Masamune-Oka Destiny

ตอนที่ 27 : ตอนที่ 19 : เปิดเผยใบหน้าที่เเท้จริงของคนที่อยู่ใต้ผ้าคุม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    16 มี.ค. 61




หวังว่า ยืนอยู่เฉย ๆ จะไม่ล้มลงไปนอนนะ!

โอกะคิดในใจเพียงแต่แบบนั้น และโอกะได้แต่หวังว่าอย่างั้นเรียบไปด้วยสีหน้าของคนฟังเรื่องของเธอโม้พูดเกินจริงมามากมายแต่ผลกับตรงข้าม

ทว่าไม่ทันจะได้สังเกตทางกลุ่มโซระกำลังเดินตรงมายังทางโอกะพราง ๆ ไปกับรอยยิ้มของเขา โอกะที่เห็น โซระ สเตล่า และอาจารย์มิไรกับยูกิมิยะที่กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมแบกชายในหน่วยลับที่โซระดันพุ่งชนด้วยหัวของเขา เพราะแบบนี้เขาถึงหมดสภาพจนแยกหน้าตาไม่ออก น้ำลายยังใหลคาที่ปากเพราะจุกหมดสภาพโดยสิ้นเชิง

อาจารย์มิไรที่แบกมาจึงเอือมละอาเต็มที่ พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าซักพักก่อนโซระจะกล่าวพร้อมกับทำท่าทางเท่ ๆ

ขอโทษที่ต้องให้รอนานนะครับ พอยุ่งยากไปนิดหน่อย!

ยังไม่ทันสิ้นสุดคำพูดนั้นโอกะก็หันมองคนที่อาจารย์มิไรแบกอยู่<สมิกคนในหน่วยลับที่จุกไปอีกนานดูจากหน้าตาแล้วสภาพนั้นโอกะก็หันมามองยังสเตล่าพร้อมกับชักสีหน้าประมาณว่า<เล่นแรงไปหน่อยนะ>

ซึ่งด้วยท่าสเตล่าพอเข้าใจแล้วก็เลยกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม

อันนี้ไม่ผลงานของฉันหรอกนะ แต่เป็นผลงานของหมอนี้น่ะ บอกไปพราง ๆ กับขยับนิ้วโป้งชี้ไปทางโซะ

แน่นอนอยู่แล้วว่าสเตล่าไม่ได้เป็นคนทำ ถึงจะอย่างงั้นบทบาทของเธอมีน้อยมากสิ่งที่เธอทำในตอนนั้นมีเพียงแค่ส่องลำกล้องของมือสไนเปอร์ และหลังจากนั้นโซระก็รับช่วงต่อเพียงแค่ใช้การโจมเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถเอาซะอยู่หมัดเลยทีเดียว จะนับว่าเป็นท่าไม้ตายก็คงไม่ได้

ส่วนหลังจากนั้กก้พอรู้กันอยู่ว่เป็นยังไงต่อ

ผมควรจะยั้งมือมากกว่านี้ซักหน่อย ก็..คงจะดี ไม่ฆ่าเขาก็ดีแค่ใหนแล้วครับนี่ดีนะครับเนี่ย ..ที่ให้ผมมาช่วยเคลียร์ปัญหาเรื่องนี้ด้วย” โซระตอบกลับ

ถึงจะอย่างงั้นก็เถอะนะ ..ขอบคุณที่ช่วยฉันกับคานาเดะไว้ ..มือสไนเปอร์ถือเป็นปัญหาใหญ่ ..ก่อนหน้านี้ก็เกือบจะไม่รอดซะแล้ว!! แต่ก็ได้คุณคนในหน่วยลับเบี่ยงเบนความสนใจไว้ให้ โชคดีมากเลยนะครับที่ไม่ถูกวิชาควบคุมไปด้วยอีกคน!!

โอกะหมายถึงคนในหน่วยลับที่พยามจะช่วยพวกเขาถึงที่สุดแม้สถานะการณ์จะไม่เป็นไงก็ตามเขาก็พยามจะทำเต็มที่ที่สุดแล้ว จนสุดท้ายก็จบลงด้วยที่ทุกคนปลอดภัย

หลังจากที่โอกะทักไปนั้น เขาก็พยักหน้าหนึ่งครั้งแต่ถึงจะไม่รู้สีหน้าที่แท้จริงซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก ก็พอจะรู้สึกได้เลยว่าเขากำลังยิ้มด้วยความยินดีอยู่ภายใต้หน้ากากนั้นอยู่ แล้วกล่าวว่า

ไม่จำเป็นต้องขอบคุณหรอก .. มันคือหน้าที่น่ะ จบเรื่องนี้ฉันและเพื่อน ๆ ในหน่วยลับก็คงจะไม่มาคุ้มกันให้นายอีกแล้วล่ะนะ แต่ก็สบายใจได้เลยชายสวมผ้าคุมสีแดงที่เป็นหัวหน้าถูกจับกุมแล้ว

แถมอีกอย่างเจ้าคนพวกนี้อันตรายจริง ๆ พึ่งจะเคยเจอวิชาควบคุมครั้งแรก ถึงจะไม่ทึ่งมากก็เถอะแต่การโจมตีเพียงครั้งเดียวสามารถสยบได้แบบสบาย ๆ เสียงพูดเรียบของโซระพร้อมกับดันแว่นขึ้นด้วยนิ้วกลาง

ซึ่งในตอนนั้นเองก็มีบางคนเอ๋ยขึ้น

นั้นสินะ!! หมอนี้คงจะค้างแบบนี้ไปอีกนาน!” อาจารย์มิไรกล่าว

ซึ่งศัตรูทั้งหมดก็ถถูกทำให้สลบด้วยพลังเวทบางอย่างของหน่วยลับและบางคนก็สลบแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งยูกิมิยะที่มาด้วยนั้นก็มีความรู้สึกว่าตัวเองก็อยกจะอกอะไรบางอ่างที่คนอื่นได้รู้

และที่สำคัญ ..เราจะทำยังไงกับคนพวกนี้ดีล่ะ ..

คำถามกับเสียงเงียบที่ออกมาจากปากของยูกิชวนทำให้ทุกคนคิด ทว่าซักพักนึงก่อนที่คานาเดะจะกล่าว

..อือ ..ชายสวมผ้าคุมอีกสี่คนดูแตกต่างจากคนอื่นลึกลับ คือฉันคิดคนพวกนี้อาจจะถูกควบคุมอยู่ก็ได้นะ

นั้นสิ .ชายสวมผ้าคุมก่อนหน้านี้ที่รอบทำร้ายเราในถิ่นที่อยู่ของภูติ ชายคนนั้นที่เป็นคนดูแลโบสก็มีท่าทางที่แปลกไปจากสี่คนนี้มากด้วย ทั้งความคิดและท่าทาง จากสีหน้าที่และคำพูดที่เป็นอิสระ ..ฉันคิดว่าหมอนั้นอาจจะยอมร่วมมือกับบาทหลวงชิเงมูระแต่โดยดี  ก็เลยอาจจะไม่โดยวิชาควบคุมนั้น

โอกะพูดออกมาอย่างมีหลักการในความคิดโดยรวมแล้วก็ถือว่าอธิบายได้ดีเลย และโยนไม้ให้คนอื่นต่อ

ชายสวมหน้ากากตัวตลกพูดขึ้นว่า

ใช่..แต่สี่คนนี้ เห็นได้ชัดว่าถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์ ทั้งความคิดและจิตใจก็ถูกครอบงำหมด เพื่อนของฉันก็ถูกควบคุมและมีอากาศแปลก ๆ ที่ไม่ใช่ตัวของตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าตัวกำลังทำอะไรอยู่ ..สรุปแล้วทั้งเจ็ดคนก็ถูกควบคุมโดยไม่สามารถปฎิเสธได้!

หกคนนั้นหมายถึง ..ชายสวมผ้าคุมทั้งสี่คนและเพื่อนของเขาที่เป็นคนในหน่วยลับอีกสองคน คนที่ถูกล่าวโซ่เวทไว้อีกหนึ่งคนแล้วกับมือสไนเปอร์ที่นอนแอ่งแม่งอยู่บนหลังอาจารย์มิไร

ถึงอีกคนจะพอปฎิเสธได้อยู่อะครับ!! เสียงของโอกะพราง ๆ กับใบหน้าที่เงิยมองเจ้าคนที่นอนกองอยู่กับพื้น คายาบะซึ่งไม่น่าเป็นไปได้เลยที่คายาบะถึงแม้จะปฎิเสธการกกระทำของร่างกายตัวเองไม่ได้ แต่ก็สร้างปราฎิหารเพื่อไม่ให้สมองถูกควบคุมไปด้วย

ในกรณีของคายาบะ ก็คงต้องขอชมที่สามารถขัดขืนวิชาควบคุมได้

..ขัดขืน ..ใช้คำว่าขัดขืนเลยเหรอเนี่ย!! ใช้คำว่าฝืนก็พอแล้วครับ!! คายาบะทำสีหน้าจริงจังมาก

ชายสวมหน้ากากหันกลับมาแล้วพูดในเชิงวิเคราห์แบบเรียบ ๆ

เพื่อนของฉันก็มีท่าทีที่เปลื่ยนไปจากเดิม ก็พึ่งเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ไม่นึกเลยว่าทั้งสองคนจะถูกควบคุม!!

แล้วเรายังไม่รู้ว่า บาทหลวงชิเงมูระ ได้ควบคุมใครไปซักกี่คนกัน ไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะมีเยอะกว่านี้ก็ได้นะค่ะ คานาเดะเอ๋ยขึ้น

ในตอนนี้ทุกคนต่างก็ช่วยกันคิดและออกความคิดเห็นของตนเองและบางคนก็คงต้งเงียบเพราะยังไม่รู้อะไรมากพอ

แล้วสิ้งที่คานาเดะบอกมาก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว โอกะจึงตอบกลับพร้อมกับเอามือจับครางราวกับนักสืบ

เรื่องนั้นก็คงต้องรอสอบสวนหมอนี้เท่านั้นถึงจะรู้ ..แต่ว่านะ ตอนนี้ก็พอจะรู้แล้วว่าคนพวกนี้ถูกวิชาควบคุม แล้วจะทำยังให้วิชาควบคุมนี้คายออกไป แต่แปลกนะเล่นงานที่ผู้วิชาแล้วแต่ยังไม่คายซักที ไม่รู้เลยแหะว่าจะทำยังไงดี แล้วเธอคิดว่าควรจะทำยังไงดีล่ะคานาเดะ!!?”

ถ้าถามฉันแบบนี้ ก็คงมีแค่วิธีเดียวเท่านั้น ..

ก็คือต้องคายวิชานี้ออกงั้นสินะค่ะ” สเตล่ายกมือเพื่อพูดด้วยสีหน้าทิ่ย้มแย้ม

..ถูกต้องแล้วล่ะแต่ปัญหาของมันคือ ..ฉันไม่รู้ว่าจะคายมันยังไงดี?!

มันคืวิชาเวทที่ซับซ้อนมาก ก่อหน้านี้ฉันลองคายอักขระกับเพื่อนของตัวเองแล้ว แต่วาไม่สำเร็จ ฉันรู้สึกว่า ..มันคือวิชาที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยมนษย์ มันเป็นวิชาที่ไม่ควรจะอยู่บนโลกนี้ตั้งแต่แรกแล้ว ตัวฉันมีความรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ

 

 

นี่!!” อาจารย์มิไรยกนิ้วชี้ขึ้นพร้อมกับบอกต่อว่า

ไอ้เจ้าหมอนี้ มือขวาของมันมีอักขระที่เป็นวงเวท บางอย่างติดอยู่น่ะ .. ลองคิดดูสิไม่แน่นะ อักขระที่เป็นที่เป็นวงเวทนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ใช้ควบคุมคนพวกนี้ก็ได้นะ!

ถ้าถกแขนเสื้อขึ้นก็จะเห็นเองมันเป็นอักขระมีขนาดพอ ๆ กับเหรียญ กับเหรียญ 10 ที่มีวงเวทล้อม รอบและยังตัวอักษรบางอย่างอยู่ข้างในด้วย ก็อย่างที่อาจารย์มิไรพูดมันก็อาจจะใช่ก็ได้

จริงด้วยครับ ที่ตัวคายาบะก็ฒีบสงอย่างติดไว้เหมือนกัน มันเหมือนกับอักขระอะไรบางอย่าง” โอกะพยามอธิบายให้เข้าใจ

ว่าที่ไกล้กับข้อมือข้างขวาของเขาก็มีอีกขระบางอย่างติดอยู่เช่นกันและก่อนหน้านี้เขาก็ควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้ด้วย แต่ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เกิดปราฎิหารขึ้น

บางทีก็อาจจะใช่ก็ได้ครับ!” คายาบะที่นนแอ่งแม่งอยู่กับพื้นตรงที่เดิมก็กล่าวต่อ

หลังจากมีไอ้สัญลักษณ์นี่ติด แล้วพอซักพักนึงแล้วก็พอรู้สึกได้เลยว่ากำลังมีบางอย่างเชิดร่างกายของผมอยู่ มันเหมือนกับว่าผมเป็นหุ่นเชิดเลยล่ะครับ!!

งั้นแสดงว่าคนที่โดน อักขระวิชานั้นติดทีตัว ไปก็จะทำให้ถูกวิชาควบคุมได้งั้นสินะ!! สเตล่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม

ซึ่งดูจากวิชาที่ใช้แล้วก็หน้าจะเป็นวิชาเวทที่ไม่ควรจะมีอยู่บนโลกนี้ตั้งแต่แรก แค่โดนบาทหลวงชิเงมูระเตะตัวก็ทำให้เขาใช้เวลาในขณะนั้นใส่อักขระวิชาควบคุมเข้าบนร่างกายของคนที่ดดนจับตัวไว้ได้ แล้วต่อมาก็จะถูกควบคุม ร่างกายและความคิด

ช่างเป็นวิชาเจ้าปัญหาจริง ๆ นะ มีทางเดียวที่จะรู้ก็ต้องรอการสืบสวนและพยามเข้นให้หมอนี้คายวิชาแบบนี้ไปซะ! เสียงของอาการเบื่อหน่ายจากอาจารย์มิไร

ทว่า วิชาที่ซับซ้อนก็มักจะมีทางแก้ไขด้วยการศึกษาและเรียนรู้จากตำราจากหนังสือเวทมนต์ ถ้าทางบาทหลวงชิเงมูระไม่ยอมคายให้จริง ๆ

โอกะเองพยามคิดให้ออกว่าควรจะทำยังไงดี?  ตัวเขาเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านการใช้เวทมนต์ซะด้วยจะให้มายืนคิดแบบนี้ไปนี้ไปก็คงจะไม่ได้อะไร แถมผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนต์อย่างนักเวททั้งสองคนก็ยังไม่รูเลยว่าจะแก้ไขปัญหานี้ยังไง ก็มีแต่เพียงการสืบสวนเท่านั้นที่จะรู้ได้

ดวงอาทิตย์ก็ไกล้จะลับฟ้าเต็มทีความหนาวเย็นก็เริ่มเยือนในช่วงค่ำคืน

โอกะได้แต่คิดเพียงแต่ในใจ

เราทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ สินะ ไม่ค่อยรู้เรื่องเวทมนต์ซะด้วย แบบนี้ก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้ ..แต่ก็หน้าพอมีวิธีบ้างสิ!!

เรื่องวุ่นปัญหาแบบนี้โอกะก็คิดอยู่เต็มสมองจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้ไม่มีอะไรพอจะทำได้ ในตอนนี้ก็คงจะบอกว่า วิ่งที่เขาควรจะทำได้ในตอนนี้ ไม่มีเลยซักอย่าง นั้นเป็นความรู้สึกของเขาจริง ๆ ที่แสดงห้เห็น ทั้งก่อนหน้านี้เขาพยามมาถึงขนาดนี้ จับกุมตัวการในคัร้งนี้ได้แล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังมีอุปสักที่ต้องมีให้แก้อีก สำหรับเขาแล้วมันยากเกินกว่าเพียงตัวคนเดียว ต้องทนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว ..

สิ่งที่เราทำได้มีแค่นี้เองงั้นเหรอ..?

ทว่า เสียงนึงก็ดังขึ้นในช่วงเลาที่โอกะกำลังลังอยู่ในวังวลอยู่นั้น

ดะ..เดี๋ยวก่อนนะ!! เสียงของยูกิที่อยู่ในท่านั่งยองกับพื้นในขณะที่ยกแขนของบาทหลวงชิเงมูระขึ้น

ผ้าคุมจากชุดที่ปิดถูกเปิดขึ้นแล้วทุกคนก็ต่างจ้องมองไปที่แขนข้างขวาของบาทหลวงชิเงมูระพบว่ามีบางอย่างกำลังหมุ่นอยู่ มันมีรูปร่างเป็นวงเวทสีม่วงราวกับว่ามันคือ..

นั้นมันอะไรกันน่ะ!!?” สเตล่าตะโกน

เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย โอกะกระพริบตาหนึ่งคัร้งก่อนจะทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็น

ไม่แน่นะบางทีนั้น คือสิ่งที่ใช้ควบคุมคนพวกนั้นก็ได้นะ ยูกิกล่าว

ทันไดนั้น ชายสวมหน้ากากตัวตลกก็เข้าหาทันทีใช้มือของสองข้างจับไปที่แขนของเขาก่อนจะจะล่ายเวทออกไป

ใช่จริง ๆ ด้วย!! ถึงจะไม่มีวิธีคายวิชานี้ได้จากข้างนอก แต่ถ้าคายวิชาจากผู้ใช้!

ก็..แค่คายมันออกก็สิ้นเรื่อง!! โอกะกล่าว

ใหนดูสิ ว่าจะคายมันยังไง!!

นิ้วมือของชายสวมหน้ากากตัวตลกจับไปที่วงเวทอักขระนั้นแล้ว ใช้นิ้วมือกดตรงกลางของวงเวทจากนั้นวงเวทก็แปร่งแสงสีม่วง จนทำให้ทุกคนที่อยู่โดยรอบนั้นแปลกใจและแล้ว อักขระวงเวทนั้นก็แตกสลายออกไปเป็นสะเก็ตแสงสีม่วงราวกับเศษกระจกที่แตกออกจนกลยเป็นผงปริวไปในอากาศ เหมือนกับว่าวิชานั้นกำลังถูกทำลาย

โอกะที่เห้นสิ่งที่แปลกไปหันมองหน่วยลับที่ถูกควบคุมทั้งคนที่จุกหนักและคนที่ถูกโว่ล่ามลอยอยู่ในอากาศ อักขระที่เคยติดอยู่นั้นคอย ๆ จางหายไป อักขระที่ติดอยู่ตามร่างกายของผู้คนที่ถูกควบคุมกลังหลุดออกจากการคาบคุมอย่างสิ้นเชิง

คานาเดะถึงกับอึ่งเลยทีเดียวที่จู่ ๆ อกขระนั้นก็จางหายไป แล้วไม่ได้มีแค่เธอเพียงคนเดียวที่อึ่งต้องบอกว่าทุกคนเลยซะมากกว่า

อักขระที่ติดอยู่ตามร่างกายของพวกเขาหายไปหมดแล้ว!! เสียงอันน่าสะพึ่งของโอกะดังขึ้น

ความรู้สึกดีใจของคนที่พยามอย่างหนักมาตลอดไม่ได้มีคนแค่โอกะคนเดียวหรอกนะ

สุดยอด แค่นี้ก็เท่ากับวิชาควบคุมถูกคายแล้วด้วย..!!” คานาเดะเอ๋ยขึ้น

ซึ่งในขณะที่วิชานั้นคายออกแล้ว ทว่สเตล่าก็เข้าไปนั่งไกล้กับคานาเดะแล้วเอานิ้วจิ้ม ๆ ตัวคายาบะ

แล้วทำไมนายถึงมานอนแงแม่งอยู่ตรงนี้ล่ะ นี่ถ้าถูกควบคุมนายก็น่าจะลุกขึ้นแล้วได้นะ เจ้าบ้า!!

นั้นสินะ .. ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าเหมือนร่างกายจะขยับได้อย่างมีอิสระแล้วล่ะนะ แต่ว่าก็คงจะยังลุกไม่ขึ้นไปอีกซักพัก

“?” สเตล่าที่ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรข้นกับคคายาบะก็เลยทำหน้าตาสงสัย

แล้วในเวลาเดียวกันนั้นเอง ยูกิที่ไม่ค่อยจะพูดก็ดันขยับริมฝีปากกล่าวอะไรบางอย่างออกมา

คุณทำลายวิชานั้นทิ้งงั้นเหรอครับ!!?” คำถามตรงมายังชายสวมหน้ากากตัวตลก

แล้วเขาที่พอจะรู้คำถามต่อว่าทำไมถึงทำไมลายทิ้งก็เลยตอบกลับในทีเดียวเลย

ถ้าบาทหลวงนอกรีดใช้วิชานี้อีก ทางกองกำลังก็คงจะรับมือไม่ใหว ต้องระวังเพื่อนร่วมงานและแถมการที่จะรับมือกับคนที่รู้จักมันก็เป็นอะไรที่ยุ้งยากด้วย ...ใช่แล้วล่ะ ฉันทำลายด้วยวิชาต้องห้ามของฉันเอง วิชาแบบนี้ควรจะต้องทำลายทิ้ง ..นี้คือการตัดสินใจของฉันเอง!!

ชายสวมหน้ากากตัวตลกบอกมาและมันก็เป็นความจริง ก่อนหน้านี้คนในหน่วยลับอีกสองคนก็ถูกควบคุม การที่ต้องมารับมือกับคนที่รู้จักและต้องมาสู้กันโดยที่อีกฝั่งมือไม่อยากจะทำลายอีกฝั่งนึงนั้นก็ต้องเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีแต่ต้องจับตัวเอาไว้เท่านั้น เป็นพวกเดียวกันแท้ ๆ แล้วเรื่องะไรจะไปทำร้ายกันได้ลง

เท่านี้ก็จบกันแล้ว!!

ซึ่งในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่ โอกะที่เงียบไปพักนึงในขณะที่ยืนมองชายสวมชุดคุมที่ถูกมัดที่อยู่นั่งอยู่กับพื้นเป็นกลุ่ม อาจารย์มิไรที่สังสัยท่าทีของโอกะที่จ้องมองชายสวมผ้าคุมก็เลยกล่าวถามเป็นประโยคสั้น ๆ

ในขณะนั้น ชายสวมหน้ากากตัวตลกที่เป็นถึงหน่วยลับก็คายวิชาเวทที่ตรึงร่างเพื่อนของเขาไวอยู่ในขณะที่เพื่อนของเขาสลบอยู่ก่อนหน้านี้ ซึ่งชายสวมหน้ากากตัวตลกก็ปะคองเอาไว้เพื่อไม่ให้ลงไปนอนกองกับพื้น หลังจากคายวิชาเวทออก

 ..นี่นายกำลังคิดอะไรอยู่น่ะ โอกะ!! เขาถามโอกะ

ซึ่งหลังจากถามไปซักพักนึงโอกะก็หันกลับมาด้วยสีหน้าแน่นิ่งก่อนจะพูดขึ้น

 ..บาทหลวงชิเงมูระน่ะสามารถควบคุมคนที่โดนอักขระนั้นผนึกอยู่บนร่างกายได้ คนโดนวิชาควบคุมเล่นงาน ก็มีสองคนนี้ที่เป็นเพื่อนของคุณที่อยู่ในหน่วยลับ มือสไนเปอร์กับคนที่ถูกโซ่นั้นตรึง..แล้ว..สี่คนนี้เป็นใครกันน่ะ…?”

โอกะกำลังหมายถึงชายสวมผ้าคุมอีกสี่คนที่ถูกมัดรวมกันอยู่ ชายสวมผ้าคุมทั้งสี่คนนั้นเป็นใครกันแน่

แน่นอนว่าตอนนี้ทุกคนต่างก็จ้องมองด้วยความสงสัยลึก ๆ ในใจนั้น ซึ่งอาจารย์มิไรก็กล่าวขึ้นว่า

งั้นก็ลองเปิดใบหน้าของมันดูซี่!.. ฉันเองก็สงสัยเหมือนกัน

จริง ๆ ก็ควรจะทำแบบนั้นตั้งแต่แรกแล้วนะครับ! ..จะได้ไม่ต้องมาตั้งคำถามแบบนั้น ..ว่าจริง ๆ แล้วเป็นใครกัน” เสียงฝีเท้าเดินเข้าถึงตัวของชายสวมผ้าคุมเอ๋ยขึ้นพราง ๆ กับดันแว่น

คานาเดะที่นั่งอยู่กับพื้นถึงกับลุกขึ้นยืน แล้วก็ตะหนักได้ถึงใครบางคนที่อยู่ภายใต้ผ้าคุมนั้น

มือขวาของโซระจับที่ผ้าคุมที่ปิดบังใบหน้านั้นไว้ก่อนจะดึงมันออกพร้อมกับพูดออกมาว่า

ใบหน้าแท้จริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าคุมนี้ ..จะ..ได้รู้กันแล้ว!

ฝึบแค่ออกแรงเบา ๆ ดึงผ้าที่ปิดบังใบหน้าออกเท่านั้น ก็เปิดเผยให้เห็นใบหน้าอันเยาไวของชายคนนึง ที่ทำให้ทุกคนต่างทำเสียงอึ่ง และตกตะลึงเอามาก ๆ ในตอนนี้สีหน้าของทุกคนไม่แตกต่างกันมากนัก

ก่อนหน้านี้การต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างอธรรมและฝ่ายคุณธรรม ทให้เกิดความเสียหายและความวุ่นวายตามมาเยอะมากจนหัวแทบและร่างกายแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ฝ่ายศัตรูที่ไม่คิดจะยอมแพ้ก็ดื้ดึงจนมาถึงตอนนี้

ก็ต้องเผยให้เห็นถึงหน้าตาของคนที่คุ้นเคยเป็นประจำ สีตา สีผม กับหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ นั้นทำให้คานาเดะต้องเยชือของเขา

..ระ..ริวจิ..!!

ไม่อยากจะเชื่อว่าหมอนี้ ..ทำไมกัน!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

25 ความคิดเห็น