公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 11 : ฉากที่ 9 คุณชายผู้ไม่ชอบอาบน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 ธ.ค. 60



ฉากที่ 9

คุณชายผู้ไม่ชอบอาบน้ำ

 

ผ่านมาสามวันแล้ว กงหยางซานยังคงเอาแต่นอนคิดใคร่ครวญเรื่องราวทั้งหมดอยู่ในหัวทั้งวัน ไม่ยอมก้าวเท้าออกไปจากห้องแม้เพียงก้าวเดียว

นับแต่ถูกยิงจนกระทั่งขับรถพุ่งลงแม่น้ำ เขาก็จำเรื่องราวหลังจากนั้นไม่ได้เลย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว พอมารู้ตัวอีกทีก็พบว่าไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ทั้งชีวิตของเขา บ้านของเขา ครอบครัวของเขา ไม่มีสิ่งใดหลงเหลืออีกแล้ว ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวของเขาในโลกนั้นตายไปแล้วหรือยัง ไม่รู้ว่าจะมีใครเสียใจกับการจากไปของเขาบ้างหรือไม่

เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ ยกยิ้มขมขื่น ก่อนดวงตาอันแสนดุร้ายจะเปิดขึ้นอีกครั้ง เพราะถูกความเปียกชื้นที่สัมผัสบนต้นคออย่างกะทันหันทำให้ตกใจ

“ทำบ้าอะไรของเจ้า”

หงเฟยอวี้ชะงักมือค้างไว้

“ข้ากลัวท่านรู้สึกไม่สบายตัว วันนี้เลยคิดว่าควรช่วยท่านทำความสะอาดร่างกาย” เขาอาจทนอยู่ในสภาพเน่าตายได้ แต่นางที่อยู่ใกล้ด้วยทุกวันไม่อาจปล่อยให้เขาทำลายความสุขสงบเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของนาง

“ใครสั่งให้เจ้าทำ” น้ำเสียงยามเอ่ยของเขาไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก ทว่าท่าทีที่แสดงออกไปกลับตรงกันข้าม ร่างกายที่เคยเครียดเกร็งผ่อนคลายมากขึ้น อุณหภูมิของน้ำที่กำลังพอดีทำให้รู้สึกสบายตัวจนแทบเคลิ้มหลับไป

หงเฟยอวี้กลั้นยิ้มไว้ พยายามไม่แสดงอาการตื่นเต้นยินดีจนออกนอกหน้า เพราะหากว่าทำเช่นนั้น สามีเจ้าอารมณ์ของนางคงได้หงุดหงิดใจ ซ้ำยังอาจทำเรื่องที่ควรง่ายให้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากในชั่วพริบตา

“แต่ท่านไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว”

เขาสบตานางอย่างไม่สะทกสะท้าน

“แล้วอย่างไร” ต่อให้ไม่อาบน้ำอีกครึ่งปี ก็ไม่ใช่เรื่องที่นางต้องสอดมือเข้ามายุ่ง

“ท่านพี่ชอบให้ร่างกายสกปรกหรือ” นางถามพลางจุ่มผ้าในอ่างน้ำเล็กที่ให้สาวใช้ยกเข้ามา บิดผ้าผืนนั้นจนหมาดแล้วเช็ดบนแขนผอมแห้งจนหนังแทบติดกระดูก แม้อาจไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ก็ยังพอมองออกว่าก่อนหน้าเขารูปงามมากเพียงใด

กงหยางซานจ้องนางอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสมองไปทางอื่น ไม่อาจพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไป หาไม่นางคงได้ใจ ถือตนว่าเป็นภรรยาแล้วเข้ามาควบคุมชีวิตของเขาทุกฝีก้าว

“ข้าชอบแล้วจะทำไม”

มือเล็กที่เคลื่อนไหวอยู่บนร่างกายผมแห้งหยุดลง หงเฟยอวี้รู้ว่าเขาค่อนข้างรักความสะอาด เพียงแต่ไม่พอใจที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น

“ท่านไม่อายหรือ”

เขาตอบกลับทันควัน

“มีเรื่องอะไรให้ต้องอาย”

นางหรี่ตามอง ยกยิ้มหวานส่งให้จนคนถูกมองรู้สึกใจหายใจคว่ำ

“ท่านไม่รู้สึกว่ามีกลิ่นประหลาดภายในห้องหรือ”

เขาก้มลงแทบจะในทันทีที่ได้ฟังคำพูดประโยคนั้นจากปากของนาง คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น เมื่อได้กลิ่นประหลาดจากร่างกายของตนเอง แม้ไม่อยากใกล้ชิดหรือเปิดเผยตัวตนต่อหน้าผู้อื่น แต่ดูเหมือนทุกอย่างกลับบีบบังคับให้ไม่อาจขัดขืน เจ็บใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือต้องพึ่งพาภรรยาน่าตายผู้นี้

“กลิ่นไม่ดีอะไร ข้าไม่ได้กลิ่นอะไรทั้งนั้น” เขายังคงไม่ยอมแพ้ ต่อให้ร่างกายเหม็นกว่านี้อีกสิบเท่าก็จะไม่ยอมรับเสียอย่าง ผู้ใดจะทำอะไรเขาได้

เห็นกงหยางซานยังคงปากแข็ง หงเฟยอวี้พลันรู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

“ท่านไม่สงสารข้าบ้างหรือ” ให้ดูแลคนอารมณ์ร้ายเช่นเขาพอทนได้ แต่ต้องถูกทำร้ายด้วยวิธีการเช่นนี้กลับทนไม่ได้จริงๆ

เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“สงสารเจ้าเรื่องอะไร”

นางค้อนตาคว่ำ เมื่อมองเห็นเจตนาไม่ดีของเขาอย่างชัดเจน

“สงสารที่ข้าต้องนอนร่วมเตียงกับท่านทุกวัน”

เขายกยิ้มร้ายกาจ ความจริงก็ไม่เคยคิดใช้วิธีนี้ไล่นางออกไป แต่เมื่อถูกเข้าใจเช่นนั้น เขาก็จะปิดปากเงียบ ไม่ให้นางได้อยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หวัง

“ข้าไม่ได้บังคับให้เจ้านอนกับข้าสักหน่อย”

หงเฟยอวี้เม้มปากแน่น ดึงมือกลับมาไว้ข้างตัว

“ได้ ในเมื่อท่านพี่ไม่ชอบ ข้าก็จะไม่ทำมันอีก” ว่าแล้วก็ทิ้งผ้าลงในอ่างเล็ก ลุกขึ้นเพื่อเก็บข้าวของที่เตรียมมาทั้งหมดออกไปนอกห้อง หากไม่ถูกมือใหญ่ฉุดรั้งเอาไว้เสียก่อน

“ในเมื่อเจ้าทำแล้ว ก็ทำต่อให้เรียบร้อยสิ” เพราะเขาก็ทนให้ตนเองตกอยู่ในสภาพนี้ไม่ไหวแล้วเช่นกัน เพียงแค่มีกลิ่นเล็กน้อย เขาก็รู้สึกคล้ายรังเกียจร่างกายของตนเองขึ้นมา

นางยังเก็บของโดยไม่เหลือบมองเขาแม้แต่หางตา

“ท่านบอกว่าไม่ชอบ”

กงหยางซานกำข้อมือเล็กแน่นขึ้นตามแรงอารมณ์ พ่นลมหายใจเสียงดังอย่างไม่พอใจ จะกลับคำก็กลัวจะเสียหน้า

“ข้ายังไม่ได้พูดว่าไม่ชอบสักคำ”

หงเฟยอวี้หันไปมองหน้าเขา ไม่มีสีหน้าเจ็บปวดที่ถูกอีกฝ่ายกระทำรุนแรงด้วยแม้แต่น้อย ใบหน้างดงามที่แสร้งทำเป็นไม่สนใจก่อนหน้ากลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มรู้ทัน

“แต่ท่านก็ไม่ได้พูดว่าชอบสักคำ”

ใบหน้าหล่อเหลาจากซีดขาวเปลี่ยนเป็นดำคล้ำ กงหยางซานแทบอยากเอามือบีบคออีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอด

“เจ้าจะทำต่อหรือไม่ทำ”

แม้จะเห็นสีหน้าเดือดดาลของเขาชัดเต็มสองตา นางกลับยังคงยิ้มให้อย่างอ่อนโยน นั่งลงข้างกายเขาอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะถูกเกรี้ยวกราดใส่

“นั่นมันก็ขึ้นอยู่กับคำตอบของท่านแล้ว”

กงหยางซานจ้องมองหงเฟยอวี้อย่างดุร้าย แค่นเสียงหึขึ้นจมูก ภายในอกของเขารู้สึกอึดอัดจนแทบจะระเบิดออกมา เพราะคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่แค่กวนประสาทธรรมดา แต่กลับยั่วโมโหเก่งจนแทบทำให้เส้นเลือดในสมองของเขาแตกตาย

 

สุดท้ายกงหยางซานต้องกัดฟันพูดว่าชอบจนหงเฟยอวี้พอใจ เรื่องราวทั้งหมดจึงจบลงด้วยดี แต่นางคงไม่มีทางรู้ว่าหนี้แค้นในครั้งนี้ จะถูกเอาคืนอย่างสาสมในภายหลัง

หลังจากแต่งตัวให้เขาเรียบร้อย นางก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ไม่คิดว่าการนำวิธีที่ใช้กำราบบรรดาน้องชายตัวน้อยจะได้ผลกับสามีของนางเช่นกัน

“ท่านพี่”

เขาปรายตามองนางแวบเดียว เอ่ยปากถามอย่างไม่พอใจ

“มีอะไรอีกล่ะ”

แม้จะถูกท่าทางไม่เป็นมิตรและเย็นชาของกงหยางซานจู่โจมเข้าใส่ แต่หงเฟยอวี้กลับไม่ได้น้อยใจหรืออารมณ์ไม่ดีเลยแม้แต่น้อย ซ้ำใบหน้างดงามกลับยังแตะแต้มด้วยรอยยิ้มเย็นตา

“วันนี้อากาศดี ท่านไม่อยากออกไปเดินเล่นข้างนอกสักหน่อยหรือ” เห็นสามีของนางอยู่แต่ในห้องก็เกรงว่าจะล้มป่วยลงอีกครั้ง

“ไม่” เขาตอบแล้วพลิกตัวหันหลังให้นาง รู้สึกโมโหจนแทบกระอักเลือดออกมา

นางแตะมือบนไหล่ของเขา ก่อนยื่นหน้าเข้าไปหา

“ท่านจะนอนอุดอู้อยู่ในห้องอีกปีอย่างนั้นรึ”

มือใหญ่ยกขึ้นผลักใบหน้าเล็กที่ก้มลงมาใกล้ เพราะถูกลมหายใจหอมหวานของนางทำให้รู้สึกรุ่มร้อน

“เรื่องของข้า” แต่ทางที่ดีนางควรจะไปให้พ้นหน้าของเขา ก่อนที่เขาจะรู้สึกหงุดหงิดใจไปมากกว่านี้ เพราะผลที่ตามมาคงไม่ได้ดีไปกว่าทุกครั้งที่เกิดขึ้นสักเท่าไหร่นัก

หงเฟยอวี้ที่แต่ไหนแต่ไรมาไม่ถือเรื่องชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน อีกทั้งเวลานี้นางกับเขาก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว ยิ่งรู้สึกไม่เสียหายเลยแม้แต่น้อยถ้าจะสัมผัสเนื้อตัวของเขา

“แต่ท่านควรจะออกไปสูดอาการบริสุทธิ์ข้างนอกบ้าง หาไม่แล้วท่านอาจจะล้มป่วยลงอีกได้”

“ถึงข้าจะตายก็ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเจ้า” เขาดันร่างบอบบางที่กระเถิบตัวตามมา “แล้วเจ้าจะเข้ามาใกล้ข้าหาสวรรค์วิมานอะไร”

นางใช้แขนทั้งสองข้างที่ค้ำอยู่บนเตียงพยุงร่างลุกขึ้นนั่ง

“ข้าก็แค่จะตรวจดูให้แน่ใจว่าท่านไม่ได้เจ็บป่วยจริงๆ อีกอย่างท่านเป็นสามีของข้า จะเรียกว่าไม่เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร”

ริมฝีปากหนาได้รูปเหยียดยิ้ม

“แม้ข้ากับเจ้าจะเป็นสามีภรรยากัน แต่ก็ไม่ได้ใช้จมูกหายใจร่วมกันเสียหน่อย”

หงเฟยอวี้ทำหน้าครุ่นคิดด้วยสีหน้าจริงจัง แต่แววตาที่มองแผ่นหลังกว้างกลับยังคงอ่อนโยน

“ท่านพี่กล่าวได้ถูกต้องแล้ว เช่นนั้นหากท่านต้องการอยู่ในห้องต่อไป ข้าก็ไม่รบกวนท่านแล้ว” เอ่ยจบก็ผละจากไปในทันที

กงหยางซานที่นอนหันหลังให้ในคราแรก เอี้ยวตัวหันกลับไปมองเมื่อได้ยินฝีเท้าเนิบช้าเริ่มห่างไกลออกไปทุกที เขาไม่ชอบความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งนัก

“นั่นเจ้าจะไปไหน”

สองเท้าของหงเฟยอวี้หยุดชะงัก นางหันกลับไปมองใบหน้าบูดบึ้งของคนบนเตียงสีหน้ายิ้มแย้ม ริมฝีปากที่ปิดสนิทก่อนหน้า ค่อยๆ ขยับขึ้นลงอย่างเชื่องช้า เปล่งเสียงดังฟังชัดให้เขาได้ยินอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ

“ข้าจะไปไหนมันก็เรื่องของข้า ข้ากับท่านไม่ได้ใช้จมูกหายใจร่วมกันเสียหน่อย ข้าจะไปไหนก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับท่าน”

กงหยางซานชี้มือไปที่ร่างตรงหน้าตัวสั่นเทิ้ม แววตาที่ดุดันอยู่แล้วยิ่งดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น ปากที่อ้าๆ หุบๆ คล้ายมีบางอย่างอยากจะพูดแต่กลับพูดไม่ออก สุดท้ายเลยได้แต่ทุบกำปั้นลงบนเตียงด้วยความโมโห

“เจ้า! น่าตายนัก!

หงเฟยอวี้ปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงหัวเราะดังเล็ดลอดออกมา ครั้นควบคุมสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ ก็เดินกลับไปหาคนเจ้าอารมณ์ที่นอนไม่พอใจอยู่บนเตียง ไม่ได้ออกไปด้านนอกอย่างที่บอกไว้ในคราแรก

“ท่านอย่าได้มีโทสะเลย ข้าเพียงแค่ล้อท่านเล่นเท่านั้น”

เขาหลับตา ระงับอารมณ์ร้อนระอุของตนเองให้เย็นลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ถลึงตามองนางอย่างไม่พอใจ กัดฟันพูดออกมาอย่างเดือดดาล

“ล้อเล่น?”

นางนั่งลงข้างกายเขาอีกครั้ง ส่งยิ้มให้อย่างไม่เกรงกลัว

“ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่คนใจแคบ ท่านคงไม่ถือสาเรื่องเล็กน้อยเพียงแค่นี้หรือไม่”

เขายังอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ไม่ได้รุนแรงเกรี้ยวกราดเหมือนก่อนหน้า ความใจเย็นของนางทำให้เขาทั้งโมโหทั้งสงบลงไปพร้อมกัน เพียงแต่การถูกจ้องมองราวกับล่วงรู้ทุกอย่างในใจของเขาอย่างทะลุปรุโปร่ง มันทำให้เขาไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงกล้าล้อข้าเล่น”

นางสบตาเขาโดยไม่หลบหลีก

“แน่นอนว่าท่านย่อมไม่ใช่เพื่อนเล่นของข้า แต่เป็นสามีของข้า”

กงหยางซานแค่นเสียงหึขึ้นจมูก เริ่มวางแผนร้ายในใจไว้มากมาย เพื่อเอามาใช้จัดการภรรยาของเขาในภายหลัง เมื่อร่างกายแข็งแรงมากกว่านี้ เขาสาบานว่าไม่มีทางปล่อยให้หญิงสาวลอยนวลไปได้

หงเฟยอวี้เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมถ้วยใบเล็กในมือ

“ข้าลงมือทำถั่วต้มน้ำตาลช่วยดับพิษร้อนในร่างกายของท่าน ท่านกินมันสักหน่อยเถิด” แม้ว่าอากาศจะเริ่มเย็นลงบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนสามีของนางจะเป็นคนขี้ร้อนมากเกินไป ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จิตใจของเขารุ่มร้อนและโมโหง่าย

 

 







Love you all 
Thank you for your support
Adalia Math / จันทร์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #40 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 14:30
    ว่าแล้ว อีพี่ซานอู้ อย่างนี้ต้องตัดค่าตัว
    #40
    1
    • #40-1 Adalahtsen (@adalahtsen) (จากตอนที่ 11)
      31 พฤษภาคม 2558 / 00:41
      ในบทนี้นักเขียนจะทำการแก้นิดหน่อยจ้า
      แต่ไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมาก
      แค่จะเปลียนแปลกช่วงเวลาเท่านั้น
      ไว้คอยดูพี่ซานจะอู้ในตอนต่อๆ ไปกัน
      แต่ไม่แน่ใจว่าตอนต่อไปจะลงวันที่ 31 หรือวันที่ 1
      เพราะนักเขียนมัวไปอู้เป็นเพื่อนคุณชาย แฮ่ๆ
      #40-1
  2. #38 reallove (@backandblack) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 07:07
    โอ้โฮะ ซานจอมซึน
    #38
    1
    • #38-1 Adalahtsen (@adalahtsen) (จากตอนที่ 11)
      28 พฤษภาคม 2558 / 18:31
      ฮ่าๆ ไม่รู้กลายเป็นพระเอกแบบนี้ไปได้ยังไง
      แต่เรื่องปากแข็งต้องยกให้คุณชายจริงๆ
      #38-1
  3. #37 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 21:26
    โอ้โหพี่ซานเคยเก่งขนาดนี้ ไหงตอนนี้เอาแต่กินแรงภรรยาล่ะเนี่ย อู้อ้อน ฮูหยินเหรอ
    #37
    1
    • #37-1 Adalahtsen (@adalahtsen) (จากตอนที่ 11)
      27 พฤษภาคม 2558 / 22:13
      ฮ่าๆ ตอนนี้พี่ซานเป็นศิลปิน
      วันๆ เอาแต่วาดรูปไม่สนโลก
      คิดไว้ว่าจะมีฉากตลกของการแสดงฝีมือของพี่ท่านด้วย
      ปรากฏว่านิยายเรื่องนี้กลายเป็นนิยายตลกไปเสียแล้ว
      #37-1