ตอนที่ 7 : EP 06 | ตาลุงขี้วีน vs เจ้าแว่นขี้เหวี่ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 274 ครั้ง
    20 เม.ย. 59



HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(แด๊ดดี้กับน้องเป็ดส่องเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือพี่ นศ. ปอโทก็มาส่องนะ !)


EP 06 | ตาลุงขี้วีน vs เจ้าแว่นขี้เหวี่ยง

 

          หลังจากผ่านวันคืนอันโหดร้ายกับการใช้ชีวิตร่วมชายคากับลูกเป็ดตัวกลมทั้งห้าชีวิต (ที่แม่งไม่รู้ไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหนกันนักหนา !) ยามเช้าอันเหี่ยวเฉาของอิมแจบอมก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างไม่สดใสเป็นวันที่สองติดต่อกัน

            จะอะไรเสียอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่มีหนึ่งในห้าของเจ้าตัวแสบเดินเข้ามากระโดดทับเขา เดจาวูแบบเดียวกับเช้าเมื่อวานแบบเป๊ะๆ ไม่มีบิดเบี้ยวแม้แต่กระเบียดนิ้ว แต่วันนี้เจ้าก้อนที่กลิ้งอยู่บนตัวของเขาไม่ใช่เจ้าลูกเป็ดวายร้ายจอมก่อเรื่องเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นลูกเป็ดที่ตัวโตที่สุดในกลุ่มที่กำลังใช้แขนหนีบตุ๊กตามูมินที่เขาเพิ่งซื้อให้เมื่อวานนี้

 

            แด๊ดดี้ คยอมหิว…”

 

            โอเค เยี่ยม ! ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาพูดกับแจ็คสันไปเมื่อวานเรื่องเวลาตื่นของเขาจะไม่มีใครสนใจสักคนเดียว และวันนี้ก็เป็นคิวของน้องเล็กที่จูงมือลากเขาออกมาจากห้องนอน โดยไม่ลืมพับผ้าห่มบนเตียงให้เขาเสียด้วย แต่บางทีความเป็นคนดีของนายก็หักล้างกับการขัดความสุขยามเช้าของฉันไม่ได้หรอกนะยูคยอม

            แต่แจบอมก็ไม่สามารถเย็นชาใส่เจ้าลูกหมีตัวโตที่ยืนลูบพุงป้อยๆยามเช้าได้ ดังนั้น จุดจบของสองพ่อลูกในเช้าวันนี้ก็คือห้องครัวที่แจบอมคิดภาพไว้ว่า จะต้องมีมนุษย์ก้อนอีกสี่ชีวิตเดินยั้วเยี้ยอยู่แน่นอน

 

            แต่รอบนี้แจบอมคิดผิดถนัด

 

            โต๊ะกินข้าวในเวลานี้กลับดูใหญ่เสียจนแจบอมไม่คุ้นตา ไม่มีเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายนั่งรอเขาอยู่บนโต๊ะอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงโต๊ะที่ว่างเปล่า ผู้ใหญ่หัวฟูยุ่งเหยิงหนึ่งคน เด็กน้อยตัวกลมหนึ่งคน และตุ๊กตาฮิปโปสีขาว (มันคือฮิปโปหรือเปล่าน่ะ ?) ที่ยูคยอมกอดอยู่อีกหนึ่งตัวเท่านั้น

 

            ยูคยอม แล้วพวกพี่ๆของนายไปไหนล่ะ ?ถึงปากจะถามหาลูกเป็ดอีกสี่ชีวิต แต่มือของแจบอมก็ยังแกะถุงขนมปังแผ่นที่เขาซื้อมาจากมินิมาร์ทเมื่อวานนี้ไปด้วย

            ม้ากคึ ยองแจน แจ็คสัน แบมแบมยังไม่ตื่นเลยถึงว่า ทำไมไม่มาที่ห้องครัวกัน

 

            เดี๋ยวนะ !?! อิมแจบอมว่ามันแปลกๆ

 

            “ยังไม่ตื่น ?แจบอมถามย้ำเจ้าลูกหมีตัวกลมที่ดูยังไงๆก็ช่างกลมกลืนราวกับจะรวมเป็นเนื้อเดียวกับตุ๊กตาในมืออยู่แล้ว

            ฮื่อ…” และเมื่อหัวกลมพยักหงึ่กๆ แจบอมก็รีบเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนังพอดี

 

            หกโมงเช้า

 

          พระเจ้าช่วย !

 

            เข้าใจและเข้าถึงทุกสิ่งอย่าง หกโมงเช้าที่เคยเป็นเวลานอนของเขาอยู่บ่อยครั้งตั้งแต่สมัยเรียนลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้กลายเป็นเวลาตื่นนอนของเขาเมื่อมีเจ้าเด็กตัวแสบทั้งหลายมาอยู่ด้วย แจบอมแทบจะตบหน้าผากตัวเองเมื่อมองเห็นนาฬิกาชี้เวลาที่ไม่ควรจะเป็นเวลาที่เขาตื่นนอน

            ทว่า เมื่อเห็นท่าทีสงบเสงี่ยมที่ดูจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความหิวในยามเช้า ก็ทำให้แจบอมไม่อยากปฏิเสธยูคยอมที่อุตส่าห์ตื่นไปปลุกเขาออกมาเท่าไหร่นัก ปลั๊กเครื่องปิ้งขนมปังถูกเสียบเพื่อวอร์มเครื่อง พร้อมกับขนมปังสองแผ่นที่ถูกวางลงในเครื่องหลังจากนั้นไม่นานนัก ก่อนที่แจบอมจะอุ้มยูคยอมขึ้นไปนั่งรอบนโต๊ะอาหาร ในขณะที่เขาก็เดินไปรื้อตู้เก็บของที่น่าจะยังพอมีของบางอย่างหลงเหลืออยู่

 

            แด๊ดดี้หาอะไรอยู่เหรอฮะ ?น้องเล็กของกลุ่มถามขึ้นเบาๆ

            เจอแล้วล่ะ นี่ สนใจโกโก้ร้อนไหม ?คุณพ่อจำเป็นหันมาชูซองโกโก้ปรุงสำเร็จที่น้องสาวของเขาลืมทิ้งเอาไว้เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน

            คยอมชอบโกโก้ ! แด๊ดดี้จะให้คยอมกินโกโก้ได้ใช่ไหม…” ถึงตอนแรกจะบอกว่าชอบอย่างมั่นใจ แต่พอประโยคถัดมาที่พูดกับเขากลับแผ่วลงไปเสียอย่างนั้น

            แน่นอน ถ้านายต้องการ เอาล่ะ น้ำเดือดพอดีและรอไม่นานนัก ร่างสูงในชุดนอนก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วกระเบื้องสองใบ ซึ่งอีกใบก็คือกาแฟของเขานั่นเอง ก่อนจะยื่นแก้วใบเล็กที่มีโกโก้ร้อนส่งกลิ่นหอมให้กับลูกเป็ดมังเน่ที่นั่งอยู่บนโต๊ะ โดยที่ไม่ลืมกำชับเจ้าเปี๊ยกที่ดูจะดีใจกับแก้วโกโก้ที่ได้รับมา ระวังร้อนล่ะ

            “แด๊ดดี้ใจดีจังเลย ขอบคุณฮะแก้มกลมป่องยิ้มจนแทบปริให้กับแด๊ดดี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะก้มลงเป่าโกโก้ร้อนที่มีควันลอยฉุยออกมา แล้วจึงจิบโกโก้ร้อนเช่นเดียวกับแจบอมที่นั่งดื่มกาแฟรอให้ขนมปังเด้งออกมาจากเครื่องปิ้งขนมปัง

 

            และรอไม่นานนัก ขนมปังปิ้งทั้งสองแผ่นก็ถูกใส่ในจานกาแฟใบเล็กพร้อมกับแยมสตรอว์เบอร์รี่ถ้วยเล็ก (ซึ่งก็เป็นของน้องสาวเขาที่ลืมทิ้งไว้อีกนั่นแหละ) สำหรับเจ้าลูกหมีตัวโต ส่วนเขาก็กินมันแบบเปล่าๆไม่ต้องทาเนยหรือแยมอะไรเพราะปกติเขาก็กินมันแบบนั้นจนติดรสชาติจืดๆเค็มๆของขนมปังไปแล้ว

           

            “ยูคยอม ไม่ชอบสตรอว์เบอร์รี่เหรอ ?เมื่อเห็นว่าจานของเจ้าลูกหมีมีอะไรบางอย่างที่ถูกเขี่ยไว้ข้างจานเป็นผลไม้สีแดงที่ผสมเป็นเนื้อเดียวกับแยม แจบอมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า อะไรทำให้เจ้าลูกหมีตรงหน้าสามารถปฏิเสธที่จะกินมันได้ด้วย

            เปล่านะแด๊ดดี้ยูคยอมรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นกระวนกระวายทันที พร้อมกับใช้มือป้องในส่วนที่เขี่ยไว้ข้างจานทันที คยอมจะเก็บไว้กินทีหลัง ดแด๊ดดี้จะไม่แย่งคยอมใช่ไหม ?

 

            ทำไมรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองตอนเด็กๆจังวุ้ย !

 

            แจบอมอดเอ็นดูกับท่าทีหวงสตรอว์เบอร์รี่ของยูคยอมไม่ได้ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ล่ะ สมัยเด็กหลายๆคนก็คงจะเคยเก็บของที่ตัวเองชอบไว้กินทีหลังกันใช่ไหมล่ะ ?

 

            ฉันไม่แย่งหรอกน่าแจบอมพูดขึ้น และนั่นก็ทำให้ยูคยอมค่อยๆเอามือที่ป้องสตรอว์เบอร์รี่อยู่ออกอย่างโล่งใจ นี่ ฉันถามหน่อยสิแล้วจู่ๆแจบอมก็นึกอยากจะซักประวัติของเจ้าลูกเป็ดพวกนี้ต่อขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            ได้เลย คยอมจะตอบที่แด๊ดดี้ถามทุกอย่างเลยก้อนกลมรับปากอย่างว่าง่ายพร้อมกัดขนมปังเข้าปาก

            พอจะเล่าเรื่องราวตอนที่พวกนายอยู่ในบ้านใหญ่ที่มีคุณครูให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ?

            “งือ…” ยูคยอมตั้งท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ปกติคยอมตื่นเจ็ดโมงเช้าเพราะคยอมเป็นน้องเล็ก แต่ม้ากคึจะต้องตื่นพร้อมพวกพี่ๆที่แก่กว่าม้ากคึเพราะต้องมาปลุกพวกคยอม

            “แล้วปกติเวลากินอยู่ พวกนายกินอะไรกัน ?

            “ส่วนใหญ่ตอนเช้าก็จะเป็นโจ๊ก ไม่งั้นก็ขนมปังก้อนกับนมกล่อง ตอนเที่ยงก็แล้วแต่คุณครู แต่ว่าบางวันก็มีพวกพี่ชายพี่สาวทำอาหารหม้อใหญ่ๆกับแจกขนมแล้วก็เอาของเล่นมาให้พวกเราด้วยนะแด๊ดดี้ คยอมช้อบชอบถึงยูคยอมจะพูดพร้อมรอยยิ้มก็ตาม แต่ทำไมเขากลับรู้สึกแปลกๆเวลาฟังก็ไม่รู้

            “แล้วพวกเพื่อนๆที่นั่นเป็นยังไงบ้าง ?

            “ตอนอยู่ที่นู่นนะ คยอมมีเพื่อนเยอะมากเลยล่ะแด๊ดดี้ แต่…” ก่อนที่เจ้าลูกหมีจะเริ่มชะงักไปจนแจบอมเริ่มใจไม่ดี แต่อยู่ๆวันนึงเพื่อนสนิทของคยอมที่ชื่อจุนเน่ก็หายไปคุณครูบอกว่ามีคนพาจุนเน่กลับบ้านไปแล้ว

            “…”

            “แล้วก็มีพวกมิโนที่ชอบแกล้งคยอมกับแบมแบมด้วย แต่แจ็คสันก็มาช่วยคยอมตลอดจนโดนคุณครูดุทุกที คยอมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณครูดุแต่แจ็คสันคนเดียว ไม่ยอมดุพวกมิโนทั้งๆที่พวกมิโนชอบแกล้งแบมแบมกับคยอมเหมือนกัน

 

            และอีกสารพัดเรื่องราวที่ยูคยอมเล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่ยังอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า สังคมที่แจบอมไม่มีโอกาสได้เคยเข้าไปสัมผัสหรือเรียนรู้ และเขาก็คิดว่าโลกนี้ก็คงไม่มีใครอยากจะอยู่ที่แบบนั้นเหมือนกัน ถึงยูคยอมจะเล่ามันออกมาด้วยรอยยิ้มเพราะอายุที่ยังน้อยเกินกว่าจะรู้เดียงสา

 

            แต่ถ้าวันหนึ่งเด็กๆพวกนี้ยังคงอยู่ที่นั่นและรู้เดียงสาพอจะรับรู้ว่าที่นั่นคืออะไร

 

          พวกเขาจะเป็นยังไงกันนะ ?

 

            ตอนที่พวกเราหลงออกมาจากบ้าน พวกเรากลัวมากเลยล่ะแด๊ดดี้ยูคยอมยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป ทว่า เสียงเล็กแหลมของเด็กน้อยในเวลานี้กลับไม่ได้ทำให้แจบอมรู้สึกรำคาญแม้แต่น้อย คุณครูเคยบอกว่าถ้าพวกเราออกจากบ้านโดยไม่บอกคุณครู พวกเราก็จะหลงทาง แล้วพวกเราก็จะต้องนอนข้างถนนด้วย

            “…”

            “แต่พวกเราก็โชคดีที่ได้เจอแด๊ดดี้ แด๊ดดี้ให้พวกเรานอนบนเตียงนุ่ม ให้กินข้าวกินขนมอร่อยๆ ซื้อเสื้อกับตุ๊กตาให้คยอม อาบน้ำให้ พาไปเที่ยว แล้วก็ยังอุ้มคยอมด้วย

            “…”

            “คยอมสัญญาว่าคยอมจะเป็นเด็กดี คยอมจะไม่ดื้อกับแด๊ดดี้ ถ้าคยอมกับพี่ๆเป็นเด็กดี แด๊ดดี้จะให้พวกเราอยู่กับแด๊ดดี้ไปตลอดไหมฮะ ?

 

            ชั่ววูบหนึ่งที่คำตอบของแจบอมมันกลับจุกอยู่บนหน้าอกราวกับไม่รู้ว่าเขาควรจะพูดว่าอย่างไร ดวงตากลมใสของยูคยอมที่มองมายังเขามันช่างดูไร้เดียงสาและบริสุทธิ์เกินกว่าที่เขาจะตอบคำตอบใดๆออกไป มือหนาจึงถูกยกขึ้นไปขยี้กลุ่มผมนุ่มของก้อนกลมที่กอดตุ๊กตาอยู่ข้างๆแทนคำตอบทั้งหมด

 

            เขาตอบไม่ได้หรอกว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเพราะคำสัญญาไม่ใช่คำตอบที่บอกถึงความแน่ชัด

 

          แต่ถ้าเขากับเด็กๆพวกนี้ถูกเลือกให้มาอยู่ด้วยกัน เขาก็พร้อมที่จะดูแลเจ้าพวกนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ก็แล้วกัน

 

 

            .

            .

 

 

            หลังจากที่มื้อเช้า(ตรู่)ของแจบอมกับยูคยอมจบลง ทั้งสองก็พากันทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาพร้อมกับรายการการ์ตูนในโทรทัศน์ที่ยูคยอมนั่งดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ส่วนแจบอมก็นอนเล่นอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ

            ต่อมาไม่นาน มนุษย์ก้อนอีกสี่ก้อนที่เหลือก็เริ่มทยอยเดินออกมาจากห้องอย่างเป็นแถวเรียบร้อย นำโดยเจ้าก้อนหัวแดงที่เขาเดาว่าน่าจะเป็นคนปลุกอีกสามชีวิตที่เหลือที่ยังดูสะลึมสะลือกันอยู่ด้านหลัง ก่อนที่ทั้งสี่คนจะมาหยุดอยู่ที่โซฟา

 

            งือ ~ แด๊ดดี้ แจ็คสันง่วง…” พร้อมกับที่เจ้าก้อนคิ้วหนากระโดดทับลงมายังกลางลำตัวของแจบอมที่นอนเหยียดตัวอยู่บนโซฟาอย่างเต็มแรง

            “อั้ก !” และแรงที่ทิ้งลงมาเต็มที่ก็เล่นเอาแจบอมเผลอร้องเสียงหลง

 

            อื้อหือ ! แม่งจุกมาก ! ใจคอกะจะให้ไม่ต้องมีลูกเพิ่มอีกคนแล้วใช่มั้ย !?!

 

            แต่สภาพของแจ็คสันที่นอนงอแงอยู่ก็ทำให้แจบอมนึกสนุกอยากจะแกล้งเจ้าก้อนกลมที่นอนทับเขาอยู่ บวกกับการล้างแค้นเมื่อวานนี้ที่เขาถูกเจ้าลูกเป็ดวายร้ายเข้ามาบุกห้องนอนทำลายเช้าอันแสนสงบของเขาจนพังลงไม่เป็นท่า และนั่นก็ทำให้แจบอมอุ้มแจ็คสันขึ้นมาหนีบไว้ที่ข้างลำตัวด้วยแขนข้างเดียวจนร่างกลมๆห้อยต่องแต่งเหมือนตุ๊กตาลูกลิง พร้อมกับที่เขาหันไปสั่งให้เด็กๆอีกสี่คนเดินตามเขาไปยังห้องน้ำเพื่อที่จะให้ทุกคนทำธุระยามเช้าเสียก่อน (เพราะเมื่อกี๊นี้เขากับยูคยอมก็ลืมแปรงฟันล้างหน้ากันเสียสนิท)

            และเมื่อมาถึงห้องน้ำ เด็กๆก็หยิบแปรงสีฟันขึ้นมาบีบยาสีฟันอย่างรู้หน้าที่ จะมีก็เพียงแต่ลูกลิงในอ้อมแขนของแจบอมที่นอนห้อยตัวไม่รู้เรื่องรู้ราว และนั่นก็ทำให้แจบอมเปลี่ยนมาจับเจ้าก้อนขี้เซาที่บริเวณขาทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นมาบริเวณหน้าอกของเขาแล้วปล่อยให้ส่วนหัวและลำตัวห้อยลงด้านล่างแทน ก่อนจะเพิ่มไฮไลท์ด้วยการแกล้งเขย่าเบาๆสองสามทีพอให้แจ็คสันรู้สึกตัว

 

            ย้า !!!!! แด๊ดดี้ !!!!” ตามมาด้วยเจ้าก้อนที่ถูกกลั่นแกล้งโวยวายขึ้นมาอย่างลืมตัว

            ตื่นแล้วเหรอ ?แจบอมแกล้งถาม ทว่าเขาก็ยังไม่ได้ปล่อยเจ้าลูกเป็ดวายร้ายกลับคืนสภาพปกติ ปล่อยให้ห้อยหัวอยู่แบบนั้นอีกสักนิดก็แล้วกัน

 

            หมั่นไส้เห็นแล้วอยากแกล้ง

 

            แด๊ดดี้ปล่อยน้า !! งื้ออออออ~

            “หน้าแจ็คสันตลกอ่ะ ฮ่าๆ

            “อย่ามาหัวเราะกันนะยองแจน ย้า !!” ถึงคนที่ถูกรังแกอยู่จะแยกเขี้ยวใส่น้องชายคนกลางที่ยืนหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ยองแจกลัวแต่อย่างใด

 

            แต่สุดท้ายแจบอมก็ยอมปล่อยแจ็คสันลงเพราะเห็นว่าเจ้าก้อนวายร้ายเริ่มหน้าแดงเพราะเลือดเริ่มไหลลงไปที่ส่วนหัวมากเกินไป และนั่นก็ทำให้แจ็คสันตื่นขึ้นเต็มตา

            ภายในห้องน้ำที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งมีชีวิตไซส์มินิทั้งห้ากับอีกหนึ่งผู้ใหญ่ที่ยืนเบียดกันอยู่หน้ากระจกก็ทำให้แจบอมรับรู้ความจริงอีกข้อว่า ห้องน้ำของเขามันดูเล็กลงไปทันตา และในเมื่อก้อนกลมๆทั้งห้าพยายามชะเง้อมองกระจกตอนแปรงฟันเพราะกระจกมันอยู่สูงเกินไปจนเห็นเพียงแค่ส่วนเส้นผมที่สะท้อนออกมาทางกระจก ดังนั้นร่างของอิมแจบอมผู้เป็นเจ้าของบ้านจึงถูกเบียดไปติดกับกำแพงห้องน้ำโดยปริยาย

            กิจวัตรยามเช้าของแจบอมในวันนี้ช่างผ่านไปอย่างทุลักทุเล หลังจากแปรงฟันเสร็จ เขาก็ต้องมายืนปิ้งขนมปังให้เด็กๆอีกสี่คน (จริงๆเขาก็ปิ้งเผื่อยูคยอมอีกแผ่นด้วย) แล้วก็นั่งฟังบทสนทนาเจื้อยแจ้วของพวกเด็กๆในยามเช้าแทนข่าวสารทางโทรทัศน์ที่เขาเคยฟังอยู่ทุกวัน

           

            แด๊ดดี้ วันนี้แด๊ดดี้มาอาบน้ำกับพวกเรานะ นะนะยองแจเงยหน้าขึ้นมองเขาพร้อมกับแววตาที่ส่งความเว้าวอนมาอย่างเต็มเปี่ยม

            ใช่ๆ แบมแบมอยากอาบน้ำกับแด๊ดดี้ อยากให้แด๊ดดี้สระผมให้บ้าง แด๊ดดี้มาอาบกับพวกเราน้าตามมาด้วยมนุษย์ก้อนแก้มป่องที่เข้ามากอดแขนเขาแน่น

            เดี๋ยวแจ็คสันจะถูหลังให้แด๊ดดี้เอง

            “งั้นม้ากคึจะสระผมให้แด๊ดดี้ก็แล้วกัน

 

            ซึ่งคำขอของพวกเด็กๆนั้น แจบอมจะไม่ขอเรียกมันว่าคำขอก็แล้วกัน เพราะหลังจากที่เจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายพูดจบ ยูคยอมก็เป็นคนลากเขาไปยังหน้าห้องน้ำทันที ตามมาด้วยพี่ๆน้องๆที่เหลือ ก่อนที่ทุกคนจะจัดการถอดเสื้อผ้าโยนลงตะกร้าแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนแจบอมก็ต้องไปจัดการหาผ้าขนหนูเอวมาพันให้เรียบร้อยแล้วเดินตามเข้าไปอย่างเสียไม่ได้

            อ่างอาบน้ำที่ถูกยึดครองโดยสามน้องเล็กอย่างยองแจ แบมแบม(ที่ถือตุ๊กตาเป็ดยางด้วย) และยูคยอมที่ดูมีความสุขกับการนั่งแช่น้ำอุ่นๆยามเช้าพร้อมกับเท้าคางมองสองพี่ใหญ่ที่เตรียมจะละเลงสบู่และแชมพูใส่แด๊ดดี้ที่ถูกบังคับให้ไปนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอยู่

 

            นี่ ฉันอาบเองได้จริงๆแจบอมพยายามขัดขืนเป็นรอบที่สิบ แต่มาร์คกับแจ็คสันดูเหมือนว่าจะไม่สนใจคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย

           

            เพราะตอนนี้มาร์คกำลังเทแชมพูลงบนศีรษะของเขาซึ่งถูกยูคยอมที่หวังดีและเป็นห่วงนำที่ครอบศีรษะยางสำหรับกันน้ำและฟองแชมพูสำหรับเด็ก (ที่เขาเป็นคนซื้อมาให้เจ้าพวกนี้ใช้ แต่ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้ใช้เองนะโว้ย !!!) แล้วลงมือขยี้จนฟองฟ่อดเต็มศีรษะ

            ตามมาด้วยลูกเป็ดวายร้ายคู่แค้นแสนรักของเขาที่จัดการป้ายสบู่ใส่แผ่นหลังของแจบอมแล้วหยิบแปรงที่วางอยู่บนอ่างล้างหน้ามาถู แต่ดูเหมือนว่าแจ็คสันจะไม่ได้มีจุดประสงค์ที่ต้องการอาบน้ำให้เขาเสียเท่าไหร่ เพียงแต่หาอะไรสนุกๆเล่นเสียมากกว่า เพราะตอนนี้เจ้าก้อนหัวทองกำลังขัดแผ่นหลังของเขาราวกับว่าหลังเขามันสกปรกมากเสียอย่างนั้น

 

            แสบหลังชิบหาย

 

          หลังคนนะโว้ย ไม่ใช่พื้นห้องน้ำ !!!

 

            จบด้วยการสาดน้ำใส่เขา (ย้ำ ! ว่าสาด) จนฟองสบู่ฟองแชมพูหลุดออกหมด แจบอมจึงต้องหันไปจัดการกับสามลูกเป็ดที่เหลือที่กำลังลอยคอรอเขาอยู่ในอ่างน้ำ รวมถึงสองพี่ใหญ่ของกลุ่มที่สุดท้ายแจบอมก็ต้องจับอาบน้ำไปพร้อมๆกัน และนั่นก็ทำให้เขาเข้าใจว่า ตอนเด็กๆแม่ลำบากขนาดไหนที่ต้องอาบน้ำให้เขากับน้องสาว เพราะแต่ละคนนั้นอยู่ไม่สุขกันเลยแม้แต่น้อย มาร์คก็วิ่งรอบห้องน้ำ แจ็คสันก็ผลุบๆโผล่ๆอยู่ใต้น้ำเป็นระยะๆ แบมแบมก็สนใจแต่เป็ดยาง และยูคยอมก็ตีกับแจ็คสันเป็นครั้งคราว จะมีก็เพียงแต่ยองแจที่ให้ความร่วมมือด้วยการนั่งเฉยๆตอนที่เขาสระผมให้ แต่พอพ้นมือเขาไปเมื่อไหร่ก็อีกเรื่องหนึ่งนั่นแหละ

            หลังจากโตพอที่จะอาบน้ำเป็น แจบอมก็ไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือมองว่าการอาบน้ำเป็นเรื่องยากลำบากอีกเลย เพียงแค่เปิดฝักบัวสามวินาที ถูสบู่ แล้วก็เปิดฝักบัวอีกสิบวินาทีเพื่อล้างตัว ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จ ทว่า วันนี้กลับทำให้ความรู้สึกเมื่อตอนที่เขาหัดอาบน้ำครั้งแรกมันหวนกลับมาทันที เพราะหลังจากที่เขาอาบน้ำให้เจ้าตัวแสบครบทั้งห้าคน แจบอมก็แทบจะหืดขึ้นหน้าทันที

            ผิดกันลิบลับกับสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนอีกห้าก้อนที่เมื่ออาบน้ำเสร็จก็พร้อมใจกันวิ่งฉิวไปกระโดดขึ้นโซฟาอย่างสบายตัว ปล่อยให้แจบอมเดินตามออกมาจากห้องน้ำทีหลังในสภาพหมดเรี่ยวแรงจนอยากจะเปลี่ยนชุดกลับเข้าไปนอนอีกรอบ

 

            แต่เกือบลืมไปว่า วันนี้เขาจะทำตัวสโลว์ไลฟ์ไม่ได้เด็ดขาด !

 

            ร่างสูงเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนที่จะถึงเวลานัดกับเจ้าเด็กแว่นแปลกหน้าที่ชื่อปาร์คจินยองซึ่งเพิ่งมีคดีกับเขาไปเมื่อวาน แจบอมจึงใช้เวลาที่เหลือระหว่างนั้นไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับทำโมเดล พร้อมกับตรวจสอบความเสียหายที่เขาจะต้องแก้ไขมันใหม่ (จริงๆก็เรียกได้ว่าต้องทำใหม่ยกชุดนั่นแหละ) ไปพลางๆ โชคดีที่ไม้บัลซ่ากับแผ่นอะคริลิคใสสำหรับเป็นตัวหลักในการทำโมเดลที่เขาถล่มซื้อมายังพอเหลืออยู่บ้าง บวกกับของเก่าก็น่าจะยังใช้ได้ ทำให้เขาสามารถประหยัดงบไปได้พอสมควร

 

            จะว่าไปคนที่ชื่อปาร์คจินยองไม่รู้เลยใช่ไหมว่าการทำโมเดลหนึ่งครั้ง ค่าใช้จ่ายมันบัดซบขนาดไหน !!!

 

            เมื่อเห็นว่านาฬิกาบอกเวลาเที่ยงสิบห้านาที แจบอมจึงรีบต่อสายโทรศัพท์ภายในของทางคอนโดไปยังเลขห้องที่ปาร์คจินยองบอกเขาไว้เมื่อวานทันที ตอนนี้ทุกนาทีสำหรับเขามันมีค่ามาก ฉะนั้นเขาจะไม่ยอมเสียมันไปโดยไม่จำเป็นเด็ดขาด

 

            ยอโบเซโย…”

            [คุณคนที่อยู่ห้อง 0418 ใช่ไหม ?]

            “ใช่…”

            [โอเค เดี๋ยวผมจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ]

 

            ช่างเป็นบทสนาที่สั้นและกระชับเสียจนแจบอมหยักหน้าอย่างพอใจ ก็ดี เขายิ่งเป็นคนขี้เกียจจะพูดหรืออธิบายอะไรเยอะๆอยู่แล้ว โชคดีที่คู่กรณีของเขาหัวไวและเข้าใจอะไรง่ายๆหน่อย การทำงานจะได้ง่ายขึ้น

 

          ล่ะมั้ง ?

 

            ก๊อก ก๊อก !

 

            ค้าบ ~~

 

            เสียงเคาะประตูจากหน้าห้องดังขึ้นหลังจากที่เขาวางสายโทรศัพท์ไปเพียงครู่เดียวทำให้แจบอมเดาได้ไม่ยากว่าผู้มาใหม่คือใคร แต่ดูเหมือนว่าเขาจะออกไปต้อนรับแขกช้าไปก้าวหนึ่ง เพราะในขณะที่เขาจะเดินไปเปิดประตู เสียงใสของเด็กๆทั้งห้าคนพร้อมกับร่างกลมๆที่วิ่งดุ๊กๆไปยืนหน้าประตูก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

 

            ใครมาค้าบ ?แจ็คสันตะโกนถามผ่านประตูเพราะความสูงของพวกเขามันน้อยเกินกว่าที่จะมองผ่านตาแมวของห้องได้

           

            แต่ยังไม่ทันที่จะมีคำตอบกลับมา แจบอมก็ตรงเข้ามาเปิดประตูต้อนรับแขกที่มาใหม่เสียก่อน และเมื่อเห็นว่าบุคคลที่กำลังยืนกอดอกรออยู่หน้าห้องเป็นใคร มนุษย์ก้อนทั้งห้าก็เริ่มขยับตัวเข้าหากันจนรวมเป็นก้อนโมจิกลมๆที่ติดหนึบอยู่กับขายาวๆของคุณพ่อจำเป็นไปเสียอย่างนั้น

 

            อุหวา…” ยองแจรีบซบหน้าลงกับต้นขาของคุณแด๊ดดี้ทันทีที่เห็นว่าคนที่กำลังยืนอยู่คือพี่ชายใส่แว่นหน้าดุคนเดียวกับที่ดุพวกเขาเมื่อวานนี้

            งึ !” รวมไปถึงคนอื่นๆด้วยเช่นกัน

            หวัดดี มาไวดีนี่เจ้าของบ้านเอ่ยปากต้อนรับแขกตรงหน้าที่วันนี้มาในชุดเชิ้ตสีเทาอ่อนกับกางเกงแสล็คสีดำเข้าส่วนที่ค่อนข้างเป็นทางการ

            รีบๆทำจะได้รีบๆกลับไงแจบอมยักไหล่หลังได้ยินคำตอบ ก่อนจะเดินนำเข้าบ้านพร้อมกับลูกเป็ดอีกห้าตัวที่รีบวิ่งเข้าบ้านทันทีเพราะไม่รู้ว่ากลัวแขกผู้มาใหม่หรืออะไรก็ตามแต่

 

            แจบอมหยิบลังใส่แผ่นดีวีดีอนิเมชั่นที่เขาเคยสะสมไว้ออกมาจากตู้เพื่อวางไว้หน้าโทรทัศน์ พร้อมกับสอนมาร์คถึงวิธีการใช้เครื่องเล่นดีวีดี เพราะเขารู้ดีว่าหลังจากนี้เขาคงจะต้องหมกตัวอยู่กับโมเดลงานไปอีกหลายชั่วโมง ดังนั้นอนิเมชั่นจึงเป็นสิ่งที่เขาคิดว่าพอจะทำให้พวกเด็กๆแก้เบื่อได้ ก่อนจะพาแขกผู้มาใหม่ไปยังห้องเก็บของที่เขาดัดแปลงไว้สำหรับทำโมเดลโดยเฉพาะ (เพราะมันเป็นพื้นที่ที่เขาสามารถระเบิดห้องได้อย่างเต็มที่)

 

            นี่ คุณ…” ดูเหมือนว่าเจ้าเด็กแว่นอย่างจะพูดอะไรกับเขา แต่จะว่าไปแล้วเขายังไม่เคยบอกชื่อของเขาให้คนตรงหน้ารู้เลยนี่หว่า

            ผมชื่อแจบอม อิมแจบอม

            “ก็ชื่อโหลเหมือนกันนี่หว่า ทำมาเป็นว่าคนอื่น…” ถึงคนตัวเล็กตรงหน้าเขาจะบ่นอุบ แต่มันก็ดังพอที่จะทำให้เขาได้ยินอยู่ดี

            อะแฮ่ม ! ผมได้ยินนะร่างสูงกระแอมใส่อีกฝ่ายเบาๆ

            “ก็เรื่องของคุณสิ

            “โอเค หยุด ผมเรียกคุณมาช่วยทำงาน ไม่ได้เรียกมาชวนทะเลาะ เข้าใจ๊ ?และเมื่อเห็นว่ามันชักจะเลยเถิด ร่างสูงจึงรีบยกมือเบรกไว้เสียก่อน จินยองจึงทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นห้องข้างๆซากโมเดลทันที พร้อมกับที่อีกฝ่ายหยิบกล่องอุปกรณ์สำหรับทำโมเดลออกมาวางตรงหน้าแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม

            นี่ ผมบอกไว้ก่อนเลยนะ ว่าผมทำงานพวกนี้ไม่เป็นแต่แจบอมก็ไม่ได้สนใจคำพูดของอีกฝ่าย นอกจากนั้นเขาก็ยังยื่นกระดาษชานอ้อยส่งให้คนตรงหน้าอีกด้วย

            ตัดกระดาษนี่ให้ผมที 30 x 10 cm สองแผ่น 7 x 10 cm อีกสี่แผ่น ให้ไวๆด้วยและนอกจากจะไม่สนใจฟังแล้ว แจบอมก็จัดการให้อีกคนเริ่มงานทันที เอ้า นี่ ไม้บรรทัด

            “…”

            “เสร็จแล้วไปเสียบปลั๊กปืนกาวกับปูหนังสือพิมพ์รอบฐานโมเดลให้ผมด้วย

            “…”

            “แล้วเดี๋ยวมาช่วยผมตัดไม้ต่อด้วย ตัดเสร็จก็พ่นสีด้วยล่ะ

            “โว้ย ! ใจเย็นได้มั้ยล่ะคุณ ผมยังไม่ทันวัดกระดาษก็รัวสั่งมาขนาดนี้ บ้าป่ะเนี่ย !”

            “เดี๋ยวผมจะจดความยาวของไม้กับกระดาษที่ผมต้องการไว้ให้ เพราะผมต้องไปขึ้นโครงโมเดลก่อน มันคงใช้เวลาพักใหญ่เพราะมันต้องใช้สมาธิ เพราะงั้นผมคงสั่งอะไรคุณหลังจากนี้ไม่ได้สถาปนิกหนุ่มพูดขึ้นในขณะที่มือก็จดโน้ตยุกยิกๆก่อนจะส่งกระดาษแผ่นเล็กใส่มือของจินยอง ขอกระดาษกับไม้ตามนี้ พวกกรรไกร คัตเตอร์ มีดอยู่ในกล่อง

            “…”

            “ผมคงใช้เวลาขึ้นโครงพักใหญ่ อย่างเร็วที่สุดก็คงชั่วโมงกว่า ระหว่างนี้ถ้าอยากกินน้ำหรือของกินเล่นลองไปเดินหาในครัวได้ตามสบาย

            “ขอบคุณ

 

            ร่างโปร่งพยักหน้าและตอบกลับไปเพียงเท่านั้น ก่อนจะเริ่มลงมือก้มหน้าก้มตาวัดกระดาษ ส่วนเจ้าของห้องก็ย้ายตัวเองไปนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องทำงาน

            คนแปลกหน้าสองคนที่รู้จักกันเพียงแค่ชื่อทำให้ห้องทำงานมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศดังขึ้นปกคลุมบรรยากาศระหว่างทั้งคู่เท่านั้น กระดาษที่ถูกตัดตามขนาดที่เจ้าของห้องต้องการวางรายล้อมรอบตัวของจินยองเช่นเดียวกับแผ่นไม้อีกหลายสิบส่วน

            เพราะงานฝีมือเป็นสิ่งที่จินยองไม่ถนัด ดังนั้นการตัดกระดาษและแผ่นไม้เพียงไม่กี่แผ่นจึงใช้เวลาร่วมชั่วโมงกว่าๆ แต่ดูเหมือนว่าแจบอมจะยังทำงานในส่วนของตัวเองไม่เสร็จ บวกกับที่จินยองเริ่มคอแห้งและปวดเมื่อยมือเพราะจับอุปกรณ์ทำงานมานาน ทำให้ร่างโปร่งลุกขึ้นบิดตัวคลายความเมื่อย และจากมุมสูงก็ทำให้จินยองเห็นอะไรบางอย่างใ

            แต่จินยองก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรเพราะกลัวว่าจะรบกวนอีกคน แล้วเดินออกมาจากห้องทำงานเพื่อไปหาน้ำดื่มในห้องครัว (เจ้าของบ้านอนุญาตแล้ว เขาก็ไม่เกรงใจล่ะนะ) แต่เมื่อเดินผ่านมายังห้องนั่งเล่นที่มีกลุ่มก้อนจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นคู่กรณีของเขาเมื่อวานกำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ ทำให้จินยองเผลอแอบมองพวกเด็กๆไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องครัวไป

 

            แกะไม่ออกง่า…”

 

            ทว่า ห้องครัวในเวลานี้ที่ควรจะมีเพียงแค่จินยองกลับมาเสียงเล็กๆของเด็กคนหนึ่งดังขึ้นมา และเมื่อเดินเข้าไปใกล้ ภาพที่จินยองเห็นก็คือ สิ่งมีชีวิตกลมๆคนหนึ่งกำลังยืนถืออะไรบางอย่างพร้อมทำหน้างอแงอยู่หน้าตู้เย็นคนเดียว

 

            อ๊ะ !” พร้อมๆกันกับที่เด็กน้อยผมสีน้ำตาลเข้มหันมาป๊ะกับจินยองเข้าอย่างจัง ก่อนที่เจ้าหนูน้อยจะยืนผงะไป

            “…”

            “เอ่อ…” ในขณะที่เด็กน้อยกำลังยืนแน่นิ่งไปด้วยท่าทีที่ดูเหมือนว่าจะกลัวเขาอยู่ไม่น้อย ทำให้จินยองเหลือบไปเห็นปีโป้สีสดในอุ้งมือเล็กๆที่กำมันไว้แน่น

            แกะไม่ได้เหรอ ?และอะไรก็ไม่รู้ที่ดลใจให้จินยองถามเด็กตรงหน้าออกไปแบบนั้น เพราะปกติแล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่พิศวาสเด็กเท่าไหร่นัก

 

            ยิ่งเป็นเด็กที่พังรายงานของเขาด้วยแล้วล่ะก็นะ

 

          แต่เอาเถอะ คนเป็นพ่ออุตส่าห์ชดใช้ให้แล้ว เขาจะทำเป็นลืมๆไปก็แล้วกัน

 

             “…” แต่เด็กตรงหน้าของก็ยังไม่ยอมตอบอะไรอยู่ดี จินยองจึงตัดสินใจย่อตัวลงนั่งในระดับสายตาของเด็กน้อยตรงหน้าแทน

            เดี๋ยวฉันแกะให้ เอามาสิมือเรียวแบออกตรงหน้าของร่างกลมอวบที่เริ่มเปลี่ยนมากำปีโป้ด้วยมือสองข้างบริเวณหน้าอก และลักษณะสีหน้าที่จินยองเห็นก็พอที่เขาจะตีความได้ว่า เด็กคนนี้กำลังลังเล

            “เอ่อ…”

            อย่าทำท่าเหมือนกลัวฉันสิ ฉันไม่ทำอะไรนายหรอกก็เลยบอกไปแบบนั้นเพื่อให้เด็กตรงหน้าเลิกทำท่ากลัวเขาสักที ก่อนที่มือเล็กจะค่อยๆส่งปีโป้ให้กับเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ และจินยองก็สามารถแกะมันได้อย่างง่ายดาย แล้วจึงส่งเยลลี่อันจิ๋วคืนให้กับก้อนกลมๆตรงหน้า

            ขอบคุณฮะ…”

            “ดื่มน้ำหน่อยไหม ?จินยองเอื้อมไปหยิบแก้วน้ำบนชั้น แล้วเทน้ำเย็นจากเหยือกใส่ พร้อมหันมาถามเด็กน้อยผมน้ำตาลที่ยืนอยู่ข้างๆ

            ไม่เป็นไรฮะ…” ตอบด้วยเสียงที่เบาแบบสุดๆก่อนจะวิ่งออกไปจากห้องครัว ทิ้งให้ร่างโปร่งยืนมองตามอย่างงุนงงปนไม่เข้าใจ

 

            หน้าเขาดูดุขนาดนั้นเลยหรือไงกัน ?

 

            แต่ตอนนี้ เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ เขาเริ่มจะหิวขึ้นมาเสียแล้วล่ะก็แหงสิ กลับมาจากมหาวิทยาลัย พอเดินเข้าห้องปุ๊บก็โดนโทรตามปั๊บ ข้าวกลางวันที่ซื้อมาก็เลยต้องระเห็จไปอยู่ในตู้เย็นเป็นมื้อเย็นแทนไปโดยปริยาย

 

            มีอะไรให้กินได้บ้างไหมหว่า ?ว่าแล้วจินยองก็เริ่มถือวิสาสะเปิดตู้เย็น (ก็บอกแล้วไงว่าเจ้าของบ้านอนุญาตแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเกรงใจหรอกน่า) แตสิ่งที่พบในตู้เย็นไม่ใช่อาหารหรือวัตถุดิบอย่างที่ควรจะเป็น แต่มีเพียงกระป๋องเบียร์ กล่องนม ไข่ไก่ และช็อกโกแลตบาร์

 

            ให้ตายเถอะ อยู่กันได้ยังไงเนี่ย !

 

           

            หิวจังเลยแด๊ดดี้กับพวกเรายังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยนี่นา

          ‘ นั่นซี่ แต่แด๊ดดี้หายไปไหนก็ไม่รู้ มีแต่พี่ชายหน้าดุคนนั้นอยู่ ทำยังไงดี ?

          ‘ แต่ว่าเมื่อกี๊พี่ชายคนนั้นแกะปีโป้ให้คยอมนะ พี่ชายอาจจะไม่ดุก็ได้

          ‘ อ๊ะ ! ชู่ววววว ~ พี่ชายหน้าดุอยู่ตรงตู้เย็น เบาๆซี่ เดี๋ยวก็โดนตีหรอก

          ‘ จริงด้วย ! ’

 

            สายไปแล้วล่ะเด็กน้อยเขาได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว !

 

            เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบของเจ้าพวกมนุษย์ก้อนตัวแสบที่ยืนพูดถึงเขา จินยองจึงละสายตาจากตู้เย็นหันไปกอดอกยืนมองกลุ่มก้อนทั้งห้าที่เริ่มจับตัวเข้าหากันเป็นก้อนโมจิก้อนโตอีกครั้ง ทว่า จินยองกลับลืมอะไรบางอย่างไป

            ร่างโปร่งค่อยๆเปลี่ยนท่าทีจากที่ยืนกอดอกเป็นยืนตรงๆแทน เพราะเขาลืมไปเสียสนิทว่า ตามหลักจิตวิทยาแล้ว การยืนกอดอกคุยกับเด็กจะทำให้เด็กรู้สึกหวาดกลัว เพราะนั่นเป็นท่าที่แสดงถึงการวางอำนาจและบ่งบอกให้รู้ว่าตัวเองเหนือกว่าอีกฝ่าย แน่นอนว่ามันไม่ควรถูกนำมาใช้กับเด็กที่กำลังหวาดกลัวเขา และเขาก็ไม่ได้อยากดูใจร้ายในสายตาของเด็กๆเท่าไหร่นัก (แน่นอนว่าเรื่องรายงานเขายังไม่หายเคืองหรอกนะ !)

 

            เกือบพลาดแล้วมั้ยล่ะปาร์คจินยอง !

 

            และหลังจากที่จินยองเปลี่ยนท่าที สีหน้าของเด็กๆก็ดูจะคลายความหวาดกลัวลงจริงๆ หากแต่แขนนุ่มนิ่มทั้งหลายยังคงยึดเหนี่ยวกันอย่างเกร็งๆ โดยเฉพาะเจ้าแก้มกลมผมปอยชมพูที่แทบจะหลบมุมเสียจนจินยองเกือบมองไม่เห็น

 

            พี่ชายเห็นแด๊ดดี้ไหมฮะ ?เป็นเด็กแก้มอวบตาเล็กเรียวที่เปิดปากถามเขาก่อน

            แด๊ดดี้อ๋อ พ่อของพวกนายทำงานอยู่ มีอะไรหรือเปล่า ?

            “…” แต่นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้ว สายตาทั้งห้าคู่ก็จ้องกันไปมาจนดูล่อกแล่ก เป็นภาพที่ดูน่าขันเล็กน้อยในสายตาผู้ใหญ่ที่กำลังยืนมองอยู่

            หิวเหรอ ?จินยองเอ่ยปากถามจากสิ่งที่เขาได้ยินพวกเด็กๆพูดเมื่อครู่นี้

            ฮะ…” ที่เขาบอกว่าสำหรับเด็ก กิน เล่น นอนคือเรื่องใหญ่ ดูท่าจะจริง เพราะจู่ๆเด็กผมแดงก็พยักหน้ารับอย่างง่ายดาย พร้อมกับที่อีกสี่คนที่เหลือจึงพยักหน้าตา

            สนใจอ็อมเล็ตไหม ถ้าพวกนายไม่ว่าอะไร ฉันทำให้กินได้นะแล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรอีกนั่นแหละที่ดลใจให้จินยองถามเด็กพวกนั้นออกไป

 

          ไม่รู้ว่าทำไมต้องมาสนใจเด็กพวกนี้ด้วย

 

            “อ็อมเล็ตคืออะไรเหรอฮะพี่ชาย ?เด็กน้อยปีโป้เอ่ยปากถามถึงชื่ออาหารที่คงฟังดูแปลกสำหรับพวกเขา

            อ่าไข่ทอดน่ะ สนใจไหม ?คงเป็นเพราะว่าเขาเห็นไข่ไก่ที่อยู่ในตู้เย็น บวกกับช่วงเวลาที่เขาพอจะมีเวลารออิมแจบอมทำงานในส่วนของตัวเอง และท่าทีของพวกเด็กๆ เมนูอ็อมเล็ตที่เขาเคยทำให้หลานสาวกินเมื่อนานมาแล้วก็ผุดขึ้นมาในหัวเสียอย่างนั้น

            “พี่ชายหายโกรธพวกเราแล้วเหรอ ?และจินยองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องเผลออมยิ้มกับคำถามที่เด็กชายผมทองที่ค่อนข้างเด่นในกลุ่มพี่น้องถามขึ้นมา

 

            คิดว่าเขาโกรธอยู่จริงๆด้วยสินะ

 

            “พ่อของพวกนายชดใช้งานให้ฉันแล้วนี่ ฉันจะโกรธพวกนายอีกทำไมกัน ?แต่ในความเป็นจริงแล้ว ปาร์คจินยองไม่ใช่พวกหายโกรธใครง่ายๆ เขาเป็นประเภทแค้นฝังหุ่นเชียวล่ะ

 

          ไว้ค่อยเอาความโกรธไปลงที่คนพ่อแทนก็แล้วกัน !

 

            “ตกลงอยากกินไหม ?

            “กินฮะ !” ทันทีที่เขาบอกว่าไม่ได้ถือสาอะไรแล้ว ท่าทีของพวกเด็กๆก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากที่พูดแบบกล้าๆกลัวๆในตอนแรกก็เริ่มพูดเต็มปากเต็มคำขึ้นมาแล้ว

           

            สิ่งมีชีวิตทั้งห้าก้อนหลังจากตกลงที่จะกินอาหารกลางวันฝีมือพี่ชายแปลกหน้าแล้ว ก็ย้ายร่างกลมๆของตัวเองมาไว้บนโต๊ะกินข้าวอย่างรู้งาน ส่วนจินยองก็อาศัยคำอนุญาตของเจ้าของบ้านหยิบจับเครื่องครัวอย่างสบายอกสบายใจ อ็อมเล็ตสีเหลืองทองในกระทะที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอทำให้เด็กน้อยทั้งห้าพากันจ้องมายังเขาไม่วางตา ก่อนที่จานใส่อ็อมเล็ตทั้งห้าใบที่ราดด้วยซอสมะเขือเทศด้านบนจะถูกนำมาวางตรงหน้าภายในไม่กี่นาที ตามมาด้วยจินยองที่เดินมานั่งบริเวณหัวโต๊ะ ซึ่งปกติแล้วจะเป็นที่ประจำของเจ้าของบ้าน

 

            น่ากินจังเลยเด็กน้อยผมแดงพูดขึ้นในขณะที่ดวงตากลมโตก็จ้องจานอ็อมเล็ตไม่วางตา

            “อร่อยมากเลยอ่ะ อร่อยกว่าข้าวที่แด๊ดดี้ทำอีกตามมาด้วยคำที่อาจะทำให้คุณพ่องอนได้หากมาได้ยินจากเจ้าก้อนหัวทอง

            “อร่อยจริงๆด้วย ยองแจนช้อบ ~ ชอบ

            “เห็นไหมแบมแบม คยอมบอกแล้วว่าพี่ชายใจดี เลิกกลัวพี่ชายได้แล้วน่า

            “อื้อแบมแบมจะไม่กลัวแล้วก็ได้

            “นี่ ฉันถามจริงๆนะ ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ?จินยองเอ่ยปากถามลูกเป็ดทั้งห้าที่เคี้ยวอ็อมเล็ตตุ้ยๆจนแก้มตุ่ยบวมเหมือนกระรอกอมวอลนัทก็ไม่ปาน

            ตอนที่พี่ชายอยู่กับแด๊ดดี้ดูน่ากลัวมากเลยล่ะ แต่ตอนนี้พี่ชายก็ดูใจดีนี่นา เพราะงั้นพวกเราก็ไม่กลัวพี่ชายแล้วเป็นเด็กผมทองที่ตอบเขาอีกครั้ง

            แต่จริงๆพวกเราก็ผิดที่ไปหยิบกระดาษของพี่ชายมาเล่นเด็กน้อยผมแดงที่มีเขี้ยวเล็กๆพูดขึ้น พวกเราขอโทษนะฮะ…” และคำขอโทษที่ดูสลดและสำนึกของเด็กตรงหน้าก็ทำให้จินยองยิ้มบางๆให้อย่างอดเอ็นดูไม่ได้

 

            จริงๆก็ไม่ใช่เด็กไม่ดีนี่นา

 

            “ฮื่อ คราวหลังก็อย่าไปหยิบของคนอื่นมั่วๆอีกนะและบรรยากาศอึมครึมในตอนแรกระหว่างจินยองกับเด็กๆทั้งห้าคนก็เริ่มลดลงทีละน้อย

            พี่ชายชื่ออะไรเหรอ ?ตามมาด้วยคำถามของเด็กที่มีท่าทีกลัวเขาที่สุดในตอนแรกอย่างเจ้าของแก้มกลมผมปอยชมพู

            จินยองปาร์คจินยอง

            “จีนยองงือ เรียกยากจังและคนที่ทดลองเรียกชื่อของเขาเป็นคนแรก (แล้วก็เรียกผิดด้วย จินยอง ไม่ใช่ จี นยอง !) ก็คือเด็กที่เขาเพิ่งแกะปีโป้ให้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้

            พี่จีนยอง โอ๊ะ ชื่อเท่เหมือนกันนะเนี่ยเขาควรจะต้องรีบแก้ข่าวกับเจ้าเด็กหัวทองนี่ก่อนที่เขาจะได้เปลี่ยน ชื่อ

            “พี่จีนยอง ผมชื่อยองแจนน้าโอเค ดูเหมือนว่าเขาจะเปลี่ยนชื่อของตัวเองไม่ทันแล้วล่ะ เพราะตอนนี้เด็กๆก็เริ่มแนะนำตัวกันแล้ว

            ส่วนผมชื่อม้ากคึนะพี่จีนยอง

            “ผมชื่อแจ็คสัน เพราะงั้นห้ามเรียกจาจานะ !”

            “แบมแบมชื่อแบมแบมฮะ

            “แล้วก็ผมชื่อคยอมน้าพี่จีนยอง…”

 

            แต่หลังจากที่พวกเด็กๆแนะนำตัวกันเสร็จ ร่างโปร่งก็เหลือบไปเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบบ่ายสามแล้ว บวกกับที่เด็กๆเริ่มกินข้าวกันจนหมด จินยองจึงรีบเก็บจานไปวางที่อ่างแล้วปล่อยให้เด็กๆเดินกลับไปดูโทรทัศน์

 

            ส่วนจินยองก็ยืนมองตู้เย็นราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง

 

           

            .

            .

           

 

            หลังจากผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ในที่สุดภารกิจแรกในการวางโครงโมเดลตามแบบของแจบอมก็เสร็จสมบูรณ์ เพราะเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมาก ทำให้แจบอมลืมไปเลยว่า เขายังมีลูกมืออีกคนที่เขาเพิ่งโยนงานทิ้งไว้ให้ แต่เมื่อหันไปมองก็ต้องพบว่าบริเวณที่ปาร์คจินยองนั่งอยู่ในตอนแรกกลับว่างเปล่า

 

            อ้าวหายไปไหนแล้ววะ ?

 

          คงไม่ได้ทำเนียนชิ่งกลับห้องไปแล้วหรอกนะ

 

            แต่เมื่อพูดถึงผี ผีก็มักจะมาทันที ปาร์คจินยองก็เช่นกันเมื่อจู่ๆประตูห้องของเขาก็ถูกเปิดออกพร้อมกับเจ้าเด็กแว่นที่เดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่ไม่ได้ง้ำงอหรือบึ้งตึงเหมือนในตอนแรก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจมากเท่ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้

 

            อ็อมเล็ตกับน้ำเย็น ?

 

            จานอ็อมเล็ตร้อนๆกับน้ำเย็นหนึ่งแก้วใหญ่ถูกยื่นตรงหน้าเขาด้วยมือของเด็กแว่นขี้เหวี่ยงที่เพิ่งตีกับเขาไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาฉงนใจขึ้นมาเล็กน้อย ดังนั้นการเลิกคิ้วของแจบอมที่แทนคำถามกลายๆก็ถูกส่งออกไปหาอีกฝ่าย

            พวกเด็กๆบอกว่าคุณยังไม่ได้กินข้าว ผมก็เลยทำมาให้ ถ้าคุณไม่กลัวว่าผมวางยาพิษไว้ก็กินซะสิชิบละ ! ลืมไปเลยว่าพวกเด็กๆยังไม่ได้กินข้าวกลางวันนี่หว่า ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น ผมทำให้เด็กๆกินไปแล้วนี่ก็รู้ดีจังวุ้ย !

            “ผีเข้าหรือไง ?ยอมรับเลยว่าตอนนี้เขาหิวมาก แต่ถ้าขืนเขารับมาง่ายๆก็เสียฟอร์มกันพอดีน่ะสิ

            ผมสงสารเด็กพวกนั้นหรอก ส่วนคุณไม่กินก็ได้นะ ผมไม่ได้บังคับ

            “แล้วผมพูดเหรอว่าจะไม่กิน ?ร่างสูงรีบสวนกลับไปแล้วดึงจานอ็อมเล็ตกับแก้วน้ำเปล่ามาจากมือของอีกฝ่าย ก่อนจะลงมือสวาปามอย่างหิวโหย โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังแอบขำกับท่าทีฟอร์มจัดของตนเองอยู่

            หิวก็บอกว่าหิว ผมไม่ล้อคุณหรอกน่า แล้วจะให้ผมทำอะไรต่อ ?คำถามถูกส่งมาพร้อมกับที่จินยองทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอีกครั้ง

            เดี๋ยวผมจะต่อไม้กับกรีดช่องกระดาษตามโครง คุณช่วยยิงปืนกาวเก็บรายละเอียดพวกจุดเล็กจุดน้อยรอบๆให้ผมทีก็แล้วกัน ใช้ปืนกาวเป็นใช่ไหม ?

            “พอได้ แต่ไม่ค่อยคล่องหรอกนะ

            “ไม่ต้องยิงเยอะนะคุณ แค่ให้มันติดยึดกันได้ก็พอ ถ้าเป็นไปได้ไม่ให้เห็นรอยกาวเลยยิ่งดี

            “ผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรขนาดนั้นนะเว้ย ! มาช่วยทำก็ดีเท่าไหร่แล้ว เรื่องมากจริงๆมาแล้ว โหมดขี้เหวี่ยงของไอ้เด็กแว่น

            ก็ปกติเขาไม่ใช้ปืนกาวทำโมเดลกันนี่หว่า แต่ผมไม่ชอบกาวยาง เอาน่า ทำๆไปเถอะคุณ

 

            และเมื่ออ็อมเล็ตกับน้ำเปล่าถูกกำจัดไปอย่างรวดเร็ว งานขั้นต่อไปก็เริ่มต้นขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา โชคดีอยู่บ้างที่โมเดลตัวเก่ายังมีบางส่วนพอจะซ่อมแซมได้ แจบอมจึงพยายามตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำขึ้นใหม่ออกเพื่อทุ่นเวลาให้เร็วที่สุด

 

            ปกติคุณทำทั้งหมดคนเดียวเหรอ ?และดูเหมือนคนที่กำลังยิงปืนกาวให้เขาก็คงจะเริ่มเบื่อถึงได้ชวนคุยเสียอย่างนั้น

            ปกติงานแบบนี้จะใช้เวลาเป็นเดือน เพราะงั้นทำคนเดียวก็ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ เพราะทยอยทำไปเรื่อยๆ แต่งานนี้มันเหลือเวลาแค่วันเดียว เพราะใครบางคนแถวๆนี้ก็ไม่รู้และแจบอมก็อดไม่ได้ที่กัดที่อยู่ข้างๆไปหนึ่งที

            ก็บอกอยู่ว่าไม่ได้ทำไง ! เดี๋ยวพ่อยิงปืนกาวใส่ซะเลยนี่…”

            “เอาเหอะคุณ จะยังไงก็แล้วแต่ วันนี้งานผมต้องเสร็จ

            “แล้วถ้าสมมติมันเสร็จไม่ทันจริงๆล่ะ ?

            “ก็ต้องทัน…”

            “แล้วถ้าไม่ทันจริงๆล่ะ ? แบบว่ามันเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรแบบนี้ จะทำยังไง ?

            “ยังไงก็ต้องให้ทัน ถ้าไม่ทันคืนนี้คุณก็ไม่ได้นอน ก็เท่านั้น

            “เฮ้ย เดี๋ยวดิ !!!” และคำพูดของเขาก็เล่นเอาอีกฝ่ายถึงกับเหวอไปเลย ผมก็มีงานมีการต้องทำมั้ยล่ะ !?!”

            “งั้นก็รีบทำสิ จะได้มีเวลานอน ตอนเรียนมหาลัยไม่เคยอดหลับอดนอนหรือไง ?

            “เคยแค่ตอนสอบไฟนอล แต่ไม่เคยทำงานจนไม่ได้นอนซึ่งคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้แจบอมแอบอิจฉาคุณภาพชีวิตของเด็กคณะอื่นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่แปลกนะ ผมเห็นมีแต่พวกเด็กสถาปัตย์กับพวกคณะทางศิลป์นี่แหละที่ทำงานกันจนไม่ได้นอ…”

 

            R R R R ~

 

            เสียงโทรศัพท์ของจินยองที่ดังขึ้นทำให้การทำงานต้องชะงักไป แต่แจบอมก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากรับปืนกาวมาทำงานต่อ แล้วปล่อยให้อีกฝ่ายคุยโทรศัพท์

 

            ก็บอกแล้วไงว่าทำงานอยู่

          ‘ ไว้เสร็จแล้วจะโทรไปก็แล้วกัน

 

            ก่อนที่โทรศัพท์จะถูกวางสายไป จินยองจึงรับปืนกาวมาช่วยทำงานต่อ แต่ครั้งนี้สีหน้าของเจ้าเด็กแว่นกลับดูบึ้งตึ้งขึ้นมาอีกครั้ง แต่แจบอมจะพยายามไม่ยุ่งก็แล้วกัน แปรปรวนมากๆแบบนี้บางทีเขาก็ตามไม่ทันหรอกนะ

            ใช้เวลาอีกร่วมชั่วโมงจนกระทั่งประกอบตัวบ้านเสร็จ ปกติแจบอมจะใช้เวลาในส่วนนี้ค่อนข้างนานเพราะถ้าหากต้องถือปืนกาวหรือหลอดกาวยางไปจับแผ่นไม้หรือแผ่นกระดาษไป มันก็จะค่อนข้างวุ่นวาย แล้วจึงใช้เวลาอีกหนึ่งชั่วโมงในการเก็บรายละเอียดตัวบ้านและภายในบ้านที่เขายกแผงโมเดลของเก่ามาแก้ไขส่วนที่เสียหายเล็กน้อย

           

            คุณ ผมวานหยิบถุงดินวิทยาศาสตร์ห่อสีฟ้าในตู้เก็บของกับถอดปลั๊กปืนกาวให้ผมทีสิ

 

            ซึ่งจินยองก็ไม่ได้พูดหรือขัดอะไรนอกจากทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แต่ด้วยความที่นั่งบนพื้นนานไปหน่อยก็ทำให้ร่างโปร่งลุกขึ้นด้วยความยากลำบากพร้อมกับที่เสียการทรงตัวไปพักหนึ่ง อีกทั้งอาการเหน็บชาที่เริ่มมาเยือนที่ช่วงขาและเท้ายิ่งทำให้จินยองเดินเหินลำบากมากขึ้นไปอีก และในขณะที่เท้าของเขาเริ่มหายจากอาการเหน็บชาแล้ว จู่ๆจินยองก็เผลอเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่าง

 

            โอ๊ย !!!”

 

            เสียงร้องหลงของคนที่ถูกเขาใช้งานทำให้แจบอมรีบเงยหน้าขึ้นมาจากโมเดลที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ (เฉพาะตัวโมเดลบ้านเท่านั้น) และภาพตรงหน้าที่เขาเห็นก็คือ อีกฝ่ายลงไปนอนกองกับพื้นห้องพร้อมกับข้อเท้าขาวที่สั่นระริก แต่นั่นก็ไม่น่าตกใจเท่ากับสิ่งที่อยู่บริเวณปลายเท้าของปาร์คจินยอง

            ปืนกาวที่เขาวางทิ้งไว้ในตอนแรกโดยที่ยังเสียบปลั๊กคาเอาไว้มีกาวร้อนๆละลายไหลออกมา บวกกับแท่งปืนที่ร้อนระอุไม่แพ้กัน เขาเดาว่าจินยองคงจะไปเหยียบเข้ากับอะไรสักอย่าง ไม่ก็เหยียบเข้าทั้งสองอย่าง เพราะตอนนี้ฝ่าเท้าเล็กของอีกคนเริ่มขึ้นสีแดงและบวมเล็กน้อยแล้ว

 

            เฮ้ย ! คุณ เป็นไงบ้าง !?!” และแจบอมก็ไม่ได้ใจจืดใจดำพอที่จะดูอีกคนยันตัวขึ้นนั่งด้วยสีหน้าเหยเกได้

            เจ็บดิ ถามได้ !” นั่นไง เหวี่ยงแตกอีกแล้ว

            รอตรงนี้ อย่าขยับไปไหน

 

            แล้วก็ปล่อยให้ปาร์คจินยองนั่งสวดเขาอุบอิบเรื่องปืนกาว (ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนใช้เป็นคนวางไว้ตรงนั้นแท้ๆ) ส่วนเจ้าของบ้านก็เดินออกมาจากห้องทำงานแล้วตรงไปยังห้องครัวเพื่อหยิบของบางอย่างในตู้เย็นออกมา โดยที่ขากลับก็ไม่ลืมที่จะแวะไปสังเกตการณ์เจ้าตัวแสบทั้งห้าที่วันนี้เขาปล่อยทิ้งเอาให้แทบทั้งวัน

            บนโซฟาของห้องนั่งเล่นในเวลาหกโมงเย็นถูกยึดครองโดยก้อนมาชเมลโล่วทั้งห้าที่พร้อมใจกันนอนหลับโดยแผ่อาณาเขตกันจนเต็มโซฟา โดยไม่ลืมที่จะปิดโทรทัศน์และเครื่องเล่นดีวีดีด้วย ก็นับว่าเป็นเด็กๆที่มีวินัยอยู่เหมือนกัน แจบอมจึงเดินผ่านออกไปเงียบๆเพื่อไม่ให้เด็กๆตื่นขึ้นมา

            หลอดเจลว่านหางจระเข้ (ก็เป็นของที่น้องสาวของเขาซื้อไว้ให้ตอนที่เขาโดนน้ำร้อนลวกอีกนั่นแหละ) ที่ถูกแช่ไว้ในตู้เย็นถูกโยนให้ปาร์คจินยองโดยไร้ซึ่งความอ่อนโยนแต่อย่างใด และจินยองก็แม่นพอที่จะตะครุบรับมันไว้ได้ทันก่อนจะลงมือละเลงว่านหางจระเข้ลงบนเท้าของตัวเองเพื่อปฐมพยาบาล ส่วนแจบอมก็เฟดตัวเองไปเตรียมทำฐานรองโมเดลซึ่งเป็นส่วนสุดท้ายของงานนี้

 

            อะไรคิดว่าเขาจะปฐมพยาบาลให้หมอนั่นเหรอ ?

 

          ไปหยิบของมาให้ก็ดีถมไปแล้ว

 

            หลังจากปล่อยให้อีกฝ่ายนั่งพักพอให้หายเจ็บ แจบอมก็สั่งงานชิ้นต่อไปให้กับลูกมือชั่วคราวของเขาทันที ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำได้แค่มุ่ยหน้าจนปากสีพีชยู่ยี่ไปหมด แต่ใครสนล่ะ ? มันใกล้จะหนึ่งทุ่มแล้ว เขาจะทิ้งเวลาไปเปล่าๆปลี้ๆไม่ได้อีกแล้ว

 

            “ทำเสร็จแล้วเรียกผมก็แล้วกัน เดี๋ยวผมเดินมาหยิบเอง

           

            ถึงกระนั้นแจบอมก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดที่จะเรียกให้อีกฝ่ายลุกขึ้นเอาของที่เขาสั่งให้อีกคนทำมาให้เขาที่ตัวโมเดล เพราะอย่างนั้นเขาก็เลยสั่งอีกฝ่ายไปแบบนั้น แล้วก็หันหน้ากลับมาลุยกับโมเดลและซากโมเดลที่เขาเอามาวางคู่กันเพื่อดึงของบางอย่างที่พอจะใช้ได้มาทำใหม่

 

            R R R R ~

 

            เฮ่อ !” เสียงถอนหายใจที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของจินยองหลังจากได้ยินเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของตัวเองทำให้เขาอดเหลือบไปมองเจ้าแว่นขี้เหวี่ยงไม่ได้

           

            ก็บอกว่าทำงานอยู่ไง… ’

          ‘ อยู่กับเพื่อนเอเขาไปเป็นเพื่อนของหมอนั่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?

            แค่นี้นะ ทำงานอยู่

 

            “ให้ตายสิ…” ตามมาด้วยเสียงบ่นอุบอิบของจินยองที่ดังพอที่แจบอมซึ่งนั่งอยู่อีกมุมได้ยิน แต่เขาก็ไม่ได้ชวนอีกฝ่ายคุยอะไร เพราะระยะเวลาเดดไลน์มันเริ่มลนก้นเขามาเรื่อยๆแล้ว

 

            15 นาทีต่อมา

 

            R R R R ~

 

            เสียงโทรศัพท์ของปาร์คจินยองที่ดังขึ้นรอบที่สามของวันทำให้เจ้าของเครื่องแสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมาอย่างชัดเจน พร้อมกับที่มือเรียวที่กำลังทำงานของเขาอยู่มันเริ่มลงแรงโมโหใส่งานที่เขาสั่งจนแจบอมเริ่มใจไม่ดี

 

            จะหงุดหงิดอะไรก็อย่ามาลงที่งานคนอื่นสิเว้ย !!!

 

            เลิกโทรซักทีได้ป่ะ ? ก็บอกว่าทำงานๆ ไม่เข้าใจหรือไง ? มาแล้ว องค์ขี้เหวี่ยงประทับแล้ว

            ไม่ต้องมาหา อยากอยู่คนเดียว กลับบ้านไปเลย

            ก็บอกว่าทำงานอยู่ป่ะวะ อย่ามางี่เง่าได้มั้ย ? คุยแบบนี้แฟนชัวร์ๆ แจบอมฟันธง !

           

            ในขณะที่แจบอมกำลังแอบนินทาอีกฝ่ายอยู่ในใจ โทรศัพท์มือถือของปาร์คจินยองก็ถูกสไลด์กับพื้นจนอยู่ห่างออกจากเจ้าตัวไปไกลระดับหนึ่ง โดยที่จินยองก็ไม่ลืมที่จะปิดเสียงปิดสั่นรวมไปถึงปิดการแจ้งเตือนทุกช่องทางด้วย

 

            แม่งคนจริงมาก

 

            “แฟนเหรอคุณ ?แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาถามอีกฝ่ายออกไปแบบนั้น

            ยุ่ง !” นั่นปะไร ! พาลพาอาฟเตอร์ช็อกมาลงที่เขาเสียอย่างนั้น ถามเหมือนตัวเองไม่มีงั้นแหละ

            “แล้วใครบอกว่าผมมีแฟน ?” ซึ่งคำตอบของเขาก็ทำเอาเจ้าแว่นขี้เหวี่ยงเงยหน้ามองพร้อมเลิกคิ้วอย่างสงสัยจนแจบอมต้องรีบสวนกลับไป ทำไมคุณต้องทำหน้าแบบนั้น ?

            อย่ามาโกหกหน่อยเลยจินยองว่า หน้าตาคุณก็ไม่ได้ดูแย่นี่ ดูจากห้องของคุณแล้วฐานะก็ไม่ได้ดูแย่ สมัยเรียนก็อยู่ในคณะฮ็อตฮิตของพวกผู้หญิงไม่ใช่หรือไง ?อานั่นเพราะจินยองเห็นว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย สถาปัตยกรรมศาสตร์เป็นคณะที่พวกเพื่อนผู้หญิงที่เขารู้จักกรี๊ดกร๊าดกันอยู่บ่อยๆน่ะนะ

            “แล้วไง พอไม่มีเวลาให้ก็ขอเลิกทุกคนพูดแล้วมันจี๊ด เขาเคยไปเดทกับพวกผู้หญิงสมัยเรียนมาราวๆสี่ห้าคน แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยประโยคสุดแสนคลาสสิกแทบทุกคน

 

            ถ้าไม่มีเวลาให้ ก็เลิกกันเถอะ

 

            เป็นวลีบอกเลิกที่เขาได้ยินบ่อยจนไม่อยากคบใครเพราะไม่อยากได้ยินซ้ำอีกแล้ว

 

            แย่เนอะ เวลาจะนอนก็ไม่มี เวลาส่วนตัวก็ไม่มีจินยองพูดไปในขณะที่มือก็ทำงานไป ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ?

            “ถ้ามันไม่ละลาบละล้วงเกินไปผมก็ตอบได้

            “อะไรทำให้คุณคิดมาเรียนทางสายงานนี้ล่ะ ? เอ่อผมหมายถึงพวกสถาปัตย์น่ะ

            “ไม่รู้สิร่างสูงตอบไปในขณะที่มือก็ยังไม่ละการทำงาน ตอนนั้นก็แค่ชอบวาดรูป แต่ที่บ้านไม่อยากให้เรียนคณะทางศิลป์เพราะกลัวไม่มีงานทำ

            “…”

            “ว่าแต่ คุณเรียนอะไรมาล่ะ ?

            “จิตวิทยาตอนนี้ผมกำลังต่อโทและนั่นก็ทำให้คนถามพยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้ แล้วจึงปล่อยให้ความเงียบเข้ามาปกคลุมบรรยากาศของทั้งสองคนต่อเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันต่อดี

 

            แจบอมคอยเดินมารับงานที่เขาสั่งให้จินยองทำเป็นระยะๆ ใช้เวลาร่วมๆสองชั่วโมง จนในที่สุด โมเดลงานชิ้นใหม่ของเขาก็เสร็จสมบูรณ์ ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของมันอาจจะไม่ได้สมบูรณ์เทียบเท่าของเก่านัก แต่แจบอมก็พยายามตรวจสอบมันให้ละเอียดที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพราะอย่างไรมันก็คืองานของลูกค้าที่ไว้ใจให้เขาทำ ฉะนั้นจะซี้ซั้วทำส่งเดชไม่ได้เด็ดขาด ก่อนจะหันไปมองนาฬิกาแขวนผนังภายในห้องเพื่อดูเวลา

 

          เกือบสี่ทุ่ม

 

          เวรแล้ว !!! เจ้าพวกนั้นเป็นยังไงบ้างวะน่ะ !!

 

            และเวลาที่แสดงอยู่ก็ทำให้แจบอมแทบจะกระเด้งตัวลุกออกจากห้องเพื่อออกไปดูสถานการณ์ในห้องนั่งเล่นทันที

            ตอนนี้พวกเด็กๆกำลังนั่งดูโทรทัศน์อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ารอบนี้ทุกคนจะดูเนือยๆเป็นพิเศษ ถ้าให้เขาเดา ก็คงเป็นเพราะว่าเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลายยังไม่ได้กินข้าวเย็น แล้วก็คงจะเบื่อเอามากๆที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ทั้งวัน ในขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปหาพวกเด็กที่โซฟา จู่ๆเท้าของเขามันก็ดันก้าวไม่ออก เมื่อเขาได้ยินเสียงของเด็กๆพูดคุยอะไรบางอย่าง

 

            วันนี้แด๊ดดี้ไม่มาเล่นกับพวกเราเลย

          ‘ แบมแบมอย่างอแงซี่ แด๊ดดี้ต้องทำงานนะ เล่นกับม้ากคึแทนไง

          ‘ แต่แต่แด๊ดดี้จะไม่ทิ้งพวกเราใช่ไหม ? คยอมกลัว… ’

          ‘ ต้องไม่ทิ้งซี่ แด๊ดดี้ไม่ทิ้งพวกเราหรอกน่า ยองแจนมั่นใจ

          ‘ แจ็คสันอยากเล่นเลโก้กับแด๊ดดี้แล้ว คิดถึงแด๊ดดี้จังเลยน้า ~

 

            และอีกสารพัดประโยคที่พวกเด็กๆนั่งคุยกัน ซึ่งสิ่งที่ทุกคนพูดถึงกันไม่ใช่เรื่องของกิน หรือ บ่นด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทุกประโยคกำลังพูดถึงเขาแทบทั้งสิ้น และท่าที่ของพวกเด็กๆก็เริ่มซึมๆหงอยๆไปตามๆกันจนเขาอดสงสารไม่ได้

 

            นินทาฉันกันอยู่หรือไง ?และเขาก็ไม่ได้เย็นชาพอที่จะเมินเฉยได้อีกต่อไป

            แด๊ดดี้ !!!!!!”

 

            เสียงเรียกของห้าลูกเป็ดที่ดังขึ้นอย่างพร้อมกัน ก่อนจะวิ่งกรูกันเข้ามากอดแข้งเขากอดเอวเขากันยกใหญ่อย่างดีอกดีใจ เสียงจอแจของเด็กๆที่พยายามแย่งกันพูดจนแจบอมเริ่มจับใจความไม่ได้ทำให้เขาค่อยๆย่อตัวลงนั่งในระดับสายตาของทุกคน

 

            ฮือ แบมแบมแบมแบมคิดว่าแด๊ดดี้จะทิ้งพวกเราแล้วเริ่มด้วยการเป่าปี่ของเจ้าเด็กแก้มป่องที่ยืนถือตุ๊กตาโพโรโระในมือที่แจบอมใช้แขนซ้ายของเขากอดเอวเอาไว้

            ยองแจนรู้ว่าแด๊ดดี้ไม่ทิ้งพวกเราหรอกน่า แด๊ดดี้ทำงานเหนื่อยไหม เดี๋ยวยองแจนไปเทน้ำเย็นๆมาให้กินนะพร้อมกับที่ลูกรักนัมเบอร์วันของเขาพูดขึ้น แต่แจบอมก็ยกมือปรามไว้เสียก่อน

            ไม่ต้องหรอกแจบอมห้ามอีกคนไว้ ขอโทษที่ไม่ได้มาเล่นด้วยนะ ไว้พรุ่งนี้หลังเลิกงานฉันจะพาไปเล่นสนามเด็กเล่นแทน ดีไหม ?

            “พรุ่งนี้แด๊ดดี้มาเล่นกับพวกเราได้จริงๆใช่ไหม ?มาร์คถามขึ้นอย่างตื่นเต้นในขณะที่แขนทั้งสองข้างของพี่ใหญ่ตะกะเปี๊ยกกอดคอของเขาแน่น

            แจ็คสันอยากเล่นฟุตบอลกับแด๊ดดี้ ที่สนามเด็กเล่นเล่นฟุตบอลได้ใช่ไหม ?

            “คยอมอยากไปสนามเด็กเล่น คยอมอยากเล่นชิงช้า แด๊ดดี้มาเล่นกับคยอมนะ

 

            สารพัดขอเรียกร้องของพวกเด็กๆที่แย่งกันพูดไม่ได้ทำให้แจบอมรู้สึกรำคาญ หนำซ้ำยังอดเอ็นดูไม่ได้ที่พวกเด็กๆจะกลัวว่าเขาจะหายไป และนั่นก็ทำให้แจบอมชะงักไปเมื่อเขานึกถึงสิ่งที่พูดกับปาร์คจินยองไปตอนทำงาน

 

            แล้วไง พอไม่มีเวลาให้ก็ขอเลิกทุกคน

 

            อย่างน้อยพวกเด็กๆก็ไม่มีทางทำแบบนั้นกับเขาแน่นอน

 

          ฉะนั้น เขารู้แล้วว่าเขาควรจะอยู่กับใครถึงจะดีที่สุด จริงไหม ?

 

            จริงสิแด๊ดดี้ แล้วพี่จีนยองล่ะ ?เป็นก้อนกลมๆที่ถือตุ๊กตามูมินเป็นคนถามถึงใครอีกคนขึ้นมา

            พี่จีนยอง… ?” อ่าคงจะหมายถึงเจ้าแว่นขี้เหวี่ยงปาร์คจินยองสินะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ? รู้จักชื่อพี่เขาด้วยหรือไง ?

            “ฮื่อ เมื่อตอนกลางวันพี่จีนยองทำอ็อมเล็ตให้พวกเรากินด้วยล่ะแด๊ดดี้มาร์คตอบพร้อมทำท่าที่ดูตื่นเต้นสุดๆที่ได้กินอาหารแปลกใหม่

            “ใช่แล้วล่ะ อร่อยมากเลยนะแด๊ดดี้ ยองแจนชอบมากเลย เสียดายจังที่แด๊ดดี้ไม่ได้กินด้วยกันอ้าวพวกเด็กๆไม่รู้หรอกเหรอว่าหมอนั่นทำให้เขาด้วย แต่ก็ช่างเถอะ

            เชื่อซี่ ถ้าได้กินแด๊ดดี้ก็ต้องชอบแน่ๆบางทีเขาก็เริ่มน้อยใจนิดๆแฮะ ทำไมเวลาเขาทำอาหารให้กินเด็กๆพวกนี้ไม่เห็นจะตื่นเต้นแบบนี้บ้างเลยล่ะ

 

            แต่เขาจะยอมรับก็ได้ว่าหมอนั่นทำอร่อยจริงๆ

 

            และนั่นก็ทำให้แจบอมนึกได้ว่ายังมีใครอีกคนที่ยังอยู่ในห้องนี้ ทำให้เขาต้องฝากฝังกับมาร์คให้ดูแลพวกน้องๆอีกครั้งเพื่อปลีกตัวไปหาลูกมือชั่วคราวที่ยังอยู่ในห้องทำงาน แต่เมื่อเขามาถึงหน้าประตูห้อง เสียงคุยโทรศัพท์ของอีกฝ่ายก็เล็ดลอดออกมาจนแจบอมเลือกที่จะยังไม่เข้าไปในห้อง

 

            เนี่ย งานเสร็จแล้ว จะกลับห้องแล้ว

          ‘ จะโทรอะไรนักหนา ก็บอกว่าทำงานอยู่ เกรงใจเพื่อนเราบ้างดิ

          ‘ อย่าทำตัวน่ารำคาญได้ป่ะ ?

          ‘ ถ้าคุยไม่รู้เรื่องเราตัดสายแล้วนะ

 

            จนเมื่อเห็นว่าอีกคนตัดสายโทรศัพท์ไปพร้อมกับท่าทีฮึดฮัดอย่างรุนแรงก็ทำให้แจบอมค่อยๆเดินเข้าห้องไปอย่างช้าๆ แต่ความเงียบของเขาก็ไม่มากพอที่จะทำให้ปาร์คจินยองมองผ่านไป เพราะงั้นเขาก็เลยได้โดนลูกหลงเป็นสายตามองแรงจากอีกฝ่ายมาดื้อๆ

 

            ทำไมขี้เหวี่ยงจังวะ

 

          ถ้าต้องมีแฟนแบบนี้เขาขอกลั้นใจตายเถอะ

 

            “คุณ จะสี่ทุ่มแล้ว จะกลับห้องหรือยัง ?สาบานเลยว่าอิมแจบอมไม่ได้ไล่อีกฝ่ายจริงๆนะ จริงจริ๊ง !

            “ไม่ต้องไล่ก็ไปเองอยู่ดีจินยองว่าพลางใช้มือยันพื้นเพื่อลุกขึ้น แต่ร่างเล็กกลับลืมไปว่า เท้าของตัวเองยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ และแจบอมก็ช่างสังเกตพอที่จะมองเห็น ผมไปก่อนนะ

            “เดี๋ยวผมไปส่งที่ห้องของคุณก็แล้วกันเพราะเห็นว่าปาร์คจินยองเดินกะเผลกๆเพราะเท้าขวาลงแรงได้ไม่เต็มส้น ทำให้แจบอมก็เกิดเวทนาอีกฝ่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            ไม่เป็นไรแน่นอนว่าปาร์คจินยองหยิ่งพอที่จะปฏิเสธอีกฝ่าย ในเมื่อหมดธุระติดค้างต่อกันแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรเลยนี่

            “…” แต่แจบอมรู้ดีว่าเถียงไปด้วยก็เปล่าประโยชน์ เพรราะอย่างนั้นเขาเลยถือวิสาสะจับแขนอีกฝ่ายพาดที่คอของเขา แล้วใช้แขนของตัวเองประคองด้านหลังอีกคนเอาไว้เพื่อพยุงให้อีกฝ่ายเดินสะดวกขึ้น

 

            ฟุดฟิด ฟุดฟิด

 

          กลิ่นแป้งเด็กอีกแล้วหมอนี่ใช้แป้งเด็กแทนน้ำหอมเหรอ ?

 

            อะไรของคุณเนี่ย !?!”

            “อย่าพูดมากแจบอมสวนทันที ขืนคุณไปล้มแอ้งแม้งระหว่างทาง คนทั้งคอนโดเขาจะเอาผมไปเมาท์กันหมดว่าผมใจดำ

            “ผมเดินเองได้น่า !”

            “จะเดินดีๆหรือให้ผมอุ้มไป ?

 

            ต้องขู่แบบนั้นแหละ ปาร์คจินยองถึงได้เงียบและไม่ต่อปากต่อคำกับเขา (แต่ขืนเถียงกลับมาจริงๆ เขาก็จะลากอีกคนออกไปในสภาพที่พยุงกันแบบนี้อยู่ดี อย่าหวังเลยว่าจะอุ้มจริงๆ !) คุณพ่อจำเป็นพยุงคนที่ตัวเล็กกว่าออกมาจากห้องทำงาน พร้อมกับที่พวกเด็กๆรีบวิ่งกรูกันเข้ามาหาทั้งสองคนทันทีที่เห็น

 

            อ๋า พี่จีนยองอยู่นี่นี่เองและคำทักทายที่ปราศจากความหวาดกลัวเจ้ามนุษย์แว่นข้างๆเขาของยองแจก็ทำให้แจบอมแปลกใจไปนิดหน่อย

            พี่จีนยองเป็นอะไรเหรอ ? เจ็บเท้าเหรอฮะ ?ตามมาด้วยเจ้าก้อนปีโป้ของจินยองที่ถามไถ่เขาอย่างสงสัย

            ฮื่อไม่เป็นไรมากหรอกและสายตาที่ดูคาดหวังของเด็กน้อยก็ทำให้จินยองตอบอีกฝ่ายไป

            แด๊ดดี้จะไปไหนเหรอ ?แจ็คสันถามขึ้นอย่างสงสัย

            เดี๋ยวฉันจะออกไปส่งเขาที่ห้อง แล้วจะรีบกลับมา ระหว่างนี้ไปอาบน้ำรอได้เลย เดี๋ยวจะกลับมาหาอะไรให้กินแจบอมเริ่มสั่งให้พวกเด็กๆทำธุระส่วนตัว แต่รอบนี้ทุกคนกลับไม่ตอบรับเขาเหมือนเคย

            แด๊ดดี้จะไปส่งพี่จีนยองเหรอ ? แบมแบมขอไปด้วยคนได้ไหม ?เริ่มจากเจ้าก้อนผมปอยชมพูที่เริ่มเสนอตัวเองขึ้นมา

            ยองแจนไปด้วยนะแด๊ดดี้ ยองแจนอยากไปส่งพี่จีนยอง

            “ม้ากคึด้วย ม้ากคึจะไปส่งพี่จีนยองด้วยอ่าแย่แล้ว พวกเด็กๆเริ่มกบฏใส่เขากันแล้ว

            พี่จีนยองเจ็บเท้าใช่ไหมล่า ~ เดี๋ยวแจ็คสันจะไปปกป้องพี่จีนยองเองมันต้องไม่ใช่แบบนี้สิพวกนาย !

            “คยอมไปด้วยนะไวกว่าทุกคนก็คงจะไม่พ้นยูคยอมที่เดินไปจูงมือปาร์คจินยองเรียบร้อยแล้ว พี่จีนยองแกะปีโป้ให้คยอม พี่จีนยองใจดี คยอมชอบพี่จีนยอง

 

            ตอนนี้อิมแจบอมรู้สึกอากาศมากๆ

 

            เขาพอจะรู้อยู่บ้างว่า ของกินกับของเล่นเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ตีสนิทกับเด็กได้ง่าย แต่บางทีอ็อมเล็ตจานเดียวนี่ก็ง่ายไปโว้ย !!

            ในเมื่อแจบอมไม่สามารถขัดขืนอะไรได้ ก็มีแต่ต้องยอมเลยตามเลย ดังนั้น การเดินทางจากชั้น 4 ขึ้นไปยังชั้น 7 ของสองผู้ใหญ่และห้าลูกเป็ดก็เริ่มต้นขึ้น กองกำลังสิ่งมีชีวิตไซส์มินิสปีชีส์ก้อนที่เดินนำหน้าสองผู้ใหญ่ที่เรียกได้ตีกันตลอดทางทำให้ทุกอย่างทุลักทุเลพอสมควร

 

            ดูยังไงๆเจ้าพวกนั้นก็ไม่ได้หวังจะมาส่งปาร์คจินยองเล้ย

 

          หวังจะมาเดินเที่ยวกันมากกว่าล่ะสิ !

 

            แต่ท่าทีที่ดูร่าเริงของพวกเด็กๆก็ทำให้แจบอมไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองตาม แต่ดูเหมือนว่าเขาคงจะแสดงออกชัดไปหน่อย เพราะจู่ๆหลังจากที่เดินเข้ามาในลิฟต์แล้ว ปาร์คจินยองก็หันมาพูดอะไรบางอย่างกับเขาเสียอย่างนั้น

 

            ลูกคุณนี่น่ารักดีเนอะเป็นคำชมที่ออกมาจากปากของเด็กแว่นขี้เหวี่ยงที่เพิ่งจะตีกับพวกเด็กๆไปเมื่อวานที่กำลังก้มมองมนุษย์ก้อนทั้งห้าที่ยืนยุกยิกๆกันในลิฟต์ ซึ่งแจบอมก็ไม่ได้ตอบอะไรไปนอกจากหัวเราะหึหึในลำคอเหนื่อยแย่เลยนะ

            “ก็ไม่ได้มากมายขนาดนี้สาบานเลยว่าอิมแจบอมไม่ได้โกหก แค่เอานิ้วชี้ไขว้หลังไว้เฉยๆ

            เด็กๆก็แบบนี้แหละ น่ารักบางที น่าตีบางเวลาแต่ประโยคนี้อิมแจบอมแอบเห็นด้วยอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ท้ายที่สุดแล้ว เขาจะเป็นคนยังไง มันก็อยู่ที่คุณนั่นแหละ

            “…” การเลิกคิ้วเป็นคำถามของแจบอมถูกส่งไปหาอีกฝ่ายแทนคำพูด

            ปกติผมไม่เคยเห็นพวกคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวน่ะจินยองว่า ผมเลยหวังว่าคุณจะเป็นพ่อที่ดีให้พวกเขาได้

            “หมายความว่ายังไง ?

            “สำหรับเด็กๆแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดที่พวกเขาต้องการก็คือความรักจากพ่อแม่นั่นแหละ

 

            ประโยคสุดท้ายพูดขึ้นพร้อมกับที่ลิฟต์เปิดประตูออก แน่นอนว่ามนุษย์ก้อนทั้งห้าวิ่งกรูออกจากลิฟต์ไปทันที ตามมาด้วยสองผู้ใหญ่ที่ประคองตัวกันอยู่ ห้อง 0716 ถูกยองแจพบเป็นคนแรก ก่อนที่มนุษย์ก้อนทั้งห้าที่ทิ้งระยะห่างไปก่อนแล้วกระโดดหยองๆเรียกให้เขาเดินตามไป โดยที่ยังต้องพยุงจินยองเอาไว้อยู่

            เมื่อมาถึงหน้าประตูห้อง จินยองจัดการล้วงคีย์การ์ดขึ้นมาเตรียมจะเปิดประตู ทว่า ยังไม่ทันทีกุญแจจะถูกเสียบเข้ากับลูกบิด ประตูห้องของจินยองกลับถูกเปิดจากด้านในเข้าเสียก่อน และพบว่า คนที่อยู่ในห้องคือผู้ชายตัวสูงใหญ่คนหนึ่งที่ยืนมองพวกเขาทั้งหมดด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียมากๆ

 

          กลับมาได้แล้วหรือไง ? แล้วนั่นใคร ?

 

            คำทักทายแรกที่ส่งไปหาเจ้าของห้องที่ยืนเผชิญหน้าอยู่ทันที พร้อมกับที่มนุษย์ลูกเป็ดห้าก้อนเริ่มขยับตัวเข้าหากันอีกครั้งเพราะสีหน้าดุๆของผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังยืนจ้องมองพวกเขาไปมาอยู่

 

            เราให้คีย์การ์ดเธอไว้ แต่ไม่เคยบอกให้เธอเสียมารยาทเอามาเข้าห้องเราแบบนี้นะ จองชินพร้อมกับที่เจ้าแว่นขี้เหวี่ยงตำหนิใส่อีกฝ่ายทันที

            แล้วโทรไปเป็นสิบๆรอบ ทำไมไม่รู้จักรับส่วนตอนนี้อิมแจบอมและลูกๆของเขาก็กลายเป็นอากาศไปโดยสมบูรณ์

            ก็บอกว่าทำงาน เข้าใจป่ะวะ ?แล้วตอนหลังก็รับแล้วไง จะเอาอะไรอีก ?

 

            และแจบอมที่เริ่มเห็นท่าไม่ดีก็รีบอยากจะเฟดตัวกลับห้องทันที เพราะเรื่องนี้เขาคิดว่าปล่อยให้คุยกันเองน่าจะดีเสียกว่า แต่ก็ยังไม่ทันที่เขาจะพาลูกชายทั้งห้าเปิดวาร์ปหนี ผู้ชายตัวสูงโย่งก็หันมามองที่เขากับเด็กๆที่ยืนหลบด้านหลังเขาอยู่เสียก่อน

 

            แล้วนั่นใคร ?แน่นอนว่าคนที่ผู้ชายคนนั้นกำลังถามถึงก็คือตัวเขานั่นล่ะ

            เพื่อนพร้อมกับที่ปาร์คจินยองหันมาส่งซิกให้เขาทางสายตาเป็นเชิงว่า ให้เออออไปตามน้ำที

            แล้วพวกเด็กๆนั่นล่ะ ?

            “ลูกชายเพื่อน

            “ก็แล้วไป…”

 

            เสียงเย็นเยือกตอบกลับสั้นๆ พร้อมกับที่ร่างของปาร์คจินยองถูกกระชากออกจากวงแขนของเขาจนเข้าไปอยู่แนบชิดกับอีกฝ่ายแทน ก่อนจะปิดประตูใส่เขาเสียเสียงดัง และไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดหรือบอกลาอะไรอีกฝ่ายแม้แต่น้อย มิหน้ำซ้ำ

 

            แฟนผม ผมดูแลเองได้ คุณกลับไปได้แล้ว… ’

 

            ประโยคสุดท้ายที่แจบอมได้ยินชัดเจนพร้อมด้วยสายตาที่มองเหยียดเขาอย่างเอาเรื่องก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลง ทิ้งไว้เพียงผู้ใหญ่หนึ่งคนที่กำลังยืนประมวลผล และเด็กๆอีกคนห้าคนที่เริ่มกลัวหัวซุกหัวซุนกับเสียงของประตูที่ดังสนั่น

 

            น่ากลัวจังเลย…” ยูคยอมที่กอดขาเขาเอาไว้ราวกับลูกหมีโคอาล่าพูดขึ้นด้วยเสียงสั่นๆ

            แต่แต่ว่าพวกเรายังไม่ได้บอกฝันดีพี่จีนยองเลย…” ยองแจเดินไปอยู่หน้าประตูห้องด้วยสีหน้าที่เจื่อนลงนิดๆ

            งั้นเราก็บอกพี่จีนยองตรงนี้ก็ได้นี่นาแจ็คสันว่า

            พี่จีนยองจะได้ยินพวกเราใช่ไหม ?แบมแบมถาม แต่ก็ย้ายตัวเองไปยืนอยู่หน้าประตูห้องข้างๆยองแจเช่นกัน

            ต้องได้ยินซี่มาร์คเองก็ด้วย ดังนั้น ลูกหมีโคอาล่าตัวโตที่กอดขาเขาอยู่ก็รีบวิ่งไปอยู่หน้าประตูห้องกับพี่ชายอีกสี่คน ก่อนจะตะโกนผ่านประตูห้องพร้อมกันจนแจบอมตะครุบตัวเจ้าวายร้ายทั้งห้ากลับห้องแทบไม่ทัน

 

            พี่จีนยอง ฝันดีน้า ! ว่างๆมาเล่นกับพวกเราอีกน้า ~

 

 

            .

            .

            .

 

 

            วันนี้เป็นอีกวันที่มื้อเย็น (ที่เริ่มเกือบห้าทุ่ม) ของพวกเขาคือ รามยอนหม้อไฟ ถึงพวกเด็กๆจะดูมีความสุขดีระหว่างมื้ออาหาร แต่นั่นก็ทำให้แจบอมรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ต้องทำอาหารเร่งด่วนและไม่ค่อยมีประโยชน์ให้พวกเด็กๆกิน เนื่องด้วยเวลาที่มีไม่มาก และเขาก็ไม่อยากปล่อยให้พวกเด็กๆนอนดึกไปกว่านี้

 

            ขอโทษทีที่ต้องให้กินรามยอนอีกวันแจบอมว่าในขณะที่คีบเส้นและตักน้ำซุปแบ่งใส่ถ้วยเล็กๆแจกให้พวกเด็กๆ ส่วนตัวเขาก็จ้วงมันในหม้อนี่แหละ

            ไม่เป็นไรหรอกแด๊ดดี้ ม้ากคึเข้าใจว่าแด๊ดดี้มีงานนี่นามาร์คตอบหลังจากที่ดูดเส้นรามยอนจนหมด และนั่นก็ทำให้รอบปากของเจ้าตัวเล็กเปื้อนคราบน้ำซุป แจบอมจึงหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดให้อีกฝ่ายไปพลางๆ

            “แต่อาหารพวกนี้มันไม่ค่อยมีประโยชน์ เพราะงั้นคืนนี้พวกนายต้องดื่มนมกันคนละแก้ว ตกลงไหม ?แน่นอนว่าคำถามนี้เขาไม่ได้ถามยูคยอมอย่างแน่นอน เพราะยูคยอมคือคนเดียวในกลุ่มพี่น้องที่กินนมทุกเช้าทุกคืน จนตอนนี้ก็ตัวสูงกว่าพวกพี่ๆไปแล้ว

            “แต่…” ตามมาด้วยเสียงขัดของเจ้าก้อนคิ้วหนาผมทองทันที แจ็คสันไม่ดื่มได้ไหม แจ็คสันไม่ชอบ

            “ไม่ได้และคำปฏิเสธที่รวดเร็วของแจบอมก็ทำให้เจ้าลูกเป็ดวายร้ายเริ่มเบะปากอย่างขัดใจ ถ้านายไม่ดื่ม นายก็จะตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม นายอยากให้เป็นแบบนั้นเหรอ ?แจบอมแอบกระซิบเจ้าตัวแสบที่เริ่มจะงอแงเพราะไม่อยากดื่มนม

            “…”

            “ถ้านายไม่ดื่ม ฉันจะไม่เล่นเลโก้กับนายนะ แล้วพรุ่งนี้ฉันก็จะไม่เล่นฟุตบอลกับนายด้วยและเงื่อนไของแจบอมก็ทำให้แจ็คสันหันขวับมาทันที

            กินก็ได้ แจ็คสันกินก็ได้ แต่แด๊ดดี้ต้องห้ามเบี้ยวแล้วนะ !”

           

            สุดท้ายแจบอมก็ดันทุรังบังคับให้แจ็คสันดื่มนมได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของพวกพี่ๆน้องที่ล้เลียนเรื่องที่แจ็คสันไม่ยอมกินนม ด้วยทั้งคำขู่ และเงื่อนไขเรื่องที่จะเล่นเลโก้กับฟุตบอลด้วยกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้เจ้าก้อนวายร้ายยอมกลั้นใจดื่มนมจนหมดแต่โดยดี ก่อนที่จะพาพวกเด็กๆไปอาบน้ำแล้วส่งเข้านอนในที่สุด

            เมื่อเห็นว่าเด็กๆหลับหมดแล้ว แจบอมจึงจัดการธุระส่วนตัวของตัวเอง แล้วจึงใช้เวลาตรวจสอบงานกับแก้ไขข้อผิดพลาดอีกนิดหน่อยเพราะตอนนี้เป็นเวลาใกล้จะตีสองแล้ว พรุ่งนี้เขาต้องออกไปส่งงานที่ออฟฟิศตอนเก้าโมง ฉะนั้นเขาควรจะรีบนอนเสียที

            แต่กว่าที่แจบอมจะรู้สึกหนักที่เปลือกตาก็ปาเข้าไปตีสามกว่าๆ ทั้งนอนนับแกะก็แล้ว อ่านการ์ตูนก็แล้ว (ไม่ต้องมาทำเป็นมอง ผู้ใหญ่ก็อ่านได้ !) แต่เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงได้ไม่ง่วงเสียที และในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป แจบอมก็เริ่มรู้สึกง่วงจนเอื้อมตัวไปปิดโคมไฟบนโต๊ะข้างหัวนอนจนภายในห้องมืดสนิทเพื่อเข้าห้วงนิทรา

 

            แด๊ดดี้… ’

 

            ทว่า แจบอมที่ยังพอมีสติอยู่อย่างเลือนรางก็ได้ยินเสียงเล็กๆเบาๆของใครคนหนึ่งที่เรียกเขาด้วยสรรพนามที่เขาได้ยินแทบทั้งวันตลอดสองสามวันที่ผ่านมานี้ แต่ด้วยความมืดที่มองไม่เห็นสิ่งรอบข้าง ทำให้แจบอมนอนสลัดหัวอยู่สองสามทีเพื่อไล่เสียงนั้นออกไป

 

            นี่ได้ยินเสียงเรียกจนหลอนเลยเหรอวะ

 

            แด๊ดดี้หลับแล้วหรอ… ’

 

            ตามมาด้วยเสียงเดิมเพิ่มเติมคือประโยคที่สองที่ยาวขึ้น และนั่นก็ทำให้แจบอมที่มองซ้ายมองขวาเห็นว่าประตูห้องของเขามันถูกแง้มอยู่

 

            จำได้ว่าปิดประตูไปแล้วนี่หว่า

 

            และนั่นก็ทำให้แจบอมตัดสินใจเปิดโคมไฟอีกครั้ง ก่อนจะต้องสะดุ้งโหยงเมื่อพบว่าสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาคือมนุษย์ก้อนตนหนึ่งที่ยืนกอดตุ๊กตาโพโรโระอยู่ข้างๆเตียงของเขา

 

            ตกใจหมด…” แจบอมถอนหายใจออกมา แบมแบมเองเหรอ ? มีอะไรหรือเปล่า ?ร่างสูงที่นั่งอยู่บนเตียงเอ่ยปากถามลูกเป็ดปอยผมชมพูที่ยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ข้างๆเตียงของเขา ถึงเขาจะแอบหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะกำลังเคลิ้มๆใกล้จะหลับแล้วก็ตาม

            แด๊ดดี้…” แต่เสียงของแบมแบมกลับสั่นจนแจบอมเริ่มใจไม่ดี แบมแบมฝันร้าย…”

            “…”

            “อึก แบมแบมกลัวพร้อมกับที่เจ้าก้อนตัวเล็กกระชับอ้อมกอดเข้ากับตุ๊กตาเพนกวินสีน้ำเงินแน่นขึ้น แบมแบมคืนนี้แบมแบมขอนอนกับแด๊ดดี้ด้วยได้ไหม ?

 

            ท่าทีที่ดูน่าสงสารของแบมแบมทำให้แจบอมนั่งมองเจ้าก้อนผมชมพูที่ยืนกอดตุ๊กตาโพโรโอยู่ครุ่หนึ่ง แล้วจึงอุ้มแบมแบมขึ้นมานอนข้างๆเขา โดยที่ไม่ลืมขยับหมอนกับจัดการห่มผ้าห่มให้อีกจนแทบจะจมไปกับที่นอน

 

            เตียงของฉันมันเล็กหน่อยนะ ถ้านายนอนได้ก็โอเคบางทีอิมแจบอมก็ควรจะต้องไปหาคอร์สเรียนวิธีที่ต้องใจแข็งกับเด็กๆบ้างแล้วล่ะ

            แบมแบมนอนได้ ขอบคุณนะแด๊ดดี้จากสีหน้าที่ดูเสียขวัญในตอนแรกเริ่มมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อเจ้าก้อนที่แทบจะหลอมรวมไปกับตุ๊กตาโพโรโระเอ่ยปากขอบคุณเขาพร้อมทั้งรอยยิ้ม

            “ฮื่อ นอนเถอะ พรุ่งนี้ฉันต้องตื่นเช้าแจบอมเริ่มเลื่อนตัวลงนอนอีกครั้ง พร้อมกับเอื้อมมือไปปิดโคมไฟ

            ฝันดีนะแด๊ดดี้

            “อืม…” เพราะแจบอมไม่รู้ว่าจะตอบอะไรดี ก็เลยทำได้เพียงครางในลำคอขานรับไป จนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเด็กน้อยที่นอนขดตัวอยู่ข้างๆดังขึ้นมาเป็นสัญญาณให้รับรู้ว่าแบมแบมคงจัหลับไปแล้ว

 

            ฝันดีเหมือนกัน… ’

 

            บางทีเขาก็รู้สึกอิจฉาพวกเด็กๆที่กินง่ายหลับง่ายชะมัด

 

…to be continued…

(อย่าเพิ่งกดปิดกันนะ เลื่อนลงมาก่อน !)

 

[ Special side by PARK JINYOUNG ]

 

            ผมกลับมาถึงห้องประมาณสี่ทุ่มครึ่ง

 

            หลังจากที่เขาปิดประตูใส่นายอิมแจบอมและพวกเด็กๆ เราก็ทะเลาะกันยกใหญ่ ผมหมายถึง จองชิน แฟนของผมเอง ใช่ ! คุณอ่านไม่ผิดหรอก เขาเป็นแฟนของผมเอง ความสัมพันธ์แบบคร่าวๆของเราก็คือ เราคบกันมาประมาณ 6 เดือน มันก็มากพอที่จะเรียนรู้ลักษณะนิสัยกันในระดับหนึ่ง และนั่นก็ทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างจากตัวของเขา

            แน่นอนว่ามันต้องมีข้อดีที่ทำให้ผมกับเขาคบกันได้ จองชินเป็นคนอัธยาศัยดี และเขาก็ดูแลผมดีมาก แต่ถ้าชั่งน้ำหนักกับข้อเสียของเขาแล้ว ผมก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความสัมพันธ์ของเราจะยืดยาวไปได้แค่ไหน เพราะเขาเป็นคนขี้หึง และชอบคิดเล็กคิดน้อย ทั้งๆที่ผมเคยพยายามจะทำความเข้าใจว่านั่นมันก็สัมพันธ์กับข้อดีของเขา แต่พักหลังมานี้ผมว่ามันชักจะเกินไปหน่อยแล้วล่ะ

            วันนี้ผมมีนัดกินข้าวเที่ยงกับเขา แต่ทุกอย่างต้องเป็นอันยกเลิก เพราะผมต้องไปช่วยคนที่ชื่ออิมแจบอมทำงาน แน่นอนว่าจองชินไม่พอใจผมมากที่ผมปฏิเสธเขา แต่บางทีผมก็อยากให้เขาเข้าใจว่า ผมไม่อยากเห็นคนที่ยอมช่วยผมไว้ต้องไม่มีงานส่งเหมือนกัน ยิ่งเห็นว่าเขามีลูกชายต้องดูแลอีกถึงห้าคน ผมยิ่งเข้าใจความลำบากของเขาดีเลยล่ะ

            ดังนั้นวันนี้จองชินถึงได้โทรหาผมแทบทั้งวัน และเขาก็เริ่มโทรมาบ่อยขึ้นเรื่อยๆจนผมเห็นว่ามันดูน่ารำคาญ ท้ายที่สุดผมก็เลยปิดเสียงแล้วก็โยนโทรศัพท์ไปไกลๆนั่นแหละ แต่พอทำงานเสร็จแล้วกลับมาเปิดดู ผมถึงได้รู้ว่าเขาบ้าบอกว่าที่ผมคิดเอาไว้ เพราะมิสคอลเกือบ 40 สายกับข้อความกว่า 20 ข้อความ ยังไม่รวมแชทในโซเชียลเกือบทุกช่องทาง

            แต่ที่ผมโกรธที่สุด ก็คงเป็นเรื่องที่เขาเอาคีย์การ์ดมาใช้เข้าห้องของผมโดยพลการ ผมเคยยกคีย์การ์ดอันหนึ่งให้เขาเอาไว้ใช้ในเวลาที่มีเรื่องจำเป็น แต่สิ่งที่ผมได้รับในวันนี้คือ ความไม่เชื่อใจของจองชินถึงขั้นที่เขาตามมารังควานผมถึงคอนโด

 

          ถ้าไม่เชื่อใจกัน แล้วความสัมพันธ์ของเรามันจะไปรอดหรือไงกัน ?

 

            ผมลองถามเขาออกไปแบบนั้น ก่อนที่ผมจะขอปลีกตัวเข้าห้องนอน ส่วนจองชินอยากจะทำอะไร อยู่ที่ไหน นั่นก็เป็นเรื่องของเขาเลยก็แล้วกัน เพราะตอนนี้ผมก็เริ่มเผื่อใจไว้แล้วว่า ความสัมพันธ์ที่ยุ่งเหยิงของเราอาจจะต้องยุติลงถ้าเรายังไม่มีความสุขกันอยู่แบบนี้ แต่วินาทีที่ผมจะเดินเข้าห้องนอน ผมกลับได้ยินเสียงตะโกนจากหน้าประตูห้องดังขึ้นมาเสียก่อน

 

            พี่จีนยอง ฝันดีน้า ! ว่างๆมาเล่นกับพวกเราน้า ~

 

            เสียงที่ทะลุผ่านประตูมาแบบนี้ ผมเดาได้ไม่ยากเลยว่าเป็นฝีมือของใคร เจ้าพวกลูกลิงทั้งห้าคนที่อาสาเดินมาส่งผมพร้อมกับพ่อของเขาที่พยุงผมมาถึงหน้าห้อง แม้ว่าใจอยากจะเดินออกไปขอบคุณพวกเด็กๆสักหน่อย แต่จองชินกลับยืนขวางประตูเอาไว้เสียอย่างนั้น ถ้าอย่างนั้น

 

            “ฝันดีนะเด็กๆ…”

 

            “ฝันดีนะ คุณแจบอม…”

                                                      

            ผมรู้ดีว่าพวกเด็กๆและตาลุงขี้วีนคนนั้นไม่มีทางได้ยินผมแน่นอน เพราะเสียงของผมมันเบาเกินกว่าที่จะลอดผ่านประตูออกไปได้

 

          แต่ก็หวังว่าคืนนี้เขาจะดูแลพวกเด็กๆให้นอนหลับฝันดีได้ล่ะนะ

 

…JINYOUNG’s part END…

 

ฮ้ายยยยยยยยยย ~
เป็นตอนที่สูบพลังงานมากเลยค่ะ มีหลายประเด็นเหลือเกิน
อย่ามัวแต่อ่านเพลินจนลืมตอนต้นๆของเรื่องกันไปนะคะ

สำหรับตอนนี้พี่แว่นเริ่มมีบทบาทแล้วเนอะ
เราพยายามเขียน
SIDE STORY ของพี่ นศ. ปอโทเพื่อให้รู้ว่าจริงๆแล้วพี่เขาเป็นยังไง คิดอะไรอยู่
ก็หวังว่าทุกคนจะชอบกันนะคะ

สำหรับทีมแม่เป็ด ตอนนี้เราต้องขออภัยด้วยที่บทลูกๆน้อยลง (เพราะต้องแบ่งไปให้พี่แว่น)
เพราะงั้น ตอนหน้าเราจะพาไปทริปลูกเป็ดทัวร์กันอีกรอบค่ะ
เตรียมตัวเติมน้ำมันรถแพ็คกระเป๋าไปหรรษากันได้เลย

และวันนี้เราก็มีอะไรมาอวดอีกเช่นเคย
แก๊งลูกเป็ดและคุณแด๊ดดี้ของเรามีแฟนอาร์ตออกมาอีกภาพแล้ว เย่
!

ต้องขอขอบคุณแฟนอาร์ตสวยๆจากคุณ @unifaix มากๆนะคะ
ดีใจมากจริงๆที่มีคนรักและเอ็นดูลูกเป็ดขนาดนี้
รวมไปถึงแฟนคลับกว่า
1200 ท่าน หลายสิบทวีตในแฮชเท็ก #แด๊ดดี้เดฟ
และทุกๆคอมเม้นท์ที่เข้ามาให้กำลังใจกัน
ก็หวังว่าแม่ๆลูกเป็ดจะยังคงรัก เอ็นดู และเชียร์ให้คุณพี่ นศ
. ปอโทมาเล่นกับลูกๆบ่อยๆเนอะ

เจอกันได้ที่แท็ก
#แด๊ดดี้เดฟ แท็กเดิม เพิ่มเติมคือรอบนี้ลูกเป็ดแอบส่องอยู่น้า
วันนี้ไม่ได้แอบจิ๊กไอแพดแด๊ดดี้แล้วนะ แต่แอบเปิดโทรศัพท์แด๊ดดี้ดูเลย เย่
!
มาคุย มาบอกรักลูกเป็ดกันเยอะๆนะคะ


 dwarf.
  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 274 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10322 MayKamon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 22:46

    น้องจินยองสนใจมาเป็นคุณแม่ลูกห้าร่วมกับคุณพ่อเดฟมั้ยคะ

    #10322
    0
  2. #10218 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 16:52
    ลูกเป็ดตัวน้อยยย น่ารักไปไหนลูกกกกหลงมากเลยอ่ะตอนนี้
    #10218
    0
  3. #9993 Hello_JBid (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 00:19
    ลูกเป็ดตอนนี้น่ารักกันจังน้า แด๊ดดี้ทนไหวหรอ หาแม่มาช่วยเลี้ยงได้แล้วจ้า
    #9993
    0
  4. #9683 fern101fern (@fern101fern) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 15:14
    หลงรักลูกเป็ดมากกว่าคุณพ่อตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตอนนี้เลย แง้
    #9683
    0
  5. #9536 agasep2 (@Agasep) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:31
    งือออ เด็กๆน่ารักกันมากกก
    #9536
    0
  6. #9380 gorncop (@gorncop) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 23:26
    จองชินผชช้ะมั้ย
    #9380
    0
  7. #9375 dearlychpd ♡ (@violy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 01:37
    จนโมเดลอันใหม่เสร็จ แด๊ดดี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครคือคนร้ายตัวจริง 5555555
    #9375
    0
  8. #9353 PHRIW (@PHRIW) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 21:45
    เอ็นดูพวกเด็กๆอะ ..
    #9353
    0
  9. #9134 JP___ (@SAIiPAN) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 12:24
    เดียวก็ชินนะแด๊ดดี้เรื่องตื่นเช้า วันนี้เปลี่ยนคนปลุกเพราะน้องหิว //หยิกแก้ม อ้อนแต่เช้าเลยน่ารักจริงๆ ฉากคุยกันตอนเช้า คืออบอุ่นมาก เอ็นดูหนูๆเพิ่มเข้าไปอีก พาแด๊ดดี้อาบน้ำฮามาก อ่านไปรู้สึกได้รับความเหนื่อยผ่านตัวอักษร 5555 ฮาแด๊ดดี้กลายสภาพเป็นอากาศเมื่อเจอ..จีนยองงง 5555 ซื้อใจลูกเป็ดได้ด้วยแอมเล็ดแสนอร่อย ตอนนี้เด็กๆบทน้อยแต่น่าเอ็นดูกันทุกคนเลย เป็นเด็กดีมีความอดทน น่ารักก >< ความน่ารักชววนหลวงความเด็กๆดูจะเพิ่มขึ้นทุกตอน แพ้ความสดใส แพ้ความน่ารัก T.T



    เริ่มคุยกันมากขึ้น รอดูนะคะว่าแด๊ดดี้จะเริ่มมองจีนยองของเด๊กๆเปลี่ยนไปบ้างรึยัง นางยังดูหมั่นไส้กันอยู่ไม่น้อย ยังคงรักษาความร้ายไม่เบาเนียนอีกแล้วนะแด๊ดดี้ ! แต่อ่อมม่ามีแฟนซะแล้วว แต่จากที่ดูก็น่าจะใกล้เลิกแล้วละ -.- มาเป็นอ่อมม่าให้เด็กๆเถอะค่ะ อยากให้หนูๆได้กินอาหารอร่อย แงง ก็เด็ก 4-5 ขวบกินม่าม่าบ่อยๆมันไม่ดีนี่คะ 



    เขียนตอนได้ยาวดีจังเราชอบ มีหลายอารมณ์ในแต่ละช่วงวันด้วย  >__< 
    #9134
    0
  10. วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 14:31
    ไปซะจองชิน คุณไม่ใช่เดอะเฟสค่ะ 
    #8701
    0
  11. #8668 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 16:06
    นยองเลิกเลยยย มาเล่นกับลูกเป็ดดีกว่าาา~
    ก้อนน่ารักมากกก
    #8668
    0
  12. #8634 acharaxgame (@acharaxgame) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 21:41
     ลูกเป็ดน่ารักมากกกกก อยากไปช่วยแด็ดดี้เลี้ยงจริงๆ คะ 555



    #8634
    0
  13. #8457 ploy_TMTC (@ploy-tmtc) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 02:31
    หวงอะไรเบอร์นั้น น้องแบมน่ารักกกก
    #8457
    0
  14. #7580 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 23:20
    แบมแบมติดแด๊ดดี้น่าดู คยอมหนูน้อยปีโป้ก็จะเป็นแฟนคลับพี่นักศึกษาป.โทใช่ไหม ดูท่าแล้ว 5555555
    นั่นสิน้าจินยอง ความสัมพันธ์ที่ไม่เชื่อใจกันแบวนี้จะประคับประครองไปได้อีกนานแค่ไหน ไม่ไหวอย่าฝืนนะลูก
    รอดูลูกเป็ดส์ทัศนะศึกษาอยู่นะคะ รอบที่แล้วห้างแทบแตก ความวุ่นวายกำลังจะไปเยือนสถานที่แห่งใดพบกันสถานีต่อไป 55555555
    #7580
    0
  15. #7550 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 10:18
    น่ารักมากเลย ไม่ชอบจองชิน จีนยองมะต้องทนนน
    #7550
    0
  16. #7185 Jiyeon Choi (@5148656418915615) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2559 / 10:14
    เลิกกับจองชินแล้วมาเป็นหม่ามี๊ให้แก๊งลูกเป็ดดีกว่าเนอะ
    #7185
    0
  17. #6852 Poopeii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:15
    เลิกเลยๆๆๆแล้วมาเป็นหม่ามี๊ให้เจ้าเป็ดน้อยทั้ง5ดีกว่า
    #6852
    0
  18. #6851 Poopeii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 / 22:15
    เลิกเลยๆๆๆแล้วมาเป็นหม่ามี๊ให้เจ้าเป็ดน้อยทั้ง5ดีกว่า
    #6851
    0
  19. #6791 Tetsuu (@4427) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 01:46
    งุ้ยย เด็กๆมีคุณพ่อขี้สปอยล์แล้วก็ต้องมีคุณแม่มาคอยดุสิคะ~ ใช่ไหมพี่จีนยอง~~

    เลิกเลยค่ะ ไม่ไว้ใจกันแบบนี้เลิกไปเลยค่ะ ไม่ได้รบเร้านะคะแต่...เลิกเลยค่ะ555555
    #6791
    0
  20. #6788 bibimbua (@bibimbua) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 00:30
    โอ้ย เลิกเลยจีนยองงงงงงงง
    #6788
    0
  21. #6768 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 / 17:32
    คือเป็นตอนที่ยาวมากกกก มีหลายอารมณ์มากด้วย
    ทั้งยิ้ม ทั้งหัวเราะ ทั้งเศร้า แล้วก็เอือม ครบเลย
    นี่นู๋จีน แฟนแบบนี้อย่ามีเลยลูก เลิกไปเลยยยยยย
    มาเลี้ยงลูกเป็ดนี่มา แถมพ่อเป็ดให้อีกตัว แฮร่!!
    #6768
    0
  22. #6481 Qette (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:11
    สปีชีส์ก้อนน่ารักมากเลยอ้ะะะะะะ อยากได้มาเลี้ยง 55555
    #6481
    0
  23. #6480 Qette (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:10
    สปีชีส์ก้อนน่ารักมากเลยอ้ะะะะะะ อยากได้มาเลี้ยง 55555
    #6480
    0
  24. วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 12:54
    เกือบร้องแนะตอนที่คยอทเล่าเรื่องที่บ้านเด็ก คือเด็กๆมันบริสุทธิ์มากเลยนะ เราเคยมีโอกาสดูแลเด็กเจ็ดขวบอยู่คนนึง แรกๆเราไม่ชอบเลย รำคาญมาก แต่หลังๆก็นะ ขี้สปอยด์พอๆกับคุณพ่อแจบอมเลยแหละ แต่เอาจริงๆนะ แจบอมดูเจ้าก้อนห้าคนคนเดียวไม่ไหวหรอก นี่แหละเหตุผลที่ต้องมีทั้งพ่อและแม่ เพราะมันเหนื่อยมาก และเด็กต้องการความเอาใจใส่ตลอดเวลาอีกด้วย นิยายเรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกรักเด็กขึ้นเยอะเลย แต่งดีมากๆ
    #6236
    0
  25. #6213 TanQpid (@lollilop-blove) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 19:46
    แด๊ดดี้ใจดีอ่าา อบอุ่นจังง
    #6213
    0