[Fic] Assassination Classroom

ตอนที่ 30 : ไดอารี่หน้าที่ 25 ทัศนศึกษาเลือด RE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,093
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 336 ครั้ง
    18 ก.ค. 61




แก้ไขล่าสุด 24 ส.ค 60
รีไรท์ 31 ธ.ค 60






     ซวยแล้ว



     ฉันครางในใจพร้อมกับสอดส่องสายตาไปทั่วถนนที่โล่งโจ้ง ถ้าหากอีก 15 นาทียังไม่ถึงสถานีรถไฟละก็ฉันต้องสายแน่ๆ พอเหลือบมองคนขับรถที่เอาก้มหัวขอโทษขอโพยผู้โดยสารคนอื่นปรกๆก็ไม่กล้าแม้แต่จะต่อว่า ปรากฏการณ์รถบัสเสียอันหาได้ยากของญี่ปุ่น บัดนี้ฉันได้เจอะเจอเข้ากับตัวเองซะแล้ว  แบบนี้เรียกว่าโชคดีได้ไหมนะ?




     นั่งรอในรถก็ไม่ได้อะไร ฉันจึงตัดสินใจจ่ายเงินแล้วเดินลงมาที่ถนน ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้โดยสารคนอื่นๆ อันที่จริงควรรีบเรียกรถแท็กซี่แต่ฉันดันไม่มีเบอร์เลยต้องเสียเวลาหาจากอินเทอร์เน็ต ทว่าในตอนที่กำลังก่นด่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่คลานเป็นเต่าอยู่ จู่ๆก็มีรถยนต์เปิดประทุนสีแดงแสบตาเบรคจึกอยู่ด้านหน้า



     “ไงจ่ะ  มีปัญหาอะไรให้คุณพี่คนนี้ช่วยไหมเอ่ย”  




     “อ่า....”ฉันอดร้องออกมาอย่างประหลาดใจไม่ได้เมื่อเห็น อิริน่าเซนเซย์นั่งอยู่ในฝั่งคนขับ เธอใส่แว่นกันแดดสีดำกับหมวกไหมพรมและเสื้อสูทสีขาวรัดปิ้วสุดเซ็กซี่ ท่าทางเหมือนดาราฮอลลีวูดที่มาพักร้อน



      “ดูท่าเธอจะสายแล้วสินะ หึ...ถ้ายอมเรียกว่าคุณพี่เอริน่าละก็จะสละที่นั่งข้างๆนี้ให้ก็ได้นะ” ในขณะที่พูดเธอก็เกยหน้าอกไว้บนกับประตูรถพลางช้อนตามองฉันอย่างยั่วยวน




     เดี๋ยวนะ เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นผู้หญิง  ไม่สิ....เธอเห็นฉันใส่กระโปรงอยู่ทุกวันนี่นา




      ฉันไม่นำพาต่อความเป็นบิทชเซนเซย์ เลิกคิ้วขึ้นแล้วมองไปที่เธอนิ่งๆ “คุณขับรถเป็นด้วยหรอคะ”




      “หึ...ระดับนี้แล้วต่อให้ไม่มีใบขับขี่ แต่ฉันก็มีประสบการณ์สุดโลดโผนอยู่บนถนนของแม็กซิโกมาตั้งแต่อายุสิบสองเชียวนะยะ”

 


     “ฮัลโหลๆ รถแท็กซี่ใช่ไหมคะ....”



     “นี่! นอกจากไปกับฉันแล้วก็ไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้วนะยะ นั่งแท็กซี่ไปน่ะไม่ทันหรอก”



     ฉันชะงักพลางใช้สายตามองเธออย่างกังขาก่อนที่จะต่อบทสนทนากับคนในโทรศัพท์



     “คะ..พอดีว่าอยากจะ....”



     “ยัยเด็กน้อย!  นี่ไงใบขับขี่ของฉัน  รีบขึ้นมาซะทีสิ!



     ฉันค่อยๆลดโทรศัพท์ที่ไม่โชว์เบอร์ใดๆลงพลางขยับยิ้ม อิริน่าเซนเซย์พองแก้มงอนตุบป่อง ทำปากขมุบขมิบบ่นว่า นักเรียนไม่รักบ้างละ ไม่มีใครเคารพบ้างละไปตลอดทางจวบจนถึงสถานีรถไฟ  แต่พอลงจากรถเท่านั้นแหละพี่ท่านก็เรียกฟิลลิ่งนางแบบสุดมาดมั่นกลับมาได้อย่างรวดเร็วออเซาะวอแวฉันไปตลอดทาง ท่ามกลางสายตามากมายที่มองมาอย่างอิจฉาริษยา 




     ขอถามอีกครั้ง อิริน่าเซนเซย์รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นผู้หญิง




     “อรุณสวัสดิ์ค่ะเซนเซย์” ฉันทักร่างสูงโปร่งในชุดสูทที่ยืนโดดเด่นเป็นสง่าในกลุ่มนักเรียนห้อง E ก่อนที่จะหรี่ตามองนักเรียนห้องอื่นที่กระจุกตัวอยู่ไม่ยอมขึ้นรถไฟหรูพิเศษของตัวเอง พวกนั้นพอเห็นว่าเป็นฉันพากันหนีกระเจิดกระเจิง ทำให้เพื่อนห้อง E พากันถอนหาใจ หืม....ดูเหมือนก่อนหน้านี้จะมีการปะทะกันเกิดขึ้น



     “อรุณสวัสดิ์คาตาริ” คาราสุมะเซนเซย์ทักตอบนิ่งๆตามแบบฉบับคนขรึม ก่อนที่จะหันไปว๊ากใส่อิริน่าเซนเซย์ที่แต่งตัวมาเกินหน้าเกินตาความเป็นครูเสี่ยงโดนเปิดโปง เขาโกรธจนเส้นเลือดบนขมับขยับเต้นตุบๆ ตาจ้องเขม็งไปที่เพื่อนร่วมงานจนคุณครูคนสวยต้องคอตก อืม...ว่าแล้วต้องโดน



     ฉันละความสนใจจากอาจารย์ทั้งสอง เดินเข้าไปในกลุ่มทัศนศึกษาที่ประกอบไปด้วยพี่น้องฝาแฝดนางิสะ คายาโนะ สาวสวยใจดีห้อง E คันซากิ และคนบ้าเบสบอลอย่างสึกิโนะ พูดมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ขอโทษสาวแว่นพรหมลิขิตของคารุมะรัวๆในใจ เพราะว่ามีฉันเข้ามาแทนที่เธอเลยได้ไปอยู่กลุ่มอื่น พูดถึงคารุมะไม่ต้องรอให้ต้องมองหาฉันก็เห็นเขาเดินทอดน่องออกมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับถุงใบเบ้อเร่อ



     “ไง ฮิบิกิ” เสียงทุ้มเอ่ยทักพลางยกยิ้มมุมปากน้อยๆ มือยังไม่วายวางพาดไว้บนไหล่ประหนึ่งเป็นที่พักแขนส่วนตัว ฉันกำลังจะเบนตัวหลบถ้าไม่ติดว่าเขากางถุงในมือให้ดูก่อน “ดูสิ...ฉันซื้อเสบียงมาเยอะแยะเลย มีขนมออกใหม่นั่นด้วย ที่เราเห็นในทีวีน่ะ”



     ฉันขมวดคิ้ว “นายจะกินทั้งหมดเลยงั้นหรอ”



     เขาหัวเราะพูดด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าไม่จริงจัง “ใช่ที่ไหนละ ซื้อมาให้พวกเรากินด้วยกันไง”



     ฉันกระพริบตาปริบ  ยันหน้ากวนๆที่อยู่ใกล้เกินพอดีออกแล้วหันไปยิ้มให้กับนางิสะ “เขาว่างั้นน่ะ กลุ่มเรานี่โชคดีจริงๆเนาะ”




      “อะ...อื้ม นั่นสินะ”



     แล้วทำไมนายต้องทำหน้าเจื่อนขนาดนั้นด้วยล่ะ




     ........................
     ......

     ง่วง เพราะกินขนมของคารุมะมากเกินไปตอนที่กำลังเล่นไพ่อูโน่อยู่สติเลยก้ำกึ่งอยู่ในระหว่างความเป็นจริงและความฝัน  และหลังจากการสัปหงกครั้งที่สามฉันก็ได้ตัดสินใจยัดไพ่ในมือไปให้คนข้างๆเล่นต่อก่อนที่จะหามุมสบายวางหัว แน่นอนว่าจากตำแหน่งที่แสนพอดีมันจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากบ่าของคารุมะ เขาติดค้างการนอนตักมาราธอนจากฉันอยู่เพราะงั้นถ้าหากปฏิเสธละก็ฉันจะเอามาชเมลโล่ยัดปากเขา! คนโดนใช้เป็นหมอนขยับตัวเล็กน้อยปรับท่าทำให้ฉันได้นอนถนัด กลิ่นยาสระผมอ่อนๆยิ่งทำให้เพลินหนักจนหลับลึกไปตลอดทาง มีรู้สึกตัวบ้างก็ตอนที่ถอดนาฬิกาบนข้อมือของตัวเองทิ้ง หรือตอนที่คารุมะขยับตัวเปลี่ยนท่า




     ตอนนี้ทุกคนต่างพากันเงียบเสียงให้เบาลงแล้วจับจ้องไปยังเบาะแถวกลางที่ถูกนั่งด้วยตัวท็อปของห้อง E ทั้งสอง  พวกเขาเป็นคู่ที่สนิทกันมากจนดูคล้ายกับคู่รักทั้งๆที่ลต่างก็ไม่มีอะไรที่เหมือนกัน คารุมะเป็นบุคคลอันตรายสายซาดิสต์ ในขณะที่ฮิบิกิเป็นสาวเท่ไซต์กระทัดรัด อยู่ด้วยกันแล้วเหมือนผู้กล้ากับราชาปีศาจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลงตัวอย่างบอกไม่ถูก 



     ถ้าหากจะให้จัดอันดับคู่จิ้นที่คนในห้องที่อยากให้เป็นแฟนกันจริงๆละก็ คารุมะคุงกับฮิบิกิคุงก็คงหนีไม่พ้นอันดับหนึ่ง




     “อะไรหรอ”ด้วยใบหน้าที่หล่อเหล่าและดวงตาที่มีความดุดันเจืออยู่จางๆผสมกับนิสัยต่อยตีสุดอันธพาลทำให้คารุมะมีเสน่ห์แบบร้ายๆ เป็นการยากที่ผู้หญิงจะละสายตาได้ เขาใช้ลักษณะที่ว่านั้นขยับยิ้มลึกลับพลางถามเพื่อนร่วมห้องที่เอาแต่จ้องมองมา ร่างสูงตื่นอยู่ตลอดแต่ฝ่ายฮิบิกิกลับหลับลึกจนดูน่ารักน่าชัง 




     “พวกนายคบกันอยู่หรอ....”ซุกายะถามขึ้นอย่างกังขา




     “หืม....ก็ไม่นิ” สิ้นคำกล่าวทำเอาคนที่รอฟังต่างผ่อนลมหายใจดังเฮือก 




     ฮิบิกิขยับไปมาอย่างเกียจคร้าน เกาะเกี่ยวท่อนแขนของอีกฝ่ายมากอดอย่างแนบแน่น ทำเอาเพื่อนคนอื่นที่มองอยู่ใจอ่อนยวบยาบ ทว่าคารุมะดันนิ่งเหมือนนี่เป็นเรื่องปกติ คนที่หน้าแดงกลับเป็นผู้ชายในห้องแทน



     “หวา....ดีจังเลยนะคารุมะฉันเองก็อยากได้แบบนั้นบ้างจัง”



     “เฮ้ย...นั่นฮิบิกิซามะนะเว้ย อย่างเอ็งไม่คู่ควรหรอกโอคาจิมะ”



     “อ่อนหัดนะ ฉันน่ะขอแค่โดนเหยียบไว้ใต้ฝ่าทีนก็ตายตาหลับแล้ว แกไม่คิดงั้นหรอวะ ฮิๆๆ”




     มองสีหน้าของคนถูกถามทำให้รู้ได้ทันทีว่าก็แอบคิดอยู่บ้าง แต่ว่า....“ใครมันจะไปโรคจิตแบบแกวะ!



     “หึๆ....ถึงจะไม่ใช่แฟนแต่ก็อย่ามายุ่งล่ะ เดี๋ยวพ่อก็เชือดซะหรอก”แล้วทั้งชินคันเซ็นก็โดนแช่แข็งไว้ด้วยความกดดันระดับจะฆ่าจะแกง




     “นี่เพื่อนไงคารุมะ!




    “ฉันไม่สนหรอกนะ”ริมผีปากหยักเป็นรอยยิ้มแสยะ ก่อนที่จะฝังจมูกเข้ากับกลุ่มผมสีไวน์เรียบรื่นท่ามกลางสายตาเพื่อนทั้งห้อง ปากก็ขยับเป็นประโยคง่ายๆทว่าไร้เสียงว่า นี่ของฉัน




     “ผมผิดไปแล้วครับ อย่าฆ่าผมเล้ยยยย”โอคาจิมะร้องพลางหลบเข้ามุม เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเพื่อนห้อง E อย่างทั่วถึง  





     ...............................
     ................




     เกียวโต เย้!




     “ฮิบิกิ...” คารุมะเรียกฉันจากข้างหลังพอหันกลับไปก็โดนคว้ามือซ้ายเอาไว้ ฉันมองกลุ่มผมสีแดงที่ลดลงต่ำเล็กน้อย มองมือหนาที่ขยับไปมาอย่างทุลักทุเล ทว่าเพียงชั่วเวลาไม่นานบางอย่างก็ถูกใส่ลงบนข้อมือของฉันจนเสร็จสิ้น มันคือนาฬิกาของฉันที่ถอดออกตอนนอนบนรถไฟ อืม....ลืมไปแล้วแหะว่าใส่มา




     “ขอบคุณ”ฉันขยับยิ้มให้อย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะเดินไปรวมกับเพื่อนเพื่อเอาของไปเก็บในเรียวกังเก่าๆ  เนื่องจากว่ามีโคโระเซนเซย์เราเลยเหมาทั้งโรงแรม  กระทั้งคนดูแลก็ยังเป็นคนจากรัฐบาล ส่วนห้องพักนั้นเป็นห้องนอนรวมแบ่งแยกชายหญิง พวกเราต่างเข้านอนแต่หัวค่ำเพื่อเก็บแรงไปลุยต่อพรุ่งนี้เช้า หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นก็แยกย้ายกันเดินไปตามเส้นทางที่ได้วางแผนเอาไว้ ซึ่งที่ๆกลุ่มของฉันไปก็คือ กิอง





     ฉันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมัน เพราะทุกอย่างคือส่วนผสมของประสบการณ์ที่สำคัญ ฉันรู้ดีว่าพวกเราทุกคนจะไม่เป็นอะไร...หมายถึงไม่เป็นอะไรมาก ถ้าไม่นับว่าพวกผู้ชายจะเจ็บตัวเล็กน้อย  การลักพาตัวแบบโจ่งแจ้งของพวกอันธพาลกำลังจะเริ่มขึ้น




     ในตอนที่เดินเข้าไปในตรอกเปลี่ยว เราถูกล้อมด้วยนักเรียนมัธยมปลายที่มีพละกำลังมากกว่า ผู้หญิงสองคนถูกจับเอาไว้ ในขณะที่ฉันกำลังตะลุมบอนอยู่ในวงต่อสู้ จู่ๆก็เกิดเป็นห่วงขึ้นมาเลยหยุดต่อต้านและยอมให้หิ้วไป ในตอนนั้นฉันสบตาเข้ากับดวงตาสีน้ำผึ้งของคารุมะ วูบหนึ่งหัวใจของฉันกระตุกเบาๆเมื่อเห็นว่าเขากัดฟันและยอมปล่อยให้ตัวเองโดนกระทืบ 




     ความรู้สึกผิดและว้าวุ่นแต่ก็พยายามนิ่งเอาไว้ พวกเราถูกพาไปที่โกดังร้าง 




    “แกน่ะ...ฉันว่าฉันเคยเห็นหน้าแกมาก่อนนะ” หัวหน้าอันธพาลชูภาพในโทรศัพท์ให้พวกเราดู “นี่น่ะแกใช่ไหม ที่ร้านเกมในโตเกียวเมื่อปีก่อนฉันให้พวกของฉันตามหานังผู้หญิงนี่ ตั้งใจจะลักพาตัวแกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่ดันหาไม่เจอใครจะไปรู้ว่าแกถึงกับเป็นนักเรียนมอต้นจากโรงเรียนดัง อา...แต่ก็พอเข้าใจอยู่ยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งตกลึกเท่านั้น”



    มันโน้มหน้าเข้ามาใกล้คันซากิ กระซิบเสียงพร่า“ตั้งแต่ตอนนี้จนกว่าจะค่ำ พวกฉันที่เชี่ยวชาญเรื่องแย่ๆจะสอนเรื่องแย่ๆให้กับเธอเอง แน่นอนเพื่อนๆของเธอด้วย ”




    คันซากิชะงักนิ่ง พวกนักเรียนมอปลายพากันไปรวมกลุ่มอยู่อีกด้าน รอคนิื่นๆมาสมทบ




    “รูปเมื่อกี้นี้...”คายาโนะเริ่มต้นทำลายความเงียบระหว่างเรา  “แม้แต่คนเรียนเก่งอย่างคุณคันซากิก็มีช่วงเวลาแบบนั้นเหมือนกันเนาะ แบบว่า...คิดไม่ถึงมาก่อนเลย”



    “อืม...”เธอเงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกับพวกเรา 



     “เพราะว่าพ่อของฉันเป็นคนเข้มงวด เลยอยากให้ฉันมีผลการเรียนที่ดีและสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูล ฉันอยากหนี...เลยทิ้งเครื่องแบบของโรงเรียนเปลี่ยนบุคลิกและไปยังที่ๆไม่มีใครรู้จัก งี่เง่าเนาะเพราะแบบนั้นตอนนี้ฉันก็เลยต้องตกมาอยู่ห้อง E ตอนนี้ฉันไม่รู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองควรอยู่ที่ไหน





      เรื่องของเธอคล้ายกันกับเรื่องของฮิบิกิ     




     “ถูกคาดหวัง ถูกกดดัน ฉันเข้าใจไม่มีใครชอบสภาพแวดล้อมแบบนั้น บางคน...เลยเลือกที่จะหนี ส่วนบางคน...เลือกที่จะจมอยู่กับมันและตายไปพร้อมๆกัน และฮิบิกิเป็นอย่างหลัง  คันซากิเงยหน้าขึ้นเธอมองมาที่ฉันด้วยดวงตาที่สั่นไหว




    “การที่เธอหนีในตอนนั้นอาจจะเป็นวิธีที่ดีแล้วก็ได้...แต่ที่ๆเธอไปเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ที่ของเธอ...คันซากิ เธอเกลียดห้อง E หรือเปล่า เธอทุกข์ใจที่ได้ใช้เวลาร่วมกับพวกเราไหม




    “ไม่...”หยดน้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้ม  “ไม่เลยค่ะ...กับทุกคน ที่นั้น ถึงจะไม่ใช่ที่ๆอยากมาในตอนแรกแต่ว่า สนุกค่ะ...สนุกมากๆเลย




    “อืม...”ฉันขยับยิ้ม “คันซากิ...ที่ๆเธอควรอยู่น่ะ รู้แล้วใช่ไหมว่าคือที่ไหน



    ร่างบอบบางสะอื้นฮักพลางพยักหน้า

 



    “ถ้าอย่างนั้นเรากลับกันเถอะ...” ฉันใช้มีดพกของจริงที่ซ่อนอยู่ตรงข้อเท้าตัดเชือกหลังจากที่คันซากิได้ระบายความในใจออกมาจนหมด ก่อนที่จะยืนขึ้น วางมือลงบนกลุ่มปมสีดำสนิทและลูบเบาๆ




       พวกนั้นพอเห็นฉันหลุดออกมาก็มายืนขวางเอาไว้ พลางแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม  พวกนั่นพากันหัวเราะครื้นเครง บางคนผิวปากหยอกล้อ




     “หลุดออกมาได้ไงน่ะ แสบจริงนะแก




      “ก็นะ แสบๆแบบนี้สิถึงจะดี รอให้ฉันจัดการเธอเสร็จกล้องก็มาพอดี จนถึงตอนนั้นช่วยครางเสียงดังๆด้วยล่ะ”




     “สารเลว...”คายาโนะว่า ในทันทีใครบางคนเตะกระป๋องน้ำอัดลมใส่ ฉันไม่ทันตั้งตัวไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์นี้ด้วย เพราะฉันย่ามใจ เธอเลยเจ็บตัว เพราะฉัน....ทั้งๆที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้แต่ก็ปล่อยให้มันหยาบคายใส่คายาโนะ



      

      ความโกรธทำให้ทั้งร่างฉันสั่นสะท้าน ค่อยๆทำให้พวกมันทรมาน เหยียบย่ำลงบนความภาคภูมิใจของพวกมัน ทีละนิด ทีละนิด ก่อนจะทำให้มันหยุดหายใจ ฉันแสยะยิ้ม กระทืบซ้ำไปที่กลางอกของนักเรียนมอปลายคนหนึ่ง




     “เธอ! อั๊กก ไม่รอดแน่ ฉันมีพวกอีก!!




     อะไรกันยังมีเสียงอยู่นี่...ทำให้พูดไม่ได้ดีไหมนะ...? 




     ในโกดังที่เต็มไปด้วยฝุ่นและคราบสกปรก ฉันจะทำให้พวกมันเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ เป็นขยะที่ถูกทิ้งในโกดัง เพราะงั้นเลยต้องทำให้ขยับ ไม่ได้พูดไม่ได้ ฉันยกเท้าขึ้นกระทืบซ้ำลงไปที่คอของเขา  




     “ฮิบิกิ!




     “ฮิบิกิซังหยุดเถอะคะ”




      หางตาของฉันมองเห็นคันซากิกับคายาโนะตะโกนอะไรบางอย่าง แต่ว่าหูของฉันก็อื้ออึงไปด้วยเสียงกระทบกันของเนื้อจนไม่ได้ยิน ฉันละความสนใจเมื่อเห็นว่าพวกเธอดูสบายดีแล้วหันมาสนใจสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า





     “กล้ามาแตะต้องเพื่อนฉันงั้นหรอ  คงอยากอยากตายมากสินะ?” 





     “อ๊ากกกกก”





     ใครบางคนเขวี้ยงขวดแก้วใส่ฉัน แต่มันก็เบาไปจนทำให้ขวดใบนั้นกลิ้งมากับพื้น มันไม่แตกด้วยซ้ำ ฉันมองเงาสะท้อนบนขวดสีชา สิ่งที่สะท้อนกลับมาเป็นใบหน้าเรียบนิ่งและดวงตาสีไวน์ขุ่นขลักคู่หนึ่ง ฉันคว้าขวดแก้วขึ้นมาเดินตรงไปยังเจ้าของ ร่างของมันสั่นสะท้านพยายามขอโทษไม่ขาดปาก ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก





     “ถ้าฉันอ่อนเเอและปกป้องกันตัวเองไม่ได้พวกแกจะหยุดเพียงแค่พวกเราร้องขอหรือเปล่า....แน่นอนฉันรู้ พวกแกไม่หยุดหรอ ฉันเหยียบบนมือของผู้ชายคนนั้น ขยับแขนง้างขึ้นเตรียมทุบลงไปที่ศีรษะของคนที่นอนอยู่สุดแรง ในขณะเดียวกันก็มีเสียงฝีเท้าจากภายนอกเข้ามา




     "คารุมะคุง ฮิบิกิซังเขา!" 




     “ฮิบิกิ!”แรงฉุดที่ต้นแขนไม่ได้ทำให้ความโกรธฉันลดลง กลับกันเมื่อเห็นรอยถลอกบนหลังมือของคนห้ามฉันก็ยิ่งโกรธหนัก




     “อย่ามาห้ามฉัน





     ฝ่ามือหนาล็อคมือฉันเอาไว้ ชั่วพริบตาร่างกายก็ปลิวติดมือไปหาเขาอย่างง่ายดาย คารุมะรัดฉันที่ยังดิ้นไปมาแน่น เสียงขวดแก้วตกกระทบพื้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ฉันคำรามพลางพ่นคำด่าเริ่มดิ้นแรงขึ้นอีกจนต่างฝ่ายต่างเหนื่อยหอบ 





     “ฮิบิกิ....ฮิบิกิ...”เมื่อฉันหยุดจึงได้ยินเสียงทุ้มแหบพร่าที่กำลังเรียกซ้ำไปซ้ำมาราวกับกำลังปลอบให้สงบ ฉันชะงักนิ่งค่อยๆยกมือที่เจ็บช้ำจากการต่อยตีกอดตอบร่างสูง เขากำลังสั่น...และกอดฉันอย่างหวงแหน




    ความโกรธค่อยๆหายไปกลายเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ รู้แค่ว่าพอเห็นท่าทางแบบนี้ของคารุมะฉันไม่ชอบเลย  เมื่อฉันหยุดดิ้นคารุมะก็ดึงฉันออกมาเผชิญหน้า  ดวงตาสีน้ำผึ้งคู่นั้นมองสบเข้ามาในดวงตาฉัน ราวกับกำลังถ่ายทอดความรู้สึกทุกอย่างมาให้ และสุดท้ายในตอนที่ความมืดมิดกลืนกิน เขาก็พูดขึ้นมา




     “ให้ฉันเป็นคนฆ่าพวกมันเอง”





     .................................
     ..........

     นางิสะ Part





     “หยุดนะทั้งสองคน!” ผมรีบหยุดความคิดของเพื่อนทั้งคนสองคนที่กำลังจะฆาตกรรมหมู่พวกนักเรียนมอปลาย ในใจภาวนาให้โคโระเซนเซย์มาถึงไวกว่านี้




     “ผมคิดว่าโคโระเซนเซย์กำลังจะมานะครับ” และทันทีที่ผมพูดออกไป ผมเห็นสีหน้าเสียดายวาดผ่านบนใบหน้าของคารุมะคุง เขากอดฮิบิกิซังเอาไว้หลวมๆจากข้างหลัง ดวงตาอันดำมืดของเขาคล้ายกับว่ากำลังหาวิธีการบางอย่างที่เป็นสามารถทรมานคนจนตาย ฮิบิกิซังเองก็จ้องมองมาที่ผม ดวงตาของเธอว่างเปล่าและนั้นมันน่ากลัวมากกว่าแสดงท่าทางอยากจะฆ่าเป็นไหนๆ 

 





     ช่วยด้วย....ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย  โคโระเซนเซย์ก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับการแต่งตัวประหลาดๆ  และเขาสามารถหยุดเพื่อนร่วมห้องของผมเอาไว้ได้ทันท่วงที




     “น่าเสียดายนะ...ทำกันขนาดนี้แต่แค่ปางตายน่ะยังน้อยไปด้วยซ้ำ” 




     เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกกลัวคารุมะขึ้นมา ถึงปกติเขาจะไปมีเรื่องชกต่อยกับคนอื่นบ่อยๆก็ตาม แต่ก็ไม่เคยเอาถึงตายเลยซักครั้ง เพราะไปทำให้โกรธจริงๆขึ้นมาจริงๆหรือเปล่านะ... ผมสงสัยว่าแววตาขมุกมัวที่ราวกับหลุมดำคู่นั้นกำลังจินตนาการถึงอะไรอยู่ในตอนที่พวกเรากำลังตามหาฮิบิกิซังกับคนอื่นที่ถูกลักพาตัวไป เขากัดฟันเอาไว้ตลอด ทั้งท่าทางยังร้อนรน แต่พอถึงเวลาก็ยังพิจารณาอย่างสงบได้ และเพียงแค่หมัดเดียวที่ท้องก็ทำให้ผู้ชายตัวโตๆล้มลงแล้วสำรอกเอาน้ำในกระเพราะออกมา  ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พวกเราสู้สูสีค่อนไปทางเสียเปรียบแท้ๆ 




     ข้างนอกโกดัง แสงของอาทิตย์ย้อมให้ทุกอย่างเป็นสีส้ม ผม ไม่สิ...ทุกคนมองเห็น เงาสองร่างที่ไม่ยอมปล่อยมือออกจากกัน 




_____________________________________________________________



ขอต้นรับเข้าสู่ช่วงหวานแบบฮาร์ดคอ



กลับมาแล้ววคะ มึนเมากับงานที่มากมายมหาศาล ตอนนี้แทบจะจมกองงานอยู่แล้วคะ ขั้นกว่าของการไม่ว่างคือการได้นอนวันละ 4 ชม. แว๊กกกกก ฉันกำลังจะเป็นซอมบี้ เอ๋...หรือเป็นไปแล้วนะ

กราบขออภัยกันคนที่รอ ไรท์ไม่ว่างจริงๆ แต่ก็ยังจะบอกว่าจะเเต่งเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณคอมเม้นและคะแนนโหวตค่ะ รักนะ  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 336 ครั้ง

1,349 ความคิดเห็น

  1. #1026 warangkana0144 (@warangkana0144) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 09:38
    ดีงามมาก!
    #1026
    0
  2. #926 yamamotoaki121 (@yamamotoaki121) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 17:33
    อาจารย์คาราสึมะบทน้อยมากกกกกกกกกกกก
    #926
    0
  3. #923 NiGhte N.S.N. (@shigamorinice) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 17:50
    เป็น NL ที่ดีงามมากค่ะ--- โง่ยยยยย
    #923
    0
  4. #766 Aonprpat (@Aonprpat) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:52
    ดีงามที่สุดคู่นี้
    #766
    2
    • #766-1 ravenoz (@_iscream) (จากตอนที่ 30)
      20 มกราคม 2561 / 16:15
      ขอบคุณค่ะ
      #766-1
    • #766-2 SakiKung (จากตอนที่ 30)
      1 ตุลาคม 2562 / 20:15
      แต่งดีมากเลยค่า รู้สึกสะใจแปลกยังไงไม่รู้ตอนนี้
      #766-2
  5. #621 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 10:37
    มาต่อเร็วๆนะค่ะฟิน~~~~~~จนมดเข้าไปในโทรศัพท์หมดแล้วค่ะ>_<
    #621
    0
  6. #620 conanjung13 (@conanjung13) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 21:12
    โอยยย ดีงามค่ะ สนุกมาก
    #620
    0
  7. #617 CQ Pang (@pangchio) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 11:30
    ง่าาาาาจิกหมอนเลยค่าาาา
    #617
    0
  8. #616 ♣_Meai_💙 (@ND_TC) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:22
    มาต่อด่วนๆเลย ช่างฟินอะไรขนาดนี้
    #616
    0
  9. #615 FairyZewi (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 17:46
    หวานกันเกินเเล้ว!!! อิจว๊อยยยยยยยยยยย
    #615
    0
  10. #614 Misaka Misaei (@misakmisaei124) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 13:31
    คาจังก็หล่อเหมือนเดิม><
    #614
    0
  11. #613 nichimurayukina (@nichimurayukina) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 07:48
    ถ้าจะขนาดนี้...เป็นแฟนกันเลยเห๊อออ มดเต็มจอหมดละ ==
    #613
    0
  12. #612 tiPpy_c (@tiPpy_c) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 23:45
    ชอบมากอ่าาาาา
    คิดถึงงงงง
    #612
    0
  13. #611 Mayogo (@0844185158) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 23:33
    เป็นคู่ที่เหมาะสมกันที่สุดด เคมีเจ้ากันมาก//ฮิบิกิโหดมาก55
    #611
    0
  14. #610 one outs (@oneouts) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 20:31
    ฟินนนนนนนน // ><
    #610
    0
  15. วันที่ 22 กันยายน 2560 / 17:50
    ถ้าไม่ห้ามมีหวังอาจจะเป็นภาระต่อเงินเดือนโคโระเซนเซย์ชัวร์5555
    #609
    0
  16. #607 tingtingg4213 (@tingtingg4213) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 15:50
    ขนาดนี้แล้ว....เป็นแฟนกันเลยเถอะ จะได้ไม่เป็นภาระลูกหลาน? 5555
    #607
    0
  17. #606 MaySopit (@MaySopit) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 14:32
    ฟินนนนนนนนนอ่ะ~~~~~ อยากอ่านต่อแล้วสิ รอน้าาาาคะ
    #606
    0
  18. #605 Sinsupa (@numeenaza) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 14:14
    ชอบจริงตอนนี้
    #605
    0
  19. #604 Scorpion Dante (@BlackRabbit1212) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 13:33
    เป็นแฟนกันสักทีเถอะลูก ขนาดนี้แล้วคงไม่ต้องคิดไรมากแล้วมั้งงงงงงง~
    #หวานกันซะ >////<
    ##มาต่อเร็วๆนะคะไรท์เรารักคู่นี้มากมาย~
    #604
    0
  20. #603 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 11:35
    ขอเป็นแฟนกันซักทีเถ๊อออออออ. มดขึ้นขนาดนี้แล้วอ่ะ
    #603
    0
  21. #602 Kimiyoshi Ranna (@mookmane) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 11:21
    // นอนจมกองเลือดจากเลือดกำเดาของตัวเอง.... อาเมน
    #602
    0
  22. วันที่ 22 กันยายน 2560 / 11:03
    เลือดBหน่อยคะ//ตาย
    #601
    0
  23. #600 Faii26120 (@Faii26120) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 10:13
    ว๊ายยยยย
    #600
    1
    • #600-1 lisa2894 (@lisa2894) (จากตอนที่ 30)
      22 กันยายน 2560 / 11:53
      กรี๊ดดดดดดในที่สุด
      รอน๊าาาาาสู้ๆๆๆๆ
      #600-1
  24. #599 ฺLinna Lily (@linnalilily) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:46
    ฟินนนนนนนน
    #599
    0
  25. #598 minneymint (@minneymint) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:41
    รอนะคะ
    #598
    0