公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 28 : ฉากที่ 25 กับดักของอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 ม.ค. 61



ฉากที่ 25

กับดักของอดีต

 

เสียงฝีเท้าของอาชาเริ่มชะลอก่อนหยุดลงในที่สุด ม่านไหมถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบอบบางที่ก้าวลงมาเป็นคนแรก ดวงตาใสกระจ่างเหลียวมองรอบกายที่จอแจไปด้วยชาวบ้านที่กำลังออกมาจับจ่ายซื้อของ เสียงต่างๆ ดังมาจากทุกทิศทางไม่ขาดสาย บ้างก็เป็นเสียงกระซิบกระซาบ บ้างก็เป็นเสียงตะโกนโวยวาย ผสมปนเปกันไปหมดจนแยกไม่ออก

หงเฟยอวี้หันไปสั่งบ่าวรับใช้สองสามคำ รอคอยเพียงอึดใจเดียวรถเข็นก็ถูกนำมาวางไว้ไม่ไกลจากตัวรถม้า

“คุณชาย” บ่าวรับใช้ชายเรียกผู้อยู่ด้านในด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

กงหยางซานคล้ายเพิ่งหลุดจากภวังค์ หลังจากตื่นขึ้นมาในยามเช้าก็รู้สึกกังวลใจยิ่งนัก กินอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยก็รบเร้าจะตามหงเฟยอวี้ออกไปนอกจวนให้ได้ ครั้นนางมีท่าทีคล้ายไม่ยินยอมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นข่มขู่แทน

เขาไม่อยากปล่อยให้นางคลาดสายตาไปแม้แต่ชั่วอึดใจเดียว เพราะกลัวการถูกทรยศหักหลังมากที่สุด ถึงแม้ยามนี้จะมีนางเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว แต่ก็ไม่อาจเชื่อใจนางได้เลยแม้แต่น้อย อาจเพราะจนกระทั่งเวลานี้เขาก็ยังคงจมปลักอยู่กับอดีต มันจึงทำให้เขาไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ชายหนุ่มยิ้มเย้ยหยันให้ตนเอง รู้ดีว่าควรทำอะไร แต่กลับทำไม่ได้ ยังคงเจ็บปวดกับเรื่องที่ผ่านไปนานแล้ว เดินย่ำอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน แบกรับความทุกข์ทรมานไว้ราวกับคนไร้ความคิดไร้สติตริตรอง

“ข้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางทั้งนั้น” เขาพึมพำในลำคอเสียงเบาหวิว เอ่ยย้ำถ้อยคำเหล่านี้มาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง แต่กลับไม่อาจควบคุมความรู้สึกโหยหาที่ซ่อนลึกในเลือดทุกหยาดหยดเอาไว้ได้ เขาหวังว่าจะมีใครสักคนเปิดประตูที่ปิดตายในใจของเขาออก กอดเขาที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูในความมืดมิดไว้แน่นไม่จากไปไหนอีก

“ท่านพี่”

เสียงหวานที่ดังลอดเข้ามาในรถม้า ช่วยให้ลมหายใจที่กลั้นเอาไว้ของกงหยางซานถูกปลดปล่อยออกมาได้อีกครั้ง มือใหญ่กำเป็นหมัดทุบลงบนอกใกล้ตำแหน่งหัวใจ แต่ความเจ็บปวดข้างในกลับไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย ยิ่งฝันถึงเรื่องที่ทำให้มีความสุขมากเพียงใด ก็ยิ่งตระหนักถึงความเจ็บปวดที่จะได้รับหลังจากนั้นชัดเจนขึ้น

ชายหนุ่มยื่นใบหน้าที่ยามนี้เปลี่ยนเป็นขาวซีดราวกับป่วยหนักออกไป ดวงตารียาวเหลือบตามองบ่าวรับใช้ครู่หนึ่งก่อนสั่ง

“ถอยออกไป”

“เอ่อ...คือ...” บ่าวรับใช้ผู้นั้นมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ มือไม้พันกันยุ่งเหยิง เขาหันไปมองใบหน้าฮูหยินของคุณชายรองครั้งหนึ่ง ครั้นเห็นนางพยักหน้าให้จึงยอมถอยห่างออกมาในที่สุด

“หึ” กงหยางซานถลึงตามองบ่าวรับใช้แวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสบตากับหงเฟยอวี้ที่ยืนอยู่ไม่ไกล แค่นเสียงพูด “ยังยืนเซ่ออะไรอยู่อีก”

หงเฟยอวี้สบตาเขาก็รู้ทันทีว่าสามีต้องการให้นางทำสิ่งใด

เท้าเล็กเดินเข้าไปใกล้ สองมือยื่นไปประคองใหญ่โตกว่า นางเคยรู้สึกทดท้อกับความเอาแต่ใจของเขา แต่กลับไม่เคยยอมแพ้เลยสักครั้งเดียว ถึงอย่างนั้นทุกอย่างที่ทำลงไปกลับไม่ได้หวังเพื่อจะเอาชนะ เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขัน ส่วนเขาเองก็ไม่ใช่ศัตรูที่ไหน แต่เป็นสามีที่จะใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันกับนาง

กงหยางซานกอดร่างของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา เขาก้มศีรษะเข้าไปใกล้ใบหูเล็ก กระซิบถ้อยคำตรงข้ามกับความรู้สึกในยามนี้ออกมา “ข้าเป็นถึงคุณชายรองตระกูลกงหยาง แต่บ่าวไพร่กลับเอาแต่เชื่อฟังแต่คำสั่งของเจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“อาจเป็นเพราะพวกเขายังไม่คุ้นชิน” หรือไม่ก็อาจรู้สึกหวาดกลัวเมื่อต้องอยู่ใกล้พยัคฆ์ร้ายเช่นสามีของนาง วันดีคืนดีทำสิ่งใดผิดพลาดไปแม้แต่น้อย เกรงว่าต่อให้มีอีกสักสิบชีวิตก็ยังชดใช้ไม่เพียงพอให้กับโทสะของเขา

“อยู่มานานแล้วยังไม่คุ้นชินอันใดอีก” เขากล่าวเสียงลอดไรฟัน

“ท่านน้อยใจหรือ”

“ข้าไม่ได้น้อยใจ”

“เช่นนั้นท่านไม่พอใจหรือ”

“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอนอยู่แล้ว” เขาเป็นเจ้านายแท้ๆ พวกบ่าวไพร่กลับเอาแต่ฟังคำพูดของนางไม่เห็นหัวเขาแม้แต่น้อย จะให้ไม่พอใจได้อย่างไร

นางประคองร่างเขาไปถึงรถเข็นในที่สุด กล่าวแนะนำเสียงเบาให้ได้ยินเพียงแค่สองคนอย่างจริงใจ “ขอเพียงท่านลดอารมณ์ดุร้ายลง ใจเย็นมากขึ้นกว่านี้สักหน่อย ผู้อื่นก็คงรู้สึกสนิทใจและหวาดกลัวท่านน้อยลง”

“เหตุใดข้าต้องเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อผู้อื่น” กงหยางซานคิดว่าเขาเป็นตัวอันตรายแล้วอย่างไร เขายอมอยู่โดดเดี่ยวไปจนตาย ดีกว่าต้องยอมรับน้ำใจจอมปลอมพวกนั้นเป็นไหนๆ เพราะไม่อยากถูกทรยศจากคนใกล้ตัวที่เขาไว้ใจอีกแล้ว

“ข้าไม่ได้บอกให้ท่านเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อผู้อื่น” หงเฟยอวี้ไม่เคยคาดหวังให้สามีเปลี่ยนแปลงเพื่อนางหรือผู้ใด เพียงแต่สิ่งที่แนะนำไปคือสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลดีกับตัวของเขาเอง

“เจ้าเพิ่งพูดไปก่อนหน้านี้” เขาเอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ คิดจะเอาชนะแม้แต่เรื่องเล็กน้อยพวกนี้

นางจัดเสื้อผ้าของเขาให้เข้าที่

“ท่านอยากจะคิดอย่างนั้นก็ตามใจเถิด”

เขาคว้าเอวบางไว้เมื่อนางคิดผละห่าง

“เจ้าคิดว่าพูดเช่นนี้แล้วข้าจะยอมปล่อยเรื่องก่อนหน้าให้ผ่านไปง่ายๆ หรือ” เขาขึ้นชื่อว่าเป็นจอมเสเพลอันดับหนึ่ง เป็นอันธพาลใหญ่แห่งเมืองหลวง ทำสิ่งใดล้วนไม่เคยมีเหตุผลนอกจากใช้อารมณ์ล้วนๆ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนหากไม่ได้ก่อกวนให้ผู้อื่นเดือดเนื้อร้อนใจไปกับเขาด้วย ก็ไม่อาจนั่งกินนอนกินอย่างสบายใจได้

หงเฟยอวี้รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

“ข้ายอมแพ้ท่านแล้วจริงๆ หากท่านไม่เชื่อที่ข้าพูดมา จะพาข้าไปสาบานที่ไหนก็ได้”

เขาหรี่ตาลง อยู่ดีๆ ก็นึกถึงความฝันเมื่อคืนขึ้นมา เรื่องที่เขาลืมไปนานแล้วก็คือเรื่องนี้นี่เอง ความจริงเขากับหงอวี้เคยพบกันมาก่อนที่จะแต่งงานกัน เพียงแต่ครั้งนั้นพบกันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ จึงทำให้ความทรงจำในส่วนนี้ถูกลืมเลือนไปอย่างรวดเร็ว

“ท่านปล่อยข้าได้แล้ว” ครั้นเห็นผู้คนเริ่มหนาตา นางก็รู้สึกเป็นกังวลเมื่อความสนิทสนมระหว่างนางกับเขากลายเป็นการแสดงฉากหนึ่งให้ผู้คนยืนชมดูอย่างสนุกสนาน

กงหยางซานปรายตามองผู้คนรอบข้าง ริมฝีปากหนาเผยรอยยิ้มร้ายกาจเช่นเดียวกับดวงตาที่ทอประกายชั่วร้ายอย่างเปิดเผย

“อายเหรอ”

“อืม” นางยอมรับแบบไม่อ้อมค้อม แม้นางจะหน้าหนาอยู่บ้าง แต่อย่างไรนางก็ยังเป็นสตรี ย่อมรู้สึกเขินอายเป็น ยิ่งเป็นเรื่องพวกนี้แล้วยิ่งไม่สามารถทนอยู่เฉยหรือทำเป็นไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้อื่นได้

“อายทำไม การแสดงความรักระหว่างสามีภรรยาไม่ใช่เรื่องน่าอายเสียหน่อย” เขาแค่นเสียงหัวเราะ “หรือว่าความจริงที่เจ้าอายเป็นเพราะสามีของเจ้าพิการกันแน่”

หงเฟยอวี้มองคนพูดอย่างเหลืออด

คนภายนอกจะมองอย่างไรนางหาได้สนใจ แต่เขาเป็นสามีของนาง เขาอาจจะไม่เชื่อในความจริงใจที่นางมอบให้ ชอบเอ่ยถ้อยคำดูถูกนางสารพัดนางก็หาได้ถือสา แต่อย่างไรก็ไม่ควรดูถูกตนเองเช่นนี้ พิการแล้วอย่างไร ไม่พิการแล้วอย่างไร เหตุใดถึงต้องทำเหมือนเป็นเรื่องน่าอับอายด้วย

“การที่ท่านเดินไม่ได้ไม่ใช่เรื่องน่าอายแม้แต่น้อย”

“อ๋อ...เช่นนั้นหรอกหรือ” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าจะเชื่อที่เจ้าพูดก็ได้ แต่เจ้าต้องจูบข้าก่อน”

“ข้า...” นางขยับตัวอย่างอึดอัดในอ้อมแขนของเขา

“เจ้าไม่กล้าเพราะเจ้ารู้สึกอายขึ้นมาล่ะสิ”

“ข้าทำไม่ได้” จะให้นางทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติย่อมไม่มีทางเป็นไปได้ ถึงตายก็ไม่ยอมให้ผู้ใดมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนาง เพราะมันเป็นเหมือนการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของหญิงสาวสกุลหงด้วย “ข้างนอกมีคนอยู่มากเกินไป ไว้กลับจวนไปแล้วข้าจะยอมตามใจท่านทุกอย่าง ท่านจะจัดการกับข้าอย่างไรย่อมได้ทั้งนั้น”

เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของนางที่มองจ้องกลับมา กลับกลายเป็นเขาเองที่รู้สึกทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

“ข้าขอร้องท่าน”

เขาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาสักคำ ยอมปล่อยมือจากนางแต่โดยดี ความอบอุ่นก่อนหน้าสลายหายไปอย่างรวดเร็ว เขาดึงมือที่ค้างเอาไว้กลับคืนมา กำมือที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อแน่น

หงเฟยอวี้ยิ้มหวานให้เขา เอ่ย “ขอบคุณท่านพี่” แล้วรีบผละร่างออกมา เมื่อยืดกายจนแผ่นหลังตั้งตรงเช่นเดิมก็เดินเข้าไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของกงหยางซาน ก่อนจะผลักรถเข็นเข้าไปข้างในร้านด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็นเช่นเดิม

“เจ้ามาร้านขายเสื้อผ้า?” นี่นะหรือธุระที่นางบอกเขาว่าสำคัญมาก

นางยังมิทันเอ่ยตอบ เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความอ่อนโยนกลับดังขึ้นมาเสียก่อนพร้อมกับการปรากฏตัวของผู้มาใหม่

“คุณหนูใหญ่” เขาค้อมศีรษะให้นางอย่างนอบน้อม รอยยิ้มเต็มไปด้วยความสุภาพนุ่มนวล แม้ใบหน้าที่เงยขึ้นมาอาจมิได้หล่อเหลาเทียบเท่ากงหยางซาน แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย สุขุมใจกว้าง และแฝงกลิ่นอายเป็นมิตรน่าสนิทสนมด้วยมากกว่า

นางพยักหน้าให้เล็กน้อย

“พี่จิ้ง วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

“ดีมากขอรับ คงเพราะใกล้เข้าหน้าร้อนแล้วจึงมีการสั่งตัดชุดใหม่เป็นจำนวนมาก” หลงจู๊เหยา หรือ เหยาจิ้ง ยื่นสมุดบัญชีที่เขาเพิ่งจัดการเสร็จก่อนหน้าให้หญิงสาวอายุน้อยกว่าตรงหน้าได้ตรวจดู

หงเฟยอวี้พลิกหน้ากระดาษเปิดอ่านไม่หยุด ไล่สายตามองตัวอักษรแต่ละหน้าอย่างรวดเร็ว ยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ดูแลร้านของนางมาตลอดหลายปี

“ขอบใจท่านมาก” มีอีกฝ่ายอยู่นางก็รู้สึกวางใจลงได้ เหลือเพียงเรื่องสามีของนางเท่านั้น ที่ไม่ว่าจะวางแผนเตรียมการไว้รัดกุมเพียงใด ก็มักจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ในทุกครั้ง สาเหตุหลักที่ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า อาจเป็นเพราะตัวแปรหลักคือ กงหยางซาน ชายหนุ่มที่ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถควบคุมหรือคาดเดาความคิดของเขาได้

เหยาจิ้งเพียงยกยิ้มให้ ดวงทั้งสองข้างมองใบหน้างดงามเย็นตาของนางอย่างชื่นชม ความงามที่มีไว้เพียงแค่ชื่นชมแต่ไม่อาจครอบครองได้ ยิ่งต้องตกไปอยู่ในมือของผู้ที่ไม่รู้ค่า ยิ่งทำให้บรรดาคุณชายในเมืองหลวงที่หมายปองนางล้วนรู้สึกเจ็บปวดใจไปตามๆ กัน ว่าแล้วเขาก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างเงียบๆ

ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน


  






Q : จากที่มีคำถามเข้ามาว่านางเอกชาตินี้กับชาติก่อนเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า 
A : ขอตอบว่าเรื่องนี้...ตัวละครในโลกอดีตบางส่วนเกี่ยวข้องกัน เพราะตั้งใจให้เป็นอดีตชาติของตัวละครในโลกปัจจุบันค่ะ

Love  
Thank you for your support
Adalia Math / อดาเลีย แมธ / จันท์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #78 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 19:44
    คุณชายถึงจะน่าสงสารแต่ก็น่าหมั่นไส้
    #78
    0