[เปิด PRE-ORDER]เกิดใหม่เป็นตัวประกอบที่ดีดันโดนพี่สะใภ้แหกบทหมดเลยค่ะ !

ตอนที่ 11 : การจะเป็นตัวประกอบที่ดีขั้นแรกจงอย่าทักคนผิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 514 ครั้ง
    22 ส.ค. 62

-10-

 

การจะเป็นตัวประกอบที่ดีขั้นแรกจงอย่าทักคนผิด

(ไม่อย่างนั้นชีวิตจะพบกับความบรรลัยเหมือนฉันในตอนนี้)

 

 

เคยไหมเมื่อตอนที่อ่านนิยายตัวเอกเกิดใหม่ในต่างโลก โดยเฉพาะโลกนิยายจะเกิดความสงสัยอย่างหนึ่งนั่นคือ ตัวเอกรู้ได้ยังไงว่าใครเป็นใครในเรื่อง ?

 

โอเค บางคนบอกว่าต้องรู้สิเพราะคนเขียนต้อเขียนลูกรักของพวกเขาให้มีลักษณะโดดเด่นชัดเจนเห็นปุ๊บรู้ปั๊บทันทีว่าเป็นลูกรักที่บรรจงสรรสร้าง

 

แต่ทว่ากับโลกนิยายแห่งนี้ที่ฉันหลุดเข้ามา ชีวิตจริงมันไม่ได้ง่ายเหมือนในนิยายที่เคยอ่านเลย

 

                นี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?”

 

ฉันทักเด็กสาวที่โดนทุบตีจนสะบักสะบอมด้วยความรวดร้าวใจ สภาพของเด็กหญิงผมสีน้ำตาลที่มองแวบเดียวฉันก็รู้ว่าคือคุณตัวเอกหญิง

 

ใครจะคิดว่าการออกมาเดินเตร็ดเตร่ในเมืองจะทำให้ฉันได้พบกับตัวเอกหญิงก่อนเข้าวังถูกทำร้ายเข้าพอดี อีกทั้งยังเป็นการทำร้ายแบบเอาถึงตาย จนฉันต้องยื่นเข้าไปช่วยไม่งั้นนิยายเรื่องนี้ได้ล่มก่อนได้เริ่มแน่

 

ตัวเอกหญิงตอนเด็กช่างน่ารักน่าชัง เงยหน้าขึ้นมองฉันแล้วก็ร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้นไม่หยุดจนฉันที่แพ้น้ำตาคนสวยเผลอยื่นมือดึงเธอเข้ามากอด

 

โอ๋ ๆ คนสวยของข้าไม่ต้องกลัวนะจ้ะ ถ้าพี่สาวอยู่ด้วยไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้หรอกนะ

 

ฮึกฮือจริง ๆ นะ ท่านพี่จะปกป้องข้าจริง ๆ นะ

 

แรงกอดกลับของร่างบางในอ้อมแขนของฉันเงยหน้าที่เปื้อนน้ำตาส่งเสียงถามสั่นเครือน่าทะนุถนอม ฉันเกือบกรีดร้องลั่นเอาหน้าไปไถให้หายหมั่นเขี้ยว

 

แน่นอนข้าจะปกป้องเจ้าเอง !

 

คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้งก็ฉันเป็นแค่ตัวประกอบไร้ตัวตน ตัวเอกหญิงที่ยังไม่ได้กลับมาเกิดใหม่ไม่มีทางรู้จักฉัน ยิ่งฉันปลอมตัวมาด้วยถ้าไม่ใช่คนที่เคยเจอกันไม่มีทางจำฉันได้แน่นอน

 

ใช่ไม่มีทางจำได้ถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ในวังเช่นเดียวกัน

 

                ตัวเอกหญิงตาเป็นประกายด้วยความชื่นชม มือบางคว้าจับมือฉันไว้แน่นก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยความชื่นชมบูชา

 

ข้าเป็นหนี้ท่านแล้ว ท่านพี่ฟิเอน่าบุญคุณนี้ข้าจะจดจำไว้ชั่วชีวิต !

 

ห๊ะ…?” ถ้าไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนแล้วทำไมเด็กนี่ถึงเรียกชื่อฉันชัดแจ๋วขนาดนี้ได้ล่ะเนี่ย ! ! !

 

++++++++++++++++++++++++

 

                ตั้งแต่ถูกส่งมาเป็นนางกำนัลของพี่สะใภ้ฉันก็คิดว่าตัวเองนั้นทำงานในฐานะผู้รับใช้ได้ยอดแย่มาก

 

                ฟิเอ้เช้าแล้วนะตื่นได้แล้วนะเริ่มต้นเช้ามาก็ถูกเจ้านายปลุกให้ตื่นด้วยเสียงหวานลื่นหูแต่เช้าตรู่

 

                ท่านอาเจรี่ที่เสื้อผ้า หน้าผม จัดเต็มสวยสดงดงาม ยิ้มต้อนรับฉันพร้อมส่งชุดเครื่องแบบข้ารับใช้ของฉันส่งมาให้ฉันที่ยังเมาขี้ตาไม่สร่าง

 

                พี่ให้คนเตรียมน้ำให้แล้ว อาบน้ำให้สบายตัวแล้วไปทานข้าวด้วยกันเถอะ

 

                “…”

 

                เจ้าหญิงคนงามที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายนอกจากจะปลุกฉัน เตรียมเสื้อผ้าให้ฉัน และทำผมให้ฉันแล้ว ยังรอกินข้าวพร้อมฉันอีกต่างหาก !

 

ไม่เคยคาดคิดเลยว่าความเป็นเจ้าหญิงมา 16 ปี จะทำให้ฉันติดความสบายจนเคยตัวกลายเป็นคนนิสัยเสียไปแล้ว ทำเอาอดีตพนักงานอยู่โอทีโต้รุ่ง ไม่นอนสามวันยังไหวชื่อเสียงป่นปี้หมดแล้วค่ะ

 

โอ้ พระเจ้า นี่ฉันไม่อาจกลายเป็นชนชั้นแรงงานได้อีกต่อไปแล้วเหรอค่ะ !

 

ครั้งหน้าจะพยายามตื่นให้เช้ากว่านี้นะคะ…” ฉันพูดเสียงแผ่วด้วยความสำนึกผิดและอับอาย

 

อย่างน้อยก็ขอตื่นพร้อมท่านอาเจรี่ก็ยังดี เพราะพอคิดว่าคนตรงหน้าตื่นก่อนฉันแล้วยังมาเห็นท่านอนพญาวิหคสยายปีกแล้วฉันก็รู้สึกโคตรอายจนอยากกระโดดต้นพริกตายเหลือเกินค่ะ ! ! !

 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่ตื่นเช้าเกินไปด้วย ไม่ใช่ความผิดของฟิเอ้หรอกนะคนสวยนอกจากจะสวยแล้วยังใจดี ไม่ยอมโทษฉันไม่พอยังจะให้ฉันนอนได้เต็มที่อีก โอ้ยพี่สะใภ้สุดประเสริบแบบนี้หาในโลกนี้จะมีอีกไหมคะ

 

ว่าแต่พี่สะใภ้ตื่นเช้ามาทำอะไรเหรอคะฉันถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

 

ดูแลบำรุงผิวหน้าจ้ะ

 

พี่ต้องตื่นแต่เช้าล้างหน้าด้วยน้ำเย็นที่มาจากธารน้ำแร่ทางตอนเหนือ จากนั้นถึงค่อยขัดผิวด้วยครีมล้างหน้า ต้องตีฟองให้ฟูเพื่อลดแรงเสียดทานเวลาถู จากนั้นถึงค่อยซับหน้าด้วยกระดาษผ้าที่ทำจากใยไหม แล้วถึงจะทายาบำรุง…”

 

“…”

 

ฉันฟังท่านอาเจรี่สาธยายกรรมวิธีบำรุงหน้าตัวเองแล้วก็ได้แต่นั่งอึ้งกินจุดไปพักใหญ่ ยกมือขึ้นแตะลูบหน้าตัวเองที่กวักน้ำล้างกับทาแป้งโบ๊ะ ๆ แบบขอไปทีแล้วก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

สะสมแล้วที่เป็นพี่สะใภ้เพราะดูแลตัวเองดีเช่นนี้ท่านถึงได้งดงามเปล่งประกายเหลือเกินฉันกล่าวชื่นชมท่านอาเจรี่ด้วยความนับถือจากใจ

 

พี่ต้องดูแลใบหน้านี้ให้ดีอยู่แล้ว…” มือเรียวที่สวมใส่ถุงมือเอาไว้ยื่นมาจับมือฉันประคองให้ยกขึ้นแตะลูบใบหน้าของตนเองอย่างทะนุถนอม

 

เพราะใบหน้านี้เป็นหน้าที่ฟิเอ้ชอบไม่ใช่เหรอ

 

ฉันอึกอักทำอะไรไม่ถูก จู่ ๆ ก็ไม่กล้าสบตาสีทับทิมตรงหน้าที่มองฉันด้วยแววตาวิบวับชวนให้ใจเต้นแรงเลยต้องแกล้งหัวเราะเก้อออกไป

 

อะเอ่อ มันเกี่ยวอะไรกับข้าเหรอคะ

 

คนถูกถามยิ่งระบายยิ้มออกมากว้างขึ้นขยับแก้มนุ่มนิ่มให้ถูไถกับมือของฉันอย่างออดอ้อน ในขณะที่ดวงตาเรียวสวยก็ช้อนมองไม่วางตา

 

เพราะแบบนั้นพี่เลยต้องดูแลให้ดี ๆ ฟิเอ้จะได้ชอบพี่ไปนาน ๆ ยังไงล่ะ

 

โอ้ย ๆ พี่ดูแลตัวเองน้อยกว่านี้หนูก็ยังชอบคุณพี่อยู่ดีค่า !

 

ฉันแทบจะกรีดร้องบอกคุณพี่คนขี้อ้อนที่ขยันทำฉันอยากตบะแตกจับเธอฟัดแก้มนุ่มนิ่มเหมือนปุยนุ่นสองข้างสักทีสองที

 

ในความตรรกะพังของการทะลุเข้ามาในโลกนิยาย เหล่าตัวละครหน้าตาดีไร้ขอบเขตที่มีเกลื่อนกลาดก็เป็นพลังงานที่ช่วยให้จิตใจของฉันกระชุ่มกระชวยดีเหลือเกิน

 

ฉันที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับการได้บีบแก้มเนียนนุ่ม นกพิราบสีขาวที่ไม่รู้มาจากไหนก็บินเข้ามาในห้อง แล้วหยุดมาเกาะที่ขอบเตียง ท่านอาเจรี่ปล่อยมือที่กุมมือฉันไว้แล้วหันมามองนกตัวนั้นเขม็ง ก่อนที่ร่างนกนั้นจะระเบิดกลายเป็นควัน กลายเป็นม้วนจดหมายม้วนหนึ่งปรากฏขึ้นมาแทนที่

 

จดหมายจากกลุ่มพิราบขาว ?”

 

ฟิเอ้รู้จักกลุ่มพิราบขาวด้วยเหรอคะท่านอาเจรี่ถามฉันเสียงนุ่ม ในขณะที่เธอคลี่ม้วนจดหมายก้มลงอ่านข้อความภายในด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

 

เคยได้ยินอยู่ค่ะว่าเป็นกลุ่มค้าข่าวลึกลับที่โด่งดังมาก ๆ ในช่วง 2-3 ปีนี้ฉันเล่าผิวเผินไปตามที่เคยได้ยินคนในปราสาทเขาพูดกัน

 

สายตาก็ลอบสังเกตท่านอาเจรี่ไปด้วย ทันทีที่อ่านจดหมายจบ ท่านอาเจรี่ก็พับจดหมายลงก่อนจะยื่นไปด้านหลัง องครักษ์ในชุดเกราะสีดำทมิฬก็โผล่แวบที่ด้านหลังวูบวาบเพียงครู่เดียวก็หายไปพร้อมกับจดหมายฉบับนั้น มันคงเป็นเรื่องสำคัญมากจึงไม่อาจให้ใครเห็นได้ และท่านอาเจรี่ก็ไม่อยากให้ฉันรู้จึงได้ยอมไหลตามคุยเรื่องกลุ่มพิราบขาวกับฉัน

 

กลุ่มพิราบขาวเป็นกลุ่มนักค้าข่าวที่มีที่ไปไม่ชัดเจน แต่ข่าวที่ว่าจ้างให้พวกเขาสืบล้วนเป็นความจริงที่เชื่อถือได้มากที่สุด ไม่ว่าสิ่งของใดที่ฝากให้กลุ่มพิราบขาวนำไปส่งของสิ่งนั้นจะไปถึงมือปลายทางโดยไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ ทั้งสิ้น

 

ผู้ที่ทำงานในกลุ่มพิราบขาวล้วนเป็นผู้ลึกลับ พวกเขาเก่งกาจมากขนาดแม้แต่คนของพี่ยังไม่เคยจับตัวพวกเขาได้เสียที…” อืมฟังดูประโยคหลังคล้ายคนพูดนั้นมีความหงุดหงิดไม่น้อย แต่ฉันก็เข้าใจนะเพราะคน ๆ นั้นทำตัวน่าหงุดหงิดจริง ๆ นั่นแหละ

 

แล้วท่านพี่คิดว่าโดยรวมกลุ่มพิราบขาวเป็นอย่างไรคะฉันถามต่อด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ

 

คนถูกถามเอียงคอเล็กน้อย ครุ่นคิดใคร่ครวญอย่างจริงจัง ก่อนจะตอบออกมา

 

จะว่าอย่างไรดีล่ะพี่คิดว่ากลุ่มพิราบขาวเป็นกลุ่มที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าหากได้พบเจอกันสักครั้งก็คงดีไม่น้อย

 

อ๋ออย่างนี้นี่เองฉันพยักหน้าลงช้า ๆ เป็นครั้งแรกที่ได้ยินคนต่างอาณาจักรร่ำลือถึงกลุ่มพิราบขาวด้วยความชื่นชม โดยเฉพาะเมื่อได้ยินจากปากคนงามด้วยแล้วก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีมาก ๆ

 

ก่อนที่อารมณ์ดี ๆ ที่เกิดขึ้นในตอนเช้าจะถูกรบกวนด้วยเค้าลางแห่งหายนะที่มีชื่อเรียกว่า เจ้าชายรัชทายาทลำดับ 3’ …

 

สาวใช้เข้ามาแจ้งว่าแขกผู้ทรงเกียรติอย่างเจ้าชายรัชทายาทลำดับ 3 ต้องการร่วมรับประทานอาหารเช้าร่วมกับพี่สะใภ้

 

งานนี้ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เพราะสำรับได้ถูกตั้งรอไว้เรียบร้อยพร้อมกับตัวของเจ้าชายลำดับที่ 33 หรือรัชทายาทลำดับ 3  ผู้เป็นบุตรชายคนที่สองขององค์ราชินีคนปัจจุบัน

 

ท่านพี่ฟิเอ้ !

 

เด็กหนุ่มใบหน้าหวานราวเด็กผู้หญิงลุกขึ้นจากโต๊ะส่งเสียงทักทายฉันเสียงใส ดวงตาสีมรกตเปล่งประกายมองฉันด้วยแววตาหวานลึกซึ้ง

 

ฉันเม้มปากแน่น ในใจที่เคยสงบถูกแกว่งให้ขุ่นมัวอีกครั้งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับใบหน้าที่ปั้นแต่งอย่างเด็กน้อยไร้เดียงสา แต่ภายในที่ซ่อนใต้เปลือกนอกอันงดงามกับมีความโหดเหี้ยมผิดมนุษมนาซุกซ่อนอยู่

 

ไม่คิดจริง ๆ ว่าลูก้าจะมาหาฉันเร็วแบบนี้

 

ท่านพี่ฟิเอ้ข้าเสียใจเรื่องสามีของท่าน และเรื่องตำแหน่งเจ้าหญิงของท่านด้วยน้ำเสียงของลูก้าเต็มไปด้วยความเศร้าหมองเสียใจอย่างสุดซึ้ง แต่มุมปากกลับกระตุกยิ้มด้วยความสาแก่ใจที่ปิดซ่อนไว้ไม่อยู่

 

แต่ว่า ไม่ว่าท่านพี่ฟิเอ้จะอยู่ในสถานะเช่นไร ข้าก็ยังคิดกับท่านเฉกเช่นเดิมนะครับ !

 

น้องเอ๊ย ! ! !  คิดกับพี่แบบอื่นก็ได้พี่ไม่ว่าหรอกนะ... ฉันร่ำร้องประโยคนี้ในใจ อยากจะร้องไห้กับสายตาออดอ้อนขอความรักเหมือนลูกหมาของลูก้า

 

ฟิเอ้จะออกไปก่อนไหมท่านอาเจรี่หันมากระซิบถามฉันด้วยความเป็นห่วง แค่เห็นฉันมีสีหน้าย่ำแน่ตั้งแต่สาวใช้มาแจ้งถึงการมาของลูก้า ยิ่งเห็นท่าทางของลูก้าที่ปฏิบัติกับฉันกับตา ต่อให้ไม่ต้องพูดท่านอาเจรี่คงจะรู้แล้วว่าฉันลำบากใจกับน้องต่างแม่คนนี้มากแค่ไหน

 

ฉันส่ายหน้า ส่งยิ้มให้คนงามที่ส่งสายตาเป็นกังวลมาให้ฉัน ท่านอาเจรี่ช่างน่ารักมากเหลือเกินและนั่นทำให้ฉันเป็นห่วงจนไม่กล้าที่จะปล่อยให้ท่านอาเจรี่อยู่กับลูก้าเพียงลำพัง

 

มันเป็นความผิดพลาดของฉันเองที่ทำให้ลูก้าเกาะติดตัวเอง เป็นความผิดพลาดในฐานะตัวประกอบที่ไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าการปล่อยเรื่องให้คาราคาซังเพราะคิดว่าเขาเป็นเพียงตัวประกอบเช่นกันจะทำให้ฉันต้องมาปวดหัวในภายหลัง

 

                ในนิยายไม่ค่อยอธิบายถึงรูปร่างลักษณะของพี่น้องในตระกูลออเฟียส ฉันจึงไม่รู้ว่าลูก้ามีเส้นผม และสีตาเหมือนตัวเอกหญิง ยิ่งเขามีใบหน้าที่สวยมากจนผู้หญิงยังอาย  ร่างกายตอนเด็กก็บอบบางอ้อนแอ้นหลอกแต่งหญิงไปก็ไม่มีใครรู้เป็นเหตุให้เขาลอบหนีจากสายตาทหารยามอย่างง่ายดาย

 

ตัวฉันที่เข้าใจผิดเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของเขาที่วันนั้นก็แอบหนีออกจากวังมาเที่ยวเล่นแล้วถูกกลุ่มของขั้วตรงข้ามราชินีทำร้าย ฉันก็ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเจ้าเด็กนี่ด้วยความเข้าใจผิด จนเกิดเป็นความประทับใจต่อลูก้าที่ดันจำฉันได้

 

ในทุกครั้งที่เจอหน้าน้องชายต่างแม่ก็มักจะเข้ามาเกาะแกะฉันแบบถึงเนื้อถึงตัวจนถูกราชินีเขม่นใส่ลามไปที่พี่ชาย และแม่ของฉัน ฉันจึงบอกลูก้าให้หยุดพฤติกรรมที่น่าอึดอัดนี้เสียเพราะเขากำลังทำฉันซวย ! 

 

ตอนที่น้องชายคนนี้ฟังก็พยักหน้าบอกว่า เข้าใจแล้วจากนั้นก็เดินจากไปทันที ฉันจึงคิดว่าเขาเข้าใจถึงสถานะของฉัน และคงไม่มาเกาะติดฉันให้แม่ของเขามาเขม่นใส่ครอบครัวเสียที แต่ฉันคิดผิด รู้ไหมว่าผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร

 

เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวว่าราชินีสะดุดล้มเอาหน้าไปจุ่มผงพิษเข้าก็ว่อนไปทั่ววังอาการบาดเจ็บของพระนางทำให้ต้องปิดตาพักรักษาเป็นเดือน โชคดีที่ตาไม่บอด แต่นั่นก็ทำให้เธอไม่ได้มองเขม่นฉัน และหลังจากหายดีก็ยิ่งไม่กล้ามองหน้าฉันด้วยซ้ำ และเมื่อฉันสืบหาความจริงของอุบัติเหตุนั้นฉันถึงได้รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของลูก้าเด็กคนนั้นทำร้ายแม่ตัวเองปางตาย และเมื่อฉันซักไซ้ไล่เรียงเขายังกล้าสารภาพกับฉันหน้าตาเฉยอีกด้วย เมื่อไร้ซึ่งคน(กล้า)เบรคฉันจึงยิ่งโดนลูก้าตามติดตามตอแยเสียยิ่งกว่าวิญญาณหลอนเสียอีก !

 

จนกระทั่งฉันหักหน้าเขาด้วยการตอบตกลงแต่งานกับท่านเคาท์หมูที่มอดม้วยมรณาไปแล้ว นี่จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ลูก้ากลับมาในชีวิตฉันอีกครั้ง

 

ท่านพี่ฟิเอ้อยู่ทานด้วยกันสิครับ เราไม่ได้ทานข้าวด้วยกันมานานแล้ว มารำลึกความหลังของเราสองกันสักหน่อยดีไหมครับท่านพี่ เราสองบ้าบออะไร ทุกครั้งที่ทานข้าวก็มีพี่ชายฉันคุมเชิง ขู่แง่ง ๆ เป็นหมาเฝ้ายามอยู่เสมอ นายจำไม่ได้เรอะ ?

 

ฉันอยากจะพูดแบบนั้นออกไปแต่เพราะมือที่มีผ้าฝ้ายสวมทับไว้คว้าจับมือฉันแล้วบีบไว้แน่น ตัวฉันที่เกือบจะปรี๊ดแตกก็หยุดชะงักลงทันที

 

ต้องขออภัยเจ้าชายด้วยที่หม่อมฉันไม่ได้ไปทักทายทำให้พระองค์ต้องเสด็จมาด้วยตัวเองท่านอาเจรี่ย่อกายลงเอ่ยขออภัยลูก้าด้วยท่วงท่างดงาม กิริยาชดช้อยสมตำแหน่งเจ้าหญิงคนสำคัญ

 

พี่สะใภ้อย่าได้กล่าวเช่นนั้น ในฐานะของผู้น้อยข้าเป็นฝ่ายมาเยี่ยมเยียนท่านย่อมถูกต้องแล้ว อีกอย่างตอนนี้เรานับเป็นญาติกันแล้วโปรดอย่าได้มีพิธีรีตองมากเลย

 

เจ้าชายน้อยมือทาบอกค่อมศีรษะให้สตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยรอยยิ้มละมัย ความเป็นสุภาพบุรุษผู้ถ่อมตนคือภาพลักษณ์ของเจ้าชายลูก้า ที่ทำให้เขาได้รับความชื่นชมมากกว่าผู้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ที่เป็นรัชทายาทลำดับที่ 2

 

ได้ยินกิตติศักดิ์ของเจ้าชายลูก้ามานาน เมื่อได้เห็นท่านตัวจริงก็นับว่าไม่ต่างจากที่ได้ยินเท่าไหร่นัก

 

โอ้... ไม่ทราบเลยว่าชื่อของข้าจะโด่งดังไปถึงอาณาจักรทูเบรินอันเกรียงไกร เป็นเกียรติอย่างมากที่พี่สะใภ้จดจำคนต่ำต้อยอย่างข้าได้

 

แน่นอนว่าต้องจดจำได้…” ท่านอาเจรี่พยักหน้าลง ดวงตาสีแดงสดไล่มองเจ้าชายตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากเหยียดยิ้มขบขันที่ทำให้เส้นเลือดข้างขมับของลูก้ากระตุก

 

เจ้าชายรัชทายาทลำดับ 3 แห่งออเฟียสผู้เลอโฉมเสียยิ่งกว่าเจ้าหญิงแห่งออเฟียสมัดรวมกันยังไม่อาจสู้ได้คำล่ำลือที่ว่าท่านถูกเจ้าชายแห่งประเทศทะเลทรายสู่ขอไปเป็นชายาเป็นตำนานรักอันโด่งดังที่ไม่มีใครไม่รู้จักอยู่แล้ว

 

แกร๊ง ๆ !

 

มวยยกที่ 1 เริ่มได้ !

 

อ่ามันอดไม่ได้จริง ๆ ค่ะ เห็นพวกเขาจ้องตากินเลือดกินเนื้อ ทั้งที่ปากยังฉีกยิ้มก็ทำเอาฉันล่ะอยากจะเดินไปหาเก้าอี้นั่งดูดน้ำ กินขนมนั่งดูสงครามคนสวยเขาเชือดเชือนกันด้วยวาจาห่าง ๆ

 

กล่าวชมกันเกินไปแล้วพี่สะใภ้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด เจ้าชายผู้นั้นเองเมื่อรู้ความจริงก็ได้ยกเลิกการสู่ขอไปแล้ว

 

ฉันส่ายหัวหน่าย ๆ ฟังที่ลูก้าปฏิเสธแล้วก็อยากร้องแหมออกมาดัง ๆ ให้ข้ามไปอีกซีกโลก ฉันยังจำได้ดีว่าพ่อหนุ่มผิวแทนตามเทียวไล้เทียวขื่อลูก้าต่อไปทั้งที่รู้แล้วว่าลูก้าเป็นผู้ชาย พ่อหนุ่มคนนั้นงานดีมากเสียด้วย น่าเสียดายที่โดนลูก้าเจี๋ยนทิ้งไปแล้วถึงได้หนีกลับบ้านหัวซุกหัวซุนยังไงล่ะ

 

หากจะพูดถึงความงามอันเลิศล้ำที่แท้จริง ข้าคงไม่อาจสู้พี่สะใภ้ได้หลังจากแก้ความเข้าใจผิดของตัวเองแล้ว เจ้าตัวก็หยอดสาวงามไปหนึ่งที

 

ความงามของท่านอาเจรี่ที่กล่าวกันว่ามีเสน่ห์โดดเด่นดั่งใช้มนตร์ดำ สามารถล่อลวงบุรุษทั่วทั้งแผ่นดินให้สยบใต้แทบเท้างามมากเช่นนี้ไหนเลยข้าจะสู้ท่านได้

 

“…” คุณพี่คนงามระบายยิ้มสวย ใบหน้าไม่กระดิกแม้แต่น้อย แต่ข้อมือเรียวแอบเอี้ยวมาด้านหลังกำแส้เงินที่ซ่อนไว้จนมือสั่น ฉันต้องเปลี่ยนเป็นมาจับมือท่านอาเจรี่ไว้ออกท่าปางห้ามญาติไม่ให้คุณพี่ชักอาวุธอันตรายออกมาฟาดหน้าลูก้าจนได้เลือดสาดกันแต่เช้า

 

อาหารมาพอดี ข้าว่าพวกเรามาทานอาหารไปด้วยสนทนาไปกันดีกว่าลูก้าเผยมือเชื้อเชิญทั้งฉัน และท่านอาเจรี่ให้นั่งร่วมโต๊ะ อาหารที่ถูกจัดเตรียมมานี้ลูก้าเป็นผู้สั่งการโดยเฉพาะเพื่อต้อนรับพี่สะใภ้คนใหม่ที่ยอมลงมานั่งบนโต๊ะเป็นเสมือนการรับคำท้าทายของลูก้า

 

น่าเสียดายที่ท่านพี่โรเอเนียรีบออกเดินทางไปทูเบรินจึงไม่ได้มาร่วมทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา

 

ลูก้าเปรยถึงพี่ชายของฉันที่เดินทางไปอาณาจักรภรรยาอย่างฉุกละหุก หลายวันที่ผ่านมานี้ฉันไม่รู้ว่าพี่ชายเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง แต่คิดว่าด้วยดวงตัวร้ายที่อึดถึกยิ่งกว่าแมลงสาปของเขา เจออันตรายใด ๆ ก็ไม่ทำให้เขาถึงแก่ชีวิตจนกว่าลาสบอสจะตายหรอก

 

หลังเยี่ยมเยียนน้องชายของเราเสร็จแล้ว อีกเดี๋ยวเขาก็กลับมาท่านอาเจรี่ตอบกลับไป ลงมือเริ่มทานอาหารในจานด้วยอากัปกิริยานิ่งเฉย ทานไปสนทนาไปตามที่ลูก้าต้องการ เรียกร้อยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จากรัชทายาทลำดับ 3

 

คงอีกสักพักใหญ่สินะ ท่านจึงต้องให้ท่านพี่ฟิเอ้อยู่เป็นเพื่อนตลอดเวลาลูก้าถามด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มแต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความชิงชัง

 

ใช่ท่านอาเจรี่ตอบ มือข้างหนึ่งลอบกุมมือของฉันไว้แน่น หันมองด้วยความรักใคร่เอ็นดุ ฟิเอ้จะอยู่กับข้าอีกเนิ่นนาน ไม่มีวันจากไปไหน

 

หวา ๆ อย่าเพิ่งเอาฉันมาร่วมวงด้วยสิคะ มองตาริษยาของคนตรงหน้าหน่อยเขาจ้องคุณพี่เขม็งจนจะปล่อยแสงเลเซอร์ออกมาแล้วค่า !

 

                ช่างเป็นพี่สะใภ้ที่ใส่ใจน้องสามีนักลูก้ากระแทกเสียงอย่างแดกดัน หน้ากากสุภาพบุรุษแสนถ่อมตนเริ่มหลุด เมื่อบทสนทนาเริ่มมีฉันเข้าไปเอี่ยว 

 

ถ้ารู้ว่าท่านเป็นแค่พี่สะใภ้ก็ดีแล้ว ท่านจะได้วางตัวเหมาะสมไม่ทำให้ท่านพี่ต้องเกิดข่าวลือที่ไม่ดี…” ลูก้านิ่งไปครู่ก่อนจะพูดต่อ

 

อย่างเช่นพี่สะใภ้ที่คิดไม่ซื่อกับน้องสามีตัวเอง

 

นั่นมัน…” ฉันเป็นเดือดเป็นร้อนกำลังจะเอ่ยปากเถียงลูก้ากลับไม่ใช่พี่สะใภ้คิดไม่ซื่อกับฉัน ฉันต่างหากที่คิดไม่ซื่อกับพี่สะใภ้ ! แต่ก่อนที่ฉันจะแก้ความเข้าใจผิดนี้คนสวยข้างฉันกลับหัวเราะออกมาเสียก่อน

 

หึ…” ท่านอาเจรี่ยกยิ้มด้วยความขบขันไม่หยี่ระต่อการถูกใส่สีเรื่องความผิดศีลธรรมติดจะชื่นชอบถูกใจต่อข่าวลือนี้มากกว่าเสียด้วยซ้ำ

 

อ่าต้องขอโทษด้วยที่ความใส่ใจจากความปรารถนาดีของเราจะทำให้เจ้าชายเป็นกังวลแทนเสียงหวานเอ่ยด้วยความรู้สึกผิดก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะกรีดยิ้มออกมา

 

เช่นนั้นคงต้องให้เจ้าชายลูก้าผู้เป็นน้องชายร่วมสายเลือดของฟิเอ้ช่วยชี้แนะสั่งสอนด้วย ว่าวิธีการวางตัวที่เหมาะสมกับพี่สาวของท่านนั้นท่านกระทำเช่นไรบ้าง ?”

 

“…”

 

แต่ข้าคิดว่าการส่งคนมาลอบลักพาตัวฟิเอ้ไปยามวิการของคืนงานแต่งไม่ใช่วิสัยของน้องชายที่ดีพึงกระทำแน่นอนเสียงของท่านอาเจรี่เต็มไปด้วยความกดดันทันทีที่พูดถึงเหตุการณ์ที่ฉันเกือบต้องเสียชีวิต

 

ลูก้าที่ถูกเปิดโปงว่าเป็นผู้สั่งการนั้นกระพริบตาปริบ ๆ ทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจในสิ่งที่อาเจรี่พูด แต่เมื่อสายตาของเจ้าหญิงแห่งทูเบรินนั้นยังแน่วแน่ไม่สั่นคลอน ใบหน้าของลูกแกะก็ถูกลอกออกแสดงตัวตนที่แท้จริงของลูก้าออกมา

 

ถ้ารู้อยู่แล้วว่าขัดขวางคนอื่น พี่สะใภ้ก็ไม่ควรแส่ไม่เข้าเรื่องไม่ใช่รึไงลูก้ามองหยันท่านอาเจรี่ สีหน้ารังเกียจชัดเจน กำลังทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เคยชื่นมื่นเริ่มระอุอีกครั้งสงครามคนงามครั้งนี้จะเลือดสาดหรือไม่ ?  ฉันควรยกจานหลบไปตอนนี้เลยดีไหมนะ ?

 

คนไม่เต็มใจจะไปด้วย ฝืนไปก็เท่านั้น ฟิเอ้ไม่ได้คิดอะไรกับเจ้านางแสดงชัดเจนเช่นนี้เหตุใดยังตามตอแยไม่เลิก

 

หุบปากไปซะลูก้าขึ้นเสียงเมื่อถูกพูดจี้ใจดำ เจ้าไม่รู้เรื่องของข้ากับท่านพี่อย่ามาสอดไม่เข้าเรื่อง !

 

ดวงตาสีมรกตตวัดมามองฉันด้วยสายตาตัดพ้อ ความบิดเบี้ยวของเด็กคนนี้มีฉันเป็นต้นเหตุก็จริง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องรับผิดชอบด้วยการพลีกายยอมเสียสละตัวเองให้เขา

 

ลูก้า…” ฉันเรียกชื่อน้องชายต่างแม่ที่มีปฏิกิรยาตื่นเต้นดีใจทันที ดวงตาที่ใส่ซื่อเหมือนเด็ก ๆ ขอเขายังคงมองฉันอย่างชื่นชมยังคงเหมือนวันวาน แต่ความบ้าคลั่งที่เพิ่มขึ้นมานี้ฉันไม่อาจหยุดยั้งมันได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว

 

เมื่อไหร่จะยอมไปพบจิตแพทย์ตามที่ข้าแนะนำเสียที

 

“…”

 

พี่จะไปเป็นเพื่อนเจ้าก็ได้นะ หากเจ้าไม่กล้า…” นี่ฉันยอมไปเป็นเพื่อนด้วยเลยนะ รีบไปบำบัดจิตกันเถอะ อย่าปล่อยให้เป็นภาระพี่น้องในอนาคตเลย ! ! !

 

ข้าไม่ได้เป็นบ้า…” ลูก้ากัดฟันพูด พยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ มือกำช้อนเงินไว้แน่นจนแทบไร้สีเลือด

 

ข้าไม่ได้บอกว่าเจ้าเป็นบ้าฉันพยายามอธิบายรอบที่ล้านกับเขา หากร่างกายป่วยได้ เหตุใดจิตใจจะป่วยไม่ได้ ตอนนี้จิตใจของเจ้ากำลังอ่อนแอ จิตแพทย์คือศาสตร์วิชาเพื่อรักษาสุขภาพของจิตใจ มิใช่รักษาโรคบ้า

 

ฉันเสาะหาจิตแพทย์ในโลกนิยายนี้อย่างยากลำบากเพื่อเขาอย่างยากลำบาก เพราะรู้ว่าโลกใบนี้เต็มไปด้วยจินตนาการล้ำ ๆ ของคนเขียน บางครั้งนางก็เผลอเขียนสิ่งที่โลกโบราณไม่ควรมีขึ้นมา อย่างเช่นครีมบำรุงผิว หรือโฟมล้างหน้ายังมีได้ แค่จิตแพทย์ทำไมจะมีไม่ได้ล่ะ

 

ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อมาดูว่าท่านพี่ฟิเอ้เป็นอย่างไรบ้างเห็นท่านสบายดีทานได้เยอะ เพียงแค่นี้ข้าก็ยินดีมากแล้วสีหน้าลูก้าที่พูดเปลี่ยนเรื่องดูไม่สู้ดีชัดเจนแล้วว่าการเกลี้ยกล่อมของฉันครั้งนี้ยังคงไม่ได้ผลเหมือนเดิม

 

แต่น่าเสียดายแม้ข้าจะเป็นห่วงท่านมากแค่ไหน ท่านก็ยังคงมองข้าเช่นเดิม

 

น้องชายต่างแม่คนนี้ยังคงแสดงความบิดเบี้ยวของตัวเองอีกจนได้เมื่อในจานเนื้อที่ฉันกำลังตัดแบ่งออก ปลายมีดก็ได้กระทบกับบางอย่างแข็ง ๆ ก็ทำให้ฉันต้องไล่หั่นเนื้อชิ้นนั้นก่อนจะพบแหวนสีเงินประดับพลอยสีแดงประทับตราประจำราชวงศ์สอดไส้อยู่ภายใน

 

แหวนวงนี้ที่ฉันจำได้ว่ามันเคยอยู่บนนิ้วมือของเจ้าชายลุควิคที่เกือบจะตบหน้าฉันในงานวันแต่งงาน

 

ฉันเหลือบมองเนื้อในจาน เหงื่อแอบตกอย่าบอกนะว่าเนื้อในจานนี้

 

ไม่ต้องห่วงเนื้อนั่นไม่ใช่เนื้อมนุษย์หรอก ข้ายังไม่อยากให้ท่านพี่ท้องเสียเพราะเนื้อของเจ้าขยะลุควิคโอ้ขอบคุณมากที่นายยังไม่คลั่งจนถึงขั้นบดเนื้อคนมาให้กิน !

 

แต่ถ้าเป็นจานอื่นก็ไม่แน่หรอกนะ…” คำพูดลอย ๆ นั้นทำให้มือของท่านอาเจรี่ที่ตักอาหารกำลังจะเข้าไปชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะตักเข้าใส่ปากต่อไม่สะทกสะท้านต่อการบลัฟของลูก้าอืมบลัฟจริงรึเปล่าหว่า ทำไมแกยิ้มสะใจแบบนั้นล่ะลูก้า  พี่ใจบ่ดีแล้วนะเหวย ! ! !

 

น่าเสียดายที่แหวนรัชทายาทอันดับ 1 ยังไม่ใช่ของข้าในตอนนี้ลูก้าลุกขึ้นจากโต๊ะ เมื่อสิ่งที่เขาต้องการได้เกิดขึ้นอย่างครบถ้วนแล้ว

 

ท่านพี่ฟิเอ้ข้าล่ะรอวันที่ท่านพี่โรเอเนียจะกลับมาเข้าพิธีรับตำแหน่งรัชทายาทอันดับ 1 แทบไม่ไหวเชียวล่ะ

 

รอยยิ้มของลูก้านั้นแสนเจิดจ้าดวงตาที่เปล่งประกายดั่งอัญมณีล้ำค่ากลับขุ่นมัวด้วยความบิดเบี้ยวที่เกินกว่าใครจะฉุดดึงรั้งเด็กคนนี้ให้กลับมาได้ ก่อนที่เขาจะทิ้งท้ายเป็นคำเตือนสุดท้ายที่เขามอบให้ฉัน

 

งานวันนั้นคงมีเรื่องสนุกมาก ๆ เกิดขึ้น มันจะเป็นวันที่ท่านพี่ลืมไม่ลงอย่างแน่นอน


++++++++++++++++++++++++++++++++++

มีคนถามหาพี่ชายฟิเอ้... ตอนนี้ยังไปเผชิญนรกที่ทูเบรินอยู่ค่ะ อาเจไลต์ที่ประจำอยู่ที่นั่นนั้นเขา.... ดุมาก !

ปล. จัดหน้าจะเละไปหน่อยนะคะ เน็ตบ้านไรท์ใช้ไม่ได้ เลยพิมพ์ในมือถือแล้วอัพด้วยเน็ตมือค่ะ (จะกลับมาแก้อีกทีตอนเน็ตกลับมาปกตินะคะ แง้)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 514 ครั้ง

492 ความคิดเห็น

  1. #123 Papat22 (@bow-228) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 15:58

    น้อง3ไปพบจิตแพทย์เถอะยันเดเระคืออาการทางจิตอย่างนึงนะแงง//น้อง3นี่ลาสบอสชัดๆกอดฟิเอ้
    #123
    0
  2. #97 Nuisahnatasa (@Nuisahnatasa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 01:26
    เมื่อไหร่จะยอมไปพบจิตแพทย์ตามที่ค่าแนะนำเสียที่//ลั่น!!555555
    #97
    0
  3. #47 tity11223344 (@tity11223344) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 00:26

    พลีสสสส
    #47
    0
  4. #34 Jennipa (@mfgcdjnf) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 20:37

    ชอบบบบบ
    #34
    0
  5. #29 The angle black (@bumzazatv) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 17:49

    พี่น้องคู่นี้จงสู้ต่อไป เราเป็นกำลังใจให้
    #29
    0
  6. #27 อาริน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:18

    ทั้งฟิเอ้และพี่ชาย....สู้ต่อไปนะคะ//ซับน้ำตา

    #27
    0
  7. #23 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 00:11
    สนุกมากๆ​ รออ่านต่อค่ะ
    #23
    0