Love is..เพราะรักออกแบบไม่ได้ [ Krislay , Markbam :EXO,GOT7]

ตอนที่ 17 : เราไม่จำเป็นต้องเปลื้องผ้า เพื่อให้มีเวลาดีๆร่วมกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ก.ค. 59

                     
 Title : Love is…เพราะรักออกแบบไม่ได้

Author : พระจันทร์สีทอง

Genre : Romantic Comedy

Warnings : Yaoi – PG 13

Pairing :  Kris x Lay l Mark x BamBam  

 

 

 

เราไม่จำเป็นต้องเปลื้องผ้า

 เพื่อให้มีเวลาดีๆร่วมกัน

.

.

.

ทฤษฏีความรัก

บทที่ ๑๖

 

 

 

 

 

Mark’s side

 

“ฟาน มาช่วยลากกระเป๋านี่ไปหน่อยดิ”

 

ผมตะโกนดังพอสมควร เรียกให้พี่ชายที่เดินลากกระเป๋าตัวเองจูงมือมารดานำไปก่อน ทั้งที่ผมซึ่งเป็นน้องชายแท้ๆกำลังทั้งแบกน้องที่ขายังไม่หายดี และ ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ส่ชุดสำหรับสองคนไว้ด้วย ระหว่างรอให้อี้ชิงเดินไปหารถเข็นมาให้ ตอนนี้เรากำลังอยู่ที่สนามบินกิมโป เพื่อเดินทางไปปูซานตามความต้องการของม๊าที่กำลังจะกลับแคนาดาในอีกไม่กี่วันหลังจากที่อยู่กับพวกเรามาร่วมสัปดาห์กว่าแล้ว

 

“เออๆ”

 

“จริงๆพี่มาร์คไม่ต้องแบกแบมตลอดก็ได้ แขนแบมใกล้หายแล้วอ่ะ เดี๋ยวแบมลองใช้ไม้เท้าเดินดูก่อนก็ได้นะ”

 

“ไม่ได้หรอก ถ้าไม่รักษามือให้หายแน่นอน แขนแบมอาจจะใช้ไม่ได้เหมือนเดิมไปตลอดชีวิตเลยนะ อยากจะให้เป็นแบบนั้นรึไง ไม่สามารถเล่นกีต้าร์ได้เหมือนเดิมอ่ะ”

 

“อย่าขู่ได้ปะ แบมถามหมอแล้วเหอะ หมอบอกว่ามันเข้าที่แล้วฝึกขยับก็ช่วยได้เยอะ”

 

“เออไอ้เอิน จริงๆแล้วแค่อยากจะหลอกใช้นี่ปะวะ”

 

“ลากๆไปให้หน่อยเหอะ ยังไงก็ยังไม่ได้เอาไม้ค้ำมาอยู่ดี”

 

“จ้า...า...า~”

 

แบมแบมพูดแล้วกอดคอผมอย่างแน่นเป็นการประชด แต่ใครจะสนล่ะครับผมก็เนียนทำเป็นไม่เจ็บลอยหน้าลอยตาเดินต่อ พอเช็คอินเสร็จเราก็ได้รถเข็นสำหรับผู้ป่วยพอดี เราไปนั่งรออยู่ในห้องรับรองวีไอพี เพราะบารมีของนางแบบชื่อดังของผู้เป็นแม่ ที่ทำให้ทุกอย่างง่ายไปเสียหมด คริสกับอี้ชิงเดินไปตักอาหารรับรอง ส่วนแบมแบมก็นั่งทานไอศกรีมมากว่าสี่ถ้วยอย่างไม่มีท่าทีจะหยุด จนผมที่นั่งเช็ดปากให้อยู่ต้องบ่นออกมา

 

“รู้มั้ยว่าคนขาหักอ่ะต้องควบคุมน้ำหนัก ยิ่งขาแข่งเหมือนคนเป็นโปลิโออย่างแบมยิ่งต้องดูแลตัวเอง กินไอติมมากๆระวังจะลงพุ่งนะไอ้อ้วน”

 

“ไม่เป็นไร แบมไม่เดินให้น้ำหนักลงเท้าหรอก ก็พี่มาร์คอยากแบกแบมมากไม่ใช่เหรอ”

 

“จ๊ะ!

 

ใบหน้าหวานหันมาทำหน้าตาล้อเลียนคำพูดของผม ก่อนจะตักกินต่อไม่ได้รู้สึกรู้สากับสิ่งที่ผมพูดเลยสักนิด จนผมอดไม่ได้ที่จะตบหัวหยอกน้องไปเบาๆ มารดาที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่เหลือบตาขึ้นมามองพวกเรา แล้วก็ส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกมา พับปิดหนังสือในมือแล้วท้าวแขนกับโต๊ะตรงหน้ามองพวกเราสองคนด้วยรอยยิ้มแปลกๆ

 

“เป็นอะไรครับม๊า?”

 

“ก็แค่คิดว่าดีจริงเลยนะที่อี้เอินของม๊ากลายเป็นแบบนี้ได้”

 

“เป็นอะไร เอินก็เหมือนเดิมอ่ะม๊า ไม่ได้เปลี่ยนไปตรงไหนสักหน่อย”

 

ผมตอบไปตามที่คิด แต่ไม่รู้ว่าทำถึงไม่สามารถมองหน้าผู้เป็นแม่ตอนตอบได้เลย เลี่ยงด้วยการหยิบช้อนในมือแบมแบมมาตักไอศกรีมเข้าปากแทน จนร่างเล็กส่งมือข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกมาตีอย่างแรง

 

“เขินแล้วมากินของแบมทำไม?!

 

“เขินอะไร ไม่มีใครเขาเขินสักหน่อย พูดไปเรื่อย~”

 

“ไม่เขินเลยครับพี่มาร์ค แค่หน้าแดง หูแดง ตาก็ไม่ยอมจ้องมาม๊าแบบนี้ ไม่เขินก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว ไม่รู้จะอะไรนักหนาเนี่ยพี่น่ะ คนเรามีแฟนมันก็ต้องเปลี่ยนแปลงบ้างธรรมดาปะ แล้วม๊าเขาก็พูดแบบยิ้มนะแสดงว่าเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น พี่ต้องยืดอกรับแบบแมนๆดิ”

 

“พูดอะไรเนี่ย แบมแบม~”

 

“น้องก็พูดถูกนะเอิน ม๊าคิดว่าลูกเปลี่ยนเป็นแบบที่ควรจะเป็นมากขึ้นเยอะเลย เมื่อก่อนพอม๊ามาหาเอินก็ไม่ค่อยชวนม๊าไปไหน ปกติก็กดแต่มือถือดูรูปอะไรก็ไม่รู้ พอม๊าจะชวนไปไหนก็ยากแสนยากเหลือเกิน”

 

ม๊าพูดพร้อมเอื้อมมือมาลูบศีรษะของผมด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยกยิ้มหันไปมองร่างเล็ก ที่พอได้ช้อนคืนก็ไม่ได้สนใจเลยว่าพูดอะไรไว้บ้าง ผมรู้ว่ามันจริงอย่างที่มารดาพูดทั้งหมด เมื่อก่อนม๊ามาหาผมก็เอาแต่ขลุกอยู่ห้องกับผู้เป็นแม่ เธอชวนออกไปไหนผมก็เอาแต่นอนกอดเอวอยู่กับตัก บอกแต่ว่าอยากอยู่กับม๊าแค่นี้ก็พอแล้ว แต่พอมาตอนนี้แค่เพราะคิดว่าอยากให้ทุกคนได้มีช่วงเวลาที่ดีด้วยกัน ผมก็ตกลงที่จะพาคนเจ็บไปที่ยวทันที ต่อให้ต้องลำบากกับการเที่ยวมากกว่าปกติก็ตาม

 

“เมื่อก่อนเอินดูเป็นลูกที่ไม่ดีของม๊าเลยอ่ะ”

 

“ก็ไม่แย่นะ ลูกเป็นยังไงม๊าก็รักนะครับ”

 

“อะไรกันสองแม่ลูกนี่ อยู่ๆก็มานั่งดราม่าอะไรกันครับเนี่ย?”

 

พี่ชายที่ไม่เข้าใจสถานการณ์อะไร แต่เข้ามาเห็นและได้ยินประโยคที่เราคุยกันก็สรุปไปตามที่คิด ร่างสง่านั่งลงที่ข้างมารดาอีกฝั่งหนึ่ง ก่อนจะดันจานสลัดฝักทองของโปรดเธอมาให้ ม๊าหันไปยิ้มขอบคุณพร้อมอธิบายสิ่งที่เราคุยกัน

 

“ไม่ได้ดราม่าเลย ม๊าแค่กำลังชมที่เอินรู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความรักมันจะได้ดี ไม่เหมือนฟานเลยที่ไม่รู้จักเปลี่ยนแปลงอะไรเลย มีแต่เรื่องให้น้องชิงต้องปวดหัวตลอด ไม่ไหวๆ”

 

“ไม่ไหวอะไรม๊า คนเรารักกันดีครับ แล้วม๊ารู้ได้ไงว่าฟานไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อแฟนฟาน ทุกวันนี้ผมนี่มีหน้าที่เยี่ยงคนขับรถเลยนะครับ”

 

“แต่ฟานใช้ลูกสะใภ้ม๊า เยี่ยงคนใช้เลยนะฟาน~”

 

“แหะๆ คนรักกันที่ไหนก็ทำน่ะม๊า”

 

“ถ้าน้องชิงไม่ไหวก็บอกเลิกฟานไปได้เลยนะลูก ม๊าเข้าใจ”

 

“ม๊าก็เข้าใจไปคนเดียวแล้วกัน พี่ไม่เข้าใจด้วยหรอกนะถ้าจะเลิกกับพี่อ่ะ!

 

นี่ก็จริงจังกับคำว่าเลิกกันตลอด ผมกลอกตาตามทุกคนบนโต๊ะที่เห็นใบหน้าหล่อจัดทำขึงขังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เพียงเพราะคำหยอกล้อของมารดา

 

“ฟานจะเสียงดังทำไมเนี่ย ม๊าก็แค่พูดเล่น”

 

“ม๊าก็พูดเล่นเรื่องอื่นดิ เรื่องนี้มันเหมือนแช่งฟานนะม๊า ไม่อยากได้ชิงเป็นลูกสะใภ้ไง”

 

“อยากได้ไม่อยากได้มาถามอะไรตอนนี้ ได้ลูกเขาแล้วฟานจะกล้าทิ้งน้องรึไงล่ะ”

 

พรวด!!!

 

ไม่ใช่แค่อี้ชิงเท่านั้นที่ถึงกับสำลักน้ำที่ยกขึ้นดื่มเมื่อครู่ แม้แต่แบมแบมและผมเองก็ตกใจกับสิ่งที่ม๊าพูดขึ้นมาบนโต๊ะอาหารด้วยกันทั้งนั้น ถ้ามันไม่ได้มีน้องอยู่ด้วยผมคงไม่รู้สึกกระดากที่จะฟังขนาดนี้เลย ผมกับร่างเล็กขนาดเรื่องจูบจริงๆยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ

 

“เป็นอะไรกัน ม๊าพูดอะไรผิดเหรอ นี่มันก็เรื่องธรรมชาติทั้งนั้นน่ะลูก”

 

“ม๊าพอเถอะ ยิ่งแก้ยิ่งแย่นะม๊า”

 

“ทำไมล่ะไม่คิดว่ามันธรรมดาเหรอไง พูดยังกับเอินกับน้องยังไม่เคยไปได้”

 

“เอ่อ...”

 

พอคำถามจบลงทุกสายตาก็หันมามองผมและร่างเล็ก ที่พยายามก้มหน้าทำเป็นกินไอศกรีมทันที จริงๆผมน่าจะเงียบไปอย่างอี้ชิงจะได้รอดไปแบบเนียนๆ พอเจอคำถามนี้จะให้ตอบออกไปยังไงดีล่ะ นอกจากทำหน้าบอกไม่ถูกแล้วมารดาก็ยังทำหน้าไม่เข้าใจ

 

“ม๊าเปลี่ยนเรื่องเถอะน่ะ เอินมันไม่อยากตอบหรอก”

 

“ไม่อยากตอบแสดงว่ายังไม่เคยมีอะไรกันเหรอ ไหนฟานบอกม๊าว่าน้องคบกันมาหลายเดือนแล้วไง แล้วจูบล่ะเคยรึยังลูก?”

 

“ม๊าอย่าไป...”

 

“พอเลยฟาน ขอล่ะอย่าต่ออะไรกันอีกเลยนะ เราปล่อยมันจบกันไปเถอะ!

 

ผมแทบจะก้มโค้งติดเข่าขอความกรุณาจากพี่ชายที่ดูจะสะใจกับประเด็นนี้เหลือเกิน ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเรื่องพวกนี้มันคงยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆนี้แน่นอน แต่มันก็เป็นความพลาดของผมเอง ที่เมื่อหลายวันก่อนที่จะเกิดเรื่องของแบมแบม ผมดันเล่าให้พี่ชายฟังหลังจากได้ยินเขาทำกิจกรรมบนเตียงอย่างเร่าร้อนเสร็จ แล้วก็เป็นผมที่พูดออกไปเองว่ามันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงที่จะพัฒนาความสัมพัน นอกจากวันนั้นจากโดนด่าไปเยอะจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทางออก

 

“จริงๆมันไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยนะเอิน ม๊าว่าเราพูดกันตรงๆชัดเจนดีออก ม๊าเป็นผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนานี้ก็จริง แต่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะ ม๊าไม่ถือ”

 

...ถือบ้างก็ดีนะครับม๊า...

 

“ท่านผู้โดยสารเที่ยวบิน...”

 

ก่อนที่ม๊าจะได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงเรียกพวกเราขึ้นเครื่องก็ประกาศแทรกมาเสียก่อน ระหว่างที่ตั้งใจฟังข้อมูลการประกาศนั้น เหมือนมารดาของผมจะลืมเรื่องที่พูดค้างไว้ไปด้วย เธอลุกขึ้นทันทีที่ประกาศจบ แล้วเดินนำเราทุกคนที่ยังทานไม่เสร็จดีไปทันที

 

“ไปกันเถอะลูก ม๊าขอนอนสักชั่วโมงเถอะนะ เพลียกับนิสัยลูกแต่ละคนเหลือเกิน”

 

“ม๊าไปก่อนเลย เดี๋ยวพวกฟานเอาจานไปเก็บเสร็จจะรีบตามไปขึ้นนะ”

 

“ครับผม”

 

ไม่มีความเป็นห่วงลูกอยู่ในนั้น ม๊าเดินไปทางเช็คอินขึ้นเครื่องของวีไอพี ส่วนคริสกับคนรักก็เดินเอาจานไปเก็บ ทำให้เหลือแค่ผมกับร่างเล็กที่นั่งก้มหน้าไม่กล้ามองหน้ากัน แต่เกรงว่าถ้ายังนั่งเป็นสากกันต่อไปแบบนี้ อาจจะขึ้นเครื่องไม่ทัน ผมเลยต้องทำใจกล้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเสียก่อน

 

“เดี๋ยวพี่เอาจานไปเก็บให้นะแบม”

 

“อ่า...ขอบคุณครับ”

 

น้องเองก็คงวางตัวไม่ถูกเหมือนกันหลังจากที่ผู้เป็นแม่ของผมเอ่ยขึ้นมา จึงดันถ้วยมาให้ผมทั้งที่ไม่มองหน้า ริ้วข้างแก้มแดงด้วยความเขินอาย และ ภาษาสุภาพเกินกว่าที่คุยกันปกติ ทำให้ผมรู้ว่าแบมแบมเองก็คงไม่ได้ผ่านเรื่องแบบนั้นมาก่อน ยิ่งเห็นผมยิ่งรู้สึกดีที่ไม่ทำอะไรไปก่อนหน้านี้ เพราะมันอาจเป็นความทรงจำตลอดชีวิตของเราไปเลยก็ได้

 

...ความทรงจำแบบนั้น คงไม่ดีที่จะเอาอารมณ์นำเหตุผล...

 

“ไปกันเถอะแบม เดี๋ยวขึ้นเรื่องไม่ทัน”

 

“อื้ม”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Kris’s side

 

“ยิ้มเป็นผีบ้าเลยไอ้เอินเอ้ย~”

 

ผมหันไปมองน้องชายที่เข็นรถของแฟนตัวเองไปทางเช็คอิน ก่อนจะหันกลับมาหยิบกระเป๋าของตัวเองที่วางไว้บนเก้าอี้เดิม ระหว่างที่เงยหน้าขึ้นผมก็เห็นใบหน้าที่ดูไม่สู้ดีนักของอี้ชิง ที่ถึงแม้จะยิ้มบางๆระหว่างบทสนทนา แต่ก็ดูไม่มีความสุขแฝงอยู่เท่าไรนัก

 

“ชิงครับ เป็นอะไรรึเปล่า?”

 

“หือ? เปล่าครับ คงจะเพลียๆ”

 

“เมื่อเช้ายังไม่เป็นอะไรเลย มีอะไรชิงก็พูดมาได้นะ พี่พร้อมจะฟังชิงทุกเรื่องนะ อย่าเก็บไปเครียดคนเดียวแบบนี้สิ”

 

ประคองสองสองข้างแก้มเนียนขึ้นมาดู อยากจะค้นความคิดของเขาออกมาอ่านให้หมด ว่าตัวเท่านี้ทำไมถึงเก็บความคิดจุกจิกมากมายไว้นัก บางทีผมก็อยากให้เขาพูดออกมาว่าวันๆหนึ่งรู้สึกอะไรอยู่บ้าง

 

“ชิงไม่เป็นไรหรอกครับ คิดเรื่องไร้สาระอ่ะ”

 

“งั้นบอกพี่หน่อยว่ามันเรื่องอะไร ไร้สาระไม่ไร้สาระสำหรับพี่ ให้พี่คิดเอง เดินไปคุยไปเถอะนะ เดี๋ยวจะตกเครื่อง หึหึ”

 

ผมเปลี่ยนจากการจับแก้มเป็นสะพายกระเป๋าตัวเองขึ้นบ่า แล้วถือกระเป๋าให้ร่างบางไว้มือหนึ่ง อีกมือก็โอบไหล่อี้ชิงให้เข้ามาใกล้กันมากขึ้น วันนี้แฟนผมยิ่งแต่ตัวน่ารักกว่าปกติ แถมยังถอดแว่นที่ปกติต้องใส่ตลอดไว้ที่คอนโดอีกด้วย เพราะเหตุผลว่ากลัวมันแตกแท้ๆ ถึงผมจะบอกให้เอามาเดี๋ยวแตกซื้อให้ใหม่ ก็ไม่ยอมทำตามคำขอของผมอยู่ดี แล้วมาทำให้ผู้ชายหน้าม่อต้องมองตามแบบนี้ ผมเอาไงดีล่ะทีนี้ นอกจากยอมรับสภาพไปตามระเบียบ

 

...ทำไงได้ จะไปต่อยทุกคนที่มองก็กลัวจะโดนเมียโกรธ...

 

“ว่าไง เล่าให้พี่ฟังได้ยัง”

 

“ก็...ชิงแค่คิดว่าเรื่องที่ม๊าพูดมันก็ไม่ถูกทั้งหมดหรอกนะครับ”

 

“เรื่องไหนอ่ะ ม๊าพูดเป็นพ่นไฟขนาดนั้นอ่ะ พี่ไม่รู้หรอกว่าชิงคิดเรื่องไหนอยู่”

 

“พี่คริสไม่จำเป็นต้องรับผิดดชอบเพราะมีอะไรกับชิงหรอกนะครับ ชิงว่ามันเป็นความทรงจำดีๆที่เรามีร่วมกัน ถ้ามองว่ามันเป็นแค่สิ่งหนึ่งที่แฟนเขาก็ทำด้วยกัน เหมือนดูหนัง กินข้าว มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาผูกมัดกันไว้ ให้โอกาสได้เปิดใจทบทวนน่าจะดีกว่า”

 

“อะไรเนี่ย?!

 

เสียงของผมที่ถามกลับไปคงดังมากอย่างไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ นี่มันเรื่องใหญ่ระดับชาติของผมเลยนะ คำถามแบบนี้มันไม่ใช่คำถามที่จะนำไปสู่การเลิกลาแบบที่นิยายทั่วไปชอบทำเหรอ ไอ้เรื่องที่ว่าเรื่องอย่างว่ามันไม่สามารถผูกมัดใจใครไว้ได้ผมก็เข้าใจ แต่มันจะผูกอี้ชิงไว้กับผมไม่ได้เหรอไง ผมนี่ตั้งใจทำมากเลยนะกับทุกครั้งที่ผ่านมา มันจะไม่ผูกพันกันหน่อยเลยรึยังไงน่ะ

 

...นี่ใส่ใจทุกรายละเอียดพร้อมพัฒนานะเว่ย!...

 

“พี่คริสครับ เบาๆสิครับ”

 

“แล้วชิงพูดแบบนั้นทำไมอ่ะ มีอะไรไม่ชอบตรงไหนเราต้องพูดกันตรงๆดิ อย่ามาพูดเหมือนมันไม่มีเยื่อใยให้คิดถึงแบบนี้ คบกันมาตั้งหกปีแล้วนะชิง จะมาให้พี่ฟันแล้วทิ้งพี่ไม่ได้นะเว่ย ค่าสินสอดกับเรื่องโอนสัญชาติพี่ก็เตรียมตัวแล้วด้วย จะทิ้งพี่ได้ไง!

 

“อะไรของพี่คริสเนี่ย ชิงแค่พูดฟังเฉยๆ”

 

“จะมาพูดเฉยๆแบบนี้ได้ไง คิดถึงคนฟังด้วยดิวะ อยู่ๆแฟนมาบอกว่าเรื่องอย่างว่ามันไม่ได้ผูดมัดใครได้ เห้ย! ถ้าเซ็กส์พี่ห่วยตรงไหนก็บอกดิ”

 

“พี่คริส...ส...ส~”

 

เสียงหวานเอ่ยเอื่อยออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจสุดๆ ตาเรียวเอาแต่มองไปรอบๆด้วยรอยยิ้มแหยๆ จนผมเพิ่งสังเกตว่าคนรอบข้างเรากำลังมองมาที่เราเป็นตาเดียว บางคนพอผมมองกลับก็มีเบนสายตาหนีบ้าง แต่บางคน็อ้าปากค้างเหมือนจะช็อคไปแล้ว

 

“ยิ่งพี่พูดคนยิ่งมอง พูดเบาๆไม่ได้รึไง”

 

“ขอโทษนะ ก็พี่ตกใจนิที่ชิงพูดแบบนี้ ไหนว่าเชื่อใจพี่ไงล่ะ ทำไมชิงมาพูดแบบนี้”

 

“ชิงแค่พูดในสิ่งที่ชิงคิด ไม่ได้บอกว่าชิงก็เป็นแบบนั้นเสียหน่อยครับ”

 

“ถึงพุดก็อย่าพูดอีกนะ ใจพี่ไม่ดีเลย”

 

“ไหนๆก็พูดแล้ว ชิงก็สงสัยเหมือนกันว่าถ้าเราไม่ได้มีอะไรกัน เราจะยังคบกันมาได้จนถึงตอนนี้มั้ย บางครั้งชิงก็คิดว่าหรือเพราะชิงใจง่ายเกินไป เรามีอะไรกันเร็วไปหรือเปล่า”

 

“เฮ้อ~”

 

ผมถอนหายใจออกมาอย่างนึกโล่งอก ก่อนจะกระชับแขนที่โอบร่างบางให้แน่นขึ้น อยากให้เขามั่นใจว่าคำพูดของผม มันมั่นคงเหมือนกับอ้อมกอดของผมที่จะไม่มีวันปล่อยเขาไป

 

“ก็อย่างที่ชิงบอก การมีอะไรกันมันไม่ได้ทำให้เรารักกันมากขึ้นหรอกนะ เพราะมันไม่สามารถผูกมัดใจใครได้ ไม่มีใครได้ความรักจากการเปลื้องผ้าเข้ามาคนที่ไม่มีใจรัก แต่สำหรับเรามันไม่เหมือนกันตั้งแต่ครั้งแรก และ ในทุกๆครั้งที่ผ่านมา เพราะพี่ไม่ได้ใช้แค่อารมณ์อยากของผู้ชายกับชิง สิ่งที่ทำให้ระหว่างเราเรื่องแบบนั้นกลายเป็นช่วงเวลาดีๆ คือความรักของพี่ที่ตั้งใจมอบให้ชิงต่างหาก เพราะพี่รักและชิง็รักพี่ เรื่องอย่างว่าสำหรับเราถึงเป็นช่วงเวลาดีๆให้จดจำ พี่เคยบอกชิงมั้ยว่าชิงสวยแค่ไหนในครั้งแรก พี่เคยบอกชิงมั้ยว่าชิงยังสวยแบบนั้นในครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้น พี่เคยบอกชิงรึยังว่าสำหรับพี่มีแค่ชิงที่พี่อยากจะมีอะไรด้วย เพราะพี่รักชิงทั้งนั้นแหล่ะ”

 

“ขอบคุณและขอโทษอีกครั้งนะครับพี่คริส”

 

“ไม่ต้องขอโทษอย่าคิดแบบนี้อีกก็พอเข้าใจมั้ย เราสัญญาแล้วไงว่าพี่จะทำให้ป๊าชิงเชื่อว่าพี่ดูแลชิงได้ และพี่จะไม่มีวันผิดคำพูดนั้นอย่างแน่นอน ชิงเองก็สัญญาแล้วว่าจะอดทนจนกว่าจะได้แต่งงานกับพี่ไง จะผิดสัญญากับพี่ไม่ได้นะ พี่ไม่ยอม”

 

“หึหึ ถ้าชิงทำตามสัญญาไม่ได้พี่คริสจะทำไง”

 

“พี่ไม่ยอมให้ชิงผิดสัญญาหรอกน่ะ ถ้าใครมาพูดให้ชิงทิ้งพี่นะ พ่อจะตามไปถล่มให้ตายกันไปข้างเลยคอยดู

 

“บ้าบิ่นไปแล้ว ใครเขาจะมาทำแบบนั้น ทุกวันนี้ยังแทบไม่มีคนรู้เรื่องของเราเป็นจริง”

 

“ก็เตือนไว้ก่อนไง ใครจะไปรู้เผื่อในอนาคตมีอ่ะ”

 

“เฮ้อ~ พี่คริสรู้มั้ยพี่จะเป็นผู้ชายเพอร์เฟ็คมาก ถ้าไม่ติดนิสัยขี้หึงไร้สาระแบบนี้”

 

“ใครสนล่ะว่าพี่เป็นยังไง ขอแค่ชิงยังเป็นฟนพี่อยู่ก็พอใจแล้ว ใครจะมองยังไงก็ช่างมันเถอะ เนอะ!!!

 

ผมพูดออกไปเสียงดัง ด้วยความภาคภูมิใจในความขี้หวงของตัวเอง เราโอบกันไปจนถึงโซนเฟิร์สคลาส ที่ตอนนี้เห็นว่ามารดาของผมที่นั่งข้างที่ว่างของน้องชายหลับไปแล้ว ส่วนมาร์คก็เดินไปจัดท่านั่งของแบมแบมที่เลือกกนั่งติดกระจกอยู่ ผมโดนจับนั่งแยกอยู่คนเดียวเพราะเราจองเครื่องช้า เลยเดินไปส่งอี้ชิงที่ได้ที่นั่งข้างน้องก่อน ที่เราจะแยกย้ายไปนั่งในที่ของตัวเอง

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

“ว้าว!!! ปูซาน...น...น~”

 

เสียงใสของร่างเล็กที่ดูสดชื่นมากตะโกนออกมาเสียงดัง เมื่อน้องชายผมแบกเขาเดินลงไปจนเท้ามาร์คจุ่มน้ำ มันพาน้องหมุนไปมาเพราะน้องกางแขนที่ไม่หักออกกว้างรับลม ผมเองก็อยากจะทำแบบนั้นบ้าง ถ้าแฟนผมไม่เมาเครื่องจนต้องนั่งพับอยู่กับเก้าอี้ริมหาด ให้ม๊าของผมต้องเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วงอยู่ตอนนี้

 

“เห้ยขึ้นมาได้แล้ว ม๊าหิวข้าวแล้ว!!!

 

ผมอดตะโกนขัดด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ เกลียดจริงๆออร่าสีชมพูที่พุ่งมาจากคนอื่นอย่างนี้ เราตกลงกันว่าจะไปอาบน้ำแต่งตัวกันใหม่ก่อนทานมื้อเย็นที่ร้านหนัง จากรีวิวร้านดังที่ม๊าชอบตาม ซึ่งมีรถโรงแรมสามารถพาไปที่นั่นได้พอดี โดยห้องของโรงแรมที่เราได้แบ่งเป็น ผมกับร่างบาง มาร์คกับแฟนของมัน ส่วนมารดาก็ขึ้นไปนอนชั้นบนสุดของวีวีไอพี ที่ได้ส่วนรถมาจากการชิงโชคเพจท่องเที่ยวดังเพจหนึ่ง ซึ่งนี่ก็เป็นงานอดิเรกที่ม๊าของผมทำทุกวันเลยก็ว่าได้

 

...ผิดเหรอครับที่นางแบบชื่อดังชอบของฟรี...

 

ติ๊ด!

 

“เฮ้อ~ เหนื่อยมากเลยครับพี่คริส”

 

“ไหวแน่รึเปล่าชิง ถ้าไม่ไหวเราสองคนกินแค่ที่โรงแรมก็ได้นะ”

 

ต้องถามออกไปด้วยความเป็นห่วง ถึงในสมองผมจะเต็มไปด้วยปูตัวใหญ่ๆแล้วก็ตามที แต่พอเห็นร่างบางเดินเข้าห้องมาได้ก็ตรงไปล้มตัวพับกับเตียงทันที ผมก็ไม่อยากจะทำให้เขาต้องลำบากมากไปกว่านี้

 

“ชิงไม่เป็นอะไรจริงๆครับพี่คริส ก็แค่เพลียๆเท่านั้น เดี๋ยวอาบน้ำก็หาย”

 

“แน่ใจเหรอ ให้อาบให้มั้ย?”

 

“ทะลึ่ง!

 

“ทะลึ่งอะไร? คราวนี้หมายถึงอาบน้ำให้จริงๆ กลัวล้มไปทำไงอ่ะ”

 

ถึงปกตติคำว่าอาบน้ำให้ของผมจะลากไปเรื่องบนเตียง แต่คราวนี้จากสภาพของอี้ชิงผมคงทำอะไรเขาไม่ลงแน่นอน แค่เห็นท่าสูดน้ำมูกที่ทั้งที่ตัวไม่ร้อนผมก็สงสารแล้ว แต่ที่พูดออกไปเพราะเท่าที่เดินไปดู ห้องน้ำเป็นพื้นหินขัดที่ถ้าโดนน้ำคงลื่นไม่น้อยเลยด้วย แล้วเขาก็ดูไม่ได้มีสติที่จะประคองตัวเองเท่าไร...ดูมีความอยากนอนอยู่มาก

 

“อาบเองได้ คอยดูแล้วกัน”

 

“เอาเลย แต่ถ้าเริ่มเวียนหัวก็เรียกพี่เลยนะ”

 

“ครับ...บ...บ~”

 

ร่างบางทำท่ารับคำสั่งแบบทหาร ก่อนจะเดินไปเปิดกระเป๋าของเราเอาเครื่องใช้ในห้องน้ำของตัวเองเข้าไปด้วย ผมเดินไปรอบๆห้องดูการตกแต่งของโรงแรมระดับห้าดาวด้วยความชื่นชม ขนาดห้องของเราไม่ได้แพงเท่าไรก็ถือว่าตกแต่งอย่างไร้ที่ติ

 

ตุบ!!!

 

“หือ? ชิงเป็นอะไรรึเปล่า!!!

 

ผมแทบจะพุ่งปที่ห้องน้ำทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนอะไรกระแทกพื้นดังขึ้น ทุบประตูเรียกอยู่สองสามทีก็ได้ยินแต่เสียงอู้อี้ตอบกลับมา ไม่รู้ว่าปากไปกระแทกอะไรรึเปล่าถึงเป็นเสียงแบบนั้น แต่หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดน้ำจากอ่างล้างหน้าให้เบาใจลง อย่างน้อยน้องคงสามารถยืนขึ้นได้

 

“ชิงเป็นอะไรรึเปล่า”

 

“ก็บอกว่าโฟมตกไงครับ”

 

“บอกตอนไหนอ่ะ?”

 

“บอกตอนแปรงฟันอยู่ไง ทำไมแค่นี้ฟังไม่รู้เรื่องล่ะครับ”

 

...เอ้า?! คือเสียงอู้อี้นั่นคือพี่ต้องตรัสรู้ได้เองเหรอ?...

 

“โอเค ไม่เป็นไรก็รีบอาบน้ำได้แล้ว พี่อยากกินปู”

 

“ครับ...บ...บ~”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Mark’s side

 

“เดี๋ยวแบมอาบน้ำก่อนเลยนะ เสร็จแล้วเรียกพี่”

 

ผมลูบหัวน้องเบาๆด้วยความเอ็นดี หลังจากที่วางน้องลงที่ขอบอ่างอาบน้ำ เตรียมจะเดินออกไปอย่างทุกทีที่พาน้องอาบน้ำ เพราะแบมแบมพอจะกระโดดขาเดียวได้อยู่บ้าง ไม่ถึงขนาดเดินไปไหนมาไหนไม่ได้เลย เวลาอยู่ในห้องที่คอนร่างเล็กก็มักจะไปไหนมาไหนแบบนั้นบ้างถ้าไม่ขี้เกียจ เวลาไปเรียนหลังจากส่งถึงเพื่อนก็คงไม่มีใครแบกน้องต่อผม ผมเลยไม่ได้ห่วงเรื่องที่น้องจะอาบน้ำไม่สะดวกนัก แต่พอทำท่าจะออกจากห้องน้ำมือบางกลับเอื้อมรั้งแขนผมไว้

 

“หือ? มีอะไรอยากได้รึเปล่าแบม?”

 

“พี่มาร์คอยู่ด้วยกันในนี้ไม่ได้เหรอ”

 

“ทำไมอ่ะ?”

 

“พื้นมันเป็นหินอ่อนอ่ะ กลัวกระโดดพลาดเพราะมันลื่นด้วย”

 

“อ่อ...ก็ได้นะ แต่ไม่เป็นไรแน่เหรอ”

 

“ไม่เป็นไร พี่มาร์คก็หันหลังให้แบมดิ”

 

เพราะเหตุผลมันดูเป็นไปได้หรอกนะครับผมถึงยอมนั่งอยู่ในห้องน้ำด้วย มันไม่ได้ล่อแหลมอย่างที่ทุกคนคิดเท่าไร เพราะห้องน้ำแบ่งเป็นส่วนอาบน้ำแยกจากส่วนของส้วมและอ่างล้างหน้า โดยมีแผ่นกระจกฝ้าใหญ่กั้นอยู่ แล้วผมก็มานั่งอยู่บนชักโคกแทนจะเป็นนั่งอยู่ในส่วนของที่อาบน้ำ เสียงน้ำที่ไหลออกมาให้ได้ยินทำให้ผมอดที่จะจินตนาการถึงเรือนร่างหลังฝ้ากระจกไม่ได้ ทำได้แค่กลืนน้ำลายแล้วตั้งสติให้อยู่กับมือถือในมือ

 

“พี่มาร์คครับ...”

 

“ว่าไง?”

 

“เราคบกันมาจะสามเดือนแล้วเนาะ ทำไมมันไวขนาดนี้ก็ไม่รู้”

 

“เพราะทุกวันมันีแต่ความสุขมั้ง เราเลยไม่ทันคิดว่ามันผ่านไปไวแค่ไหน พี่ดีใจนะทที่วันนั้นพี่ช่วยแบมไว้ ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้คบกันจนถึงวันนี้”

 

“แล้ว...พี่มาร์คคิดยังไงเรื่องที่ม๊าพี่พูดเมื่อเที่ยงน่ะ”

 

“ยังคิดเรื่องนั้นอยู่อีกรึไง ลืมๆมันไปเถอะน่า ม๊าเขาก็พูดไปเรื่อยตามภาษาเท่านั้นเอง”

 

“แต่ใครๆเขาก็พูดแบบนี้กัน พี่ไม่คิดว่าเราควรจะเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่แล้วจริงอ่ะ?”

 

ผมเหลือบตาไปมองร่างเล็กที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ในอ่างอาบน้ำ แล้วหัวเราะออกมาเบาๆให้กับความคิดแบบเด็กๆของแบมแบม ถึงผมจะเป็นผู้ชายคนนึงที่มีอารมณ์แบบนั้น แต่มันไม่ได้มายความว่าผมจะกระหายเรื่องแบบนั้นเสมอไป

 

“แล้วแบมอยากจะทำแบบนั้นกับพี่ตอนนี้รึไง”

 

“ก็ไม่รู้สิ พี่เป็นแฟนคนแรกเลยที่แบมคบมานานขนาดนี้ เพราะพี่ไม่เคยทำมากกว่าหอมแก้มหรือจับมือ มากสุดเราก็แค่จุ๊บกันเบาเท่านั้นเอง แบมเลย...ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย”

 

“แล้วที่พี่ทำแบบนั้นแบมรังเกียจพี่มั้ย โอเครึเปล่าที่มันเกิดขึ้นน่ะ”

 

“มันก็ดีนะ”

 

“แค่นั้นพี่ก็พอใจแล้วเหมือนกัน เรื่องที่คนอื่นพูดก็ช่างมันไปเถอะน่ะ ถ้าเรามีความสุขที่จะให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆก็ไม่เห็นจะต้องแคร์ ให้เวลาและโอกาสมันเป็นไปเถอะ พี่ก็ไม่ได้คบแบมหวังว่าจะต้องมาสร้างช่วงเวลาดีๆแค่บนเตียงอยู่แล้ว”

 

“พี่มาร์คพูดจริงๆนะ เพราะแบมเองก็คิดว่าแบมยังไม่พร้อมเหมือนกันอ่ะ”

 

“นั่นไงล่ะ แบมอ่ะฟังคนอื่นมากไปแล้ว ถ้าพี่ทำแค่นี้แสดงว่าพี่ก็พอใจแค่นี้ แบมไม่ต้องห่วงหรือกังวลในสิ่งที่พี่เป็นเลย ขอแค่แบมมีความสุขเวลาที่เราอยู่ด้วยกันก็พอ เรื่องอื่นถ้ามันจะเกิดขึ้น ก็ให้เป็นไปตามที่มันควรจะเป็นเถอะนะ เพราะพี่ไม่เลิกกับแบมเพราะเราไม่ได้มีอะไรกันหรอกนะ”

 

“หึหึ เขินเลยอ่ะพอมาพูดแบบนี้”

 

“เพี้ยนเอ้ย~”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Love Is…Talk– Chapter 16

 

สวัสดีค่า (^(l)^)~

ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

 

ช่องทางในการติดต่อไรเตอร์แอมเน่อ J

fb :   Exo fiction by GoldMoon ,  Sommavan Wongkuan และ twitter :  @Aampae_Glodmoon

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

397 ความคิดเห็น

  1. #393 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 21:08
    ดีนะเนี่ยที่เอินไม่ได้เชื้อฟานมาไม่งั้นคงจัดแบมไปแล้ว5555
    #393
    0
  2. #335 krisging (@krisging) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 16:24
    ชอบม๊าอ่ะอยู่ทีมม๊าเลย
    #335
    0
  3. #334 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 07:00
    ม๊าคือตรงมากกกกก 555555 ฟานแบบขี้โวยวายเนอะ ชิงจะทิ้งฟานได้ไงเล่า555 มาร์คแบมนี่ก็น่ารักดูแลน้องดีมาก แล้วชอบความคิดมาร์คมากอ่ะ
    #334
    0
  4. #333 ILovePCY (@yellowing) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 22:59
    น่ารักกกกก >< ตลกคุณแม่ จะตรงไปไหนคะเนี่ย 55555 แต่ตาฟานเด็ดกว่า พี่ต้องใจเย็นนะคะ -0-
    ชอบความคิดของทั้งคู่ ความรักมันไม่ใช่แค่เซ็กส์เนอะ มันมีอย่างอื่นด้วย เป็นนิยายที่ทำให้เราได้ข้อคิดเยอะมากจริงๆ
    #333
    0
  5. #332 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 19:13
    ฟานเอ้ยยยยยยย 5555555555555
    #332
    0
  6. #331 yongza (@pungpig) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 11:37
    รอหน่อยนะเอิ้น 55555555+
    #331
    0
  7. #330 An_nGOT (@nansiraprapha56) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 09:26
    น่ารักอีกแล้วอ่าาาา เอินไม่น่าไปปรึกษาฟานเลยอ่ะ 55555 รอน้าาาาา สู้ๆค่าาา ปล.ชอบคุณแม่มากเลย 555
    #330
    0
  8. #329 |2e@L (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:13
    ฟานนี่อาการหนัก แต่ก็ดีกับชิง และใจคนอ่านละนะ
    #329
    0
  9. #328 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 07:04
    โอ้โห คุณม๊าเป็นคนหัวสมัยใหม่สุดๆค่ะ พูดเรื่องนั้นได้หน้าตาเฉ๊ย! คิดว่ามาร์คแบมจะ....เง้อม สุดท้ายต่างฝ่ายต่างไม่เห็นเรื่องนั้นสำคัญเลยนะ~ คู่ฟ่านชิงนี่ก็อะไรจะขี้หึงขี้หวงเบอร์นั้นคะพ่อคุณ55555 พี่คริสยังแสดงออกถึงความรักชิงมากๆอย่างเสมอต้นเสมอปลาย
    #328
    0
  10. #327 Palin_Thai (@love10455-4) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 00:01
    เรื่องนี้ชอบมากจริงๆค่ะ เห็นอัพปุ๊ปรีบเข้ามาอ่านปั๊บเลย ให้ข้อคิดดีอ่ะ อ่านแล้วอบอุ่นได้ฟีลครอบครัว ชอบมากๆเลยยยยย
    #327
    0