Love is..เพราะรักออกแบบไม่ได้ [ Krislay , Markbam :EXO,GOT7]

ตอนที่ 5 : ไม่สำคัญหรอกว่าใครทำร้ายหรือทำให้รู้สึกไม่ดี แต่สำคัญที่ใครอยู่ข้างๆเสมอ และ ทำให้เรายิ้มได้มากกว่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 เม.ย. 59

Title : Love is…เพราะรักออกแบบไม่ได้

Author : พระจันทร์สีทอง

Genre : Romantic Comedy

Warnings : Yaoi – PG 13

Pairing :  Kris x Lay l Mark x BamBam  

 

 

 

ไม่สำคัญหรอกว่าใครทำร้ายหรือทำให้รู้สึกไม่ดี

แต่สำคัญที่ใครอยู่ข้างๆเสมอ และ ทำให้เรายิ้มได้มากกว่า

.

.

.

ทฤษฏีความรัก

บทที่ ๔

 

 

 

 

 

 

Mark’s side : ใต้ตึกคณะเภสัชศาสตร์

 

“มาร์คคะ!

 

เสียงหนึ่งเรียกผมไว้จากด้านหลัง มันเหมือนมีพลังงานบางอย่างที่ดูดเอาความสุขที่ผมมีมาตลอดบ่ายเมื่อวานจนเช้าไปหมดสิ้น ผมหันไปมองใบหน้าสวยเปรี้ยวซส่อนหวานของอดีตคนรักด้วยคำถาม มันดีจริงๆที่ตั้งแต่แบมแบมเข้ามาในชีวิต ผมก็เหมือนจะลืมใบหน้าของเธอไปได้ชั่วขณะของชีวิต จริงๆมันอาจเป็นเพราะว่าผมไม่ได้เห็นหน้าเธอด้วยมากกว่า

 

“อ่า...สวัสดีซอนมี มาทำอะไรที่เภสัชแต่เช้าเนี่ย?”

 

“มารอมาร์ค”

 

“รอทำไม มีอะไรรึเปล่า? เล่าได้นะ”

 

คำถามตามมารยาทของผมเปรียบเสมือนดาบสองคม เมื่อคนฟังเลือกจะเอาความอ่อนแอของผมมาเป็นเครื่องประกัน จริงๆผมไม่ควรเปิดโอกาสให้เธอได้พูดคุยมากเกินไป

 

“ไปหาที่เงียบๆคุยกันได้มั้ย?”

 

“ทำไมคุยกันตรงนี้ไม่ได้ล่ะ เราว่าคงไม่นาน...”

 

“กลัวน้องแบมแบมรู้เหรอว่าคุยกับแฟนเก่าแบบเรา”

 

“อ่า...”

 

ผมไม่รู้จะตอบเธอว่าอย่างไรดี มันไม่ใช่ความกลัวแบบที่เธอพูดถึงสักนิด ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอย่างผมกับแบมๆนี่เรียกว่าเป็นแฟนกันได้จริงๆหรือยัง บางทีเราเหมือนคนที่เพิ่งเริ่มคุยกันเพื่อศึกษามากกว่า ผมไม่ได้ทำอะไรก็คิดถึงจิตใจของน้องไปหมดทุกเรื่องขนาดนั้น เช่นกันน้องก็ไม่ได้ดูหวงหรือห่วงผมมากทุกเวลาขนาดนั้น เรามีช่องว่างให้กันในพื้นที่ที่คิดว่าอีกคนต้องการ นั่นอาจเป็นข้อดีของการคบคนเพศเดียวกัน แต่เมื่อเธอพูดออกมาผมก็รู้สึกตามที่เธอพูดมาอย่างเสียไม่ได้ มันคงไม่ดีถ้ามีใครไปพูดให้แบมแบมฟังว่าแฟนของเขาทำตัวลับๆล่อๆกับแฟนเก่า

 

“...จริงๆก็ไม่นะ แต่เรามีเรียนเช้าได้อีกแค่ยี่สิบนาทีก็ต้องขึ้นแล้ว พูดตรงนี้เลยดีกว่า”

 

“เรากับพี่จุนโฮ...”

 

คำพูดของเธอเหมือนสิ่งยึดตรึงเราไว้ด้วยกัน ทุกคำพูดทุกการกระทำของเธอยังสำคัญสำหรับผม และมันแย่มากจริงๆที่ผมรู้สึกร่วมไปกับความทุกข์ของเธออีกครั้ง ผมขอแยกตัวออกมาเมื่อเห็นว่าเธอเล่าจบและกำลังถึงเวลาเรียน ทิ้งตัวลงนั่งข้างอี้ชิงด้วยใจที่ยังวนเวียนคคิดถึงเรื่องของซอนมีอยู่ จนเพื่อนร่างบางต้องหันมามองด้วยความเป็นห่วง

 

“ไปไหนมามาร์ค ดูทำหน้าเข้า?”

 

“ซอนมีมาหาอีกแล้ว”

 

“เรื่องเดิมๆอีกสิท่า ได้ยินว่าคราวนี้ทะเลาะกันที่ลานจอดรถคณะพยาบาลเลย เธอคงอายมากเลยรีบมาหาพวกเลยสิท่า”

 

“ไม่รู้สิ ไม่ค่อยได้ฟังรายละเอียด”

 

“ดีแล้วที่ไม่ใส่ใจ ยิ่งมาร์คใส่ใจจะยิ่งเป็นปัญหา ตอนนี้นายก็ไม่ได้ตัวคนเดียวด้วย”

 

“ฉันก็ยังตัวคนเดียว ไม่ได้มีลูกมีมีเมียสักหน่อย”

 

“แต่มีแฟนแล้วนะ ถึงความรู้สึกรักกันมันจะยังไม่มา แต่เราเชื่อว่าน้องแบมแบมจะต้องรักมาร์คได้มากกว่าซอนมีแน่ๆ เชื่อเราสิ”

 

อี้ชิงพูดจบก็หันมามองหน้าผมนิ่ง เหมือนอยากจะบอกว่าให้ผมคิดถึงแบมแบมให้มากกว่านี้ พอพูดถึงน้องขึ้นมาผมก็อยากแวะไปกินขนมถ้วยที่ร้านน้องเสียเลย ผมรู้สึกว่าขนมไทยชนิดนี้มันทำให้ผมยิ้มได้มากกว่านี้

 

...หรือความทรงจำเกี่ยวกับขนมถ้วยก็ไม่อาจบอกได้...

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Kris’s side : ลานจอดรถคณะเภสัชศาสตร์

 

“วันนี้ชิงอยากกินอะไรเป็น...”

 

ผมยิ้มทักร่างบางของคนรักอย่างมีความสุข ตลอดอาทิตย์วันนี้คือวันเดียวที่เราสามารถมาเรียนและกลับพร้อมกันไดด้ ระหว่างที่นั่งรถมาเมื่อเช้าเราตกลงว่าจะเดินเลือกของในห้างสรรพสินค้าปลีกใกล้คอนโด พอเลิกเรียนผมเลยบึ่งรถมารอที่ลานจอดหน้าคณะเภสัชศาสตร์ได้อย่างไม่ต้องแย่งชิงจากใคร กดส่งไลน์ไปหาอี้ชิงเมื่อยี่สิบนาทีก่อนแต่ก็ไม่ได้รับข้อความตอบกลับอะไร นอกจากตัวหนังสือที่โชว์ว่าคนรักได้อ่านแล้ว วันนี้อากาศดีพอๆกับอารมณ์ของผมจนต้องออกมายืนรอที่นอกรถ แม้จะรู้ว่าอี้ชิงคงไม่ชอบใจแน่ที่เห็นผมมายืนแบบนี้ก็ตาม

 

...มีแฟนสวยก็ต้องออกตัวแรง ไม่ธรรมดาเหรอครับ?!...

 

หลังจากเห็นเขาเดินมาอยู่ไม่ไกล พอร่างบางเข้ามาใกล้ผมก็ทักขึ้นด้วยความดีใจ ตั้งใจว่าวันนี้จะพาไปกินอะรอร่อยๆแค่สองคนแบบไม่มีก้างขวางคอแท้ๆ แต่อยู่ๆเขากกลับเดินผ่านผมไปพร้อมเพื่อนโดยไม่หันมามองผมสักนิด กลายเป็นว่าผมยิ้มให้อากาศและเพื่อนสาวของเขาที่เหลือบมองผมมาแต่ไกล แล้วพวกเขาก็เดินผ่านผมไปเหมือนคนไม่รู้จักกันมาก่อน

 

“...เฮ้อ~”

 

ถอนหายใจออกมาอย่างรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่ก็คงเป็นหนึ่งในเพื่อนของอี้ชิงที่ไม่ได้รู้เรื่องของผมกัเขาอีกตามเคย ร่างบางไม่เคยพูดว่าเราเป็นอะไรกันต่อหน้าเพื่อนของเขา มันเลยไม่แปลกที่คนรอบข้างเขาหลายคนจะมองผมด้วยความสนใจเกินเหตุในฐานะเดือนมหาวิทาลัย และ ตัวก่อกวนที่ชอบมามีเรื่องชกต่อยที่หน้าคณะเท่านั้น

 

...สภาพผมนี่มันอนาถจริงเลยสิให้ตาย!!!...

 

สุดท้ายก็ทำได้แค่มานั่งเซ็งในรถรอข้อความนัดสถานที่รับอย่างเคย ผมถอยรถออกมาจากซองจอดช้าๆ ไปตามเส้นทางที่เห็นเขาเดินไปก่อนหน้า ไม่นานก็เห็นเขายืนโบกมือลาเพื่อนอยู่ที่จุดจอดรถรางของมหาวิทยาลัย รอจนเพื่อนเขาเดินขึ้นรถรางไปที่ไหนสักแห่ง ก่อนจะเข้าไปจอดเทีบฟุตบาทรับเหมือนทุกครั้ง ทันทีที่เขานั่งลงผมก็อดไม่ได้ที่จะหันไปค้อนใส่

 

“มองชิงทำไมอ่ะ?”

 

“เดินหนี เรียกก็ไม่มองหน้าเลยนิ จะมาสนใจคนอย่างพี่ทำไม คีพลุคมากเลยสินะไม่สนใจคนหล่อขนาดพี่ได้เนี่ย”

 

“งอนเรื่องนี้อีกแล้วน้า...า...า~...”

 

เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อนเหมือนอย่างเคย พอผมทำจแข็งจะโกรธอี้ชิงก็ใช้ไม้นี้จนผมต้องยอมใจอ่อนทุกที ศีรษะทุยซบลงมาที่แขนของผมอย่างออดอ้อนจนผมใจเย็นลง เหลือบตาไปมองกลุ่มผมดำที่อยู่ห่างแค่นิ้วเดียวเท่านั้น ข่มใจให้นิ่งอีกนิดไม่อยู่จนต้องก้มลงสูดดมกลิ่นผมหอม

 

“มุขนี้มันเก่าแล้วนะชิง เลิกใช้ได้แล้ว~”

 

“หายโกรธชิงยังอ่า ชิงขอโทษจริงๆนะ ขอเวลาชิงหน่อยนะครับ”

 

“ถ้าพี่บอกพี่ไม่ให้เวลาชิงแล้ว พี่เบื่อที่เราจะต้องทำเหมือนไม่รู้จักกันแบบนี้ได้มั้ยละ?”

 

“พี่คริสอ่า~”

 

“เฮ้อ~ ครับๆ ไม่โกรธแล้วไปหาไรทานกัน อย่าทำเหมือนจะร้องไห้ดิ ใจเค้าอ่อนแรงนะ”

 

“ขอบคุณนะรับที่เข้าใจชิง”

 

ร่างบางพูดจบก็หอมแก้มผมเหมือนให้รางวัล แล้วกลับไปนั่งที่ตัวเองส่งยิ้มหวานมาให้ผม จนผมที่ตั้งใจจะตีหน้าเศร้าให้เขาเห็นใจต้องยิ้มตอบกลับไปอย่างเสียไม่ได้ เพราะเหตุผลที่ว่าเขาไม่อยากให้เรื่องความรักมีคนอื่นมาแทรกแซงมากมาย จึงเลือกเก็บไว้ให้มันเป็นเรื่องของสองคน ผมจึงต้องยอมอยู่ในสถานะแฟนแบบโคตรลับต่อไป แต่ไม่ว่าใครจะรู้หรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอกตราบเท่าที่เรายังมีกัน และไม่มีไอ้เสร่อที่ไหนมาจีบเขา...เฮ้อ~ ความหล่อแม่งไม่ช่วยอะไรเลย

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Mark’s side

 

“โถ่เว้ย!!!

 

ผมสบถออกมาอย่างเหลืออด เมื่อรถคู่ใจดันมาเสียระหว่างทางกลับคอนโด เพราะวันนี้ซอนมีมาหาแต่เช้าพร้อมนำความสับสนมาใส่ใจผม ทำให้วิชาเช้าผมเรียนมันไม่ค่อยรู้เรื่อง จนตัดสินใจไปอ่านสรุปต่อที่ห้องสมุด แต่พอไปถึงห้องสมุดก็ดันมีการต่อเติมชั้นหนังสือจนเสียงดังไปหมดไม่มีสมาธิอ่าน สพอตัดสินใจจะกลับไปอ่านที่คอนโด ก็มาเจอกับรถติดแล้วสุดท้ายก็คือรถดับกลางทางแบบนี้

 

...ชีวิตเหี้ยกว่านี้ไม่ได้แล้ว...

 

เตะไปที่ล้อรถอย่างเหลืออด ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงที่เบาะคนขับเพื่อเปิดไฟผ่าหมากไว้ หยิบโทรศัพท์มากดโทรหาพี่ชายอย่างที่ชอบทำ แต่นิสัยเสียอย่างหนึ่งของคริสคือชอบปิดเสียงเปิดสั่นทั้งที่ความรู้สึกช้า ไม่ต่างกันกับอี้ชิงที่มักจะปิดเสียงปิดสั่นตลอดเวลา จนเหมือนไม่มีโทรศัพท์ใช้เสียด้วยซ้ำ พอโทรหาใครก็ไม่มีคนรับผมเลยยิ่งหงุดหงิดหนัก ยิ่งวันนี้ผมเลือกมาทางเลี่ยงเพราะคิดว่าจะหนีรถติด เลยยิ่งเป็นปัญหาว่ามันไม่ค่อยมีรถผ่านมาเสียอีก

 

“ทำอะไรคนเดียวที่เปลี่ยวๆจ๊ะคนสวย~”

 

“สวยพ่อมะ...!

 

ผมกำลังจะหันไปด่าไอ้คนที่มากวนประสาทไม่รู้เวลา แต่เมื่อเห็นว่าเป็นร่างเล็กที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์คันเล็กสีฟ้าสว่างอยู่ ก็ถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แบมแบมยิ้มกลับมาให้ผมเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมได้เจอเขาที่นี่ จะว่าไปแล้วทางเลี่ยงนี้ก็ไปตัดผ่านแถวร้านของน้องพอดีด้วย มันก็ไม่ได้แปลกอะไรที่เขาจะเลี่ยงความวุ่นวายมาเหมือนกัน

 

“หึหึ ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น เจอคนน่ารักขนาดนี้ทำหน้าเหมือนเจอผีไปได้”

 

“เอ่อ...คือพี่”

 

“รถเสียหรอพี่มาร์ค เรียกช่างมายังอ่ะ”

 

น้องถามออกมาพร้อมเดินไปที่หน้ารถชะโงกหน้าดูเครื่องยนต์ของผมด้วยท่าทางสนใจ ผมเดินตามลงมาพร้อมทั้งส่ายหน้าปฏิเสธคำถาม รีบปิดฝากระโปรงรถเพราะกลัวน้องซนไปจับเครื่องยนต์แล้วมือจะพองเอา

 

“ยังอ่ะ กะเรียกพี่ชายมาดูก่อน แต่มันไม่รับสาย”

 

“งั้นให้แบมเรียกลูกน้องพ่อมาลากให้มั้ย”

 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวโทรไปเรื่อยๆก็ติด ฟานมันเป็คนรู้สึกช้าแบบนี้แหล่ะ”

 

“อ๋อ~ แล้วจะรออยู่ตรงนี้คนเดียวเลยเนี่ยนะ?”

 

“ก็..คงงั้นอ่ะ”

 

“อย่าเลยมันเย็นแล้ว แบมกลัวแฟนแบมโดนฉุดจัง”

 

แม้คำพูดจะทีเล่นทีจริง แต่ผมก็สัมผัสได้ว่ามันมีความห่วงใยอยู่ในคำพูดพวกนั้นจริงๆ จนผมต้องยิ้มกลับอย่างรู้สึกขอบคุณ การมีแบมแบมเข้ามามันช่วยทำให้ผมลืมความหงุดหงิดทั้งหมดในใจเมื่อครู่ไปได้เหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้น ยิ้มตอบกลับให้น้องอย่างรู้สึกดีจนพูดไม่ถูก

 

“ขอบคุณนะ แต่พี่โอเคไม่อยากทิ้งรถไว้”

 

“รถแพงขนาดนี้ล็อคไว้ไม่หายหรอก ระบบล็อคคงไม่ธรรมดาหรอกครับ เดี๋ยวโทรบอกลูกน้องพ่อให้เอาคนมายกไปให้ ส่วนพี่อ่ะเดี๋ยวแบมไปส่งเอง ป๊ะ!

 

“หือ? จะขี่ไอ้นี่ไปส่งพี่หรอ?”

 

“อือ ไปเร็ว”

 

“พี่ขี่ไม่เป็นนะ เราจะเอาพี่ซ้อนไหวหรอ ตัวแค่นี้เดี๋ยวล้มไปแล้วจะยุ่งนะ”

 

“ไม่ล้มหรอกมาเร็ว”

 

แบมแบมยืนยันด้วยท่าทางมั่นใจ จนผมต้องพยักหน้ารับให้กังความห่วงนี้เพราะมันเย็นมากแล้วจริงๆ ถ้าน้องไปแล้วไม่รู้จะมีใครผ่านมาอีกรึเปล่า ผมเดินกลับไปล็อครถหันมาเจอน้องที่คุยโทรศัพท์กับขนที่จะมาให้ยกรถเสร็จพอดี ก่อนน้องจะจูงมือผมไปซ้อนท้ายเขาด้วยท่าทางร่าเริงเกินไป ไม่ใช่ว่าไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์นะครับแต่ปกติคนขับจะเป็นเพื่อนผม หรือ ไม่ก็พี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ตัวใหญ่กว่านี้ ตาผมยังเลยกลุ่มผมสีน้ำตาลประกายทองของน้องอยู่เลย แบบนี้จะไม่ให้กลัวได้ยังไงไหว

 

“ไหวแน่นะ?”

 

“โห่! ระดับพี่แบมแล้วไม่มีล้ม ไม่มีหลง มีแต่ไปผิดทางครับผม~”

 

“จะไว้ใจได้จริงๆมั้ยเนี่ยเรา”

 

“หึหึ กอดเอวพี่ด้วยน้อง รถพี่ซิ่งมากขอบอก~”

 

“ครับพี่ครับ~”

 

เสียงหัวเราะของเราดังขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่ผมจะกอดเอวน้องไว้ตามที่เขาบอก แม้ท่าทางมันจะดูไม่ปลอดภัยนัก แต่ผมกลับอุ่นใจเพราะรู้สึกไว้ใจน้องมากอย่างบอกไม่ถูก แบมแบมขับไปด้วยระดับความเร็วที่ไม่เร็วไม่ช้า ไม่ยืดเวลาให้เราอยู่ด้วยกันมากจนเกินไป คงเพราะน้องต้องไปทำงานของน้องต่อด้วย ระหว่างทางน้องก็ฮัมเพลงไม่หยุด จนผมต้องอมยิ้มตามแล้วฮัมมันไปในใจเช่นกัน ใช้เวลาไม่นานนักรถมอเตอร์ไซค์สุดน่ารักของน้องก็มาจอดเทียบหน้าคอนโดของผม ร่างเล็กหันมายิ้มร่าให้กับผมเหมือนจะยืนยันว่าเขาเก่งจริงๆที่พาผมมาส่งได้ ผมเอื้อมมือไปปัดปอยผมหน้าม้ายาวที่หมิ่นอยู่ตรงตาจากการใส่หมวกกันน็อคใบสีฟ้าเข้ากันกับสีรถ

 

“แบม...”

 

“หือ?”

 

“...ขอบคุณมากๆนะ”

 

“แฟนกันก็ต้องช่วยกันสิ จะมาขอบคุณอะไรล่ะ~”

 

แม้ร่างเล็กจะไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่าขอบคุณของผม แต่ผมก็อยากบอกน้องออกไปให้เขารู้ว่าเขาสำคัญมากกว่าคนรู้จักของผมไปแล้ว มันไม่ใช่แค่ความชอบภายนอกที่ผมเห็นในตอนแรก แต่มันเป็นความรู้สึกที่ชอบในสิ่งที่แบมแบมเป็นไปแล้ว

 

...ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตพี่นะ เด็กต๊อง!...

 

“หึหึ ยังไงก็ต้องบอกอยู่ดี ไม่ได้แบมพี่ต้องแย่แน่”

 

“เว่อร์ ไม่มีแบมเดี๋ยวพี่คริสก็ต้องไปช่วยพี่มาร์คอยู่ดีนะ แบมก็แค่ไปก่อน”

 

“จ้าๆ เดินทางดีๆล่ะเรา”

 

“ครับ แบมไปก่อนนะ เดี๋ยวเลิกงานไลน์หานะ~”

 

ผมพยักหน้ารับคำน้อง ยืนมองจนรถมอเตอร์ไซค์สีฟ้าคันเล็กพาร่างของแบมแบมไปจนลับสายตา ถึงยอมเดินขึ้นคอนโดด้วยอารมณ์ที่ดีขั้นสุดจนต้องหันไปยิ้มให้กับยาม เพื่อบอกให้รู้ว่าผมโคตรมีความสุขจริงๆ

 

...สุขจนเหมือนไม่เคยมีความทุกข์อีกเลย...

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Kris’s side : คอนโด

 

“ถามคนที่เอินให้ไปยกรถด้วยว่าเขาเอารถไปซ่อมอู่ไหน เดี๋ยวพรุ่งนี้นี่จะได้ไปดูสภาพมันก่อนว่าจะเอาไปซ่อมอู่ไหน”

 

“อือ”

 

ผมพูดขึ้นหลังจากที่มาร์คเล่าเรื่องรถที่เสีย อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ไม่รับสายมันทั้งที่ก็ต้องผ่านไปทางนั้นพอดี ดูสภาพหัวตั้งตรงของมันตอนนี้แล้วดูไม่จืดสักนิด หากแต่ว่าใบหน้าของมันกลับยิ้มแย้มจนน่าขนลุก ปกติถ้ารถเสียแล้วผมไม่ยอมรับสายแบบนี้ มันน่าจะโกรธหัวฟัดหัวเหวี้ยงจนเข้าหน้าไม่ติดไปแล้วสิ โชคดีที่ลุงยามเล่าให้ฟังว่ามีเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งที่หน้าคอนโด ก่อนที่ผมจะหอบของใช้เข้ามาเห็นหน้าตาเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูของน้องชาย จึงไม่ค่อยสงสัยสักเท่าไรว่ามันเป็นเพราะอะไร

 

“แล้วก็เลิกทำหน้ามีความสุขทั้งที่พรุ่งนี้ยังไม่รู้จะไปเรียนยังไงได้แล้ว มันสยอง!!!

 

“เออว่ะ พรุ่งนี้ฟานมีเรียนเช้าอีกแล้วนิ!

 

ใบหน้าเคลิ้มของมันกลายเป็นใบหน้าตกใจทันทีที่ผมพูดจบ สงสัยเพิ่งคิดได้ว่าพรุ่งนี้ปกติเขาเรียนช้ากว่าผม ดังนั้นมาร์คและอี้ชิงก็ต้องไปเรียนกันเอง แต่รถเขาเสียแบบนี้ถ้าจะขึ้นรถเมล์ก็หลายต่อถึงคอนโดเราจะใกล้มหาวิทยาลัยแต่ก็ไม่มีรถเมล์ผ่านตรงๆสักสาย

 

“ไม่คิดให้ได้ซะพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ”

 

“ก็...”

 

“ก็มัวแต่คิดถึงแฟน ก็เลยไม่ทันคิด จะว่างี้ใช่ปะ”

 

ผมกลอกตาใส่อย่างรู้ทันมัน มาร์คหัวมาทำหน้าเหรอหราเหมือนผมเพิ่งจะรู้ทันมันครั้งแรก จนผมต้องส่งมือไปเรียกสติว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมรู้ทัน เพราะยี่สิบปีที่มันเกิดมาผมก็รู้ทันมันหมดทุกเรื่องนั่นแหล่ะ แต่ที่ผมสงสัยคือแล้วเรื่องยัยซอนมีที่อี้ชิงเล่าให้ฟังตอนเลือกของล่ะ ไหนว่าทำเอาเจ้ามาร์คเรียนไม่รู้เรื่องเลย ทำไมถึงกลับมายิ้มร่าได้ขนาดนี้

 

“แล้วได้ยินว่ายัยซอนมีมาหาเอินอีกแล้ว คราวนี้เธอว่าไงบ้าง”

 

“ก็...เหมือนเดิม แฟนไม่ค่อยตามใจเหมือนเดิม”

 

“ก็ดูจุณโฮมันตามใจแม่นี่จะตาย สงสัยความต้องเธอคงมากจนเกินที่จะหาได้บนโลก”

 

“ไม่รู้สิ”

 

“ไม่รู้หรือไม่อยากพูดกันแน่วะ นี่จะอกอะไรให้นะเอินคนเรามันรู้เท่าไม่ถึงการกันได้แค่ในครั้งแรกเท่านั้นแหล่ะ ถ้ามีครั้งที่สองเขาเรียกควาย...ย...ย~”

 

“ไม่ต้องกลัวมีน้องเป็นควาย...ย...ย~ หรอกน่ะ นี่ก็ไม่ได้ใส่ใจแล้ว”

 

“ใครมันจะไปรู้ล่ะ ก็แค่อยากบอกเอาไว้เท่านั้นแหล่ะ แต่นี่ดีใจนะที่เห็นเอินเป็นแบบนี้ มันดีกว่าที่จะมาเห็นทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์เวลาพูดถึงยัยซอนมีนิ ว่ามั้ย?”

 

มาร์คมองหน้าผมนิ่งปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับคำพูดของผม มือของผมวางลงบนกลุ่มผมสีออกน้ำตาลอ่อนของน้องชายด้วยความรู้สึกโล่งใจ ขยี้กลุ่มผมในมือจนยุ่งแล้วหัวเราะออกมาเบาๆจนคนโดนกระทำหน้ายู่

 

“เล่นอะไรวะ ผมยุ่งหมดเลยเนี่ย!

 

“ดึกแล้วจะหล่อไปทำไม ไม่มีใครเขาสนใจหรอก”

 

“ทำไมจะไม่มี!!!

 

“ใคร?”

 

ตาคมย่นมองอย่างจับผิด นอกจากวันนี้จะดูมีความสุขอย่างประหลาดแล้ว ผมว่าเจ้ามาร์คดูเหมือนจะมีความลับอะไรที่มากกว่านั้นซ่อนอยู่ แล้วต่อมเสือกผมก็บอกว่าปล่อยมันผ่านไปไม่ได้เสียด้วย

 

“เด็กผู้ชายที่มาส่งเมื่อเย็น?”

 

“อะ...อะไร วินปะเหอะเด็กผู้ชายที่ไหน ไม่มี!

 

“แบมแบมเหรอ?”

 

“เอ่อ...”

 

“อึกอักแบบนี้แสดงว่าใช่”

 

“เฮ้อ~”

 

ผมหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่ต้อนมันได้สำเร็จ ก่อนจะตบหัวมาร์คไปเบาๆอีกครั้งหนึ่งให้กับท่าทางโกหกโง่ๆของมัน แต่มันก็ทำให้ผมต้องยิ้มเอ็นดูในรักแรกแย้มนี้จนได้ นานแล้วที่ผมไม่ได้โทรคุยกับอี้ชิง เพราะเราเปลี่ยนมานอนกอดแล้วคุยต่อหน้ากันแทน...อุ้ย! ต้องเขินมั้ย?

 

“นี่ก็ไม่ได้จะว่าอะไร ทำไมต้องทำตัวเหมือนมันแปลกวะ แค่คุยกับแฟนก่อนนอนเนี่ย”

 

“ก็...ไม่รู้สิ คงเพราะนี่ยังแปลกใจเลยว่าทำไมถึงเอาแต่คิดถึงแบมแบม ทั้งที่เมื่อเช้าคิดว่าสุดท้ายตัวเองก็เหมือนเดิมอยู่ดีแท้ๆ แต่แค่แบมแบมเข้ามาเจอตอนรถเสีย ตอนนั้นไม่รู้ว่าเขาจะมาช่วยอะไรได้ด้วยซ้ำ รู้แค่สบายใจที่เจอแบมแบมอ่ะ”

 

“เริ่มรัก”

 

“อะ...อะไรอีกล่ะ?!

 

“สิ่งที่เอินกำลังรู้สึกเขาเรียกว่าเริ่มรัก รักในความมีตัวตนของเขา รักในการได้พบได้เจอ รักในการที่ชีวิตมีเขายังไงล่ะ เพราะว่ามีคนๆนี้อยู่ในชีวิตของเรา มันถึงไม่สำคัญเลยว่าใครจะนำเอาความทุกข์มากมายมาใส่ใจเรามากแค่ไหน เพราะเรารู้ว่าเราจะมีหนึ่งคนที่ตักเอาความทุกข์นั้นออกไปเสมอ คนสำคัญที่เรียกว่าคนรัก”

 

“มันไม่ไวไปเหรอที่จะเรียกว่ารัก คือ...”

 

“ฟังให้ดีอีกครั้งนะเอิน ความรักมันไม่ได้เกี่ยวกับเวลาอะไรหรอก ถ้าคิดว่าเรากำลังรักก็แค่ทำให้มันสมกับความรู้สึกที่มีให้เขาก็พอ ดูอย่างนี่เป็นตัวอย่างก็ได้นะ นี่เจอชิงแค่หนึ่งอาทิตย์ขอเป็นแฟนแล้วได้กันเลย ใครๆก็บอว่าคงไม่รอดเดือนแรก เข้าปีที่หกแล้วยังได้กันมาจนทุกวันนี้”

 

“ต้องภูมิใจ?”

 

“มากอ่ะ ฮะฮะฮ่า!!!

 

ผมทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนความอายแล้วเดินออกมาจากห้องของมาร์ค พอประตูปิดลงก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา อดกังวลไม่ได้ว่าเรื่องวันจะวนมาแบบเดิมๆอีกหรือเปล่า การที่น้องชายแท้ๆต้องมาเจอเรื่องความรักที่ไม่ค่อยจะสมหวัง มันทำให้ผมรู้สึกขอบคุณพระเจ้าเสมอที่ทำให้ผมเลือกคนไม่ผิด และ ทำให้ผมต้องภาวนาให้เขาเจอคนที่ถูกเช่นกัน ผมอยากให้มันลอง

 

...และหวังว่าแบมแบมจะเป็นคนนั้นของมาร์คเสียที...

 

“เฮ้อ~”

 

“ถึงกับเครียดออกมาเลยเหรอครับ?”

 

ใบหน้าของคนรักที่ส่งยิ้มที่แสดงถึงความเห็นใจมาให้ ทำให้ผมได้หัวเราะออกไปเบาๆ มันยากที่จะเข้มแข็งเพื่อที่จะให้คนอื่นมั่นใจได้ตลอดเวลา การได้อยู่กับอี้ชิงที่เข้าใจผมไปเสียหมดทำให้ผมเหมือนได้พักจากหน้าที่ของพี่ชายแสนดี หน้าที่ของลูกชายคนโต ได้ชั่วขณะหนึ่ง

 

“มาร์คเขาเชื่อพี่คริสอยู่แล้ว แฟนผมน่ะเก่งเรื่องกล่อมประสาทที่สู๊ด...ด...ด~”

 

“หึหึ ขอบคุณนะครับ~”

 

ผมหยิกแก้มเล็กๆของคนรักด้วยความหมั่นเขี้ยว ใครบอกว่าต้องมีแฟนแก้มอวบถึงจะน่าหยิกน่าหอม ถึงโครงหน้าของอี้ชิงจะเล็กและเข้ารูป ผมก็ยังชอบหยิกชอบฟัดแก้มของเขาอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่ทำเขาหลุดหัวเราะออกมาด้วยความจั๊กกะจี้ทุกครั้ง มันเป็นภาพที่น่ารักของผม

 

“แล้วนี่จะเอาผ้าไปตากเหรอครับ”

 

“ใช่แล้ว ชิงกะว่าจะเอาไปตากที่ระเบียงใหญ่น่ะ ระเบียงในห้องนอนมีชุดของวันก่อนเยอะแล้ว”

 

“ทำไมมาซักผ้านวมวันนี้ล่ะ”

 

“ก็เมื่อวานใครล่ะทำมันเลอะ”

 

“ก็ทำด้วยกันปะ อย่ามาโทษพี่คนเดียวสิ”

 

ใบหน้าหวานแยกเขี้ยวคาดโทษที่ผมพูดเรื่องที่ทำให้เขาอายออกมา จริงๆผมมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาของคนรักกันไม่ใช่เหรอครับ การมีอะไรกันมันก็ปกติสำหรับคู่รักที่คบกันมานานอย่างเรา ผมไม่ได้กะฟันเขาแล้วทิ้งแบบที่ชอบมีข่าวลือของผมออกไปสักหน่อย ไม่รู้พวกนักข่าวของมหาลัยเป็นอะไรกันนักถึงชอบเขียนข่าวมั่ว สุดท้ายคนซวยไม่เคยพ้นผมเลยสิให้ตาย

 

“ใครว่าทำด้วยกัน ชิงนอนเฉยๆเลย”

 

“อ๋อ~ ผู้ถูกกระทำ”

 

“พี่คริส!!!

 

“งั้นผู้ถูกกระทำไปนั่งนะครับ เดี๋ยวผู้กระทำจะไปตากให้เองครับ”

 

ผมพูดจบก็รีบแย่งตระกร้าผ้านวมในมือคนรักมาแล้ววิ่งหนีไปที่ระเบียงติดห้องนั่งเล่นทันที แต่ร่างบางก็ยังวิ่งตามมาจะตีผมเสียให้ได้ เสียงหัวเราะของเราคงดังไปถึงห้องข้างๆ แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอกครับ

 

...ก็คนมันมีความสุขอ่ะเนาะ...

 

เราใช้เวลาสักพักก่อนจะสงบศึกเรื่องผู้กระทำและผู้ถูกกระทำได้ แล้วหันมาช่วยกันตากผ้าเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆเสียที เราคลี่ผ้าออกเป็นผืนใหญ่จับคนละฝั่งของผ้า ก่อนจะพับมันเข้ามาประกบกันพร้อมกับริมฝีปากของเราที่ประกบกันไว้ด้วยเช่นกัน ผมกับอี้ชิงมักไม่ค่อยแสดงความรักออกมาอย่างหวือหวา เพราะเขาไม่ชอบให้ผมลงรูปคู่หรือป่าวประกาศเรื่องที่เราเป็นแฟนกัน แต่มันไม่เคยมีวันไหนเลยที่ผมจะรู้สึกว่าเรารักกันน้อยลงไปกว่าที่เป็นอยู่

 

“รักนะ”

 

“พูดอีกแล้ว เบื่อ...อ...อ~”

 

“ก็พูดทุกวันแหล่ะ เบื่อให้ตายใต้ร่างพี่ไปเลย”

 

“หยี! อีโรติกตลอด”

 

“ทำมาเป็นอาย นี่ผัวพูดนะครับไม่ใช่ใครที่ไหน”

 

ปึก!!!

 

ไม่ต้องสืบว่ามันคือเสียงอะไร ก็เสียงเค้าโดนทุบไงจะอะไรล่ะ ผมล่ะเบื่อความหน้าบางของแฟนผมเหลือเกิน ขนาดอยู่กับเจ้ามาร์คมาสองปีได้แล้วก็ยังไม่เลิกอายมันเสียที จะต้องให้ผมย้ำไปถึงไหนว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ใครๆเขาก็ทำกัน พอพูดทีไรผมโดนทุบจนหลังจะหักทุกที

 

“ทุบพี่อีกแล้วนะ”

 

“ก็พูดทำไมล่ะ”

 

“พูดแล้วมันแปลกตรงไหน ไอ้เอินมันรู้อยู่แล้วล่ะน่ะ ว่าเราไปถึงขั้นไหนกันแล้ว”

 

“พี่คริส!!!

 

“ก็พี่พูดความจริงนิ ถ้าชิงทุบอีกคืนนี้พี่ขอค่าทุบนะ”

 

“หึย!

 

เรายู่หน้าใส่กันเหมือนต่างฝ่ายต่างโกรธ ก่อนที่ใบหน้าของเราจะห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร เราต่างยิ้มกว้างออกมาให้กันแล้วประทับจูบเบาๆที่ริมฝีปากของกัน ร่างบางผละออกแล้วกระซิบแผ่วในประโยคที่ทำให้ผมหุบยิ้มไม่ลง

 

“เดี๋ยวค่อยพูดในห้องนะ รักพี่คริสครับ” 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

 

Love Is…Talk– Chapter 4

 

สวัสดีค่า (^(l)^)~

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ วันนี้มาลงฉลองสงกรานต์ค่า ตอนแรกจะลงเมื่อวานแล้วแต่เกิดอาการอินหนัก ดีเอ็มหาคนที่ก็อปฟิคคริสเลย์เรื่องโปรดเลยยาวเลย ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ และ ฝากติดตามด้วยนะคะ^^

 

 

ช่องทางในการติดต่อไรเตอร์แอมเน่อ J

fb :   Exo fiction by GoldMoon ,  Sommavan Wongkuan และ twitter :  @Aampae_Glodmoon

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

397 ความคิดเห็น

  1. #381 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 21:01
    พี่น้องบ้านนี้เค้าดูแลกันดีมากเลยอ่ะ
    #381
    0
  2. #360 ชิงมี๊มี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 23:56
    คริสชิงน่ารักมากกกกกก มากกก โอ้ยย เขินแรงงง>///<

    ปกติไม่ค่อยชอบอ่านแนวรักเท่าไหร่ถ้าแต่งไม่ดีมันดูยัดเยียดปะดักปะเดิดแปลกๆ แต่เรื่องนี้ยอมเลย น่ารักมากกกก

    คาร์แร็กเตอร์แต่ละคนเคมีเข้ากันมากกก ชอบพี่คริสสอนน้อง ให้มุมมองความรักดีๆกับเราด้วย

    ปอลอ*** รักกันเงียบๆก้อดี แต่หลายทีความรักก้อล่มเพราะเรื่องไม่เปิดตัวมาแล้ว อยากให้อี้ชิงรีบพาพี่คริสเปิดตัวไวๆเลย ฮึบๆๆ
    #360
    0
  3. #353 namhom-3449 (@namhom-3449) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 15:14
    น่ารักอ่ะ เปนฟิคที่สอนเรื่องความรักได้มากเลย
    #353
    0
  4. #247 ILovePCY (@yellowing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 02:25
    คริสชิงน่ารักกกกก >< อ่านแล้วเขินค่ะ 5555 คริสเป็นพี่ชายที่ดีมากอ่ะ ตอนแนะนำมาร์คนี่เอาใจเราไปเลยค่ะ
    เป็นเราเราก็ชอบแบมนะ นิสัยน่ารักมากอ่ะ
    ปล.รู้นะว่าอี้ไม่ชอบให้ประกาศตัว แต่เงียบอย่างนี้จะดีหรอ
    #247
    0
  5. #246 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 22:24
    น้องแบมน่ารักกกกกกกกกก
    #246
    0
  6. #245 yongza (@pungpig) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 10:19
    คริสเลย์น่ารักเมือไหร่ม๊าจะยอทเปิดตัวแฟน
    #245
    0
  7. #244 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 23:37
    มาร์คเวลามันไม่สำคัญหรอกถ้าเรารู้สึกไปแล้วน่ะถ้าคนมันจะใช่เวลาไหนๆมันก็ใช่เนอะ คู่ฟานกะชิงน่ารักกหวานกันจังเลยยย รอมาร์คแบมหวานบ้าง
    #244
    0
  8. #243 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 19:56
    มาร์คไม่รู้สึกอะไรกับซอนมีแล้ว แล้วก็เริ่มรักแบมแบบที่พี่ฟานบอกด้วย~ ฟานซิงนี้ก็น่ารักไปอี๊กกกก อพค.โครตจะขี้งอนและก็ง้อง่ายมากๆเลยเนอะ น่ารักน่าเอ็นดู~
    #243
    0
  9. #81 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 23:30
    พี่มาร์คน่ารักขึ้นนะคะ -/////-
    #81
    0
  10. #80 ktnz (@ktnz) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 10:12
    คุ้มค่าการรอคอยมาบอกเลยยยยยยย

    โคตรรักฟานกับชิงอ่ะจริงๆ สอนอะไรเราเยอะเลย

    น่ารักด้วย หวานเกือบใส เรื่องนี้ชิงไม่ใส่นะ XD

    ชอบเวลาสองคนนี้งุ้งงิ้งง้องเเง้งใส่กันมันน่ารักมากกกกก

    ชิงไม่ค่อยดราม่าด้วย มีแต่ฟานเนี่ยแหละดราม่าอยู่คนเดียว ฮ่า

    อยากให้รู้ว่าโลกที่ไม่มีชิงมันโหดร้าย... โอเค ชัดนะฟาน~

    มาร์คนี่ก็ดูพัฒนาไปเยอะนะ ต้องคอยปราบน้องด้วย

    love this story!
    #80
    0
  11. #79 |2@|_ (@real-st) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 20:02
    หมั่นไส้เฮียจูง~ อี้ชิงก็ร้ายอย่างที่เฮียว่าแหละ มีการมาอ่านหนังสือรแ เผื่อแฟนมาเรียก
    ส่วนมาร์คแบม นี่อิจฉาแบมๆ จูง แบบมาร์คนี่หาได้จากไหน
    #79
    0
  12. #78 ILovePCY (@yellowing) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 19:01
    น่ารักอ่ะ นิยายเรื่องนี้ทำเราฟินตลอดเลย ><
    #78
    0
  13. #77 hi_bird (@pleng22) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 17:14
    คริสเลย์นี่คือรู้ทันกันทุกอย่าง รักกันมากสินะ><
    #77
    0
  14. #76 หมิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 17:03
    ง่าาาาาาา คิดถึงไรต์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    55+ คือกลับมาก็พาความฟินมาด้วยเลย รักคริสเลย์มากพูดเลย

    ชิงก็ร้ายแต่น่ารัก 5555+

    อัพเร็วๆนะค่ะ เดี๋ยวมาอ่านรอบ 2 แน่ๆ 555+
    #76
    0
  15. #75 Ladaarther Thonhongsa (@ladaarther) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 16:40
    น่ารักมากกกกกกตอนนี้คือไรต์แต่งได้ฟีลของคนอินเลิฟสุดๆอะยิ่งเรื่องนั่งดูบอลขางแฟนนี่เป็นอะไรที่เรียลมาก คือไม่ได้ชอบดูบอลแต่แค่อยากอยู่ใกล้ๆคนที่เรารักได้เห็นรอยยิ้มเค้าเวลาที่สนุกอยู่กับสิ่งๆนั้น แล้วพอต้องห่างกันไม่ได้ทำแบบเดิมมันจะเกิดการคิดถึงกันเกิดขึ้นจริงๆคนเราเวลาอยู่ด้วยกันมักจะคิดถึงกันน้อยลง ความห่างมันทำให้ความรู้สึกชัดเจนจริงๆ
    #75
    0
  16. #74 I' Saru,, (@sakura_sarujung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 16:29
    น่ารักอ่ะ อี้ชิงแผนสูงนะ 555
    เฮียคริสกะแบมคงได้ตีกันซักวัน 555555
    #74
    0