【 Take care 】แสดงความ ดู แล

ตอนที่ 19 : {วันที่18}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,323
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 258 ครั้ง
    6 ม.ค. 59



{วันที่ 18}




  
  
     
     “ทาย!”

   ผมหยุดเท้าที่กำลังจะก้าวลงบันไดหน้าตึกเรียนหันไปมองทางทิศที่ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ ก็เจอมิวกับท็อปสะพายกระเป๋ากีฬากำลังเดินมา

   “อ้าว กำลังจะไปโรงยิมเหรอ”

   ทั้งคู่พยักหน้า “พี่ฟ้าเป็นไงบ้างอ่ะทาย” มิวถามยิ้ม ๆ 

   นับตั้งแต่เกิดเรื่องก็ผ่านมาสามวันแล้ว แต่เพราะเวลากลับคนละช่วง เนื่องด้วยผมต้องรอมืดหน่อยแล้วถึงไปช่วยพี่ฟ้าอาบน้ำ
   ส่วนทั้งท็อปและมิวก็ซ้อมหนักจนเหนื่อย กลับห้องทีไรไม่พวกมันก็ผมที่หลับก่อนทุกครั้ง เลยทำให้ยังไม่ได้คุยกันเสียที

   “คง ดีขึ้นแล้วล่ะ พยายามไม่ใช้งานมือเลยจะได้หายไว ๆ  อีกสองสามวันน่าจะถอดเฝือกได้” ผมว่า “นี่เดี๋ยวแวะไปหาที่ห้องพยาบาล วันนี้ไปให้อาจารย์ตรวจ”

   “อ๋อก็ดีแล้วล่ะ” ท็อปพูดแล้วยิ้มมุมปาก ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกอะไรออก “เอ้อ แล้วโค้ชให้มาถามว่าจะพร้อมไปลองสนามอีกครั้งเมื่อไหร่”

   “…”

   “โค้ชอยากให้มึงลงแข่งระดับประเทศปลายเดือนหน้านะ ต้องยื่นเปลี่ยนรายชื่อสมาชิกก่อนแข่งรอบแรกหนึ่งอาทิตย์ด้วย”

   ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่เริ่มแห้งผาก แล้วขมวดคิ้วครุ่นคิดหนักในใจ “กูไม่รู้…ไม่รู้จะเล่นได้ไหม”

   “เล่นได้ดิวะ โค้ชบอกว่าการเคลื่อนไหวร่างกายมึงดีมาก แค่แวบเดียวก็มองออกแล้ว”

   ผมฟังแล้วก็ยิ้มมุมปาก หลับตาลงเล็กน้อยแล้วลืมขึ้นสบตากับท็อปก่อนจะลากมาที่มิว “แต่...”

   มิวเลิกคิ้ว “แต่?”

   “ประโยคต่อไปล่ะ ไม่มีแต่เหรอ”

   คนตรงข้ามถอนหายใจ แล้วพยักหน้า “รู้ดีจังนะมึงเนี่ย” มิวว่าแล้วปล่อยให้ท็อปพูดต่อ

   “แต่โค้ชบอกว่ามึงมีจุดอ่อนตอนรับลูก...มึงกลัว”

   “รู้ แบบนี้แล้วก็ยังไม่เลิกคิดจะชวนกูเข้าทีมงั้นเหรอ มึงเข้าใจหรือยังล่ะว่ากูไม่ได้เล่นดีแบบเดิมอีกแล้ว กูไม่ใช่เพทายคนพวกที่มึงเคยเห็นแล้ว”

   “ทาย กูเชื่อในตัวมึงนะ”

   “...” ผมขมวดคิ้วอ่อน ๆ แล้วหันไปสบตากับมิว

   “แล้วมึงจะไม่เชื่อในตัวเองหน่อยเหรอวะ?”

   สิ้น ประโยคนั้นเราสามคนก็เงียบมีเพียงดวงตาที่ยังจับจ้องกันอยู่ ผมพยักหน้าลงแล้วพรูลมหายใจออกยาวอย่างยอมแพ้กับสายตาเชื่อมั่นนั้น...
   ถ้าใน วันนั้นมีคนมองผมด้วยสายตาแบบนี้ บาดแผลในอกคงไม่หนักเท่าที่เป็นอยู่

   “เข้าใจแล้ว”

   “จริงนะ!”

   ผมพยักหน้าย้ำ ก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นรอยยิ้มดีใจของสองคนตรงหน้า

   “แต่ไม่รับปากนะว่าจะทำได้ แล้วถ้าครั้งนี้กูทำไม่ได้จริง  สัญญานะว่าจะไม่พยายามพูดให้กูลงแข่งอีก”

   “กูเชื่อว่าสมาชิกคนใหม่ในทีมต้องเป็นมึง”

   ผมยิ้มกับคำพูดจริงจังของท็อป แล้วยิ้มให้กับท่าทางที่ทำเอาเผลอเชื่อในตัวเองขึ้นมาตามไปด้วย...





   "อ้าว เสร็จแล้วเหรอครับ?"

   เมื่อเดินมาถึงห้องพยาบาลแล้วก็เจอพี่ฟ้ากำลังเปิดประตูออกมาพอดี อีกฝ่ายหันมายิ้มให้ผม

   “เสร็จแล้ว อาจารย์บอกหายบวมไปเยอะจนแทบมองไม่เห็นแล้ว” พี่ฟ้าว่าขยับเข้ามายืนตรงหน้า “คงเพราะไม่ได้ใช้งานมือเลย ถึงได้หายเร็ว”

   “แล้วเอาเฝือกออกแล้วเหรอครับ” ผมถามเมื่อเห็นว่าตอนนี้เฝือกอ่อนที่ข้อมือหายไป แปรเปลี่ยนเป็นผ้ายืดรัดไว้แทน

   “ก็ใกล้หายแล้ว อาจารย์เลยให้เปลี่ยนมาพันไอ้นี่แทน”

   ผมพยักหน้า “งั้นพี่ฟ้าจะกลับห้องเลยหรือเปล่าครับ?”

   “เดี๋ยวพี่จะไปโรงยิมก่อน ไปช่วยโค้ชดูฟอร์มทีม”

   “ครับ?” ผมเลิกคิ้ว “พี่ฟ้าจะเล่นบาสเหรอ?”

   “เปล่า พี่ไม่ได้เล่นเองหรอก แต่ใกล้แข่งแล้วโค้ชเลยให้ไปช่วยดู ปกติพี่ก็ไม่เข้าไปยุ่งหรอกนะ ไม่อยากให้เด็กมันมายุ่งมาถามอะไร เหตุผลที่เลิกเล่นพี่ไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่”

   “อ้าวแล้ว…”

   “แต่คราวนี้เราจะลงแข่งไม่ใช่หรือไง”

   “…”

   ผมเงียบสนิทเมื่อพี่ฟ้าพูดขึ้นแล้วยิ้มบางส่งมาให้แบบนั้น คำพูดที่ทำเอารู้สึกเขินจนไม่กล้าสบตา
   รู้สึกประหลาดในอกแบบที่อธิบายไม่ถูก ผมไม่ใช่น้องแท้ ๆ  ไม่จำเป็นต้องใจดีด้วยเหมือนน้ำหรือน้องฝนน้องฝันสักหน่อย

   “ผม…ผมยังไม่แน่ใจเลยครับว่าจะลงได้”

   “ได้สิ”

   “พี่ฟ้าก็เห็นว่าวันนั้น-”

   “เราเล่นได้”

   “...”

   “ไปที่โรงยิมกันเถอะ”

   เมื่อเห็นแววตาจริงจังที่ส่งต่อความเชื่อมั่นมาให้ พร้อมคำพูดยืนยันที่ฟังแล้วอุ่นวาบในใจขึ้นมาแบบนั้น
   ผมก็ทำได้แค่กลืนคำโต้แย้งทุกอย่างลงคอไปแล้วพยักหน้ารับช้า ๆ  ก่อนจะก้าวเท้าเดินตามพี่เทคของผมไปที่โรงยิม…




   มา ถึงโรงยิมผมก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว เสร็จแล้วก็เดินมารวมตัวกับเพื่อนร่วมทีมแล้วก็โค้ชที่ข้างอัฒจันทร์เหมือน เมื่อคราวก่อน
   ต่างที่หนนี้มีพี่ฟ้ามายืนอยู่ด้วย พอคุยกันเล็กน้อยแล้วอาจารย์ก็ให้ลองแข่ง 3on3 กับทีมเดิมอย่างเมื่อวันที่ผ่านมา

   ผมรู้สึกกดดันมากกว่าคราวก่อนเป็นเท่าตัว หากคราวนี้มันแย่อีกล่ะ ถ้าผมตัวแข็งไม่มีสติแม้แต่จะขยับมือเพื่อรับลูกล่ะ
   ถ้าผมทำไม่ได้แล้วทำให้ทุกคนผิดหวังอีก ถ้าทุกคนมองผมด้วยสายตาแบบนั้นอีก ผมจะทนได้เหรอ ผมจะทนต่อไปจริง ๆ เหรอ

   “เพทาย!”

   เฮือก!

   “คะ…ครับ!”

   ผมสะดุ้งเฮือกแล้วขานรับเสียงดังอย่างเผลอตัว เมื่อพี่ฟ้าเขย่าบ่าผมแล้วเอ่ยเรียกเสียงดัง

   “พี่เรียกหลายรอบแล้ว เราไม่ได้ยิน”

   “เหรอครับ…ผมขอโทษครับ”

   “เป็นอะไรหรือเปล่า สีหน้าไม่ดีเลย”

   ผมเม้มปากแน่นแล้วส่ายหน้าช้า ๆ  ให้อีกคนถอนหายใจออกสั้น ๆ แล้วขยับวางมือที่กลางหัวผม

   “คิดมากใช่ไหม กังวลใช่หรือเปล่า?”

   “นิดหน่อยครับ…”

   ผม พึมพำตอบไปแล้วกวาดสายตาไปยังสนาม ที่ตอนนี้ท็อปมิวและพี่อิฐทีมตรงข้ามก็เข้าไปยืนรออยู่แล้วเรียบร้อย โค้ชยืนมองผมอยู่ไกล ๆ ก่อนจะเดินเข้ามาหา

   “ไหวหรือเปล่าเพทาย”

   ผมเงยหน้าสบตาโค้ชที่เอ่ยปากถามทันทีที่เดินมายืนข้าง ๆ แล้ว “…คิดว่าครับ”

   “ลอง รับลูกดูก่อนดีกว่า” ผมชะงักเมื่อโค้ชพูดขึ้นแบบนั้นแล้วหันไปตะโกนให้มิวหยิบลูกแล้ววิ่งมาประจำ ที่ “เดี๋ยวลองยืนตรงนี้แล้วรับลูกจากมิวดู”

   “ผม…”

   “ผมช่วยน้องเองครับโค้ช”

   ผมหันขวับไปมองพี่ฟ้าทันทีเมื่อเจ้าตัวพูดแทรกผมขึ้นมาแบบนั้น แล้วยังขยับแกะผ้ายืดที่พันรอบข้อมือขวาของตัวเองออกเสียดื้อ ๆ

   “พี่ฟ้าแกะทำไมครับ!”

   “ก็จะช่วยเราไง”

   “ช่วยอะไรผม?!”

   “เดี๋ยวเราขยับออกไปทางนั้นหน่อย แล้วพี่จะยืนอยู่ใกล้ ๆ  ให้มิวส่งลูกมาตรงกลางระหว่างพี่กับเรา”

   “พี่ฟ้า…”

   “ถ้าเรารับไม่ได้ พี่จะเป็นคนรับเอง”

   “ไม่ได้ครับ!” จะให้พี่ฟ้ารับลูกได้ยังไง! “มือพี่รับลูกไม่ได้นะครับ”

   “งั้นเราก็รับให้พี่สิ”

   “พี่ฟ้าครับ”

   “อย่าดื้อน่า…พร้อมแล้วนะมิว!”

   พี่ฟ้าแตะนิ้วลงตรงริมฝีปากผมให้หยุดพูด ก่อนจะหันไปยกมือตะโกนหามิว ทางนั้นทำหน้าเหรอหราเหมือนตกใจ
   หันมองพี่ฟ้าสลับกับผม แล้วเบนสายตาไปขอความคิดเห็นโค้ช ซึ่งมันน่าโมโหที่โค้ชก็พยักหน้าให้ทำตามนี่แหละ

   “พี่ฟ้า”

   “ดูลูกเพทาย อยู่ในสนามให้มองแค่ลูกบาสกับเพื่อนร่วมทีม ตั้งสติ”

   ผมชะงักคำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากเพราะความเป็นห่วงทันที
   เมื่อได้ยินประโยคจริงจังและเห็นแววตาที่จับจ้องไปทางมิวของพี่ฟ้า
   แววตาที่ทำให้ผมสะท้อนภาพของตัวเองเมื่อการแข่งครั้งล่าสุด

   “มีสมาธิ เข้าใจไหม”

   ผมพยักหน้ากับถ้อยคำของคนข้างตัวอีกครั้งแล้วหันไปทางมิว ส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้วให้ฝ่ายนั้น
   มิวยกมือขึ้นแล้วรอเสียงนกหวีดจากโค้ช วินาทีที่มิวจับลูกด้วยสองมือบริเวณกลางอก
   ใจของผมเต้นเร็วและสั่นรุนแรงอย่างที่รู้สึกได้ คราวนี้ถ้าผมรับไม่ได้พี่ฟ้าก็จะเจ็บอีก
   ถ้าผมรับไม่ได้พี่ฟ้าก็จะเข้ามารับแทน ถ้าผมยังรับไม่ได้แบบนั้นพี่ฟ้าก็จะเดือดร้อน…เดือดร้อนเพราะผม

   “พี่เชื่อใจเรานะเพทาย”

   สิ้นเสียงพูดแผ่วเบาจากคนข้างกาย เสียงนกหวีดก็ดังลั่น ผมหลับตาลงในขณะที่ได้ยินเสียงมิวท็อปและพี่อิฐตะโกนเรียกชื่อ
   แต่มือมันก็แข็งแกร็งอย่างไม่เชื่อฟังเจ้าของสมองอย่างผม

   “เพทาย!”

   โธ่เว้ย!

   ฟึ่บ! ขวับ ปึก!!

   ได้ยินแค่เสียงลมหายใจหอบหนักของตัวเองในความมืดหลังเปลือกตา

   ผมลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วเงยหน้ามองเมื่อพบว่าตัวเองกำลังกำหมัดแน่นทั้งสองมือซ้ำยังถูกพี่ฟ้าโอบไว้ในแขน
   รอยยิ้มและดวงตาที่ส่งมาให้ทำเอาก้อนเนื้อในอกที่เต้นแรงอยู่แล้วบ้าคลั่งขึ้นไปอีก

   “พี่บอกแล้วว่าทำได้”

   ผมเบนสายตาไปยังแป้นบาสที่เชือกยังแกว่งไหวอยู่จากการชูตลูกลงไปเมื่อครู่ ส่วนลูกสีส้มตัวการก็ยังกลิ้งอยู่ไม่ไกล
   ก่อนที่จะได้สัมผัสลูกผมเห็นภาพตัวเองทำลูกหลุดออกจากมือไปกลางสนามในวันนั้น
   เห็นสีหน้าและแววตาผิดหวังของโค้ช เห็นท่าทางดูถูกและไม่พอใจของจัมพ์
   เห็นตัวเองนั่งอยู่ในห้องแต่งตัวของมหาลัยเดิม เห็นความล้มเหลวในฐานะนักกีฬาของผม

   แต่วินาทีที่ผมได้ยินเสียงพี่ฟ้าดังขึ้นในหัวตัวก็ขยับรับลูกแล้วหันไปชูตลงแป้นทันทีโดยไม่ทันได้คิด
   สุดท้ายก็มาหลับตาปี๋ชันเข่าหอบอยู่จนตอนนี้

   “เพทาย” ผมหันขวับไปทางต้นเสียงทันที เมื่อโค้ชเดินเข้ามาใกล้แล้ววางมือลงที่บ่า “3on3คงไม่ต้องแล้ว พรุ่งนี้มาลองรวมทีมกันดูนะ แล้วเดี๋ยวเรื่องรายชื่อสมาชิกครูจัดการเอง”

   “ผม…”

   “แต่ทำได้แค่นี้ไม่พอหรอก ต้องทำได้ยิ่งกว่าที่เคยทำ ต้องสู้ยิ่งกว่าที่เคยสู้ ทำได้หรือเปล่า?”

   “…”

   โค้ชย้ำมือตบลงที่บ่าผมอีกสองสามครั้งก่อนจะผละออก “เก็บไปคิดแล้วพรุ่งนี้เอาคำตอบมาให้ครู”

   ทิ้งท้ายไว้เท่านั้นแล้วโค้ชก็เดินไปพลางตะโกนเรียกรวมทีมเพื่อซ้อมอีกครั้ง
   มิวกับท็อปยิ้มแล้วส่งนิ้วโป้งมาให้ผม ก่อนจะวิ่งตามโค้ชไป เลยเหลือผมยืนนิ่งอยู่กับพี่ฟ้าสองคน

   “เพทาย” เสียงเรียกดังมาจากคนข้าง ๆ  “โอเคไหม?”

   “…ผม…ผมไม่...”

   พี่ฟ้าเอื้อมมือมาจับมือของผมที่แบขึ้นมาให้ดูว่ากำลังสั่นแค่ไหน “ไม่เป็นไรแล้ว…ได้ชูตแล้วรู้สึกดีขึ้นไหม?”

   “ผม…ผมไม่รู้ ผมแค่…”

   “ชู่ว ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว”

   ผมหลับตาลงแล้วทิ้งหัวลงที่บ่าของพี่ฟ้าตามแรงดึงของเจ้าตัว รู้สึกเหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ที่หนักอึ้งถูกยกออกไปจากอก
   ภาพลูกบาสหลุดออกจากมือไปวันนั้นจางลงไปเพราะความรู้สึกยามจับลูกบาสแล้วชูตเมื่อครู่
   ความรู้สึกและเสียงลูกสอดลงห่วงยังคงเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนไป ทำน้ำตาตีขึ้นมาคลออยู่ตรงปากทางได้ไม่ยาก

   รู้สึกอุ่นวาบในอกเหมือนเจอของสำคัญที่หายไป…









◦  ⍟   ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦








   ตอนนี้ผมกำลังนั่งอยู่ห้องพี่ฟ้า ในมือกุมแก้วเซรามิกที่อุ่นด้วยน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ด้านใน
   มองควันสีขาวที่ลอยขึ้นมาแล้วจางหายไปช้า ๆ อย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเจ้าของห้องมาทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ

   “รู้สึกดีขึ้นไหม?”

   ผมพยักหน้า “ครับ”

   “เดี๋ยวไปอาบน้ำเลยสิ พรุ่งนี้เรียนเช้าไม่ใช่เหรอ”

   “พี่ฟ้าก็ไปอาบด้วยกันเลยไหมครับ?”

   “พี่อาบเองได้แล้วล่ะ” คนตรงหน้าผมยิ้ม แล้วเอื้อมมือมาลูบหัวผมเล่น “แต่เดี๋ยวไปอาบเป็นเพื่อน”

   “…”

   “ไปเลยไหม?”

   อีก คนลุกขึ้นแล้วเอี้ยวตัวกลับมาถามผมอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าผมยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมลุกขึ้นตามหรือแม้แต่จะละ สายตาไปจากแก้วน้ำเต้าหู้ในมือ

   “…พี่ฟ้าครับ”

   “หือ?”

   “ช่วยฟังผมหน่อยได้ไหมครับ”

   เผื่อว่าสิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจผมจะหายออกไป เผื่อว่าจะได้ล้างเช็ดทำความสะอาดตะคอนที่ยังคงเกาะแน่นอยู่ไม่หายไปเสียที…
   และเผื่อว่าการชูตบาสครั้งต่อไปของผมมันจะง่ายขึ้นกว่านี้


   คนโตกว่าเลิกคิ้วนิ่งไป ก่อนที่จะยิ้มมุมปากแล้วขยับนั่งลงข้างผมเหมือนเก่า “ได้สิ พี่ฟังเราได้หมดแหละ”

   “…ผมเลิกเล่นบาสไปเมื่อหลายเดือนก่อน”

   พี่ ฟ้าพยักหน้าแล้วมองหน้าผมเหมือนจะบอกว่ากำลังฟังอยู่ ความอบอุ่นก่อตัวขึ้นช้า ๆ ให้รู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดอะไรออกมาได้ทุกอย่าง

   “ก่อนหน้านี้ผม เป็นนักบาสของทีมมหาลัยเหมือนอย่างพวกมิวกับท็อปนี่แหละครับ ผมมีเพื่อนร่วมทีม มีเพื่อนสนิทที่เล่นเข้าคู่หกันได้ดี ชนิดที่แค่มองตากันก็รู้แล้วว่าจะขยับไปตรงไหน...”

   ต่อให้อีกฝ่าย จะทำไม่ดีหรือหักหลังผมได้เจ็บปวดแค่ไหน แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้...ว่าที่ผ่านมาจัมพ์คือเพื่อนสนิท ที่สุดแล้วของผม

   “ผมรักบาสมาก ผมรู้สึกดีเวลาอยู่ในสนาม รู้สึกดีเวลาเลี้ยงลูกส่งลูก และรักช่วงเวลาที่ชูตลูกบอลลงห่วงที่สุด ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อหรืออยากหยุดพัฒนาตัวเองเวลาจับลูกบาส ผมรักมันมากจนทุ่มเทสุดตัวชนิดที่นอกจากเวลาเรียนแล้วทั้งหมดก็ให้กับการ ซ้อม ยิ่งช่วงใกล้แข่งผมยิ่งแทบจะกินนอนที่โรงยิม...แต่ผมคงลืมไปว่าตัวเองมีอีก คนที่ต้องดูแล”

   พี่ฟ้าขยับเข้ามาวางมือลงที่หัวผมอีกครั้ง พอเงยหน้าขึ้นสบตาก็รู้ว่าอีกคนกำลังมองมาด้วยสายตาเป็นกังวล
   ความพร่าเบลอของใบหน้าพี่ฟ้าทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีม่านน้ำตาเอ่อขังอยู่

   “วันแข่งผมเห็นแฟนตัวเองจูบอยู่กับเพื่อนสนิทคนที่ว่านั่น”

   “…”

   “คง เป็นความผิดของผมเองที่แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องส่วนรวมไม่ได้ ผมรับลูกพลาด ผมรับลูกแล้วปล่อยให้หลุดมือ ผมปล่อยมันหลุดออกจากมือด้วยตัวผมเอง…ผมเป็นคนทำทีมแพ้ ผมเป็นคน…”

   “เพทาย”

   “ผมเป็นคนทำทุกอย่างแย่…ผมไม่ควร…”

   “เพทายฟังพี่ เพทาย!”

   ผมสะดุ้งแล้วชะงักคำพูดเมื่อคนข้างตัวขยับมากุมมือผมไว้แล้วกระตุกพลางเอ่ยเรียกชื่อเสียงดัง
   สติที่กระเจิงไปเมื่อครู่เพราะอารมณ์รวนถูกดึงกลับเข้ามาในตัวอีกครั้ง ผมกระพริบตาปริบ ๆ มองแววตาที่ฉายแววความเป็นห่วงไว้
   พี่ฟ้าขมวดคิ้วแล้วจ้องกลับเข้ามาในนัยน์ตาของผมนิ่ง สีหน้าที่ทำเอาความรู้สึกปั่นป่วนเมื่อครู่ค่อย ๆ มลายหายไป

   “เลิก โทษตัวเองนะ เราทำดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยก็ดีที่สุดสำหรับเวลานั้น ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว อะไรที่พลาดก็ปล่อยมันไป ลูกไหนที่ชูตไม่ลงก็ให้มันเป็นบทเรียน ในชีวิตของเราต่อจากนี้ไปยังต้องชูตบาสอีกหลายลูก อย่าให้การชูตบาสผิดพลาดแค่ครั้งเดียวมาทำลายการชูตที่ดีอีกหลายสิบหลายร้อย ครั้งในอนาคต เข้าใจไหม?”

   “...”

   “เข้าใจไหม?” อีกคนถามย้ำเมื่อผมยังคงนิ่งเงียบ

   “…เข้าใจครับ”

   “เราต้องไถ่โทษในสิ่งที่ทำให้ตัวเองเสียใจมาหลายเดือน”

   “ไถ่โทษให้ตัวเอง?”

   “ใช่ ไถ่โทษให้ตัวเอง”

   “ยังไงนะครับ”

   “ให้กำลังใจตัวเองบ้าง ให้โอกาสตัวเองบ้าง เท่านี้เอง” พี่ฟ้ายิ้ม มืออุ่น ๆ ก็ขยับลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน  “ไม่ยากไปใช่ไหม?”

   “…ไม่ยากครับ”

   “ยังจะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อีก” พี่ฟ้าหัวเราะ “มานี่มา”

   แล้วก็เอื้อมมือมาจับศีรษะผมให้เอนไปซบตรงบ่าลูบหัวปลอบไปมาอย่างที่ผมเองก็เอนตัวตามไปโดยไม่ได้ขืนไว้

   “พี่จะรอดูเราชูตบาสครั้งต่อไปนะ พี่จะรอดูเราชูตบาสทุกครั้ง โอเคไหม?”

   ผมพยักหน้าแล้วก้มหน้ากัดริมฝีปากล่างแน่น พยายามซ่อนใบหน้าของตัวเองให้พ้นสายตาของอีกคน…

   เพราะตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังได้ยินเสียงประหลาดสะท้อนก้องอยู่ในอกดังมากเหลือเกิน









   tbc…
   


   happy new year 2016 ค่ะ!! เยยยยยยย่
   มาช้าไปหน่อย แต่ยังดีกว่าไม่มาเนอะะะะะ
   ยังไงก็สวัสดีปีใหม่นะคะ ตอนนี้ก้าวเข้าเดือนมกราคมของปี 2559 เรียบร้อยแล้ว
   เอาพี่ฟ้าน้องทายมาให้เป็นของขวัญ ฮรี่  ขอให้ทุกคนมีความสุขมาก ๆ มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาตลอดปีนี้
   ได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่รัก สิ่งที่รัก และสถานที่ที่รักเน้ออ ♡

   ยังไงต้องขอฝากตัวอีกปีนึงนะคะ กอดแน่นนนน <3



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 258 ครั้ง

678 ความคิดเห็น

  1. #627 snk_onge (@ongnielisreal) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 07:38
    พี่ข้ามฟ้า อบอุ่นมากๆเลย สงสารน้องทายด้วย อ่านไปน้ำตาคลอไป T^T
    #627
    0
  2. #615 feonixsh (@feonixsh) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:17
    เดี๋ยวแข่งระดับนี้ต้องวนไปเจอเพื่อนเก่าทีมเก่าแน่ๆเลย

    ทายฮึบๆหน่อยนะ
    #615
    0
  3. #570 _jkbam_ (@niyay123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 03:28
    เดี๋ยวก็ต้องไปเจอกับทีมเก่าสินะ....
    #570
    0
  4. #533 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 11:37
    พี่ฟ้าอบอุ่นจังเลยยยย
    #533
    0
  5. #461 apigcup (@apigcup) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 13:10
    ความเป็นพี่ฟ้านี้ ช่างละมุนต่อจิตใจ
    #461
    0
  6. #384 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 02:00
    พี่ฟ้าดูแลเกินนน เดี่ยวให้ซบให้กอดให้กำลังใจ เป็นใครๆก็รู้สึกนะ หวังว่าคงไม่มีดราม่าเหมือนเรื่องอื่นนะไรทท์ ว่าแต่มอนี้เป็นมอชายล้วนหรอ ทำไมม่มีนีน้อยเลยอ่ะ หรือเราอ่านแบบมึนๆเนี่ยยย
    #384
    0
  7. #358 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 16:07
    สู้นะทาย ฮื่ออ กลัวไปแข่งแล้วได้เจอเพื่อนเก่าอีกอ่ะ

    พี่ฟ้าอบอุ่นมากกกก อยากได้เลย 555555 ทายนี่หวั่นไหวแล้วล่ะ แต่ถ้าพี่ฟ้าไม่คิดอะไรอีกจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย
    #358
    0
  8. #308 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 17:33
    ดีใจที่เพทายก้าวข้ามเรื่องนั้นมาได้ ;-; น้องเริ่มหวั่นไหวซะแล้ว 555 พี่ฟ้าเองก็ดูแลน้องเกินขอบเขตน้องไปแล้วนะคะ หวั่นไหวกับน้องบ้างหรือยังเนี่ย 5555
    #308
    0
  9. #263 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 09:00
    น้องมันต้องตุ๊มๆต่อมๆในใจบ้างแหละนะ
    #263
    0
  10. #170 Dark Diamond (@hokange) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:35
    ในที่สุดทายก็กลับมาเล่นบาสแล้ว ได้ระบายอดีตออกมาแล้วพี่ฟ้าก็เข้าใจด้วย คงขะดีขึ้นเรื่อยๆนะ
    #170
    0
  11. #98 nice (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 14:41
    กำลังให้พี่ฟ้าน้องทาย สู้ไปด้วยกัน
    #98
    0
  12. #72 Poohkyung (@Poohkyung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 18:55
    พี่ฟ้าอบอุ่นมากกกกกก >///<
    #72
    0
  13. #71 { i M o O a U i } (@imooauimk) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 08:36
    รักพี่ฟ้ามากกก เพทายได้ระบายแล้ว ต่อไปต้องมีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นแน่นอน
    สวัสดีปีใหม่ไรท์ด้วยนะคะ ขอให้มีความสุก มากมาก มากมาก มากมาก ตลอดไป
    #71
    0
  14. #69 preesia (@nuii_21) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 07:55
    อบอุ่นมากๆเลย ผู้ชาบแบบข้ามฟ้านี่หาได้ที่ไหนบ้างนะ
    #69
    0
  15. #66 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 03:03
    โอ้ยยยยย น้ำตาคลอเลยค่ะคุณขาาาาาา แต่เราว่าการที่น้องทายเล่าเรื่องนั้นให้พี่ฟ้าฟังมันเป็นอะไรที่ดีนะ อย่างน้อยน้องก็ได้ระบายมันออกมาบ้าง หลังจากที่เก็บไว้คนเดียวมานานนนนนนน หัวใจทำงานหนักมานาน พี่ฟ้าให้ข้อคิดที่ดีดับน้องทายได้เสมอเลย อย่างน้อยตอนนี้ก็ชู้ตบาสได้แล้ว ทำให้มันดีกว่าเดิมดีกว่าน้องทาย อดีตช่างมัน

    สวัสดีปีใหม่ด้วยค่ะไรท์เตอร์
    #66
    0
  16. #63 ppminimin (@poonkungg) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 02:27
    เพทายสู้ๆ เพทายสู้ตายยยยย
    #63
    0
  17. #61 Paeng Jaa (@mtypaeng) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 01:20
    ฮือออ พี่ฟ้าอบอุ่มเหลือเกิน เหมือนท้องฟ้าที่คอยโอบอุ้มและให้แสงสว่างกับโลกของเพทาย เพทายต้องเข้มแข็งขึ้นเพราะพี่แน่ๆ
    #61
    0