公子 คุณชายจำแลง ชุด เสน่หาข้ามภพ

ตอนที่ 9 : ฉากที่ 7 ท่านต้องการหย่าข้า?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ธ.ค. 60



ฉากที่ 7

ท่านต้องการหย่าข้า?

 

กงหยางซานนั่งครุ่นคิดเรื่องราวทุกอย่างในหัวอยู่หน้าโต๊ะตัวใหญ่กลางห้อง โดยไม่คิดเหลือบตามองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายตรงหน้าแม้แต่น้อย

ท่านพี่หงเฟยอวี้ร้องเรียกเสียงหวาน ดวงตาที่เคยสงบดุจเช่นบ่อน้ำปรากฏร่องรอยความเป็นห่วงไม่ได้เสแสร้งเมื่อเห็นสามีของนางนิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา

เขาเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง สองตาจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของผู้เป็นภรรยาอยู่ชั่วอึดใจค่อยเอ่ยปากถาม

ตัวข้าที่ร้ายกาจเช่นนั้น เหตุใดเจ้าถึงยอมแต่งงานด้วยเขาโยนหินถามเหมือนไม่ใส่ใจ หากภายในใจกลับรอฟังคำตอบด้วยใจจดจ่อ

นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยไม่ปรากฏร่องรอยอารมณ์ขุ่นมัว อีกทั้งมุมปากยังยกยิ้มน้อยๆ ทอดสายตามองใบหน้าบูดบึ้ง ด้วยสีหน้าแววตาราวกับมารดามองบุตรชายตัวน้อยผู้แสนเจ้าอารมณ์

เป็นสมรสพระราชทานจากองค์จักรพรรดิที่ผู้ใดก็มิอาจขัดขืนได้ครั้นเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไร ต้องอดนึกถึงใบหน้าโกรธเกรี้ยวของหงเฟยหรงผู้เป็นพี่ชายเสียทุกครั้งไม่ได้ ถึงแม้เขาจะไม่พอใจเพียงใด แต่ก็มิอาจขัดพระราชโองการของผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน นอกจากจำยอมส่งนางให้ผู้อื่นกับมือตนเอง

ครั้นกงหยางซานจะอ้าปากถาม หงเฟยอวี้กลับป้อนเนื้อเป็ดชิ้นหนึ่งใส่ปาก เขาถลึงตามองนาง ได้แต่จำใจเคี้ยวแล้วรีบกลืนลงคออย่างรวดเร็ว

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าเจ้าไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับข้าดูเหมือนไม่ว่าจะแต่งงานครั้งใดก็ล้วนถูกผู้อื่นบีบบังคับแทบทั้งสิ้น อาจเรียกได้ว่าเป็นชะตาชีวิตของเขาอย่างแท้จริง ซึ่งมันทำให้เขาไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรบ้าบอเหล่านี้ไปได้

นางคีบเนื้อปลาขาวนุ่มยื่นไปตรงหน้าเขาอีกคำ

เขาอ้าปากรับแต่โดยดีด้วยท่วงท่าเป็นธรรมชาติยิ่งนัก ราวกับว่าสิ่งที่กระทำในยามนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำอยู่ทุกวัน

เต็มใจหรือไม่เต็มใจแล้วอย่างไร ในเมื่อยามนี้ความจริงที่ข้าเป็นภรรยาของท่านก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างไรเสียก็กลายเป็นภรรยาของบุรุษอารมณ์ร้ายผู้นี้ไปแล้ว เห็นทีคงมีแต่ต้องทำหน้าที่ในฐานะภรรยาของเขาให้ดีที่สุด

หากเจ้าต้องการหย่า...

เขายังไม่ทันเอ่ยจบนางก็สวนขึ้นมาทันควัน มองไม่ออกว่ากำลังดีใจหรือเสียใจ

ท่านจะเขียนใบหย่าให้ข้า?” คิ้วเรียวงามขมวดมุ่นก่อนคลี่คลาย มุมปากยังคงยกยิ้มราวกับว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่นางสามารถจะทำได้

“หรือเจ้าไม่อยากหย่ากับข้า” กงหยางซานเอ่ยพลางลอบมองริมฝีปากอวบอิ่มที่ยังคงแตะแต้มด้วยรอยยิ้มไม่เสื่อมคลาย ราวกับเรื่องที่พวกเขากำลังสนทนาอยู่ในยามนี้เป็นเพียงเรื่องไร้สาระ ยิ่งเห็นใบหน้าไม่ยินดียินร้ายของนาง เขายิ่งมีสีหน้าบึ้งตึง นางคิดว่าเขากำลังล้อเล่นหรืออย่างไร ถึงเอาแต่นั่งยิ้มราวกับว่าต่อให้โลกนี้แตกสลายก็ไม่ไยดี

หงเฟยอวี้ลอบถอนหายใจ

ไม่มีสตรีนางใดอยากถูกหย่า ข้าอยากทราบว่าบกพร่องข้อใดในเจ็ดขับ[1] ถึงทำให้ท่านไม่อาจทนอยู่ด้วยได้

นางสบตาดุดันของเขาโดยไม่หลบหลีก จากนั้นหลุบตาลงมองมือข้างที่ถือตะเกียบที่กำลังสั่นไหวเล็กน้อยจนไม่เป็นที่สังเกตเห็น หากจะมีเรื่องที่ทำไม่ได้ในยามนี้ก็คงเป็นการให้กำเนิดบุตรแก่เขาเท่านั้น

บางทีท่านอาจไม่เข้าใจเรื่องหยุมหยิมของสตรีเท่าใดนัก ส่วนตัวแล้วจะหย่ากลายเป็นหญิงม่ายหรือถูกผู้อื่นครหาข้าล้วนไม่ใส่ใจเลยสักนิด เพราะหากว่ามันเป็นความต้องการของท่าน...

นางนิ่งเงียบไป คิดว่าหากเป็นเขาก็คงสามารถหย่านางได้โดยไม่ต้องเกรงกลัวพระอาญา เพราะนับแต่แรกนางก็ไม่ได้ต้องการแต่งเข้ามาในจวนเสนาบดีขวาอยู่แล้ว แต่ก็มิอาจขัดพระราชประสงค์ของเบื้องบนที่สั่งลงมาได้ ด้วยเหตุนั้นอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดจึงตกอยู่ในกำมือขององค์จักรพรรดิกับสามีของนางมาตั้งแต่แรก

หากพวกเขาต้องการให้อยู่ ตัวนางไหนเลยจะจากไปได้

กงหยางซานหรี่ตามองใบหน้างดงามด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ครั้นเห็นนางไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางมีพิรุธอันใดออกมาก็วางใจขึ้นสามส่วน

ข้าพิการเช่นนี้เจ้ายังอยากได้เป็นสามีอีกหรือ เจ้าไม่อายผู้อื่นบ้างหรืออย่างไรเขาแค่นเสียงพูด ริมฝีปากหนาเหยียดยิ้มเยาะหยันตนเอง ไม่เชื่อว่าจะมีคนแสนดีที่สามารถร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันได้ไม่ว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

“สมรสพระราชทานจากองค์จักรพรรดิ ใช่บอกว่าจะหย่าก็หย่าได้ง่ายดายอย่างที่ท่านคิด แต่หากว่าท่านเป็นผู้จัดการเองอาจไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร” หงเฟยอวี้ยิ้มอ่อนโยนให้พลางคีบผักสีเขียวสดยื่นส่งให้เขา

กงหยางซานเหล่ตามองอยู่ครู่หนึ่ง ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นกอดอกด้วยท่วงท่าหยิ่งยโส

ข้าไม่กินหญ้า

นางนิ่งงันไปเพียงชั่วครู่เท่านั้น จนสุดท้ายก็หาเสียงขอตนเองเจอ นางแย้งขึ้นพลางหัวเราะน้อยๆ กับท่าทีน่ารักน่าชังของสามีตัวโต

ไม่ใช่หญ้าเสียหน่อย นี่เป็นผักมีประโยชน์ช่วยบำรุงร่างกายท่านให้แข็งแรง

เขาถลึงตามองนางราวกับเด็กน้อยถูกขัดใจ เบ้ปากด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้

จะผักหรือหญ้าก็ไม่ต่างกันเพราะเขาเป็นสัตว์กินเนื้อไม่นิยมกินพืช แค่ได้กลิ่นเหม็นเขียวโชยมาก็ทำให้รู้สึกไม่ดีแล้ว

นางพยักหน้าพลางกล่าว อืมคำหนึ่ง แสร้งบ่นอุบอิบด้วยประโยคที่ทำให้คนฟังแทบอยากจะฟาดก้นงามงอนแรงๆ สักครั้ง

ข้าเพิ่งทราบว่าตนเองแต่งให้ชายที่แยกไม่ออกว่าอันใดเรียกว่าผักอันใดเรียกว่าหญ้า ไม่เป็นไรหากท่านไม่อยากกิน...

กงหยางซานงับหญ้าชิ้นนั้นด้วยสีหน้าดุดัน ดวงตาวาวโรจน์ประหนึ่งสัตว์ร้าย ขบฟันเข้าหากันอย่างรุนแรงราวกับว่าสิ่งที่เคี้ยวอยู่เป็นภรรยาคนงามของเขา ก่อนจะกลั้นใจกลืนมันลงคออย่างยากเย็น

นางถามสีหน้ายิ้มแย้มมองดูใบหน้าซีดขาวเปลี่ยนเป็นแดงก่ำด้วยความโมโห

รสชาติเป็นอย่างไรบ้างท่านพี่

ยอดเยี่ยมเขากัดฟันพูดพลางจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความกรุ่นโกรธ รู้สึกอยากจะกินหัวนางเข้าไปแทนอาหารมื้อนี้

เจ้าชื่ออะไรเสียงทุ้มเอ่ยถามหลังจากข่มกลั้นโทสะอยู่นานสองนาน

นางหยิบตะเกียบส่งให้ เพราะเขาไม่ใช่เด็กน้อยที่จะต้องคอยนั่งป้อนอาหารส่งถึงปากทุกคำ

ข้าชื่อหงเฟยอวี้นางเลือกตอบเพียงสั้นๆ เท่าที่เขาต้องการรู้

คิ้วเข้มหนาขมวดมุ่น ถึงไม่ค่อยใส่ใจกับภรรยาที่ได้มาโดยการบังคับของบิดา แต่อย่างน้อยก็ยังจำได้ว่านางไม่ได้ชื่อ หงเฟยอวี้แต่เป็น หงอวี้ต่างหาก

อวี้ที่มีความหมายว่าจักรวาล

ดูๆ ไปแล้วพวกนางทั้งสองเหมือนกันจนแทบแยกไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือแม้แต่อุปนิสัยที่ถอดแบบมาเป็นพิมพ์เดียวกัน ซึ่งมันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลยที่คนสองคนจะสามารถเหมือนกันได้ถึงเพียงนี้

ที่นี่คือที่ไหนเขาถามเผื่อว่าตนจะพอรู้จักบ้าง อย่างน้อยมันก็อาจช่วยให้เขาสามารถใช้ชีวิตในโลกโบราณคร่ำครึนี้ต่อได้โดยไม่กลายเป็นตัวประหลาดให้ผู้อื่นขบขัน

ที่นี่คือจวนเสนาบดีขวานางตอบไปยิ้มไป

กงหยางซานจุปากอย่างขัดใจ ดวงตาคู่คมหรี่ลง เพราะเรื่องนั้นเขารู้ตั้งนานแล้ว หรือว่าความจริงที่ตอบเช่นนี้เพื่อต้องการกวนประสาทเขากันแน่ แล้วถามคำตอบคำโดยไม่คิดอธิบายอะไรเลย ตั้งใจจะยั่วโมโหให้เขาระเบิดโทสะออกมาใช่หรือไม่

ไม่ใช่ ข้าหมายถึงว่าแคว้นอะไร

นางพยักหน้าเข้าใจในทันที ที่นี่คือเมืองจินโจวเป็นเมืองหลวงของแคว้นญื่อเยวี่ย

ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกมึนงง มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับ เขาไม่เคยได้ยินชื่อแคว้นญื่อเยวี่ยเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่ามันอยู่ส่วนไหนของแผนที่โลก หากรู้ว่าต้องเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นในอนาคต ยามเด็กคงตั้งใจเรียนประวัติศาสตร์ให้ดีมากกว่านี้

 

 



[1] เจ็ดขับ คือฝ่ายสามี ขับภรรยาออกจากบ้านหากมีพฤติกรรมตรงกับข้อใดข้อหนึ่งในเจ็ดข้ออันได้แก่ ไม่ปรนนิบัติพ่อแม่สามี ไม่มีบุตร คบชู้ อิจฉาริษยา มีโรคร้ายแรง พูดมาก และลักขโมย





Love you all 
Thank you for your support
Adalia Math / จันทร์นิล
แฟนเพจ  【 Click  】
เด็กดี 【 Click  】
ReadAWrite 【 Click  】

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

104 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 11:27
    เพิ่มมาอีกคนล่ะ พี่ชายละซิ
    #49
    0
  2. #31 1964 (@leng1964) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 14:10
    เป็นปมหนึ่งที่อยากรู้ว่ากงหยางซานต้องพิการเพราะเหตุใด
    #31
    1
    • #31-1 Adalahtsen (@adalahtsen) (จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2558 / 16:53
      เป็นปมหนึ่งที่นักเขียนคิดหนักมาก ว่าแล้วก็ขออนุญาตปาดเหงื่อ แฮ่ๆ
      #31-1
  3. #30 โหล่วโล้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 เมษายน 2558 / 12:37
    กรี๊ด อีตาคุณชายซานเริ่มมีน่ารัก หวั่นไหวกับเฟยอวี้ขึ้นมาแล้วสิ
    #30
    1
    • #30-1 Adalahtsen (@adalahtsen) (จากตอนที่ 9)
      3 พฤษภาคม 2558 / 16:52
      ฮ่าๆ คุณชายแค่ฟอร์มจัด จริงๆ สิ้นท่าตั้งนานแล้ว
      #30-1