公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 15 : ฉากที่ 13 ใจคิดร้ายของสามี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    21 ธ.ค. 60



ฉากที่ 13

ใจคิดร้ายของสามี

 

ปลายเดือนเก้าเข้าสู่ช่วงชิวเฟิน[1] เป็นวันราตรีเสมอภาคที่กลางวันกับกลางคืนยาวนานเท่ากัน น้ำค้างแรงขึ้น อากาศก็เริ่มเย็นขึ้นด้วยเช่นกัน ฤดูหนาวใกล้จะมาเยือนอีกในไม่ช้า เพราะเพียงชั่วพริบตาเดียวกงหยางซานก็ใช้ชีวิตในโลกที่ไม่รู้จักนี้เกือบจะสองเดือนแล้ว นอกจากทำให้ใจให้คุ้นชิน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องทิ้งชีวิตไปง่ายๆ อีกครั้ง

เขากัดปลายนิ้วหัวแม่มือด้วยความเคยชิน

หลังจากปรับตัวอยู่นาน ก็เริ่มทำใจยอมรับกับสภาพของตนเองได้ในที่สุด ความไม่พอใจเหมือนจะลดน้อยลงไปบ้าง แม้มันไม่ใช่เรื่องง่ายกับการช่วยเหลือตนเองไม่ได้และต้องคอยพึ่งพาผู้อื่น แต่สุดท้ายแล้วนอกจากทำใจให้คุ้นชิน เขาก็ไม่สามารถทำได้มากกว่านี้อีก

เพื่อไม่ให้ชีวิตน่าเบื่อจนเกินไป การกลั่นแกล้งผู้อื่นจึงถูกรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน แต่ละวันย่อมเรียกได้ว่าไม่เงียบเหงา แม้คู่ต่อสู้มีฝีมือสมน้ำสมเนื้อจนน่าปวดหัว ทำให้ต้องโมโหจนแทบอกแตกตาย ถึงอย่างนั้นกลับทำให้ตระหนักได้ทุกลมหายใจเข้าออกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ดี

“บ้าเอ๊ย!” เสียงสบถลอดไรฟันดังขึ้น ใบหน้าซูบตอบก่อนหน้าเต็มอิ่มจนเห็นเค้าโครงหล่อเหลาได้อย่างชัดเจน นับแต่ฟื้นขึ้นมาเขาก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากหงเฟยอวี้เป็นอย่างดี แม้จะตกอยู่ในสภาพไม่น่าดู นางก็ยังคอยอยู่เคียงข้างไม่ไปไหน ความคุ้นชินเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งนัก เมื่อต้องอยู่กับนางทุกวัน พบหน้ากันทุกวัน ใช้ชีวิตร่วมกัน จนกลายเป็นว่านางเป็นตัวละครหนึ่งที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของเขา

แม้ไม่อยากยอมรับ แต่การมีใครอีกคนในชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องไม่ดีทั้งหมด

เขาเริ่มพึ่งพานางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว แต่ในขณะเดียวกันความร้ายกาจก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากันนัก เพราะยิ่งรู้สึกรู้สามากเพียงใดก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจมากเพียงนั้น เมื่อหาที่ระบายไม่ได้ก็มีแต่ต้องหาเรื่องให้นางลำบากใจ จนไม่อาจอยู่อย่างสงบสุขได้อีก

ถึงอย่างนั้นกงหยางซานกลับไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย

เหตุใดหงเฟยอวี้ที่ถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด กลับอดทนผิดมนุษย์มนา หรือว่าความจริงแล้วหญิงสาวไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเศษเหล็กกระป๋องในโลกอนาคต นางถึงสามารถจัดการเรื่องของเขาได้อย่างใจเย็น

บานประตูห้องถูกผลักเข้ามาอย่างแผ่วเบาก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินตรงดิ่งมาหาเขา เขาตวัดตาขึ้นมองนางด้วยความไม่พอใจ จากนั้นแสร้งทำเป็นว่ามองไม่เห็น

“ท่านพี่ยังต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่” หงเฟยอวี้ถามด้วยสีหน้าอ่อนโยนอย่างเช่นในทุกครั้ง กลีบปากอิ่มเต็มแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มเย็นฉ่ำดั่งสายน้ำ ดวงตาใสกระจ่างจ้องมองร่างสูงใหญ่บนรถเข็น ที่ยามนี้เริ่มกลับมาบึกบึนสมชายชาตรีด้วยประกายนิ่งลึก

หนึ่งเดือนมานี้ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขาจงใจกลั่นแกล้ง เพียงแต่นางหาใช่คนคิดเล็กคิดน้อยมาแต่ไหนแต่ไร จึงไม่อยากถือสาสามีที่โตเพียงแต่ตัว

อีกอย่างเขาคงไม่รู้ว่าชีวิตในแต่ละวันของนางก่อนแต่งเข้าตระกูลกงหยาง ไม่ได้สุขสงบราบรื่นอย่างที่ผู้อื่นคิด นางไม่ใช่คุณหนูในห้องหอที่เรียบร้อยประหนึ่งผ้าพับไว้ หากกลับมีอีกหน้าที่ที่ต้องคอยดูแลบรรดาน้องชายหญิงตัวแสบจำนวนมาก ฉะนั้นการละเล่นของบุรุษที่ชอบทำตัวเป็นจอมอันธพาลใหญ่ ไหนเลยจะทำให้นางขุ่นเคืองใจ

เมื่อคิดว่าเป็นการดูแลน้องชายอีกคน จึงค่อยปล่อยวางความกังวลทั้งหมดลงได้

หงเฟยอวี้อาจไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับการปรนนิบัติดูแลสามีนัก แต่หากเป็นการรับมือกับเหล่าน้องชายตัวร้ายแล้ว เรียกว่าหาผู้ใดเทียบได้ยาก

“เหตุใดท่านจึงเงียบไปเช่นนั้นเล่า”

กงหยางซานหันขวับไปมองหงเฟยอวี้ที่กำลังเอ่ยล้อด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า หรี่ตาลงกึ่งหนึ่ง มองให้ลึกเข้าไปในรอยยิ้มงดงามราวกับวสันตฤดู เพราะอยากรู้ว่าความจริงแล้วนางรู้สึกอย่างไรกันแน่ แต่สุดท้ายมันก็เป็นเหมือนในทุกครั้ง เมื่อคำตอบที่ได้รับดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากเดิม

“เจ้าปรนนิบัติดูแลข้าอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่อง คงมีเพียงแต่ดาวกับเดือนเท่านั้นที่เจ้าเอามาให้ข้าไม่ได้” เขากล่าวน้ำเสียงประชดประชัน นับวันยิ่งหาเรื่องมากลั่นแกล้งอีกฝ่ายได้น้อยลง หนำซ้ำการนำวิธีการเดิมมาใช้ มักจะไม่ได้ผลเป็นครั้งที่สอง

ใบหน้างดงามระบายรอยยิ้มกว้าง ตอบกลับด้วยสีหน้าอ่อนโยน แสร้งไม่รู้ว่าในน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเป็นปรปักษ์

“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว ข้าหาได้เก่งกาจถึงเพียงนั้นไม่ มีเรื่องบางเรื่องที่ตัวข้าเองก็ไม่สามารถทำได้อยู่เช่นกัน ยังจำเป็นต้องเรียนรู้จากท่านอีกมาก” ความจริงก็อยากเออออตามใจ หากว่าเขาจะไม่แปลเจตนาดีของนางเป็นอื่นแทน เพราะการเอ่ยยกยอด้วยถ้อยคำหวานหู ไม่ได้ช่วยให้สามีอารมณ์ร้ายรู้สึกดีขึ้นมาแม้แต่น้อย ซ้ำยังได้ผลตรงกันข้ามจนพายุอารมณ์ของเขาเพิ่มขนาดขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

กงหยางซานถลึงตามองหงเฟยอวี้อย่างดุร้าย จากที่พยายามไม่สนใจ ภาพของนางกลับเริ่มชัดเจนขึ้นจนน่ากลัว ยิ่งเมื่อต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ยิ่งทำให้เขาไม่สามารถอยู่ห่างจากนาง ไม่อาจหนีไปเหมือนในอดีตที่แทบไม่เคยกลับบ้าน เอาแต่ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมืองเพียงลำพัง ราวกับว่าการแต่งงานในครั้งนั้นไม่ได้มีผลอะไรต่อเขา

แต่ยามนี้แตกต่างกันยิ่งนัก เพราะความจำเป็นทำให้ต้องใกล้ชิดกันจนไม่อาจแยกจาก

หินถูกน้ำเซาะทุกวันยังกร่อน แล้วนับประสาอะไรกับคนมีเลือดเนื้อมีหัวใจเช่นเขาที่จะไม่รู้สึกหวั่นไหว เมื่อนางก็ไม่ใช่อากาศธาตุไร้ตัวตนอย่างที่เขาอยากให้เป็น

ไม่ว่าจะหงอวี้หรือหงเฟยอวี้ล้วนไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย

ภรรยาของเขา...

นางมารร้ายแสร้งทำหน้าซื่อตาใส ทั้งหลอกลวงทั้งหลอกล่อสารพัด ปฏิบัติตัวต่อเขาราวกับว่าเขาเป็นเด็กชายตัวน้อยไม่รู้ประสา แต่หากคิดว่าคนเช่นเขาจะใจอ่อนและยอมแพ้นั้นย่อมไม่มีทาง สักวันหนึ่งนางจะต้องรู้สึกเสียใจที่กล้าคิดต่อกรกับเขา

กงหยางซานสาบานในใจอีกครั้งว่าในวันหนึ่งข้างหน้า จะต้องทำลายความเยือกเย็นและสงบนิ่งของนางลงให้จงได้

“ท่านพี่” หงเฟยอวี้เรียกสามีอยู่หลายครั้ง ยกมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองเมื่อถูกแววตาดุดันคู่นั้นจ้องมองอยู่นานโดยไม่ยอมพูดจา ยามที่เขาสงบนิ่งกลับทำให้นางยากจะรับมือ แม้ไม่สบายใจนัก แต่ก็พยายามปกปิดไว้ด้วยการแสร้งทำตัวเป็นปกติ ไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้

เมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองหญิงสาวนานเกินไป กงหยางซานก็รีบดึงสายตากลับมาจดจ้องที่มือทั้งสองข้างของตนเอง

“มีอะไรอีก” เอ่ยพลางยกมือข้างหนึ่งขึ้นเท้าคาง ดวงตาดำขลับย้ายไปยังนอกหน้าต่าง แสร้งชื่นชมกับทัศนียภาพอันงดงามด้านนอกพร้อมกับเคาะปลายนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ ครั้นจิตใจเริ่มกลับมาสงบ แผนการร้ายก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

จับนางข่มขืนเหมือนพระเอกละครน้ำเน่า?

เขาปรายตามองร่างงดงามแวบหนึ่งก่อนแค่นยิ้ม รู้สึกว่าช่างเป็นความคิดที่โง่เง่าสิ้นดี พิการเช่นนี้จะเอากำลังที่ไหนไปวิ่งไล่จับคนขาดีกันเล่า พอดีได้ตายก่อนถึงสวรรค์

หรือต้องจับนางล่ามโซ่ขังไว้ในห้องไม่ให้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวัน อดข้าวอดน้ำ ทรมานจนกว่านางจะอ้อนวอนร้องขอความเมตตาจากเขา คิดดูแล้วความคิดนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกัน แต่ออกจะไร้มนุษยธรรมไปบ้าง

ซึ่งบังเอิญว่าเขาก็ไม่ได้มีมนุษยธรรมมากอยู่แล้วเสียด้วย แต่พอคิดอีกทีกลับรู้สึกว่ามันบ้าบอไร้สาระมากเกินไป

เสียงมากมายเริ่มตีกันโฉงเฉงอยู่ภายในหัว ภาพภรรยาคนงามถูกเขารังแกปรากฏขึ้นมาฉากแล้วฉากเล่า ดูเหมือนพอขาใช้การไม่ได้ ความหงุดหงิดไม่พอใจจึงค่อยๆ ส่งกระทบกับความคิดในด้านดีและด้านร้ายของเขา

หงเฟยอวี้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ เห็นท่าทางของเขาแล้วอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ แม้ว่าเขาออกจะร้ายกาจไปสักนิด เอ่อ...อาจจะมากกว่าคนธรรมดาทั่วไปบ้าง แต่อย่างไรบุรุษตรงหน้าก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีของนาง จะให้ปล่อยปละละเลยไม่สนใจก็นับว่าผิดหลักคุณธรรม

“ท่านรู้สึกไม่สบายใช่หรือไม่”

กงหยางซานเลือกเบือนหน้าหนี เพราะไม่อาจทนความใกล้ชิดสนิทสนมจากอีกฝ่ายได้ ยิ่งมองเห็นใบหน้านิ่งสงบของนางแล้วกลับยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่าน

“ข้าไม่ได้เป็นอะไร” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

เสียงในหัวเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างทุ่มเถียงกันอย่างไม่ยอมแพ้ ความคิดที่ตีกันอยู่ในหัวทำให้สีหน้าของเขาดูไม่ได้ ภายในใจโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของหงเฟยอวี้ เป็นเพราะนางผู้เดียวเขาจึงกลายเป็นคนโรคจิตวิตถารไป

น่าตายนัก!

“สีหน้าท่านไม่ดีพักผ่อนสักหน่อยดีหรือไม่” เสียงหวานกระซิบข้างหูของจนขนกายของกงหยางซานพร้อมใจกันลุกชัน เขาขบกรามแน่นข่มกลั้นอารมณ์ไว้ มองมือขาวเนียนที่แตะอยู่บนไหล่ผ่านๆ

นี่ก็อีกเรื่องที่บอกไปแล้วหลายครั้งว่าหากไม่จำเป็นอย่าได้สัมผัสตัวเขาพร่ำเพรื่อ แต่สตรีตรงหน้ากลับทำเป็นหูทวนลม ชอบทำตามอำเภอใจกับร่างกายของเขาทุกครั้ง

กงหยางซานไม่เข้าใจจริงๆ ว่าหากไม่ได้ก่อกวนเขาสักวัน นางจะนอนไม่หลับหรืออย่างไร

 


 



[1] ชิวเฟิน เป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ทำมุม 180° วันราตรีเสมอภาค คือเป็นช่วงที่กลางคืนกับกลางวันยาวเท่ากันในฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับวัน ศารทวิษุวัต ตามดาราศาสตร์  ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรครั้งที่สองของปี






Love you all 
Thank you for your support
Adalia Math / จันทร์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #52 vkvava (@vkvava) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 17:38
    สนุกคะ รอติดตามตอนต่อไป
    #52
    1
    • #52-1 Adalia Math (@adalahtsen) (จากตอนที่ 15)
      16 สิงหาคม 2559 / 00:44
      ขอบคุณค่ะ
      #52-1