การใช้คอมพิวเตอร์ หรือสมาร์ทโฟนในยุคเช่นนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงกับระบบประสาท มีอาการปวดศีรษะ เกร็งที่ข้อมือ หรือปวดที่กระดูกต้นคอ เมื่อใช้ในท่าทางที่ไม่เหมาะสมเป็นระยะเวลานาน
ดร.นพ.ศักดา อาจองค์ วัลลิภากร กลุ่มงานระบาดวิทยาคลินิกและชีวสถิติ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า “โรค Carpal Tunnel Syndrome (CTS)” หรือ “การอักเสบของเอ็นยืดรอบข้อมือ” เกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน และการทำงานโดยใช้ข้อมือบ่อยๆ ซ้ำๆ เป็นประจำ จนเกิดการเกร็งนิ่ง อาทิ แม่บ้าน งานช่างต่างๆ สาวๆที่ชอบถือกระเป๋าสะพายหนักๆ การใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน หรือใช้ข้อมือพิมพ์งานเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณมือและข้อมือเกิดอาการตึงจากการใช้งานเป็นประจำ กล้ามเนื้อบริเวณข้อมือโดยเฉพาะข้างที่ถนัดมักจะมีโอการเกิดมากกว่า ทำให้เกิดการบาดเจ็บ อักเสบและบวมของกล้ามเนื้อมัดเล็กๆ ทำให้เกิดพังผืด
เมื่อกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทำงาน ไม่สามารถขยับมือ หรือเคลื่อนลอดผ่านอุโมงค์ของเอ็นที่ยึดรอบข้อมือได้เหมือนปกติ และเกิดการบีบรัดทั้งตัวมัดกล้ามเนื้อ เส้นประสาท จะทำให้เกิดอาการ ปวด ชา มีการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในวัยทำงาน และความเสื่อมของร่างกาย สาเหตุของโรคนี้อยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกับอาการนิ้วล็อก แต่คนล่ะตำแหน่ง รักษาได้ 3 วิธี คือ การใช้ยา การฉีดยา และผ่าตัด ถ้าอาการไม่ได้รุนแรงมากนัก การแช่มือในน้ำอุ่นๆ หรือแผ่นรองข้อมือในขณะใช้เมาส์ ก็ช่วยได้ เมื่อรู้ตัวว่าทำงานได้ 1-2 ชั่วโมง ควรหยุดพักสัก 10-15 นาที จัดท่านั่งที่ถูกต้อง เช่น เวลาพิมพ์ข้อศอกกับคีย์บอร์ดควรอยู่ในระดับเดียวกัน อย่าให้ข้อมือเกิดการโก่งโค้งผิดปกติ และควรเลือกใช้ตัวอักษรสีดำบนพื้นสีขาวเป็นหลัก
ข้อมูลจาก ร.ท.นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท บอกเสริมว่า ผู้ที่ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ หรือใช้งานอย่างไม่ถูกท่าทางนั้น เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอเมื่อยล้า เกร็งตัวของกล้ามเนื้อขึ้นมาเป็นก้อน อาจส่งความปวดไปยัง ท้ายทอย ขมับ รอบกระบอกตา หน้าผาก “การก้มหน้าเป็นเวลานานกระดูกต้นคอ จะรับน้ำหนักมากกว่าปกติ 6 เท่า เป็นเหตุให้กระดูกคอเสื่อมก่อนวัย จะปวดศีรษะ ขมับ หน้าผาก กลางกระหม่อม หรืออาจรุนแรงเป็นโรคหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาทได้
แสง อาการเกร็งปวดบริเวณคอ ที่ออกมาจากหน้าจอ ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนแบบเฉียบพลัน ในกลุ่มคนที่เป็นไมเกรนอยู่แล้วอีกด้วย หรือรุนแรงจนถึงขึ้นต้องรักษาโดยการผ่าตัด ความน่ากลัวอยู่ที่โรคนี้เป็นภัยที่มองไม่เห็น เพราะคนทำงานออฟฟิศอย่างเราๆ บางทีไม่รู้ว่าเกิดอาการ แต่เมื่อถึงคราวเป็นขึ้นมา ก็จะไปบ่นกับเพื่อนร่วมงาน แล้วมักจะมามองสาเหตุในภายหลัง
ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์
ขอบคุณภาพประกอบ http://bit.ly/1LCgaJN
Credit http://www.thaihealth.or.th/Content/29235-จับเมาส์นาน%20เป็นโรคได้%20.html
ความคิดเห็น