[ Fic The Prince of tennis ] ♀ Ex-Freundin ♂

ตอนที่ 3 : ♀ Ex-Freundin ♂ Chapter Two

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 ก.ค. 62

Chapter Two







ความลับ คือ ความจริงที่เราต้องการปกปิดผู้อื่นไม่ให้รับรู้เรื่องราวเหล่านั้น

แต่สักวันเมื่อเราพูด ความลับ นี้ออกไปกับใครบางคน

มันก็จะไม่เป็น ความลับ อีกต่อไป

...ราวกับสุภาษิตที่ว่า ความลับ ไม่มีบนโลกใบนี้






"แฟนใหม่ของคุณ ไม่สิ อันจู ยูกิ นี่ดีกว่าฉันจริงๆ นะคะ"

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลของเทะสึกะเบิกกว้างด้วยความตกใจทันทีที่โคโทริพูดในสิ่งที่เขาไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้รู้มากที่สุดออกมา

 

 

ไม่ใช่แค่เทะสึกะคนเดียวหรอกที่ตกใจ ปฏิกิริยาคนอื่นๆ ก็ไม่ต่างไปจากกัปตันชมรมมากนัก ตัวจริงในชมรมปีสามคนอื่นๆ ที่รู้เรื่องนี้อยู่แล้วคงตกใจที่ว่าทำไมโคโทริถึงรู้เรื่องนี้ได้ แต่คนอื่นที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกคงจะตกใจเรื่องความสัมพันธ์ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเขากับโคโทริ และ ความสัมพันธ์ของเขากับอันจู ยูกิ มาดอนน่าแห่งโรงเรียนเซงาคุ

 

 

จู่ๆ โคโทริก็ยิ้มกว้างให้กับเขา แต่แววตาไม่ได้ยิ้มตามไปด้วยเลย ก่อนจะหันหลังเดินกลับไป แต่เทะสึกะไม่ยอมให้เป็นอย่างงั้น เขาคว้าแขนของร่างบางไว้

 

 

"ทำไม เธอถะ-"...ทำไมเธอถึงรู้เรื่องนี้ได้ แต่ก่อนที่จะถามคำถามจบ ก็ถูกเสียงที่ดังกว่าแทรกเข้ามา 

 

 

"ไม่เอา! ไม่ยอม! ยังไงฉันก็จะแข่งกับโคชิมาเอะ"

 

 

เสียงดังกังวานชัดเจนของคินทาโร่ ทำให้เทะสึกะลืมตัวปล่อยแขนโคโทริลง เธอมองหน้าเขาด้วยความแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปมองยังต้นเสียงที่กำลังโหวกเหวกโวยวายอยากแข่งกับโคชิมาเอะ ซึ่งหมายถึง ตัวจริงปีหนึ่งเอจิเซ็น เรียวมะ แต่เพราะโรงเรียนชิเท็นโอจิแพ้การแข่งขันไปแล้วเลยไม่สามารถแข่งขันกับเอจิเซ็นได้แล้ว

 

 

แต่จะพูดยังไงๆ ดูท่าคินทาโร่ก็ไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เรียวมะก็ถูกรองกัปตันอย่าง โออิชิ ชูอิจิโร่ สั่งห้ามลงแข่ง เพราะ ไม่อยากให้การแข่งขันนอกรอบนี้ไปกระทบกระเทือนในวันพรุ่งนี้ที่ต้องแข่งขันชิงชนะเลิศทั่วประเทศ

 

 

เรียวมะหยิบกระเป๋าแร็กเก็ตของตน ก่อนจะเดินหันหลังให้กับตัวจริงชิเท็นโฮจิ

 

 

"คิดจะหนีหรือไง โคชิมาเอะ"

 

 

นัยน์ตาสีฮาเชลของเรียวมะมองสะดุดไปที่โคโทริ ซึ่งเด็กสาวก็กำลังมองมาทางเด็กชายเช่นเดียวกัน จู่ๆ เรียวมะก็กระตุกยิ้มออกมาราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ พร้อมกับหันไปพูดกับคินทาโร่

 

 

"...ก็นะ ถ้าแค่ลูกเดียวก็ได้"

 

 

"จริงเหรอ ขอบใจมากเลยนะ" คินทาโร่เอ่ยคำขอบคุณด้วยความดีใจ

 

 

"คนที่นายควรขอบคุณ คือ ผู้จัดการของพวกนายต่างหากล่ะ"

 

 

เรียวมะเอ่ยออกไปท่ามกลางความงุนงงและสับสนของทุกๆ คน รวมกระทั่งคนที่มีศักดิ์เป็นผู้จัดการด้วย  เช่นกัน ร่างเล็กหยิบแร็กเก็ตออกมาจากกระเป๋าก่อนจะนำไปพาดบ่า

 

 

...รอยยิ้มอวดดีของเอจิเซ็น เรียวมะผุดขึ้นมาบนใบหน้าอีกครั้ง

 

 

"ถือซะว่าที่ฉันแข่งกับนาย เป็นการตอบแทนที่รุ่นพี่โคโทริช่วยพวกฉันในเยอรมันแล้วกันนะ"



เรียวมะพูดอย่างไม่เดือดร้อนอะไรพลางสาวเท้าไปหาคินทาโร่ที่กำลังหยิบแร็กเก็ตออกมาจากกระเป๋าด้วยความดีใจ ก่อนจะกระโดดโลดเต้นไปหาโคโทริที่มีสีหน้าตกใจอย่างไม่ปกปิดจากคำพูดของเรียวมะเมื่อครู่

 

 

"ขอบคุณมากๆ นะ โควจัง" ว่าแล้วก็จับมือของโคโทริแกว่งไปมา ก่อนวิ่งไปหาคนที่ถูกตั้งฉายาว่าโคชิมาเอะกำลังยืนรออยู่ โดยไม่สนเลยว่าคำพูดที่เรียวมะพูดออกมามันคืออะไรกันแน่

 

 

...แต่ก็นะการที่แข่งกับคนที่อยากแข่งมากที่สุดคงไม่สนใจเรื่องอื่นแล้วล่ะ ถึงจะแค่ลูกเดียวก็ตาม แต่แค่      คินทาโร่ได้แข่งกับเรียวมะก็คงมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกแล้ว

 

 

"เฮ้อ" หลังจากที่คินทาโร่เดิน(?)จากไป โคโทริก็ถอนหายใจออกมากับสิ่งที่ไม่คาดว่าเด็กคนนี้จะพูดมันออกมา

 

 

'ทั้งที่บอกว่าให้เก็บเป็นความลับแล้วเชียวนะ เรียวมะคุง'

 

 

"เด็กคนนั้น อวดดีอย่างนี้ตลอดเลยงั้นเหรอ?" เสียงหวานถามออกมาพลางทอดมองเรียวมะที่กำลังเตรียมตัวลงแข่ง

 

 

"หมายถึง เจ้าเปี๊ยกอย่างงั้นเหรอ? โคโทริจัง " คิคุมารุ เอจิตัวจริงปีสามถามพลางชี้ไปที่ร่างเล็กที่อยู่ห่างออกไป โคโทริพยักหน้าแทนคำตอบ

 

 

"อวดดีสุดๆ ไปเลยล่ะ เด็กอะไรอวดดีได้ขนาดนี้" คิคุมารุพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

 

 

"ใช่เลยครับรุ่นพี่ ตั้งแต่วันแรกที่เจ้าเอจิเซ็นเข้าชมรมมาก็อวดดีใส่รุ่นพี่ทุกคนเลยครับ" โมโมะพูดเสริมขึ้นอีกคน โคโทริก็หลุดขำกับสิ่งที่ทั้งคู่พูดออกมา

 

 

"เหมือนกันจริงๆ เลยนะ" โคโทริพูดออกมาพลางเบนสายตามองเทะสึกะ การกระทำอย่างนั้นทำให้ตัวจริง  ปีสามรวมถึงอาจารย์ริวซากิถึงกับหลุดหัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน

 

 

"เหมือนกัน? เหมือนกับใครงั้นเหรอครับ" โมโมะถามออกมาด้วยความสงสัย

 

 

"นี่เธอคิดจะพูดอะไรกันแน่" เทะสึกะถามในสิ่งที่รู้คำตอบอยู่แล้วด้วยน้ำเสียงเฉยชา

 

 

"เปล่าหนิ ก็แค่นึกถึงเรื่องสมัยก่อนน่ะ" เสียงหวานปฏิเสธไม่ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา

 

 

"ทุกคนนนนน" เสียงลากยาวที่มาพร้อมกับความสดใสของคินทาโร่ เรียกความสนใจให้กับทุกคนได้ในทันที  

 

"มาดูฉันแข่งกับโคชิมาเอะกัน" คินทาโร่พูดพลางโบกมือให้กับพวกเราอย่างอารมณ์ดี

 

 

"เจ้าคินทาโร่นี่ พอได้แข่งกับคนที่อยากแข่งนี่อารมณ์ดีเชียวนะ" จิโทเสะพูดพลางเดินหันหลังไปทางอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้าม

 

 

"ก็เหมือนนายนั่นแหละ เซนริ" โคโทริว่าพลางเดินหันหลังไปพร้อมกับจิโทเสะและตัวจริงชิเท็นโฮจิคนอื่นๆ

 

 

"อย่าว่าแต่ฉันเลย เธอเองก็เหมือนกัน เล่ามาเลยนะ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับ  เทะสึกะน่ะ" จิโทเสะพูดพลางขยี้หัวโคโทริเล่น พร้อมกับเสียงคนอื่นๆ ที่สนับสนุนบอกให้เธอเล่าเรื่องที่ยากจะเชื่อนี้ให้ฟัง

 

 

"นั่นสินะ เรื่องน่าเหลือเชื่อแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน ฉันล่ะสงสัยจริงๆ " เคนยะถามออกมาด้วยความสงสัยและแปลกใจกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่  

 

 

"ก็คือว่า..."

 

 

เสียงหวานเดินไปเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพวกเราไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าเทะสึกะไม่ได้ยินในสิ่งโคโทริพูด แต่หัวสมองของเขาในตอนนี้มีแต่ภาพตรงหน้าเขาที่จิโทเสะขยี้หัวโคโทริราวกับมันเกิดขึ้นบ่อยๆ จนเป็นปกติ เพราะ โคโทริก็หันไปหยอกล้อกับจิโทเสะด้วย

 

 

ไม่สิ เขาก็เห็นตั้งแต่ที่ทั้งสองกอดกันด้วยความแนบแน่นและจิโทเสะที่ปลอบโคโทริด้วยความรักแล้วนี่นา แต่สิ่งที่ทำให้เขามั่นใจมากขึ้นในความสัมพันธ์ของทั้งคู่ คงจะเป็นคำถามที่จิโทเสะถามเขาว่า

 

 

"จะว่าไป นายรู้หรือเปล่าว่าแฟนเก่าของโคโทริที่อยู่โรงเรียนเซงาคุคือใคร?"

 

 

ที่ถามคำถามนั้นคงเพราะโคโทริอาจจะเคยเล่าในบางเรื่องให้จิโทเสะฟัง ในสิ่งที่เขาเคยทำลงไปกับเธอสินะ

 

 

การกระทำทั้งหมดที่มากกว่าเพื่อนมันก็ตีความหมายได้อย่างเดียวไม่ใช่หรือไง

 

 

เทะสึกะเผยยิ้มบางออกมาเพื่อเก็บซ่อนความเจ็บปวดจากภาพบาดตาบาดใจตรงหน้าและความสัมพันธ์ของทั้งสองไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

 

 

...ไม่ใช่เขาหรอกที่ได้ผู้หญิงที่ดีกว่าเธอ แต่เป็นเธอต่างหากล่ะที่ได้ผู้ชายที่ดีกว่าเขา

 

 

ถึงแม้จะบอกความจริงทั้งหมดออกไปตอนนี้ ก็คงจะสายไปเสียแล้ว

 

 

เทะสึกะถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบาเพื่อหยุดคิดฟุ้งซ่าน ในตอนนี้เขาต้องสะสางเรื่องนี้กับต้นเหตุที่ทำให้เธอรู้เรื่องนั้นให้ได้ก่อน

 

 

"อินูอิ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"



คนถูกเรียกสะดุ้งเล็กน้อย เพราะ อินูอิรู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเทะสึกะจะต้องอ่านเกมส์ออกได้ในทันที แต่น้ำเสียงเย็นชาและรังสีเย็นยะเยือกที่ผิดปกติมันทำให้เขาเริ่มหวั่นกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้

 

 

"เอาไว้ฉันจะเล่าให้ฟังหลังจากการแข่งขันของสองคนนี้จบลงแล้วกันนะ" อินูอิพูดพลางเดินหนีขึ้นอัฒจันทร์ไปพร้อมกับสมุดจดคู่ใจ

 

 

เทะสึกะก็เดินขึ้นไปบนอัฒจันทร์เพื่อดูการแข่งขันของทั้งสองคนในสนามเช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นการแข่งขันที่น่าสนใจเลยทีเดียว คนหนึ่งเป็นเสาหลักของเซงาคุ อีกคนก็เป็นเสาหลักของชิเท็นโฮจิ แถมทั้งคู่เป็นเด็กปีหนึ่งด้วยกัน...มันเลยทำให้เป็นการแข่งขันที่จะพลาดไม่ได้

 

 

ก็ต้องขอบคุณคำพูดของเอจิเซ็นก่อนหน้านี้ล่ะนะ ที่เป็นกุญแจสำคัญทำให้คำถามในใจของเขาทั้งหมดถูกปลดล็อคได้เสียที

 

 

"ถือซะว่าที่ฉันแข่งกับนาย เป็นการตอบแทนที่รุ่นพี่โคโทริช่วยพวกฉันในเยอรมันแล้วกันนะ"

 

 

ตอนที่ได้ยินประโยคนั้นออกมาจากปากเอจิเซ็น เทะสึกะยอมรับว่าตกใจเหมือนกันที่ว่าในวันนั้นโคโทริก็อยู่ที่เยอรมัน ซึ่งพอดีกับที่ตัวจริงทุกคนรวมถึงอาจารย์ริวซากิมาเยี่ยมเขา เพราะ อาการไหล่ข้างซ้ายที่ถูกเล่นงานโดยอาโตเบะในศึกระดับเขตมันกำเริบจนทำให้เขาไม่สามารถเล่นเทนนิสได้อีก จึงต้องมาทำกายภาพบำบัดที่เยอรมัน เพื่อรักษาอาการไหล่ข้างซ้ายให้หายดี

 

 

โดยคำว่า พวกฉัน ในประโยคที่เอจิเซ็นพูดกับโทยามะ มันทำให้เทะสึกะรู้ได้ในทันทีว่าคนที่พูดเรื่องทั้งหมดให้กับโคโทริฟัง คือ อินูอิ มันสมองของทีม เพราะ ในวันนั้นเขาได้พาทุกคนออกไปเที่ยวในเมือง แต่แล้วก็มีสี่คนที่พลัดหลงกับพวกเขา นั่นคือ เอจิเซ็น  โมโมชิโระ ไคโด และ อินูอิ

 

 

แต่สาเหตุที่ต้องเป็นอินูอิ เพราะ คนที่รู้ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ  โคโทริ และ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอันจู ยูกิ ก็มีเพียงแค่ตัวจริงปีสามในชมรมเท่านั้นที่รู้เรื่องทั้งสองเรื่อง จึงทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่าอินูอิเป็นบอกเรื่องนั้นกับเธอ

 

 

เสียงเดาะลูกเทนนิสในสนาม ทำให้เทะสึกะหลุดจากภวังค์ เสียงฮือรอบข้างต่างก็เงียบลง เพราะ การแข่งขันเพียงลูกเดียวที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของทั้งสอง

 

 

...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

         

 

"ฉันพร้อมแล้วน้า~ โคชิมาเอะ" คินทาโร่เอ่ยออกมาพลางกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

 

 

"'งั้นไม่เกรงใจล่ะนะ"

 

 

เรียวมะเอ่ยออกมาพร้อมกับตีลูกทวิสต์เสิร์ฟออกไป คินทาโร่รับลูกเสิร์ฟนั้นได้ด้วยท่าทางที่ประหลาดราวกับลิงโลดโหนบนกลางอากาศ

 

   

"ลูกเดียวนี่แหละ คินทาโร่ชนะแน่" โคฮารุเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ

 

 

"ไม่หรอก ยังไม่รู้" เสียงทุ้มของกัปตันทีมชิเท็นโฮจิเอ่ยออกมา

 

 

เรียวมะถึงกับต้องใช้สภาวะไร้ตัวตนในการโต้ตอบลูกของคินทาโร่กลับไป แต่แล้วคินทาโร่ก็ตีโต้กลับมาด้วยท่าประหลาดเหมือนเดิม ในการตอบโต้แต่ละลูกของเรียวมะใช้ท่าที่เคยสามารถชนะคนอื่นมาได้อย่างยากลำบาก เช่น ไดร์ฟบี ลูกพายุหมุน หรือแม้กระทั่งเทพบังตา ก็ถูกใช้ด้วย

 

 

แต่ในทางกลับกัน การตอบโต้ของคินทาโร่กลับไม่มีท่าไม้ตายอะไรทั้งสิ้น มีแต่พละกำลังที่มากมายไม่ต่างจากสัตว์ป่าเข้าโจมตีอย่างไม่หวาดกลัว

 

 

"เขาสูสีกับเอจิเซ็นที่กำลังใช้สภาวะไร้ตัวตนงั้นเหรอ?" โออิชิถามในสิ่งที่ไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตนออกมา

 

 

"งั้นก็หมายความว่า ถ้าเจ้าเปี๊ยกไม่จัดการก่อนที่เรี่ยวแรงจะหมดไป โดยใช้สภาวะไร้ตัวตนล่ะก็...."

 

 

 

 

 

ถึงแม้จะตัดสินเพียงแค่ลูกเดียวก็ตาม แต่ในตอนนี้เวลาผ่านไปนานถึงสี่สิบนาทีแล้ว พวกเขาทั้งสองยังคงตอบโต้กันอย่างไม่รู้จักจบ

 

 

"จะโต้กันอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย?" โมโมะถามออกมา

 

 

"เจ้าเปี๊ยก..." คิคุมารุเอ่ยฉายาเรียวมะด้วยความเป็นห่วง

 

 

"สองคนนี้คงจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแน่ๆ ถึงจะแค่ลูกเดียว แต่ก็ไม่อยากจะแพ้ฝ่ายตรงข้าม" ฟูจิเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

"ไม่น่าเชื่อว่าตัดสินลูกเดียวมันจะนานได้ขนาดนี้" เคนยะเอ่ยออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

"น่าจะไปห้ามได้แล้วมั้ง ถ้าขืนยังเล่นกันต่อ เรียวมะคุงอาจจะลงแข่งรอบชิงชนะเลิศไม่ไหวก็ได้นะ" โคโทริเอ่ยออกมาด้วยความกังวลใจว่าเด็กคนนั้นจะเป็นอะไรไปในระหว่างการแข่งหรือเปล่า

 

 

ปัก!!

 

 

เมื่อเรียวมะโต้ลูกกลับไปอีกครั้ง ผลข้างเคียงในการใช้สภาวะไร้ตัวตนก็เริ่มออกฤทธิ์ จึงส่งผลให้ร่างของเรียวมะทรุดลงกับพื้นสนามในทันที ทุกคนที่เห็นภาพตรงหน้านั้นต่างก็ตกใจเป็นอย่างมาก

 

 

"พอได้แล้วคินจัง!" ชิราอิชิตะโกนห้ามคินทาโร่เพื่อให้จบการแข่งก่อนที่ร่างกายของเรียวมะจะไม่ไหวไปมากกว่านี้

 

 

แต่ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว ทันทีที่ชิราอิชิตะโกนห้ามออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ลมพายุหมุนพัดรุนแรงไปทั่วสนาม ซึ่งเกิดจากการที่คินทาโร่หมุนตัวกลางอากาศหลายรอบเพื่อใช้ท่าไม้ตาย

 

 

"ช้าไปแล้วเหรอเนี่ย?" จิโทเสะเอ่ยออกมาพลางใช้แขนกำบังลมพายุหมุนตรงหน้า

 

 

"ทุกคนหลบไปนั่นมันอันตรายกว่าลูกปฐพีร้อยแปดท่าของงินอีกนะ" เมื่อเคนจิโร่พูดจบประโยค ก็สร้างความตกใจในสิ่งที่ยากจะเชื่อให้กับผู้ชมทางฝั่งเซงาคุในทันที

 

 

"ไม่จริงหน่า"

 

 

"โกหกใช่มั้ย"

 

 

คิคุมารุและโมโมะเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ ในขณะที่ลมพายุหมุนที่ราวกับเฮอร์ริเคนนั้นได้สลายกลายเป็นคินทาโร่ที่กระโดดสูงหมุนกลางอากาศอีกครั้ง

 

 

"เอาล่ะนะ Super Ultra Great Delicious กงล้อพายุหมุน" ทันทีที่คินทาโร่เอ่ยชื่อท่าไม้ตายที่ยาวเหยียดจบ ก็ตบลูกออกไป ทำให้เกิดแสงสีแดงสว่างวาบไปทั่วทั้งสนามแข่งขัน

 

 

แสงสีแดงสว่างวาบแปรเปลี่ยนเป็นควันฝุ่นลอยคลุ้ง ไม่มีใครรู้ว่าหลังฝุ่นควันนั่นเกิดอะไรกันแน่ แต่เมื่อ     ฝุ่นควันเริ่มสลายไปก็เห็นภาพของทั้งสองคนที่กำลังยืนอย่างมั่นใจว่าตนชนะอีกฝ่ายได้

 

 

แต่เมื่อมองลงไปบนพื้นคอร์ด จะพบว่า ลูกเทนนิสถูกแบ่งครึ่งไว้อยู่ฝั่งละครึ่งหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า            เมื่อครู่นี้เรียวมะสามารถตีโต้ลูกท่าไม้ตายของคินทาโร่ได้แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแรงแล้วก็ตาม

 

 

ฉะนั้น ผลการแข่งขันจึงถือว่า เสมอ กัน

 

 

"จบแล้วเหรอ ไม่เอาอ่า" คินทาโร่ร้องโอดครวญ เพราะ ไม่อยากให้การระหว่างเขากับโคชิมาเอะจบลงแบบนี้

 

 

"เชอะ" น้ำเสียงทุ้มติดหวานสบถออกมาด้วยความเสียดายเล็กน้อย เพราะ อีกแค่นิดเดียวก็จะสามารถเอาชนะโทยามะได้แล้วเชียว

 

 

"ไม่อยากจะเชื่อว่า เจ้าหมอนั่นจะโต้ลูกนั้นของคินทาโร่กลับไปได้" เสียงทุ้มของไซเซ็นแฝงไปด้วยความยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

 

 

"เฮ้อ ยากแท้หยั่งถึงจริงๆ" ชิราอิชิถอนหายใจอย่างโล่งใจ

 

 

"มะ...เมื้อกี้นื้ มันเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย" จิโทเสะเอ่ยออกมาพร้อมกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

 

"ก็สมกับเป็นคนที่ 'เขา' เลือกเป็นเสาหลักล่ะนะ"

 

 

เสียงหวานของโคโทริเอ่ยออกมาพร้อมกับเผยยิ้มบางให้กับเรียวมะที่อยู่ในสนาม ก่อนจะเงยหน้ามองคนที่เลือก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นัยน์ตาสีน้ำตาลของเทะสึกะสบกับนัยน์ตาสีอำพันของโคโทริพอดี เด็กสาวจึงเบนสายตาไปทางอื่นในทันที      

 

 

"แฟนใหม่ของคุณ ไม่สิ อันจู ยูกิ นี่ดีกว่าฉันจริงๆ นะคะ"

 

 

ประโยคที่พูดกับเขามันยังคงชัดเจนในโสตประสาทของโคโทริ  ในตอนแรกเด็กสาวอยากจะพูดแค่เรื่องชัยชนะของเซงาคุที่สามารถเอาชนะชิเท็นโฮจิได้เท่านั้น แต่ความรู้สึกในใจมันดันเร็วกว่าความคิดในสมอง จึงได้เผลอพูดเรื่องนั้นออกไปด้วย

 

 

แต่เมื่อพูดออกไปกลับทำให้เธอรู้สึกแย่กว่าเก่า เพราะ การที่เขาไม่พูดอะไรออกมา  นั่นมันก็หมายความว่า อันจู ยูกิ ดีกว่าเธอจริงๆ

 

 

ในตอนที่เขาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินหันหลังให้ เธอรู้ได้ในทันทีว่าเขาจะถามว่าอะไร แต่เสียงตะโกน  ของคินจังทำให้เขาอาจจะเผลอปล่อยแขนด้วยความตกใจ

 

 

เพราะถ้าในตอนนั้นไม่มีเสียงคินจังแทรกขึ้นมา แล้วเขาถามคำถามนั้นออกมา เธอคงจะถามสวนกลับไปในทันทีด้วยคำถามที่ว่า

 

 

'แล้วคุณจะปกป้องฉันจากผู้หญิงคนนั้นทำไม ในเมื่อตอนสุดท้ายคุณก็เลือกคนที่ทำร้ายร่างกายฉันมาโดยตลอดอยู่ดี'

 

 

การที่เทะสึกะปกป้องโคโทริมาโดยตลอด มันทำให้เธอรักเขามากยิ่งขึ้น

 

 

แต่การที่เทะสึกะบอกเลิกเธอและเผารูปคู่ของเราโดยที่เขาไม่รู้สึกอะไรกับการกระทำนั้นเลยแม้แต่น้อย

 

 

การกระทำแบบนั้นมันก็ทำให้โคโทริเจ็บปวดมากพอแล้ว

 

 

แต่การที่เขาคบซ้อนกับคนที่ทำร้ายร่างกายเธอมาโดยตลอด

 

 

มันเจ็บปวดกว่ากันเยอะเลยนะ...คุนิมิตสึ










ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีส้ม แสงอาทิตย์สีแดงอมส้มอยู่ใกล้กับเส้นขอบฟ้า บ่งบอกให้รู้ว่าเป็นเวลายามเย็นแล้ว ทางที่ปรึกษาชมรมและสมาชิกคนอื่นๆ ในชมรมของทั้งสองก็ต่างขอตัวกลับกันไปก่อน จึงเหลือเพียงแค่ตัวจริงของทั้งสองโรงเรียนและผู้จัดการโรงเรียนชิเท็นโฮจิเท่านั้น

 

 

ในขณะที่ตัวจริงของทั้งสองโรงเรียนและผู้จัดการกำลังเดินไปตามทางเพื่อออกจากสนามแข่งขัน ก็เห็นสมาชิกชมรมปีหนึ่งของเซงาคุสามคนกำลังวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยท่าทีที่ร้อนรน สามคนที่ว่านั้นคือ โฮริโอะ คาจิโร่ และ คาสึโอะ พวกเขาทั้งสามวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าโคโทริด้วยความเหนื่อยล้าจากการวิ่งเมื่อครู่ และนั่นทำให้คนอื่นหยุดเดินตามไปด้วย

 

 

"มีอะไรกับฉันหรือเปล่าจ้ะ?"

 

 

โคโทริมองเด็กชายทั้งสามตรงหน้าเธอที่เหนื่อยหอบ เพราะ ดูแล้วคงจะมีอะไรที่สำคัญมากถึงกับวิ่งกลับมาหา ทั้งๆ ที่ทั้งสามกลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว

 

 

"แฮ่กๆ พอดีพวกผมมีเรื่องอยากจะถามคุณหน่อยครับ" คาจิโร่ที่เอ่ยออกมาด้วยเสียงเหนื่อยหน่าย

 

 

"คุณนามสกุลอะไรอย่างงั้นเหรอครับ?!!"

 

 

คำถามที่เด็กชายทั้งสามถามออกมาพร้อมกันนั้น สร้างความแปลกใจให้โคโทริเล็กน้อย ก่อนจะพูดคำตอบออกไป

 

 

"มินามิ..มินามิ โคโทริ จ้ะ"

 

 

จากปฏิกิริยาทั้งสามตรงหน้าที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับคำตอบที่พูดออกไป  ทำให้โคโทริพอเข้าใจสาเหตุที่พวกเขาถามเธอเมื่อครู่แล้ว คงเป็นเพราะ ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายเหมือนกับคุณแม่ของเธอ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเซงาคุ เลยทำให้เด็กปีหนึ่งปีสองแปลกใจสินะ

 

 

ก็ว่าอยู่...วันนี้เหมือนโดนสายตาคนในชมรมปีหนึ่งปีสองของเซงาคุจ้องอยู่ตลอดเวลา

 

 

"แล้วมีความสัมพะ-"...แล้วมีความสัมพันธ์อย่างไรกับผู้อำนวยการมินามิเหรอครับ?

 

 

"เป็นลูกสาวผู้อำนวยการของโรงเรียนเซงาคุจ้ะ"

 

 

เหมือนโคโทริจะดูออกว่าเด็กชายเรือนผมสีส้มต้องการจะถามอะไร เด็กสาวจึงตอบออกไปพร้อมกับยิ้มกว้างให้ทั้งสามคน หลังจากที่ได้ฟังคำตอบเด็กชายทั้งสามคนก็มีสีหน้าตกใจกว่าเมื่อครู่ ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะโค้งตัวพร้อมกับเอ่ยคำว่าขอบคุณออกมา

 

 

ความรู้สึกเมื้อกี้นี้...มันเหมือนพวกเขาลังเลที่จะถามอะไรบางอย่างออกมา

 

 

แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ถามคำถามนั้นออกมา

 

 

เรื่องที่จะถามก็คงไม่พ้นเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับกัปตันชมรมเทนนิสเซงาคุหรอก

 

 

"ว่าแต่ว่านะ โคโทริ ครั้งนี้เธอจะพาพวกเราไปกินอะไรปลอบใจล่ะ?" เสียงทุ้มของเคนยะถามจากทางด้านหลัง ทำให้โคโทริหันหน้าไปหาตัวจริงชิเท็นโฮจิที่รอคำตอบด้วยแววตาที่เป็นประกาย

 

 

"เอ่อ..คือว่า..."  โคโทริเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะเงียบไป

 

 

"นี่เธอคงไม่ได้บอกนะว่ายังไม่ได้คิดร้านที่จะไปกินกันน่ะ" ทันทีที่จิโทเสะพูดจบ โคโทริก็ยิ้มแหยๆ ก่อนจะโพยขอโทษทุกคน  

 

"ฉันขอโทษจริงๆ พอดีฉันคิดแต่เรื่องการแข่งวันนี้จนลืมไปซะสนิทเลย...แถมฉันไม่ได้กลับมาที่นี่ตั้งสองปีแล้ว ร้านบางร้านที่ฉันรู้จักก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว"

 

 

"โคโทริ!!!" เคนยะและจิโทเสะเอ่ยชื่อเด็กสาวด้วยความเกรี้ยวกราด ซึ่งทำให้เธอหวาดกลัวพวกเขาอยู่มาก

 

 

"ขอโทษจริงๆ ค่า" โคโทริเอ่ยคำขอโทษออกไป ก่อนจะวิ่งหนีทั้งสองที่พร้อมจะจับเธอกิน(?) แทนข้าวได้ตลอดเวลา

 

 

ทุกคนมองเหตุการณ์ตรงหน้าที่ทั้งสามวิ่งไล่กันด้วยความสงสัย ก่อนจะมีใครคนหนึ่งสะกิดถามโคฮารุที่ยืนจับมือกับยูจิด้วยความรักใคร่

 

 

"ไหนถึงเป็นแบบนั้นได้ล่ะ เนี๊ยว" คิคุมารุชี้ไปที่เหตุการณ์ตรงหน้า

 

 

"อ๋อ...ปกติแล้วเวลาที่พวกเราแข่งกันเสร็จ โคโทริจังจะเป็นคนพาพวกเราไปกินร้านอร่อยๆ กันน่ะ"

 

 

"แถมวันนี้พวกเขาทั้งสองคนยังไม่ได้กินข้าวกลางวัน เพราะ ต้องไปรับคินจังที่หลงทางระหว่างมาที่นี่ก็เลยโมโหหิวขนาดนั้น" ยูจิบอกเหตุผลเสริม

 

 

"วันนี้คงไม่ได้กินข้าวแหง" ชิราอิชิเอ่ยออกมาด้วยความสิ้นหวังกับอนาคตตรงหน้า

 

 

เมื่อคินทาโร่ได้ยินอย่างนั้นก็ร้องโอดครวญออกมาทันที

 

 

"เอ๋ ไม่เอาน้า~"

 

 

"ถ้าอย่างงั้น..."

 

 

"ไปกินเนื้อย่างกับพวกเราไหม?"

 

 

ทันทีที่โออิชิเสนอออกไป ความวุ่นวายทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นก็กลับมาสงบลงเหมือนเดิม ก่อนที่จะใช้ความคิดกับเรื่องที่รองกัปตันเซงาคุเสนอออกมาเมื่อครู่

 

 

"...ก็ดีนะครับ" ไซเซ็นผู้ที่จะไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นเอ่ยออกมา

 

 

"เนื้อย่างงั้นเหรอ อยากกินจังเลย" คินทาโร่เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น เพราะ ในชีวิตนี้เขาไม่เคยกินเนื้อย่างมาก่อนในชีวิต   

 

 

"ก็เอาสิ" เคนยะเอ่ยออกมาก่อนจะหันมาถามโคโทริ "เธอล่ะจะไปไหม?"

 

 

สาเหตุที่เคนยะต้องถามโคโทริอย่างนั้น เพราะ เขากลัวว่าถ้าเธอไปนั่งกินร้านเดียวกับแฟนเก่าของเธออย่างเทะสึกะขึ้นมาจะรู้สึกอึดอัดกันมากกว่าเดิมหรือเปล่า

 

 

"ไปสิ" เสียงหวานของโคโทริเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะเดินไปกระซิบอะไรบางอย่างกับเคนยะ

 

 

'ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ'

 

 

...เธอนั่นแหละที่คิดมาก ยัยบ้า

 

 

 


"เมื้อกี้นี้ ขอบคุณมากๆ นะ ชูอิจิโร่คุง" โคโทริเอ่ยคำขอบคุณกับโออิชิ

 

 

"ไม่เป็นอะไรหรอกโคโทริ เรื่องแค่นี้เอง"

 

 

"ว่าแต่ว่า โคโทริจังไปเรียนที่ชิเท็นโฮจิเป็นยังไงบ้าง" ฟูจิถามโคโทริด้วยความอยากรู้ถึงเรื่องราวข่าวคราวของผู้หญิงที่ไม่ได้เห็นถึงสองปี  

 

 

"ก็โอเคอยู่นะ แต่ปัญหาคือเรื่องสภาพอากาศน่ะสิ...คือที่โอซาก้ามันร้อนกว่าที่นี่มาก ก็เลยต้องปรับตัวให้มันชิน แต่กว่าจะชินก็นานเอาเรื่องเลยล่ะ"

 

 

หลังจากนั้น โคโทริก็เล่าเรื่องที่อยู่ชิเท็นโฮจิ ทำให้ช่องว่างที่ห่างหายไปนานถึงสองปีได้หายลงไปบ้าง และเธอก็เป็นฝ่ายถามในบางเรื่องที่เซงาคุ ประมาณว่า ในตอนนี้ใครเป็นยังไงกันบ้าง? สบายดีกันไหม?

 

 

"จะว่าไป เรายังไม่เคยแนะนำตัวกันเลยหนิ" โคโทริเอ่ยออกมาพลางหันไปมองไคโดที่ได้ฉายาว่าอสรพิษ ก่อนจะแนะนำตัวเองออกไป

 

 

"โคโทริ มินามิ ปีสามเป็นผู้จัดการชมรมเทนนิสโรงเรียนชิเท็นโฮจิจ้ะ" โคโทริยิ้มออกมาพลางยื่นมือออกไปตรงหน้า

 

 

"คะ..ไคโด คาโอรุ ปีสองตัวจริงชมรมเทนนิสโรงเรียนเซงาคุครับ" เสียงสั่นที่เต็มไปด้วยความเขินอายแนะนำตัวเองออกมา ก่อนจะจับมือของโคโทริ และการกระทำนั้นทำให้หน้าของผู้ที่ได้ฉายาว่าอสรพิษเห่อร้อนเพราะความเขินอายมากกว่าเดิม

 

 

...เป็นเด็กที่น่าเอ็นดูจริงๆ

 

 

"เจ้าหมอนี่ เห็นคนสวยๆ ก็เขินแบบนี้หมดล่ะครับรุ่นพี่" โมโมะแซวเพื่อนของตนที่ยังมีความเขินอายต่อโคโทริอยู่

 

 

"อย่างน้อยฉันก็ไม่เหมือนนายที่พอเห็นผู้หญิงสวยๆ แล้วก็เดินตามเป็นตาแก่โรคจิตหรอกนะ"

 

 

"นี่แก!! ว่ายังไงนะ ตาแก่โรคจิตอย่างนั้นเหรอ"

 

 

....และแล้วก็ทะเลาะกันอีกจนได้ สมกับเป็นคู่กัดแห่งชมรมเทนนิสเซงาคุจริงๆ  

 

 

RRRRR

 

 

เสียงมือถือของโคโทริดังขึ้น ทำให้สงครามประสาทที่เกิดขึ้นสงบลงชั่วคราว เธอหยิบมือถือสีเขียวมินต์ออกมาจากกระเป๋ากระโปรง เมื่อเห็นว่าใครโทรมา เธอจึงใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอเพื่อที่รับสาย

 

 

"ฮัลโหล งิน"

 

 

(โคโทริ...การแข่งเป็นยังไงบ้าง) น้ำเสียงของงินที่ถามออกมานั้นดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก

 

 

"ขอโทษนะงิน พวกเรา...แพ้จนได้"

 

 

โคโทริว่าพลางยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะถามถึงเรื่องอาการของงินเพื่อเป็นการเปลี่ยนประเด็น

 

 

"ว่าแต่ ทั้งสองคนอาการเป็นยังไงกันบ้าง"

 

 

(...ดีขึ้นแล้วล่ะ ส่วนคุณคาวามูระก็โอเคขึ้นเหมือนกัน ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วล่ะนะ)

 

 

"งั้นเหรอ ดีแล้วล่ะนะ" โคโทริเอ่ยออกมาด้วยความโล่งใจ

 

 

"พอดีพวกเราจะไปกินเนื้อย่างกันกับตัวจริงเซงาคุน่ะ เดี๋ยวพอนายออกจากโรงพยาบาลแล้วก็มาพร้อมกับทาเคชิคุงเลยนะ"

 

 

(โอเค แล้วเจอกันที่ร้านนะ)

 

 

"อื้ม แล้วเจอกันนะ"

 

 

โคโทริคิดว่าจบบทสนทนาแล้ว เลยคิดว่าจะกดวางสายไป แต่งินกลับเรียกชื่อของเธอขึ้นมาทำให้เด็กสาวต้องถือสายต่อ

 

 

(โคโทริ...)

 

 

(เพลงนี้ที่เธอร้องในวันนี้ เป็นเพลงเพราะที่สุดเลยนะ...ฉันไม่รู้สึกว่าตัวเองแพ้หรอกนะ เพราะ การที่ได้เห็นน้ำตาของเธอก็ถือเป็นชัยชนะของทุกคนในชมรมแล้วล่ะนะ)

 

 

"เอ๊ะ! งิน หมายความว่ายังงะ..."

 

 

ตู๊ดดด

 

 

โคโทริยังถามไม่จบประโยค งินก็ตัดสายไปเสียก่อน เด็กสาวมองหน้าจอมือถือที่ขึ้นระยะเวลาทั้งหมดที่คุยกับคนที่สนทนาเมื่อครู่ด้วยความสงสัย

 

 

...แต่ต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อน ในตอนนี้ต้องบอกอาการของทั้งคู่ก่อน

 

 

"อาการของงินกับทาเคชิคุงดูท่าจะดีขึ้นแล้วล่ะนะ"

 

 

ทันทีที่โคโทริเอ่ยถึงอาการทั้งสองให้ฟัง ทุกคนก็มีปฏิกิริยาโล่งอกและดีใจที่พวกเขาทั้งสองต่างก็มีอาการดีขึ้น

 

 

"ฮิคารุ...นายเป็นคนถ่ายคลิปให้งินดูสินะ"

 

 

โคโทริเอ่ยออกไป ก่อนจะหันหลังไปมองหน้ารุ่นน้องที่อวดดีที่สุดในชมรมด้วยสายตาคาดคั้น

 

 

"ก็มีผมคนเดียวในชมรมไม่ใช่เหรอครับ? ที่จะทำเรื่องแบบนั้น" เสียงทุ้มของไซเซ็นบอกความจริงที่ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว เพราะ เรื่องแบล็คเมย์คนอื่นของไซเซ็นเก่งพอๆ กับการเล่นเทนนิสเลยล่ะนะ

 

 

...หรืออาจจะเก่งมากกว่าการเล่นเทนนิสก็ได้มั้ง

 

 

"ก็จริง...แต่ก็ขอบคุณนะ"

 

 

เสียงหวานเอ่ยคำขอบคุณออกมา ก่อนจะกดปิดหน้าจอและเก็บมือถือสีเขียวมินต์ของตนกลับเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงอีกครั้ง

 

 

"ที่ทำให้ฉันรับรู้ถึงสิ่งที่พวกนายอยากเห็นมาโดยตลอด" ประโยคนั้นของโคโทริสร้างความสับสนให้กับทุกๆ คน

 

 

"และขอโทษ...ที่ทำให้ต้องรอฉันกล้าร้องไห้ต่อหน้าพวกนายเป็นเวลานานถึงสองปีนะ"

 

 

เพราะ รอยยิ้มกว้างที่เต็มไปด้วยความสุขของโคโทริ ทำให้พวกเขายิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะแหย่เด็กสาวเล่นถึงเรื่องการร้องไห้ของเธอ

 

 

"พวกเราเป็นห่วงกันมากเลยนะ เวลาที่เธอชอบเก็บตัวร้องไห้คนเดียวในห้องชมรมน่ะ" ชิราอิชิเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง

 

 

"ใช่แล้วล่ะ เธอนี่ทำให้อื่นเป็นห่วงได้ตลอดเวลาเลยนะ" จิโทเสะว่าพลางลูบกลุ่มผมสีเทาขลับน้ำตาลอ่อนเบาๆ

 

 

"ต่อไปนี้ ก็ร้องไห้ต่อหน้าพวกเราโดยไม่ต้องปิดบังอีกแล้วนะ โคโทริจัง"

 

 

ยูจิพูดออกมาก่อนจะยิ้มให้โคโทริ ร่างบางก็พยักหน้าแทนคำตอบก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณออกไป

 

 

"ขอบคุณนะ ทุกคน"

 

 

หลังจากนั้น เส้นทางเดินอันแสนธรรมดาก็ถูกเติมเต็มด้วยมุขตลกและเรื่องเล่าตลกๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชมรม สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้จากตัวจริงทั้งสองโรงเรียนได้เป็นอย่างดี

 

 

"ขอโทษที่ขัดจังหวะพวกนายนะ พอดีฉันทนไม่ไหวแล้ว" สีหน้าของคินทาโร่ที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นใจราวกับต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมาเป็นอย่างมาก  

 

 

"ทำไมโควจังถึงไม่กล้าร้องไห้ต่อหน้าพวกเราล่ะ? "

 

 

คินทาโร่ถามคำถามต้องห้ามที่สุดออกมาจนได้ บรรยากาศเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันทีที่เจ้าเด็กจอมซนประจำทีมถามคำถามนั้นออกไป คนอื่นๆ ในชิเท็นโฮจิต่างก็เงียบลง มองโคโทริเป็นตาเดียว ร่างบางเม้มริมฝีปากก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ

 

 

"...เดือดร้อน"

 

 

ถึงแม้เสียงหวานที่พูดออกมานั้นจะเบาเพียงไหน แต่เทะสึกะ คุนิมิตสึ ก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน ราวกับโคโทริมากระซิบบอกเขาข้างหู จังหวะการก้าวเดินของผู้เป็นกัปตันสะดุดลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินบนเส้นทางต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

"ว่าไงนะ โควจัง ฉันได้ยินไม่ค่อยชัด" คินทาโร่เดินไปเงี่ยหูฟังคนข้างกายไป

 

 

"น้ำตาของฉัน...จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องของฉัน"   

 

 

"ขอโทษนะคินจัง ฉันพูดได้แค่นี้จริงๆ " โคโทริเอ่ยคำขอโทษพลางลูบกลุ่มผมสีแดงของคินทาโร่ และเผยยิ้มอันอ่อนโยนให้กับเจ้าเด็กจอมซนประจำชมรม

 

 

"ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่แค่โควจังบอกแค่นี้ ฉันก็ดีใจแล้วล่ะ" คินทาโร่ส่ายหน้าอย่างไม่คิดมาก พร้อมกับยิ้มกว้างออกมา

 

 

ดูเหมือนบรรยากาศที่เป็นหลังมือเมื่อครู่ ได้เปลี่ยนกลับไปเป็นหน้ามืออีกครั้ง

 

 

ทุกคนดูสนุกสนาน เฮฮาไปกับเรื่องที่คู่โฮโมประจำชิเท็นโฮจิเล่าให้ฟัง เว้นแต่ผู้ที่มีศักดิ์เป็นถึงกัปตันชมรมเทนนิสเซงาคุจะไม่รู้สึกสนุกกับเรื่องเล่าตลกเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ใบหน้าจะเรียบนิ่งแค่ไหน แต่ในใจเขากลับไม่นิ่งตามใบหน้า

 

 

...สิ่งที่เขาคิดเพียงอย่างเดียวในตอนนี้ คือ สาเหตุที่โคโทริไม่กล้าร้องไห้ต่อหน้าทุกคนเมื่อครู่ มันทำให้เทะสึกะนึกถึงคำพูดของตนที่เคยบอกกับเด็กสาวในวันที่เลิกรากันไป  

 

 

"น้ำตาของเธอไม่ช่วยให้ฉันใจอ่อนขึ้นหรอกนะ...และที่สำคัญมันทำให้ฉันต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องไร้สาระของเธอ"

 

 

เทะสึกะกุมไหล่ข้างซ้ายของตนเบาๆ พลางคิดถึงเรื่องราววันวานที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนและคำพูดเมื่อครู่ของโคโทริ

 

 

"น้ำตาของฉัน...ทำให้คนอื่นเดือดร้อนกับเรื่องไม่เป็นเรื่องของฉัน"   

 

 

ถ้าตีความหมายของประโยคนี้ คงจะหมายความว่า

 

 

เธอคงจะกลัวว่าถ้าร้องไห้ต่อหน้าทุกคนไป...จะกลายเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่น่าเศร้าอีกครั้ง

 

 

เหมือนกับเหตุการณ์น่าเศร้าที่เกือบจะต้องแลกด้วยชีวิตเมื่อสองปีก่อน

 

 

...เหตุการณ์ที่ทำให้ไหล่ข้างซ้ายของเทะสึกะ คุนิมิตสึ ไม่สามารถใช้งานได้อีก






"รอบชิงที่เราต้องเจอกับสาธิตริคไคนั้นต้องเลื่อนไปอีกสามวัน  เพราะ สภาพสนามไม่พร้อม แต่ว่าเราจะประมาทไม่ได้เป็นอันขะ-"

 

 

"คัมปาย"

 

 

แก๊ง! แก๊ง!

 

 

ยังไม่ทันที่ผู้ที่มีศักดิ์เป็นกัปตันชมรมเทนนิสเซงาคุกล่าววลีประจำตัวจบ ทุกคนเว้นแต่เทะสึกะพร้อมใจกันชนแก้วเครื่องดื่มทันที

 

 

ฉ่า...ฉ่า

 

 

เสียงย่างเนื้อบนตะแกรง กลิ่นหอมของเนื้อนั้นมันช่างเย้ายวนลองชิมจริงๆ  

 

 

"ไม่เห็นเป็นอะไรเลย วันนี้เรามาฉลองเข้ารอบชิงกันนี่นา" ฟูจิพูดปลอบเทะสึกะที่เกิดอาการอาฟเตอร์ช็อกจากเหตุการณ์ที่พูดวลีประจำตัวกัปตันยังไม่จบแล้วยังมีหน้ามาตัดบทเขาด้วยการชนแก้วกันก่อนอีก

 

 

ตุบ ตุบ

 

 

คาวามูระที่เห็นเพื่อนร่วมทีมเกิดอาการแบบนั้นจึงตบบ่าคนข้างกายเป็นเชิงปลอบใจ

 

 

"ใช่ๆ คืนนี้อย่าพูดอะไรที่มันซีเรียสเลย" คิคุมารุเอ่ยออกมาพลางคีบเนื้อเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย 

 

 

"อร่อย!"  

 

 

"ทำไมเนื้อมันถึงได้อร่อยขนาดนี้ ฮือๆ" คินทาโร่ร้องไห้ออกมาด้วยความซึ้งใจที่ในชีวิตนี้ได้กินของที่สุดยอดพอๆ กับทาโกยากิอย่างนี้

 

 

"คินจัง"

 

 

เสียงหวานของโคโทริที่เรียกคนตรงข้ามนั้นดูเยือกเย็นผิดปกติ คินทาโร่ที่กำลังจะคีบเนื้อย่างเข้าปาก กลับมือสั่นจนทำให้เนื้อย่างตกไปอยู่บนตะแกรงอีกครั้ง เพราะ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้จัดการทีมของตนใช้โทนเสียงแบบนี้

 

 

มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดเลย

 

 

"มะ...มีอะไรงั้นเหรอ โควจัง" เป็นครั้งแรกของตัวจริงเซงาคุเลยล่ะมั้ง ที่ได้ยินเสียงของคินทาโร่ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อโคโทริแบบนี้

 

 

"การที่แข่งเทนนิสนอกรอบกับคนที่อยากแข่งมาตลอดก็ดี...แต่การที่แข่งเพียงแค่ลูกเดียวแล้วทำให้สภาพสนามใช้การไม่ได้จนต้องเลื่อนออกไปอีกตั้งสามวัน เพราะ ลูกกงล้อพายุหมุนของคินจังนั้นมันเป็นสิ่งที่เดือดร้อนต่อคนอื่นๆ มากเลยนะ..."

 

 

...กับการที่ต้องมาโดนโควจังดุเนี่ย

 

 

"โดนดุอีกแล้วสินะ คินจัง" ชิราอิชิเอ่ยออกมาพลางมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเคยชิน

 

 

ภาพที่คินทาโร่กำลังนั่งคุกเข่าฟังโคโทริดุอยู่ตรงหน้านั้น

 

 

...ช่างเป็นภาพที่น่าสงสารจริงๆ

 

 

"ไม่คิดว่าโคโทริจะมีมุมแบบนั้นเหมือนกันแฮะ" อินูอิเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะจดข้อมูล(?) ที่ได้มาลงสมุดคู่ใจของตน

 

 

"โควจังเองก็ผิดเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าโควจังไม่ไปช่วยโคชิมาเอะที่เยอรมัน ฉันก็คงไม่ไปใช้ท่ากงล้อพายุหมุน จนทำให้สนามพังแบบนั้นหรอก"

 

 

โคโทริและคนอื่นๆ ถึงกับหลุดขำในสิ่งที่คินทาโร่โพล่งออกมาด้วยใบหน้าจริงจังเป็นอย่างมาก

 

 

"ทำไมหัวเราะล่ะ? ฉันจริงจังนะ!" เสียงแหลมของคินทาโร่โวยวายออกมาทันทีที่เห็นปฏิกิริยาของทุกคนหัวเราะราวกับสิ่งที่เขาพูดอย่างมั่นใจกลายเป็นเรื่องตลกโปกฮาไปซะงั้น

 

 

"ถ้าใช้ทฤษฎีของคินจัง คนที่ผิดจริงๆ คือ คนที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนไม่ใช่หรือไง"

 

 

โคโทริไม่เอ่ยชื่อของคนผิดออกมาโดยตรง แต่กลับมองคนคนนั้นด้วยสายตาที่จับผิด ซึ่งคนคนนั้นก็มองหน้าเธอด้วยสายตาที่แปลกใจเล็กน้อย

 

 

"ทำไมอยู่ๆ ถึงพูดเรื่องนั้นออกมาล่ะ เรียวมะคุง" โคโทริคีบเนื้อเข้าปากก่อนที่จะถามรุ่นน้องต่างโรงเรียนด้วยความสงสัย

 

 

"แค่นี้ยังอ่อนหัดนะครับ รุ่นพี่โคโทริ" เรียวมะเอ่ยวลีประจำตัวออกมา และยิ้มยกมุมปากให้โคโทริอย่างอวดดี

 

 

"พอผมรู้ว่าคุณเคยเป็นแฟนกับกัปตันมาก่อน ผมก็เข้าใจในทันทีเลยครับว่าทำไมรุ่นพี่อินูอิถึงกำชับให้ผมกับรุ่นพี่โมโมะเก็บเรื่องนั้นไว้เป็นความลับขนาดนั้น แล้วสาเหตุที่ผมบอกออกไป ก็เพราะผมอยากเห็นเรื่องสนุกๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แค่นั้นแหละครับ"

 

 

เรียวมะบอกเหตุผลออกมาได้อย่างอวดดี ก่อนจะคีบเนื้อแล้วนำมาจิ้มเกลือเข้าปากโดยไม่สนใจคนอื่นที่นั่งเอ๋อรับประทานกับเหตุผลของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

 

 

" 98.8% ที่พวกนายทุกคนอยากจะรู้เรื่องนั้นอย่างละเอียด" อินูอิเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบพลางมองปฏิกิริยารอบข้างของทุกๆ คนที่ส่อแววเป็นประกายด้วยความอยากรู้เป็นอย่างมาก

 

 

ถึงแม้จะแค่นิดเดียว แต่เขาก็เห็นว่าเทะสึกะแสดงแววตาเป็นประกายแบบนั้นออกมาได้ด้วยเช่นกัน ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นแววตาเย็นชาเหมือนทุกที

 

 

...นับว่าเป็นข้อมูลชั้นยอดเลยล่ะ

 

 

"งั้นในระหว่างที่ทานเนื้อกันอยู่ ฉันจะเป็นคนเล่าเรื่องให้ฟังละกันนะ"

 

 

"เรื่องมีอยู่ว่า..."

 

 

และแล้วเรื่องเล่าที่เคยคิดว่าจะสามารถเก็บไว้เป็นความลับได้ตลอด

 

 

....สุดท้ายก็ถูกเปิดโปงขึ้นจนได้





 

เมื่อสามเดือนก่อน

 

 

หลังจากได้รับชัยชนะในระดับภาคคันโตมาได้ พวกเราตัวจริงเซงาคุจึงใช้วันหยุดไปเยี่ยมเทะสึกะที่ต้องทำกายภาพบำบัดในเยอรมัน เนื่องจาก ถูก อาโตเบะ เคย์โงะ กัปตันชมรมเทนนิสโรงเรียนเฮียวเทย์ เล่นงานที่ไหล่ซ้ายเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เกิดอาการกำเริบขึ้นจนไม่สามารถเล่นเทนนิสได้อีก

 

 

ในวันนั้นเทะสึกะต้องการจะให้ตัวจริงคนอื่นๆ พบกับเทรนเนอร์กายภาพบำบัดของเจ้าตัว แต่ดูเหมือนเทรนเนอร์คนนั้นจะไปที่ร้านคาเฟ่แถวถนนคริสต์ตอฟในช่วงเย็น เทะสึกะจึงพาทุกคนไปเที่ยวชมสถานที่รอบเมืองจนกว่าจะถึงช่วงเวลานั้น

 

 

แต่ทว่า...

 

 

ณ ถนนฟรานซ์ทาร์เซอร์ เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมัน

 

 

"แล้วทุกคนหายไปไหนกันหมดล่ะ"  

 

 

โมโมะถามออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อมองรอบข้างแล้วกลับเหลือเพียงแค่เอจิเซ็นและรุ่นพี่อินูอิเท่านั้นที่อยู่ในซอยแคบๆ บนถนนสายนี้

 

 

"...."

 

 

"รู้สึกว่าพวกเราจะพลัดหลงกันซะแล้วนะเนี่ย"

 

 

อินูอิเอ่ยออกมาพลางจดสิ่งที่เกิดขึ้นไว้ในสมุดคู่ใจ เมื่อโมโมะได้ยินแบบนั้น หน้าก็ซีดเผือกลงอย่างรวดเร็วพลางตะโกนโวยวายออกมาราวกับคนบ้าเสียสติ

 

 

"เฮ้ย! จะทำยังไงกันดี ทำยังไงดี" 

 

 

"ถ้าไม่ต้องสติแตกก็คงหาทางทำอะไรได้ไม่ใช่หรือไงครับ" เรียวมะเอ่ยออกมาโดยไม่ทุกข์ร้อนอะไรกับการที่ต้องมาเป็นสหายร่วมหลงทางกับรุ่นพี่ทั้งสองคนนี้

 

 

โมโมะพูดสวนกลับไปทันทีที่ได้ยินคำพูดคำจาอวดดีของเจ้าเอจิเซ็น

 

 

"ทำเป็นพูดดีไปเถอะ ถ้าหาทางกลับญี่ปุ่นไม่ได้จะทำยังไงกันเล่า หะ!"

 

 

"เอาหน่าๆ ใจเย็นกันก่อน ถ้าเราติดต่อกับคนอื่นๆ ได้ ก็ไม่น่าจะเป็นห่วงอะไรจริงมั้ย?" อินูอิหาทางแก้ไขให้กับโมโมะก่อนที่เจ้าตัวจะสติแตกไปมากกว่านี้

 

 

"จริงด้วยนะครับ ถ้าใช้มือถือโทรไปหาล่ะก็...คนที่มีโทรศัพท์มือถือยกมือขึ้น" สิ้นเสียงของโมโมะก็ไม่มีใครยกมือขึ้นมาเลยสักคน

 

 

งั้นก็...แสดงว่า

 

 

"ไม่มีใครมีโทรศัพท์มือถือเลยสักคนนี่นา" โมโมะเอ่ยออกมาด้วยความสิ้นหวังที่สุดในชีวิต

 

 

เมื่อผู้หลงทางทั้งสามเดินทอดน่องออกมาจากในซอย จู่ๆ อินูอิก็กางแผนที่ของเมืองนี้ขึ้นมาดูเฉย

 

 

"ถ้ามีแผนที่ก็น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้สิครับ" โมโมะพูดเอ็ดรุ่นพี่ของตนพลางมองดูแผนที่ที่เต็มไปด้วยตัวอักษรเยอรมันที่บ่งบอกถึงสถานที่ภายในเมือง

 

 

"จะทำอะไรก็ต้องเก็บข้อมูลก่อนสิ นั่นก็คือหลักการของฉันล่ะ รู้มั้ย?" อินูอิเอ่ยออกมาพลางขยับสันแว่นขึ้น พร้อมกับตั้งใจดูแผนที่เป็นอย่างมาก

 

 

"รู้สึกว่า ตอนเย็นเรากะจะไปที่ถนนคริสต์ตอฟกันสินะครับ" เรียวมะเอ่ยออกมาพลางมองดูแผนที่ด้วย    เช่นกัน

 

 

"นั่นก็หมายความว่า ถ้าเราหาถนนคริสต์ตอฟเจอเราก็จะได้พบกับพวกเทะสึกะในตอนเย็นสินะ ที่นี่คือถนนฟรานต์ทรานซ์เซอร์ก็ต้องไปทางเหนือ หมายความว่าถ้าเดินไปทางนี้ก็จะถึงถนนคริสต์ตอฟ" อินูอิอธิบายเส้นทางให้กับรุ่นน้องทั้งสองฟัง

 

 

"ดีล่ะ เมื่อรู้อย่างนี้แล้วก็รีบๆ ไปกันเลยเถอะครับ" โมโมะเอ่ยออกมาด้วยท่าทางฮึกเหิมต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ

 

 

"แต่ว่า ฉันยังเป็นห่วงเรื่องไคโดอยู่นิดๆ นะ" อินูอิเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงต่อรุ่นน้องจอมหลงทิศ เหมือนกับตัวละครเรื่องหนึ่งที่เป็นนักดาบเรือนผมสีเขียวราวกับแปะหญ้ามอสอยู่บนหัว แต่เรื่องเด่นดังของตัวละครนั้น คือ การที่หลงทางได้ทุกที่ทุกเวลา

 

 

 ...ยิ่งคิดแล้วยิ่งเหมือนกับเจ้าไคโดจริงๆ                                      

 

 

"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ รุ่นพี่อินูอิ หมอนั่นมันอึดใช้ได้เลยล่ะ มันคงจะหาทางมาเองได้ล่ะหน่า" โมโมะเอ่ยออกอย่างมั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมจะไม่เป็นอะไรอย่างเด็ดขาด

 

 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้ว อินูอิจึงเดินหน้าต่ออย่างไม่คิดอะไรมาก โดยมีรุ่นน้องทั้งสองเดินอยู่ข้างกายคอยส่งเสียงเจื้อยแจ้วเวลาที่เจอร้านอะไรที่มันดูแปลกตา

 

 

"นั่นอะไรน่ะ? ไอเจ้าคุกกี้ที่หน้าตาเหมือนกับโดรายากิ" โมโมะถามขึ้นด้วยความสนใจพลางชี้ป้ายหน้าร้านที่มีรูปคุกกี้ช็อกโกแลตสอดไส้รสชาติต่างๆ ทำให้ทุกคนหันไปดูสิ่งที่โมโมะชี้ในทันที

 

 

"ขนมชิ้นนั้นรู้สึกจะเรียกว่า 'Lebkuchen' (ลีฟคูเคน) เป็นขนมที่มีผสมของน้ำตาล น้ำผึ้ง ถั่ว และไส้ต่างๆ จัดว่าเป็นขนมที่ชาวเยอรมันชื่นชอบเป็นอย่างมากเลยล่ะนะ" เมื่อทั้งสองได้ฟังก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจในสิ่งที่อินูอิอธิบาย

 

 

"ในเมื่อคนเยอรมันชอบถึงขนาดนั้น คนญี่ปุ่นอย่างเราก็ไม่ควรพลาดนะครับ" โมโมะเอ่ยเพื่อหวังอยากเข้าไปซื้อเพื่อลิ้มลองขนมชิ้นนั้น

 


"ก็ไม่ได้จะห้ามหรอกนะ แต่นายช่วยดูคนที่รอซื้อด้วย"

 

 

โมโมะมองตามที่อินูอิบอกก็เห็นได้ว่าคนเข้าคิวยาวมาก และเมื่อโมโมะสอดสายตามองไปรอบๆ ร้านด้วยความแปลกใจกับปริมาณคนที่รอซื้อคุกกี้จากร้านนี้ เมื่อโมโมะเห็นใครบางคนที่กำลังเดินออกมาจากร้านพร้อมกับถุงขนมในมือ ถึงกับชะงักในทันทีพร้อมกับกระซิบบอกทั้งสองอย่างรวดเร็ว

 

 

"คะ...คนที่กำลังเดินออกมาจากร้าน นั่นมันผู้อำนวยการมินามิไม่ใช่เหรอครับ?" เมื่อมองตามที่โมโมะบอก เรียวมะก็พูดแย้งขึ้นมาทันทีที่เห็นคนที่รุ่นพี่ของตนบอก

 

 

...ไม่จริง

 

 

"ไม่ใช่หรอกครับรุ่นพี่โมโมะ ถึงจะคล้ายกันมาก แต่สีผมของผู้หญิงคนนี้ขลับสีน้ำตาลด้วยนะครับ ถ้าดูจากการสวมชุดกระโปรงและก็หน้าแล้วอายุน่าจะประมาณพวกเรานะครับ แถมถ้าผู้อำนวยการมาที่นี่จริงๆ พวกเราคงโดนสั่งให้ทำอะไรแปลกๆ กลางถนนแน่ครับ"

 

 

เพราะทุกครั้งที่คนในชมรมเทนนิสเจอกับผู้อำนวยการมินามิก็ต้องโดนใช้งาน ไม่ก็โดนสั่งให้ทำอะไรแปลกๆ ซึ่งเรียวมะไม่เคยโดนมาก่อน แต่เคยเห็นรุ่นพี่คนอื่นๆ เคยโดนกันมาก่อน คือ ให้เต้นกลางทางเดินระหว่างชั้นเรียนเป็นเวลาหนึ่งนาที หรือให้ไปสารภาพกับเพื่อนเพศเดียวกัน

 

 

...ช่างเป็นเป็นผู้อำนวยการที่น่ากลัวจริงๆ

 

 

"นั่นสินะ งั้นก็ไม่ต้องคิดมากกันแล้ว เราเดินไปกันต่อดีกว่า" โมโมะกลับมาร่าเริงเหมือนเคยและพร้อมที่จะเดินทางไปหาถนนคริสต์ตอฟต่อ

 

 

"โอ๊ซ!" เรียวมะขานรับด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

 

 "รุ่นพี่อินูอิก็ขานรับด้วยสิ...ครับ"

 

 

โมโมะเอ่ยกับรุ่นพี่ของตน ก่อนจะหันไปมองใบหน้าด้านข้างของอินูอิ นัยน์ตาสีมรกตภายใต้กรอบแว่นกำลังเบิกกว้างด้วยความตกใจกับผู้หญิงคนเมื่อครู่ที่โมโมะคาดเดาผิดไปว่าเป็นผู้อำนวยการมินามิ แต่น่าแปลกที่นัยน์ตาสีอำพันของผู้หญิงคนนั้นก็กำลังมองอินูอิด้วยความตกใจไม่ต่างกัน

 

 

ผู้หญิงคนนั้นที่หายไปนานถึงสองปี....ผู้หญิงที่เคยเป็นของเทะสึกะมาก่อน

 

 

...ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน

 

 

"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ซาดาฮารุ" เสียงหวานอันคุ้นเคยทำให้อินูอิตื่นจากภวังค์ ก่อนจะพบร่างบางในชุดกระโปรงสีชมพูที่สวมเสื้อคลุมสีน้ำตาลทับมาอีกชั้นยืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับยิ้มกว้างออกมา

 

 

...รอยยิ้มที่เคยทำให้หัวใจเขาสั่นคลอนได้

 

 

"ไม่คิดว่าจะได้พบเธอในเยอรมันนะ โคโทริ" อินูอิเอ่ยพร้อมกับเผยยิ้มบางออกมา

 

 

รุ่นน้องทั้งสองที่กำลังสับสนงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เรียวมะจึงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

 

 

"รุ่นพี่อินูอิ...รู้จักกับผู้หญิงคนนี้ งั้นเหรอครับ?"  

 

 

"รู้จักสิ ก็ผู้หญิงคนนี้เป็นฟะ..." อินูอิเกือบจะพูดว่า 'เป็นแฟนเก่าของเทะสึกะ' ไปซะแล้วดีที่ยับยั้งตัวเองคำพูดของตัวเองไว้ได้

 

 

"เป็นลูกสาวของผู้อำนวยการมินามิ" สิ้นเสียงของอินูอิ รุ่นน้องทั้งสองต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนจะมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของผู้หญิงคนนี้จนตาแทบถลน โคโทริยิ้มขำๆ ให้กับท่าทีของทั้งสอง

 

 

"ฉันมินามิ โคโทริ อยู่ปีสาม พอดีฉันเคยเรียนที่เซงาคุตอนปีหนึ่ง เลยได้รู้จักกับซาดาฮารุ แล้วก็ย้ายไปเรียนที่โอซาก้าตอนปีสองจ้ะ" เสียงหวานแนะนำตัวออกไปให้กับทั้งสองที่กำลังตกใจไม่หายกันอยู่

 

 

"ผมโมโมชิโระ ทาเคชิ ปีสองอยู่โรงเรียนเซงาคุครับ เรียกผมว่า 'โมโมะ' ละกันนะครับ"

 

 

"เอจิเซ็น เรียวมะ ปีหนึ่งโรงเรียนเซงาคุ"

 

 

โป๊ก!

 

 

"ไปพูดจาอวดดีอย่างนั้นกับรุ่นพี่ที่พึ่งเจอหน้ากันได้ยังไงเล่า" โมโมะว่าแล้วก็เขกกะโหลกเรียวมะด้วยความหมั่นไส้เล็กๆ

 

 

"โอ๊ย! เจ็บนะครับ รุ่นพี่โมโมะ" เรียวมะอุทานออกมาพลางลูบหัวตัวเองด้วยความเจ็บปวด

 

 

"ขอโทษนะครับ รุ่นพี่โคโทริ พอดีเจ้าเอจิเซ็นมันไม่ค่อยอบรมเรื่องมารยาทสักเท่าไหร่"

 

 

"ไม่เป็นไรจ้ะ" โคโทริเอ่ยออกมาพลางส่ายมือไปมาเพื่อบ่งบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆ

 

 

"ว่าแต่เธอ...มาทำอะไรที่นี่เนี่ย?" เสียงทุ้มต่ำของอินูอิถามออกมา

 

 

"พอดีพ่อแม่ฉันเขามาเที่ยวด้วยกัน ฉันเลยไม่อยากเป็นก้างขวางคอพวกเขาเลยขอออกมาเดินเล่นสักหน่อย"

 

 

"...แล้วนายล่ะ?" เสียงหวานถามออกมาก่อนจะมองหน้าเพื่อนของตน อินูอิอ้ำอึ้งไม่ยอมตอบคำถามออกไป จนโมโมะต้องเข้ามาบอกเหตุผลซะเอง

 

 

"วันนี้พวกผมมาเยี่ยมกัปตันเทะสึกะที่กำลังรักษาตัวอยู่ที่นี่ครับ"

 

 

ลมหายใจของโคโทริขาดห้วงไปชั่วขณะทันทีที่ได้ฟังเหตุผล เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมซาดาฮารุถึงไม่กล้าที่จะบอกเธอ เธอกำหมัดแน่นอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะกลั้นใจถามคำถามออกไป

 

 

"ละ...แล้วเขาเป็นอะไรอย่างนั้นเหรอ ถึงต้องมารักษาตัวถึงที่เยอรมันเลย" เธอไม่รู้หรอกว่าน้ำเสียงของตัวเองที่ถามออกไปนั้นมันสั่นมากแค่ไหน แต่ก่อนที่โมโมะจะอ้าปากบอกคำตอบออกไป เรียวมะที่เบื่อกับการต้องมายืนอยู่ตรงนี้เป็นเวลานานสองนานก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

 

 

"เดินไปเล่าไปดีกว่าไหมครับ? รุ่นพี่"

 

 

รุ่นพี่ทั้งสามต่างพยักหน้าและเดินทอดน่องไปบนถนนสายนี้ด้วยกัน

 

 

"พอดีว่า กัปตันเทะสึกะเขามารักษาไหล่ข้างซ้ายที่ถูกกัปตันอาโตเบะเล่นงานจนเกิดอาการกำเริบทำให้ไม่สามารถเล่นเทนนิสได้สุดความสามารถครับ ก็เลยต้องมารักษาตัวถึงที่นี่ครับ"

 

 

โคโทริเกือบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เมื่อได้รู้ถึงเหตุผลที่เขาต้องมารักษาตัวถึงที่นี่ เพราะ แรกเริ่มเดิมที เหตุผลที่ทำให้ไหล่ซ้ายของเขามีอาการแบบนั้นมันก็เป็นเพราะเธอเอง โคโทริจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะ เธอกลัวว่าตัวเองจะเผลอร้องไห้ออกมาต่อหน้าพวกเขาแน่ๆ ถ้าได้ฟังเรื่องของเขามากกว่านี้

 

 

"ว่าแต่ พวกเธอมาเที่ยวกันเหรอจ้ะ" แต่สีหน้าของพวกเขากลับดูสิ้นหวังลงทันทีที่ถามออกไปซะงั้น

 

 

"เปล่าหรอก คือว่าเทะสึกะพาพวกเราเที่ยวรอบเมืองแล้วจู่ๆ หลงกันซะงั้น"

 

 

"จะว่าไป รุ่นพี่โคโทริมีโทรศัพท์มือถือหรือเปล่าครับ" คนถูกถามพยักหน้าทันที ก่อนจะหยิบมือถือสีเขียวมินต์ออกมาจากกระเป๋าและยื่นให้กับคนถาม สีหน้าของโมโมะดูมีความหวังขึ้นมาทันที

 

 

"เอ่อ...เบอร์กัปตันนี่เบอร์อะไรนะ?"

 

 

เมื่อไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบเลยแม้แต่นิดเดียว ก็แสดงว่า...

 

 

"ไม่มีใครมีเบอร์กัปตันเลยนี่นา" โมโมะเอ่ยด้วยความสิ้นหวังอีกครั้ง ก่อนจะคืนมือถือให้เจ้าของเครื่องไป

 

 

"รุ่นพี่โคโทริ รู้จักถนนคริสต์ตอฟหรือเปล่าครับ" เรียวมะถามออกมาด้วยคำที่สุภาพขึ้นเล็กน้อย

 

 

"รู้จักสิ...ก็ที่พวกเราเดินกันอยู่เนี่ย คือ ถนนคริสต์ตอฟไงล่ะ" คำตอบที่ไม่คาดฝันทำเอาผู้หลงทางทั้งสามถึงกับอึ้งกับการเดินที่เดินมาก็ถึงจุดหมายซะแล้ว

 

 

"มีอะไรหรือเปล่าจ้ะ?" โคโทริถามออกมาด้วยความสงสัยกับสีหน้าของทั้งสามที่ดูเหมือนกับทำภารกิจบางอย่างสำเร็จลุล่วง

 

 

"ตอนเย็น เทะสึกะอยากให้พวกเราพบกับเทรนเนอร์ของเขาที่คาเฟ่ แถวถนนคริสต์ตอฟน่ะ"                



เมื่อสิ้นเสียงอินูอิ โคโทริก็พยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงเข้าใจแล้วก็เดินเล่นกันต่อ เพราะ เห็นว่ากว่าจะถึงช่วงเย็นที่นัดกันไว้ก็เหลืออีกตั้งสองชั่วโมงเศษๆ

 

 

ปึก!

 

 

เสียงบอลกระทบกับแท่นปาเป้า (ปาเป้าที่มีรูตรงกลางไว้สำหรับโยนบอลเข้าไป) สร้างความแปลกใจให้กับทุกๆ คน

 

 

"แหม่ ปาเป้างั้นเหรอ? น่าสนุกดีนี่นา" โมโมะเอ่ยออกมาด้วยความอยากเล่นอยากลอง

 

 

"พวกนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงญี่ปุ่นตรงนั้นน่ะ ไม่ลองเล่นกันหน่อยเราะ ครั้งละสองยูโร จะได้เอาไว้เป็นความหลังไง" พ่อค้าชายวัยกลางคนพูดสำเนียงญี่ปุ่นออกมา ทำให้โมโมะชี้ที่ตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าพ่อค้าพูดถึงพวกเขาอยู่ พ่อค้าพยักหน้าแทนคำว่าใช่แล้ว

 

 

"นี่ คุณลุงพูดภาษาญี่ปุ่นได้เหรอครับ?"

 

 

"อ๋อ ฉันค้าขายกับพวกนักท่องเที่ยวมาหลายปีแล้วนี่นา ไม่ว่าภาษาอะไรก็พูดได้คล่องปรื๋อหมดเลย"

 

 

"งั้นพวกผมขอเล่นหน่อยนะครับ"

 

 

"กติกามีอยู่ว่า สามารถขว้างบอลได้สามครั้ง ถ้าเข้ารูตรงกลางได้แม้แต่ครั้งเดียวก็จะได้ของพวกนี้ไปเลย" พ่อค้าว่าพลางผายมือดูของรางวัลทั้งหมดที่มีพวกแก้วไวน์ โคมไฟ หรือมีแม้กระทั่งรูปปั้นบีโธเฟน รวมอยู่ด้วยในนั้นด้วย

 

 

"รุ่นพี่อินูอิ มีเงินสินะครับ" เรียวมะเอ่ยถามรุ่นพี่ปีสาม อินูอิไม่พูดอะไรแต่กลับหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากเสื้อกั๊กของตน

 

 

"นี่เป็นสมบัติทั้งหมดของฉันเลยนะ อย่าเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยล่ะ" อินูอิว่าพลางยื่นแบงค์ร้อยยูโรให้กับโมโมะ

 

 

โดยที่ไม่รู้เลยว่าในตอนนั้นมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองพวกเขาอย่างสนอกสนใจมาจากทางด้านหลัง

 

 

"แล้วทำไมถึงต้องเป็นผมด้วยล่ะ" เรียวมะถามออกมาอย่างงุนงง เพราะ อยู่ๆ รุ่นพี่ทั้งสองก็ให้เขาเป็นคนเล่นแทนซะงั้น

 

 

"เรื่องการควบคุมลูกเสิร์ฟ นายทำได้ดีกว่าฉันหรือโมโมะน่ะสิ ถามได้"

 

 

"เชอะ!" เรียวมะอุทานออกมา

 

 

"งั้นขึ้นไปยืนบนแทนนั่นแล้วขว้างมาเลย" สิ้นเสียงพ่อค้า เรียวมะก็ขึ้นไปบนแท่นตามคำบอกทันที

 

 

"เฮ้ยๆ นี่จะเสิร์ฟจริงๆ เหรอเนี่ย" โมโมะพึมพำออกมาเบาๆ เมื่อเห็นเรียวมะทำท่าทางราวกับกำลังเสิร์ฟลูกเทนนิสอยู่  

 

 

"เรียวมะคุง นี่ดูจะเอาจริงเอาจังกับทุกเรื่องเลยนะ" โคโทริเอ่ยออกมา พร้อมกับมองดูท่าทางเอาจริงจังกับการเสิร์ฟลูกที่ไม่มีแร็กเก็ต

 

 

แต่เมื่อเรียวมะโยนลูกบอลลูกแรกออกไป ก็ไม่สามารถโยนเข้ารูนั้นไปได้ ลูกที่สองที่โยนตามกันมาติดๆ ผลก็เป็นเหมือนเดิม และ ลูกสุดท้ายที่กำลังจะโยนออกไปนั้น กลับถูกเสียงเรียกของใครบางคนหยุดเอาไว้ก่อน

 

 

"เดี๋ยวก่อน เจ้าหนูชาวญี่ปุ่นคนนั้น" เรียวมะหันหลังไปตามเสียงเรียก ก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังโบกมือเรียกอยู่ เธอมีเรือนผมสีส้ม นัยน์ตาสีฟ้าใส สวมเสื้อคอปกสีชมพูกับกางเกงวอร์ม ผู้หญิงคนนั้นหยิบแร็กเก็ตของตนก่อนเดินเข้าไปถาม

 

 

"เธอเล่นเทนนิสด้วยสินะ" สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าเอ่ยออกมา ทำให้เรียวมะแปลกใจเล็กน้อย

 

 

"ลองใช้ไอนี่ดูไหมล่ะ" หญิงสาวว่าพลางชูแร็กเก็ตของตนให้เรียวมะเห็น

 

 

"ทำไมถึงรู้ล่ะครับ? ว่าผมเล่นเทนนิสด้วย" เรียวมะถามออกไปด้วยความสงสัย

 

 

"เห็นท่าขว้างแบบนั้น ไม่ว่าเป็นใครก็ดูออกทั้งนั้นแหละ" หญิงสาวพูดพลางยื่นแร็กเก็ตให้กับเรียวมะ

 

 

"เอาแบบนี้คงไม่ขัดข้องนะ" หญิงสาวถามกับพ่อค้า ซึ่งพ่อค้าก็ตอบว่าได้ในทันที เพราะ ถือว่าไม่ผิดกฎกติกาใดๆ

 

 

"ใครก็ไม่รู้นะครับ" โมโมะเอ่ยออกมาด้วยความงุนงง

 

 

"นั่นสินะ" โคโทริเอ่ยออกมาพลางมองดูหญิงสาวผู้หวังดีคนนั้นด้วยความสงสัย

 

 

"อืม" อินูอิตอบเพียงแค่นั้น ก่อนจะจดอะไรบางอย่างลงในสมุด

 

 

สิ้นเสียงเดาะลูกบอล เรียวมะโยนลูกขึ้นข้างบนก่อนจะใช้แร็กเก็ตที่ได้จากหญิงสาวตีลูกบอลออกไปในท่าทวิสเสิร์ฟด้วยมือขวา ซึ่งลูกบอลลูกสุดท้ายนี้ก็สามารถเข้ารูตรงกลางไปได้สำเร็จ พ่อค้าจึงมอบรูปปั้นบีโธเฟนให้เป็นของรางวัล

 

 

"เก่งจริงๆ เลยนะเธอเนี่ย" หญิงสาวเจ้าของแร็กเก็ตเอ่ยชม

 

 

"ขอบคุณครับ" เรียวมะกล่าวคำขอบคุณออกไปและคืนแร็กเก็ตให้กับเจ้าของ

 

 

"แค่นั้นเองเหรอ?" หญิงสาวเอ่ยด้วยความไม่ชอบใจ

 

 

"เอาแร็กเก็ตของฉันไปใช้แล้วคิดว่าจะกลับไปได้ง่ายๆ อย่างงั้นเหรอ เธอต้องอยู่กับฉันก่อนสิยะ พ่อหนุ่ม" หญิงสาวคนนั้นว่าพลางกอดคอเรียวมะแล้วกระซิบอะไรบางอย่างให้กับคนตัวเล็กฟัง

 

 

"เอ๋ ทำไมถึงรู้ล่ะครับ?" เรียวมะถามออกมาด้วยความสงสัย

 

 

"แค่ดูฟอร์มก็รู้แล้วล่ะ เอาล่ะ อย่ามัวแต่พูดมากอยู่เลยมาทางนี้เถอะหน่า"

 

 

หญิงสาวเอ่ยพลางลากคอเรียวมะเข้าไปนั่งในร้านคาเฟ่ ซึ่งทำให้ทั้งสามคนตกใจกับกระทำของหญิงสาวเป็นอย่างมาก จึงรีบวิ่งไปหาเรียวมะก่อนที่จะเป็นอะไรไป(?) หลังจากที่เข้ามานั่งในร้านแล้ว ก็มีโอกาสได้พูดคุยทำความรู้จักกัน จึงทำให้รู้ว่าผู้หญิงที่กำลังดื่มเบียร์ตรงหน้า ชื่อว่า ฮันน่า โดยมีคุกกี้ลีฟคูเคนของโคโทริที่พึ่งซื้อมาเป็นกับแกล้มกินเล่นกัน   

 

 

"เห มาเยี่ยมเพื่อนกับมาเที่ยวกับพ่อแม่ด้วยกันอย่างงั้นเหรอ?" ฮันน่าเอ่ยออกมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย เมื่อรู้เหตุผลที่ทั้งสี่คนมาเยอรมัน ก่อนจะดื่มเบียร์เข้าไปเข้าไปอีกอึกนึง

 

 

"ครับ ว่าแต่คุณฮันน่าเองก็พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งนะครับ" โมโมะเอ่ยชมหญิงสาวตรงหน้า ที่พูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องแคล่วราวกับเป็นเจ้าของภาษา

 

 

"สมัยก่อนฉันเคยเรียนมานิดหน่อย"

 

 

"คุณฮันน่า ก็เล่นเทนนิสเหรอครับเนี่ย" อินูอิถามออกมาด้วยความสงสัย

 

 

"ก็ไม่ได้เก่งอะไรมากหรอกนะ แต่ยังไงฉันก็ไม่มีทางแพ้เจ้าหนูคนนี้หรอก หึๆ" ฮันน่าหัวเราะพลางมองหน้าเรียวมะด้วยแววตาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนจะดื่มเบียร์หมดแก้วภายในอึกเดียว ใบหน้าแดงระเรื่อของหญิงสาวเป็นสัญญาณที่บอกว่า เธอเริ่มมึนเมาจากฤทธิ์แอลกฮอลล์เสียแล้ว

 

 

"พูดถึงคนญี่ปุ่นนี่มีหลายแบบเหมือนกันนะ" ฮันน่าเอ่ยออกมาก่อนจะหันไปกอดคออย่างรุนแรงกับเรียวมะที่นั่งอยู่ข้างกาย

 

 

"พวกเธอเนี่ยทั้งท่าทางและนิสัยดูอันบาลานซ์ น่าสนใจดีจริงๆ"

 

 

"มีคนรู้จักเป็นคนญี่ปุ่นด้วยเหรอคะ?" โคโทริถามออกมา ก่อนจะมองเรียวมะที่ท่าทางจะหายใจไม่ออกอยู่รอมร่อ จากการโดนกอดรัดแน่นมากเกินไป

 

 

"มีสิ เป็นคนที่แย่ที่สุดเลยด้วย" เสียงหวานที่เริ่มมึนเมาว่าพลางชี้หน้าเด็กสาว

 

 

"ทั้งอวดดี ทั้งขี้เต๊ะ แถมยังทำตัวเป็นเด็กเรียนอีก ทั้งที่อายุน้อยกว่ายังบังอาจมาสั่งสอนฉันอีก อยากรู้นักว่าใหญ่มาจากไหนกัน ฮึ่ย! อยากนายน่ะจะเข้าใจฉันได้ยังไงกันล่ะยะ ไม่น่ารักเอาซะเลยจริงๆ นะเจ้าหมอนั่นน่ะ" ฮันน่าระบายความในใจที่อัดอั้นมาเป็นเวลานาน ให้กับพวกเขาฟัง ก่อนจะวางแก้วเบียร์กระแทกโต๊ะ หญิงสาวคลายกอดและตบโต๊ะด้วยท่าทางที่ไม่พอใจกับคนที่ถูกพูดถึง ทำให้เรียวมะได้รับอากาศหายใจอีกครั้ง

 

 

"นั่นสินะ ถ้าคนแบบนั้นมาอยู่ใกล้ๆ ก็คงอยากจะชกสักหมัดนึงอ่ะเนาะ" โมโมะเอ่ยออกมา ก่อนเสมองรุ่นพี่ทั้งสองเล็กน้อย

 

 

"เป็นฉันก็คงไม่อยากจะยุ่งกับคนประเภทนั้นหรอกค่ะ"

 

 

"อืม ในฐานะมนุษย์แล้ว ผมว่ามันก็เกินไปหน่อยนะครับ"

 

 

"แถมยังชอบทำหน้าแบบนี้" ฮันน่าว่าพลางทำดวงตาแหลมโดยการขยับนิ้วที่หางตา และเอ่ยออกมาว่า "ผมว่า คุณเลิกดื่มเหล้าจะดีกว่านะครับ"

 

 

"เขาว่าอย่างงี้ ทำไมฉันจะต้องมาโดนหมอนั่นดุใส่ด้วยล่ะ เนาะ คิดเหมือนกันใช่ไหมล่ะ" ฮันน่ามองทั้งสามคนไปมาพร้อมกับถามความเห็น ทำให้ทั้งสามไม่กล้าตอบอย่างอื่นออกไป นอกจากตอบให้หญิงสาวที่กำลังมึนเมาตอนนี้พอใจล่ะนะ

 

 

"คะ...คิดครับ"

 

 

"ถูกอย่างที่คุณพูดมาล่ะครับ"

 

 

"คิดเหมือนกันค่ะ"

 

 

เมื่อได้ยินคำตอบที่พึงพอใจ น้ำตาก็คลอจากดวงตาสีฟ้าใสทันที พร้อมกับมองทั้งสามด้วยแววตาส่อประกายระยิบระยับ และเดินเข้าไปกอดทั้งสามด้วยความรัก(?) ยกเว้น เรียวมะที่กำลังกินคุกกี้โดยไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย จึงทำให้ฮันน่าแผดเสียงใส่คนตัวเล็กด้วยความไม่พอใจ

 

 

"นี่เธอ ฟังฉันอยู่หรือเปล่า หะ!"

 

 

"เอ๋" เรียวมะอุทานออกมาอย่างงุนงง

 

 

"ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม เมื้อกี้ไม่ได้ฟังเลยใช่ไหม" ฮันน่าถามย้ำสองรอบก่อนจะตบโต๊ะและจ้องหน้าเรียวมะตรงๆ ทำให้เด็กชายตื่นตะหนกเล็กน้อย

 

 

"พอดูดีๆ แล้วคล้ายกับหมอนั่นยังไงไม่รู้สิ โดยเฉพาะท่าทางหยิ่งๆ นั่นน่ะ"

 

 

"ดีล่ะ งั้นไปกันเลย" ประโยคนั้นสร้างความงุนงงให้กับทุกคนที่นั่งอยู่

 

 

"ไปไหนเหรอครับ?" โมโมะถามออกไป

 

 

"ถามมาได้ ก็คอร์ดเทนนิสน่ะสิ" ฮันน่าหันมาตอบโมโมะก่อนจะชี้นิ้วไปที่เรียวมะ

 

 

"ฉันจะดัดนิสัยแย่ๆ ของเธอให้เอง อึก!" ฮันน่าเอ่ยออกมาด้วยความมุ่งมั่น เรียวมะก็รับคำท้าทันที

 

 

"งั้นเดี๋ยวฉันกลับก่อนละกันนะ พอดีแม่ฉันเรียกกลับโรงแรมแล้ว" โคโทริเอ่ยขึ้นมาก่อนจะเก็บมือถือสีเขียวมินต์ของตนใส่กระเป๋า และลุกขึ้นเตรียมจะเดินกลับไปยังโรงแรมที่อาศัยอยู่

 

 

"แล้วเจอกันใหม่นะครับ รุ่นพี่โคโทริ" โมโมะเอ่ยออกมาด้วยความร่าเริง

 

 

"แล้วเจอกันใหม่นะจ้ะ โมโมะคุง" โคโทริเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มกว้างให้กับโมโมะ

 

 

"แล้วพบกันใหม่นะครับ รุ่นพี่" เรียวมะเอ่ยพลางเผยรอยยิ้มอวดดีออกมา

 

 

"ถ้าวันนั้นมาถึงแล้ว ฉันจะรอดูนิสัยของเธอนะจ้ะ เรียวมะคุง" สิ้นเสียงหวาน โคโทริก็ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย

 

 

"ดีใจที่ได้เจอเธอนะ โคโทริจัง" ฮันน่าเอ่ยออกมาพลางสวมกอดเด็กสาวที่พึ่งรู้จักกัน ก่อนจะคลายกอด

 

 

"หนูก็ดีใจนะคะที่ได้มาพบคุณฮันน่า" โคโทริเอ่ยออกมาพลางยิ้มกว้างออกมาให้กับหญิงสาว

 

 

"พอเห็นรอยยิ้มนี้แล้ว รู้สึกเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนนะ" ฮันน่าพึมพำถามกับตัวเองเบาๆ

 

 

"แล้วเจอกันใหม่นะ โคโทริ" อินูอิเอ่ยออกมาก่อนจะเผยยิ้มบางให้กับเด็กสาวที่ไม่เจอกันนาน

 

 

"แล้วเจอกันใหม่นะ ซาดาฮารุ" โคโทริเอ่ยออกไปพร้อมกับยิ้มกว้างเหมือนเคย เด็กสาวกวักมือให้อินูอิโน้มตัวลงมา ก่อนจะกระซิบเบาๆ ที่ข้างหู

 

 

'ช่วยเก็บเรื่องที่เจอฉันเป็นความลับให้ทีนะ ขอร้องล่ะ ซาดาฮารุ'

 

 

โคโทริขอร้องออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สร้างความแปลกใจให้เด็กหนุ่มไม่น้อย เมื่อหันไปมองหน้าเด็กสาว ก็พบว่า เธอกำลังกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลรินลงมาอาบแก้ม เขายิ้มออกมาอีกครั้ง

 

 

น้ำเสียงแบบนั้นยังจะให้ตอบอะไรออกมาได้อีกล่ะ

 

 

นอกจากคำว่า...

 

 

'อืม ฉันจะเก็บเป็นความลับไว้เป็นอย่างดีเลยล่ะ'

 

 

อินูอิว่าพลางลูบกลุ่มผมสีเทาขลับน้ำตาลอย่างเบามือ ทำให้โคโทริยิ้มออกมาและขอบคุณเด็กหนุ่ม ก่อนจะโบกมือลาทุกคนและเดินจากไป

 

 

 

 

 

"หลังจากนั้น ฉันก็ขอให้ทั้งสองคนเก็บเป็นความลับไว้ และ มารู้ความจริงทีหลังว่า คุณฮันน่าเคยเป็นตัวแทนนักกีฬาของทีมชาติเยอรมัน แล้วในตอนนั้นเธอก็เป็นเทรนเนอร์ให้กับเทะสึกะ แค่นั้นแหละ จบ!"  

 

 

อินูอิเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างยาวนานจบเสียที ทุกคนรู้สึกเหนื่อยแทนอย่างบอกไม่ถูก แต่ประโยคสุดท้ายก็สร้างความตกใจให้กับโคโทริอยู่ไม่น้อย เพราะ ไม่คาดคิดว่าคุณฮันน่าจะเป็นเทรนเนอร์ให้กับเขา

 

 

"แล้วระหว่างโคชิมาเอะกับแม่สาวขี้เมานั่นใครเป็นคนชนะอย่างงั้นเหรอ?" คินทาโร่ถามขึ้นมาทั้งๆ ที่ยังมีเนื้ออยู่เต็มปาก

 

 

"ฉันเอง" เรียวมะตอบออกไปด้วยท่าทางอวดดี

 

 

"สมกับเป็นโคชิมาเอะจริงๆ" คินทาโร่เอ่ยชื่นชมพลางยกนิ้วโป้งให้กับผู้ชนะ

 

 

"ว่าแต่ นายไปตั้งเงื่อนไขอะไรไว้ล่ะ เจ้าพวกนั้นถึงยอมรักษาความลับจนมาถึงตอนนี้ได้น่ะ" โออิชิถามออกมาด้วยความอยากรู้ เพราะว่าไม่มีทางที่เอจิเซ็นหรือโมโมะจะสามารถรักษาความลับเอาไว้ได้ถ้าไม่มีเงื่อนไขอะไรซ่อนอยู่

 

 

"นั่นสินะ รู้สึกว่าตอนนั้น..." อินูอิพลางนึกย้อนอดีตไปตอนนั้นอีกครั้ง

 

 

'ถ้าพวกนายไม่รักษาความลับเอาไว้ พวกนายได้โดนชาลงทัณฑ์ซุปเปอร์อุลตร้ารีมิกซ์รุ่นพิเศษ ตอนกลับญี่ปุ่นแน่ หึหึ'

 

 

"ที่เจ้าเอจิเซ็นจะกล้าพูดเรื่องนี้ออกมา คงเพราะลืมเรื่องเงื่อนไขของรุ่นพี่อินูอิไปแล้วแหละครับ" โมโมะพูดอย่างเนือยๆ กับเรียวมะ ก่อนจะตบบ่าของรุ่นน้องเบาๆ เป็นเชิงให้กำลังใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

 

"เงื่อนไขที่ว่านั่นอะไรเหรอครับ?" เรียวมะถามอย่างงุนงง ก่อนจะคีบเนื้อเข้าปากอย่างไม่สนใจอะไร

 

 

ในตอนนั้นเองก็มีใครบางคนหยุดยืนตรงเรียวมะ เมื่อเด็กชายเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับอินูอิที่กำลังแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว สร้างความหวั่นกลัวให้กับเรียวมะเป็นอย่างมาก

 

 

"เงื่อนไขที่ว่า...ก็นี่ยังไงล่ะ เอจิเซ็น"

 

 

"...ชาลงทัณฑ์ซุปเปอร์อุลตร้ารีมิกซ์รุ่นพิเศษ"

 

 

เหมือนความทรงจำของผู้บอกความลับจะกลับมาทันทีที่เห็นชาลงทัณฑ์อยู่ตรงหน้า มืออันสั่นเทาของเรียวมะจับแก้วที่มีน้ำสีดำอยู่เต็มภาชนะ ไม่มีใครล่วงรู้ส่วนผสมที่ใส่ไปในน้ำนั่นนอกจากเจ้าตัว ทำให้คนอื่นๆ ก็หวาดกลัวต่อน้ำสีดำนั่นด้วยเช่นกัน

 

 

เรียวมะทำใจเป็นเวลาสามวินาที

 

 

...ก่อนจะกลั้นใจดื่มเข้าไปพร้อมกับส่งเสียงโหยหวนออกมา

 

 

 

อ๊ากกกกก!!!





Image result





ท้องฟ้าสีส้มในยามเย็นแปรเปลี่ยนเป็นสีดำในยามรัตติกาล แสงอาทิตย์สีแดงอมส้มถูกแทนที่ด้วยแสงจันทร์สีเหลืองนวลและดวงดาวระยิบระยับสุกสกาวไปทั่วผืนฟ้า เมื่อปาร์ตี้เนื้อย่างจบลง ตัวจริงของทั้งสองโรงเรียนต่างบอกลาและก็แยกย้ายกันคนละทาง

 

 

เมื่อเดินแยกออกมาจนมองไม่เห็นอีกฝ่ายแล้ว ผู้ที่ได้ฉายาเป็นถึงสปีดสตาร์แห่งนานิวะอย่างเคนยะก็โพล่งถามคำถามออกมา

 

 

โคโทริ บ้านของเธออยู่อีกทางไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงมาทางนี้ล่ะ

 

 

วันนี้ฉันอยากเดินชมแสงสีในเมืองตอนกลางคืนสักหน่อยน่ะโคโทริบอกเหตุผลออกไป

 

 

นี่เธอคิดว่าพวกเราจะโดนหลอกด้วยเหตุผลพรรค์นั้นได้อย่างงั้นเหรอจิโทเสะถามอย่างรู้ทันพลางยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

 

คนอย่างโคโทริจังน่ะ ไม่ใช่คนที่จะพูดเหตุผลที่มันดูออกง่ายๆ อย่างงี้นะโคฮารุพูดออกมา โคโทริหันไปมองทุกคนที่เหมือนจะรู้ว่าเหตุผลนี้ของเธอมันใช้ไม่ได้เอาซะเลย

 

 

พวกนายนี่ ดูฉันออกจริงๆ เลยนะ โคโทริพูดออกมาพลางยิ้มขำๆ ออกมา

 

 

ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ นะว่าทำไมอินูอิคุงถึงไม่เล่าเรื่องนั้นออกมากัปตันทีมอย่างชิราอิชิถามออกมาด้วยความสงสัย

 

 

นั่นสินะ ฉันก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุดแท้ๆ โคโทริพูดออกมาพลางเดินทอดมองแสงไฟที่สะท้อนออกมาจากตึกสูงและโคมไฟตามท้องถนน

 

 

...หรือเพราะเขากลัวว่าถ้าพูดมันออกไปแล้ว จะทำให้ฉันเจ็บปวดเหมือนวันนั้นอย่างงั้นเหรอ?

 

 

ฉันไม่เข้าใจนายจริงๆ เลยนะ ซาดาฮารุ...

 





ทำไมเมื่อกี้ฉันถึงไม่เล่าเหตุการณ์ที่โคโทริรู้เรื่องของยูกิออกไปอย่างนั้นเหรอ อินูอิพูดทวนคำถามที่รองกัปตันทีมอย่างโออิชิถามออกมาเมื่อครู่

 

 

ทั้งๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เทะสึกะอยากรู้มากที่สุดแท้ๆ เลยนะ คำพูดนั้นของฟูจิทำให้ผู้ที่ถูกพูดถึงตวัดมองด้วยสายตาเย็นชาในทันที

 

 

จริงๆ แล้วฉันคาดการณ์ไว้ว่าจะเล่าหลังจากแยกย้ายกันกับโคโทริแล้วต่างหากล่ะ

 

 

งั้นก็รีบๆ เล่าสิครับ รุ่นพี่อินูอิ

 

 

เรียวมะเร่งเร้าผู้เป็นรุ่นพี่ของตน และเมื่ออินูอิเห็นสายตาของทุกคนที่แลดูเหมือนกำลังอ้อนวอน(?) ให้เขาเปิดปากเล่าเรื่องนี้ออกมาเสียที

 

 

หลังจากที่ฉันรับปากโคโทริว่าจะเก็บเรื่องที่เจอกันเป็นความลับ...

 

 



 Image result



 


            บรรยากาศอันเงียบสงบในยามค่ำคืน ร่างของผู้มีศักดิ์เป็นถึงกัปตันชมรมอย่างเทะสึกะกำลังยืนพิงราวสะพาน สายตาของเขาทอดมองไปยังแสงสีในเมืองตรงหน้าอย่างเหม่อลอย ความคิดของเทะสึกะในตอนนี้นึกถึงแต่เรื่องที่อินูอิเล่าออกมาเมื่อครู่เพียงอย่างเดียว

 

 

 

            งั้นแล้วเจอกันใหม่นะทุกคน

 

 

เสียงหวานของโคโทริกล่าวลาทุกคน แต่ในขณะที่เธอกำลังจะหันหลังเดินไป จู่ๆ อินูอิก็ดึงแขนของเธอให้ไปอีกทางเสียก่อน โดยที่ทิ้งคำพูดให้กับเรียวมะและโมโมะไว้ว่าไปที่คอร์ดกับคุณฮันน่าก่อนเลย

 

 

แฮกๆ มะ..มีอะไรหรือเปล่า ซาดาฮารุ ทำไมถึงลากฉันมาที่นี่ล่ะ โคโทริถามออกด้วยความเหนื่อยและไม่เข้าใจความคิดของคนตรงหน้าที่ลากเธอมายังตรอกซอยข้างๆ

 

 

ก่อนที่เธอจะไป ฉันอยากให้เธอรู้เรื่องหนึ่งก่อนน้ำเสียงจริงจังของอินูอิทำให้โคโทริมองไปหน้าเขาอย่างไม่ละสายตา พร้อมกับถามออกมาว่า

 

 

เรื่องอะไรงั้นเหรอ? ซาดาฮารุ

 

 

โคโทริ ฉันอยากให้เธอรู้ว่า...แฟนใหม่ของเทะสึกะ คือ... อินูอิพูดค้างไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาพร้อมกับเอ่ยชื่อคนคนหนึ่งออกมา

 

 

ยูกิ อันจู

 

 

สิ้นเสียงของอินูอิ ลมหายใจของโคโทริก็ขาดห้วงไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีอำพันของเธอเบิกตาและเต็มไปด้วยน้ำใสๆ ที่ไหลรินอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว กระเป๋าถือของเธอที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่มันตกลงสู่พื้น

 

 

มะ...ไม่จริงใช่ไหม? ซาดาฮารุเสียงสะอื้นของโคโทริพร่ำถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ

 

 

ขอโทษจริงๆ นะ โคโทริ…”

 

 

แต่ว่ามันเป็นเรื่องจริง

 

 

เมื่อสิ้นคำพูดนั้น โคโทริก็ทรุดลงไปกับพื้นพร้อมกับร้องไห้โฮต่อหน้าอินูอิ จนเขาทนไม่ไหวกับความเจ็บปวดในใจของโคโทริที่ต้องมารับรู้ความจริงเรื่องนี้ เขากอดปลอบโคโทริจนกว่าเธอจะหยุดร้องซึ่งมันนานมาก

 

 

...นานจนเขาคิดว่าเวลาที่ผ่านมาตลอดสองปีที่เธอจากไป

 

 

มันไม่ได้ให้ผู้หญิงคนนี้เข้มแข็งในเรื่องของเทะสึกะได้เลย….

 

 

         

 

 

...ขอโทษนะ โคโทริ

 

 

เทะสึกะเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะมองไปรอบๆ สะพานแห่งนี้อย่างหวนคิดถึงเรื่องอดีต จริงๆ แล้วสะพานนี้เป็นสถานที่ที่เขานัดพบเจอกับเธอทุกครั้ง สถานที่ที่เขาและเธอบอกลากันก่อนแยกกลับบ้านเป็นประจำ สถานที่ที่เขาก็ยังคงมาเพื่อหวนความคิดถึงในอดีตแม้จะจบความสัมพันธ์ลงไปแล้ว

 

 

ถึงแม้จะไม่มีเธออยู่เคียงข้างแล้วก็ตาม

 

 

...แต่สะพานแห่งนี้ก็ยังคงเป็นสถานที่แห่งความทรงจำระหว่างเราสองคน

 

 

ตึก..ตึก

 

 

สิ้นความคิด ก็มีเสียงรองเท้ากระทบกับพื้นบ่งบอกว่ามีคนกำลังขึ้นมา เทะสึกะละความสนใจจากการชมแสงสีในเมืองเป็นการหันมองไปยังทางเดินบนสะพาน และเมื่อเขาเห็นว่าเป็นใคร เขาก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้

 

 

ว่าการพบกันของเราทั้งสองนั้นในตอนนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นความบังเอิญ

 

 

...เหมือนกับที่เราพบกันในตอนนี้ด้วยหรือเปล่านะ โคโทริ

 





 



            ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ นี่ไม่ใช่ทางผ่านบ้านคุณหนิ

 

 

เสียงหวานของโคโทริถามออกมา ทำให้เทะสึกะหลุดออกจากภวังค์ รู้ตัวอีกทีร่างบางก็เดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เขา และจับราวสะพานพร้อมกับมองไปยังทิวทัศน์ตรงหน้าเสียแล้ว

 

 

...ฉันก็แค่อยากจะดูแสงสีในเมืองก็เท่านั้น”

 

 

ร่างสูงเอ่ยเหตุผลออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเคย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขากำลังทอดมองไปยังมองแสงสีภายในเมือง โดยไม่เห็นว่านัยน์ตาสีอำพันของร่างบางนั้นเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ที่เหตุผลนั้นตรงกับที่เธออ้างกับตัวจริงในทีมเมื่อครู่

 

 

“...อีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ สะพานแห่งนี้เป็นจุดที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้สวยที่สุด”

 

 

สิ่งที่เทะสึกะเอ่ยออกมานั้น ทำให้โคโทริหันไปมองหน้าเทะสึกะด้วยสายตาที่ประหลาดใจในทันที ก่อนจะกลับไปมองภาพตรงหน้าที่มีแสงไฟประดับประดาทั่วเมืองและดวงดาวสุกสกาวทั่วผืนฟ้าอีกครา

 

 

…มันทำให้โคโทรินึกถึงเรื่องราวในวันวานเมื่อสองปีก่อนอีกครั้ง

 

 

ในตอนแรก สะพานแห่งนี้เป็นเพียงแค่ทางข้ามไปสู่บ้านของเด็กสาวเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้คบหากับเขา มันก็กลายเป็นสะพานแห่งความทรงจำที่มีค่าและมีความหมายมากที่สุดสำหรับเธอ

 

 

....เรื่องราวบนสะพานแห่งความทรงจำนี้ ที่บางวันก็มาพร้อมกับท้องฟ้าปลอดโปร่งในยามสายที่นัดไปเที่ยวกัน หรือบางวันก็มาพร้อมกับท้องฟ้าสีส้มในยามเย็น เขาจะมาส่งเธอตรงกลางสะพานและชมอาทิตย์อัสดงอันสวยงามพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่ทั้งคู่ได้เจอในแต่ละวันก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

 

 

            มันเป็นช่วงหนึ่งในชีวิตที่มีความสุขที่สุด

           

           

...แต่ก็อย่างที่คุนิมิตสึว่าจริงๆ นั่นแหละ

 

 

สะพานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้สวยงามที่สุด

 

 

โคโทริวาดรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า โดยที่นัยน์ตาสีอำพันนั้นยังคงจ้องมองแสงสีใจกลางเมืองยามค่ำคืนตรงหน้าอยู่

 

 

“จะว่าไป...นี่เป็นครั้งแรกที่เราได้ดูบรรยากาศตอนกลางคืนด้วยกันสินะ คุนิมิตสึ

 

 

เสียงหวานของโคโทริเอ่ยออกมา ทำให้เทะสึกะหันมองคนข้างกายอย่างประหลาดใจกับคำพูดที่ออกมาจากปากเธอเมื่อครู่

 

 

จงใจงั้นเหรอ?...ที่เรียกชื่อจริงของเขาออกมา

 

 

            ใช่ มันเป็นครั้งแรก เทะสึกะเก็บความสงสัยไว้ภายในใจและตอบกลับคำพูดของคนข้างกายออกไป

 

 

บรรยากาศรอบข้างก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา มีเพียงเสียงรถที่เคลื่อนตัวอยู่ใต้สะพานแห่งนี้

 

 

...ฉันสามารถเรียกเหมือนเดิมได้ไหม? ชื่อจริงของนาย”

 

 

โคโทริถามคำถามออกมา พร้อมกับหันมาสบกับนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนใต้กรอบแว่นของเทะสึกะที่ฉายแววสับสนออกมา ก่อนจะตอบคำถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเคย

 

 

“ไม่มีเหตุผลที่จะเรียกไม่ได้หนิ โคโทริ

 

           

            ถึงจะเพียงครู่เดียว แต่เธอก็เห็น...

 

 

...รอยยิ้มอันเบาบางบนใบหน้าคมคายของเขา

 

 

เมื่อได้ยินและได้เห็นก็ทำให้โคโทริยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจอย่างที่สุด

 

 

...ดีใจที่เขาเรียกชื่อจริงของเธออีกครั้ง

 

 

...ดีใจที่เห็นรอยยิ้มของเขาอีกครั้ง

 

 

ร่างบางยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลา หน้าปัดนาฬิกาในตอนนี้บ่งบอกว่าอีกไม่ถึงห้านาทีก็จะเป็นเวลาสองทุ่มเสียแล้ว

 

 

ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย?’

 

 

โคโทริเอ่ยกับตัวเองในใจด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย ที่เวลาแห่งความสุขนั้นมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ

 

 

ทั้งๆ ที่เราสองคนต่างก็กลับมาเรียกชื่อของอีกฝ่ายได้แล้ว

 

 

...ก็อยากจะคุยด้วยกันให้นานกว่านี้แท้ๆ



แต่เวลามันล่วงเลยมาถึงขนาดนี้...คงต้องบอกลาแล้วสินะ

 

 

งั้นฉันกลับก่อนนะ คุนิมิตสึ

 

 

โคโทริกล่าวคำลาพลางโบกมือลา แต่เทะสึกะกลับไม่ตอบสนองใดๆ ทำให้เด็กสาวหน้าเสีย แต่ในขณะที่ร่างบางจะก้าวเดินต่อ ร่างสูงก็หยุดเด็กสาวด้วยคำถามหนึ่ง

 

 

จะให้ไปส่งไหม? นี่มันดึกมากแล้วนะ

 

 

โคโทริหันมามองเทะสึกะ ก่อนจะวาดรอยยิ้มบางๆ และตอบปฏิเสธออกไป

 

 

ไม่เป็นไรหรอก วันนี้นายเหนื่อยกับการแข่งมามากแล้วนะ คุนิมิตสึ โคโทริเอ่ยออกไปพร้อมกับหมุนตัวเพื่อเดินก้าวต่ออีกครั้ง

 

 

...เธอรู้ดีว่าหน้าที่ของกัปตันนั้นเหนื่อยยากลำบากขนาดไหน

 

 

ฉะนั้น เธอจึงอยากให้เขาได้พักผ่อนให้คุ้มกับที่เสียแรงไปทั้งหมด

 

 

แต่แล้วเทะสึกะก็ฉุดรั้งข้อมือโคโทริเอาไว้ การกระทำนั้นทำให้ร่างบางหันกลับไป วินาทีนั้นน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความห่วงใยของร่างสูงก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกไป

 

 

            ...มันเป็นเสียงและประโยคที่ทำให้หัวใจของคนตรงหน้านั้นสั่นคลอนเบาๆ



 

ฉันไม่ได้เหนื่อย แต่ถึงจะเหนื่อย ฉันก็ไม่สามารถปล่อยให้เธอเดินคนเดียวตอนดึกอย่างนี้ได้หรอกนะ โคโทริ





 

 

ทั้งสองเดินเคียงข้างกัน ใต้ท้องฟ้ายามรัตติกาล ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ถ้าหากไม่มีเสียงฝีเท้าของทั้งคู่หรือแสงไฟที่สาดส่องออกมาจากตัวบ้านรอบข้าง บรรยากาศคงจะเงียบเหงากว่านี้เป็นแน่

 

 

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนภายใต้กรอบแว่นเหลือบมองใบหน้าหวานของคนข้างกาย ที่แสดงท่าทางมึนตึงออกมาให้เห็นทางสีหน้า

 

 

รู้สึกแย่เหรอ? ที่ฉันเดินมาส่ง

 


เมื่อน้ำเสียงเรียบเฉยของเทะสึกะถามออกไป โคโทริก็หันขวับมองหน้าเขาทันที ก่อนจะบอกปฏิเสธพลางโบกมือไปมาเพื่อให้รู้ว่าไม่ใช่อย่างที่เด็กหนุ่มคิด

 

 

เปล่านะ ฉันรู้สึกขอบคุณด้วยซ้ำที่นายเดินมาส่ง

 

 

ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่เข้าใจกับใบหน้ามึนตึงของร่างบางมันไม่เข้ากับสิ่งที่เธอตอบออกมาเลยแม้แต่น้อย

 

 

แล้วทำไมทำหน้าแบบนั้น

 

 

ฉันโกรธตัวเองต่างหากที่ไม่ยอมกลับบ้านให้เร็วกว่านี้ ไม่อย่างนั้นนายก็คงไม่ต้องเดินมาส่งฉันอย่างนี้ ทั้งที่วันนี้นายควรกลับบ้านไปนอนพักผ่อนให้เต็มที่แท้ๆ โคโทริบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดใจกับตนเอง

 

 

สิ่งที่เธอเอ่ยออกมาเมื่อครู่ ถ้าเขาคิดไม่ผิด

 

 

มันเหมือนกับว่า...

 

 

เธอเป็นห่วงฉันงั้นเหรอ

 

 

ก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้วสะ...โคโทริใช้มือป้องปากตนทันทีที่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป พวงแก้มใสเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย

 

 

ขอบคุณนะ

 

 

เทะสึกะเอ่ยคำขอบคุณออกไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยที่แฝงความอบอุ่นลงไปด้วย

 

 

            ขอบคุณ...ที่ยังคงเป็นห่วงเขาอยู่

 

 

ขอบคุณเหมือนกันโคโทริเอ่ยออกมาเพียงแค่นั้น ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้คนข้างกาย

 

 

ขอบคุณ...ที่ยังเป็นห่วงเธออยู่นะ

 

 



 

 

จากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้ทั้งสองคุยกันมากกว่าเดิม ร่างสูงถามถึงเรื่องที่ว่าทำไมเด็กสาวถึงได้เป็นผู้จัดการชมรมเทนนิสของโรงเรียนชิเท็นโฮจิ ซึ่งโคโทริก็ตอบไปตามความจริง ส่วนร่างบางก็ถามถึงเรื่องเกี่ยวกับในโรงเรียนเซงาคุว่าตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเทะสึกะก็ตอบไปตามความจริงเช่นกัน ทั้งสองผลัดกันถามผลัดกันตอบ จนถึงคำถามหนึ่งที่โคโทริถามออกมาว่า

 

 

คบกับอันจูจัง มีความสุขไหม?”

 

 

เมื่อได้ยินคำถามนั้นออกมาจากปากของคนข้างกาย เทะสึกะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

 

มี แต่ไม่มากขนาดนั้น

 

 

...ไม่มากเท่ากับตอนคบกับเธอหรอกนะ

 

 

โคโทริตกใจกับคำตอบของคนข้างกายเล็กน้อย ริมฝีปากขยับราวกับจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจที่จะไม่พูดออกมา

 

 

แล้วเธอกับจิโทเสะ มีความสุขกันดีไหม?”

 

 

หืม ฉันกับเซนริอ่ะนะเสียงหวานถามเสียงหลงด้วยความแปลกใจกับคำถามที่ออกมาจากปากของเทะสึกะ ร่างสูงพยักหน้าแทนการตอบว่า ใช่’  

 

 

ไม่ใช่ๆ ฉันกับเซนริเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเฉยๆเสียงหวานเอ่ยปฏิเสธออกไปพลางโบกมือไปมา เพื่อให้รู้ว่าสิ่งที่คนข้างกายคิดมันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย ซึ่งร่างสูงก็พยักหน้าอีกครั้ง เพื่อให้คนที่โบกมือไปมารู้ว่าเขาเข้าใจแล้ว

 

           

            ตอนนั้นทั้งสองก็เดินจนมาถึงปลายทางพอดี ซึ่งนปลายทางที่ว่านั่นก็คือบ้านของโคโทรินั่นเอง

 

 

ขอบคุณมากนะ คุนิมิตสึ ที่อุตส่าห์เดินมาส่งฉันเสียงหวานเอ่ยคำขอบคุณออกมาพลางโค้งเพื่อแสดงความขอบคุณ

 

 

ไม่เป็นไร งั้นฉันขอตัว  

 

 

อื้ม กลับถึงบ้านปลอดภัยล่ะ แล้วก็พักผ่อนให้เยอะๆ ไปเลยนะ ฉันขอพูดอีกครั้งนะว่า...

 

 

...ยินดีที่ชนะด้วยนะ คุนิมิตสึ

 

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงหวานอันสดใสและรอยยิ้มกว้างจากเด็กสาว เทะสึกะก็กระตุกยิ้มตามไปด้วย แต่ก็มันก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น ใบหน้าคมคายกลับกลายเป็นนิ่งเหมือนเช่นเคย

 

 

...คงจะมีเพียงเธอคนเดียว ที่ทำให้เขาเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัวได้อย่างนี้

 

 

ขอบคุณน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนเอ่ยออกมา ขาทั้งสองหันหลังกลับไป ก่อนจะทิ้งคำพูดหนึ่งที่ทำให้นัยน์ตาสีอำพันของโคโทริเบิกกว้างขึ้น

 

 

นี่โคโทริ ฉันลืมบอกเธอไปว่า…”

 

 

ฉันกับยูกิเลิกกันไปนานแล้ว

 

 

รั้วบ้านที่กำลังจะถูกล็อคกลับต้องถูกเปิดอีกครั้ง ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น โคโทริก็วิ่งไปดักหน้าเทะสึกะ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

ทำมะ..ทำไมถึงเลิกล่ะ?

 

 

คำถามที่อยากจะถามออกไปกลับต้องถูกปิดปากลงด้วยปลายนิ้วชี้ที่จรดบนริมฝีปากเด็กสาว

 

 

จนกว่าจะจบรอบชิงชนะเลิศ ฉันจะบอกกับเธอทุกอย่าง...ช่วยรอจนถึงตอนนั้นได้ไหม?”

 

เมื่อปลายนิ้วชี้ที่จรดบนริมฝีปากเมื่อครู่ได้หายไป ทั้งสองก็ต่างสบตากันและกัน แววตาที่มุ่งมั่นและแน่วแน่ของร่างสูงมันทำให้ร่างบางไม่สามารถตอบอะไรออกไปได้ นอกจาก...

 

 

ได้สิ...ฉันจะรอนะ

 

 

สิ้นเสียงของโคโทริ เทะสึกะก็ยกยิ้มอย่างพอใจ ร่างสูงเดินทอดน่องไปยังเส้นทางเดิม เมื่อเดินขึ้นไปบนสะพาน เด็กหนุ่มก็ทอดมองไปยังแสงสีตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะเบนสายตามองขึ้นไปยังฟากฟ้ายามค่ำคืนพลางคิดถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมา

 

 

ถ้าฉันบอกความจริงทั้งหมดให้เธอฟัง 



เธอจะกลับหาฉันอีกครั้งได้หรือไม่?

 

 

โคโทริ...








To Be Continued...

 

 

 








         

C R E D I T Tennis on JoyPixels 5.0

  PRINCE OF TENNIS ตอนที่ 130

  PRINCE OF TENNIS OVA ศึกชิงแชมป์ระดับชาติ ตอนที่  19 - 20

  PRINCE OF TENNIS OP 7 : DREAM BELIEVER 

  (ฉากที่เทะสึกะยืนอยู่บนสะพาน ทำให้ไรต์คิดพล็อตตอนเจอกันกับโคโทริบนสะพานได้ค่ะ)


 












             * รูปนี้ไรต์ทำเองพอโอเคหรือเปล่าคะ พอดีสถานที่ในรูปนี้เป็นสถานที่ที่เทะสึกะพาตัวจริงไปเที่ยวเมืองจริงๆ ด้วยนะคะ แต่ในเรื่องไม่ใส่ลงไป และเอาคุกกี้เข้ามาแทนนะคะ





Talk 


13/04/61

ในที่สุดก็ถึง 100% กันแล้วนะคะ จบไปกับตอนที่ 2 แล้วนะคะ ซึ่งตอนนี้ก็เขียนไปทั้งหมด 89 หน้าด้วยกันขอบคุณผู้อ่านทุกคนนะคะที่ยังคงคอยเรื่องนี้กันอยู่ 

ตอนนี้ยังมีใครอ่านอยู่หรือเปล่าคะ ถ้ามีก็อย่าลืมเข้ามาแสดงความคิดหรือมากดให้กำลังใจได้เสมอนะคะ

ถ้าใครชอบหรือมีข้อติยังไงก็เม้นมาบอก รักคนอ่านทุกๆ คนนะคะ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

138 ความคิดเห็น

  1. #107 แฟนเทะจัง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 00:10

    สมน้ำหน้าเจ้ามะปากดี5555แต่แหม ถูกว่าแรงขนาดนั้นไม่น่าให้นางเอกใจอ่อนยอมเผยำต่ว่ายังชอบเทะจังอยู่แบบง่ายๆเลย น่าจัให้เมินๆมั่ง เพราะเทะจังพูดจากับนางเอกแรงมากตอนขอเลิก ถึงแม้จะบอกว่ามีเหตุผลก้อเถอะ (จริงๆแล้วเราชอบเทะสึกะมากในอนิเมะอะสุดหล่อเราเลยแหละแต่ถ้าพูดจาแบบนั้นกะนางเอกและขอเลิกคบแบบแรงๆละก้อเราก้อไม่ไว้หน้านะ) ขอนะไรต์ให่นางเอกเมินบ้างไม่งั้น-พวกพระเอกมันก้อได้ใจสิ ชอบนะนานๆถึงจะมีคู่เทะจังแบบนี้และนางเอกก้อน่ารัก อิอิเหมือนคู่เรียวซากุเลย งั้นนี้ก้อเป็นเทะสึริแล้วกัน555

    #107
    1
    • #107-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      16 เมษายน 2562 / 20:48
      ขอบคุณสำหรับคำติชมนะคะ ผู้อ่านอินจนไรต์ปลื้ม สำหรับเรื่องเมินมีค่ะ แต่ไม่รู้จะสะใจสำหรับผู้อ่านมากน้อยแค่ไหนนะคะ ต้องรออ่านเอานะคะ
      #107-1
  2. #96 ALICE47 (@ALICE47) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 22:01

    โอ๊ยย เรียวมะหนูไม่ควรไปพูดอย่างนั้นเลยลูก เป็นเรื่องเลยเห็นมั้ย แถมต้องดื่มเครื่องดื่มประหลาดๆ ของอินูอิอีก คือเป็นฉากที่ฮามาก5555 ส่วนตอนท้ายนี่คือคู่พระนางหวานละมุนมาก มดขึ้นจอแล้ว แล้วยิ่งมาอ่านตรงเครดิตแล้วพีคกว่า ชอบความสังเกตและความละเอียดของไรต์จนต้องไปเปิดเพลงฟังอีกรอบอ่ะ คือฉากที่เทะอยู่บนสะพานมันแปปเดียวเองนะ แต่ไรต์ก็เอามาโยงกับเรื่องได้อีกอ่ะ ขอคาราวะเลยเจ้าค่ะ

    #96
    1
    • #96-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      13 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:56
      ถ้าเรียวมะไม่พูดเรื่องทั้งหมดก็คงไม่เกิดขึ้น555 ฉากสะพานนี่คือไรต์ชอบฟังเพลงของ pot อยู่แล้ว แล้วเห็นว่าฉากนี้มันเหมือนเทะเขาคิดถึงใครบางคนอยู่เลยเอามาจับใส่เลยค่ะ555
      #96-1
  3. #84 Loveatb (@atobesayuri) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 11:58

    ชอบมากกก

    #84
    1
    • #84-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      24 ธันวาคม 2561 / 00:28
      ขอบคุณที่ชอบเรื่องนี้นะคะ
      #84-1
  4. #61 Timpanteen (@simsi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:48
    ไม่ต้องรงต้องรอมันแล้ววว กลับใาบอกเดี๋ยวนี้เลยยยยยยยยย
    #61
    1
    • #61-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2561 / 21:12
      รอหน่อยนะคะคนดี~
      #61-1
  5. #59 manaka lala (@12362514) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 12:30
    จริงๆก็อยากไห้โคโทริกลับมานี่นาควนจะแสดงออกหน่อยนะค่ะนิมิตสึ
    ปล.คอยเชียอยู่นะค่ะ
    #59
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #59-2 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      13 เมษายน 2561 / 22:08
      นั่นสินะคะ ถ้าเฮ๊ยเทะแสดงความรู้สึกสัหน่อยคงจะดี
      ขอบคุณที่ยังคอยสนับสนุนนะคะ
      #59-2
  6. #58 ★Aom★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 09:01
    อ้ายยยย โรแมนติกมากกกกก ฟินเวอร์~
    #58
    1
    • #58-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      13 เมษายน 2561 / 18:10
      ขอบคุณนะคะที่ชอบเรื่องนี้
      #58-1
  7. #57 ฮิเมะ กามิ (@24mobile6547) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 03:15
    <p>กระทืบสามี(?)แปบ</p>
    #57
    2
    • #57-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      13 เมษายน 2561 / 18:10
      เดี๋ยวว ไปกระทืบเฮัยแกทำไมคะ??5555
      #57-1
    • #57-2 ฮิเมะ กามิ (@24mobile6547) (จากตอนที่ 3)
      14 เมษายน 2561 / 18:41
      ถ้าพิมพ์มาเสียงสูงกว่านี้จากเฮียจะกลายเป็น---แล้วนะคะ
      #57-2
  8. #56 47466 (@47466) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 02:56
    อ่านละปวดใจเราเป็นคน sensitiveน้ำตานี่ไหลพรากๆ
    #56
    5
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #56-5 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      13 เมษายน 2561 / 18:09
      ขอบคุณที่ชอบเรื่องนี้นะคะ ตอนไรต์เขียนยังปวดใจเลยค่ะ
      *ความคิดเห็นที่ถูกลบด้านบนทั้งหมด เป็นของไรต์เองนะคะ ตอนแรกคือเขียนตอบแล้วแต่เขียนผิดเลย ก็เลยไปแก้คำ พอแก้เสร็จกดส่ง มันไม่ขึ้นอะไรให้เลยค่ะ เลยตัดใจลบแล้วเขียนใหม่ค่ะ
      #56-5
  9. #55 ZAWIA (@ZAWIA) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 03:36
    โอ้ว เพิ่งกลับมาย้อนอ่าน สนุกค่ะ เรื่องนี้จะเน้นดราม่าสินะคะเนี่ย555
    #55
    1
    • #55-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      13 เมษายน 2561 / 00:52
      ถ้าเอาจริงๆ ไรต์ไม่ได้ตั้งใจจะเน้นดราม่านะคะ5555
      #55-1
  10. #54 26042548 (@26042548) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:18
    ทำไมเศร้าอย่างงี้อ่าาาาาาา
    #54
    1
    • #54-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      4 มีนาคม 2561 / 22:58
      เพราะว่าเฮียเทะชอบพาดึงเข้าเรื่องเศร้าค่ะ555
      #54-1
  11. #53 จันทิรารัตน์ (@sunsiara) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:26
    แงงงง เศร้ามากอ่ะ อยากให้ทั้งสองคนคู่กันจัง
    #53
    1
    • #53-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      4 มีนาคม 2561 / 22:53
      เศร้าจริงค่ะ แต่อ่านไปเรื่อยๆ ก็จะพบความละมุนนะคะ
      ปล.สองคนไหมคะ? พอดีโคโทริจิ้นได้หลายคู่5555
      #53-1
  12. #52 0618241277 (@0618241277) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:48
    เหมือนตับจะแตกทำไมเศร้าแบบนี้เนี่ย
    แต่สนุกมากค่ะ มาต่อนะคะ ค้างมาก
    #52
    1
    • #52-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      4 มีนาคม 2561 / 22:52
      มาต่อแล้วนะคะ เพิ่มอีก 10% แล้วว ตรงนี้จะไม่ทำให้คนอ่านตับแตกแน่นอนค่ะ มันจะมีแต่ความละมุน5555
      #52-1
  13. #50 นักอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 07:56
    ค้างงงงงง รีบไมาต่อนะ สนุกมากเลยล่ะ
    #50
    1
    • #50-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:37


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:37
      #50-1
  14. #48 นักอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 19:42
    มาต่อเร็วๆนะเจ้าค่ะ

    ดิฉันเป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะไรท์เตอร์
    #48
    1
    • #48-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:37
      มาต่อแล้วนะคะ ถึงจะแค่ 2% ก็ตาม ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่ให้ไรต์มานะคะ
      #48-1
  15. #47 นักอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 21:16
    รีบมาต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์ค่ะ สู้ๆค่ะ
    #47
    1
    • #47-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:36
      มาต่อแล้วนะคะ ถึงจะเพิ่มแค่ 2% ก็ตามที ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆ ที่ให้ไรต์นะคะ
      #47-1
  16. #46 Yumi Luga (@yumiluga3584) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 14:14
    เเต่งได้ดีมากเจ้าค่ะไรท์
    #46
    1
  17. #45 ★Layla★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 07:23
    ต่ออออ รอนะค่ะ
    #45
    1
    • #45-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:34
      ต่อแล้วค่ะ ถึงจะเพิ่มแค่ 2 % ก็ตามมาอ่านกันก่อนนะคะ
      #45-1
  18. #44 นักอ่าน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 20:26
    ข้าพเจ้าสิอยากอ่านนนนน
    #44
    1
    • #44-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      29 ตุลาคม 2560 / 23:17
      อัพแล้วนะคะ ถึงจะเพิ่มแค่ 35% ก็ตาม

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 30 ตุลาคม 2560 / 06:45
      #44-1
  19. #42 ออม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 16:35
    อจยากอ่านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #42
    1
    • #42-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      28 ตุลาคม 2560 / 20:16
      ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ได้อ่านแน่นอนค่ะ แต่รอไรต์หน่อยนะคะ
      #42-1
  20. #41 ★Layla★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 13:50
    ค้างอีกแล้วT^T
    #41
    1
    • #41-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      27 ตุลาคม 2560 / 21:59
      รอไรต์หน่อยนะคะ อย่าพึ่งค้างกันน้าา T^T
      #41-1
  21. #40 sosindystyle (@kaitosos1412) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 22:23
    สนุกมากๆ แต่กำลังสงสัยเล็กน้อย 'อันจู ยูกิ' หรือ 'อันจู ฟุยุกิ'กันแน่ หรือสองคนนี้คือคนละคน
    #40
    1
    • #40-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      24 ตุลาคม 2560 / 22:58
      ขอบคุณที่เตือนนะคะ ต้องเป็น 'อันจู ยูกิ' นะคะ พอดีไรต์สับสนนิดหน่อย
      #40-1
  22. #39 Ning Nong (@ningnong321) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:44
    .....ขอให้พระเอกเป็นคนอื่นเถอะ คบซ้อนนี่แย่กว่าบอกเลิกแล้วไปคบคนอื่นอีก ถึงนายจะมีเหตุผลแต่ก็ไม่ดีอยู่ดี
    #39
    2
    • #39-1 Nun300 (@Nun300) (จากตอนที่ 3)
      22 ตุลาคม 2560 / 15:59
      เห็นด้วยเลยค่ะ
      #39-1
    • #39-2 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      22 ตุลาคม 2560 / 17:21
      ตอนนี้เฮียแกเลวจริงๆ แต่พอไปๆมาๆ เราจะรู้เหตุผลของเฮียแกที่พีคมากเลยค่ะ ฉะนั้น อย่าพึ่งเกลียดเฮียกันมากนะคะ

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 22 ตุลาคม 2560 / 17:22
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 22 ตุลาคม 2560 / 18:15
      แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 26 ตุลาคม 2560 / 17:17
      #39-2
  23. #38 -tataza- (@-tataza-) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:08
    โคโทริของเจ้ น่าสงสารจังลูกกกกกกก????????????????????
    #38
    1
    • #38-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      22 ตุลาคม 2560 / 17:19
      น่าสงสารจริงๆค่ะ เจ็บปวดแทน
      #38-1
  24. #36 ★AOMMY★ (@Hawthorn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 17:20
    คึกทุกวันเลยนะค่ะไรท์*^*
    #36
    1
    • #36-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      18 ตุลาคม 2560 / 18:40
      ต้องคึกค่ะ เพราะไม่อย่างงั้นเปิดเทอมแล้วจะไม่มีเวลาแม้แต่นั่งเขียนเลยค่ะ
      #36-1
  25. #35 Happy-Fairy (@Happy-Fairy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 16:45
    ค้างมาก(ก ไก่ ล้านตัว)
    #35
    1
    • #35-1 KotoriTh@i (@amuxikutolovely) (จากตอนที่ 3)
      18 ตุลาคม 2560 / 18:39
      อย่าพึ่งค้างกันนะคะ รอไรต์ก่อน

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 ตุลาคม 2560 / 18:40
      #35-1