Release the Demon (ChanBaek)

ตอนที่ 1 : Release the Demon : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 454
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

บทที่ 1

 



                ชายหนุ่มร่างสูงกำลังมองแผ่นหลังของเขาผ่านกระจก แผ่นหลังบริเวณหัวไหล่หนา มีรอยแตกคล้ายเกล็ดปลา เมื่อมันตกสะเก็ดออกไปก็มีเกล็ดใหม่เกิดขึ้นมาทดแทนเป็นอยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับว่ากำลังจะมีปีกโผล่ออกมาจากตรงนั้น ถ้าเป็นปีกสีขาวของเทพเทวดาก็ดีน่ะสิ เขาได้แค่ถอนหายใจยาวออกมาเพราะมันคงเป็นปีกสีดำของปีศาจ  ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่รอบวงของเกล็ดนี้ก็กว้างขึ้นเท่านั้น  สิ่งที่เขากลัวมาตลอดหลายปีกำลังคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆ เขาต้องหยุดปีศาจร้ายที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาก่อนที่มันจะกลืนกินร่างมนุษย์ของเขาไปตลอดกาล.............

 

 

 

................................................................

 

 



                “แบคฮยอน”

                “หื้ม”  เด็กหนุ่มเผลอขานรับออกไป ก่อนจะเห็นว่าบริเวณนี้เงียบสงบเหลือเกินเขาจึงหันซ้ายหันขวาหาเจ้าของเสียงเรียก แต่ก็ไม่พบใคร

                “อะไรเนี่ย ซอยยิ่งเปลี่ยวๆ อยู่ใครแกล้งวะ” เด็กหนุ่มจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อไปถึงจุดหมายให้เร็วที่สุด

                “แบคฮยอน แบคฮยอน”

                “อ๊าก....ไม่ไหวแล้วโว๊ย....” เด็กหนุ่มเอามือปิดหูและรีบเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นไปอีกจนเริ่มวิ่ง

                “ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ” เสียงฝีเท้าที่วิ่งอยู่ในซอยเปลี่ยวสะท้อนเสียงดังไปจนทั่วทั้งซอยที่ไร้ผู้คน

                “แฮร่”

                “กรี๊ด!!!

                “ผัวะ” มือเรียวของคนถูกแกล้งฟาดลงไปที่ศีรษะของเพื่อนสนิทที่อยู่ๆ ก็โผล่ออกมาจากหัวมุมถนน

                “โอ๊ย เจ็บนะโว๊ยอีบ้า”

                “อาจอง ฉันตกใจหมดเลย” แบคฮยอนหยุดหอบหายใจเสียงดังก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แกล้งแบบนี้หัวใจวายตายได้เลยนะ”

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เมื่อกี้ตลกชะมัดร้องซะตุ๊ดแตกเลย” คิม อาจอง เพื่อนสนิทของแบคฮยอนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กหัวเราะชอบใจที่แกล้งแบคฮยอนได้สำเร็จ

                “ไม่ตลกนะ”  แบคฮยอนมองค้อนให้เพื่อนสาวพร้อมทำปากบืนใส่ด้วยความไม่พอใจ  “ตอนเรียกฉันเมื่อกี้นี้ไปหลบอยู่ตรงไหนทำไมไม่เห็น แถมยังมาแอบอยู่ตรงนี้ได้เร็วจัง”

                “เรียกอะไร”

                “ก็เรียกชื่อฉันไง”

                “ตลกล่ะ ฉันยังไม่ได้เรียกชื่อนายเลย แล้วฉันก็หลบรอจ๊ะเอ๊นายอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว”

                “แล้วใครเรียกฉันล่ะ”

                “จะไปรู้เหรอ”

                “นี่เลิกแกล้งฉันได้แล้ว”

                “ฉันพูดจริงๆ นายหูแว่วไปเองหรือเปล่า หรือว่าจะเป็น......ผี!!!

                “กรี๊ด!!!

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันชอบเสียงกรี๊ดนายจริงๆ เลย”

                “เลิกแกล้งฉันได้แล้ว ฉันกลัวจริงๆ นะ”

                “โอเค ไม่แกล้งแล้ว แต่ฉันไม่ได้เรียกชื่อนายจริงๆ นะ”

 

                แบคฮยอนมองใบหน้าเพื่อนสนิท แต่เธอก็ไม่ได้แสดงสีหน้ามีพิรุธออกมาเลย เราสนิทกันมากเพราะเติบโตมาด้วยกัน เขาดูออกว่าเธอพูดความจริงหรือโกหก

 

                “ฉันคงหูแว่วไปจริงๆ” แบคฮยอนพูดตัดบทไปเพราะไม่อยากนึกถึงเสียงปริศนานั้นอีก “แล้วเธอมาทำอะไรมืดป่านนี้”

                อาจองยกถุงสีดำที่ถืออยู่ในมือขึ้นให้แบคฮยอนดู “พ่อใช้ให้ไปซื้อโซจู”

                “ป้าอินนาขายเหล้าให้เด็กอีกแล้ว ฉันไปแจ้งตำรวจจับแกดีกว่า”

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไปพูดให้แกได้ยินนะ รับรองโดนตีหัวแบะ แล้วฉันก็จะถูกพ่อตีหัวแบะอีกคนถ้าไม่ได้โซจูกลับไป  หึ อยากจะดื่มโซจูแต่ก็เมาเกินกว่าจะไปซื้อเองได้สุดท้ายก็เป็นฉันทุกที”

                “ดื่มกับพ่อฉันอยู่ใช่ไหม”

                “แล้วจะให้ดื่มกับใครได้ล่ะ ก็เขาคู่ขากันนี่ ไปกันเถอะเดี๋ยวถูกดุที่กลับช้า”

                “อืม”

 

                ถุงสีดำที่เต็มไปด้วยขวดโซจูวางลงตรงโต๊ะนั่งตัวใหญ่กลางวงเหล้า

 

                “ทำไมไปนานจังอาจอง อ้าวแบคฮยอนก็กลับมาแล้วเหรอ” คิม จองอึน คุณพ่อของ คิม อาจอง กล่าวทักทายลูกสาวและแบคอยอน ก่อนเปิดขวดโซจูรินใส่แก้วใสใบเล็กให้กับเพื่อนร่วมดื่มก่อนจะรินให้ตนเอง

                “ป้าเขาปิดร้านแล้วหนูยืนเรียกอยู่ตั้งนานกว่าจะเปิดร้านให้แถมหนูยังถูกป้าอินนาบ่นเสียยกใหญ่เลย”

                “ยัยป้านี่ไม่อยากได้เงินหรือไง พูดมากเสียจริง น่าเบื่อที่สุด”  จองอึนบ่นอุบก่อนจะยกแก้วใบเล็กขึ้นดื่มจนหมดในครั้งเดียว 

                “วันนี้เงินเดือนออกนี่”  พ่อของแบคฮยอนถามขึ้นขณะที่มองหน้าลูกชายตัวเล็ก

                “ครับ”

 

                มือใหญ่แบออกด้วยความเคยชิน “แบคอยอนหยิบซองใส่เงินจากกระเป๋าสะพายข้างวางลงบนมือคนเป็นพ่อ ดีนะที่เขาแอบเอาส่วนหนึ่งออกจากซองก่อน เพราะรู้ว่าต้องพ่อต้องถามหาเงินเดือนอันน้อยนิดของเขาแน่ๆ

 

                แบคฮยอนเป็นเด็กหนุ่มอายุ 17 ปี อาศัยอยู่กับพ่อขี้เมาแค่ 2 คน ส่วนแม่ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใครพ่อไม่เคยบอกและไม่เคยพูดถึงเลย พ่อทำงานเป็นช่างไม้ร้านฟอร์นิเจอร์หน้าปากซอย เงินเดือนก็ไม่มากมายอะไร แล้วยังหมดไปกับการดื่มเหล้า แบคฮยอนจึงต้องทำงานพิเศษหลังเลิกเรียนและวันหยุดเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และค่าเล่าเรียน แล้วต้องแบ่งเงินส่วนหนึ่งให้พ่อขี้เมาอีกด้วย

 

                ถึงประวัติของเขาจะดูน่าสงสารแต่แบคฮยอนก็เป็นเด็กร่าเริง สดใส เขาไม่เคยเขาเอาปมชีวิตมาทำลายชีวิตตัวเอง ถึงพ่อจะไม่ค่อยได้ดูแลเอาใจใส่หรือเลี้ยงดูอย่างดีเหมือนพ่อทั่วไป แต่เขาก็ขอบคุณพ่อเสมอที่เลี้ยงดูเขามาด้วยตัวคนเดียวจนเขาโตขึ้นมาขนาดนี้ นั่นเป็นสาเหตุที่เขาทำทุกอย่างเพื่อดูแลพ่อคนนี้

 

                “อือ...เอาเหล้ามาอีก” บยอน แบคโฮ เดินโซซัดโซเซเข้ามาในบ้านหลังแยกย้ายจากเพื่อนร่วมดื่ม ก่อนจะล้มลงไปนอนที่พื้นหน้าประตูบ้าน

                “พ่อเมาจนนั่งไม่ได้แล้วยังจะกินอะไรอีก” แบคฮยอนบ่นให้ผู้เป็นพ่อขณะที่จับขาทั้งสองข้างของพ่อลากไปตามพื้นเพื่อพาเข้ามานอนในบ้าน จนในที่สุดเขาก็พาพ่อขึ้นมานอนบนโซฟาหน้าทีวีได้สำเร็จ  แบคฮยอนนำผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำแล้วนำมาเช็ดใบหน้าและลำตัวของพ่อขี้เมา ก่อนที่จะนำผ้าห่มมาห่มให้ก่อนที่เข้าจะเข้าไปในห้องส่วนตัวทำการบ้านอ่านหนังสือและเข้านอนในเวลาห้าทุ่มเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นประจำทุกวัน

                “แบคฮยอน”

                “อือ”

                “แบคฮยอน”

                “ใคร”

                “แบคฮยอน”

                “ใคร!!

                แบคฮยอนละเมอเสียงดังออกมาพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง ลมหายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้าและลำตัวจนเปียกชุ่ม เขาหันไปมองนาฬิกาที่ติดบนผนัง บอกเวลาว่า ตี 5 ครึ่ง เป็นเวลาที่ตื่นนอนเป็นประจำ แบคฮยอนลุกขึ้นทำธุระส่วนตัว และออกไปหุ้งข้าวทำกับข้าวเตรียมไว้ให้กับพ่อขี้เมาที่ยังนอนหลับไม่รู้สึกตัวอยู่บนโซฟา เขานั่งทานข้าวเงียบๆ คนเดียว เสร็จแล้วก็เข้ามาแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน

                ก่อนออกจากบ้านแบคฮยอนสะกิดที่ไหล่ของพ่อเบาๆ

                “พ่อ พ่อ”

                “หือ”

                “อาหารอยู่บนโต๊ะ ถ้าเย็นก็อุ่นก่อนกินนะ”

                “เออ” เขาตอบออกไปสั้นๆ แล้วก็หลับต่อ

                “เฮ้อ...ถ้าไม่มีผมพ่อทำยังไงเนี่ย”

                แบคฮยอนเดินออกมาจากบ้านก็พบกับอาจองที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

                “หวัดดีอาจอง”

                “อืม หวัดดี”

                “นายประดิษฐ์แว่นเตรียมดูสุริยุปราคาวันนี้หรือยัง”

                “ทำแล้ว”

                “โห..ฉันยังไม่เสร็จเลย อาจารย์สั่งงานเยอะมากเลย  พาไปดูสุริยุปราคาบนเขาก็ดีนะ แต่ให้เขียนรายงาน แล้วยังให้ประดิษฐ์แว่นเองอีกอ่ะ ตอนอาจารย์สอนประดิษฐ์แว่นฉันก็หลับๆ ตื่นๆ ก็เลยไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง”  จองอาบ่นยาวเยียดเมื่อเธอทำงานตามที่อาจารย์สั่งไม่ทัน

                “ฉันว่าแล้ว”  มือเรียวล้วงไปที่กระเป๋านักเรียนก่อนจะหยิบอะไรบางอย่างออกมา  “เอานี่ฉันทำมาเผื่อ”

                “กรี๊ดดดด ขอบใจนายมากน๊า เพื่อนรัก”

                แบคฮยอนส่ายศีรษะให้กับเพื่อนรัก “เธอกับพ่อฉันพอๆ กันเลย ถ้าฉันไม่อยู่สักคนจะทำยังไง”

                “ทำไมนายต้องไม่อยู่ด้วยล่ะ”

                “ไม่รู้สิ” แบคฮยอนยักไหล่ขึ้น เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงพูดออกไปแบบนั้น

 

                เมื่อเดินทางมาถึงโรงเรียน ก็มีรถโดยสารจอดรอเพื่อพานักเรียนชั้น ม.5 ไปที่ภูเขาในแถบชานเมือง เพื่อเฝ้าดูปรากฎการณ์สุริยุปราคาอย่างใกล้ชิด นักเรียนต่างตื่นเต้นรวมทั้งแบคฮยอนด้วย

 

                ในเวลาเที่ยงตรงบนเชิงเขาที่มีนักเรียนชั้นม. 5 ยืนรอชมปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดขึ้นบนโลกนี้บ่อยครั้งนัก แว่นตาถูกสวมเข้าไปเพื่อจะได้เห็นสุริยุปราคาด้วยความปลอดภัย พระจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาบดบังดวงอาทิตย์ทีละนิด ทีละนิด จนกระทั่งบริเวณนี้ปกคลุมไปด้วยความมืด

 




                “แบคฮยอน”

                เสียงเรียกเราอีกแล้ว เอ๊ะ! ทำไมรู้สึกว่าตัวเราลอยขึ้น ไม่นะ

                “ช่วยด้วย!! ทุกคนอยู่ตรงไหน ช่วยฉันด้วย อาจารย์ครับ อาจารย์ช่วยผมด้วย จองอา จองอา”

                “กรี๊ด!!!

                เมื่อท้องฟ้าเริ่มมีแสงสว่างขึ้น นักเรียนที่อยู่บริเวณนั่นก็เห็นแบคฮยอนกำลังลอยตกลงไปที่หน้าผา

 

    


 

                แบคฮยอนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนผืนหญ้าที่นุ่มที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา นุ่มกว่าที่นอนของเขาเป็นร้อยๆ เท่าเลยทีเดียว  แต่เมื่อดวงจันทร์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากพระอาทิตย์ช้าๆ ความสว่างเริ่มปรากฎขึ้นทำให้แบคฮยอนเริ่มเห็นบรรยากาศรอบๆ ตัวเขาว่ามันไม่ใช่ภูเขาที่เขายืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ ที่นี่มันแปลกมากทุกอย่างรอบตัวเขามันใหญ่โตไปหมด หรือว่าเขากำลังฝันอยู่

 

                แบคฮยอนที่นอนอยู่ที่พื้นเอามือหยิกแก้มป่องของตัวเองจนเจ็บ ถึงรู้ว่ามันไม่ใช่ฝัน เขารีบลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ ตัวเอง สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้าคือ ต้นถั่วงอกยักษ์หลายต้น และมีต้นหญ้าใบยักษ์ใหญ่ ขึ้นแซมเป็นหย่อมๆ ดวงตาเรียวเหม่อมองไปรอบๆ ด้วยความพิศวง เขาเหมือนกับเป็นคนแคระเลย

 

                “นี่มันที่ไหนเนี่ย”

                “พรึ่บ ซวบ!

                “กรี๊ด......”

                เสียงกรี๊ดเหมือนผู้หญิงเมื่อเวลาแบคฮยอนตกใจเปล่งออกมาเสียงดังเมื่ออยู่ดีดีก็มีเถาวัลย์เส้นใหญ่ถูกคายออกมาจากต้นถั่วงอกยักษ์มาพันร่างของเขาและยกลอยขึ้นเหนือพื้นหญ้า

                “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!!!! ปล่อยฉันนะไอ้บ้า”

                “ฉั่บ!!

                “ตุ๊บ”

                “โอ๊ย”

                แบคฮยอนล่วงหล่นลงมาพื้นหญ้าที่นุ่มนิ่ม จึงทำให้เขาไม่เจ็บสักเท่าไหร่  ชายปริศนามาจากไหนไม่รู้ เอาดาบฟันเถาวัลย์ที่พันร่างเขาจนขาดออกจากกันในครั้งเดียวทำให้แบคฮยอนหล่นลงมาที่พื้น แต่ยังไม่ทันที่แบคฮยอนจะพูดอะไร เขาก็จับแบคฮยอนขึ้นพาดบ่า เหมือนกับแบคฮยอนเบาเหมือนปุยนุ่น เขาวิ่งหลบเถาวัลย์ที่ถูกพ่นออกจากปากต้นถั่วงอกยักษ์อันแล้วอันเล่า บางครั้งก็ใช้อาบฟันลงไปเพื่อต่อสู้กับมัน บ้างก็กระโดดขึ้นสูงเท่าตึก 2 ชั้น เพื่อหลบหลีก นี่เขากำลังถ่ายหนังกำลังภายในอยู่หรืออย่างไรนะ

 

                ชายแปลกหน้าพาแบคฮยอนวิ่งมาจนถึงทางตัน จึงวางแบคฮยอลลง

 

                “ขี่หลังข้า”

                “ห้ะ!!

                “เร็ว!!

                ตอนนี้แบคฮยอนยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่ก็ยอมทำตามที่เขาบอก เพราะไอ้ถั่วงอกยักษ์มันกำลังจะมาอีกแล้ว แบคฮยอนขึ้นขี่หลังชายแปลกหน้า ทั้งมือและขาเกาะเกี่ยวเขาแน่นเหมือนกับลูกลิง เขากระโดดขึ้นเกาะกับหินที่ยื่นออกมาจากกำแพงหิน เขาทั้งปีนทั้งกระโดดขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยความรวดเร็ว  แต่เจ้าถั่วงอกยักษ์มันดันคายเถาวัลย์เส้นยาวออกมาพันรอบตัวแบคฮยอนจนได้ และออกแรงดึงจนแบคฮยอนผละออกจากหลังชายแปลกหน้า มือใหญ่ชักดาบที่เหน็บไว้ด้านข้างลำตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและฟันลงไปที่เถาวัลย์นั้นจนขาดสะบั้น แบคฮยอนลอยละลิ้วในอากาศแต่ถูกมือใหญ่จับมือเขาไว้ได้ทัน

                “กรี๊ด....อย่าปล่อยมือผมนะ”

                “เลิกร้องเหมือนหญิงสาวสักที”

                “ใช่เวลามาว่าเรื่องกรี๊ดป่ะ”

                มือแข็งแกร่งเหวี่ยงแบคฮยอนขึ้นหลังอีกครั้ง คราวนี้แบคฮยอนเกาะเขาแน่นกว่าเดิมเสียอีก ชายแปลกหน้าเงยหน้าขึ้นมองปลายถ่ำที่อยู่ไม่ไกลแล้ว

                “จับข้าไว้ให้แน่นๆ”

                “ก็แน่นจนจะรวมร่างกันอยู่แล้วเนี่ย”


                ชายแปลกหน้ารวบรวมกำลังกระโดดขึ้นไปยังปากถ่ำ สองมือใหญ่เกาะกับขอบหินไว้ได้ก่อนรวบรวมกำลังอีกครั้งเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปยังพื้นดินบนปากถ้ำได้สำเร็จ


                แรงอันน้อยนิดของแบคฮยอนที่ไม่ได้ช่วยเหลือชายแปลกหน้าในการหนีเจ้าถั่วงอกยักษ์สักเท่าไหร่ก็หมดลง เขาหล่นลงจากหลังของชายแปลกหน้าลงพื้นและไม่รู้สึกตัวอีกเลย

 

 

                แบคฮยอนสะดุ้งตื่นขึ้นมาใต้ร่มไม้ใหญ่ เขาลุกนั่งหอบหายใจอยู่อย่างนั้น

                “เฮ้อ...ค่อยยังชั่วหน่อย ที่แท้ก็ฝันไป”

                “ตื่นแล้วหรือ”

                แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมองชายแปลกหน้าร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา  ครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน  ผมของเขาสีดำสนิทยาวถึงกลางหลังผมด้านหน้ายาวลงมาปิดดวงตาข้างหนึ่งแต่ก็ไม่อาจปกปิดใบหน้าคมที่หล่อเหลาของเขาเอาไว้ได้


                แบคฮยอนนั่งนิ่งตกตะลึกกับความหล่อเหลาอย่างกับพระเอกซีรีย์ เสียงใหญ่ทุ้มนุ่มน่าฟัง ไหนจะรูปร่างสูงใหญ่เหมือนนายแบบนิตยสาร ถึงจะแต่งตัวแปลกๆ เหมือนหลุดออกมาจากยุคโชซอน แต่เขาคือผู้ชายที่โคตรจะดูดีแบบสุดๆ จนหาคำบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้






                “มองอะไร”

                “มองคนหล่อ เฮ้ย..ไม่ใช่ไม่ใช่”

                “พูดจาอะไรของของเจ้า นี่ผลไม้กินซะ เราต้องออกเดินทางอีกไกล”

                “เดินทาง..ไปไหน”

                “แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์”

                “ทำไมผมต้องไปด้วย แล้วที่นี่ที่ไหน คุณเป็นใคร แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

                “ถ้าข้าคิดไม่ผิดเจ้าคือผู้ปลดปล่อย”

                “ห๊ะ !! ป ป ปลดปล่อย ปลดปล่อยอะไร อย่านะ...อย่ามาคิดเรื่องลามกกับผมนะ ผมยังไม่เคย ผมคงปลดปล่อยให้คุณไม่ได้หรอกถึงคุณจะหล่อมากก็ตาม”

                ชายแปลกหน้าขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “เจ้าพูดเรื่องอะไรของเจ้า”

                “แล้วปลดปล่อยอะไร”

                “ผู้ปลดปล่อยปีศาจ”

                “เฮ้อ..ค่อยยังชั่วที่ปลดปล่อยปีศาจ นึกว่าปลดปล่อยอย่างอื่นเสียอีก” แต่แล้วแบคฮยอนก็ต้องตกใจขึ้นอีกครั้ง “ห้ะ!! ปีศาจ!! ปลดปล่อยปีศาจ นี่เราแสดงละครกันอยู่เหรอ อ๋อ รู้แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า ที่แท้ก็รายการแกล้งดอกจึงหยอกเล่นใช่ไหม ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไหน ไหน กล้องซ่อนอยู่ตรงไหนผมจับได้แล้ว”


                ชายแปลกหน้ายืนนิ่งและไม่นึกขำไปกับแบคฮยอนด้วย เขาไม่เข้าใจในสิ่งที่แบคฮยอนพูดเลยสักนิด  เขาคงเป็นผู้ปลดปล่อยจริงๆ นั่นแหละ เพราะดูจากการแต่งตัวที่แปลกประหลาดที่ไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป การพูดการจานั่นอีกเหมือนคุยกันคนละภาษาแต่ก็เข้าใจ แต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจ เขาเหมือนกับคนที่สติไม่ดีมากกว่า


                “ฮ่า...เอิ๊ก...ไม่ขำเหรอ งั้นถามก่อนที่นี่ที่ไหน” เมื่อเห็นชายแปลกหน้ายังยืนหน้านิ่งอยู่เขาก็ขำไม่ออก

                “โซลล่า”

                “โซล??

                “โซลล่า”

                “โลกป่ะ”

                “โลกคืออะไร”

                “เล่นให้สุดไปเลยครับ”

                “ข้าไม่ได้พูดเล่น ที่นี่คือโซลล่า และเมืองที่เราอยู่คือ อินลา ความจริงแล้วข้ามาเพื่อฆ่าเจ้า”


                ดวงตาเรียวถึงกับตาโตเมื่อได้ยินเช่นนั้น คราวนี้แบคฮยอนขำไม่ออกจริงๆ ยิ่งเห็นสีหน้าจริงจังของชายแปลกหน้าก็ยิ่งรู้สึกขนลุกขึ้นมาด้วยความกลัว  แบคฮยอนนึกย้อนกลับไปตอนที่เขาเข้ามาช่วยแบคฮยอนจากต้นถั่วงอกยักษ์แล้วก็เริ่มจะเชื่อแล้วว่าที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คงไม่ใช่โลกเดียวกันกับที่ที่เขาเคยอยู่


                “ต แต่คุณจะไม่ฆ่าผมใช่ไหม”

                “ก็ไม่แน่ถ้าเจ้ายังทำตัวน่ารำคาญอยู่เช่นนี้”

                “อึก” เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ผมไม่ทำแล้วครับ” แบคฮยอนรีบยกมือขึ้นปฏิเสธทันที “ผมขอถามอะไรคุณอีกได้ไหม”

                “อะไร”

                “ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าผม แล้วยังช่วยผมอีก”

                “ข้าคิดว่าการฆ่าเจ้าก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้”  ใช่เขาตอบไปแบบนั้นแต่ความจริงแล้วถ้าเขาฆ่าเด็กหนุ่มคนนี้ตามคำทำนายที่บอกว่าเป็นผู้ปลดปล่อยปีศาจที่ซ่อนอยู่ในร่างของเขา เพื่อให้ตนเองไม่ต้องกลายเป็นปีศาสจเขาก็คงเป็นปีศาจที่ยังอยู่ในร่างมนุษย์ เขาควรเก็บเด็กหนุ่มคนนี้ไว้ข้างตัว และพาไปที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน คำว่าผู้ปลดปล่อยอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นก็ได้

                “แล้วผมจะกลับไปที่โลกของผมได้ไหม”

                “ที่ที่เจ้าจากมาคือโลกหรือ”

                “ครับ”

                “ข้าไม่รู้วิธีหรอกนะ แต่บอกเจ้าไว้ก่อนว่าที่นี่อันตรายอย่าอยู่ห่างจากข้าเด็ดขาด”

                “ครับ”

                ครับ คือคำว่า ใช่ หรือ ตกลง อย่างนั้นหรือ”

                “ใช่”

                “อืม..แต่ถ้าเจ้าจะอยู่ที่นี่ควรหัดพูดเหมือนกับคนธรรมดาเขาพูดกันไม่อย่างนั้น เจ้าเองนั่นแหละที่จะอยู่ที่นี่อย่างลำบาก”

                “เข้าใจแล้ว”

                เหอะ! อยู่ให้โง่เหรอ มีโอกาสฉันหนีแน่ เกิดวันดีคืนดีเปลี่ยนใจฆ่าเราขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า ถึงจะเสียดายความหล่อ แต่โหดแบบนี้ก็อยู่ด้วยไม่ได้หรอกนะ

 

                หลังจากแบคฮยอนทานผลไม้ที่ชายแปลกหน้านำมาให้เขาแล้ว ก็เริ่มออกเดินทาง เราเดินทางไปตามลำธาร และบริเวณรอบๆ ก็มีแต่ป่า

               ถ้าเราจะหนีเขา ก็วิ่งไปตามลำธารนี้น่าจะพบทางออกได้ แล้วค่อยหาคนช่วยอีกทีแบคฮยอนเริ่มวางแผนการหนี

                “เอ่อ...คุณนักรบผมขอไปทำธุระส่วนตัวสักหน่อยนะครับ”

                “อืม ข้าก็จะนอนพักสักหน่อย ตอนที่พาเจ้าหนีข้าสูญเสียพลังไปมากทีเดียว”

                “นอนเลย ถ้าผมเสร็จธุระแล้วจะปลุก”

                “อืม”


                แบคฮยอนยืนมองชายแปลกหน้าที่เอนหลังพิงกับต้นไม้ใหญ่ๆ มือเรียวเคลื่อนไหวตรงใบหน้า เมื่อเห็นว่าเปลือกตาของเขาไม่ขยับ จึงค่อยๆ ถอยออกห่างไปเรื่อยๆ จนเริ่มเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น จนออกวิ่งอย่างเร็วที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้เคยวิ่งมา ชายแปลกหน้าลืมตาขึ้น เขาได้ยินฝีเท้าออกวิ่งของแบคฮยอนก็รู้ได้ทันทีว่าน่าจะวิ่งหนีเขาไปแล้ว


                “เฮ้อ..บอกว่าที่นี่อันตรายก็ไม่เชื่อ ขอนอนพักสักหน่อยก็ไม่ได้เจ้าคนสติไม่ดี แต่ให้เจอความน่ากลัวของป่านี้อีกสักหน่อยก็แล้วกันค่อยไปช่วยจะได้เข็ดหลาบ” แล้วเขาก็หลับตานอนลงอีกครั้ง

 

                แบคฮยอนวิ่งหนีออกมาอย่างเหนื่อยล้าจนไปต่อไม่ไหวแล้ว

 

                “คงมาไกลมากแล้วล่ะมั้งเนี่ย เฮ้อ..เหนื่อยชะมัด”  แบคฮยอนเดินลงไปที่ริมลำธาร เอามือเรียวกอบเอาน้ำใสขึ้นมาดื่มดับกระหาย ก่อนจะกวักน้ำขึ้นล้างหน้าที่มีเหงื่อชุ่มไปหมด น้ำเย็นๆ ทำให้เขาชื่นใจ และหายเหนื่อยขึ้นได้มากเลย แบคฮยอนเดินกลับขึ้นมาบนฝั่ง และนั่งลงใต้ต้นไม้ใหญ่ ความเหนื่อยล้าทำให้ดวงตาเรียวค่อยๆ ปิดลง

 

                ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แบคฮยอนต้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะความอึดอัด หายใจติดขัด ก่อนที่ดวงตาเรียวจะเบิกโพลงขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่ามียางใหญ่ๆ มารัดที่ลำตัวของเขาจนติดกับต้นไม้ที่เขานั่งพิงอยู่

                “กรี๊ด.....ง งูยักษ์ กรี๊ด....”

                งูกยักษ์ที่โรยตัวลงมาจากต้นไม้ค่อยๆ เลื้อยมารัดตัวแบคฮยอนจนสุดหาง แบคฮยอนพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อให้หลุดพ้น แต่กลับถูกรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม แบคฮยอนเจ็บปวดไปทั้งร่างเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกละเอียดเพราะแรงรัด  ดวงตาของมันกำลังจ้องมองแบคฮยอนเขม็ง ปากของมันอ้ากว้างเหมือนเตรียมพร้อมที่จะเขมือบแบคฮยอนเข้าไปทั้งตัว

 

                “กรี๊ด....ช่วยด้วย”

                “ฉึก”

                “อ๊าก...เลือด...”

                ดาบแหลมปักลงไปที่กลางหัวของงูยักษ์ จนเลือดพุงกระฉูดไปจนทั่วแม้แต่ใบหน้าของแบคฮยอนก็เต็มไปด้วยเลือดของมัน งูยักษ์คลายตัวออกจากร่างของแบคฮยอน และรีบเลื้อยหนีเข้าป่าไปทันที

 

                “ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าอย่าอยู่ห่างจากข้า”

                “ไม่แล้วครับ ต่อไปผมจะอยู่กับคุณ ถึงคุณไล่ผมก็ไม่ไปเด็ดขาด”


                 แบคฮยอนเอ่ยขึ้นขณะที่เลือดชโลมเต็มใบหน้า ชายแปลกหน้ายกยิ้มเยาะเย้ยเขา ก่อนจะเอาดาบไปล้างคราบเลือดในลำธาร แบคฮยอนเองก็รีบลงไปล้างคราบเลือดด้วยเช่นกัน


                 


 

 

.....................................................................   

 

 

                                ติชมและให้กำลังใจกันด้วยนะคะ แล้วก็อย่าลืมกดหัวใจปี๊บๆ ด้วย


                               #ReleaseDemonCB

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #9 นุ เ ย้ ก . ☀ (@chanyyeoll61) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 16:54
    น้อนนนซนจนได้เรื่อง555
    #9
    0
  2. #3 Peach9 (@PakjiraWanpanom) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 11:17
    โถน้องงงงงงง55555555
    #3
    0
  3. #1 sehun_94-exo (@sehun_94-exo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 17:11
    ป่วนตั้งแต่วันแรกเลยย5555 รออ่านเลยค่าา // ปล.เมื่อกี้เหเหมือนจะเห็นคำผิดนะค่ะ ยังไงก็สู้ๆค่าาา
    #1
    1
    • #1-1 alovepcy (@alovepcy) (จากตอนที่ 1)
      18 มีนาคม 2562 / 21:36
      ขอบคุณมากค่ะ เดี๋ยวจะเข้าไปตรวจดูคำผิดนะคะ
      #1-1