【 Take care 】แสดงความ ดู แล

ตอนที่ 32 : {วันที่31}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 345 ครั้ง
    6 ก.พ. 59



{วันที่ 31}




 
  
     
    ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก!

   “ขอโทษนะคะ กรุณาอย่าวิ่งในโรงพยาบาลนะคะ”

   ผมกำลังวิ่งเร็ว ๆ ไปตามทางเดินของโรงพยาบาลโดยไม่ได้สนใจคำเตือนของพยาบาลสาวที่ไล่หลังมา
   ทิ้งให้ท็อปที่เพิ่งล็อครถแล้วเดินตามผมมาไกล ๆ เป็นคนตามขอโทษแทน
   ผมไม่คิดจะใส่ใจอะไรนอกจากการพาตัวเองไปหน้าห้องฉุกเฉินให้เร็วที่สุด

   ผมก้าวเท้ายาวขึ้นแต่ไม่ว่าจะสับขาให้เร็วเท่าไหร่มันก็ยังไม่ทันใจที่พุ่งไปจนถึงที่หมายแล้วสักที


   “คุณป้าครับ!”

   “น้องทาย”

   ผมเดินเข้าหาแม่พี่ฟ้าทันทีที่เห็นเจ้าตัวนั่งรออยู่หน้าห้องกับพี่อิฐหลังจากวิ่งมาถึงห้องฉุกเฉินแล้ว
   คุณป้าลุกขึ้นยืนให้ผมรีบเดินเข้าไปใกล้แล้วประคองอีกฝ่ายนั่งลงด้วยกัน
   ระหว่างนั้นท็อปที่เดินตามมาทีหลังก็เดินมาถึง มันตบบ่าผมเบา ๆ แล้วทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างผมอีกที

   น้ำที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ประตูก็เดินเข้ามาหา  “พี่ทายมายังไงครับ”

   “ท็อป ไปรับพี่มาจากบ้านครับ แล้วพี่ฟ้าเป็นยังไงบ้าง” ผมเงยหน้าสบตากับอีกฝ่าย ตอบคำและรีบเอ่ยปากถามต่อทันที “คุณหมอออกมาหรือยังครับ แล้วตอนนี้-”

   “ใจเย็นนะครับพี่ทาย” น้ำพูดขัดคำผมขึ้นมา ให้ผมรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังสติแตกอีกแล้ว

   น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตั้งแต่รับโทรศัพท์แต่ไม่สำเร็จ มันยังไหลไม่ยอมหยุดจนถึงหน้าห้องฉุกเฉินนี่
   น้ำยื่นกระดาษทิชชูมาให้ผม แต่ผมก็รับมันมาถือไว้แล้วยกหลังมือปาดน้ำที่ข้างแก้มออกลวก ๆ

   “หมอ ยังไม่ออกมาเลย แต่ตอนนี้ถึงมือหมอแล้ว ใจเย็น ๆ กันก่อนนะ ฟ้ามันไม่เป็นไรหรอก” พี่อิฐตอบแทนแล้วส่งทิชชูในมือให้แม่พี่ฟ้าเพิ่ม เพราะของเดิมมันใช้ซับน้ำตาจนชุ่มไปหมดแล้ว ผมกัดริมฝีปากล่างของตัวเองจนเจ็บ

   “แล้วพี่ฟ้ารถคว่ำได้ยังไงครับ?”

   พี่ อิฐถอนหายใจยาว “เห็นว่าโดนรถตุ๊ก ๆ ขับเบียดแล้วเบี่ยงออกมาเจอคุณลุงกำลังจะข้ามถนน มันเลยหักหลบกระทันหันชนเข้ากับฟุตปาธแล้วรถก็ล้ม คนแถวนั้นเขาก็ช่วยเรียกรถพยาบาลแล้วก็เป็นธุระติดต่อน้าเฟื่องให้”

   “แล้วพี่ฟ้าเป็นยังไงบ้างครับ เขาได้บอกหรือเปล่าว่าตอนมาพี่ฟ้าเป็นยังไง พี่อิฐได้มาทันพี่ฟ้าเข้าห้องฉุกเฉินไหม”

   พี่อิฐเอื้อมมือมาจับมือผมไว้แล้วบีบเบา ๆ เหมือนต้องการให้อาการสั่นในน้ำเสียงนั้นน้อยลง

   “พี่ก็มาไม่ทันเหมือนกัน แต่เห็นว่ามันกระแทกฟุตปาธเต็ม ๆ แต่คงไม่เป็นอะไรมากเพราะว่าไม่ได้ถูกรถมอไซด์ล้มทับ”

   “ฟ้า ไม่เป็นอะไรหรอกน้องทาย ฟ้าเป็นเด็กหัวแข็งจะตาย ไม่ตายง่าย ๆ หรอก” คุณป้าที่จับมือผมไว้อีกข้างเอ่ยปากขึ้นเสียงพร่า ผมเลยกระชับมือตอบรับแล้วพยักหน้าหลาย ๆ ครั้ง

   “น้องฝนกับน้องฝันล่ะครับคุณป้า”

   “แม่ฝากพี่ก้อยดูอยู่ที่ร้านจ้ะ”

   “แล้วที่ร้านมีคนช่วยดูเหรอครับ?”

   “ทอยมันกำลังไปช่วยดูอยู่ พี่โทรหามันได้สักพักแล้ว” พี่อิฐตอบแทน ผมพยักหน้าแล้วหันไปมองที่ประตูห้องฉุกเฉิน

   เรานั่งรอกันอยู่อย่างนั้นอีกพักใหญ่กว่าที่ประตูจะเปิดออกพร้อมหมอที่เดินออกมาจากข้างใน…







   ◦ Karmfah ◦

   ผมลืมตาขึ้นได้แค่เล็กน้อยก็ต้องหลับลงไปใหม่เพราะรู้สึกถึงแสงที่แยงเข้ามาจนแสบไปหมดทั้งนัยน์ตา
   กะพริบตาถี่ ๆ อยู่หลายครั้งถึงสามารถเปิดเปลือกตาได้เต็ม ๆ พอลืมตาขึ้นก็เจอใบหน้าของแม่อยู่เหนือหัว

   ให้ตาย…ผมทำแม่ร้องไห้เสียแล้วสิ

   พอเห็นผมลืมตามาแม่ก็ยิ้มกว้างแล้วบอกให้อิฐกดเรียกหมอเรียกพยาบาลเข้ามากันให้วุ่นวาย
   ตรวจอาการและพูดคุยกันอีกสักพักกองทัพแพทย์ถึงได้ถอยออกจากห้องไป ผมส่งยิ้มให้แม่ที่ยังน้ำตาคลอหน่วยจากการเสียน้ำตา
   พลางจะขยับลุกแต่ก็รู้สึกเจ็บที่ขมับจี๊ดจนต้องนิ่วหน้า แถมยังระบมไปทั้งช่วงแขนข้างซ้าย
   แม่รีบเข้ามาประคองแล้วปรับเตียงให้ชันขึ้นทีละน้อยจนผมสามารถนั่งพิงได้

   “เป็นยังไงบ้างฟ้า?”

   ผมยิ้มแล้วเอื้อมมือไปจับมือแม่ไว้ “ไม่เป็นอะไรแล้วครับ ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับแม่”

   “มึง ควรขอโทษกูด้วยไอ้ฟ้า ทำกูตกใจหมด ขับมาได้ตั้งหลายปี เสือกมาคว่ำอะไรเอาวันนี้วะ” ไอ้อิฐมันพูดแทรกขึ้นมาเสียงดัง นี่ถ้าผมไม่เจ็บอยู่มันคงฟาดมือหนัก ๆ ลงมากลางหลังแล้วมั้งเนี่ย

   “รู้แล้วน่า กูขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะล้มนี่”

   “แม่ก็หัวใจจะวายอยู่แล้วตอนโรงพยาบาลโทรมา แม่ผิดเองแหละที่ให้ฟ้าขับรถไปส่งของไกลแบบนั้น”

   “ไม่ใช่ความผิดของแม่เลยครับ ฟ้าประมาทเองแหละที่ขับไม่ดีจนไปเบียดเข้ากับตุ๊ก ๆ ”

   แม่ถอนหายใจ “ดีนะที่สมองไม่เสื่อมไปเสียก่อน ดูซิหัวแตกหมดหล่อเลย”

   น้ำ ที่นั่งฟังอยู่ใกล้ ๆ มันยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามายืนข้างเตียง “ขนาดผ้าก็อซปิดไปแทบจะครึ่งหน้าผากขนาดนี้ยังหล่อเลยพี่ฟ้า เท่ดีออก”

   แม่ ได้ยินแบบนั้นก็ตีเข้าที่แขนของมันทันที “นี่แหน่ะ พูดอะไรไม่รู้เรื่อง แล้วเราก็ไม่ต้องไปซ่าเลยนะ ถ้าเป็นเราได้แผลมา ไอ้ที่บอกว่าเท่ ๆ น่ะแม่จะตีซ้ำเลย”

   “โธ่แม่ก็ แล้วทีพี่ฟ้าแม่ไม่ตีซ้ำบ้างล่ะครับ”

   แล้ว น้องตัวแสบของผมก็ไม่วายต่อล้อต่อเถียงแบบเด็ก ๆ กลับไปไม่หยุด แต่นั่นก็ทำให้ผมหัวเราะได้อย่างสบายใจ เมื่อเห็นแม่ยิ้มออกแล้ว

   “ไม่ต้องคิดมากนะครับแม่ มันเป็นอุบัติเหตุ ต่อไปผมจะระวังให้มากขึ้น อย่าโทษตัวเองเลยนะครับ”

   “พักรักษาตัวให้หายก่อนเถอะ แล้วนี่ปวดหัวไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

   “ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วครับ แถมยังมีแผลแค่ภายนอกทั้งนั้นเลยไม่ใช่เหรอ แข้งขาก็ไม่ได้หักเสียหน่อย”

   “ที่หัวนี่ไงล่ะจ๊ะ เย็บไปตั้งกี่เข็ม แถมยังกระแทกแรงแบบนั้น ก็ต้องตรวจละเอียดหน่อยสิเดี๋ยวเป็นอะไรภายในขึ้นมาจะทำยังไง”

   “แล้วนี่ตัวแสบไปไหนหมดครับ”

   “ฝนกับฝันแม่ฝากไว้กับพี่ก้อยที่ร้านตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วจ้ะ”

   “ความ จริงผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว ถ้าแม่อยากจะกลับไปดูร้านก่อนก็ได้นะครับ ค่อยมาอีกทีพร้อมพวกน้ำเลยก็ได้ หรือถ้าเป็นไปได้ให้ผมออกจากโรงพยาบาลเลยไม่ได้เหรอครับ”

   “ได้ยังไงล่ะจ๊ะ อยู่ดูอาการอีกสักคืนเถอะ เดี๋ยวไปช้ำในที่บ้านแม่หามมาส่งโรงหมอไม่ทันนะ”

   “แม่จะได้ไม่ต้องลำบากมาดูมาเฝ้าทั้งคืนไงครับ เดี๋ยวฝนกับฝันก็งอแงอีก”

   “แม่ ไม่ลำบากมาเฝ้าหรอกจ้ะ เดี๋ยวตอนเย็นแวะพาน้องมาเยี่ยมเราเอาเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวมาให้แล้วก็คง กลับบ้าน ส่วนคนเฝ้าน่ะมีคนอาสาแล้วเรียบร้อย”

   “ใครครับ ไอ้อิฐเหรอ?”

   พอผมพาดพิง ไอ้อิฐมันก็ยกสองมือขึ้นแล้วส่ายหน้าดิกเหมือนจะปฎิเสธว่าไม่ใช่มัน

   “ใช่ที่ไหนล่ะจ๊ะ ก็น้อง-”

   แกรก

   พูดยังไม่ทันครบคำประตูห้องก็เปิดออก ให้แม่ชะงักประโยคที่เท่านั้นแล้วเอี้ยวตัวหันกลับไปมองที่ทางเข้า
   ผมเบิกตากว้างกว่าเดิมเล็กน้อยตอนที่อีกคนเดินเข้ามาด้านในพร้อมถุงผลไม้เต็มมือ

   “อ้าว กลับมาพอดีเลยน้องทาย พี่ฟ้าเขาฟื้นแล้วจ้ะ”

   เพทายหันมามองหน้าผมและทำให้ผมรู้ว่าดวงตาของอีกฝ่ายแดงช้ำเหมือนคนผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา
   อีกฝ่ายกัดริมฝีปากล่างแล้วเบ้หน้าเมื่อเราสบตากัน ผมสะดุ้งแล้วอึกอักอย่างคนทำอะไรไม่ถูก ก็เล่นมาเบะใส่ตรงหน้ากะทันหันแบบนี้

   “เอ้า ทำให้น้องเป็นห่วงจนร้องไห้แบบนี้ก็ปลอบน้องเอาเองแล้วกันนะ ไปเถอะตาอิฐตาน้ำกลับร้านกัน” แม่พูดขึ้นยิ้ม ๆ แล้วหันไปเรียกอิฐกับน้ำที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่พลางหยิบกระเป๋าขึ้นมา คล้องแขน ก่อนจะหันมาบอกลาผมอีกครั้ง “แม่ไปก่อนนะจ๊ะ แล้วเจอกันตอนเย็น ๆ นะ”

   พูดจบทั้งแม่ทั้งเพื่อนทั้งน้องชายก็พากันเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป และพอประตูปิดลงความเงียบที่กดดันก็เริ่มทำงานทันที
   ผมยกมือขึ้นเกาขมับข้างที่ไม่มีแผลอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อเพทายยังคงยืนเม้มปากนิ่ง ดวงตามีน้ำเอ่อจนแทบจะล้นออกมาอยู่แล้ว

   “เอ่อ…เพทาย”

   “…”

   “คือพี่…”

   “พี่ฟ้างี่เง่า”

   “หะ?”

   “ผมบอกว่าพี่ฟ้างี่เง่าไง!”

   “อะ…”

   “ทำ อะไรแบบนั้นล่ะครับ ก็บอกไปแล้วว่ารถมอไซด์มันอันตรายน่ะ ตั้งแต่ครั้งที่แล้วก็เกือบชนไปแล้วทีนึง...ฮอึ่ก…ถะ...ถึงได้บอกว่าพี่ฟ้า ก็ขับไม่ได้เหมือนกันไง แล้วสุดท้ายก็ชนจนได้ แถมยังเจ็บตัวด้วย ตอนที่ทายรู้ข่าวพี่ฟ้ารู้ไหมว่ามันตกใจแค่ไหนอะ คนที่ถูกชนตอนนั้นก็ไม่รู้ตัว...ฮือ…แต่ไอ้คนที่อยู่ข้างหลังมันไม่ได้สลบไป ด้วยสักหน่อย...อึก...มันต้องรออยู่หน้าห้องตั้งนานอะ...ฮือ...กว่าจะรู้ว่า ปลอดภัยแน่ ๆ ก็ร้องไห้ไปเท่าไหร่แล้วอะ พะ…พี่ฟ้าชอบบอกว่าทายไม่ควรทำแบบนั้นไม่ควรทำแบบนี้แล้วทีพี่ฟ้าเองไม่ เห็นจะห้ามตัวเองบ้างเลยอะ ทำไมถึงไม่ดูแลตัวเองเหมือนที่ดูแลทายบ้างล่ะครับ!! ฮึก ทำไมอะ!”

   ผมนิ่งอึ้งไปเมื่อเพทายโวยวายออกมายาว ๆ โดยไม่หยุดหายใจแถมยังพูดไปสะอื้นไปหน้าดำหน้าแดง
   น้ำตายิ่งไหลหนักขึ้นตอนที่พูดเร็ว ๆ  ผมสมองเบลอไปชั่วขณะเมื่อเห็นเพทายในรูปแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อน
   เขาคงอึดอัดมาเป็นชั่วโมงพอได้ระเบิดออกมาทีก็พรูไม่หยุดแล้วห้ามก็ไม่อยู่แล้วด้วย ผมพยายามจะอ้าปากเรียกชื่อเขา
   แต่ก็หาช่องว่างในการพูดไม่ได้เลยสักวิ จนกระทั่งเหมือนเจ้าตัวจะหายใจไม่ทันแล้วเงียบไปนิดถึงได้ฉวยโอกาสนั้นรีบแทรกขึ้นทันที

   “เพทาย! เอ่อ มานี่ก่อนมา เดินมาหาพี่นะ”

   “ไม่! ไม่เดิน พี่ฟ้าไม่ต้องมาเรียกเลยนะ ทายจะไม่เชื่อฟังพี่ฟ้าแล้ว ขนาดพี่ฟ้าเองยังสั่งตัวเองไม่ได้เลยอะ จะมาสั่งทายได้ไง!”

   เดี๋ยวนะ…สั่งตัวเองไม่ได้คืออะไรวะ แต่มันก็ไม่ใช่เวลามาสงสัยกับอะไรหยุมหยิมแบบนี้ด้วย

   “เพทาย คือพี่ โอ๊ย!”

   ผมชะงักตัวที่กำลังจะขยับลุกจากเตียงเพราะความเจ็บแล่นขึ้นจากช่วงหลังขึ้นสมอง
   คงเพราะลุกกะทันหันแล้วแผลตามตัวยังคงพกช้ำอยู่

   คนที่กำลังสติแตกตรงนั้นเบิกตากว้างแล้วรีบพุ่งเข้ามาหาทันทีโดนไม่ต้องเอ่ยปากเรียกซ้ำสอง

   “พี่ฟ้า! เจ็บเหรอครับ เจ็บตรงไหน ทายเรียกพยาบาลให้นะ”

   เพทายละล่ำละลักพูดแล้วเตรียมจะหมุนตัวไปหยิบออดเรียกพยาบาลมากด แต่ผมคว้ามือเขาไว้ได้ก่อน

   “ใจเย็น ๆ เพทาย พี่โอเค” ผมพูดกับเขาช้า ๆ ทีละคำ ก่อนจะลูบหัวอีกฝ่ายให้สงบลง “หายใจลึก ๆ นะ พี่โอเคแล้ว พี่ไม่เป็นไรแล้ว พี่อยู่ตรงนี้นะ”

   ผม พูดกับเขาช้า ๆ กล่อมให้อีกฝ่ายที่ยังคงตาแดงก่ำและฉ่ำไปด้วยน้ำให้ค่อย ๆ หายใจช้า ๆ และผ่อนความวุ่นวายในหัวลงจนดึงสติตัวเองกลับมาเป็นปกติ


   “โอเคนะ?” ผมเอ่ยปากถามย้ำเขาอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าจังหวะหายใจของคนตรงหน้าเริ่มกลับมาสม่ำเสมอแล้ว

   เพทายพยักหน้าลงเบา ๆ “ครับ”

   “พี่ทำให้เราตกใจมากใช่ไหม?”

   “...” อีกฝ่ายไม่ตอบแถมยังเม้มปากแน่นและเงียบสนิท แม้ว่าผมจะก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วพยายามช้อนมองใบหน้าที่ก้มลงของเขาอยู่

   “พี่ขอโทษ”

   “...”

   “พี่ขอโทษนะ”

   พอย้ำคำขอโทษเป็นครั้งที่สอง เพทายก็เริ่มเบะปากเหมือนจะร้องไห้ต่อ ให้ต้องตกใจจนทำอะไรไม่ถูกอีกครั้ง

   “เฮ้ย ไม่ร้องไห้แล้ว เพทายพี่ขอโทษไงครับ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่ต้องร้องแล้ว”

   หมับ

   ผมค้างมือที่ยกขึ้นอึกอักกลางอากาศและหยุดคำพูดทั้งหมดไว้
   เมื่อคนที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่เมื่อครู่โผเข้ากอดผมแล้วสะอื้นอยู่ตรงบ่า
   ผม ที่นิ่งไปเพราะความตกใจค่อย ๆ ขยับมือที่ค้างไว้จากความงุนงงมากอดหลังเจ้าตัวกลับไปแล้วลูบเบา ๆ ปลอบให้น้ำตามันแห้งเหือดไปสักที

   “ไม่ต้อง…”

   “ทายรักพี่ฟ้า”

   กึก

   คำพูดที่กำลังจะหลุดออกจากปากขาดตอนและหายออกจากหัวไป ผมลืมไปทันทีว่าตัวเองกำลังตั้งใจจะพูดอะไร
   เมื่อมีประโยคสั้น ๆ ดังขึ้นข้างหู และดังก้องอยู่แบบนั้นไม่ยอมไปไหน

   เจ้าของถ้อยคำยังคงกอดรัดผมไว้แน่น แม้จะรู้สึกเจ็บแปลบตามเนื้อตัว
   แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้เขาคลายแรงที่โอบตัวผมไว้ลงเลยสักนิด

   บางทีอาจจะเป็นเพราะผมอยากให้ความเจ็บนี้ทำให้ผมมั่นใจ…ว่าแท้จริงแล้วผมนั้นไม่ได้กำลังหลับและฝันอยู่

   “เพทาย...”

   “ทายรักพี่ฟ้า ฮือ ได้ยินไหมว่าทายรักพี่ฟ้า”

   “...”

   “อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ อย่าทำให้ทายกลัวแบบนี้อีกนะ”

   ผมขมวดคิ้วเมื่ออีกฝ่ายพูดเสียงสั่นแล้วกอดผมเหมือนเด็ก ๆ 
   ความรู้สึกผิดแล่นขึ้นมาที่อกให้ต้องจับศีรษะที่ซบอยู่ตรงบ่าตัวเองลูบไปมาอย่างเบามือ

   “พี่ขอโทษนะเพทาย”

   “ฮึก…อย่าทำ อึก อย่าทำแบบนี้อีกนะครับ”

   “ไม่ทำแล้ว ไม่ทำแล้วครับ”

   ผมกอดคนที่คิดว่าตัวเองโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่เวลาตกใจกลัวก็มักจะคุมสติตัวเองไม่อยู่แถมยังร้องไห้เป็นเด็ก ๆ เอาไว้
   แล้ว พูดปลอบไปพลางพยักหน้ารับคำย้ำ ๆ อยู่แบบนั้น ทั้งยังโยกตัวไปมาให้อาการสะอื้นที่เกิดจากหายใจไม่ทันเพราะร้องไห้หนักเกิน ไปทุเลาลง









◦  ⍟   ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦  ⍟  ◦









   “หายหรือยัง?” ผมเอ่ยปากถามแล้วใช้นิ้วโป้งลูบปาดน้ำตาที่ข้างแก้มให้อีกฝ่าย มองใบหน้าที่แดงไปทั้งจมูกทั้งแก้ม แถมตายังบวมปูดแบบนี้แล้วก็อมยิ้ม “ร้องหนักแบบนี้ดูตาสิบวมเป็นลูกแล้ว”

   “ก็เพราะใครล่ะครับ” เสียงอี้อู้เถียงกลับมาแบบนั้นยิ่งทำให้ผมหลุดหัวเราะ “พี่ฟ้าไม่ต้องมาหัวเราะเลยนะครับ!”

   “พี่ไม่ได้หัวเราะที่เราร้องไห้สักหน่อย”

   “…”

   “แต่หัวเราะเสียงขึ้นจมูกกับหน้าบึ้ง ๆ นี่ต่างหาก”

   “ฮื่อ!” เพทายยกมือขึ้นปัดมือผมที่กำลังดึงจมูกแดง ๆ ของเขาอยู่ออก “ไม่ต้องจับ!”

   ผมยิ้ม “จับไม่ได้เหรอ พี่จับไม่ได้เหรอ” ยิ่งปัดก็ยิ่งตามไปบีบจนเจ้าตัวหันหน้าหนีพัลวัน

   “พี่ฟ้าไม่เอา!”

   “ยิ่งหนีพี่ก็ยิ่งแกล้งนะ อยู่นิ่ง ๆ ให้พี่บีบนิดเดียวก็จบแล้ว”

   เพทายทำปากคว่ำแล้วหันหน้ามาหาผมเหมือนกำลังจะประชด
   แต่มาทำสีหน้าแบบนี้ตอนที่เพิ่งร้องไห้เสร็จหมาด ๆ มันไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด ติดจะน่าสงสารจนตลกเสียด้วยซ้ำ

   “งอนอีกแล้ว”

   “ผมไม่ได้งอนสักหน่อย”

   “ผม ไม่ได้งี่เง่าขนาดนั้นสินะ” เพทายนิ่งไปตอนที่ผมยกเอาคำที่เขาเคยพูดตอนแข่งครั้งก่อนมาทั้งประโยค เจ้าตัวขมวดคิ้วแล้วเม้มปากให้ต้องยกมือขึ้นไปเกลี่ยให้มันหลุดออกจากกัน อย่างที่เคยทำ “ไม่ต้องเม้มแล้ว”

   “…ขอโทษครับ”

   “ขอโทษพี่เรื่องอะไร”

   “ก็ที่ว่าพี่ฟ้าว่างี่เง่า แล้วยังพูดอะไรไม่รู้เรื่องเยอะแยะไปหมด”

   “รู้ตัวด้วยเหรอว่าพูดไม่รู้เรื่อง”

   “ไม่รู้หรอกครับ…พูดอะไรไปบ้างก็จำไม่ได้แล้วด้วย”

   ผมหัวเราะ “สติแตกขนาดนั้นจำได้ก็เก่งล่ะ”

   “…”

   พอพูดหยอกเข้าเยอะหน่อยคนตรงหน้าก็ปิดปากแล้วก้มหน้านิ่งไปอีก ให้ผมหยุดหัวเราะแล้วก้มตัวลงช้อนมองหน้าเขา

   “เป็นอะไร โกรธพี่เหรอ?”

   “…เปล่าครับ”

   เอื้อมมือไปขยี้ผมเด็กปากแข็งเบา ๆ  “แล้วนี่จะมาอาสานอนเฝ้าพี่น่ะขอพี่ชายเราหรือยัง”

   “ผมโทรไปบอกตั้งนานแล้วครับ พี่คุณไม่ได้ว่าอะไร”

   “แล้วเสื้อผ้าล่ะ”

   “คุณป้าบอกจะเอาเสื้อน้ำมาให้ผมยืมก่อน ส่วนอย่างอื่นเดี๋ยวลงไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อชั้นล่างก็ได้ครับ”

   “ไม่เห็นต้องลำบากแบบนี้เลย”

   “ผมไม่ได้ลำบากสักหน่อย…พี่ฟ้าอึดอัดใจหรือเปล่าครับ”

   “เรื่อง?”

   “ก็ที่ผมมานอนเฝ้า”

   ผมยิ้มขยับมือที่วางค้างไว้ตรงกลางหัวอีกฝ่ายลูบไปมาอีกครั้ง “พี่จะอึดอัดได้ไงล่ะ เคยต้องให้เราดูแลขนาดอาบน้ำให้มาแล้วด้วยซ้ำ”

   “...ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย” เพทายพึมพำเสียงเบาลงทันทีเมื่อผมขุดเอาเรื่องที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังเขินของเขามาพูด

   RrrRrrrrrr
   RRrrrrrrrr

   เพทายผละตัวออกจากผมเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เจ้าตัวขยับยืนดี ๆ แล้วล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูหน้าจอ
   ก่อนจะผงกหัวเป็นเชิงขออนุญาตผมแล้วเดินเว้นระยะห่างออกไปเพื่อรับโทรศัพท์

   มองตามไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ แบบนี้แล้วก็คงเป็นแฟนเขาล่ะนะที่โทรมา...


   ผมเอนหลังพิงเบาะเตียงแล้วมองทอดสายตาออกนอกหน้าต่าง ตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูอมส้มแล้ว
   ดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าไปทุกที หากแต่ในเมืองที่มีตึกสูงเยอะ ๆ แบบนี้ก็ไม่สามารถมองเห็นขอบฟ้าได้

   นั่งมองอะไรเรื่อยเปื่อยไม่นานคนที่หายออกไปคุยโทรศัพท์ก็กลับเข้ามา ผมหันไปยิ้มให้แล้วเอ่ยคำทัก

   “แฟนโทรมาเหรอ บอกเขาหรือยังว่าคืนนี้นอนเฝ้าพี่”

   “เปล่า ครับ พี่อุ่นโทรมาถามว่าอยู่โรงพยาบาลอะไร พอดีเมื่อกี้ตอนโทรบอกลืมคุยกันเรื่องชื่อโรงพยาบาล พอพี่เขาโทรมาเลยคุยอะไรกันอีกนิดหน่อย”

   “เรียบร้อยดีนะ ไม่มีปัญหาใช่ไหม?”

   อีกฝ่ายส่ายหน้า “ไม่มีครับ พี่ฟ้าจะกินผลไม้ไหม เดี๋ยวผมปอกให้นะ ซื้อแอปเปิ้ลมาครับคนขายบอกเป็นเนื้อทรายด้วยน่าจะอร่อย”

   “ปอกเป็นเหรอ” ผมเอ่ยถามอย่างระแวง เพราะไม่คิดว่าคนอย่างเขาจะใช้มีดเป็น

   “ลองดูครับ”

   นั่นไง! “ไม่ต้องเลย”

   “ผมทำได้นะ”

   “มาให้พี่สอนก่อนเพทาย เดี๋ยวเราก็โดนมีดบาดคราวนี้ต้องให้คนเจ็บมาทำแผลให้อีก”

   “พี่ฟ้าก็พูดไปก่อน”

   เพทายบ่นอุบแล้วเดินถือถุงแอปเปิ้ลหายเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะออกมาพร้อมจานพลาสติกใส่แอปเปิ้ลที่ยังมีหยดน้ำเกาะพราวมาสามสี่ลูก
   ในมืออีกข้างมีมีดปอกผลไม้ ให้ผมรู้สึกเสียววาบตอนเขาถือ

   “ไป วางบนโต๊ะนั่นแล้วลากมาให้พี่” ผมชี้ไปยังโต๊ะสีขาวที่มีล้อสำหรับเตียงผู้ป่วย เพทายพยักหน้าแล้วทำตามคำสั่งจนมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง

   ผมหันมองอีกฝ่ายที่นั่งเรียบร้อยรอแบบนั้นแล้วก็เลิกคิ้ว “นั่งแบบนั้นจะไม่ให้สอนเหรอ?”

   “สอน?” เพทายย้ำคำอย่างไม่เข้าใจ

   ให้ผมยิ้มแล้วตบลงที่ข้างตัว “นั่งไกลแบบนั้นแล้วจะสอนได้ไง มานั่งตรงนี้จะได้สอนปอกผลไม้ไง”

   เพทายดูลังเลในตอนแรกก่อนที่จะค่อย ๆ ลุกมานั่งตรงที่บอก ผมเบี่ยงตัวนั่งเอียงช้า ๆ เพื่อไม่ให้กระเทือนแผลพกช้ำตามตัวมาก

   “ถือ แอปเปิ้ลไว้ดี ๆ ให้ถนัดมือ จับมีดแบบนี้แล้วหันออกนอกตัวอย่าไปหันเข้าหาตัวนะมันอันตราย ตอนแรกอาจจะไม่ค่อยถนัดแต่ฝึกให้ชินไว้...แบบนี้” ผมขยับปอกเปลือกแอปเปิ้ลออกทีละนิดจนมันหลุดออกมาเป็นเกลียวให้อีกฝ่ายดู เป็นตัวอย่างเล็กน้อย “ลองทำไหม?”

   พอเพทายพยักหน้าผมก็ส่งแอปเปิ้ลกับด้ามมีดให้เขาถือ แล้วประคองมืออีกฝ่ายไว้ก่อนจะผละออก
   ดูเขาค่อย ๆ ปอกเปลือกแอปเปิ้ลไป เปลือกขาดไปทีละนิดและดูทุลักทุเลจนน่าขำ
   แต่ผมก็ละสายตาไปจากท่าทางที่พยายามอย่างน่าเอ็นดูนี้ไม่ได้เลย

   “ไหน ดูพี่อีกทีนะเพทาย ทำไมเราจับมีดดูไม่ถนัดแบบนี้เนี่ย” ผมว่าแล้วขอของในมือเขากลับมาทำให้ดูอีกครั้ง “ทำแบบนี้นะ ดูดี ๆ จับให้มันถนัดมือหน่อยไม่ต้องกลัวมันเจ็บก็ได้”

   “พี่ฟ้าทำมันดูเหมือนง่าย แต่พอทำเองมันไม่ง่ายนี่ครับ”

   ผมหัวเราะ “ฝึกไปก่อนสิ นี่เพิ่งลูกแรกเอง”

   “…พี่ฟ้าฝึกเยอะเหรอครับ”

   “พี่ ช่วยแม่ทำขนมจนชินน่ะ แต่เราไม่ต้องทำอะไรแบบนี้ก็ได้มั้ง ผู้หญิงเขาน่าจะถนัดเรื่องพวกนี้มากกว่า ต่อไปให้ฟ้าแฟนเราปอกให้กินก็ได้”

   “คงไม่ได้หรอกครับ…ถ้าจะมีใครปอกให้กินก็คงเป็นพี่ฟ้านี่แหละ”

   “หืม?”

   “เพราะผมเลิกกับฟ้าแล้วครับ”

   “หะ? โอ๊ย!”

   “พี่ ฟ้า!” เพทายสะดุ้งโหยงเมื่อมีดบาดเข้าที่นิ้วโป้งผมจนเลือดหยด เจ้าตัวรีบหยิบเอาแอปเปิ้ลออกจากมือผมและคว้ามีดที่หล่นลงถุงขยะตรงตักตัว เองวางลงที่โต๊ะเลื่อนมันออกไปจากเตียงแล้วหันมาหาผมพร้อมกระดาษทิชชูที่ดึง มาจากโต๊ะข้างเตียงอย่างรวดเร็ว “เจ็บไหมครับ ส่งมือมาให้ผมหน่อย”

   ผมกะพริบตาปริบ ๆ แล้วยื่นมือไปตามที่อีกฝ่ายสั่ง
   นั่งมองเพทายใช้ทิชชูกดห้ามเลือดตรงนิ้วโป้งจุดที่โดนมีดบาดให้ ท่าทางที่ดูร้อนรนทำให้ผมรู้สึกตัวขึ้นมา

   “เลิก” ผมพึมพำ “…เลิกแล้วงั้นเหรอ”

   “อะไร นะครับ พี่ฟ้าเจ็บไหม?” เพทายเงยหน้าขึ้นมองผม มือยังกดห้ามเลือดให้อยู่ “เดี๋ยวผมไปขอพวกลำสีกับยาแล้วก็พลาสเตอร์จากพยาบาลให้นะครับ”

   “ไม่เอา”

   “ไม่เอาอะไรล่ะครับพี่ฟ้า ทำแผลก่อน”

   “เพทาย”

   “ครับ?”

   “เลิกกับฟ้าแล้วเหรอ”

   เพทายมองหน้าผมอย่างงุนงงเหมือนกำลังทำความเข้าใจคำถามที่พูดกันคนละเรื่องกับแผลที่อีกฝ่ายกำลังสนใจอยู่ตอนนี้

   “ใช่ครับ เลิกแล้ว”

   “ทำไมล่ะ?”

   “เดี๋ยวค่อยคุยได้ไหมครับ ผมไปเอายามาทำแผลก่อนนะ”

   “ช่างมัน พี่ไม่เจ็บ”

   “แต่เลือดมันออก”

   “เดี๋ยวมันก็หยุด”

   “ทำไมคราวนี้พี่ฟ้าดื้อล่ะครับ”

   ผมหัวเราะเมื่อเพทายเล่นยกคำที่ผมมักจะใช้ดุเขาบ่อยครั้งมาพูดว่าผมบ้าง “โอเค พี่ไม่ดื้อแล้ว...ทำแผลก่อนก็ได้”

   จบคำเจ้าตัวก็หายออกไปพักนึงแล้วกลับเข้ามาใหม่พร้อมกล่องยาขนาดเล็ก
   ผมนั่งมองเพทายทำแผลให้อย่างอดใจไว้ไม่อยู่ ไม่รู้ทำไมทีแบบนี้ถึงได้ทำแผลช้านัก
   จะขอคุยก่อนก็ไม่ยอม เหมือนกับว่าเขารู้ว่าผมคิดอะไรแล้วก็ยังจะแกล้งกันอยู่นั่นแหละ

   "เสร็จแล้วครับ"

   "แล้วทีนี้คุยกับพี่ได้หรือยัง?"

   "พี่ฟ้าจะคุยอะไรล่ะครับ"

   ผมเลิกคิ้วมองสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ของอีกฝ่าย จะเอางี้ใช่ไหม... "อืม ปอกแอปเปิ้ลต่อไหม?"

   คนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นตามเหมือนปรับตัวไม่ทันเมื่อผมเปลี่ยนเรื่องเปลี่ยนอารมณ์กะทันหัน

   "อะไรนะครับ?"

   "พี่ถามว่าปอกแอปเปิ้ลต่อไหม เมื่อกี้ยังปอกไม่เสร็จเลย"

   "พี่ฟ้ายังปอกได้อยู่เหรอครับ"

   "พี่ก็สอนเราไง ให้เราปอกแทน"

   เพทายมองหน้าผมเหมือนจะหาคำตอบว่าผมกำลังล้อเล่นอะไรอยู่ แต่ก็ทำแค่ยิ้มมุมปากซื่อ ๆ ส่งไปให้

   "มาสิ"

   พอเห็นผมพยักหน้าย้ำแล้วตบเบาะเตียงข้างตัว เขาก็มองหน้าระแวงแต่ก็เขยิบเข้ามานั่งที่เดิม

   "หันหลังให้พี่สิ"

   "ครับ?"

   "หันหน้าไปทางโน้น"

   เมื่อผมบอกให้ขยับนั่งหันหลังมา เพทายก็ยิ่งทำหน้างงเข้าไปใหญ่แต่ก็ยังยอมขยับทำตามโดยไม่ได้เอ่ยปากถาม
   แต่แล้วอีกฝ่ายก็สะดุ้งเมื่อผมเขยิบเข้าใกล้แล้วใช้สองแขนโอบตัวอีกฝ่ายไว้
   จนมือที่ถือผลแอปเปิ้ลกับมีดปอกผลไม้ไปอยู่ด้านหน้าตรงช่วงเอวพอดีกับระดับมือเจ้าตัว แล้วโน้มหน้าไปข้าง ๆ เขา

   “หยิบถุงบนโต๊ะมาวางรองมือพี่ไว้ เวลาปอกเปลือกมันจะได้หล่นลงถุงไม่เลอะเทอะ”

   เพทายอึกอักเมื่อตอนนี้เหมือนผมกำลังกอดเขาอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรเอื้อมมือไปหยิบถุงมาวางให้ตามที่บอก

   "เนี่ย ทำแบบนี้จะได้เป็นเร็ว ดูมือพี่จากมุมเดียวกันนี่แหละ จับลูกแอปเปิ้ลไว้แบบนี้ แล้วจับมือหันออกนอกตัวค่อย ๆ ลงแรงปอกเปลือกออกช้า ๆ ไม่ต้องรีบ"

   "..."

   "ลองทำดูไหม?" ผมหยุดมือที่ปอกไปได้เล็กน้อยแล้วเอ่ยปากถามเขาพลางยื่นของในมือไปจ่อรอที่มืออีกฝ่าย

   "...ผมไม่มีสมาธิหรอกครับ"

   "หืม ทำไมล่ะ?"

   "ก็...ก็พี่ฟ้ากอดอยู่แบบนี้"

   "พี่ไม่ได้กอดสักหน่อย"

   "ทำไมจะไม่ได้กอดล่ะครับ"

   “ไม่ได้กอด”

   “กอดสิครับ”

   "ถ้ากอดน่ะต้องแบบนี้"

   ระหว่างพูดผมก็ถือจังหวะที่อีกฝ่ายยังก้มหน้างุดอยู่ขยับวางลูกแอปเปิ้ลลูกเดิมกับมีดในมือลงที่โต๊ะเร็ว ๆ
   แล้วรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดซ้อนหลังด้วยสองมือ

   "พี่ฟ้า!"

   "หืม?"

   "ทำอะไรน่ะครับ"

   "ก็เมื่อกี้เราบอกว่าพี่กอดทั้งที่พี่ไม่ได้กอดสักหน่อย โดนกล่าวหาทั้งทีก็ต้องกอดจริงให้สมกับที่ถูกใส่ร้ายสิ"

   "ระ...รู้แล้วครับ รู้แล้ว ไม่กอดก็ไม่กอด พี่ฟ้าปล่อยผมได้แล้ว"

   "เดี๋ยวผมเดี๋ยวทายพี่งงไปหมดแล้วนะ"

   "อะ...อะไรครับ"

   "ก็เดี๋ยวแทนตัวเองว่าผมเดี๋ยวแทนตัวเองว่าทาย ปรับอารมณ์ไม่ถูกแล้ว"

   "พี่ฟ้า..." คนในแขนเอ่ยปากเสียงอ่อย นั่งนิ่งไม่ยอมกระดิกตัว "ปล่อยผมนะ...ไม่เล่นแล้วครับ"

   "ใครว่าพี่เล่น เรื่องของเราพี่จริงจังนะ"

   "..."

   ผมยิ้มมุมปากแล้วผละมือข้างนึงออกจากเอวเพทายแล้ววางลงที่ศีรษะเขาขยับลูบเบา ๆ 

   "เพทาย"

   "...ครับ"

   "ทำไม ถึงเลิกกับแฟนล่ะ” เมื่อเพทายไม่ยอมตอบผมเลยค่อย ๆ ผละตัวออกห่างจากหลังเขาจับไหล่ให้เจ้าตัวหันกลับมามองหน้าผม “แล้วเราโอเคไหม?"

   เจ้าตัวพยักหน้า “ตอนนี้โอเคแล้วครับ”

   “เลิกกับเขาเพราะอะไร บอกพี่ได้หรือเปล่า”

   “ก็ผมไม่ได้รู้สึกกับฟ้าเหมือนเดิมแล้ว คนสองคนไม่ได้รักกันก็ต้องเลิกกัน”

   “ไม่ได้รักเขาแล้วเหรอ?”

   เพทายพยักหน้าลงอีกครั้งช้า ๆ  และเป็นการตอบรับแบบเดียวกันกับที่ดาดฟ้าวันนั้น
   หากแต่การตอบรับครั้งนี้ทำให้ผมใจเต้นด้วยความยินดีขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

   “แล้วเรา…รักใครอยู่หรือเปล่า”

   คนตรงหน้าเม้มปากแน่นแล้วก้มหน้าลง ไม่ยอมตอบทั้งยังทำท่าดื้อเงียบใส่ ให้ผมเขยิบเข้าใกล้ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยลงที่ริมฝีปากเขา

   “หืม?”

   “…ไปแล้ว”

   ผมเลิกคิ้วแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายพึมพำอะไรฟังไม่ได้ความ
   จนกระทั่งเพทายเงยหน้าขึ้นสบตากับผมด้วยใบหน้าแดงเรื่อ
   แถมยังพูดประโยคเมื่อครู่ซ้ำอีกครั้ง ประโยคที่ทำเอาผมเกือบลืมหายใจ

   “ก็ผมบอกพี่ฟ้าไปแล้วนี่ครับ…ว่ารักใคร”








   tbc…
   


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 345 ครั้ง

673 ความคิดเห็น

  1. #663 kkkkkk0 (@kkkkkk0) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 12:35
    น้องงงงงง
    #663
    0
  2. #649 JIM7325 (@JIM7325) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 20:33
    😍😍😍😍😍
    #649
    0
  3. #642 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:32
    น่าเอ็นดูจังเลยครับน้องเพทาย
    #642
    0
  4. #641 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:24
    ตอนแรกเห็นพูดถึงคนนู้นคนนี้ไม่พูดถึงน้องสักที นึกว่าความจำเสื่อมชั่วขณะไปซะเเล้วนะเนี่ยะ
    #641
    0
  5. #640 yuri_miko (@yuri_miko) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 19:23
    ชั้นขำตอนที่น้องรับทิชชู่มาถือไว้ แต่ใช้หลังมือปาดน้ำตาอ่ะ 555
    #640
    0
  6. #546 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 18:47
    น้องตรงมากกกกกกกก55555555
    พี่ฟ้าร้ายนะร้ายยยยยยยยยย
    #546
    0
  7. #520 ^__^$noW fL@kE (@kalo_) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 08:48

    อ่านหนังสือไปแล้วว นี่มาอ่านอีกรอบ โอยๆๆ ชอบมากกค่ะ
    #520
    0
  8. #512 para_aloha (@parakt) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 19:32
    ตายไปแร้ววววว
    #512
    0
  9. #505 ppppjih (@ppppjih) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 01:14
    เป็นไบโพล่าแล้วค่ะ ฮือ เขินมากกกกก แงงง55555
    #505
    0
  10. #480 5555 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 03:26
    <p>อ๊ายยยยยยยยย จิกหมอนหนักมาก</p>
    #480
    0
  11. #479 Juuzou61 (@Juuzou61) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 09:46
    เขิน เพทายยยยยยยยคนร้ายกาจจจ
    #479
    0
  12. #464 MINANORIGO (@MINANORIGO) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 01:07
    บทจะง่ายก็ง่าย555555555บอกรักกันซะคนอ่านนี้ตั้งตัวไม่ทัน ฟินกระอักเลือดไปเลย555555
    #464
    0
  13. #458 arbyunse (@arbyunse) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 04:38
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด น้องทายโอ้ยยดีต่อใจ เริ่ดดด
    #458
    0
  14. #443 Rmuay Jirasatitkul (@muayyyyyy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:15
    พี่ฟ้านี่ร้ายนะคะ
    #443
    0
  15. #402 winterwinddd (@bo1360) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 14:18
    กรี้ดดดดด เขินนนนนนนนนนนนน
    #402
    0
  16. #320 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 22:12
    เขินมากกก แงงงงงง /บิดตัวเขิน อิพี่ฟ้าแอบเนียนนะะะะ มากอดเกิดอะไรในห้องพักผู้ป่วย หื้อออ 55555555 น้องทายมีความช้อนตามองไปอีก ;/////;
    #320
    0
  17. #274 xxmaarnficxx (@xxmaarnficxx) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 11:52
    เขินนนนนนนนตัวบิดเเล้ว หล่อเลยอะเพทาย บอกรักก่อนไปอีก
    #274
    0
  18. #212 himarikui (@yada-fay) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 กันยายน 2559 / 19:51
    เรื่องของเรา  เรื่องของเรา  เรื่องของเรา  เรื่องของเรา  เรื่องของเรา  เรื่องของเรา  ...

    อร๊ายยยยย ฟินอ่ะแกร๊รรรรร
    #212
    0
  19. #185 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 10:35
    อร๊ายยย ฟินอะ ม้วนไปม้วนมา 555
    #185
    0
  20. #140 { i M o O a U i } (@imooauimk) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:48
    ตอนนี้จะหวานเกินไปแล้ว อ่านไปม้วนไป แอบหมั่นไส้พี่ฟ้าเล็กๆ พอเค้าบอกเลิกกับแฟนแล้วนี่ ถือโอกาสกอดเลยนะ แอร๊ยยยย เขิลลลล
    #140
    0
  21. #138 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 03:12
    อร๊ายยยยยยย เจ็บตัวคราวนี้ถือว่าคุ้มค่ะพี่ฟ้า น้องทายบอกรักด้วยอะ แอร๊ยยยยยยยยย พี่ฟ้าฟินแค่ไหนถามใจตัวเองดูนะ 55555 แล้วมีกงมีกอดน้องนะ พี่ฟ้าก็เจ้าเล่ห์นะเออ คึคึ
    #138
    0