Love is..เพราะรักออกแบบไม่ได้ [ Krislay , Markbam :EXO,GOT7]

ตอนที่ 14 : เราจะสามารถรู้ว่ารักเขาได้มากแค่ไหน ก็ต่อเมื่อถึงเวลาของการจากลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    28 มิ.ย. 59

                     

Title : Love is…เพราะรักออกแบบไม่ได้

Author : พระจันทร์สีทอง

Genre : Romantic Comedy

Warnings : Yaoi – PG 13

Pairing :  Kris x Lay l Mark x BamBam  

 

 

 

เราจะสามารถรู้ว่ารักเขาได้มากแค่ไหน

ก็ต่อเมื่อถึงเวลาของการจากลา

.

.

.

ทฤษฏีความรัก

บทที่ ๑๓

 

 

 

 

 

Kris’s side

 

“ไอ้ฮุน มึงหอบดอกไม้มาเรียนทำไมเนี่ย? คนเขามองมึงกันทั้งคณะแล้ว”

 

“วันนี้เป็นวันทดสอบความสามารถประจำเดือนของน้องแบมแบมศิลปกรรม กูต้องไปให้กำลังใจน้อง ในฐานะแฟนคลับเบอร์หนึ่งของน้องเว่ย”

 

“นี่มึงยังไม่เลิกหวังจะตีท้ายครัวน้องกูอีกหรอวะ?”

 

“พูดให้มันดีๆครับมึง น้องมึงอ่ะตัดหน้าคนทั้งเพจคนรักแบมแบมของกูเลย พวกกูตามกันมาตั้แต่น้องเรียนมัธยม อยู่ๆไอ้หล่อน้องมึงก็มาปาดหน้าเค้กพวกกูเฉย”

 

“มันเจอกันเพราะน้องแบมของมึงเขาเดือดร้อน การที่มันเห็นอกเห็นใจจนเป็นความรักนี่แปลกเหรอว่ะ กูว่ามึงรีบๆตัดใจจากน้องมันได้แล้ว เท่าที่กูดูน้องมันก็รักกันดีไม่มีแววเลิก”

 

“เหอะ! ไม่แน่หรอกมึง นี่น้องมึงก็เป็นข่าวซุบซิบอยู่ จังหวะนี้แหล่ะถ้าไอ้มาร์คมันพลาด กูจะต้องไม่นกอย่างแน่นอนเว่ย!

 

ไอ้เซฮุนยักคิ้วให้ผมหนึ่งทีด้วยท่าทางมั่นใจ ก่อนจะก้มลงไปสูดดมกลิ่นจากดอกกุหลาบช่อโตของมัน ส่วนผมก็ได้แต่กรอกตาด้วยความเอือมระอา ก็รู้หล่ะว่ามันจะรักต่อก็เป็นสิทธิ์ของมัน ยังไงไอ้เซฮุนมันก็ไม่ได้เลวขนาดจะไปแย่งทั้งที่เขาไม่เลิกกันเสียหน่อย

 

“กูก็ขอให้มึงไม่นกนะ ถ้าเกิดน้องกูกับแบมแบมเกิดเลิกกันขึ้นมาจริงๆ”

 

“แน่นอน กูเตรียมการมาดีขนาดนี้ แค่น้องเห็นดอกไม้ช่อนี้กูก็ได้รางวัลขวัญใจละ”

 

“เอาเลยมึง เอาให้ดอกไม้มึงไม่เฉาก่อนบ่ายก่อนเลยนะอันดับแรก”

 

หลังจากนั้นเราก็เถียงกันไปเรื่อยเกี่ยวกับดอไม้ของมัน เพราะเซฮุนเองก็ลืมไปเลยเหมือนกันว่ากว่ามันจะเอาให้น้องได้ก็ต้องหลังแบมแบมเล่นเสร็จ แล้วมันก็ยังไม่รู้เวลาน้องด้วย

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Mark’s side : หอประชุมคณะศิลปกรรมศาสตร์

 

ตอนนี้ผมก็มาอยู่หลังเวทีเพื่อช่วยเตรียมความพร้อมให้กับแบมแบม เผื่อว่าน้องขาดตกบกพร่องอะไรก็จะได้วิ่งไปเอาได้ทัน หลังจากเตรียมกีต้าร์เสร็จแล้วร่างเล็กก็มานั่งหน้าเครียดแอบฟังเพื่อนอยู่ข้างเวที เพราะแบมแบมเข้ามาด้วยคะแนนสอบตรง จึงมีเลขที่อยู่ลำดับแรกๆของชั้นเรียน เลยได้แสดงเกือบคนสุดท้ายจากการสลับตำแหน่งกับคราวก่อน

 

“เป็นอะไรแบม นั่งสั่นขาอยู่ได้”

 

“ก็แบมตื่นเต้นนิ มันก็หลายอาทิตย์มาแล้วนะตั้งแต่คราวก่อน ถ้ามันไม่ดีเหมือนครั้งที่แล้วจะทำไงล่ะพี่มาร์ค จริงๆแบมน่าจะเลือกเพลงง่ายๆไปก่อนครั้งที่แล้ว จะได้ไม่กดดันครั้งนี้”

 

“พูดแล้วมันย้อนไปได้หรอแบม ทำให้เต็มที่ก็พอแล้วน่ะ คะแนนจะเป็นยังไงก็ต้องยอมรับดิ เดี๋ยวแบมเล่นเสร็จพี่พาไปกินไอติมก่อนไปสอนเอาปะ?”

 

ผมเอ่ยปลอบใจ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยสำหรับเด็กเรียนแบบแบมแบม ถึงจะดูไม่ค่อยมีแก่นสารสักเท่าไร แต่น้องก็ถือว่าเป็นหัวกะทิสำหรับชั้นเรียนนี้เลยก็ว่าได้ ยิ่งใบหน้าที่น่ารักจนคนต้องตั้งเพจแฟนคลับให้ ยิ่งเหมือนน้องแบกรับความคาดหวังจากสายตาที่มองมากยิ่งขึ้น ก็คงเป็นธรรมดาที่อดคิดไม่ได้ถ้ามันออกมาไม่ดี

 

“อื้ม พี่มาร์คเลี้ยงนะ”

 

“เดี๋ยวนี้งกสุดๆไปเลย มีไรปะเนี่ย?”

 

“แบมเก็บเงินค่ากีต้าร์เกือบได้ครบแล้วนะพี่มาร์ค วันนี้ว่าจะไปจองด้วยเลยล่ะ”

 

“จริงดิ?!

 

ใครมีพลุโปรดจุดฉลองให้ผมเลยครับ ในที่สุดผมก็จะหลุดพ้นจากวงเวียนชีวิตมนุษย์ขี้หึงสักที ตอนนี้อยากจะถามเหลือเกินว่าเหลืออีกเท่าไร พี่ยินดีพลีกายหามาจ่ายให้แล้วครับแฟน

 

“อื้ม! เนี่ยถ้าสอนน้องยองโดวันนี้เสร็จก็มีพอจ่ายเลย แบมกะว่าสอนเสร็จอาทิตย์หน้าแบมจะไม่รับสอนน้องยองโดต่อแล้ว น่าจะเหลือสอนแค่คนเดียวต่ออาทิตย์ก็พอ”

 

“ใครอ่ะ ที่แบมจะสอนต่อ?”

 

ถามออกไปเพื่อความแน่ใจ ทั้งที่ตาขวาผมที่กระตุกเป็นจ้าวเข้าแล้ว เหมือนมีตัวผมฝ่ายเดวิลบินออกมาเยาะเย้ยทันที ว่าจะเป็นใครได้นอกจากนักเรียนดีเด่น ที่ขยันจนติดคณะเดียวกับแบมแบม อย่างไอ้เด็กหนูผีวีคนเดียวเท่านั้น นี่ชีวิตผมจะไม่มีทางหลุดพ้นจากตัวมารหมายเลขหนึ่งได้เลยใช่มั้ย

 

...จะตามล้างตามผลาญจนลูกบวชเลยรึไง~...

 

“น้องวีอ่ะพี่มาร์ค”

 

“อ๋อ”

 

...กูกะแล้วเชียว...

 

“แต่อย่าเพิ่งโกรธแบมนะ แบมมีเหตุผลที่เลือกสอนน้องวี”

 

“พี่เข้าใจ ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้ามัน แต่ก็รู้แหล่ะว่ามันเป็นนักเรียนที่ดีของแบม”

 

“เข้าใจจริงๆใช่ปะ?”

 

“อื้อ แบมทำวันนี้ให้เต็มที่เถอะ เรื่องพี่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ถ้าพี่บอกว่าโอเคก็โอเค”

 

“ขอบคุณนะพี่มาร์ค~”

 

ร่างเล็กกอดเอวผมแน่นพร้อมส่ายไปมาเหมือนเด็กได้ของถูกใจ ผมพยายามดิ้นออกจากกอดแน่นๆนั้น เพราะเด็กหลายคนที่รอการแสดงของตนเองอยู่และเพิ่งแสดงเสร็จ กำลังมองมาที่พวกเราสองคนแทบจะเป็นตาเดียว ถ้าเป็นแค่เพื่อนสนิทของแบมแบมผมจะไม่อายขนาดนี้เลย แต่นี่เต็มไปด้วยคนที่ผมไม่รู้จัก รุ่นพี่ในคณะที่มีแฟนเรียนศิลปกรรม และคนอื่นๆที่เคยเดินสวนกันในมหาวิทยาลัยอีก...มุ้งมิ้งสายนี้คงไม่ใช่ทางผมหรอก

 

“กันต์พิมุก ภูวกุล เชิญค่ะ”

 

“ไปๆอาจารย์เรียกแล้วแบม”

 

“โอเค แล้วเดี๋ยวเรามาไปกินติมกันนะ~”

 

น้องปล่อยมือผมก่อนจะถือกีต้าร์คู่ในเดินออกไป แบมแบมก้มหน้าก้มตาปรับสายอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองทางผมด้วยรอยยิ้ม แม้แต่เวลาที่น้องหันไปมองอาจารย์แล้ว ผมก็ยังไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าหวานได้เลย ทุกท่วงท่าที่น้องขยับมันเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบที่ผมบอกไม่ได้เลยว่ามันให้ความรู้สึกเช่นไร

 

“...รักเธอ~”

 

เสียงกีต้าร์สุดท้ายจบลงพร้อมเสียงปรบมือ และ เสียงเชียร์จากแฟนบอยของน้องยังดังมาให้ได้ยิน ผมหัวเราะออกมามากกว่าจะคิดจริงจังกับผู้ชายที่ชื่นชอบน้อง หันไปเก็บของเตรียมพาแบมแบมไปพักผ่อนตามสัญญา แต่ถ้าผมสังเกตมากกว่านี้ ผมจะไม่มีวันละสายตามาเลย จนกว่าร่างเล็กจะเดินเข้ามาจับมือผมเหมือนตอนก่อนจะขึ้นเวทีไป เพราะอะไรมันก็เกิดขึ้นได้เสมอ

 

แก๊ก...แก๊ก...โครม!!!

 

“กรี๊ด!!!

 

“โอ้ย!!!

 

มีเสียงอยู่ไม่กี่เสียงที่ดังขึ้นมาตอนที่ผมได้สติ หนึ่งในนั้นคือเสียงหวานที่เพิ่งจะขบกล่อมเพลงแสนหวานจบลงไป ร่างทั้งร่างของผมเหมือนชาไปหมดเมื่อหันไปเห็นภาพที่ไม่คาดฝัน กองฉากที่รุ่นพี่ตั้งใจทำเพื่อโชว์ของน้อง มันหล่นลงมาทับร่างเล็กๆของน้องที่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นว่าเขาอยู่ส่วนไหนของซากนั่น แต่ก็เลือกจะเดินเข้าไปตรงจุดเกิดเหตุแม้รู้ว่ามันไม่ปลอดภัยนัก

 

แก๊ก...ก...ก ตึง!!!

 

ผมผงะไปเล็กน้อยให้กับซากโคมไปประดับเวทีที่หล่นมาบนพื้นเวทีไม่ไกลผมนัก แต่ตอนนี้มันไม่มีความกลัวเลยสักนิด ถึงรู้ว่าตอนนี้มันอันตรายแค่ไหนผมก็ยังเดินเข้าไปรื้อซากฉากใหญ่นั้นขึ้นอยู่ดี พอเห็นว่าทุกอย่างมันหยุดนิ่งและไม่มีแววร่วงลงมาอีก ก็มีเหล่าแฟนบอยของน้องบางคนเข้ามาช่วยผมด้วย

 

“โอ้ย!

 

เสียงหวานยังคงดังขึ้นเป็นระยะเมื่อเราช่วยกันรื้อจนเห็นช่วงครึ่งร่างของน้องแล้ว ผมอ้อมไปเอาซากที่ทับศีรษะน้องออกก่อนเพราะมันเป็นส่วนที่สำคัญ ส่วนที่เหลือก็ให้พี่เซฮุนช่วย

 

“ฝากด้วยนะพี่ เดี๋ยวผมขอคุยกับแบมก่อน”

 

“เออๆ อย่าให้ว่าที่แฟนกูเป็นอะไรนะไอ้มาร์ค”

 

“เลวว่ะ แฟนผมนะเว่ยพี่!

 

ด่าพอเป็นพิธีด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ไม่มีเวลาต่อบทต่อกลอนมากมายนัก ผมเดินเข้าไปหาแบมแบมที่นอนคว่ำอยู่กับพื้น แขนขวาถูกยกขึ้นมาปิดหน้าไว้ทำให้ผมมองไม่ชัด แต่พอผมดึงเอาแขนน้องเพื่อจะตรวจดูเบื้องต้น เสียงหวานก็ดังลั่นขึ้นบอกให้รู้ว่าเขายังมีสติ

 

“โอ้ย!!!

 

“แบมเอาแขนออกหน่อยนะ ขอพี่ดูหน่อยนะครับ”

 

“พี่มาร์คเหรอ แบมขยับแขนขวาไม่ได้เลยอ่ะพี่มาร์ค ฮือ~ หน้าแบมจะเสียโฉมมั้ย?”

 

ถ้าผมเขกกระโหลกคนเจ็บตอนนี้จะมีใครด่าว่าเลวมั้ย ตัวเจ็บขนาดนี้ยังมีหน้ามากลัวเสียโฉม น่าจะถามว่าแขนจะหักจนไม่สามารถเล่นกีต้าร์ได้อีกดีดว่ามั้ย คงต้องบอกว่าโชคยังมีดีเหลืออยู่บ้าง ที่ทำห้ากนั้นทำจากไม้อัดที่ไม่หนักมาก ถึงจะมีส่วนของโครงที่ทำจากไม้ท่อนใหญ่ด้วยก็ตาม แต่ความห่วงหล่อของร่างเล็กทำให้น้องยกเอาแขนมาบังหน้าและศีรษะไว้ จึงไม่มีอะไรกระทบกับส่วนสำคัญมากนัก พอรื้อไม้ออกจากตัวน้องเสร็จ ผมก็รีบบกน้องขึ้นหลังพี่เซฮุนที่อาสาไปส่งที่รถ ส่วนผมก็รีบวิ่งไปเก็บของและเตรียมเบาะสำหรับคนเจ็บก่อน ไม่ได้ห่วงว่าจะต้องมานั่งหึงอะไรหรอกครับ ตอนนี้อะไรที่ทำแล้วแบมแบมปลอดภัยสุดต้องสำคัญกว่าอยู่แล้ว

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Kris’s side

 

“พี่คริสอย่าขับรถเร็วสิครับ”

 

เสียงใสบ่นขึ้นมาเหมือนหลายๆครั้งที่เรากลับบ้านด้วยกัน ผมก็ไม่ได้อยากกจะให้เขาบ่นเรื่องเดิมๆหรอกครับ แต่บางครั้งเราก็เผลอเหยียบตอนที่เห็นถนนมันโล่งๆ ยิ่งก่อนจะขึ้นรถผมก็ติดไม่ค่อยคาดเข็มขัดด้วยเมือนกัน ก็รับสภาพยอมจำนนต่อความผิดไปตามระเบียบ

 

“ขอโทษครับ พี่ลืมตัวน่ะ”

 

“อย่าลืมบ่อยๆสิครับ เวลาที่เราไม่ระวังตัวเองแบบนี้ ถ้ามันฉุกเฉินจะลำบากมากนะ”

 

“จ้า~ พี่เผลอตัวอ่ะครับ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ”

 

“พี่คริสก็แบบนี้ตลอดเลย ต้องรอให้มันพลาดก่อนเหรอถึงจะรู้สึก”

 

ครืด...ครืด...ครืด~

 

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นเปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ของผม ที่ช่วยเรียกความสนใจไปจากร่างบางที่ตั้งท่าจะบ่นต่อ เขาหยิบมือถือผมขึ้นมาแล้วอ่านชื่อคนที่โทรเข้า ที่ทำให้ผมต้องรีบขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

 

“พี่เซฮุนโทรมาครับ”

 

“มันโทรมาทำไมตอนนี้อ่ะ สงสัยจะโทรมาบ่นเรื่องแบมแบมแน่เลย วันนี้มันหอบดอกไม้ไปเชียร์แบมแบมช่อโตเลย ไม่รู้น้องมันจะยอมรับหรือเปล่า นี่อาจจะไม่รับเลยโทรมาด่าไอ้เอินให้พี่ฟังอีกตามเคยแน่ๆ”

 

“คงไม่หรอกครับ ถ้าเป็นแบบนั้นพี่เขาคงไลน์มาบ่นก่อน ไม่โทรมาเลยแบบนี้หรอก”

 

“ชิงไม่เชื่อก็คอยดู รับแล้วเปิดลำโพงเลย”

 

ครืด...ครืด...ด~

 

[ ฮัลโหลไอ้คริส มึงอยู่ไหนวะ?! ]

 

“เสียงดังว่ะมึง กูขับรถกำลังกลับคอนโด มึงมีอะไรก็รีบๆพูดมาดิ”

 

[ มึงน้องแบมแบมเขา... ]

 

“กูกะแล้วว่าต้องเรื่องแบมแบม กูก็เตือนมึงแล้วไง อะไรอีกอ่ะ”

 

ผมอดไม่ได้ที่จะยักคิ้วกวนประสาทคนรัก ตั้งใจจะบอกผ่านสายตาว่าผมกะไว้แล้วไม่มีผิด ซึ่งอี้ชิงก็ยักไหล่ให้ผมอย่างไม่ได้สนใจอะไรที่ผมเดาถูก เพราะเขาก็แค่ไม่อยากให้ผมเสียมารยาทกับเพื่อนเท่านั้น

 

[ มึงฟังกูให้จบก่อนได้มั้ยครับ ]

 

“เร็วๆเลยมึง ขับรถอยู่ได้ยินเสียงมึงแล้วไม่มีสมาธิ”

 

[ น้องแบมแบมเขาอยู่ฉุกเฉินโรงบาลมหาลัยอ่ะมึง มึงรีบมาดูน้องมึงหน่อยได้มั้ย กูจะกลับไปเอารถที่มหาลัย พอดีกูลืมกระเป๋าไว้ที่หอประชุมศิลปกรรม ]

 

“อะไรนะครับ!

 

ร่างบางถามออกไปด้วยท่าทางตกใจสุดๆ ส่วนผมตอนนี้ก็ตกใจแต่มันพูดไม่ออก คิดได้แค่ว่าต้องรีบวกรถไปดูน้องชายก่อน ทั้งที่ไม่รู้ว่าแบมแบมเป็นอะไรถึงต้องไปที่ห้องฉุกเฉิน แต่พอบอกว่ามาร์คอยู่ด้วย ความผูกพันของพี่ชายก็บอกให้ผมต้องไปหามันให้เร็วที่สุด

 

เอี๊ยด! ปึก!

 

วินาทีที่ขาดสติ ย่อมพามาแต่เรื่องหายนะ โชคยังพอเข้าข้างที่ทำให้ผมสามารถเหยียบเบรกได้ทัน ก่อนจะชนเข้ากับมอเตอร์ไซด์ที่เลาะเลนรถเลี้ยวขึนมาพอดี ผมอยู่ในเลนคู่ขนานกับทางเลี้ยวพอดี แต่ถึงอย่างไรมันก็ถือว่าผิดกฎหมายอยู่ดี ผมเลยไม่ได้กร่นด่าไปตามนิสัยที่มักจะเป็นอยู่บ่อยครั้ง รีบหักเลี้ยวรถกลับไปตามเส้นทางหลักอีกเลน แล้วเบี่ยงเข้าข้างทางเพื่อดูอาการคนข้างที่หัวโขกลงไปเต็มแรง

 

[ เสียงอะไรวะมึง โอเคปะเนี่ย?! ]

 

“ไม่มีอะไร กูหักรถเร็วเลยเกือบชนเฉยๆ แค่นี้ก่อนนะไอ้ฮุน กูกำลังไปแล้วมึงรอเป็นเพื่อนน้องกูก่อนได้มั้ย”

 

[ เออได้ แล้วเจอกัน ]

 

“ขอบใจเว่ย”

 

“อู้ย...ย...ย~”

 

“ไหนขอพี่ดูหน่อย หัวโนเปล่าเนี่ย ขอโทษนะชิงพี่ตกใจอ่ะเห็นทางเลี้ยวเลยไม่ทันระวัง”

 

“ไม่เป็นไรครับ มันโนแค่นิดหน่อยเอง พี่คริสไปดูมาร์คกันเถอะครับ”

 

“ขอโทษนะคนดี เดี๋ยวพี่พาไปให้หมอดูด้วย ช้ำมากเลยอ่ะ”

 

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ ตอนนี้ไปดูมาร์คก่อนเถอะครับ”

 

“โอเคๆ แต่ถ้าเป็นอะไรรีบบอกพี่นะ เจ็บก็ต้องรีบบอกเลย”

 

“ครับ ไปเถอะ”

 

ถึงเขาจะบอกว่าไม่ให้ห่วงเพราะเขาเจ็บเล็กน้อย แต่แค่เห็นหัวที่โนขึ้นมาแบบนั้นผมก็ใจแป้วไปเลย รู้สึกได้ว่าเท้าแทบไม่กล้าเหยียบคันเร่งเกินร้อยด้วยซ้ำไป ทั้งที่ตอนขามาเขาเตือนมายังเหยียบเข้าไปร้อยสิบแล้ว แต่พอร่างบางเจ็บแค่จะใส่เกียร์เร่งยังคิดแล้วคิดอีก กกว่าจะมาถึงโรงพยาบาลได้ก็ครึ่งชั่วโมง รวมเวลาวิ่งมาหน้าห้องฉุกเฉินด้วยก็ปาเข้าไปสี่สิบนาทีแล้ว สิ่งแรกที่เห็นคือเสื้อของน้องชายและเพื่อนสนิทต่างเลอะไปด้วยเลือด เล่นเอาผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าสภาพแบมแบมจะเป็นยังไง เดินเข้าไปจับหน้าน้องชายที่มองพื้นนิ่งรอผลอยู่

 

“เห้ย! เป็นไรมากปะวะเนี่ย?”

 

“เปล่า อย่าเพิ่งมากวนประสาทตอนนี้ฟาน”

 

“แล้วไปโดนอะไรมา เลอะหมดเลยไอ้เอิน”

 

“เดี๋ยวค่อยถามได้มั้ยฟาน ตอนนี้เหนื่อยมากเลย ขออยู่คนเดียวก่อนนะ”

 

“มึงไม่ต้องถามมันหรอก ตั้งแต่น้องแบมมแบมเข้าห้องฉุกเฉินไปน้องมึงก็ลอยมากเลย มีอะไรอยากรู้ถามกูก็ได้ คนในเหตุการณ์เหมือนกัน”

 

เพราะเพื่อนเสนอตัวผมเลยยอมปล่อยให้มาร์คมันได้อยู่กับตัวเอง ส่วนผมก็ขยับไปนั่งฟังเรื่องจากเซฮุน ที่เล่าเสียเห็นภาพเป็นฉากๆเลยทีเดียว ยิ่งตอนเสียงฉากตกลงมาใส่แบมแบมนี่เสียงดังจนป้าข้างๆยังสะดุ้ง พอมันเล่าจบก็ขอตัวไปเอาของตัวเองเลย ส่วนผมก็ตั้งสติไล่หาเบอร์พ่อแม่แบมแบมจากในกระเป๋าน้อง โทรบอกเรื่องสำคัญให้พพวกท่านได้รู้

 

“น้องเข้านานแล้วไงถึงหน้าเครียดขนาดนี้”

 

“ชั่วโมงนึงได้แล้วมั้ง”

 

“อย่าเครียดดิมาร์ค พี่เซฮุนบอกว่าน้องก็มีสติดีจนเข้าไปในห้องฉุกเฉินเลยนิ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก แสดงว่าอาการไม่ได้ร้ายแรงไง จำที่อาจารย์หมอวิชาปฐมพยาบาลเบื้องต้นบอกไม่ได้เหรอ”

 

“ฉันรู้ แต่...มันเป็นอะไรไม่รู้อ่ะ มันกลัวๆ แปลกๆ”

 

“เขาเรียกว่าเป็นห่วงมากเว่ย ไม่ใช่กลัวๆ”

 

“ทั้งที่มันไม่มีอะไรให้ห่วงเนี่ยนะ แล้วนี่กำลังห่วงอะไรวะฟาน ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่ะว่าเป็นอะไร เหมือนหัวมันมีต่เรื่องร้ายแรงเข้ามายังไงไม่รู้ มันกังวลไปหมดเลยตอนนี้น่ะ”

 

มาร์คกุมขมับด้วยท่าทางคิดไม่ตก ผมเลยลูบหลังปลอบมันให้ใจเย็นขึ้น ขืนปล่อยไว้แบบนี้ได้สมองแตกตายก่อนแฟนมันออกมาแน่นอน แต่จะให้ด่าว่าเพ้อเจ้อก็คงไม่ทำแบบนั้น เพราะขนาดอี้ชิงหัวกระแทผมยังตกใจกลัวไปยันหัวแตก ทั้งที่ก็รู้ว่ามันคงไม่ได้แรงจนถึงขนาดนั้นหรอก แต่เพราะเรารักเขาเลยต้องกลัวไว้ก่อนที่จะไม่สามารถกลัวได้

 

“ใจเย็นๆหน่อยเว่ย น้องแบมแบมมันอึดออกเท่าที่ฟัง”

 

“ไม่ได้กลัวเขาไม่ปลอดภัยเว่ย ตอนนี้กลัวตัวเองจะบ้ามากกว่า”

 

“หึหึ พี่น้องหนอพี่น้อง เหมือนกันอะไรแบบนี้นะ”

 

ทั้งผมและน้องชายต่างเงยหน้ามองร่างบางที่กอดอกหัวเราะเราอยู่ มาร์คย่นคิ้วด้วยความไม่เข้าใจในท่าทางของอี้ชิง แต่ผมรู้ว่าเขาจะพูอะไรแต่ก็คงห้ามไม่อยู่ เรื่องของผมนี่มันไร้สาระกว่าชนิดที่ควรจะแทรกแผ่นดินหนีตอนนี้เลยด้วยซ้ำ

 

...แค่บอกให้ไปเอ็กซเรย์เช็คหัวโนเท่านั้นเอง...

 

“ชิงครับพี่ขอเถอะนะ”

 

“อะไรล่ะพี่คริส นี่ไม่อยากให้มาร์คหายเครียดหรอ รับรองว่าเรื่องพี่นี่หัวเราะทั้งโรงพยาบาลได้เลยนะครับ”

 

“พี่ก็รักมันนะไอ้เอินอ่ะ แต่พี่ก็อายนะคนดี”

 

“งั้นไม่ต้องเล่าหรอก ไม่ได้อยากรู้เท่าไรอยู่แล้ว”

 

“แต่ฉันอยากเล่านิ มาร์ครู้เปล่าว่ามีคนอาการหนักกว่ามาร์คอีก มีคนจะให้ชิงไปเอ็กซเรย์เพราะแค่หัวโนด้วยเนี่ย”

 

“เพี้ยนว่ะ หึหึ”

 

ถึงผมจะแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ทำให้มาร์คหลุดหัวเราะออกมาได้หน่อยก็โอเคแล้วล่ะ ตอนนี้ผมทำได้แค่หันหน้าหาน้องชายที่ส่งสายตาดูถูกมาให้ ดีกว่าหันหน้าหนีแล้วไปเผชิญกับป้าข้างที่เริ่มหลุดหัวเราะ

 

“ผิดอะไร ก็คนเขารักเขาห่วงของเขาอ่ะ”

 

“ห่วงเว่อร์อะไรขนาดนั้นวะ แค่หัวโนเท่าลูกแก้วแค่นี้เอง”

 

“ความรักมันไม่มีนิยามเว่ย จะแค่เล็กๆน้อยๆหรือใหญ่โตแบบเรื่องเอิน มันก็คือความรักที่คนๆหนึ่งจะให้ได้อยู่ดี ไม่มีอะไรเว่อร์ไปสักหน่อย ชิงเองก็เหอะ! เห็นความห่วงของพี่เป็นเรื่องตลกมากเลยหรอ อย่างนี้คราวหน้าพี่จะไม่ห่วงเลย”

 

“ดราม่า~ พี่คริสทำไม่ได้หรอก พี่คริสรักชิงจะตาย”

 

“ไม่ต้องมาง้อเลย ไอ้น่ารัก”

 

“เจ็บมาก~”

 

ผมเอื้อมมือขึ้นไปขยี้แก้มเนียนของอี้ชิงด้วยความหมั่นไส้ ในขณะที่เขาเองก็ส่งมือมากุมสองข้างแก้มง้อ เรายืนหยอกล้อกันอยู่ไม่นาน ก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่มองมาที่เราสองคน จากน้องชายของผมที่กำลังถอนหายใจอยู่

 

“โอเคขึ้นยังวะ?”

 

“ก็ไม่ได้เป็นไรอยู่แล้วไง แค่กำลังคิดว่ามันก็จริงอย่างที่ฟานพูดเนาะ ทั้งหมดที่ว้าวุ่นอยู่มันแค่เพราะเรารักเขาเลยจริงๆ นี่คงไม่มั่นใจว่ารู้สึกยังไงกับน้องกันแน่ ถ้าไม่เกิดเรื่องวันนี้ขึ้น ตอนแรกนี่กลัวมากเลยนะว่าน้องจะเป็นอะไรรึเปล่า ต้องเจ็บมากแน่ๆตอนที่ได้ยินเสียงร้องนั่น แม้แต่ตอนที่คุยกับน้องที่นอนอยู่ตรงนั้น ต่อหน้าคือแบมแบมยังพูดด้วยอยู่เลย แต่มันก็อดกลัวไปไม่ได้ว่าแล้วถ้าเขาลุกขึ้นมาไม่ได้จะทำยังไง แต่สุดท้ายก็พาเขามาจนถึงโรงพยาบาลได้ทั้งที่ยังพูดไม่หยุดเลย คิดไปแล้วก็ตลกดีแบมแบมน่ะร้องลั่นรถทุกๆหนึ่งนาทีเลย หึหึ”

 

“เขาเรียกว่าบทพิสูจน์รักแท้ ยิ่งรักมากก็ยิ่งรู้สึกมากเท่านั้น บางเรื่องมันเล็กมากถ้าเราเห็นเกิดกับคนอื่น พอเกิดกับตัวกับคนที่เรารักไม่มีใครคุมอยู่หรอก ไม่แปลกที่จะกังวล”

 

“นี่คงถอนตัวไม่ขึ้นแล้วนะฟาน ฝากบอกม๊าด้วยว่าเก็บเงินมาขอแบมแบมด้วยดิ”

 

“ไม่ได้เว่ย! รอให้นี่ได้ขอชิงก่อนเอินค่อยบอกม๊า หรือไม่ก็ไปบอกป๊าดิ รายนั้นมีเงินขอผู้หญิงสวยๆมาเป็นเมียตั้งหลายคน เอาเงินให้ลูกขอเมียสักคนคงไม่ลำบากอะไรหรอก”

 

“พูดถึงป๊าให้ดีๆหน่อยครับพี่คริส เดี๋ยวคนเขาจะมองว่าพี่เป็นคนเนรคุณนะ”

 

“คะ...ใครเนรคุณเหรอครับ?”

 

เสียงของคนป่วยที่ติดแหบดังแทรกบทสนทนาของพวกเราขึ้นมา เรียกสายตาและร่างสูงให้เดินไปหารถเข็นร่างเล็กทันที มาร์คย่อตัวลงนั่งแล้วใช้สายตาสำรวจแบมแบมจนทั่ว ตอนที่เราลุกขึ้นไปฟังสรุปผลอาการของแบมแบม

 

“แบมแบมมีอะไรผิดปกติมั้ยครับ”

 

“ไม่มีครับ เท่าที่ดูจากบาดแผลแล้ว พวกไม้ท่อนใหญ่ๆคงตกลงมาโดนแค่ที่ขาขวาครับ ทำให้ขาขวากับแขนขวาตอนนี้หัก คงต้องเข้าเฝือกสักสามสัปดาห์เพื่อความปลอดภัยจากอุบัติเหตุในการชีวิตนะครับ ส่วนแผนที่หัวมีเย็บสี่เข็มแถวท้ายทอยกับช่วงสีข้างด้านซ้ายครับ ตรงจุดอื่นจะเป็นแผลบาดไม่ลึเท่าไร หมอจะจ่ายยาแก้ปวด แก้อักเสบ และ ชุดอุปกรณ์ล้างแผลให้ถ้าทางผู้ป่วยไม่สะดวกมาล้างแผลที่โรงพยาบาลจนกว่าจะตัดไหมสัปดาห์หน้านะครับ”

 

“งั้นรับแค่ชุดยาทานครับ ผมเรียนเภสัชศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยนี้ครับ ถ้าผมไม่สะดวกมาวันไหนอาจจะต้องขอล้างแผลให้น้องแทน”

 

“ได้ครับ นอกเหนือจากนั้นก็มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หมออยากให้ระวังกันมากหน่อยเพราะกระดูกที่หักแดกค่อนข้างละเอียด คงดีกว่าถ้าไม่เดินขึ้นลงมากเกินความจำเป็น ส่วนค่ารักษาสามารถเบิกได้ที่กองกิจการนิสิตนะครับ ที่เหลือไม่มีอะไรแล้วขอตัวครับ”

 

“ขอบคุณมากครับหมอ”

 

“ไม่เป็นไรครับ หน้าที่ของหมออยู่แล้ว”

 

นายแพทย์หนุ่มเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินไปพร้อมบุรุษพยาบาลที่เข็นแบมแบมออกมา มาร์คเข็นคนรักไปรอยาที่หน้าช่องจ่ายเงินและรับยา ระหว่างที่นั่งรออยู่ก็มีลุงกับป้าที่หน้าคุ้นเคยเป็นอย่างดีวิ่งเข้ามาหา ที่จำได้คงเป็นคุณป้าเจ้าของร้านอาหารไทยที่เราไปกินกันบ่อยๆ

 

“แบมแบม เป็นยังไงบ้างลูก~”

 

“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ / สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า”

 

“สวัสดีนะทุกคน ว่าแต่ไอ้แสบนี่ไปทำอีท่าไหนถึงได้อยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ คงไม่ได้ปีนเครื่องเสียงแล้วตกลงมาหรอกใช่มั้ย นี่พ่อต้องไปจ่ายเงินค่าซ่อมเวทีหอประชุมมั้ยวะ"

 

...โอ้โห! นี่หรือคือคำทักทายลูกที่เพิ่งผ่านอุบัติเหตุใหญ่มา?...

 

อี้ชิงยิ้มแหยให้กับคุณลุงพ่อของแบมแบมที่พูดเล่นกับลูกชาย ถึงมันดูจะเป็นบทสนทนาแปลกๆ แต่ดูจากการแต่งตัวที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังสือสอนเล่นเครื่องดนตรีคลาสสิคของคุณลุง ผมคิดว่ามันคงเป็นลักษณะการพูดคุยของบ้านนี้มากกว่าการถากถาง

 

“โหพ่อ! แบมดิต้องไปเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากมหาลัย ทำแบมเดี้ยงขนาด”

 

“ทำไม? สะดุดสายไฟเวทีรึไงลูก”

 

“ใครบอกแม่ นี่ฉากทั้งเวทีร่วงลงมาใส่ลูกแม่เลยนะ น้องแบมนี่ลงไปนอนเดี้ยงใต้ซากฉากที่ประดับเวทีเลย แม่ดูดิว่าน้องแบมเย็บตั้งกี่เข็ม ดามเฝือกอีก”

 

“ก็ยังรอดมาได้นิไอ้แสบ ลูกพ่อนี่มันหัวแข็งจริงๆ”

 

“พ่ออ่ะ!

 

แบมแบมตีหน้างอแล้วหันหน้าหนีผู้เป็นพ่อไปคุยกับมารดาที่ดูห่วงลูกขึ้นมาทันทีที่รู้เหตุการณ์ ส่วนคุณลุงก็หันมาสนใจมาร์คที่ยืนหัวเราะอยู่

 

“ขอบคุณมากนะมาร์ค เจ้าแบมทำให้มาร์คลำบาก เป็นแฟนไอ้แสบเหนื่อยหน่อยนะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ น้องปลอดภัยผมก็โอเคแวครับ เออพ่อครับ! นี่พี่ชายผมครับ ไม่รู้พ่อคุ้นหน้าบ้างมั้ยชื่อคริสครับ ไปกินอาหารไทยกับอี้ชิงคนนี้ครับ ที่ร้านพ่อบ่อยๆ”

 

“คุ้นหน้าอยู่นะ แต่ต้องให้แม่เขาดู รายนั้นจำคนแม่นที่สุดแล้วล่ะ ยังไงก็ขอบคุณนะเด็กๆ ถ้าไม่ได้ทุกคนช่วยไว้ไอ้แสบแย่แน่เลย”

 

“ไม่เป็นไรครับ”

 

พวกเราพูดพร้อมกับด้วยความยินดี เพราะจริงๆผมกับอี้ชิง็ไม่ได้มาช่วยน้องแบมแบมเลย ที่ทำคือแค่มาอยู่เป็นเพื่อนมาร์คเท่านั้นเอง สงสัยต้องไปบอกไอ้เซฮุนว่าพ่อน้องฝากขอบคุณ ถ้ามันรู้คงแทบลงไปดิ้นกับพื้น

 

“พ่อครับอีกเรื่องนึง หมอบอกว่าไม่อยากให้แบมเดินขึ้นลงบันได ผมว่าพ่อเอาแบมลงมานอนที่ข้างล่างดีกว่านะครับ”

 

“แย่ละสิ ข้างล่างบ้านตอนนี้พ่อต่อหลังบ้านอยู่ด้วย คงนอนกับฝุ่นไม่ได้หรอกนะ”

 

“ถ้างั้น...ให้น้องไปนอนที่คอนโดผมก่อนได้มั้ยครับ ที่นั่นมีทางขึ้นลงรถเข็น แล้วที่ห้องก็มีรถเข็นตอนที่พี่ผมขาหักอยู่ ให้แบมแบมนอนที่คอนโดผมไปก่อนจนกว่าขาจะเอาเฝือกออก ที่ห้องมีผมกับอี้ชิงที่เรียนเภสัช จะได้ทำแผลให้น้องด้วยครับ”

 

“เอางั้นก็ดีนะมาร์ค เอามาบ้านตอนนี้หลังบ้านเลาะผนังแล้วด้วย คงไม่ปลอดภัยเท่าไรที่จะนอนด้วย ว่าแต่ไม่รบกวนมากแน่นะ”

 

“ไม่รบกวนครับ ผมจะดูแลน้องอย่างดี!

 

...โอ้โห! ออกตัวแรงล้อฟรีกว่านี้มีอีกมั้ย!!!...

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Love Is…Talk– Chapter 13

 

สวัสดีค่า (^(l)^)~

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ^^

http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1488989 ฝากเรื่องใหม่ด้วยค่า^^

 

ช่องทางในการติดต่อไรเตอร์แอมเน่อ J

fb :   Exo fiction by GoldMoon ,  Sommavan Wongkuan และ twitter :  @Aampae_Glodmoon

 

 

 

 

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

397 ความคิดเห็น

  1. #390 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 18:11
    เจ็บคราวนี้ทำให้ได้ใกล้ชิดกันมากกว่าที่คิดนะเนี่ย เอินต้องดูแลน้องแบมดี ๆ นะ ดูสิพ่อแม่น้องไว้ใจเอินขนาดไหน
    #390
    0
  2. #309 An_nGOT (@nansiraprapha56) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 22:09
    แบมหัวแข็งมากกกกก มาร์คต้วนนนนได้ทีเอาใหญ่เลยนะ 555555 ดีๆจะได้ดูว่าจะดูแบมยังไงงงง รอน้าาา สู้ๆค่าาาา
    #309
    0
  3. #308 yongza (@pungpig) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 15:32
    5555555+
    ไม่ค่อยเลยนะพี่มาร์ค
    #308
    0
  4. #307 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 10:49
    ออกตัวแรงล้อฟรี 
    5555555555555555555
    #307
    0
  5. #306 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 07:05
    แบมนี่เก่งมาก เจ็บขนาดนี้ไม่งอแงเลย ที่บ้านคุยกันน่ารักดีเนอะ มาร์คออกตัวล้อฟรีสุดพลัง ก็เป็นห่วงน้องอ่ะเนอะ จะได้ดูแลสะดวก
    #306
    0
  6. #305 Tooktaja (@tooktaja) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 04:23
    ฮือ แบมไม่เป็นไรมากใช่มั๊ย 
    #305
    0
  7. #304 Palin_Thai (@love10455-4) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 00:41
    ออกตัวแร๊งงงงงงง น้องเดี้ยงอยู่นะ ระวังด้วยละตัว ฮุฮิๆ
    #304
    0
  8. #303 kasalf_td.km (@kasalf) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 00:32
    ออกตัวแรงล้อฟรี วลีนี้ 555555 พี่น้องคูนี้จะเอาฮาไปไหน 5555
    #303
    0
  9. #302 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 23:15
    นอนด้วยกัน....เขาจะนอนอด้วยกันนนนน
    #302
    0
  10. #301 ILovePCY (@yellowing) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2559 / 22:30
    ออกตัวแรงกว่ามาร์คนี่มีอีกมั้ย 555555 ตอนฉากตกใส่แบมแบมนี่ใจคว่ำใจหายมากอ่ะ ตอนพี่คริสกลับรถอีก พี่จะรีบอะไรเบอร์นั้น -0-
    #301
    0