Skylie เสมอเส้นขอบฟ้า (Yaoi)(End)

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : Brave

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17404
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1871 ครั้ง
    7 มี.ค. 62



Chapter 3 Brave

                “อู้ดอี้ดๆๆๆ”

                เสียงร้องประท้วงของเจ้าเบ๊บทำให้ผมหยุดเดิน เจ้าเบ๊บหมูหนักกว่าสิบโลนั่งลงจุมปุ๊กที่ริมตลิ่ง มันมองหน้าผมด้วยสายตาที่บ่งบอกว่ามันหิวแล้ว เจ้าเบ๊บกินข้าววันละสามมื้อแล้วผมก็จะแอบให้มะเขือเทศมันกินระหว่างมื้อด้วย

                ผมมองรอบด้านมีแต่ต้นไม้และแสงอาทิตย์กำลังจะหมดไป ผมไม่รู้ว่าตัวเองเดินมาไกลแค่ไหน ทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด น้ำที่ไหลเอื่อยเริ่มไหลแรงขึ้น ทุกอย่างมันน่ากลัว...

                “ขึ้นไปนั่งริมฝั่งกัน”

                เจ้าเบ๊บไม่ยอมลุกตามมา มันหิวและเหนื่อยผมเลยต้องย่อตัวลงพยายามอุ้มเจ้าหมูสิบโลขึ้น มันหนักมากจนผมล้มลงเพราะพื้นดินใต้น้ำมันยวบ อาการเจ็บแปล๊บที่แขนเกิดขึ้นทันที...ผมล้มกระแทกหิน

                “อู๊ดดดดดดดดดดดด”

                เจ้าหมูสิบโลคิดว่าตัวเองน้ำหนักเท่าผลองุ่นพาตัวเองมานั่งทับผม เจ้าเบ๊บเป็นหมูฉลาดไม่งั้นมันคงไม่ไปกินองุ่นอาภีร์อยู่บ่อยครั้ง แถมมันยังเคยลากทั้งเถาหล่นลงมาพร้อมกับเจ้าดัชเชส อาภีร์บ่นผมไฟแลบจนฟังไม่ทันทำได้แค่นั่งหงอย ผมพยายามคัดค้านว่าเจ้าดัชเชสก็ผิดนะ แต่อาภีร์เอาคลิปจากกล้องวงจรปิดให้ดู ดัชเชสแค่ยืนดูเจ้าเบ๊บลากองุ่นอยู่ข้างๆ สรุปคือหมูผมมันซนอยู่ตัวเดียว!

                “ก็องุ่นอาภีร์อร่อย เบ๊บคงชอบกินอ่ะครับ”

                “รู้ได้ไงว่าอร่อย?”

                “ก็...พิคก็ชอบกิน”

                “สั่งหมูให้ไปขโมยองุ่นไร่อาใช่ไหม?”

                “ผมไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ เจ้าเบ๊บมันฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอก”

                แล้วอาภีร์ก็แก้ปัญหาเจ้าเบ๊บชอบกินองุ่นโดยการเอาองุ่นเกรดธรรมด๊าธรรมดามาปลูกเป็นเถาไว้ริมรั้วกับพุ่มมะเขือเทศ เจ้าเบ๊บมีความสุขกับองุ่นของมันอยู่ไม่กี่วันมันก็กินจนองุ่นหมด แล้วก็บุกเข้าไปไร่อาภีร์เหมือนเดิม ผมวิ่งตามมันไม่ทันล้มคะมำอยู่ตรงพื้น อาภีร์ต้องมาแงะผมขึ้นแล้วผมก็โดนค่อนแคะว่าเลี้ยงหมูให้เป็นหมูตะกละ

                “หัดกินเองซะบ้าง หมูมันจะตัวใหญ่กว่าแล้ว ระวังเหอะสักวันมันจะกินเจ้าของ”

                “มันกินพิคแล้วมันก็กินอาภีร์!

                “งั้นจับมันทำสเต๊กก่อนเลย หรือว่าเบคอนดี มานี่ไอ้บู้!

                “อาภีร์อย่ากินเบ๊บนะ!!!

                อาภีร์อุ้มเจ้าเบ๊บสิบโลขึ้นสบายๆ มันร้องอู๊ดอี้ดๆประท้วงที่โดนอุ้ม ส่วนผมก็ต้องเปลี่ยนจากวิ่งตามหมูไปวิ่งตามอาภีร์เพราะกลัวเจ้าเบ๊บโดนกิน

                “ไหน ตรงไหนอร่อยสุด พุง? พลัง? หรือหัว! ลุงชัย! เอาหัวหมูไปไหว้เจ้าหน่อยลุง!

                ลุงชัยเป็นคนสนิทของอาภีร์ เขาเดินออกจากไร่มาพร้อมกับมีดอันใหญ่

                “สับให้ละเอียด เหลือตรงพุงไว้ทำสเต๊ก เอาตรงหัวไปไหว้ศาลหน้าไร่ กินองุ่นไปเยอะรับรองอร่อย!

                “ฮึก...อาภีร์อย่าทำเบ๊บ...ฮือ พิคขอโทษ”

                ผมกลัวลุงชัยกับอาภีร์จะสับเบ๊บเป็นชิ้นๆ มันเป็นหมู มันไม่รู้เรื่องหรอกนอกจากเล่นสนุกกับหิวองุ่นเฉยๆ ผมตกใจมีดลุงชัยผสมกับเสียงร้องของเจ้าเบ๊บผมก็ทำได้แค่คว้าเสื้ออาภีร์ไว้แล้วร้องไห้

                “ร้องทำไม เดี๋ยวแบ่งให้กินก็ได้”

                “ฮืออ ไม่เอา ไม่กินเบ๊บ”

                “ถ้าให้คืนมีอะไรมาแลก?”

                “อาภีร์อยากได้อะไรครับ”

                “ไว้ค่อยคิด อ่ะเอาคืนไป”

                วันนั้นผมได้เบ๊บคืน มันก็ร้องอู้ดอี้ดๆไม่รู้เรื่องเลยว่าตัวเองจะโดนกิน แต่เจ้าเบ๊บมันก็ยังไม่เข็ด มันชอบองุ่นอาภีร์มาก จนผมติดหนี้อาภีร์นับครั้งไม่ถ้วนแลกกับชีวิตของมัน พ่อเลยไปคุยกับอาภีร์ให้เรื่องออกเงินทำรั้วกันเจ้าเบ๊บเข้าไปในไร่องุ่น แต่พอทำเสร็จมันก็ขุดดินพังรั้วเข้าไปได้อยู่ดี

                มันชอบไปนอนสบายใจเฉิบในเถาองุ่นที่กระชากลงมา คราวนี้เราเลยทำคอกหมูของเจ้าบู้ชนิดที่ว่ามันออกไปไม่ได้ แต่มันก็หงอยอ่ะ...มันมองผมตาละห้อยทำเสียงงึ้ดๆน่าสงสาร ผมเลยต้องไปขออาภีร์ให้มันออกมาวิ่งเล่นได้บ้าง แต่อาภีร์บอกว่ามันไม่ได้อยากวิ่งเล่นมันอยากกินองุ่น!

                ซึ่งก็ใช่! พอได้กินองุ่นมันก็นอนแผ่สบายใจเคี้ยวหงุบหงับๆ ผมเลยต้องแบ่งค่าขนมไปขอซื้อองุ่นกับอาภีร์มาให้เจ้าเบ๊บ ยิ่งองุ่นเกรดแพงสำหรับทำไวน์พรีเมียมมันยิ่งชอบ

                “เลี้ยงหมูจนเสียหมู!

                อาภีร์มองเจ้าพิคแล้วส่ายหัว สัตวแพทย์ที่มาตรวจสุขม้าของอาภีร์มาตรวจเจ้าเบ๊บด้วย หมอบอกว่าเจ้าเบ๊บอ้วนต้องลดน้ำหนัก

                “ตามใจมันมากมันจะตายเพราะไขมันอุดตัน คราวนี้ได้กินสเต๊กกับเบคอนยี่ห้อไอ้บู้”

                “อาภีร์ไม่เข้าใจหรอกว่าหมูหิวมันก็ต้องกิน ทีอาภีร์หิวข้าวก็ต้องกินข้าวอ่ะ”

                “แต่พิคให้มันกินตลอดเวลาไม่ได้ มันอ้วน!

                “ก็พิคไม่อยากใจร้ายกับเบ๊บ”

                พ่อเข้ามายุติสงครามของผมกับอาภีร์โดยการบอกให้ผมยกเจ้าบู้เอ้ย เจ้าเบ๊บให้อาภีร์ไปเลี้ยงจนกว่ามันจะน้ำหนักลดลง ส่วนผมถ้าคิดถึงเจ้าเบ๊บก็ให้ไปเยี่ยมที่ไร่ชัชชวาลา

                “แต่อาภีร์จะกินเบ๊บของพิค”

                “ภีร์ไม่กินหมูเบ๊บของพิคหรอก ใช่ไหมภีร์? ฉันไว้ใจให้เธอดูแลหมูของฉันได้ใช่ไหม?”

                “ไว้ใจได้ครับ ผมจะดูแลอย่างดี”

                พ่อโดนอาภีร์หลอกแล้ว!!!

 

                แล้วเจ้าหมูวันนั้นกับผมก็นั่งอยู่ริมน้ำด้วยกันในสภาพเปียกมะล่อกมะแล่ก อากาศเริ่มเย็นลงจนผมต้องกอดมันไว้ มันยังร้องอู้ดอี้ดเพราะหิว ท้องผมก็ร้องไม่ต่างกันแต่ผมไม่กล้าเดินเข้าในป่า

                “ขอโทษนะเบ๊บ พิคพามาลำบาก ไว้พรุ่งนี้เช้ากลับบ้านแล้วกินข้าวเป็นกะละมังได้เลยนะ”

                ทั้งเหนื่อยทั้งหิว เพราะความฟุ้งซ่านของผมแท้ๆเลยพาทั้งตัวเองทั้งเบ๊บมาลำบาก น้ำเริ่มขึ้นสูงแล้วแสงอาทิตย์ก็หายไปจนหมด แม้แต่หน้าเบ๊บผมยังเห็นไม่ค่อยชัด ทั้งหนาวทั้งกลัว ป่านนี้แม่จะรู้ไหมว่าผมหายไป

                อาภีร์จะรู้ไหม...ไม่หรอก เขาคงไม่ได้ใส่ใจ เขาโกรธแม่มากอาจจะโกรธผมด้วย แม่จะไปขอให้ใครมาช่วยตามหาผมหรือเปล่าหรือแม่เองก็อาจจะหนีกลับกรุงเทพฯไปแล้วเหมือนกัน

                ทำไมพ่อต้องตายด้วย...พอพ่อไม่อยู่แล้ว ผมก็เหมือนไม่มีใครเลย

                “อู้ดดดด”

                “มีเบ๊บอีกตั้งหนึ่งตัวเนอะ มีกีกี้ด้วย”

                มีหมูหนึ่งตัวกับตุ๊กตา...มีแค่นั้นจริงๆ

                เจ้าเบ๊บหยุดร้องในที่สุดมันก็คงเหนื่อย แขนผมเจ็บจนชาแล้วตัวผมก็เริ่มสั่น  เสียงคนดังมาจากที่ไกลๆแต่ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองหูฟาดหรือเปล่า จนกระทั่งแสงไฟฉายวูบวาบมาตามแนวตลิ่ง

                “อู้ดดดดดดด”

                เบ๊บร้องเสียงดัง มันลุกขึ้นแล้ววิ่งไปยังกลุ่มคน

                “ไอ้บู้ครับคุณภีร์ โบว์แดงๆนี่มันแน่นอน”

                “ไอ้บู้ พิคล่ะ? พิค!

                ผมพยายามตะโกนเรียกแต่ตัวผมสั่นเกินไป เสียงที่ดังออกมาแผ่วเบาหายไปกับเสียงน้ำ แต่กลุ่มของอาภีร์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อาภีร์มาตามหาผม เขามาแล้ว

                “พิค!

                อาภีร์ปล่อยไฟฉายอันใหญ่ลงแล้วพุ่งมาหาผม เขาชะงักแต่เป็นผมที่พุ่งไปกอดอาภีร์ไว้

                “อาภีร์ พิคกลัว...ฮือออ”

                “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

                “แขนพิค...”

                “โอเคไม่เป็นไร เดี๋ยวอาจัดการเอง พิคปลอดภัยแล้ว”

               

                อาภีร์แบกผมขึ้นหลังมีลุงชัยจูงเจ้าเบ๊บถือไฟฉายอันใหญ่เดินนำอยู่ข้างหน้า คนงานหลายคนของชัชชวาลาถือไฟฉายอันใหญ่เดินอยู่รอบๆ เราไม่ได้กลับทางเดินแต่ลัดป่าออกมาเกือบยี่สิบนาที

                เขาไม่ได้ถามว่าทำไมผมออกมาไกลขนาดนี้ มีแค่คำกระซิบบอกผมว่าผมไม่เป็นไรและผมปลอดภัยแล้วไปตลอดทาง ผมกอดคออาภีร์ไว้ ร้องไห้เพราะผมทั้งสับสน ดีใจ เสียใจ มันหลายอย่างมากมายไปหมด

                “ทนหนาวอีกนิด จะถึงถนนใหญ่แล้ว”

                “ตัวอาภีร์อุ่น...พิคไม่หนาว”

                อาภีร์เป็นคนตัวใหญ่แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเขาตัวอุ่นขนาดนี้ มันทั้งอบอุ่นแล้วทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย

                “หึ...”

                “พิคขอโทษ”

                “อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้”

                เขาพูดเสียงดุแล้วเราก็กลับบ้านกัน ผมเพิ่งรู้ว่าตัวเองเดินออกมาไกลเป็นกิโล อาภีร์ไม่ได้พาผมกลับบ้านแต่พาไปไร่ชัชชวาลา ไปที่บ้านของอาภีร์ส่วนเจ้าเบ๊บถูกลุงชัยพาไปพร้อมกลุ่มคนงาน

                บ้านของอาภีร์แยกออกมาจากบ้านใหญ่ของเจ้าสัวภรภัทร ผมถูกวางลงในอ่างอาบน้ำของเขา เหนื่อยจนตาแทบจะปิดแต่อาภีร์บอกให้ผมอาบน้ำก่อน

                “แขนคงไม่หักพรุ่งนี้ค่อยไปหาหมอ แต่ตัวเลอะเทอะเป็นหมูคลุกดิน”

                เขาดุอีกแล้ว ผมถูกอาภีร์จับแก้ผ้า เขาพยายามดึงเสื้อยืดผมออกแต่ผมอาย หน้าร้อนผ่าวไปหมดเพราะเจอสายตาของอาภีร์...เขามองแบบที่ผมตีความไม่ออก แต่เขาไม่เคยเป็นแบบนี้

                “พิคทำเองครับ”

                “แขนเจ็บอยู่ เดี๋ยวอาทำให้”

                “พิคอาย...”

                “อายอะไรผู้ชายเหมือนกัน”

                ถ้าเหมือนกัน...แล้วทำไมต้องจ้องผมขนาดนี้ล่ะ...สายตาของอาภีร์ร้ายกาจ มันมีพลังที่ทำให้ผมพยายามคู้ตัวไม่ให้เขามองแต่แรงเขาเยอะกว่า

                “ตรงนี้ใช่ไหมที่กระแทก”

                ผมพยักหน้ารับต้นแขนของผมม่วงช้ำ มือหนาไล้นิ้วบนผิวเนื้อแผ่วเบาแล้วเขาก็เลื่อนมือมากดนิ้วลงที่แผ่นอกของผม

                “ตรงนี้ล่ะ?”

                “นะ นิดหน่อยครับ...”

                อาภีร์กระซิบเสียงเบาถามผมไปเรื่อยๆตามมือที่ปัดป่ายอยู่บนร่างกายผม ผมอาจจะเจ็บจนชาไปหมดทั้งตัวแล้วมั้ง...เพราะไม่ว่าอาภีร์จะจับตรงไหนมันก็รู้สึก...มันไม่เจ็บ..แต่มันแปลก

                “อาภีร์...”

                “ชู่ว...”

                มือหนากดสบู่เหลวถูไปทั่วตัวผม กลิ่นของอาภีร์ที่ผมคุ้นเคยมาจากเจ้าสบู่นี่นี่เอง ผมพยายามเขยิบหนีเขาก็ไม่ยอม พอจะท้วงก็โดนสายตาดุมองปรามจนผมไม่กล้าทำอะไรปล่อยให้เขาอาบน้ำให้

                “แก้มแดงเชียว”

                เสียงหัวเราะในลำคอทำให้ผมยิ่งอายเข้าไปใหญ่ มือหนาขยับเคลื่อนมาที่ตรงกลางลำตัว ผมหลับตาปี๋ปล่อยให้เขาจัดการตามใจ

                ผมหมดแรง...ทำไมแค่อาบน้ำมันถึงเหนื่อยขนาดนี้ แถมยังร้อนผ่าวไปทั้งตัว

                “อาภีร์...พิคเหนื่อย”

                “ยังอาบไม่เสร็จเลย”

                อาภีร์ถอดเสื้อออกเหลือแค่กางเกงยีนส์โชว์กล้ามหน้าท้องและกล้ามแขนที่ผมไม่มี เขาข้ามขอบอ่างลงมานั่งซ้อนด้านหลังผม

                “แบบนี้ถนัดกว่า”

                มืออุ่นลูบไล้ฟองสบู่ไปทั้งแผ่นอกผมอีกครั้ง ผมหันหน้าหนีไปมองกำแพงห้องน้ำเพราะมือเขาแตะตรงกลางของผมอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆของอาภีร์วนเวียนอยู่ที่ข้างแก้มผม แล้ว...ผมก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหายใจไม่ออก

                มืออาภีร์ขยับเร็วขึ้น...มะ มันไม่ใช่อาบน้ำแล้วแบบนี้ ผมรู้ว่าเขาทำอะไรเพราะ...ผมก็เคยทำ ผมเผลอคิดถึงอาภีร์ในวันนั้นแต่วันนี้อาภีร์อยู่ตรงนี้

                “พิค...เด็กดี”

                “ฮึก...อะ อาภีร์ อย่า...”

                “เรียกชื่ออาอีก”

                ผมเรียกอาภีร์จนหมดแรงและถูกอุ้มออกจากห้องน้ำมานั่งตักเขาบนเตียงให้อาภีร์เช็ดตัวให้...อาภีร์อ้อยอิ่งอยู่กับร่างกายของผม เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวผมอย่างเชื่องช้า บีบคลึงไปทั้งเนื้อทั้งตัว

                “...อย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจไหม ห้ามหายไป อาไม่อนุญาต”

               

                ความทรงจำเก่าๆทำให้ผมยิ้มกับตัวเองก่อนเสียงหัวเราะจะกลายเป็นน้ำตา ผ่านมาตั้งปลายปีผมก็ยังทำใจไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ไม่รู้ป่านนี้เจ้าเบ๊บเป็นยังไงบ้าง

                ผมเดินออกมาจากบ้านพ่อ เดินออกมาจากชีวิตแม่ แล้วก็เดินออกมาจากไร่ชัชชวาลาแต่ผมพาเบ๊บมาด้วยไม่ได้ มันอยู่กับผมมันก็ไม่สบายเหมือนอยู่กับอาภีร์

                นอกจากีกี้กับกระเป๋าเดินทางหนึ่งใบผมก็ไม่ได้เอาอะไรมาเลย หลายครั้งที่อยากจะกลับไปแต่มันทำไม่ได้ กว่าจะพาตัวเองออกมามันไม่ง่าย ทุกอย่างที่นั่นมันไม่เหลืออะไรให้ผมแล้ว

                ผมตัดสินใจตัดขาดจากแม่เพราะเรื่องแม่เป็นชู้กับเจ้าสัวภรภัทร แม่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลยแต่แก้ตัวว่ามันเป็นเพราะ ความรักแม่พยายามอธิบายทั้งน้ำตาว่าแม่รักเจ้าสัวขนาดไหน แม่บอกว่าแม่ยอมเป็นแค่คนในความลับของเจ้าสัว

                ภรรยาของเจ้าสัวยังไม่รู้เรื่อง อาภีร์ใจแข็งไม่พอที่จะบอกความจริง แล้วแม่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม่ทำตัวเป็นเพื่อนกับภรรยาเจ้าสัว ยิ้มแล้วเล่นกับลูกๆของเจ้าสัว เป็นเพื่อนบ้านแสนมีน้ำใจ...แม่ทำเหมือนทุกอย่าง่ายไปหมด แต่กับผมมันไม่ใช่

                ผมเกลียดที่แม่ทำแบบนั้นแต่ตัวเองก็เหมือนกำลังจะก้าวไปอยู่ในจุดเดียวกัน ผมรักอาภีร์...แต่ใครๆก็รู้ว่าอาภีร์คบกับคุณวิตา ระหว่างเราไม่มีความชัดเจน ยิ่งเรื่องแม่เข้ามาอาภีร์กับผมเรายิ่ง...แย่ลง

                ช่วงหลังก่อนออกมาจากโคราชบรรยากาศทุกอย่างแย่ไปหมด ผมบอกกับแม่ตรงๆว่าผมทนไม่ได้ แล้วผมก็ดันสอบติดทุนธุรกิจการบินของมหาวิทยาลัยเอกชนผมเลยออกมา ก็แค่ออกมาแล้วไม่กลับไปอีก

                แม่ไม่ติดตาแบบที่ผมต้องการ แม่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมไปไหน แม่จมอยู่ในความรักผิดเพี้ยนของแม่ ส่วนผมก็ขยะแขยงตัวเองขึ้นไปทุกวัน

                เรื่องของผมกับอาภีร์มันไปไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ แต่ระหว่างแม่กับอาภีร์ก็เลวร้ายจนหลายครั้งผมก็กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ร้ายกาจ...ผมหลอกตัวเองว่าอาภีร์แค่โมโหแม่ ซึ่งผมไม่เกี่ยว

                แต่ทั้งผมและอาภีร์เราก็แยกแยะไม่ออกกันทั้งคู่ แม้ว่าผมจะทำเป็นไม่สนใจแต่ลึกๆผมก็ทนไม่ได้ที่เห็นอาภีร์ด่าแม่ แล้วอาภีร์ก็คงทนไม่ได้ที่ผมยังอยู่กับแม่ มันเลยยิ่งยากเข้าไปใหญ่

ไม่ว่าจะพยายามตัดใจแค่ไหน ตีตัวออกห่างกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็เหมือนมีอะไรบางอย่างทำให้ผมกลับไปหาอาภีร์ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งๆที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน การกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็ไม่เคยมีอะไรที่ชัดเจนขึ้น เราไม่เคยเป็นอะไรกันเลยยกเว้น...เป็นชู้

ผมเหมือนแอปเปิ้ลที่ถูกโยนขึ้นฟ้าแล้วก็หล่นกระแทกลงดินจนถลอกปอกเปิก เป็นแอปเปิ้ลโง่ๆ แต่คนเรามันไม่โง่ไปตลอดหรอก อาภีร์ทะเลาะกับแม่และพี่ชายรุนแรงในบ้านผม เจ้าสัวภรภัทรไม่ยอมเลิกกับแม่ เขาหลงแม่จนบอกว่าจะรับผมเป็นลูก

“รับลุงเป็นพ่ออีกคนนะพิค...เดี๋ยวเรื่องรักฟ้าเราค่อยมาคุยกันว่าจะเอายังไง”

ไม่...ผมไม่อยากได้พ่อใหม่ ผมไม่ได้ยอมรับเรื่องของเขากับแม่ แล้วผมไม่ได้อยากได้รักฟ้าเลย

“อ๋อที่มาจับผู้ชายบ้านชัชชวาลาก็เพราะอยากได้รักฟ้าคืนจนตัวสั่น?”

คำว่า ผู้ชายบ้านชัชชวาลาและสายตาโกรธเกรี้ยวของอาภีร์มันไม่ได้ถูกใช้แค่กับแม่ แต่เขามองมาที่ผมด้วย ผมเลยตัดสินใจครั้งสุดท้ายพาตัวเองออกมาจากเรื่องราวพวกนี้ ผมไม่โทษอาภีร์ที่เขาเข้าใจแบบนั้น ไม่โทษแม่ที่รักแต่ตัวเอง ผมโทษตัวเองที่ดันมาอยู่ผิดที่ผิดทาง

ใครจะเป็นยังไงก็ช่างมัน...ส่วนผมพอแล้ว

               

                “เก่งเนอะ ตอนนั้นอายุสิบแปดเอง”

                เจ้ากีกี้หมูสีตุ่นหูสีเหลืองส่งยิ้มแบบที่มันทำมาตลอดทั้งชีวิต ผมพยายามให้กำลังใจตัวเองตลอดเพราะถ้าผมไม่ทำแล้วจะเอากำลังใจจากไหนในเมื่อผมไม่มีใคร

                “พี่พิคเก่งที่สุดเลย...พี่พิคทำดีแล้ว...พี่พิคมีชีวิตใหม่แล้ว ตอนนี้ซื้อบ้านแล้วนะ ไว้เก่งกว่านี้ก่อนจะไปขอเจ้าเบ๊บคืน ไม่รู้ป่านนี้โดนทำเบคอนไปยัง...เราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก คน หมู ตุ๊กตา ครอบครัวเราครบพอดีเลย ฮึก...ชีวิตดีขนาดนี้...จะร้องไห้ทำไมล่ะพิค”

 

=======================

แงงงงงง เศร้าแทนน้องพิค อาภีร์ใจร้ายยยยยยยย

เพื่อให้กำลังใจคนอ่านไม่ทิ้งเราไปไหน(?) ตอนหน้าเราจะได้เห็นคุณภีมภีภัทรกันแล้วค่ะ อิอิ ส่วนหักมุม ไม่หักมุม ต้องไปตามลุ้นกันในตอนต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไป โดยส่วนตัวชอบหักมุมอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้หักไหมน้า ครุ่นคริสสสสสสสสสส

ปล. ไม่ดราม่าเยอะค่ะ อ่านสบาย ยังสบายๆกันอยู่เนอะ?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.871K ครั้ง

2,729 ความคิดเห็น

  1. #2726 mintt133 (@mintt133) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 03:50
    น้องพิคน่าสงสารมากเลย ฮืออ
    #2726
    0
  2. #2715 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 00:13
    พิคเก่งมาก เก่งที่เข้มแข็งและเดินต่อไป
    #2715
    0
  3. #2696 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 10:56
    สงสารอ่ะ แต่ดีแล้วที่พิคออกมาจากสภาพแวดล้อมแบบนั้นมันไม่โอเคกับตัวพิคเลย แล้วอาภีร์มีแฟนแล้วจริงหรอ
    #2696
    0
  4. #2691 ArissaraPlendee (@ArissaraPlendee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 11:06
    ดีมากกกกกกกกกกก
    #2691
    0
  5. #2680 zhaoshiqi (@zhaoshiqi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:59
    สงสารน้องพิคค
    #2680
    0
  6. #2673 lomarday (@tobokki) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 02:57
    สงสารน้อง สงสารน้องเบ๊บด้วยฮือ สารภาพได้มั้ยว่าเราตลกฉากน้องเบ๊บจะโดนกินมาก555555 น้องน่ารักจังเลย แต่อดีตน้องพิคคือแบบใจร้ายมากๆอะ น้องเก่งมากที่เข็มแข็งขนาดนี้ ;-;
    #2673
    0
  7. #2652 cutieyou (@cutieyou) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 01:03
    สงสารน้องมากเลยค่ะ ฮือ น้ำตาไหลเลย กอดๆ นะคะน้องพิค ;__; หนูเก่งมากๆ แล้วค่ะ โตมาเป็นเด็กดีมากๆ เลย
    #2652
    0
  8. #2639 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 18:39
    แงงงง่น้องงงงงงงงง
    #2639
    0
  9. #2632 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 15:40
    ลูกกกกกกก
    #2632
    0
  10. #2629 lena-lena (@lena-lena) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 21:30
    แอบสังเกตว่าคุณนักเขียนมักให้ชีวิตนายเอกน่าสงสาร ตกระกำลำบากต่างๆ ชีวิตจะต้องสู้มาก แต่นายเอกแต่ละคนก็จะมีวิธีรับมือของตัวเอง คือดูเป็นน้องน้อยแต่สตรองมาก ในส่วนของน้องพิคก็คือชีวิตหักมุมสุดๆ สงสารน้อง เด็กดี น้องพิคสู้ๆ!!
    #2629
    0
  11. #2625 oil_issue (@36268) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 17:15
    ร้องไห้ตามน้องเลยค่ะ ฮือ
    #2625
    0
  12. #2614 normal curve (@0857402012) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 23:25
    พิคคนเก่งงงง อดีตชั่งมันนะลูกกก
    #2614
    0
  13. #2604 Thann. (@Fangfanq) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 01:29
    เจ้าพิคคนเก่งงงง ;-;
    #2604
    0
  14. #2577 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 11:01
    ร้องไห้ให้น้องพิคเลย หนูเก่งแล้วลูก
    #2577
    0
  15. #2565 exolbenben (@exolbenben) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 20:59
    สงสารน้องงง
    #2565
    0
  16. #2530 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:17
    อาภีร์ใจร้าย!
    #2530
    0
  17. #2504 Jezzy Jimmy (@jm_monkey) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:47
    หน่วงหัวใจกับตอนนี้มากเลยค่ะ คุณแบม แต่เพราะคุณแบมเราจะสู้ต่อ ต้องอ่านต่อ ต้องไหววว งือออ สงสารน้องพิค
    #2504
    0
  18. #2491 onkgoon (@onkgoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 06:27
    อาภีรรรร์ปากร้ายมากกกกก
    สงสารน้องงงงงงงงง
    #2491
    0
  19. #2483 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 20:36
    งือ เศร้ามาก
    #2483
    0
  20. #2474 xxviimay (@naaatthaa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 03:57
    น้ำตาไหลไปพร้อมน้องพิคเลยจ้า
    #2474
    0
  21. #2468 AxbSidaphorn (@AxbSidaphorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 19:54
    ร้องไห้แล้วแมมมมมม่ ToT
    #2468
    0
  22. #2457 gift72 (@gift72) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 21:16
    ฮืออออออคุณทำเราร้อง
    #2457
    0
  23. #2440 kyungsom (@tittaya-som) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 15:41

    สงสารน้องพิค T-T

    #2440
    0
  24. #2432 _Daonuea_ (@_Daonuea_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 15:05
    ฮือออออ น้ำตาไหลอ่าาาา น้องงงง
    #2432
    0
  25. #2411 bskypp6104 (@bskypp6104) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 22:05
    น้องงงงง T^T
    #2411
    0