Masamune-Oka Destiny

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 21 : เช้าวันใหม่กับข่าวร้าย!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 มี.ค. 61

แสงสว่างจากพระอาทิตย์ในช่วงเช้าฉายแสงส่องหน้าผมบนเตียงในขณะดวงตากำลังเปิดกว้างอย่างงัว งัว ฝืนลุกขึ้นจากเตียงก่อนจะเอามือปิดเสียงหา..ฝืนเปิดหน้าตาขึ้นอีกครั้งพร้อมจะออกไปสถานที่ที่ควรจะไป โรงเรียนมหาเวท

หลังจากที่ออกบ้านผมก็ตรงมายังห้องเรียนเดินในอาคารที่ผมเรียนโดยหวังว่าบรรยากาศในห้องเรียนจะดีขึ้นกว่าทุกวันที่ผ่านมาจากที่ผ่านศึกหนักมาเมื่อวานมันก็เหมือนทำให้ผมได้รับประสบการณ์ต่าง ๆ เยอะขึ้น และมันทำให้ผมได้เรียรู้สิ่งใหม่ ๆ

ที่ไม่คาดคิดที่จะเกิดขึ้นในวินาทีข้างหน้า

เสียงฝีเท้าผมเดินถึงหน้าห้องเรียนประจำชั้นผมก่อนจะเลื่อนประตูเผยให้เห็นภายในห้องที่มีเด็กนักเรียนปีเดียวกันกำลังคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผมกวาดสายตามองทั่วห้องไปพราง ๆ แบบไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่มันก็เหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีอะไรเปลื่ยนผมถอนหายใจครั้งนึงก่อนจะเดินผ่านโตะนักเรียนคนอื่นอย่างแยแส ตรงไปยังโตะของตนเอง

ตึก! ทันทีที่ผมแทบจะล้มก่อนหน้านั้นก็มีเท้าของใครบางคนตั้งใจมาขวางทางเดินของผมซึ่งเกือบล้มไปเลย แถมยังไม่เข้าใจว่าเขาจะทำไปทำไมก่อนจะหันมองหน้าของคนที่ผมพร้อมสันหาคำพูดแล้วกล่าวไปอย่างตกใจว่า

เฮ้ย นี่ทำไมอะไรของนายน่ะ

พอสิ้นสุดพูดลอย ๆ เผยให้เห็นผู้หญิงผมสีขาวอมม่วงอ่อน ดวงตาสีแดงอมชมพูราวกับอัญมณีล้ำค่ากำลังเอามือเท้าครางและจ้องมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มมุมปาก

เอ๋!! ดะ..เดี๋ยวก่อนสิ คานาเดะนี่เธอมาห้องนี้ได้ยังไง ..เราอยู่คนละห้องกันนะ!! แล้วทำไมถึงต้องสกัดขาฉันด้วย ผมถอยหลังด้วยความตกใจพร้อมกับบ่นพึมพำด้วยควาสงสัย

ขอโทษทีนะ!!...ก็ได้นายเมินฉันเอง!!” คานาเดะลุกขึ้นจากโตะ

เมิน..งั้นเหรอ ผมงงเล็กน้อย

พอนึกได้ว่าผมไม่ได้เอะใจอะไรแค่มองไปรอบ ๆ แบบว่าไม่เก็บรายละเอียดนักก็เลยไม่เห็นคานาเดะนั่งอยู่

ฉันไม่ได้เมินเธอเลยซักหน่อย แค่ไม่เห็นก็เท่านั้น..แล้วว่าแต่เธอมีธุระอะไรล่ะ! เสียงเรียบ ๆ จากผม

คานาเดะหลับซักพักก่อนจะถอนหายใจ สันหาคำพูดที่จำเป็นแล้วเอ๋ยไปว่า

นายนี่จริง ๆ เลยนะ! ..โอกะ ตอนนี้เราอยู่ห้องเดียวกันแล้ว เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

สีหน้านิ่ง ๆ ของผม มองเธอด้วยสายตาเหมือนไม่มีอะไรอะไรขึ้น

“…งั้นเหรอ..” น้ำเสียงนิ่งราวกับไม่ตกใจกับสิ่งที่คานาเดะบอกแต่ผมก็รู้สึกตัวอีกทีหลังจากออกเสียงนึง

หะ!” สีหน้าของผมเปลื่ยนไปในทันที่เมื่อสมองประมวลผลเสร็จ จากนั้นเสียงนึงประตูเลื่อนก็ดังขึ้นข้างหลังผม

ไง โอกะ!”  เสียงที่คุ้นเคยจนผมต้องหันหน้าไปทางประตูห้อง

เมื่อหันมันก็เห็นคายาบะกำลังยกมือทักทายกับคนที่อยู่ข้าง ๆ ของเขาสเตล่า

อ่าวไง คายาบะ สเตล่าก็ด้วย!” ผมเริ่มสับสนเล็กน้อยในระหว่างที่คุยกับคานาเดะ ก่อนคายาบะกับสเตล่าจะทักทาย

ตกใจใช่ใหมล่ะ นายน่ะคงยังไม่รู้สิว่าเกิดอะไรขึ้น!!” คายาบะชี้นิ้วใส่หน้าผมด้วยความที่ตัวคายาบะเหมือนจะรู้เหตุผลว่าทำไมคานาเดะถึงมาอยู่ห้องนี้ได้

แน่นอนครับ ..ว่าเป็นคำสั่งจากผู้อำนวยการอิกิระ!

หึ!! เสียงนี้มัน!

หลังจากได้ยินเสียงชายที่อยู่ข้างหลังห้องสุดได้กล่าวในขณะที่นั่งบนโตะผมก็หันไปทันทีที่พอจะรู้ว่าเป็นใคร จังหวะที่หันไปหมอนั้นก็ดันแว่นขึ้นทันที ชายที่ชื่อโซระฉีกยิ้มให้ในขณะที่เอาขาพาดบนโตะเรียน

โซระนายก็ด้วยเหรอ?” ผมเอ๋ยขึ้นด้วยสีหน้าตกใจจนไม่รู้จะทำสีหน้ายังไงแต่ก็ขมวดคิ้มข้างซ้ายเป็นพิธี

แน่นอนอยู่แล้วครับ และก็หาเวลาว่างไปพบผู้อำนวยการตอนพักกลางวันด้วยละครับ โซระพูดจบก็หยิบหนังสือกาตูนขึ้นมาอ่านในท่านั่งแบบนั้น

ผมกับเพื่อน ๆ ต่างมาด้วยสายตาสีขาวประมาณว่าจะชิวไปใหน แถมดูไม่สนใจเพื่อนอีกด้วย ไอ้เจ้าสี่ตานั้นผมชักจะหมั่นใส้มันขึ้นมาแล้ว

แต่ต้องขอบคุณหมอนี้จริง ๆ ช่วยหาเบาะแสเรื่องชายสวมผ้าคุมแถมยังช่วยสู้อีก หมอนี้ช่วยได้เยอะกว่าที่คิด มีประโยชน์กว่าที่เห็นภายนอก

ณ ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน

ไม่นานนักเวลาพักกลางวันก็มาถึงเร็วจนไม่ทันตั้งตัว ซึ่งจากที่โซระได้บอกมานั้นผู้อำนวยการต้องการพบพวกผมที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อวานและหวังว่าจะเป็นเรื่องดี ผมพยามคิดบวกเข้าไว้

เมื่อวานพวกเธอทำได้ดีมาก โดนเฉพราะทีมของพวกเธอทั้งสี่คน ชิเอล่า สเตล่า อิชิดะ คายาบะ อาโกฮาชิ คานาเดะ และมาซามูเนะโอกะ สามารถทำภารกิจได้สำเร็จแม้จะเสี่ยงอันตรายแต่ด้วยความ    ร่วมมือของการเป็นทีมก็ทำให้พวกเธอมายืนอยู่ตอหน้าของฉันได้

 ผู้อำนวยการอาริยิ้มในขณะที่ยืนขึ้นเอามือไฝว้หลัง ผมคิดว่าเขาคงจะพอใจในสิ่งที่พวกผมได้ทำไป เพราะนั้นคือความพยามของพวกผมทั้งหมดที่มี

และต้องขอบใจเธอด้วยนะโซระ!

ครับแค่นี้สบายมาก

ส่วนชายสวมผ้าคุมที่จับกุมได้ หัวหน้าตัวการหลักคือบาทหลวงชิเงมูระ ตอนนี้กำลังถูกสอบปากคำอยู่ ส่วนนักเรียนที่สี่คนที่ถูกควบคุม กำลังพักฟื้นและตรวจสภาพจิตใจของพวกเขาอยู่ในตอนนี้ ผู้อำนวยการอากิระหลี่ตาลงก่อนจะจริงจังพูดออกไปว่า

ฉันควรจะดูแลเด็กนักเรียนให้ดีกว่านี้ จะได้ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นอีก ..หลังจากนี้ต้องรอข้อมูลจากการสอบปากคำจากชายสวมผ้าคุมสีแดงถึงจะรู้ว่ามันต้องการอะไรกันแน่ และจริง ๆ แล้วพวกมันมีอยู่กี่คนกันแน่” เขาถอนหายใจไปพราง ๆ

ต่อจากนี้ก็คงไม่มีอะไรต้องห่วงแล้วล่ะนะ จะไม่มีรอบทำร้ายเด็กนักเรียนและคนในกองกำลังอีก ต่อจากนี้พวกเธอก็ใช้ชีวิตตามปกติได้แล้วล่ะนะ” อาจารย์เนโกะเอ๋ยขึ้นในขณะที่เธอบอดที่มีกระดาษติดอยู่

แต่เราจะแน่ใจได้ยังไงล่ะครับ ว่ายังมีพวกมันอยู่อีก!” ผมพยามพูดเตือน

แต่ทว่าผู้อำนวยการอากิระขึ้นก็เดินกับไปที่เก้าอี้ในขณะนั้น ก่อนอาจารย์มิไรจะกล่าวขึ้นว่า  

ไม่ต้องกังวลไปหรอกน้า ปราบไดที่ตัวการยังอยู่นี้ ถึงจะมีพวกมันเหลืออยู่อีกก็คงยังไม่เคลื่อนใหวในตอนนี้หรอก!”  

มันก็อาจจะจริงก็ได้แต่ถ้าเป็นแบบนั้นชีวิตของพวกเราก็ยังเสี่ยงอันตรายอยู่ แต่เถอะสำหรับผมพวกมันที่เหลือก็คงจะเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเท่านั้นแหละ

พอปัญหาหลักหายไปก็มีปัญหาใหม่เข้ามาแทนที่” ผอ.อากิระถอนหายใจอีกครั้ง เหมือนกับว่าจะมีสิ่งไม่ดีพยามเข้ามาเป็นปัญหาให้กำลังกองกำลังอีกแล้ว

กลุ่มบุพผาเริ่มเคลื่อนใหวแล้วน่ะสิ

บุพผา!” ผมสงสัยชื่อเรียกของกลุ่มคนที่ผมไม่รู้จัก

ผมพอจะได้ยินอยู่นะครับ ..พวกมันไม่ต่างอะไรกับพวกผู้ก่อการร้ายเลย อุดมคติขององค์กรพวกมันคือการขึ้นเป็นใหญ่เมืองในเองนี้ คล้าย ๆ กับปฎิวัติอะไรประมาณนั้น! คายาบะเอ๋ยขึ้นในฐานะที่เขามีความรู้รอบตัวเยอะ ผมจึงไม่แปลกใจนัก

อ๋อ เคยเห็นข่าวอยู่เหมือนกัน” สเตล่าเอ๋ยขึ้นในขณะที่ผมพอจะนึกออกว่ากลุ่มคนพวกนั้นเป็นใครแล้วมาจากใหน  

ถูกต้องแล้วล่ะ  บุพผาคือชื่อองค์กรลับใต้ดินพวกมันไม่ค่อยจะปรากฏตัวให้เห็นเท่าไหร่ ทางกองกำลังและหน่วยลับก็กำลังตามสืบกันอยู่พักใหญ่จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้อะไรเลย พูดเหมือนพวกมันเป็นผู้ก่อการร้ายเลย ผมที่พอจะรู้แล้วจึงพยามเข้าใจข้อมูลใหมามากขึ้น

พวกมันจะเคลื่อนไม่บ่อยด้วยเหตุผลบางอย่าง แล้วเมื่อสองถึงสามวันที่แล้วระบบของกองกำลังถูกเจาะโดยกลุ่มองค์กรของพวกมัน ไม่สามารถตรวจจับ IP ของพวกมันได้ ราวกับว่าพวกมันโล่งหนได้ นอกจากนี้มันก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรจากพวกเราไปมาก แต่การที่พวกพยามเจาะระบบที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อน อาจารย์เนโกะเอ๋ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ

แล้วพวกมันต้องการอะไรเหรอคะ?” คานาเดะถามด้วยความสงสัย

เราตั้งข้อสงสัยว่าพวกมันต้องการข้อมูลของวิชาเวทต้องห้าม

วิชาเวทต้องห้าม..!?” เธอพูดซ้ำเพราะสงสัยว่าวิชาเวทต้องห้ามที่ว่านั้นอันตรายขนาดที่กลุ่มคนพวกนั้นต้องการมาก

ซึ่งผมและเพื่อนต่างก็สงสัยถึงพลังอันร้ายกาจของวิชาเวทนั้นถึงผมจะไม่เก่งเรื่องการใช้เวทมนต์แต่ก็อยากเรียนรู้ไว้

มันคือวิชาเวทที่มีมาตั้งแต่โบราณ วิชาเวทมนต์ที่สามารถสู้กับกองทับปีศาจได้สบาย ๆ เลย ..จนถึงทุกวันนี้มันก็ถูกเก็บไว้เป็นความลับ พูดง่าย ๆ เลยว่าสามารถทำลายตึกที่เรียงติดได้กันถึง ตึก!

วิชาอันตรายแบบนั้น ทำไมถึงไม่ทำลายทิ้งน่ะครับ!?” โซระถาม

ในอดีตวิชาต้องห้ามนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากภูติในตำนานที่เรียกกันว่าภูติศักดิ์ อาจารย์มิไรกล่าวขึ้นยังไม่ทันไร

เอาล่ะสิเริ่มไปไกลแล้ว” คายาบะบ่นพึมพำ

นายก็เงียบ ๆ ปากไปได้แล้ว” ยังไม่ทันพูดจบสเตล่าก็กระโดดเอามือต่อยบนหัวคายาบะ 

ซึ่งอาจารย์มิไรที่กำลังค้างอยู่ก็ กระแอม เบา ๆ

งั้นว่าต่อเลยนะ.. วิชานี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์ได้ต่อกรกับปีศาจได้อย่างอย่างสูสี เพราะฉะนั้นวิชาแบบนี้จะมีประโยชน์ต่อมนุษยชาติในอนาคต

เข้าใจแล้วล่ะครับ” หมอนั้นดันแว่นขึ้นอย่างสง่างาม

แล้วพวกมันจะเอาไปทำอะไรน่ะครับ!” ผมถาม

ตอนนี้ยังไม่รู้เหมือนกัน

ให้เดาเลยว่าพวกมันเป็นวายร้ายระดับโลกเลย พึ่งจะจัดการชายสวมผ้าคุมอันตรายไปแล้วแท้ยังจะมีพวกใหม่พวกเข้ามาให้ปวดหัว แต่ระดับนั้นมันก็ยากไปสำหรับทีมของผม ถ้าต้องการจะให้ไปทำภารกิจแบบนั้นผมคงจะต้องปฎิเสธ

ผู้อำนวยการอาริชูให้เป็นข้อมูลที่เก็บอยู่ในแท่งเหล็กรูปทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกับที่เก้บข้อมูลบางอย่าง จู่ จู่ ก็อยากให้พวกผมเห็นซะอย่างนั้น

ข้อมูลอยู่ในนี้ทั้งหมด ..ถ้าเอาไว้ในระบบ ..เกรงว่ามันจะเสี่ยงเกินไป ก็เลยต้องเก็ข้อมูลที่อันตายแบบนี้ไว้ในนี้ เขาพูดพร้อมกับเดินตรงมาทางผมก่อนจะหยุดเดินแล้วกระทืบไปที่พื้นตรงน้นสองครั้ง ตึกตึกจากนั้นก็มีบางอย่างเกิดขึ้น แสงสีเขียวล้อมรอบเป็นวงกลมเล็กขนาด นิ้ว ก่อนจะมีช่องเล็กให้เหมือนกับต้องใช้อะไรเสียบลงไป

เมื่อผุ้อำนวยการอากิระหยิบกุณแจบางเหล็กขึ้นมาจากเสื้อ เพียงแค่เสียบเข้าไปรงช่องที่อยู่ตรงกลางระหว่างวงกลม มันก็ดัง เก็ก!  จากนั้นวงกลมนั้นก็ยกตัวขึ้นมาจากพื้น เขาเปิดกระจดที่ต้องใส่ระหัสผ่านเข้าไปก่อน หลังจากใส่รหสผ่านเท่านั้นกระจกก็เปิด แท่งเหล็กนั้นก็ถูกดันเก็บไว้ข้างในก่อนกระจกจะปิดตัวลงหลังจากที่เอามือออก

ระหว่างนั้นผู้อำนวยการอาริก็ขึ้นไปลอย ๆ ว่า

กระจกนี้หนามากกว่าโล่เวททั่วไป ปืนยิงไม่ทุลุ ต่อให้โจมตีด้วยเวทระดับสูง มันก็ไม่มีทางแตกได้ นอกจากจะรู้รหัสผ่าน น้ำเสียงเรียบจากคนที่พึ่งอวดระบบความปลอดภัยที่ไม่น่าจะเก็บอะไรไว้ได้

ทำให้ดูต่อหน้าต่อตาแบบนี้มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ การที่จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญแบบนี้มันอันตรายเกินไปไม่แน่คนในห้องนี้อาจจะเป็นสายให้พวกมันก็ได้ แต่ว่าทุกคนก็เป็นคนดีไม่มีทางทรยศได้ ซึ่งการที่มาบอกพวกผมแบบนี้ มันมีอยู่เพียงความหมายเดียว

อย่าบอกนะ ว่าอยากให้ทีมของผม..

ฉันไม่คิดที่จะให้เด็กนักเรียนไปเสี่ยงอันตายหรอก ..ถ้าพวกมันต้องการนี้จริง …” ผู้อำนวยการอากิระพูดแทรกผม ก่อนจะพูดต่อด้วยแววที่จริงจัง

..พวกมันจะมาแน่!! สิ้นสำคำพูด วงกลมที่ยกตัวขึ้นมาจากพื้นสีขาวมันก็ลดระดับลงไปเท่ากับพื้นปกติก่อนที่เขาจะดึงกุณแจอออกแล้ว เดินไปยังพนังห้องทางขวาก่อนจะเอามือกดที่พนังของซักพักประตูก็เปิดออก เป็นอะไรที่เนียนมาทาสีให้เข้ากับประตูเปลื่ยนอัตลักษณ์ให้กมกลืนจนแกยไม่ออกว่านั้นเป็นไม้

ผู้อำนวยการเอากุณแจติดที่แขนข้างในพร้อมพูดไปพราง ๆ

และหวังว่าพวกมันคงจะไม่คิดอยากจะด้สิ่งนี้นะ เขายิ้มในขณะทีก่อนทีหน้านี่เสียงยังเท่เข้มอยู่เลย ใหงกลายเป็นน้ำเสียงเหมือนคนกำลังลุ้นแบบนี้ไปได้

ทุกคนมองด้วยสายตามึนงงกับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่

ส่วนที่กำลังสงสัยกันอยู่ว่าทำไมคานาเดะถึงถูกย้ายของเรียนไปอยุ่ห้องเดียวกับเธอนั้น ก็เพราะพวกเธอควรจะต้องรู้จักกันให้ดีเพื่อสร้างความสัมพันที่ดี อาจารย์เนโกะที่กล่าว

เอ๋ ความสัมพันที่ดี!” เสียงผมกับเสียงคานาเดะที่พูดพร้อมกันพร้อมกับความสงัสยที่ตามมา

เอาเถอะ ยังไงก็อยู่ทีมเดียวกันอยู่ห้องเดียวกันมันก็ไม่น่าแปลกนี่นะ

ฉันก็ว่างั้นล่ะค่ะ” สเตล่าเอ๋ยขึ้น

แล้วทำไมหมอนี้ถึงต้องมาอยู่ห้องเดียวกับพวกเราด้วยล่ะครับ  ท่านผู้อำนวยการ ปลายนิ้มโป้งคายาบะชี้ยังโซระที่ยืนเก็กหล่ออยู่ข้าง ๆ

จริง ๆ ผมไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำว่าทำไมถึงเอาหมอนี้มาอยู่ห้องเดียวกันด้วย คงจะเป็นเพราะเหตุผลประมาณนี้

นั้นก็เพราะ เขาจะเป็นคนแนะนำให้กับทีมของพวกเธอยังไงล่ะจ๊ะ

แน่นอนอยู่แล้วครับ ครับคุณป้า!!” โซระยกสองมือทำนิ้มปืนชี้มาทางอาจารย์เนโกะ

น้าเว้ย!! ไอ้หลานรักไม่รักดี!!” เธอแสดงสีหน้าจริงจังออกมาจนโซระแทบไม่มีที่ยืน

ถึงอาจารย์เนโกะจะยังเป็นสาวสวยอยู่แต่อายุก็ไม่น่าจะน้อยแล้วเพราะอาจารย์มิไรกับอาจารย์เนโกะก็หน้ารุ่นเดียวกันหรือห่างกันไม่กี่ปี แต่ก็ช่างเถอะจะไปใส่ใจเรื่องอายุทำไม มันเป็นเพียงตัวเลข

ลืมบอกไปอีกเรื่องนึง .. ผู้อำนวยการอากิระนั่งลงกับเก้าอี้ในทันทีที่ผมได้ยินเสียงคำพูดจากเสียงของเขา

“?”

..โอกะ ..ตอนนี้เธอจะถูกลดระดับอยู่แค่ นักดาบ คลาส B!

ทุกคนต่างตกใจกับคำพูดนั้น แล้วยิ่งเป็นผมแล้วก็สังสัยในใจว่าทำไมถึงทำไมแบบนั้น ในเมื่อตอนนั้นยังบอกอยู่เลยว่าผมมีพรสรรวค์อยู่เลย หรือว่าผมยังไม่มีคุณสมบัติพอ ซึ่งผมก็ได้แต่ถามกับตัวในไปซ้ำ ๆ

ในในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่นั้นซึ่งผมเงียบไปพักนึง ในขณะที่ในห้องกำลังคึกคัก ความสังสัยบางอย่างทำให้ผมหยุดที่ถามไม่ได้ เพราะมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจ

จริงอยู่ที่เธอมีพรสรรวค์ ..แต่เรื่องประสบการณ์กัความสามารถยังน้อยไป ..ฉันผิดเองล่ะที่เลื่อนระดับให้เธออยู่ในนักดาบ คลาส เลยทำให้เธอต้องถูกจ้องเล่นงาน แต่พอฉันคิดดูอีกทีแล้ว มาซามูเนะ โอกะ ยังไม่มีคุณสมบัติพอ!

เป็นเหตุผลที่ดีเลยทีเดียวสำหรับที่จะลดระดับคลาส มันก็จริงอย่างที่เขาพูดผมยังมีความสามารถไม่พอ วันแรกที่เข้ามาเรียนที่นี้มันก็อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญที่ผมสามารถเอาชนะจอมเวทคานาเดะได้ จริง ๆ แล้วผมยังไม่พร้อมที่จะได้รับการยอมรับจากกองกำลังเลยด้วยซ้ำ รู้ตัวดีอยู่แล้วว่ายังไม่พร้อมแต่ก็ยังพยามก้าวไปข้างหน้าเพื่อเผชิญกับอสิ่งอันตายอย่างไม่ท้อถอย

สำหรับเราแล้วรู้ตัวดีตั้งแต่แรก ว่ายังไม่พร้อม แต่ก็พยามมาถึงขนาดนี้แล้วเชียว

ผมคิดในใจจนเริ่มเข้าใจก่อนจะเงียบไปพักนึง

นายยังสามารถพัฒนาตัวเองได้อีก อีกไม่นานก็คงจะต่ายเต้าขึ้นมาถึงระบนได้แน่” อาจารย์มิไรพูดปรอบใจ

ถึงยากที่จะยอมรับ แต่ก็ต้องยอมรับมันอย่างน้อยก็ไม่อยู่ท้ายสุด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ว่า

เข้าใจแล้วล่ะครับ แล้วผมจะพยาม

จังหวะนั้นคายาบะก็เข้ามาตบไหล่ผมพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนจะมาปรอบใจ

ไม่ต้องคิดมาหรอกน้า ให้ฉันเป็นครูฝึกให้นายก็ได้นะ ก็คือว่าฉันเหนือกว่านายก้าวนึงแล้วน่ะ ฮา ๆ

หมอนี้ไม่ได้ปรอบใจเลยซักนิด เข้ามากวนผมซะมากกว่าก่อนหน้านี้ผมทำแบบนี้กับหมอนี้ไปคัร้งนึง และนี้คงจะเป็นการเอาคืน

แบบนั้นมันวัดกันความเก่งได้ที่ใหน!!

ผมบ่นในใจขณะที่ผู้อำนวยการอากิระจ้องมองยังผมด้วยสีหน้าที่พอใจอย่างเต็มเปี่ยม ถึงยังไงก็เถอะ มันเป็นเรื่องจริงที่หลีกเหลี้ยงไม่ได้ แต่ผมเองก็เข้าใจดีว่าสำหรับอันดับสูงสุดมันยังไม่คู่ควรกับผมตอนนนี้ ทั้งเรื่องประสบการณ์ก็เห็น ๆ กันอยู่ เสี่ยงตายมานัดต่อนัดเกือบจะตายแล้วสองหนขนาดมีนักเวทระดับสูงสุดอย่างคานาเดะ

ราวกับว่าผมเป็นตัวถ่วงให้กับเธอซะงั้น ก่อนหน้านี้เธอก็ช่วยผมไว้ตลอดในขณะที่ผมทำอะไรไม่ค่อยจะได้เลย บอกตามตรงเลยว่าเมื่อไม่กี่อาทิตย์ผมพุ่งจะเข้าเรียนในโรเรียนมหาเวท ซึ่งการที่เข้าเรียนนั้นผมใช้พลังเวทไม่เป็นด้วยซ้ำ แล้วต่อมาก็เกือบจะเอาตัวไม่รอด ผมขาดประสบการณ์

โอกะ.. นายน่ะมีพรสรรค์ที่สุดยอดมากเลยนะ ..ฉันเชื่อว่าการกกลับมาที่จุดเริ่มต้นมันก็ไม่ได้แย่หนิ ..แล้วมันทำให้นายได้เรียนรู้สิ่ง ๆ ใหม่ ๆ ด้วย สเตล่าบอก

ตามด้วยคานาเดะที่พยามขยับริมฝีปากบอกกับผม

สรุปก็คือนายน่ะแกร่ง แต่ยังแกร่งไม่พอประสบการณ์และความสามารถยังมีน้อยเกิน การที่จะไปถึงนักดาบ คลาส ได้ ..มันก็บ่งบอกอยู่แล้วว่า นายต้องมีคุณสมบัติ และต้องมีฝีมือที่เกินคาดในระดับหัวกระทิ

ฉันควรต้องหาพรแสวง เพื่อที่จะก้าวข้าวพรสรรค์นั้นไปอีกขั้น การที่ฉันมีพรสรรค์มันก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่ต้องขัดเกลาอะไร  ไม่เลย..พรสสรรค์ควรต้องขัดเกาให้เฉียบคมอยู่เรื่อย ๆ ..จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันต้องฝึกฝนและพยามให้มากกว่านี้เพื่อเลื่อนเป็นนักดาบคลาส ให้สมกับเป็นนักดาบที่แกร่งสุด ๆ

พยามเข้าใจที่สุดแล้ว ตัวผมยังไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะอยู่ในระดับสูงสุดของนักดาบ แต่ผมก็ไม่รู้สึกเสียดายมาก แต่สิ่งทีได้รับมาคือประสบการณ์การต่อสู้ที่ต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงมากับพวกพ้อง แล้วนั้นทำให้เราเข้าใจและรู้จักกันมากกว่าเดิมที่เราเคยดูจัก

สำหรับผมแล้วยังมีอานาคตอีกไกล แล้วจะต้องพยามให้มากกว่าเดิม..

ถ้าเข้าใจแล้ว ..ก็ดี ผอ.อากิระกล่าว

ผมก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเงิยหน้าพร้อมกับสีหน้าปกติของคนทั่วไป

ส่วนเรืองทีมของพวกเธอ ก็ยังไม่ยุบแน่นอนว่าไม่ยุบ ..พวกเธอต้องหาประสบการณ์ให้มากขึ้นเพื่อเป็นทีมที่แข็งแกร่ง

เพื่อการต่อสู้กับกองทัพจอมมารงั้นเหรอครับ” ผมพูดแทรกอย่างไร้มารยาท

นี่มาซามูเนะ โอกะ ..ไม่ได้มีเพียงแค่การต่อสู้กับปีศาจอย่างเดียวหรอกนะ ภารกิจของพวกเธอหน้าที่ของพวกเธอเพื่อปกป้องเมืองนี้ หมายความว่าเมืองนี้หมู่บ้านนี้พวกเธอต้องได้รับหน้าที่ทำภารกิจในเมืองด้วยเช่นกัน ..หน้าที่ของกองกำลังนักดาบและนักเวทคือการปกป้องผู้คนจากทุกสิ่งที่พยามทำลายมัน ไม่ว่าจะเป็นปีศาจ หรือ..มนุษย์ด้วยกันเอง ..หน้าที่สำคัญไม่แพ้การต่อสู้คือการปกป้องผู้คนที่ไร้ทางสู้

..” ผมมองอย่างทึ่ง

รวม ๆ แล้วมันสุดยอดมาเลยครับ คายาบะกล่าว

หน้าที่สำคัญไม่แพ้การต่อสู้ น้ำเสียงเรียบสเตล่า

การปกป้องผู้คนผู้บริสุทธิ์ แววตาที่เปร่งประกายคานาเดะ

นั้นสินะ..

ตลอดมาผมจมปักอยู่กับการเข้าร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเองเพื่อการเข้าต่อสู้กับกองทัพจอมมารอย่างมีอุดมคติ ผมไม่เคยคิดถึงเบื่องหลังเลย มันจะเป็นยังก็ช่างงั้นเหรอ เราจะไม่สนใจผู้คนที่ไร้ทางสู้พวกนั้น ,,หน้าที่ไม่ได้มีเพียงแค่การต่อสู้..เหมือนกับตอนที่ผมพยามจะจับกุมชายสวมผ้าคุมเพื่อไม่ใครต้องตกเป็นเยื่อของพวกมัน อุดมคติที่ไร้สาระนั้น

ผมเข้าใจผิดมาตลอด การต่อสู้ไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างหยุดลง แต่เป็นการปกป้องคือสิ่งทีสำคัญกว่า

ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าคนที่เป็นห่วงเรา คือการปกป้องคนที่สำคัญต่อเรา

ผมเรื่มตาสว่าง จากเมื่อก่อนผมที่พยามมุทะลุเข้าหาความเป็นความตายมาตลอด ในตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้ว

แม่ของนายคงจะภูมิใจในตัวนายมากแน่ ๆ ถ้าเขายังอยู่อะนะ

..” ผมไม่สงสัยเลยซักนิดว่าเขารู้จักกับแม่ของผมด้วย

ยังไม่ทันไร เขาก็กล่าวประมาณว่าแม่ของผมคงจะภูมิใจ พวกเขาสองคนก่อนหน้านี้คงจะรู้จักกับผู้อำนวยการอากิระมาก่อนถึงได้เอ๋ยขึ้น

คงจะอย่างงั้นน่ะครับ..”

จะว่าไปแล้วนะ ..โอกะแม่ของนายเป็นใครงั้นเหรอ..?” คายาบะถาม

คุณแม่ของมาซามูเนะ โอกะ เธอก็รู้จักกับฉัน เธอเป็นอาจารย์ของฉันเอง

สิ้นสุดคำพูดผมกับตกใจเป็นเสียงหายใจ ราวกับว่าผมไม่รู้ว่าก่อนเลยวาทั้งสองคนรู้จักกันมาก่อน

หึจริงเหรอครับอาจารย์มิไร

นั้นสินะ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เธอยังไม่รู้..ไว้วันหลังจะเล่าให้ฟังล่ะกันนะ เรื่องแม่ของนาย

เอ๋ ตกลงแม่นายเป็นใครกันเนี่ย?”

ไว้คราวหน้าฉันจะบอกนะ คายาบะ

ไหง เป็นงี้ไปได้!” คายาบะถึงกับหน้าเซงเมื่อผมปฎิสธ

ท่านผู้อำนวยการอากิระครับ ผมมีเรื่องนึงอยากจะบอก

ทุกคนในห้องดูจะเงียบ ๆ ในขณะที่ผมกล่าวถามไป ผู้อำนวยการอาริกาที่กำลังยืนนิ่งก็หันหน้ามาก่อนจะพูดออกไปว่า

มีอะไรงั้นเหรอโอะคุง!”

ผมตะหนักถึงความผิดปกติเมื่อตอนนั้นถึงได้กล่าวมาในขณะนั้น มีอยู่หนึ่งเรื่องที่คาใจผมตั้งแต่ในที่ได้ต่อสู้กับบาทหลวงชิเงมูระหรือชายสวมผ้าคุม ก่อนหน้านั้นมีอยู่คำพูดนึงที่เขาได้พูดมานัน้จึงทำให้ผมสงสัย เมื่อตอนนั้นผมที่พยามสะสางกับเขาโดยการใช้คำพูดและถามถึงอุดมคติของเขาและชายสวมผ้าคุม ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาอย่างไร้สาระ

แล้วมีอยู่หนึ่งคำพูดของเขาที่ที่พูดกับพวกผมว่า

เมื่อตอนนั้น..ตอนที่ผมกำลังเจรจากับบาทหลวงชิงูมูระเขาได้พูดถึงอุดดมคติ แต่สิ่งที่ผมแปลกใจที่สุด

<‘พวกฉันก็แค่พยามปรับสมดุลไม่สิทำเพื่อท่านผู้นั้น สำหรับมนุษย์แล้วพวกแกก็เป็นเพียงแค่แมลง’> ภาพความทรงจำเมื่อตอนนั้นผุดขึ้น บาทหลวงชิมูระที่กำลังขาดสติ ไม่สิจะเรียกได้ว่าได้ว่าพยามทำตามอุดมคติของตัวเอง หรือของใครบางคน

เขากล่าวถึง ใครบางคน ที่เขาเรียกว่า<ท่านผู้นั้น>”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

25 ความคิดเห็น