คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS]MISANA:The Sky After Rainny Season #มิซาในวันที่ฝนตก

โดย amaamashouki

เพราะฝนจึงทำให้คนสองคนได้มาพบเจอและลาจาก.. The Sky after rainy season #มิซาในวันที่ฝนตก

ยอดวิวรวม

591

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


591

ความคิดเห็น


5

คนติดตาม


27
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ค. 60 / 12:50 น.
นิยาย [OS]MISANA:The Sky After Rainny Season #ԫѹ轹 [OS]MISANA:The Sky After Rainny Season #มิซาในวันที่ฝนตก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

#มิซาในวันที่ฝนตก




คุณเชื่อเรื่องฟ้าหลังฝนรึเปล่า ? ที่มีคนเคยกล่าวไว้ว่า “ฟ้าหลังฝน”มักจะ”สวยงาม”เสมอ


แต่บางครั้งฟ้าหลังฝนก็มิได้สวยงามเสมอไปดั่งคำกล่าวที่เคยได้ยินมา


เพราะว่า เรามิอาจหยั่งรู้ได้ว่า ฟ้าหลังฝน นั้นจะเป็นอย่างไร


มันก็เหมือนกับความรัก ที่เปรียบเหมือนฟ้าหลังฝน ทั้งที่สวยงามแต่มันก็มีความมืดหม่นเข้ามาปนเปกันไป


ที่ยากต่อการคาดเดาว่าตอนจบ จะเป็นเช่นไร



The Sky After Rainy Season


 



b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ค. 60 / 12:50



                แสงแดดที่ท้องฟ้าได้เปิดกว้าง ฝูงเมฆเคลื่อนไหวอยู่ประปรายบนท้องฟ้า ดวงตะวันที่กำลังลอยตัวเหนือเมฆสีขาวอมฟ้าประกายส่องแสงประกายมอบความอบอุ่นและแสงสว่างให้แก่โลกแห่งนี้


                เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนแห่งการเริ่มต้นอะไรหลายๆสิ่ง ทั้งเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังเตรียมตัวเปิดเทอมเพื่อเริ่มต้นการเรียนในชั้นใหม่ ทั้งการเปลี่ยนแปรฤดูกาลที่กลายเป็นฤดูฝนหลังจากพ้นผ่านฤดูร้อนมาเพียงไม่นาน

 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

                เสียงนาฬิกาปลุกได้ดังขึ้นจากโทรศัพท์ส่งผลให้เจ้าของโทรศัพท์เอื้อมมือมากดปิดเสียงเตือนนี้ที่ดังชวนปวดหัวเจ้าของโทรศัพท์ค่อยๆลืมเปลือกตามองดูเวลาที่โชว์สไลด์อยู่ที่หน้าจอปลดล็อค


‘ 08:00 AM ’                             

 

“เฮ้ย!!! โรงเรียนเข้า08.30AMนี่นา!!..สายแล้ว!!!

                เจ้าของโทรศัพท์พูดเสียงตะโกนลั่นบ้านก่อนจะรีบวางโทรศัพท์ของตัวเองแล้ววิ่งเข้าไปห้องน้ำอย่างรีบเร่ง

 

“ ตะโกนอะไรเสียงดังเนี่ยลูก ซานะ

                เสียงตะโกนจากด้านล่างบ้านนี้ผู้เป็นแม่ได้ตำหนิลูกสาวของตนที่ชื่อ”ซานะ”ก่อนเปิดประตูห้องนอนสีชมพูที่ตกแต่งเต็มไปด้วยตุ๊กตาคิตตี้และทำความสะอากด้วยความเคยชินพลางเห็นลูกสาวตนเองที่กำลังเร่งรีบในการอาบน้ำและแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียนในวันแรก

 

“แม่คะ ทำไมแม่ไม่ปลุกหนูกันล่ะคะ เนี่ยหนูสายแล้วเนี่ย”

                ซานะบ่นอิดออดระหว่างที่ตัวเองกำลังสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนใหม่ที่เธอได้สอบผ่านเข้าเรียนต่อในชั้นมัธยมปลาย และตอนนี้เธอก็อยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่2แล้วนั่นก็เท่ากับว่าวันนี้เธอต้องไปโรงเรียนเช้าเพราะตนเองต้องไปจัดเตรียมเรื่องสายรหัสที่แสนยุ่งเหยิง

 

“แม่ก็ปลุกเราตั้งหลายรอบแล้วนะ แถมนาฬิกาลูกก็ปลุกมานานตั้ง1ชั่วโมง แล้วนี่จะแต่งสวยไปไหนกันคะคุณลูกนี่ไปโรงเรียนนะไม่ใช่ไปถ่ายแบบ ”

                แม่พูดด้วยเสียงเนือยๆราวกับว่าตนเองไม่ได้เป็นต้นเหตุของการตื่นสายก่อนผู้เป็นลูกยิ้มแหยๆพลางแต่งหน้าที่โต๊ะเครื่องแป้ง

 

“โธ่ แม่จ๋า ลูกสาวคนนี้ก็แค่นอนเพลินไปหน่อยเอง เปิดเทอมทั้งทีหนูก็อยากสวยบ้างไงคะเฟรชชี่ดีออกค่ะ แม่ไม่ต้องทำกับข้าวนะคะหนูกินไม่ทันหรอก”

                ซานะพูดด้วยความรวดเร็วก่อนผู้เป็นแม่ถอนหายใจก่อนพยักหน้ารับคำพูดแสนเอาแต่ใจของลูกคนนี้แล้วปิดประตูห้องลง

 

“เอาล่ะ สวยแล้วพร้อม!! เปิดเทอมวันแรกฉันต้องมีแฟนให้ได้!!

                ซานะพูดฮึกเหิมใส่กระจกก่อนจะคว้ากระเป๋านักเรียนที่มีแต่นิตยสารวัยรุ่นและโทรศัพท์มือถือสีชมพูหวานแหววแล้ววิ่งออกจากห้องลงบันไดก่อนจะสวมรวมเท้าที่หน้าประตูบ้าน

 

“ซานะ วันนี้มีพยากรณ์ว่าฝนจะตก เอาร่มไปเผื่อหน่อยมั้ย”

“ไม่ตกหรอกค่ะ ดูสิคะแดดออกจะเปรี้ยงขนาดนี้ พยากรณ์อากาศเค้าก็ว่าไปงั้นแหละ ไปแล้วน้า!!

                ซานะพูดจบก่อนจะโบกมือลาผู้เป็นแม่ที่เลิกคิ้วมองลูกสาวสวยที่แสนไบโพล่าร์ก่อนถอนหายใจมองร่มในมือ

“ลูกคนนี้นี่มันจริงๆเลยถ้าฝนตกแล้วป่วยขึ้นมาจะสมน้ำหน้าให้เลย”

 

 

08:30AM. โรงเรียนประจำจังหวัดโอซาก้า

“แฮ่ก แฮ่ก !! ..ถึงแล้ว”

                ซานะที่วิ่งจากบ้านตนเองมายังโรงเรียนที่ไม่ไกลมากนักด้วยความเหน็ดเหนื่อยยืนพิงต้นไม้ริมทางเดินในโรงเรียนก่อนจะสะดุดตาบางสิ่งเหลือบเห็นบุคคลคนนึงเข้า

 

เอี๊ยด

รถลีมูซีนสีดำจอดเทียบท่าหน้าประตูโรงเรียนก่อนพบว่าชายร่างสูงสวมสูธสีดำเดินออกจากรถมาเปิดประตูให้แก่บุคคลคนนึง

 

ใครมาหว่า โรงเรียนเราก็ไม่ได้หรูอะไรเบอร์นั้นนี่นา หรือผอ?แต่ผอก็ไม่ได้รวยขนาดนี้นี่นา

ซานะที่ยืนหลบแดดหรี่ตามองชายสองสามคนที่ยืนเรียงกันเหมือนราวกับว่ารอรับใครสักคนที่ดูมีอำนาจสูงส่ง

 

“ถึงแล้วครับ คุณหนูเมียวอิ”

ชายร่างสูงกล่าวเมื่ออีกฝ่ายก้าวลงจากรถด้วยท่าทีที่สง่างามก่อนจะเผยให้เห็นใบหน้าที่เรียวยาวขาวละมุนเรือนผมสีดำเข้มประกายน้ำตาลเรือนสายตาสีน้ำตาลประกายทองที่เด่นสง่า จนทำให้คนที่พบเห็นอาจจะหลงใหลเธอได้อีกไม่กี่วินาที

 

“ไม่ต้องไปส่งก็ได้ค่ะ..เราไปเองได้”

                หญิงสาวที่ชื่อเมียวอิพูดสีหน้าเรียบๆนิ่งๆแก่ผู้ดูแลของตัวเองก่อนที่ชายทั้งสองผงกหัวลงเป็นเชิงรับคำสั่ง

 

โหท่าทางจะรวยน่าดู เป็นคุณหนูแท้ๆแต่ไหงมาเรียนโรงเรียนประจำหวัดได้ล่ะ แต่เอ๊ะ ทำไมหน้าไม่คุ้นเลย!’

                ซานะที่สังเกตการณ์อีกคนเผลอไปมองอีกฝ่ายเข้าอย่างจังก่อนที่เห็นอีกฝ่ายเดินมาทางที่ตัวเองยืนอยู่และด้วยสัญชาติญาณจึงรีบหลบตรงพุ่มหญ้าด้วยความไม่ค่อยเนียนและเรียบร้อยสักเท่าไหร่ ฝ่ายทางด้านเมียวอิที่เดินเข้ามายังทางเดินเหลือบไปเห็นอีกคนที่กำลังหลบตัวเองและรู้ว่าอีกฝ่ายแอบจ้องมองตัวเองมาซักพักแล้วเลยเดินไปตรงที่ที่ซานะหลบซ่อนก่อนจะหยุดเดินอยู่ตรงจุดนั้น

 

“วันหลังจะแอบดูใครก็หลบให้เนียนๆหน่อยก็ดีนะคะ”

                เมียวอิพูดนิ่งๆใส่อีกคนที่หลบไม่เนียนแถมยังโดนจับได้ว่าแอบส่องอีกคนตอนลงรถมาก่อนจะดันตัวขึ้นจากพื้นหญ้าที่ใบหน้าติดใบไม้และเศษหญ้าบนหัวยุ่งๆของซานะ

 

“ป..เปล่าแอบดูสักหน่อยย่ะ ! ฉันก็แค่ยืนพักหายใจสูดอากาศที่แสนบริสุทธิ์อะ..อ้าว!!

                ซานะที่ยังไม่ได้ทันพูดแก้ตัวจบประโยคอีกฝ่ายก็เดินนำไปโดยที่ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจอะไรอีกฝ่ายเท่าไหร่ก่อนที่ซานะจะอ้าปากค้างด้วยความงุนงงกับท่าทีที่แสนเย็นชาของคนอื่นพลางพูดอุบอิบกับตัวเอง

 

คนบ้า ไร้มารยาทจริงๆเลย! เป็นเช้าของการเปิดเทอมที่แย่ชะมัด!!’

     ว่าแล้วซานะก็กระแทกเท้าเดินขึ้นตึกเรียนเพื่อไปยังห้องเรียนของตัวเอง

 

“อ้าว ยัยซานะ ฉันนึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้วอีก”

                เพื่อนสาวคนสนิททักทายเธอที่โต๊ะนั่งพร้อมกับเพื่อนสาวอีกสองคน


“โธ่ โมโมะฉันก็แค่ตื่นสายนิดเดียวเองไหมละ แต่ก็มาทันโรงเรียนเข้านะยะ!

                ซานะวางกระเป๋าตัวโปรดลงที่เก้าอี้ก่อนจะนั่งลงอย่างเซ็งๆพลางหงุดหงิดง้องแง้งเล็กน้อย


“อ่าว แล้วไหงไปไหนมาทำไมไม่เข้าแถวอะ อ.เค้าเช็คชื่อไปแล้วนะแก”

                โมะถามเพื่อนสาวของตัวเองที่หงุดหงิดฟุดฟิดอะไรมาก็ไม่รู้


“ก็ฉันเจออะไรบางอย่างเข้าน่ะสิ แย่ชะมัดต้องมาหงุดหงิดอะไรตอนเช้าก็ไม่รู้เนี่ย”

                ซานะเบ้ปากพลางพองแก้มแบบหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนที่โมะเพื่อนสนิทจะเอานิ้วมาจิ้มแก้มนุ่มๆนั้น


“เอาน่า เดี๋ยววันนี้ไปคาราโอเกะกัน โอเคมั้ย?”

“เลี้ยงเปล่า”

“ไม่อ่ะ”

“คำว่าเพื่อนมันสั้นเนาะ”

“พอได้แล้วน่า อ.จะเข้าห้องแล้ว!!

                โมโมะสะกิดซานะที่จะหันมาทำสงครามประสาทที่ชาตินี้ก็คงไม่มีวันจบ ก่อนที่อาจารย์จะเดินเข้ามาในห้องเรียนเพื่อเริ่มคาบโฮมรูม

 

“เอาล่ะค่ะนักเรียน วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของชั้นมัธยมศึกษาปีที่2แล้วครูก็อยากจะให้นักเรียนตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดีของอาจารย์นะคะ เอ้อเรามีเรื่องน่ายินดีมาด้วยค่ะวันนี้เราจะมีเพื่อนใหม่ที่ย้ายมาจากโกเบ”

                อาจารย์ประจำชั้นพูดจบก็มีเสียงฮือฮากันเต็มทั่วห้อง สองสาวซาโมะเองก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมมีคนเข้ามาเพิ่มระหว่างชั้นเวลานี้ได้ทั้งที่ปกติแล้วไม่ค่อยพบเห็น

 

“เข้ามาเลยจ่ะ มินะจัง”

                อาจารย์เรียกชื่อนักเรียนใหม่ให้เข้ามายังห้องท่ามกลางเสียงต้อนรับที่น่าตื่นเต้น

“สวัสดีค่ะ เมียวอิ มินะมาจากโกเบ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

                มินะแนะนำตัวกับทุกคนในห้องโดยที่มีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีและเสียงปรบมือ ท่ามกลางเสียงที่โหวกเหวกซานะที่ดำลังอ้าปากค้างกับคนตรงหน้าที่เธอพึ่งพบเจอเมื่อเช้าจนเผลอลั่นออกมา

“นี่เธอ!!!!

                ซานะตะโกนลั่นจากกลางห้องจนทุกคนหันมามองซานะด้วยความงุนงง มินะก็ไม่ต่างกันต่างคนต่างอึ้งที่ได้มาเจอกันในเวลาที่เหมาะเจาะอะไรเบอร์นี้

 

“นี่คุณที่แอบดูฉันเมื่อเช้านี่”

                มินะขมวดคิ้วลงเล็กน้อยราวกับว่าต้องมีเรื่องให้ปวดหัวอีกอย่างแน่นอนก่อนที่อาจารย์หันมามองทั้งสองคนก่อนจะตบมือให้นักเรียนในห้องเงียบลง

“อ้าว นี่เราสองคนรู้จักกันด้วยหรอกหรอ งั้นไปนั่งข้างๆมินาโตะซากิ ซานะล่ะกันนะจ๊ะ”

                อาจารย์พูดก่อนที่จะชียังโต๊ะข้างๆของซานะที่ยังเว้นว่างไว้อยู่เหมือนเจ้าตัวไม่ได้ทันสังเกตุว่าโต๊ะตัวนี้เอามาเสริมเพราะมินะที่ย้ายเข้ามาเรียนในวันนี้


“ค่ะ

                ถึงแม้มินะจะไม่อยากไปนั่งสักเท่าไหร่แต่ก็ยังคงเก็บอาการและโค้งให้อาจารย์ด้วยความสง่างามก่อนก้าวเท้าเดินผ่านโต๊ะแต่ละคนมองมินะด้วยความสนใจและตื่นเต้นก่อนที่เจ้าตัวหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะซานะ

 

“นั่งลงสิคะ ฉันจะเข้าไปนั่งด้านใน”

                มินะเลิกคิ้วมองอีกคนที่ยังขมวดคิ้วยุ่งๆกับแก้มยืดๆที่แสดงออกทางสีหน้าด้วยความงุนงงให้นั่งลงเพราะตัวเองไม่อยากเป็นจุดสนใจอะไรมากมาย

 

“อ..อื้อ รู้แล้วน่า”

                ซานะที่พึ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองเป็นจุดเด่นของห้องและอาจารย์จึงรีบนั่งลงด้วยความอายเล็กน้อยก่อนที่อีกคนจะเดินอ้อมด้านหลังมานั่งข้างๆโต๊ะตัวเอง

 

“ช่วยทำตัวให้ปกติหน่อยจะได้มั้ยคะ? หวังว่าจะเข้าใจกันนะ”

“นี่เธอ..! เป็นใครมาสั่งฉันเนี่ย”

                ซานะถลึงตาใส่อีกคนด้วยความหงุดหงิดปนกับหมั่นไส้เล็กน้อยก่อนที่จะเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจแล้วหยิบหนังสือออกมาจากกระเป๋า

 

“เรียนเถอะค่ะ”

                มินะไม่สนใจเสียงบ่นอิดออดของอีกคนก่อนจะเปิดหนังสือกางเพื่อเริ่มต้นการเรียนของวันนี้

 ...


คาบเรียนดำเนินไปอย่างปกติและราบรื่นราวกับว่าเหตุการณ์ที่วุ่นวายไม่เคยเกิดขึ้นในห้องนี้ อาจารย์วิชาภาษาอังกฤษได้ถามคำถามกับนักเรียนในห้องที่เป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆกันจึงไม่มีใครกล้าตอบอาจารย์เพราะกลัวตอบผิดจนกระทั่งมือเรียวยาวยกสูงขึ้นเหนือศีรษะ

 

“เชิญตอบค่ะคุณมินะ”

“ข้อนี้ตอบbนะคะอาจารย์ ที่โครงสร้างประโยคมันเป็นพหูพจน์เลยไม่มีการเติมs,esและเหตุการณ์เป็นอดีตจึงมีการเติมed….

                มินะยกมือตอบด้วยสีหน้าเรียบนิ่งราวกับเป็นเรื่องปกติที่เธอทำอยู่แล้วอาจารย์วิชาภาษาอังกฤษจึงตบมือให้มินะที่ตอบถูกและยังสามารถอธิบายได้อีกด้วย

 

“บราโว่ เก่งมากเลยค่ะ สมแล้วที่เป็นหลานของผู้อำนวยการโรงเรียน”

                มินะลดมือลงก่อนจะนั่งฟังอาจารย์พูดเฉลยจบและเมื่ออาจารย์พูดจบก็เริ่มมีเสียงฮือฮาราวกับตกใจที่เมียวอิ

มินะเป็นคนดังและใหญ่โตถึงขั้นเป็นหลานของผ..โรงเรียนประจำจังหวัดแห่งนี้

 

“นี่เธอ..เป็นหลานผอจริงๆหรอเนี่ยแสดงว่าเมื่อเช้าก็..

                ซานะที่อึ้งๆกับฐานะของอีกคนหันหน้าหวานๆของเธอช้อนตามองอีกคนด้วยสายตาลุกวาวด้วยความสนใจในตัวอีกคน


“ก็ใช่น่ะสิ..แล้วมันทำไมกันคะ”

                มินะไม่แม้แต่ชายตามองอีกคนแต่กลับพูดตอบกลับไปตามมารยาท

 

“โห เท่จะตายไป เป็นหลานของผอเชียวนะ!แถมยังสวยเก่งแบบนี้ ต้องมีคนชอบเยอะแน่ๆเลย เท่อ่ะ!

                ซานะพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นพลางยิ้มกว้างเผยให้เห็นลิปสติคสีชมพูหวานแววที่รีบทามาจากบ้าน


“พูดเวอร์ไป..ฉันก็แค่คนธรรมดาคนนึงไม่ได้มีอะไรพิเศ..

“ไม่รู้แหละ มาเป็นเพื่อนซานะกันเถอะ!!

                มินะยังไม่ทันพูดจบมืออุ่นเล็กๆเอื้อมมารวบมืออีกคนยกสูงขึ้นในระดับอกก่อนจะยิ้มแฉ่งราวกับดวงอาทิตย์ในวันนี้ที่เปี่ยมไปด้วยความสดใสและมีพลัง

 

“พ..พูดอะไรกันคะ..นี่ปล่อยมือเลยนะคะ..มาจับกันแบบนี้ได้ยังไงกัน”

                มินะผงะตกใจอีกฝ่ายเล็กน้อยที่มีท่าทางสนใจตัวเองเข้าอย่างจัง ก่อนจะมองมือเล็กนุ่มที่สัมผัสมือเรียวยาวของตัวเองอยู่และพยายามดึงมือออกด้วยความไม่ชิน

 

“เพื่อนกันเค้าก็จับได้นี่นา ไม่เห็นเป็นไรเลย อ๊ะ ไว้ตอนพักเที่ยงไปพักด้วยกันนะ”

                ซานะยิ้มอารมณ์ดีก่อนจะค่อยๆปล่อยมืออีกคนออกก่อนชูสองนิ้วที่ใบหน้า

“ห้ามเบี้ยวนัดกันล่ะ!!

…..

                มินะเงียบไม่ตอบกลับอะไรก่อนจะหันหน้าหนีอีกคนเพื่อรวบรวมสติและสมาธิในการเรียนแทน

 

12.00AM พักกลางวัน

                นักเรียนเริ่มออกจากห้องบ้างก็จับกลุ่มกันเพื่อลงไปพักรับประทานอาหารกลางวันกันก่อนจะเหลือนักเรียนไม่กี่คนที่หลังจากเริ่มคาบแล้วก็กรูเข้ามาหามินะอย่างอัตโนมัติ พร้อมยิงคำถามที่แสนมากมาย


“มินะจังมาจากโกเบจริงๆหรอ”

“ทำไมย้ายมาที่โอซาก้าล่ะ”

“เป็นหลานท่านผอจริงมั้ยอ่า”

“มีแฟนรึยั..

 คำถามเหล่านี้ยิงมาติดต่อกันก่อนที่อีกคนจะไม่ทันได้ตอบมีเสียงตะโกนจากหลังห้องที่เป็นส่วนของล็อคเกอร์


เสียงแหลมๆชวนน่าปวดหัวจะมีใครล่ะนอกจาก มินาโตะซากิ ซานะ


“นี่พวกเธอ ไปรุมถามเค้าเหมือนซอมบี้แบบนั้นใครเค้าจะตอบกันยะ มารยาทอ่ะมีมั้ย ฮะ!!

                ซานะเดินมาจากด้านหลังห้องก่อนเท้าสะเอวยืนกับโมโมะเพื่อนสาวสนิทของตัวเองกอดอกมองพวกสาระแนที่รุมตอมมินะอยู่ตอนนี้


“แล้วแกมายุ่งอะไรยะ ฉันก็แค่ทักทายเพื่อนร่วมห้องเท่านั้นเอง”

“มินะจัง!ไปกินข้าวกันเถอะ !! อย่าไปยุ่งกับมนุษย์ป้าๆพวกนี้เลยนะ!

                ซานะเอื้อมมือไปจับที่ข้อมืออีกคนเป็นเชิงให้ลุกขึ้นตามตัวเองก่อนที่พวกเพื่อนๆจะลุกร้ำพื้นที่ส่วนตัวของมินะไปมากกว่านี้


“เราขอตัวไปกินข้าวก่อนนะ”

                มินะตอบคนอื่นที่ยิงคำถามมาสารพัดก่อนจะลุกขึ้นเดินไปตามซานะและโมโมะที่พาตัวเองเดินออกจากห้องไปโดยไม่สนใจสายตาคนอื่น มินะรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับเพื่อนใหม่ของตัวเองที่ทั้งบ้าบอและเด็ดขาด ซึ่งเธอคิดในใจว่าถึงแม้ตัวเองจะไม่ชอบอะไรวุ่นวายแต่นี่ก็ถือว่าเป็นไม้กันคนได้เยี่ยมอยู่

                เมื่อสองสาวพาเพื่อนใหม่ของตัวเองเดินไปเรื่อยๆขึ้นจนไปถึงดาดฟ้าของตึกเรียน สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ยอดฮิตมากในการมารับประทานอาหารกลางวันของอนิเมะแต่ละเรื่องที่เพื่อนสนิทมักจะมารับประทานอาหารที่นี่กันทั้งนั้น แต่นี่คือความจริง ชั้นดาดฟ้าร้างๆที่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากพวกเธอสามคน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรที่จะขัดต่อการรับประทานอาหารมื้อนี้

 

“เอาล่ะมากินข้าวกันเถอะ!

                ซานะพูดเสียงใสอย่างกระฉับกระเฉงก่อนจะตบมือแปะแปะสองที

“อ๋า ฉันหิวจะตายแล้วเนี่ย”

                โมโมะออดครวญกับเสียงท้องร้องของตัวเองที่ดังเป็นระยะเป็นสัญญาณว่าเธอกำลังหิวมากๆ

“ว่าแต่เธอมีข้าวกินหรอ ไม่เห็นมีข้าวกล่องเลย”

                มินะที่สังเกตเห็นซานะที่มาตัวเปล่าราวกับว่าลืมเอาข้าวมา


“อ๋า!! ลืมไปเลยว่าเมื่อเช้าตื่นสายอ่า โมโมะริง….

“ไม่ย่ะ ครั้งนี้เธอทำพลาดเอง ฉัน-ไม่-แบ่ง”

“ใช่ซี้คำว่าเพื่อนมันสั้นนี่นา!!

 

มินะเห็นสองคนที่กำลังถกเถียงอย่างง้องแง้งเสียงรบกวนน่ารำคาญก่อนจะก้มลงแกะข้าวกล่องในมือออกเป็นข้าวกล่องต้นตำรับของญี่ปุ่นสมัยเก่าที่มีทั้งหมด2ชั้น จัดเรียงด้วยข้าวหอมและซูชิรวมไปถึงแซลม่อนของโปรดของมินะ

 

“ว้าวววว น่าทานมากๆเลยสมแล้วที่เป็นลูกคุณหนู!!

                ซานะขยับใบหน้าหันมาสนใจข้าวกล่องอันหรูหราของอีกคนก่อนตาวาวเป็นประกายด้วยความสนใจ

 

“ก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นนิ”

                มินะตอบเสียงเรียบก่อนจะยื่นบางอย่างไปทางซานะ


“อ่ะ”

                ตะเกียบคู่นึงที่ยื่นอยู่ตรงหน้าซานะราวกับว่าแทนคำพูดของมินะที่ปากแข็งไม่ชวนอีกฝ่ายดีๆ


“ตะเกียบ ? นี่เธอจะให้ฉันกินด้วยจริงอ่ะ จริงป่ะ เฮ้ย ใจดีที่สู้ดด”

                ซานะรับตะเกียบมาถือด้วยความไวแสง ตาลุกวาวเป็นประกายระยิบระยับแถมหูหางมโนส่ายไปมา มินะมองอีกคนที่ดีใจเหมือนหมาน้อยได้กระดูกก่อนจะถอนหายใจ

 

“ฉันแค่ไม่อยากเห็นเธอมานั่งอวดครวญในห้องตอนบ่ายเท่านั้นเอง จะกินไม่กิน”

“กินจ้ากินจิ มิตังอุส่าห์แบ่งให้เลยไม่กินจะเสียน้ำใจกันแย่น่ะสิ !

                ว่าแล้วซานะก็พุ่งกระโจนเข้าหามินะแล้วกอดหลวมๆที่ข้างลำตัวด้วยสีหน้าที่ร่าเริงสุดขีดก่อนจะหันหน้ามาทางโมโมะที่กินข้าวกล่องด้วยความเอร็ดอร่อย


“มิตังนี่ดีจังเลยน้า สวยไม่พอเรียนเก่งด้วยแถมยังใจดีไม่งกเหมือนใครบางคน เหมาะเป็นเจ้าสาวมากๆเลยล่ะ”

“พอได้แล้วน่ะ กินข้าวได้แล้ว มันจะเย็นเพราะน้ำลายเธอหกใส่หมดแล้วเนี่ย”

                มินะปวดขมับกับการประชดประชันที่แสนเด็กน้อยของซานะก่อนจะชี้ข้าวกล่องตัวเอง


“อื้อ รู้แล้วจ้า!

                ว่าแล้วซานะก็ใช้ตะเกียบจิ้มลงที่ข้าวห่อโนริสาหร่ายอันเล็กก่อนจะจัดการจิ้มวาซาบิอย่างเสร็จสรรพแล้วยกมือนุ่มบางขึ้นมารองเหมือนฐานกันข้าวห่อโนริสาหร่ายนี้จ่อที่ริมฝีปากอีกคนก่อนจะยิ้มหวาน


“อะ..อ้าม กินสิมินะจัง”

                ซานะสาธิตการอ้าปากที่น่ารักที่สุดในโลกให้มินะดู มินะที่แน่นิ่งไปกลับมีปฎิกิริยาเล็กน้ยกับโมเม้นท์ที่เธอไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต


“ทำไมต้องป้อนด้วยล่ะฉันกินเองได้

“ไม่ได้ค่ะ ต้องให้เจ้าของกินก่อนสิ นี่ซานะป้อนเลยนะ อ้ามมมม กินเถอะนะ นะ น้า นะ”

                ซานะทำตัวน่ารักเข้าใส่จนมินะย่นคิ้วลงก่อนอ้าริมฝีปากสวยออกแล้วก้มไปกินข้าวห่อโนริสาหร่ายอย่างว่าง่าย


“เย้! งั้นซานะขอทานแล้วนะคะ !!

                ซานะเห็นอีกคนที่ยอมทำตามตัวเองก็ยิ้มเบิกบานพนมมือแล้วก้มลงจิ้มกินของตัวเองบ้าง


“คนบ้าอะไร..พูดเองเออเอง” มินะพูดงึมงัมในลำคอมองอีกคนด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย


และแล้วบทสนทนาของทั้งสามคนก็ได้เริ่มขึ้น ทั้งสามคนได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น และทุกพักกลางวันก็มักจะมาพักที่นี่ด้วยกันเสมอมา และนั่นทำให้มินะและซานะและโมโมะสนิทกันมาก และในแต่ละวันก็ดำเนินไปด้วยความสุขแต่มันก็ไม่ได้เสมอไป ชีวิตของเมียวอิ มินะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น มินะเล่าถึงเรื่องที่ตัวเองต้องย้ายมาที่โอซาก้าเพราะคุณปู่ท่านต้องการให้มินะเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปของโรงเรียนนี้ซึ่งเธอต้องแบกรับทุกๆสิ่งไว้คนเดียว และเป็นสิ่งที่มินะไม่ชอบมินะชอบความสบาย ความปลอดภัยมากกว่าการที่อยู่ในกรอบเล็กๆหรืออยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแออัด

ซานะและโมโมะต่างก็เข้าใจมินะกันอย่างดี ในบางครั้งที่มินะถูกเรียกตัวไปพบที่ห้องผู้อำนวยการมินะมักจะซึมเศร้าเสมอ ซานะและโมโมะก็อดเป็นห่วงไม่ได้จึงชอบพามินะไปผ่อนคลายที่คาราโอเกะขาประจำ หลังเลิกเรียน จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่โมโมะต้องรีบกลับบ้านเพื่อไปช่วยเรื่องงานเทศกาลไหว้เจ้าของญี่ปุ่นที่จะจัดในอาทิตย์หน้าเลยทำให้วันนี้เหลือแค่มินะและซานะ แต่มินะเองก็ต้องทำงานช่วยเหลือคุณปู่เลยทำให้ซานะอยู่คนเดียว ณ ตอนนี้

 

18:00 PM

 

“อ๊ะ..เมฆเริ่มตั้งเคล้าแล้วนี่นา”

                ซานะเงยใบหน้าหวานขึ้นมองท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยฝูงเมฆ และที่โชคร้ายคือวันนี้เธอไม่ได้พกร่มมาด้วย เพราะเธอไม่ชอบถืออะไรมากมาย ซานะย่นคิ้วลงเล็กน้อยก่อนที่คิดว่าตัวเองต้องรีบกลับบ้านไม่อย่างนั้นฝนอาจจะตกมาก็เป็นได้

 

แปะ แปะ

 

หยดน้ำฝนค่อยๆตกลงมาจากฟากฟ้า กระทบเรือนผมสีน้ำตาลประกายทองที่กำลังเดินอยู่ตามทาง เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกตัวว่าฝนกำลังจะตกแล้วจึงรีบเร่งฝีเท้าเพื่อหนีสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำ หยาดน้ำไหลรินซึมซับเข้าสู่เสื้อและผิวหนังกายที่ชวนทำให้รู้สึกเหน็บหนาว

ซานะที่เร่งฝีเท้าแข่งกับความแรงของฝนที่กำลังตกลงมาอย่างกลั่นแกล้ง แต่ทว่าเธอสะดุดตาบางอย่างที่ทำให้ซานะหยุดก้าวฝีเท้าก่อนจะตัดสินใจเดินไปหาบางสิ่ง ทั้งที่ทางกลับบ้านเธอเป็นอีกทาง

 

ซ่า ซ่า

มินะที่เคลียร์งานของโรงเรียนเสร็จแล้วมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะแหงนมองสายฝนที่ตกอย่างโหมกระหน่ำ พลางถือร่มคันโตกางออกมาเดินจากโรงเรียนขึนรถลีมูซีนเพื่อมุ่งตรงกลับบ้านของตนเองด้วยความเคยชิน ก่อนจะเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ฟังเพลงระหว่างการเดินทาง แล้วสะกิดใจได้ว่า เธอลืมโทรศัพท์ไปเตือนเพื่อนสนิทของตนเองที่พรุ่งนี้เตรียมชุดว่ายน้ำมาเพื่อฝึกซ้อมคาบพลศึกษา

                มือเรียวยาวกดโทรออกเพื่อเรียกเลขหมายปลายทางแต่กลับไร้สัญญาณตอบกลับจนมินะคิดว่าเพื่อนสนิทของตัวเองอาจจะผลอยหลับไปก่อนก็ได้แต่ทว่าระหว่างทางกลับบ้านนั้นเธอสะดุดสายตาบางอย่าง

 

ชุดนักเรียนโรงเรียนเรานี่..กระเป๋าคิตตี้สีชมพูนี่คุ้นๆนะ….’

เหมือนของซานะเลย…!!!!’

“ซานะ!!

                มินะสะดุ้งตัวสุดขีดที่เห็นหญิงสาวร่างบางที่นั่งกองอยู่กับพื้นถนนที่ทั้งเปียกและชื้น ท่ามกลางสายฝนแบบนี้มันไม่ใช่เวลาที่ควรจะมานั่งทำมิวสิคเอ็มวีอะไรทั้งสิ้น มินะสั่งให้คนขับรถหยุดรถก่อนจะถือร่มของตัวเองออกจากรถเดินออกไปเพื่อไปหายังตัวอีกคน

 

“นี่..เธอคิดว่าทำมิวสิคอยู่รึไง..มานั่งทำอะไรตรงนี้ซานะ”

                ถึงแม้คำพูดจะดูเย็นชาแต่ทุกคำล้วนแฝงไปด้วยความเป็นห่วง เพราะอีกคนไม่ถนัดที่จะทำอะไรหวานๆมากมายใส่อีกคนซักเท่าไหร่พลางยืนค้ำหัวอีกคนถือร่มในรัศมีที่ปกปิดเม็ดฝนได้ระดับหนึ่ง

“แหะๆ มิจัง ซานะหนาวมากๆเลยอ่ะ..แต่ว่าอย่าโกรธกันเลยนะ

                ซานะยิ้มแห้งๆราวกับรู้ชะตากรรมตัวเองว่าจะโดนดุแน่นอนกลับมีเสียงร้องขึ้นมาขัดจังหวะ

 

เหมี๊ยว….

 

                เสียงเจ้าแมวเหมียวตัวเล็กที่มีบาดแผลตรงข้อเท้าซ้าย ที่ผมซานะมีเศษใบไม้ติดอยู่ด้วยแถมข้อเท้าที่นังพับไว้กับพื้นแสดงชัดเจนว่าตกต้นไม้มาได้ไม่นานนี่เองมินะหรี่ตามองสภาพอีกคนก่อนจะถอนหายใจเหมือนพอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“ช่างเถอะ เอาไว้ก่อนเธอต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลย”

                มินะถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือประคองร่างบางอีกคนที่เกาะเอวมินะไว้ ร่างบางทั้งสั่นระรื่อและเย็นเฉียบแตกต่างจากมินาโตะซากิ ซานะที่อบอุ่น ตอนนี้เธอคงหนาวมากแน่ๆ มินะประคองร่างบางอันเย็นเฉียบเข้ารถก่อนจะล้วงกระเป๋าเอาผ้าออกมาเพื่อเช็ดผมให้อีกคน ซานะผงกหัวรับผ้ามาก่อนเช็ดหัวที่เปียกชุ่ม ลูกแมวน้อยก็อยู่บนตักซานะหนาวสั่นไม่ต่างกับซานะในตอนนี้เลย

 

“ไหนเล่ามาว่าเกิดอะไรขึ้น”

“อ๋า คือว่า..ลูกแมวตัวนี้อ่ะมันติดอยู่บนต้นไม้ ฉันก็เลยปืนไปไปช่วยแต่ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยเลยตกต้นไม้แล้วข้อเท้าเคล็ดเอง

“เองหรอ รู้มั้ยว่ามันอันตรายแค่ไหนวันหลังก็เรียกให้คนอื่นช่วยสิ ทำไมไม่หัดใช้สมองให้มากกว่านี้ฮะ

                มินะร่ายยาวใส่ซานะก่อนที่อีกคนทำหน้าจ๋อยลงด้วยความรู้สึกผิดพลางลูบแมวน้อยที่ร้องเหมียวๆอยู่ตรงตัก


“แต่จะอะไรก็เถอะ วันหลังห้ามทำแบบนี้อีกเข้าใจมั้ย”

“งือขอโทษนะมินะจังที่ทำให้เป็นห่วง”

“ไม่เป็นไรแต่ว่านี่ก็ดึกแล้ว งั้นมานอนค้างบ้านฉันก่อนล่ะกัน จะพาเธอไปเช็คที่โรงพยาบาลด้วย..เดี๋ยวฉันโทรติดต่อกับแม่เธอเอง”

                มินะไม่รีรอคำตอบของอีกคนก่อนจะจัดการทุกสิ่งให้เรียบร้อยทั้งติดต่อกับแม่ซานะเรื่องค้างคืนและพาซานะไปโรงพยาบาลเพื่อรับยามาทานกันเป็นหวัด

 

….

 

“กินอะไรมารึยังล่ะ หิวใช่ไหม”

                มินะที่เดินเข้ามาในรถหลังจากซื้อของในร้านสะดวกซื้อยื่นซาลาเปาอุ่นๆสองชิ้นประกบที่แก้มของซานะจนแดงด้วยความร้อน มินะหลุดขำเล็กน้อยที่แก้มอีกคนแดงด้วยความร้อน

“โธ่ มิตังขนาดนี้ไม่ยัดใส่ปากฉันเลยล่ะ ฮึ่ม ชอบแกล้งกันจังเลยนะ ฮัดชิ้ว”

ซานะแอบเบ้ปากเล็กๆก่อนจะรับซาลาเปามาลูกนึงก่อนจะฮัดชิ้วออกมามินะเห็นดังนั้นจึงเงียบไม่พูดต่อแต่ขยับตัวเองมานั่งข้างๆซานะแทนก่อนแกะกระดุมเสื้อโค๊ทของตัวเองมาคลุมร่างอีกคนครึ่งนึง

“มันอาจจะไม่อุ่นมากแต่ก็อดทนจนถึงบ้านฉันหน่อยล่ะกัน”

                มินะพูดเสียงเรียบก่อนจะกินซาลาเปาเงียบๆ ซานะเองก็รู้สึกแปลกๆที่อีกคนเป็นห่วงเป็นร้อนกับตัวเองขนาดนี้

และความเงียบก็ปกคลุมมีเพียงสายฝนที่ตกลงกระทบกระจกดังเสียงเปาะแปะ ก่อนที่รถลีมูซีนจะจอดที่คฤหาสน์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่นอกเมืองเล็กน้อย มีคนรับใช้ออกมาต้อนรับและรับใช้ก่อนที่มินะจะจับมืออีกคนช่วยพยุงออกจากรถเพื่อเดินพร้อมลูกแมวตัวน้อย

 

“นี่เพื่อนฉันเองนะ รบกวนเตรียมอาหารอ่อนและน้ำอุ่นและกล่องปฐมพยาบาลมาด้วย”

มินะสั่งคนรับใช้ก่อนจะพยุงตัวซานะเข้าบ้านของตัวเองที่ทั้งกว้างและหรูหราก่อนจะเปิดประตูห้องของตัวเองที่เทียบเท่าห้องเรียนที่โรงเรียนซานะได้แต่ยืนมองอึ้งๆก่อนจะนั่งลงบนเตียงนุ่มแล้วนอนลงด้วยความตื่นเต้นลืมไปเลยว่าพึ่งประสบอุบัติเหตุมา

“นี่..อย่าพึ่งนอนสิ มันสกปรก..

                มินะอดบ่นอีกคนไม่ได้กับกิริยาท่าทางที่เด็กน้อยของอีกคนก่อนที่อีกคนจะกวักมือเรียก


“มิตังดูนี่สิ แมวน้อยก็ชอบเตียงมินะนะห๊อมหอมมม”

“อย่าไร้สาระน่า ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว..

“ง่า เค้าก็แค่อยากนอนแปปนึงเอง..อ๊ะ เจ้าแมวน้อย!

                ซานะที่ตกใจเมื่อแมวน้อยเซหลุดออกจากตักซานะทำให้มินะพลอยตกใจไปด้วยจนสะดุดขอบปลายเตียงเข้าอย่างจัง

 

“โอ้ย”

                มินะที่ล้มเซไปทางซานะที่อยู่บนเตียงนี้ เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของอีกฝ่าย หยาดน้ำที่ซึมแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนบางจุดของร่างกาย ใบหน้าที่น่าหลงใหลและเป็นที่หมายปอง ริมฝีปากของอวบอิ่มสีชมพูหยาดน้ำผึ้งที่อยู่ในระดับไม่ห่างไกลกันมากนัก มันช่างเชิญชวนให้น่าสัมผัสและลิ้มลองจนกระทั่งเสียงหัวใจของทั้งสองเริ่มเต้นแรงจนได้ยินเสียงออกมา


ตึก ตัก  ตึก ตัก


“มินะ

     ซานะเอ่ยคำพูดด้วยเสียงเล็กอู้อี้ที่ฟังแล้วไม่น่าเบื่อก่อนที่ลมหายใจร้อนๆนี้ค่อยๆเคลื่อนที่เข้าใกล้ด้วยใบหน้าสละสลวยของเมียวอิ มินะผู้นี้ จนริมฝีปากร้อนค่อยๆเคลื่อนที่ประกบแนบชิดกับริมฝีปากหวานของมินาโตะซากิ ซานะ

 

“อื้อ..

เสียงครวญครางในลำคอหลุดออกมาเล็กน้อย มือของมินะค่อยเลื่อนมาสอดที่โอบเอวของอีกคนเพื่อดันตัวอีกคนขยับใบหน้าโน้มมาลิ้มรสหวานมากขึ้น ค่อยๆลิ้มรสชาติของของหวานที่แสนละมุนละไม สัมผัสจูบที่แสนอบอุ่นละมุนละไมค่อยๆพลิกผันกลายเป็นจูบที่ร้อนแรงขึ้นด้วยการลากสัมผัสร้อนที่ทำให้ทั้งคู่ขาดสติได้ในไม่ช้า มือบางของซานะค่อยๆเลื่อนไปรั้งต้นคอของอีกคนราวกับเธอนั้นก็ต้องการสัมผัสนี้ที่ทั้งวูบวาบและอ่อนหวานละมุนจนลมหายใจหล่อหลอมเป็นลมหายใจร้อนเดียวกัน

                มินะที่ค่อยๆได้สติกลับคืนมาก่อนที่ตนเองจะทำล่วงเกินกับเพื่อนสนิทตัวเองไปมากกว่านี้ค่อยๆเลื่อนใบหน้าออกมามองใบหน้าหวานของอีกคนที่ตอนนี้ช่างยั่วยวนซะเหลือเกิน จนที่ยากจะหักห้ามใจได้ ซานะเองก็เคลิ้มไปกับรสจูบหวานวูบวาบนี้จนลืมความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายไปโดยสิ้นเชิงพลางรั้งต้นคออีกคนโน้มเข้ามาหาตัวเอง

 

“มินะจะทำต่อก็ได้นะ..

                ซานะที่ขาดสติไปโดยสิ้นเชิงเอื้อมริมฝีปากบางเบากัดตรงซอกคอเนียนขาวของมินะก่อนที่มินะสะดุ้งเล็กน้อยกับท่าทีของเพื่อนตัวเองที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ถ้าหากตัวเองเป็นคนอื่น ซานะเองก็คงไม่รอดน้ำมือเสียหรอก

 

..ไปอาบน้ำได้แล้วนะซานะ”

                มินะพยายามหักห้ามความรู้สึกตัวเองก่อนดันตัวเองออกห่างซานะ คนอันตรายที่ทำให้เมียวอิ มินะต้องหวั่นใจได้อยู่ตลอด ซานะเองก็ไม่พูดอะไรราวกับพึ่งได้สติไม่ต่างกันก่อนจะผงกหัวแล้วลุกออกไปยังห้องน้ำ

 

เฮ้อ..เกือบไปแล้ว..

                มินะล้มตัวนอนพลางเอามือก่ายหน้าผากตัวเอง เธอรู้ตัวดีว่าเธอกำลังหวั่นไหวกับเพื่อนสนิทตัวเองและสิ่งที่เธอทำไปมันก็ชัดเจนมากว่าเธอคิดเกินเลยกับเพื่อนคนนี้มาได้สักระยะแล้ว


ด้วยความแตกต่างที่เข้ากันได้ดีอย่างลงตัวนี้ทำให้มินะแปลกใจได้เสมอ เธอเองก็เหมือนตอนกลางที่ทั้งมืดสนิทและเงียบสงบ ที่เปี่ยมไปด้วยหลากลายความรู้สึกที่ไม่สามารถระบายออกมาได้ ต่างกับเธอซานะผู้ที่มีความร่าเริงดุจดวงอาทิตย์ในยามกลางวัน ที่คอยเป็นพลังงานให้คนมากมายเป็นที่รักและเป็นที่รู้จักของทุกคน ซึ่งนี่คือสิ่งที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงระหว่างพวกเธอสองคน 

มินะไม่เข้าใจตัวเองจนกระทั่งเธอเริ่มคิดมากเกินเลย ทุกๆครั้งที่ซานะเข้าหาเธอ เธอมักจะใจเต้นแรงเสมอ ทุกสัมผัสของซานะทั้งการสกินชิพ คำพูดคำจา ที่ทำให้เธอหลงผู้หญิงคนนี้มากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนยากที่จะปกปิดความรู้สึกนี้ไว้ แต่ว่า เพราะพวกเธอคือเพื่อนกัน เธอเลยได้แต่เตือนตัวเองในทุกๆวัน….แต่เธอก็ได้ทำเรื่องที่ไม่สมควรลงไปเสียแล้ว

 

“มินะ ห้องน้ำว่างแล้วนะ”

                ซานะเรียกอีกคนที่กำลังเล่นมือถือของตัวเองก่อนจะปิดมือถือเมื่ออีกคนเดินมาหาด้วยผ้าขนหนูตัวเดียว


“คุยกับใครน่ะ แหนะ..มีแฟนแล้วก็ไม่บอก”

“เปล่า ก็แค่รุ่นน้องน่ะไม่มีอะไรหรอก แล้วนี่สระผมแล้วใช่ไหม ขาหายเจ็บรึยัง”

“อื้ม..ดีขึ้นแล้วล่ะ ส่วนเรื่องเมื่อกี

“นี่เสื้อนะเอาไปใส่สิ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

                มินะเลี่ยงที่จะสนทนาต่ออีกคนและยื่นเสื้อเชิ้ตสีขาวยาวให้ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายและความรู้สึกที่เกินเลยออกไป

 

เพราะฝนแท้ๆเลย


ฝนทำให้ความรู้สึกฉันชัดเจนขึ้นเหมือนที่เม็ดฝนตกลงมาจากฟากฟ้า


แล้วฉันจะมองหน้าซานะติดยังไงกันเนี่ย...

 

หลังจากไม่นานมินะก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมเสื้อลำลองสีเทาอ่อนก่อนมองอีกคนที่นั่งเล่นกับแมวบนตักด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใส..ที่เธออยากจะเก็บไว้มองเพียงผู้เดียว


“มานี่ฉันทำแผลให้”

                มินะเดินไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาก่อนจะเดินมานั่งกับพื้นแล้วเปิดเอายาต่างๆนานาออกมาเพื่อปฐมพยาบาลอีกคน


“มินะนี่ดีจริงๆเลยนะ ทั้งใจดีแล้วก็ยังเป็นผู้ใหญ่ด้วย”

….

“เรียนเก่งไม่พอสวยด้วยแล้วก็เป็นคนใจดีขนาดนี้ถ้าได้เป็นแฟนก็คง..

“เสร็จแล้ว”

                มินะพูดขัดออกมาก่อนจะลุกเดินไปเก็บกล่องก่อนจะเดินมาอุ้มลูกแมวในอ้อมอก


“ส่วนเจ้านี่ฉันจะเลี้ยงเอง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ เดี๋ยวจะเอาไปให้แม่บ้านดูแลก่อนละกัน”

ว่าแล้วมินะก็เดินอุ้มแมวน้อยวางบนเบาะที่จัดเตรียมไว้ให้เจ้าแมวตัวนี้ก่อนจะเดินมาที่สวิทต์ไฟ


“ป่ะนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงไปเรียนนะคะ”

“อื้ม ฝันดีนะ”

“อืม..ฝันดีค่ะ”

      และแล้วแสงไฟก็ปิดลงอย่างอัตโนมัติซานะและมินะนอนเตียงเดียวกันก็จริงแต่เป็นคืนที่ทั้งคู่ไม่สามารถหลับไปได้อย่างเต็มตามากนักเพราะด้วยจูบครั้งนั้นที่ทำให้ตกอยู่ในห้วงความคิดของทั้งสองจนเวลาผ่านไปถึงรุ่งเช้า ซานะตื่นขึ้นมาก่อนลุกขึ้นมาพบว่าอีกคนไม่อยู่ข้างๆตัวเองก่อนบิดขี้เกียจไปมาแล้วได้ยินเสียงเคาะประตู


“จะนอนอีกนานมั้ยนี่มันจะสายแล้วนะ

“โธ่มิตังละก็ ก็ซาตังง่วงนี่นา”

“ไปอาบน้ำเลยเราต้องไปเรียนเช้านะ”

“งื้อรู้แล้วน่า บ่นเป็นแม่เลย แบร่”

“เดี๋ยวเถอะ!

 

บทสนทนาที่ปกติได้คืนกลับมาราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่มีอะไรก่อนที่ทั้งคู่เตรียมตัวไปโรงเรียนพร้อมกัน ด้วยความเป็นลูกของผอโรงเรียนจึงมียูนิฟอร์มสำรองไว้ทำให้ซานะไม่ต้องใส่ชุดเดิมที่เปียกอีกก่อนที่โมโมะจะเข้าหาทั้งคู่ก่อนพูดคุยอย่างปกติ ทั้งคู่ทำตัวปกติใส่กันจนกระทั่งคาบพลศึกษาที่ครั้งนี้ต้องไปว่ายน้ำ ซึ่งซานะและโมโมะไม่ถนัดสักเท่าไหร่


                ซานะที่กำลังลอยตัวอยู่ในสระก็อดนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้พลางคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างที่เหม่อมองใบหน้าของมินะแล้วก็คิดไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งซานะโดนเพื่อนอีกกลุ่มเซมาชนจนเสียหลักและแล้วความโชคร้ายคือเธอลืมวอร์มร่างกายก่อนลงสระเข้าเสียแล้ว!!

 

ตะคริว!!

 

ปลายประสาทที่เท้าของซานะเริ่มเกร็งและชาทำให้ซานะตกใจและกลัวอย่างมากจนทำให้เธอจะจมน้ำ

 

มินะและคนอื่นๆเริ่มได้สังเกตซานะที่มีท่าทีไม่ดีก่อนที่มินะจะวิ่งมาช่วยเหลือซานะกลับมีคนตัดหน้าไปเสียก่อน

ยู จองยอน รุ่นพี่ปี3ดีกรีนักกีฬาว่ายน้ำกระโดดลงไปช่วยซานะที่กำลังจะจมน้ำก่อนจะพาร่างบางขึ้นมาจากสระด้วยความทุลักทุเลมินะเห็นอย่างนั้นจึงรีบเข้าไปดูแล้วอาจารย์จึงสั่งให้ซานะไปเปลี่ยนชุดเพราะเป็นตะคริว มินะจึงอาสาที่จะไปเป็นเพื่อนซานะเพราะเป็นห่วงแต่ด้วยความเป็นห่วงมากเกินไปและรู้สึกแย่ที่ตัวเองช่วยอีกคนไว้ไม่ทัน และคนที่เริ่มพูดมากมายเกี่ยวกับเรื่องของซานะและยูจองยอนที่มีข่าวลือว่าสองคนนี้อาจจะมีซัมธิงมากกว่ารุ่นพี่และรุ่นน้อง


                ซานะเองก็ค่อยๆเดินออกมาจากห้องน้ำรวมของสระก่อนมินะจะเห็นดังกล่าวรีบเดินเข้าไปหาเพื่อถามไถ่


“เป็นยังไงบ้าง..ทำไมถึงไม่ระวังตัวแบบนี้ล่ะ”

“รู้มั้ยว่าคนอื่นเค้าเดือดร้อน”

“นี่เธอ เงียบทำไม ทำให้คนอื่นเค้าเป็นห่วงเล่นกันรึไง?”

“เธอเป็นอะไรไปเนี่ย ปกติเธอไม่ใช่คนที่จะขาดสติอะไรง่ายๆนะ”

“ก็เพราะมินะนั่นแหละ”

“หะ..

“เพราะจูบของเราสองคนเมื่อคืนไง!! ทำไมมินะต้องทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยแล้วนี่ก็ยังมาดุฉันอีกฉันเองก็อยากโดนมินะเอาใจใส่มากกว่าที่จะโดนต่อว่านะ แล้วถ้าพี่จองยอนไม่มาช่วยฉันไว้ มินะจะสนใจกันบ้างมั้ยล่ะ!!

                มินะได้ยินแบบนี้ถึงกับขึ้นเพราะตัวเองเป็นห่วงอีกคนมากเพียงแต่ไม่ได้สื่อออกมาในรูปแบบคำพูด


“จูบเราสองคนมันทำไมล่ะ นี่เธอต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ซานะ”

“สำหรับมินะแล้วฉันเป็นอะไรกันแน่ ทำไมเธอถึงต้องมาจูบฉันก่อนด้วยล่ะ ตอบมาสิ!

“เธอก็เป็นแค่เพื่อนของฉัน!!จูบนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้นแหละ !! เข้าใจรึยัง!!

……แค่เพื่อนงั้นหรอคนบ้า!!มินะไม่เคยเข้าใจฉันเลยสักนิดว่าฉันจะรู้สึกยังไง !!!

                ซานะเริ่มเสียงสั่นด้วยความโกรธและความรู้สึกปนเปกันไปก่อนจะจะเงยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอแล้วเอื้อมมือจับข้อมืออีกคนดึงมาเข้าหาแล้วประกบริมฝีปากร้อนเข้าอย่างจังๆจนเลือดซิบออกมาหยาดน้ำตาค่อยๆไหลรินออกมาด้วยหลากหลายอารมณ์


“เออ ขอโทษก็แล้วกันที่ฉันไปเผลอรู้สึกเกินเลยกับเธอ!!!

                ซานะพูดจบก็ผลักมินะออกห่างก่อนจะเดินออกไปนอกห้องน้ำปล่อยให้มินะอึ้งค้างไว้อยู่อย่างนั้น แต่ทว่าโชคร้ายไม่พอมีคนที่อยู่ตรงนั้นเข้าพอดีแล้วสามารถจับภาพฉากวาบหวิวได้อีกจนกระทั่งวันรุ่งขึ้น มินะเดินเข้ามาในโรงเรียนก่อนจะถูกจ้องสายตาที่แปลกไปก่อนกระดาษปลิวมาอยู่ที่เทียบเท้า..

 

ความจริงแล้วเมียวอิ มินะ มีความสัมพันธ์ลับๆกับเพื่อนสนิทของตัวเอง!!’

เมียวอิ มินะเป็นเลสเบี้ยน!!’

 

มินะกำกระดาษในมือแน่นก่อนจะปาลงทิ้งลงกับพื้นและเป็นจังหวะเดียวที่เสียงประกาศจากผู้อำนวยการเรียกพบเข้าตัวเพื่อสอบถามความจริง


“สรุปรูปนี้มันยังไงกัน หลานรู้ใช่ไหมว่ามันเสื่อมเสียแค่ไหน”


….แค่อุบัติเหตุค่ะ หลานจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีกแล้วค่ะท่านปู่”


“จำไว้ ชีวิตไม่ได้เป็นของแก อย่าได้เหลิงนักมากเลย! อย่าให้เกิดขึ้นอีก!!

“ค่ะท่านปู่….

                มินะเจ็บปวดหัวใจที่ต้องมานั่งแบกรับภาระหน้าที่ที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนต้องการก่อนทุกอย่างค่อยๆเริ่มดีขึ้น มินะเองก็ได้ย้ายไปยังห้องKingที่มีแต่การเรียนเท่านั้นและถูกตัดขาดกับซานะเพื่อนสนิทของเธอ กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่ไม่สามารถมองกันติดได้อย่างเดิม เพื่อนสนิทอย่างโมโมะก็ลำบากใจจนต้องเอาเรื่องนี้ไปปรึกษารุ่นพี่คนสนิทอย่างยูจองยอน


“ฉันสงสารซานะว่ะ ดูดิมันเฮิร์ทอย่างกับหมาเน่าเลย”

“นี่ก็ไม่หือไม่อือมาหลายอาทิตย์แล้วด้วย ไม่สดใสเลย”

“พอจะรู้มั้ยล่ะว่าทำไมทั้งสองคนถึงทะเลาะกัน” ยู จองยอนถามรุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้ากำลังนั่งกุมขมับอยู่

“ฉันไม่รู้มากหรอกพี่จองยอนแต่ที่แน่ๆคือซานะน่าจะไปชอบมินะแหละมั้งนะ”

“อ่าชอบคนใจแคบแบบนั้นน่ะหรอ เอางี้ฉันจะลองให้คาทกรุ่นน้องคนนึงมั้ย เผื่อมันจะดามใจเพื่อนเธอได้อ่ะ”

“ใครอ่ะพี่จองยอน”

โจว จื่อวี เป็นดาวชั้นปี1เลยล่ะ ดีกรีดีเป็นนักบาสระดับจังหวัดแถมยัยนี่ปลื้มซานะด้วย”

“อืม..งั้นจะลองบอกซานะดูนะ เผื่อมันจะดีกว่านี้ ไม่ต้องมานั่งตายด้านแบบนี้เห็นแล้วฉันล่ะเครียด”

                

     และแล้วจองยอนก็ให้คาทกของจื่อวีมาให้ซานะก่อนคุยปรับทำความเข้าใจให้ซานะและบอกให้ซานะเปิดใจกับคนอื่นที่เค้าแคร์ซานะดีกว่า ซานะเองก็ไม่อยากทำอะไรแบบนี้หรอกแต่พอได้คุยสักพักก็ค่อยๆเปิดใจขึ้น โจวจื่อวีมีบางสิ่งที่คล้ายกับเมียวอิ มินะมาก ทั้งความสูง นิสัย และท่าทางเหมือนจนบางทีก็คิดว่ากลัวตัวเองจะทำจื่อวีเสียใจ


“ซานะออนนี่มัวเหม่ออะไรอยู่คะ”

                จื่อวีที่เห็นอีกคนกำลังนั่งเหม่ออยู่เก้าอี้ไม้หินอ่อนพร้อมถือน้ำปั่นสองแก้วยื่นมาให้ซานะที่กำลังเหม่อลอยอยู่ในพวังค์ค่อยๆรู้สึกตัวขึ้นมา


“อ๋อ เปล่าน่ะ ไม่มีอะไรหรอกจื่อวียา ก็แค่คิดว่าวันนี้จะกินอะไรอยู่น่ะนะ”

“อ่าวหรอ งั้นก็ทำอะไรกินง่ายๆสิช่วงนี้อากาศแปรปรวนนะคะ พวกข้าวต้มมันก็อุ่นคอดีค่ะ”

“อื้ออ รู้แล้วน่า นี่ก็บ่นเป็นคุณมาม๊าไปได้ ซานะเป็นออนนี่นะคะ”

 

     ภาพสองคนที่กำลังหยอกล้อสนุกสนานตรงอยู่สวนหย่อมที่โรงเรียน มีสายตาเรียบนิ่งที่คุ้นเคยจ้องมองจากตรงนั้นอย่างห่างๆ เป็นภาพที่บีบหัวใจเธอเหลือเกินที่ รอยยิ้มอันสดใส เธอไม่ได้เป็นเจ้าของของต้นเหตุรอยยิ้มนั้นอีกต่อไป


เมียวอิ มินะ ที่ยืนอยู่ตรงมุมเสาระหว่างทางเชื่อมทอดสายตามองคนสองคนที่กำลังหยอกล้อกันก่อนจะหันใบหน้ากลับหนีด้วยความทุกข์ใจ ตอนนี้เธอไม่สามารถยืนข้างๆหญิงสาวอันเป็นที่รักได้อีกต่อไป และนี่คือต้นเหตุของคืนที่ฝนตก

 

“ถ้าชีวิตฉันต้องเกิดมาเจออะไรแบบนี้”

“สู้ให้ตายไปเลยก็คงจะดีกว่า”

“ยังไงเราก็ไม่ได้มีค่าสำหรับใครอยู่แล้วนี่”

 

     มินะตัดเพ้อในขณะที่มองร่มในมือก่อนจะปามันลงทิ้งที่ถังขยะ ขณะนี้พลบค่ำที่เหลือเพียงแต่ความมืดมิดห่อปกคลุมไปด้วยสายฝนและผู้คนที่เดินผ่านไปมาตรงทางเดินที่คุ้นเคยที่เธอเคยเดินกับซานะ และในตอนนี้มินะเหมือนกับเป็นสายน้ำที่ถูกพัดไปในแต่ละสถานที่ต่างๆ ภาพความทรงจำคอยย้อนมาตักเตือนหัวใจ เมื่อเธอรู้ตัวดีว่าเธอทำอะไรผิดพลาดที่สุดในชีวิตลงไป ถ้าหากเธอซื่อสัตย์กับตัวเองมากกว่านี้เธอคงจะมีความสุขและไม่ต้องมาทรมานแบบนี้


                ในขณะเดียวกันสองสาวที่เดินขนาบข้างกันมาด้วยร่มสองคันเดินอยู่ริมถนนหลังจากที่พวกเธอได้ไปเดทกันที่ห้างมาไม่นาน ซานะแหงนมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหยาดฝน ภาพความทรงจำในคืนนั้นได้หวนย้อนเข้ามาภาพตอนที่เธอกำลังเปียกและเหน็บหนาว เธอจะมีมินะอยู่ข้างๆเสมอคอยดูแลเธอ ไม่ว่าจะตอนไหนก็ตาม แต่ในตอนนี้ทุกสิ่งกลับว่างเปล่า เธอไม่มีคนที่คอยคุยในยามดึก ไม่มีคนนั่งกินข้าวพร้อมกันสามคน ไม่มีแม้แต่เสียงนิ่มๆที่โทรมาปลุกเธอตอนเช้าของทุกวัน

 

ไม่เคยลืมได้เลย......

 

ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนกี่วัน กี่คืน กี่สัปดาห์ เธอก็ไม่สามารถลบภาพของเมียวอิ มินะได้ลงเลยสักคืน ทั้งที่คนข้างๆเธออย่างโจวจื่อวี ที่แสนดีคอยเทคแคร์ดูแลเธอตลอด..แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ซานะเลิกคิดถึงใครอีกคนที่ห่างไกล

 

นับจากวันนั้นเรื่องก็ผ่านมาได้3สัปดาห์เข้าแล้ว เธอเกลียดสายฝนที่ทำให้เธอได้พบเจอและสายฝนนี้ก็เป็นตัวพัดพรากคนสำคัญของชีวิตหลุดออกจากชีวิตของเธอ..เปรียบเหมือนกลุ่มเมฆที่ก่อรวมตัวในยามฝนตกเช่นนี้ และเมื่อฝนหยุดตกก็เคลื่อนตัวออกห่างจากกันไป เปรียบเสมือนเหตุการณ์ในตอนนี้เอาเสียไม่ผิดจริงๆ


ซานะที่ยืนเหม่อเดินตามทางได้หยุดฝีเท้าลงทำให้จื่อวีที่เดินข้างๆหยุดแล้วหันหน้ามามองตาม


“ฝนตกหนักแล้วนะซานะออนนี่ รีบเดินกันเถอะ”

“เธอกลับไปก่อนเลยก็ได้นะพอดีฉันนึกได้ว่ามีเรื่องต้องทำน่ะ”

“คะ..เดี๋ยวสิ..?”

 

ซานะไม่รีรอคำตอบจากอีกคนก่อนจะหันหลังเดินย้อนกลับทางเดิม ทางที่เธอเคยเดินกับเมียวอิ มินะในทุกๆเย็น

และเธอก็หวังว่า มินะก็คงยังอยู่ที่โรงเรียนอย่างแน่นอน ฝีเท้าเริ่มเร่งขึ้นด้วยความรีบร้อนใจ ทั้งโศกเศร้าและคิดถึงอีกคนที่ตนเองไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะตั้งแต่มินะย้ายออกห้องไปซานะก็ไม่ร่าเริงเท่าเดิม โมโมะชวนไปไหนก็ไม่ค่อยหือไม่ค่อยอือ ก็มีแต่จื่อวีที่เข้าใจเธอและยังยืนข้างๆแต่ทว่ามันไม่ใช่เจ้าของหัวใจของซานะคือ มินะคนที่ทำให้เธอประทับใจแรกพบ คนที่คอยเข้าใจเธอทุกอย่าง คนที่คอยยิ้มตามเวลาที่เธอเล่นมุกตลกๆ คนที่คอยช่วยงามและติวหนังสือให้ คนที่เคยกอดกันในวันที่ซานะท้อแท้ คนที่เป็นทุกอย่างในความทรงจำ….

 

ซ่า ซ่า

 

เสียงเม็ดฝนตกลงมากระทบร่างสูงที่เงยใบหน้ามองฟากฟ้าโดยไม่หวั่นเกรงอะไรยืนแน่นิ่งอยู่ตรงทางเดินกลับบ้านที่มีผู้คนสัญจรมากมายแต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างไร ในใจเธอมีแต่ความเหน็บหนาว มีแต่ความโศกเศร้าจนเธออยากจะหายไปจากโลกนี้

 

ตึก ตึก

 

เสียงฝีเท้าที่วิ่งอยู่วนในโรงเรียนที่คุ้นเคย วิ่งตามหาคนคนนึงที่เธอเป็นห่วงและคิดถึงอยู่ไม่นานก็ต้องหยุดพักเพื่อสูดหายใจ

 

“อ..อยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย มินะ! ฉันจะเป็นบ้าตายแล้วนะ”

“ฮึก..ฮือ..ทำไมต้องใจร้ายกันด้วยแบบนี้

ซานะเริ่มปลดปล่อยความรู้สึกในใจของตัวเองด้วยการตะโกนลั่นโดมใหญ่ก่อนจะเดินออกจากโรงเรียนไปตามทาง


เหลือบไปเห็นร่างสูงที่คุ้นเคยที่ยืนอยู่ตรงจุดที่เธอตกต้นไม้เมื่อครั้งก่อน ร่างของมินะดูแน่นิ่งราวกับว่าไม่ตอบสนองต่ออะไรก็ตามใบหน้าเงยแหงนรับฝนที่ตกลงมา ทั้งที่มินะเป็นคนรักสุขภาพขนาดนี้ ซานะที่กำลังร้องไห้ตัดสินใจเช็ดน้ำตาก่อนจะเดินถือร่มคันโตมุ่งฝีเท้าไปยังร่างสูงที่คุ้นเคย


“มมินะ”

ร่างสูงยังคงเงียบไร้การตอบกลับก่อนที่มืออุ่นเข้าไปสัมผัสมือเย็นยะเยือกของมินะซึ่งไร้การตอบกลับใดๆและทันใดนั้นนี่เองร่างสูงก็ทรุดฮวบลงไปกับพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซานะตกใจที่เห็นสภาพของมินะ เพื่อนที่เธอรักตอนนี้เหมือนกับคนที่กำลังจะหมดแรง ริมฝีปากซีด ใบหน้าทรุดโทรมบ่งบอกถึงอาการนอนไม่หลับ มือที่เย็นเฉียบแสดงให้เห็นถึงการตากฝนที่นานมากๆจนชีพจรเต้นช้าลง……

 

….

 

โรงพยาบาลโอซาก้าห้องผู้ป่วยVIP 9697’


“ฉันขอโทษนะมินะจัง..

                ซานะพูดเสียงสั่นระริก ที่ขอบตามีน้ำตาคลออยู่ เพื่อนสนิทอย่างฮิราอิ โมโมะเดินเข้าไปปลอบซานะเพื่อนสนิทของเธอและโจว จื่อวีที่ยืนอยู่มุมประตูมองอย่างห่วงๆ


“ไม่เป็นไรหรอก..มินะจะหายป่วยเชื่อฉันสิ ซานะไม่ผิดหรอกนะ”

“อือ..ถ้าเกิดฉันไม่..ฮึก..มินะคงไม่

     ซานะนั่งก้มใบหน้าลงร้องไห้อย่างเจ็บปวดที่ตนเองเป็นต้นเหตุของการป่วยของมินะครั้งนี้ ถึงแม้จะไม่มีอะไรน่าอันตรายแต่ว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มินะได้เข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา เนื่องจากชีพจรเต้นช้าลงกว่าปกติ ร่วมกับอาการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ทุกอย่างดูแย่ไปหมด โมโมะที่เห็นเพื่อนตัวเองร้องไห้อย่างน่าโศกเศร้าจึงทำอะไรมากไม่ได้นอกจากจะปลอบใจเพื่อนสาวตัวเองจนเวลาผ่านไป กลางดึกที่ซานะบอกให้โมโมะกลับบ้านไปเสียก่อน เพราะเธอจะดูแลมินะเอง

 

“จื่อวียา เธอก็กลับไปก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวฉันดูแลมินะต่อเองน่ะ พรุ่งนี้มีเรียนเช้านะ”

     ซานะพูดกับจื่อวีที่นั่งเงียบๆมาตลอด ในใจจื่อวีรู้มาตลอดว่า คนที่ซานะแคร์มากที่สุดคือใคร คนในใจของซานะ ซึ่งเธอเองก็ต้องยอมรับว่า เธอสู้คนในใจของซานะไม่ได้ ต่อจะให้เธอทำดีกับซานะแค่ไหนก็ตาม


“ซานะออนนี่คะ ออกมาคุยกับฉันแปปนึงได้มั้ย”

“อื้ม ได้สิ”

จื่อวีพาซานะออกมาที่นอกห้องตรงมุมระเบียงที่มีอากาศถ่ายเทอย่างสบายและสงบ


“มีอะไรหรอ”

“ซานะออนนี่ ไม่ควรโกหกตัวเองนะคะฉันน่ะรู้มาตลอดว่าคนที่ออนนี่รักคือใคร”

….

“ซานะออนนี่กลับไปดูแลคนที่ซานะออนนี่รักเถอะนะคะ ส่วนฉันไม่เป็นไร ฉันเข้าใจถ้ามินะออนนี่ไม่มีซานะออนนี่ไม่ได้นะคะ..พวกออนนี่เหมือนพระจันทร์และพระอาทิตย์ มันเป็นของที่คู่กัน”

จื่อวีเม้มริมฝีปากเพื่อพูดความในใจ เธอเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กันที่เธอต้องเป็นฝ่ายเสียสละแต่ก็ดีกว่าเธอดันทุรัง


ขอโทษนะจื่อวียา”

“ไม่เป็นไรค่ะ..ก่อนฉันจะไปฉันขอกอดออนนี่ได้ไหมคะ”

ซานะไม่ตอบอะไรก่อนจะขยับตัวไปกอดอีกคนอย่างนุมนวล กอดนี้ไม่ได้มีความรู้สึกที่พิเศษอะไรไปมากกว่าพี่-น้อง เพราะเธอเองไม่สามารถมองจื่อวีในฐานะคนรักได้ในเมื่อในใจเธอมี มินะเต็มหัวใจ


“ลาก่อนค่ะซานะออนนี่”

จื่อวียิ้มก่อนจะคลายกอดซานะออนนี่ที่ตัวเองรักก่อนจะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วยไปตามทางของเธอ…เธอไม่ได้เป็นผู้แพ้ในความรักครั้งนี้ แต่เธอเลือกที่จะเสียสละความสุขของตัวเองเพื่อให้คนที่เธอรักได้มีความสุข..

 

….

 

ซานะที่เดินเข้ามาในห้องผู้ป่วย มองร่างนิ่มสูงที่นอนอยู่ในชุดผู้ป่วยต่อสายน้ำเกลือโยงรยางค์ไปหมดก่อนจะนั่งลงข้างๆเอื้อมมือจับมือมินะอย่างแผ่วเบา


“มินะ เธอรู้มั้ย ตั้งแต่ที่เราสองคนรู้จักกัน ไม่มีวันไหนที่ฉันไม่มีความสุขเลยนะต่อให้เราทะเลาะกันแต่เราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้เสมอ มินะที่คอยดูแลฉันตลอดมาขอบคุณนะฉันขอโทษจริงๆที่ทำให้เธอต้องไม่สบายใจแต่หลังจากนี้ฉันจะไม่หนีเธออีกแล้ว


“ฉันรักเธอมินะ”

                ซานะพูดเสียงสั่นเล็กน้อยก่อนจะจับมือมินะยกขึ้นมาจุมพิตเบาๆที่หลังมือ ร่างสูงยังคงนิ่งไม่สะทกสะท้านใดๆก่อนที่จะมีเสียงประตูที่เปิดเข้ามาเป็นพยาบาลและแพทย์เพื่อเช็คอาการและคุณปู่ก็เดินตามเข้ามาจัดการดูแลมินะต่อก่อนที่ซานะจะเดินออกไปด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก

 

หลังจากวันนั้นมามินะก็ไม่ได้มาโรงเรียนอีกเลย ไม่มีใครพูดถึงมินะมากนักข่าวลือเรื่องซานะกับมินะก็ซาลงเพราะผอเป็นคนปฎิเสธแทนตัวมินะเองไปเสียแล้ว เลยไม่มีอะไรติดค้างใจกันโดยทั่วกันมีเพียงแต่ซานะที่เหลืออยู่ด้วยความคิดถึงโมโมะก็คิดถึงมินะไม่ต่างกัน เหมือนบางอย่างมันขาดหายไปจากชีวิต

 

เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งมินาโตะซากิ  ซานะ..

ที่เหมือนเป็นตัวพามินะเข้ามาหา แล้วก็พามินะออกไปจากเธอ

เป็นต้นเหตุที่ทำให้ซานะไม่ชอบหน้าฝนนี้เลย

 

เวลาล่วงผ่านไปได้หนึ่งเดือน นี่กลางเดือนมิถุนายนที่เป็นเดือนของฤดูฝนอย่างแท้จริง ฝนเม็ดเล็กที่ตกลงมาอีกครั้งทำให้ซานะที่ลืมเอาร่มมาขมวดคิ้วยุ่งๆก่อนจะบ่นอิดออกอยู่ตรงหน้าตึก

 

“โอ้ย ไม่ได้เอาร่มมาอีกแล้วอ่ะ ฝนจะตกบ่อยไปไหนกัน ไม่ชอบเลย”

“ถ้างั้นกลับด้วยกันมั้ยล่ะ?”

                ระหว่างที่ซานะบ่นอยู่คนเดียวนั้นได้มีเสียงปริศนาพร้อมร่มที่อยู่ตรงหน้าเป็นมือที่เธอคุ้นเคยและชินตา เสียงโทนนุ่มที่เคยได้ฟังอยู่บ่อยๆก่อนที่จะหันไปหน้าไปเจอกับคนที่เธอคิดถึงมากที่สุด


“มินะจัง!!

ซานะตาโตเรียกชื่อมองอีกคนทื่ยืนในชุดยูนิฟอร์มเรียบร้อยก่อนเลิกคิ้วแล้วกางร่มขึ้นเหนือหัว


“เอ้า อ้าปากอะไรกันยัยเด๋อเนี่ยแมลงวันจะบินเข้าปากแล้วนะ กลับบ้านกันเถอะ แม่เธอรออยู่นะ”

     มินะยักคิ้วกวนๆใส่หนึ่งทีก่อนจะถูกซานะตีไหล่เล็กน้อย


“คนบ้า กลับมาก็ไม่บอกกันเลย..ว๊าย!!

     ซานะที่กำลังจะปริปาลั่นวาจาโดนมินะกวักเอาน้ำฝนสะบัดใส่เปียกเล็กน้อยก่อนที่ซานะจะวิ่งตามลงไปเพื่อเอาคืนเมียวอิ มินะ

 

ระหว่างทางเดินกลุ่มเมฆเริ่มสลายตัวออกห่างกัน ท้องฟ้าเริ่มมีแดดสอดส่องออกมา ปรากฏการณ์ฟ้าหลังฝนที่มักจะเกิดขึ้นคือ

“ดูนั่นสิซานะ สายรุ้งน่ะ”

“อ๊ะ จริงหรอ ไหน!!

ซานะที่กำลังจะหันมาหาทางมินะกลับพบว่าใบหน้าอีกคนจ่ออยู่รอและสายตาสีน้ำตาลเข้มกำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนจะเอ่ยคำคำนึงที่เธอไม่คิดว่าจะได้ยินออกมาจากปากมินะ


“อย่าไปไหนอีกนะคะ ฉันขาดออนนี่ไม่ได้ วันที่ไม่มีเธอคอยเดินข้างฉันแทบจะขาดใจ”

“ฉันรักเธอนะ มินาโตะซากิ ซานะ

     สิ้นคำพูดของมินะ มินะเคลื่อนใบหน้าและริมฝีปากไปสัมผัสอย่างรวดเร็ว เป็นจูบที่อบอุ่นและเต็มใจของทั้งสองคน มือของมินะทื่ถือร่มอยู่เอาไว้ไม่สามารถปิดบังแดดหรือเม็ดฝนได้อีกต่อไป...


“ฉันก็รักเธอเหมือนกันนั่นแหละยัยคนปากแข็ง!!

“ใครว่าปากฉันแข็งล่ะ..ปากฉันออกจะนุ่มนะ”

“ปากฉันนุ่มกว่าย่ะ!นี่แหนะ “


     และแล้วซานะก็เอาแก้มนุ่มไปชนที่แก้มมินะก่อนที่ทั้งคู่จะวางร่มก่อนจะวิ่งเล่นกันท่ามกลางแอ่งน้ำที่บ่งบอกว่าฝนพึ่งหยุดตก ท้องฟ้าหลังฝนที่มักจะสวยงามเสมอ ได้เกิดขึ้นหลังจากท้องฟ้าที่มืดมิดมานานแสนนาน



บางครั้งสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็มักจะมีสิ่งที่ดีที่สุดซ่อนอยู่ก็เสมอ เหมือนฟ้าหลังฝนที่มักจะสวยงามเสมอ


THE END The Sky after rainy season #มิซาในวันที่ฝนตก


....

_________________________________________________________________________________________

Talk Zone : สวัสดีค่ะ วันนี้ก็มาอัพวันช็อตของมิซานะคะ ครั้งนี้แอบเนียนลงโปรเจ็คบ้านมิซานิดหน่อยค่ะ อิอิ

ก็เป็นฟิคที่มีหลากหลายอารมณ์ เนื่องจากเราเห็นว่าบางครั้งฝนอาจจะทำให้เราเปียกบ้างทำให้รถติดทำให้เกิดเรื่องแย่ๆ แต่บางครั้งทุกอย่างมันก็ไม่ได้แย่เสมอไป ทุกความแย่ทุกความล้มเหลวมักจะมีสิ่งดีๆรออยู่เลยขอหยิบยกถ่ายทอดออกมาเป็นฟิคตอนนี้นะคะ อาจจะตัดจบไวไปหน่อยบ้าง อาจจะมึนๆก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ สุดท้ายแล้ว ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

แล้วเจอกันใหม่ค่า ღゝ◡╹)ノ♡


TWITTER: @amaamashouki

Tag: #มิซาในวันที่ฝนตก 


อย่าลืมไปเล่นแท็กกันนะคะ แอดมินเค้ามีรางวัลแจกสำหรับผู้อ่านด้วยค่ะ โชคดีค่ะ♡

ผลงานทั้งหมด ของ amaamashouki

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Fa_J (@fabegin06) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 14:35
    โอ้ยยยย นึกว่าตัวเองเป็นไบโพล่าร์ บทจะเขินก็เขินจนตัวจะบิด บทจะดราม่าก็เล่นจนปวดตับ55555 ชอบนะคะ สนุกมากๆอินสุด5555
    #5
    0
  2. วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 23:49
    เหมือนกำลังดูอนิเมะอยู่เลยค่ะ มีความซึนและมุ้งมิ้งครบสูตรมากๆ ถ้าเราเป็นมินะก็หวั่นไหวเหมือนกันแหละมีเพื่อนน่ารักขนาดนี้ ตกลงคุณปู่ยอมอ่อนให้แล้วใช่มั้ยน่ะมินะถึงกลับมาหาซานะได้ ต้องให้หลานป่วยก่อนเหรอคะ ใจร้ายยย! ปล.อยากเป็นแมวตัวนั้นจังค่ะ .///.
    #4
    0
  3. วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 08:35
    คือนึกว่าคุณปู่จะพามินะหนีไปจากซานะแล้วแต่ก็กลับมาลงเอยกันในที่สุด ปริ่มมมม
    #3
    0
  4. #2 FFch_ (@FahKanompung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 19:04
    เนื้อเรื่องอบอุ่นมากกชอบบบ ตอนแรกๆก็นึกว่าจะทะเลาะกันตอนมานั่งด้วยกันงี้กัดกันงี้5555 ก็นึกว่าจะจบแบบดราม่าเตรียมตัวร้องไห้แต่สุดท้ายก็แฮปปี้เอน ขอบคุณสำหรับฟิคมิซาค้าบ
    #2
    0
  5. #1 dRomanticz (@dRomanticz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 13:46
    ขอบคุณครับ
    #1
    0