Masamune-Oka Destiny

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 22 : องค์กรบุพผา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 มี.ค. 61

..” ผู้อำนวยการอากิระเริ่มตะหนักได้ถึงบางอย่างหลังจากที่ผมได้บอกไปชั่วครู่นึง

ท่านผู้นั้น ฉันก็ได้ยินแบบนั้นเหมือนกัน ..เหมือนกับว่ามีคนวงการอยู่เบื่องหลัง คานาเดะกล่าวพรางสงสัย

ท่านผู้นั้น อาจจะหมายถึงตัวการที่เป็นคนคิดอุดมคตินั้นมา ตอนนี้เรากำลังสืบสวนเขาอยู่เรื่องอุดมคติกับท่านผู้นั้น ต้องรอการยืนยันทางหน่วยสืบสวนอีกที เขาอาจจะสติไม่สมประกอบหรือมีภาวะทางอารมณ์ที่แปลปวนเรื่องพวกนั้นอาจจะเป็นความเผลอฝันที่สร้างขึ้น ตอนนี้ยังด่วนสรุปอะไรไม่ได้มากนัก ต้องรอผล

แต่ผมคิดว่า..ไม่น่าใช่นะครับ.. ผมที่พอนึงอะไรได้กล่าว

ท่านผู้อำนวยการพูดถูกแล้วล่ะโอกะ ไม่ว่ายังไงตอนนี้ก็ต้องรอผลจากการสืบสวนก่อนอาจจะใช้เวาหลายวันหน่อยจนกว่าเขาต้องเปิดปาก แล้วอีกอย่างถ้ามีคนวงการอยู่เบื่องหลังจริง ๆ ล่ะก็ หน่วยราสจะจัดการเอง ไม่มีทางที่พวกเขาจะไม่รู้ได้หรอก เมืองนี้มีหูมีตาเยอะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก น้ำเสียงเรียบของอาจารย์มิไร

แล้วถ้าคนที่วงการอยู่เบื่องหลัง ..ไม่ใช่คนในเมืองล่ะครับ.. ผมรีบพูดขึ้นทันที

ถ้าเป็นเบบนั้นจริง ๆ คงจะเป็นเรื่องใหญ่เลย และมันคงจะเป็นปัญหาใหญ่ของกองกำลังป้องกันเมืองด้วย ในฐานะผู้อำนวยการอากิระหรืออีกบทบาทนึงผู้บัญชาการของกองกำลังป้องกันตนเองต้องคอยแบกรับปัญหาใหม่ ๆ อีกแล้ว ส่วนอาจารย์มิไรเองก็ต้องตกตะลึงถึงการรู้เท่าไม่ถึง

หึ..เธอกำลัง.. อาจารย์มิไรสงสัย

หมายความว่างไงน่ะ” สเตล่ากล่าว

กำลังหมายความว่าคนที่วงการอยู่เบื่องหลังอาจจะไม่ใช่มนุษย์ที่อยู่ในเมืองน่ะครับ  ผมรีบพูดออกไปในขณะที่สีหน้าแสดงเห็นถึงความดุดันอย่างชัดเจน

ถึงมันจะเชื่อยากก็เถอะแต่ผมจะพยามพูดออกไปในสิ่งที่ตนคิดขึ้น ผม คานาเดะ คายาบะ สเตล่า โซระ อาจารย์มิไร อาจารย์เนโกะ และท่านผู้อำนวยการอากิระ

แล้วจะมีใครอีกล่ะที่อยู่ข้างนอก” สเตล่าถาม

นอกเมืองยังมีหมู่บ้านอยู่หลายที่ เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นแบบนั้น น้ำเสียงเย้ายวนคานาเดะพรางจับคราง

ทุกคนพยามคิด พยามจะเข้าใจกันและกัน เข้าปัญหา

แล้วใครกันล่ะที่จะทำแบบนั้น นอกเมืองไม่หน้าจะมีกลุ่มคนที่มีอิทพลอำนาจอะไรนั้นหรอกมั้ง ..คิดว่ามีงั้นเหรอ สเตล่าเริ่มดุดันขึ้นเพราะตามสถานะการตรงหน้าไม่ทัน

นายว่าไงน่ะ?” ผมหันหน้าไปหาโซระ

จะว่าไปมันก็มีอยู่สองกลุ่มคนที่มีฝีมืออยู่นะครับ ซึ่งหมอนั้นก็ดันแว่นขึ้นตามสไตร์ของเขา

หมอนี้มักจะมีข้อมูลดี ๆ และฉลาดพอจะเข้าใจและตามสถานะการณ์ทัน

กลุ่มคนใหน?” สเตล่ากล่าว

เป็นกลุ่มคนที่แยกตัวออกจากเมืองแล้วไปปกครองกันเอง พวกนั้นน่ะเป็นกลุ่มคนที่มีฝีมือกันทั้งนั้น นอกจากนี้พวกนั้นก็ไม่มีท่าทีที่จะพยามเข้ามาในเมือง

คล้าย ๆ กองกำลังถอนตัว หรือนักดาบถอนตัวน่ะเหรอ ผมถาม

ก็ประมาณนั้นน่ะครับ

กลุ่มคนที่แยกตัวออกจากเมืองหรือหมู่บ้าน เพื่อหลุดออกจากการคุ้มครองของกองกำลัง คล้าย ๆ กลุ่มต่อต้านปฎิวัติแต่พวกนั้นจะแตกต่าง ตรงที่รวมกลุ่มกันแล้วทำตามอุดมคติที่สร้างขึ้น หรือมีแผนที่จะทำอะไรบางอย่าง พวกนั้นไม่อันตรายเท่าไหร่ถ้าเทียบกับกลุ่มบุพผา หาย..

ผู้อำนวยการอากิระอาไรอาวอนกับมนุษย์อย่างเราพรางถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย

มนุษย์ที่เมื่อก่อนร่วมมือกัน ตอนนี้กลับต้องมาเป็นศัตรูต่อกันเอง ต้องมาสู้กันอย่างไร้ค่า

คิดว่าบุพผามีความเกี๋ยวข้องใหม สเตล่าอยากมีส่วนร่วมในการสทนาครั้งนี้เลยเอ๋ญขึ้น

อันนี้เรายังไม่แน่ใจ” อาจารย์เนโกะกล่าว

ชายสวมผ้าคุมมีความสามารถที่แตกต่างและมีวิชาเวทที่แข็งแกร่งอย่างวิชาเขตแดนที่พวกเธอเจอ แล้วพวกมันยังมีความสามารถมากกว่านี้อีก แต่พวกเธอสามารถเอาชนะพวกมันมาได้ก่อน ก็ถือว่าโชคดีมาก นอกจากนี้ชายสวมผ้าคุมยังแตกต่างจากกลุ่มศัตรูคนอื่นมาก เป็นไปได้อยู่ว่าอาจจะมีส่วนเกี๋ยวข้องกับกลุ่มคนข้างนอกเมือง ด้วยความสามารถที่มีอย่างแข็งเกร่ง

นั้นหมายถึงบาทหลวงกับคนดูแลโบสแค่สองคนใช่ใหมครับ..ที่เป็นชายสวมผ้าคุม คานาเดะถาม

ก็ประมาณนั้น พวกมันอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ และนอกจากนี้คนดูแลโบสไม่ได้ถูกวิชาควบคุมแต่เขาสมัครใจร่วมด้วยกับบาทหลวงชิเงมูระนี่คือข้อมูลส่วนหนึ่งที่ฉันได้บอกไป

งั้นเหรอครับ น้ำเสียงเรียบจากผมทีมีสีหน้าดำมืดก่อนจะกล่าวต่อ

ท่านผู้อำนวยการรู้เรื่องนี้มานานแล้วงั้นเหรอครับ

คำถามนั้นดังขึ้นในขณะที่ทุกคนนิ่งเฉยราวกับว่าเป็นแค่คำถามทั่วไป แต่ผู้อำนวยการอากิระกับมองหน้าผมซักพักก่อนจะขยับริมฝีปากตอบกลับ

ใช่ ..ฉันได้ข้อมูลนี้มาจากหน่วยลับ..

ซึ่งหลังจากถามคำถามนั้นไปผมก็พอตะหนักได้ถึงบางสิ่ง ทั้งภารกิจที่ได้รับและการจัดตั้งทีมขึ้นเพื่อบางสิ่งผมไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมผู้อำนวยการอากิระต้องการอะไรกันแน่ เหตุผลของผู้อำนวยการคืออะไรกัน

เรื่องภารกิจเข้าจับกุมชายสวมผ้าคุม จริง ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ทีมของพวกเราทียังอ่อนหัดทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้นเลยหนิครับ!! ผมเงิยหน้าขึ้นพรางสีหน้าปกติที่เคยทำแต่เปี่ยมไปด้วยความสงสัย

เอะ!” คานาเดะสงสัย

สเตล่า คายาบะ และคานาเดะต่างก็สนใจกับคำพูดของผม เพราะจู่ จู่ ผมก็พูดอะไรแปลกออกไป จนทุกคนหันมามองที่ผม

คงจะรู้แล้วสินะ” อาจารย์มิไรกล่าวเหมือนตัวเองก็พอจะรู้ว่าทำไม

รู้อะไร หนิโอกะนายต้องการจะบอกอะไรกันแน่!” คายาบะถาม

ในขณะที่ผู้อำนวยการยืนนิ่งก่อนจะหลับตาลงซักพักเมือลืมตาขึ้นก็มองมายังผมที่กำลังอย่างมีเหตุผลต่อ

ทั้งความสามารถที่กำลังพลของพวกมันผู้อำนวยการอากิระหน้าจะรู้อยู่ก่อนหน้านี่สิครับ ..เด็กนักเรียนฝึกหัดอย่างพวกเรายังแข็งแกร่งไม่มากทั้งประสบการณ์ยังน้อย แต่ก็ยังรวมทีมพวกเราแล้วหมอบภารกิจระดับ ให้พวกเราได้ทำ ภารกิจที่ต้องเอาชีวิตเข้าแรกแบบนั้นเพราะอะไรกันครับท่านผู้อำนวยการอากิระไม่หน้าจะให้พวกเราไปเสี่ยงอันตรายแบบนั้น

จะว่าไปแล้วมันก็จริง ๆ ดิฉันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ พวกเรายังอ่อนเกินที่จะทำภารกิจระดับ แต่ทำไมถึงตัดสินใจให้ทำล่ะค่ะ น้ำเสียงสงสัยของคานาเดะ

 ที่จริงแล้วภารกิจที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้น ไม่เห็นต้องถึงมือพวกเราเลยหนิครับ

เอะ หมายความว่าไงน่ะ..

ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย?

คายาบะกับสเตล่าถามยังงงแต่จากภายนอกทั้งสองคนก็คงจะสงสัยอยู่ไม่น้อย แต่ภายในไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่แต่ก็หน้าสังเกตได้แบบผม

จำหน่วยราสที่พวกเราเจอก่อนหน้านี้ได้ใหม หน่วยลับพิเศษที่ชื่อว่า<ราส> จู่ จู่ ก็ปรากฎตัวหลังจากที่พวกเราทำภารกิจนั้นเส็จสิ้น 

จะได้สิแต่ว่าทำไมง่ะ

เอ๋ ว่าแล้วเชียวพอจะเข้าใจแล้วล่ะ คายาบาเอาหมัดตับกับมือ

หน่วยลับกำลังตามสืบหาเบาะแสเรื่องพวกชายสวมผ้าคุมอยู่และกำลังทำภารกิจนั้นอยู่ตามคำสั่งของผู้อำนวยการในก่อนที่เราจะได้ตั้งทีม ที่จริงไม่จำเป็นที่พวกเราไปทำภารกิจที่เสี่ยงอันตรายแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ ..ท่านผู้อำนวยการสามารถมอบมอบคำสั่งที่จะให้หน่วยลับพวกนั้นเข้าจับกุมชายสวมผ้าคุมตอนใหนก็ได้เพราะหน่วยลับมีฝีมือและรู้ข้อมูลของพวกมันเยอะ ที่แรกผมก็ไม่คิดว่าจะมีคนตามสืบอยู่ ตอนผมได้ตะหนักถึงประเด็นนั้น ทำไมถึงอยากให้พวกเราที่เป็นทีมที่พึ่งจะขึ้นมาอย่างอ่อนหัดอย่างพวกเราทำภารกิจนี้ด้วยล่ะครับ?” ผมพูดได้มีประเด็น เอาจริง ๆ ก่อนหน้านี้ผู้อำนวยการอากิระก็น่าจะหมอบหมายภารกิจให้กับหน่วยลับทำภารกิจพวกนั้นก่อนหน้านี้ไปแล้ว

ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ให้พวกเราไปทำภารกิจเสี่ยง ๆ แบบนั้นเลย ทั้ง ๆ ที่เขาสามารถสั่งให้หน่วยลับทำภารกิจนั้นได้ ผมเชื่อเลยว่าท่านผู้อำนวยการอากิระรู้อยู่แก่ใจและคงมีเหตุผลที่ดีก่อนจะตอบคำถามของผม

ท่านผู้อำนวยการอิกิระยืนนิ่งไปซักพักก่อนเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย

ฉันจะเริ่มตอบคำถามแรกก่อนเลยนะ ที่ฉันก่อตั้งทีมพวกเธอขึ้นก็เพราะเห็นพรสรรค์ที่พวกเธอมีทัง้ความสามารถที่โดดเด่นแถมฉลาด ถึงจะมีเพียงแค่ไม่กี่คนที่ยังขาดประสบการณ์แต่เมื่อเจอกับสถานะการณ์ตรงหน้าแล้ว พวกเธอเองก็สามารถประสานงานร่วมเป็นเดียวกันได้ดีมาก เชื่อว่าในอานาคตพวกเธอจะรวมเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากแน่ นี่คือเหตุผลที่ฉันตั้งทีมพวกเธอขึ้น

สิ้นสุดคำพูดของผู้อำนวยการอากิระทุกคนก็เหมือนจะเข้าใจเหตุผลดีผมเองก็ต้องยอมรับเลยว่าสายตาของเขาเฉียบคมจริง ๆ มองแววในอนาคตของทุกคนออกหมด สมกับเป็นผู้อำนวยการหรืออีกหน้าที่ผู้บัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองสูงสุด

แบบนี้เองเหรอครับ ถึงได้หมอบภารกิจแบบนั้นให้พวกเรา แล้วทำไมถึงตัดสินใจให้พวกเราทำภารกิจระดับ A ล่ะครับ แบบนั้นมันไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอครับ

ก็เพราะเสี่ยงฉันถึงให้โซระ มิไร และยูกิมิยะ คอยดูอยู่ห่าง ๆ จริงใหม ฉันไม่มีทางที่จะให้เด็กนักเรียนฝึกหัดอย่างพวกเธอไปเสี่ยงอันตรายทั้งแบบนั้นหรอก ยิ่งเป็นเธอด้วยแล้ว

คน ๆ นั้นคงหมายถึงผม คำพูดดีมากจนเกินคาดก่อนจะเลี่ยวมองมาทางผม เมื่อผู้อำนวยเลยกล่าวต่อ

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ฉันตัดสินใจหมอบภารกิจสำคัญนั้นให้กับพวกเธอ ก็ต้องบอกก่อนเลยว่าฉันต้องนอนคิดอยู่ทั้งคืนกว่าจะตัดสินใจได้  จะบอกอะไรให้นะ ฉันสั่งให้หน่วยราสสืบหาเบาะแสเรื่องของชายสวมผ้าคุมมาได้พักใหญ่แล้ว และหลังจากนั้นแทนที่ฉันจะสั่งให้ราสทำภารกิจนั้นเพื่อกำจัดชายสวมผ้าคุมสีแดง

กัดจัด!! หมายถึงฆ่าเลยงั้นเหรอครับ แบบนั้นมั.. คายาบะแตกตื่น

สำหรับหน่วยพิเศษอย่างราส นั้นคือหน้าที่ที่พวกเขาควรทำเพื่อเมืองนี้ ราสจะเน้นเก็บพวกที่เป็นภัยกับเมืองรวมถึงองค์กรบุพผาด้วย

..” ผมมองด้วยสายตาปกติ

ก่อนหน้านี้ฉันคิดเรื่องการตั้งทีมของเธอไว้แล้ว ด้วยโอกาสที่ฉันก่อตั้งทีมของพวกเธอฉันก็เลยตัดสินใจหมอบภารกิจแรกที่สำคัญให้กับพวกเธอ และก็ทำสำเร็จด้วยคำสั่งจับเป็น

..” ผมเพ่งสายตาและเปิดหูตั้งใจฟังยิ่งขึ้น

 

แล้วทั้งหมดนั้นคือการทดสอบ! น้ำเสียงเรียบง่ายที่ออกจากปากของผู้อำนวยการอากิระนั้นทำให้ผมและเพื่อนตกใจจนต้องออกเสียง เอ๋! หะออกมา

การทำสอบ..

คาดไม่ถึงเลยแหะ!ว่าจะทดสอบพวกเราด้วยวิธีแบบนั้น แต่ทดสอบด้วยความเป็นทีมสินะครับ คายาบะกล่าว

ถูกต้อง มันคือการทดสอบความเป็นทีมเวิกค์ของพวกเธอ การร่วมมือการเอาชนะสิ่งทีเหนือกว่า รวมถึงทดสอบศักยภาพทางกายและจิตใจ แล้วบททดสอบของฉันพวกเธอก็ทำได้ดีมากซะด้วย

แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ” คายาบะกล่าว

เพื่อน ๆ ของผมต่างตกใจ คงเป็นเพราะคาดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการอากิระจะทดสอบเราด้วยวิธีแบบนี้ แต่มันเสี่ยงเกินไปก็เท่านั้น

พวกเธอได้แสดงฝีมือให้ฉันได้เห็น ฉันเลยเชื่อว่าในวันข้างหน้าพวกเธออาจจะเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในกองกำลังก็ได้ ..แต่อย่าพึ่งได้ใจไป ..นั้นมันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ..ศัตรูและอุปสักมากมายกำลังรอคอยพวกเธออยู่ในอานาค..งั้นก็พยามเข้าล่ะ!”

ครับ/ค่ะ” ผมและเพื่อน ๆ  ต่างก็ตอบคำพูดนั้นอย่างมีมายาทที่สุด นี้เป็นเพียงแค่ก้าวแรกงั้นหรือ..? สุดยอดไปเลย ถึงจะมีอุปสักและสิ่งที่เลวร้ายขวางกั้นพวกเราอยู่ ถึงต่อให้เป็นแบบนั้นจริง ผมก็จะแกร่งขึ้นไปอีกและจะรับมือกับพวกคนที่พยามจะร้ายมนุษย์กันเองหรือปีศาจ

สิ้นสุดเสียงผมพรางคิดในใจ

การทดสอบ.. ผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ?

 

ณ ที่หน้าโรงเรียนมหาเวท

ตึกตึกเสียงฝีของใครบางคนเดินอย่างช้า ๆ  ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าโรงเรียน มือทั้งสองข้างของเขาทำหงิกให้ดูกราดเกรี้ยว มองผิวผืนเหมือนจะเป็นคนแปลก ๆ ท่าทางของเขาแปลกจากคนทั่วไป จากท่าทางการเดินอย่างนักเลงทำตัวกว้างขวางราวกับคนนิสัยแย่ ไม่มีท่าทีที่จะทำอะไรหลังจากหยุดนิ่งได้ วินาที เขาเป็นผู้ชายสีผิวขาว  ชายสูงราว 173 ซมผมสั้นสีขาว รูปร่างผอมเมื่อมองจากข้างหลัง แต่จริง ๆ ก็ผอมนั้นแหละ แถมยัง….สวมใส่เสื้อนักเรียนของโรงมหาเวท ไม่เผยใบหน้าแน่ชัดดูท่าทางเป็นเด็กนักเรียนคนนึงที่มีพิรุจมากเพราะนี้คือเวลาช่วงบ่าย จะมีเด็กนักเรียนที่ใหนไปยืนอยู่นอกโรงเรียนแบบนั้นได้

แต่งเครื่องแต่งกายนักเรียนนั้นมันบ่งบอกให้เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นนักเรียนฝึกหัดทั่วไป ช่วงไหล่ของเขาพยักขึ้นนิดหน่อยราวกับปวดเหมื่อย ดูเป็นปริศณาเมื่อไม่เห็นใบหน้าของเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมากจากใหนแต่ที่แน่ ๆ เขาเหมือนเด็กโดนเรียนซะมากกว่า แม้แต่เด็กโรงเรียนศาสตร์เวทก็ยังจะโดดอีก หลังจาโดดเรียนไปก็คงสำนึกผิดเดินกลับมา หรืออาจจะมาสายก็ได้

แล้วสิ่งทีเขาทำหลังหยุดเดินกับพยักไหล่คือการที่ เด็กหนุ่มปริศณาฉีกรอยยิ้มอย่างเกรี้ยวกราดโดยไม่เผยใบหน้าอันเป็นปริศณา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

25 ความคิดเห็น