Love is..เพราะรักออกแบบไม่ได้ [ Krislay , Markbam :EXO,GOT7]

ตอนที่ 9 : แม้จะทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน เราก็อยากมีเขาในชีวิตเราอยู่ดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    15 พ.ค. 59

Title : Love is…เพราะรักออกแบบไม่ได้

Author : พระจันทร์สีทอง

Genre : Romantic Comedy

Warnings : Yaoi – PG 13

Pairing :  Kris x Lay l Mark x BamBam  

 

 

 

แม้จะทะเลาะกันบ่อยแค่ไหน

เราก็อยากมีเขาในชีวิตเราอยู่ดี

.

.

.

ทฤษฏีความรัก

บทที่ ๘

 

 

 

 

 

 

Kris’s side : ลานจอดรถคณะเภสัชศาสตร์

 

“มึงอีกแล้วนะ จะเอายังไงวะไอ้ฮยอนจุง!

 

ผมชี้หน้าคาดโทษศัตรูเบอร์หนึ่งที่ไม่มีทีท่าจะลามือจากแฟนผมง่ายๆ  นอกจากไม่ลามือล้วมันยังอัพเลเวลมาหาเรื่องผมเสียด้วย หลังจากที่เรื่องการคบกันจริงๆของผมกับอิ้งแพร่ออกสู่สังคม แรกๆก็เหมือนจะเป็นแค่ปัญหาของน้อง จนวันที่ผมเริ่มสนใจสายตาคนรอบข้างมากขึ้น ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าผมเองก็กำลังโดนมองด้วยสายตาแปลกๆ ผมคงไม่เข้าใจสายตาของพวกผู้ชายพวกนั้นที่มองมา ถ้าไม่มีไอ้ฮยอนจุงที่ลงทุนมาเคาะกระจกหาเรื่องผมวันนี้

 

...ไอ้เหี้ย คนรอแดกเมียกูเยอะมากกว่าที่คิด...

 

“ก็ไม่ยังไงดิ”

 

“อย่ามากวนตีน ก็มึงบอกอยู่ว่ามึงทำได้ ทำอะไรได้อย่างมึงอ่ะ!

 

อารมณ์ของผมเริ่มสูงแบบแตะเพดาน หลังจากที่ฮยอนจุงประกาศตัวว่าให้ผมระวังอี้ชิงไว้ให้ดีๆเพราะมันทำได้ เรื่องที่จะมากลัวว่าร่างบางจะเปลี่ยนใจไปหาคนอื่นผมไม่กลัวหรอกครับเพราะเรื่องนี้มันทำไม่ได้แน่ ที่กลัวคืออันตรายที่เขาอาจจะต้องเจอมากกว่าเพราะอันนี้ผมว่ามันทำได้ ถ้าอี้ชิงเป็นอะไรไปนั่นคงเจ็บกว่าเยอะสำหรับผม

 

“มึงจะบอกไม่ไบอก!

 

“ก็กูไม่ได้พูดอะไรจะให้บอกอะไร?”

 

“กวนตีน!

 

มือที่กำแน่นยกสูงเตรียมปล่อยหมัดสั่งสอนพวกปากพล่อยทันทีที่ฟางเส้นสุดท้ายของอารมณ์ขาดลง แต่สุดท้ายผมก็ไม่ได้ทำอย่างใจหวัง เมื่อมือหยาบของน้องชายเข้ามารั้งแขนที่ยกสูง ส่วนมือเรียวของแฟนที่รักก็มารั้งแขนอีกข้างที่คว้าคอของไอ้ฮยอนจุงไว้ เวลาภาพลักษณ์ไม่ดีนี่ขยันมาเห็นกันจังเลยครับ

 

“ใจเย็นดิวะฟาน”

 

“ไม่รู้ว่ามันพูดอะไรก็เงียบกันไปได้มั้ยวะ!

 

“พี่คริสครับพอเถอะ กลับกันเถอะครับ”

 

เสียงหวานยังคงพูดออกมาอย่างใจเย็นเช่นเคย ก่อนจะออกแรงดึงผมให้เดินตามตัวเองออกมา ทั้งที่ผมยังเดือดจนต้องตะโกนท้าทายใส่มันไม่หยุด พอมาถึงรถร่างบางก็จัดการยัดผมใส่รถแล้วรีบอ้อมไปนั่งฝั่งข้างคนขับ ผมจำใจถอนหายใจออกมาแรงๆเพื่อไล่อารมณ์ร้อนๆของตัวเอง แต่มันก็ยังคงไม่ดีขึ้นจนผมต้องระบายด้วยการเหยียบคันเร่งแรงๆระบายแทน อี้ชิงเกาะเบาะแน่นมากจนผมต้องเหลือบตาไปมอง แต่ก็ห้ามอารมณ์ตัวเองไม่ได้

 

“พี่คริสครับ อย่าปาดคนอื่นสิครับ”

 

“ชิง พี่ขอล่ะอย่ามาพูดอะไรตอนนี้”

 

“ชิงกลัวนะ ถ้าเป็นแบบนี้ก็จอดให้ชิงเลยก็ได้นะครับ ชิงอยากกลับเอง”

 

กึก!

 

ตาดุเหลือบไปมองใบหน้าสวยด้วยความไม่สบอารมณ์ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมความห่วงของผมแม่งไม่มีใครเห็น มีแต่คนเห็นตอนผมเป็นแค่ไอ้นักเลงที่ชอบหาเรื่องคนอื่น พอเห็นว่าร่างบางประชดมาอย่างนั้น ความอยากจะประชดกลับก็ทำให้ผมตบไฟเทียบรถเข้าข้างทางทันที ตอนนี้เป็นช่วงหัวค่ำแล้ว ควมคิดโง่ๆว่าเขาไม่มีทางกล้าลง ทำให้ผมหันไปทำหน้าจองหองใส่อีกที

 

“เอาดิ”

 

“ครับ”

 

อี้ชิงรับคำเท่านั้น ก่อนจะเปิดประตูรถลงไปไม่สนใจผมที่ตอนนี้หน้าหดเหลือครึ่งเซนเท่านั้น เสียงปิดประตูเหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าหน้าผมอย่างจัง ไม่ใช่แค่ลืมความโกรธเท่นั้นแต่ตอนี้ในใจมันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดเต็มไปหมด ผมค่อยๆขับรถเทียบร่างบางที่เดินไปข้างหน้าไม่หยุด ลดกระจกลงเพื่อจะได้กล่าวขอโทษได้ง่าย

 

“ชิงครับ ขึ้นมาเถอะนะ พี่ขอโทษ”

 

“ไม่เป็นไรครับ ชิงกลับเองได้แค่นี้เอง อีกสองซอยก็ถึงทางเข้าคอนโดแล้ว ไปเถอะครับ”

 

“ชิงพี่ไม่ได้ตั้งใจ ขอโทษนะขึ้นมาเถอะ”

 

“ชิงอยากเดิน เดี๋ยวเราไปเจอกันที่คอนโดเถอะนะครับ”

 

“แต่...”

 

“ไปเถอะครับ เราคงต้องการเวลาที่เป็นของเราสักพัก”

 

ตาเรียวสวยที่มักมองผมด้วยความรักนั้นยังเต็มไปด้วยความรัก แต่มันแฝงไปด้วยความจริงจังปนเศร้าจนผมหดหู่ ยอมพยักหน้ารับเพราะรู้จักเขาดีว่าถ้ายังเซ้าซี้คงกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าเดิม เลยขับออกมาแล้วตรงดิ่งไปจอดรถเพื่อเดินกลับไปรับเขาระหว่างทาง พอดีกับที่อี้ชิงกำลังเดินเลี้ยวเข้าปากซอยคอนโดพอดี ผมวิ่งไปดักหน้าน้องแล้วจับมือน้องไว้ไม่กล้าพูดอะไร

 

“พี่คริสอยากกินอะไรครับ”

 

“เอาผัดง่ายๆก็พอนะ แต่ชิงคุยันก่อนดิ...พี่ขอโทษนะครับ”

 

ผมประสานมือไปที่แก้มเนียนทั้งสองข้างของน้อง ก่อนจะพูดออกไปด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ น้องยิ้มให้ผมอย่างละไมก่อนจะพยักหน้ารับเล็กน้อย และเราคงมีโมเม้นต์ดีถ้าไอ้น้องเวรไม่ดันบีบแตรใส่เราพร้อมสาดไฟอย่างจ้ามาเสียก่อน

 

...เอินจะมาเวลาไหนก็ได้ แต่มาตอนฟานหวีทกับแฟนไม่ได้!...

 

“ทำไรกันอ่ะ ไม่เข้าห้องไปก่อนนี่หิวมากเลยนะ”

 

“เออ~”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Mark’s side

 

ผมเดินเช็ดผมออกมาจากห้องนอนหลังอาบน้ำเสร็จ ในมือก็กดมือถือที่กำลังคุยกับแบมแบมอยู่ไปด้วย ทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นหน้าโซฟาที่พี่ชายนั่งกดมือถืออยู่เช่นกัน ผ้าที่เช็ดผมมาก็ส่งไปให้ร่างสง่าด้วย พี่ชายผมเหมือนจะรู้หน้าที่หยิบผ้าไปแล้วก็เช็ดให้ตามหน้าที่พี่ชายที่ดี

 

“วันนี้ทะเลาะกันหรอ ทำไมไปยืนกันตรงนั้นอ่ะ”

 

“ชิงประชดนี่เลยจอดรถให้ลงไป”

 

“แล้ว?”

 

“แล้วชิงดันลงจริง นี่เลยตามไปง้อแทบไม่ทันไงถามได้”

 

“กลัวเมียนี่ฟาน ฮะฮะฮ่า...คนจริงเขาไม่ง้อหรอก โถ่!

 

“จะรอดูตอนไปง้อเมียเด็กนะเอินนะ”

 

“แช่งว่ะ แค่พูดเล่นมั้ยละ ถ้ารู้ว่าต้องไปง้อเขาแล้วจอดให้ลงทำไมตั้งแต่แรกวะ อี้ชิงก็อีกคนทำไมหายงอนง่ายเหลือเกิน...น...น~”

 

“ไม่รัก ไม่เข้าใจ เคยได้ยินมั้ย”

 

“รักแล้ว เดี๋ยวก็เข้าใจล่ะมั้ง”

 

“อือ ถ้ารักแล้วเดี๋ยวก็เข้าใจ ความรู้สึกที่ว่าอยากจะอยู่ทะเลาะกับใครสักคนไปตลอดชีวิตมันเป็นยังไง มันจะทำให้เราทนคนๆหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ”

 

“ตลกดีเนาะ

 

ผมพูดออกไปทั้งที่ไม่ได้คิดว่ามันตลกอย่างที่พูดออกมาสักนิด ผมยังคงเป็นมาร์คคนเดิมที่กลัวความรัก เพราะความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว แต่ผมก็ยังมีความเชื่อว่าอยากจะให้เป็นร่างเล็กที่มีแรงพอจะพาผมขึ้นมาจากความลัวนั้น

 

“พรุ่งนี้ป๊าจะกลับแล้วนะ ฟานจะไปส่งป๊ามั้ย”

 

“เชิญเลย ไม่อยากแย่งตำแหน่งลูกรัก”

 

“ขี้เกียจก็บอก บอกให้อี้ชิงจดเลคเชอร์ให้ด้วยนะ”

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

“เดินทางดีๆนะครับป๊า”

 

“ดูแลตัวเองด้วยนะอี้เอิน แล้วป๊าจะหาเวลามาหาอีก”

 

“ไม่ต้องห่วงครับ แบมจะช่วยดูพี่มาร์คอย่างดีเลยครับ”

 

“ฉันฝากความหวังกับคนแบบเธอได้รึไง เฮ้อ~ ป๊าไปแล้วนะ”

 

“ครับ”

 

ผมรับคำแล้วรีบจูงมือแบมแบมที่นั่งรถมาส่งผู้เป็นพ่อที่สนามบินเป็นเพื่อนออกมาทันที เช่นเดียวกับบิดาที่หมุนตัวเข้าเกทตามแฟนสาวต่างวัยคนใหม่ไป เราสลับที่นั่งกันเพราะน้องบอกว่าอยากจะลองขับให้ผมนั่งบ้าง ด้วยความเชื่อใจหลังจากการซ้อนท้ายน้องมาก่อน ทำให้ผมพยักหน้ารับคำขอโดยง่าย ตั้งใจจะนอนยาวๆจนถึงที่สอนพิเศษของเขาแท้ๆ แต่เพียงแค่แบมแบมแตะคันเร่ง ผมก็แทบเกาะราวข้างประตูไม่ทัน

 

...รีบไปไหน บ้านพี่อยู่แค่โซล!!!...

 

“แบมเบาหน่อยดิ!

 

“ร้อยห้าสิบเองนะพี่มาร์ค ยังไม่ร้อยแปดเลย”

 

“นั่นแหล่ะ เอาแค่ร้อยเดียวพอแล้ว เหยียบขนาดนี้เดี๋ยวก็ไปชนคนอื่น”

 

“เว่อร์~”

 

“เว่อร์ไม่เว่อร์ก็เบาเถอะนะ ขอล่ะ”

 

“ฮะฮะฮ่า โอเค~”

 

เพราะกลัวว่าตีนผีแบมแบมจะเหยียบลืมว่าผมอยู่ตรงนี้ด้วย เลยต้องเอื้อมมือไปวางไว้ที่หน้าขาซ้ายน้อง ใบหน้าหวานหันมายิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ผมเคยเห็นมาก่อน ทำหน้าแบบนี้ทีไรเตรียมแซวผมอยู่แน่นอน

 

“แหม...ลวนลามตลอดอ่ะเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่บอกรักนี่ต่อมความกล้าพี่มันโตเหรอ~”

 

“แน่นอนอ่ะ แฟนคนนี้มันน่ารักน้อยที่ไหนอ่ะ”

 

“อยากได้เค้าก็บอก ถ้าแฟนพูดออกมาเค้ายอมจริงนะ”

 

“เพี้ยนเอ้ย!

 

มือที่วางอยู่บนหน้าขาเอื้อมขึ้นไปดีดข้างขมับมนเบาๆ หลังจากคบกันมาได้เดือนกว่าสิ่งที่ผมเรียนรู้ คือแบมแบมจะใช้คำว่าเค้ากับเรียกผมว่าแฟนเวลาพูดเล่น หรืออ้อนอยากได้นู่นนี่เท่านั้น ถึงผมจะมีความหวังอยู่ไม่น้อยกับสิ่งที่น้องพูด แต่เรื่องบบนี้คงต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง

 

“พี่มาร์คว่าป๊าพี่เขาเกลียดแบมปะ?”

 

“ถามทำไม?”

 

“ก็แบมว่าเขาเกลียดแบมอ่ะดิ”

 

“ไม่หรอกมั้ง ป๊าคงไม่ชินมากกว่า ปกติลูกป๊าไม่มีใครเป็นเหมือนแบมหรอก”

 

“แต่แบมว่าเขาต้องเกลียดแบม เพราะว่าแบมกวนตีนมากเลยอ่ะ หึหึ”

 

“รู้แล้วยังจะทำ เด็กเพี้ยน”

 

“ก็แบมไม่ชอบนิที่ป๊าเขาชอบมองหน้าแบมเหมือนแบมไม่ดีอ่ะ ป๊าพี่มาร์คอ่ะชอบจิกสายตาใส่พี่อี้ชิงด้วย”

 

“ป๊าเขาก็แค่ตาดุอ่ะ ไม่ได้ถึงขนาดนั้นหรอกแบม”

 

ผมพยายามบอกให้น้องคลายกังวล แต่มันกลับเป็นผมเองที่เอาแต่คิดมากจนแทบไม่ได้นอน ผมรู้ดีว่าคริสไม่จำเป็นต้องสนใจสิ่งที่ป๊าทำกับอี้ชิงได้ เพราะอย่างไรเมื่ออยู่กันไปป๊าก็ไปยุ่งกับชีวิตเขามากไม่ได้อยู่แล้ว แต่กับผมที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตยังต้องอยู่กับผู้เป็นพ่อไปอีกนานแค่ไหน คงไม่สามารถทนเห็นบิดามองคนรักด้วยความไม่ชอบใจตลอดเวลาได้

 

“แต่แบมทำได้พี่มาร์คว่ามั้ย แบมว่าเข้าหาแบบกวนตีนๆแบบนี้แหล่ะป๊าเขาจะได้งง”

 

“งงแล้วยังไง คิดว่าป๊าจะเบลอแล้วก็สับสนจนสุดท้ายจะชอบตัวเองรึไง”

 

“แน่นอนอ่ะ น่ารักขนาดนี้มีคนเดียว”

 

“เอาที่สบายใจเลย...ย...ย~”

 

หยิกแก้มยุ้ยด้วยความหมั่นไส้ไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะงีบหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า เมื่อเช้าผมตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าเพื่อมาแวะพาผู้เป็นพ่อไปหาซื้อของฝากญาติ ก่อนจะตีรถกลับไปรับแฟนใหม่ของผู้เป็นพ่อที่ผมจำชื่อไม่ได้ ยังดีที่แบมแบมเรียนเสร็จก็มารอที่โรงแรมแล้ว ผมเลยไม่ต้องตีรถกลับไปรับน้องอีกครั้งหนึ่ง ผมหลับยาวไปจนรถเทียบท่าจอดหน้าบ้านหลังขนาดกลางที่ผมคุ้นเคย มันตลกดีนะครับที่พอผมเหมือนจะหลุดพ้นจากแฟนเก่า ก็มาเจอไอ้เด็กเวรที่โตเป็นควายยังชอบแทนตัวว่าหนูเรียกร้องความสนใจจากแบมแบม

 

...ไอ้เด็กวี หนูผี!!!...

 

“พี่แบมแบม!!!

 

“น้องวี~”

 

...กอดกันเหมือนเป็นพี่น้องที่พลัดพรากตามเคย...

 

ผมได้แต่เบะปากมองบนด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ไม่อยากจะพูดอะไรออกไปเพราะเข้าใจว่าอย่างไรก็งานของร่างเล็ก ถึงอยากจะให้มันจบๆไปเสียทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เด็กวีนี่กำลังจะสอบเข้าคณะศิลปกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยผม ในสาขาเดียวกับแบมแบมเลยจ้างน้องมาเป็นติวเตอร์ แต่ดูจากท่าทางคนไม่ได้อยากได้แค่ติวเตอร์หรอก

 

“เป็นอะไรพี่มาร์ค ดูทำหน้าทำตาเข้า”

 

“เมื่อไรแบมจะเก็บเงินซื้อกีต้าร์ได้ครบ ขาดอีกเท่าไรเนี่ยถามจริง?”

 

“เรื่องนี้อีกละ เดี๋ยวมันก็ครบเองแหล่ะ พี่มาร์คอย่ากดดันแบมแบบนี้ดิ ตกลงกันแล้วไงว่าเรื่องกีต้าร์แบมจะจัดการของแบมเอง อย่ามาทำป๋าอะไรๆก็จะออกให้ได้ปะ มันเหมือนพี่กำลังดูถูกแบมนะเว่ย”

 

“โกรธเหรอ? ไม่ได้พูดสักคำว่าจะออกเงินให้นะ ถึงพ่อพี่รวยพี่ก็ไม่ได้รวยพอจะเอาเงินมาซื้อกีต้าร์ตัวละเป็นล้านวอนของแบมหรอก พี่ก็ต้องกินต้องใช้ต้องเติมน้ำมัน”

 

“พี่มาร์ค!

 

ร่างเล็กแหวเสียงขึ้นทันทีที่ผมปฏิเสธเรื่องที่จะออกเงินให้ สะบัดหน้าเดินงอนเข้าบ้านของเจ้าเด็กหนูผีไป โดยทิ้งกีต้าร์ให้ผมแบกเข้าไปให้เหมือนสองสามครั้งหลังที่ผมไปรอเขาสอน ผมนั่งรอแบมแบมสอนกีต้าร์ในโซฟาไม่ไกลนักด้วยความหมั่นไส้ ระหว่างเบรกของว่างหลังชั่วโมงแรกที่เรียน ผมก็ได้ยินบทสนทนาที่ทำให้ต้องมองบนอีกครั้ง

 

“วันนี้พี่แบมอยู่กินข้าวเย็นกับหนูนะ เนี่ยคุณแม่ลองทำอาหารไทยไว้ด้วย เพราะหนูเล่าให้ฟังว่าพี่แบมเป็นคนไทย แถมมีร้านอาหารไทยอร่อยมากด้วย”

 

“ขอบคุณนะช่วยโปรโมตร้านพี่ด้วยอ่ะ ฮะฮะฮ่า”

 

“ว่าแต่พี่แบมจะอยู่กินข้าวบ้านหนูมั้ย เผื่อหนูจะขอต่อชั่วโมงเพิ่มด้วยวันนี้ หนูซ้อมเพลงใหม่ที่คิดว่าจะเอาไปโชว์ตอนรอบสอบตรงความสามารถด้วย”

 

“แต่มันเหลืออีกตั้งชั่วโมง เดี๋ยวน้องวีโชว์ให้พี่ดูเลยก็ได้ จะได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มนะ”

 

“ไม่เป็นไร เวลาเรียนหนูอยากเรียนให้เต็มที่ เรื่องอื่นให้เป็นนอเวลาก็ได้ หนูขอแม่ไว้แล้วพี่แบมไม่ต้องเป็นห่วงนะ แม่เขาเห็นด้วยเหมือนกัน”

 

“เอ่อ...?”

 

“คงไม่ได้หรอกน้องวี วันนี้พี่แบมเขาต้องพาพี่มาร์คไปหาพ่อแม่พี่แบม ต้องไปทำความสนิทสนมกันไว้ ในอนาคตพี่มาร์คอาจจะย้ายเข้าบ้านพี่แบมแทนน่ะ”

 

...มั่นหน้ากว่าผมไม่มีอีกแล้ว...

 

ถึงไม่มีใครถามผมก็จะประกาศครับว่าผมจะแต่งเข้าบ้านแฟน เพราะผมมานั่งคิดๆดูแล้วว่าน้องคงไม่ย้ายประเทศไปกับผมแน่นอน บ้านของแบมแบมมีกิจการที่นี่ก็ต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดแน่ ดังนั้นมันง่ายกว่าที่ผมจะย้ายเข้ามาที่นี่แทน ลูกเขยเข้าใจอะไรง่ายๆแบบผมเป็นที่รักของพ่อตาแม่ยายแน่นอนครับ ทุกวันนี้ผมก็ทำคะแนนด้วยการไปช่วยแม่น้องเสริฟอาหารบ้าง

 

“พี่มาร์คก็ไปเองได้นิครับ หน้าบ้านนั่นก็รถพี่มาร์คไม่ใช่เหรอ?”

 

“ใช่ แต่พอดีที่จะไปหาน่ะพ่อแม่พี่แบมแบมไงครับ”

 

กัดฟันแน่นพูดตอบไอ้เด็กหน้าตายที่หันมามองผมเหมือนมันไม่ได้พูดอะไรผิด ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดจริงๆแหล่ะครับ แค่มันไม่ตรงใจผมที่เพิ่งจะโชว์เหนือไปเท่านั้น

 

“จริงๆไม่เห็นต้องรีบพาไปเลยครับ ไม่รู้ว่าพี่มาร์คกับพี่แบมจะคบกันไปได้นานเท่าไร จะถึงได้แต่งงานกันจริงๆรึเปล่าก็ไม่รู้ แม่บอกหนูว่าเด็กน่ะคบไว้เพื่อให้รู้จักความรักก็พอ เพราะโตไปเราจะได้เจอคนดีๆอีกเยอะ พี่แบมไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่ดีกว่าตามแฟนต้อยๆแล้วเหรอครับ?”

 

“อ้าวเห้ย!

 

ผมหันไปมองหน้าตาซื่อๆกวนประสาทของวีอย่างเอาเรื่อง คือมันด่าผมว่าวันๆเอาแต่ตามแฟนต้อยๆ แล้วยังมีหน้ามามองเหมือนมันทำอะไรผิด จะบอกให้ว่ามันผิดที่อายุปาเข้าไปเกือบยี่สิบแล้วเสือกทำแอ๊บแบ๊วไม่เข้าใจความรักราวกับเด็กสองขวบไง

 

...อยากแย่งแฟนนี่ก็บอก ไม่ต้องหลอกว่ารักเรียน เด็กเวร!...

 

“พี่มาร์คไม่เอาน่ะ น้องวีเขาพูดเล่น”

 

“เหอะ!

 

อยากจะถามกลับไปเหลือเกินว่าผมหน้าเหมือนเพื่อนมันมากหรอ ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือบ้านของเด็กนั่น และแบมแบมกำลังหัวเราะมีความสุขอยู่ ผมคงได้มีมวยคู่กับน้องวีคนซื่อของร่างเล็กแน่นอน แต่สุดท้ายเพราะผมทำหน้านิ่งไม่สบอารมณ์อยู่ดี แบมแบมเลยเลือกจะปฏิเสธทั้งข้าวเย็นและการเรียนต่อชั่วโมง ด้วยเหตุผลว่าต้องกลับไปช่วยงานพ่อที่ร้านต่อ หลังจบสองชั่วโมงผมรีบจัดแจงเก็บของแบมแบมแล้วตรงดิ่งมารอที่รถ แบมแบมตามขึ้นมานั่งข้างคนขับแล้วหันมามองผมด้วยท่าทางล้อเลียนติดตลก

 

“งอนเป็นตูด อย่าใส่ใจมากเลยน่ะพี่มาร์ค แค่คำพูดของเด็กเอง”

 

“เด็กมากแบม อายุสิบเก้าแล้วนะเว่ย!

 

ผั๊วะ!!!

 

“แล้วมาขึ้นเสียงใส่แบมทำไม!

 

“โอ้ย! ตีพี่ทำไมเนี่ยเจ็บนะแบม พี่แค่โมโหมันไม่ได้ขึ้นเสียงใส่แบมสักหน่อย”

 

“ยังๆจะเถียงอีก! แบมนี่นะ...”

 

หลังจากนั้นผมก็ทนฟังเสียงบ่นยาวไปจนถึงร้านอาหารของน้อง ด้วยความหวังว่าเดี๋ยวแบมแบมก็เลิกบ่นไปเอง เพราะถ้าต่างฝ่ายต่างเดือดใส่กัน สุดท้ายผมอาจจะต้องมานั่งเสียใจในการกระทำเหมือนพี่ชายแน่ ยิ่งน้องไม่ใช่คนใจเย็นแบบอี้ชิงด้วยแล้ว ผมยิ่งไม่ควรที่จะเสี่ยงเถียงให้เป็นเรื่องไปมากกว่านี้

 

...ถ้าการเถียงมีแค่ฝ่ายเดียว การทะเลาะจะไม่เกิดขึ้น...

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

Kris’s side

 

ชีวิตของผมกลับเข้าสู่โหมดแฟนไร้ตัวตนอีกครั้ง มีหน้าที่แค่รออยู่ในรถกับเดินด้วยกันในสถานที่ไกลๆมหาวิทยาลัยเหมือนเคย แล้วมันคงจะไม่มีเรื่องอะไรเลยหากไม่ติดที่ไอ้ตัวกวนเบี้ยงล่างไม่โผล่มาวันนี้อีกครั้ง

 

ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก

 

เสียงคนเคาะกระจกทำให้ผมต้องหันไปมองด้วยความสงสัย พอเห็นว่าเป็นฮยอนจุงคู่แค้นเก่าก็ถึงกับต้องแค่นหัวเราะ คราวนีมันดันมาหาเรื่องผมเอง อุตส่าห์ว่าจะไม่อะไรกับมันแล้วแท้ๆ ลดกระจกลงอย่างไม่รีบร้อนอะไรนัก มองหน้ามันนิ่งรอให้มันพูดก่อน

 

“มาเฝ้าเมียหรอมึง?”

 

“มารับ”

 

“แต่ได้ข่าวว่าคนนี้เป็นตัวหลอก ที่ทำเป็นโกรธกูครั้งที่แล้วมึงหลอกโคตรเนียน”

 

“จะหลอกไม่หลอก แล้วเกี่ยวเหี้ยอะไรกับมึงวะ?”

 

“กูก็แค่สงสัย ว่าที่มึงชอบมาหาเรื่องกูคือเพราะคนนี้จริงๆหรอวะ ก็แบบน้องเขาดูจืดๆไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจขนาดนั้น ขนาดูเองก็ยังแค่จีบเล่นๆเลย แต่มึงดันจริงจังจริงดิ?”

 

“มึงจะเอายังไง!

 

ผมเปิดประตูเตรียมลงไปเอาเรื่องมันอย่างที่มันต้องการ แต่พอลงไปยืนยังไม่ทันได้คว้าคอเสื้อมันเหมือนครั้งก่อนเลยด้วยซ้ำ อี้ชิงก็เดินเข้ามาจับไหล่ของผมไว้เสียก่อน ข้างหลังมีน้องมีมี่ที่ตั้งแต่รู้เรื่องก็เดินมาส่งร่างบางถึงรถตลอด ไม่มีการให้ผมต้องวนไปรับแบบเมื่อก่อนอีกแล้ว

 

“สวัสดีครับพี่ฮยอนจุง เราเจอพี่อยู่กับแฟนผมบ่อยนะครับ มีอะไรกับพี่คริสหรอครับ?”

 

“มะ...มาทักทายน่ะครับ แล้วนี่น้องอี้ชิงจะกลับแล้วเหรอ ถ้าอยู่กับไอ้คริสเป็นได้แค่ตัวหลอก ไปนั่งรถพี่ก็ได้นะครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งให้เองครับ”

 

ใบหน้าเย่อหยิ่งแบบที่มันใช้กับผม เปลี่ยนเป็นใบหน้าสุภาพแต่ติดจะอึดอัดนช่วงแรกที่มันเริ่มเปิดปากพูดกับน้อง แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่วายแสดงความชั่วออกมาอยู่ดี ไม่ใช่ที่มันด่าผมหรอกนะครับที่เลว คือมันยังคิดจะแย่งแฟนผมอีกนี่แหล่ะที่เลว

 

“ผมคงไม่บังอาจเอาหน้าตาจืดๆของผมไปนั่งรถพี่หรอกครับ”

 

“อูย...ย...ย~”

 

...สะใจในความตรงนี้ของแฟนมากครับ...

 

“พี่ไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนะครับ”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจดี”

 

ร่างบางพูดนิ่งๆแต่น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความโกรธอยู่ไม่น้อย ก่อนจะเดินอ้อมไปที่อีกฝั่งของรถโดยไม่ได้พูดอะไรอีก แค่นี้ผมว่าฮยอนจุงก็หน้าซีดมากพอแล้ว ผมรู้ว่ามันไม่ได้ตั้งใจจะเล่นๆกับอี้ชิงหรอกครับ ถึงแฟนของผมจะไม่ได้เด่นดังอะไรเท่าสาวๆคนอื่นในชีวิตผม แต่เขามีบางอย่างที่ทำใหคนที่อยู่รอบๆมีความสุข อิ่มเอมใจ และอยากอยู่กับเขาไปเรื่อยๆ ฮยอนจุงเองก็คงบังเอิญได้สัมผัสถึงด้านนั้นของเขาโดยบังเอิญ ถึงได้ไม่ยอมเลิกแย่งอี้ชิงไปจากผมเสีย

 

...แต่น่าเสียดายที่มาที่หลัง นี่กำลังสงสารมากเลยนะ...

 

“ไงล่ะมึง จืดสนิทพอรึยัง หึ!

 

“ไอ้!...”

 

“พี่คริสจะให้ผมนั่งรถพี่ได้มั้ยครับ หรือว่าผมจืดไป?”

 

“ใครจะไปคิดแบบนั้นได้ล่ะครับ”

 

“อี้ชิง คือพี่...”

 

“มึงไม่ต้องเสือกได้มั้ย นี่ผัวเมียเขากำลังพูดกันอยู่ ไม่เข้าใจ?”

 

ผมตวัดสายตาไปมองหน้าของไอ้ฮยอนจุงที่พยายามจะพูดแทรกตลอดเวลา แล้วหันมาปลดล็อครถให้อี้ชิงได้ขึ้นรถไปก่อน ซึ่งอี้ชิงเองก็คงขี้เกียจจะฟังจะพูดแวเหมือนกัน เลยรีบเปิดประตูขึ้นรถไปทันที ผมหันมากอดอกมองหน้าคู่อริที่ตอนนี้กำมือแน่น เหมือนว่าพร้อมจะต่อยหน้าผมทันที หากตรงนี้ไม่มีอี้ชิง

 

“ไงล่ะมึง แฟนกูจืดอย่างที่มึงพูดมั้ยล่ะ กูจะบอกอะไรมึงให้เอาบุญเลยแล้วกัน มึงไม่ต้องพยายามแก้ตัวในสิ่งที่มึงพูดหรอก ต่อให้ชิงเขาไม่โกรธสิ่งที่มึงพูดเขาก็ไม่เลือกมึงหรอก กูกับเขาไม่ได้เพิ่งคบกันตอนเขามาเรียนที่นี่แบบที่ข่าวโง่ๆของมึงบอกหรอก กูกับเขาคบกันมาตั้งแต่น้องยังไม่จบมัธยมต้นเลยด้วยซ้ำ ไม่มีใครแย่งเขาไปจากกูได้หรอก”

 

พลั๊วะ!!!

 

...ไอ้เหี้ย มือหนักมาก!...

 

หน้าของผมสะบัดไปจนร่างเซเข้ากับรถตามแรงของหมัดที่มันปล่อยใส่หน้า ทังที่จริงๆก็ตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้จะยอมเจ็บตัวให้เรื่องทุกอย่างมันจบๆเสียที แต่ก็ไม่คิดว่าต้องเจ็บมากขนาดนี้เสียหน่อย แต่แน่นอนว่าพอร่างของผมกระแทกกับรถ ร่างบางก็รีบลงมาจากรถทันที พร้อมทั้งน้องมีมี่ที่ตอนแรกอ้าปากค้างอยู่ ก็รีบเดินเข้ามาช่วยดูแผลตรงข้างโหนกแก้มของผม มีมี่รั้งผมเหมือนพวกน้องจะกลัวผมพุ่งไปต่อยมันคืน แต่ผมไม่ทำแบบนั้นแน่นอนครับ เพราะเท่าที่ได้มามันคุ้มแล้วสำหรับผม...การไม่มีใครมายุ่งกับแฟนผมือสิ่งที่ดีที่สุด

 

“พี่คริส! ทำไมต้องเป็นแบบนี้กันด้วยครับ”

 

“ก็มันกวนประสาทพี่ก่อน น้องอี้ชิงรู้มั้ยว่ามัน!...”

 

“พี่แค่ขอให้มันเลิกยุ่งกับชิง แต่สงสัยมันจะไม่อยากเลิกยุ่ง”

 

ฮยอนจุงมองหน้าผมเหมือยอยากจะเอาเรื่องทที่ผมโกหก พอๆกับมีมี่ที่ตอนนี้อ้าปากค้างในความหน้าของผม แต่ตอนนี้ผมไม่สนหรอกว่าใครจะอึ้งในความหน้าหนาขนดไหน เพราะหน้าอี้ชิงเชื่อผมไปแล้วมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน

 

“พี่คริสครับขึ้นรถไปก่อนได้มั้ย ชิงขอคุยกับพี่ฮยอนจุงก่อนได้มั้ยครับ”

 

“อย่านานนะ พี่รออยู่”

 

ร่างบางพยักหน้ารับผมถึงยอมหันหลังเดินขึ้นรถไป แต่ก็แอบหวั่นใจน้องมีมี่ที่ยังยืนอยู่ข้างอี้ชิงไม่ได้ เท่าที่ดูเธอก็ไม่ได้ขยับปากพูดอะไร แค่ยืนเกาะแขนอี้ชิงที่ยังคงคุยกับฮยอนจุงอยู่ ดูเหมือนทุกอย่างจะจบจริงๆ เมื่อศัตรูเบอร์หนึ่งของผมเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไป พร้อมกับเขาที่พาเพื่อนเดินกลับเข้ามาในรถ

 

“พี่คริสไปแวะส่งมีมี่ที่ป้ายรถเมล์หน่อยนะครับ”

 

“ได้ ว่าแต่ไอ้ฮยอนจุงว่ายังไงบ้าง?”

 

“ก็เข้าใจดีแล้วครับ”

 

เสียงหวานบอกออกมาอย่างเรียบเฉย ก่อนจะกอดหมอนที่เขาทิ้งไว้ที่รถผม แล้วเอียงข้างเอื้อมมือมาปัดผงบางอย่างออกจากข้างแก้มของผม เราทำเหมือนไม่มีเพื่อนสาวของเขาอยู่ไปชั่วขณะ ผมยิ้มกลับแทนคำขอบคุณแล้วปล่อยให้คำถามจมหายไป บรรยากาศเดิมๆระหว่างขับรถกลับมาอีกครั้ง

 

(=/////=”)?...Love Is เพราะรักออกแบบไม่ได้ …(=^w^=)

 

 

Love Is…Talk– Chapter 8

 

สวัสดีค่า (^(l)^)~

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ^^

 

ช่องทางในการติดต่อไรเตอร์แอมเน่อ J

fb :   Exo fiction by GoldMoon ,  Sommavan Wongkuan และ twitter :  @Aampae_Glodmoon

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

397 ความคิดเห็น

  1. #385 Nuthathai Por (@oengoeng15) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 13:27
    น้องแบมนี่แบบ.... แบบนี้เค้าเรียกกลัวว่าที่เมียรึป่าวเนี่ยมาร์ค
    #385
    0
  2. #272 krisging (@krisging) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 12:03
    หุ้ยยยฮยอนจุงตัวร้ายรึเนี้ยสามีคนแรกเรา
    #272
    0
  3. #271 ILovePCY (@yellowing) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 23:03
    ชอบชิงก็งานนี่แหละ นิ่งๆ แต่เจ็บถึงทรวง 555555
    อิวี อิเด็กเลว นั่นปากหรอน่ะ -0- แต่พี่มาร์คไม่สามารถว่าอะไรได้นะ แบมเหนือกว่า 55555
    #271
    0
  4. #270 vviez (@iamjaja) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 13:39
    นานๆทีจะเห็นมาร์คหึง 5555555
    #270
    0
  5. #269 Jung Tien-In (@tienin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 07:23
    แบมนี่น้า แต่ก็น่ารักดี ถ้าสงบเสงี่ยมแล้วพ่อก็ยังไม่ชอบ ทำไงพ่อก็ไม่ชอบก็กวนซะเลยเนอะ 5555 มาร์คหึงนะนั่น
    คริสยกนี้เจ็บตัวหน่อยแต่คุ้มล่ะเนอะ
    #269
    0
  6. #268 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 07:11
    เป็นไงล่ะคะพี่คริส นอกจากจะใจเย็นแล้วชิงยังใจเด็ดด้วยรู้ยัง...พี่มาร์คต้องเป็นฝ่ายเงียบสินะ วีนแบบพี่เขาไม่ได้สินะเดี๋ยวพัง55555555
    #268
    0
  7. #267 An_nGOT (@nansiraprapha56) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 01:18
    อ่าาาาาา แบมแบมนี้มันความแบมจริงๆ 555555 คนแบบนี้น่ารักอ่ะ สองคู่นี้มีความรักที่อย่างแตกต่าง 55555 แต่รู้้สึกถึงความอบอุ่นอ่ะ รอน้าาา สู้ๆค่ะ
    #267
    0
  8. #148 Menemologochicx2 (@bi-beam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 09:31
    สนุกอ่ะ ทุกตอนเลยยย ชอบบบบบบบบ >/////////////<
    น่าร้ากกกกกกกกก 
    #148
    0
  9. #147 เคแอล9091 (@polypakfoon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 00:10
    แบมตบพี่มาร์คหน้าชาเลยสมอะ5555
    คุณม๊านี่เจอแต่ฉากเด็ดๆนะคะ555
    #147
    0
  10. #144 ~ *FreSH MusHRoOm* ~ (@aiyagirl) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 11:26
    น้องแบมโหดอ่ะ ไม่ตื่น ตบ!!!! 555555555 พี่ฝานนี่ก็นะ (-..-)
    #144
    0
  11. #143 ByeomMy (@bambamchy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 15:41
    มนุษแฟนกับมนุษแม่นี่ร้ายกาจ
    #143
    0
  12. #138 I' Saru,, (@sakura_sarujung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2557 / 00:44
    บางทีความคิดแบมก็ซับซ้อนไปนะ 555555
    มาร์คตามไม่ทันแน่ๆ อ่ะ
    #138
    0
  13. #135 คลชป9091 (@bellstyle07) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 01:21
    งแต่พี่มาร์คน้องแบมสนิทกันมากขึ้นนับวันยิ่งฮาร์ดคอ เหมือนมาร์คโดนทำร้ายทั้งเรื่องทั้งพี่ทั้งแฟน5555555555555 ซึนจริงยังอ่อนหัด 

    ฮาตอนพนักงานเสนอโปรโมชั่น เท่านั้นพ่อมุงสิ55555555

    คู่พี่น่ารักตลอดชิงน่ารัก ><
    #135
    0
  14. #133 |2@|_ (@real-st) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 19:38
    การป่วยของมาร์คนี่ มันผิดกันทั้ง 3 คน ที่ไปด้วยกันชะ? น่าสงสารนางนะ แต่ก็แบบทำตัวเอง ไหนจะตอนโดนตบอีก
    เป็นคู่รักที่แลดูฮาร์ดคอร์ดี
    ส่วนคู่พี่ นี่ก็เหมือนจะรักน้อง จริงๆ นะพี่คริส ให้น้องเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเอง
    สู้ต่อไป ชายมาร์ค!
    #133
    0