公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 13 : ฉากที่ 11 ความหวั่นไหวอันน่าตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ธ.ค. 60



ฉากที่ 11

ความหวั่นไหวอันน่าตาย

 

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ หัวใจที่เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงของกงหยางซานจึงค่อยสงบลง ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหันเหมือนยามนั้นไม่มีผิด

ยามที่เขาเข้าหอคืนแรกกับหงอวี้ เจ้าสาวที่บิดาเป็นคนเลือกให้

หลังจากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในคราวนั้นเพียงครั้งเดียว เขาเลือกที่จะอยู่ห่างจากภรรยาของเขาให้มากที่สุด และไม่คิดมีความสัมพันธ์ทางกายกับหญิงสาวอีก เพราะกลัวตนเองจะหวั่นไหว ไม่ต้องการให้ความรักเข้ามาครอบงำจนทำให้สองตามืดบอด อีกเหตุผลคือเขาไม่อยากคาดหวังอะไรกับเรื่องพวกนี้แล้ว

หากไม่คาดหวังก็ไม่เจ็บปวด เมื่อไม่เจ็บปวดก็สามารถที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

แม้เสียงหอบหายใจจะดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบสงบของสวนกว้าง ทว่าหงเฟยอวี้ที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน นางมองใบหน้าแดงก่ำของเขา คิดว่าเขาคงโมโหมากที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น

กงหยางซานระงับอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายใน พยายามเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ

ข้าจะกลับห้อง

หงเฟยอวี้ถอยห่างออกมาอีกก้าวหนึ่งอย่างครุ่นคิด กวาดตามองทั่วทั้งร่างของคนบนรถเข็นด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าอาการของเขาอาจกำเริบหรือได้รับบาดเจ็บเพิ่มจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ครั้นตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วเห็นว่าเขายังปกติ นางก็สามารถยิ้มอย่างโล่งใจได้อีกครั้ง

ได้ ข้าจะพาท่านกลับห้อง

สุดท้ายนางก็ไม่คิดถามหาเหตุผลใดอีก เพราะรู้ดีว่ามีแต่เพียงต้องตอบตกลง ท่าทางโมโหของเขาจึงจะคลี่คลายลง ไม่รอช้าก็รีบใช้สองแขนเข้าประคองผู้เป็นสามีทันที ผิดกันแต่ครั้งนี้เขากลับให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีจนน่าประหลาดใจ

ท่านสบายดีใช่หรือไม่

ไม่...อยู่ใกล้เจ้าทีไร ข้ารู้สึกไม่สบายขึ้นมาทุกทีเขาเอ่ยสีหน้าเย็นชา ดวงตาดำขลับที่เคยเจิดจ้ากลับหลุบลงต่ำ ปิดซ่อนคลื่นอารมณ์อันซับซ้อนไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนจะหวนคิดไปถึงอดีตในโลกเก่า

แกกำลังหวั่นไหวใช่ไหมซาน

กงหยางซีในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนกับกางเกงขายาวผ้าชิโน[1] สีเบจ ยืนกอดอกมองหน้าคนดื้อรั้นไม่ยอมรับความจริง ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าน้องชายตัวร้ายถึงได้ปากแข็งขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงก็ไม่ได้ไร้ความรู้สึกกับอีกฝ่ายเสียทีเดียว

กงหยางซานมองพี่ชายต่างมารดาตาขวาง เขารู้สึกไม่ชอบหน้าอีกฝ่ายนับตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก และถึงแม้อีกฝ่ายจะพยายามทำดีกับเขามากแค่ไหน ก็ไม่อาจทำให้ทิฐิในใจลดลงไปได้เลยสักนิด

อย่าทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย แกจะมาเข้าใจอะไรฉันหา

ฉันมีตาก็ต้องดูออกอยู่แล้ว แกกำลังตกหลุมรักภรรยาของตัวเองอยู่ใช่ไหม

คนพูดหัวเราะหึๆ อย่างพอใจ แค่มองตาเขาก็รู้แล้วว่าไอ้น้องชายเจ้าอารมณ์อยากจะกลืนกินน้องสะใภ้ลงท้องจนแทบอดใจไม่ไหว เพียงแต่ความอยากเอาชนะบิดากลับมีมากกว่า เลยได้แต่แสร้งทำเป็นไม่สนใจ

ความรักพรรค์นั้น ฉันไม่เคยเห็นมันอยู่ในสายตาอยู่แล้ว แกอยากจะพูดอะไรก็เชิญเลย เพราะยังไงฉันก็ไม่สนใจอยู่แล้วกงหยางซานยักไหล่ ริมฝีปากหนาได้รูปเหยียดยิ้มเยาะ ส่งเสียงหัวเราะทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที เพื่อไม่ให้ถูกต้อนจนมุมไปมากกว่านี้

กงหยางซียิ้มด้วยสีหน้าอ่อนใจ เอ่ยเสียงดังตามหลังน้องชายที่เป็นฝ่ายเดินหนีไปก่อน

แล้วฉันจะคอยดูว่าสุดท้ายแล้ว...ฉันกับแกใครจะหัวเราะดังกว่ากัน

ใบหน้าของกงหยางซานพลันเคร่งขรึม เมื่อนึกถึงคำพูดที่เจ้าพี่ชายบ้านั่นเคยพูดไว้ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องร้าย เขามั่นใจว่าเรื่องแบบนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน นับแต่เห็นมารดาตรอมใจเพราะความรัก ทั้งที่มีชีวิตอยู่แต่กลับเหมือนได้ตายไปแล้ว เขาก็สาบานว่าจะไม่มีวันให้ตัวเองต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีทางจะหวั่นไหวอีกง่ายๆ

ความรักบ้าบออะไรนั่น...มันก็แค่เรื่องเหลวไหลทั้งเพ!

 

เรือนสงบใจตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจวนเสนาบดีขวา ตัวเรือนรายล้อมไปได้ต้นไม้ใหญ่น้อย บุปผาบานสะพรั่งงดงามส่งกลิ่นหอมรวยรินในยามเช้า แสงสีทองทอดยาวเข้ามาภายในห้อง ปลุกผู้ที่อยู่ภายในให้ฟื้นตื่นจากนิทราอย่างนุ่มนวล

นัยน์ตาดุดันลืมขึ้นมองเพดานเตียงอย่างไร้อารมณ์ ลมอุ่นร้อนพัดเป่ารบกวนกงหยางซานอยู่ตลอดทั้งคืน จนกระทั้งรุ่งสางก็ยังไม่มีท่าทีจะหยุดลง แม้จะผ่านมาร่วมเดือนแต่ก็ยังทำใจให้ชินไม่ได้สักที ความอบอุ่นที่แนบชิดเข้ามาทั้งในยามหลับและยามตื่น เป็นเสมือนบททดสอบหัวใจอันแสนเย็นชาและแข็งกระด้างของเขา

เห็นได้ชัดว่าภรรยาคนงามชอบล้อเล่นกับความอดทนของเขา หรือไม่ก็เห็นเขาเป็นเพียงแค่ไอ้พิการไม่มีปัญญาทำอะไรได้ ซึ่งนั่นนับว่าเป็นการดูถูกผู้อื่นมากจนเกินไป

นี่

กงหยางซานยื่นมือไปผลักไหล่บางโดยไม่ถนอมแรง ถึงอย่างนั้นคนที่เคยรู้สึกตัวง่ายเมื่อได้หลับจนเต็มอิ่ม กลับนอนนิ่งไม่ไหวติงเช่นเดิม น้ำหนักมือของเขาจึงเหมือนรุนแรงมากขึ้นตามนิสัยขี้หงุดหงิดที่แก้ไม่หาย

“เจ้าจะไม่ตื่นจริงๆ ใช่ไหม”

หงเฟยอวี้ปัดมือที่คอยก่อกวนฝันหวานของนางอย่างไม่ไยดี เนื่องจากหลายวันที่ผ่านมาต้องอดหลับอดนอน คอยแต่วิ่งวุ่นเอาอกเอาใจสามีจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงทำสิ่งใด หากเอาน้องชายน้องสาวทั้งหมดของนางจับมัดรวมกันไว้ ก็ยังไม่อาจสู้สามีเพียงคนเดียวของนางได้ เพราะแค่รับมือกับเขา นางต้องสิ้นเปลืองแรงใจและแรงกายไปมากทีเดียว

คราวนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง นางไม่อาจดูถูกความสามารถในด้านนี้ของเขาได้เลยแม้แต่น้อย

อืม...เสียงหวานครางผะแผ่ว รวบมือใหญ่เข้ามากอดไว้แน่นหลังจากทนไม่ไหว ส่วนขาเพรียวงามพาดทับหมิ่นเหม่อยู่ตรงสะเอวของกงหยางซาน

ร่างสูงใหญ่บนเตียงพลันแข็งทื่อ ใบหน้าจากซีดขาวพลันปรากฏริ้วสีแดงตรงสองข้างแก้ม อย่างไรเขาก็เป็นบุรุษมีเลือดเนื้อไม่ใช่ตอไม้ จะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการยั่วยวนของหญิงสาวตรงหน้า ในระหว่างที่นางสามารถหลับอย่างสบายอกสบายใจ แต่เหตุใดกลับเป็นเขาที่ต้องทนร้อนรุ่มและว้าวุ่นอยู่เพียงลำพังด้วย

เจ้า!เสียงคำรามแหบต่ำดังขึ้นในลำคอ ร่างกายเครียดเกร็งจนสั่นเทิ้ม อารมณ์หลายสายพุ่งเข้าจู่โจมนับสิบกระบวนท่าจนแทบจะรับมือไม่ไหว

ยัยบ้า! ผู้หญิงบ้าคนนี้นิ!

หงเฟยอวี้ครางฮือในลำคอ ผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อยพลางขยี้ตาด้วยท่าทางงัวเงีย คล้ายว่านางจะรู้สึกตัวแล้ว แต่ในเวลาต่อมากลับซุกซบใบหน้าลงตรงซอกคอของสามีแล้วนิ่งเงียบไปอีกครั้ง

“อ่า...ให้มันได้อย่างนี้สิ” คนถือตัวแทบจะพ่นไฟออกมาทางจมูกได้อยู่แล้ว เขาหลุบตามองศีรษะเล็กที่อยู่ตรงปลายจมูก ไม่อยากยอมรับว่ากลิ่นหอมจากกายนางทำให้จิตใจของเขาสงบและปลอดภัย

นางบดเบียดเข้าหาจนไม่แนบชิดไปมากกว่านี้ได้อีก ขดตัวหลับอย่างเป็นสุขในอ้อมอกอุ่นร้อนของสามี

คลื่นอารมณ์หลากหลายถูกปิดทับไว้ใต้เปลือกตาบาง มือทั้งสองข้างของกงหยางซานกำผ้าปูเตียงแน่นราวกับกำลังถูกภรรยาขืนใจ เสียงทุ้มพร่าครางแหบโหย เหงื่อเม็ดโตผุดพรายบนใบหน้าหล่อเหลา ค่อยๆ หลอมรวมเป็นหยดน้ำก่อนร่วงหล่นบนหมอนเป็นดวง ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงในยามเช้ายิ่งทำให้หงุดหงิด แม้เป็นการกระทำไม่ตั้งใจ แต่ความใกล้ชิดจนน่าหวั่นใจกลับทำให้เขาหวาดผวาเหลือเกิน

กลิ่นหอมกำจายคอยล่อลวงสติสัมปชัญญะไม่หยุดหย่อน เขารู้สึกว่าตนเองเหมือนเด็กสาวกำลังถูกล่อลวงอย่างไรอย่างนั้น

บ้าฉิบเขาสบถเสียงแผ่วลอดไรฟัน คาดโทษหงเฟยอวี้ไว้ในใจ หลับตาก็ได้กลิ่น ลืมตาก็มองเห็น ไม่รู้ว่าจะทนต่อไปได้อีกกี่วันกี่คืน

ความปรารถนาอันแสนดิบเถื่อน เดิมก็เก็บกลั้นไว้มานานไม่ได้ระบายออก เพียงแต่การมีสัมพันธ์ทางกายกับนางเป็นเรื่องเสี่ยงมากเกินไป นับว่าโชคดีที่ยามนี้ร่างกายเขาไม่ได้แข็งแรงเหมือนก่อน แม้อยากลิ้มรสก็ได้แต่มองแล้วกลืนน้ำลายอยู่เงียบๆ  ถึงจะเป็นการทรมานตนเองโดยเปล่าประโยชน์ แต่ก็ไม่ยอมให้หัวใจต้องหวั่นไหวอีกเป็นครั้งที่สอง

ดวงตากลมโตหรี่ปรือขึ้นมา ในที่สุดหงเฟยอวี้ก็ตื่นขึ้นมาเสียที ครั้นอาการงัวเงียจางหายไป ความงุนงงก็เข้ามาแทนที่ นางเห็นใบหน้าแดงก่ำและสัมผัสได้ถึงร่างกายร้อนผ่าวของสามีก็รู้สึกไม่สบายใจ มือที่วางนิ่งอยู่บนอกกว้างจึงเลื่อนมาสัมผัสบนแก้มสาก

ท่านพี่ไม่สบายหรือนางใช้มือปัดป่ายไปตามผิวขาวซีด ก่อนจะหยุดมือบนใบหน้าดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

เอามือของเจ้าออกไปกงหยางซานกล่าวเสียงเข้มช้าๆ ชัดๆ เป็นการข่มขู่ไปในตัว ส่วนข้างในทั้งสบถทั้งก่นด่าตั้งแต่สวรรค์ยันไปถึงนรก

เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดหญิงผู้นี้จึงรับมือยากเหลือเกิน!

 




[1] กางเกงผ้าชิโน ( Chino ) เป็นกางเกงที่สวมใส่สบาย ใส่ง่าย สามารถใส่ได้ทั้งวันสบายๆ  หรือจะเป็นแบบกึ่งทางการก็ได้






Love you all 
Thank you for your support
Adalia Math / จันทร์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

104 ความคิดเห็น