Under Cloud ☁ อาณาจักรเมฆา

ตอนที่ 6 : Chapter 5 : Revolution

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 526 ครั้ง
    29 พ.ค. 62

Chapter 5 Revolution

                “การจัดคลังสินค้าก็เหมือนการจัดผังเมือง เราต้องจัดให้เป็นระเบียบ ใช้พื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด”

                จู่ๆลู่ชิงอวิ๋นก็พูดออกมา พ่อกับผู้จัดการที่เดินนำอยู่ข้างหน้าหยุดเดินแล้วหันมามองเราสองคนด้านหลัง

                “ถูกต้อง ตู้คอนเทนเนอร์พวกนี้ หรือแม้แต่การจัดวางสินค้าด้านไหน ถ้าเป็นระเบียบมากขึ้น คลังสินค้าของซีบีกรุ๊ปก็รับสินค้าได้มากขึ้น วิธีการเดียวกันกับการจัดสินค้าในเรือ เราก็ขนส่งแต่ละรอบได้เพิ่มขึ้น กำไรมากขึ้น”

                “ต่อไปการขนส่งคงเยอะขึ้น ถ้าซีบีกรุ๊ปรับสินค้าไม่ไหว ลูกค้าก็จะเทไปที่เจ้าอื่น เท่ากับว่าเราต้องเตรียมรับมือจัดการเรื่องนี้ นิ่งนอนใจไม่ได้เลย”

                “คุณชายลู่นี่เก่งจริงๆครับ ท่านประทานของเราก็กำลังอยากขยายพื้นที่คลังสินค้าอยู่พอดี”

                ผู้จัดการคนเดิม พ่อ แล้วก็ลู่ชิงอวิ๋นคุยกันเป็นปี่เป็นขลุ่ยกะละมังถังหม้อมาก ส่วนผมไม่รู้เรื่องเลย เขามาก็มีแต่ตู้คอนเทนเนอร์เรียงกันแถวๆ มันเหมือนการจัดผังเมืองยังไงเนี่ย ผมยังไม่รู้เลยว่ามันมีเรื่องแบบนี้ด้วย นึกว่าขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ไหนเป็นของใครซะอีก

                “สนใจเรื่องผังเมืองด้วยหรออาลู่?”

                “บังเอิญได้ยินคุณพ่อเปรยว่า เซี่ยงไฮ้ควรจะจัดผังเมืองใหม่เพื่อตอบรับเศรษฐกิจที่เติบโต แต่คงไม่ใช่เร็วๆนี้ผมเลยอ่านไว้บ้าง”

                ลู่ชิงอวิ๋นเป็นนักอ่าน เขาอ่านหนังสือเยอะมากถึงฉลาดสุดๆ ผมไปบ้านลู่ทีไรก็เห็นแต่ชิงอวิ๋นอ่านหนังสือยากๆ เขาไม่อ่านการ์ตูน หรืออะไรตลกๆเลย

                “เธอคิดว่าจุดแข็งของเซี่ยงไฮ้อยู่ตรงไหน?”

                “ตรงที่เคยถูกต่างชาติยึดครองครับ ในอดีตอังกฤษบังคับให้เราเปิดเซี่ยงไฮ้เป็นเขตการค้าเสรี นักลงทุนต่างชาติก็เข้ามาที่เซี่ยงไฮ้เยอะ แม้ในปัจจุบันเราไม่ได้มีสัญญาอะไรแล้วแต่พวกตึกรามบ้านช่องสถาปัตยกรรมยุโรปก็ยังอยู่ แถมคนต่างชาติก็ยังเข้ามาเยอะ ตอนนี้เศรษฐกิจที่เซี่ยงไฮ้ดีมากจนรัฐบาลสนับสนุน และประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ”

                “เอะ พ่อเคยบอกว่าเมืองท่าแบบเซี่ยงไฮ้ ใครได้ครองท่าเรือเยอะที่สุดก็เจ๋งที่สุด...งั้นพ่อก็รวยที่สุดในเซี่ยงไฮ้หรอ? จริงปะเนี่ย!

                พ่อมองผมแล้วก็หัวเราะ

                “ไม่แน่ใจ พ่อก็ไม่เคยไปรู้เรื่องความรวยตระกูลอื่น ที่อาลู่ตอบมาก็ถูก แต่ไม่ถูกทั้งหมด”

                “ยังไงหรอครับคุณอา”

                “เซี่ยงไฮ้เป็นเขตปลอดการเมือง ยิ่งเปิดการค้าเสรี เงินสะพัด เศรษฐกิจดีคนก็ไม่ลำบาก พอการเป็นอยู่ไม่ลำบากก็ไม่สนใจการเมือง ไม่สนใจการบริหาร กินอิ่มนอนหลับเท่ากับรัฐบาลบริหารดี เรื่องปากท้องนี่แหละตัวชี้วัด”

                “จริงอ่ะพ่อ ผมเห็นโรงเรียนเรามีแต่ลูกหลานนักการเมือง”

                “ก็มันปลอดภัย ไปอยู่ปักกิ่งตายง่าย อยู่แถวนี้สบาย จริงไหมอาลู่?”

 

                ลู่ชิงอวิ๋นยืนอยู่บนแท่นวางกลมกลางห้อง อ้าแขนให้คนจากร้านตัดเสื้อเจ้าประจำเข้ามาวัดตัว เขาสูงขึ้นอีกแล้วทำให้ขากางเกงเริ่มเต่อ แถมแต่ละตัวยังมีรอยแหว่งเต็มไปหมดเพราะเจ้าม่งม่งมันชอบกัด

                ตอนนี้มันถูกปล่อยไปวิ่งในสวนเพราะถ้าเข้ามาวุ่นวายในบ้านก็คงมากัดผ้าของร้านตัดเสื้ออีก หลังๆนี่ไม่ได้แค่กัด แต่ขโมยของไปฝังในหลุมตัวเองด้วย วันนั้นมันขโมยที่ทับกระดาษของเขาไป ดีนะเดินมาเห็นตอนมันกำลังวิ่งออกนอกบ้านเลยเดินตามไปดูหลุมฝังสมบัติก็เจอของตัวเองที่หายไปหลายอย่าง

                “คุณชายลองดูผ้าสีนี้ครับ เป็นโทนน้ำเงินแบบที่คุณชายต้องการ เนื้อค่อนข้างดี เป็นผ้าไหมจักรพรรดิ”

                “อืม...เอาแบบนี้ก็ได้ครับ”

                “ตัวในเป็นสีฟ้าอ่อนแบบอันนี้ดีไหมครับ”

                พ่อบ้านประจำตระกูลช่วยเลือกโทนสีชุดให้ แต่ส่วนมากก็เป็นสีน้ำเงิน กรมท่า สีคราม หรือฟ้าอ่อน เขาเลิกใส่สีสันแบบเด็กๆนานแล้ว สีโทนนี้มันสุภาพแล้วดูเป็นทางการกว่า

                สายตาของพ่อเสี่ยวอวิ๋นยังฉายชัดอยู่ในหัว เขาดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายพูดเรื่องเซี่ยงไฮ้ขึ้นมาทำไม เพื่อแสดงออกว่ารู้จุดยืนของเขา? หรือว่าเพื่อเตือนให้เขาคิดใหม่อีกครั้ง?

                “คุณชาย...นายท่ากลับมาแล้วครับ”

                มือเรียวยกขึ้นให้ช่างตัดเสื้อหยุดการวัดตัว

                “เอาตามนั้นแหละ ผมคงไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนักนอกจากส่วนสูง คุยกับพ่อบ้านของผมได้เลยครับ ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์มา”

                “ครับคุณชายลู่”

                ลู่ชิงอวิ๋นก้มหัวเล็กน้อยแสดงความเคารพเจ้าของร้านตัดเสื้อ ความอ่อนน้อมซื้อใจคนได้เสมอ ถ้าอยากรู้ว่าคนนั้นนิสัยยังไงให้ดูวิธีที่เขาปฏิบัติกับคนที่ด้อยกว่า ไม่ใช่คนที่เท่าเทียมกัน

                ทุกคนย่อมอยากได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมแล้วนั่นคือวิธีที่ลู่ชิงอวิ๋นใช้ซื้อใจคนรอบข้างมาตลอด ยอมเคารพให้คนที่ไม่น่าเคารพเพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องการ

                “สวัสดีครับพ่อ”

                ชิงอวิ๋น ไปอเมริกาซะ

                “อะไรนะครับ”

                “ชิงอวิ๋นลูก ไปอเมริกานะจ๊ะ”

                พ่อไม่ได้กลับเซี่ยงไฮ้มาเป็นเดือน ยังไม่ทันได้รินน้ำชาให้สักถ้วยพ่อก็บอกให้เขาไปอเมริกา ไหนจะแม่ที่ท่าทางร้อนใจ

                “เกิดอะไรขึ้นครับ”

                “สถานการณ์ไม่ค่อยดี ไปเรียนต่อที่นั่นซะ”

                “ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นถ้าพ่อจะพูดแค่ว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี”

                “ลือกันว่าเติ้งเลือกคนใหม่แล้ว...อาจจะไม่ใช่คนของเรา ยิ่งกว่านั้นปักกิ่งคงเกิดเรื่อง มีการปุกระดมทางการเมือง อีกไม่นานคงวุ่นวายไปหมด”

                “...เสร็จศึกฆ่าขุนพล

                พ่อชะงักกับคำพูดของเขาแต่ก็พยักหน้าอย่างเครียดๆ การเปลี่ยนผู้นำไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ในเมื่อประธานาธิบดีจีนมีเติ้งเสี่ยวผิงอยู่เบื้องหลัง ต่อให้เป็นคอมมิวนิสต์แต่ในคณะปกครองก็แบ่งเป็นหลายฝั่งหลายฝ่ายเพื่อดันคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจให้มากที่สุด

                “เขาไม่เลือกคนของเรา ประธานาธิบดีคนใหม่ไม่ปล่อยเรารอดตัวง่ายๆ ชิงอวิ๋น เราไม่รู้ว่าใครจะย้ายข้าง ใครจะย้ายฝ่าย ถ้ามีใครเป็นงูเห่าในกลุ่มเรา...ก็คงตายกันหมด แต่ลูกไม่เกี่ยว รีบไปซะก่อนจะไม่ได้ไป”

                มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ แผนการที่อยากจะพัฒนาให้จีนเป็นมังกรแห่งเอเชีย แล้วยังอีกมากมายที่อยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลง...ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ

                “พ่อ...ผม ผมทำใจไม่ได้”

                “พ่อรู้ แต่วันนี้ไม่ใช่วันของเรา แล้วไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่ ชิงอวิ๋น...การเมืองต้องใจเย็น ต่อให้มันต้องรอสามปีห้าปีหรือสิบปี”

                เสียงแม่ร้องไห้ยิ่งทำให้เขาปวดใจ มันเลวร้ายยิ่งกว่าได้ลองลงมือทำแล้วไม่สำเร็จ เพราะยังไม่ทันได้ทำอะไรก็ต้องล้มเลิกเสียแล้ว

                “นายท่าน ปักกิ่ง...ประท้วงแล้วครับ ทางการโทรมาตามให้เข้าไปที่สภา”

                พ่อบ้านร้อนใจวิ่งเข้ามา หลายครั้งที่ต้องถูกโทรตามดึกดื่นเพื่อไปหารือเรื่องการเมือง ครั้งนี้เองก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ เว้นแต่ว่าไม่รู้ว่าไปครั้งนี้จะรอดกลับมาไหม

                “พ่อ...อย่าไป”

                “ไม่ไปไม่ได้ ถ้าไปอาจจะรอด แต่ถ้าไม่ไป...แม้แต่เสาบ้านก็คงไม่เหลือ ชิงอวิ๋นไปห้องทำงานพ่อ ทำลายทุกอย่างอย่าให้เหลือ เอกสารการเมืองทั้งหมดในตู้เซฟจัดการซะ เหลือแค่พวกโฉนดกับทองคำแท่ง แล้วถือไปอเมริกา อย่ากลับมาจีนอีกจนกว่าจะมีใครติดต่อไป”

 

                “เป่าอวิ๋น!

                “แม่! ผมไม่ได้แอบกินขนมนะ!

                จู่ๆแม่ก็เปิดประตูห้องเข้ามาแถมยังตะโกนลั่น โอ้ยแอบกินขนมนิดเดียวเองอ่ะทำไมแม่จับได้เนี่ย ผมว่าคนในบ้านผมต้องเป็นสายสืบของแม่แน่เลย

                “ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องขนม ฟังแม่ให้ดี”

                “อะไรหรอ ทำไมแม่ดูตกใจ”

                ผมไม่เคยเห็นแม่กระวนกระวายแบบนี้เลย ปกติแม่จะทำหน้ายักษ์อย่างเดียว หรือถ้าอารมณ์ดีก็จะยิ้มจนหางตาชี้เหมือนนางเอกงิ้ว

                “รู้ใช่ไหมว่าป้าเราแต่งงานกับพ่อชิงอวิ๋น”

                “ก็ใช่ แม่กับแม่ชิงอวิ๋นเป็นพี่น้องกัน”

                แม่มาลำดับญาติอะไรตอนนี้อ่ะ

                “แม่กับป้าสนิทกันมาก ถึงรัฐบาลจะให้มีลูกแค่คนเดียวแต่การมีพี่น้องคือการที่เรามีคนที่เชื่อใจได้ทุกเรื่อง คนที่จะไม่ทำร้ายเรา และช่วยเหลือเราเหมือนที่แม่กับป้าอยากให้ลูกกับชิงอวิ๋นโตมาสนิทกัน”

                “ผมกับชิงอวิ๋นสนิทกันนะ ชิงอวิ๋นไม่สนิทกับใครเลยนอกจากผม ขนาดม่งม่งชิงอวิ๋นยังไม่ชอบมันเลย”

                “ลูกต้องไปช่วยชิงอวิ๋น”

                “เขาเป็นอะไรอ่ะ”

                “ตระกูลลู่...ไม่รอดแล้วเป่าอวิ๋น เขากำลังแพ้ในเกมการเมือง ป้าเขากลัว...กลัวว่าชิงอวิ๋นจะไม่ยอมหนีไป เป่าอวิ๋นไปโน้มน้าวให้ชิงอวิ๋นไปอเมริกาให้ได้”

                “เกิดอะไรขึ้นแม่ ผมไม่เข้าใจ...ผมงงไปหมด แล้วพ่อ พ่อไปไหน แล้วชิงอวิ๋นอยู่ไหน ไม่รอดคืออะไร คือตายหรอ ทำไมตายล่ะ ทำไมลุงลู่กับป้าจะตาย แล้วเราตายไหม”

                ผมตกใจมากกับเรื่องที่แม่บอก หัวหมุนเป็นลูกข่างแล้วก็ร้องไห้ ชีวิตผมไม่เคยเจอเรื่องความเป็นความตายมาก่อน ผมเป็นเด็กอายุสิบหกที่มีแต่ความสุข เพื่อนเยอะ กินอิ่ม นอนหลับ มีพ่อมีแม่ มีหมาขาสั้นแล้วก็มีลู่ชิงอวิ๋น จะมีคนตายไปจากผมหรอ

                “หวังเป่าอวิ๋น! ตั้งสติให้ดี เอาสัญญานี่ไป ให้ชิงอวิ๋นเซ็นให้ได้พ่อเราสั่งไว้ว่าสัญญานี่จะช่วยเขาได้”

                “พ่อ...พ่อไปไหน”

                “ไปท่าเรือ เราต้องส่งของตระกูลหยางออกไปให้หมดในคืนนี้ ตระกูลหยาง...จะเผาบ้านตัวเอง บ้าเอ้ยทำไมเรื่องมันวุ่นวายแบบนี้ ฮึก...พี่นะพี่...แต่งงานกับนักการเมืองทำไม”

                “แม่ อย่าร้องไห้ ไม่เอานะ...ไหนให้ชิงอวิ๋นเซ็นตรงไหน ผมทำให้หมดเลย แล้วยังไงต่อ แม่บอกมานะ เราทำอะไรได้บ้าง ชิงอวิ๋นจะไม่ตายใช่ไหม”

                “เซ็นตรงนี้ ประทับตาตระกูลลู่มาให้ได้ แล้วเราจะไปท่าเรือกัน”

                “เราจะขึ้นเรือหนีไปหรอ”

                “ยังไม่รู้ ไปจัดการซะ แม่จะเตรียมปิดบ้าน”

                “แม่ เราจะไม่ตายใช่ไหม”

                “ไม่ตายหรอก...แค่เหวอะหวะ ไอ้ของตระกูลหยางนั่นผิดกฎหมายทั้งนั้น เฮงซวย!

                แม่รีบลุกออกไป ผมก็รีรอไม่ได้ต้องรีบวิ่งออกจากบ้านไปบ้านข้างๆ ระหว่างวิ่งผ่านห้องรับแขกได้ยินข่าวในทีวีเรื่องการจลาจลที่ปักกิ่ง หรือว่านี่จะเป็นสงครามคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตยที่มาถึงจีนแล้ว

                “ลู่! ลู่อยู่ไหน!

                “บ๊อก บ๊อก”

                ม่งม่งมันวิ่งออกมาต้อนรับผม ขาสั้นๆของมันก้าวพลาดจนหน้าทิ่มพื้น ผมคงขำถ้าสถานการณ์มันปกติ แต่ผมไม่รู้ว่ามันเลวร้ายขนาดไหน เสียงแม่ตะโกนสั่งคนงานในบ้านให้จัดของทำผมใจเสีย

                “ม่งม่งมานี่ เราต้องหนีแล้ว ไปช่วยลู่กัน”

                “คุณชายเป่าอวิ๋น”

                “พ่อบ้าน ชิงอวิ๋นอยู่ไหนครับ”

                “ห้องทำงานคุณท่านครับ ผมกำลังเตรียมตัวเก็บบ้าน...เหมือนที่คุณนายหวังกำลังทำ”

                “เดี๋ยวผมเข้าไปหาลู่ก่อน ฝากม่งม่งก่อนนะครับ อย่าให้มันวิ่งหนีไป”

                ผมกำเอกสารหนาปึ้กในมือแน่น แล้วรีบวิ่งไปหาลู่ที่ห้องทำงานของพ่อลู่ ผมไม่ได้เจอท่านมานานแล้วเพราะท่านรับราชการอยู่ที่ปักกิ่ง ตำแหน่งใหญ่โตด้วย ลู่นี่ลูกหลานรัฐมนตรีเลยนะ แต่ลู่ชอบบอกพ่อตัวเองตำแหน่งเล็ก สำหรับชิงอวิ๋นตำแหน่งใหญ่จริงคงต้องประธานาธิบดี

                “เสี่ยวอวิ๋น?”

                “ลู่ ทำอะไร”

                ห้องทำงานเต็มไปด้วยเอกสารกองใหญ่ๆ ลู่ชิงอวิ๋นในชุดจีนสีน้ำเงินนั่งอยู่ตรงกลาง หน้าเขาซีดเผือดแบบที่ผมไม่เคยเห็น

                “นายกลับบ้านไปซะ”

                “ไม่ได้ ชิงอวิ๋นฉันมาช่วยนายนะ”

                “นายช่วยอะไรฉันไม่ได้หรอก”

                “ได้สิ นี่มาเซ็นเอกสารนี้ก่อน แค่นี้ก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ แล้วเราก็ไปท่าเรือกัน แม่บอกว่าทำแบบนี้นายจะปลอดภัย”

                “ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะไปปักกิ่ง กลับบ้านไปซะ”

                ลู่ชิงอวิ๋นวันนี้ไม่เหมือนคนที่ผมคุ้นเคย เขาดู...ไม่มั่นคงแล้วกำลังเสียใจ ถึงเขาจะแค่เม้มปากแล้วเรียงเอกสารอยู่กับพื้นก็ตามแต่ผมดูออก...วันนี้เป็นวันที่แย่มากของลู่ เขาไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็นเลยแม้แต่กับผม

                “ฉันช่วย...ต้องทำยังไงกับพวกนี้ล่ะ สองคนไวกว่านะ แล้วฉันก็เก่งมากเรื่องซ่อนการบ้านไม่ให้แม่เห็น”

                ผมวางเอกสารของแม่ลงบนโต๊ะแล้วก้าวขามานั่งข้างๆชิงอวิ๋น เขาต้องการคนช่วยแน่นอน ไล่ผมไปไหนไม่ได้หรอก

                “ต้องทำลายให้หมด”

                “แค่ทำลายเองไม่เห็นต้องเครียดเลย....แผนการปฏิวัติ? นี่มัน...”

                ชิงอวิ๋นยกมือปิดปากผม เราสบตากันในความเงียบงัน...สายตาของผมมันคงแสดงออกชัดว่าตกใจ แต่ของชิงอวิ๋น...คือความเสียใจ

                “พ่อฉัน...อยู่ฝั่งที่อยากเปลี่ยนการปกครองเป็นประชาธิปไตย...นานๆทีพ่อจะกลับบ้าน แล้วเอาเอกสารพวกนี้มาเก็บ ฉันรู้แค่นั้นแต่ไม่รู้ว่ามันคือเอกสารอะไรจนวันนี้พ่อบอกให้ทำลายทิ้ง...ถ้ารัฐบาลเจอเอกสารพวกนี้”

                “เอาไปเผา ต้องเอาไปเผา”

                “เขาก็ต้องถามว่าเผาอะไร”

                “ไม่ถามหรอก ฉันมีแผนการเผาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก”

                ผมเล่าแผนการตัวเองให้ชิงอวิ๋นฟังทั้งหมด เขาขมวดคิ้วแล้วก็หัวเราะเบาๆ

                “เสี่ยวอวิ๋นคิดได้ยังไง?”

                “ฉันไม่ได้ตั้งใจหรอก ตอนนั้นเหมือนลู่โกรธอะไรฉันสักอย่างอ่ะ ฉันก็เลยไปหัดทำ พอทำแล้วมันก็ไหม้ ดีนะพ่อบ้านอยู่ด้วยไม่งั้นบ้านไหม้ไปแล้ว”

                “งั้นรีบไปจัดการกัน”

                วิธีเผาเอกสารของผมคือการทำโคม คือรัฐบาลห้ามลอยโคมเพราะเวลามันไปตกบ้านคนอื่นมันไหม้วอดวายหมดเลย พอห้ามก็ไม่มีขายแต่ผมก็อยากลอยโคมอ่ะ เลยหัดทำเอง ทำอันใหญ่ด้วย ปรากฏว่าเกือบทำบ้านไฟไหม้ยังไม่ทันลอยมันก็ไหม้ตัวเอง เป็นลูกไฟขนาดย่อมบนพื้นซะก่อน แล้วผมก็ทำไว้หลายอันมากๆ กะว่าลอยในบ้านเล่นทีละอัน ละอันแล้วก็ดึงมันลงมาดับที่พื้นไม่ให้มันลอยไปไกล

                “ก่อนจะไปเซ็นอันนี้ก่อน ฉันจะได้เอาไปให้แม่ทีเดียว แล้วเอาโคมมา”

                “มันคืออะไร”

                “ไม่รู้เหมือนกัน แต่เซ็นไปเถอะ พ่อกับแม่ฉันไม่ทำร้ายชิงอวิ๋นหรอก เราไม่มีเวลาแล้วนะ อ้อแม่บอกเซ็นแล้วต้องประทับตราตระกูลลู่ด้วย”

                ชิงอวิ๋นเปิดเอกสารบนโต๊ะ เขาเปิดดูแค่ผ่านๆเพราะเอกสารมันปึ้งใหญ่มาก เขาดูตั้งใจอ่านเกินไปจนผมเร่งให้เขารีบเซ็นเพราะเดี๋ยวเผาเอกสารไม่ทันเขาถึงยอมเปิดไปหน้าสุดท้ายเซ็นชื่อตัวเองลงไปแล้วหยิบตราประทับตระกูลลู่มาปั๊ม ข้างๆกันก็มีลายเซ็นพ่อกับตราตระกูลหวัง

               

                ลู่ชิงอวิ๋นมองกองเพลิงตรงนี้ด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า โคมอันยักษ์หลายอันของเป่าอวิ๋นครอบทำเอกสารทั้งหมดจนมันค่อยๆไหม้เหลือแต่เศษขี้เถ้ากองอยู่บนพื้น

                แผนการที่พ่อและกลุ่มของพ่อเตรียมมาหลายปี ความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงจีนของพ่อ นโยบายที่อุตส่าห์ใช้เวลาคิดมานานขนาดนี้...ทุกอย่างหายไปหมดแล้ว

                คลังปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาเจอรายชื่อคนมีชื่อเสียงทางการเมืองหลายคนในเอกสาร บางคนก็ไม่อยู่แล้ว บางคนก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

                “ไม่เป็นไรนะ...เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้น”

                มือนุ่มสอดเข้ามาประสานกับมือที่กำแน่นของเขาจนมันค่อยๆคลายออก

                “ฉันอยู่กับลู่ตรงนี้เสมอนะ”

                ลู่ชิงอวิ๋นหันไปมองคนที่ยังมีรอยยิ้มให้ เสี่ยวอวิ๋นไม่ใช่ไม่ตกใจ ตากลมแดงช้ำเพราะร้องไห้ตั้งแต่เริ่มจุดโคม แผนการปฏิวัติมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆใครเห็นก็ต้องตกใจ แต่น้องกลับปาดน้ำตาตัวเองไปปลอบเขาไปด้วยรอยยิ้มที่พยายามจะยิ้มให้เขา

                “เศษขี้เถ้าเยอะขนาดนี้ ยังไงก็มีพิรุธ”

                “เรากวาดใส่ถังแล้วเอาไปทิ้งทะเลกัน เหลือแค่ซากโคมไฟ อุปกรณ์ทำโคมก็ยังอยู่ รัฐบาลทำอะไรไม่ได้หรอก”

                นี่คือสิ่งที่ลู่ชิงอวิ๋นแปลกใจ ทำไมเป่าอวิ๋นคิดเรื่องพวกนี้ออก เจ้าตัววุ่นวายดูรับมือกับเรื่องพวกนี้ได้ดีกว่าเขามาก เขายังผิดหวัง และทำตัวไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ

                “มาช่วยฉันแบบนี้นายไม่กลัวโดนจับหรอเสี่ยวอวิ๋น”

                “กลัว แต่ไม่โดนจับแน่นอน แม่บอกให้ไปท่าเรือ พ่อรออยู่ที่นั่นแล้วแสดงว่าพ่อกับแม่คิดเหมือนฉันนั่นแหละ เราจะหนีแล้วนะ ออกเรือไปเลย อุ้มหมู เห็ด เป็ด ไก่แถวๆนั้นขึ้นเรือได้เลย ป่านนี้พ่อขนจนเรือเป็นภัตตาคารแล้วมั้ง พ่อน่ะชอบบอกว่าถ้าสถานการณ์คับขันต่อให้ตัดเนื้อตัวเองได้ก็ต้องยอม เขาขโมยของกินลูกค้าขึ้นเรือแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ฉันเลยไม่กลัวเรื่องจะโดนจับเลยสักนิด...ฉันกลัวอยู่เรื่องเดียว”

                “เรื่องอะไร”

                “กลัวชิงอวิ๋นไม่ไปด้วยกัน...ไปด้วยกันเถอะนะ...ฮึก...อย่าไปปักกิ่งนะ ฮือ...อย่าตาย...ถ้าชิงอวิ๋นตาย...ฉันจะอยู่ยังไงล่ะ”

                ลู่ชิงอวิ๋นอ้าแขนรับเจ้าตัววุ่นวายเข้ามาในอ้อมแขน เสียงร้องไห้โฮกับคำพูดซ้ำไปซ้ำว่าไม่อยากให้เขาเป็นอะไรมัน...มันทำให้เขาน้ำตาเอ่อล้นออกมา

                “เสี่ยวอวิ๋น...ขอบคุณมาก...”

                “ฉันรักลู่นะ....ไปด้วยกันนะ ไอ้เรื่องพวกนี้ช่างมันเถอะ เราหนีไปก่อน ฮืออออ เรื่องที่เผาไป...ค่อย...ค่อยมาทำใหม่ก็ได้”

                เรื่องนี้คงเหมือนกับที่พ่อเคยบอก เขาต้องหัดล้มให้เป็น อย่าคิดว่าชนะแล้วจะได้อะไร แต่ถ้าแพ้แล้วจะลุกขึ้นมายังไง

                “ลู่อาจจะยังไม่ชินพวกสอบซ่อม แก้การบ้าน แก้แล้วแก้อีกกว่าจะผ่าน แต่ฉันทำมาหมดแล้ว ครั้งแรกมันยากเสมอแหละ อย่าเพิ่ง...ผิดหวังในตัวเองนะ ไปกับฉันนะ นะลู่...”

                ตาคมหลุบมองคนร้องไห้ที่เงยหน้าขึ้นมาจากแผ่นอก หวังเป่าอวิ๋นเป็นคนเดียวในชีวิตเขาแล้วตอนนี้ ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอะไรเลยสักอย่าง เขามีเจ้าตัววุ่นวายคนเดียวจริงๆ เจ้าตัววุ่นวายที่จัดการปัญหาทุกอย่างให้เขาอย่างง่ายดาย แถมยังร้องไห้เพราะตกใจกลัว แต่...แต่ก็ยังไม่ทิ้งเขาไปไหน

                “อืม...ไปกันเถอะ ไปด้วยกัน”

 

====================

                เก่งมากเอ็ดเวิร์ด! จริงๆคาแรคเตอร์เอ็ดเวิร์ดไม่ใช่คนขี้กลัวนะคะ 55555 กลัวขนมหายกับกลัวลู่หายอย่างเดียว แค่นี้ง่ายมากเนอะเอ็ด ทิเบตก็ไปมาแร้ววว

               

               

               

               

                               

               

               

               

               

               

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 526 ครั้ง

2,472 ความคิดเห็น

  1. #2465 Orathaiks (@Orathaiks) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 18:54
    ฮีโร่เอ็ดเวิด55555555
    #2465
    0
  2. #2438 sealers (@sealers) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 11:42
    น้องเก่งมากๆ ช่วงพี่ให้ตั้งสติได้เลย
    #2438
    0
  3. #1986 fomeriam690 (@0924211827) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 10:36
    น้องน่ารักอ่ะ อยากรังแกให้ร้องไห้เยอะๆ
    #1986
    0
  4. #1811 G_D_G_errard (@G_D_G_errard) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 01:28
    เห้ยยยย เป่าอวิ๋นนน เก่งมาก ฉลาดแบบคาดไม่ถึง ลู่ไปกะน้องนะ
    #1811
    0
  5. #1595 Angzaa (@Angzaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 22:46
    เก่งมากน้อง อยากหอมหัวตัววุ่นวาย
    #1595
    0
  6. #1396 PhruksaEmO (@PhruksaEmO) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 23:41
    น้องเอาอะไรให้พี่ลู่เซ็นลูก
    #1396
    0
  7. #1291 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 18:26
    บทแบบพลิกมากแง
    #1291
    0
  8. #727 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 19:28
    กลัว-ที่ประทับมากเลย
    #727
    0
  9. #628 malwar (@malwar) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 10:04
    บอกเลยว่าพลิกบทมาก​ น่ารักกก
    #628
    0
  10. #556 Phonphanchaisit9 (@pornthipchaisit9) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:24

    เอกสารที่เป่าอวิ๋นเอามาให้พี่ลู่เซ็นมันคืออะไร

    #556
    0
  11. #448 momizone (@momizone) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 13:40

    เจ้าตัววุ่นวายลู๊ก เก่งมากก ปกป้องพี่ลู่ โอ้ยยย น้องงงง

    #448
    0
  12. #344 BunnyBlair (@evefiww) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:18
    เอ็นดูเจ้าตัววุ่นวาย แต่เราสงสันจังว่าพี่ลู่เซ็นมันเรื่องอะไรนะ
    #344
    0
  13. #343 IloveIlove97 (@IloveIlove97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:21
    เก่งมากน้อง สู้กันต่อไปนะน้องเอ็ดพี่ลู่
    #343
    0
  14. #342 Felinonajang (@Felinonajang) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 02:41
    เห็นภาพชัดมากเลย คนไม่เคยล้มเหลวแบบลู่เลยตกใจรับมือไม่ถูก แต่ถ้าลองได้สอบซ่อมครั้งนึงแล้วคนแบบลุ่ต้องรับมือได้แน่ แต่ถ้าคนแบบเอ็ดเวิดก็รับรู้และสอบซ่อมต่อไป ฮ่าๆ
    #342
    0
  15. #341 Pangpp24 (@RatchaneewanPaNg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 22:01
    น้องเก่งมากลูก ถึงจะตกใจตอนแรกแต่ก็มีสติดึงคนพี่ไปด้วยจนได้
    #341
    0
  16. #336 fandobii (@fandobii) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 08:54
    เอ็นดูน้อนเอ็ดมากกกกก แง สุดแสนจะน่ารัก ถึงจะเด๋อๆแต่ก็ช่วยลู่ได้
    #336
    0
  17. #335 Jutamat Thamkitja (@jutanath97) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 02:22
    เป็นความรักที่ดูบริสุทธิ์ดีจัง ร้องตามเลยเจ้าเอ็ดเวิร์ด
    #335
    0
  18. #334 IRosé (@linoreen) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:26
    น้องน่ารักอะะะ
    #334
    0
  19. #333 Guestupa Zerason (@kwozz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 21:07
    เอ็ดนี่ช่างสมกับที่เป็นเอ็ดจริงๆ 😂😂😂
    #333
    0
  20. #331 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:48
    เหตุการณ์มันคุ้นนะว่ามั้ย555555 ลู่เอ็นดูเอ็ดให้มากๆเด้อออ
    #331
    0
  21. #330 CalamaleParfait (@CalamaleParfait) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:25
    ฮือออ เอ็นดูมากอ่ะ คือแบบ แบ๊มเก่งมาก การใช้คาแรคเตอร์ของตัวละครมาแก้เหตุการณ์ทั้งหมด นิสัยทุกอย่างมันสอดคล้องกับการเกิดสิ่งต่างๆมากเลย แง รอตอนต่อไปนะะ
    #330
    0
  22. #329 Okoy up (@puyrattikan) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 15:58
    โอ๊ยยยย รักน้องมากเลย
    #329
    0
  23. #328 MY_NaTCh (@MY_NaTCh) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 14:07

    สนุกมากกกกกกกกกจ้าาาาาาา
    #328
    0
  24. #327 ppwct (@ppwct) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:34

    แงง สนุกมากมันส์สุดดด
    #327
    0
  25. #326 Nnn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 13:03

    สนุกมากเลยค่ะ​

    #326
    0