คัดลอกลิงก์เเล้ว

[BeeCris2Years] Love Song Project: Can I Be Him

โดย alexisalexis

ความรักที่ยาวนานถึง 10 ปี...เสียเพียงแค่ว่าเขาไม่เคยรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร

ยอดวิวรวม

2,314

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


2,314

ความคิดเห็น


13

คนติดตาม


174
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 ธ.ค. 60 / 19:52 น.
[BeeCris2Years] Love Song Project: Can I Be Him | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

สวัสดีมิตรรัก นักอ่าน ที่น่ารักทุกท่าน นี่เป็นโปรเจ็คที่พวกเราทั้งสามคน 
ไรท์หมี @dogmouthbear  ไรท์อเล็กซ์ @alexisalex และเรา @ihooknoii ตั้งใจมาก
 
แรกเริ่มของโปรเจ็คนี้ เริ่มจากไรท์หมีนี่แหละ และก็ใช้เวลาอยู่เกือบสามเดือน
พวกเราเลือกบทเพลงที่มีความหมาย และชื่นชอบ 
มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวความรัก ที่มีเครื่องดนตรีเป็นองค์ประกอบ
จนได้มาเป็น #LoveSongProjectBC อย่างที่กำลังจะได้อ่านอยู่ต่อไปนี้  


ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามผลงานของพวกเราทั้งสามคน และขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันตรงนี้ 
หวังว่าจะมีความสุข กับสิ่งที่พวกเรามอบให้ในวันครบรอบ 2 ปี บีคริส 

รัก 

นกฮูก หมี อเล็กซ์

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 7 ธ.ค. 60 / 19:52

บันทึกเป็น Favorite


 

ฉันเจอหล่อนครั้งแรกตอนอายุ 16...

เด็กผู้หญิงหน้าหมวยที่อายุมากกว่ากันสองปีคนนั้น

 

น้ำทิพย์นึกถึงอดีตเมื่อค่อยๆเคาะประตูบ้านสีแดงแสนคุ้นเคย เธอพิงกีต้าร์ไว้ตรงกำแพงข้างๆ และสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพลงสุดท้ายที่กะจะอัดเก็บไว้ก็ทำไปแล้ว เหลือแค่มาหาเขา...เหลือแค่ทำสิ่งที่คิดอยากจะทำมาตลอด...เหลือแค่นี้ หลังจากนี้เธอคงไม่มีอะไรค้างคาอีก

 หวังว่าจะได้เห็นหน้าหล่อนอีกครั้ง หวังว่าหล่อนจะอยู่อีกฝั่งของประตูสีแดงนั่นและเปิดออกมาทักทายกันด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม รอยยิ้มที่ถึงจะจางไปบ้างในสิบปีที่เรารู้จักกันแต่ก็ยังน่าหลงใหลทุกครั้งที่เห็น

ระหว่างที่รอและเตรียมคำพูดในใจ สมองก็คิดไปถึงวันนั้น...วันแรกที่เราเจอกัน

เธอจำครั้งแรกที่เราสบตากันได้ดี แต่เขาคงจำไม่ได้หรอก พี่คริสไม่เคยจำอะไรเล็กๆน้อยๆแบบนั้นได้ ตั้งแต่ได้ขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัทครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย วันๆ นึง สมองเขารับข้อมูลอะไรเยอะแยะ เขาไม่จำรายละเอียดเรื่องของเราขนาดนั้นหรอก แต่เพราะอย่างนั้น...เพราะเขาเป็นคนแบบนั้น เธอยิ่งจะต้องเป็นคนจำ...

ครั้งแรกที่เจอเขาน่ะ เราก็แค่คนสองคนที่เดินผ่านกันในงานแต่งงานของญาติห่างๆของเธอ งานที่พ่อแม่ส่งมาเป็นตัวแทนครอบครัวเพียงคนเดียว ก็ญาติไปจัดงานแต่งงานเอาเสียวันคริสมาสต์ ตารางการเดินทางไปเที่ยวทุกปีช่วงปลายปีของครอบครัวไม่หยุดเพื่อใครหรอก มีเพียงแค่เธอ...บี น้ำทิพย์...เท่านั้นที่โดนบังคับให้เสียสละตั๋วที่จะไปเที่ยวฮ่องกงเพียงเพราะญาติอยากให้เธอขึ้นร้องเพลง...

และทุกอย่างที่เจ้าสาวคนสวยขอ มีหรือที่เธอจะปฏิเสธลง ถึงจะเจอกันแค่ตามวันรวมญาติ แต่อย่างน้อยเขาก็เห็นว่าเธอมีพรสวรรค์เรื่องนี้ การร้องเพลงทำให้น้ำทิพย์ลืมทุกอย่าง เธอลืมตัวตนของตัวเอง ลืมความเขินอาย เธอลืมทุกอย่าง...มันมีแต่อารมณ์ของเนื้อเพลงที่ร้องเท่านั้นแหละที่ครอบครองทุกความคิดตอนที่การแสดงเริ่มขึ้น

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...น้ำทิพย์ก็อยากอยู่บ้านเงียบๆ เล่นกีต้าร์ไปเรื่อยคนเดียวมากกว่า...

แต่การมางานนี้ก็ทำให้เราเจอกัน

เธอจำได้...เธอจำได้ดีเหมือนความทรงจำวันนั้นเป็นหนังเรื่องโปรดที่เธอดูซ้ำไปซ้ำมา

หญิงสาววัยรุ่นคนนั้นใส่ชุดกระโปรงยาวสีชมพูหวาน แสงสว่างของสป็อตไลท์เหมือนจะส่องที่เขาตลอดเหมือนนักแสดงละครเจ้าบทบาทบนละครเวที...หรือว่ามันเป็นสมองของเธอที่เล่นตลกกันแน่นะ

อยู่ๆก็อยากไปคุยด้วย...อยากไปทำความรู้จัก อยากเป็นเพื่อน แค่เพื่อนคุยแค่คืนนั้นก็คงจะเพียงพอ

ปกติเธอไม่ค่อยจะคิดเรื่องพวกนี้เท่าไร การผูกมิตรกับคนไปทั่วน่ะ ไม่ใช่นิสัยของน้ำทิพย์แม้แต่นิดเดียว เธอไม่ค่อยมีเพื่อน จะพูดอะไรทีก็อ้ำๆอึ้งๆ เพราะแบบนี้ล่ะมั้งคนเขาถึงเบื่อ แต่กับผู้หญิงคนนั้นแล้วมันต่างออกไป

"เอ่อ....ชื่ออะไรหรอ? เราชื่อบีนะ"

ประโยคง่ายๆนั่นกว่าจะพูดออกไปนี่ต้องซ้อมพูดในใจสิบกว่ารอบเลยนะ 

หญิงสาวตรงหน้าหันมา พอดูใกล้ๆแล้วหน้าของหล่อนดูเศร้าหมอง ตาก็แดงก่ำเหมือนเพิ่งร้องไห้มา แต่พอเขาเห็นเธอ หล่อนก็พยายามเปลี่ยนสีหน้าและยิ้มกว้างให้อย่างเป็นมิตร ภาพที่เห็นทำให้ลืมไปหมดว่าประโยคต่อไปควรจะพูดอะไรดี

"ชื่อคริสค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ...บี" น้ำเสียงที่ฟังก็รู้ว่าเป็นคนร่าเริงตอบกลับมา อืม...คริสเนอะ ชื่อคริสๆๆๆ คนที่พูดไม่เก่งอย่างเธอก็ได้แต่พยักหน้ารับ และเก็บความสงสัยเกี่ยวกับสีหน้าอมทุกข์ของหล่อนก่อนหน้านั้น

"ลองกินน้ำพั้นช์ยัง? อร่อยนะ" กลับเป็นหล่อนที่ชวนคุย และเหมือนจะเป็นโชคของเธอที่คริสก็หาเพื่อนวัยเดียวกันคุยพอดี 

งานแบบนี้มีแต่ผู้ใหญ่ เธอโดนคำถามยอดฮิต เช่น มีแฟนหรือยัง แล้วก็จบม.ปลายไปจะเรียนอะไรจนแทบจะตอบท่องสคลิปท์ได้ พี่คริสก็คงจะโดนเหมือนกันล่ะมั้ง มันดูจะเป็นคำถามสากลนี่

"ยังเลย...มันมีเหล้านี่ ที่บ้านบีไม่ให้ดื่ม"

หะ? ไม่เคยดื่ม

ค่ะ...

พูดจริงดิ

เด็กสาวอายุ 16 ที่ปกติเก็บตัวพยักหน้า

โห...แต่...ลองดูไหม? เขาถามเป็นเชิงให้เธอเลือก ก็ไม่ได้บังคับอะไร แต่ด้วยใจที่อยากเอาใจเพื่อนใหม่คนนี้ เธอก็ดื่มน้ำพั้นช์ที่มีแอลกอฮอลผสมเข้าไป...จากวินาทีนั้น เราก็คุยกันไปเรื่อย...เขาเป็นคนคุยเก่งดีจัง...

พี่คริสไม่ชอบให้เรียกว่าพี่ แต่เธอก็อยากจะเรียกอยู่ดี เขาเรียนจะจบม.ปลายแล้วนะ อีกไม่กี่เดือนเอง โรงเรียนที่พี่คริสเรียนเป็นโรงเรียนเอกชนดังอันดันต้นๆ อยู่ไกลจากที่ๆเธอเรียนตั้งเยอะ ค่าเทอมแพงจนมันทำให้เธอรู้ทันทีว่าหล่อนมาจากครอบครัวคนมีฐานะ แต่คุยกะเด็กบ้านไฮโซก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรขนาดนั้น...

ตอนนั้นเธอยิ้มไปคุยไป ถึงจะพูดตะกุกตะกักบ้างในตอนแรกเพราะความเขินอายที่เป็นประจำตอนเจอเพื่อนใหม่ แต่โดยรวมแล้ว...คุยกับหล่อนก็สนุกดีนะ

"บีๆ พิธีกรเรียกอ่ะ มีอะไรหรือเปล่าก็ไม่รู้" อ่อ...มันคงถึงเวลาแล้วสินะ

เจ้าสาวเขาอยากให้บีร้องเพลงน่ะค่ะ คงถึงคิวแล้ว พี่คริสรอแป๊ปนึงได้ไหม ไม่นานหรอก คงแค่ 2-3 เพลง

รอได้ๆๆ คริสอยากฟังนะ บีไปเถอะ จะนั่งรออยู่โต๊ะนั้นนะ ใกล้เวทีสุดละ อยู่บนนั้นบีจะได้ไม่เหงา บีโบกมือให้คริสด้วยล่ะ

หล่อนชี้ไปที่โต๊ะใกล้กันที่มีญาติผู้ใหญ่และเด็กผู้ชายวัยรุ่นใส่สูทเรียบร้อย น้ำทิพย์มองอย่างช่างใจ เธอไม่อยากปล่อยเขาให้อยู่คนเดียว

ไปเถอะน่า! เนี่ย...นั่งหน้าเวทีเลย จะเป็นกำลังใจให้!” สุดท้าย น้ำทิพย์ก็ยอม

ในวันนั้น พี่คริสจะรู้ไหมนะว่าหลายปีผ่านมา ในทุกๆงานที่พี่คริสไป ทุกคอนเสิร์ตที่เธอขึ้นร้อง ในทุกๆครั้ง...ถ้าพี่คริสว่างไป...น้ำทิพย์ก็จะมองเห็นหล่อนนั่งอยู่ในที่นั่งที่ใกล้เวทีที่สุด ใบหน้าเดียวที่ชัดเจนในกลุ่มผู้คนมากมาย รอมยิ้มเดียวที่เธอมองมองหา และเธอก็จะโบกมือให้เขาทุกครั้ง โบกมือทักทายเขาคนเดียว


วันนั้นเธอร้องเพลงรัก...

เพลงรักสดใสที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ปลายตาก็เหลือบไปเห็นเพื่อนใหม่คนนั้นยิ้มกว้างให้เธอ ตอนนั้นเองที่เนื้อเพลงที่ร้องเริ่มจะมีความหมาย เธอไม่เข้าใจมันทั้งหมดหรอก แต่ตอนนี้น้ำทิพย์รู้แล้วล่ะว่าเธอชอบที่จะร้องให้ใครบางคนฟัง...

บี! เก่งมากอ่ะ คริสชอบมากเลย...โหย ตอนฟังนะ หยุดยิ้มไม่ได้เลย...สักวันอยากฟังเพลงที่บีเล่นกีต้าร์ด้วยอ่ะ ต้องเท่มากแน่เลย!”

หรอ... น้ำทิพย์ได้แต่เขินจนก้มหน้างุด ชอบที่เขาชม แต่ก็ทำตัวไม่ถูก แต่พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่นั่งโต๊ะเดียวกับพี่คริสก่อนหน้านี้เดินตามมา

เอ่อ...

"ป่ะ...ไปเมากัน..." หล่อนเมินผู้ชายคนนั้นและชวนเธอ เขาหน้าเสียเล็กน้อยแต่ก็ยอมกลับไปนั่งที่โต๊ะแต่โดยดี

"แต่....บีไม่ค่อยชอบดื่มนะ" น้ำพั้นช์ก่อนหน้านี้น่ะแค่ลองหรอก แต่อีกแล้วหรอ...

"แค่นี้เองบี อายุขนาดนี้ก็ใช้ชีวิตบ้างสิ...มาสนุกกันนะ"

เธอไม่รู้หรอกว่าพี่คริสจะลากเธอไปไหน แต่แค่ขอให้เขาอยู่ด้วยกัน จะพาไปไหน เธอก็จะไป
.

.

.

            เพล๊ง!


            เสียงจานแตกจากภายในบ้านทำให้เธอหลุดจากภวังค์ และเสียงทะเลาะจากภายในบ้านก็เริ่มดังขึ้น น้ำทิพย์ชินแล้วล่ะ พวกเขาทะเลาะกันประจำ

เธอรอไม่นานประตูสีแดงก็เปิดออก ชายร่างสูงคนนั้น...คู่ชีวิตที่พี่คริสเลือกเดินออกมา

แก้มของเขาแดงจากรอยมือ ใบหน้าหล่อเหลาดูโมโหจัดเมื่อมองมาที่เธอ และการที่เธอยืนอยู่ตรงนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาใจเย็นลงเท่าไร แต่เขาก็พยายามสะกดอารมณ์

เออ บี...ดีเลย นี่! ไปดูคริสสิ...เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกแล้วไม่รู้ ประสาท... เขาพูดปัดๆและเดินไปที่รถก่อนสตาร์ทเครื่องและขับออกไป

ไม่นานหลังจากวันแรกที่เธอกับพี่คริสเจอกัน หลังจากที่เรานัดกันไปเที่ยวไปกินข้าวกันสองคน น้ำทิพย์ก็ได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือแฟนของพี่คริสและเขาก็คือสาเหตุที่หล่อนไปงานแต่งงานในวันนั้น พวกเขารักๆเลิกๆกันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ก็ดูเหมือนจะรักมากกว่า...ไม่งั้นพี่คริสคงไม่แต่งงานกับเขาหรอก...

แต่ทุกครั้ง...เกือบทุกครั้งที่เขาทะเลาะกัน...เธอก็มีหน้าที่เดียว หน้าที่ที่ทำได้ดีมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา...

ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายแท้ๆ...

แต่เอาเถอะ...ได้ทำหน้าที่นี้ก่อนทุกอย่างจะจบลงก็คงไม่เป็นไร

เธอหยิบกีต้าร์ขึ้นและเดินเข้าไปในบ้าน

ผู้หญิงคนที่เธอคิดถึงไม่ได้ยิ้มต้อนรับดังเคย หล่อนกำลังเก็บเศษแก้วที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น น้ำตากลบหน้าสวย และทันทีที่ได้ยินเสียงเธอเดินเข้ามา เขาก็หันมาตวาดใส่

แกกลับมาอีกทำไมหะ! ฉันบอกให้ไปรีบตัดสินใจให้ได้เรื่องมันจะได้จบๆไปไง! อ๊ะ....บี...

สวัสดีค่ะ บีแค่อยากมาหา...พี่คริสไม่ต้องอธิบายก็ได้ค่ะ

พวกเขาทะเลาะกันเป็นร้อยเรื่อง แต่ก็ดีกันทุกครั้ง เธอชินแล้วล่ะ

ขอโทษนะ ต้องมาเห็นภาพอะไรแบบนี้อีกแล้ว

ถ้าไม่ผิด...ก็อย่าขอโทษสิมานี่สิ มากอดกันหน่อย น้ำทิพย์นั่งลงบนโซฟาและอ้าแขนกว้าง ร่างเล็กค่อยๆเดินใกล้เข้ามา น้ำตาคลอแต่เขาก็ยิ้ม เธอโอบกอดคนที่ไม่ค่อยจะเผยให้ใครเห็นว่าอ่อนแอ คนตัวเล็กที่เฟอร์เฟ็คทุกอย่างในสายตาทุกคน

พี่เคยบอกบีใช่ไหมว่าเวลาทุกข์ใจอะไรให้เอามาแบ่งกันครึ่งนึง  ครั้งนี้ก็ตาของบี ให้บีเสียใจแทนพี่สักครึ่งนึงนะ แล้วพี่จะได้ยิ้มเร็วขึ้น

ที่พูดน่ะ ตั้งเป็นสิบปีที่แล้ว ตอนนั้นยังเด็กอยู่เลย...ทำได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้...ทำไม่ได้หรอก หล่อนพูดเสียงเบา น้ำตาของเขายังคงไหลไม่หยุดแม้ขณะที่กอดเธอแน่นแบบนี้

ทำได้สิ...เมื่อก่อนเราก็ทำแบบนี้ออกบ่อย มือเรียวค่อยๆปาดน้ำตาให้ เธอเลื่อนหน้าผากไปแตะส่วนเดียวกันของอีกฝ่าย

พี่เจ็บ บีก็เจ็บ แต่เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น พี่ต้องเชื่อนะว่าทุกอย่างจะดีขึ้น พออยู่ใกล้กันขนาดนี้ น้ำทิพย์ก็ลืมตาขึ้นมองเขาที่ยังหลับตาสนิท ถึงยังเห็นรอยน้ำตา...แต่เขาก็หยุดร้องไห้แล้ว

เธอชอบแอบมองเขาแบบนี้ พี่คริสไม่รู้หรอก แต่เธอน่ะแอบมองเขามาตลอด...จากมุมเล็กๆของเธอ พื้นที่ที่ไม่มีใครจับจอง เธอไม่ใช่เจ้าของหัวใจเขา ไม่ใช่คนที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ใช่คนรัก และไม่ใช่คนที่เขารัก...แต่เธอก็มีที่ของเธอ

อืม...เชื่อบีก็ได้...

ว่าแล้วพี่คริสก็กอดเธอแน่นขึ้น เขาในเวลานี้น่ะเหมือนแมว ถึงปกติอยู่ต่อหน้าคนอื่นจะดุเป็นพญาเสือ แต่อยู่ด้วยกันทีไรก็ขี้อ้อนแบบนี้ทุกที

จะว่าไปก็คงประมาณห้าหกปีที่แล้วที่เขาขึ้นรับตำแหน่งแทนคุณพ่อของตัวเองที่ป่วย วันนั้นเธอรู้ข่าวจากเจ้าตัวที่อยู่ๆก็ให้คนขับรถมารับเธอที่หน้าสตูดิโอ...หล่อนน่ะ อยู่ๆก็โผล่มา คาดเดาอะไรไม่ได้สักอย่าง

อ่อ...วันนั้นก็เป็นอีกวันที่เธอจำได้แม่น วันแห่งความทรงจำ...

รถยุโรปคันใหญ่สีดำติดฟิล์มดำมืดขับเข้ามาจอดเทียบหน้าสตูดิโอที่น้ำทิพย์มาซ้อมเพลงสำหรับอัลบั้มที่สอง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเส้นทางนักร้องจะเป็นเส้นทางที่เธอเลือก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นส่วนผสมของโชคและความบังเอิญ บังเอิญที่หนึ่งในแขกที่มางานแต่งงานวันนั้นเป็นคนในวงการเพลงและโชคดีเขาชอบเพลงที่เธอร้อง ก็แค่ลองไปออดิชั่นดู ไม่คิดหรอกว่ามันจะกลายเป็นชีวิตของเธอ

คนขับรถลงมาเปิดประตูหลังของรถหรู จากจุดที่น้ำทิพย์ยืนอยู่ เธอเห็นเพียงเรียวขาในกระโปรงรัดรูปของใครบางคนที่คุ้นเคย

เธอส่ายหัวเบาๆ แท็กซี่ที่เรียกมาคงจะต้องถูกยกเลิก เพราะมาถึงขั้นนี้ หล่อนคงจะต้องการเธอให้อยู่เป็นเพื่อนจริงๆ นี่ก็ไม่ได้เจอกันตั้งหลายเดือน อยู่ๆก็โผล่มาที่บริษัทกันแบบนี้ เธอล่ะกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเธอเป็นเด็กเสี่ยเสียจริง พี่คริสนี่นะ...พอก็หายก็ไม่ติดต่อมาเลย พอจะมาก็มา มันน่าน้อยใจไหมล่ะ...

น้ำทิพย์ถอนหายใจและยื่นกีต้าร์คู่ใจให้คนขับรถไป

ความคิดน้อยใจหายไปเมื่อเห็นหน้าอมทุกข์ของคนในรถ ทุกครั้งที่เห็นเขาเศร้า เธอก็ลืมทุกอย่าง

........ ไร้ซึ่งคำพูด เธอเขยิบเข้าไปกอดร่างเล็กที่ยอมอ่อนแอให้เธอเห็น

วันนี้อาการของป๊าทรุดอีกแล้ว...คริสไม่รู้จะทำยังไง ปีนี้ยอดขายของบริษัทก็ไม่ค่อยดี คริสมันอาจจะแย่เองก็ได้ เมื่อไรคริสจะเก่งพอซะทีอ่ะบี บอกคริสหน่อยสิ... หล่อนพูดรัวเร็วด้วยเสียงที่เริ่มสั่น

ทำอะไรก็ไม่ดีอ่ะ คนในบริษัทก็แอบด่ากันเต็มเลย พวกเขาไม่ว่าต่อหน้าหรอก แต่คริสเห็นนะ คริสเห็นสายตาดูถูกพวกนั้น...พวกเขาคงคิดว่าเด็กนี่มันจะไปได้เรื่องอะไร—”

....อย่าคิดอย่างนั้นสิ ก่อนที่เขาจะรู้สึกแย่ไปกว่านี้ เธอรีบพูดตัดบท ภาระของเขาน่ะหนักหนากว่าที่ศิลปินอย่างเธอจะเข้าใจ แต่หน้าที่ของเธอไม่ใช่การเข้าใจปัญหาทุกอย่างของเขา หน้าที่ของเธอก็แค่...กอดเขาแน่นๆและก็บอกว่า...

พี่คริสน่ะเก่งที่สุดสำหรับบีเลย

หน้าที่ของเธอก็แค่นี้แหละ หน้าที่ของเธอคือทำอย่างไรก็ได้ให้เขาสบายใจ

ฮึ...เด็กชอบยอ...

ยิ้มก็สวย

“….” นั่น...ชมแล้วยังทำขรึมไม่ยอมยิ้มให้กันอีก

น่ารักจนบีมองใครน่ารักไม่ได้อีกแล้ว... อ๊ะ...นั่นไงๆ ยิ้มแล้วๆ

บ้า! ปากหวาน! ทีตอนเจอกันใหม่ๆนะทำตัวเป็นเด็กขี้อาย แล้วนี่อะไรกัน ทำตัวเป็นสาวเจ้าชู้ ชมคล่องเชียว

ก็ใครล่ะที่สอน...

แต่พี่ก็ชอบใช่ไหมล่ะ

อืม... ใบหน้าอมยิ้มทำให้เธอยิ้มตาม ที่พูดไปไม่ได้ชมซะหน่อย น้ำทิพย์คิดว่าทุกอย่างที่พูดไปน่ะ...ความจริงทั้งนั้น

แล้วนี่เราจะไปไหนกันคะ

บีมีแผนจะไปไหนหรือเปล่า เออ...ลืมเลย

คืนนี้บีต้องไปร้องเพลงที่บาร์แถวๆนี้อ่ะค่ะ พี่ไปส่งบีได้ไหม

ได้...แต่มีข้อแม้ ฉันต้องได้นั่งที่นั่งที่ใกล้เวทีที่สุดนะ

ที่ตรงนั้น บีก็เก็บไว้ให้พี่คนเดียวอยู่แล้วป่ะ แต่ชอบไม่มา ติดงานอยู่นั่นแหละ สงสารบีบ้างดิ มองไปก็เห็นแต่ใครไม่รู้

อ้าว...แล้วแฟนเธอไม่มานั่งดูหรอ

คนนั้นน่ะ เขาไม่ชอบฟังเพลง...

แปลกคน เธอยอมเป็นแฟนกะคนที่ไม่ชอบฟังเพลงที่เธอร้องได้ไงหะ! บีร้องเพราะมากนะ เหมือนเขาดูถูกพรสวรรค์ของเธอเลยอ่ะ

บีไม่คิดมากหรอก เขาไม่มาก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่วันนี้พี่คริสมาดูบีร้องด้วยนะ แค่นี้ก็โคตรดีใจเลย

อืม... พี่คริสยื่นมือซ้ายมาจับมือของเธอ รอยจางๆที่นิ้วนางทำให้น้ำทิพย์รู้ทันทีว่าเหตุใดหล่อนถึงมาหาเธอในวันนี้แทนที่จะไปหากำลังใจจากคู่หมั้นคนนั้น แต่ช่างเถอะ...เธอมีพื้นที่ของเธอ...ในชีวิตของพี่คริส...น้ำทิพย์รู้ตัวว่าเธอมีพื้นที่ของตัวเอง ขอแค่ไม่มีใครมาแย่งที่ตรงนี้ก็พอ

พี่คริสมีแฟนที่คบกันมานานตั้งแต่ม.ปลาย มีแต่คนบอกว่าพวกเขาเป็นคู่ที่สมบูรณ์แบบ และพอเห็นเขาเดินคู่กัน เธอก็อดเห็นด้วยไม่ได้ คู่ควรทั้งการศึกษาและฐานะทางสังคม ความเหมาะสมคู่ควรที่เธอให้หล่อนไม่ได้ และก็ไม่ได้หวังที่จะให้

ใจนึงก็นึกอิจฉาคนที่คบใครได้นานขนาดนั้น เธอมันคนมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ยิ่งตอนเก็บตัวแต่งเพลงนี่มีอันได้เลิกกับแฟนทุกครั้งไป พวกเขาบ่นว่าบทเธอจะเงียบก็ไม่พูดไม่จา บทจะมีอารมณ์ความรู้สึกกับคนเขาบ้างก็อ่อนไหวจนเกินไป

ไม่มีความพอดีสักอย่าง

คงมีแต่กับพี่คริสคนเดียวที่เธอเป็นแค่คนๆนึงที่หล่อนอยากให้อยู่ใกล้กัน พูดคุยเรื่องอะไรก็ได้ ก็เขารู้จักเธอตั้งแต่ยังเป็นแค่เด็กคนนึงที่ไม่มีความฝันนี่

อยู่ต่อหน้าพี่คริส เธอไม่จำเป็นต้องเป็นนักร้องของค่ายดัง ไม่จำเป็นต้องยิ้มโปรยเสน่ห์ ไม่จำเป็นต้องเป็นใครนอกจากตัวเธอ ตอนอยู่กับพี่คริส เธอก็เป็นแค่เด็กคนนึง ยังเป็นแค่เด็กคนนั้นที่ทักทายหล่อนในงานแต่งงานเมื่อห้าปีก่อน และแค่นั้นก็เป็นความสบายใจทุกอย่างของเธอ

โหย...คนเต็มเลยอ่ะ ป็อปปูล่านะเราอ่ะ พี่คริสทักขึ้นเมื่อเราเดินเข้ามาในสถานบันเทิงที่จ้างเธอมาเล่นเพลงประจำ

นิดนึง...พี่อยากฟังเพลงอะไร

เพลงนั้นของเธอที่ดังๆอ่ะ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ แต่งให้ใครหรอบี แต่งให้แฟนเธอหรอ ซึ้งมากอ่ะ แต่เศร้าไปป่ะ

หึ...

ไม่ใช่หรอกค่ะ เอาล่ะ ถ้าพี่อยากฟังเพลงนั้น บีก็จะร้องเพลงนั้น แต่ก่อนจะขึ้นบนเวที เธอก็ทำสิ่งที่เธอทำประจำ

พี่...เหมือนเดิม สองแก้ว น้ำทิพย์หันไปพูดกับบาร์เทนเดอร์ รู้ตัวอีกทีเธอก็ติดดื่ม whiskey on the rock ไปเสียแล้ว

ดื่มตลอดเลยนะเดี๋ยวนี้

อย่าดุกันสิ พี่บอกเองไม่ใช่หรอว่าคนเรามันต้องมีสนุกกันบ้าง

บุหรี่ก็สูบ มันไม่ดีนะ เธอเป็นนักร้องไม่ใช่หรอ รักษาเส้นเสียงของตัวเองหน่อยสิ

ตอนบีเด็กๆใครสอนอ่ะ ทั้งหมดนี่เลย

ตอนนี้ฉันเลิกหมดแล้วย่ะ เธอเองก็ควรเลิก

อย่าดุสิคะ เดี๋ยวไม่สวยน้า...อย่างน้อยคืนนี้ก็ชนแก้วกะบีหน่อย ก่อนที่จะขึ้นไปร้องเพลงให้พี่อ่ะ น้ำทิพย์และพูดหยอกไป มันกลายเป็นนิสัยของเธอซะแล้ว แต่พี่คริสไม่ขำด้วยแม้แต่นิดเดียว หล่อนเงียบไป และพูดเสียงจริงจัง

เธอร้องให้ทุกคน ไม่ได้ร้องให้ฉันคนเดียวซะหน่อย

ฮ่าๆ.... เธอได้แต่หัวเราะแห้งๆก่อนจะดื่มน้ำสีอำพันนั่นหมดแก้ว พี่ไม่ดื่มแล้วหรอ...ได้ๆ งั้นบีดื่มอีกแก้ว... และเธอก็ยกแก้วที่กะสั่งให้หล่อนจนหมดเช่นนั้น

เธอยิ้มด้วยสายตาหวานเยิ้มให้หล่อนที่ยังทำหน้าดุไม่เปลี่ยน น้ำทิพย์หยิบกีต้าร์และเดินขึ้นไปบนเวทีเล็ก เธอยิ้มมากกว่าเดิมที่เห็นภาพของหล่อนอยู่ในที่ที่เธออยากเห็นเขานั่งมาตลอด เธอโบกมือให้เขา เสียงเชียร์ของผู้คนดังขึ้นเมื่อพวกเขารู้ว่าเป็นเธอ ไฟรี่สลัวลงและน้ำทิพย์ก็เริ่มร้องเพลง เพลงแอบรักเพลงนึง แรงบันดาลใจของมันก็นั่งอยู่ไม่ไกลหรอก ก็เพราะเพลงนี้น่ะ...เธอแต่งให้พี่คริส

.

.

.

หลายปี เป็นเวลาหลายปีที่ให้ชีวิตสุดเหวี่ยง ชื่อเสียงและเงินทองที่เข้ามาจากการที่เป็นศิลปินทำให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ ผู้คนมากมายเข้ามาและก็ออกไป พวกเขาไม่มีความหมายมากมายอะไร ในโลกที่ทุกอย่างแปลผันเปลี่ยนแปลง มีสิ่งเดียวที่ยังเหมือนเดิม มีแค่หล่อนที่ยังอยู่ข้างๆกัน

เขาว่ากันว่าคำสาปของศิลปินอัจฉริยะคือความตายเมื่ออายุ 27 ปีนี้เธอก็ 26 แล้ว ไม่รู้มัจจุราชจะลืมกันไปรึเปล่า หรือมันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ เวลาที่นับถอยหลังใกล้เข้ามาทุกที

หมอบอกว่าเพราะการดำเนินชีวิตของเธอบวกกับกรรมพันธุ์ทำให้เธอเป็นโรคบ้านี่ขึ้นมา มันมีโอกาสรักษาหายขาด แต่ก็นะ...ถ้าไม่ ผลกระทบก็แสนเจ็บปวด

เออ บี ว่าแต่ว่า...วันนี้มาหากันมีธุระอะไรพิเศษป่ะ หรือว่าเธอแค่คิดถึงฉัน เจ้าของบ้านประตูสีแดงเงยหน้าขึ้นจากที่ซบไหล่ของเธออยู่นาน

เธอควรจะบอกพี่คริสไปว่ากำลังจะไปผ่าตัด...

บอกเขาไปว่าเธอเป็นมะเร็งกล่องเสียง

บอกเขาไปฝันทุกอย่างที่เธอมีต้องล้มสลาย

บอกเขาไปว่าเธอกำลังสูญเสียสิ่งที่เธอรักที่สุดในตัวเอง

แต่ตอนที่เดินทางมาที่นี่...เสียงนึงในหัวก็กระซิบบอกให้พูดอย่างอื่นไป คำพูดอื่นที่เก็บไว้ในก้นบึ้งของใจมาเนิ่นนาน คำพูดนั้นที่คิดว่าคงตายไปกับเธอ คำพูดต้องห้าม...

คำสารภาพนั้นแด่เธอที่เป็นเหมือนผลไม้ต้องห้ามจากสวรรค์ คนที่ฉันไม่มีสิทธิ์แตะต้อง...

ไม่ว่าคำตอบของพี่คริสคืออะไร...แต่อย่างน้อย เธอก็จะได้บอกให้เขารู้ บอกให้เขารู้ด้วยเสียงของเธอ เสียงที่เขาบอกว่าเพราะนักหนา เสียงที่จะไม่มีอีกแล้ว

น้ำทิพย์ลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าสาวหมวยที่งุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอ น้ำทิพย์เงียบและหาคำพูดที่เหมาะสมไม่ได้เสียที รู้เพียงแค่ว่าเธอต้องพูดมันออกไป ก่อนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิต เธอต้องบอกเขา

เมื่อเดือนก่อน...เธอไอเป็นเลือด...

หลังจากตรวจอยู่นาน แพทย์ก็บอกว่าเธอเป็นมะเร็งกล่องเสียง

น่าสมเพชนะ...นักร้องที่ร้องเพลงไม่ได้...น่าสมเพช...

ในวันนั้น วันที่เธอพูดไม่ได้ วันที่คนอย่างเธอได้สูญเสียสิ่งที่รักที่สุดเกี่ยวกับตัวเองไปแล้ว อย่างน้อยวันนั้นเธอก็จำได้ว่าเธอเคยบอกพี่คริสไป ผู้หญิงที่สวยที่สุดสำหรับเธอเสมอ เธอจะบอกไปว่า....

“บีมาที่นี่เพื่อที่บีจะบอกว่า...

ความรู้สึกจุกอยู่ที่ลำคอ และคำพูดก็หยุดอยู่แค่นั้น

“….”

ความทรงจำของสิบปีที่ผ่านมาไหลเข้ามาในโสตประสาท เขาคือเหตุผลให้กับทุกความสับสนในชีวิต เขาคือที่พึ่งพิงที่มั่นคงที่สุด พี่คริสคือความหมายสำหรับทุกตัวโน๊ตทุกคำร้องในเพลงของเธอ...

และเธอก็เป็นได้แค่เพียง...เด็กคนนึงที่เขาคุยด้วยตอนเครียดกับงานไม่ก็ทะเลาะกับคนรัก

และเพราะอย่างนั้น...เธอก็ไม่อยากให้เขาผิดหวัง

เขามีปัญหาในชีวิตเยอะพอแล้ว เขารับเธอเป็นอีกปัญหานึงไม่ไหวหรอก ขอเพียงวันนี้...ตอนนี้...ขอแค่ช่วงเวลานี้ที่เธอได้เอาแต่ใจและพูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอด

สาวร่างสูงกำมือแน่น ถึงเสียงจะสั่น แต่เธอก็จะพูด...

“…บีรักพี่คริสนะคะ รักมาตลอด รักตั้งแต่วันนั้นที่เราเจอกัน วันงานแต่งงานนั่น...วันแรกที่เราเจอกัน...วันที่พี่ลากบีไปไปทั่วโรงแรม เดินไปทั่ว เมาเละเหมือนไม่สนว่าใครจะคิดอะไร ตั้งแต่วันนั้น...บีรักพี่....

“……”

“หรือตอนที่พี่พาแฟนของพี่มาให้บีรู้จัก วันนั้นบีก็ยังรักพี่”

“บี....”

“ขอให้บีพูดจบก่อนนะ...ขอร้อง...”

น้ำตาเอ่อคลอเต็มหน่วยจนภาพของหล่อนพร่ามัว แต่นั่นจะไปสำคัญอะไรในเมื่อภาพของเขาชัดเจนเสมอในสายตาเธอ

“บีรู้ค่ะ...เพราะแม้กระทั่งวันแต่งงานของพี่ บีก็รักพี่ วันนั้นที่บีร้องเพลงให้พี่ในวันที่พี่มีความสุขที่สุด วันนั้นที่พี่ใส่ชุดขาวยาวและสวยจนบีอิจฉาเขามากที่ได้ยืนเคียงข้างพี่ในวันที่สำคัญที่สุดของพี่...”

เธอหยุดอีกครั้ง...ควาทรงจำของวันนั้นยังคงเจ็บแปลบเมื่อนึกถึงเหมือนเข็มทิ่มแทงใจ

“…วันนั้นที่บีอวยพรให้พี่มีความสุขกับเขาตลอดไป วันนั้นบีพยายามแล้วที่จะตัดใจ แต่บีก็ยังรักพี่...เพราะเพลงรักเพลงนั้นที่บีตั้งใจร้อง บีร้องให้พี่...ฮึก... บีร้องให้พี่คนเดียว

“และวันนี้...บีไม่ได้อยากให้พี่เลิกกับเขา บีก็แค่อยากบอก ตั้งใจฟังนะ...”

เธอไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นแบบนี้...สูญเสียการควบคุมแบบนี้...

บีรักพี่ รักมากจนไม่สนหรอกว่าพี่จะรักบีไหม เราอาจจะเป็นพี่น้องกันแบบนี้ไปตลอด แต่บีแค่อยากให้พี่รู้...ไม่ว่าที่ผ่านมาพี่จะเห็นบีมีใคร เดินเคียงข้างใคร แต่ใจบีน่ะ...ไม่เคยมีใครเข้ามาในใจได้สักที ใจบีมันรักแค่พี่...

รู้สึกตัวอีกทีก็มีมือนุ่มมากุมมือของเธอที่สั่นเทา น้ำทิพย์มัวจดจ่อกับการบอกความในใจจนไม่ได้สังเกตว่ามือที่จับกันแน่นก็สั่นไม่แพ้เธอ

“...มันผิดค่ะ บีรู้ และวันนี้ที่บีมาบอกกันอาจจะเห็นแก่ตัว แต่บีอยากให้พี่รู้ไว้...บีรักพี่คริส”

เขาคงพูดอะไรไม่ถูกและเธอก็ไม่อาจหาญจะทำอะไรมากกว่านั้นได้ เขามันคนมีเจ้าของ และเธอก็แค่คนที่บังเอิญอยู่ในชีวิต ถึงจะรักอย่างไรก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำลายครอบครัวเขาหรอก

แต่ก่อนที่จะไม่มีโอกาสพูดอีกแล้ว วันนี้...ตอนนี้...ฉันขอที่จะเป็นคนเห็นแก่ตัวและบอกรักเธอ เธอที่รัก เธอคนที่ฉันรักมาตลอด...

คำว่ารักครั้งนั้นด้วยเสียงของเธอ มันคงจะเป็นคำพูดสุดท้ายจากเธอที่เขาได้ยิน

พี่คริสนั่งอึ้งพูดอะไรไม่ถูกอยู่เบื้องหน้า

น้ำทิพย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม มือของเขาไม่ได้รั้งเธอไว้

เธอทำได้แค่ค่อยๆลุกและเดินออกมา เดินออกไปที่ประตูโดยที่ไม่หันกลับไปมองหรือบอกลา คำพูดสุดท้ายที่อยากให้เขาได้ยินไม่ใช่คำบอกลาจากเธอหรอก...

พอได้ทำสิ่งที่อยากทำก่อนที่ทุกอย่างจะจบลง เธอจะกลับไปที่โรงพยาบาลและนอนให้หมอเริ่มผ่าตัด ความคิดที่จะต้องตื่นขึ้นมาโดยไม่มีเสียงไม่น่ากลัวเลยสักนิด...ในวันนั้น วันข้างหน้าที่เธอหมดสิ้นทุกสิ่ง แม้แต่คนที่รักมากอย่างพี่คริสเพราะคำสารภาพวันนี้ แต่อย่างน้อย ความคิดที่ว่าคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยินจากเธอคือความรู้สึกที่เก็บไว้นาน แค่นั้น...ความทรมานทั้งหมดก็ดูจะเบาบางไปบ้าง

.

.

.

            ศิรินจ้องความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยใจที่เหม่อลอย

            สิบปี...สิบปีของความเป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง...สิบปีที่ผ่านมาของเราคืออะไรกันแน่...

เธอเดินกลับไปที่ตู้เก็บซีดีมากมาย หนึ่งในนั้นคือซีดีเก็บภาพและวิดีโอความทรงจำงานแต่งงานของตัวเธอเอง...

ทำไมไม่เคยคิดนะ ทำไมแกไม่เคยคิดวะคริส ทำไมไม่เคยรู้สึก ทำไมจนถึงวันนี้เป็นสิบกว่าปีเพิ่งเคยรู้สึก

...ว่าบีรักเธอ...

บีดูสวยในชุดสีชมพูพาสเทล มันเป็นชุดเพื่อนเจ้าสาวที่เธอเลือกให้เขา ร่างสูงสง่านั่นใส่อะไรก็สวยจนน่าหลงใหล เธอจำได้ว่าวันที่เราไปลองชุดด้วยกันเป็นวันเดียวกันกับวันที่เธอลองชุดเจ้าสาว ทำไมเธอไม่เห็นว่าเขาร้องไห้...และพอถามก็บอกว่าเขาดีใจกับที่พี่คริสของเขาจะเป็นฝั่งเป็นฝาซะที

เขาบอกว่าดีใจที่เธอมีคนดูแลและคอยเอาใจทุกอย่างที่อยากได้

กว่าจะหาช่วงของวิดีโอที่บีขึ้นร้องเพลงก็ปาไปหลายนาทีแต่สุดท้ายศิรินก็เจอ...

 

บีขอให้พี่คริสมีความสุขตลอดไปนะคะ ขอให้รักกันตลอดไป พี่คะ...ดูแลพี่คริสดีๆนะคะ เพลงนี้บีขอมอบให้เจ้าสาวที่สวยที่สุด...

และเขาก็ยิ้ม...บียิ้มและโบกมือให้เธอดังที่เขาทำประจำ...

ทำไมฉันไม่เคยสังเกตความเศร้าในดวงตาของเขานะ...

เขาเริ่มร้องเพลง เพลงรัก...เพลงรักจากเขา...ให้เธอ

ทำไมนะ...ทำไมเธอไม่เคยเห็นแววตาที่พร้อมจะร้องไห้คู่นั้น ทำไมเธอไม่เคยสังเกตว่าเขาร่ำร้องอยากให้เธอฟังเขาตลอด

ศิรินเก็บความรู้สึกนี้ไว้ไม่ได้อีก น้ำตาหยดแรกหล่นลงหน้าแก้ม และหยดที่สอง หยดที่สาม...

ทุกครั้งที่เธอมองไปที่แววตาเศร้าและบทเพลงที่บอกว่าบีร้องให้เธอกัน...

ศิรินร้องไห้

ร้องให้ไห้กับความโง่ของตัวเอง...

 

เมื่อกล้องหันไปที่เธอที่กำลังดื่มไวน์ฉลองและแทบไม่ได้แม้แต่ฟังบีร้องเพลงเลย...

สองมือก็กำแน่น...

แกมันแย่ คริส...แกทำร้ายบี...แกทำให้บีเจ็บ แกมันแย่ แกมันแย่ที่ไม่สนใจเขา ไม่สนใจว่าเขารู้สึกอย่างไร แกมันแย่

แม้ผ่านวิดีโอ เธอก็เห็น...เขากำลังร้องไห้ เขาร้องเพลงรักเพลงนั้นและกำลังร้องไห้

แต่เธอก็ปล่อยมือเขาไป วันนั้น ก่อนหน้านั้น และในทุกๆวัน...เธอปล่อยมือเขาก่อน และไม่เคยสนใจเขาเลย

บี...ขอโทษ...บี...ฉันขอโทษ

.

.

.

            หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…’


            คำพูดประโยคเดิมที่เธอได้ยินซ้ำไปซ้ำมาตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาทำให้สาวหมวยนั่งถอนหายใจ

            หลังจากวันนั้น เธอก็พยายามติดต่อบีทุกวัน แต่เขาก็หายไป ขาดการติดต่อ เพื่อนของเขาไม่ยอมบอกเธอว่าบีไปไหน ไม่มีใครให้คำตอบได้ ราวกับคนชื่อบีหายไปจากโลกนี้

            ถ้าไม่มีงานบริหารที่ท่วมหัว เธอคงไปนั่งรอบีที่ล็อบบี้คอนโดของเขาไม่ก็ที่สตูดิโอทั้งวัน แต่ตอนนี้น่ะทำได้แค่เฉพาะตอนเลิกงานเท่านั้นแหละ เธออยากเจอเขา อยากกอด และก็อยากถูกเขากอดแน่นๆเหมือนเคย ทำไมอยู่ๆมาพูดแบบนั้นก็หายไปเลย...

            “บี...ทำไมปิดเครื่องล่ะ... สาวหมวยเดินวนไปมาหน้าสตูดิโอที่บีทำงานอยู่ อาทิตย์แรก เธอไปที่คอนโดของบีแล้วล่ะ แต่เหมือนว่าเขาจะไม่กลับ และไม่มีวี่แววที่จะกลับ ไม่รู้เขาไปอยู่ที่ไหน เธอจึงต้องมาที่ทำงานของเขา ทำตัวเหมือนผู้หญิงชอบตื๊อที่อยากได้คำตอบ...ถึงไม่มีใครยอมบอกอะไรแต่เธอก็ยังรอ

            ทำไมพอฉันฟังเธอแล้วอยากจะพูดสิ่งที่ฉันคิดบ้าง เธอไม่ให้โอกาสฉันเลยล่ะ...ไม่แฟร์เลยนะบี

            ผู้บริหารสาวฟุบหน้าลงกับสองมือและเริ่มร้องไห้ตรงนั้นอย่างไม่อายใคร เธอเริ่มท้อ...การตามหาที่ไม่มีที่สิ้นสุดนี้ทำให้เธอท้อ

            ไปที่ไหนก็ไม่มีบี เธอหาเขาไม่เจอ...ทั้งที่คิดถึงมาตลอด และก็มีเรื่องหลายเรื่องที่จะบอกแต่ก็ทำไม่ได้

            อยู่ไหน...บี...ทำไมต้องหายไปแบบนี้ล่ะ...ทำไม...ฮึก...ใจร้าย...เธอบอกว่ารักฉันแต่เธอนั่นแหละที่ใจร้ายที่สุด

            รู้สึกตัวอีกทีก็รู้สึกถึงสัมผัสอ่อนโยนที่ไหล่ ศิรินรีบเงยหน้าขึ้นด้วยความดีใจ

            บี... แต่หล่อนก็ไม่ใช่คนที่เธอคิดถึง

            เอ่อ ไม่ใช่ค่ะพี่คริส คือ...

            เพื่อนนักร้องในค่ายของบีมองเธออย่างกังวล

            บีไม่ให้ใครบอกพี่...เขากลัวพี่เสียใจ บีมันบอกว่ากลัวตัวเองเป็นภาระ แต่หนูว่าพี่คริสควรได้รู้ความจริง

            หลังจากพยายามซักถามหาความจริงอยู่ครู่นึง เธอก็ได้แผนที่ทางไปโรงพยาบาลและหมายเลขห้องของเขา

            ขออย่าให้เป็นอะไร

            ขออย่าให้บีของเธอเป็นอะไร

            ขอให้เขาหายดี...อย่าได้เป็นอะไรเลย

           

            บีเขาเป็นมะเร็งกล่องเสียงค่ะพี่ มันต้องผ่าตัดใหญ่ และก็ต้องฉายแสง โอกาสที่จะกลับมาพูดได้มีอยู่บ้างแต่ก็น้อย...แต่โอกาสที่จะกลับมาร้องเพลงได้น่ะ...เป็นศูนย์

            แล้วทำไมบีเขาไม่บอกฉันล่ะ...

            หนูก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกนะคะ แต่บีพูดถึงหน้าที่อะไรสักอย่าง...บีบอกว่าหลังจากนี้เขาจะทำหน้าที่ของเขาในชีวิตพี่ไม่ได้อีกต่อไป ร้องเพลงให้ก็ไม่ได้ เป็นคนปลอบตอนเครียดก็ไม่ได้ เป็นไม่ได้สักอย่างนอกจากภาระ...เขาเลยขอออกไปดีกว่า...

            ฉันไม่เข้าใจ

            ไม่เข้าใจ พี่ลองไปถามบีมันเองไหมอ่ะ เดี๋ยวหนูเอาเลขห้องให้...รีบไปนะคะ ช่วงนี้รู้สึกเป็นช่วงพักฟื้น ไม่รู้เขาจะปิดให้เข้าเยี่ยมหรือเปล่า...

           

            และศิรินก็มายืนตรงหน้าประตูสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลกลางเมืองที่หน้าห้องปิดป้ายชื่อของบีในช่องระบุชื่อคนไข้

เขาต้องนอนเหงาอยู่คนเดียว...ผ่านกระบวนการการผ่าตัดและการรักษาน่ากลัวมากมายนั่นคนเดียวเนี่ยนะ...

            ศิรินค่อยๆเปิดประตูออก ตอนนี้เองก็ดึกแล้ว และก็ตามคาด...ร่างสูงนอนทอดยาวและหลับสนิท เธอยืนนิ่งอยู่กับที่และกำมือแน่น...น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วเริ่มไหลไม่หยุดอีกครั้ง

            ที่คอของเขามีที่พันแผลปิดไว้ และเธอก็ไม่สามารถหยุดขาของตัวเองให้เดินไปใกล้ร่างที่หลับสนิทได้ มองไปข้างๆเตียงก็ยังมีกีต้าร์ตัวโปรดตัวเดิมวางอยู่ กีต้าร์ที่เธอซื้อให้เขาเป็นของขวัญวันเกิดปีหลังที่เราเริ่มรู้จักกัน และเขาก็เริ่มฝึกเล่นกีต้าร์ดังที่เธอเคยพูดว่าอยากเห็นเขาเล่น

            ทำไมไม่สังเกตนะ...ทำไมเธอไม่ยอมสังเกต...

            เพราะไม่อยากจะรบกวนเวลานอนของบี ศิรินลากเก้าอี้มาข้างเตียงและฟลุบหัวลงนอนใกล้เขาและถือวิสาสะกุมมือของคนที่นอนหลับสนิท

ไม่รู้ตื่นมาจะโดนว่าไหม แต่บีไม่เคยว่าเธอหรอก บีไม่เคยว่าเธอสักครั้งในสิบปีที่ผ่านมา เขาตามใจเธอทุกอย่าง

            แค่ได้อยู่ใกล้กันแค่นี้ก็ชื้นใจขึ้นมาก...อย่างน้อยเขาก็อยู่ตรงนี้ ยังอยู่ใกล้กันแบบนี้ และเธอก็มีเรื่องที่ตั้งใจจะบอกเขาเหมือนกัน...ในวันพรุ่งนี้ ศิรินหวังว่าบีจะยอมให้โอกาสนั้นกับเธอ

.

.

.

            ศิรินถูกปลุกด้วยเสียงพยาบาลกระซิบกระซาบอะไรซักอย่าง พอเงยหน้าขึ้น ถึงจะสะลึมสะลือแต่เธอก็เห็นว่าบีตื่นแล้วและกำลังเขียนโน้ตอะไรสักอย่างส่งให้กับพยาบาล อะไรน่ะ...

            บี... เธอเรียกชื่อเขาออกไปและร่างสูงก็สะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงตัวเองถูกเรียก

            เอ่อ ขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวเรื่องที่ขอ พี่จะจัดมาให้นะคะ นางพยาบาลรีบพูดก่อนเดินออกนอกห้องไป

            บีไปขออะไรเขาน่ะ...

            บีขออะไรอ่ะ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าถ้าจะย้ายห้องย้ายโรงพยาบาลหนี คริสก็จะตามไป เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง!”

            ด้วยความระแวงและเสียใจมาทั้งเดือนกับการที่ไม่มีเขาและความคิดที่บีพยายามหลบหน้าหนีเธอยังฝังใจ ศิรินจึงรีบพูดดักไว้ก่อน

            แต่ก็ดูเหมือนเธอจะใจร้อนเกินไป...

            บีส่ายหน้าและยิ้ม

            เขาเขียนโน้ตลงในสมุดและส่งให้เธออ่าน

            ลายมือหยุกหยิกที่คุ้นเคยทำให้เธอหน้าแดง

            บีแค่ฝากให้พี่พยาบาลเขาซื้อแซนวิชให้พี่กินตอนเช้านะ

            เอ่อ...ขอโทษที่เข้าใจผิด บีก็ยังเป็นแบบนี้ตลอด เขาเป็นห่วงเธอตลอดนั่นแหละ

            แต่นั่นก็ยังไม่ลบเรื่องก่อนหน้านี้...เรื่องที่อยู่ๆมาสารภาพรักแล้วก็หนีหายไปโดยไม่ยอมให้เธอพูดอะไรสักคำน่ะ

            ขอบคุณนะ แต่บี...รู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันมาที่นี่

            เขาพยักหน้าก่อนชี้ไปคอตัวเอง

ใช่...ทำไมก่อนหน้านี้ไม่บอก ทำไมไม่บอก...บี...ทำไมไม่บอก...

สักพักสมุดเล่มเดิมก็ถูกยื่นมาตรงหน้า

บีไม่อยากให้พี่คิดมาก แล้วบีก็อยากจะตัดใจ

ตัดใจจากฉันหรอ....

เขาพยักหน้าและกลับไปเขียนข้อความให้เธออีกครั้ง

บีขอโทษที่บอกพี่วันนั้น บีขอโทษที่แอบรักพี่มาตลอด

ตอนนั้นที่เธอยื่นมือไปจับมือเขา...

ขอโทษทำไม เธอบอกฉันเองนี่ว่าถ้าไม่ผิดไม่เห็นจำเป็นต้องขอโทษ...บีไม่ผิดซะหน่อย และเธอก็กำมือเขาแน่นขึ้น แต่เด็กดื้ออย่างเขาก็ได้แต่ส่ายหน้า

บีพยายามชี้ไปที่มือข้างที่สวมแหวนแต่งงานของเธอที่ตอนนี้กุมมือเขาอยู่แต่เขาก็ชะงักไป

เพราะนิ้วนางข้างซ้ายของเธอน่ะว่างเปล่า

พอมองหน้าสงสัยของเขา เธอก็ได้แต่ยิ้มและเริ่มเล่าให้บีฟังในส่วนของเธอบ้าง

วันนั้นที่ทะเลาะกันน่ะเพราะฉันขอหย่าแต่เขาไม่ยอมหย่า...

พอฟังบีก็ยิ่งขมวดคิ้วยุ่ง

มันไม่ได้ซับซ้อนอะไร...ฉันไม่ได้รักเขา และเขาก็รู้สึกเหมือนกัน เป็นเวลาหลายปีที่เราอยู่กันด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจ...บ้าเนอะ...มองผลประโยชน์จนลืมความสุขของตัวเอง อยู่กันโดยไม่ได้รัก...

...แต่อาจจะเพราะเคยรักมาก เราเป็นแฟนกันตั้งแต่เด็ก และเราก็เคยเข้ากันได้ดีจนฉันไม่เคยมองใคร...

ตอนนี้ที่บีพยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของเธอ แต่ศิรินไม่ยอมหรอก...เธอจะไม่ยอมปล่อยเขาไป...

ฉันไม่ยอมมองใคร...จนมีเธอเข้ามา

มือที่พยายามผละออกหยุดการเคลื่อนไหวและบีสบตาเธอ ตอนนี้เหมือนเธอมองเห็นความอ่อนไหวในใจเขา และศิรินก็หวังเช่นกันว่าพอบีมองตาของเธอแบบนี้ เขาจะมองเห็น...เห็นความรู้สึกของเธอ

ปีแรกๆก็ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร...ไม่มีใครสอนฉันนี่ เข้าใจยากยิ่งกว่างานบริหารตั้งไม่รู้กี่ร้อยเท่าพันเท่า...และเธอก็มีแฟน...แถมช่วงหลังๆพอฮ็อทก็เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า... ศิรินหัวเราะเล็กน้อยกับความรู้สึกเจ็บปวดใจเมื่อเห็นคู่ควงทั้งหลายของบี

เขาพยายามเถียงด้วยการลูบนิ้วไปบริเวณที่แหวนแต่งงานของเธอเคยสวมอยู่

รู้น่า...คริสรู้...

เธอยิ้มและมองไปที่นัยน์ตาสวย ทุกครั้งที่เธอมองเขาก็เหมือนสมองจะเล่นตลก มันเหมือนเธอย้อนเวลากลับไปตอนที่เธอยังไม่ได้รับภาระครอบครัวมากขนาดนี้ ไม่ต้องมีเรื่องปวดหัวอะไร ทุกครั้งที่เธอมองเขา...ศิรินรู้สึกเหมือนตัวเองย้อนเวลากลับไปเป็นตัวเธอคนนั้น เด็กผู้หญิงอายุ 18 ในชุดสวยที่รู้สึกถึงความสุขที่เอ่อล้นมาจากใจเมื่อได้ยินเด็กขี้อายที่มาทักเธอก่อนขึ้นร้องเพลงและโบกมือให้เธอ ราวกับว่าเขามองเห็นเธอคนเดียว ภายในห้องที่มีผู้คนมากมาย มีเพียงเธอคนเดียวที่มีตัวตน

แต่คริสก็หวังนะบี...คริสหวังมาตลอดว่าเพลงที่บีแต่งน่ะ...ตอนแต่ง...บีจะคิดถึงกันบ้าง—”

และคำพูดที่ตั้งใจไว้ก็ถูกกลืนหายไปเพราะริมฝีปากบางที่ประทับลงมาอย่างจงใจ

รสจูบของเขาเหมือนกับที่เธอเคยคิดเอาไว้ในหัวไม่รู้กี่ครั้ง...ความคิดที่ว่าสักวัน...สักวันเธอจะเป็นคนที่บีรัก เขาเอาแต่ใจในทีแรก บดเบียดไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ และค่อยๆผ่อนลง...ริมฝีปากนุ่มละเอียดเก็บความหวาน ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปราวกับพยายามชดเชยเวลาที่เสียไป

พอผละออกเธอก็เห็นเขาร้องไห้

เซ้นซีทีฟตลอดเลยน้า...

ศิรินเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้เขา และบีก็ยิ้มกว้างให้เธอ

คราวก่อนเธอพูดไปแล้ว...คราวนี้ตาคริสบ้างนะ...

ศิรินสูดหายใจลึกและเริ่มพูดสิ่งที่เธอเก็บไว้ในใจมาหลายปี...

ฉัน...รักเธอ...ฉันรักเธอมากนะ บี...และอยากดูแลเธอไปตลอด ไม่ว่าเธอจะกลับมาร้องเพลงได้หรือเปล่า หรือไม่ว่าเธอจะกลับมาพูดได้ไหม...ถ้าเธอยอมยกโทษให้กัน ต่อไปนี้...ยอมให้คริสรักและดูแลบีได้ไหม...ตอบคริสหน่อยเถอะนะ...ตอบเถอะว่ายังรักกัน...

เขาหยิบสมุดขึ้นมาเขียนแต่ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนใจ

บีดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอดและศิรินก็ได้ยินเสียงแหบพร่าที่พยายามสะกดแต่ละคำช้าๆ ที่ข้างหูอย่างตั้งใจ


...รัก...เสมอ...





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ alexisalexis จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. #13 Peskimo
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:03
    อื้อหืออ น้ำตาไหลพรากเลยค่ะ ฉากเถียงแบบพูดไม่ได้นี่กัดกินใจสุด เจ็บสุดอ่ะ

    ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคพิเศษนี้นะคะ
    #13
    0
  2. #12 sun_devil (@sun_devil) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 03:08
    ฮรื่ออออ ซึ้งมากค่ะ เข้าใจอารมณ์แต่ละคนเลยอะTT
    #12
    0
  3. #11 m&m
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 15:47
    น้ำตาไหลพรากเลยค่ะ ก็อิ่มใจมากเช่นกัน ดีใจมากๆค่ะที่โปรเจ็คนี้เกิดขึ้น

    ขอบคุณมากๆค่ะที่สร้างผลงานดีดีให้ได้อ่านติดตามกัน เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    รอติดตามผลงานอื่นๆนะคะ
    #11
    0
  4. #10 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:07
    น้องบีลู๊กกกกก เราชอบคาแรกเตอร์ทุกอัน ของพี่บีที่มาจากคุณเลยอ่ะ โคตรน่ารัก พี่คริสก็ดี๊ดี ฮือออออออ
    #10
    0
  5. #9 Pearrybc (@Pearrybc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 12:09
    งืออออกรี้ดดดด
    #9
    0
  6. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 12:47
    ชอบอ่ะ ชอบมากจริงๆ โทนทึมๆ แต่ก็อบอุ่นตลอด มีความน้ำตาคลอตอนอ่านเล็กน้อย เจ๋งๆ
    #8
    0
  7. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 12:21
    ซึ้งมากอ่านไปนึ่จะร้องไห้ ดีใจที่ใยที่สุดก็ใจตรงกัน ขอบคุณนะคะไรท์ มันดีมากๆๆๆ
    #7
    0
  8. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 11:38
    ดีงามมาก ๆ ครับ
    #6
    0
  9. #5 Zen
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 11:03
    ร้องไห้ไปยิ้มไปจริงๆค่ะ
    #5
    0
  10. วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 10:22
    กรี๊ดดด ชอบฉากที่เถียงด้วยการลูบนิ้วที่มีแหวนแต่งงาน กรี๊ดดดด
    #4
    0
  11. #3 Mayyblack (@Mayyblack) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 02:56
    ฮือออออ พี่คริสสสสสของน้องบี รักกกก
    #3
    0
  12. #2 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 01:57
    ร้องไห้เลยฮื่อออ ชอบตอบกระซิบรักตอนสุดท้าย
    #2
    0
  13. #1 karn
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 01:27
    ซึ้งมากคะอ่านไปจะร้องไห้ตามเลย แต่ก็ยังมีรอยยิ้ม ยิ้มที่มีความสุข
    #1
    0