公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 21 : ฉากที่ 19 บาดแผลในใจที่ลึกเกินเยียวยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 729
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    2 ม.ค. 61



ฉากที่ 19

บาดแผลในใจที่ลึกเกินเยียวยา

 

หลังจากผ่านพ้นสภาพอากาศเลวร้ายในเหมันตฤดูไปแล้ว วสันตฤดูก็ได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง อากาศแม้จะยังคงเย็นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่หนาวจัดเท่าก่อนหน้า

ทุกชีวิตที่คล้ายหลับใหลไปอย่างยาวนานหลายเดือนติดต่อกัน ได้ฟื้นตื่นขึ้นมาเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ยอดอ่อนของใบไม้ผลิแตกออกมาจากกิ่งก้านของต้นไม้ราวกับวิญญาณได้กลับคืนร่าง สีเขียวชอุ่มถูกแต่งแต้มไปทั่วทุกพื้นที่ กลายเป็นภาพอันงดงามเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทว่าที่แปลกแยกแตกต่างออกมากลับกลายเป็นเรือนสงบใจที่ตั้งอยู่ในจวนเสนาบดีขวา เพราะยิ่งนานวันกลับยิ่งถูกกระไอหม่นมัวปกคลุมหนาแน่นขึ้น ต้นไม้ใบหญ้ารอบด้านขึ้นรกสูงจนแทบกลายสภาพเป็นป่า เมื่อไม่ได้รับการดูแลจึงดูคล้ายเสื่อมโทรมลงในชั่วพริบตา จากก่อนหน้าที่เคยงดงามจึงกลายสภาพเป็นไม่น่าดูยิ่งนัก

กลิ่นหมึก กลิ่นถ่าน กลิ่นสีฝุ่น และกลิ่นน้ำมันย่าหมาจื่อผสมปนเปลอยฟุ้งอยู่ภายในห้องนอนใหญ่ในเรือนสงบใจ ความเงียบชวนน่าอึดอัดคล้ายจะดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

นับแต่ความหวาดระแวงถูกเพาะบ่มขึ้นมาในใจ กงหยางซานก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจไปหมดเสียทุกอย่าง เขาเริ่มทำตัวเหินห่างกับผู้คนในจวนเป็นอันดับแรก ก่อนจะสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าใกล้เรือนนอนของเขาในท้ายที่สุด มีเพียงหงเฟยอวี้ที่เป็นข้อยกเว้น แม้รู้สึกว่าไม่ถูกต้องอยู่ในใจลึกๆ แต่ก็ไม่อาจให้จากไปได้

เรือนร่างอ้อนแอ้นเปลือยเปล่านอนคว่ำอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ เสี้ยวหน้างดงามวางซบบนแขนเรียวสลักเสลา ดวงตาทั้งสองข้างพริ้มหลับลงจนมองเห็นแพขนตางอนยาวได้อย่างชัดเจน แผ่นหลังขาวเนียนอาบด้วยละอองแสงที่ลอดผ่านเข้ามาในห้อง กลายเป็นลายเส้นอันวิจิตรชวนให้จิตใจลุ่มหลง

หงเฟยอวี้ต้องมาเป็นแบบเขียนภาพให้กงหยางซานวันละครึ่งชั่วยาม ดูเหมือนครั้งนี้จะใช้เวลาเขียนภาพนานมากกว่าคราก่อนยิ่งนัก เพราะนี่ก็ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนเต็มแล้ว แต่ผลงานชิ้นนี้กลับไม่มีท่าทีว่าจะเสร็จสิ้นเสียที

ความรู้สึกแปลกประหลาดทำให้นางลืมตาขึ้น จึงทันได้สบตากับดวงตารียาวที่มองมาแวบหนึ่ง

นางเริ่มเห็นอารมณ์ไม่ปกติของเขามาได้สักพักใหญ่แล้ว เขามีสีหน้าเรียบเฉย แววตาว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวา เอาแต่เขียนภาพอย่างเอาเป็นเอาตาย ราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่ช่วยเยียวยาบางอย่างที่สูญเสียไปได้

ท่านพี่...” นางเรียกเขาเสียงแผ่วเบา ครั้นเห็นสีหน้าเจ็บปวดที่แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวของสามี ก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ

กงหยางซานยังคงขยับมือบนผืนผ้าต่อไป ส่วนมืออีกข้างที่ว่างกลับกำเป็นหมัดแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อที่เขาจงใจซุกซ่อนไว้

หงเฟยอวี้ยกผ้าห่มห่อคลุมร่างกายเอาไว้อย่างมิดชิดก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง นางโยนความขัดเขินทั้งหมดที่มีทิ้งไป เดินตรงไปยังร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนรถเข็นอย่างเป็นกังวล

กงหยางซานหยุดมือ เมื่อถูกเสียงฝีเท้านุ่มนวลของนางทำให้จิตใจที่ไม่สงบดีอยู่แล้วยิ่งรู้สึกพลุ่งพล่าน แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองร่างงดงามที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้

“หยุดอยู่ตรงนั้น” เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ สั่งด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวก่อนที่ร่างของนางจะลุกล้ำเข้ามาในส่วนที่แตกสลายและกลายเป็นบาดแผลยับเยินในใจของเขา

นางชะงักไป รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

“วันนี้สีหน้าท่านไม่ค่อยดีนัก ข้าว่าควรพอแค่นี้ก่อนดีหรือไม่”

เขาแค่นเสียงหึขึ้นจมูก

“เจ้าอย่าทำเป็นรู้ดีไปหน่อยเลย”

นางไม่ได้อยากทำตัวเหมือนอย่างที่เขาพูด เพียงแต่ร่างกายที่ควรหายดีของเขากลับดูทรุดโทรมลงในเวลาอันรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเริ่มขาวซีดแตกต่างจากก่อนหน้าที่เปล่งปลั่งมีสีสันให้พอวางใจลงได้

“แต่ท่าน...”

กงหยางซานเอ่ยขัด “กลับไปที่เตียงเดี๋ยวนี้” ครั้นได้ยินเสียงนางขยับเท้าก็ค่อยหายใจได้คล่องขึ้น แต่แล้วกลับถูกมือนุ่มนิ่มของนางกุมมือข้างที่กำแน่นอยู่ใต้แขนเสื้อไว้ เขาเงยหน้าลืมตาขึ้นมองนางอย่างตื่นตะลึง แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นก็เปลี่ยนเป็นถลึงมองอย่างดุร้าย

“ข้าสั่งให้เจ้ากลับไปที่เตียง” เสียงทุ้มของเขาถูกกดต่ำจนฟังดูคล้ายกำลังเดือดดาล

นางตอบกลับด้วยแววตาอ่อนโยน เผชิญหน้ากับเขาด้วยความสงบเยือกเย็น

“มือของท่านเป็นแผล”

เขากระชากมือหนี

“ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

นางยิ้ม ไม่มีสีหน้าไม่พอใจกับท่าทางหยาบคายของเขา

“ข้าจะทำแผลให้ท่าน”

กงหยางซานจ้องใบหน้างดงามเขม็ง หายใจแรงขึ้นเหมือนโกรธจัด แต่กลับไม่ได้ทำอะไรรุนแรงออกไป นอกจากเอ่ยเสียงดังใส่หน้านาง

“ข้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับเจ้า!

นางไม่เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว มองเขาด้วยแววตาอ่อนอกอ่อนใจ จากนั้นเดินกลับไปหยิบชุดบนเตียงขึ้นมาสวมอย่างรีบร้อน ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมา

 

ครั้นร่างงดงามหายลับไปหลังบานประตูห้อง กงหยางซานก็ปล่อยมือลงข้างลำตัวราวกับคนหมดแรง เอนหลังกับพนักเก้าอี้ เหม่อมองไปที่บานประตูห้องที่ปิดลงด้วยอารมณ์หลากหลาย ก่อนจะปิดตาลงอย่างอ่อนล้า

เขาคิดว่าเป็นอย่างนี้ก็ดีแล้ว ให้นางจากไปเช่นนี้เป็นเรื่องสมควรแล้ว เพราะเขาที่ไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีก ไม่ควรจะปล่อยให้ความหวั่นไหวและความหวาดระแวงก่อตัวขึ้นจนทำลายชีวิตของตนเองอีกครั้ง

สัมผัสเย็นตรงกลางฝ่ามือทำเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ครั้นหันหน้าไปมองก็เห็นศีรษะเล็กที่ก้มเงยอยู่ใกล้ๆ ใกล้มากจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายของนาง

“เจ้ากลับมาอีกทำไม”

นางเงยหน้าขึ้นมองเขา

“ข้าบอกท่านแล้วมิใช่หรือว่าข้าจะทำแผลให้ท่าน” เอ่ยจบนางก็พันแผลที่มือใหญ่อย่างระมัดระวังหลังจากที่ทายาเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว

เขามองนางอย่างค้นคว้า ความอ้างว้างพลันถูกชำระล้างออกไปบ้างบางส่วน ความดีใจ ความสุขใจ ความปลาบปลื้ม ดูเหมือนถูกผสมเข้าด้วยกันกลายเป็นรสชาติอันกลมกล่อมหวานล้ำ

รสชาติที่เพียงได้ลิ้มลองครั้งเดียวก็ติดใจ

แม้ว่าในชั่วพริบตาเดียวมันอาจกลายเป็นพิษร้าย ที่สามารถคร่าชีวิตให้ต้องทุกข์ทนอยู่ในห้วงแห่งความทรมานอันไม่ที่สิ้นสุด และเพราะหวาดระแวงว่ามันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง เขาจึงต้องหักใจไม่กินมันเสียแต่แรก เมื่อไม่รู้รสชาติก็ไม่อยากดื่มกิน เมื่อไม่ดื่มกิน เขาก็จะมีชีวิตรอดต่อไปได้อย่างมีความสุข

“เหตุใดเจ้าต้องทำดีกับข้าด้วย”

นางเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เขา

“ข้าทำเพราะข้าอยากจะทำ”

เขาแค่นเสียงหัวเราะ

“เจ้าจะบอกเจ้าไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง”

นางวางมือของเขาไว้ที่เดิม

“ข้าเป็นภรรยาของท่าน ภรรยาจะทำดีกับสามีจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ” แม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเกี่ยวโยงไปถึงเบื้องหลังอันดำมืดภายในราชสำนัก แต่ความจริงใจที่นางมีต่อเขานั้นเป็นเรื่องจริงมาตั้งแต่แรก ถึงจะเคยฝันถึงชีวิตคู่อันสงบสุขเฉกเช่นชาวบ้านธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อไม่อาจสามารถทำตามใจชอบได้ ก็มีแต่ต้องทำหน้าที่ของนางในฐานะภรรยาของเขาให้ดีที่สุด ต่อให้สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในมือของอีกฝ่ายก็ตาม

“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำดีกับข้า”

นางลุกขึ้นยืนอย่างไม่เร่งร้อนเหมือนยามออกไปจากห้อง

“ข้าเต็มใจทำ”

“ทั้งๆ ที่ข้าร้ายกาจกับเจ้าอย่างนั้นรึ” ยามนี้จิตใจของกงหยางซานสับสนวุ่นวายเหลือเกิน หนำซ้ำยังไม่รู้จะเริ่มจัดการเจ้าความรู้สึกอันไร้ชื่อพวกนี้จากส่วนใดก่อนดี เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ไม่รู้ว่าควรผลักไสหงเฟยอวี้ให้ออกห่างหรือดึงรั้งไว้ข้างกายไม่ให้นางจากไป

ในโลกที่ทั้งแปลกประหลาดทั้งอ้างว้างเช่นนี้ หญิงสาวกลับเป็นเพียงสมบัติชิ้นเดียวที่เขาอยากยึดครองไว้ แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีความกล้าพอจะโอบกอดไว้ ความรู้สึกถวิลหาแต่ไม่ต้องการให้อีกฝ่ายเข้ามามีตัวตนในหัวใจ กำลังกร่อนทำลายเขาจากข้างในและเริ่มทำให้เขารู้สึกอ่อนแอขึ้นมาอีกครั้ง

 






สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังค่ะ ขอให้นักอ่านทุกท่านมีความสุขเพิ่มมากขึ้นทุกวันตลอดไป คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนา ประสบความสำเร็จในชีวิต สุขภาพแข็งแรงๆ ร่ำรวยๆ ค่ะ

Love you all 
Thank you for your support
Adalia Math / อดาเลีย แมธ / จันท์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #60 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 14:16
    ขอบคุณค่ะ รอติดตามอยู่ค่ะ
    #60
    1
    • #60-1 Adalia Math (@adalahtsen) (จากตอนที่ 21)
      27 สิงหาคม 2559 / 00:24
      ดีใจที่ยังติดตามกันมาถึงปีนี้ค่ะ ขอบคุณนะคะที่ยังไม่ทิ้งนักเขียนจอมดองคนนี้ ฮ่าๆ
      #60-1
  2. #59 vkvava (@vkvava) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 02:39
    มาซะดึกเลย แต่ก็รอ
    #59
    1
    • #59-1 Adalia Math (@adalahtsen) (จากตอนที่ 21)
      27 สิงหาคม 2559 / 00:25
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ แค่เท่านี้ก็มีกำลังใจเยอะขึ้นเลย
      #59-1