公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 26 : ฉากที่ 23 ผู้ที่หัวเราะเป็นคนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    10 ม.ค. 61



ฉากที่ 23

ผู้ที่หัวเราะเป็นคนสุดท้าย

 

ดวงอาทิตย์เคลื่อนจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกอีกครั้ง ฟ้าที่เคยสว่างเริ่มเปลี่ยนเป็นหม่นมัว ลมพัดกระโชกราวกับจะกวาดเอาทุกอย่างไปพร้อมกัน ต้นไม้เอนไหวไปมาจนเกือบนอนเรียงกันเป็นทิวแถว ใบไม้กิ่งไม้เสียดสีกันดังซู่ซ่าด้วยท่วงทำนองเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งป่า

กงหยางซานเคลื่อนไหวช้าลง หอบหายใจแรงขึ้น เหงื่อเม็ดเล็กผุดจากหน้าผากกว้าง ก่อนจะไหลเป็นทางยาวไปจนถึงปลายคาง เสียงหัวใจของเขาเต้นระรัวทุกครั้งที่พ่นลมหายใจร้อนระอุออกมา

หงเฟยอวี้หลบตาเขา เสมองไปทางอื่นเพื่อสูดหายใจอีกครั้ง

ยามนี้หน้าต่างทุกบานถูกปิดสนิท มีเพียงนางกับเขาอยู่ด้วยกันสองคนภายในห้อง ซึ่งถูกตัดขาดจากทุกสรรพสิ่งที่คอยกวนใจอยู่ภายนอก ราวกับว่าทั้งสองได้ล่วงล้ำเข้าไปในอีกโลกที่ปราศจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

เขาเคลื่อนไหวอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นไปอย่างเชื่องช้าและอดทน ความปรารถนาเต้นเร่าอยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง ประหนึ่งว่าอดอยากมานานแรมปี ความกระหายยากแทบกระโจนออกมาได้ทุกเวลา มันเป็นความปรารถนาที่มากกว่าความสัมพันธ์ทางกาย ซึ่งได้ขุดเอารากแห่งความขมขื่นที่หยั่งลึกลงไปถึงก้นบึ้งหัวใจของเขาออกมา

“วันนี้ทำได้ดีมาก” เขายิ้ม เอ่ยคำชมที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน

หงเฟยอวี้ยันกายลุกขึ้นนั่งด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนอีกข้างจับผ้าห่มไว้แน่น เพื่อไม่ให้เผยร่างกายในส่วนที่ยังคงถูกปกปิดไว้ให้เห็น

เขาวางพู่กันในมือลง ผลักล้อรถเข็นตรงไปหานางอย่างไม่รีบร้อน

นางหันหน้าเข้าข้างในเตียงนอน กำผ้าในมือแน่นขึ้น แทบกลั้นหายใจยามที่ร่างสูงใหญ่มาหยุดอยู่ด้านหลัง ลึกๆ นางสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างออกไประหว่างเขากับนาง ราวกับว่าเขาได้ใช้จิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อรังสรรค์ผลงานชิ้นนี้ ฉีกกระชากฉุดคร่าเอาตัวตนที่แท้จริงของนางที่ซ่อนอยู่ข้างในออกมาเปิดโปง

กงหยางซานหยุดสายตาอยู่บนแผ่นหลังขาวเนียนของหงเฟยอวี้ครู่หนึ่ง ก่อนจะพาร่างอันหนักอึ้งขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ นาง ไม่ง่ายเลยกว่าจะยอมรับว่าตนเองหวั่นไหว แม้การกระทำของเขาในคราวนั้นค่อนข้างจะร้ายกาจจนน่ารังเกียจ แต่เขาก็ไม่อยากให้นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

นางกำผ้าในมือแน่นขึ้นอีก ยังไม่ยอมหันกลับไปมอง ทั้งที่ได้ยินเสียงทุกการเคลื่อนไหวจากด้านหลัง

“เจ้ายังไม่หายโกรธข้า” เขาขยับเข้าไปใกล้ วางมือบนไหล่เล็กอย่างแผ่วเบา

นางยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมพูดจา

“อวี้...”  เขาก้มลงไปกระซิบข้างหูของนาง สอดแขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวบางแล้วดึงให้ร่างของนางถอยมาชนกับแผ่นอกของเขา

นางเบี่ยงหน้าหลบลมหายใจร้อนผ่าวที่ปัดเป่าอยู่ข้างหู พยายามพาร่างที่กำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของเขาถอยห่างออกมาอย่างแนบเนียน

“ได้เวลาที่ข้าต้องไปเตรียมอาหารเย็นให้ท่านแล้ว”

เขาไม่ทำตามกลับกระชับแขนแน่นขึ้น แนบแก้มกับไหล่ของนางที่แผ่ไอร้อนอันอบอุ่นออกมา

“ข้าไม่ปล่อยจนกว่าเจ้าจะเลิกแสดงท่าทีเช่นนี้กับข้า” ในช่วงเวลาที่เขาคิดว่าสามารถปล่อยให้นางจากไปได้เหมือนในทุกครั้ง ก็จะทำให้นึกถึงใบหน้าเจ็บปวดและสิ้นหวังที่มองมาในครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะจมลงไปในสายน้ำอันมืดมิดข้างใต้

ทั้งที่อีกฝ่ายกำลังร้องไห้ราวกับหัวใจแตกสลาย แต่เขากลับรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

หงเฟยอวี้อดหันกลับไปมองค้อนกงหยางซานไม่ได้ หลายวันนี้เขาประพฤติตัวดีขึ้นมาก คอยทำโน่นทำนี่ให้นางอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แม้ดูไม่แตกต่างจากปกตินัก แต่ก็พอรู้สึกได้ว่าเขากำลังเอาใจนางจริงๆ แม้เกือบใจอ่อนอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ยังสามารถยืนหยัดมาได้จนถึงวันนี้ เพราะคิดว่าอย่างไรสามีของนางก็ควรได้รับบทเรียนจากการกระทำร้ายกาจของตนเองเสียบ้าง

กงหยางซานซุกหน้ากับซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนเองด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เพราะค่อนข้างไม่พอใจที่ต้องคืนของสิ่งนี้ให้นาง

ความรู้สึกเย็นวาบที่แนบลงมาบนลำคอทำให้หงเฟยอวี้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก นางหลุบตาลงมองจี้หยกเย็นเนื้อดีกับสร้อยคอที่สั่งทำขึ้นมาใหม่แทนอันเก่าที่ขาดไปด้วยแววตาประหลาดใจเล็กน้อย

“ข้าดีต่อเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้าต้องทำดีกับข้าไว้ให้มาก”

“ขอบคุณท่านมาก” นางหันใบหน้าไปทางเขาแล้วส่งยิ้มให้ ดวงตากระจ่างใสมองใบหน้าหล่อเหลาที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ด้วยแววตาอ่อนลง แม้ไม่อยากให้อภัยง่ายๆ แต่ก็ไม่อาจทนกับคนปากมีดหัวใจเต้าหู้[1]เช่นเขาได้ ถึงบางครั้งเขาจะไม่ยอมใส่น้ำมันเติมเกลือ[2]และค่อนข้างปากหนัก แต่นั่นก็อาจมีเหตุผลมาจากเรื่องในอดีตที่นางไม่รู้

กงหยางซานถอยห่างออกมาเล็กน้อย หรี่ตามองใบหน้างดงามที่แตะแต้มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานอย่างสงสัย

“เจ้าดูไม่ตื่นเต้นดีใจเลยสักนิด”

หงเฟยอวี้ลูบไล้บนตัวอักษรอิ๋นที่สลักอยู่บนตัวหยก มองสบตาเขาอย่างเปิดเผย

“ทำไมข้าต้องตื่นเต้นด้วย”

เขาเลิกคิ้วสูง มุมปากคล้ายกับกระตุกอยู่หลายที ก่อนจะสูดหายใจเพื่อระงับความเกรี้ยวกราดไว้ เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้รางๆ หลังจากระงับอารมณ์ร้อนระอุที่ปะทุขึ้นมาในใจได้ ก็ซบหน้าปากกับไหล่ของนาง หัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ

“เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ใบหน้าหล่อเหลาที่ยามนี้บิดเบี้ยวไม่น่าดูถูกซ่อนอยู่ใต้เรือนผมยาวสลวยของหงเฟยอวี้

นางวางมือแนบบนหลังมือที่ยังกอดเอวของนางไว้แน่น

“ข้ารู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

คราแรกที่เห็นเขาโยนสร้อยคอประจำตระกูลของมารดาทิ้งลงไปในสระน้ำ นางทั้งตื่นตระหนกทั้งเสียใจ แต่ที่มีมากที่สุดเห็นจะเป็นความผิดหวังในตัวเขาที่เพิ่งเคยได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรก นางไม่เคยรู้สึกโมโหใครเท่ากับเขามาก่อน แต่ก่อนที่จะได้ระเบิดโทสะออกมา สองมือพลันสัมผัสได้ถึงรอยนูนเล็กๆ บนอกเสื้อของเขา ครั้นหรี่ตาลงมองจึงเห็นรางๆ ว่าเป็นจี้หยกของนางนั่นเอง อาจเป็นเพราะความรีบร้อนเขาจึงสะเพร่าเก็บซ่อนมันไว้ไม่ดี

“เจ้ามัน...” เอ่ยได้แค่นั้นเขาก็ฝังเขี้ยวบนไหล่เล็กในทันที

นางพยายามผลักศีรษะของเขาออก “ท่าน...ปล่อยได้แล้ว ข้าเจ็บ ท่านกัดแรงเกินไปแล้ว”

เขาขบกัดจนพอใจจึงค่อยยอมปล่อยในที่สุด แต่ยังคงซุกหน้ากับซอกคอของนาง รู้สึกขายหน้าเหลือเกินที่เผลอคิดว่าตนเองสามารถเอาชนะนางได้

“ทั้งที่รู้ตั้งแต่แรก แต่เจ้าก็ยัง...” เขากล่าวน้ำเสียงขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน แค่นเสียงหึขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจ

นางเผลอหลุดหัวเราะออกมา

“ยังจะหัวเราะอีก” หากไม่เพราะเหลือบเห็นรอยฟันที่ฝากไว้บนร่างของนางก่อนหน้า เขาคงไม่ยอมหยุดง่ายๆ เพียงแค่นี้ อาจเป็นเพราะนางมีผิวขาวจัดและค่อนข้างบอบบางกว่าหญิงสาวทั่วไป จึงทำให้บาดแผลที่ดูเหมือนเล็กน้อยกลับกลายเป็นภาพอันน่ากลัวขึ้นมาแทน

นางเอนศีรษะของตนเองพิงเข้ากับศีรษะของเขา

“เพราะว่าท่านน่ารักจนข้าอดใจไม่ไหว”

กงหยางซานรู้สึกว่ามุมปากของเขากระตุกขึ้นมาอีกครั้ง

“น่ารักอย่างนั้นรึ”

นางหัวเราะ ไม่ได้ตอบคำถามที่เหมือนพูดย้ำกับตนเองของเขาเท่านั้น

เขาหรี่ตาลงกึ่งหนึ่ง ยกยิ้มมุมปากขณะที่มองนางด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วเรียวยาวค่อยๆ แทรกเข้าไปในเรือนผมยาวสลวย ก่อนจะกระตุกเพียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้ใบหน้างดงามแหงนเงยไปด้านหลังอย่างง่ายดาย

นางเอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อหันไปสบตากับเขา

เขายิ้มให้นางอย่างชั่วร้าย ก้มหน้าลงแนบริมฝีปากหนักๆ บนลำคอของนางอยู่หลายที ขบเม้มผิวขาวเนียนกลายเป็นรอยสีกุหลาบจนพอใจ หลังจากนั้นค่อยเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของนาง ให้อยู่ในระดับสายตากันพอดี

“ข้ายังน่ารักอยู่อีกหรือไม่”

“ท่าน...” นางรู้สึกว่าตนเองโง่ยิ่งนักที่ใช้คำว่าน่ารักกับพยัคฆ์ร้ายตัวโตที่ก่อนหน้านี้ยังนอนนิ่งขวางอยู่ปากถ้ำ ไม่ได้ทำร้ายแต่ก็ยอมให้นางได้ล่วงล้ำเข้าไป ทำให้นางคิดว่าเขาไม่เป็นภัยก่อนจะกระโจนเข้าใส่ในทันทีที่สบโอกาส

เขายิ้มอย่างคนที่อยู่เหนือกว่าในยามนี้

“อวี้น้อย ข้าไม่ใช้น้องชายของเจ้า อย่าคิดจะล้อเล่นกับข้าให้มากนัก”

นางหายใจแรงด้วยความตื่นตระหนก กัดริมฝีปากล่างคล้ายทำอะไรไม่ถูก ครั้นพยายามเบี่ยงหน้าหนี กลับถูกมือใหญ่บังคับให้หันกลับมาตำแหน่งเดิม

“ท่านปล่อยข้าได้แล้ว”

เขาใช้มือข้างที่ว่างเชยปลายคางเล็กให้แหงนขึ้นเล็กน้อย ไล้ปลายนิ้วกับริมฝีปากล่างของนางที่โดนกัดจนแดงช้ำ ก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากของนาง

“จะให้ข้าปล่อยเจ้าไปมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก อย่างน้อยข้าควรได้อะไรตอบแทนกลับคืนมาบ้างที่ถูกเจ้าปั่นหัวเล่นเช่นนี้” ว่าแล้วก็ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากเล็กที่เผยอขึ้นยั่วยวนอยู่ตรงหน้า เขาสบตากลมโตที่เบิกกว้างในระยะประชิด แม้จะพร่าเลือนไปบ้าง แต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงแววสั่นระริกในดวงตาคู่นั้น

นางดิ้นรนคล้ายไม่ยินยอม แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงคนตัวโตกว่าได้ ท่ามกลางความคิดอันสับสนวุ่นวาย กลับยังมีความสงสัยวาบผ่านว่าเหตุใดร่างกายที่ทั้งผอมแห้งและไม่แข็งแรงดี ถึงได้มีพละกำลังมหาศาลถึงเพียงนี้

กงหยางซานกอดกระชับร่างน้อยเข้ามาในอ้อมแขน ดันท้ายทอยของนางเข้ามาจนริมฝีปากสัมผัสกันแนบแน่น ไม่มีช่องว่างให้อากาศแทรกผ่าน ก่อนจะปิดตาตามหลังจากเห็นนางก้มหน้ารับความพ่ายแพ้ในที่สุด

เขาลืมตาขึ้นมองใบหน้างดงามที่พริ้มตาหลับอยู่เป็นระยะ หัวใจค่อยๆ เต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่สามารถช่วงชิงลมหายใจของนางมาเป็นของตนเองได้ ความเร่าร้อนที่ระอุอยู่ภายในปากทำให้มีแต่ยิ่งต้องการมากขึ้น ความชุ่มชื่นอันแสนหวานทำให้ถลำลึกเข้าไปในจุดที่แสนอันตราย และยามนี้มันกำลังพยายามร้องเตือนภัยเสียงดังอยู่ข้างหู ว่าให้เขารีบถอยห่างจากนางโดยเร็ว






[1] ปากมีดหัวใจเต้าหู หมายถึง คนปากร้ายใจดี

[2] ไม่ยอมใส่น้ำมันเติมเกลือ หมายถึง คนที่ไม่ยอมฟังคำพูดของคนอื่น







หลังจากมีปัญหากับแว่นก็เลยไปตัดแว่นใหม่มาค่ะ สายตาสั้นขึ้นเยอะเลยค่ะ แว่นเบาขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ว่าใส่แล้วปวดหัวจนต้องกินยาแก้ปวดเลยค่ะ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะมันกดตรงจมูก  ถ้าอาทิตย์หนึ่งแล้วยังไม่หายดี จะลองไปให้ร้านที่ตัดแว่นปรับแป้นจมูกดูให้ก่อน ถ้ายังไม่หายดีก็คงต้องให้ค่อยๆ แก้เป็นเคสไป

ความจริงอยากจะลงทุกวันนะคะ เพราะอยากให้มันจบเร็วๆ จะได้รวมเล่มวางขาย ฮ่าๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงเพิ่มความเร็วในด้านนี้ให้ตัวเองไม่ได้สักที

ในเรื่องนี้เราจะค่อยๆ เห็นพัฒนาการของคุณชายที่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปนะคะ ยังไงก็อย่าเพิ่งเกลียดคุณชายไปก่อนเน้อ



Love you all 
Thank you for your support
Adalia Math / อดาเลีย แมธ / จันท์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #76 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 19:21
    แหม่ อ่านตอนต้นๆ นึกว่าทำอย่างอื่น
    #76
    1