公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 30 : ฉากที่ 27 หลุมพรางของความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    26 ก.พ. 61


ฉากที่ 27

หลุมพรางของความทรงจำ

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำและกังวานสดใสประสานเป็นหนึ่งเดียวกันดังแว่วออกมานอกห้อง บรรยากาศรอบด้านราวกับมีบุปผางดงามผุดพรายขึ้นมาส่งกลิ่นฟุ้งตลบอบอวล ชวนให้ผู้คนที่อยู่รอบนอกอดรู้สึกหวานเลี่ยนไปด้วยมิได้

“คุณหนูจางช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก” แววตาของคนพูดสั่นไหวเล็กน้อยจนแทบไม่สังเกตเห็น หญิงสาวที่ยิ้มให้เขาตรงหน้าราวกับภาพฝัน แม้จางหรูอวี้จะไม่ใช่จางหลินที่เขาเคยรู้จัก แต่ก็มิอาจแสร้งทำว่าไม่ยินดีที่ได้พบหน้ากันอีกครั้งได้ นานแล้วที่ไม่ได้พูดหยอกล้อกับอีกฝ่าย เป็นเพราะความทรงจำเลวร้ายในอดีต จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขาจบลงไม่ดีนัก

“ท่านก็เช่นกัน ดูต่างจากที่ผู้คนร่ำลือกันยิ่งนัก” นับว่าเป็นครั้งแรกที่นางได้พบหน้าบุตรชายคนรองแห่งจวนเสนาบดีขวา ทั้งที่ได้ยินชื่อเสียงไม่ดีต่างๆ นานา แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีบางอย่างสั่งให้นางก้าวเท้าเข้าไปตามคำเชื้อเชิญอันแสนสุภาพของเขา

“คำเล่าลือเหล่านั้นไม่ใช่ว่าเชื่อถือไม่ได้ เพียงแต่เจ้ายังไม่รู้จักข้าดีต่างหาก จึงยังไม่เห็นในสิ่งที่ผู้อื่นเห็น” หากนางรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่แน่อาจจะวิ่งหนีเขาไปอีกครั้ง เมื่อกลับมาคิดทบทวนแล้วจึงได้เข้าใจกระจ่างแจ้งว่า ที่แท้แล้วล้วนเป็นความผิดของเขาเองทั้งนั้น

เป็นเขาที่ละเลยไม่ใส่ใจ เป็นเขาที่ไม่ดูแลหญิงสาวให้ดีเอง

“วันนี้ได้สนทนากับคุณชายรองกงหยางนับว่าเป็นเรื่องน่ายินดี เพียงแต่หรูอวี้จำเป็นต้องกล่าวคำอำลาท่านเสียแล้วในเวลานี้” จางหรูอวี้เอ่ยรักษามารยาทกับคู่สนทนาด้วยไม่อยากให้เกิดความขุ่นเคืองใจต่อกัน  แต่ก็มิอาจรั้งตัวอยู่นานได้ เพราะเขาเป็นบุรุษ ส่วนนางเป็นสตรีในห้องหอ ซ้ำยังเป็นบุตรสาวของขุนนางตระกูลใหญ่ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงด้วย

“นั่นสินะ อยู่กับคนพิการเช่นข้านานมีแต่จะทำให้เจ้าเบื่อหน่ายเท่านั้น” กงหยางซานถอนหายใจแล้วยิ้ม การเดินไม่ได้เช่นนี้ก็ดีไปอีกอย่าง ทำให้เขามีเวลาได้ขบคิดเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด ความจริงเขามิได้รู้สึกอับอายแม้แต่น้อย แม้ว่าคราแรกจะรู้สึกสมเพชเวทนาร่างกายนี้มากก็ตาม

คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว

“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการ ในใจลึกๆ ยังอดเสียดายไม่น้อยที่ไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนสนทนากับท่านได้”

ความจริงนางก็ยังรู้สึกแปลกใจที่ตนเองสามารถพูดคุยกับบุรุษตรงหน้าได้โดยไม่ขัดเขิน ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายเหมือนจะรู้จักนางเป็นอย่างดี ราวกับนางกับเขาเป็นสหายที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานเพียงเท่านั้น หากเป็นไปได้นางอยากผูกมิตรกับเขา แต่ยามนี้ไม่อาจยืดเวลาออกต่อไปได้อีกแล้ว

“พบหน้ากันถือว่าเป็นคนรู้จัก สนทนากันถูกคอนับได้ว่าเป็นสหายกันแล้ว วันหน้าหากมีโอกาสหรูอวี้ขอเชิญท่านไปร่วมดื่มชาชมสวนที่จวนตระกูลจางบ้าง”

กงหยางซานพยักหน้าพลางเอ่ย “หากคุณหนูจางไม่เบื่อข้าไปเสียก่อน”

“หากว่าท่านไม่คิดเกี้ยวข้าเช่นบุรุษอื่น พวกเราก็ยังสามารถเป็นสหายที่ดีต่อกันได้แน่นอน” นางกล่าวสีหน้าขบขัน

เขาหัวเราะ

“คุณหนูจางช่างไร้เยื่อใยต่อข้ายิ่งนัก” ภาพในหัวที่ยุ่งเหยิงก่อนหน้ากลับเปลี่ยนเป็นใบหน้างดงามเย็นตาของหงเฟยอวี้เข้ามาแทนที่ ดวงตากลมโตที่มองตอบกลับมาอย่างรู้ทัน ทำให้เขาสะดุ้งตกใจจนเกือบหงายหลัง

กงหยางซานมองจางหรูอวี้ด้วยแววตาเหม่อลอยเล็กน้อย

สตรีตรงหน้าทำให้เขาอาลัยอยู่บ้าง เพราะรู้สึกผูกพันกันมาเนิ่นนาน แต่อีกคนที่อยู่ในความคิดก็มักชอบปั่นป่วนใจของเขาอยู่เรื่อย จะสลัดทิ้งไปก็ทำไม่ได้ จะทำร้ายให้เจ็บช้ำก็หักใจทำไม่ลง

“หรูอวี้จำต้องขอกล่าวคำอำลาท่านแล้วจริงๆ” หญิงสาวลุกขึ้นยืนพร้อมกับค้อมศีรษะให้เล็กน้อย

เขาพยักหน้าเข้าใจ

“เรื่องที่คุณหนูจางแนะนำมา ไว้ข้าจะลองใคร่ครวญดู”

“อย่างไรหากท่านเห็นชอบด้วยแล้ว โปรดแจ้งข่าวให้หรูอวี้ทราบได้ทุกเมื่อ...รักษาตัวด้วย”

“เจ้าก็รักษาตัวด้วยเช่นกัน”

หลังจากที่สองนายบ่าวหันหลังให้ มุมปากของกงหยางซานที่ยกยิ้มก็ค่อยๆ คลายออกจนสีหน้ากลับมาราบเรียบสงบเช่นเดิม ความทรงจำที่เก็บซ่อนไว้ หลุดรอดออกมาจากเศษเสี้ยวใดของความนึกคิดก็มิอาจทราบ เขาเริ่มหายใจแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นหนักหน่วงจนแทบทะลุออกมานอกอก มือทั้งสองข้างที่กำแน่นบนที่เท้าแขนชื้นไปด้วยเหงื่อ

สาวใช้ที่เดินตามหลังจางหรูอวี้รีบเดินไปเปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่ ทว่ายังไม่ทันที่คุณหนูของนางจะก้าวเท้าออกไปก็ปะทะเข้ากับร่างที่สวนเข้ามาเสียก่อน

หงเฟยอวี้ชะงักกายไว้ได้ทันก่อนจะชนกับอีกฝ่าย นางมองใบหน้างดงามผุดผาดผ่านตารอบหนึ่ง ก่อนจะก้มศีรษะให้เล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้

“ขออภัยด้วย อวี้เอ๋อร์เสียมารยาทต่อคุณหนูจางแล้ว”

สีหน้าตกใจของจางหรูอวี้ก่อนหน้าค่อยๆ กลับคืนเป็นปรกติ ดวงตาทั้งสองข้างลอบมองภรรยาของชายหนุ่มที่นางสนทนาด้วยก่อนหน้า จากนั้นส่งยิ้มให้ตอบกลับ

“มิได้ เป็นหรูอวี้ที่เสียมารยาทต่างหาก”

หงเฟยอวี้หลบไปอีกทางให้อย่างมีมารยาท แต่ถึงอย่างนั้นกลับมิวายมองตามหลังคุณหนูผู้งดงามราวกับดอกไห่ถังไปอย่างครุ่นคิด ตอนแรกที่มีสาวใช้ไปแจ้งเรื่องให้ทราบ นางค่อนข้างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าสามีของนางจะทำให้ผู้อื่นไม่พอใจและตกที่นั่งลำบาก แต่เมื่อมาถึงเรื่องกลับไม่เป็นเช่นนั้น

กงหยางซานหลับตาลงชั่วครู่เพื่อสงบใจ ก่อนจะลืมขึ้นแล้วมองไปยังร่างงดงามที่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าห้อง

“เจ้ารีบร้อนมาที่นี่ เพราะเป็นห่วงข้าหรือกลัวว่าข้าจะไปทำร้ายผู้อื่นเข้ากันล่ะ”

นางหันมาสบตากับเขา ยิ้มหวานให้เหมือนในทุกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าไปอย่างไม่เร่งร้อนเหมือนในตอนแรกที่รีบตรงดิ่งมายังห้องพักรับรอง

“เจ้ามองข้าเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร”

หญิงสาวทรุดกายนั่งบนม้านั่งตัวที่ใกล้กับสามีของนางมากที่สุด

“ท่านรู้จักคุณหนูจางด้วยหรือ”

เขาบิดปากยิ้ม หรี่ตาลงอย่างเจ้าเล่ห์

“ถามทำไม”

“ถ้าหากท่านสนใจ ข้าแค่อยากจะบอกว่ายามนี้นางยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมายหรือชายใดในดวงใจเท่านั้น” นางหลุบตาลงต่ำ ยกถ้วยชาตรงหน้าที่มีน้ำชาเต็มเกือบล้นปริ่มขึ้นจิบ ก่อนชะงักไปชั่วครู่เพราะความเย็นชืดของมัน

“อ้อ แล้วไง” สีหน้าของเขาเริ่มบึ้งตึงคล้ายไม่สบอารมณ์

“ข้านึกว่าท่านอยากรู้เสียอีก”

“ทำไม เจ้าอยากเป็นแม่สื่อให้ข้าอย่างนั้นรึ” เขามองนางอย่างคาดคั้น ยกถ้วยน้ำชาที่นางเพิ่งจิบได้เพียงครึ่งหนึ่งขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ก่อนจะวางกระแทกบนโต๊ะเสียงดัง

นางสะดุ้งเล็กน้อย

“หากว่าท่านต้องการ” แม้ว่าใจของนางไม่ยินยอมแต่ก็ใช้ว่าจะขัดขืนได้ บุรุษมีสามภรรยาสี่อนุล้วนไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด อย่างบิดาของนางก็ใช่ว่ามีมารดาเพียงคนเดียวไม่ โชคดีหน่อยตรงที่ครอบครัวของนางต่างรักใคร่กลมเกลียวกันดี จึงไม่มีเรื่องการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นหรือความอิจฉาริษยาให้ปวดหัว

“เจ้าบอกว่าหากข้าต้องการ?” เขายิ้มเย็น ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงรู้สึกโกรธเกรี้ยวมากเช่นนี้ “หมายความว่าเจ้าต้องการให้ข้ารับภรรยาใหม่อย่างนั้นรึ หรือว่าความจริงแล้วเจ้าเกิดรู้สึกรังเกียจสามีผู้นี้ขึ้นมาจนอยากประเคนให้ผู้อื่นไป”

“ข้าไม่...” นางกลืนคำพูดที่คิดจะกล่าวต่อทั้งหมดลงท้อง ไม่ใช่ว่าเป็นภรรยาต้องใจกว้างดั่งมหาสมุทร ยินยอมให้สามีมีภรรยารองและอนุจึงได้ชื่อว่าทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่องหรอกหรือ ไม่รู้มีสตรีมากมายเพียงใดต้องกล้ำกลืนความเจ็บช้ำเหล่านั้นเอาไว้ เพราะการถูกแบ่งปันความรักไป กลับไม่ใช่เรื่องน่ายินดีหรือภาคภูมิใจเหมือนที่แสดงออกมาภายนอกเลย

“เจ้าเป็น!” เขากล่าวเสียงดังใส่หน้านาง ภายในใจรู้สึกผิดหวังอย่างไรไม่ทราบ นางทำเหมือนไร้เยื่อใยต่อเขา ประหนึ่งว่าการเป็นภรรยาของเขาก็แค่หน้าที่หนึ่งเท่านั้น

นางวางมือบนหลังมือของเขา

“ท่านพี่”

เขาชักมือออกอย่างรวดเร็วราวกับต้องของร้อน “เจ้ายอมให้ข้าไปกกกอดสตรีอื่น แล้วปล่อยเจ้าเดียวดายลำพังอยู่ในห้องหอเช่นนั้นหรือ เจ้าต้องการเช่นนั้นใช่หรือไม่”

“ข้า...” นางพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว หากวันนั้นมาถึงจริง นอกจากยิ้มรับแล้วนางจะทำอะไรได้ คำสั่งสอนที่ถูกปลูกฝั่งใส่หัวและปฏิบัติกันมารุ่นต่อรุ่น แม้ไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอม แต่จะให้นางไปนั่งกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของบรรพบุรุษสิบแปดชั่วโคตรของตนเองได้อย่างไร

“หึ หากคิดจะประเคนข้าให้ผู้อื่นแล้วเจ้าจะสุขสบายขึ้นก็ฝันไปเถอะ” เขาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน คราวนี้กลับเป็นฝ่ายคว้ามือเล็กมากุมไว้ ก่อนจะออกแรงบีบด้วยโทสะ “ข้าจะเกาะติดเจ้าจนกว่าเราจะตายจากกันไปข้าง”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง เพราะถ้อยคำก่อนหน้าหากมองเพียงผิวเผินก็คล้ายคำอาฆาตแค้นของเขา แต่หากมองให้ลึกซึ้งแล้วก็เหมือนเป็นคำสัญญาที่บอกว่าจะมีนางผู้เดียวไปชั่วชีวิต

“ท่านพี่” นางรู้สึกแสบจมูกขึ้นมา

“เจ้าทำหน้าอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร”

“ท่านชอบข้ามากใช่หรือไม่”

เขาถลึงตามองนาง ก่อนเสมองไปทางอื่น

“ข้าพูดเมื่อไหร่”

“ท่านพี่” เสียงของนางเจือแววยั่วเย้า เพราะนับวันการหยอกล้อสามีกลับกลายเป็นเรื่องน่าบันเทิงใจอย่างหนึ่งในชีวิตประจำวันของนาง

เขาปรายตามองนางแวบหนึ่ง

“เจ้าจะเรียกข้าทำไม”

“ท่านช่างดีต่อข้าเหลือเกิน”

“เหลวไหล! เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอันใดอยู่” เขาแสร้งทำโมโห แต่ไม่อาจกลับร่องรอยแดงระเรื่อบนโหนกแก้มทั้งสองข้างไว้ได้ คำที่กล่าวต่อมายิ่งเบาหวิวไม่หนักแน่นเหมือนในตอนแรก “ข้าไม่ได้ใส่ใจเจ้าแม้แต่น้อย”

หงเฟยอวี้ยิ้มหวาน แววตาที่มองไปยังสามีของนางอ่อนโยนขึ้นมากกว่าเดิมอีกหลายส่วน กระชับมือที่ถูกเขากุมไว้แน่นขึ้น

“ชาเย็นแล้ว ข้าจะให้สาวใช้ยกมาให้ท่านใหม่”

“ไม่ต้อง ข้าไม่อยากดื่มแล้ว” เพราะความจริงเขาอยากดื่มสุราให้เมามายไม่ได้สติเสียมากกว่า เผื่อจะช่วยปัดเป่าความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นภายในใจให้ปลิวหายไปได้ “นี่” เขาใช่มือข้างที่ว่างสะกิดไหล่ของนาง

นางละความสนใจจากสมุดบัญชีที่ถือติดมือมาด้วย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างสงสัย

“เจ้าไม่รู้สึกหึงหวงข้าเลยหรือ”

“ข้าจำเป็นต้องหึงหวงท่านด้วยหรือ”

เขาถลึงตามองนาง

“ข้าถามเจ้า ไม่ใช่ให้เจ้ามาถามข้า”

นางยิ้มเศร้าโดยไม่รู้ตัว

“ท่านพี่ ข้าหึงหวงท่านได้จริงหรือ”

“ภรรยาย่อมต้องหึงหวงสามีเป็นเรื่องปกติธรรมดา” ที่โลกเดิมของเขา ข่าวภรรยาหลวงบุกตบภรรยาน้อยหรือออกมาด่าประจานมีให้เห็นตามสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อออนไลน์ไม่เว้นในแต่ละวัน หากนางจะหึงหวงเขาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตหรือเลวร้ายแม้แต่น้อย

“ท่านพี่ ความจริงแล้วข้าเป็นสตรีจิตใจคับแคบยิ่งนัก หากท่านออกปากว่าได้ จะมากลับคำหรือเสียใจทีหลังไม่ได้แล้ว”

ยามที่แต่งให้บุรุษตรงหน้า นางตั้งใจจะมองเขาเป็นเพียงแค่สามี เพื่อไม่ให้หัวใจของนางต้องบอบช้ำและแหลกสลายเฉกเช่นเดียวกับมารดาของนาง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่นางใช้สายตามองเขาด้วยความรัก นั่นย่อมหมายถึงหน้าที่ในฐานะสามีภรรยาได้จบสิ้นลงแล้ว

เพราะเมื่อใดก็ตามที่เขากลายเป็นคนรักจริงๆ นั่นย่อมหมายถึงวันที่นางต้องยอมแบกรับคำว่าภรรยาไร้คุณธรรม สตรีจิตใจคับแคบที่เต็มไปด้วยความหึงหวงไว้

“ข้าเพียงแค่ต้องการให้ภรรยาเชื่อฟังข้าบ้าง ใส่ใจดูแลข้า รักข้าในแบบที่ข้าเป็น ทำให้ข้าเห็นว่านางรักข้ามากเพียงใด เลิกใส่ใจคำพูดของผู้อื่น ฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่อยากทำรวมถึงคุณธรรมบ้าบออะไรนั่นด้วย” เขาทนให้ตนเองเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ไม่อาจปล่อยให้เงามืดในอดีตทำลายชีวิตทั้งชีวิตของเขาเหมือนก่อน ในสถานที่แปลกประหลาดนี้เขาไม่มีใครนอกจากนาง หากจะต้องเดิมพันอีกสักครั้ง เขาก็หวังให้นางเป็นยาใจที่ช่วยรักษาบาดแผลที่เกิดจากความทรงจำเลวร้ายเหล่านั้น

นางค่อนข้างประหลาดใจที่ได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น

“ท่านจะให้ข้าทำผิดหลักสามเชื่อฟังสี่คุณธรรม รวมถึงเจ็ดขับทุกข้อ?”

“ข้ารู้ว่าเจ้าโตพอที่จะมีความคิดเป็นของตนเอง รู้ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ” และอย่างน้อยนางคงมิได้มีความคิดเหลวไหล ปีนป่ายขึ้นมานั่งอยู่บนหัวเขา

หงเฟยอวี้ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวราวกับไข่มุก

“ท่านพี่ช่างเข้าใจข้าดีเหลือเกิน”

กงหยางซานหรี่ตาลงเมื่อเห็นประกายเจ้าเล่ห์เต้นระริกอยู่ในดวงตากลมโตก็ใจหายวูบ เพราะรู้สึกเหมือนตนเองได้ทำเรื่องผิดมหันต์ไปอย่างไรไม่ทราบ








ขออภัยที่หายไปนานค่ะ เดือนเพิ่งจัดทำหนังสือเรื่องสาวใช้จำแลงและส่งไปเสร็จในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 หลังจากนั้นสามารถสั่งซื้อได้ค่ะ จะมีเปิดขายในเว็บเพจในวันที่ 1 มีนาคม 2561 

ส่วนตอนนี้กำลังรีไรต์เรื่องสั้นชุดรักสามฤดู เริ่มวางขายรักฤดูร้อนเป็น E-book ใน Meb ประมาณสิ้นเดือนค่ะ แล้วก็วางแผนจะทำมือเหมือนกันค่ะ

เรื่องสาวใช้จำแลงนักเขียนเป็นคนพิสูจน์อักษรเองอาจจะผิดพลาดไปบ้างก็ขออภัยค่ะ ส่วนรักสามฤดูลองส่งตรวจกับนักพิสูจน์อักษรค่ะ อาจจะมีการปรับราคาหนังสือชุดรักสามฤดูขึ้น ตอนนี้ก็เลยขอปิดการสั่งจองไปก่อนสักระยะนะคะ

ส่วนเรื่องคุณชายก็พยายามจะกลับมาลงเรื่อยๆ แล้วค่ะ เพราะถ้าทิ้งไปนานก็กลัวจะได้ไปนั่งทวนเนื้อหาใหม่อีกรอบ


   Love & Thank you for your support

Adalia Math / อดาเลีย แมธ / จันท์นิล / นัดจันทร์

แฟนเพจ 【 Click 

เด็กดี 【 Click 

ReadAWrite 【 Click 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #82 mee_pa (@mee_pa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:36
    ดีใจที่กลับมา เกือบลืมเรื่องแล้วอะ
    #82
    0
  2. #81 naya-devil (@naya-devil) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:52
    น่ารักกกกก
    #81
    0