ตอนที่ 4 : ENDLESS SUMMER 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    7 มิ.ย. 61





 

3

 

เหมือนแสงที่ส่องกราดลงมาบนโลกอันสิ้นหวัง

นายจะอยู่ตรงนั้น...และทำให้ชีวิตของฉัน

กลับมามีสีสันอีกครั้งได้รึเปล่า...

 

 

ข่าวใหญ่ที่สุดของสัปดาห์นี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของเบสบอลอีกตามเคย ดงโฮพบว่าเบสบอลกลายเป็นหัวข้อหลักอันร้อนแรงในบทสนทนาของทุกกลุ่ม เพื่อนร่วมคลาสแทบทุกคนของเขาต่างพูดถึงเบสบอลแมตช์สำคัญระหว่างมหาลัยของพวกเรากับมหาลัย S ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันเสาร์นี้ สาบานได้เลยว่าพวกนั้นคงจะตื่นเต้นกับเรื่องเบสบอลบ้านี่จนลืมเรื่องการสอบเก็บคะแนนที่กำลังจะมาถึง

 

ดงโฮไม่มีความคิดเห็นอะไรทั้งนั้นเกี่ยวกับการแข่งขัน เขายังคงทำหน้าที่เก็บชีทให้กับกวานลิน อย่างไม่ขาดตกบกพร่องระหว่างที่หมอนั่นได้รับอนุญาตให้ฝึกซ้อมเบสบอลได้ตลอดทั้งวันทั้งคืน โอเค...ดงโฮรู้ว่าเบสบอลสำคัญกับกวานลินมาก แต่ความจริงก็คือ...กวานลินยังเป็นนักศึกษาของที่นี่ หมอนั่นควรจะเข้าเรียนบ้าง อย่างน้อยในท้ายที่สุดแล้วกวานลินจะได้กลับไปบอกเพื่อนๆที่ไทเปว่าเขาได้รับอะไรมากกว่าการหวดไม้เบสบอลจนเกือบจะฆ่าใครสักคน และทั้งหมดนี่...ทั้งหมดนี่มันมากเกินไป ทุกวันนี้กวานลินกลายเป็นข้อยกเว้นของโลกไปแล้ว ดงโฮเบื่อหน่ายที่ทุกคนเอาแต่ยกยอหมอนั่น ทำอย่างกะว่ากวานลินเป็นสมบัติชาติยังไงยังงั้น

 

ดงโฮวางเอกสารทั้งหมดที่ได้จากคาบเรียนในวันนี้ลงบนกระเป๋าสีเหลืองน่าเกลียดของกวานลิน เสียงดังเอะอะจากข้างนอกห้องล็อกเกอร์เป็นของชมรมเบสบอล พวกเขากำลังซุ่มซ้อมอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าการแข่งขันครั้งนี้คือนัดสุดท้ายของชีวิต ดงโฮไม่ได้หัวเสียเพราะเห็นว่ามันเป็นสิ่งไร้ค่าหรอก ที่เขาหัวเสียก็เพราะว่าลึกๆแล้วชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาคนพวกนั้น...อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ตัวว่าตัวเองมีบางสิ่งให้ต่อสู้ พยายาม และตายเพื่อมันได้ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของดงโฮเลยสักครั้ง หรือถ้าเผื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ เขาจินตนาการไม่ออกว่าตัวเองจะเป็นยังไง อย่างไรก็ตามดงโฮไม่ได้ตอบตกลงไปในทันทีเมื่อกวานลินเอ่ยปากชวนเขาไปดูการแข่งขันในวันเสาร์นี้ การแข่งที่กวานลินบอกว่ามันสำคัญเอามากๆ

 

“ผมอยากให้พี่ไปดูจริงนะ” เด็กหนุ่มย้ำประโยคเดิมๆขณะที่พวกเขาย่ำเท้าไปบนพื้นถนน กวานลินดูซูบลงไปนิดหน่อยเมื่อเทียบกับตอนแรกที่พวกเขาพบกัน กวานลินคงจะตั้งใจซ้อมเอามากๆ แต่นั่นมันคนละเรื่องกันกับที่เขาจะต้องเสียเวลาทั้งบ่ายเพื่อนั่งดูในสิ่งที่ตัวเองไม่มีวันเข้าใจเลยแม่แต่น้อย


“มีคนตั้งมากมายที่รอให้นายเอ่ยปากชวน” เขาว่า... “ใครก็ได้ ไม่มีเหตุผลเลยที่นายจะต้องมาชวนฉัน”


“ไม่ใช่ใครก็ได้นะ”


“...”


“ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่ต้องเป็นพี่” กวานลินจ้องเข้ามาในดวงตาของเขาเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับต่างออกไป...เพราะมันเต็มไปด้วยความจริงจัง ความจริงจังที่ดงโฮไม่เคยเห็นมาก่อนในตัวกวานลิน “ถ้าไม่ใช่พี่ทั้งหมดที่ทำมานี่ก็คงไร้ความหมาย ที่ผมวิ่ง ที่ผมฝึกตีลูก ที่ผมทำเรื่องพวกนี้....เรื่องที่พี่เห็นว่ามันไร้ประโยชน์ทั้งหมดนี่....ก็เพื่อพี่”


“นายจะมาทำให้ฉันทำไม?” ดงโฮขึ้นเสียงอย่างไม่เข้าใจ “นายจะเอาตัวเองมาผูกกับฉันทำไมกวานลิน?”


“...”


“บอกตามตรงเลยนะ ฉันไม่เคยเข้าใจนายเลย ไม่เคยเข้าใจเลยว่านายจะพยายามทำเรื่องห่าเหวนี่ไปทำไม เพราะมันฟังดูไม่เข้าท่าเอาซะเลย...ฟังนะ ถ้านายจะทำอะไรก็ตามบนโลกใบนี้ นายก็ควรจะทำมันเพื่อตัวเองสิ ไม่ใช่คนที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่สัปดาห์อย่างฉัน” ดงโฮเผลอขึ้นเสียงดังจนคนรอบข้างเริ่มหันมามอง แต่อย่างกับว่าเขาจะสน “กลับไปใช้ชีวิตของนายเถอะ อย่าเอาชีวิตมายุ่งเกี่ยวกับฉันมากนักเลย ฉันไม่ได้สำคัญพอที่จะให้นายหรือใครมาสนใจหรอกนะ”


“...”


“...”


“พี่จะไปรู้อะไร...” เสียงนั้นเบาโหวงจนน่าใจหาย


“อะไรนะ?”


“ลืมๆมันเถอะครับ” ดวงตาของกวานลินหลุบต่ำลง “ถ้าพี่ไม่ต้องการ ผมก็จะไม่บังคับอะไรอีก” เด็กหนุ่มสาวเท้าออกไปจากตรงนั้น ทิ้งเขาเอาไว้เบื้องหลัง ดงโฮทำได้เพียงแค่มองแผ่นหลังของกวานลินหายลับสายตาไปกับกลุ่มคนด้านนอก และไม่รู้ว่าเพราะอะไร ดงโฮรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่อก ความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกันว่ามันคืออะไร แต่มันกำลังจะทำให้เขากลายเป็นบ้า









*








การกลับมาถึงเกาหลีของแม่ในเย็นวันศุกร์อาจเป็นเรื่องดีที่สุดที่เกิดขึ้นตอนนี้ในชีวิตอันแสนน่าเบื่อของเขา หลังจากห่างหายออกจากบ้านไปเป็นแรมปีในที่สุดแม่ก็กลับมาพร้อมกับเรื่องเล่ามากมายเช่นเคย ระหว่างมื้อค่ำในคืนนั้นถูกอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์ของจีนโบราณ และมันมีเรื่องราวของกษัตริย์ฝูชี จักรพรรดิ์องค์แรกแห่งแผ่นดินใหญ่ เรื่องราวเกี่ยวกับซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้างลึกลับในทะเลทรายโกบี ทะเลทรายรกร้างห่างจากอารยธรรมมนุษย์ เรื่องราวของสัญลักษณ์ไท่จี๋ถูที่เคยปรากฎอยู่ในตำราแพทย์แผนจีน และแม่ของเขากำลังบอกว่ามันเป็นการเข้ารหัสอย่างหนึ่งในสมัยนั้นซึ่งอาจนำไปสู่ความลับของชาวจีนโบราณ อย่างไรก็ตามดงโฮไม่รู้ว่าจะทำใจเชื่อในสิ่งที่แม่พูดออกมาได้อย่างไร บางทีมันอาจจะมีเส้นบางๆขั้นระหว่างคำว่านักโบราณคดีกับนักเพ้อฝันอยู่ก็ได้ ดังนั้นทุกครั้งที่แม่พยายามโน้มน้าวเขา ดงโฮจึงทำได้เพียงส่งยิ้มและเสียงหัวเราะแห้งๆไปแทนคำตอบ

 

หรือที่จีน...ไม่มียาระงับประสาทขายหรือยังไงนะ

 

“ลูกคงนึกไม่ถึงแน่ว่าท้องฟ้ายามค่ำคืนของทะเลทรายโกบีน่ะมันน่ามหัศจรรย์ขนาดไหน”


เขากลอกตา “แน่ล่ะ ผมคงจินตนาการได้ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งที่แม่เห็นมากับตา” ชายหนุ่มตักอาหารลงในจานของแม่ “กินเข้าไปเยอะๆนะครับ ผมคิดว่าแม่คงจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในทะเลทรายนั่น”


“อา...ไปเอานิสัยขัดคอคนอื่นแบบนี้มาจากไหนกันนะ” แม่ว่าก่อนจะคีบเนื้อเข้าปาก “ปากร้ายแบบนี้ ยังไม่มีแฟนล่ะสิท่า”


ดงโฮยักไหล่ “ไม่เห็นจำเป็นเลย ทุกวันนี้ผมก็มีความสุขจะแย่อยู่แล้ว”


“จ้า” แม่ลากเสียงยาวแฝงไปด้วยความประชดประชัน และนั่นทำให้พ่อต้องโผล่เข้ามาในวงสนทนา


“พอเลย ทั้งคู่นั่นแหละ...แม่ลูกคู่นี้เป็นอะไรไป ตอนห่างกันก็คิดถึงกันแทบตาย แต่ดูสิ...เจอกันได้แป๊ปเดียวก็ตีกันแล้ว”


“นี่จะบอกอะไรให้นะ ที่แคมป์ของแม่มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งหล่อมาก ถ้าขืนยังทำตัวแบบนี้สาบานเลยว่าแม่จะรับเขามาเลี้ยงแล้วเฉดหัวแกออกจากบ้านซะ”


ดงโฮหัวเราะในลำคอ “ทำอะไรก็ทำเถอะครับ ทุกวันนี้แม่ออกจากบ้านนานจนผมแทบจะจำหน้าไม่ได้อยู่แล้ว”


“ไอ้เด็กบ้านี่!” แม่เอื้อมมือมายีหัวของเขาจนผมเสียทรง


“ผมอายุยี่สิบสองแล้วนะ เลิกทำเหมือนกับว่าผมเป็นเด็กตัวเล็กๆของแม่สักทีเถอะ ” ดงโฮพยายามแกะมือของแม่ออกแต่มันเปล่าประโยชน์เพราะแม่แรงเยอะซะเหลือเกิน “เฮ้!


พวกเขาระเบิดหัวเราะออกมาหลังจากนั้น



 

มันมักจะเป็นแบบนี้เสมอ เหมือนกับที่พ่อบอกไม่มีผิด

ในตอนที่ห่างกัน...พวกเขาคิดถึงกันแทบตาย

ในตอนที่อยู่ด้วยกัน...พวกเขาก็ทะเลาะกันแทบตาย

และมันคงจะเป็นรูปแบบความสัมพันธ์ของแม่ลูกที่บ้าระห่ำที่สุดบนโลกนี้ แต่อย่างน้อย...อย่างน้อยดงโฮก็ได้เห็นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของพ่อ รอยยิ้มสดใสของพ่อ....และมันนานเท่าไหร่แล้วนะที่เขาเห็นมันเป็นครั้งสุดท้าย









*








เช้าวันเสาร์ควรจะเป็นวันหยุดพักผ่อน มันควรจะเป็นวันที่ดงโฮจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนอนโง่ๆบนเตียง แค่นอนโง่ๆเท่านั้น ไม่ต้องทำอะไรไปมากกว่านี้ เขาควรจะได้รับรางวัลสำหรับการสู้รบกับบทเรียนมาตลอดสัปดาห์ และเหนือสิ่งอื่นใด มันคือสงครามประสาทระหว่างเขากับกวานลิน ดงโฮพยายามแล้ว เขาใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่สนใจการแข่งขันเบสบอลบ้าบอคอแตกนั่น แต่ในที่สุด...ดงโฮก็ถูกพ่อแม่ปลุกขึ้นมาในตอนเช้าเพื่อพบกับตั๋วดูเบสบอลที่ถูกส่งมาถึงหน้าบ้าน

 

“โปรเฟสเซอร์ส่งบัตรมาให้พ่อแทนคำขอบคุณที่ดูแลกวานลินแต่พ่อไม่ได้บอกแก ดูนี่สิมีตั๋วพอดีสำหรับเราสามคนเลย” ดงโฮใช้เวลาอีกราวๆสิบนาทีเพื่อฟังพ่อพล่ามเรื่องเบสบอลนัดสุดท้ายที่พ่อได้ดูติดสนามเมื่อห้าปีก่อน พ่อเล่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นแต่อย่างกับว่าเขาจะเข้ามัน เขาไม่เข้าใจความรู้สึกนั้น ไม่แม้แต่จะพยามยามเข้าใจ ทว่า...เขากลับไม่สามารถปฏิเสธมันได้เลย รู้ตัวอีกทีดงโฮก็โผล่มาที่สเตเดี้ยมแล้ว พร้อมกับหมวกและเสื้อหลวมโครงที่แม่ของเขาพยายามยัดเยียดมัน ชายหนุ่มพึ่งจะรู้ว่าเขาได้กลับมายืนยังจุดเริ่มต้น จุดเริ่มต้นที่พายามวิ่งหนีมาตลอดทั้งสัปดาห์

 

และนี่แหละที่คนเขาพูดกันว่า...พระเจ้ามักจะเล่นตลกกับชีวิตของเราเสมอ

มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!

 

 

บ่ายวันนั้นผู้คนเต็มจนเกือบล้นสนาม พวกเขาได้ที่นั่งแถวอีที่พอจะมองเห็นการแข่งขันได้อย่างชัดเจน ดงโฮพบว่านอกจากนักศึกษาแล้ว ยังมีบุคคลทั่วไปที่สนใจในเบสบอล คนพวกนี้ต่างเสพติดความเร้าใจของกีฬาเบสบอลกันทั้งนั้น ดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยเมื่อได้ยินเสียงร้องตะโกนไม่เป็นภาษาดังขึ้นทันทีหลังจากเสียงนกหวีดเริ่มเกม เสียงเชียร์กระหึ่มดังมาจากทั้วทุกหนทุกแห่ง...และนั่น ผู้เล่นเบอร์ 09 ที่ยืนประจำอยู่ที่ไม้ตีที่สี่ คือ ไล กวานลิน

 

การแข่งขันระหว่างทีมเบสบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมหาลัย S และมหาลัย W ดำเนินไปอย่างดุเดือด ภายในเวลาไม่กี่นาทีสนามหญ้าก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเพลิงไปในชั่วพริบตา นักเบสบอลสับจากทั้งสองทีมผลัดกันกันเป็นฝ่ายรุกและรับ พวกเขาใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีเพื่อจะคว้าชัยชนะในครั้งนี้ และถึงแม้ว่าจะสกอร์ที่ปรากฏอยู่บนจอมอร์นิเตอร์จะขึ้นๆลงๆเหมือนกับคลื่นทะเล แต่ในดวงตาของพวกเขากลับไม่มีคำว่ายอมแพ้ฉายอยู่เลย

 


นี่สินะ...ความรู้สึกของการทุ่มสุดตัว

นี่สินะ...สิ่งที่กวานลินต้องการให้เขาเห็นมาตลอด

ดงโฮพึ่งจะรับรู้ก็ตอนนี้นี่เอง

 

 

 

หลังจากขับเคี่ยวกันมานาน เกมก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายเมื่อคะแนนของทั้งสองเสมอกันที่สามสิบ กวานลินปรากฏตัวขึ้นในวินาทีชี้เป็นชี้ตาย ผู้เล่นหมายเลข 09 เจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่าๆและดวงตาคมกริบ ดงโฮยอมรับว่าเขาไม่เข้าใจเกี่ยวกับเบสบอลมากนักหรอก แต่จากที่ฟังโฆษกพูดแล้ว สิ่งที่กวานลินต้องทำเพื่อคว้าชัยชนะก็คือการตีลูกให้ถูก และวิ่งรอบสนามกลับมายังจุดเริ่มต้นให้ทันก่อนที่ใครสักคนจากทีมฝังตรงข้ามจะรับลูกได้และส่งมันกลับมาก่อน ที่แย่ก็คือเด็กหนุ่มมีโอกาสเพียงสามครั้งเท่านั้นสำหรับการตีลูกชี้ชะตานี้

 

 

“สไตรค์!


 

เสียงจากกรรมการดังขึ้นเมื่อลูกหลุดออกจากมือพิทเชอร์(ผู้ขว้าง) และวิ่งเข้าสู่มือแคชเชอร์(ผู้รับ)ที่รออยู่ด้านหลัง ไม่รู้เป็นเพราะความตื่นเต้นหรือความกดดันกันน่...กวานลินถึงปล่อยให้ลูกสีเหลืองกลมๆนั่นหลุดรอดไปในครั้งแรก


 

โอกาสเหลืออีกเพียงสอง

เสียงเชียร์ยังคงดังต่อเนื่องพร้อมกับเวลาที่เดินถอยหลังเข้าใกล้เลขศูนย์ พิชเชอร์คนเดิมจากมหาลัย S เงื้อแขนขึ้นขว้างลูกอีกครั้ง และ...



“สไตรค์!



 

เสียงร้องปนความเสียดายดังขึ้นหลังจากนั้น

ความผิดพลาดครั้งที่สองตกเป็นของกวานลิน ดงโฮได้ยินโฆษกพูดว่าถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไป ผลการแข่งขันอาจจะออกมาเสมอก็ได้และสิ่งที่พวกเขาซุ่มซ้อมมาทั้งหมดจะกลายเป็นไร้ความหมาย



 

โอกาสครั้งสุดท้ายเดินทางมาถึงมือของกวานลิน...

ทั้วทั้งสเตเดี้ยมถูกปกคลุมด้วยความเงียบ

ดงโฮรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองหายใจไม่ทั่วท้องก็ตอนที่พิทช์เชอร์เตรียมตัวขว้างอีกครั้ง

 


“เอาหน่อยน่ากวานลิน”


 

เขาพูดประโยคนั้นกับตัวเอง รู้ว่ามันจะไม่มีทางส่งไปถึงกวานลินแน่ๆ แต่นั่นคือสิ่งเดียวที่ดงโฮทำได้ในช่วงเวลานี้

 

 

ฟิ้ว!

ลูกเบสบอลหลุดจากมือของพิทช์เชอร์

ชั่ววินาทีนั้นเอง....



 

“เคร้ง!

 เสียงหวดดังขึ้นในตอนสุดท้ายก่อนที่ลูกเบสบอลจะลอยสูงขึ้นในอากาศและ



 

“โฮมรัน!



 

เสียงโห่ร้องดังขึ้นหลังจากนั้น เมื่อกวานลินวิ่งกลับมาถึงจุดเริ่มต้นอย่างฉิวเฉียด

เสียงแหลมเล็กของนกหวีดจากกรรมการดังไล่หลัง ตามด้วยเสียงประกาศจบการแข่งขันไปพร้อมๆกับชัยชนะของมหาลัย W แทบจะทุกคนในสเตเดี้ยมรวมถึงเขาด้วยลุกขึ้นยืนปรบมือ ดงโฮเห็นภาพของพ่อแม่สวมกอดกันอย่างดีใจ เขาเห็นภาพของสามชิกที่เหลือในทีมวิ่งกรูกันเข้ามาก่อนจะเริ่มโยนกวานลินขึ้นไปบนฟ้า ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่ได้ตั้งตัว



 

ณ วินาทีนั้น ไม่หลงเหลือความคิดใดๆในหัวของดงโฮอีกแล้ว

เพราะหูของเขามันเต็มไปด้วยเสียงตะโกนร้องชื่อ กวานลิน

และดวงตาของเขา....ดวงตาของเขากำลังจับจ้องไปที่ผู้เล่นหมายเลข 09 เท่านั้น

ดวงตาของดงโฮจับจ้องไปที่กวานลินเท่านั้น....


 

และนั่นคือทั้งหมดที่เกิดขึ้นในบ่ายวันเสาร์อันแสนยาวนาน









*








กวานลินใช้เวลาพักใหญ่หมดไปกับการรับมือกับอ้อมกอดและการยีหัวจากเพื่อนในทีม หลังจากผ่านช่วงเวลาเฉลิมฉลองในที่สุดเขาสามารถเนรเทศตัวเองกลับเข้ามาในห้องเก็บตัวได้ในที่สุด ชายหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งกวักน้ำจากอ่างล้างหน้าขึ้น ปล่อยให้ความเย็นชำระความประหม่าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าไร้อารมณ์ออกไป และในวินาทีที่เขาหันกลับมานั้นเอง...กวานลินพบว่ามันมีสายตาใครบางคนจับจ้องมาที่เขาก่อนหน้านั้นแล้ว


“คุณหมอจีซอง?” คิ้วทั้งสองข้างของกวานลินเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ คนที่พึ่งถูกเรียกชื่อได้แต่ยืนกอดอก และจ้องมองเขาด้วยรอยยิ้ม “คุณมาทำอะไรในนี้ครับ?”


“ฉันควรจะถามเธอมากกว่านะกวานลิน เธอกำลังปิดบังอะไรอยู่งั้นเหรอ?”


“ปิดบัง? คุณกำลังหมายถึงอะไรเหรอครับ”


“ฉันก็กำลังหมายถึงสองลูกก่อนหน้าที่นายจะทำโฮมรันได้น่ะสิ” จีซองฉวยข้อมือเขาขึ้นมา “จนถึงตอนนี้น่ะ มือของนายมันยังไม่หยุดสั่นเลยใช่ไหมล่ะ?” กวานลินปัดมันออกแทบจะในทันที ใบหน้าเล็กๆนั่นเต็มไปด้วยความตึงเครียด


“รู้อะไรไหมกวานลิน...นายจะโกหกใครก็ได้ แต่นายโกหกฉันไม่ได้หรอก นายโกหกคนที่เรียนหมอมาอย่างฉันไม่ได้หรอก”


“...”


กวานลินเม้มริมฝีปากเป็นเส้นบางเฉียบ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาในท้ายที่สุด และมันเป็นรอยยิ้มที่จีซองไม่สามารถระบุได้ว่ามีอารมณ์อะไรเจืออยู่ในนั้นบ้าง อันที่จริงก็คือ เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกวานลินเลย ทั้งน้ำเสียง หรือแววตาที่จ้องตอบกลับมาในเวลานี้...เหมือนกับว่ากวานลินได้เปลี่ยนเป็นคนละคนยังไงยังงั้น


“อันที่จริง...ผมคิดว่าคุณคงสังเกตเห็นมันมาสักพักแล้วล่ะ คนฉลาดอย่างคุณน่ะคงจะสังเกตเห็นมันได้ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะ?” เด็กหนุ่มพูดต่อไป “แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเข้ามายุ่งเลย...”


“ฉันช่วยนายได้นะกวานลิน”


“ไม่! คุณช่วยผมไม่ได้หรอก!


“กวานลิน...”


“เลิกให้ความหวังผมสักที พวกคุณเป็นแบบนี้กันหมดทั้งโลกเลยรึไง!” 


น้ำเสียงของกวานลินเต็มไปด้วยโทสะ เด็กหนุ่มหายใจหนักหน่วง “ขอล่ะ...”


“...”


“ขอให้ผมได้พักบ้างเถอะนะ”


“...”


“ผมเหนื่อยเหลือเกิน”









*








กระป๋องน้ำอัดลมที่ถูกแนบเข้ากับแก้มโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้เด็กหนุ่มนักเรียกแลกเปลี่ยนถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ และกว่าจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเสียงหัวเราะของดงโฮดังขึ้นแล้ว


“รู้ไหมว่านายแกล้งง่ายกว่าที่คิดอีกนะ”


ดงโฮยื่นน้ำอัดลมมาให้ “เฮ้ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าทีฉันจะหาได้จากแถวนี้แล้วนะ นายคงไม่รู้หรอกว่าฉันน่ะต้องไปต่อคิว...” คำพูดของดงโฮแทบจะหายไปในอากาศทันทีเมื่อเด็กหนุ่มโผเข้ากอดเขา กวานลินซุกใบหน้าลงแผงไหล่ของเขาและเริ่มต้นร้องไห้... 


“นายเป็นอะไรไป...กวานลิน”


“...”


“ผมนึกว่าจะถูกเกลียดซะแล้วสิ” กวานลินสะอื้น “ผมนึกว่าจะถูกพี่เกลียดซะแล้ว”


“เด็กโง่...” ดงโฮค่อยๆคลี่ยิ้ม “ขอโทษนะ...”


“...”


“ขอโทษที่เคยว่านายงี่เง่า”


“...”


“นายไม่ได้งี่เง่าเลยกวานลิน นายทำให้ฉันรู้ว่า...ชัยชนะที่ได้จากความพยายามมันสวยงามแค่ไหน ฉันนี่สิ...ฉันนี่สิที่เป็นฝ่ายงี่เง่าซะเอง”


“...”


“หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไปหาอะไรอร่อยๆกินเถอะ” ดงโฮพยายามแกะแขนของกวานลินออกทว่ามันกลับไม่ช่วยอะไรเลย เพราะกวานลินไม่ยอมคลายแขนออกจากลำตัวเขาเสียที ในที่สุดดงโฮก็ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นนั่น


“กวานลิน...”


“ขอร้องล่ะ...”


เสียงเบาโหวงดังขึ้น...

เสียงเบาโหวงที่เจือไปด้วยเสียงสะอื้นดังขึ้น


“ขอผมอยู่แบบนี้อีกสักพักเถอะนะ”


“...”


“ขอให้ผมได้กอดพี่อีกสักพักเถอะนะ”

 

 



 

โดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ

ดงโฮกระชับอ้อมกอดนั้นแน่นขึ้นกว่าเดิม




 

 

“ได้สิ...อ้อมกอดของฉันเป็นของนายแล้วกวานลิน”












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

119 ความคิดเห็น

  1. #109 ChoKiez+ (@chocofan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 12:29
    หลินเป็นอะไรนะ เกี่ยวกับพี่รึเปล่า?
    #109
    0
  2. #96 komolwisut (@komolwisut) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 03:06
    เราจะไม่เดาแล้วเพราะไม่น่าเดาถูก555555 งื้อตามๆนี้ก็ยังจะขอบอกว่าภาษาสวยเรียบๆอ่านเพลินมากค่ะ จบตอนแบบละมุมกับอ้อมกอดดงโฮที่เป็นของหลิน ><~ //หลินนี้ต้องเป็นอะไรกับข้อมือหรืออะไรแน่ๆเลยน้องงงงง&#128557;
    #96
    0
  3. วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 23:14
    ฮืออออ จบตอนได้แบบอบอุ่นใจมากค่ะ แล้วน้องหลินมีความลับไรอีกอะ ต้องรีบอ่านต่ออออ
    #89
    0
  4. #55 mjy1905 (@patprapa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 20:12
    อ่านแล้วรู้สึกอยากกอดน้องกวานลินเลยค่ะ น้องดูเหนื่อยและแบกอะไรไว้หลายๆอย่างมาก
    พิดงโฮอบอุ่นมากเลยตอนนี้ ขอบคุณพิมากเลยที่เป็นอ้อมกอดให้น้อง
    #55
    0
  5. #51 annsriinlimbo (@annbookworm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 11:59
    ถ้าไม่ได้อ่านอยู่ในเอ็มอาร์ทีก็จะหลั่งน้ำตาให้กับเสียงกระซิบของพี่แอมค่ะโฮฮฮฮ น้องหลินอย่าเป็นอะไรนะคะะะะะะ
    #51
    0
  6. #48 10_tentent (@arisataew10) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 21:39
    ขอยืนยันเสียงเดิมตั้งแต่ตอนแรกยันตอนนี้ว่าน้องย้อนเวลามาค่ะ55555 แต่พอมีหมอจีซองมา คิดว่าน้องป่วยหรือเปล่าคะ ฮืออ ดราม่าแน่เลย ;_____;
    #48
    0
  7. #47 Xenith (@xenith) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:07
    กำลังเดาเรื่องด้วนสติปัญญาทั้งหมดแต่มันยากเกินไปค่ะ 555555555 ติดตามนะ ชอบมากๆเลย
    #47
    0
  8. #46 bingoxbt (@bingoxbt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 15:12
    เดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ถูกเลยค่ะ สิ่งที่เราคิดดูจะไม่เหมือนกับที่คนอื่นเค้าคิดกัน 55555 ติดตามนะ คือเราอ่านแล้วชอบจะหลับตลอด แต่จะหลับที่ว่านี่คือไม่ได้น่าเบื่อนะ แต่เป็นเพราะว่ามันเคลิ้มๆ ค่ะ ตอนนี้เป็นตอนที่มีความรู้สึกออกมาเยอะดีนะ... รึเปล่า 55555555 แอบน้ำตาซึมเล็กน้อย
    #46
    0
  9. #45 LetFly_Sky (@nufhazuza102) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 02:06
    เริ่มไม่ค่อยแน่ใจแล้วว่าตัวเองเดาถูกรึเปล่า แต่ก็ยังคิดว่าน้องอาจจะย้อนเวลามาเพื่อแก้ไขอะไรบางอย่างที่มันผิดพลาดไป หรือเปล่านะ ? แต่จีซองรู้อะไรอะ ;-; เราเดาไม่ออกเลยว่าเค้ารู้อะไร เค้ามองอะไรออก มันจะใช่แบบที่เราคิดมั้ย เดาไม่ได้เลยจริงๆค่ะ อ่านแล้วก็ตื่นเต้นไปด้วย555 รออ่านนะคะ
    #45
    0
  10. #44 Nyutaro (@nannnoi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 23:24
    แงงงเป็นเรื่องที่น่าติดตามมากก แต่เหมือนได้กลิ่นมาม่ามาแต่ไกลเลยยฮืออ เป็นคนอินง่ายถ้าจบเศร้าจะจิตตก แต่ก็อยากอ่าน แต่ก็กลัว แต่ก็ต้องอ่านเพราะชอบการดำเนินเรื่องของไรท์ม๊ากกๆๆ //เกียมใจรอล่วงหน้า
    #44
    0
  11. #42 หมีคริสลี่ (@kaewkylovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 12:51
    หลินนนน ฮืออ เขินตอนพิจ๋าบอกว่าอ้อมกอดฉันเป็นของนายแล้วแงงง น้องง มือเป็นอะไรอะ
    #42
    0
  12. #41 toeyeye (@toeyeye) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 09:49
    เหมือนหลินจะรู้จักดงโฮมานานมากแล้วอ่ะ แต่มันเหมือนมีปมอะไรสักอย่างอยู่
    #41
    0
  13. #40 hansolandme (@hansolandme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 09:45
    หลินเป็นอะไร ยิ่งอ่านต่อยิ่งอยากรู้ปมของเรื่องค่ะ นี่เรากลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่แรกมา รู้สึกว่ามีอะไรที่ใบ้มาตลอดแต่เราไม่ได้สนใจเลยไม่คิดว่าจะมาแนวนี้อ่ะค่ะ55 คิดว่าทั้งสองคนคงจะวนลูปสินะคะ แล้วแบบคนนึงต้องช่วยชีวิตอีกคนรึเปล่า บรรยากาศมันก็หน่วงๆทึมๆตลอด พี่แอมเก่งมาก แต่งดี ลื่นไหล ทำให้เราอยากอ่านต่อเรื่อยๆ
    #40
    0
  14. #39 hansolandme (@hansolandme) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:36
    อ่า จากการที่บังเอิญเจอเม้นเดาว่าหลินย้อนเวลามา ตอนนี้เราเริ่มคิดว่าน้องย้อนเวลาด้วยแล้ว55 รออ่านต่อนะคะ
    #39
    0
  15. #38 หมีคริสลี่ (@kaewkylovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 22:34
    มันต้องมีอะไรแน่ๆเลยยย พิจ๋าเริ่มสนใจแล้วใช่ไหมล่าา
    #38
    0