公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 35 : ฉากที่ 32 คุณชายไม่สบอารมณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

ฉากที่ 32

คุณชายไม่สบอารมณ์

 

ขบวนเจ้าสาวที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ยาวถึงหน้าประตูเมือง เวลานี้กำลังมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์งามหลังหนึ่งที่ถูกตระเตรียมไว้อย่างเร่งด่วนเพื่อการนี้ ผู้คนต่างแห่แหนกันออกมาชมดูอย่างครึกครื้นเต็มสองข้างทาง ตามประตูหน้าต่างโรงน้ำชาแถวนั้นแทบไม่มีที่ว่างให้คนแทรกผ่านเข้าไปได้

ครั้นถึงที่หมายตามกำหนด พิธีการทั้งหมดก็ดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้อุปสรรค ก่อนจักรพรรดิญื่อเยวี่ยที่มาเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะเร่งรุดกลับวังพร้อมพระมเหสี เพราะมีเรื่องเร่งด่วนต้องกลับไปจัดการ

บรรยากาศชื่นมื่นรื่นเริงของงานมงคลยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง อาหารและสุราถูกยกเข้ามาเรื่อย ๆ แต่กลับไม่ได้ทำให้บุรุษผู้มีอารมณ์แปรปรวนแปลกแยกจากผู้อื่นอยากอาหารขึ้นมา ในระหว่างที่สนทนากับจางหรูอวี้ สองตาของเขาก็ยังไม่วายสอดส่ายมองหาร่างที่ยุ่งกับการเตรียมงานแต่งงานอยู่หลายวันจนกระทั่งถึงเวลานี้

หงเฟยอวี้ไม่เคยเอ่ยปากถาม ยามที่เขาเดินทางไปคฤหาสน์ตระกูลจางโดยมิให้นางติดตามไปด้วย เพียงแต่กำชับให้บ่าวรับใช้ดูแลเขาให้ดี นางยังคงดูแลเขาอย่างดีเฉกเช่นที่ภรรยาพึงกระทำต่อสามี เพียงแต่การกระทำเหล่านี้กลับทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างไรไม่ทราบ

“ดูท่าใจของท่านไม่ได้อยู่ที่นี่เสียแล้ว”

เขาหันกลับมาสบตากับคนพูด

“แล้วมันควรอยู่ที่ใดเล่า”

จางหรูอวี้ถอนหายใจ มองกงหยางซีเหยียนที่ยามนี้รอบกายรายล้อมไปด้วยสาวงาม แต่ที่เห็นจะสนิทและใกล้ชิดกันมากที่สุดยังคงเป็นคุณหนูใหญ่สกุลเฉวียน

“มันก็ควรจะอยู่กับคนที่ท่านรัก”

เขาหัวเราะ

“แต่ข้าไม่มี”

“ท่านแน่ใจหรือที่กล่าวออกมาเช่นนั้น” นางยิ้ม แม้จะไม่ชัดเจน ถึงอย่างนั้นก็ยังพอมองออกว่าอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับภรรยาของเขามากกว่าสตรีทั่วไป

“อย่างไรข้าก็แต่งงานแล้ว เจ้าห่วงเรื่องของเจ้าเองน่าจะดีกว่า”

“ข้าไม่จำเป็นต้องคิดมากเรื่องพวกนั้น” เพราะนับแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก ชีวิตนางก็เหมือนไม่ได้เป็นของนางอีกต่อไป สุดท้ายไม่ว่าแต่งให้ผู้ใดก็เพื่อชื่อเสียงกับผลประโยชน์เท่านั้น ความรักความรู้สึกอะไรล้วนไม่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย และต่อให้นางได้แต่งกับคนที่นางรัก ก็ใช่ว่าจะได้ครอบครองเขาเพียงผู้เดียวหรือได้ความรักตอบแทนกลับมาเช่นเดียวกัน

“ถ้าเจ้าแต่งเข้าตระกูลอื่นไป ข้าคงไม่มีโอกาสได้มานั่งสนทนากับเจ้าเช่นนี้อีก”

นางปรายตามองเขา ยกถ้วยชาขึ้นเกือบชิดริมฝีปากพร้อมกับเอ่ยเสียงเบาว่า “หากท่านกังวลเรื่องนั้น ก็รับข้าเป็นอนุของท่านเป็นอย่างไร” เอ่ยก็จิบชาหอมกรุ่นในมือเพียงเล็กน้อยแล้ววางถ้วยชาไว้ที่เดิม

“เจ้าล้อข้าเล่นแล้ว”

นางหัวเราะเสียงเบาในลำคอ ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก

“เจ้าคงไม่ได้อยากให้ข้าทำเช่นนั้นจริง ๆ ใช่หรือไม่”

“อย่างน้อยข้าคิดว่าข้าน่าจะสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขข้างกายท่านได้ หนำซ้ำภรรยาของท่านทั้งงดงามทั้งจิตใจดี ย่อมไม่มีปัญหาเรื่องภรรยาเอกรังแกอนุแน่นอน นี่ไม่เรียกว่าโชคดีแล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก”

“บิดาของเจ้าคงไม่มีทางยอมยกเจ้าให้ข้า” เขาถอนหายใจแรง ๆ แล้วส่ายศีรษะ “อีกอย่างข้าก็ไม่มีทางรับอนุมาไว้เป็นเพื่อนคุยเล่นเพียงอย่างเดียวแน่นอน”

“ท่านจะยอมให้ข้าสักเรื่องมิได้เชียวหรือ”

“นี่ใช่เรื่องที่ควรต่อรองอย่างนั้นรึ”

“ท่านช่างเป็นบุรุษที่ใจแคบยิ่งนัก”

“ถ้าเจ้าทนข้าเรื่องนี้ไม่ได้ก็ตัดใจเสียเถอะ”

นางแสร้งทำหน้าเศร้า

“เช่นนั้นข้าคงได้แต่ตัดใจแล้ว”

กงหยางซานส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนจะย้ายสายตากลับไปอยู่บนร่างของหงเฟยอวี้ที่ยืนห่างออกไปค่อนข้างไกลอย่างลืมตัว เพียงแต่ยามนี้ข้างกายของนางกลับมีบุรุษอื่นอยู่ด้วย ซ้ำยังเป็นผู้ที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี และคิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกันอีก

 

หงเฟยอวี้ย่อตัวลงเล็กน้อยอย่างชดช้อย ก้มหน้าไม่ได้สบตากับบุรุษที่มาใหม่ตรง ๆ อย่างแรกเพื่อไม่ให้เป็นการหมิ่นเกียรติของอีกฝ่าย อย่างที่สองเพราะนางไม่ได้สนิทสนมกับเขาเป็นการส่วนตัว เพียงแค่ได้เจอหน้ากันครั้งสองครั้งในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นในวังหลวงเท่านั้น

“คารวะอู๋อ๋อง[1]

“ไม่ต้องมากพิธี” ใบหน้าเครียดขรึมของเหยียนหมิงก่อนหน้าปรากฏรอยยิ้ม “ได้ข่าวว่างานครั้งนี้เจ้าเป็นคนจัดการเองเกือบทั้งหมด”

นางก้มหัวลงเล็กน้อยก่อนตอบ “เจ้าค่ะ”

“เสียดายที่ข้ารับชายาไปก่อนแล้ว ไม่เช่นนั้นคงต้องขอให้เจ้าช่วยจัดการให้”

“ท่านอ๋องกล่าวเกินไปแล้ว ในวังหลวงก็มีกองพิธีการคอยจัดการให้ทุกอย่าง ซ้ำพวกเขายังมีฝีมือสูงส่งมากกว่าหม่อมฉันหลายเท่า ไหนเลยจะมีเรื่องให้หม่อมฉันยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายได้”

“เจ้าถ่อมตัวเกินไปแล้ว”

ก่อนที่บทสนทนาจะยืดเยื้อไปมากกว่านี้ หงลี่เฟิ่งซึ่งเป็นน้องสาวบุญธรรมและพระชายาเอกของฉู่อ๋อง[2] ก็ปรากฏตัวขึ้น

“คารวะอู๋อ๋อง” นางย่อตัวให้เขาเล็กน้อย ปรายตามองไปยังทิศทางหนึ่งของงานเลี้ยงมงคลก่อนเอ่ยต่อ “หม่อมฉันต้องขออภัยที่เสียมารยาท เพียงแต่เวลานี้ต้องการยืมตัวพี่หญิงไปช่วยงานทางนั้นสักหน่อย”

เหยียนหมิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม เพียงแต่นัยน์ตาทั้งสองข้างกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา

“เชิญ”

ครั้นปลีกตัวออกมาได้ หงลี่เฟิ่งก็รีบพาตัวหงเฟยอวี้ออกจากบริเวณในทันที

“มือของเจ้าเย็นไปหมดแล้ว” หงเฟยอวี้เป็นคนเอ่ยขึ้นมาก่อน

“ก็สายตาของเขาออกจะเย็นชาถึงเพียงนั้น หรือท่านไม่รู้สึกอะไรเลยยามยืนอยู่ต่อหน้าเขา”

หงเฟยอวี้ยิ้มแล้วตบที่หลังมือของน้องสาวเบา ๆ

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รู้สึก เพียงแต่ไม่อาจแสดงมันออกมาอย่างโจ่งแจ้งได้ เจ้าก็ควรเรียนรู้เอาไว้ให้มากเช่นกัน เผื่อในภายภาคหน้าอาจจะพอเป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้าได้บ้าง อยู่ใกล้มังกรใกล้พยัคฆ์มิอาจไม่ระมัดระวัง เพราะตำแหน่งที่เจ้ายืนอยู่มิใช่สถานที่ปลอดภัยเลย”

“ท่านก็อย่าเป็นห่วงข้านักเลย ข้าดูแลตัวเองได้” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเจ็ดส่วน ล้อเล่นอีกสามส่วน

“ข้ารู้ว่าเจ้าดูแลตัวเองได้ แต่ข้าก็ยังอดเป็นห่วงเจ้าไม่ได้อยู่ดี” หงเฟยอวี้ยิ้มอย่างอ่อนใจ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับเหยาจิ้งที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของนาง “ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ” ผู้ดูแลหนุ่มเอ่ยรับคำพร้อมกับแจกแจงรายละเอียดทุกอย่างของงานในวันนี้ ให้คุณหนูของเขารับทราบอย่างไม่ตกหล่นไปแม้แต่คำเดียว

นางพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะจูงมือหงลี่เฟิ่งไปตรวจดูภายในงานอีกรอบ โดยมีเหยาจิ้งคอยติดตามไม่ห่าง พร้อมรับคำสั่งจากผู้เป็นนายอยู่ตลอดเวลา

 

ยิ่งดึกบรรยากาศภายในงานมงคลของหลี่เจิ้นเทียนกับหงฉีเยวี่ยยิ่งครึกครื้น ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้สังสรรค์ร่วมกันมานานเป็นแรมปี เพียงแต่เมื่อมีคนชื่นชอบก็มักมีคนไม่ชมชอบรวมอยู่ด้วย และหนึ่งในนั้นก็คงหนีไม่พ้นกงหยางซานที่ตอนนี้นั่งทำหน้าประหนึ่งว่าโมโหผู้ใดมาเป็นสิบชาติ

“ท่านอยากให้ภรรยาของท่านมาอยู่ใกล้ ๆ ก็แค่เอ่ยปากบอกนางคำเดียว ข้าเชื่อว่านางจะรีบมาหาท่านในทันที” ยังคงเป็นจางหรูอวี้ที่ยังนั่งสนทนาอยู่ข้างเขาเอ่ยขึ้นหยอกเย้า

“ข้าพูดเมื่อไหร่ว่าต้องการให้นางอยู่ใกล้ ๆ”

คนฟังยิ้มคล้ายจนใจ

“ท่านไม่ได้พูด แต่หน้าของท่านยามนี้กำลังบอกความจริงทุกอย่างกับข้า”

“หน้าของข้า ?” เขายกมือขึ้นลูบหน้าอย่างเผลอไผล ก่อนจะวางมันไว้ที่หน้าตักเหมือนเดิม “หน้าของข้าก็เป็นเช่นนี้อยู่แล้ว เจ้าอย่ามาหาเรื่องข้าจะดีกว่า”

“เจ้าค่ะ ๆ คุณชายรองกงหยาง ข้าไม่หาเรื่องท่านแล้ว ท่านอย่าได้มีโทสะ”

จางหรูอวี้ต่อบทสนทนากับกงหยางซานได้อีกไม่กี่ประโยค สาวใช้ที่ได้รับถ่ายทอดคำสั่งมาอีกทีก็กระซิบข้างหูของนางเสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน นางพยักหน้าเข้าใจ หันไปเอ่ยลาเขาอย่างจนใจ ก่อนจะรีบจากไปอย่างรีบร้อน

ยามนี้ร่างกายของท่านไม่แข็งแรง ไม่ควรจะดื่มสุรามากเกินไป” หงเฟยอวี้ที่มองเห็นสามีนั่งดื่มสุราจอกแล้วจอกเล่าอยู่นาน รีบเข้ามาห้ามพร้อมกับคว้ากาสุราจากมือของเขาแล้ววางไว้เดิม

เจ้าจะสนใจไปทำไม” กงหยางซานแค่นเสียงขึ้นจมูก สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง

“ท่านเป็นสามีของข้า ข้าจะไม่ห่วงท่านได้อย่างไร”

เขาหันกลับมาจ้องตานาง

“เจ้าห่วงข้าเพราะข้าสามีของเจ้าเพียงเท่านั้นรึ”

“เช่นนั้นยังต้องมีเหตุผลใดอื่นอีก”

เขาปัดมือเล็กทิ้งอย่างไม่ไยดี

อย่ามาแตะตัวข้า”

นางหาได้สนใจคำพูดของเขาไม่ ยังคงเอ่ยต่ออย่างใจเย็น “ยามนี้สีหน้าท่านไม่ค่อยดี งานวันนี้ก็เรียบร้อยดีทุกอย่างแล้ว เวลานี้ข้าคิดว่าควรจะรีบพาท่านกลับไปนอนพักผ่อนสักหน่อย”

กงหยางซานถลึงตามองอย่างดุร้าย พ่นคำพูดที่แสนร้ายกาจใส่หน้านาง

ทำไม จะรีบกลับไปไหน หรืออายที่ต้องอยู่กับคนพิการเช่นข้า”

ข้าไม่...”

เขาเอ่ยขัดขึ้น

ไม่ต้องแก้ตัวอะไรทั้งนั้น”

เช่นนั้นก็ตามใจท่าน ท่านว่าอย่างไรข้าก็ว่าตามนั้น” ราวกับว่านางพูดสิ่งใดไปก็ไม่เข้าหูเขา คงได้แต่เออออเห็นด้วยถึงจะทำให้เขาคลายโทสะลงได้บ้าง

ครั้นเห็นนางยอมเขาทุกอย่างอย่างว่าง่าย แววตาแข็งกร้าวก่อนหน้าก็เปลี่ยนเป็นอ่อนลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าบึ้งตึงเริ่มเปลี่ยนกลับมาเป็นเรียบเฉย เพียงแต่ข้างในยังคงร้อนรุ่มราวกับมีผู้ใดเอาไฟมาสุมไว้ เขาไม่ชอบใจที่มีบุรุษอื่นให้ความสนใจนาง พยายามเข้าใกล้นาง หรือพูดคุยกับนาง

และยิ่งไม่ชอบใจที่เห็นนางยิ้มให้คนเหล่านั้น เพราะมันทำให้เขาไม่สบอารมณ์จริง ๆ

 

 

 



[1]อู๋อ๋อง นามที่ได้รับพร้อมตำแหน่งอ๋องเป็นชื่อราชวงศ์ รัฐหรือแคว้นอื่นๆ ในสมัยโจวตะวันตก ยุคชุนชิวและจ้านกว๋อในสมัยโจวตะวันออก หรือรัฐในสมัยก่อนก่อตั้งราชวงศ์ฉิน เช่น โจว (), หลู่ (), อู๋ (), เยวี่ย () ฯลฯ อ๋องที่ได้รับนามเป็นชื่อเหล่านี้ถือว่ามีเกียรติเป็นอย่างมาก

[2] ฉู่อ๋อง นามที่ได้รับพร้อมตำแหน่งอ๋องเป็นชื่อรัฐในยุคชุนชิวและยุคจ้านกว๋อ (春秋戰國) สมัยโจวตะวันออก (東周) ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ซึ่งได้แก่ รัฐฉิน (), รัฐจิ้น (), รัฐฉี (), รัฐฉู่ () ทั้งหมด 4 รัฐ อ๋องที่ได้รับนามเป็นชื่อรัฐเหล่านี้ ถือว่ามีเกียรติสูงสุด



 




นักอ่านที่อ่านเรื่องนี้ค้างไว้นานแล้วอาจจะลืมค่ะ คนนี้คือเพื่อนสาวคนสนิทและน่าจะเป็นรักแรกของคุณชายในโลกปัจจุบันที่แต่งงานกับพี่ชายของเขาค่ะ

แอบมีชื่อคู่พระนางจากสาวใช้จำแลงโผล่มาแวบ ๆ ฮ่า ๆ แอบโปรโมตนิยายอีกเรื่องของตัวเอง ตอนนี้ช่างใจอยู่ว่าจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตในอดีตของหลี่เจิ้นเทียนดีหรือเปล่า เพราะหลี่เจิ้นเทียนคนปัจจุบันในเรื่องสาวใช้จำแลงนี่ถือว่าซอฟต์มากเลยค่ะ ซึ่งก็เคยมีนักอ่านพูดถึงว่าพระเอกไม่เห็นจะเหี้ยมโหดอำมหิตอะไรเลย แฮ่ ๆ ถ้าเขียนจริงนี่ก็คงเป็นชีวิประวัติเลยทีเดียวค่ะ ยังไงก็จะขอเก็บไปคิดดูก่อนนะคะ เพราะตอนนี้หลายเรื่องเกิน 



   Love & Thank you for your support

Adalia Math / อดาเลีย แมธ / จันท์นิล / นัดจันทร์

แฟนเพจ 【 Click 

เด็กดี 【 Click 

ReadAWrite 【 Click 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. #92 vkvava (@vkvava) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 13:37
    อีพระเอก ปากไม่ตรงกับใจอีกละ
    #92
    0
  2. #91 ArthitThipmanee (@ArthitThipmanee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:38
    *เรื่องอะไร
    #91
    0
  3. #90 ArthitThipmanee (@ArthitThipmanee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:37
    มีเรื่ิองท่านพระเอกสบอารมณ์ ปวดหัวแทนนางเอก
    #90
    0
  4. #89 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 20:06
    ทำไมไม่บอกไปหละว่าไม่ใช่ไม่สนใจแต่จะให้ทำยังไงในเมื่อสามีตัวเองนั้งคุยสนิทสนมกับผู้หญิงคนอื่นอยู่ถึงจะแค่เพื่อนก็เถอะแต่ถ้าเข้ามาขวางก็อาจจะหาว่ามาขัดขวางคนอื่นอีกพระเอกช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
    #89
    0