เสน่หาตราตรึง

ตอนที่ 5 : แรกพบสบตาRe

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    8 มี.ค. 61






         " ออออออกเรือน! แต่งงานน่ะหรือ? " เพชรไพลินถึงกับตะโกนขึ้นอย่างตกใจ ' พระเจ้า! เพิ่งวิ่งหนีงานหมั้น แต่ดันมาเจองานแต่งเนี่ยนะ!! '

         " ใช่เจ้าค่ะ! ออกเรือนคือการอยู่กินแบบผัวเมียอย่างไรเล่าเจ้าคะแม่นาย " นางสายเอ่ยตอบด้วยเสียงที่มั่นใจพร้อมทั้งอธิบายเสร็จสรรพ ทั้งนี้ก็ด้วยเกรงผู้เป็นนายจะยังหลงลืมอยู่อีก
 





         " มะไม่แต่งไม่ได้หรือจ๊ะ คือฉันยังไม่พร้อม.. " ดวงหน้างามมีแววลังเลทั้งกิริยาที่ยกแขนขึ้นมาให้บ่าวดูก็ออกจะตะหนกตกใจอย่างแท้จริง " ..ดูสิตามเนื้อตัวมีแต่รอยบาดแผลฟกช้ำเต็มไปหมด แต่งไปมีแต่จะอายชาวบ้านชาวช่อง " จนสีหน้าที่เศร้าละห้อยชวนให้คนมองนึกสงสารอย่างสมจริงสมจัง 

         " มิได้ดอกหนาแม่นายท่าน ฤกษ์นี้เป็นฤกษ์ดีที่สุดในรอบ10ปี หากไม่แล้วก็คงต้องรออีก10ปีเชียวจ้าค่ะ " นางสายเอ่ยด้วยสีหน้างุนงง ด้วยปกติแล้วนายของตนมักจะรำพึงรำพันเรื่องงานแต่งอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน อีกทั้งสาเหตุของรอยฟกช้ำนั้นก็ได้มาจากตอนออกไปซื้อยาปลุกกำลังชายเพื่อที่ผู้เป็นนายจะได้เข้าห้องหออย่างสุขสมหวัง นึกแล้วนางยังแอบรู้สึกอายอยู่เมื่อผู้เป็นนายเอ่ยปากชวนออกไปซื้อหา..  ' แลนึกอย่างไรจึงมิอยากแต่งเอาตอนนี้ ' 

         " 10ปีแล้วอย่างไร ฉันรอได้.. " เพชรไพลินถอนหายใจยาวพร้อมทั้งมองไปทางบ่าว " เออคือ..ฉันชื่ออะไร สายพอจะบอกได้ไหม.. " ท่าทีอ้าปากตาค้างของนางสายทำให้เธอรู้ว่าต่อไปคงต้องระมัดระวังในคำพูดมากกว่านี้ " ..คือฉัน ฉันนึกอะไรไม่ออกเลยน่ะจ๊ะ " ถึงจะไม่อยากยอมรับแต่ทั้งหมดมันก็คือความจริงที่เธอไม่อาจจะหลีกหนีพ้นได้
 
         " พิดโถแม่นายของบ่าว.. " เพียงได้ยินคำถามที่ชวนฟังประหลาด นางสายก็ถึงกับถอนหายใจยาวอย่างคนปลงตก " ..แม่นายชื่อแม่หญิงน้ำเพชร อายุได้18หนาว เป็นบุตรีคนเล็กแลคนเดียวของท่านเจ้าพระยามหาเสนากับท่านผู้หญิงวลัยกาญน์.. " คนพูดอธิบายอย่างคล่องปากทั้งยกมือขึ้นซับน้ำตาด้วยเหตุให้นึกถึงความหลังตอนสมัยผู้เป็นนายยังเด็กก็มักจะถามไถ่ช่างเจรจาไม่ขาดปาก แต่หลังจากเหตุการณ์จมน้ำเกือบตายขึ้นมาวาจาถามไถ่ฉอเลาะก็กลับหายสิ้นไป " ..แลแม่นายยังมีพี่ชายอีกหนาเจ้าคะ ท่านนามว่ารัตน์ มีบรรดาศักดิ์เป็นถึงคุณพระรัตนากรเทียวหนา " 

         " ..แล้วผู้ชายที่ฉันต้องแต่งงานด้วยเขาแก่ไหม..หล่อไหมสาย " เมื่อได้ทีเพชรไพลินจึงเริ่มซักไซ้ไล่เลียงถามตามความอยากรู้ทันที 

        ฐานะครอบครัวนี้คงจะดีไม่น้อย แถมแม่หญิงน้ำเพชรยังมีพ่อเป็นถึงเจ้าพระยา แต่ทำไมแม่ถึงมีคำนำหน้าเป็นท่านผู้หญิงกัน หากจำไม่ผิดสมัยก่อนภรรยาของท่านพระยากับท่านเจ้าพระยาต้องเรียกขานกันว่าคุณหญิง.. หรือว่าท่านจะเคยมีพระยศมาก่อนแต่เลือกที่จะเสกสมรสกับสามัญชนจึงต้องลาออกจากฐานันดรแล้วคงยศไว้เป็นท่านผู้หญิง ด้วยการอภิเษกสมรสของเจ้านายฝ่ายในสมัยก่อนไม่เป็นที่นิยมนัก โดยหลายพระองค์ไม่ได้อภิเษกสมรสตลอดพระชนม์ชีพเลยก็มี ด้วยไม่อาจเลือกคู่ครองดั่งใจเองได้เพราะต้องอภิเษกสมรสกับผู้ที่มีฐานันดรศักดิ์เท่าเทียมกันหรือสูงกว่าเท่านั้น 

         ' แต่..ถ้าจำไม่ผิดเหมือนกฏนี้จะถูกตั้งขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย..และนั่นมันก็เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ไม่ใช่สมัยรัชกาลที่ 5 อย่างเช่นตอนนี้! ' 

         " คุณหลวงรึเจ้าคะ " เสียงอ้อมแอ้มของนางสายเอ่ยอย่างไม่ค่อยแน่ใจ " แลหล่อมันคืออันใดฤาเจ้าคะแม่นายท่าน "

         " หล่อเหรอ อืม..ก็แบบรูปร่างหน้าตา " เพชรไพลินใช้เวลานึกคิดชั่วครู่ก่อนจะระบายยิ้มซุกซน " อ่อ..ถ้าสมัยนี้ก็คงเป็นรูปงามไหมน่ะจ๊ะ "

         " ตาเถร! " เพียงได้ยินนางสายก็ถึงกลับอ้าปากพะงาบๆกับสรรพนามที่ฟังดูพิลึกพิลั่น " อย่าได้ไปกล่าวเช่นนี้ให้ผู้ใดได้ยินหนาเจ้าคะ มันไม่งามเจ้าค่ะแม่นายท่าน "

         " พูดแค่นี้ก็ถึงกับไม่งาม ถ้าไปได้ยินได้เห็นตอนคนเขาบอกรักกัน กอดจูบกันในที่สาธารณะจะไม่อกแตกตายเลยหรือ " เพชรไพลินพึมพำเสียงเบาก่อนจะหลุดเสียงขำเมื่อต้องนึกถึงยุคสมัยที่ตนจากมา

        กิริยาประเดี๋ยวคิ้วขมวดประเดี๋ยวหัวเราะทำให้บ่าวอย่างนางสายอดคิดไม่ได้ว่าผู้เป็นนายอาจจะวิปลาสไปแล้วจริงๆ ดั่งว่าลืมไปแล้วหมดสิ้นแม้แต่บุรุษที่เคยมีใจเสน่หา " คุณหลวงเจตนิพัทธ์ท่านเป็นคนสุขุมเจ้าระเบียบเจ้าค่ะ ยิ่งเรื่องรูปโฉมรูปทรัพย์ยิ่งมิต้องไปกล่าวถึง..ท่านรูปงามนักแถมยังเรียนจบจากเมืองนอกเมืองนาอีกหนา อายุบ่าวก็มิใคร่ทราบดอกแต่คงจักมิเกิน30เจ้าค่ะแม่นายท่าน " นางสายแอบมองตาที่สงสัยใคร่รู้ของผู้เป็นนายอย่างุนงงก่อนจะแสดงท่าทีที่อึดอัด ' รูปร่างหน้าตาก็แม่หญิงน้ำเพชรผู้เดิม เหตุใดนางจึงรู้สึกคล้ายมิได้พูดคุยอยู่กับแม่หญิงน้ำเพชรกัน '

         " อย่างนั้นหรอกหรือ.. "  เพชรไพลินฟังคำกล่าวนั้นก็ให้รู้สึกคลายใจ หากอีกฝ่ายเรียนจบจากเมืองต่างประเทศคงเป็นคนหัวสมัยใหม่ ถ้าคืนเข้าหอเธอเสนอข้อตกลงแล้วเลียบเคียงถามเรื่องหย่าคงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไร " เช่นนั้นนอนกันเถอะ ฉันง่วงแล้ว "

         " มิได้หนาเจ้าคะแม่นายท่าน.. " นางสายเบิกตาโพลงรีบบอกกล่าวด้วยท่าทีแสนจะอึดอัด " ..ฟ้าจวนจักสว่างประเดี๋ยวบ่าวเช็ดเนื้อตัวให้ แลอีกสักพักท่านผู้หญิงคงเข้ามาช่วยแม่นายแต่งเนื้อตัว " จากนั้นจึงเดินไปมุมห้องนำเอาถังน้ำที่จัดเตรียมเอาไว้เมื่อคืนพร้อมทั้งผ้าขาวเนื้อดีมาชุบน้ำแล้วปั้นให้หมาดๆมาเช็ดตามเนื้อนวลอย่างเบามือ


ก๊อก ก๊อก

         " แม่เพชรตื่นหรือยังลูก แม่เข้าไปหนา " 

         เสียงของสตรีวัยกลางคนที่ดูมีอำนาจดังขึ้นหน้าประตูทำให้เพชรไพลินตาเบิกโพลงลุกลี้ลุกลนด้วยเกรงจะทำอะไรไม่ถูกไม่ควร " เจ้าค่ะ " เมื่อกล่าวรับไปแล้วก็ให้ใจหายวาบ ด้วยเสียงนั้นคงจะเป็นมารดาของแม่หญิงน้ำเพชรที่นางสายกล่าวถึง..ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์

         เพียงประตูเปิดออกภาพหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าเปี่ยมไปด้วยเมตตาก็ปรากฏ ทำให้จิตใจที่พลุ่งพล่านของเพชรไพลินสงบลงได้บ้าง หากเธอก็ได้แต่มองผู้มาใหม่ตาละห้อยเมื่อความคิดที่ว่า ' ผู้เป็นแม่มีหรือจะจำลูกตนเองไม่ได้ ' ดังเข้ามาแทรก ท่านดูสวยสง่าทุกย่างก้าวดูมีจริตขนาดอายุปาไปจะห้าสิบแล้วแต่ใบหน้าท่านก็ยังดูเยาว์ราวกับสาวสามสิบปลายๆก็ไม่ปาน

         " แม่เพชรมิสบายฤาลูก.. " ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์เอ่ยถามบุตรสาวพร้อมทั้งยกมือไปอิงที่หน้าผากของอีกฝ่าย  "..ไยจึงมองหน้าแม่เช่นนั้น "

         " ..เออคือฉันไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ โอ๊ย..." ด้วยไม่รู้คำเรียกขานเพชรไพลินจึงเอ่ยตอบหญิงวัยกลางคนตรงหน้าอย่างเป็นทางการ ก่อนจะร้องโอดโอยเมื่อมือนั้นตีเข้าที่แขนตรงแผลถลอกพอดี

         " ดูพูดเข้า เมื่อก่อนยังเรียกคุณหญิงแม่.. เอ๊ะ! " ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์กล่าวว่าบุตรสาวที่พูดจาดูห่างเหินเล็กน้อย " รอยฟกช้ำนี้ลูกไปโดนกระไรมา..ตายจริง! เหตุใดจึงเป็นแผลถลอกเช่นนี้ลูก " ก่อนจะอุทานอย่างตกใจเมื่อยกสำรวจตามเนื้อตัวของบุตรสาว

         " คือว่า..เพชร เออลูกลงไปถ่ายท้องมา แล้วลื่นบันไดเจ้าค่ะท่าน เออ..คุณหญิงแม่ " เพชรไพลินเอ่ยตอบทั้งรู้สึกเกรงในน้ำเสียง

         " บ่าวมิได้ดูแลแม่นายท่านให้ดีเท่าที่ควร.. " เสียงสั่นของหนึ่งในนั้นหลับหูหลับตาไหว้ปลกๆทั้งน้ำตานองแม้ใจจะกล้าๆกลัวๆ " ..ท่านผู้หญิงอย่าได้โทษแม่นายท่านเลยหนาเจ้าคะ..ลงโทษบ่าวแทนเถิดเจ้าค่ะ "
 
         " ลูกข้าเป็นเช่นไรข้าย่อมรู้ดี คงมิต้องหาความจากเอ็งดอก.. " น้ำเสียงคล้ายเอ็ดที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาของท่านผู้หญิงวลัยกาญน์หันไปมองลูกตาดำๆของบ่าวในอาณัติบุตรสาวที่ออกตัวรับแทนกัน " ..แม่เพชรนี้ก็ช่างกระไร บนเรือนมีให้เข้าไยต้องถ่อไปถึงข้างล่าง นี่ดีหนาที่มิโดนงูเงี้ยวเขี้ยวขอกัดเอา "

         คนฟังที่รู้สึกคล้ายว่ากำลังโดนเหน็บจึงทำได้เพียงส่งยิ้มแหยๆไปให้คนนั้นทีคนนี้ที จากนั้นจึงเดินตามแรงจับจูงของท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ไปนั่งตรงเก้าอี้หน้ากระจก " นางสายคงจักเช็ดเนื้อตัวให้แล้วกะมัง แม่จักได้ช่วยลูกแต่งเนื้อตัว "

         ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์จัดแจงเครื่องประทินโฉมมาชโลมทาผิวลออนั้นอย่างเบามือ น้ำอบน้ำปรุงถูกทากระหน่ำ ผมยาวสลวยถูกหวีจัดเก็บให้เรียบร้อยตามด้วยเครื่องประดับประดาที่มีแทบจะขนมาหมดทั้งบ้านถูกนำมาวางเรียงรายให้เลือกหาจนเพชรไพลินต้องทำตาปริบๆมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตกใจ ส่วนบ่าวอย่างนางสายที่ยังไม่ได้รับคำสั่งก็ให้นำพัดมาวีอย่างคนรู้งาน

         จากนั้นท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ก็จับเธอยัดใส่ชุดหมูแฮมแขนพองสีครีมงาช้างมีสายผ้าแพรสีเหลืองทองผูกโบว์คาดไว้ตามด้วยโจงกระเบนผ้าไหมยกทองผืนงามแบบไม่ตัดเย็บรัดด้วยเข็มขัดทองคำสีอร่ามตา ' โห..เส้นเท่าแขน ถ้าทำหายจะชดใช้ยังไงไหวละเนี่ย '

         " ลูกผู้ดีต้องคาดเข็มขัดทองคำ " ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์เปรยขึ้นอย่างคนเข้าไปนั่งในกลางใจ เมื่อเครื่องหน้าเครื่องผมและชุดถูกจัดแต่งเรียบร้อย ท่านจึงวางมือเรียงไล่หาเครื่องประดับก่อนจะหยุดอยู่ถาดเครื่องไข่มุก ตามด้วยต่างหูสร้อยกำไลแหวนทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นไข่มุกทั้งสิ้น จากนั้นจึงยกกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินขึ้นมาเปิดนำเอามงกุฎเพชรอันเล็กมาวางบนศีรษะของบุตรสาว 

         ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ยิ้มละไมทั้งน้ำตาคลอหน่วยเมื่อพินิจทั่วร่างอย่างคนตื้นตันใจประสาผู้เป็นแม่ที่กำลังจะได้เห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝา " งดงามราวกับเพชร เหมือนดั่งชื่อลูกมิมีผิด " ก่อนจะหันเลยออกไปนอกหน้าต่างที่ฟ้าเริ่มแจ้งสว่าง " แม่คงต้องกลับห้องก่อนหนา..แลอย่าได้ออกไปเดินซุกซนที่ใดเทียว ประเดี๋ยวแม่จักกลับมารับตัว " 
           
         " งามนักเจ้าค่ะ งามราวกับเทพธิดาก็มิปาน " นายสายอุทานเมื่อร่างระหงที่แต่งกายประดับประดาเสร็จลุกขึ้นยืนเต็มความสูง " บ่าวว่าหากคุณหลวงได้ยลคงจักต้องตะลึงในความงามของแม่นายเป็นแน่เจ้าค่ะ "

         เพียงลับร่างท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ เพชรไพลินก็ผุดลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่วก่อนจะทำตาปริบๆโน้มตัวมองตนเองผ่านภาพเงากระจก ใบหน้าขาวผุดผ่องนวลเนียนลออโปะด้วยเครื่องประดับอย่างตู้ไข่มุกเคลื่อนที่ไม่มีผิด กำไลข้อมือข้อเท้าหรือแม้แต่สร้อยคอก็ล้วนสวมทับกันหลายเส้น จนเธออดรู้สึกหนักอึ้งไม่ได้หากต้องสวมใสเครื่องชุดแบบนี้ไปทั้งวัน

         กลิ่นหอมอ่อนๆลอยตลบอบอวนไปทั่วทั้งห้อง ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้แจกันหรือจะเป็นเครื่องดอกไม้สดที่แขวนหน้าต่างให้ชมดู ความงามละเอียดที่ได้กลิ่มอายพีเรียดนั้นเป็นที่ประจักษ์ถึงเรื่องงานฝีมือของคนในยุคสมัยโบราณ ตามด้วยเสียงโห่ร้องดังอะไรสักอย่างมาจากด้านนอกที่คนฟังดูไม่ค่อยได้สรรพจึงต้องเดินไปชะโงกหน้าออกมองหน้าต่างอย่างสงสัยใคร่รู้
       

' โห่.........โห ฮิ้ว
  โห่.........โห ฮิ้ว
  โห่..........โห ฮิ้ว '


         " อย่าเจ้าค่ะแม่นายท่าน.. " นางสายเอ่ยแย้งเบาๆเมื่อเห็นผู้เป็นนายไปชะเง้อมองขบวนขันหมากอย่างเลิ่กลั่ก  "..มันไม่งามหนาเจ้าคะ "
 
         ด้านเพชรไพลินที่กำลังจ้องเป๋งไปยังที่มาของเสียงก็ให้นิ่งอึ้งไปชั่วครู่ ขบวนขันหมากใหญ่โตข้ามผ่านสะพานตรงมายังตัวเรือนใหญ่ รอบด้านแน่นไปด้วยชุดขันหมากซึ่งมีทั้งพานขันหมาก พานสินสอด พานแหวนหมั้น พานธูปเทียนแพ  พานผลไม้มงคล พานขนมมงคล ทุกอย่างถูกประดับประดาด้วยงานใบตองละเอียดสวยงามสมดั่งเป็นงานใหญ่ของลูกหลานผู้มีบรรดาศักดิ์ใหญ่โต 

         ทันทีได้ยินเสียงบ่าวอย่างนางสายเอ่ยเรียกเพชรไพลินจึงถอนสายตากลับ ทว่าสายตาจะไม่สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่กำลังมองสบมาพอดี ใบหน้าหล่อเหลาของคนผิวขาวทำให้คนมองรู้สึกร้อนๆหนาวๆแต่ก็แสดงออกถึงสีระเรื่อทั้งที่ฝ่ายนั้นเพียงมองมาด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบเท่านั้น 

         " หล่อจัง.. " ความรู้สึกเต็มตื้นหัวใจพองโตจนแน่นข้างในอกไปหมดทำให้เพชรไพลินถึงกลับพึมพำในลำคอ  

         " ประเดี๋ยวท่านผู้หญิงคงจักเข้ามารับ แม่นายกลับเข้ามาเถิดหนาเจ้าคะ " เมื่อได้ยินเสียงบ่าวเรียกอีกครั้งเพชรไพลินจึงเหลือบไปมองบุรุษเมื่อครู่ที่ตอนนี้กำลังมองมายังเธออย่างขุ่นเคืองอยู่เต็มเปี่ยมอีกคลา

         จากนั้นจึงกลับเข้ามานั่งเก้าอี้หน้ากระจกพร้อมทั้งจ้องมองภาพเงาสะท้อนตนเองอย่างนึกสงสัย ' ทำไมรู้สึกเหมือนมีคนไม่ชอบหน้าเราเลยแฮะ '

         " เป็นกระไรลูก หน้านิ่วคิ้วขมวดเชียว.. " ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ถามด้วยความแปลกใจที่เห็นบุตรสาวเอาแต่นั่งเหม่อมองหน้ากระจก ขนาดตัวท่านเดินเข้ามาถึงในห้องอีกฝ่ายก็คงยังไม่รู้ตัว " ..ฤามิชอบใจในเครื่องหน้าที่แม่จัดแต่งให้ "

         " ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ.. " เพชรไพลินรีบปฏิเสธพัลวันก่อนจะก้มหน้านิ่ง " ..เออคือเพชรหมายถึงชอบมากเจ้าค่ะ เพียงแต่เกรงจะทำอะไรไม่ควรออกไป "

         คำพูดอ้อมแอ้มกับท่าทีกระอักกระอ่วนของบุตรสาวยังคงทำให้ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์มองกลับอย่างสงสัยทั้งแปลกใจในสรรพนามที่ผิดแผลกจากเดิม " เช่นนั้นก็ไปกันเถิด.. เจ้าบ่าวแห่ขันหมากมาถึงแล้ว " 

         เพชรไพลินในชุดแต่งงานสมัยรัชกาลที่5 ค่อยๆก้าวออกจากห้องเคียงข้างกับท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ ร่างระหงในเสื้อลูกไม้สีครีมงาช้างที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีตนั้นสวมใส่โจงกระเบนผ้าไหมยกทองระบายรอบเอวตรงชายเสื้อทับ การนุ่งโจงกระเบนแบบชาววังโบราณนั้นจะใช้ผ้าเพียงผืนเดียวซึ่งที่เธอกำลังนุ่งอยู่นี้ก็ออกจะสวยงามเป็นธรรมชาติจนงดงามกว่าโจงกระเบนสำเร็จทั่วไปที่มีขายในปัจจุบันเสียด้วยซ้ำ 

         ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์มาส่งเธอถึงแค่หน้าบันไดเรือน ทำให้เพชรไพลินได้เห็นบรรดาญาติเด็กเล็กเด็กน้อยที่จัดแจงกั้นประตูเงินประตูทองด้วยสร้อยเงินและสร้อยทองเพื่อแลกกับถุงอัฐสีแดงในมือของเจ้าบ่าวที่ต้องจ่ายเป็นค่าผ่านประตู 

         เพียงได้เห็นเจ้าบ่าวที่สวมใส่ชุดราชประแตนแจกถุงอัฐเป็นว่าเล่นเพชรไพลินก็ถึงกับผวาถอยหลังไปถึงสองก้าว จมูกโด่งได้รูปรับกับปากหยักบางหรือจะคิ้วเข้มยาวเฉียงรับกับดวงตาคมกริบเปลือกตาสองชั้นชัดเจนล้อมกรอบด้วยขนตาแพหนาส่งให้ดวงตาคู่นั้นโดดเด่นคม หากแต่อะไรมันจะเป็นความบังเอิญขนาดที่ว่าเจ้าของสายตาขุ่นเคืองคู่นั้นจะเป็นคุณหลวงเจตนิพัทธ์เจ้าบ่าวของแม่หญิงน้ำเพชร

         เมื่อเจ้าของร่างสูงใหญ่ผ่านประตูเงินประตูทองได้ก็เดินมาหยุดยืนเคียงข้างหญิงสาวร่างระหง " จักมองอีกนานฤาไม่ " เสียงเรียบนั้นเอ่ยถามหากดวงตาสีนิลกลับซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

         คนที่กำลังยืนประเมินหน้าตาความสูงอยู่ถึงกับหน้าเหวอเมื่อได้ยินคำกล่าวทักทายประโยคแรกของคนที่กำลังจะแต่งงานกัน " ขอโทษเจ้าคะคุณหลวง ดิฉันไม่ทราบจริงๆว่าแค่มองหน้าก็มีความผิดด้วย " ดวงหน้าผุดผ่องเหลือบมองบุรุษข้างกายที่วางหน้านิ่งอย่างไม่ใคร่พอใจครู่ก่อนจะส่าวเท้าออกเดินนำแล้วพึมพำเสียงเบา " ถึงจะหล่อจริง..แต่แม่ก็ไม่เปค "

         น้ำเสียงคล้ายไม่ใยดีเหมือนแต่ก่อนทำให้คนฟังถึงกับอึ้งงัน แม้จะรู้ว่าตนเป็นฝ่ายเริ่มก่อนหากใจกลับรู้สึกร้อนร้นขัดเคืองในท่าทียโสนั้น เมื่อเดินไปเคียงข้างจึงลอบสังเกตในท่าทีเพราะสรรพนามที่หญิงสาวใช้ฟังดูผิดแปลกไปจากเดิม
    
         เดิมทีตัวเขารู้จักแม่หญิงน้ำเพชรมาตั้งแต่เจ้าหล่อนยังเป็นเด็ก ด้วยเจ้าคุณพ่อของเขากับท่านเจ้าคุณบิดาของหญิงสาวเป็นสหายกันมาตั้งแต่พวกท่านยังหนุ่ม ตัวเขานั้นไม่ได้มีใจเสน่หาในตัวสตรีนางนี้เลยแม้แต่น้อย ด้วยไม่ชอบนิสัยใจคอที่พอไม่ได้ดั่งใจต้องการก็ตบตีบ่าว อีกทั้งหญิงสาวยังไม่มีความเป็นศรีเรือนอย่างสตรีชาวสยามพึงมี เจ้าหล่อนเอาแต่แต่งกายอวดรูปโฉมชะม้ายตามาให้บุรุษอย่างเขาซึ่งให้รู้สึกรำคาญและไม่ชอบใจ ถึงกระนั้นตัวเขาก็ไม่สามารถมีสิทธิ์มีเสียงกล่าวปฏิเสธคำมั่นสัญญาของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้

         คู่บ่าวสาวเดินเคียงกันเข้าไปนั่งพับเพียบกลางเรือนใหญ่ที่มีพานขันหมากจัดวางเรียงเป็นสัดส่วน ตรงหน้ามีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายนั่งบนโต๊ะเตี้ยคล้ายแคร่ ซึ่งผู้ใหญ่ฝั่งเธอเหมือนจะขาดท่านเจ้าพระยามหาเสนาที่ท่านผู้หญิงวลัยกาญน์ได้บอกกล่าวว่าไปราชการทางตอนใต้และกำลังเดินทางกลับพระนคร 

         พิธีสู่ขอสวมแหวนหมั้นเป็นไปอย่างราบรื่นเหมือนจะพูดจาแนวทำนองเสนาะแล้วท่านผู้หญิงวลัยกาญน์กล่าวตอบรับก็เป็นอันเสร็จสิ้น สินสอดทองหมั้นถูกนำมานับต่อหน้าตามประเพณีซึ่งทั้งหมดรวมเป็นเรือนหอ 7 ห้องนอนบนที่ดินย่านเจริญกรุงติดแม่น้ำเจ้าพระยา ทองคำแท่ง 4 หีบ ชุดเครื่องเพชร 5 ถาดกับเงินอีก 400 ชั่ง หรือประมาณ 32,000 บาท 

         เพียงได้ยินตัวเลขเพชรไพลินก็ถึงกับนึกคิดในใจว่าสามหมื่นสองพันนี้ถ้าให้เทียบกับปัจจุบันมันจะมากแค่ไหนกัน " คุณหลวงเจ้าคะ "

         สายตาคมปรายมองคนข้างกายอย่างไม่ใคร่สนใจ " กระไรรึ.. "

         คนฟังมีท่าทีกระอักกระอวนเล็กน้อยเมื่อต้องเจอกับสายตาคู่คมที่จ้องมองมา " พอจะทราบไหมเจ้าคะว่าราคาข้าวสารตกที่ถังละเท่าไหร่ "

         " หล่อนจักถามไปกระไร.. " เจ้าของเสียงขรึมเอ่ยทั้งพินิจหญิงสาวร่างระหง " ..ถังละ 1 มายน " 

         " ก็ไม่รู้ถึงได้ถามไงเจ้าคะ " เพชรไพลินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามในคำที่ฟังดูพิลึกพิลั่น " เออคือ.. แล้ว 1 มายน มันเท่ากับกี่สตางค์หรือกี่บาทกันเจ้าคะ "

         " แค่นี้ก็มิรู้ดอกรึ อย่างว่า..หล่อนคงรู้แต่วิธีใช้ " น้ำเสียงเรียบขรึมทำให้ใบหน้างามจ๋อย หลวงเจตนิพัทธ์จึงถอนหายใจยาวเมื่อรู้ว่าตนเองเริ่มใจอ่อน " 50 สตางค์! "

         เพชรไพลินยิ้มกริ่มกับคำตอบที่ได้รับก่อนจะแสร้งทำหูทวนลมเพราะจุดมุ่งหมายในหัวของเธอมีแต่ตัวเลข ' ถ้าข้าวสาร 1 ถัง สมัยนี้ตกราคาถังละ 50 สตางค์ แล้วในปัจจุบันราคาข้าวสารโลละ 35 บาท ถังหนึ่งมี 15กิโล หนึ่งถังก็ต้อง 525 บาท (ในปี60) ฉะนั้น 1 บาทสมัยนี้ก็ประมาณ 1,050 บาทปัจจุบัน เช่นนั้นค่าสินสอดของแม่หญิงน้ำเพชรเฉพาะเงินสดก็เท่ากับ 32,000 x 1,050 อืมมมม... '

         " 33,600,000 บาท! " คนอุทานถึงกับทำตาโตตะลึงในค่าสินสอด ' หากรวมเรือนหอทองหมั้นชุดเครื่องเพชรด้วยก็น่าจะราวๆ100ล้าน โอโห..เรื่องรูปโฉมรูปทรัพย์เห็นจะจริงอย่างที่นางสายว่า.. ขนาดไม่ชอบขี้หน้ายังต้องตบแต่งแพงถึงเพียงนี้ ก็อย่างว่า..แม่หญิงน้ำเพชรเป็นถึงบุตรีของท่านเจ้าพระยามหาเสนานี่เน๊าะ '

         " กล่าวกระไรของหล่อน.. " คำพูดเหมือนอุทานนั้นทำให้หลวงเจตนิพัทธ์กะพริบตามองอย่างแปลกใจ " ..พูดจาหาได้ความไม่ "

         เสียงตำหนินั้นทำให้สิ่งที่ครุ่นคิดอยู่หยุดชะงักสองตากวาดมองภาพตรงหน้าอย่างคลายใจเมื่อเห็นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมัวแต่ยุ่งกับสินสอดจึงไม่ทันได้สนใจเธอ เพียงปรายตามองบุรุษข้างกายเพชรไพลินก็ถึงกับอึกอักไปชั่วครู่ก่อนจะพูดเลียนแบบเสียงอย่างที่ได้ยินมากวนๆ " ประมาณรำพึงรำพันน่ะเจ้าคะ "  

         หลังจากจบพิธีเพียงครู่เดียวพระสงฆ์ก็เดินมานั่งเรียงรายเก้ารูปรวมพระพุทธรูปคือพระประธานเป็นสิบรูปพอดี เสียงพระสงฆ์เริ่มสวดมนต์ทำให้ต่างฝ่ายต่างเงียบไม่มีแม้แต่จะชำเลืองมองหน้ากัน เมื่อพิธีสวดเสร็จสิ้นก็เป็นสวดอวยพรจากนั้นพระสงฆ์ก็ให้ซัดน้ำมนต์หยดกระจายไปทั่วเรือน ถึงทีบ่าวสาวเพชรไพลินก็ถึงกับสะดุ้งตังโย้งอย่างน้ำมนต์ที่เย็นไปชนไหล่คุณหลวงเจตนิพัทธ์

         " ขออภัย " เสียงทุ้มเข้มนั้นเอ่ยพร้อมดวงตาคมที่หันมองมา

         เพียงได้ยินเสียงทุ้มกล่าวขอโทษเพชรไพลินจึงเหล่ตาไปมองเจ้าของใบหน้านิ่งเรียบ หากตาไม่ได้ฝาดไปคลับคล้ายว่าเธอจะเห็นแววประกายในดวงตาคมคู่นั้น ' อารมณ์บ่จอยแบบนี้ ห่วงชีวิตโสดหรืออย่างไรพ่อเจ้าประคุณ '


...........................

พุทธศักราช 2475 สมัยรัชกาลที่7 
ด้มีเปลี่ยนแปลงการปกครองจาก ระบอบสมบูรราญาสิทธิราชย์ เป็น ระบอบประชาธิปไตย โดยเจ้านายฝ่ายในมีสิทธิในการเลือกคู่ครองได้ โดยหลายพระองค์ซึ่งส่วนมากเป็นหม่อมเจ้าหญิง และบางพระองค์เป็นพระองค์เจ้าหญิง (หลานหลวง) ได้กราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งราชวงศ์ เพื่อสมรสกับผู้ที่มีฐานันดรศักดิ์ต่ำกว่าตั้งแต่หม่อมราชวงศ์ไปจนถึงสามัญชน ตามที่กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสมรสพระราชวงศ์ มาตรา 4 กล่าวว่า " เจ้าหญิงองค์ใด ถ้าจะทำการสมรสกับผู้อื่น ซึ่งมิใช่เจ้าในพระราชวงศ์ อันเป็นการไม่ต้องด้วยพระราชประเพณีนิยม ท่านว่าต้องกราบถวายบังคมลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์เสียก่อน "

อ้างอิงที่มา - https://hilight.kapook.com/view/112793

..........................

ข้าวสาร 1 ถังตกราคาถังละ 50 สตางค์

อ้างอิงที่มา - หนังสือพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ( เรื่องความทรงจำ )

..........................

ระบบสกุลเงินในสมัยรัชกาลที่5 
ก่อนปี พ.ศ 2440 เงินตราไทยใช้ระบบดังนี้
หน่วยเงินมูลค่าหมายเหตุ
1 หาบ80 ชั่ง = 6,400 บาท
1 ชั่ง20 ตำลึง = 80 บาท
1 ตำลึง4 บาท
1 บาท1 บาท = 100 สตางค์
1 มายน หรือ 1 มะยง12 บาท = 50 สตางค์ปัจจุบันยังมีการเรียกเหรียญมูลค่านี้ว่า เหรียญสองสลึง
1 สลึง14 บาท = 25 สตางค์ปัจจุบันยังมีการเรียกเหรียญมูลค่านี้ว่า เหรียญสลึง
1 เฟื้อง18 บาท = 12.5 สตางค์
1 ซีก หรือ 1 สิ้ก116 บาท = 6.25 สตางค์
1 เสี้ยว 1 เซี่ยว หรือ 1 ไพ132 บาท = 3.125 สตางค์
1 อัฐ164 บาท = 1.5625 สตางค์
1 โสฬส หรือ โสฬศ1128 บาท = 0.78125 สตางค์
1 เบี้ย16400 บาท = 0.015625 สตางค์

อ้างอิงที่มา-https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97_(%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B8%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99)

..........................  

บรรยากาศในงานแต่ง





............................

นิยายแนวพีเรียดไทย 
สมัยรัชกาลที่5 ร.ศ. 114
ชื่อเรื่อง ดั่งดวงหทัย

..ใครเลยจะคิดว่าดาราสาวพราวเสน่ห์อย่าง ' คุณหนูฉัตรลดา ' จะได้กลายมาเป็นบ่าวรับใช้ในวัง แถมยังต้องโดนพระองค์ชายหน้านิ่งเรียกใช้งานไม่เว้นแม้แต่เวลานอน จนได้กลายเป็นที่อิจฉาของคนทั่วในวัง..
( พระองค์เจ้าพชรดนัยรังษีสรรค์กับฉัตรลดา )

............................

สวัสดีตอนเช้าๆของวันอาทิตย์ 
ต้องขอโทษที่ไม่ได้มาลงหลายวันนะคะ
มีผิดพลาดตรงไหนแนะนำกันได้ค่ะ
แล้วก็ขอบคุณผู้ติดตามทั้ง78คนด้วยค่ะ

06:32
9/4/17
พลอยทอง












       
             







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

1,396 ความคิดเห็น

  1. #533 nanllary (@piyanan123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 14:43
    แก้คำให้น้าา หน้าเบื่อ -->> น่าเบื่อ จ้า
    #533
    1
    • #533-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      3 ตุลาคม 2560 / 07:53
      ขอบคุณค่ะ แก้ไขเรียบร้อยแล้วค่ะ
      #533-1
  2. #223 IamAtom (@IamAtom97) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 12:43
    ถามค่ะ ตอนก่อนนี้สายบรรายายว่านำ้เพชรด่าพูดจาไม่ดีแต่ไม่เคยตบตีบ่าว แต่ไม่ตอนนี้คุณหลวงบรรยายว่าไม่พอใจอะไรก็ตบตีบ่าวเน่อ งงเด้งงเด้!!
    #223
    1
    • #223-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      9 มิถุนายน 2560 / 16:54
      หากอ่านดีๆย่อหน้าที่14 ของตอน แม่หญิงน้ำเพชรกับเพชรไพริน จะมีบรรยายไว้ว่า " ถึงแม้แม่นายจะชอบกล่าววาจาว่าร้าย หากไม่ได้อะไรดั่งใจก็จะทุบตีบ่าวไพร่ แต่แม่นายก็ไม่เคยที่จะทุบางอย่างบ่าวคนอื่น และด้วยความต่างนี้กระมัง "
      #223-1
  3. #152 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 14:13
    ชอบน้ำเพชรเกรียนดี
    #152
    1
    • #152-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      27 พฤษภาคม 2560 / 19:43
      โก๊ะๆไปน่ารักดีค่ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #152-1
  4. วันที่ 9 เมษายน 2560 / 22:10
    คุณพี่เจต(ป่ะ)อย่าเผลอหลงรักละกันทำเป็นเฉยไปเหอะ #มีความอินเบอร์นั้น สนุกดี รอตอนต่อปายยยยยยย ^^*
    #22
    1
    • #22-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      10 เมษายน 2560 / 01:32
      พรุ่งนี้จะมาต่อตอนใหม่ให้แน่นอนเจ้าค่ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #22-1
  5. #21 orae57 (@orae57) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 14:50
    รอๆนะคะสนุกมากค่ะ
    #21
    1
    • #21-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      9 เมษายน 2560 / 20:25
      ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #21-1
  6. #20 ชอบนิยาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 12:33
    สนุกดีค่ะ มาต่ออีกนะ

    อยากเห็นเค้าเข้าหอกันแล้ว555
    #20
    1
    • #20-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      9 เมษายน 2560 / 20:24
      ต่อให้แน่นอนค่ะ ตอนต่อไปเข้าหอแน่นอนค่ะ
      #20-1
  7. #19 Sherpatcha (@patcharapornrod) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 09:20
    รอตอนต่อไปนะค่ะ ไรท์อย่างทิ้งเด็ดขาด นิยายเรื่องนี่สนุกนะ^_^
    #19
    1
    • #19-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      9 เมษายน 2560 / 20:24
      ไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #19-1
  8. #18 Meaw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 08:47
    ขอสวัสดีตอนบ่ายๆเย็นๆ เพิ่มด้วยเจ้าค่ะ
    #18
    1
    • #18-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      9 เมษายน 2560 / 20:23
      ค่ะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #18-1
  9. #17 ##@@ZINdear@@## (@DearDeaiwDream) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 08:04
    สวัสดีตอนเช้าค่ะ อาการเหม่อลอยหน้าแดงเนี่ยยยยสงสัยจะหลงแต่แรกพบเลยนะฮาๆๆๆ
    #17
    1
    • #17-1 Amanlada (@amanda101ef) (จากตอนที่ 5)
      9 เมษายน 2560 / 20:23
      55555 ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #17-1