【 Take care 】แสดงความ ดู แล

ตอนที่ 26 : {วันที่25}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 309 ครั้ง
    16 ม.ค. 59



{วันที่ 25}




  
  
     
       หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาผมถูกพี่ฟ้าติวเข้มอีกครั้งหลังจากที่ไม่ได้แตะหนังสือมาสักพักใหญ่
   เพราะมัวแต่ไปทุ่มเทอยู่กับการซ้อม พอห่างไปสักพักมันก็มีลืม ๆ ไปบ้างแล้ว อะไรที่ไม่ถนัดมันก็ยังไม่ถนัดอยู่วันยังค่ำสิน่า

   “ฟังพี่อยู่ไหมเพทาย”

   ผมสะดุ้งเพราะโดนม้วนกระดาษตีเข้าที่กลางหัว หมากเก็บที่นอนอยู่บนตักก็พลอยสะดุ้งไปด้วย “ฟะ…ฟัง ฟังครับ!”

   “เหม่ออีกแล้ว มีสมาธิอยู่หรือเปล่า”

   “ขอโทษครับ...” ถ้าผมมีหูเหมือนสุนัขตอนนี้มันคงลู่ลงเพราะโดนดุไปแล้ว

   “ฟ้า อย่าดุน้องนักสิ” เสียงของป้าเฟื่องแม่พี่ฟ้าดังมาจากด้านหลัง พอหันไปมองก็เจอคุณป้ายิ้มส่งมาให้อยู่ “มากินข้าวเย็นก่อนเถอะจ้ะ แล้วเดี๋ยวค่อยมาติวใหม่นะ”

   ผมเม้มปากแล้วเบนสายตาไปหาพี่ฟ้า อีกฝ่ายมองหน้าผมนิ่งก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้าหลาย ๆ ครั้ง

   “ไปกินข้าวก่อนไป”

   เหมือนดั่งคำอนุญาตผมยิ้มกว้างแล้วลุกพรวดจากเก้าอี้ มือก็คว้าหมากเก็บจากตักอุ้มแล้ววางลงพื้น
   ก่อนจะรีบตามป้าเฟื่องเข้าไปยกจานข้าวในครัวออกมาวางที่โต๊ะอาหาร
   โดยมีน้องฝันน้องฝนที่ถูกห้ามไม่ให้มารบกวนการติวเมื่อครู่เดินต่อกแต่กตามผมอย่างดีใจ

   “พี่ทาย พี่ทายเล่งได้แล้วใช่ไหมคับ”

   ผมยิ้มแล้วก้มลงไปอุ้มน้องฝนที่เดินมาดึง ๆ กางเกงผมอยู่ “เล่นได้ครับ แต่ต้องกินข้าวแล้วนะ”

   “พี่ฟ้าดุ” ผมหัวเราะเมื่อตัวเล็กเอ่ยเสียงอ่อนแล้วทำแก้มป่องพองลมอย่างงอแง “เป็งยัก”

   “พี่ฟ้าแค่สอนหนังสือพี่ทายครับ ไม่ว่าพี่ฟ้านะ”

   น้องพยักหน้าหงึกหงักแล้วยกแขนป้อม ๆ ขึ้นพยายามโอบรอบคอผม เป็นจังหวะเดียวกับที่น้องฝันเดินออกมาจากครัวพร้อมป้าเฟื่อง
   พอเห็นแบบนี้แล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหาผมปีนจะให้อุ้มบ้างทันที จนแม่พี่ฟ้าต้องตามมาช่วยอุ้มเด็กตัวป้อมไปคนนึงแทน 

   วุ่นวายกับการงอแงไม่ยอมกินข้าวของสองตัวแสบอยู่พักหนึ่งก็ได้ฤกษ์กินข้าวจริงจังเสียที เมื่อพี่ฟ้าเอ่ยปากเสียงดุให้เลิกเล่น
   ทำเอาฝนกับฝันเงียบกริบแล้วนั่งประจำที่อย่างรวดเร็ว

   “กินเยอะ ๆ นะจ๊ะทาย ถ้าไม่อิ่มก็เติมข้าวได้นะ มีอีกเต็มหม้อเลยจ้ะ”

   “ขอบคุณครับ” ผมกลืนข้าวลงคอแล้วตอบรับคุณป้ายิ้ม ๆ  “แล้วน้ำล่ะครับ ดึกแล้วยังไม่กลับเลย”

   “ตาน้ำไปนอนบ้านเพื่อนจ้ะวันนี้ เห็นว่ามีทำรายงานอะไรของเขาไม่รู้”

   ผมพยักหน้า “อ๋อครับ”

   “น้องทายก็ค้างที่นี่ใช่ไหมจ๊ะ เห็นฟ้าบอกว่าเดี๋ยวจะติวอีกรอบตอนกลางคืน”

   “ครับ พอดีว่าจันทร์นี้ผมจะสอบแล้วเลยต้องติวเข้มหน่อย…ผมยังไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่น่ะครับ”

   “ไม่ใช่ไม่ได้เรื่อง แต่ไม่มีสมาธิมากกว่า อาทิตย์ที่ผ่านมาเอาแต่ใจลอย”

   นี่ไงดุอีกแล้ว…ก็จะไม่ให้ใจลอยได้ยังไง เป็นอาทิตย์ ๆ ที่รู้สึกมีบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างผมกับพี่ฟ้านั่นก็ยังไม่หายไป
   ความไม่เหมือนเดิมที่สัมผัสได้มันทำให้ผมไม่สบายใจ แถมช่วงนี้ก็ติวหนังสือเกือบทุกวันหลังเลิกซ้อม
   พอ ดึก ๆ ก็จะต้องคุยโทรศัพท์กับฟ้าหลายครั้งที่เหนื่อยจนหลับคาโทรศัพท์ไป ไม่มีจังหวะได้คุยได้ถามสักที…แต่ต่อให้มีจังหวะก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงอยู่ดี
 


   “เช็ดผมให้แห้งก่อนนะแล้วค่อยติว เดี๋ยวไม่สบาย” พี่ฟ้าที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะญี่ปุ่นปลายเตียงเอ่ยปากขึ้นเมื่อเห็นผมเดินออก มาจากห้องน้ำด้วยสภาพหัวเปียกชุ่ม

   “ติวไปเช็ดไปก็ได้ครับ” ผมว่าแล้วนั่งลงที่เบาะข้าง ๆ พี่ฟ้า มือก็ขยับเช็ดผมไปด้วย

   “ทำแบบนั้นมีสมาธิตรงไหน ทำทุกอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ ได้ยังไง”

   “แต่ว่า...”

   “ดื้ออีกแล้ว”

   ปิดปากฉับทันทีที่ได้ยินคำนั้น ผมยิ้มแหยแล้วตั้งหน้าตั้งตาเช็ดผมของตัวเองให้แห้ง
   รู้สึกเกร็งไปทั้งหน้าเมื่ออีกฝ่ายกำลังนั่งเท้าคางมองหน้าผมอยู่แบบนี้

   “…พี่ฟ้าครับ”

   “หืม?”

   “ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม?”

   “ได้สิ” อีกฝ่ายยิ้มแล้วพยักหน้าลงคล้ายรอฟัง

   “ผมไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ก็รู้สึกมาหลายวันแล้ว...”

   “อือฮึ?”

   “พี่ฟ้าเป็นอะไรเหรอครับ มีอะไรที่ไม่พอใจหรือเปล่า…โกรธอะไรผมไหม?”

   “โกรธเรา?”

   ผมพยักหน้า “ครับ”

   “พี่ จะโกรธเราทำไม เราไปทำอะไรผิดมาน่ะ” พี่ฟ้าพูดขึ้นเสียงกลั้วหัวเราะ ท่าทางไม่จริงจังที่ผมก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมาว่าแท้จริงแล้วผมอาจจะคิด ไปเองทั้งหมดเกี่ยวกับความผิดปกติที่ผ่านมา

   “...ไม่เป็นอะไรแน่นะครับ”

   พี่ฟ้ายิ้มขยับเข้ามาใกล้วางมือลงที่ข้างหัวแล้วลูบเบา ๆ  “ไม่เป็นอะไรเลย”

   “ไม่ได้โกรธผมนะ”

   “ไม่ได้โกรธ”

   “ไม่ได้มีเรื่องไม่สบายใจใช่ไหมครับ…”

   พี่ฟ้ายิ้มแล้วขยี้หัวผมหนัก ๆ หนึ่งที “ไม่ต้องมาคิดมากเรื่องพี่หรอก เอาเวลาและสมองไปสนใจแต่เรื่องเรียนจะดีกว่า”

   “อื้อ! อย่าขยี้หัวผมแรงขนาดนี้สิครับ” ผมพยายามหนีมือที่เริ่มจะขยับยีหัวผมอย่างมันเขี้ยวขึ้นทุกที แต่พี่ฟ้าก็เหมือนนึกสนุกไม่ยอมผละออกห่างอย่างที่ควรจะเป็น “พี่ฟ้าาา”

   ยิ่งส่งเสียงลากยาวเรียกชื่ออีกฝ่ายไปหัวเราะไปมือนั้นก็ไม่มีวี่แววว่าจะหยุดลง
   จนผมขยับตัวหนีวุ่นวายจนล้มลงนอนไปเตียงด้านหลังแล้วหัวเราะคิกคักเพราะความจั๊กจี๋เมื่อพี่ฟ้ายื่นมืออีกข้างมาจี้เอวด้วยแล้ว

   “พะ…พอแล้วครับ แค่ก จั๊กจี๋แล้ว”

   ผมเอ่ยเสียงตะกุกตะกักเพราะทรมานจากการขำท้องแข็ง ไออุ่นของมือผละออกจากร่างกาย
   รู้ตัวอีกทีพอลืมตาขึ้นก็พบว่าเราใกล้กันมากจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกันอยู่แล้ว

   ใบหน้ายามหลับตาปี๋แล้วหัวเราะของพี่ฟ้าปรากฏอยู่ตรงหน้าให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะเคลื่อนตัวออกห่าง
   จนถึงวินาทีที่อีกฝ่ายลืมตาขึ้นแล้วชะงักไป เราจ้องตากันอยู่แบบนั้นไม่มีใครขยับตัวหรือถอยออกห่าง
   แววตาที่มีประกายอะไรบางอย่างประสานกันไม่ยอมละ ผมเม้มปากแน่นและรู้สึกได้ว่าดวงตาของอีกฝ่ายหลุบลงจดจ้องที่ริมฝีปากของตัวเอง
   ใจเต้นแรงและเร็วจนรู้สึกแปลบที่หน้าอกเหมือนจะหลุดออกมา กลัวก็แต่คนตรงหน้าจะได้ยินเสียงมัน

   กระทั่งมืออบอุ่นคู่เดิมยื่นมาแตะลงที่ริมฝีปากผมขยับลูบและเกลี่ยเบา ๆ จนที่เม้มแน่นอยู่มันหลุดออกช้า ๆ
   รู้สึกเสียววูบเพราะสัมผัสบางเบาราวกับกำลังปัดผ่านตรงจุดเส้นประสาทในเนื้อปาก

   ได้ยินเสียงพึมพำบ่นผมว่าเมื่อไหร่จะเลิกนิสัยแบบนี้เสียทีแว่วเข้าหู ให้ผมช้อนสายตาที่กำลังมองมือของอีกฝ่ายตรง
   บริเวณปากของตัวเองอย่างพร่าเบลอเพราะจับโฟกัสไม่ได้ด้วยใกล้เกินขึ้นมองใบหน้าของพี่ฟ้า

   ดวงตาคู่ตรงหน้าเบนจากปากผมขึ้นมาสบตา

   รู้สึกได้ว่าพี่ฟ้าก็กำลังจะเม้มปากของตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะริมฝีปากกำลังขยับไปมาเหมือนคล้ายทำอะไรไม่ถูก
   ไม่รู้ว่าผมกำลังทำหน้าแบบไหนอยู่ที่ฟ้าถึงได้ยื่นมือมาผลักที่กลางใบหน้าของผมเบา ๆ 
   ก่อนจะขยับตัวลุกเร็ว ๆ แล้วสบถในคอด้วยคำพูดที่จับใจความไม่ถูก

   “มา ติวได้แล้วมา…เดี๋ยวอีกสักชั่วโมงจะได้เข้านอน” อีกฝ่ายพูดตัดบทแล้วลงไปนั่งที่เบาะข้างล่างอีกครั้ง มือก็เอื้อมไปหยิบปึกชีทมาเปิดเร็ว ๆ อย่างร้อนรน ให้ผมที่ยังคงปรับจูนสติไม่เสร็จนั่งเอ๋ออยู่ที่เดิม

   พี่ฟ้าเอี้ยวตัวมามองผมแล้วพยักหน้าย้ำให้ตามลงมานั่งข้าง ๆ  ผมแอบกัดริมฝีปากล่างด้านในของตัวเองเบา ๆ
   ไม่กล้าเม้มปากให้ถูกดุอีกแล้วขยับตัวลงไปนั่งที่เบาะข้างกายอีกฝ่าย

   “เอ้า ลองทำข้อนี้ดู”

   ผมก้มหน้ามองโจทย์แล้วพยักหน้ารับทั้งที่ตายังคงจ้องอยู่ตรงหน้ากระดาษสีขาว เริ่มลงมือทำทั้งที่สมาธิยังถูกคนข้าง ๆ ยึดครองอยู่
   ใช้เวลาพักหนึ่งเหตุการณ์และความรู้สึกก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ผมทำโจทย์ไปเรื่อย ๆ ในขณะที่พี่ฟ้าก็นั่งอธิบายตามจุดที่สงสัย
   พออีกฝ่ายเริ่มดุผมก็เลิกเกร็ง เหมือนบรรยากาศแปลก ๆ เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น จนกระทั่งโทรศัพท์ที่วางอยู่ใกล้ ๆ มือแผดเสียงร้อง

   RRrrRrrrrrr
   RRrrrrrrrrrr

   ผมสะดุ้ง พี่ฟ้าก็ชะงัก

   เราสองคนหันไปมองเครื่องมือสื่อสารที่กำลังสั่นแรง ๆ อยู่บนโต๊ะ

   ‘❤’

   สัญลักษณ์หัวใจสีแดงที่ผมเม็มไว้แทนชื่อฟ้าปรากฏขึ้นหราเต็มหน้าจอ ทั้งที่มันกำลังสั่นแต่มือผมก็นิ่งสนิทไม่ยอมขยับ
   พอรู้สึกตัวก็กระตุกมือจะไปคว้ามารับ แต่ยังไม่ทันได้ทำ…มืออุ่นคู่เดิมของคนด้านข้างก็คว้าเข้าที่มือผมทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัว

   คราวนี้ผมนิ่ง พี่ฟ้าก็ก็นิ่ง 

   มือถือที่ขยับสั่นอยู่ก็ยังไม่หยุดลง ผมทำอะไรไม่ถูกไม่มีความกล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าพี่ฟ้า
   รู้สึกได้ถึงชีพจรที่เต้นรัวเร็วผ่านจากฝ่ามือของอีกฝ่าย และคิดว่าเขาก็คงรู้สึกถึงจังหวะหัวใจของผมเหมือนกัน

   วินาทีที่สายเรียกเข้าตัดไปเป็นจังหวะเดียวกับที่พี่ฟ้าดึงมือกลับเร็ว ๆ เหมือนเพิ่งรู้ว่ากำลังจับของร้อน 

   “โทษที” เสียงพึมพำขอโทษดังออกจากลำคอ พี่ฟ้าหันหน้าหนีไปด้านข้างแล้วยกมือลูบหน้าตัวเอง

   ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากผม ทั้งห้องเงียบกริบหลังจากพ้นคำพี่ฟ้าไป
   และเสียงที่ดังขึ้นหลังจากนั้นก็ไม่พ้นเสียงโทรศัพท์ของผมที่ดังขึ้นเพราะสายเรียกเข้าจากคนเดิมเป็นครั้งที่สอง
   ตามด้วยเสียงแผ่วเบาจากคนด้านข้างอีกครั้ง

   “…รับสิ”









◦  ⍟   ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦








   หลังจากที่เกิดเหตุการณ์มึนงงเมื่อครู่ผมก็รับคำด้วยความสับสนแล้วหยิบเอามือถือของตัวเองออกมากดรับสายคุยอยุ่ที่ระเบียงห้องนอน
   แต่เพราะประตูมีผ้าม่านปิดอยู่ทำให้ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ข้างในกำลังทำสีหน้าแบบไหนหรือกำลังทำอะไรอยู่

   [ทายจะนอนหรือยังคะ?]

   เสียง หวานที่ส่งมาตามสายของฟ้าเรียกสติผมที่กำลังจดจ่ออยู่หลังผ้าม่านให้กลับมา “อีกสักพักก็น่าจะนอนแล้วครับ นี่ทายมาติวหนังสือบ้านพี่เทคน่ะ”

   [ใกล้จะสอบแล้ว สู้ ๆ นะคะทาย ช่วงนี้ฟ้าก็อ่านหนังสือหนักเหมือนกัน]

   “ครับ ฟ้าก็พยายามเข้านะ เก่งอยู่แล้วทำได้สบาย ๆ เลย”

   [ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ตั้งหลายวิชาที่ฟ้าสู้ทายไม่เคยได้]

   [ว่าแต่นี่มานอนบ้านพี่เขาเหรอคะ?]

   “ครับ”

   [ดีจังเลยนะคะ ทายดูสนิทกับพี่เขาจัง]

   “…ก็สนิทในระดับหนึ่งน่ะครับ” ผมยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเอง “พี่เขาใจดี”

   [ดีแล้วล่ะค่ะ ฟ้าดีใจนะที่เห็นทายโอเคกับมหาลัยใหม่ ถึงจะอยากให้กลับมา แต่อยู่ที่นั่นฟ้าก็เป็นห่วง อยากให้ทายเจอคนดี ๆ นะ]

   ผมยิ้มและไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไป ความจริงแล้วผมเป็นคนคุยโทรศัพท์ไม่เก่ง ไม่ค่อยชอบถือสายนาน ๆ เท่าไหร่
   แต่ตั้งแต่คบกับฟ้ามาก็ต้องคุยโทรศัพท์บ่อยขึ้น และส่วนมากคนที่ชวนคุยก็มักจะเป็นฟ้าเอง

   [เอ้อ หลังจากสอบเสร็จแล้วช่วงอาทิตย์ที่หยุดฟ้าจะไปหาทายที่กรุงเทพฯนะคะ ไม่รู้ว่าทายสะดวกไหม?]

   “เอ่อ..สะดวกอยู่แล้วครับ ยังไงเดี๋ยวทายถามพี่อุ่นให้นะเรื่องที่นอน”

   [ถ้าบ้านพี่ชายทายไม่สะดวก ฟ้าไปเปิดห้องโรงแรมนอนได้นะคะ ไม่อยากรบกวนด้วย]

   “พี่อุ่นเขาไม่ว่าอะไรหรอกครับ ห้องว่างเยอะแยะเลย”

   [อ๋อค่ะ ฟ้าอยากเจอทายเร็ว ๆ จังเลย อยากกอดทายแล้วนะ]

   “ทายก็อยากเจอฟ้าครับ”

   ผมขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่ารอบกายมืดลงกว่าเดิม พอหันไปมองก็พบว่าในห้องปิดไฟหลักแล้ว
   บ่งบอกให้รู้ว่าคนด้านในคงกำลังจะเข้านอน

   “เอ่อ…ฟ้าครับ”

   [คะ?]

   “เดี๋ยวทายคงต้องวางก่อนนะครับ ขอโทษทีที่วันนี้อยู่คุยด้วยดึก ๆ ไม่ได้ พอดีว่าพี่เขาปิดไฟจะนอนแล้ว ไม่อยากรบกวนน่ะครับ”

   [ได้สิคะ ไม่เป็นไรหรอก ไว้พรุ่งนี้ฟ้าค่อยโทรหาใหม่เนอะ]

   “ครับผม อย่านอนดึกนักนะครับ”

   [เดี๋ยววางจากทายก็เข้านอนแล้วค่ะ ฝันดีนะคะทาย]

   “ฝันดีครับ”

   [ฟ้ารักทายนะ]

   ผมยิ้มและบอกฝันดีเธออีกครั้ง รอจนอีกฝ่ายตัดสายไปถึงได้เปิดประตูระเบียงออกช้า ๆ และเบาที่สุด
   ทั้งห้องมืดมีเพียงแสงจากดวงโคมเล็ก ๆ ที่ข้างเตียง 

   พี่ฟ้าขยับเข้าไปนอนริมด้านในหันหน้าไปอีกทางและห่มผ้าคลุมช่วงล่างของตัวเองเรียบร้อยแล้ว
   ผมเหลือบตาไปมองที่หนังสือเรียนบนโต๊ะญี่ปุ่นแล้วก็ถอนหายใจสั้น ๆ  เดินไปข้างเตียงแล้วปีนขึ้นไปนั่ง
   เอื้อมมือปิดไฟหัวเตียง ทั้งที่สายตายังจับจ้องอยู่ที่คนที่นอนหันหลังให้อยู่ตอนนี้

   “พี่ฟ้า…”

   “…”

   “พี่ฟ้าครับ”

   “…”

   ไม่มีเสียงตอบรับ…

   ไม่รู้ว่าผมเรียกเบาไปแล้วอีกฝ่ายไม่ได้ยิน หรือเพราะเขาได้ยินแต่ไม่อยากจะตอบกันแน่
   ผมชะโงกตัวเพื่อจะดูใบหน้าอีกฝ่าย แต่เพราะยื่นหน้าไปไม่ถึงเลยเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเจ้าตัว

   “พี่ฟ้านอนแล้วเหรอครับ?”

   “อืม” เสียงครางรับในลำคอดังขึ้นเมื่อผมเอ่ยปากถามเป็นประโยค 

   ผมเอื้อมมือไปจับแขนเสื้อของอีกฝ่ายแล้วดึงเบา ๆ  “พี่ฟ้า”

   คราวนี้เจ้าของชื่อไม่ได้ครางรับอีก แต่พลิกตัวหันมามองหน้ากันผ่านความมืด

   “นอนได้แล้วเราน่ะ” เจ้าตัวตบลงที่ว่างข้างกายตัวเอง ให้ผมล้มตัวลงนอนตาม “หลับซะ”

   “ครับ” ผมกดหน้าลงแล้วตอบรับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกคน “พี่ฟ้าครับ”

   “…” คนตรงหน้าขมวดคิ้วแน่นแล้วหรี่ตาลง ไม่ยอมตอบรับคำเรียกของผม “หลับตาซะเพทาย”

   อีกฝ่ายพูดแบบนั้นแล้วชิงหลับตาก่อน มือใหญ่เอื้อมมาวางที่ข้างศีรษะผมแล้วขยับลูบให้เหมือนที่เคยทำปกติ

   หากตอนนี้ผมรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างระหว่างเราที่มันไม่เหมือนปกติอีกแล้ว มันมีอะไรเพิ่มเติมมาจากเดิม
   เป็นอะไรที่เพิ่งแจ่มชัดในวินาทีที่พี่ฟ้ากุมมือผมไว้เมื่อครู่ เพียงแค่ผมไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามถึง

   ไม่กล้าแม้แต่จะยอมรับว่าตัวเองรู้สึก


   ไม่กล้า…ที่จะคิดอะไรหลังจากที่เพิ่งคืนดีกับฟ้าไป








 
  tbc…
   




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 309 ครั้ง

678 ความคิดเห็น

  1. #668 hello_gik (@hello_gik) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 18:09
    น้องทายคนโลเล
    #668
    0
  2. #605 น้ำแข็ง (@7539iceemsipt) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:34
    สงสารพี่ฟ้าㅠㅠ
    #605
    0
  3. #540 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 17:22
    อยากจะร้องงงง อึดอัด
    #540
    0
  4. #502 ppppjih (@ppppjih) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 00:33
    อ่านแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจวนไป
    #502
    0
  5. #487 K-NaThan (@K-NaThan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 22:05
    ไม่ชอบเลย นางทำแบบนี้ไม่ถูกอะ รักหรืออะไรที่เห็นมันไม่ใช่อะ เหมือนสุนัขที่หวงกระดูกชิ้นนึง แต่พอมีตุ๊กตาก็ไปเหลิงตุ๊กตาแทน คนเจ้าของเลยเอากระดูกไปให้สุนัขตัวอื่น เลยหวงขึ้นมา-"-!!
    #487
    0
  6. #472 mvnkhyuck (@markksung) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 02:18
    เหมือนคำว่ารักของฟ้า มันดึงเพทายไปอะ ว่อยยยยยอธิบายไม่ถูกแต่รู้สึกได้
    #472
    0
  7. #455 arbyunse (@arbyunse) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 03:23
    โอ้ยยยยยยย เข้ามาถูกจังหวะจริงๆเลยโว้ยยยย
    #455
    0
  8. #448 Phantom-Tsubaki (@Phantom-Tsubaki) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 19:48
    ถ้าskyรักทายก็ควรจะปล่อยไปป่ะ ไม่ใช่มาบอกรักเขาทั้งๆที่ตัวเองทำร้ายไปขนาดนั้น
    โทษนะ นี่รักทายหรือรักตัวเอง ที่ทำอยู่เนี่ยไม่ใช่ว่า รักตัวเองจนไม่อยากให้ตัวเองเจ็บเลยรั้งทายไว้ไม่ใช่เหรอ สมัยนี้เป็นชะนีอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเป็นคนดีด้วยนะคะ
    #448
    0
  9. #445 Sssaiparnnn (@Saipannewgens) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 08:39
    แต่งดีมากๆค่ะ อ่านแล้วแบบเครียด รำคาญความครึ่งๆกลางๆของเพทายมากก เอิ่ม จะเอายังไงก็ชัดเจนไปสิคะคุ๊ณ!!
    #445
    0
  10. #396 js eft (@zogzag10) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 22:19
    พี่ฟ้าเก็บความรู้สึกเงียบมาก
    #396
    0
  11. #394 ฟ้ากว้าง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 23:36
    โถ่ ทายเอ้ย เหมือนตกหลุมรักพี่ฟ้าทั้งที่มีแฟนอยู่แล้ว เลยสับสนน่ะสิ
    #394
    0
  12. #390 ni_ky (@ni_ky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 03:13
    นี่สังเกตตั้งชะนีมาขอคืนดี บอกรักๆๆๆๆๆ แต่ทายไม่เคยพูดกลับเลย แม้กระทั่งตอนพี่ฟ้าถามก็พยักหน้าเฉยๆอ่ะ
    #390
    0
  13. #373 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:42
    รู้สึกว่าทายจะไม่เคยบอกรับฟ้าเลยนะ
    #373
    0
  14. #361 Husky 'Baby (@srichisan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2560 / 17:52
    มันอึดอัดมากอ่ะเอาดีๆ
    ทายต้องเอาสักทางนะ อย่างทายให้พี่ข้ามเขาดูแลยังเป้นไปได้มากกว่ามาดูแลฟ้าอ่ะ 555555
    น้องดุเป็นตัวของตัวเองมากกว่าเวลาอยู่กับพี่ สงสารข้ามฟ้ามากตอนนี้
    #361
    0
  15. #315 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 20:44
    ในที่สุดทายก็รู้ใจตัวเองแล้วว รีบไปจัดการกับเรื่องที่ค้างคาเถอะนะ
    #315
    0
  16. #269 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 09:51
    สงสารพี่ฟ้า พระเอกมาก เมื่อไหร่ทายจะเลิกกับชะนี
    #269
    0
  17. #200 Sori.Nami (@kim-jajin) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 15:56
    สงสารพี่ข้ามฟ้าที่ต้องมาทนฟังอย่างบาดใจ
    #200
    0
  18. #118 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 05:11
    ถ้าแน่ใจกับคนนี้ ก็ต้องไม่โกหกความรู้สึกตัวเองนะเพทาย เพราะยื้อไปก็เจ็บทุกคน แต่ อึดอัดจังเวลาทายคุยกับแฟนชะนีอะ รู้สึกเหมือนน้องทายคุยด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกแฮะ คือมันดูอึดอัดน่ะ ไม่รู้เพราะเราอคติกับชะนีนั่นหรือเปล่านะถึงยิ่งรู้สึกอึดอัด
    #118
    0
  19. #108 { i M o O a U i } (@imooauimk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 08:16
    รู้สึกทั้งคู่ แต่พี่ฟ้าก็พยายามไม่แสดงออกให้น้องรู้ เพราะพยายามเนี่ยแหละ น้องมันเลยจับใจ ค่อยๆ แก้ปัญหากันไปนะ
    #108
    0