกเขาทั้งสองคนก็หมดเงินไปกับของสะสมจากญี่ปุ่นมากมาย อีกทั้งเวลาว่างก็มักจะหมดไปกับการดูแอนิเมชั่น แล้วก็เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะมีตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบในแต่ละเรื่อง ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นตัวการ์ตูนผู้หญิงหน้าตาน่ารักตามประสาผู้ชายทั่วไป

และเรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า ช่วงหนึ่งพวกเขารู้สึกว่าไม่มีแอนิเมชั่นที่น่าสนใจราวกับถึงจุดอิ่มตัวในการติดตามการ์ตูนญี่ปุ่น จนกระทั่งเจฮยองได้ชักชวนให้เขาหันไปสนใจวงการเพลงญี่ปุ่นแทน แต่เพราะความชอบตัวการ์ตูนเป็นทุนเดิม เพลงญี่ปุ่นเสียงแหลมปรี๊ดที่ถูกสร้างขึ้นโดยโปรแกรมสังเคราะห์เสียงและมีคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนเสมือนเป็นนักร้องอย่าง โวคาลอยด์ (Vocaloid) จึงทำให้เขาตกเป็นทาสการตลาดไปโดยไม่รู้ตัว

 

ตี๋ กูจะฝากไอ้ซานะหิ้วโมเดลมากิจังจากญี่ปุ่น มึงจะฝากอะไรเปล่า

เออ เอาๆ ไอ้ซานะมันกลับเมื่อไหร่ กูขอเวลาเลือกก่อน

 

จนกระทั่งมาถึงวันที่เขาตัดสินใจฝากเพื่อนร่วมคณะชาวญี่ปุ่นซึ่งเดินทางกลับบ้านเกิดทุกปิดเทอมหิ้วของสะสมเพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำกว่าการซื้อผ่านเว็บไซต์ หลังใช้เวลาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับฟิกเกอร์ของคาแรคเตอร์ในดวงใจอย่าง ฮัตสึเนะ มิคุ อยู่หลายวัน ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจเลือกฟิกเกอร์รุ่นหนึ่งที่ราคาไม่สูงจนเกินไป (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอดข้าวอดขนมเป็นเดือนอยู่ดี)

 

สาบานสิว่าที่มึงซื้อรุ่นนี้เพราะราคาสามพันเยนอย่างเดียว ไม่ใช่เพราะว่าเป็นมิคุจังในชุดว่ายน้ำ

เห็นหน้าตาหงิมๆไม่คิดว่าจะมีรสนิยมแบบนี้นะยะ เห็นใจกูตอนหิ้วเข้าบ้านบ้างค่ะเพื่อน เดี๋ยวพ่อแม่กูก็เป็นลมเป็นแล้งกันพอดี

 

จนถึงทุกวันนี้ฟิกเกอร์ตัวดังกล่าวก็ยังคงวางอยู่บนชั้นเก็บของสะสมในห้องนอนที่บ้านเกิดและได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแม้ว่าจะเลิกเห่อมาเกือบสิบปีแล้ว อีกทั้งยังเป็นฟิกเกอร์เพียงตัวเดียวที่เขาให้สาบานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันให้มนุษย์แฟนทุกคนเห็นเป็นอันขาด

 

เชื่อเถอะว่าถ้าไม่โดนบอกเลิกก็คงโดนมองว่าเป็นไอ้บ้ากามแน่ๆ...

 

แต่รสนิยมมึงเห่ยจริงๆนั่นแหละ กูว่าบิกินี่ลายพอลก้าดอทดูดีกว่าตั้งเยอะเจฮยองชี้นิ้วไปยังนักท่องเที่ยวสาวกลุ่มหนึ่งซึ่งสวมชุดว่ายน้ำกันทุกคน มึงดูดิตี๋ ลายจุดสีแดงตรงนั้นอย่างแจ่ม !”

กูไม่รู้ กูไม่เห็นอะไรทั้งนั้นชายหนุ่มที่นอนแอ้งแม้งอยู่ใต้กองทรายพยายามเบือนหน้าหนีไปอีกทางหนึ่ง

 

แม้ว่าเมื่อก่อนจะเคยซื้อฟิกเกอร์สาวน้อยในชุดว่ายน้ำก็จริง แต่ก็ใช่ว่าเขาจะหูตาแพรวพราวกับเรื่องแบบนี้ไปเสียหมด ยิ่งกับสถานะที่เป็นอยู่ในตอนนี้ด้วยแล้ว เขาก็ยิ่งต้องยับยั้งชั่งใจตัวเองมากขึ้นไปอีก

 

เฮ้ยๆ ตรงนั้นมีลายจุดสีฟ้าด้วยนะไอ้ตี๋ เห็นว่าชอบเลยชี้พิกัดให้ส่วนเจฮยองที่แอบกดแว่นกันแดดลงต่ำเพื่อปรับทัศนวิสัยในการมองภาพตรงหน้าก็ยังคงสนุกกับการส่องสาวสวยริมชายหาดต่อโดยไม่ลืมชี้พิกัดแบ่งปันเพื่อนสนิทด้วยความหวังดี

 

ทว่า เสี้ยววินาทีหนึ่งลับหลังแจบอม รอยยิ้มร้ายกาจของเพื่อนสถาปนิกก็ผุดขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อเห็นใครบางคนที่อยู่ริมชายหาดไม่ไกลกันนัก

 

เออน่า อยากดูก็ดูไปเถอะ กูไม่ฟ้องคุณจินยองหรอกเจฮยองลอบยิ้มมุมปาก รายนี้ไม่ใช่สีฟ้าธรรมดาแต่เป็นสีฟ้าน้ำทะเลแบบเดียวกับฟิกเกอร์มิคุจังของมึงเลยนะเว้ย

อะไรของมึงวะไอ้แว่น ยัดเยียดความเป็นตาลุงโรคจิตให้กูอยู่นั่นแหละ

ก็แค่ชี้เป้าเฉยๆ เดี๋ยวจะหาว่ามีของดีแล้วไม่แบ่งปันพูดจบก็ค่อยๆขยับออกห่างจากเพื่อนสนิทไปรวมกลุ่มกับเจ้าตัวเล็กขณะที่หูก็รอฟังเหยื่อโต้ตอบหลังวางหมากไว้เรียบร้อย สาวสวยแจ่มๆเต็มหาดแบบนี้ ถ้าไม่ชายตามองสักหน่อยระวังจะเสียใจนะจ๊ะ

ใครสนล่ะ กูชอบลายทางมากกว่าสถาปนิกหนุ่มที่นอนอยู่ใต้กองทรายตอบส่งๆเพื่อตัดความรำคาญ

 

หากแต่ใบหน้าของใครอีกคนที่ปรากฏอยู่เหนือศีรษะจนบดบังแสงแดดกลับทำให้เจ้าของคำตอบก่อนหน้านี้นอนแน่นิ่งไป...

 

อ๋อ เหรอครับ ขอโทษก็แล้วกันที่ผมใส่ไม่ได้ทั้งสองลายน่ะ

เหี้_ !!!!!”

 

รอยยิ้มหวานของคนที่ยืนกอดอกอยู่เหนือศีรษะส่งผลให้สถาปนิกหนุ่มรีบดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็วจนกองทรายที่ปกคลุมร่างของตัวเองในตอนแรกกระจัดกระจายเละเทะไม่เหลือเค้าโครงของหางนางเงือกที่เหล่าศิลปินตัวน้อยช่วยกันทำอย่างสุดฝีมือ ก่อนจะหันไปเห็นผู้ร้ายตัวจริงที่ชูสองนิ้วฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับหอบหิ้วมวลสารกลมก้อนทั้งห้าออกห่างจากจุดเกิดเหตุอย่างสบายใจ

 

กูเปล่านะ มันบังเอิ๊ญ !” ซ้ำยังหันกลับมาโปรยจูบให้เขาตามประสาคนทะลึ่งตึงตังเสียด้วย กูไม่รู้จริงจริ๊งว่าคุณจินยองอยู่แถวนี้

สั_ !”

 

เลวจนหมดคำจะด่าแบบนี้ต้องหาทางเลิกคบให้เร็วที่สุด !

 

อ๋า... แด๊ดดี้ทำหางนางเงือกกับเปลือกหอยหายไปหมดเลยส่วนเจ้าตัวเล็กที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยก็ได้แต่มองซากหางนางเงือกอย่างอาลัยอาวรณ์พี่ จี นา ยอง ~แต่จ๋อยได้เพียงครู่เดียวก็เงยหน้าขึ้นมาโบกมือทักทายพี่ชายเพื่อนบ้านด้วยความดีใจต่อ

ไงเด็กๆ ออกมาเล่นทะเลกันแต่เช้าเลยนะ ท่าทางสนุกกันน่าดูเลยเจ้าของชื่อที่ถูกดัดแปลงก้มลงไปหยิกจมูกทักทายเจ้าก้อนโมจิที่ยืนยิ้มหวานอย่างเอ็นดู

คุยกันตามสบายเลยนะ เดี๋ยวทางนี้จะดูแลหลานให้เองเจฮยองรีบแทรก เด็กๆ อาจะพาไปดูอะไรที่เจ๋งกว่าหางนางเงือกอีก ไปกันเถอะ

เย้ !”

ไอ้ห่_แว่น มึงกลับมาเดี๋ยวนี้ !” แจบอมตะโกนไล่หลังตัวการที่สะบัดก้นเดินหนีไปอีกทาง

ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นแหละครับคุณเจฮยอง

 

แต่สิ่งที่ทำให้สถาปนิกจอมทะเล้นหยุดก้าวขาโดยชะงักกลับเป็นน้ำเสียงเรียบๆพร้อมสายตาคมเฉียบของผู้มาใหม่ที่ตวัดมองผู้ร้ายตัวจริง ขณะที่แจบอมก็รู้สึกฝืดไปทั้งคอจนต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ระหว่างรอให้เจฮยองย่องกลับมายืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ข้างตน จากนั้นวอนพิลซึ่งเดินตามหลังมาเป็นคนสุดท้ายก็รับช่วงดูแลเจ้าตัวเล็กทั้งหลายต่อ โดยไม่ลืมที่จะฝากข้อความไร้เสียงสั้นๆทิ้งท้ายให้กับเพื่อนสนิทดวงอับทั้งสองคน

 

พวก มึง ตาย แน่ปิดท้ายด้วยการส่งยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสองคนอย่างอ่อนโยน แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีว่าวอนพิลในเวลานี้น่ากลัวไม่ต่างจากเพื่อนบ้านของสถาปนิกหนุ่มสักนิด เด็กๆ เดี๋ยวพี่พาไปดูเรือใบทางนู้นดีไหม ปล่อยให้คุณพ่อกับอาเจย์เขาพักผ่อนบ้างดีกว่าเนอะ

เรือใบหรอพิลลี่ ไปซี่ ยองแจนอยากเห็นเรือใบที่สุดเลย

 

พูดเพียงแค่นั้นวอนพิลก็จูงมือหลานชายตัวกลมออกจากจุดเกิดเหตุไปยังชายหาดอีกด้านหนึ่งโดยอาศัยเรือใบหลายสิบลำเป็นตัวดึงความสนใจของพวกเด็กๆเพื่อเปิดทางให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่

 

เห็นไหมคุณจินยอง ไอ้แจบอมนิสัยไม่ดี๊ไม่ดีเลยเนอะ

“…”

ชะอุ้ย ไม่ขำเหรอแม้จะพยายามทำตัวร่าเริง แต่คนตรงหน้าก็ยังคงยืนกอดอกหน้านิ่งเช่นเดิมจนเจฮยองเริ่มตัวหดและขยับเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทมากขึ้น ช่วยกันขำหน่อยสิคุณจินยอง อุตส่าห์ดัดเสียงให้ตลกเลยนา นะนะขณะเดียวก็ยังไม่ลดละความพยายามบีบเสียงพูดติดตลกต่อ

“…”

อู้ย...แต่เมื่อความพยายามของตัวเองไม่เป็นผล เจฮยองจึงเปลี่ยนไปกัดฟันกระซิบกระซาบกับสถาปนิกดวงกุดอีกคนที่เอาแต่หลบสายตาคนตรงหน้ามาพักใหญ่แทน ไม่เห็นมึงเคยบอกว่าคุณจินยองตอนโกรธน่ากลัวขนาดนี้

กูก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละแจบอมค้อนใส่ผู้ร้ายตัวดีที่ยิ้มแห้งๆ เพราะมึงเลยไอ้ห่_”

 

ดันมาได้ยินที่พวกเขาคุยกันเรื่องนี้ ฉิ_หายยิ่งกว่าเห็นฟิกเกอร์ชุดว่ายน้ำอีก...

 

งานนี้ก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน !

 

ดูท่าทางจะมีความสุขกับการมาเที่ยวทะเลกันขนาดนี้ สงสัยผมคงต้องโทรไปเล่าให้เธอฟังสักหน่อยแล้วล่ะครับ ว่าไหม ?หลังจากยืนเงียบจนสถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนหายใจไม่ทั่วท้องมาพักใหญ่ รอยยิ้มบางๆก็เริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนักศึกษาหนุ่มที่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

หืม ?

อย่าเชียวนะคุณจินยอง !” แต่คนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองกับโทรศัพท์มือถือในมือของอีกคนกลับกลายเป็นเจฮยองที่รีบกระโจนเข้าใส่เพื่อนบ้านตัวเล็กด้วยใบหน้าซีดเผือด

 

เอาละเว้ย มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ

 

เรื่อง – นี้ – ต้อง – ขยาย !

 

ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ พวกคุณทำตัวไม่น่ารักก่อนนะ

น่านะคุณจินยอง หยวนๆหน่อย ครั้งเดียวเอง ครั้งหน้าพี่เจย์จะไม่ทำแบบนี้แล้ว นะนะนะเจฮยองบีบเสียงสูงแล้วกระวีกระวาดเข้าไปบีบนวดไหล่ของคนตัวเล็กอย่างสนิทสนม ทิ้งให้แจบอมยืนมองทั้งสองคนอย่างงุนงง

 

พี่เจย์... ถ้าจำไม่ผิดสรรพนามแบบนี้มันจะใช้แทนตัวกับคนที่สนิทเท่านั้นนี่

 

ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า ?

 

เรื่องอะไรผมจะต้องเข้าข้างคุณล่ะครับ

ก็เราเป็นเพื่อนกันไงคุณจินยอง ซี้ปึ้กๆด้วย รู้ความลับของพี่เจย์ตั้งเยอะเลย เพราะงั้นอย่าโทรรายงานเลยนะ Please ~” บีบเสียงอ้อนพลางถูมือไปมาราวกับเด็กที่กำลังอ้อนผู้ใหญ่หลังกระทำความผิดมาหมาดๆ

แต่เธอก็เป็นเพื่อนผมเหมือนกันนะครับ

 

เอ๊ะ เขาว่าเขาได้ยินอะไรแปลกๆ

 

งั้นคุณจินยองก็ต้องดุไอ้แจบอมด้วยสิ มันก็แอบดูเหมือนกันนะเจฮยองงอแงเห็นหน้าหงิมๆแบบนี้หูไวตาไวสุดๆเลยนะคุณจินยอง เมื่อกี๊พี่เจย์แค่ชี้พิกัดนิดเดียวหูตาแพรวพราวอย่าบอกใครเชียวล่ะ นิสัยไม่ดี๊ไม่ดีสุดๆเลยเนอะทั้งยังแกล้งใส่ไฟบีบเสียงพูดจนฟังดูน่าหมั่นไส้มากขึ้นไปอีก

อ้าว ไอ้เวร มึงนั่...

ผมได้ยินหมดแล้วครับคุณเจฮยอง นอกจากจะไม่น่ารักกับเพื่อนผมแล้วคุณยังยุคุณแจบอมอีก นิสัยไม่ดีเลยนะครับและประโยคถัดมาของเพื่อนบ้านนักศึกษาก็ทำให้คุณพ่อลูกเป็ดที่ยอมจำนนทุกข้อกล่าวหาโดยการไม่ต่อปากต่อคำมาตั้งแต่แรกแอบอมยิ้มออกมา

ได้ไงอ่ะคุณจินยอง ทำไมเข้าข้างไอ้ตี๋เฉยเลยล่ะ !?!” เจฮยองโวยก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบาๆ จิ๊... อุตส่าห์คำนวณอย่างดีว่าจะให้คุณจินยองมาได้ยินไอ้ตี๋พูดอย่างเดียว ไม่คิดว่าจะมาได้ยินที่ตัวเองพูดก่อนหน้านั้นด้วย ทำไมซวยแบบนี้ว้า

...แจบอมอาศัยจังหวะที่อยู่ลับหลังเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดยักคิ้วให้เพื่อนสนิทซึ่งจิ๊ปากและมีสีหน้ากระวนกระวายใจอย่างผู้ชนะ

 

หึ รู้สึกวินมากๆ วันนี้ไอ้หงิมดวงอับมีคนปกป้องว่ะ

 

นี่แหละหนา ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว...

 

ขอร้องล่ะคุณจินยอง อย่าโทรฟ้องทางนั้นเลยนะเมื่อหมดสิ้นหนทาง เพื่อนสนิทปากร้ายของแจบอมที่ไม่เคยทำเสียงสองอ้อนวอนใครก็ต้องใช้ลูกอ้อนต่อรองเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แลกกับกุ้งสดตัวเบิ้มๆสองกิโลฯ นะนะนะนะ

“…”

กี่กิโลฯเลยก็ได้เอ้า !” สินบนชุดใหญ่ถูกเสนอให้นักศึกษาหนุ่มอย่างมีความหวัง วันนี้พวกเราจะมีปาร์ตี้บาร์บีคิวกับซีฟู้ดตอนกลางคืน คุณจินยองอยากกินอะไรว่ามาเลย เดี๋ยวพี่เจย์คนนี้จะเปย์ให้ทุกวอน อาหาร น้ำ ขนม จะเลี้ยงอย่างดี ไม่อิ่มไม่ต้องกลับโซล ตกลงไหม ?

ที่นี่บ้านเกิดผมนะครับ นอกจากจะกินจนเบื่อแล้วผมยังซื้ออาหารเหล่านั้นได้ในราคาต่ำกว่านักท่องเที่ยวแบบพวกคุณด้วยซ้ำคนตัวเล็กตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

คุณจินยองซื้อได้ถูกกว่าก็จริง แต่ถ้าไม่โทรฟ้องคุณจินยองก็จะได้กินฟรีไง ดีกว่ากันตั้งเยอะเลยนะเจฮยองกะพริบตาออดอ้อนอย่างไม่ยอมแพ้อย่าฟ้องไอ้หมูเลยนะคุณจินยอง หยวนๆให้พี่เจย์วันนึงเถอะนะ น้า ~

 

คบกับมันมาเกือบสิบปี เพิ่งเคยเห็นมันทำตัวปัญญาอ่อนที่สุดก็วันนี้นี่แหละ...

 

ผมจะฟ้องเธอก็เพราะคุณเรียกเธอแบบนั้นเนี่ยแหละครับคนอายุน้อยกว่าถอนหายใจแต่ก็ยอมเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงในที่สุด คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ ถึงพวกคุณจะมองว่าเป็นเรื่องขำๆก็จริงแต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่ขำด้วยหรอกครับ ยิ่งเธอไว้ใจคุณไม่โทรเช็คตลอดเวลาด้วยแล้วคุณยิ่งต้องรักษาน้ำใจเธอนะ

จะไม่ทำอีกแล้วครับผม พี่เจย์สัญญา !” ผู้ร้ายที่เพิ่งพ้นบทลงโทษทำทีตะเบ๊ะจนจินยองหลุดขำออกมา

ขอโทษนะครับถ้าผมใช้คำพูดรุนแรงเกินไป แต่ผมหวังว่าคุณก็คงจะเข้าใจผมในฐานะเพื่อนคนหนึ่งเหมือนกัน คุณเจฮยองอย่าโกรธผมเลยนะครับ

หู ~ ย ไม่เป็นไรหรอก วันนี้พี่เจย์ไม่น่ารักเอง คุณจินยองไม่โทรฟ้องไอ้หมูก็เป็นบุญของพี่เจย์แล้ว แถมเป็นคนกันเองที่น่ารักน่าคบเป็นเพื่อนกว่าไอ้ตี๋เป็นสิบๆเท่าแบบคุณจินยองพี่เจย์ไม่โกรธหรอก ไม่เชื่อจะกอดพิสูจน์เลยก็ได้นะ มามะพูดจบก็อ้าแขนเตรียมกระโดดเข้าใส่เพื่อนบ้านของเพื่อนอย่างอารมณ์ดี

ไสหัวไปให้พ้นเลยแต่ก็ช้ากว่าแจบอมที่ปรามเสียงแข็งและบีบหัวไหล่ของเพื่อนสนิทนิสัยไม่ดีเอาไว้ก่อนจะเหวี่ยงให้ออกห่างจากอีกคนที่กำลังหัวเราะเบาๆขณะดูเด็กโข่งตัวโตสองคนง้องแง้งใส่กัน

 

เรื่องอะไรเขาจะยอมล่ะวะ !?!

 

ว้า เสียใจจัง อดสร้างความร้าวฉานเลยแล้วก็กลับเข้าสู่โหมดผู้ชายทะลึ่งทะเล้นอีกครั้งหลังสะสางปัญหาของตัวเองจบ พักจนหายเหนื่อยละ ไปเล่นกับเด็กๆดีกว่า กูเปิดทางให้อี๋อ๋อริมชายหาดขนาดนี้แล้ว ไหว้ขอบคุณกูด้วยสิตี๋ตามสบายเลยนะคุณจินยอง บ๊าย !”

มึงไปไกลๆตี_กูเลย

 

แจบอมเขม่นใส่เพื่อนที่กำลังหอบของเล่นชายหาดของเจ้าตัวเล็กวิ่งไปยังบริเวณที่พวกเด็กๆกับวอนพิลเล่นทรายอยู่ ก่อนจะหันกลับมาหาเพื่อนบ้านของตัวเองที่เปลี่ยนสีหน้ายิ้มแย้มมาเป็นเด็กแว่นหน้ามุ่ยไปเสียแล้ว

 

ทำปากยื่นเป็นเป็ดแบบนี้ งอนผมเรื่องอะไรล่ะคุณแจบอมแกล้งหยอกหน้าตายเมื่อเห็นท่าไม้ตายใหม่ของอีกคนที่หลานสาวเจ้าตัวเพิ่งบอกมาเมื่อวานนี้

เปล่านี่ครับคำตอบช่างสวนทางกับใบหน้าง้ำงอที่เบือนหนีไปอีกทางหนึ่งจนดูน่าขัน

อย่าคิดมากสิคุณแต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้ความผิดของตัวเอง ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าเมื่อก่อนก็เคยแอบมองบ้างเหมือนกัน ส่วนเรื่องลายทางที่พูดกับไอ้แว่นผมยอมรับว่าเคยชอบจริงๆ

“…”

แต่ตอนนี้ผมว่าลายพอลก้าดอทของไอ้แว่นก็ไม่เลวเหมือนกัน

คุณแจบอม !” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงปากคว่ำหน้างออยู่เหมือนเดิมก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งพูดแหย่ให้ตัวเองโดนมองแรงไปตามระเบียบ โอเคครับ งั้นก็เชิญดูให้พอใจเลย ผมไม่อยู่ขัดขวางความสุขของคุณก็ได้

เดี๋ยวก่อนสิคุณ

 

พูดจบคนขี้ใจน้อยก็เดินจ้ำอ้าวกลับขึ้นฝั่งไปยังจุดที่ตัวเองจอดรถมอเตอร์ไซค์เอาไว้โดยมีสถาปนิกขี้แกล้งวิ่งตามหลังมาติดๆ ก่อนจะรีบรั้งข้อมือคนที่เตรียมสตาร์ทรถแล้วดึงกุญแจออกจากตัวรถเพื่อไม่ให้อีกคนหนีไปเสียก่อน

 

เอากุญแจรถผมคืนมานะครับ

งั้นก็มาคุยกันก่อนมือที่รั้งข้อมือเล็กในตอนแรกเลื่อนลงมากุมฝ่ามือของคนตัวเล็กกว่าแทน ก่อนหน้านี้ผมแค่พูดเล่น คุณอย่าคิดมากสิ

“…”

เลิกทำปากเป็ดได้แล้วมืออีกข้างที่ว่างอยู่แกล้งดีดปากยู่ๆของเด็กแว่นขี้งอนด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็หวิดเจ็บตัวเมื่อคนถูกแกล้งตั้งท่าจะกัดนิ้วของเขาราวกับเด็กอนุบาลอันธพาลอย่างไรอย่างนั้น

 

แหม่... ดุจังวุ้ย !

 

คืนกุญแจรถมาได้แล้วครับ ผมมีธุระต้องทำนะ ไม่ได้ว่างแบบคุณเสียหน่อย

“…” คนตัวสูงแกล้งทำหูทวนลมควงกุญแจรถในมือ

คุณ แจ บอม !” นักศึกษาอนุบาลโวยทั้งใบหน้ามู่ทู่ จะให้ผมหายโกรธง่ายๆทั้งที่ตัวเองแอบทำตัวไม่น่ารักแบบนี้ คุณนี่แย่จังเลยนะ

โธ่ คุณ ผมไม่ได้มองจริงๆ ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะตัดรำคาญไอ้แว่นเท่านั้นเอง

ก็ไม่แปลกไม่ใช่หรือไงครับ คุณพูดเองนี่ว่าชอบลายทางมากกว่าก็เลยไม่สนใจสาวๆลายจุดที่หาดน่ะพูดด้วยน้ำเสียงติดประชดประชัน รสนิยมเรียบง่ายดีนะครับ นึกว่าคนร้ายลึกอย่างคุณจะชอบอะไรที่ฉูดฉาดกว่านี้เสียอีก

เฮ้อ โอเค ผมผิดเองที่ปากไวพูดออกไปแบบนั้นเพราะคิดว่ายังไงคุณก็คงไม่ได้ยินอยู่แล้ว ถึงผมจะไม่ได้มีเจตนาแบบที่พูดก็เถอะสถาปนิกหนุ่มค่อยๆกุมมือทั้งสองข้างของคนตัวเล็กกว่า แต่คราวหลังผมจะระวังคำพูดให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน ผมขอโทษจริงๆ

“…”

ผมง้อแล้ว หายงอนผมเถอะคนตัวสูงก้มหน้าลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับเด็กแว่นตัวโตที่ยู่ปากจนแก้มป่อง

ผมไม่...

นะครับจินยอง คุณพ่อร่างสูงยกยิ้มมุมปากขณะสบตาคนคิดมากก่อนจะเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปหยิกแก้มกลมยุ้ยเบาๆจนใบหน้ายุ่งของนักศึกษาหนุ่มเริ่มขึ้นสี

ท... ทำอะไรของคุ... ฮื้อ ~ อ่อยอ๊ะ ! (ปล่อยนะ)แต่สุดท้ายก็อดมันเขี้ยวไม่ได้จนต้องยกมืออีกข้างขึ้นมาบีบแก้มขาวกลมของอีกคนแล้วออกแรงดึงให้หายคันมือเช่นเดียวกับที่เคยทำก่อนหน้านี้

 

เดี๋ยวนี้เห็นอะไรนุ่มๆอ้วนๆมันก็พาลคันไม้คันมือไปหมด สงสัยจะอยู่กับพวกเจ้าเปี๊ยกมากไปแน่ๆ...

 

หายโกรธผมเถอะคุณ ผมไม่ได้ง้อใครมานานแล้ว ผมง้อได้แค่นี้จริงๆแจบอมลดมือลงข้างหนึ่งโดยที่อีกมือยังคงใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้หยิกแก้มนิ่มคนขี้น้อยใจค้างไว้อยู่

ให้ผมชนะคุณบ้างเถอะครับ คุณเล่นทำขนาดนี้ถ้าผมจะโกรธต่อก็ดูใจร้ายแย่น่ะสิคุณพ่อลูกเป็ดอมยิ้มเมื่อเห็นอีกคนเลิกทำหน้ามุ่ย ผมก็พอจะรู้อยู่หรอกครับว่าคุณเจฮยองเขาจงใจแกล้งคุณ แต่ก็ไม่คิดว่าคุณแจบอมจะบ้าจี้ตอบไปแบบนั้น พอได้ยินคำตอบของคุณผมก็เลยเคืองนิดหน่อยน่ะครับจากนั้นจึงยอมพูดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกออกมา

ถึงวันนี้ผมจะไม่ได้มองก็เถอะ แต่ยังไงผมก็เป็นผู้ชาย บางทีมันก็อาจจะเผลอไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะคิดอะไรกับเธอเสียหน่อยนี่คุณ สุดท้ายแล้วผมก็ไม่ได้อยากรู้จักหรือแสดงออกว่าตัวเองกำลังสนใจพวกเธออยู่ดี แต่ต่อไปผมจะระวังให้มากกว่านี้ก็แล้วกัน ผมขอโทษจริงๆ

ครับ ผมเข้าใจคนฟังคลี่ยิ้มบางๆหลังได้ยินคุณพ่อหน้ามึนสารภาพอย่างตรงไปตรงมา แต่อย่าเผลอมองเพลินจนโดนแฟนชาวบ้านเขาตั๊นหน้ามาก็แล้วกันนะครับ นอกจากจะไม่ทำแผลให้แล้วผมจะต่อยคุณซ้ำด้วย คอยดูสิ

คุณพูดมาขนาดนี้ ผมคงกล้าหาเรื่องใส่ตัวหรอกแจบอมหัวเราะหึหึ

 

ก็แค่เกรงใจหรอกน่า... ใครกลัว ไม่มี้ !

 

ชิชะ ! ก็ว่าทิ้งลูกทิ้งเพื่อนฝูงไปไหน ที่แท้ก็หนีมาทำตัวประเจิดประเจ้อกันอยู่ริมหาดนี่เอง จะทำอะไรก็เกรงใจต้นสนต้นมะพร้าวบ้างนะจ๊ะ เดี๋ยวนักท่องเที่ยวแถวนี้เขาจะครหานินทาว่าไม่เกรงใจฟ้าดิน

แล้วมือมึงเป็นอะไรไอ้ตี๋ แช่น้ำทะเลมากไปจนติดเชื้อปลาหมึกเหรอ กูก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรติดหน้าคุณจินยองนะ ไปจับหน้าจับแก้มเขาทำไม ยัง... ยังไม่ปล่อยอีก น่าลำไยจริงๆ !”

 

มันกลับมาแล้ว ไอ้พวกผีทะเล !

 

เสียงพูดจีบปากจีบคอของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่เดินนวยนาดมาจากชายหาดอย่างมีจริตผิดกับเหล่าเจ้านายสปีชีส์ก้อนสภาพมอมแมมตัวเปียกโชกที่วิ่งพุ่งเข้าใส่เจ้าทาสใต้บัญชาเต็มรัก ทั้งสองคนจึงรีบถอยออกจากกันคนละก้าวเพื่อรักษาระยะห่างทันที

 

แด๊ดดี้ พี่จีนยอง ดูซี่ๆ เมื่อกี๊คุณยายที่ทะเลให้คุณปูมาด้วยล่ะ แบมแบมไม่ได้จับเองจริงๆน้า ไม่เชื่อก็ถามพิลลี่ซี่ท่ามกลางสงครามสายตาของสถาปนิกหนุ่มทั้งสามคน เจ้าก้อนผมปอยชมพูที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรก็ชูถังพลาสติกในมือขึ้นมาอวดสัตว์ตัวจิ๋วที่เพิ่งได้มาจากท้องทะเล

คุณยาย ?จินยองซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสงครามสถาปนิกเปลี่ยนเข้าไปร่วมวงสนทนากับพวกเด็กๆแทน

น่าจะเป็นแม่ค้าที่มารอรับของจากเรือประมงน่ะ เมื่อครู่นี้พาเด็กๆไปเดินเล่นแถวๆท่าเรือ ปูมันคงตัวเล็กเกินกว่าจะเอาไปขายแกก็เลยยกให้พวกเด็กๆแทน ดีใจกันน่าดูเลยล่ะวอนพิลว่า

ตัวเล็กจังเลยน้า คุณปูต้องเป็นเพื่อนกับโคโค่ได้แน่ๆเลยเจ้าก้อนผมแดงจ้องว่าที่สัตว์เลี้ยงตัวใหม่และพาดพิงถึงน้องชายเบอร์หกที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวง

แต่คุณปูยังไม่มีชื่อเลยนี่นา ถ้าโคโค่ไม่รู้ชื่อคุณปูก็เป็นเพื่อนกันไม่ได้หรอกน้าเจ้าก้อนลูกหมีรีบทักท้วง

จริงด้วย งือ... ให้คุณปูชื่ออะไรดีน้า

แจ็คสันคิดออกแล้ว เรียกคุณปูว่าโอลิเวอร์ดีไหม

หรือว่าชื่อโจนาธานดีน้า ม้ากคึชอบชื่อนี้

โอ๊ะ ! คยอมก็รู้จักชื่อจ๊าบๆน้า คยอมเคยได้ยินจากทีวี ให้คุณปูชื่อบีโธเฟ่นดีไหมทุกคน ?

ไม่เอาอ่า ยองแจนว่ามันเรียกยากน้า ให้คุณปูชื่อคุณเดวิดดีกว่า

แต่แบมแบมชอบชื่อเซบาสเตียนน้า คุณปูจะได้ชื่อเซบาสเตียนเหมือนคุณปูของแอเรียลไง

พี่ว่ามันเรียกยากทุกชื่อเลยนะจินยองหัวเราะเมื่อได้ยินชื่อที่พวกเด็กๆเสนอ ซึ่งคนเป็นพ่อก็เดาได้ไม่ยากว่าเจ้าตัวยุ่งคงจำมาจากการ์ตูนโทรทัศน์อย่างแน่นอน

 

แต่ละชื่อไฮโซเกินหน้าเกินตาเจ้าของมาก ไอ้โค่จะต้องไม่รู้เรื่องนี้ !

 

จริงสิคุณจินยอง ที่เมื่อเช้านี้ผมบอกไว้ว่าจะขอยืมของน่ะ คงต้องรบกวนหน่อยนะวอนพิลสะกิดเรียกสมาชิกชั่วคราวหมายเลขสี่ของกลุ่มเพื่อพูดคุยเรื่องที่เข้าใจกันแค่สองคน

ไม่มีปัญหาครับ ผมเองก็กำลังจะกลับบ้านไปเอาของให้คุณวอนพิลพอดีนักศึกษาหนุ่มว่า คุณแจบอม ขอกุญแจรถหน่อยนะครับ ผมต้องกลับไปทำธุระที่บ้านน่ะ

จะกลับแล้วหรือคุณแจบอมถามแต่ก็ยอมส่งกุญแจรถมอเตอร์ไซค์คืนให้อีกคนเช่นกัน

แค่กลับไปเอาของให้คุณวอนพิลครับ แต่จริงๆก็เป็นของที่พวกคุณต้องใช้ด้วย บ้านผมอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก อีกไม่เกินยี่สิบนาทีผมก็กลับมาแล้ว วันนี้ที่บ้านผมไม่มีใครอยู่เลยตั้งใจว่าจะมาเล่นกับทุกคนที่นี่แทนน่ะครับ

พี่จีนยองจะมาเล่นกับม้ากคึจริงๆหรอ !?!”

อื้ม ไว้พี่จะเอาของเล่นมาให้พวกเราด้วยนะ ถึงวันนี้พี่โซมีจะไม่ได้มาเล่นด้วยแต่ก็ฝากว่าวกับกังหันลมไว้ให้ทุกคนด้วย ดีไหม ?

จริงหรอพี่จีนยอง อุหวา ~ พี่โซมีใจดี๊ใจดีจังเลยน้า

คยอมจะรอพี่จีนยองมาเล่นกับคยอมนะฮะ พี่จีนยองมาหาคยอมเร็วๆน้า ท่าทางตื่นเต้นดีใจที่ถูกแสดงออกผ่านการวิ่งย่ำอยู่กับที่ของพวกเด็กๆทำให้จินยองอดหยิกแก้มอูมๆด้วยความมันเขี้ยวไม่ได้

งั้นก็ขี่รถกลับดีๆนะคุณ ระวังตัวด้วยล่ะ

ขอบคุณครับก่อนจะพยักหน้าและยิ้มให้กับผู้ใหญ่อีกคนที่เพิ่งคืนกุญแจรถมาให้ทั้งยังกำชับด้วยความเป็นห่วง

โอ๊ย ! เหม็นความรักแถวๆนี้ว่ะไอ้แว่น

อย่าคิดว่ามีคนมาเที่ยวด้วยแล้วจะทำอะไรก็ได้นะ เพื่อนฝูงและลูกไม่ใช่หัวหลักหัวตอ ฝากไว้ให้ครุ่นคี้ส !” นอกจากจะเบะปากกลอกตาและจีบปากจีบคอค่อนขอดอย่างสนุกสนานแล้ว เหล่าเพื่อนสนิทปากร้ายก็ยังออกแรงดันให้แจบอมเดินไปยังประตูบ้านพักอีกด้วย พอเลย แยกย้ายเดี๋ยวนี้ กลับบ้านกลับช่องกันได้แล้ว คุณจินยอง ขี่รถกลับดีๆนะ บ๊ายบาย... ไอ้ตี๋ เข้าบ้าน !”

 

หนอย ทีเมื่อก่อนก็เป็นพวกมันทั้งสองตัวที่ชงนักชงหนาไม่ใช่หรือไงล่ะโว้ย !?!

 

แม้จะยกมือบอกลาเพื่อนบ้านเจ้าถิ่นที่โบกมือบ๊ายบายให้ตัวเองโดยที่พวกเขาต่างก็ไม่ได้ส่งเสียงพูดแต่อย่างใด ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของมนุษย์เพื่อนผีทะเลตาไวทั้งสองจนได้รับสายตาทิ่มแทงและการกลอกตามองบนรวมถึงเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้อยู่ดี

 

แต่ใครสนล่ะ...

 

อ้าวๆ ไอ้แจบอม ยักคิ้วใส่พวกกูแบบนี้หมายความว่ายังไงวะ !?!”

 

อ่อนแอก็แพ้ไป จำไว้ !

 

ตี๋ กูว่ามึงไปอาบน้ำก่อนเถอะ ทรายเต็มบ้านไปหมดแล้วก่อนจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อวอนพิลที่ก้มดูนาฬิกาข้อมือและเสนอความเห็น ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงแล้ว อาบน้ำเสร็จจะได้ออกไปหาอะไรกินกัน

ฮื่อ... ไปอาบน้ำกันเถอะแจบอมพยักหน้ารับรู้และเตรียมนำทัพพาลูกชายตัวกลมที่เปียกปอนกันถ้วนหน้าไปอาบน้ำด้วยกัน

ยังไม่ต้องพาเด็กๆไปอาบหรอกแจบอม เดี๋ยวกูกับเจย์พาเด็กๆไปปล่อยปูที่ทะเลก่อน มึงไปอาบน้ำเถอะ ระหว่างนี้พวกกูจะดูแลหลานให้เอง

อ๋า... อาเจย์กับพิลลี่จะพาอเล็กซานเดอร์กลับบ้านหรอ ?

อเล็กซานเดอร์ ?แจบอมเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะได้รับคำตอบในอีกไม่กี่วินาทีถัดมาเป็นเสียงหัวเราะของเจฮยองที่ยืนอยู่ข้างกัน

ฮ่าๆ สรุปว่าใช้ชื่อนี้เหรอ เท่ดีนี่

 

หนูจ๋า... ใจคอจะตั้งชื่อปูแบบนั้นจริงๆเรอะ !?!

 

แต่อเล็กซานเดอร์ยังไม่ได้เจอโคโค่เลยนี่นา เสียดายจังเลย

เด็กๆ ยังไงก็ต้องพาคุณปู... อ่า... อเล็กซานเดอร์กลับทะเลนะ มันอยู่ในน้ำจืดแบบโคโค่ไม่ได้หรอก ที่บ้านพวกเราไม่มีน้ำทะเล ไม่งั้นปูจะตายนะวอนพิลอธิบายอย่างใจเย็น

แต่น้ำทะเลเค็มนี่นาพิลลี่ ม้ากคึลองหม่ำหม่ำแล้วน้า ถ้าใส่เกลือในน้ำให้เค็มเหมือนน้ำทะเลอเล็กซานเดอร์ก็ต้องอยู่ได้ซี่พี่ใหญ่แก๊งก้อนงัดเหตุผลของตัวเองออกมาด้วยความไร้เดียงสา

ไม่ได้หรอกมาร์ค มันไม่เหมือนกันนะวอนพิลลูบผมเด็กน้อยอย่างเอ็นดู ถ้าพวกเราพาอเล็กซานเดอร์ไปปล่อยในทะเลแล้ว พี่จะพาไปดูอะไรที่เจ๋งกว่าเรือใบเมื่อกี๊นี้อีก ตกลงไหม ?

มีของที่เจ๋งกว่าเรือใบอีกหรอพิลลี่

มีสิ รับรองว่าพวกเราต้องชอบแน่ เนอะไอ้แว่นวอนพิลหันมาพยักเพยิดหน้ากับเจฮยองในแบบที่รู้กันสองคนจนแจบอมอดมองตามด้วยความสงสัยไม่ได้

แน่น้อน ! ระดับพวกอาซะอย่าง ไม่มีคำว่าผิดหวังอยู่แล้ว

 

เสียงสูงขนาดนี้ บอกตามตรงว่าไม่ไว้ใจพวกมันสองตัวเลยสักนิด...

 

งั้นเราพาอเล็กซานเดอร์ไปส่งที่บ้านกันดีกว่าเนอะวอนพิลจูงมือเจ้าตัวเล็กออกจากบ้านไปพร้อมกับถังใส่ปูตัวจิ๋ว ไม่ต้องรีบอาบน้ำนะตี๋ อาบให้สะอาดล่ะ ล้างทรายในห้องน้ำด้วย เข้าใจ๋ ?”

เออแจบอมพยักหน้าอย่างว่าง่าย อย่าซนกับพวกอาวอนพิลนะ เดินระวังๆกันด้วยล่ะแล้วก็ไม่ลืมที่จะกำชับลูกชายตัวน้อยอีกครั้ง

ไว้ใจพวกเราซี่แด๊ดดี้ พวกเราจะไม่ดื้อกับพิลลี่กับอาเจย์ซักจี๊ด ~ เดียวหลังจากรับปากอย่างหนักแน่นแล้วก็โบกมือลาคุณพ่อร่างสูงและเดินกลับไปที่ชายหาดกับคุณอาเพื่อนพ่ออีกครั้ง

 

เป็นเวลาหลายเดือนที่แจบอมผันตัวจากหนุ่มโสดตัวคนเดียวมาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวของเด็กอนุบาลวัยกำลังซนถึงห้าคน การอาบน้ำคนเดียวจึงกลายเป็นสิ่งที่เขาไม่มีโอกาสได้สัมผัสอีกเลยนับตั้งแต่วันที่ห้องชุดอันแสนเรียบง่ายของตัวเองถูกกองทัพมนุษย์ก้อนบุกรุกและกระจายอำนาจไว้ทั่วห้อง ด้วยเหตุนี้ อ่างอาบน้ำที่ใหญ่กว่าห้องน้ำคอนโดเป็นเท่าตัว หน้าต่างติดชายทะเล และกลิ่นเจลหอมภายในห้องน้ำของบ้านพักจึงเป็นสวรรค์ขนาดย่อมของชายหนุ่มที่นานๆทีจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อีกทั้งเมื่อเห็นผ่านหน้าต่างห้องน้ำว่าพวกเด็กๆและเพื่อนยังไม่มีทีท่าจะกลับมาที่บ้านเร็วๆนี้ แจบอมจึงอาศัยช่วงเวลาที่มีอยู่เพียงน้อยนิดกอบโกยความสุขตรงหน้าไว้ให้มากที่สุด

ก๊อก ก๊อก ! --- แต่เสียงเคาะประตูทางเข้าบ้านพักจากข้างนอกที่ดังขึ้นส่งผลให้คนที่นอนแน่นิ่งอยู่ในอ่างอาบน้ำสะดุ้งด้วยความตกใจ อีกทั้งอาการหนักอึ้งบริเวณเปลือกตายังทำให้เขารับรู้ว่าตัวเองเหนื่อยล้าจนผล็อยหลับคาอ่างอาบน้ำไปก่อนหน้านี้

เมื่อมองดูจากหน้าต่างและพบว่าพวกเด็กๆกับเพื่อนไม่ได้อยู่ที่ชายหาดแล้ว แจบอมจึงลุกขึ้นจากอ่างแล้วชำระล้างร่างกายอย่างรวดเร็ว อาศัยผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวปกปิดช่วงล่างของตัวเองไว้ จากนั้นก็รีบออกจากห้องน้ำไปเปิดประตูบ้านให้ลูกชายและเพื่อนซึ่งน่าจะกำลังนินทาเขาที่มัวแต่ชักช้าอยู่เป็นแน่

 

เออๆ กูรู้แล้ว รอเดี๋...

 

แต่ดูเหมือนว่าแต้มบุญของอิมแจบอมจะเหลือน้อยเกินไป

 

เอ่อ...

 

ไม่ใช่ไอ้แว่น ไม่ใช่วอนพิล และไม่ใช่พวกเจ้าเปี๊ยก...

 

ค... คุณ !?!”

ทำไม... ค... คุณแจ... หันหลังกลับไปเดี๋ยวนี้นะครับ !”

 

การปรากฏตัวของเพื่อนบ้านที่กำลังปิดตาตัวเองและส่งเสียงโวยวายอยู่ตรงหน้าซึ่งผิดไปจากที่แจบอมเดาเอาไว้โดยสิ้นเชิงส่งผลให้สถาปนิกหนุ่มที่กระวนกระวายไม่แพ้กันอยู่หน้าประตูบ้านในสภาพที่มีผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวต้องรีบมองหาผ้าขนหนูหรือเสื้อผ้าสักชิ้นที่พอจะช่วยปกปิดร่างกายตัวเองได้ ทว่า โชคก็ยังคงไม่เข้าข้างแจบอมเช่นเคยแม้ว่าเขาจะพบผ้าผืนหนึ่งในบ้านแล้วก็ตาม

 

แต่เป็นผ้าเช็ดเท้าหน้าห้องน้ำไง...

 

อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนเบอร์นั้นล่ะโว้ย !?!

 

รีบไปแต่งตัวสิครับ ผ... ผมยืนรอหน้าบ้านได้ ไม่เป็นไรครับเพื่อนบ้านตัวเล็กที่ใช้มือทั้งสองข้างปิดตาตัวเองอยู่พูดเสียงสั่น

ข้างนอกมันร้อน มานั่งรอในบ้านเถอะคุณแม้ปากจะพูดเชิญชวนในฐานะเจ้าบ้านชั่วคราว แต่สายตากลับไม่ได้มองคนตรงหน้าสักนิดเดียว

ไม่เป็…”

เข้ามาเถอะ ยืนตากแดดแถมยังหิ้วถุงหนักๆแบบนั้นเดี๋ยวก็เมื่อยหรอกแจบอมเอื้อมมือไปหยิบถุงใบใหญ่ในมืออีกคนมาถือแทนแล้วดึงข้อมือแขกให้เดินตามหลังเข้ามาในบ้านก่อนจะรีบปิดประตูโดยที่ยังคงไม่มองหน้าอีกฝ่ายเช่นเดิม

ผ... ผมเดินเองได้ครับคุณแจบอม ปล่อยมือผมเถอะ ไม่ต่างอะไรกับเพื่อนบ้านนักศึกษาผู้มาผิดเวลาที่เอาแต่หลับตาปี๋สะบัดศีรษะและพยายามยื้อยุดฉุดกระชากให้คุณพ่อร่างสูงปล่อยมือออกจากตนทั้งใบหน้าแดงก่ำ

คุณ... เอ่อ... นั่งรอตรงนี้ก่อนนะแจบอมเดินนำแขกมาหยุดที่โซฟา วางถุงที่อีกฝ่ายหิ้วมาในตอนแรกลงบนโต๊ะ ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นกลับเข้าไปแต่งตัวในห้องนอนเพื่อไม่ให้บรรยากาศระหว่างพวกเขาอึดอัดไปมากกว่านี้ แต่ก็ไม่วายยืนทึ้งศีรษะตัวเองด้วยความอับอายหลังต้องเผชิญหน้ากับเพื่อนบ้านของตัวเองในสภาพล่อแหลมอย่างถึงที่สุด

 

ดูจากท่าทางแล้ว

 

ฮื้ออออออออออออออออออออออออออออ !!!!!!”

 

ปาร์คจินยองที่นอนมุดหมอนอิงบนโซฟาอยู่คงจะเสียขวัญน่าดู...

 

เมื่อเข้ามาในห้องก็รีบสุ่มหยิบเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางขึ้นมาสวมแบบขอไปที จัดเก็บข้าวของอีกเล็กน้อยก่อนที่สายตาจะหยุดชะงักขณะมองไปยังกระเป๋าเดินทางของตัวเองและพวกเด็กๆที่วางรวมกันอยู่มุมห้องด้านใน

เอ... มีอะไรในห้องหายไปหรือเปล่าหว่า --- เพราะรู้สึกว่าสิ่งของบางอย่างในห้องนอนของตัวเองและเจ้าตัวยุ่งหายไป ชายหนุ่มจ้องมองกองกระเป๋าเดินทางสลับกับบรรดาตุ๊กตาบนเตียงนอนทั้งสองเตียงซึ่งยังอยู่ครบถ้วนทุกตัว แต่ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบในสิ่งที่ตัวเองแคลงใจได้จึงเลิกสนใจไปในที่สุด

 

คิดมากไปล่ะมั้ง...

 

หลังจากใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องนอนประมาณสิบนาทีจนกระทั่งมั่นใจว่าตัวเองกลับเข้าสู่สภาวะปกติมากพอที่จะออกไปเจอหน้าเพื่อนบ้านของตัวเองได้อีกครั้ง แจบอมจึงเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่นโดยที่ความอายในตอนแรกก็ไม่ได้หายไปเสียทีเดียว

ทว่า เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าอีกคนเข้าจริงๆ เสียงทักทายที่ควรจะดังขึ้นจากปากใครสักคนกลับกลายเป็นคลื่นความเงียบลูกใหญ่ที่มาพร้อมกับการเลี่ยงที่จะสบสายตากัน ก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงเมื่อนักศึกษาเพื่อนบ้านเป็นฝ่ายซบหน้าลงกับหมอนอิงในอ้อมแขนตัวเองก่อน ตามด้วยแจบอมที่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันโดยที่เว้นระยะห่างไว้ประมาณหนึ่ง

 

ตั้งแต่อายุขึ้นเลขสองก็มีแต่คนในครอบครัวกับเพื่อนสนิทเท่านั้นที่เคยเห็นเขาตอนไม่ใส่เสื้อ แถมคนที่บังเอิญมาเห็นวันนี้ก็ดันเป็นปาร์คจินยองอีก...

 

เข้าใจคำว่าอายจนอยากจะมุดดินหนีอย่างถ่องแท้ก็วันนี้นี่แหละ !

 

เราจะไม่คุยกันจริงๆหรือคุณหลังจากนั่งเงียบหลบสายตาอยู่บนโซฟาตัวเดียวกันมาร่วมสิบนาที ในที่สุดแจบอมก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงก่อน

...แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นการส่ายศีรษะไปมาของคนที่กำลังซบหน้าลงบนหมอนราวกับเด็กขี้อาย

คุณนี่ทะลึ่งเหมือนกันนะ เขินจนหูแดงแบบนี้ท่าทางจะคิดอะไรไม่ดีอยู่แน่ๆเข้าทางคนขี้แกล้งที่พูดหยอกหน้าตายจนถูกคนข้างๆถลึงตาใส่กลบเกลื่อนความอาย

หลงตัวเองจังเลยนะครับ คิดว่าผมจะพิศวาสคุณเพราะแค่นี้หรือไงกันนักศึกษาหนุ่มทำทีกอดอกเชิดหน้าชายตามองด้วยสายตาเย้ยหยัน เสียใจด้วยนะครับ สมัยเข้าค่ายเก็บตัวประกวดดาวเดือนมหาวิทยาลัยผมเห็นจนเบื่อแล้ว แถมแต่ละคนก็เร้าใจกว่าคุณแจบอมตั้งเยอะ

คุณใช้อะไรเป็นมาตรฐานล่ะช่องว่างระหว่างทั้งสองคนลดลงทีละน้อยเมื่อคุณพ่อตัวสูงค่อยๆขยับตัวเข้าไปชิดอีกคน

พ... พูดอะไรของคุณแม้ว่าจะพยายามขยับตัวหนี แต่พนักแขนริมโซฟากลับกลายเป็นสิ่งกีดขวางจนนักศึกษาตัวเล็กไม่สามารถถอยห่างจากแจบอมได้อีก

 

กริ๊ก ! --- ยิ่งเห็นใบหน้าถอดสีของคนที่กำลังเบือนหน้าหนี คนตัวสูงก็ยิ่งได้ใจ เลื่อนมือลงไปปลดเข็มขัดกางเกงที่สุ่มหยิบมาใส่ด้วยความเร่งรีบก่อนหน้านี้อย่างนึกสนุก

 

หึ... ถึงจะโดนเพื่อนเรียกว่าไอ้หงิมก็จริง แต่อิมแจบอมคนนี้ฆ่าได้หยามไม่ได้นะเว้ย !

 

ของแบบนี้ถ้าไม่ลองก็พูดได้ไม่เต็มปากหรอกก่อนที่เข็มขัดหนังเส้นโปรดจะถูกดึงออกและลอยไปอยู่บนเก้าอี้ตามแรงเหวี่ยง จากนั้นก็ขยับตัวเข้าไปใกล้นักศึกษาปากร้ายที่เพิ่งพูดท้าทายตนไว้เมื่อครู่นี้โดยที่มือทั้งสองข้างซึ่งเพิ่งปลดเข็มขัดกางเกงออกไปจะไปหยุดอยู่ที่กระดุมกางเกงต่อ ไม่แน่ว่าบางทีผมอาจจะเร้าใจกว่าก็ได้นะคุณ

คุณอย่ามาทำตัวเป็นตาลุงโรคจิตนะ !

 

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ ! --- จินยองดันคนตรงหน้าให้ออกห่างและใช้หมอนอิงในอ้อมแขนรัวฟาดใส่คุณพ่อลูกเป็ดไม่ยั้งมือจนแจบอมต้องรีบยกแขนขึ้นมาป้องกันตัวเอง

 

โอ๊ย ! ใจเย็นก่อนสิคุณ คิดว่าผมจะทำอะไรแบบนั้นจริงๆหรือไ... อั้ก !” พูดยังไม่ทันจบประโยคดี หมอนใบโตก็ถูกฟาดลงมาบนหน้าของสถาปนิกหนุ่มเข้าอย่างจัง

ทำมาเป็นพูดว่าผมทะลึ่ง ผมว่าคุณแจบอมต่างหากที่ทะลึ่ง นิสัยไม่ดีเลยนะครับ

ช่วยไม่ได้ ก็คุณทะลึ่งจริงๆไม่ใช่หรือไง มีอย่างที่ไหนมาพูดว่าเห็นบ่อยแถมเร้าใจอีกชายหนุ่มว่าพลางหัวเราะหึหึในลำคอจนคนฟังหน้ามุ่ย

คิดว่าผมพูดจริงหรือไงล่ะครับ ผมไม่ใช่คนหน้าไม่อายเหมือนใครแถวๆนี้สักหน่อย จู่ๆก็มาถอดเข็มขัดปลดกางเกงต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ น่าเกลียดจังเลยนะครับ

หึ... ผมก็แค่ถอดเข็มขัดออกเพราะกางเกงมันแน่น ไม่ได้คิดจะทำอะไรสักหน่อยและแจบอมก็เฉลยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมาในที่สุด คุณต่างหากที่คิดอะไรแปลกๆเอง แถมหน้าแดงแบบนี้ท่าทางจะคิดลึกเสียด้วย เป็นเด็กทะลึ่งแบบนี้นิสัยไม่ดีเลยนะคุณ

คุณแจบอม !” แล้วก็ลงเอยด้วยการที่เขาถูกปาร์คจินยองฟาดหมอนใส่ไปตามระเบียบอีกรอบ ให้ตายเถอะ ผมเกลียดคุณจัง ไว้ถ้าเจอคุณวอนพิลแล้วผมจะฟ้องคุณวอนพิลแน่ว่าคุณแกล้งผม

ฟ้องไปก็เท่านั้นแหละคุณ มันไม่ใช่แม่ผมนะคนตัวสูงขบหัวเราะกับท่าทีเด็กน้อยของอีกคน แต่จะว่าไปแล้ว พวกนั้นยังไม่กลับมาอีกเหรอ ?ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงยังไม่กลับมาบ้านพักเสียที

อ้าว ทีแรกผมก็นึกว่าทุกคนอยู่ที่นี่กันเสียอีก ตอนที่ผมมาถึงก็ไม่เห็นใครอยู่ที่ชายหาดแล้วนะครับจินยองทักด้วยความสงสัย

ผมก็เหมือนกันแจบอมขมวดคิ้วอย่างฉงน เมื่อครู่นี้ผมมองผ่านหน้าต่างก็ไม่เห็นทุกคนอยู่ที่ชายหาดแล้ว ผมถึงได้รีบออกมาเปิดประตูเพราะนึกว่าพวกเด็กๆกลับมาแล้วน่ะสิ

บางทีทุกคนอาจจะเดินเล่นอยู่แถวๆนี้ก็ได้นะครับ

ก็ค…”

 

R R R R ~ --- พูดคุยกันด้วยความสงสัยได้ไม่นาน โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดพร้อมกับสายเรียกเข้าซึ่งเป็นคนที่เขาคุ้นเคยดี หากแต่ที่แปลกออกไปกลับเป็นการโทรที่ไม่ได้มาในรูปแบบปกติเฉกเช่นทุกครั้ง

 

Jaehyung Swagger --- video calling

 

อะไรของมันแจบอมบ่นอุบก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายอย่างไม่เข้าใจนัก

[Aloha !] และเสียงพูดดังอู้อี้กับใบหน้าทะลึ่งทะเล้นที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอทำให้ชายหนุ่มต้องยืดแขนออกห่างเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับโสตประสาทของตัวเองและเพื่อนบ้านนักศึกษา [อุ๊ยตาย อยู่ด้วยกันหรอกหรือจ๊ะ ขอโทษที่โทรไปเป็นมารผจญนะ]

ทำไมไม่โทรมาแบบปกติวะ เปลืองเน็ตแจบอมพูดอย่างตรงไปตรงมาจนคนข้างๆหลุดขำ

[ถ้าโทรเฉยๆก็ได้ยินแต่เสียงน่ะสิ] ปลายสายตะโกนตอบแข่งกับเสียงลมที่พัดโต้กับใบหน้าของตัวเอง

 

เดี๋ยวนะ... ลมเหรอ ?

 

ทางนั้นลมแรงจังเลยนะครับจินยองทักขึ้นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติจากภาพปลายสาย พวกคุณเจฮยองอยู่ตรงไหนกันหรือครับ ผมว่าลมที่ชายหาดก็ไม่ได้แรงมากนี่นา

[ก็ต้องแรงสิคุณจินยอง] เจฮยองหัวเราะ [นั่งอยู่บนเรือแบบนี้ก็ต้องมีลมเป็นธรรมด๊า !]

หืม เรืออะไรวะ ?แจบอมทวนด้วยความสงสัยและเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจอะไรบางอย่างเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเพื่อนสนิท

 

ตาขวากระตุกเป็นเพลงอีดีเอ็มเลยว่ะเฮ้ย !

 

[เอ้า ชาวเรือทั้งหลาย ทักทายไอ้ตี๋หน่อยเร้ ~ ว !]

[ฮิ้ววววววววววววววววววววววว ~]

ด... เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมพวกมึงถึง...

 

เสียงของเจฮยองไม่ได้ทำให้แจบอมสนใจเท่ากับการที่เพื่อนสนิทตัวดีกำลังแพนกล้องถ่ายบรรยากาศรอบตัวของตัวเองที่นอกจากจะมีบรรดาเพื่อนชายหญิงหลายคนซึ่งล้วนแต่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีแล้ว ภาพของท้องทะเล เสียงคลื่น และเสียงลมที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมุมมองที่อยู่ บนเรือ ก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้แจบอมเกิดคำถามอยู่ในหัวมากมาย รวมไปถึง

 

[แด๊ดดี้ ~~]

เฮ้ย !” ใบหน้ากลมๆของแก๊งมนุษย์ก้อนอนุบาลที่โผล่เข้ามาในจอระยะประชิดทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก นี่ ตอนนี้พวกนายอยู่ที่ไหนน่ะ !?!”

[ตอนนี้แจ็คสันอยู่บนเรือกับอาเจย์แล้วก็พิลลี่น่ะซี่]

[แล้วก็พี่จงงี่คนสวยด้วยน้า]

[โอ๊ะ เมื่อกี๊พิลลี่บอกว่ามีเพื่อนๆของแด๊ดดี้ด้วยน้า]

[พิลลี่บอกว่าจะพาม้ากคึไปดูคุณนางเงือกล่ะแด๊ดดี้ ม้ากคึตื่นเต้นจังเลยน้า]

[ใช่แล้วล่ะแด๊ดดี้ คยอมก็เลยเอาขนมมาแบ่งคุณนางเงือกด้วยน้า นี่ไงล่า ~] และในที่สุดเขาก็ได้รับคำตอบในสิ่งที่ตัวเองคาใจเมื่อหลายนาทีก่อนตอนที่กำลังแต่งตัวอยู่ในห้องนอน เมื่อเจ้าก้อนลูกหมีชูกระเป๋าเป้ลายโดราเอมอนที่อุดมไปด้วยเสบียงขึ้นมาอย่างน่ารักน่าชัง

 

สรุปว่าของที่หายไปจากห้องนอนก็คือกระเป๋าเป้ของพวกเจ้าเปี๊ยกสินะ...

 

หนอย... เดี๋ยวนี้เหิมเกริมถึงขั้นวางแผนหนีเที่ยวกันแล้วหรือไงโว้ย !?!

 

ไอ้แว่น มันหมายความว่ายังไงวะ !?!” และแจบอมก็รู้ดีว่าผู้ร้ายตัวจริงของคดีนี้ไม่ใช่เจ้าตัวเล็กจอมยุ่ง แต่เป็นเพื่อนสนิทนิสัยเสียที่ขยันสร้างเรื่องให้เขาทุกครั้งที่เจอหน้ากันอย่างแน่นอน

[ก็อย่างที่มึงเห็นนั่นแหละ เป็นทริปด่วนจี๋มากๆ แต่หลานบอกว่าอยากเอาขนมไปด้วยเลยแวะไปหยิบกระเป๋าในห้องนอนให้เมื่อกี๊นี้] เจฮยองกับวอนพิลซึ่งปรากฏตัวขึ้นมาภายหลังหัวเราะและแปะมือไฮไฟว์กันอย่างชอบใจ [แต่มึงไม่ต้องห่วง คืนนี้พวกกูไม่ปล่อยให้มึงนอนที่บ้านคนเดียวหรอก ไม่เกินหนึ่งทุ่มก็กลับแล้ว]

มันไม่ใช่แบบนั้นเว้ย !” แจบอมโวย จะพาเด็กๆไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกกูก่อนวะ ยังเห็นหัวกูกันอยู่หรือเปล่า !?!”

คุณแจบอม ใจเย็นๆก่อนครับร้อนถึงจินยองที่แตะลงบนแขนคุณพ่อร่างสูงเบาๆ แต่ก็ใช่ว่าแจบอมจะใจเย็นลงเสียทีเดียว จินยองจึงรีบชิงพูดก่อน คุณเจฮยอง คุณวอนพิล ผมเข้าใจนะครับว่าพวกคุณอยากพาเด็กๆไปเที่ยว แต่พวกคุณก็ควรจะบอกคุณแจบอมในฐานะที่เป็นผู้ปกครองของเด็กๆก่อนนะครับ

[ขอโทษทีนะคุณจินยอง ขอโทษมึงด้วยนะไอ้ตี๋ พอดีมันเป็นทริปเร่งด่วนก็เลย...]

[ไอ้แว่น อย่าตอแห_  ได้ข่าวว่ามึงนั่นแหละที่เป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนไปเที่ยวเกาะ]

[โห ไอ้วอนพิล ทำไมเลวแบบนี้วะ โดนคุณจินยองดุทีเดียวแปรพักตร์เลยเหรอมึง แล้วไอ้คนที่จัดการติดต่อเรือแถมยังจัดโปรแกรมเที่ยวเกาะแบบเสร็จสรรพก็คือมึงไม่ใช่หรือไงวะ]

[เออสิ กูถึงได้เบรกมึงไว้เพราะจะสารภาพความจริงไง] วอนพิลว่า [ขอโทษจริงๆนะตี๋ มันไม่ใช่ทริปเร่งด่วนแบบที่ไอ้แว่นเตรียมจะแถหรอก แต่เป็นแผนของกูกับมันเองที่ชวนหลานกับเพื่อนคนอื่นไปเที่ยวเกาะเพราะว่า...]

[เพราะว่าพวกแกจงใจให้หงุมหงิมสามีของเจ๊อยู่กับกิ๊กเด็กตามลำพังถูกแมะ !?!]

[เจ๊จง !]

เจ๊จง !”

 

ชื่อของเพื่อนสาวสถาปนิกกล้ามโตถูกสถาปนิกหนุ่มทั้งสามคนอุทานออกมาพร้อมกัน ก่อนที่หล่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือของเจฮยองมาไว้ในมือของตัวเองโดยไม่ลืมที่จะโอบตุ๊กตาล้มลุกตัวอ้วนกลมทั้งห้ามาไว้ในอ้อมแขนเพื่อให้พวกเขาได้พูดคุยกับเจ้าตัวเล็กไปพร้อมๆกันด้วย

 

[ไงคะที่รัก หน้าตาโซซีเรียสแบบนี้คงเป็นห่วงลูกล่ะสิ ไว้เจ๊จะอบรมไอ้ลิงสองตัวนั้นให้ก็แล้วกัน แลกกับหอมแก้มเจ๊แบบเน้นๆหนึ่งที ดีลไม่ดีล ?] หญิงสาวร่างใหญ่ในชุดเดรสผ้าบาติกหัวเราะคิกคักขณะก้มลงฟัดเจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งหลายด้วยความมันเขี้ยว [ฉะนั้นไม่ต้องห่วง ระหว่างนี้เจ๊จะดูแลลูกของเราให้เอง เด็กๆรับปากกับเจ๊แล้วว่าจะเป็นเด็กดี เนอะๆ]

[ช่าย ~ ยองแจนจะเป็นเด็กดีของพี่จงงี่คนสวยแน่นอน ไว้ใจยองแจนได้เลยน้าแด๊ดดี้]

[แบมแบมจะไม่ดื้อกับพี่จงงี่คนสวยเลย จะเป็นเด็กดีของทุกคนด้วยน้าแด๊ดดี้ แบมแบมสัญญา]

“’โทษทีนะเจ๊ งั้นฝากดูแลเด็กๆด้วยก็แล้วกัน ถ้ามีปัญหาอะไรก็โทรมาบอกได้ตลอดนะแจบอมเอ่ยด้วยความเกรงใจ ขณะเดียวกันก็ได้แต่ก่นด่าเพื่อนสนิทตัวแสบทั้งสองคนอยู่ในใจอย่าซนกับทุกคนล่ะ เข้าใจไหม ?

[ไว้ใจซี่ ไว้ใจซี่ ! พวกเราจะเป็นเด็กดีแบบที่แด๊ดดี้บอกเลยน้า]

[ไม่มีปัญหา เจ๊จะดูแลไม่ให้เด็กๆคลาดสายตาเลย นี่เป็นโอกาสที่จะได้อยู่กับทูนหัวทั้งห้า ฉะนั้นเจ๊จะไม่ปล่อยให้ทุกวินาทีสูญเปล่าอย่างแน่นอน] เธอรับปากหนักแน่นด้วยประโยคแบบอ้อมๆที่ทำให้แจบอมหมดห่วงไปหนึ่งเปราะ [นี่ หงุมหงิม...]

เห็นแก่ที่รับปากว่าจะดูแลลูกให้ วันนี้จะไม่ด่าก็แล้วกันแจบอมถอนหายใจเมื่อได้ยินสมญานามที่ตัวเองไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นักว่าไง

 

แม้จะถูกเพื่อนๆเรียกว่า ไอ้หงิม อยู่บ่อยๆและตัวเองก็ไม่เคยเอ่ยปากห้ามอะไร แต่ความจริงแล้วฉายานามของเขานั้นกลับมีที่มาจากชื่อที่เพื่อนสาวร่วมคณะตั้งให้ว่า หงุมหงิมต่างหาก และชื่อดังกล่าวมักเป็นเหตุให้เขาพลั้งปากด่าเจ้าหล่อนอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากเป็นชื่อที่ไม่ค่อยเหมาะกับบุคลิกของเขาเท่าไหร่นัก

 

[อย่าหาว่าเจ๊ยุ่งเลยนะ แต่อย่าเพิ่งโกรธเจย์กับวอนพิลเลย ถึงพวกมันจะพาเด็กๆหนีเที่ยวก็จริง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะหงิมนั่นแหละ] เธอว่า [ถึงตอนแรกจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ แต่พอเห็นหงิมกับน้องเขาอยู่ด้วยกันตอนนี้เจ๊ถึงได้มั่นใจ…]

อา...แจบอมชำเลืองมองเพื่อนบ้านที่อยู่ด้วยกันก่อนจะหันกลับไปพยักหน้ากับเพื่อนสาวปลายสายที่กำลังป้อนขนมเจ้านายตัวน้อยของเขาอย่างสนุกสนาน เรื่องอะไรล่ะ ?

[ปกติเวลาเพื่อนๆไปออกทริปกันเจ๊เห็นมันสองคนโทรจิกมนุษย์ติดคอนโดแบบหงิมจะเป็นจะตาย แต่คราวนี้อยู่ด้วยกันแท้ๆไม่ยักจะชวนให้ออกมาเที่ยวด้วยกัน ไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างเลยเหรอ ?]

มันก็...

[เจ๊ว่าเจย์กับวอนพิลมันคงวางแผนกันมาอย่างดีแล้วล่ะ] เจ๊จงของเพื่อนๆหรือชื่อเรียกตามเดิมว่าจงฮยอนพูดต่อ [หงิม รู้ตัวใช่ไหมว่าเมื่อก่อนโดนแฟนบอกเลิกบ่อยๆเพราะอะไร]

ฮื่อ... ก็รู้ตัวอยู่หรอก

 

ถ้าไม่มีเวลาให้ก็เลิกกันเถอะ

 

[ไหนๆวันนี้ก็มีเวลาอยู่ด้วยกันสองคนแล้ว ถึงจะเป็นเพราะฝีมือเพื่อนก็เถอะ แต่เจ๊ว่าหงิมใช้เวลานี้ไปเที่ยวกับเขาสองต่อสองบ้างก็ไม่เลวนะ] เธอเสนอด้วยรอยยิ้ม [เห็นวอนพิลบอกว่าที่นี่เป็นบ้านเกิดของเขานี่ ให้น้องเขาพาเที่ยวสิ เจ๊ว่าเขาน่าจะพาหงิมไปเที่ยวในที่ที่ดีกว่าการนั่งเรือชมเกาะแบบพวกเราอีกนะ]

 

บอกเลยว่างานนี้วินวินกันทุกฝ่าย ทั้งมึง ทั้งคุณจินยอง รวมถึงพวกกูกับหลานด้วย

 

มิน่าล่ะ... วางแผนกันมาเรียบร้อยแล้วนี่เอง

 

ทีกับเรื่องงานทำไมไม่ทุ่มเทกันแบบนี้บ้างล่ะโว้ย !?!

 

[เห็นมะ เพื่อนดีๆแบบพวกกูหาไม่ได้แล้วนะเว้ย นอกจากจะเปิดทางให้มึงกับคุณจินยองแล้ว กูสองคนยังเป็นสปอนเซอร์เลี้ยงหลานตลอดทริปด้วย ฉะนั้นมึงต้องรักกูกับวอนพิลให้มากๆนะรู้เปล่า] เจฮยองยื่นหน้าเข้ามามีส่วนร่วมในบทสนทนาอีกครั้ง

[กูกับไอ้แว่นเปย์หลานเปิดทางให้มึงขนาดนี้ แถมเมื่อเช้ายังรบกวนให้คุณจินยองพาไปตระเวนดูท่าเรือ ไหนจะต้องทำบาปทำกรรมสร้างเรื่องตอแห_นั่นนี่สารพัดอีก เพราะงั้นอย่าทำให้ความพยายามของพวกกูเสียเปล่าเชียวล่ะ]

อะไรกัน คุณวอนพิลก็เป็นไปกับเขาอีกคนหรือไงครับเจ้าของชื่อที่เพิ่งถูกคนปลายสายกล่าวถึงเริ่มโวยวายขึ้นมาบ้าง พวกคุณสามคนนี่ร้ายพอกันทั้งแก๊งเลยนะ ไว้ใจไม่ได้สักคน แต่คนที่โดนหางเลขมากที่สุดกลับเป็นคุณพ่อร่างสูงที่ถูกเพื่อนบ้านส่งค้อนวงโตมาให้พอขนลุก

อย่ามองผมแบบนั้นสิคุณ

 ผมอุตส่าห์ขี่รถมารับคุณวอนพิลไปเที่ยวตั้งแต่เช้าเพราะเห็นเมื่อคืนส่งข้อความมาบอกว่าอยากแวะไปดูท่าเรือเพื่อหาข้อมูลให้เพื่อนๆ ผมก็เลยพาไปแถมยังช่วยต่อราคาให้ด้วย ไหนจะเรื่องที่ขอยืมกระทะไฟฟ้าเพราะอยากทำอาหารเองผมก็ขี่รถกลับไปยืมที่บ้านมาให้ พอมารู้ว่าโดนหลอกเข้าเต็มเปาแบบนี้ใครจะไม่โกรธกันล่ะครับ ผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกหลอกอีกคนพรั่งพรูออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะหยิบถุงพลาสติกใบโตซึ่งมีกล่องใส่กระทะไฟฟ้าที่ถือติดมือมาด้วยขึ้นมาวางบนโต๊ะลงทุนหาวิธีหลอกให้ผมกลับไปเอาของที่บ้าน แถมยังดึงเด็กๆออกจากคุณแจบอมเพื่อที่จะได้หนีไปเที่ยวกันอีก เป็นยังไงล่ะครับคุณแจบอม ทั้งคุณทั้งผมโดนเพื่อนคุณต้มจนเปื่อยเลยนะ

[ขอโทษจริงๆนะคุณจินยอง แต่เรื่องกระทะผมไม่ได้ให้คุณจินยองแบกมาฟรีๆหรอก ไว้ก่อนกลับบ้านจะซื้อของสดไปไถ่โทษเยอะๆเลย วันนี้พวกเราจะจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวกับซีฟู้ดกัน ยังไงไอ้แว่นก็ติดหนี้คุณจินยองอยู่แล้ว เพราะงั้นเย็นนี้ก็มาสนุกด้วยกันนะ]

[ขยันสร้างเรื่องกันเหลือเกินนะ พวกแกสองคนหลบไปเลย เจ๊คุยเองดีกว่า ดูสิ หัวเสียกันทั้งคู่แล้ว เดี๋ยวจะพาลหมดอารมณ์ไปเดทกันเปล่าๆ] สาวสวยกล้ามโตเพียงหนึ่งเดียวรีบดันสถาปนิกหนุ่มเจ้าแผนการทั้งสองคนออกจากเฟรมก่อนที่หล่อนจะยื่นหน้าเข้ามาพูดคุยแทน [หงิม เจ๊ขอคุยกับน้องเขาหน่อยสิ]

อือแจบอมขยับหน้าจอโทรศัพท์ไปทางเพื่อนบ้านนักศึกษาที่อยู่ข้างกัน

เอ่อ... ผมหรือครับ ?จินยองชี้ตัวเองถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันคุณพ่อลูกเป็ดยื่นหน้าเข้าไปอยู่ในวงสนทนาด้วยความอยากรู้ไม่แพ้กันว่าคนปลายสายมีเรื่องอะไรกับเพื่อนบ้านของตัวเอง มีอะไรกับเขาหรือเจ๊ ?

[หงิม ตอนนี้เป็นเวลาของเมียหลวงกับกิ๊กเด็ก สามีแบบเธอหลบไปก่อน เจ๊มีเรื่องต้องคุยกับน้องเขานิดหน่อย]

[โอ๊ย ! ให้มันน้อยๆหน่อยเจ๊ กิ๊กเด็กที่เจ๊ว่าน่ะเป็นตัวจริงของไอ้ตี๋นะโว้ย เจ๊นั่นแหละเมียหลวงวอนนาบี ฮ่าๆ]

[อีแว่น อยากลงไปเป็นอาหารแมงกะพรุนไหมยะ !?!] หล่อนหันไปแหวใส่เพื่อนสถาปนิกปากร้ายก่อนจะกลับมาคุยกับชายหนุ่มทั้งสองคนซึ่งถูกทอดทิ้งไว้ที่บ้านพักต่อ [ช่างเถอะ เจ๊ล้อเล่น ฟังได้ตามสบายเลยนะหงิม]

ฮื่อ แล้วตกลงเจ๊จะคุยกับเขาเรื่องอะไรล่ะแจบอมถามอีกครั้ง

[อะแฮ่ม สวัสดีค่ะนุ่มนิ่ม โปรดเรียกพี่ว่าเจ๊จงเพราะชื่อจงฮยอนอนุญาตให้พ่อเรียกคนเดียว ถึงจะเคยเจอกันมาแล้วตอนไปช่วยงานพี่หมอโบกอมกับไอรีนแต่ก็ยังไม่เคยคุยกันตรงๆสักที Nice to meet you นะคะ]

นุ่มนิ่ม ?ทั้งสองคนมองหน้ากันเล็กหน่อยก่อนจะพูดทวนชื่อแปลกๆออกมาพร้อมกัน

 

หงุมหงิมเอย นุ่มนิ่มเอย... จะตั้งชื่ออะไรก็ช่วยเห็นใจส่วนสูงเฉียดร้อยแปดสิบของพวกเขาหน่อยเถอะโว้ย !

 

[ไม่ต้องมาอายคอนแทคกันตอนนี้ค่ะ ไม่ต้องทำหน้างงด้วย เจ๊หมายถึงเรานั่นแหละค่ะ]

เจ๊ เขาชื่อจินยอง เรียกแบบปกติเถอะแจบอมขัดเพราะเกรงใจเพื่อนบ้านตัวเล็กที่ต้องมาพัวพันกับมิติพิศวงของบรรดาเพื่อนๆซึ่งนับวันชักจะโกลาหลมากขึ้นทุกที

[Shut up ค่ะหงิม !] เธอสั่ง [ทางนี้ต้องเซฟแบตโทรศัพท์ไว้ถ่ายรูปที่เกาะ ฉะนั้นเจ๊จะรีบพูดให้เร็วที่สุด เข้าใจ๋ ?]

เฮ่อ ให้มันได้แบบนี้สิสถาปนิกหนุ่มถอนหายใจ

คุณจงฮ... เอ่อ... เจ๊จงมีอะไรกับผมหรือครับคนอายุน้อยกว่าถามอย่างกล้าๆกลัวๆเมื่อเห็นคู่สนทนากำลังยื่นหน้าเข้ามาในจอระยะประชิดจนไม่เห็นบรรยากาศรอบข้างของเจ้าตัวแม้แต่น้อย

[มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรอกค่ะ] เธอว่าก่อนจะเบิกตาโพลงปั้นหน้าถมึงทึงใส่กล้อง [ในฐานะภรรยาแสนสวยที่ประคบประหงมหงุมหงิมมาเกือบสิบปี เจ๊แค่อยากจะบอกว่า ใช้เวลานี้อยู่กันสองต่อสองให้คุ้มนะ เจ๊ฝากดูแลแจบอมด้วย ไปเดทกันให้สนุกไม่ต้องห่วงทางนี้ เข้าใจนะคะ]

เจ๊ !”

[หงิมก็เหมือนกัน เทคแคร์น้องเขาดีๆล่ะ เที่ยวให้สนุกไม่ต้องกลัวเจ๊ตามหึงหวงนะคะ เจ๊เป็นเมียหลวงใจกว้าง เพราะงั้นกลับถึงบ้านแล้วต้องให้เจ๊หอมแก้มนะ] หญิงสาวตัวโตหัวเราะคิกคัก [อย่าลืมนะคะนุ่มนิ่ม ดูแลสามีเจ๊ดีๆนะ เข้าใจไหมคะ ?]

ก็... ครับจินยองพยักหน้าตอบเสียงค่อยพลางยิ้มแห้งๆเพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก

[ตอบให้หนักแน่นหน่อยสิคะนุ่มนิ่ม เข้า ใจ ไหม คะ !?!]

ไม่เอาน่าเจ๊แจบอมเอ็ด ขอโทษนะคุณ เพื่อนผมมันก็บ้าๆบอๆแบบนี้แหละ

ไม่เป็นไรหรอกครับจินยองยิ้ม

[อะแฮ่มๆ เกรงใจเมียหลวงคนนี้ด้วยค่ะหงิม อย่ามาจิ๊จ๊ะกันต่อหน้าเจ๊นะ !] หล่อนแหว [สรุปว่าเข้าใจที่เจ๊สั่งไหมคะนุ่มนิ่ม ตอบค่ะ !]

ครับ เข้าใจแล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะครับ

[แน่ใจนะ ?]

พอเถอะเจ๊ เกรงใจเขาแจบอมเอ็ดซ้ำอีกรอบเมื่อเห็นว่าปลายสายยังไม่ยอมหยุด

[แหม ดุเหลือเกินนะ คนเขาอุตส่าห์หวังดี ชิ !]

น่าๆ ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแจบอม มีคนเป็นห่วงแบบนี้น่าอิจฉาจะตายไป...นักศึกษาหนุ่มยิ้มตาหยีให้กับเพื่อนสาวตัวโตของแจบอมบนหน้าจอโทรศัพท์ หากแต่แขนทั้งสองข้างกลับคล้องเข้าที่แขนของคนตัวสูงกว่าก่อนจะกระชับให้แนบแน่นจนคนถูกจู่โจมแน่นิ่งไป แต่ไม่ต้องห่วงคุณแจบอมนะครับ ผมจะดูแลอย่างดีเลย

อ... เอ่อ...นอกจากจะถูกอีกคนควงแขนข้างหนึ่งไว้แล้ว แก้มกลมๆที่ยกขึ้นเพราะรอยยิ้มก็ยังเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณพ่อสถาปนิกได้แต่เหลือบมองคนตัวเล็กกว่าก่อนจะหลบสายตาไปอีกทางแล้วลอบพ่นลมหายใจที่ติดขัดออกมาอย่างประหม่า

 

แต่ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบหรือรู้สึกอึดอัดใจอะไรหรอก

 

ออกจะเป็นกำไรของไอ้หงิมอิมแจบอมคนนี้ด้วยซ้ำไป...

 

[เห็นไหมเจ๊ บอกแล้วว่าน่าลำไยมากๆ เชื่อยัง ?] และกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แน่นอนว่าทุกอย่างย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของคุณอาลูกเป็ดที่โผล่หน้าเข้ามาในเฟรมเช่นเคย

[เออ กูนี่อากาศเลยค่ะ วางสายไปเลยไอ้แว่น ไม่ต้องคุยแล้ว หมั่นไส้ !]

[ลูกไม่อยู่แล้วเอาใหญ่เลยนะไอ้ตี๋] วอนพิลเข้ามามีส่วนร่วมอีกคน

กูเปล่านะแจบอมตอบเสียงเรียบแต่ก็ไม่วายยักคิ้วให้แทนความในใจจนถูกเพื่อนทั้งสามคนกลอกตามองบนใส่ไปตามระเบียบ

[โอ๊ย น่ารำคาญ ไปคุยกับลูกเลยไป๊ !] เสียงเอะอะโวยวายจากเพื่อนทั้งสามคนดังสลับกับเสียงคลื่นลมก่อนที่ภาพในจอโทรศัพท์จะเปลี่ยนเป็นใบหน้าอ้วนกลมของมนุษย์ก้อนตัวจิ๋วพร้อมกับที่จินยองค่อยๆผละแขนของตัวเองออกจากคุณพ่อลูกเป็ด

คราวนี้ฉวยโอกาสกอดแขนผมหรือไงคุณแจบอมแกล้งแซวระหว่างรอเจ้าตัวเล็กปลายสายขยับเข้ามาร่วมวงสนทนา

ผมแค่แกล้งเพื่อนคุณต่างหากล่ะครับ

[แด๊ดดี้ ~]

[พี่จีนายอง ~]

ฮัลโหล เป็นยังไงกันบ้างเด็กๆ สนุกไหม ?ชายหนุ่มในกรอบแว่นยื่นหน้าเข้าไปทักทายเสียงเล็กแหลมที่ดังงุ้งงิ้งผ่านหน้าจอโทรศัพท์ของเจ้าก้อนลูกเป็ดที่สวมเสื้อชูชีพกันเรียบร้อยอย่างเอ็นดู

[สนุกซี่พี่จีนยอง ม้ากคึชอบทะเลที่สุดเลยฮะ ทะเลกว๊าง ~ กว้างเท่านี้เลยน้า]

[แบมแบมจะคุยกับแด๊ดดี้ด้วย จาจาให้แบมแบมคุยด้วยซี่ แด๊ดดี้กับพี่จีนยองเห็นแบมแบมไหมฮะ]

[ก็แจ็คสันแขนไม่ยาวเหมือนอาเจย์กับพี่จงงี่คนสวยนี่นา ฮึ้บ !] เจ้าวายร้ายหน้าม้าเต่อเบะปากและพยายามยืดแขนให้โทรศัพท์มือถือในมือออกห่างจากตัวเองเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้เหล่าพี่น้องแก๊งปุ๊กลุกเข้ามามีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด [ฮาโหล ~ แด๊ดดี้เห็นแจ็คสันม้า ~ ย]

ระวังกันหน่อย เดี๋ยวก็ตกน้ำหรอกแจบอมว่า วันนี้ฉันไม่ได้ไปด้วย เพราะงั้นพวกนายต้องเชื่อฟังพวกอาเจย์นะ ห้ามดื้อเด็ดขาด แล้วก็ระวังตัวกันด้วย อย่าลงไปเล่นน้ำถ้าไม่มีห่วงยางหรือเสื้อชูชีพ เข้าใจไหม ?

[ได้ซี่แด๊ดดี้ ม้ากคึจะดูแลทุกคนเองฮะ จะไม่ให้ทุกคนดื้อกับอาเจย์เลย]

คุณนี่ขี้บ่นขี้กังวลเหมือนพวกคุณปู่แก่ๆเลยนะนักศึกษาหนุ่มขำน้อยๆให้กับสีหน้าจริงจังของคุณพ่อขี้กังวล

จะไม่ให้ห่วงได้ยังไงล่ะคุณ ยิ่งออกไปเที่ยวแต่ไม่ได้อยู่ในสายตาแบบนี้ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงเข้าไปใหญ่แจบอมถอนหายใจ งั้นพวกนายกลับไปเล่นกับพวกอาเจย์เถอะ เป็นเด็กดีของทุกคนด้วยล่ะ ไว้เจอกันตอนเย็นนะ

[ยองแจนจะรีบกลับไปหาแด๊ดดี้เร็วๆน้า ยองแจนจะสวัสดีคุณนางเงือกให้แด๊ดดี้ด้วย บ๊ายบายน้าแด๊ดดี้]

[บ๊ายบายแด๊ดดี้ บ๊ายบายพี่จีนยอง บ๊ายบาย ~]

ฮื่อ บาย

บ๊ายบายเด็กๆ เที่ยวให้สนุกนะ

เฮ้อสิ้นสุดการโทรผ่านวิดิโอ คุณพ่อขี้กังวลก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ไว้ใจเด็กๆกับเพื่อนๆหน่อยสิครับคุณแจบอม ถอนหายใจเสียดังแบบนี้เดี๋ยวเพื่อนคุณก็เสียใจกันแย่หรอก

ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจเพื่อนตัวเองหรอกคุณ อุตส่าห์มีเวลาว่างมาเที่ยวกันทั้งทีแต่ต้องดูแลเด็กเล็กแบบนั้นผมก็แค่รู้สึกเกรงใจพวกมันน่ะแจบอมเอนตัวพิงพนักโซฟา แล้วก็... เรื่องเพื่อนผมน่ะ ผมขอโทษจริงๆนะ ถึงจะไม่รู้ว่าพวกมันไปคุยไปตกลงอะไรยังไงกัน แต่...

ไม่เป็นหรอกครับ ทำตัวเจ้าแผนการเป็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นกันไปหมดแบบนี้ผมว่าเพื่อนคุณก็ตลกดีนะครับอีกฝ่ายหัวเราะก่อนจะทิ้งตัวลงบนพนักพิงโซฟาบ้าง พอเห็นแบบนี้ผมก็ชักจะสงสัยแล้วล่ะครับว่าเมื่อก่อนคุณแจบอมเจออะไรมาบ้างพวกเพื่อนๆถึงได้ช่วยกันขายคุณขนาดนี้

ใช้คำเสียน่ากลัวเลยนะคุณแจบอมเขม่นเล็กน้อย ก็ไม่ใช่ว่าเป็นห่วงหรืออะไรหรอก สมัยเรียนผมก็โดนพวกมันรวมหัวกันแกล้งเป็นประจำอยู่แล้ว คราวนี้ก็คงชวนกันแกล้งผมเหมือนเคย

อืม... คนฟังพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่บทสนทนาจะถูกแทนที่ด้วยความเงียบอีกครั้ง

 

เป็นเวลาเกือบห้านาทีที่ชายหนุ่มทั้งสองคนต่างนั่งกอดหมอนอิงคนละใบโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา สายตาที่มองแต่ตรงหน้าเริ่มหันออกไปคนละทาง ต่างคนต่างซื้อเวลาให้ตัวเองด้วยการกวาดสายตามองไปรอบๆห้องนั่งเล่น ก่อนจะหยุดสายตาไว้บนหน้าจอโทรทัศน์เบื้องหน้าที่มืดสนิทจนเห็นเงาสะท้อนของทั้งสองคน ดวงตาเรียวคมแอบชำเลืองมองคนข้างๆที่กำลังเกยคางไว้บนหมอนในอ้อมแขนอย่างชั่งใจ และมันก็ช่างบังเอิญที่อีกคนก็แอบมองตนอยู่เช่นกัน

 

นับวันก็ยิ่งไม่คุ้นชินกับความเงียบมากขึ้นทุกที...

 

คุณกินข้าวมาหรือยัง ? / คุณแจบอมหิวหรือเปล่าครับ ?ยิ่งน่าขันที่ทั้งสองพยายามทำลายความเงียบด้วยรูปประโยคที่คล้ายคลึงกันในเวลาเดียวกัน

คุณพูดก่อนเถอะแจบอมเปิดโอกาสให้คนตัวเล็กกว่าเป็นฝ่ายพูดก่อน

อา...จินยองนิ่งไปครู่หนึ่ง ผมเห็นว่ามันใกล้จะบ่ายโมงแล้วก็เลย...ก่อนจะหยุดประโยคของตัวเองไว้เพียงเท่านั้น

เมื่อเช้านี้ผมก็มัวแต่เล่นกับเด็กๆจนลืมกินข้าว ตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน แจบอมเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง จากนั้นก็ต่างคนต่างเงียบกันไปอีกพักใหญ่จนกระทั่งชายหนุ่มยอมเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงก่อนอีกครั้ง แล้วหลังจากนี้ เอ่อ...

...

คุณ... มีธุระอะไรต่อหรือเปล่า ?คนถูกถามเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะส่ายศีรษะแทนคำตอบ แต่กลับเป็นเจ้าของคำถามเสียเองที่แน่นิ่งไป

คุณแจบอมครับจนกระทั่งนักศึกษาหนุ่มปัดมือผ่านหน้าเบาๆ แจบอมจึงรีบส่ายศีรษะปฏิเสธเพื่อไม่ให้อีกคนเข้าใจผิดทันที

ผมไม่ได้เหม่อหรอกคุณ แค่กำลังคิดอะไรนิดหน่อยน่ะแจบอมพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่แล้วจึงตัดสินใจพูดออกไปหลังจากลังเลมาสักพักถึงผมจะไม่ใช่คนชอบเที่ยวก็จริง แต่ถ้าจะให้นั่งๆนอนๆอยู่ในที่ที่ไม่ใช่บ้านของตัวเองแบบนี้ผมก็เบื่อเหมือนกัน

น้อยใจที่ถูกลูกกับเพื่อนทิ้งหรือไงครับ

เปล่า ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น ก็แค่...ชายหนุ่มลากเสียงยาวอย่างชั่งใจ

ครับ ?

เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยอยู่กับคุณตามลำพัง ผมก็เลยคิดว่าไหนๆก็มีเวลาอยู่กันสองคนแล้ว ถ้าออกไปเที่ยวหรือไปที่ไหนสักที่คงจะดีกว่านอนอุดอู้อยู่ที่บ้านเฉยๆแบบนี้น่ะพูดจบก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ผมก็ไม่รู้ว่าจะชวนคุณไปที่ไหนดีเพราะผมก็ไม่เคยมาเที่ยวที่นี่เหมือนกัน

โธ่เอ๊ย นึกว่าเรื่องอะไร เห็นคุณทำหน้าตาเหมือนมีเรื่องน่ากังวลแบบนี้ผมก็เป็นห่วงนะเพื่อนนักศึกษาเจ้าบ้านอมยิ้มบางๆ ถ้าคุณแจบอมไม่ว่าอะไร ผมเป็นไกด์ให้ได้นะครับ ถึงจะไม่มีประสบการณ์เป็นไกด์แบบจริงๆจังๆมาก่อนเพราะอย่างมากก็แค่พาเพื่อนๆมาเที่ยว แต่ถ้าเป็นพื้นที่แถวนี้ผมชำนาญทางยิ่งกว่าไกด์มืออาชีพอีกนะ

ผมจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณหรือเปล่า นานๆทีคุณจะได้กลับมาบ้านไม่ใช่หรือ ?

ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ได้คิดจะเป็นไกด์ให้คุณฟรีๆอยู่แล้ว ฉะนั้นไม่รบกวนผมแน่นอนครับเพื่อนบ้านแก้มกลมยกยิ้ม

อย่าบอกนะว่าคุณจะคิดค่าจ้างด้วย ?แจบอมเลิกคิ้วโดยที่อดนินทาอีกคนในใจไม่ได้

 

จะงกอะไรเบอร์นั้นล่ะพ่อคุณ !

 

ทำยังไงได้ล่ะครับ สำหรับนักศึกษาไม่มีงานประจำอย่างผมทุกนาทีมันก็เป็นเงินเป็นทองแบบนี้แหละครับนักศึกษาหนุ่มทำทีกอดอกปั้นหน้าเคร่งเครียด แต่ไม่ต้องกังวลนะครับ กับคุณแจบอมน่ะผมคิดราคากันเองอยู่แล้ว ค่าจ้างผมไม่แพงขนาดนั้นหรอกครับ

งั้นผมไปนั่งสเก็ตช์ภาพริมทะเลแก้เบื่อดีกว่าคุณพ่อสถาปนิกกระตุกยิ้มทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอีกฝ่ายมีเจตนาเพียงแค่พูดล้อเล่นทั้งสิ้น นอกจากจะไม่เสียเงินแล้วยังมีอาหารตาดีๆอีกเพียบ คุ้มกว่ากันเห็นๆ

เข้าใจแล้ว ขอโทษก็แล้วกันนะครับที่อยู่กับผมแล้วมันไม่คุ้มน่ะสิ้นเสียงพ่นลมหายใจเพราะความหงุดหงิด คนที่เริ่มหัวเสียก็ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างไม่สบอารมณ์ งั้นก็เชิญไปกินอาหารตาที่ว่าให้สบายใจเลยครับ ผมกลับไปกินข้าวนอนดูโทรทัศน์ที่บ้านก็ได้ก่อนจะเข้าสู่โหมดเด็กแว่นขี้เหวี่ยงกระแทกเท้าเดินออกจากบ้านพักไปทันที

แบบนี้ก็ไม่ยุติธรรมกับผมน่ะสิคุณ ทีตัวเองยังล้อผมเล่นได้เลยนะและแจบอมก็ไม่ได้เย็นชาเกินกว่าจะอยู่เฉย คุณพ่อลูกเป็ดรีบวิ่งตามหลังอีกคนไปติดๆ ไม่เอาน่าคุณ ใจเย็นๆก่อนสิก่อนจะรั้งข้อมืออีกคนไว้ไม่ให้สตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ชิ่งหนีกลับบ้านไปเสียก่อน

 

ขืนปล่อยให้หนีกลับก่อนแผนที่อุตส่าห์คิดเอาไว้ก็พังไม่เป็นท่ากันพอดี...

 

คุณนี่น่าโมโหเป็นบ้าเลย ผมไม่แปลกใจแล้วล่ะครับว่าทำไมพวกคุณทั้งสามคนถึงเป็นเพื่อนกันได้ คนนึงก็กวนประสาท คนนึงก็กะล่อน อีกคนก็แสบใช่ย่อยคนถูกแกล้งสะบัดหน้าหนีท่าเดียว

คุณอย่าพาลเพื่อนผมสิแจบอมหัวเราะอย่างนึกขันกับปากยู่ๆที่เต็มไปด้วยความขัดใจราวกับเด็กเล็กของอีกคน ผมว่าเราอย่ามัวแต่ทะเลาะกันเป็นเด็กๆแบบนี้เลย ตอนนี้มันก็บ่ายโมงแล้ว

อะไ...

ไปเที่ยวกันดีกว่า ร่างสูงรีบพูดดักโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายคัดค้านใดๆ ส่วนเรื่องค่าจ้างถ้าเป็นตอนนี้ผมคงไม่มีให้คุณหรอก

ไม่ต้องมาเรียกคะแนนสงสารเลยครับ ผมไม่ใจอ่อนหรอกนะ

ฟังผมพูดให้จบก่อนสิ

“…”

ค่าจ้างน่ะไม่มีหรอก แต่มื้อเที่ยงวันนี้คุณอยากจะแนะนำร้านไหน อยากกินอะไร หรืออยากจะไปเที่ยวที่ไหนผมให้คุณเลือกได้ตามสบายเลย ผมเลี้ยงเอง ตกลงไหม ?

คุณแจบอมพลาดแล้วล่ะครับที่ยื่นข้อเสนอนี้ให้ผม ช่วงนี้ผมดันอยากกินของแพงเสียด้วยสิเด็กอนุบาลตัวโตเชิดหน้าหรี่ตา พูดแล้วห้ามคืนคำนะครับ

ไม่มีปัญหาสถาปนิกหนุ่มยักไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ

ท่าทางมั่นใจขนาดนี้ ผมอยากรู้จังเลยล่ะครับว่าเงินเดือนของสถาปนิกแบบพวกคุณมันเท่าไหร่กันแน่นักศึกษาหนุ่มแสยะยิ้ม แต่ก็ดีครับ ผมจะได้กินให้เต็มคราบไปเลย มื้อนี้ผมฝากตัวด้วยนะครับ

นี่ อย่าคิดจะพาผมไปกินอาหารจำพวกหูฉลามหรืออะไรที่มันแพงแบบไร้เหตุผลเชียวนะคุณ ผมไม่ได้เสกเงินใช้นาคุณพ่อดวงอับรีบพูดดักทางเมื่อเห็นสีหน้าซึ่งแฝงไปด้วยรอยยิ้มแสบสันของคนพูด แล้วก็... อา...ก่อนที่คำพูดถัดมาที่ใช้เวลาไตร่ตรองมาสักพักจะหยุดชะงักเมื่อสบตากับอีกคน

มีอะไรหรือเปล่าครับ ?

มันก็ไม่ใช่เรื่องจริงจังหรือเรื่องใหญ่อะไรหรอกคุณแจบอมลังเลเล็กน้อย ผมก็แค่คิดว่าเวลาที่ผมอยู่กับคุณตามลำพังทีไร เราสองคนก็เอาแต่เงียบแล้วก็เกร็งใส่กันทุกที...

“…” ชายหนุ่มพยายามเรียบเรียงคำพูดให้กระชับที่สุดโดยที่สายตายังจดจ้องอยู่บนใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความสงสัยของเพื่อนบ้านตรงหน้า

อาจจะฟังดูตลกไปหน่อย ต... แต่ผมว่าวันนี้เราลองมาซ้อมเดทกันดูไหม ?

ค... ครับ ? ซ้อมเดท ?

ฮื่อคุณพ่อร่างสูงรีบพยักหน้าอย่างลนลาน แต่ผมไม่ได้บังคับคุณนะ แค่ลองเสนอดูน่ะ เผื่อว่ามันจะ...

ตกลงครับจินยองให้คำตอบทั้งที่แจบอมยังพูดไม่จบประโยคดี ทว่า ใบหน้าของคนตัวเล็กกลับแสดงออกว่าเจ้าตัวกำลังมีคำถามบางอย่างอยู่ในใจ ถึงจะแปลกไปหน่อยแต่ก็น่าสนใจดี บางทีมันอาจจะเป็นวิธีที่เหมาะกับเราสองคนก็ได้ งั้นวันนี้ผมขอฝากตัวด้วยก็แล้วกันนะครับ

คุณมีอะไรอยากจะถามผมหรือเปล่า ?

ผมแสดงออกชัดไปหรือครับนักศึกษาหนุ่มยิ้มแห้งๆ จริงๆก็มีเรื่องที่สงสัยนิดหน่อยน่ะครับ แต่ผมขอลองหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนดีกว่า

“…”

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับคุณแจบอม ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเรื่องไม่ดีอะไรหรอกครับ

เปล่านี่คุณ ผมก็ไม่ได้คิดจะคะยั้นคะยอคุณเสียหน่อย แจบอมส่ายหน้า ยืมรถวอนพิลมาใช้ก่อนมันคงไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง

แทนที่เราจะขับรถยนต์แบบนั้น ผมว่าใช้มอเตอร์ไซค์ดีกว่านะครับ โอกาสที่จะได้ขี่รถกินลมชมวิวริมหาดแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะเพื่อนบ้านเจ้าถิ่นรีบเสนอตัวเลือกที่น่าสนใจกว่า อีกอย่างผมรับปากว่าจะเป็นไกด์ให้คุณแจบอมแล้ว ฉะนั้นวันนี้ผมจะพาคุณเที่ยวเองครับ

เอาแบบนั้นก็ได้ งั้นคุณคอยบอกทางก็แล้วกัน ส่วนรถ...

ไกด์ที่ไหนเขาให้นักท่องเที่ยวขี่รถแล้วตัวเองซ้อนท้ายกันล่ะครับไกด์ชั่วคราวหัวเราะ ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ เห็นแบบนี้ผมขี่รถแข็งนะ แถมสมัยเรียนมัธยมมีแต่สาวๆอยากซ้อนท้ายผมด้วยนะครับก่อนจะแกล้งพูดหยอกด้วยใบหน้าแป้นแล้นแล้วสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจอย่างชำนาญ

ไม่มีหมวกกันน็อคหรือคุณทว่า สถาปนิกหนุ่มกลับถามหาสิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่อีกฝ่ายไม่มีวี่แววว่าจะพูดถึงแม้แต่น้อย

 

ความจริงเขาก็ไม่ใช่คนจู้จี้อะไรหรอก แต่บางอย่างกันไว้ก่อนมันก็ดีกว่าแก้ทีหลังล่ะนะ...

 

อยู่ใต้เบาะน่ะครับ ผมก็ลืมไปเสียสนิทเลย ขอโทษจริงๆนะครับเจ้าของรถรีบลงมาเปิดเบาะแล้วหยิบหมวกกันน็อคที่มีอยู่หนึ่งใบส่งให้เพื่อนบ้านชั้นสี่ นี่ครับจากนั้นก็ปิดเบาะรถตามเดิมโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยวในความดูแลสักนิด

แล้วของคุณล่ะ ?คุณพ่อลูกเป็ดเอ่ยถาม

ปกติผมไปไหนมาไหนคนเดียวก็เลยมีหมวกกันน็อคแค่ใบเดียว แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยได้ใส่อยู่แล้ว คุณแจบอมใส่เถอะครับ

ได้ยังไงกันล่ะคุณ ถ้ามีใบเดียวคุณก็ต้องเป็นคนใส่สิ คุณเป็นคนขับนะ

ความจริงผมไม่ค่อยชอบใส่หมวกกันน็อคเท่าไหร่น่ะครับ ใส่ทีไรผมเสียทรงทุกที แล้วผมก็ไม่ได้จะขับไปไหนไกลเสียหน่อย คงไม่เป็นไ... เดี๋ยวสิครับคุณแจบอม !”

มีคนที่เจ็บตัวเพราะคิดแบบคุณมาเยอะแล้วนะคุณพ่อขี้กังวลบ่นอุบขณะวางหมวกกันน็อคลงบนศีรษะคนตรงหน้าโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของอีกคนแม้แต่นิดเดียว ใส่เอาไว้เถอะคุณ ถือว่าผมขอร้องก็แล้วกันทั้งยังจัดการกดล็อคสายรัดคางให้เสร็จสรรพอีกด้วย

แต่...

ผมเป็นห่วงแต่สุดท้ายแจบอมก็ยอมสารภาพออกไปตามตรงด้วยคำพูดสั้นๆที่ทำเอาคนฟังชะงักไปเมื่อเห็นว่าอีกคนตั้งท่าจะขัดขืน ไปกันเถอะ ผมหิวจะแย่แล้วนา

มีลูกตั้งห้าคนแล้วยังเหนื่อยไม่พออีกหรือไงครับถึงได้มาทำตัวเป็นคุณพ่อขี้บ่นกับผมแบบนี้น่ะคนตัวเล็กบ่นพลางสตาร์ทรถอีกครั้ง

ไม่ล่ะ ลูกผมก็มีตั้งห้าคน สัตว์เลี้ยงผมก็มี แค่นี้บ้านผมก็แทบไม่มีที่ว่างแล้ว เพราะงั้นผมไม่อยากมีลูกเป็นเด็กดื้อแบบคุณให้ตัวเองเหนื่อยขึ้นหรอก...ร่างสูงยักคิ้วยียวนแล้วทิ้งตัวลงนั่งคร่อมเบาะรถมอเตอร์ไซค์คันเก่งของเพื่อนบ้านที่กำลังทำหน้ามุ่ยส่งสายตาเขม่นใส่ตนอยู่ อีกอย่าง... ตอนนี้บ้านผมก็ขาดแค่ตำแหน่งเดียว นอกเหนือจากนี้ผมก็ไม่รับแล้ว คุณสนใจไหมล่ะ ?

 

บรื้น !

 

เฮ้ย !”

 

ไม่มีคำตอบหรือเสียงโวยวายใดๆจากคนขับหากแต่มือกลับเผลอบิดคันเร่งเสียจนเจ้าของคำพูดกำกวมซึ่งยังไม่ได้ตั้งตัวพุ่งตัวไปด้านหน้าอย่างแรงจนศีรษะกระแทกกับหมวกกันน็อคของคนข้างหน้า แต่เจ้าของรถก็ไม่มีท่าทีว่าจะสนใจผู้โดยสารด้านหลังผิดกับทุกครั้งที่มักกังวลไปเสียทุกเรื่อง จนกระทั่งคำตอบทุกอย่างถูกเฉลยเมื่อคนตัวสูงบังเอิญเห็นแก้มขาวๆขึ้นสีเล็กน้อยกับดวงตากลมโตที่เสมองไปทางอื่นผ่านกระจกคนขับ

 

เขาควรจะบอกปาร์คจินยองดีไหมว่าไม่มีคนปกติที่ไหนบิดมอเตอร์ไซค์แก้เขิน...

 

คุณโอเคใช่ไหม ?แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงถามไถ่ด้วยคำถามสิ้นคิดเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะต้องเผชิญกับปาร์คจินยองในโหมดเด็กแว่นขี้เหวี่ยง

ข... ขอโทษนะครับ เมื่อครู่นี้มือมันลื่นไปหน่อยอีกฝ่ายพูดเสียงสั่น นั่งระวังๆหน่อยนะครับ ผมจะออกรถแล้วนะ

 

สิ้นสุดการพยักหน้าของคุณพ่อตัวสูง การเดินทางของชายหนุ่มทั้งสองคนที่ถูกทอดทิ้งไว้บนฝั่งก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อนักศึกษาหนุ่มขี่รถบนถนนเลียบชายหาดให้นักท่องเที่ยวในความดูแลชั่วคราวดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบข้างด้วยความเร็วพอประมาณ

ถนนซึ่งมีรถวิ่งเพียงน้อยนิดและชายหาดซึ่งทอดยาวไม่มีที่สิ้นสุดถือเป็นการเริ่มต้นการเดินทางที่ดีสำหรับนักท่องเที่ยวต่างเมืองอย่างแจบอม จะมีก็แต่แรงลมที่ปะทะลงบนใบหน้าจนผมปลิวกระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรงเท่านั้นที่เขาไม่ค่อยชอบใจนัก

 

แต่เหตุผลจริงๆที่เขาโคตรเกลียดลมเวลานั่งมอเตอร์ไซค์ริมทะเลแบบนี้ก็คงจะเป็น...

 

ลืมตาหน่อยสิครับคุณแจบอม ฮ่าๆ

 

ถ้าไม่ติดว่าคุยกันอยู่พ่อจะจับโยนลงทะเลจริงๆด้วย !

 

หลังจากนั่งรถชมหาดประมาณสิบนาที รถมอเตอร์ไซค์ก็หยุดลงที่ร้านอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก อีกทั้งเวลาเกือบบ่ายสองโมงทำให้บริเวณจุดจอดรถหน้าร้านมีรถเพียงไม่กี่คัน รวมถึงภายในร้านซึ่งถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายก็มีลูกค้าอยู่บางตาเช่นกัน

 

ผมก็ลุ้นแทบแย่ นึกว่าคุณจะพาไปร้านที่อาหารราคาแพงกว่านี้เสียอีกแจบอมค่อนขอดขณะกวาดสายตามองเมนูอาหารที่มีราคากำกับไว้ แม้ว่าอาหารบางชนิดจะมีราคาสูงกว่าร้านอาหารทั่วไปในโซล แต่เพราะเป็นอาหารทะเลเจ้ามือของวันนี้จึงไม่หวั่นใจแต่อย่างใด

 

ก็ถือว่าปาร์คจินยองทำหน้าที่ไกด์ได้ดี มาเมืองติดทะเลแบบนี้มันก็ต้องกินอาหารทะเลสิ

 

เห็นร้านเล็กแบบนี้แต่อร่อยทุกอย่างเลยนะครับ แถมราคาถูกที่สุดในย่านนี้ด้วย ถ้าเป็นช่วงกลางวันหรือช่วงเย็นจะมีลูกค้าเต็มร้านเลยล่ะครับนักศึกษาเจ้าบ้านแนะนำตามหน้าที่ท่าทางคุณแจบอมจะกลัวผมพาไปร้านราคาแพงๆแน่เลย หน้าตาดูโล่งใจเชียว

เปล่านี่คุณ ผมก็แค่หิว

โกหกไม่เก่งเลยนะครับ เห็นผมเป็นคนยังไงกัน สถาปนิกหนุ่มกลบเกลื่อนจนคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามหัวเราะเบาๆสบายใจได้เลยครับ ถ้าอยู่กับผมน่ะ ปริมาณสำคัญกว่าราคาครับ แทนที่จะไปกินของแพง ผมขอกินเยอะๆดีกว่าก่อนจะก้มหน้าก้มตาจดเมนูอาหารที่ต้องการราวๆสามสี่อย่างลงแผ่นกระดาษ

 

หลังสั่งอาหารเรียบร้อยก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความเงียบอีกครั้ง แม้จะไม่ใช่บรรยากาศที่น่าอึดอัดใจ แต่ต่างฝ่ายต่างก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับสายตาที่ส่งหากันเป็นเชิงขออนุญาตใช้โทรศัพท์เพื่อเช็คความเคลื่อนไหวของตน ทุกอย่างจึงตกอยู่ในสภาวะไร้คำพูดโดยสมบูรณ์

ทว่า มีเพียงรูปของเจ้าก้อนปุ๊กลุกสวมเสื้อชูชีพที่ลอยตุ๊บป่องอยู่ในทะเลซึ่งถูกส่งมาโดยวอนพิลเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของลูกชายตัวน้อยบนเกาะที่ห่างไกลออกไปเท่านั้นที่แจบอมเปิดดูก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะหลังแอบชำเลืองมองคนตรงหน้า ไม่ต่างกับจินยองที่วางลงโทรศัพท์ลงพร้อมกันแล้วจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมาสบตากันอย่างเกรงใจและรู้สึกผิดต่อกัน

 

ผมขอโทษ / ขอโทษนะครับ

 

แม้ว่าการใช้โทรศัพท์มือถือในที่สาธารณะจะเป็นเรื่องปกติ และบ่อยครั้งเขาก็มักใช้มันตัดขาดกับโลกภายนอกเวลาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะพูดอะไรแม้จะอยู่ในที่ที่มีผู้คนมากมายรวมทั้งเพื่อนบางคน แต่กับสถานการณ์ที่พวกเขาทั้งสองคนตกลงกันว่าจะ ซ้อมเดทอย่างในตอนนี้แล้ว คงไม่ใช่เรื่องดีนักหากพวกเขาเลือกที่จะจมอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง

 

คุณแจบอมมีที่ที่อยากไปเป็นพิเศษไหมครับ ?จินยองที่เปลี่ยนมานั่งเท้าคางบนโต๊ะเริ่มเปิดบทสนทนาก่อน

ไม่มีหรอก คุณอยากแนะนำที่ไหนหรือเปล่า ?

ความจริงก็มีอยู่ที่หนึ่งครับ แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจว่าคุณแจบอมจะชอบสถานที่แบบนั้นหรือเปล่า

ผมไม่ใช่คนเรื่องมากหรอกคุณ อีกอย่างผมเองก็ไม่เคยมาที่นี่ ดีเสียอีกที่มีคนพาเที่ยวแบบนี้ จะได้เปิดหูเปิดตาบ้าง

โอเคครับ

แล้วมันคือที่ไหนหรือคุณ ?

ความ – ลับ – ครับคนตอบยิ้ม วันนี้เรามีเวลาเที่ยวน้อย ผมคงพาคุณแจบอมไปได้แค่ที่เดียว แต่รับรองว่าคุ้มแน่นอนครับ

 

พูดคุยเกี่ยวกับแผนการเดินทางสำหรับวันนี้อีกเล็กน้อย สารพัดเมนูที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องก็ถูกนำมาวางจนเต็มโต๊ะ โดยเฉพาะอาหารทะเลอย่างปลาย่างเนื้อแน่น หอยตลับทรงเครื่อง ยำหอยหวาน และกุ้งย่างเนยที่ทั้งคู่จัดแจงคีบใส่เตา นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกหนึ่งจานที่เรียกความสนใจจากเพื่อนบ้านของแจบอมได้เป็นพิเศษ

 

โอ๊ะ มีกรรเชียงปูด้วยหรือครับ ?”

เห็นมันมีอยู่ในเมนูผมก็เลยสั่งไปด้วย คุณแพ้ปูหรือ ?แจบอมมองจานอาหารเบื้องหน้าที่ตัวเองสั่งมาสลับกับเพื่อนบ้านนักศึกษาที่กะพริบตามองกรรเชียงปูชิ้นโตหลายสิบชิ้นในจานไม่วางตา

กลับกันเลยครับ เมนูโปรดของผมเลยล่ะ แต่เวลาพาเพื่อนๆจากโซลมากินร้านนี้ทีไรไม่เคยได้กินสักครั้งเพราะของหมดตลอด โชคดีจังเจ้าบ้านยิ้มแป้น ผมว่ามื้อนี้ผมขอหารสองดีกว่า จะให้ผมกินอาหารพวกนี้แบบเต็มที่ผมก็เกรงใจน่ะครับ

กินไปเถอะคุณ ผมรับปากแล้วว่าจะเลี้ยง ไม่ต้องคิดมากหรอก

 

และมันก็ช่างน่าขันเมื่อสถานการณ์ซ้อมเดทที่พวกเขาตกลงกันไว้กลายเป็นมื้อกลางวันของผู้ชายหิวโหยทั้งสองคน ไร้ซึ่งบทสนทนาใดๆนอกเหนือจาก...

 

คุณอยากกินอะไรอีกไหม ?

คุณแจบอม เติมน้ำหน่อยไหมครับ ?

เฮ้ คุณ ปลาหมึกชิ้นนั้นผมเป็นคนย่างนะ

เมื่อครู่นี้คุณแจบอมก็คีบกุ้งของผมไปเหมือนกันนั่นแหละครับ

ผมว่าจะสั่งข้าวอีกสักถ้วย คุณจะเอาอะไรเพิ่มไหม ?

กินไปตั้งเยอะแล้วยังไม่อิ่มอีกหรือครับ

 

ต่างคนต่างห่วงแต่เรื่องกินจนลืมเป้าหมายหลักทั้งคู่แบบนี้...

 

ก็ถือว่าเป็นคู่เดทที่เหมาะกันดีกระมัง

 

ผมพอจะรู้แล้วล่ะครับว่าเด็กๆกินเก่งเหมือนใครผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง จินยองก็เป็นฝ่ายยกธงขาวยอมแพ้ก่อน จากนั้นก็เริ่มชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบเชียบจนเกินไปแถมยังไม่มีทีท่าว่าจะอิ่มเสียด้วย กินเก่งเหมือนเด็กวัยกำลังโตเลยนะครับ

คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆถ้าผมบอกว่าตอนนี้ผมอิ่มแล้วคนถูกแซวตอบหน้าตายทั้งที่มือกำลังเทข้าวสวยลงกระทะไก่ผัดซอสที่เหลือไก่เพียงไม่กี่ชิ้นและซอสอีกเล็กน้อยที่ติดอยู่ก้นกระทะเพื่อปรุงเมนูใหม่ฉบับเร่งด่วน

คำพูดสวนทางกับการกระทำสุดๆเลยนะครับ

ผมพูดจริงเป็นอีกครั้งที่ชายหนุ่มยืนยันอย่างหนักแน่นแม้ว่ามือทั้งสองข้างกำลังคลุกข้าวกับเนื้อไก่ผัดซอสในกระทะให้เข้ากัน ถ้าให้พูดตามตรง ตอนนี้ผมอิ่มแล้วล่ะ แต่ก็เสียดายกับข้าวที่เหลืออยู่เลยอยากกินให้หมดน่ะ

อา... ผมอยากช่วยคุณนะ แต่ตอนนี้ผมกินอะไรมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ ขอโทษนะครับคุณแจบอม ปล่อยให้คุณกินคนเดียวแบบนี้ผมรู้สึกผิดจัง

คุณอย่าทำหน้ารู้สึกผิดแบบนั้นสิ ปกติผมก็กินทุกอย่างที่เหลือบนโต๊ะอาหารเป็นประจำอยู่แล้ว ผมทำแบบนี้จนติดเป็นนิสัยมาตั้งนานแล้วล่ะ คุณอย่าคิดมากเลย

แต่ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยนะครับ คือ...

ไม่ต้องห่วงหรอกคุณ อร่อยแบบไม่มีใครมาแย่งกินเพราะเพื่อนร่วมโต๊ะอิ่มแล้วแบบนี้ผมออกจะชอบด้วยซ้ำแจบอมพยายามพูดไม่ให้คนที่นั่งอยู่ด้วยกันคิดมาก

ผมชอบเวลาอยู่กับคุณจัง นอกจากจะไม่ดุผมเรื่องกินเหมือนพวกเพื่อนๆแล้วยังกินเก่งอีก ยิ่งกับเพื่อนผู้ชายด้วยกันแล้วส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชวนกันเข้าร้านอาหารเท่าไหร่ พอได้อยู่กับคุณแจบอมแบบนี้ก็เลยรู้สึกสบายใจมากเลยล่ะครับพูดพลางยิ้มยิงฟันจนตาหยีเป็นเส้น

อา... แปลกจัง เพื่อนผมส่วนใหญ่เวลาว่างๆชอบชวนกันเข้าร้านอาหารนะ ปิ้งย่างบ้างล่ะ ร้านข้าวบ้างล่ะ หรือบางทีถ้ามีเวลาไม่มากก็พากันไปนั่งกินพวกฟาสต์ฟู้ดใกล้ๆมหาวิทยาลัย ผมก็เข้าใจมาตลอดว่าคนอื่นๆจะเป็นเหมือนพวกเพื่อนผมเสียอีก

ก็เลยเป็นเหตุผลที่คุณแจบอมกินเก่งสินะครับ

จะพูดแบบนั้นก็คงไม่ถูกทั้งหมดหรอก จริงๆมันก็มีเหตุผลอื่นนิดหน่อยสถาปนิกหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อนึกถึงวันวานอันแสนขมขื่นของตัวเอง

 

เขาจะไม่มีวันลืมเด็ดขาดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเองเป็นพวกกินทุกอย่างที่ขวางหน้าแบบนี้มันเป็นเพราะใคร !

 

พี่แจบอม นอนหรือยัง หนูหิวอ่ะ

หือ... นายอนเหรอ ?

ก็แหงดิ อยู่บ้านกันแค่สองคนหนูคงเป็นผีบ้านผีเรือนมั้ง

จะตีสามแล้วยังไม่หลับไม่นอนอีกเหรอวะ

นอนไม่หลับอ่ะพี่แจบอม หนูหิวจริงๆนะ

เออ ไปนอนก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปซื้อข้าวให้

ไม่เอา หนูจะกินตอนนี้ หนูหิวข้าว เข้าใจไหมว่าหนูหิว หิว !’

โว้ย อะไรนักหนาวะ ดึกดื่นป่านนี้จะไปหาของกินที่ไหน

มินิมาร์ทไง ขี่มอเตอร์ไซค์นิดเดียวเอง นะนะพี่แจบอม ถือว่าทำเพื่อหนูกับหลานหน่อยน้า

ไหนในละครบอกว่าคนท้องต้องอาเจียนจนกินอะไรไม่ได้ไงวะ... เออๆ เดี๋ยวไปซื้อซาลาเปากับนมมาให้แล้วกัน

เย้ !’

 

เหตุการณ์ในคืนนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้อิมแจบอมวัยเกือบสิบแปดปีเกิดอาการสับสนกับละครโทรทัศน์เป็นเวลาหลายเดือน ในค่ำคืนที่พ่อกับแม่ไปทำธุระต่างจังหวัดช่วงวันหยุดปีใหม่ทำให้สองพี่น้องต้องอาศัยอยู่บ้านกันเองตามลำพังท่ามกลางความวุ่นวายของน้องสาวตัวดีที่ตั้งครรภ์ได้เพียงสองเดือนเศษ โชคดีที่นายอนไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนละครโทรทัศน์แบบที่แจบอมแอบหวั่นใจ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโลกใบใหม่ให้กับนักเรียนมัธยมปลายที่ถูกสื่อนำเสนอด้านเดียวมาตลอดชีวิต เมื่อพบว่าน้องสาวไม้เบื่อไม้เมาของตัวเองสามารถกินอาหารได้ทุกอย่างและเกือบจะทุกเวลา ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นพุ่งพรวดในเวลาอันรวดเร็วจนน่าตกใจ

 

ไหน... ใครบอกว่าคนท้องอาเจียนจนกินไม่ได้ ถ้ารู้ว่าไอ้นายอนมันกินอะไรบ้างในหนึ่งมื้อบ้างเดี๋ยวจะอึ้ง !

 

ขาหมูหนึ่งกล่อง ซุนแด ออมุก ผัดถั่วงอก ส่วนของหวานก็เป็นชาไข่มุก พุงออปัง แล้วก็ไอศกรีม... อ้อ ! หนูขอข้าวสวยกับซุปเนื้อด้วยนะพี่แจบอม

เฮ้ยๆ ให้มันน้อยๆหน่อย บ้านไม่ได้ผลิตแบงค์ใช้นะเว้ย

หนูกินหมดก็แล้วกันน่า ไปเร็วๆสิ หนูหิวจะแย่แล้วนะ

 

รายการอาหารทุกอย่างถูกซื้อมาตามคำสั่งของนายท่านชั่วคราวที่ดูจะตื่นเต้นกับอาหารธรรมดาๆบนโต๊ะ แต่อีกไม่กี่อึดใจต่อมา ฝันร้ายที่ทำให้แจบอมเข็ดขยาดและไม่เคยลืมเลือนมาจนถึงทุกวันนี้ก็เริ่มต้นขึ้น

 

พี่แจบอม หนูอิ่มแล้วอ่ะ

อย่าพูดเป็นเล่น กินแต่ละอย่างยังไม่ถึงครึ่งจานเลย

แต่หนูอิ่มแล้วนะ จะให้หนูฝืนกินเข้าไปหรือไงเล่า

‘…’

พี่แจบอมจ๋า

บอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ช่วยกินนะ เพิ่งกินข้าวก่อนกลับจากตลาด อิ่มแล้ว

แต่ถ้าแม่มาเห็นแบบนี้หนูต้องโดนแม่ดุแน่ๆเลย พี่แจบอมอ่า...

 

ไม่...

 

น้าพี่แจบอม ช่วยหนูหน่อยน้า นะค้า ~

 

เขาจะไม่ใจอ่อนกับมันเด็ดขาด !

 

ดูสิลูก คุณลุงเขาเย็นชากับแม่จังเลย ใจร้ายที่สุดเลยเนอะ

เออๆ แต่ถ้ากินไม่หมดแบบนี้คราวหน้าไม่ซื้อให้แล้วนะ

เย้ ! พี่แจบอมใจดีที่สุดเลย

 

สุดท้าย ภาระในการจัดการกับอาหารที่เหลือเกินครึ่งจานทุกอย่างก็เป็นหน้าที่ของเขาไปโดยปริยาย แต่เมื่อมีครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม และครั้งที่สี่ก็ย่อมตามมาหลังจากนั้น อาหารจำนวนมากที่ถูกซื้อมาเพราะความอยากของน้องสาวกลายเป็นสิ่งที่เขาต้องจัดการเก็บกวาดในปริมาณมากกว่าที่น้องสาวกินแทบทุกครั้งจนเคยชินและเริ่มสนุกกับการกินอาหารหลากหลายเมนูไปในที่สุด

 

สรุปก็คือช่วยน้องสาวกินอาหารที่เหลือจนชินสินะเล่าจบ คนฟังก็หัวเราะออกมาเบาๆอย่างนึกเอ็นดูคนเล่าที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นชายหนุ่มหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เป็นเหตุผลที่น่ารักไปอีกแบบนะครับ เหมือนพวกคุณพ่อมือใหม่เลย

ถ้าคุณรู้ว่าตอนนั้นผมน้ำหนักขึ้นกี่กิโลฯคุณจะเปลี่ยนความคิดเลยล่ะแจบอมกุมขมับ กับของคาวผมยังทนกินไหว แต่น้องสาวผมชอบกินขนมหวานเนี่ยสิ เป็นฝันร้ายของคนไม่ชอบขนมหวานอย่างผมสุดๆเลยนะคุณ

ถือเสียว่าทดลองเป็นคุณพ่อไงครับ โอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆนะครับคุณแจบอมคนตัวเล็กปลอบใจแบบขำๆ

 

เหอะ คุณพงคุณพ่ออะไรกัน...

 

พี่แจบอม หนูอยากกินสเลอปี้ ไปซื้อให้หนูหน่อยสิ

ตีสองเนี่ยนะ ?

 

พี่แจบอม หนูบอกว่าเอาไส้ถั่วแดง ไม่ใช่ไส้ชาเขียว ไปเปลี่ยนให้หนูเดี๋ยวนี้เลยนะ

คิดว่าบ้านอยู่ใกล้ตลาดมากเลยหรือไงวะ

 

ย้า ! พี่แจบอมแอบกินไส้กรอกชีสของหนูหรอ !?!’

อ้าว ก็ทุกทีเห็นชอบกินเหลือแล้วไม่กินต่อก็เลยกินไง

หนูจะเก็บไว้กินทีหลังต่างหากเล่า ไปซื้อใหม่เดี๋ยวนี้เลย

อะไรอีกวะ เอ๊อ ! คราวหลังก็กินเองแล้วกัน อย่ามาขอให้ช่วยกินอีกล่ะ

 

รับใช้ตามคำสั่งและเป็นที่รองรับความแปรปรวนของมันขนาดนี้...

 

มองยังไง้... ยังไงก็เหมือนเจ้านายกับขี้ข้าระดับพรีเมียมชัดๆ !

 

ว้า คุณนักท่องเที่ยวทำหน้าเบื่อโลกแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิ อุตส่าห์วางแผนพาเที่ยวสถานที่ดีๆไว้เสียด้วยไกด์หนุ่มชั่วคราวแกล้งอมลมพองแก้มทำหน้าเศร้า ยิ้มหน่อยสิครับ เดี๋ยวเที่ยวไม่สนุกนะ

 

ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันที่เพื่อนบ้านตรงหน้ายกยิ้มจนตาหยี แต่เหตุผลที่ทำให้คุณพ่อร่างสูงยืนแน่นิ่งไปหลังจากนั้นกลับเป็นมือนุ่มทั้งสองข้างที่เอื้อมมาจับที่แก้มของตนพลางออกแรงดึงบริเวณมุมปากให้ยกยิ้มขึ้นโดยไม่ได้สนใจปมคิ้วยุ่งๆของสถาปนิกหนุ่มแม้แต่น้อย

 

ไปอารมณ์ดีมาจากไหนเขาไม่รู้หรอก

 

แต่ถ้าเอาแต่ยิ้มทั้งวันแบบนี้เขาคงแย่แน่ๆ

 

คุณแจบอมครับ !”

ว... ว่าไง ?

ผมเรียกคุณตั้งหลายครั้งแล้วนะ เห็นบิลค่าอาหารแล้วช็อคจนสติหลุดหรือไงครับคนตัวเล็กแกล้งแซวพอให้ขำขัน

ไม่มีอะไรหรอกแจบอมวางเงินค่าอาหารตามราคาที่ระบุบนกระดาษ ไปกันต่อเถอะคุณ ใกล้จะบ่ายสามโมงแล้ว

 

จัดการค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแจบอมก็รีบเดินลิ่วออกจากร้านโดยมีไกด์ส่วนตัวชั่วคราววิ่งตามหลังออกมาติดๆด้วยสีหน้างุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของลูกทัวร์กระเป๋าหนักที่ไม่ยอมพูดอะไรอีกเลยหลังออกมาจากร้าน ส่วนเจ้าตัวอย่างแจบอมนั้นรู้ดีว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้เขาไม่กล้ามองหน้าอีกคนในตอนนี้

 

เห็นทีว่าอุปสรรคในการเดทตอนอายุยี่สิบเจ็ดแบบนี้จะไม่ใช่เรื่องเงินเหมือนสมัยเรียนมัธยมหรือเรื่องปัญหาจุกจิกของตัวเองกับคู่เดทเหมือนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยหรอก

 

แต่คงเป็นเรื่องที่เขาไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไรตอนเห็นว่าที่คู่เดทของตัวเองกำลังทำตัวน่ารักต่างหาก

 

ไม่น่าเชื่อว่าจนถึงตอนนี้ปาร์คจินยองก็ยังเป็นบุคคลอันตรายสำหรับเขาเหมือนเดิม...

 

เป็นลูกทัวร์ที่นิสัยไม่ดีเลยนะครับ ผมอุตส่าห์อธิบายเกี่ยวกับที่ที่เราจะไปกันตั้งนาน แต่ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้ฟังสิ่งที่ผมพูดเลยนะและตอนนี้บุคคลอันตรายที่ว่าก็กำลังทำหน้ามุ่ยอีกครั้งหลังพบว่าแจบอมไม่ได้ฟังสิ่งที่ตนอธิบายก่อนหน้านี้สักนิด

อา... ขอโทษที ผมมอง... อ่า... มองทะเลเพลินไปหน่อยน่ะ

แต่เมื่อกี๊นี้ผมไม่ได้ขับรถผ่านจุดที่มองเห็นชายหาดเลยนะครับ

 

หมดกัน... แม้แต่ดวงจะพูดโกหกเพื่อเอาตัวรอดอิมแจบอมคนนี้ยังไม่มีเล้ย !

 

คุณจะคิดอะไรหรือมองอะไรอยู่ผมไม่รู้หรอกนะครับ แต่โกหกกันแบบนี้ผมผิดหวังจังแม้ว่าใจอยากจะตบปากตัวเองแรงๆสักทีที่เผลอพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกไป แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็จะยังตอบแบบเดิมอยู่ดี

 

จะให้ตอบออกไปตามความจริงว่ามัวแต่แอบมอง คนขับผ่านกระจกเลยไม่ได้ฟังที่เจ้าตัวพูดมันก็ฟังดูโรคจิตสิ้นดี...

 

เฮ้อ เอาเถอะครับ ก็ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้หรอกนักศึกษาตัวเล็กถอนหายใจ ผมว่าเราสองคนก็แปลกดีนะครับ เวลาอยู่ด้วยกันต่อหน้าก็ชอบหลบตากัน แต่พอเวลาแบบนี้ก็ดันมองหน้ากันผ่านกระจกคนขับ ท่าทางผมกับคุณจะชอบใช้ชีวิตให้ยุ่งยากขึ้นกันทั้งคู่เลยนะครับ

คุณ... รู้ ?

ก็เห็นคุณเงียบๆไปเลยแอบมองผ่านกระจกน่ะครับ แต่ก็ไม่คิดว่าคุณจะมองผมอยู่เหมือนกัน เล่นเอาขับรถลำบากพอดูเลย

“…”

แต่คราวหลังอย่าโกหกผมอีกนะครับ สมมติว่าถ้าตอนนี้ผมกับคุณออกเดทกันอยู่ รู้ใช่ไหมครับว่าการโกหกคู่เดทแบบนี้น่ะ...จินยองหยุดคำพูดลงพร้อมกับนิ้วเรียวยาวที่แตะลงบนปลายจมูกของคุณพ่อปากหนักพลางทำหน้ายู่อย่างน่ามันเขี้ยว ไม่น่ารักเลยนะครับ

ฮ... ฮื่อ...

 

เป็นคู่เดทที่รับมือยากกว่าที่คิดไว้เยอะแบบนี้ สงสัยว่าการซ้อมเดทวันนี้คงจะหินน่าดู...

 

อันที่จริงผมก็อยากอธิบายให้ฟังอีกรอบแต่ก็น่ากลัวว่าจะเสียเวลา เอาเป็นว่าผมจะรวบยอดอธิบายทีเดียวหลังจากที่เราเข้าไปด้านในแล้วก็แล้วกันนะครับนิ้วที่แตะอยู่บนปลายจมูกค่อยๆลดลงก่อนจะเปลี่ยนมากวักมือเรียกให้คนที่เอาแต่ยืนเงียบให้เดินไปยังสถานที่ต่อไป ไปกันเถอะครับ

 

แจบอมปล่อยให้ไกด์ประจำตัวชั่วคราวเดินนำหน้าไปช่วงตัวหนึ่งขณะที่ตัวเองก็มองตามแผ่นหลังกับช่วงไหล่แคบๆของอีกคนไม่วางตา แล้วจึงค่อยเดินตามหลังไปห่างๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่บริเวณลานกว้างที่ถูกบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจับจองพื้นที่จนกลายเป็นตลาดนัดขนาดย่อมๆ

 

อย่าบอกนะว่าที่ที่คุณพูดถึงคือตลาดน่ะ ?

เปล่าครับ ตรงนี้เป็นแค่ทางเข้าเท่านั้นเองเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดตอบ ที่นี่คือยงกุงซาครับ เป็นวัดเก่าที่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของปูซาน ผมว่าคุณแจบอมก็น่าจะเคยได้ยินชื่อวัดนี้มาบ้างแล้ว

ยงกุงซาหรือ อืม... เคยได้ชื่อยินมาตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะ แต่ผมก็ยังไม่เคยมาหรอก

ถึงจะเป็นวัดแต่จุดขายของที่นี่คือจุดชมวิวด้านบนนะครับ แต่ระหว่างทางก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้บูชาด้วย ส่วนบริเวณทางเข้าตรงที่เรายืนอยู่นี้คือตลาดนัดครับ มีของขายเยอะแยะเลย ไว้ก่อนกลับถ้าคุณแจบอมจะมาแวะซื้อของอะไรไปฝากเด็กๆกับเพื่อนๆก็ได้นะครับ

เข้าใจแล้ว งั้นเราเข้าไปด้านในได้เลยใช่ไหม ?

ครับ

 

หลังฝ่าฟันบรรดานักท่องเที่ยวและผู้คนในตลาดบริเวณทางเข้ามาได้แล้ว ก็เริ่มต้นการเดินชมยงกุงซาจากกำแพงวัดเป็นที่แรก มีรูปปั้นปีนักษัตรและรูปปั้นมงคลต่างๆที่สลักจากหินวางเรียงรายอยู่รอบกำแพงวัดให้ผู้คนที่มาเยี่ยมชมได้สักการะก่อนเข้าไปในตัววัด รวมถึงเป็นจุดถ่ายภาพเป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ส่วนคุณพ่อลูกเป็ดที่ยืนพินิจดูงานศิลปะเก่าแก่ซึ่งเป็นรูปสัตว์โบราณตามความเชื่อก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายซึ่งไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันเหมือนทุกครั้ง

 

ถ้าเจ้าเปี๊ยกได้มาเห็นรูปปั้นรูปสัตว์แบบนี้คงชอบใจกันน่าดู...

 

ถ่ายรูปไปให้เด็กๆดูก็ได้นะครับแล้วก็เป็นไปตามคาดที่เพื่อนบ้านซึ่งรับหน้าที่ไกด์ชั่วคราวจะเดาใจเขาออกตามเคย แจบอมจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเป็นที่ระลึกตามคำแนะนำของเจ้าบ้าน

ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่านักท่องเที่ยวนิยมมาเที่ยววัดกันด้วยแจบอมกวาดสายตามองนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติที่กระจายตัวอยู่ทั่วทุกพื้นที่ เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนพาผมมาเดทในวัดแบบนี้

คุณแจบอมไม่เคยได้ยินหรือครับ เขาว่ากันว่าถ้าไม่ได้มายงกุงซาถือว่ามาไม่ถึงปูซานนะคนพูดเริ่มหน้าเจื่อนลง อา... ผมเห็นนักท่องเที่ยวมากันเยอะก็เลยคิดว่าคุณแจบอมจะชอบเหมือนกันเสียอีก แต่...

อะไรกันคุณ ผมยังไม่ได้บอกสักคำเลยนะว่าผมไม่ชอบที่นี่แจบอมส่ายหน้า ผมไม่ได้พูดเพราะแค่จะเอาใจคุณนะ แต่ผมว่ามาเดทในที่ที่มีธรรมชาติให้ดูแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

ถ้างั้นเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะครับ ผมว่าคุณแจบอมจะต้องชอบจุดชมวิวข้างบนแน่ๆ

 

สำหรับคนที่ชื่นชอบธรรมชาติและสถานที่สงบๆแล้ว เพียงแค่ได้ยินคำโฆษณาที่ไกด์ส่วนตัวบอกหลายต่อหลายครั้ง แจบอมก็ไม่รอช้าที่จะเดินตามหลังเพื่อนบ้านเจ้าถิ่นไปอย่างมีความหวัง...

 

ตายละหว่า ผมลืมบอกไปว่าต้องขึ้นบันไดไปอีกหนึ่งร้อยแปดขั้นนะครับ

 

ก่อนที่ความหวังที่ว่าจะพังลงในพริบตาเดียวเมื่อพวกเขามาหยุดอยู่หน้าบันไดทางขึ้นที่ทอดยาวจนไม่เห็นปลายทาง

 

หนึ่ง - ร้อย แปด ขั้น

 

คุณพระช่วย... อุตส่าห์ได้มาเที่ยวทั้งทีขอใช้ชีวิตแบบสบายๆบ้างไม่ได้หรือไงโว้ย !

 

หนึ่งร้อยแปดขั้นเอง แถมยังเป็นบันไดสลับกับทางเดินปกติด้วย แค่นี้จิ๊บๆครับ

คุณเป็นเจ้าบ้านก็พูดได้สิ

 

สถาปนิกหนุ่มยืนถอนหายใจมองขั้นบันไดหินเบื้องหน้าสลับกับเขม่นเพื่อนบ้านที่หัวเราะคิกคักเดินนำหน้าไปก่อน โชคดีที่เขาตัดสินใจสวมรองเท้าผ้าใบคู่เก่งมาจากบ้านพักทำให้เดินเหินได้สะดวก อีกทั้งทางเดินที่ไม่ใช่ขั้นบันไดล้วนแต่ยังมีทางเดินปกติเป็นช่วงๆด้วยแล้ว เขาจึงไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหมือนที่กังวลก่อนหน้านี้

 

คุณแจบอมเดินนำไปก่อนเลยครับ ผมขอเวลาห้าสักห้านาทีแล้วจะรีบวิ่งตามขึ้นไปนะครับผิดกับใครอีกคนซึ่งมีสีหน้าท่าทางมั่นใจในตอนแรกที่ยืนหอบจับอยู่ข้างทางอย่างน่าสงสาร

ไหนบอกว่าจิ๊บๆไงคุณ อีกแค่ครึ่งทางเองมือหนาเอื้อมไปกุมฝ่ามือของอีกคนเบาๆ

 

แต่เสียใจด้วย...

 

เดินต่อเถอะ

 

เขาไม่ใช่คนดีที่จะยอมทิ้งโอกาสในการแกล้งปาร์คจินยองคืนหรอก !

 

คุณแจบอม !” เพราะอดหมั่นไส้เจ้าเด็กแว่นขี้อวดที่เดินยิ้มแป้นแล้นตอนอยู่ต้นทางไม่ได้ แจบอมจึงอาศัยจังหวะนี้จูงมือลากเพื่อนบ้านให้เดินหน้าต่อโดยมีเสียงโวยวายงุ้งงิ้งของอีกคนไล่หลังไม่ขาด คอยดูเถอะ อย่าให้ถึงตาผมบ้างนะ

อย่าคิดจะแกล้งผมเชียวล่ะ คุณสิต้องขอบคุณผมที่ไม่ทิ้งคุณไว้กลางทาง

ผมก็ไม่ได้ขอให้คุณรอสักหน่อย แถมหน้าตาคุณตอนนี้ไม่ได้มีความหวังดีกับผมเลยสักนิด

ใส่ร้ายกันแบบนี้ผมเสียใจนา

อย่ามาทำเป็นพูดหน่อยเลยครับ

 

แม้ว่าตอนแรกจะยื้อยุดฉุดกระชากกันไปมา แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเหนื่อยล้าที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณทั้งจากระยะทางและต่างฝ่ายต่างออกแรงลากอีกคนกันมาตลอดทางทำให้ต้องยุติสงครามประสาทกันไว้เพียงเท่านั้นแล้วเปลี่ยนมาเดินจูงมือกันเงียบๆจนกระทั่งมาถึงจุดชมวิวด้านบนในสภาพหืดขึ้นคอกันทั้งสองฝ่าย

 

เขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าตกลงมาซ้อมเดทหรือซ้อมทดสอบสมรรถภาพร่างกายกันแน่...

 

ถ้าคุณไม่คิดจะแกล้งผมตั้งแต่แรกเราคงไม่เหนื่อยกันแบบนี้หรอกครับถึงปากจะบ่นแต่มือก็ส่งกระดาษทิชชู่ให้คุณพ่อขี้แกล้งที่มีเหงื่อซึมเต็มกรอบใบหน้า

ช่วยไม่ได้ คุณอยากพูดให้ผมหมั่นไส้ก่อนเองนี่ ปากบอกจิ๊บๆแต่ยังไม่ทันจะถึงครึ่งทางก็หอบแล้ว ขี้โม้เป็นเด็กเลยนะ

ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้เหมือนกันครับ เมื่อก่อนผมเดินขึ้นบันไดร้อยกว่าขั้นของที่นี่ได้สบายๆเลยนะไกด์หนุ่มชั่วคราวทำท่าทางฮึดฮัด สงสัยว่าผมจะไม่ได้ออกกำลังกายมานานเกินไปแน่ๆเลย แถมพักนี้เหนื่อยง่ายขึ้นด้วย แย่จัง

สรุปสั้นๆก็คือช่วงนี้อ้วนขึ้นใช่ไหม ?

ถ้าผมเป็นผู้หญิงล่ะก็ ป่านนี้คุณโดนตบไปแล้วนะครับสายตาคมกริบใต้กรอบแว่นตวัดมองเจ้าของคำพูดไม่น่าฟังที่รีบยกมือปิดปากตัวเอง

 

ก็แค่สรุปใจความที่ปาร์คจินยองพูดเสียยืดยาวเฉยๆ แล้วทำไมจะต้องมาโดนมองแรงแบบนี้ด้วยเล่า !?!

 

ถึงผมจะอ้วนยังไงก็ไม่ได้ไปทำให้คุณแจบอมเดือดร้อนสักหน่อย ที่สำคัญเวลาเจอพวกคุณทีไรก็ต้องมีเรื่องกินเข้ามาเอี่ยวทุกที เพราะงั้นคุณก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผมน้ำหนักขึ้นเหมือนกันนั่นแหละครับ

ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่คุณ บ่นยาวเชียว แล้วผมก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรด้วย คุณคิดเองเออเองทั้งนั้น

ใครจะไปรู้ล่ะครับ ยิ่งกับคนที่แอบส่องสาวๆเอวบางร่างน้อยในชุดว่ายน้ำอย่างคุณน่ะ อาจจะแอบนินทาผมในใจไปเยอะแล้วก็ได้

ให้มันได้อย่างนี้สิแจบอมถอนหายใจให้กับความคิดของคนตรงหน้าที่เริ่มจะออกทะเลมากขึ้นทุกขณะ เอาล่ะ ผมจะพูดแค่รอบเดียว คุณตั้งใจฟังให้ดีๆนะ

ครับ ?

สาวเอวบางร่างน้อยแบบที่คุณว่าน่ะ ไม่ได้ดีไปเสียหมดหรอก...มือหนาประกบเข้าที่แก้มยุ้ยๆทั้งสองข้างของเพื่อนบ้านตัวเล็กก่อนจะออกแรงกดลงบนแก้มนุ่มจนใบหน้าของอีกคนยู่ยี่ไปหมด เพราะมันทำแบบนี้ไม่ได้

อ...อะไ... ฮื้อ ~

ทำแบบนี้ก็ไม่ได้ สองมือที่ประคองสัมผัสนุ่มนิ่มเริ่มบีบแก้มกลมๆอย่างสนุกมือ แทนที่จะสนใจอาหารตาที่ทำได้แค่มอง...

“…”

ผมว่าผมชอบอะไรที่มันจับแล้วเต็มไม้เต็มมือมากกว่าตั้งเยอะ และเลื่อนมือลงมาหยุดที่ช่วงเอวของอีกฝ่ายที่แม้ว่าจะไม่ได้มีทรวดทรงอะไร แต่กลับทำให้คุณพ่อขี้แกล้งค้างมือไว้ที่ส่วนดังกล่าวอยู่พักใหญ่ท่ามกลางความเงียบและพวงแก้มกลมๆของคนถูกแกล้งที่ขึ้นสีจนแดงเห่อไปหมด

 

ถึงจะโคตรเกลียดชื่อหรือฉายาที่จงฮยอนตั้งให้คนรอบข้างก็จริง

 

แต่เขาขอยกเว้นชื่อ นุ่มนิ่มของคนตรงหน้าไว้สักชื่อก็แล้วกัน

 

ป... ปล่อยได้แล้วครับ นี่มันกลางวัดนะคุณ

แสดงว่าถ้าเป็นที่อื่นคุณจะไม่ห้ามผมใช่ไหม ?

คุณแจบอม !” จินยองตีเข้าที่ไหล่ของคนฉวยโอกาสอย่างเขินอาย คุณนี่มันบ้าจริงๆ ผมไม่อยากคุยกับคุณแล้ว

โอเคๆ ผมว่าเราเลิกตีกันดีกว่า ถึงจะเป็นแค่ซ้อมเดทแต่ผมก็ไม่อยากให้มันล่มหรอกนะแจบอมยกมือยอมแพ้ ตรงนี้คือจุดชมวิวที่คุณบอกใช่ไหม ?แล้วหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ครับไกด์นักศึกษาเจ้าถิ่นพ่นลมหายใจพลางส่งค้อนวงโตใส่คนขี้แกล้งอีกครั้งแล้วกลับเข้าสู่สภาวะปกติเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ แต่ก่อนจะเดินชมวิว ผมว่าเราไปขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางนั้นก่อนดีกว่าครับ

หืม ?แม้จะไม่เข้าใจแต่แจบอมก็เดินตามหลังไกด์ส่วนตัวอย่างว่าง่าย

 

พระพุทธรูปสีนิลที่ตั้งอยู่ริมทะเลบริเวณจุดชมวิวคือจุดหมายถัดมาสำหรับการทัวร์ปูซานของแจบอมในวันนี้ มีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งยืนขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านี้อยู่โดยรอบ บางคนก็แสดงตนชัดเจนว่านับถือศาสนาพุทธ ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่ได้นับถือศาสนาอะไรก็เคารพบูชาตามความเชื่อทั่วไป และเขาก็เป็นกลุ่มคนประเภทหลังที่นอกจากจะไม่นับถือศาสนาใดๆแล้วก็ยังไม่เคยมาสถานที่แบบนี้อีกด้วย

 

คุณนับถือศาสนาพุทธหรือ ?คุณพ่อสถาปนิกเอ่ยถามคนข้างๆที่เตรียมยกมือไหว้ขอพรอย่างจริงจัง

อ่า...แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาเป็นเพียงเสียงหัวเราะกับรอยยิ้มแห้งๆที่เต็มไปด้วยความเขินอาย ทำให้เขาเดาคำตอบที่แท้จริงได้ไม่ยาก เปล่าหรอกครับ แต่เมื่อก่อนตอนใกล้สอบทีไรก็มาขอพรที่นี่เป็นประจำน่ะครับ เชื่อไหมครับว่าขนาดผมที่เกลียดคณิตศาสตร์แทบตายยังสอบผ่านทุกเทอม ศักดิ์สิทธิ์สุดๆเลยใช่ไหมล่ะครับ

บังเอิญมากกว่าน่า แต่ผมก็เพิ่งรู้นะ ว่าหน้าตาวิทยาศาสตร์จ๋าแบบคุณยังต้องพึ่งอะไรแบบนี้ด้วยแจบอมหัวเราะหึหึในลำคอกับน้ำเสียงจริงจังของคนพูด แต่ถ้าศักดิ์สิทธิ์อย่างที่คุณว่าจริง งั้นผมลองขอเงินสักหมื่นล้านวอนดีกว่า

ขออะไรที่มันเป็นไปได้หน่อยสิครับจินยองส่ายหน้าเบาๆกับความคิดเด็กๆของอีกคน แต่ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะขออะไรก็ขอแค่ให้ตัวเองโชคดีก็ได้นะครับ

อืม...

 

ดวงคาเรียวคมมองไปรอบๆแทนการให้ความสนใจกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้าและพบว่าทุกคนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงล้วนแต่กำลังภาวนาขอพรจากรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวกันแทบทั้งสิ้น แม้กระทั่งเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่ข้างกันก็หลับตาประสานมือทั้งสองข้างไว้ด้วยกันเช่นเดียวกับคนอื่นๆจนสถาปนิกหนุ่มที่เริ่มทำตัวไม่ถูกต้องก้มหน้าหลับตาลงบ้าง

หากแต่คิ้วของชายหนุ่มกลับขมวดเป็นปมยุ่งหลังจากหลับตาลงและพยายามนึกในสิ่งที่อยากจะขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามที่อีกฝ่ายแนะนำเพราะไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้มาก่อน สุดท้ายจึงตัดสินใจลืมตาขึ้นโดยไม่ได้อธิษฐานอะไรไปแม้แต่อย่างเดียว

 

หน้าคุณตอนกำลังขอพรตลกดีนะครับ สงสัยขอเรื่องที่จริงจังแน่ๆเลย หน้ายุ่งเชียว

มันก็...

ตอนนี้จุดชมวิวยังไม่ค่อยมีคนพอดี เรารีบข้ามสะพานไปทางนั้นกันเถอะครับ เดี๋ยวจะพลาดที่นั่งชมวิวดีๆนะ

 

จากนั้นก็ถึงเวลาที่แจบอมรอคอยเมื่อเพื่อนบ้านนักศึกษาคว้ามือตนให้เดินข้ามสะพานไปยังจุดชมวิวธรรมชาติซึ่งเป็นจุดขายของสถานที่แห่งนี้ และท่าทางกระตือรือร้นกับเสียงพูดเจื้อยแจ้วของคนที่เดินนำหน้าก็ทำให้ชายหนุ่มแอบระบายรอยยิ้มออกมา

 

เหตุผลที่คิดไม่ออกว่าจะขอพรอะไรในตอนนั้นคงเป็นเพราะ...

 

สิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้มันก็ดีมากพอแล้ว

 

มากี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิมเลยหลังจับจองโขดหินริมทะเลเป็นจุดนั่งชมวิวได้เรียบร้อยแล้ว เจ้าบ้านแก้มกลมก็พึมพำออกมาก่อนจะอ้าปากรับลมทะเลอย่างมีความสุขราวกับเด็กเล็ก เป็นยังไงบ้างครับคุณแจบอม เหมือนที่คุณคาดหวังไว้หรือเปล่าครับ ?

ฮื่อ ผมไม่เคยรู้เลยว่ามีจุดชมวิวดีๆแบบนี้อยู่ในเกาหลีด้วยคนตอบพยักหน้าอย่างซื่อตรง แม้จะรู้สึกขัดใจกับสายลมที่พัดเสียจนทำให้ทรงผมปลิวไม่เป็นทรงอยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่หาดูได้ยากตรงหน้าแล้ว แจบอมก็เลือกที่จะให้ความสนใจกับอย่างหลังมากกว่า แล้วเมื่อครู่นี้คุณขอพรเรื่องอะไรไปหรือ ?

คิดยังไงถึงถามเรื่องนี้ครับ ไหนคุณบอกว่าไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้ไง

ผมก็แค่อยากรู้ว่าคนที่ดูมีความสุขกับชีวิตอย่างคุณยังมีอะไรที่อยากจะขอจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก ตอนที่ยืนขอพรอยู่ท่าทางคุณจริงจังน่าดู ก็เลยอยากรู้น่ะ

เขาว่ากันว่าถ้าบอกคำขอของตัวเองกับคนอื่น คำขอพวกนั้นจะไม่เป็นจริงนะครับเอียงคอตอบพลางกอดอกขณะมองหน้าคนถามแต่วันนี้ผมไม่ได้มาขอพรเรื่องอะไรหรอกครับ ตอนนี้ชีวิตผมก็มีความสุขดี ไม่มีเรื่องอะไรที่อยากจะขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยหรอกครับ

คุณปฏิเสธมาตรงๆก็ได้ ถึงคุณจะไม่บอกผมก็ไม่ได้ว่าอะไรคุณเสียหน่อย

ผมพูดจริงครับ ผมไม่ได้คิดจะปิดบังหรือโกหกคุณเพราะความเชื่อพวกนั้นสักหน่อยนักศึกษาเจ้าบ้านส่ายศีรษะ วันนี้ผมไม่ได้มาขอพรเหมือนทุกทีหรอกครับ แค่มาขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์น่ะครับ

ขอบคุณ ?

ครับ ถึงผมจะพูดว่าผมเคยมายงกุงซาบ่อยๆ แต่ครั้งล่าสุดที่ผมมาที่นี่ก็เมื่อช่วงปีใหม่ตอนพาเวนดี้กับเซจองมาเที่ยวน่ะครับ ต่างคนต่างก็หอบแฟนมาด้วย พูดแล้วก็เจ็บใจสุดๆเลยครับ มีวันหยุดปีใหม่ทั้งทีแต่ต้องมาเป็นไกด์ให้เพื่อนแถมยังถูกทิ้งตลอดทริปเพราะเพื่อนติดแฟนอีก รู้สึกเหมือนโดนหยามกลางบ้านเกิดเลยล่ะครับ

เหตุผลที่ว่ามาขอบคุณคงไม่ใช่ว่าคุณพาลเพื่อนจนไปขอให้เพื่อนเลิกกับแฟนผ่านสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วได้ผลหรอกนะชายหนุ่มแกล้งแซว

ใช่ที่ไหนกันล่ะครับคนถูกแซวยู่ปากก่อนจะเปลี่ยนมานั่งกอดเข่าทั้งสองข้างแล้วทอดสายตามองผืนน้ำเบื้องหน้าแทน คุณแจบอมครับ เรื่องที่ผมบอกว่าพระของที่นี่ศักดิ์สิทธิ์น่ะ ผมพูดจริงนะครับ

“…”

ก่อนที่ผมจะเล่า คุณแจบอมอยากลองทายไหมครับว่าครั้งสุดท้ายที่ผมมาที่นี่ผมขอพรว่าอะไร ?

ไม่ล่ะ ผมว่าผมทายใจคุณไม่ถูกหรอกคนถูกถามปฏิเสธที่จะทายด้วยตัวเอง

เย็นชาจังเลยนะครับ

แล้วคุณขอไปว่าอะไรล่ะ ?

ผมก็แค่ขอว่าถ้าได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง...

“…”

ก็ขอให้ได้มากับใครสักคนน่ะครับพูดจบก็ก้มหน้างุดด้วยความอาย ต... แต่ความจริงผมก็แค่พลั้งปากขอไปเพราะตอนนั้นอารมณ์เสียที่ถูกเพื่อนทิ้งน่ะครับ ไม่ใช่ว่าดูละครน้ำเน่ามากไปหรืออยากทำตัวเพ้อเจ้ออะไรหรอก

หึ ผมกำลังจะแซวคุณพอดีว่าดูการ์ตูนหรือละครบ่อยไปหรือเปล่า เพราะผมว่าผมเห็นฉากทำนองนี้ในการ์ตูนอยู่บ่อยๆไม่วายที่คำพูดของตัวเองจะทำให้เขาได้รับสายตาทิ่มแทงมาจากคนข้างๆ ผมล้อเล่นน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิคุณ

คุณแจบอมจะหัวเราะก็ได้นะครับ ผมไม่โกรธหรอก พอมาคิดดูแล้วผมก็อายเหมือนกันที่ดันไปเล่าอะไรแบบนั้นให้คุณฟัง สุดท้ายแล้วมันก็แค่เรื่องบังเอิญนั่นแหละครับ เนอะ

อืม...ชายหนุ่มวางสายตาไว้ที่ใบหน้าเพื่อนบ้าน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป เรื่องที่คุณเล่ามาน่ะ จะว่าบังเอิญไหมผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

“…”

แต่ถ้าถามผมแล้ว แทนที่จะขอบคุณในสิ่งที่ตัวเองมองไม่เห็นทั้งหมดแบบนี้ ผมว่าคุณขอบคุณตัวเองดีกว่านะ

ทำไมคุณแจบอมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ ?

เพราะเหตุผลที่ทำให้ผมได้มานั่งอยู่ตรงนี้ก็คือคุณไง คำตอบทำให้คนฟังเงียบเพื่อรอฟังต่อ ผมไม่ได้คิดจะลบหลู่ความเชื่อพวกนั้นหรอก แต่ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะว่าคุณชวนผมมาที่นี่ไม่ใช่หรือ ?

มันก็ใช่ครับ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าถ้าผมชวนแล้วคุณจะต้องมาแน่นอนเสียหน่อย บางทีคุณแจบอมอาจจะปฏิเสธก็ได้นี่ครับ

แต่ตอนนี้ผมก็อยู่ที่นี่แล้วไงคนหน้าดุอมยิ้ม เรื่องที่ผมบอกว่าอยากลองมาเปิดหูเปิดตาในที่ที่มีธรรมชาติแบบนี้น่ะ ผมพูดจริง แต่มันก็เป็นแค่ส่วนหนึ่ง...

“…”

ส่วนอีกเหตุผลที่ผมตอบตกลงมาที่นี่เป็นเพราะคุณต่างหาก สำหรับคนที่ชอบนอนอยู่บ้านมากกว่าออกไปเที่ยวแบบผมแล้ว ผมว่าไปผูกเปลนอนตีพุงอยู่ริมหาดสบายกว่ากันตั้งเยอะ แต่เพราะผมไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับคุณตามลำพังเท่าไหร่ ผมก็เลยชวนคุณมาเที่ยวทั้งที่ผมก็ไม่ได้รู้จักเส้นทางหรือสถานที่เที่ยวของที่นี่สักนิด ตอนที่ชวนผมก็คิดแค่ว่าไปที่ไหนก็ได้ จะขี่รถเที่ยวรอบเมืองหรือแค่เดินเล่นที่หาดหน้าบ้านพักผมก็โอเคทั้งนั้นมือหนาค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเกลี่ยเรือนผมของคนตัวเล็กที่ปลิวไปตามแรงลมอย่างเบามือ ผมมาอยู่ตรงนี้ไม่ใช่แค่ว่าผมเบื่อและอยากเที่ยวก็เลยชวนคุณแบบส่งๆ ฉะนั้นต่อให้คุณชวนผมไปที่ไหน ผมก็จะตอบตกลงอยู่ดี เพราะผมอยากยกเวลาที่มีอยู่ตอนนี้ให้คุณ

พูดมาเสียยืดยาว สุดท้ายก็แค่จะบอกว่าผมเป็นคนชวนก็เลยยอมมาใช่ไหมล่ะครับ

ก็ใช่ แต่อันที่จริงก็มีเหตุผลอื่นอยู่เหมือนกัน

เหตุผลอะไรอีกล่ะครับ

เหตุผลที่ว่ามันก็ยังเป็นเพราะคุณอยู่ดีมือที่สนุกกับการเกลี่ยผมยุ่งๆหยุดอยู่กลางศีรษะมนขณะสบกับดวงตากลมใสของคนตรงหน้า ผมว่าสาเหตุจริงๆที่ทำให้ผมได้มาอยู่กับคุณตรงนี้เป็นเพราะว่าวันนั้นคุณบอกชอบผมต่างหาก

คุณแจบอม อย่าขุดเรื่องนั้นมาพูดสิครับ !” เด็กแว่นตัวโตโวยทั้งใบหน้าขึ้นสีที่ถูกพูดถึงเรื่องน่าอายในอดีต

จะอายทำไมล่ะคุณ ดีเสียอีกที่คุณบอกผมตรงๆ เพราะถ้าคุณไม่พูดจนป่านนี้ผมก็ยังไม่รู้หรอก ผมว่าคงไม่มีใครกล้าคิดว่าคนที่เหยียบเท้ากลางมินิมาร์ทแถมยังด่าทุกครั้งที่เจอหน้ากันจะมาชอบตัวเองหรอกจริงไหม ?

คุณแจบอมคงไม่ได้แค้นอะไรผมอยู่ใช่ไหมครับคนถูกจี้ใจดำกอดเข่าซุกหน้าลงกับแขนด้วยความอับอาย

เปล่านี่...

 

ไม่ได้แค้นอะไรหรอกน่า...

 

ก็แค่จำได้ทุกคำพูดว่าครั้งหนึ่งเคยโดนปาร์คจินยองด่าว่าอะไรบ้างก็เท่านั้นเอ๊ง !

 

 ถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่นึกถึงก็โมโหแล้วล่ะคุณ ตอนนั้นผมยังคิดเลยว่าอยู่คอนโดแบบสงบๆคนเดียวมาตั้งนาน พอมาเจอคุณชีวิตก็วุ่นวายไปหมด จากที่ไม่เคยมีเรื่องกับใครก็ต้องมาต่อปากต่อคำกับคุณแทบทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

ตกลงว่าการที่ได้เจอผมมันเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดีกันแน่ครับ จะฟังยังไงผมก็รู้สึกว่าคุณแจบอมกำลังหลอกด่าผมอยู่นะ

โอเค ผมยอมรับว่าตอนเราเจอกันครั้งแรกมันไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลยสักนิดร่างสูงขยับเข้าไปใกล้คนที่กำลังนั่งกอดอกขมวดคิ้วยุ่งจนดูคล้ายมนุษย์ก้อนสักคนเวลาถูกขัดใจในสายตาของคุณพ่อลูกเป็ด

พูดมาตามตรงเถอะครับ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะโยนคุณลงทะเลหรอก แถวนี้ไม่มีฉลาม โยนลงไปก็เท่านั้นแหละครับ

คุณก็เป็นเสียแบบนี้ไง พอผมจะพูดเรื่องจริงจังคุณก็ยังทำเป็นเล่นอีกปลายนิ้วเรียวแสร้งดีดกลางหน้าผากของคนขี้ใจน้อยที่ประชดตนอย่างไม่จริงจัง ผมพูดจริงนะ

“…”

อย่างที่ผมเคยบอกคุณไปว่าคุณเป็นคนแรกที่เป็นฝ่ายมาบอกชอบผมก่อน คุณรู้ไหม ตอนนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลย กว่าจะตัดสินใจได้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปก็โดนเพื่อนด่าเป็นชั่วโมง จนกระทั่งเราตกลงกันว่าจะลองคุยกันก่อนสถาปนิกหนุ่มวางสายตาลงบนใบหน้าที่คุ้นเคยอย่างหนักแน่น ตอนที่ผมเป็นฝ่ายเข้าหาคนอื่นก่อน ผมเคยคิดว่าการลองคุยกับใครสักคนเป็นเรื่องง่าย ขอแค่คุยกันรู้เรื่องและถูกคอเดี๋ยวก็คงชอบพอกันไปเอง

“…”

แต่พอเจอกับคุณผมถึงได้รู้ว่าการคุยกับใครสักคนโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกกับอีกฝ่ายอย่างไรมันเป็นเรื่องยาก ยากตรงที่ผมไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไง จะคุยกับคุณที่ตอนนั้นผมแทบไม่รู้จักตัวตนจริงๆได้นานแค่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าในอนาคตตัวเองจะรู้สึกแบบเดียวกันกับคุณหรือเปล่า

เฮ้อ คุณเนี่ยนะ ทีเมื่อก่อนผมพูดจนไม่รู้จะพูดยังไงคุณก็ไม่เคยเอะใจสักนิด แต่พอรู้ก็ดันมาคิดอะไรเยอะแยะไปหมด ผมรู้สึกผิดนะครับที่ทำให้คุณแจบอมลำบากใจขนาดนี้

คุณอย่าคิดแบบนั้นสิ ผมไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องน่าลำบากใจอะไรสักหน่อยคุณพ่อสถาปนิกระบายยิ้ม แต่ที่ผมต้องคิด เพราะมันคือความรู้สึกของคุณทั้งคน ต่อให้ผมจะชอบ ไม่ชอบ หรือว่าเกลียดคุณแค่ไหน ผมก็ไม่มีสิทธิ์ทำลายความรู้สึกของคุณอยู่ดี

...

ตอนที่เริ่มทำความรู้จักกันใหม่ๆผมเคยคิดว่าคุณกับผมนิสัยใจคอคล้ายกัน ผมก็เลยคิดเอาเองว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้คุยกันง่ายขึ้น แต่พอทำความรู้จักกับคุณมากขึ้นเรื่อยๆ ผมถึงได้รู้ว่าเราสองคนยังมีอะไรที่แตกต่างกันตั้งหลายอย่าง แต่ก็แปลกดีเหมือนกัน แทนที่มันจะเป็นกำแพงที่ทำให้ผมเข้าหาคุณยากขึ้น ผมกลับรู้สึกว่าความแตกต่างพวกนั้นทำให้ช่องว่างระหว่างผมกับคุณลดลง...

“…”

จนได้มานั่งอยู่ข้างๆคุณตอนนี้ไง

อืม... เจ้าบ้านแก้มกลมส่งเสียงงึมงำพลางพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกมา ไหนๆคุณก็พูดมาขนาดนี้แล้ว งั้นผมขอพูดอะไรบ้างได้ไหมครับ

ฮื่อ ว่ามาสิ

คุณแจบอม...

“…”

ขอบคุณที่วันนั้นคุณไม่ปฏิเสธเพื่อนบ้านนิสัยไม่ดีคนนี้นะครับ เหตุผลที่ทำให้คุณมาอยู่กับผมตรงนี้มันไม่ได้เป็นเพราะผมหรอกครับ เพราะถ้าคุณปฏิเสธผมในตอนนั้น เราคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะทำความรู้จักกัน ขอบคุณจริงๆนะครับ

หืมชายหนุ่มแสร้งเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่ทำให้ตนรู้สึกหายใจลำบากแทน ถ้าจะอ้อนให้ผมเลี้ยงข้าวล่ะก็ มุกนี้ไม่ผ่านนะคุณ

มาพูดว่าผมชอบทำเป็นเล่น คุณแจบอมก็ไม่ต่างกันหรอกครับคนตัวเล็กเบะปาก

หึ... ถ้างั้นผมขอบคุณตัวเองบ้างดีกว่าคุณพ่อร่างสูงเปลี่ยนท่านั่งเป็นเหยียดขาไปด้านหน้าเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย

ครับ ? ขอบคุณตัวเอง ?

อือฮึพยักหน้าหน้าตาย ขอบคุณที่ตัวเองไม่ปฏิเสธคุณน่ะ

หมายความว่ายังไงครับ ?

มีอยู่หนึ่งเรื่องที่ผมยังไม่เคยบอกคุณ ว่านอกจากคนในครอบครัวแล้ว ผมไม่เคยให้สัญญากับใครด้วยคำว่า ตลอดไป จนถึงตอนนี้ผมก็จะไม่สัญญากับคุณด้วยคำนี้เหมือนกัน

“…”

สำหรับผมแล้ว การรักษาสัญญากับใครสักคนเป็นเรื่องยาก แต่การทำให้คำว่าตลอดไปเป็นจริงมันยากกว่า มันอาจจะฟังดูแย่ถ้าผมไม่ขอสัญญาว่าจะอยู่ข้างๆคุณตลอดไปคนตัวสูงวางมือลงบนส่วนเดียวกันของคนข้างๆที่อยู่ใกล้กัน แต่ผมอยากให้คุณจำคำพูดคำหนึ่งที่คุณเคยพูดกับผมเอาไว้แทน

“…”

 

ผมไม่รู้หรอกครับว่าวันข้างหน้ามันจะเป็นยังไง บางที ผมกับคุณอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนกับในตอนนี้…’

 

ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น อาจจะมีบางเหตุผลที่ทำให้ระหว่างคุณกับผมไม่ได้เป็นเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

แต่ผมดีใจที่ได้คุยกับคุณนะ ต่อให้วันข้างหน้ามันจะไม่ได้เป็นเหมือนที่ผมคาดหวังเอาไว้

 

แต่ผมดีใจที่ได้รู้จักกับคุณนะ อย่างน้อยๆคุณก็ทำให้ผมรู้ว่าการเริ่มต้นจากศูนย์กับใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องแย่แม้ว่าตอนแรกมันจะยากไปสักหน่อย แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมอยากขอบคุณตัวเองที่ไม่ปฏิเสธคุณในวันนั้น

 

‘…ผมก็จะไม่เสียใจเลยที่ครั้งหนึ่งเราได้คุยกันแบบนี้

 

ฉะนั้น ไม่ว่าในอนาคตจะเป็นยังไง ผมก็จะไม่เสียใจและไม่เสียดายเวลาที่ได้รู้จักกับคุณแม้แต่นิดเดียว

 

แม้จะเป็นคำพูดที่ฟังดูราบเรียบเพราะน้ำเสียงทุ้มต่ำไร้ซึ่งการแสดงความรู้สึก หากแต่สายตาหนักแน่นที่ส่งไปหาคนฟังทำให้บรรยากาศทุกอย่างตกอยู่ภายใต้ความเงียบราวกับกำลังใช้สายตาสื่อสารกันแทนคำพูด  จนกระทั่งชายหนุ่มหนึ่งในสองคนค่อยๆเบือนหน้าหลบสายตาในที่สุด

 

ดัดแปลงคำพูดของผมมาแบบนี้ สงสัยต้องให้จ่ายค่าลิขสิทธิ์สักหน่อยแล้ว ว่าไหมครับ ?แม้จะทำทีพูดติดตลก แต่พวงแก้มอมชมพูกับสายตาที่หลุบลงมองต่ำก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายกำลังกลบเกลื่อนอาการเขินอายของตัวเองอยู่

มุกนี้ก็ไม่ผ่านเหมือนกัน วันนี้โควตาค่าขนมของผมสำหรับคุณหมดแล้ว ไว้รอไอ้แว่นเลี้ยงตอนเย็นก็แล้วกันพูดและทำทีพลิกกระเป๋าสตางค์ที่แสนจะเบาหวิวให้อีกคนดู

ได้ยินแบบนี้แล้วเสียใจจังเลย ผมดูเป็นคนเห็นแก่กินในสายตาคุณแจบอมขนาดนั้นเชียวหรือครับ

ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยสักคำ ดีเสียอีกที่ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้เวลาจะพาคุณไปกินอะไร

“…” รอยยิ้มมุมปากของคนตัวสูงทำให้ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างไม่ไว้วางใจ

แบบนี้ค่อยน่าเลี้ยงหน่อย

พ... พูดอะไรน่ะครับ !?!”

ผมหมายถึงเลี้ยงข้าว...ชายหนุ่มสวนกลับหน้าตาเฉย ต่างจากคนฟังประโยคก่อนหน้านี้ที่หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างหัวเสียเพราะถูกแกล้งด้วยวาจากำกวมอีกตามเคย คิดอะไรแปลกๆอีกแล้วล่ะสิ

คุณแจบอมก็อย่าพูดอะไรกำกวมนักสิครับ เห็นผมตกใจเวลาตัวเองพูดจาสองแง่สองง่ามแบบนี้สนุกมากหรือไงครับ ?

ผมว่าคุณต่างหากที่คิดอะไรไม่น่าไว้ใจ หน้าแดงหูแดงเหมือนเมื่อตอนบ่ายเลย สงสัยว่าจะคิ...

คุณแจบอม !” คนถูกแกล้งโวย ถามจริงๆเถอะครับ รู้สึกว่าพักหลังมานี้คุณจะแกล้งผมถี่เหลือเกินนะ ถ้าไม่ได้แกล้งจะนอนไม่หลับหรือไงครับ

อย่าใส่ร้ายกันสิคุณคุณพ่อสถาปนิกลอยหน้าลอยตาตอบ

...ทว่า ไม่มีประโยคคำพูดตอบกลับจากนักศึกษาเพื่อนบ้าน มีเพียงริมฝีปากล่างที่ถูก­ฟันบนขบเม้มบ่งบอกถึงความลังเลของเจ้าตัว

อา...และความเงียบที่เข้ามาอย่างกะทันหันก็ทำให้คนช่างแกล้งก่อนหน้านี้เริ่มวิตกกังวลตามไปด้วย คุณ... โกรธผมหรือเปล่า ?”

ป... เปล่าหรอกครับก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆยืนยันคำตอบ คุณแจบอมยังจำได้ไหมครับ เมื่อตอนบ่ายที่ผมพูดว่ามีบางอย่างอยากจะถามคุณ

 

คุณมีอะไรอยากจะถามผมหรือเปล่า ?

ผมแสดงออกชัดไปหรือครับ

‘…’

จริงๆก็มีเรื่องที่สงสัยนิดหน่อยน่ะครับ แต่ผมขอลองหาคำตอบด้วยตัวเองดูก่อนดีกว่า

 

ผมจำได้ คุณอยากถามเรื่องอะไรล่ะ

สัญญาได้ไหมครับว่าถ้าผมถามแล้วคุณแจบอมจะไม่โกรธผม

ไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้ผมโมโหคุณเท่าตอนที่ถูกเหยียบเท้าในมินิมาร์ทคราวนั้นแล้วล่ะคุณพ่อแก๊งก้อนตอบติดตลกเพื่อรักษาบรรยากาศ โอกาสที่จะได้เปิดใจคุยกันสองคนแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะ ถ้าคุณมีอะไรที่ติดค้างอยู่ในใจก็พูดออกมาเถอะ

ก็ไม่เชิงว่าเป็นเรื่องที่ผมรู้สึกค้างคาใจหรอกครับ ผมก็แค่สงสัย...คนถามเว้นช่วงอย่างชั่งใจ ว่าทำไมคนที่เคยออกเดทมาหลายครั้งอย่างคุณแจบอมถึงเลือกที่จะ ซ้อมเดทกับผมก่อนหรือครับ

งั้นก่อนที่ผมจะตอบ ผมขอถามอะไรคุณก่อนได้ไหม เจ้าของคำถามก่อนหน้านี้พยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ ผมทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเพราะคำนั้นหรือเปล่า ?

ผมไม่ได้รู้สึกแย่หรอกครับคนตัวเล็กตอบทันที

คุณห้ามโกหกผมนะ

ผมพูดจริงครับเจ้าของคำตอบยิ้มบางๆ ผมไม่ใช่คนที่จะมางอแงเพราะเรื่องนี้แค่นี้หรอกครับ ก็แค่อยากรู้ว่าเพราะอะไรคุณแจบอมถึงอยากจะซ้อมเดททั้งที่เมื่อก่อนคุณก็เคยออกเดทมาแล้วก็เท่านั้นเอง

ก็เห็นเมื่อก่อนคุณชอบบ่นว่านกอยู่บ่อยๆ เผื่อว่าคุณจะไม่มีประสบการณ์ออกเดทมาก่อนก็เลยชวนมาซ้อมน่ะสิคำตอบยียวนทำให้คุณพ่อขี้แกล้งถูกมองค้อนไปตามระเบียบ

นั่นสิ สงสัยว่าผมคงจะต้องหาประสบการณ์เดทจริงๆดูสักครั้งแล้วล่ะ โชคดีจังที่ผมบังเอิญจำไอดีไลน์ผู้หญิงคนหนึ่งที่ให้นามบัตรตัวเองได้ ไว้ผมจะลองส่งข้อความไปชวนเธอดูก็แล้วกัน เป็นวิธีที่น่าสนใจดีนะครับว่าไหม ก่อนจะเอ่ยคำตอบด้วยสีหน้าเป็นต่อชวนให้คนฟังควันออกหูจนตวัดตามองขึ้นมาบ้าง

รับรองว่าล้อรถมอเตอร์ไซค์ของคุณจะไม่เหลือลมยางให้คุณชวนใครไปไหนแน่ๆ

ไม่เป็นไรหรอกครับ เธอบอกว่ามาจากโซล เวลาอยู่โซลผมใช้รถเก๋งอยู่แล้ว ผมไม่ปล่อยให้คู่เดทนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ตากลมหรอกครับ

แต่ใครก็ไม่รู้ที่เป็นคนชวนผมมาซ้อนมอเตอร์ไซค์เองแบบนี้ เลือกปฏิบัติจังเลยนะคุณพ่อสถาปนิกสวนกลับ

 

ก็ลองชวนดูสิ...

 

พ่อจะส่งลูกสมุนตัวอ้วนๆทั้งห้าคนไปถล่มห้องให้เละเป็นจุลเลย !

 

แน่นอนครับเด็กแว่นตัวแสบยักไหล่ เพราะปกติผมไม่ชอบให้ใครซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หรอกครับ

เหรอคำตอบที่แสนจะเย็นชาทำให้คนหน้าดุในยามปกติเบือนหน้าหนี ช่วยไม่ได้ งั้นขากลับผมหารถกลั...แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อทบทวนคำพูดของอีกคนอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก่อนจะหันขวับกลับมาและพบว่าเจ้าของคำพูดก่อนหน้านี้กำลังมองตนอยู่ก่อนแล้ว

 

อา... ให้ตายเถอะ

 

มาด้วยกันแท้ๆแต่จะทิ้งให้ผมกลับคนเดียวแบบนี้ ใจร้ายจังเลยนะครับ คนพูดตัดพ้อทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม ลูกชายกับเพื่อนหนีเที่ยวหน่อยเดียวก็กลายเป็นคุณพ่อขี้น้อยใจไปแล้วหรือไงครับหนำซ้ำยังใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนแก้มของคนหน้าดุขี้ใจน้อยอย่างนึกเอ็นดู

เล่นแรงขนาดนี้ไม่กลัวว่าผมจะโกรธจนพลั้งมือต่อยคุณหรือไง ?

ผมพูดขนาดนี้แล้ว ถ้าคุณยังจะต่อยผมอีกก็คงเป็นคนที่ใจร้ายที่สุดในโลกคนหนึ่งเลยล่ะครับ

เหอะ...แจบอมแค่นหัวเราะออกมาหลังเสียทีอีกฝ่ายเข้าเต็มเปา และเป็นอีกครั้งที่อดใจไม่ไหวที่จะออกแรงดึงแก้มกลมๆของคนตรงหน้าด้วยความหมั่นไส้ที่มีมากขึ้นทุกขณะ อีกทั้งยังตำหนิตัวเองอยู่ในใจไปพร้อมๆกัน

 

ทั้งที่เมื่อก่อนแค่คู่เดทพูดถึงคนอื่นก็ตีกันจะเป็นจะตาย แถมยังหวิดฟาดปากกับเพื่อนที่ชอบยุ่มย่ามกับใบหน้าของตัวเองมาหลายรอบ แต่กลับโกรธอดีตไม้เบื่อไม้เมาของตัวเองไม่ลงแบบนี้...

 

 ไอ้คนที่เลือกปฏิบัติจริงๆคงจะเป็นเขามากกว่ากระมัง

 

พอเลยครับ ทุกวันนี้คุณเห็นหน้าผมเป็นอะไรกันแน่เนี่ย ผมไม่ใช่ลูกคุณนะ คนถูกแกล้งบ่นอุบพลางกุมแก้มหลังถูกคนฉวยโอกาสรังแกมาหมาดๆ บอกผมได้ไหมครับ เหตุผลจริงๆของคุณน่ะ

หมายถึง... เรื่องซ้อมเดท ?

ครับ

ความจริงแล้วผมไม่ได้วางแผนอะไรไว้หรอก เหตุผลที่ใช้คำว่าซ้อมเดทก็คิดแค่ว่าเป็นครั้งแรกที่ผมอยู่กับคุณตามลำพังสองคน ไม่มีพวกเด็กๆหรือเพื่อนอยู่ด้วยเหมือนทุกที ผมก็เลยรู้สึก... อา... เขินๆแล้วก็กังวลนิดหน่อยตอบด้วยสีหน้าติดกังวลปนประหม่าเล็กน้อยอีกอย่าง ให้เรียกว่าเดทจริงๆมันก็กระไรอยู่เพราะไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรสักอย่าง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณจะโอเคไหมที่จู่ๆผมก็ชวนออกมาเที่ยว

...

ถ้าถามผม... ถึงที่ผ่านมาผมจะไม่เคยซ้อมเดทมาก่อน แต่ผมว่าแบบนี้ก็โอเคเหมือนกัน อย่างน้อยผมก็ได้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับคุณ

อะไรล่ะครับ ข้อมูลที่ว่าน่ะ

อืม...คุณพ่อแก๊งก้อนลากเสียงยาวพลางครุ่นคิด คุณเป็นคนเรียบง่ายกว่าที่ผมคิดเอาไว้ ดูจากตอนที่พาผมไปกินข้าวแล้ว ผมคิดว่าเราไม่น่าจะมีปัญหากันเพราะเรื่องนี้แน่นอน

ก็แค่กินข้าวเองนี่ครับ ปกติผมก็ไปกินข้าวที่ร้านใต้คอนโดกับพวกคุณเกือบทุกวันอยู่แล้ว ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรนี่ครับ

มันไม่เหมือนกันเสียหน่อยนี่คุณชายหนุ่มค้าน ความจริงแล้วเวลาผมไปเดททีไร ไม่มีครั้งไหนที่ผมจะไม่มีปัญหากับคู่เดทของตัวเองเลย แล้วปัญหาส่วนใหญ่ก็เริ่มต้นมาจากเรื่องกินแทบทั้งนั้น

ยังไงหรือครับ ?

ผมว่าคุณที่มีเพื่อนเป็นผู้หญิงก็น่าจะเข้าใจปัญหาของคำว่า อะไรก็ได้ นะ สถาปนิกหนุ่มพูดทั้งสีหน้าซังกะตายเมื่อความทรงจำอันแสนขมขื่นเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง

 

จะเที่ยงแล้ว กินอะไรดี

เรากินได้หมดแหละ เธอเลือกเลย

เราก็กินได้หมดทุกอย่างเหมือนกัน งั้นให้แจบอมเลือกดีกว่า

เอางั้นเหรอ ?

อื้ม

งั้นกินอาหารญี่ปุ่นชั้นบนไหมล่ะ มีเมนูให้เลือกเยอะดี ไม่ค่อยแพงด้วย

ไม่เอาอ่ะ อาทิตย์ที่แล้วเพื่อนเราเพิ่งไปกินมา มันบอกว่า ให้น้อยด้วย พนักงานบริการไม่ค่อยดีด้วย

แล้วปิ้งย่างที่ชั้นใต้ดินล่ะ ?

จะบ้าเหรอ เมื่อเช้าก็เพิ่งบอกไปนี่ว่าเมื่อวานเราไปสระผมที่ร้านมา เดี๋ยวผมมีกลิ่น

อา... ถ้างั้นกินสเต็กหน้าโรงหนังไหม เห็นเพื่อนบอกว่าอร่อยดี

สาขาที่นี่ไม่มีสลัดบาร์อ่ะ ไม่คุ้มหรอก

งั้นก็เหลือฟู้ดคอร์ทของห้างไม่ก็พวกฟาสต์ฟู้ดอย่างเบอร์เกอร์กับไก่ทอด เธอโอเคไหมล่ะ ?

นี่ มีผู้ชายที่ไหนเขาชวนผู้หญิงเข้าร้านฟาสต์ฟู้ดกันยะ เราไม่ได้ตื่นมาแต่งหน้าแต่เช้าเพื่อมานั่งแทะไก่ทอดหรือกินจนปากเลอะซอสให้เธอดูหรอกนะ

ไม่เป็นไร เราไม่ถือหรอก

ขอผ่านย่ะ จะบ้าหรือไง ใครจะอยากให้แฟนมาเห็นตอนตัวเองกินในสภาพน่าเกลียดกันล่ะ

ไอ้นั่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา งั้นเธอก็เลือกมาเลยว่าจะกินอะไร เที่ยงกว่าแล้ว เดี๋ยวไปดูหนังไม่ทันหรอก

อะไรก็ได้ เรากินได้หมดแหละ

 

แล้วไอ้ที่บ่นๆมามันคืออะไรล่ะโว้ย !?!

 

กว่าจะตกลงกันได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมง แถมยังไปจบที่ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกเพราะไม่รู้ว่าจะกินอะไร แต่หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างหัวเสียจนพากันกร่อยทั้งคู่ แล้วก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่ผมเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย ถ้าไม่ขัดใจกันเรื่องกินก็เป็นเรื่องเลือกหนังหรือสถานที่ที่จะไปกันอยู่ดี เรียกได้ว่ากร่อยแทบทุกครั้ง ผมถึงได้คิดว่าการซ้อมเดทแบบนี้ก็เข้าท่าดี อย่างน้อยผมก็จะได้รู้ว่าคุณชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ไลฟ์สไตล์เป็นยังไง มาเที่ยวด้วยกันสองคนแบบนี้จะโอเคไหม คำตอบที่ผมพอจะตอบคำถามคุณได้ก็คงเป็นทำนองนี้แหละ

รู้สึกเหมือนกำลังฟังเรื่องของเพื่อนตัวเองอยู่เลยครับ เวลาไปเที่ยวกับเวนดี้กับเซจองทีไรผมก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆกันตลอดคนฟังอมยิ้ม แต่ผมก็พอจะเข้าใจเรื่องที่เธอไม่อยากทานฟาสต์ฟู้ดต่อหน้าคุณนะ ถึงคุณแจบอมจะไม่ถือก็จริง แต่ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากให้แฟนมาเห็นอีกมุมที่พวกเธอกังวลหรอกครับ

ผมไม่ได้สนใจเรื่องนั้นจริงๆ ผมเห็นน้องสาวกินมาสารพัดรูปแบบเป็นสิบปี แม้แต่กำลังแทะไก่ตอนที่ใส่ชุดนอนแถมยังขี้ตากรังผมก็เคยเห็นมาแล้ว คงไม่มีอะไรน่าเกลียดไปกว่านี้แล้วล่ะ

มันไม่เหมือนกันหรอกครับ เวลาอยู่บ้านเราจะทำอะไรก็ได้ แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวก็ต้องใส่ใจเรื่องพวกนี้พอสมควรนะครับ

ก็จริงของคุณคุณพ่อร่างสูงพยักหน้าเห็นด้วย แต่ปัญหาจริงๆคือคำว่าอะไรก็ได้ต่างหาก เพราะงั้นเวลาอยู่กับผมคุณไม่ต้องเกรงใจหรอก อยากกินอะไร อยากไปที่ไหนก็บอกมาได้เลย ถ้าผมไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยผมจะค้านเอง

แบบนี้ก็ไม่แฟร์กับคุณแจบอมน่ะสิ ไปเที่ยวด้วยกันก็ต้องช่วยกันออกความคิดเห็นสิครับ คุณแจบอมจะตามใจผมฝ่ายเดียวไม่ได้นะ

ปกติเวลาไปเดทก็จะไปดูหนังที่ห้าง ซึ่งพออยู่ในห้างถ้านอกจากไปร้านหนังสือหรือร้านกาแฟแล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร ผมก็เลยไม่รู้ว่าจะเสนออะไรดี ที่ผ่านๆมาผมก็ไม่เคยพาคู่เดทของตัวเองไปที่อื่นด้วยเพราะข้อจำกัดเรื่องการเดินทางกับเวลา เพราะงั้นผมไม่ค่อยมีไอเดียอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก

เมื่อวานนี้คุณแจบอมบอกว่าจะเลี้ยงหนังผม ก็แปลว่าคุณแจบอมจะต้องพาผมไปห้างเหมือนกันคนตัวเล็กมองหน้าคุณพ่อลูกเป็ดครู่หนึ่ง นอกจากดูการ์ตูนแล้ว คุณแจบอมชอบเล่นเกมไหมครับ ?

ฮื่อ ถ้าไม่ใช่เกมน่ารักกุ๊กกิ๊กของผู้หญิงผมก็เล่นได้หมด

งั้นนอกจากจะไปดูหนังแล้ว เราไปเล่นเกมเซนเตอร์ที่ห้างด้วยกันดีไหมครับ ?ก่อนจะเสนอความคิดของตัวเองออกมา

จะดีหรือคุณคนฟังถามกลับอย่างไม่เข้าใจ เอาน่าคุณ ผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยอะไรหรอก ไม่เห็นจะต้องยอมทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเพื่อผมเลย แค่ไปกินข้าวด้วยกัน ไปเดินเที่ยวด้วยกันผมก็โอเคแล้ว

รู้ได้ยังไงครับว่าผมไม่ชอบคนชวนเลิกคิ้ว ปกติผมไม่เล่นเกมหรอกครับ แต่ถ้าเป็นพวกเกมยิงปืนในเกมเซนเตอร์ผมชอบมากเลยนะ

ผมไม่เชื่อหรอก คนเรียบร้อยอย่างคุณเนี่ยนะ ?”

 

อย่าหาว่าเขาสบประมาทปาร์คจินยองเลย...

 

แต่หน้าตาเด็กเนิร์ดแบบนี้มองยังไงก็ไม่น่าจะเป็นพวกถือปืนกราดยิงศัตรูในเกมกลางห้างแน่ๆ

 

ผมพูดจริงนะครับ ถ้าคุณแจบอมไม่เชื่อลองไปถามเวนดี้หรือเซจองก็ได้ สมัยเรียนเวลารอพวกเธอช็อปปิ้งผมไปเล่นแก้เบื่อบ่อยจะตายไป เอ่อ... ถึงจะโดนศัตรูปาระเบิดใส่จนเกมโอเวอร์เร็วก็เถอะครับเล่าจบก็ทำทีกระแอมแก้เขิน ผมว่าคุณแจบอมน่าจะชอบอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว ส่วนผมก็รู้สึกสนุกเหมือนกันแม้ว่าจะเล่นไม่เก่ง แต่อย่างน้อยเราก็จะได้สนุกไปด้วยกัน ดีไหมครับ ?

เอาแบบนั้นก็ได้ แต่ถ้าคุณแพ้ห้ามมาโวยวายผมนะ

ถึงผมจะเล่นไม่เก่งแต่ผมจะไม่ยอมให้คุณแจบอมชนะง่ายๆหรอกครับคนหน้าดุแสร้งเบะปากพยักหน้าฟังเด็กขี้โม้ข้างๆพูดถ้างั้นผมขอถามอะไรอีกสักข้อได้ไหมครับ

ว่ามาสิ

เมื่อคืนนี้ตอนที่โทรคุยกัน ทำไมถึงเรียกชื่อผมหรือครับ ?

เอ่อ...

 

ผมแค่จะโทรมาบอกว่า...

‘…’

ฝันดีนะ จินยอง

 

คือ... อ่า...

“…”

 

เป็นเวลาเกือบหนึ่งนาทีที่มีแต่เสียงครางฮือของ­ชายหนุ่มซึ่งพยายามคิดหาคำตอบและความเงียบของเจ้าของคำถามที่รอฟังคำตอบอย่างใจเย็น

 

ผมขอถามคุณอีกครั้งได้ไหม ทำไมคุณถึงถามคำถามนี้ ?

เพราะก่อนหน้านั้นคุณแจบอมบอกว่ารู้สึกไม่ค่อยชินถ้าจะเปลี่ยนคำเรียกชื่อ ผมก็เลยอยากรู้ว่าทำไมคุณแจบอมถึง...

ถ้าให้ตอบตามความจริงแบบไม่ปิดบัง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรคุณพ่อสถาปนิกตอบทั้งที่อีกคนยังพูดไม่จบประโยคดี หากแต่คำตอบของเขากลับทำให้คนฟังหน้าเจื่อนลงถนัดตา อันที่จริงเมื่อคืนนี้ผมแค่จะโทรไปบอกฝันดีก็เท่านั้นเอง

...

แต่ที่ผมเรียกชื่อคุณแบบนั้น...สายตาที่แอบชำเลืองมองคนด้านข้างในตอนแรกด้วยความรู้สึกผิดเปลี่ยนไปมองอีกทางหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ คงเป็นเพราะว่าผมชอบความรู้สึกตอนที่คุณเรียกผมว่า พี่ล่ะมั้ง

ค... ครับ ? สีหน้าเจื่อนของคนฟังในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีหน้าฉงนราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง

ผมเคยคุยกับคนที่อายุน้อยกว่ามาก็หลายคน ปกติก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเวลามีคนเรียกว่าพี่เพราะส่วนใหญ่ก็เรียกแบบนี้ตั้งแต่รู้จักกันใหม่ๆแล้ว แต่พอเป็นคุณที่ไม่ได้เรียกแบบนี้กันมาตั้งแต่แรก ความรู้สึกตอนที่ได้ยินก็เลยไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา

“…”

คำถามของคุณทำให้ผมนึกถึงคำพูดของน้องสาวที่ว่า ผู้ชายมักเริ่มต้นจากร้อย ในขณะที่ผู้หญิงเริ่มต้นจากศูนย์ ขึ้นมาเลยใบหน้าของน้องสาวตัวดีเริ่มปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิดของสถาปนิกหนุ่มตอนที่ได้ยินครั้งแรกผมก็ไม่เข้าใจหรอก แต่พอกลับมาทบทวนประโยคนี้อีกทีตอนที่อายุมากขึ้น ผมว่ามันอธิบายตัวผมทั้งในอดีตแล้วก็ตอนนี้ได้ชัดเจนพอสมควรเลย

ยังไงหรือครับ ?

คุณเคยได้ยินคำว่า เป้าหมายมีไว้พุ่งชน ไหม ?

ฟังดูน่ากลัวพิลึกจังเลยนะครับนักศึกษาเพื่อนบ้านส่ายศีรษะเบาๆ

ผมว่าคุณคงไม่เชื่อแน่ๆถ้าผมเล่าว่าสมัยก่อนเวลาผมชอบใครสักคนผมจะบุกเข้าไปทำความรู้จักตรงๆชนิดที่ว่าจะนกหรือไม่นกก็วัดกันตรงนั้นไปเลย มันเหมือนกับคำพูดที่ว่าผู้ชายเริ่มต้นจากร้อย เพราะผมเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ชอบมากๆและอยากทำความรู้จักโดยไม่ได้สนใจว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง พูดแบบให้เห็นภาพก็คือเดินหน้าจีบสถานเดียว

“…”

แต่พอลองคุยกัน ลองทำความรู้จักกันแล้ว กับบางคนผมก็โอเค แต่กับบางคนก็มีหลายๆอย่างที่ทำให้ผมเกิดความคิดที่ว่ามันยากที่เราจะคุยกันต่อในระยะยาว ซึ่งพอมีความคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้ผมเลือกที่จะถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว แต่ในขณะเดียวกันเธอคนนั้นก็จะเป็นฝ่ายก้าวเข้ามาหาผมหนึ่งก้าวเหมือนกัน มันอาจจะฟังดูแย่ไปหน่อย แต่ในตอนนั้นผมเข้าหาเธอพร้อมกับความคาดหวัง พอมีอะไรหลายๆอย่างแตกต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ ความรู้สึกที่มีในตอนแรกมันจึงค่อยๆลดลง ในขณะที่เธอค่อยๆเรียนรู้ตัวตนของผมโดยที่ไม่ได้คาดหวังอะไร เธอจึงไม่ได้รู้สึกว่าผมเลวร้ายอะไรและคิดว่าการคุยกับผมมันไม่ได้แย่ก็เลยค่อยๆเปิดใจให้ผมและคาดหวังที่จะเดินไปช้าๆแต่มั่นคง เหมือนคำพูดที่ว่าผู้หญิงมักเริ่มต้นจากศูนย์

“…”

แต่เพราะคุณเป็นคนแรกที่ทำให้ผมกลายเป็นฝ่ายเริ่มต้นจากศูนย์กับใครสักคน ไอ้ความรู้สึกแบบเดิมๆอย่างการเข้าหาหรือเดินหน้าจีบแบบดับเครื่องชนจึงกลายเป็นสิ่งที่ผมไม่เคยนึกถึงเพราะผมอยากค่อยๆทำความรู้จักตัวตนของคุณมือหนาเอื้อมไปเกลี่ยละอองเกสรที่ปลิวมาตามแรงลมบนศีรษะอีกคน ตอนนี้ผมถึงได้เข้าใจว่าการที่ความรู้สึกเพิ่มขึ้นทีละน้อยหลังจากที่ได้รู้จักคุณมากขึ้นเรื่อยๆมันเป็นยังไง

“…”

ผมจะเล่าอะไรบางอย่างให้ฟัง แต่ถ้าผมเล่าแล้วคุณห้ามหัวเราะนะเพื่อนบ้านนักศึกษาพยักหน้าอีกครั้งแทนคำตอบ ถึงพวกเพื่อนๆจะชอบล้อว่าผมชอบทำตัวเหมือนคนตายด้านก็เถอะ แต่เวลาเจอคนที่ตัวเองชอบหรือสนใจผมก็ใจเต้นเหมือนคนปกติทั่วไปนั่นแหละ

ก็ไม่เห็นจะน่าขำตรงไหนเลยนี่ครับ

คุณเป็นคนส่วนน้อยเลยนะที่ไม่ล้อผม สมัยก่อนตอนที่พูดประโยคนี้กับพวกไอ้แว่นมันขำกันจะเป็นจะตาย

 

ตู้วหูว ~ ไม่ยักกะรู้ว่าน้องเสาหินหงุมหงิมคุงจะมีโมเมนท์ใจเต้นตอนเจอสาวด้วยว่ะ ควิโยมี่สุดๆ ฮ่าๆ

 

เพื่อนใครก็ไม่รู้... เลวไม่เผื่อแผ่สังคมเลยโว้ย !

 

เมื่อก่อนผมเคยมีความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ก็แค่ช่วงแรกๆก่อนที่จะได้รู้จักหรือเพิ่งเริ่มทำความรู้จักเท่านั้น คุณอาจจะมองว่าผมเป็นคนนิสัยไม่ดีก็ได้ แต่อย่างที่บอกไปว่าพอคุยกันไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกว่ายังมีอะไรหลายๆอย่างที่ผมยังปรับเข้าหาเธอไม่ได้ ความรู้สึกพวกนั้นมันก็พลอยลดลงไปด้วย

“…”

แต่กับคุณที่เมื่อก่อนเวลาเจอหน้าแล้วรู้สึกโมโหตงิดๆทุกที พอได้มารู้จักกันจริงๆแบบนี้... อ่า...ประโยคของคุณพ่อร่างสูงถูกหยุดเอาไว้พร้อมกับเสียงพ่นลมหายใจเพราะความประหม่าที่เริ่มเกิดขึ้นทีละน้อย ความรู้สึกพวกนั้นมันก็... กลับมาด้วยเหมือนกัน

“…”

ผมยอมรับว่าเมื่อคืนนี้ตอนที่คุณเรียกผมแบบนั้นผมรู้สึกเขินนิดหน่อยเพราะไม่มีใครเรียกผมแบบนี้มานานแล้ว แถมคนที่เรียกก็เป็นคุณที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนอีก เพราะงั้นถึงจะพูดว่าไม่ชิน…”

“…”

แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธว่าชอบเหมือนกัน

ค... ใครถามคุณแบบนั้นครับเจ้าของคำถามในตอนแรกเปลี่ยนมานั่งกอดเข่าหลบสายตาเจ้าของรอยยิ้มมุมปากที่มองตนอยู่

อ้าว ก็คุณไง ที่ผมพูดมาทั้งหมดก็เพราะคุณถามผมไม่ใช่หรือไง

ผมไม่ได้ถามคุณแจบอมสักคำว่าชอบหรือไม่ชอบอีกคนเฉไฉและต่อจากนี้ไปผมจะไม่เรียกคุณแจบอมแบบนั้นอีกแล้วล่ะครับ

ทำไมล่ะคุณ

ผมไม่อยากให้คุณแจบอมได้ยินจนชินน่ะครับคนตัวเล็กก้มหน้าตอบอย่างแผ่วเบา เพราะถ้าคุณชินแล้ว ต่อไปก็คงจะรู้สึกเฉยๆใช่ไหมล่ะครับ

“…”

เพราะฉะนั้นเก็บไว้เรียกนานๆครั้งให้คุณแจบอมรู้สึกดีไปนานๆดีกว่า

 

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาปิดมิดเป็นเส้นตรงอย่างน่าเอ็นดู ส่งผลให้คนฟังนิ่งไปชั่วขณะแล้วจึงหันหลบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หากแต่ใบหน้าเรียบเฉยค่อนไปทางดุกลับสวนทางกับอาการเห่อร้อนบนแก้มและใจที่เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะโดยสิ้นเชิง

 

รอพวกเจ้าเปี๊ยกกลับจากเกาะก่อนเถอะ พ่อจะจับมัดแล้วขยำเป็นก้อนพร้อมกันให้หมดเลย !

 

ห้าโมงกว่าแล้ว เรากลับที่พักกันดีไหมครับ ผมว่าเด็กๆกับเพื่อนคุณน่าจะกลับมากันแล้ว อีกอย่างเมื่อคืนนี้คุณแจบอมก็เป็นหวัดด้วย นั่งตากลมนานๆเดี๋ยวหวัดจะกำเริบเอานะครับ

ฮื่อ กลับเลยก็ได้

 

หลังจากใช้เวลาอยู่ที่จุดชมวิวของยงกุงซามาเกือบสองชั่วโมง การท่องเที่ยวอันแสนสั้นของสถาปนิกหนุ่มจากโซลซึ่งมีไกด์นำเที่ยวเป็นเพื่อนบ้านซึ่งเป็นเจ้าถิ่นก็ยุติลง และอีกสิบนาทีต่อมาทั้งสองคนก็เดินทางออกจากสถานที่ท่องเที่ยงดังกล่าวพร้อมกับชัยชนะของคุณพ่อลูกเป็ดและใบหน้ายุ่งๆของเจ้าบ้านที่กลายมาเป็นฝ่ายซ้อนมอเตอร์ไซค์

 

เพราะเรื่องมันมีอยู่ว่า...

 

จริงสิ ผมว่าจะบอกคุณตั้งแต่ตอนที่อยู่บนจุดชมวิวแล้ว

เรื่องอะไรหรือครับ ?

ไหนๆตอนขามาคุณเป็นฝ่ายขับรถแล้ว ขากลับผมขอเป็นคนขับบ้างก็แล้วกัน ตกลงไหม ?

ไม่เป็นไรหรอกครับ ที่พักของคุณแจบอมกับที่นี่ห่างกันนิดเดียวเอง อีกอย่าง จะให้คุณนักท่องเที่ยวมาขับรถได้ยังไงกันล่ะครับ

เอาน่า ตอนขามาผมดูเส้นทางไว้หมดแล้ว ผมไม่พาคุณหลงทางหรอก

ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ แต่ผมเกรงใจ

จะให้ผมซ้อนคุณทั้งขาไปขากลับผมก็เกรงใจเหมือนกัน เอาเป็นว่าขากลับผมขอขับก็แล้วกัน

คุณแจบอม เอากุญแจรถผมคืนมาเดี๋ยวนี้นะครับ !’

ไม่ต้องห่วงหรอกคุณ ผมสัญญาว่าจะขี่อย่างระวังไม่ให้สติกเกอร์ลายคิตตี้ที่คุณแปะบนรถหลุดแน่นอน

นั่นของหลานผมครับ แล้วคุณไม่ต้องมาทำเนียนล้อผมเลยนะ ลงมาจากรถเดี๋ยวนี้เลยครับ

แต่ผมสตาร์ทรถแล้วนา ขึ้นมาเถอะคุณ

‘…’

อา... คุณอย่าเพิ่งโกรธผมสิ

‘…’

โอเคๆ ผมยอมรับก็ได้ว่าผมไม่ได้แค่เกรงใจคุณ

‘…’

อาจจะเป็นแค่เดทสมมติก็จริง แต่ให้ผมเป็นฝ่ายเทคแคร์คุณบ้างเถอะนะ

เป็นคู่เดทที่เอาแต่ใจจังเลยนะครับ

‘…’

เฮ่อ ก็ได้ครับ

ทำหน้าแบบนี้เกรงใจผมอยู่ล่ะสิ

แน่นอนสิครับ เมื่อกลางวันก็เลี้ยงข้าวผมไปแล้วยังจะให้ผมซ้อนท้ายอีก ทำขนาดนี้ผมก็เกรงใจคุณนะ

งั้นถ้าคุณเกรงใจผมจริงๆ…’

‘…’

ช่วยบอกทางไปที่ที่หนึ่งให้ผมหน่อยก็แล้วกัน

 

.

.

.

 

ก๊อก ก๊อก !

 

เงียบแบบนี้สงสัยจะยังไม่กลับหลังจากยืนเคาะประตูบ้านพักมาสักพักแต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ทั้งสองคนจึงต้องเปิดประตูเข้าบ้านพักเองเพื่อรีบจัดการกับสัมภาระในมือที่เพิ่งซื้อมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

คุณแจบอมครับ มีกล่องอะไรก็ไม่รู้ตั้งหลายใบวางอยู่หน้าบ้านด้วย ดูสิครับแต่ขณะที่กำลังจะก้าวเข้าบ้าน สายตาของคนที่อยู่ด้วยกันก็หันไปเห็นอะไรบางอย่างที่วางอยู่บริเวณสวนหน้าบ้านพักเข้าเสียก่อน

หืม... กล่องโฟม ?และกล่องโฟมสีขาวขนาดใหญ่จำนวนหลายใบทำให้ชายหนุ่มส่งถุงที่อยู่ในมือให้เพื่อนบ้านของตนก่อนจะเริ่มทำการสำรวจกล่องโฟมปริศนาด้วยความสงสัยเฮ้ย... ไม่จริงมั้งก่อนที่มือซึ่งถือฝากล่องโฟมอยู่จะค้างเติ่งอยู่กลางอากาศพร้อมกับอาการงุนงงเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องดังกล่าว

บาร์บีคิวนี่ครับ

 

บาร์บีคิวนับร้อยไม้อีกทั้งสารพัดอาหารทะเลที่ถูกบรรจุอย่างดีภายในกล่องโฟมประมาณสามถึงสี่ใบส่งผลให้คุณพ่อลูกเป็ดและเพื่อนบ้านตัวเล็กสบตากันด้วยความไม่เข้าใจอย่างถึงที่สุด แจบอมจึงรีบกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อความแน่ใจจนกระทั่งพบกับกระดาษหนึ่งแผ่นที่ติดอยู่ข้างกล่องรวมถึงอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญอย่างเตาตะแกรงขนาดใหญ่สองเตาที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก

 

ซองจินซีฟู้ดแอนด์บาร์บีคิวเซอร์วิส (โทร. 010 – 66XX – X28X)

Order no. : 00598

ชื่อผู้รับสินค้า : พี่เจย์สายเปย์ที่แท้จริง (จ่ายแล้ว / เต็มราคา / จัดส่งตามที่อยู่)

รายการอาหาร : กุ้งลาย 10 kg / ปลาหมึก 5 kg / หอยหวาน 3 kg / ปูสด 5 kg / บาร์บีคิว 120 ไม้

บริการเสริม (เตาย่าง / ถ่าน) : เตาย่าง (2) / ถ่าน

หมายเหตุ : ขอน้ำจิ้มสำหรับ 15 - 20 คน

 

แหม รวยกันเหลือเกิ๊น !

 

แล้วไอ้สิบห้าถึงยี่สิบคนนี่คืออะไรไม่ทราบ !?!

 

มิน่าล่ะ เมื่อตอนบ่ายคุณวอนพิลถึงพูดว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้ที่บ้าน ท่าทางจะไม่ใช่ปาร์ตี้เล็กๆด้วยนะครับ ดูจากจำนวนคนกับของที่สั่งแล้วคงกะจะสนุกสุดเหวี่ยงกันเต็มที่แน่ๆ

แล้วจะเอายังไงกับของที่เราซื้อมาดีล่ะคุณและสิ่งที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มซึ่งยืนอาลัยตายอยากกับความวุ่นวายที่ตนสามารถจินตนาการได้ล่วงหน้าต้องเซ็งซ้ำสองก็คือบรรดาถุงหิ้วในมือของอีกฝ่ายที่พวกเขาไปแวะซื้อที่ตลาดสดกันมาก่อนหน้านี้

 

คุณช่วยบอกทางไปที่ที่หนึ่งให้ผมหน่อยก็แล้วกัน

ที่ไหนหรือครับ ?

ผมอยากแวะตลาดสักหน่อย อุตส่าห์ได้มาเมืองติดทะเลทั้งที ผมอยากลองกินอาหารทะเลแบบสดๆให้เต็มคราบสักครั้งน่ะ

ผมพาไปซื้อได้ครับ แต่ที่บ้านพักจะมีพวกเครื่องครัวหรือเตาไหมล่ะครับ

ก็เตาไฟฟ้าที่คุณเอามาจากบ้านไง คุณจะได้ไม่แบกมาเสียเที่ยวด้วย

จริงด้วย งั้นก็ดีเลยครับ ผมรู้จักร้านอาหารทะเลดีๆในตลาดหลายร้านเลย ซื้อไปเผื่อเด็กๆกับเพื่อนคุณด้วยดีไหมครับ

 

หลังจากที่ตกลงกันได้แล้วพวกเขาทั้งสองคนก็พากันเดินตะลอนรอบตลาดเพื่อตามหาอาหารทะเลและเลือกซื้อมาในปริมาณที่มากพอสำหรับตัวเอง พวกเจ้าตัวเล็ก และเจฮยองกับวอนพิลเท่านั้น

 

แต่ถ้าไอ้เพื่อนทรยศสองคนนั้นเลือกจะสั่งอาหารทะเลจำนวนมหาศาลร่วมกับบรรดาเพื่อนๆคนอื่นที่จะมาจัดปาร์ตี้ริมหาดที่บ้านพักโดยไม่บอกกันสักคำแล้วล่ะก็...

 

อย่าหวังว่าจะได้มาแตะต้องกุ้งตัวเบิ้มๆที่เขาลงทุนไปเหมามาจากตลาดเลยโว้ย !

 

คุณวอนพิลนะคุณวอนพิล เห็นเมื่อเช้าบ่นว่าอยากลองกินปูนิ่มผมก็อุตส่าห์เลือกมาเผื่อ ซื้อมาเสียเที่ยวอีกแล้ว

ช่างเถอะคุณ ผมว่าพวกมันก็น่าจะสั่งมาเผื่อเราสองคนด้วย แต่พวกเรากินแค่ส่วนที่ซื้อมาเองก็แล้วกันเจ้ามือผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรพูดพลางจัดโต๊ะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับมื้อเย็นในฝัน

 

สมัยเรียนเคยไปเที่ยวทะเลกับเพื่อนแต่ได้กินอาหารทะเลแค่นิดเดียวเพราะยังไม่มีรายได้เป็นของตัวเอง...

 

และในที่สุดวันที่ไอ้หงิมผู้นี้รอคอยก็มาถึง... วันที่มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง

 

เพราะฉะนั้นต้องกินให้สมกับที่อดหลับอดนอนทำงานมาหลายปี ไม่จุกไม่กลับโซลโว้ย !

 

ท่าทางคุณแจบอมจะหิวน่าดูเลยนะครับ ตั้งกระทะเสียไวเชียวแม้ปากจะแกล้งแซว แต่มือของคนพูดก็จัดเตรียมของสดที่ซื้อมาเป็นระวิงไม่ต่างกัน น่าอิจฉาจังเลยนะครับ ถึงจะเรียนจบกันตั้งนานแล้วแต่ก็ยังมีโอกาสได้มาเที่ยวกับเพื่อนๆแบบนี้ สงสัยคืนนี้คุณแจบอมจะไม่ได้นอนแน่ๆเลย

ไม่หรอก ผมสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะหาทางเข้านอนให้เร็วที่สุดตอบอย่างเย็นชาก่อนจะคีบกุ้งสดตัวโตลงกระทะไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว

ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ เดี๋ยวเพื่อนๆคุณก็เสียใจหรอก

ดูจากลังเหล้าที่วางอยู่ใกล้ๆเตาหน้าบ้านแล้วคืนนี้เพื่อนผมคงเมาเละเทะกันตามเคย ส่วนผมก็เลิกดื่มมาสักพักแล้ว ฉะนั้นผมจะไม่ยอมอยู่เป็นฝ่ายเก็บกวาดหลังจบงานแน่ๆจากที่ง่วนอยู่บนโต๊ะมาสักพักชายหนุ่มก็เปลี่ยนลงมานั่งบนพื้นและให้ความสนใจกับกล่องโฟมที่เพิ่งยกเข้ามาในบ้านแทน

คุณแจบอมจะทำอะไรหรือครับ ?นักศึกษาหนุ่มที่นั่งจัดการอาหารอยู่บนโต๊ะถามเมื่อเห็นอีกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับกล่องตรงหน้า

หยิบไปสักสิบไม้พวกมันคงไม่รู้หรอกมั้งหากแต่เสียงพึมพำไม่ได้เป็นคำตอบให้กับจินยองได้ชัดเจนเท่ากับการที่คุณพ่อร่างสูงแปลงร่างเป็นแมวขโมยตัวโตหยิบบาร์บีคิวออกมาจากกล่องหนึ่งถุงหน้าตาเฉย

ม... ไม่ดีมั้งครับ ผมว่า...อีกคนรีบปรามแต่ก็ช้ากว่าหัวขโมยหน้าตายที่วางบาร์บีคิวส่วนหนึ่งลงบนกระทะโธ่ ฟังกันบ้างสิครับคุณแจบอมก่อนจะต้องบ่นอุบซ้ำสองเมื่อพบว่าเจ้าแมวขโมยนิสัยไม่น่ารักกำลังส่งกุ้งย่างตัวโตเข้าปากอย่างไม่ทุกข์ร้อนแม้แต่น้อย

ระวังกินไม่ทันผมนะและนอกจากจะเมินคำทัดทานแล้ว เจ้าทาสลูกเป็ดผู้หิวโหยยังเปิดประโยคท้าทายคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย

 

สุดท้ายคนถูกเมินก็ได้ทำเพียงถอนหายใจแล้วแกะกุ้งเข้าปากอย่างเซ็งๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าสู่ความเงียบเช่นเดียวกับมื้อกลางวันของวันนี้ กระทะไฟฟ้าซึ่งวางอยู่บนโต๊ะยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ภายในห้องครัวของบ้านพักที่ทั้งคู่กำลังรับประทานมื้อเย็นอยู่อบอวลไปด้วยกลิ่นกุ้งย่างเนื้อแน่นและปลาหมึกชิ้นโต เนื้อสัตว์ชิ้นแล้วชิ้นเล่าในกระทะถูกหยิบใส่จานของทั้งสองคนโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่อย่างใด

และแม้ว่าจะไม่มีเสียงพูดคุยหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มทั้งสองคน แต่แก้วของแจบอมที่ถูกรินน้ำจนเต็มอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งจานของจินยองที่ไม่เคยว่างเปล่าแม้จะกินช้ากว่าจนไล่ตามคนตัวสูงซึ่งเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้กระทะร้อนๆปราศจากเนื้อสัตว์อย่างรวดเร็วอยู่บ่อยครั้งไม่ทันก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าสถานการณ์ระหว่างทั้งคู่บนโต๊ะอาหารที่แสนจะเงียบเชียบเป็นอย่างไร

 

ก่อนที่ความเงียบทุกอย่าง...

 

ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง !

 

กลับมาแล้วค้า ~ บ

แด๊ดดี้ ~ พวกเรากลับมาแล้วน้า

แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ ~

 

...จะหายไปในบัดดล

 

เสียงฝีเท้าอึกทึกและเสียงเล็กแหลมที่แจบอมคุ้นเคยเป็นอย่างดีจากภายนอกซึ่งดังขึ้นทุกขณะเป็นสัญญาณบ่งบอกให้คุณพ่อแก๊งก้อนที่กำลังมีความสุขกับมื้อเย็นในห้องครัวร่วมกับเพื่อนบ้านนักศึกษารับรู้ว่าวันหยุดอันแสนสั้นของตนได้จบลงเรียบร้อยแล้ว

 

ฟุดฟิดๆ... งื้อ ~ หอมจังเลยเปิดตัวคณะมนุษย์ก้อนตัวจิ๋วด้วยเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตที่ยืนทำจมูกฟุดฟิดอยู่หน้าประตูครัวอย่างน่ารักน่าชัง

อ๋า ! มีคุณปูตัวใหญ่อยู่บนโต๊ะด้วยล่ะ แด๊ดดี้กับพี่จีนยองจะหม่ำหม่ำคุณปูหรอตามมาด้วยเจ้าก้อนแก้มอวบเบอร์สามที่เกาะหลังน้องเล็กอยู่

กลับมาแล้วเหรอเด็กๆ เป็นยังไงกันบ้าง ไปเที่ยวมาสนุกไหมพี่ชายเพื่อนบ้านเปลี่ยนมาพูดคุยกับเจ้าตัวเล็กที่วิ่งดุ่มๆเข้ามาชะเง้อมองโต๊ะอาหารด้วยแววตาเป็นประกาย

สนุกซี่ สนุกมากๆเลยฮะ พิลลี่พาม้ากคึไปดูปลาใต้น้ำด้วยน้า ม้ากคึเห็นปลากับบ้านปลาสีๆเต็มไปหมดเลย

บ้านปลาสีๆ ? อา... หมายถึงปะการังสินะจินยองพยายามจินตนาการตามคำพูดหัวหน้าแก๊งก้อนด้วยความเอ็นดู แล้วได้ดูอะไรกันอีกหรือเปล่า

งือ... แบมแบมกับม้ากคึอยากเห็นคุณนางเงือก แต่พิลลี่บอกว่าวันนี้เป็นวันหยุดของคุณนางเงือก พี่จงงี่คนสวยก็เลยเล่นเป็นแอเรียลให้พวกเราดูแทนล่ะ

ค... แค่กๆ !” คำตอบของเจ้าลูกเป็ดผมปอยชมพูทำเอาคุณพ่อเป็ดตัวโตที่นั่งฟังอยู่เงียบๆมาสักพักสำลักน้ำดื่มจนหน้าแดงก่ำ ฉันว่า...

หงิมจ๋า เจ๊ มา แล้ว !!!!!”

 

ยังไม่ทันสิ้นสุดประโยคดี เสียงทุ้มต่ำที่ถูกดัดจนแหลมก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน ก่อนจะปรากฏให้เห็นร่างของหญิงสาวตัวโตในชุดเดรสผ้าบาติกสีสวยยืนโบกมืออยู่หน้าประตูครัวอย่างมีจริต ก่อนที่เจ้าหล่อนจะทำท่าโปรยจูบส่งและเดินนวยนาดเข้ามาในครัวมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของแจบอม

ฟอด ! --- หากแต่การกระทำทั้งหมดที่เกิดขึ้นทั้งหมดก่อนหน้านี้ไม่ได้ทำให้สถาปนิกหนุ่มหน้าชาจนตัวแข็งทื่อเท่ากับการที่หญิงสาวกล้ามโตกดปลายจมูกลงบนข้างแก้มของตัวเองอย่างหยอกล้อ

 

เหี้_ !!!!!!”

หงิม อย่าพูดคำหยาบต่อหน้าลูก ตบปากเดี๋ยวนี้ !”

หวา ~ พี่จงงี่คนสวยโป๊ะโป๊ะแด๊ดดี้ด้วยล่ะ เหมือนที่พี่จงงี่คนสวยก็โป๊ะโป๊ะแจ็คสันเยอะๆเลยน้าเจ้าก้อนวายร้ายซึ่งยืนอยู่ใกล้กับคนที่ทำให้แจบอมเริ่มนั่งไม่ติดพูดด้วยความไร้เดียงสา

 

ท่ามกลางความวุ่นวายของหนึ่งชายหนุ่มที่พยายามขัดขืนสุดแรงกับอีกหนึ่งสาวร่างใหญ่ที่วาดแขนมาล็อคคอและทำปากจู๋โน้มหน้าเข้ามาเตรียมจู่โจมครั้งต่อไป ใบหน้าของผู้ใหญ่อีกคนที่มองดูเหตุการณ์ตรงหน้ายังคงเปื้อนด้วยรอยยิ้มราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่สำหรับคุณพ่อสถาปนิกที่คุ้นเคยกับรอยยิ้มของอีกคนเป็นอย่างดีแล้วนั้นย่อมรู้ดีว่า สายตาภายใต้กรอบแว่นช่างเย็นเฉียบผิดกับเวลาปกติมากเพียงใด

 

อย่าสร้างเรื่องให้เขากันนักสิโว้ย !

 

อีหงิม อยู่เฉยๆ อุตส่าห์เลี้ยงลูกให้ทั้งวันแล้วก็หัดตอบแทนหน่อย !”

เรื่องสิวะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะเว้ย !” และมันก็ช่างน่าเศร้าที่กำลังกายของเขาไม่อาจสู้ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อซึ่งผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักของเจ้าหล่อนได้ เจ๊ ! ไม่เห็นหรือไงว่า...

เห็น แต่นั่นก็เรื่องหงิม ไปง้อเขาเอาเอง เจ๊ไม่สน จ่ายค่าจ้างมาซะ !”

ไอ้จงฮ...

พอเลยอีเจ๊ ถ้าหิวมากก็ไปแทะไอ้ชยอนูผัวเบอร์สองของเจ๊ไป เสมือนเจ้าชายขี่ม้าขาวที่เข้ามาช่วยเจ้าทาสลูกเป็ดผู้น่าสงสาร เมื่อฝ่ามือปริศนาแทรกเข้ามาคั่นกลางระหว่างข้างแก้มของตนกับริมฝีปากสีแดงสดของเพื่อนสาวร่างใหญ่ เป็นอันยุติสงครามขนาดย่อมของทั้งคู่ไปโดยปริยาย

ทำหน้าที่แทนเพื่อนรักได้ดีเหลือเกินนะ ปกติหน้าที่มารผจญมันเป็นของไอ้แว่นไม่ใช่หรือไงยะก่อนที่หล่อนจะหันไปแหวใส่ผู้มาใหม่ที่ยืนกอดอกอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของแจบอมแทนอีกอย่าง ชยอนูตกอันดับผัวของเจ๊ไปแล้วย่ะ คนหรือหมาบ้าก็ไม่รู้ ดุฉิบ แอ๊วแค่นิดเดียวยังหวิดโดนกระทืบเลย

สมหน้า ทีหลังเล่นอะไรก็ดูสถานการณ์หน่อย ไม่เห็นเหรอว่าตัวจริงเขานั่งอยู่ใกล้ๆจนจะกระแทกเบ้าตาเจ๊อยู่แล้ว วอนพิลพยักเพยิดหน้าไปทางเพื่อนร่วมโต๊ะอีกคน

แหม่เว้ย นึกว่าหายไปไหนกัน ที่แท้ก็หนีมานั่งดินเนอร์กุ๊กกิ๊กอยู่ในครัวกันสองคนนี่เอง มันจะข้ามหน้าข้ามตามากไปละ สักพักชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทในสายตาของแจบอมก็เดินตามมาติดๆพร้อมกับรูปประโยคที่ชวนให้แจบอมคิ้วกระตุกอีกตามเคย แถมยังแอบหยิบบาร์บีคิวของพวกเรามากินก่อนแถมยังไม่บอกซะด้วย การขโมยเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะจ๊ะที่รัก

เออน่ะ เดี๋ยวช่วยจ่าย

ก็ดี๊ ! งั้นกูออกไปตั้งเตานอกบ้านก่อนนะ เพื่อนเริ่มมากันแล้วเจฮยองว่า คุณจินยอง ถ้าไม่อิ่มก็ไปหยิบส่วนของพวกเรามากินได้ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ พี่เจย์แค่แซวเล่นเฉยๆ

ค... ครับจินยองยิ้มแหย

เจ๊ วานขนจานขนช้อนในห้องครัวออกไปทีนะแต่คนที่เดินออกจากห้องครัวก่อนใครกลับเป็นวอนพิลที่ไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนร่วมกลุ่มที่เพิ่งเข้ามาแม้แต่น้อย

อ้าว ไหนเมื่อกี๊บอกว่าจะมาช่วยเจ๊ขนไง... วอนพิล กลับมาก่อนสิยะ แกจะใช้แรงงานเจ๊แบบนี้ไม่ได้นะ !”

สู้ๆนะเจ๊ ไหนๆก็ลงทุนสมัครฟิตเนสรายปีหวังไปส่องเทรนเนอร์จนได้กล้ามปูมาแล้วก็ใช้ร่างกายให้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมหน่อยนะ ฮ่าๆเจฮยองหัวเราะร่วนจนถูกเจ้าหล่อนมองค้อนก่อนจะเดินออกจากครัวไปเช่นกัน

 

รู้สึกว่าบรรยากาศมันตึงพิกลๆวุ้ย...

 

วุ้ย ! เจ๊ล่ะหงุดหงิดกับไอ้แก๊งนี้จัง บทจะรักกันก็รักกันจนน่าใจหาย บทจะโกรธกันก็ทำให้คนอื่นลำบากลำบนไปด้วย คนสวยเซ็ง !” เธอบ่นอุบ

หมายความว่ายังไงวะเจ๊ ?แจบอมถามอย่างไม่เข้าใจ แต่ขณะเดียวกันเขาก็อดสังหรณ์ใจไม่ได้ว่าสิ่งที่ตัวเองรู้สึกกำลังจะกลายเป็นเรื่องจริง

ไอ้นี่ก็อีกคน มัวแต่วอแวกับแฟน หัดสังเกตหน้าตาเพื่อนฝูงของตัวเองบ้างสิโว้ย !” และหล่อนก็โวยใส่แจบอมตามระเบียบ ปกติวอนพิลมันเคยด่าเวลาเจ๊เล่นกับหงิมที่ไหนล่ะ มีแต่จะเชียร์ให้ได้กัน นี่เห็นแก่ที่มันกำลังหงุดหงิดอยู่หรอกเจ๊ถึงได้ยอมเลิกเล่น ไอ้แว่นก็อีกตัว ถ้าไม่ไปยุ่มย่ามเกาะแกะวอนพิลก็ต้องรวมหัวช่วยกันด่าเจ๊ แต่เมื่อกี๊ตอนเข้ามาก็เห็นแค่ทักหงิมกับน้องแว่นแล้วก็เดินออกไปเลย ไม่คิดว่ามันแปลกหรือไง

คงเหนื่อยล่ะมั้ง ไปเที่ยวแถมยังต้องดูแลเด็กอีกแจบอมพยายามบ่ายเบี่ยง

แต่สองคนนั้นไม่คุยกันตั้งแต่กลับจากเกาะแล้วนะหงิมเธอว่า ตอนขาไปที่คอลวิดิโอคุยกันก็เห็นอยู่ใช่หรือไงว่าพวกมันยังคุยกันปกติดี เจ๊ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอก แต่ตอนนั่งเรือขากลับเจฮยองกับวอนพิลแยกกันอยู่คนละฝั่งเลยนะ เผลอๆแทบจะไม่มองหน้ากันด้วยซ้ำ

“…”

นี่ ถ้ามีโอกาสหงิมก็ลองชวนสองคนนั้นไปปรับความเข้าใจหน่อยนะ อุตส่าห์ได้มาเที่ยวด้วยกันทั้งที เจ๊ไม่อยากเห็นเพื่อนทะเลาะกัน ส่วนเรื่องค่าจ้างเลี้ยงลูก ไว้เจ๊ค่อยไปคิดบัญชีที่ออฟฟิศลับหลังนุ่มนิ่มก็ได้ บายนะจ๊ะ จุ๊บๆเธอหันหลังกลับไปยังประตูครัว ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาพูดอย่างสนุกสนานจนแจบอมแอบส่งนิ้วกลางให้เจ้าหล่อนแทนคำพูด จริงสิ...แต่ก็ไม่วายเหลียวหลังกลับมากระซิบบางอย่างกับแจบอมก่อน

มีอะไรหรือเจ๊ ?

หึ... ขี้หึงเอาเรื่องเหมือนกันนะ เด็กคนนั้นน่ะ เธอพูดพลางชำเลืองมองชายหนุ่มที่กำลังฟังเจ้าตัวยุ่งเล่าประสบการณ์การ(หนี)ท่องเที่ยวอย่างนึกเอ็นดู แต่ไม่ได้หึงเชิงอยากจะอาละวาดเจ๊หรอก น่าจะเป็นประเภทหึงเงียบๆไม่ค่อยแสดงออกมากกว่า ยังไงก็อธิบายให้น้องเขาเข้าใจด้วยก็แล้วกัน อย่าทำให้เขาคิดมาก เข้าใจไหม ?

ก็เป็นเพราะเจ๊ไม่ใช่หรือไงเล่า ถ้าไม่เล่นอะไรแบบนี้ตั้งแต่แรกมันจะเป็นเรื่องไหม คิดสิโว้ย !”

ปกติเจ๊ก็ไล่หอมแก้มผู้ชายทั้งออฟฟิศจนหวิดโดนฟาดปากอยู่เป็นประจำไหมล่ะ อีกอย่างจืดๆแห้งๆแบบหงิมไม่ใช่สเป็คเจ๊สักหน่อย ไม่งั้นเจ๊จะยอมเสียเงินสมัครคอร์สฟิตเนสรายปีไปส่องผู้กล้ามโตทำไมเธอหัวเราะและกระซิบต่อ ความจริงเจ๊ค่อนข้างถูกชะตาน้องเขานะ ดูไม่ค่อยงี่เง่าง้องแง้งเท่าไหร่ เจ๊ว่าเขาก็คงรู้แหละว่าแกล้งกันขำๆ แต่ก็ไม่อยากให้น้องเขาเข้าใจผิดเหมือนกัน คุยกันดีๆล่ะ แล้วก็ออกไปทักทายเพื่อนฝูงข้างนอกบ้างนะ บ๊ายบาย

อือแจบอมพยักหน้าก่อนจะหันกลับมาสนใจวงสนทนาของกลุ่มมนุษย์ก้อนที่ยังคงพูดเจื้อยแจ้วกันไม่หยุด

ตอนนั่งเรือสนุกมากๆเลยน้า แจ็คสันเห็นทะเลกว้างๆเท่านี้เลย

จริงซี่ แบมแบมเห็นคุณลิงกับคุณกระรอกอยู่บนต้นมะพร้าวด้วยน้าพี่จีนยอง คุณลิงปีนต้นไม้ไวสุดๆไปเลย ใช่ไหมยองแจน

ใช่ๆ ยองแจนเห็นนะ คุณลิงปีนเร็วชึ้บๆแบบนี้เลยเจ้าก้อนแก้มอวบในชุดเสื้อกล้ามและกางเกงขาสั้นเล่าพร้อมทำท่าทางประกอบเรียกเสียงหัวเราะจากพี่ชายเพื่อนบ้านได้ไม่น้อย

ท่าทางจะชอบเกาะกันน่าดูเลย แต่ตากแดดทั้งวันจนหน้าแดงตัวแดงแบบนี้ระวังจะไม่สบายนะมือทั้งสองข้างประคองใบหน้ากลมอูมที่แดงก่ำเนื่องจากตากแดดเป็นเวลานานของเจ้าตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง แล้วพวกเราเริ่มหิวกันหรือยัง ?

ม้ากคึหิวแล้วฮะ งือ... ไม้สีๆอันนี้น่าหม่ำหม่ำจังเลย

หมายถึงบาร์บีคิวสินะ

แด๊ดดี้ แจ็คสันอยากหม่ำหม่ำอันนี้บ้าง แด๊ดดี้ป้อนแจ็คสันหน่อยน้าขณะเดียวกันเจ้าอัลปาก้าวายร้ายที่จ้องมองเนื้อกุ้งในมือผู้เป็นพ่อตาเป็นมันก็ออดอ้อนเสียงหวาน น้าแด๊ดดี้ อ้า ~ทั้งยังอ้าปากส่งเสียงอ้อนอย่างน่าเอ็นดู

“…”

อ้า ~~รวมถึงเจ้าก้อนผมแดงที่ยืนอ้าปากอ้อนคุณพ่อลูกเป็ดอยู่ข้างๆแจ็คสันอย่างน่ารักไม่แพ้กัน

 

เฮอะ ฝันไปเถอะ...

 

อ๋า ! แด๊ดดี้หม่ำหม่ำคุณกุ้งไปแล้ว แด๊ดดี้ขี้โกงนี่นา

แด๊ดดี้อย่าแกล้งแจ็คสันซี่ งือ...

 

บังอาจหนีไปเที่ยวเกาะแล้วทิ้งเขาไว้แบบนี้...

 

ถึงจะเป็นแค่ทาสแต่อิมแจบอมคนนี้ก็มีหัวใจนะเฟ้ย !

 

ขี้งอนเป็นเด็กเลยนะครับผู้ใหญ่อีกคนเอ็ดคุณพ่อขี้ใจน้อยที่นอกจากจะไม่ยอมป้อนเนื้อกุ้งให้เหล่าลูกชายของตัวเองแล้วยังทำหูทวนลมยัดสารพัดเนื้อสัตว์เข้าปากตัวเองไม่หยุดอีกด้วย คุณแจบอมครับ เด็กๆเริ่มหิวกันแล้วนะ

ช่าย ~ ยองแจนหิวม้ากมากเลยน้าแด๊ดดี้ ท้องยองแจนแฟ่บหมดเลย ดูซี่เจ้าก้อนแก้มอวบจู๋ปากยืนลูบพุงป้อยๆ แต่คุณพ่อสถาปนิกก็ยังคงก้มหน้าก้มตากินอยู่ท่าเดียว

คุณ แจบอม และเป็นอันต้องวางมือจากทุกอย่างบนโต๊ะเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเป็นครั้งที่สองที่แม้ว่าจะไม่ได้ขึ้นเสียงหรือใส่อารมณ์ แต่ก็เด็ดขาดมากพอที่จะทำให้แจบอมยอมสนใจเจ้าตัวเล็กหลังตีมึนทำเมินมาครู่หนึ่ง คุณกลายเป็นคุณพ่อขี้น้อยใจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ เด็กๆหิวจะแย่แล้วนะ

เปล่าสักหน่อยคุณชายหนุ่มถอนหายใจแล้วลุกออกจากโต๊ะไปล้างมือที่ซิงค์น้ำ ถ้าให้กินก่อนอาบน้ำเดี๋ยวเด็กๆจะจุก ผมตั้งใจว่าจะพาเด็กๆไปอาบน้ำก่อนน่ะ

ก็เห็นเด็กๆอ้อนตั้งนานแต่คุณก็ยังเฉย ผมก็นึกว่าคุณยังงอนเด็กๆอยู่น่ะสิครับ

ที่ผมรีบกินก่อนเพราะหลังจากนี้ผมคงไม่ว่างไปอีกสักพักเลยต่างหากแจบอมพูดพลางจินตนาการถึงความวุ่นวายในการทำหน้าที่คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ถ้างั้นผมขอพาลูกไปอาบน้ำก่อนนะ ระหว่างนี้คุณออกไปคุยกับพวกวอนพิลก่อนก็ได้ ขอโทษจริงๆนะคุณ แล้วผมจะรีบกลับมา

ให้ผมไปช่วยไหมครับ

ไม่เป็นไร วันนี้คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักก่อนเถอะ

ก็ได้ครับ

งือ... แบมแบมหิวจังเลยอ่าจาจา

อย่าเรียกจาจาซี่ ฮึ่ย... แต่ตอนนี้แจ็คสันไม่มีแรงตีแบมแบมแล้วอ่ะ แจ็คสันก็หิวเหมือนกัน

แด๊ดดี้ ให้ม้ากคึหม่ำหม่ำเถอะน้า ม้ากคึจะไม่ดื้อกับแด๊ดดี้เลยจริงๆน้า น้า ~

อา... รู้แล้วๆ ไปอาบน้ำก่อน ถ้ากินตอนนี้เดี๋ยวตอนอาบน้ำจะจุกนะแจบอมเตรียมหิ้วเจ้าตัวแสบที่เริ่มจะงอแงเพราะความหิวออกจากครัวพวกนายอย่างอแงกันสิ อาบเสร็จแล้วฉันจะให้กินเท่าที่พวกนายอยากกินเลย ตกลงไหม ?

จริงๆน้าแด๊ดดี้ เย้ ! พวกเรารีบไปอาบน้ำกันเถอะเจ้าก้อนวายร้ายและเจ้าก้อนผมปอยชมพูรีบจูงคุณพ่อร่างสูงไปยังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว โดยมีกองหนุนมนุษย์ก้อนอีกสองชีวิตอย่างมาร์คและยองแจคอยดันหลังแจบอมอีกที

เอ่อ... คุณแจบอมครับ

มีอะไรหรือคุณแต่ยังก้าวไม่พ้นประตูดีก็ถูกอีกคนเรียกไว้เสียก่อน

คือ...คนตัวเล็กมีสีหน้าชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นมากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดมากไปหรือเปล่า แต่เท่าที่ผมสังเกตตอนคุยกับเด็กๆก่อนหน้านี้ ผมว่ายูคยอมดูเงียบๆผิดปกติน่ะครับ

ยูคยอมหรือ...คุณพ่อร่างสูงชำเลืองมองเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตที่จูงมือแบมแบมกับมาร์คโดยไม่พูดอะไรผิดกับสี่พี่น้องที่ยังพูดคุยเรื่องทริปหนีเที่ยวเกาะกันอยู่

 

จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นบ่นว่าหิวหรืออ้อนขอกินนั่นกินนี่เหมือนกับทุกทีเสียด้วยสิ...

 

ผมกลัวว่ายูคยอมจะไม่สบาย ยังไงคุณก็ลองคุยกับยูคยอมหน่อยนะครับ

เข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมดูแลเอง ขอบคุณมากนะคุณ

ไม่เป็นไรครับ

 

แล้วก็เข้าสู่ช่วงเวลาที่ทำให้เจ้าทาสผู้น่าสงสารเหนื่อยจนเกือบหน้ามืดคาห้องน้ำมาเป็นเวลาหลายเดือน แม้จะรับปากกันเป็นอย่างดีว่าจะอยู่ในความสงบ แต่สงครามสัตว์ประหลาดมนุษย์ก้อนกลับยังคงดำเนินอยู่ท่ามกลางกลิ่นแชมพูและฟองสบู่เฉกเช่นทุกวัน

 

ยูคยอม เป็นอะไรหรือเปล่า ?จะมีก็แต่เจ้าลูกหมียูคยอมเท่านั้นที่ยืนนิ่งให้แจบอมสระผมอย่างสงบเสงี่ยมจนผิดสังเกต

คยอมไม่เป็นอะไรฮะ

ปวดหัว เจ็บคอ หรือรู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือเปล่า ถ้าเป็นอะไรต้องบอกฉันนะแจบอมถามอย่างเป็นห่วง

เปล่าฮะแต่เจ้าตัวเล็กก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธตามเดิม

 

ท่าทางปาร์คจินยองจะไม่ได้คิดมากไปเองเรื่องยูคยอมจริงๆ...

 

จริงด้วยซี่ เมื่อกี๊คยอมก็ไม่คุยกับแจ็คสันเลยน้า ต... แต่แจ็คสันยังไม่ได้แกล้งคยอมซักหน่อยนี่นา

คยอมเปล่าโป้งแจ็คสันน้า

แต่คยอมก็ไม่คุยกับแบมแบมเหมือนกันนี่นา คยอมโป้งแบมแบมหรอ

คยอมไม่ได้โป้งทุกคนจริงๆน้า เชื่อคยอมซี่เจ้าลูกหมีอ้วนที่รัวส่ายศีรษะเริ่มหน้างอเมื่อถูกบรรดาพี่ๆเข้าใจผิด

ยูคยอมแจบอมรีบปรามให้เจ้าตัวแสบทั้งหลายอยู่ในความสงบเพื่อไม่ให้บรรยากาศแย่ลงก่อนจะล้างฟองแชมพูบนศีรษะกลมของลูกชายคนเล็กและมองสีหน้าเจื่อนจ๋อยของยูคยอมอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

...

พวกนายเคยสัญญากันแล้วนี่ว่าจะไม่มีความลับกับฉันมือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มของเด็กน้อยเพราะเกรงว่าสีหน้านิ่งเฉยของตัวเองจะทำให้เจ้าตัวเล็กเกิดความกดดัน ยูคยอม ไม่ใช่แค่ฉันกับทุกคนที่เป็นห่วงนายนะ พี่จินยองเขาก็เป็นห่วงเหมือนกัน เป็นอะไรหรือเปล่า

นั่นซี่ คยอมไม่สบายหรอ ม้ากคึไม่อยากให้คยอมโดนคุณหมอฉีดยาน้าพี่ใหญ่ตัวเล็กเลียนแบบท่าทางแตะหน้าผากน้องเล็กตัวโตด้วยสีหน้าจริงจัง

งือ...

“…”

แด๊ดดี้...เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่บรรยากาศในห้องน้ำเงียบงันขณะรอฟังคำพูดของน้องเล็กประจำบ้านที่ทำหน้าราวกับจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

บอกฉันมาเถอะ ฉันสัญญาว่าจะไม่โกรธอะไรทั้งนั้นถ้านายพูดความจริง

คยอม... คยอมเห็นอาเจย์ดุพิลลี่ ในที่สุดเจ้าลูกหมีมังเน่ก็ยอมพูดออกมาด้วยใบหน้าเศร้าๆ อาเจย์น่ากลัว คยอมเห็นอาเจย์ดุพิลลี่ ล... แล้วคยอมก็เห็นพิลลี่ร้องไห้ด้วย คยอมไม่อยากให้อาเจย์โป้งพิลลี่เลย

...เรื่องเล่าของเด็กน้อยทำให้ชายหนุ่มนิ่งไป

คยอมโม้เปล่าอ่ะ ทำไมแจ็คสันไม่เห็นเลย

คยอมพูดจริงๆนะแจ็คสัน คยอมเห็นอาเจย์ดุพิลลี่จริงๆน้า แต่ตอนนู้นทุกคนกำลังดูคุณลิงปีนต้นไม้กันอยู่น่ะซี่เด็กน้อยรัวส่ายหน้า คยอมเห็นจริงๆน้าแด๊ดดี้ คยอมไม่ได้โกหกนะฮะ

ฮื่อ ฉันรู้ว่านายไม่ได้โกหกแม้จะเกิดความคิดจนเต็มหัวแต่คุณพ่อสถาปนิกก็พยายามลูบผมลูบหลังปลอบใจเจ้าตัวเล็กไปพร้อมๆกัน

 

จริงอยู่ว่าเขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของเพื่อนเท่าไหร่ ถ้ามันไม่อยากเล่าเขาก็จะไม่ถาม...

 

แต่คืนนี้เขาคงจะต้องลากหนึ่งในสองมาเปิดอกคุยกันจริงๆจังๆเสียที ก่อนที่อะไรๆมันจะค้างคาไปมากกว่านี้

 

ยูคยอม ฟังฉันนะ

ฮะ...

ถึงอาเจย์กับอาวอนพิลจะทะเลาะกันแต่พวกเขาไม่ได้เกลียดกันหรอก เป็นเพื่อนกันก็อาจจะมีเรื่องที่ต้องทะเลาะกันบ้าง เหมือนเวลาที่นายทะเลาะกับแจ็คสันหรือพวกพี่ๆนั่นแหละคุณพ่อลูกเป็ดอธิบายอย่างใจเย็น ที่ฉันพูดแบบนี้เพราะฉันไม่อยากให้นายมองว่าอาเจย์เป็นคนไม่ดี พวกนายก็รู้ว่าอาเจย์ใจดีกว่าฉันตั้งเยอะ เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า

แต่คยอมไม่อยากให้อาเจย์โป้งพิลลี่นี่นา คยอมไม่อยากให้พิลลี่เหงา อาเจย์กับพิลลี่จะดีกันไหมฮะ

ฮื่อ อีกเดี๋ยวก็คงดีกันแล้วแจบอมอมยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเด็กน้อยตรงหน้า เพราะฉะนั้นนายห้ามโกรธอาเจย์เด็ดขาดนะ

แด๊ดดี้พูดจริงๆใช่ไหม อาเจย์จะไม่โป้งพิลลี่นานใช่ไหมฮะ

อืม นายเองก็เลิกคิดมากได้แล้ว ถ้ายังคิดเรื่องเศร้าๆอยู่คืนนี้นายอาจจะฝันร้ายนะจากนั้นก็แกล้งสร้างเรื่องขู่เจ้าตัวยุ่งที่ยังไม่วางใจกับคำพูดของตัวเองเสียทีเดียว

นั่นซี่ ถ้าคยอมยังเศร้าอยู่ คุณผีอาจจะมาหม่ำหม่ำคยอมในฝันก็ได้น้า แฮ่ !” เจ้าผีก้อนแก้มอวบแกล้งแลบลิ้นปลิ้นตาจนน้องเล็กของกลุ่มหน้าถอดสี

งื้อ ~ ยองแจนอย่าแกล้งคยอมซี่ แบมแบมบอกว่าคยอมเป็นเด็กดี คุณผีจะไม่มาหาคยอมหรอกน้า

แต่วันนี้คยอมเป็นเด็กไม่ดีนี่นา ตอนไปเที่ยวคยอมไม่ยอมแบ่งช็อกโกแลตให้แจ็คสัน คุณผีจะต้องมาหาคยอมแน่ๆเลย ฮี่ๆ

ก็แจ็คสันหม่ำหม่ำเปเปโรไปแล้วนี่นา ถ้าให้ช็อกโกแลตแจ็คสัน ม้ากคึก็จะไม่ได้หม่ำหม่ำขนมน่ะซี่ คยอมไม่ใช่เด็กไม่ดีนะ

นี่ ถ้าพวกนายยังมัวแต่เล่นกันอยู่แบบนี้เดี๋ยวจะอดกินข้าวเย็นนะ

จริงด้วยซี่ คยอมหิวมากๆเลย คยอมจะรีบอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย เย้ !”

นี่ ยูคยอม ใจเย็... เฮ้ !”

 

ตู้ม ! --- เมื่อหมดสิ้นความกังวลที่มีอยู่ในใจ กอปรกับความหิวที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มวลสารกลมก้อนที่เพิ่งงอแงไปก่อนหน้านี้ก็รีบกระโดดลงอ่างอาบน้ำเพื่อล่างตัวโดยไม่ฟังคำทัดทานของเจ้าทาสใต้บัญชาแม้แต่นิดเดียว

 

เศร้าง่ายหายเร็ว เครียดที่สุดคือเรื่องกินกับเรื่องนอนแบบนี้ บางทีอิมแจบอมก็อยากกลับไปเป็นเด็กอนุบาลเหลือเกิน

 

ฟู่ว ~ สบายจังเลยน้า

นั่นซี่ๆ อาบน้ำแล้วเย็นสบายจังเลยเนอะ แป้งก็เย้น ~ เย็นด้วยล่ะ

เฮ้อ...ขณะที่เหล่านายท่านตัวน้อยแก้มกลมซึ่งปะแป้งเย็นจนเต็มแก้มกลมๆในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนและกางเกงขาสั้นกำลังเดินมุ่งหน้าเข้าครัวอย่างสบายอกสบายใจนั้น เจ้าทาสผู้น่าสงสารที่ต้องต่อสู้กับเจ้าตัวป่วนทั้งห้าคนในห้องน้ำและห้องนอนตอนจับพวกเด็กๆแต่งตัวอีกร่วมสิบนาทีก็ได้แต่เดินถอนหายใจตามหลังด้วยความเหนื่อยล้าและแอบส่งสายตามองแรงมนุษย์ก้อนตัวกลมอยู่ห่างๆเหมือนทุกที

 

หนอย... สุขีสโมสรกันเหลือเกินนะเฟ้ย !

 

เฮ้ยๆ อะไรวะไอ้ตี๋ กูเห็นมึงเดินโฉบไปโฉบมาตั้งหลายรอบแล้ว ใจคอจะไม่เข้ามาทักทายเพื่อนบ้างหรือไง ?และความวุ่นวายของแจบอมก็ยังไม่จบสิ้นเมื่อหนึ่งในเพื่อนร่วมงานซึ่งมาสังสรรค์ที่บ้านพักของพวกเขาเดินเข้ามากอดคอทักทายโดยมีแก้วเหล้าอยู่ในมือข้างหนึ่ง

“’โทษทีว่ะ วุ่นๆไปหน่อย ไว้ดึกๆแล้วกันแจบอมปล่อยให้ลูกชายตัวเดินเข้าห้องครัวล่วงหน้าไปก่อน พวกมึงแด_เหล้ากันตั้งแต่หัวค่ำเลยหรือวะ

เออน่า นานๆทีจะได้มาเที่ยวต่างจังหวัดคนเดียว แฟนไม่อยู่กูขอเปรี้ยวสักวันเถอะว่ะ ฮ่าๆชายหนุ่มหน้าคมที่ใบหน้าเริ่มแดงก่ำหัวเราะร่วน ไม่เหมือนใครแถวๆนี้หรอก เห็นเงียบๆที่แท้ก็ซุ่มนี่หว่า มาเที่ยวกับเพื่อนแบบนี้ใครเขาพกแฟนพกเด็กมาวะไอ้ตี๋

หา ?

อ้าว ก็น้องคนที่นั่งคุยกับวอนพิลอยู่ในห้องครัวไง เขารู้กันทั้งออฟฟิศแล้วเว้ยว่ามึงพกเด็กมาด้วย อีเจ๊จงเล่นป่าวประกาศกลางเรือขนาดนั้นใครไม่ได้ยินก็หูตึงฉิ_หายแล้ว

พกเด็กห่_อะไรล่ะ บ้านเขาอยู่แถวนี้ แล้วเขาก็เป็นญาติพี่หมอด้วยแจบอมเอ็ดเพื่อนร่วมงานคนดังกล่าวที่อยู่ในสภาพกรึ่มๆค่อนไปทางเมาเล็กน้อย มึงจะไปไหนก็ไปเลย กูขอไปดูแลลูกก่อน ฝากทักทายเพื่อนคนอื่นด้วย

เออ ตามสบาย ว่างๆก็มานั่งคุยกับเพื่อนฝูงบ้างนา ชยอนูเพื่อนสุดที่รักของมึงก็อยู่นะเว้ย เผื่ออยากย้อนวันวานกัน ฮ่าๆ

สั_ !”

 

ชายหนุ่มส่งนิ้วกลางแทนคำพูดให้เพื่อนอีกครั้งก่อนจะปลีกตัวกลับมาที่ห้องครัวซึ่งมีสมาชิกแก๊งก้อนนั่งยิ้มหวานอยู่บนโต๊ะ ทว่า เก้าอี้ของแจบอมกลับถูกยึดครองโดยหนึ่งในเพื่อนสนิทที่กำลังลุกออกจากโต๊ะเมื่อเห็นว่าเจ้าของที่นั่งตัวจริงกลับมาแล้ว

 

อ้าว วอนพิล ทำไมมาอยู่ที่นี่วะ

เมื่อกี๊กูเข้ามาล้างจานเพราะจานที่มีอยู่ข้างนอกไม่พอใช้ แล้วก็เห็นคุณจินยองนั่งกินอยู่คนเดียวเลยอยู่คุยเป็นเพื่อน จะชวนให้เขาออกไปนั่งข้างนอกด้วยกันก็กลัวจะอึดอัดเพราะมีแต่คนไม่รู้จักวอนพิลว่า ไอ้ตี๋กับเด็กๆกลับมาแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะคุณจินยอง พี่ไปแล้วนะเด็กๆ บ๊ายบาย

ขอบคุณที่อุตส่าห์อยู่เป็นเพื่อนนะครับคุณวอนพิล

บ๊ายบายน้าพิลลี่

ขอบใจมากมึง

เออ ตี๋...วอนพิลเดินถอยหลังกลับมาหาแจบอม ก่อนจะอาศัยช่วงที่เจ้าตัวเล็กและเพื่อนบ้านของชายหนุ่มเผลอกระซิบข้างหูเพื่อนสนิท อย่าหาว่ากูยุ่งเลยนะ แต่ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้กูไม่ค่อยอยากให้มึงอยู่ห่างจากคุณจินยองเท่าไหร่

ทำไมวะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ?

กูไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกไปคนเดียวหรือเปล่า ช่วงนี้เพื่อนๆเราเข้าออกห้องครัวบ่อย ผู้หญิงน่ะไม่เท่าไหร่ แต่กูเห็นพวกผู้ชายมองคุณจินยองด้วยสายตาแปลกๆ ยังไงก็อย่าปล่อยให้คุณจินยองอยู่คนเดียวจะดีกว่า

“…”

กูไม่ได้หมายความว่าพวกมันมองคุณจินยองแง่นั้นนะ แต่ตอนที่อยู่บนเรือเจ๊จงดันโพล่งเรื่องของมึงกับคุณจินยองออกมาจนรู้กันเกือบทั้งออฟฟิศ บางคนก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ก็ยังมีบางคนที่มึงก็รู้ๆอยู่ว่าพวกมันเป็นยังไง อย่างน้อยถ้ามึงอยู่กับคุณจินยองพวกมันก็คงไม่กล้ามองหรือพูดอะไร เข้าใจที่กูพูดใช่ไหมตี๋

อืม ขอบใจมากที่บอก

เออ ไว้กูจะพยายามหาทางบ่ายเบี่ยงไม่ให้พวกเพื่อนๆมาที่ครัวจนกว่าเด็กๆจะกินข้าวเสร็จก็แล้วกัน กูไปนะวอนพิลตบบ่าปุๆแล้วเดินออกจากครัวไป แจบอมจึงกลับมานั่งรวมโต๊ะกับเจ้าตัวแสบที่เริ่มยุกยิกอยู่ไม่สุขเพราะความหิวและเพื่อนบ้านที่กำลังง่วนกับการแกะเปลือกกุ้งและหั่นปลาหมึกย่างเป็นชิ้นเล็กๆจนแทบล้นจาน

 

เดี๋ยวก่อนนะ... ล้นจาน ?

 

เด็กๆ กุ้งกับปลาหมึกที่อยู่ในจานนั้นกินได้ทั้งหมดเลยนะ

เฮ้ย คุณ !” เมื่อปะติดปะต่อเรื่องได้ทั้งหมด แจบอมก็โวยใส่คนที่กำลังย่างเนื้อสัตว์ชุดต่อไปในกระทะไฟฟ้าราวกับเครื่องจักรแล้วรีบปรี่เข้าไปแย่งที่คีบรวมถึงทุกๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมอาหารออกจากอีกคนทันที พอเลยคุณ แค่วันนี้ทั้งวันผมก็เกรงใจคุณจะแย่อยู่แล้วนะ

ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยครับ นั่งอยู่เฉยๆมันก็น่าเบื่อ ผมก็เลย...นักศึกษาหนุ่มมองอาหารที่ตัวเองจัดไว้ให้เจ้าตัวเล็กพลางยิ้มแห้งๆเมื่อถูกคุณพ่อสถาปนิกส่งสายตาเป็นเชิงดุกลายๆ

หูว ~ พี่จีนยองใจดีจังเลย ขอบคุณมากนะฮะ

คยอมจะหม่ำหม่ำแล้วน้า

หม่ำหม่ำแล้วน้าค้า ~ บ

อย่ามองผมแบบนั้นสิครับคุณแจบอม อาบน้ำเสร็จเด็กๆก็ได้ทานเลย จะได้ไม่ต้องรอนานๆไงครับอีกฝ่ายพูดทั้งรอยยิ้ม คุณแจบอมอย่าโกรธผมเลยนะครับ

เฮ้อ...นอกจากจะต้องรับมือกับความซนแสบของเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกแล้ว คุณพ่อลูกเป็ดก็ต้องถอนหายใจอีกครั้งเพราะความขยันเกินเหตุของเพื่อนบ้านตัวเองที่อาศัยเวลาช่วงที่เขาพาเด็กๆไปอาบน้ำแอบเตรียมอาหารไว้ให้เหล่านายท่านตัวจิ๋วเสร็จสรรพ คุณไม่เห็นต้องทำขนาดนี้เลย ผมเกรงใจคุณจริงๆนะ

ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ วันนี้คุณแจบอมอุตส่าห์เลี้ยงข้าวผมทั้งมื้อเที่ยงทั้งมื้อเย็นเลย ให้ผมได้ช่วยอะไรบ้างเถอะครับจากนั้นจินยองก็เปลี่ยนมาสนใจพวกเด็กๆที่นั่งอยู่ด้วยกันแทน เป็นยังไงบ้างเด็กๆ อร่อยไหม ?

ฮื้อ ~ อร่อยที่สุดเลยฮะ คยอมชอบทุกอย่างเลยเจ้าลูกหมีอ้วนสั่นศีรษะดุ๊กดิ๊กอย่างมีความสุข

แจ็คสัน ค่อยๆกินทีละชิ้นก็พอ ปลาหมึกมันเคี้ยวยากนะเมื่อถูกอีกคนเมินโดยสมบูรณ์ คุณพ่อใจอ่อนจึงหันมาดูแลลูกชายตัวน้อยที่ตั้งท่าจะกินปลาหมึกชิ้นพอดีคำหลายๆชิ้นในครั้งเดียวแทน มาร์ค ฉันขอไม้บาร์บีคิวสักเดี๋ยวสิ

อ๋า...

ฉันไม่แย่งนายกินหรอกน่าแจบอมแอบเขม่นใส่เจ้าก้อนผมแดงที่กำลังมองไม้บาร์บีคิวในมือด้วยความหวงแหนเพราะกลัวว่าจะถูกผู้เป็นพ่อแย่งอาหารแสนอร่อยไป ฉันแค่จะหักไม้ให้เฉยๆ จะได้กินง่ายขึ้นไง ไม่ต้องกลัวว่าจะทิ่มคอด้วย

ขอบคุณน้าแด๊ดดี้เด็กน้อยยิ้มร่าโชว์เขี้ยวคู่สวยโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตสายตาของผู้ใหญ่อีกคนที่กำลังมองภาพสองพ่อลูกกับไม้บาร์บีคิวด้วยความเอ็นดู

โอ๊ะ มีก้ามปูอยู่ในจานอันนี้ด้วยล่ะดวงตากลมแป๋วของเจ้าก้อนวายร้ายสะดุดกับสิ่งที่น่าสนใจเข้าโดยบังเอิญ มือกลมอวบจึงเอื้อมไปหยิบก้ามปูในจานใบนั้นออกมาพลางสะกิดแขนเจ้าก้อนแก้มกลมที่อยู่ข้างกัน ยองแจนๆ

มีอะไรหรอแจ็คสัน

ปูหนีบ !” เจ้าอัลปาก้าตัวร้ายใช้ก้ามปูซึ่งกลายเป็นของเล่นชิ้นใหม่หนีบลงบนแขนนุ่มนิ่มของน้องชายคนกลางอย่างสนุกสนาน ทุกคน ดูซี่ๆ ยองแจนโดนปูหนีบล่ะ

ย้า แจ็คสันอย่าแกล้งยองแจนซี่ !”

แจ็คสัน อย่าเอาของกินมาเล่นสิเอ็ดเจ้าตัวยุ่งเบอร์สองเสร็จคุณพ่ออิมก็ต้องหยิบทิชชู่มาเช็ดแขนเจ้าตัวยุ่งเบอร์สามต่อจนดูวุ่นวายไปหมด

เหนื่อยหน่อยนะครับจินยองซึ่งนั่งเท้าคางมองความวุ่นวายขนาดย่อมของหกพ่อลูกสลับกับคอยช่วยเจ้าตัวเล็กเป็นระยะๆพูดอย่างเห็นใจ

เป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องรีบกินก่อนที่จะพาเด็กๆไปอาบน้ำไงแจบอมตอบขณะรบกับเจ้าก้อนวายร้ายที่ยังคงกินไปป่วนคนนั้นคนนี้ไปจนหัวหมุน

เวลาอยู่คนเดียวคงลำบากแย่เลยนะครับ

ก็เหนื่อยพอประมาณ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกลำบากอะไรหรอก ผมชินแล้วล่ะแล้วจึงทักขึ้นเมื่อเห็นอีกคนลงมือย่างเนื้อสัตว์ในกระทะอีกครั้ง ยังไม่อิ่มอีกหรือคุณ

เปล่าครับ ตอนที่คุณแจบอมพาเด็กๆไปอาบน้ำผมกินจนอิ่มแล้วล่ะครับ

อย่าบอกนะว่าคุณจะทำเผื่อเด็กๆอีก ผมรบกวนคุณมาเยอะแล้วนะ คุณอยู่เฉยๆไปเลย เดี๋ยวผมจัดกา...

แค่นี้ก็ยุ่งจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ถ้าต้องทำอะไรมากกว่านี้อีกคุณคงกินไม่ทันเด็กๆหรอกครับเสียงพูดขัดไม่ได้ทำให้แจบอมสนใจเท่ากับกุ้งชิ้นโตตรงหน้าบนส้อมที่อีกคนยื่นมาให้ ในเมื่อคุณแจบอมไม่ให้ผมช่วยเด็กๆต่อ งั้นถ้าผมช่วยคุณแจบอมแทนคุณคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ ?

คุณนี่รั้นน่าดูเลยนะสถาปนิกหนุ่มบ่นอุบ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ผมไม่อยากรบกวนคุณไปมากกว่านี้แล้วจริงๆก่อนจะยอมรับเนื้อกุ้งที่อีกคนป้อนให้อย่างว่าง่าย

เสียใจด้วยครับ ผมย่างไว้ให้คุณตั้งเยอะ อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลยครับ

ให้ตายเถอะ นี่คุณได้ฟังที่ผมพูดบ้างหรือเปล่าแต่สุดท้ายแจบอมก็ต้องยอมเลยตามเลยเพราะไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจของคนตรงหน้า บวกกับที่ต้องใช้สมาธิแกะปูให้สองนายท่านคนเล็กที่อ้าปากรอลิ้มลองอาหารแสนอร่อยสลับกับช่วยยองแจกินพริกหยวกจากบาร์บีคิว อีกทั้งต้องคอยปรามแจ็คสันที่ก่อกวนพี่น้องของตัวเองเป็นระยะๆ แต่ขณะเดียวกันการรับใช้เหล่านายท่านตัวน้อยโดยมีใครอีกคนช่วยป้อนมื้อเย็นให้ตนท่ามกลางความวุ่นวายบนโต๊ะอาหารก็ช่วยให้แจบอมคลายความหงุดหงิดจากบรรยากาศดังกล่าวได้ไม่น้อย

 

ผลตอบแทนของการเป็นเจ้าทาสที่จงรักภักดีกับเจ้านายมันดีอย่างนี้นี่เอง...

 

ต๊าย ! นอกจากจะไม่ออกไปทักทายเพื่อนฝูงแล้วยังมาปงมาป้อนกันอีก น่าลำไยเหลือเกินนะ แต่มีคนดูแลดีแบบนี้หงิมคงมีเรี่ยวมีแรงแล้วสินะ งั้นเจ๊ฝากล้างจานหน่อยแล้วกัน บายจ้ะ

ไม่เอาเว้ย... เฮ้ย ! เจ๊ มาล้างเองสิวะ !”

 

 นอกจากนี้ เพื่อนสาวร่างใหญ่ที่เริ่มกรึ่มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ยังโยนจานจำนวนหนึ่งใส่อ่างพร้อมทั้งฝากฝังภาระหน้าที่ให้แจบอมเพิ่มอีกหนึ่งงานทำให้ชายหนุ่มได้แต่ด่าไล่หลังอย่างหัวเสีย แต่ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มื้อเย็นอันแสนอร่อยของเจ้าตัวเล็กจบลงเมื่อสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนพากันนอนเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางลูบพุงนุ่มนิ่มป้อยๆ ไม่ต่างอะไรกับแจบอมที่แม้ว่าจะต้องดูแลลูกชายตัวน้อยร่วมชั่วโมง แต่เพราะได้รับความช่วยเหลือแกมบังคับจากเพื่อนบ้านที่กำลังช่วยตนเก็บกวาดทุกอย่างบนโต๊ะไปวางในซิงค์น้ำจึงรู้สึกอิ่มหมีพีมันไม่แพ้เจ้าก้อนปุ๊กลุกเช่นกัน

 

แด๊ดดี้ ม้ากคึอยากช่วยแด๊ดดี้ล้างจาน ม้ากคึขอช่วยแด๊ดดี้ได้ไหม ?

ให้แบมแบมช่วยด้วยน้า แบมแบมก็อยากช่วยแด๊ดดี้กับพี่จีนยองล้างจานเหมือนกัน

ฉันว่าเราไปหาอะไรเล่นย่อยอาหารกันก่อนดีกว่า

เล่นหรอแด๊ดดี้ เย้ ! แจ็คสันอยากเล่นกับแด๊ดดี้ อยากเล่นกับพี่จีนยองด้วย ไปเล่นกันเถอะ

คุณแจบอม แล้วจานล่ะครั…”

คุณเองก็ไปเล่นกับเด็กๆด้วยกันสิแจบอมขัดก่อนจะยื่นหน้าเข้ามากระซิบอธิบายความจริง ใกล้จะสามทุ่มแล้ว ผมอยากส่งเด็กๆเข้านอนก่อน ส่วนเรื่องจานเดี๋ยวค่อยว่ากันทีหลัง ถ้าเออออตามเด็กๆน่ากลัวว่าจะพากันวุ่นวายน่ะ

เข้าใจแล้วครับ... งั้นพี่ขอเล่นด้วยคนนะเด็กๆ

ได้ซี่ แบมแบมอยากเล่นกับพี่จีนยองด้วย เล่นอะไรกันดีน้า

 

ทั้งสองคนปล่อยให้เจ้าตัวเล็กเดินจูงมือออกจากครัว จากนั้นก็พาไปแปรงฟันและทำธุระส่วนตัวก่อนจะเข้าไปอยู่รวมกันในห้องนอน หนังสือนิทานในกระเป๋าเป้ประจำแก๊งถูกส่งให้พี่ชายเพื่อนบ้านทั้งแววตาอ้อนวอนเสมือนเจ้าทาสใต้บัญชาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกันซึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงไม่มีตัวตน

 

นับวันอิมแจบอมก็ยิ่งเหมือนคนข้างบ้านมากขึ้นทุกที...

 

ไปเลย ไปเป็นลูกบ้านนั้นกันให้หมดเลย !

 

แด๊ดดี้ พี่จีนยอง แจ็คสันมีอะไรปิ๊งๆแล้วล่ะเจ้าก้อนอัลปาก้ารีบยกมือขอจังหวะก่อนที่จินยองจะเริ่มเล่านิทานก่อนนอนแล้วทำท่าชี้นิ้วมือกลมป้อมลงบนขมับทั้งสองข้างของตัวเอง

ว่าไงแจ็คสัน

ตอนนู้นแจ็คสันดูทีวี แล้วแจ็คสันก็เห็นพวกพี่สาวในทีวีเล่นตีหมอนกัน แจ็คสันอยากเล่นบ้าง ทุกคนมาเล่นกับแจ็คสันน้า

โอ๊ะ ม้ากคึนึกออกแล้ว ตอนนู้นม้ากคึก็ดูทีวีกับแจ็คสันเหมือนกัน ต้องสนุกแน่ๆเลย เล่นกันเถอะน้า

ถ้าม้ากคึว่าดียองแจนก็ว่าดี ยองแจนจะเล่นด้วย

เน่ ~ แจ็คสันเป็นคนคิดนะยองแจน ยองแจนต้องชมแจ็คสันซี่ !”

แบมแบมเล่นด้วย แบมแบมกับคุณโพโรโระจองหมอนอันนี้น้า

คยอมจะเอาหมอนอันใหญ่ๆ คยอมจะไม่ยอมแพ้ทุกคนหรอกน้า

นี่ เดี๋ยวสิพวกนาย...

คุณแจบอมเป็นคนชวนผมมาเล่นกับเด็กๆฉะนั้นคุณก็ต้องเล่นด้วยนะครับ อย่าขี้โกงเชียวล่ะหมอนใบสุดท้ายที่ยังไม่มีใครจับจองถูกส่งให้คุณพ่อผู้น่าสงสารที่ไม่มีโอกาสขัดขืนแม้แต่นิดเดียว

ว่าแต่ผมเป็นคนช่างสปอยล์ คุณเองก็ตามใจลูกผมไม่แพ้กันนั่... อั้ก !” หมอนหนุนใบโตที่ลอยมากระแทกเต็มหน้าโดยฝีมือเจ้าลูกเป็ดพี่ใหญ่ทำให้คุณพ่อสถาปนิกไม่สามารถพูดจนจบประโยคเป็นครั้งที่สอง

 

ตุ้บ !

 

หูว ~ จาจาเก่งจัง โดนแด๊ดดี้เต็มๆเลยน้า

 

ตุ้บ !

 

โอ๊ะ แด๊ดดี้รับหมอนของคยอมได้อ่ะ เสียดายจังเลยน้า

 

ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ !

 

ตอนนู้นยองแจนเห็นพี่สาวในทีวีใช้หมอนตีได้ด้วยล่ะ นี่แน่ะๆ

แด๊ดดี้ห้ามหนีแบมแบมน้า ~

เฮ้ย ! เดี๋ยวเซ่ ทำไมมารุมฉันคนเดียวแบบนี้ล่ะ !?!”

 

เริ่มจากหมอนของมาร์คที่ลอยลงมากลางหน้าอย่างจัง ตามมาด้วยหมอนของแจ็คสันที่จู่โจมลงบนตำแหน่งเดียวกับมาร์ค หมอนของเจ้าก้อนลูกหมีที่ลอยเฉียดศีรษะของตัวเองไปเพียงเล็กน้อย และล่าสุดก็เป็นคิวของสองพี่น้องแก้มป่องที่กำลังใช้หมอนไล่ตีคนเป็นพ่ออย่างสนุกสนานจนในที่สุดคนถูกรุมรังแกต้องโวยวายเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง และเพียงเสี้ยววินาทีเดียวชายหนุ่มก็รีบหันขวับไปมองคนที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวการที่ทำให้ลูกชายตัวน้อยรวมหัวกันรังแกตน ซึ่งรอยยิ้มแป้นแล้นของคนที่นั่งเท้าคางมองสงครามพ่อลูกอยู่บนเตียงก็ไม่ได้ผิดไปจากที่เขาคาดไว้สักนิด

 

เนื้อหอมแม้กระทั่งตอนเล่นปาหมอนแบบนี้ เป็นคุณพ่อที่มีเสน่ห์กับเด็กๆจังเลยนะครับ

ฝีมือคุณมากกว่าล่ะมั้... อั้ก !”

โอ๊ะ คราวนี้เล่นแฮมเบอร์เกอร์หรอแบมแบม คยอมเล่นด้วยซี่

เดี๋ยวสิพวกนา... โอ๊ย !”

 

จบจากสงครามปาหมอนก็เข้าสู่ช่วงแฮมเบอร์เกอร์มนุษย์ก้อนที่นอนซ้อนกันบนแผ่นหลังของคุณพ่อร่างสูงซึ่งนอนโวยวายจนหมดแรง เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนบ้านตัวเล็กที่ย้ายลงมานั่งข้างๆแจบอมก่อนจะหันไปแปะมือไฮไฟว์กับมวลสารกลมก้อนเพื่อนร่วมแก๊งไซส์มินิอย่างสนุกสนาน

 

เชิญท่านลงทัณฑ์บัญชา จนสมอุราจนสาแก่ใจเลยขอรับ...

 

ก๊อก ก๊อก !

 

ตี๋ กูเอง เปิดประตูให้หน่อยดิ

วอนพิล ?

เดี๋ยวผมไปเปิดให้เองครับจินยองอาสาไปเปิดประตูให้ผู้มาใหม่ซึ่งเป็นเจ้าของชื่อที่แจบอมไว้ก่อนหน้านี้ ขอโทษนะครับ พวกเราเล่นกันเสียงดังจนรบกวนข้างนอกใช่ไหมครับ

เปล่าหรอกคุณจินยอง ทีแรกก็ไม่กล้าเคาะเรียกเพราะกลัวว่าจะรบกวนเด็กๆ แต่พอได้ยินเสียงก็เลยรู้ว่ายังไม่นอนวอนพิลว่าพลางมองแฮมเบอร์เกอร์มนุษย์ก้อนภายในห้องนอนอย่างนึกขัน

พิลลี่จะมาเล่นกับพวกเราด้วยหรอ

เปล่าหรอก พี่มีเรื่องต้องรบกวนพ่อเรานิดหน่อยน่ะวอนพิลส่ายหน้าปฏิเสธอย่างนุ่มนวลก่อนจะเปลี่ยนมาคุยกับแจบอม ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะตี๋ แต่กูมีเรื่องต้องรบกวนมึง... จริงๆก็ไม่นิดหน่อยว่ะ

เรื่องอะไรวะ ?

ไอ้สั_ มึงอย่าเพิ่งมาเรื้อนตอนนี้จะได้ไหม !?!”

“…” เสียงแข็งของวอนพิลทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองคนในห้องนอนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ

ข... ขอโทษที กูไม่ได้หมายถึงมึงวอนพิลสูดลมหายใจเข้าราวกับกำลังสะกดอารมณ์ก่อนจะหันมองด้านหลังของตนซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวเองไม่สบอารมณ์ก่อนหน้านี้ ส่วนเรื่องที่จะรบกวนมึงน่ะ...

เฮ้ย !”

อาเจย์นี่นา !”

 

ครืด ~ --- เพื่อนสถาปนิกที่ยืนอยู่หน้าประตูค่อยๆเดินเข้ามาในห้อง หากแต่ความสนใจของครอบครัวอิมและเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดกลับไปตกอยู่ที่สิ่งมีชีวิตที่วอนพิลกำลัง ลาก เข้ามาในห้อง เผยให้เห็นร่างของเพื่อนสนิทอีกคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นโดยที่ขาทั้งสองข้างถูกวอนพิลยกขึ้นลากกับพื้น จากนั้นก็โยนทิ้งและใช้เท้าเขี่ยร่างสูงโปร่งที่นอนแอ้งแม้งกลางห้องอย่างไม่ใยดี

 

อย่าบอกนะว่าเรื่องที่มึงจะรบกวนกู...

เออ เฝ้าซากไอ้แว่นเพื่อนรักของมึงไง ยังไม่ทันจะสี่ทุ่มก็เมาเรื้อนแล้ว ทุเรศทุรังสิ้นดี !” วอนพิลกระแทกเสียงหนักบ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

กูไม่รับฝากแจบอมปฏิเสธทันควัน ทำไมไม่ให้มันไปนอนที่ห้องพวกมึงล่ะ

คืนนี้กูกับมันยกห้องให้พวกผู้หญิงไปแล้ว ส่วนผู้ชายก็ตามเวรตามกรรม ใจจริงก็อยากจะปล่อยให้มันนอนเป็นหมาอยู่นอกบ้านเหมือนกัน...น้ำเสียงไร้อารมณ์หยุดชะงักและค่อยๆเบือนหน้าหนีเพื่อเลี่ยงที่จะมองร่างโปร่งของคุณอาหนุ่มที่นอนขดตัวบนพื้นในสภาพน่าสังเวช แต่เห็นแก่ที่เด็กมันขอร้องเอาไว้กูเลยยอมลากมันมานอนในบ้านนี่แหละ

“…”

ขอโทษที่รบกวนจริงๆว่ะ ถือเสียว่าทำบุญเลี้ยงหมาสักคืนก็แล้วกันนะมึง กูไม่อยู่รบกวนแล้ว เล่นกันต่อเถอะ ขอบใจมาก

เออแจบอมพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วคืนนี้มึงจะนอนที่ไหน ?

ไม่โซฟาก็ไปนอนที่พื้นห้องของพวกผู้หญิงมั้ง พวกซานะก็ชวนให้นอนด้วยกันอยู่ เป็นโมเมนท์ที่ผู้ชายคนอื่นนอกเหนือจากกูไม่มีวันได้หรอก หึ...

งั้นมานอนห้องกูก็ได้

ไม่เอา เหม็นเหล้า

แล้วมึงเอามันมาหย่อนที่ห้องกูไม่คิดว่ากูกับลูกจะเหม็นไง้ ?

เออ ยอมรับก็ได้ว่าเหม็นขี้หน้าแม่งชายหนุ่มกลอกตาบึนปาก มีอะไรไว้ค่อยคุยทีหลังก็แล้วกัน ส่งเด็กๆเข้านอนก่อนเถอะ อยากเสือ_อะไรก็มาถามกูได้ เห็นแล้วสงสาร หน้าตามีความอยากรู้อยากเห็นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ไสหัวไปเลยไปคนถูกแทงใจดำส่งสายตาเขม่นไล่หลังเพื่อนรักปากจัดที่เดินออกจากห้องไป

อาเจย์... อาเจย์หลับแล้วหรอ ?ส่วนชายหนุ่มที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นก็กลายเป็นจุดสนใจของเจ้าตัวเล็กที่กำลังรุมล้อมคุณอาหนุ่มด้วยความสงสัย ทั้งใช้นิ้วกลมๆจิ้มเอย ยื่นหน้าเข้าไปสำรวจใกล้ๆเอยจนดูน่าขัน

คุณแจบอมครับ ปกติคุณเจฮยองดื่มหนักจนเมาไม่รู้เรื่องเป็นประจำหรือเปล่าครับ

ก็ไม่นะ ถึงไอ้แว่นจะออกไปดื่มบ่อยแต่ส่วนใหญ่ก็แค่นิดๆหน่อยๆ จะเมาหนักแบบนี้เฉพาะตอนมาเที่ยวกับเพื่อน แต่จะว่าไปก็ไม่เคยเมาก่อนตีหนึ่งตีสองแบบนี้เหมือนกัน ไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรให้กลุ้มใจหรือเปล่า

อุหวา ~ อาเจย์นอนกอดแขนล่ะ คยอมว่าอาเจย์ต้องหนาวแน่ๆเลย แด๊ดดี้ คยอมห่มผ้าให้อาเจย์ได้ไหมฮะ

ก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้าเอาให้อาเขาห่มแล้วพวกเราจะไม่มีผ้าห่มกันเนี่ยสิคุณพ่อลูกเป็ดขบคิดอย่างกังวลเนื่องจากห้องนอนของพวกเขามีผ้าห่มแค่สองผืนตามจำนวนเตียงเท่านั้น

โอ๊ะ แบมแบมมีอะไรปิ๊งๆแล้วล่ะเจ้าก้อนผมปอยชมพูยกมือด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคิดดีๆ

แบมแบมปิ๊งๆอะไรหรอ

 

เจ้าก้อนแฮมสเตอร์ไม่ตอบคำถามแต่กลับวิ่งไปยังมุมตากผ้าเช็ดตัวใกล้หน้าต่างแล้วกระโดดหย็องๆพลางชี้นิ้วแทนคำตอบ

 

นี่ไงทุกคน พวกเรามีผ้าตั้งเยอะเลยน้า มีหลายลายด้วย แบมแบมว่าอาเจย์ต้องชอบแน่ๆเลย

จริงด้วย อาเจย์ต้องชอบคุณสไปเดอร์แมนของแจ็คสันมากแน่ๆ

ช่วยไม่ได้ ยังไงก็ไม่มีทางเลือกอยู่แล้วและความคิดของเจ้าตัวเล็กก็กลายเป็นมติเอกฉันท์ ผ้าขนหนูลายตัวการ์ตูนทุกผืนที่แขวนเรียงกันถูกหยิบลงมา จากนั้นเด็กน้อยทั้งห้าคนก็ช่วยกันห่มผ้าเช็ดตัวของตัวเองบนร่างของคุณอารูปหล่ออย่างแข็งขันโดยมีผู้ใหญ่อีกสองคนเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

เป็นความคิดที่น่ารักสมวัยดีนะครับ

ผมเพิ่งเคยเห็นคนที่เมาแล้วเป็นภาระเด็กอนุบาลก็วันนี้นี่ล่ะสถาปนิกหนุ่มตอบทั้งสีหน้าเอือมระอา

 

ก็สมกับคำว่า ทุเรศทุรังจากปากหนุ่มดอกไม้ประจำออฟฟิศดี...

 

 หมู ~ เสียงละเมอของชายหนุ่มที่นอนไม่รู้เรื่องรู้ราวยิ่งทำให้เจ้าตัวเล็กที่นั่งล้อมสังเกตอาการของคุณอาเพื่อนพ่อจ้องมองตาแป๋วด้วยความอยากรู้หมูมาคุยกับพี่เจย์ก่อ... เอิ๊ก !”

อาเจย์อยากหม่ำหม่ำคุณหมูหรอเจ้าก้อนลูกหมียื่นหน้าเข้าไปมองคุณอาหนุ่มที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนพื้น

หรือว่าอาเจย์เห็นคุณหมูอู๊ดๆในฝันน้าพี่ใหญ่แก๊งก้อนลองสันนิษฐานบ้าง

ดีจังเลย ยองแจนก็อยากฝันเห็นคุณหมูเยอะๆบ้างจัง ถ้าได้เล่นกับคุณหมูเยอะๆต้องสนุกแน่ๆเลยเนอะ

ถ้าอยากฝันเห็นคุณหมูน่ารักๆพวกเราก็ต้องเข้านอนได้แล้วนะเป็นนักศึกษาหนุ่มที่ขยับเข้าไปวาดแขนโอบเจ้าตัวเล็กซึ่งช่วยกันดูแลคุณอาเพื่อนพ่อและหว่านล้อมเพราะเห็นว่าใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว อาเจฮยองหลับฝันดีไปแล้ว พี่ว่าพวกเราไปนอนบ้างดีกว่าเนอะ จะได้ฝันดีเหมือนอาเจฮยองไง ดีไหม ?

ดีซี่พี่จีนยอง แจ็คสันจะต้องฝันว่าขี่หลังคุณปลาฉลามให้ได้เลย

แด๊ดดี้อุ้มๆแบมแบมหน่อยน้า อู้ ~ ม น้าๆ

อ๋า แบมแบมอย่าขี้โกงซี่ แด๊ดดี้อุ้มๆยองแจนด้วยน้า

 

เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวแสบหลงกลอีกฝ่ายตอบตกลงเข้านอนแต่โดยดี คุณพ่อแก๊งก้อนจึงยอมตามใจอุ้มลูกชายตัวน้อยไปส่งถึงเตียงนอนทีละคนสองคน

 

วันนี้อยากฟังเรื่องลูกเป็ดขี้เหร่กันเหรอจินยองถามย้ำเด็กน้อยที่นอนมุดผ้าห่มรอฟังนิทานก่อนนอนเช่นเคย โอเค งั้นพี่จะเล่าแล้วนะ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีแม่เป็ดตัวหนึ่งกกไข่อยู่เป็นเวลานานจนลูกเป็ดตัวน้อยเริ่มเจาะเปลือกไข่ออกมาทีละตัวๆ จนกระทั่งเมื่อไข่ใบสุดท้ายแตกออก ก็มีลูกเป็ดตัวหนึ่งโผล่ออกมา แต่ว่าลูกเป็ดตัวนี้ตัวใหญ่กว่าลูกเป็ดตัวอื่น คอยาว รูปร่างน่าเกลียด ทำให้ไม่มีพี่น้องคนไหนรักลูกเป็ดตัวนี้แม้แต่ตัวเดียว...

“…”

เจ้าลูกเป็ดที่ใครๆต่างบอกว่าขี้เหร่ก็เลยเกิดความน้อยใจเพราะไม่มีใครรักจึงตัดสินใจหนีออกจากครอบครัวไปอยู่ที่อื่นคนเดียว…” เล่ามาถึงตรงนี้เพื่อนบ้านตัวดีก็แกล้งส่งสายตามองคุณพ่อลูกเป็ดที่หลบมุมอยู่ริมเตียงเพียงลำพังเป็นเชิงล้อเลียน

 

จ้า... รักกันมากก็ไปอยู่ด้วยกันเลย ไปเลย กลับโซลแล้วจะรีบเก็บข้าวของไปส่งถึงห้องเลย !

 

งือ... คุณเป็ดน่าสงสารจังเลย

จุ๊ๆ อย่าเพิ่งเศร้ากันสิ นิทานยังไม่จบนะ... หลังจากนั้นเจ้าลูกเป็ดขี้เหร่ก็ได้ไปอาศัยอยู่กับสัตว์หลายๆตัว ทั้งปลา ทั้งจระเข้ ทั้งไก่ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครยอมรับเพราะมันไม่เหมือนสัตว์ตัวอื่นๆ...

ฟี้ ~

อ่า... หลับกันแล้วเหรอชายหนุ่มค่อยๆปิดหนังสือนิทานเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจของเจ้าก้อนลูกเป็ดซึ่งนอนหลับปุ๋ยกันแล้ว สงสัยจะเหนื่อยเพราะเล่นมาทั้งวันแน่ๆเลยครับ ปกติไม่เคยหลับก่อนฟังนิทานจบเลย

ดีแล้ว ปล่อยให้พักผ่อนกันเถอะแล้วก็ถึงคิวของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวทำหน้าที่ห่มผ้าให้เจ้าตัวเล็กให้เรียบร้อยอีกครั้งเพื่อให้ไม่ให้ร่างกายสัมผัสลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศโดยตรง ส่วนไอ้แว่น... เมาแอ๋ขนาดนี้ไม่น่าเหลือแรงมาป่วนคนอื่นหรอก ปล่อยให้นอนกับเด็กๆคงไม่เป็นไร เด็กๆจะได้มีเพื่อนด้วย

 

หลังส่งเจ้าก้อนปุ๊กลุกเข้านอนเรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาสะสางภาระที่ทิ้งค้างไว้ในห้องครัว ถ้วยชามกองโตที่มีทั้งส่วนของพวกเขาเองและอีกส่วนหนึ่งของบรรดาเพื่อนๆที่เขาสังเกตเห็นตอนเดินผ่านก่อนหน้านี้ว่าเริ่มเข้าสู่ช่วงดื่มแอลกอฮอล์กันอย่างเต็มที่แล้ว แจบอมจึงรู้ดีว่าครั้นจะออกไปโวยวายให้เจ้าตัวมาล้างเองก็คงเปล่าประโยชน์ หน้าที่พ่อบ้านพ่วงด้วยคนรับใช้จึงตกเป็นของเขาไปโดยปริยาย

 

คุณห้ามแตะงานนี้เด็ดขาดนะและไม่ลืมที่จะออกปากสั่งให้คนขยันเกินเหตุที่เตรียมเปิดก๊อกน้ำหยุดการกระทำทุกอย่างอย่างเด็ดขาด

ไม่ครับ กินก็กินด้วยกันจะให้ผมอยู่เฉยๆได้ยังไงครับแต่ความเด็ดขาดของแจบอมก็ไม่สามารถเอาชนะความดื้อรั้นของจินยองได้

ของพวกเรามีแค่นิดเดียวเอง ที่เหลือมีแต่ของเพื่อนผมทั้งนั้น จะให้คุณช่วยล้างได้ยังไง

งั้นผมล้างน้ำเปล่าก็ได้ครับ แบบนี้คุณแจบอมคงโอเคใช่ไหมครับ ?

เฮ้อ...เป็นอีกครั้งที่แจบอมต้องยอมปล่อยเลยตามเลยเพราะไม่อาจขัดใจคนที่รอรับจานที่ยืนอยู่หน้าซิงค์น้ำข้างกัน

แต่เพื่อนๆคุณแจบอมก็ใจร้ายกันจังเลยนะครับ แทนที่จะผลัดกันมาล้างคนละนิดคนละหน่อย เล่นกองรวมกันแต่ไม่มีใครล้างแบบนี้ถ้าคุณแจบอมอยู่คนเดียวก็ลำบากแย่เลย

ช่างเถอะคุณ เมื่อก่อนผมก็ไม่เคยคิดจะช่วยเพื่อนล้างจานตอนมาเที่ยวเหมือนกัน ถือเสียว่ากรรมสนองก็แล้วกัน

หึ... ทีแรกกูก็ว่าจะมาช่วยมึงล้างสักหน่อย แต่พอมาเห็นไอ้บรรยากาศคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันแบบนี้กูก็ขอบายแล้วกัน ฝากล้างเซ็ตนี้ด้วยนะ

ไอ้วอนพิล มึงกลับมาเดี๋ยวนี้นะเว้ย เฮ้ย !”

เรื่องสิ กูไม่อยู่เป็นก้างขวางคอสร้างเวรสร้างกรรมให้ตัวเองหรอก ทุกวันนี้ชีวิตก็อาภัพจะแย่แล้ววอนพิลที่เพิ่งเข้ามารีบวางจานพร้อมผลักภาระให้แจบอมเพิ่มอีกชิ้นแล้วชิ่งหนีออกจากครัวทันทีทั้งยังหมางเมินต่อเสียงตะโกนไล่หลังของคนถูกรังแกอย่างไร้ซึ่งความเมตตา

 

ลูกก็ไม่ค่อยจะรัก เพื่อนก็รุมรังแกสารพัด แถมว่าที่คู่เดทก็ขัดใจอะไรไม่เคยได้อีก...

 

อยากลาออกจากการเป็นอิมแจบอมเหลือเกิน

 

ตอนที่รู้จักกันใหม่ๆผมเคยคิดว่าคุณแจบอมจะเป็นคนประเภทที่เพื่อนๆหรือคนรอบข้างเกรงใจกันเสียอีก นึกไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้นะครับพูดจบก็หัวเราะเบาๆอย่างนึกเอ็นดูคนหน้าดุที่ตกเป็นเบี้ยล่างของคนรอบข้างอยู่เสมอ

ช่วงแรกก็เป็นแบบนั้นจริงๆ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปทำอะไรไว้หรือเปล่า ทุกวันนี้ถึงได้ไม่มีใครกลัวเหมือนแต่ก่อนเลยสักคนชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าซังกะตาย

แต่ผมรู้นะครับว่าเป็นเพราะอะไร

...ชายหนุ่มเลิกคิ้วแทนการถามขณะที่มือยังง่วนอยู่กับจานกองโตในอ่าง

เพราะ...

 

เออ แล้วเด็กพวกนั้นไปไหนแ