Under Cloud ☁ อาณาจักรเมฆา

ตอนที่ 20 : Chapter 18 : Family

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 552 ครั้ง
    19 ก.ค. 62

Chapter 18 Family

                “รัฐบาลอยากได้ส่วนแบ่งในเขตท่าเรือเซี่ยงไฮ้”

                หัวข้อการประชุมของซีบีกรุ๊ปวันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับยอดขายกำไรขาดทุนแต่เป็นนโยบายจากรัฐบาลที่เห็นผลประโยชน์จากช่องทางการเติบโตของท่าเรือนครเซี่ยงไฮ้

                ทั้งที่สัมปทานท่าเรือทั้งหมดก็เป็นของรัฐบาลที่เอกชนต้องจ่าย การมีนโยบายแบบนี้เข้ามานั่นหมายความว่ากำลังบีบบังคับให้ซีบีกรุ๊ปต้องกลายเป็นรัฐวิสาหกิจ มีหุ้นส่วนหนึ่งต้องถูกแบ่งไปให้รัฐบาลถือ

                เหล่าผู้ถือหุ้นมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่มีใครอยากเสียหุ้นในมือไปเพราะซีบีกรุ๊ปเติบโตมากที่สุดในนครเซี่ยงไฮ้ แถมทำกำไรมหาศาลทุกปี มีแต่เพิ่มไม่เคยลดแม้กระทั่งช่วงวิกฤตทางการเมืองที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็ยังกำไร

                ประธานหวังนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะไม่ได้กล่าวอะไรขึ้นมา เพียงแค่มองไปยังเหล่าผู้ถือหุ้นก่อนจะหยุดสายตาที่ลู่ชิงอวิ๋นซึ่งนั่งอยู่ทางด้านขวา คนอ่อนวัยกว่าก็พยักหน้าเล็กน้อย...เรื่องพวกนี้พวกคิดไว้อยู่แล้วว่าสักวันต้องเกิดขึ้น

                “อาลู่คิดว่ายังไง?”

                “ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมรับครับ สิ่งที่เราทำได้คือการต่อรองกับรัฐบาล เขาอยากจะได้เปอร์เซ็นต์เท่าไหร่แล้วเราสามารถเจรจาได้แค่ไหน จากนั้นสัดส่วนหุ้นที่เหลือพวกเราต้องมาแบ่งกันใหม่อีกครั้ง”

                “แบบนี้คนที่ถือหุ้นน้อยอยู่แล้วก็ได้รับผลกระทบเต็มๆสิรองประธาน”

                “พวกเรากระทบทั้งหมด แต่มันจะทำให้เราอยู่ต่อไปได้ ก็แค่ต้องยอมรับว่าพวกเราบางคนในที่นี้จะหายไปจากห้องประชุมไป”

                มีเพียงผู้ถือหุ้นที่มีเปอร์เซ็นต์มากพอจะมีสิทธิ์ตัดสินใจเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมประชุมใหญ่ ดังนั้นหากมีการเฉลี่ยหุ้นกันใหม่อีกครั้งจะมีบางคนที่ถูกลดความสำคัญลงไป

                “แบบนี้มันก็ชุบมือเปิบกันน่ะสิ”

                “ถ้าเราไม่ยอมแล้วรัฐบาลยกเลิกสัมปทาน ซีบีกรุ๊ปก็ไม่เหลืออะไร หุ้นในมือทุกท่านก็จะกลายเป็นแค่ขยะ เรื่องที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามายุ่งไม่ได้มีแค่ซีบีกรุ๊ปเท่านั้น แต่ธุรกิจอื่นๆก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคงเป็น อาณาจักรพระอาทิตย์”

                ไม่มีใครไม่รู้จักอาณาจักรพระอาทิตย์ ตระกูลหยางทำธุรกิจค้าศิลปะ ทำพิพิธภัณฑ์ เป็นลูกรักของรัฐบาล ต่อให้ขาดทุนก็ยังได้รัฐบาลสนับสนุน ส่วนแบ่งกำไรเป็นของรัฐบาลเกินครึ่ง มีผู้ถือหุ้นไม่กี่ราย แถมยังประกอบด้วยสามตึกระฟ้าเด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางย่านเศรษฐกิจ

                “ทุกคนรู้กันดีว่าผู้ถือหุ้นของอาณาจักรพระอาทิตย์ส่วนใหญ่แทบไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรในการบริหาร ส่วนแบ่งกำไรก็ไร้ที่มาที่ไป ทำได้แค่หลับหูหลับตาไว้ไม่มีใครกล้าตรวจสอบ หรือถ้าตรวจสอบก็เท่ากับสงสัยรัฐบาล”

                จีนเป็นคอมมิวนิสต์และไม่ใช่ประเทศที่เอกชนจะทำการค้าได้เสรี ถึงเซี่ยงไฮ้จะเป็นเขตเศรษฐกิจสำคัญก็ยังไม่เปิดกว้างขนาดนั้น ยังมีนอกมีในให้ต้องระมัดระวัง

                “ผมคิดว่าทุกคนคงไม่อยากให้ซีบีกรุ๊ปเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าเราไปถึงจุดนั้นเราก็เป็นแค่ตุ๊กตาในห้องประชุม ถ้าจะงัดกับรัฐบาลเราต้องทำบัญชีให้เก่งกว่านักตรวจสอบ เสียดายที่เราไม่มีคนมีความสามารถขนาดนั้น ถึงมีผมก็คงไม่ทำเพราะถ้าถูกจับได้...พวกเราอาจจะหายไปแบบไร้เหตุผล”

                ลู่ชิงอวิ๋นไม่คิดจะเอ่ยปากเรื่องฝ่ายบัญชีของอาณาจักรพระอาทิตย์ เขาไม่ใจกล้าพอที่จะแต่งบัญชีไปหลอกรัฐบาลแบบที่หยางหวางทำ ยิ่งให้เผาบ้านตัวเอง ขโมยของจากพิพิธภัณฑ์ไปขายในตลาดมืดเองนั่นยิ่งไม่ไหว

                คนที่ไม่มีอะไรจะเสียอย่างสุริยะ หยางเท่านั้นที่จะพาตัวเองไปยืนอยู่ปากเหวได้โดยไม่มีห่วงอะไร เขาทำไม่ได้ เงื่อนไขของเขากับจักรพรรดิพระอาทิตย์มันต่างกัน เขารักอาณาจักรที่อุตส่าห์ทุ่มเทสร้างมานานถึงเจ็ดปี แต่รายนั้นไม่เคยต้องสร้างอาณาจักรเอง          

                ใช้ชีวิตเป็นจักรพรรดิตุ๊กตาอยู่บนยอดหอคอยไปวันๆ งานการไม่ต้องสนใจมากนักเพราะให้ตายอาณาจักรก็ไม่ล้ม เลยว่างมานั่งอวดร่ำอวดรวยแถมยังทำธุรกิจมืด โกงกินรัฐบาลตัวเองหน้าตาเฉย กลิ่นคอรัปชั่นฟุ้งอยู่แถวนั้นจนบางทีก็สงสัยว่ารัฐบาลทำไมถึงมองไม่เห็น

                การประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดถึงส่วนใหญ่จะเข้าใจได้ว่าซีบีกรุ๊ปไม่ได้มีอำนาจต่อรองใดๆก็ยังมีอีกหลายอย่างให้ต้องพิจารณา แค่การประชุมเดียวกินเวลาไปทั้งวัน

 

                “มีนัดต่อหรือเปล่าอาลู่?”

                “กลับบ้านพร้อมท่านประธานเลยครับ”

                “นายน้อยลู่กลับบ้านเร็วกับเขาเป็นด้วย?”

                ลู่ชิงอวิ๋นทำเป็นไม่ได้ยินคำประชดประชันของพ่อหวงลูก วันนี้เขาไม่ค่อยเครียดกับการประชุมนักเพราะเป็นเรื่องที่เตรียมใจไว้อยู่แล้ว อีกอย่างก็คือวันนี้มีคนรอเขากลับบ้านอยู่

                มันนานมากแล้วที่หลังเลิกงานเขาก็ไม่รู้จะไปที่ไหน ไม่มีที่ให้ไป ไม่มีบ้านให้กลับ ถ้าประธานหวังไม่เรียกหาเขาก็นอนหายใจทิ้งอยู่ที่ท่าเรือ

                “หลังประชุมเสร็จสัปดาห์นี้ก็พาเป่าอวิ๋นไปกินข้าวนอกบ้านบ้างก็ได้ กินอยู่ที่บ้านก็มีแต่อาหารนิ่มๆไม่ค่อยอร่อย เมียฉันเขากลัวเลือกกับข้าวขึ้นโต๊ะที่เป่าอวิ๋นกินไม่ได้แล้วเขาจะเสียใจ แต่กินทุกมื้อมันก็ไม่ไหว”

                “ครับ...งั้นผมขออนุญาตไว้ล่วงหน้าเลย”

                “ห้ามกลับดึก”

                “ครับ”

                “ห้ามเมา”

                “ครับ”

                “ห้ามไปโดนลูกฉันปล้ำอีก วิ่งหนีเลยเข้าใจไหม?”

                นี่ล่ะมั้งใจความสำคัญที่ประธานหวังอยากจะบอก

                “ยังไม่รับปากอีก”

                “ครับ...”

                บทสนทนาเปลี่ยนไปเรื่องงานต่อ ก่อนประธานหวังจะชะงักเมื่อเจอลูกชายตัวดีนั่งเจ๋ออยู่ที่โต๊ะเลขาหน้าห้องทำงานของรองประธานที่เดินตามกันมา

                “หวังเป่าอวิ๋น!

                คนโดนเรียกสะดุ้งรีบวางแฟ้มงานในมือ เสียงของท่าประธานดังลั่นชั้นผู้บริหารจนเลขาชุนรีบเดินออกมาจากห้องรองประธานพร้อมแฟนงานในมือ

                “ท่านประธาน รองประธานสวัสดีครับ”

                เลขาชุนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเพราะมีงานด่วนที่ต้องจัดการแทนรองประธานลู่ ช่วงอาทิตย์ของการประชุมแบบนี้เลยโทรตามเลขาม่งอวิ๋นจากท่าเรือมาช่วย ถือโอกาสสอนงานไปในตัว

                “มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

                เลขาชุนตาคล้ำไม่รู้เรื่องอะไรเลยรีบตอบคำถามลู่ชิงอวิ๋น

                “ผมตามมาช่วยดูเอกสารครับ ให้ม่งอวิ๋นได้เรียนรู้งานไปในตัว ตัวโครงการที่ขยายท่าเรือไปกวางโจว ทางนั้นตอบรับหนังสือร่วมประมูลสัมปทานมาแล้ว”

                ตาคมหรี่มองเจ้าตัววุ่นวายที่ยิ้มแป้นพยักหน้าตามคำพูดเลขาชุน ก่อนจะแอบมองท่านประธานหวังที่ยกมือกุมขมับ คำสั่งไล่ลูกตัวเองออกมีรู้กันอยู่แค่สามคนคือท่านประธาน คุณน้าแล้วก็เขา เลยกลายเป็นช่องโหว่ให้เจ้าตัวแสบแอบกลับมาทำงาน จะโทษเลขาชุนก็ไม่ได้เพราะทางนี้ก็ปฏิบัติงานไปตามหน้าที่

                “เลขาชุนครับ ผมทำจดหมายตามที่สอนเรียบร้อยแล้วครับ”

                “เดี๋ยวใส่แฟ้มรอเซ็นแล้วเอาไปวางที่โต๊ะนายน้อยได้เลย”

                “ครับผม ผมจะตั้งใจทำงานครับท่านประธาน นายน้อยลู่!

                ลู่ชิงอวิ๋นเกือบหลุดขำท่าถลึงตาใส่ลูกตัวเองของประธานหวัง แผนการที่จะให้เป่าอวิ๋นไปดูบ้าน รอบริหารท่าเรือเล็กที่เขาสนใจจะซื้อเลยไม่เป็นไปตามแผน

                ก่อนที่ท่านประธานจะไล่ลูกตัวเองออกอีกรอบ ขายาวรีบก้าวไปรับหยิบแฟ้มงานที่เลขาชุนถือไว้มาดู ตากวาดมองเห็นว่าเป็นเรื่องการขอสัมปทานพอดีเลยทำเป็นชวนประธานหวังออกความเห็น

                พอเรื่องงานเข้ามาแทรกประธานหวังเลยต้องยอมปล่อยลูกชายตัวแสบไว้ก่อน ก้าวเท้าเดินนำทุกคนไปที่ห้องทำงานตัวเอง เลขาประธานหวังเองก็รีบถือสมุดจนเดินตามเข้ามา

                ลู่ชิงอวิ๋นได้ยินเสียงเจ้าตัววุ่นวายถามเลขาชุนว่าต้องไปด้วยไหม ซึ่งเลขาชุนก็รีบบอกให้ตามมา มุมปากเผลอยกยิ้มแต่ก็ต้องรีบเม้มปากเมื่อประธานหวังหันขวับกลับมาจ้องหน้าเขา

                ท่าทางราวกับจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ทำให้ลู่ชิงอวิ๋นได้แต่ยืนนิ่งอย่างสุภาพ รอจนประธานหวังถอนหายใจแล้วก้าวเท้าเดินต่อถึงเดินตามไป

                สงครามพ่อลูกเขาไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง ยิ่งยุ่งก็ยิ่งยากฝ่ายหนึ่งก็คนของเขา อีกฝ่ายก็ว่าที่พ่อตา หน้าที่เขาก็แค่แทรกแซงไปตามความเหมาะสมให้ผลประโยชน์มันเอื้อมาทางเขาก็พอ

               

                ลู่ชิงอวิ๋นทำเป็นไม่เห็นท่าทางหงุดหงิดของประธานหวัง แต่ในความหงุดหงิดก็มีการแอบเหลือบมองลูกตัวเองจดขยุกยุกยิกลงในสมุด มีการจงใจพูดช้าๆให้ลูกชายจดทันด้วยเพราะปกติประธานหวังพูดเร็ว แถมอธิบายเนื้อความเยอะกว่าปกติอย่างไม่จำเป็น ให้ท้ายลูกตัวเองอย่างเห็นได้ชัด

                ลึกๆประธานหวังก็อยากให้เป่าอวิ๋นเรียนรู้งาน น้องก็ทำได้ดีในแบบของน้อง เพราะประธานหวังแกก็เล่าเรื่อยๆว่าลูกชายฝึกงานอยู่ที่อเมริกาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

                “เอาล่ะ มีใครมีคำถามอะไรอีกไหม?”

                “ผมครับ ถ้าเกิดเราได้สัมปทานที่กวางโจว ใครจะต้องไปคุมที่นั่นครับ”

                คำถามของเลขาชุนทำให้ทุกสายตาจ้องมาที่ประธานหวัง รวมถึงเจ้าตัววุ่นวายที่ท่าทางเลิกลั่กกว่าเพื่อน มองเขากับพ่อตัวเองสลับไปมา

                “จะเป็นใครได้ ก็นายน้อยลู่ของพวกเธอไง เจ้าของโครงการสัมปทานท่าเรือก็ต้องไปเอง จริงไหมอาลู่?”

                ตาคมแอบเห็นว่ามีคนอยากประท้วงคำสั่งท่านประธานอยู่ตรงนี้หนึ่งคนแต่ทำไม่ได้

 

                “ลู่ เราหนีตามกันเถอะ”

                ลู่ชิงอวิ๋นแกล้งชะงักตะเกียบที่กำลังคีบกับข้าว เขาเห็นท่าทางของเจ้าตัววุ่นวายตั้งแต่กลับจากบริษัทแต่ไม่คิดจะพูดอะไรเพราะประธานหวังก็ยังอยู่

                “เป่าอวิ๋นคิดอะไรเลอะเทอะ!

                “ก็พ่อจะขโมยลู่ไปกวางโจวอ่ะ! พ่อไม่มีสิทธิ์นะ”

                สงครามบนโต๊ะอาหารเริ่มอีกครั้ง มือหนารีบเขยิบถ้วยกับข้าวหนีพ่อลูกที่นั่งตรงข้ามกัน คุณน้าเองก็เช่นกันไม่มีใครอยากยุ่งกับการทะเลาะไร้สาระของคู่นี้หรอก

                “พ่อเป็นประธานทำไมจะส่งอาลู่ไปไม่ได้ ยังไม่ได้ไปเร็วๆนี้ จะโวยวายอะไร จะได้สัมปทานหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ การประมูลก็อีกตั้งนาน ทำเป็นกระต่ายตื่นตูมไปได้”

                “พ่อมีแผนจะกีดกันผมจากลู่ใช่ไหม? ขอบอกเลยนะว่าแผนพ่อไม่สำเร็จหรอก ผม-ไม่-ยอม!

                ท่าทางฮึดฮัดของเจ้าตัวแสบทำให้ลู่ชิงอวิ๋นต้องรีบยกถ้วยชาขึ้นดื่มซ่อนรอยยิ้มเอาไว้

                “ไอ้ลูกบ้า! ตั้งแต่ไปลวนลามเขาก็ฟุ้งซ่านอยู่ได้ ทำอาลู่เสียหายหมดแล้ว ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”

                “ก็คนมันใจร้อน ทีพ่อกับแม่แต่งงานกันตั้งแต่แม่อายุยังไม่ยี่สิบ แถมพ่อแก่กว่าแม่ตั้งสิบปี! ส่วนผมยี่สิบสามแล้ว ว่าคนอื่นไม่ดูตัวเองเลย พ่อน่ะเป็นตาเฒ่าลามก!

                คราวนี้กลายเป็นคุณน้ารีบคีบกับข้าวใส่ปากลูกชายตัวเอง แถมยังตวัดสายตาไม่พอใจไปที่ประธานหวัง ส่วนลู่ชิงอวิ๋นที่อยู่ตรงกลางปัญหาครอบครัวยังคงก้มหน้ากินข้าวไม่ออกความเห็น

                “ฉันขอแม่แกแต่งงานถูกต้อง มีสินสอดเชิดหน้าชูตา ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักหน่อย”

                ไม่มีเสียงตอบกลับจากเป่าอวิ๋นเพราะน้องต้องค่อยๆเคี้ยวกับข้าวเลยมีแต่ท่าทางฮึดฮัดจนประธานหวังจะอ้าปากบ่นลูกตัวเองต่อ ใครจะคิดว่าลูกชายตัวแสบจัดการคีบหัวกะหล่ำกับข้าวใส่ปากพ่อตัวเองทันที

                โต๊ะกินข้าวทรงกลมทำให้ประธานหวังกับลูกชายนั่งตรงข้ามกัน แถมโต๊ะก็ตัวไม่ใหญ่เพราะเป็นโต๊ะเก่าตั้งแต่ประธานกับคุณน้าแต่งงานกันใหม่ๆ อารมณ์ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว โต๊ะกินข้าวก็เหมือนพยานรักตั้งแต่วันนั้นจนมาถึงวันนี้

                “จะเอายังไงกันฮะ หวังเป่าอวิ๋น!

                “ก็ไม่เอายังไง พ่อต้องยกลู่ให้ผม!

                “มันยกให้ไม่ได้ อาลู่ไม่ใช่สมบัติของพ่อ”

                “งั้นพ่อจะมาหวงลู่ทำไมเล่า!

                “พ่อไม่ได้หวงอาลู่ ถ้าหวงจะไล่ไปอยู่ท่าเรือทำไมตั้งหลายปีเพิ่งจะให้กลับมาอยู่บ้านเนี่ย”

                “งั้นพ่อก็หมดสิทธิ์ในตัวลู่แล้ว! พ่อไล่ลู่ไปนอนลำบาก กินลำบากอยู่ท่าเรือ เป็นผู้ปกครองที่ไม่ได้เรื่อง ต่อไปนี้ผมจะดูแลลู่เอง ตอนนั้นลู่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแต่พ่อกลับไม่ให้ความรักความอบอุ่น ไม่รู้แหละผมยึดคืน!

                “เป่าอวิ๋น ไม่เอาน่า กินข้าวดีๆอย่าทะเลาะกัน”

                ลู่ชิงอวิ๋นเอ่ยปากในที่สุดเพราะประธานหวังทำท่าอยากจะเขย่าหัวลูกตัวเองแรงๆ เป่าอวิ๋นไม่ได้ว่าพ่อตัวเองหรอกแต่มันเป็นการทะเลาะเพื่อเอาชนะแล้วแย่งเขาไปจากประธานหวัง จะเหตุผลอะไรก็ยกมาได้หมด

                “พ่อเขาไม่ได้ห้ามลูกกับอาลู่ แต่จะใช้ชีวิตด้วยกันมันไม่ใช่แค่อยากอยู่ด้วยกันก็ทำได้ ลูกต้องไปมีบ้านของตัวเอง มีความรับผิดชอบ หน้าที่การงานมั่นคง”

                คุณน้าถอนหายใจยื่นมือไปลูบหลังมือสามีตัวเองให้ใจเย็นๆ มองจากท่าเรือยังรู้เลยว่าประธานหวังห่วงแต่ลูกชายคนเดียวนี่แหละ

                “แต่พ่อไล่ผมออก...จะมั่นคงได้ยังไงอ่ะ บ้านก็หลังนี้ไงจะให้ไปอยู่ไหน”

                “บ้านฉัน...ฉันกำลังทำบ้านใหม่ให้เสร็จ มันไม่เสร็จสักทีเพราะไม่มีเวลา ถ้านายมาช่วยตัดสินใจแทนทุกอย่างก็จะง่ายขึ้นใช่ไหมครับประธานหวัง”

                “ก็แค่ทำบ้านให้เสร็จพ่อก็จะยอมปล่อยให้ผมกับลู่...อ่า...”

                “ศึกษาดูใจกัน”

                ลู่ชิงอวิ๋นรีบเอ่ยปากก่อนเจ้าตัววุ่นวายจะหลุดอะไรแปลกๆออกมาให้ประธานหวังโมโหกว่าเดิม

                “เรายังต้องศึกษากันอีกหรอ มีตรงไหนของลู่ที่ฉันไม่รู้ด้วยหรอ? ฉันว่าฉันก็รู้จักหมดแล้วนะ แล้วทำไมต้องสร้างบ้านเพิ่ม เราก็อยู่ด้วยกันไปเลยสิ”

                ไม่ใช่แค่พูด แต่น้องดันยกมือมาลูบๆคลำๆตัวเขา จนฝ่ายกระอักกระอ่วนกลายเป็นเขาเองต้องรีบคว้ามือซนมาจับไว้ กลายเป็นเข้าทางน้องรีบสอดมือมาประสานจับมือเขาทันที

                “แค่จับมือกันแบบนี้ได้ไหม พ่ออย่าห้ามเลยนะ สัญญาว่าจะไม่ปล้ำลู่แล้ว ผมจะอดทนอดกลั้น”

                “เมื่อเช้ามันไม่ใช่แค่จับ!      

                “อ่า...เมื่อเช้าง่วงอยู่ก็เลยเบลอๆ พ่ออย่าเพิ่งนับเมื่อเช้าสิ”

                “เป่าอวิ๋นอย่าเอาแต่ใจ เดี๋ยวผมคุยกับน้องเองครับ”

                มือหนาดึงมือคนงอแงเดินตามออกมาที่สวนด้านนอก ไม่อยากดุแต่ก็ต้องดุ ที่ประธานหวังหวงคือน้องไม่ใช่เขาก็เลยอยากให้เขามีบ้านเป็นหลักแหล่ง จะได้เริ่มต้นชีวิตคู่ให้เหมาะสม แล้วระหว่างนี้ก็คงอยากให้ค่อยๆเรียนรู้กันไปทีละนิดก่อนจะอยู่ด้วยกัน

                ถึงจะเล่นกันมาตั้งแต่ยังเด็กแต่ระยะเวลาเจ็ดปีก็ต้องมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไป คนเราเปลี่ยนไปทุกวัน อย่างน้อยทั้งเขาทั้งเป่าอวิ๋นก็ควรได้โอกาสที่จะเลือก

                “ลู่...ฉันก็แค่อยากอยู่กับลู่”

                “ฉันรู้ อดทนอีกนิดช่วยกันทำบ้านให้เสร็จ ไม่มีใครห้ามเราอยู่ด้วยกันหรอก ทุกคนก็แค่เป็นห่วงกลัวว่าเราจะตัดสินใจโดยไม่คิดให้รอบคอบ”

                “ลู่ลังเลหรอ...”

                แววตาวูบไหวทำให้ลู่ชิงอวิ๋นต้องรีบโอบเอวบางเข้ามากอด กลัวจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่

                “เปล่า...จะลังเลได้ยังไง ฉันต่างหากกลัวว่านายจะไม่อยากอยู่ด้วย”

                “ฉันอยากอยู่กับลู่นะ...”

                สองแขนเล็กกอดเอวเขาไว้แน่น

                “รออีกนิด ถ้าเราจะสร้างอนาคตด้วยกันมันจะไม่ได้มีแค่เรื่องการอยู่ด้วยกัน นายอยากให้ฉันไปอยู่ด้วย จะรับผิดชอบฉันแต่ยังไม่มีงานทำที่มั่นคงเลยจริงไหม? ประธานหวังถึงยังไม่อยากให้ฉันไปเป็นภาระไง ไหนจะเรื่องสินสอดอีก ประธานหวังเป็นถึงเจ้าของกิจการใหญ่โต เขาจะยอมให้ลูกชายคนเดียวปีนระเบียงคนอื่นหรอ?”

                ลู่ชิงอวิ๋นยกยิ้มเมื่อเจ้าตัววุ่นวายพยักหน้าเห็นด้วย เขาไม่ได้อยากเล่นบทผู้เสียหายในเหตุการณ์นี้เพราะเขาไม่เสียหายเลยสักนิด แต่เป่าอวิ๋นใจร้อนเขาเลยต้องเป็นฝ่ายใจเย็น เงื่อนไขของประธานหวังก็ไม่ได้ยาก แค่ทำบ้านให้เสร็จจะได้อยู่กันเป็นครอบครัว เรื่องงานการของเป่าอวิ๋นไม่ได้มีใครสนใจเท่าไหร่หรอก แต่ต้องทำให้น้องเข้าใจ

                “ฉันก็แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่บ้านเดียวกันไปเลยไม่ได้...”

                “ถ้ายังอยู่ด้วยกันเวลาเรามีปัญหากันแทนที่จะเป็นเรื่องของเราสองคนก็กลายเป็นมีประธานหวังมีคุณน้าเข้ามาเกี่ยวด้วย ถ้าทุกคนเข้าข้างฉันหมดมันก็ไม่ถูกต้องใช่ไหม?”

                “ใช่...ทุกคนต้องปกป้องลู่ ไม่ยอมให้ฉันได้แก้ตัวแน่เลย”

                การสลับบทบาททำให้น้องคงพอจะเห็นภาพ ประธานหวังก็คงรู้ตัวว่าจะเข้าข้างลูกชายตัวเองแน่ๆเลยกลายเป็นแบบนี้ เขาเองก็คงเหนื่อยถ้าปัญหาของเขากับน้องกลายเป็นเรื่องราวของคนทั้งบ้าน ถึงเขาจะอยู่กับซีบีกรุ๊ปมานานแต่ก็ใช่ว่าจะอยู่ที่บ้านหลังนี้ ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ท่าเรือ มานอนบ้านนี้ก็นานๆครั้ง มันก็เหมือนมาอยู่ในบ้านคนอื่นตลอดเวลา

                “ช่วยฉันทำบ้านให้เสร็จแล้วขั้นตอนต่อไปค่อยคิด”

                “ก็ได้...ฉันจะอดทนให้พ่อยอมรับแล้วยกลู่ให้ฉันให้ได้...เฮ้อ อย่าเรียกสินสอดแพงนะ ฉันไม่มีเงินสักหยวน”

                “อืม...ฉันจะลดราคาให้”

                “อย่าเพิ่งไปมองคนอื่นนะ ฉัน...จองลู่ไว้ก่อน”

                “ได้...ไม่มองคนอื่นแน่นอน”

                “ถ้าฉันหาเงินมาขอลู่ไม่ได้อ่ะ....”

                “เดี๋ยวฉันช่วยเก็บเงินเอง”

                “มีลู่นี่ดีจังเลย ขอบคุณนะ”

                ลู่ชิงอวิ๋นลูบหัวคนในอ้อมแขน เงยหน้ามองฟ้าแล้วถอนหายใจ ได้แต่หวังว่าเป่าอวิ๋นจะเข้าใจจริงๆไม่ใช่วันนี้เข้าใจแล้วแต่พรุ่งนี้ก็โยนข้อตกลงทิ้งไปเฉยๆเหมือนตอนโยนสัญญากับประธานหวังว่าจะไม่ลวนลามเขาทิ้งนั่นแหละ

                “แล้ว...ฉันแอบจุ้บลู่ได้ไหมอ่ะ ฉันต้องการกำลังใจอยู่ดีนี่นา...”

                “ฉันหาจังหวะเองดีกว่า”

                ขืนปล่อยให้เจ้าตัววุ่นวายจัดการคงมีอะไรแผลงๆชวนปวดหัวเหมือนตอนปีนระเบียงห้องเขาแน่

                “ตอนนี้เลยได้ไหม? อยากจุ้บแล้ว”

                ลู่ชิงอวิ๋นส่ายหัวกับคนที่หัวเราะคิกคัก เลยทำได้แค่มองซ้ายมองขวาดึงเจ้าตัววุ่นวายมาหลบหลังต้นไม้แล้วก้มหน้าลงไปจูบที่ปากนุ่ม ความตั้งใจที่แค่จะแตะเบาๆไม่รู้หายไปไหน เขาขบเม้มปากน้องเหมือนคนขาดน้ำจนกำปั้นน้อยๆทุบประท้วงว่าหายใจไม่ออก

                “ลู่...ระ รีบเรียกช่างมาทำบ้านเถอะ เนอะ...”

                “อืม พรุ่งนี้เลย”

                บ้าชะมัด...

               

==========================

เป่าอวิ๋นไง ไฟแรงเฟอร์ 55555555 เดี๋ยวเราจะได้เห็นมุมเจ้าตัววุ่นวายทำงานกันบ้างนะคะ ยังไม่จบง่ายๆ ท่าเรือจะโดนรัฐบาลยึดแล้ววว

               

               

               

               

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 552 ครั้ง

2,480 ความคิดเห็น

  1. #2451 sealers (@sealers) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 14:40
    เกียมไม้เรียว
    #2451
    0
  2. #1851 G_D_G_errard (@G_D_G_errard) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:50
    โอ้ยยย อิคู่นี้นี่มันยังไง พูดกันเป็นมั่นเป็นเหมาะไม่ถึงนาที พอกันเลย 55555 สงสารคุณแม่ละกัน
    #1851
    0
  3. #1590 momizone (@momizone) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 23:21

    เหมายาดมลุงหยาง อาณาจักรพระอาทิตย์ ให้ท่านประธานหวัง 555555555

    #1590
    0
  4. #1579 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 14:38
    โอยย ยัยน้องนี่มันยัยน้องจริงๆ ชั้นล่ะปวดหัวแทนประธานหวังเลยคร่าา
    #1579
    0
  5. #1566 jonginshi88 (@jonginshi88) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 01:49
    ใจน้องมันอยากแต่งออกเรือนแล้วแหละ55555
    #1566
    0
  6. #1501 Phonphanchaisit9 (@pornthipchaisit9) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 14:25

    เป่าอวิ๋นทำไมซนแบบนี้ล่ะลูกแงงงพีลู่พอได้จุ้บน้องล่ะก็มันจะแบบบเกือบห้ามตัวเองไม่ได้ทุ้กที

    #1501
    0
  7. #1499 Vipvip27 (@Vipvip27) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 14:19
    น้องงงงง น่าเอ็นดูฝุดๆ
    #1499
    0
  8. #1492 Ms. P (@putterpt) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 12:42
    เจ้าเป่าอวิ๋น ทำไมทำตัวน่าบีบขนาดนี้ ระวังเถอะ มีบ้านเมื่อไหร่จะโดนลู่จับกินเช้าเย็น
    #1492
    0
  9. #1491 jajams (@jajams) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 09:27
    เอ็นลูวววยัยน้องละเกิน
    #1491
    0
  10. #1490 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 09:24

    555555 เอ็นดูทั้งคู่ น้องก็น่ารักคนพี่ก็น่าหยิก สงสารก็แต่ประธานหวัง 5555
    #1490
    0
  11. #1489 gnawkezi~* (@ikwang-dh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 07:37
    เผ่าอวิ๋นนี่มันวัยรุ่นร้อนรักเหลือเกิน ไปเรียกช่างมาทำบ้านด่วน!!!!!!!
    #1489
    0
  12. #1487 jejiiee (@iyeiyh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 00:11
    เอาเลยค่ะ อย่าช้า บ้านเสร็จได้ในวันพรุ่งนี้ถ้าเรารวยพอ พี่ลู่!!! ไปค่ะ!!!
    #1487
    0
  13. #1486 Nyelar (@haine) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 00:02
    ทั้งสองคนดูซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเองดีจังอ่ะ แบบมีอะไรก็พูดกัน ไม่เก็บไว้นาน ฉากทะเลาะพ่อลูกนี่ทำเอาอมยิ้มทุกที หนูลู้กกก ใจเย็นน 5555
    #1486
    0
  14. #1485 jkookookie (@iamkarookook224) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:53
    อ้อนเก่งขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ พี่ลู่สร้างบ้านเร็วๆเลยยย
    #1485
    0
  15. #1484 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:46
    น้องลู้กกกก5555 หนูรีบมากเลยหรอรู้กกก หนูต้องคุมช่างดีๆนะลูกงานจะได้เดินไวหนูจะได้ย้ายบ้านไวๆ5555 ปวดหัวแทนประธานหวังจริงๆ55555
    #1484
    0
  16. #1483 ppwct (@ppwct) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:45

    55555555555555 ชอบเป่าอวิ๋นมากกก น่ารักน่าบีบ
    #1483
    0
  17. #1482 fallingforyou. (@derodero) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:36
    ฮือ เอ็นดูน้องงงงง 5555 ขอให้บ้านเสร็จไว ๆ น้าาา
    #1482
    0
  18. #1481 AunGG (@jiranyalove) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:34
    55555555555555555ขำจนท้องแข็ง รีบไปตามช่างมานะพี่ลู่55555555
    #1481
    0
  19. #1480 prim23 (@prim-23) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:30

    5555 หนูเป๋า

    #1480
    0
  20. #1479 iMeIj (@iMeIj) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:13

    รรรร้ายกาจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจ

    #1479
    0
  21. #1478 sommah7777 (@sommah7777) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:07
    เป่าอวิ๋นนน55555555555 ไวไฟมากคนนี้5555555555
    #1478
    0
  22. #1477 Fufee-n129 (@junelol129) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 23:07
    ฮรืออออ น้องงงง กลายเป็นเจ้าตัววุ่นวายจอมหื่นไปแล้ววววว พี่ลู่มีไว้พุ่งชนค่ะ สงสารประธานหวัง ลุงหยางก้ยังคงคอนเซป 5555
    #1477
    0
  23. #1476 ChotikanKetpimol (@ChotikanKetpimol) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:56
    ไฟแรงมากเด้อ
    #1476
    0
  24. #1475 PKTD (@PKTD) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:52
    ขำน้องอ่ะ ไม่ไหว น่ารักจริงๆ เจ้าตัววุ่นวาย
    #1475
    0
  25. #1474 Orguzt (@morgaina) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:37
    เป่าอวิ้นอย่างน่ารักอ่ะ แพ้ ไม่ไหวแล้ววววว พี่ซันในสายตาลู่คือบับ...มารร้ายอ่ะ แต่พี่ลู่หารู้ไม่จอมมารที่แท้จริงคือเพื่อนสนิทเป่าอวิ้นคนนั้นที่พากันไปทิเบตนั่นแหละ
    #1474
    0