Masamune-Oka Destiny

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 23 : คราบเรียนปฎิบัติเริ่มขึ้น!!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    16 เม.ย. 61

วันต่อมา ช่วงเวลาในห้องเรียนของโอกะและพ้องเพื่อนเต็มไปด้วยบรรยากาศที่รื่นลมจากเสียงหัวเราะคุยกันอย่างสนุกสนานในห้องเรียนในคราบตอนชั่วโมงบ่าย เมื่อมีเสียงหัวเราะกับเสียงคนคุยกันเสียงดังในห้องก็หมายความว่ายังไม่มีอาจารย์เข้ามาคุมหรือสอนเด็กนักเรียนพวกนี้ ซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องปกติธรรดาอยู่แล้วสำหรับเด็กนักเรียนถึงแม้จะเป็นโรงเรียนศาสตร์เวทที่ไม่ธรรมดาก็เถอะ

มันก็เหมือนกับโรงเรียนทั่วไปมีโตะมีอาจารย์มีชั่วโมงเรียนหรือสระว่ายน้ำ ข้อแตกต่างก็คือการใช้เวทนั้นเอง โรงเรียนเวทมนต์จะรับเด็กที่จบตอนมัธยมต้นจากโรงเรียนธรรมดาเข้าเรียนซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะเข้าเรียนได้ เพราะอย่างแรกเลยคือต้องมีพลังเวทอยู่ในตัว และไม่ใช่ทุกคนจะมีพลังเวท นั้นขึ้นอยู่กับการกำเนิดมาด้วยถ้ากำเนิดมาพร้อมกับพลังเวทก็ถือเป็นพรสรรค์ หรือเด็กบางคนพึ่งมีพลังเวทตอนอายุเยอะ ๆ หรือเด็กเกิดมาโดยไร้พลังเวทนั้นก็คงจะแย่หน่อยเพราะพวกเขาเหล่านั้นคือคนปกติธรรมดาทั่วไป แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเข้าโรงเรียนมหาเวทไม่ได้ ถ้าเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ดาบก็อาจจะถูกพิจรรณาอีกทีจากคนระดับสูง

โรงเรียนมหเวทเป็นโรงเรียนรัฐบาลไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพราะเป็นโรงเรียนที่ถูกสนับสนุกจากรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งชื่อโรงเรียนก็บ่งบอกว่าเป็นโรงเรียนฝึกใช้พลังเวทกับดาบ และจะมีอาจารย์ฝึกสอนให้ล้วนแล้วจะเป็นอาจารย์ที่เป็นนักดับหรือจอมเวทระสูงทั้งนั้น โดยจะเข้าสอนการใช้วิชาเวทและการใช้อาวุธต่อสู้หรือวิชาทั่ว ๆ ไปที่เกี๋ยวกับศาสตร์เวทมนต์ ตลอดทั้งวันเด็กนักเรียนจะมีคราบเรียนวันละ ชั่วโมงซึ่งมันเป็นมาตฐานเลยถ้าเทียบกับโรงเรียนทั่วไป สำหรับการเรียนการสอนก็ต้องบอกเลยว่าจะเรียนตามหลักสูตรหรือนอกหลักสูตรบ้างมีทั้งข้อเขียนและข้อปฎิบัติขึ้นอยู่กับอาจารย์ผู้สอน และมีกระดานสีขาวติดอยู่หน้าห้องเรียนเพื่อใช้ในการสอน แล้วจะมีการสอบข้อปฎิบัตและการเขียนด้วยเช่นกันการสอบจะสอบกลางภาคและปลายภาค

แล้วโรงเรียนมหาเวทแบบนี้ก็ยังมีการเรียนการสอนปกติเหมือนกับโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปแต่ชั่วโมงเรียนจะน้อยส่วนมากจะเน้นเรื่องศาสตร์เวท การเรียนรู้พื้นฐานของภาษา คณิตศาตร์เป็นต้น เด็กนักเรียนฝึกหัดต้องได้พื้นฐานของการเรียนการสอนปกติจากอาจารย์ศาสตร์เวทที่เชี่ยวชาญการสอนในแต่ละเวลาวิชานั้นหมายความว่าอาจารย์ศาตร์เวทไม่ได้เก่งแต่เรื่องเวทมนต์อย่างเดียวเขายังต้องเรียนรู้เรื่องวิชาปกติทั่วไปด้วย

ซึ่งการมีการเรียนการสอนปกติก็ดีสำหรับเด็กนักเรียนศาสตร์เวทจะให้ไม่ได้รับความรู้จากวิชาเรียนปกติธรรมดาได้ยังไงกัน อย่างน้อยพวกเขาก็ควรมีพื้นฐาน แล้วการเรียนการสอนจะต้องเรียนถึงอย่างน้อย 2 ปีโดยช่วงวัยก็จะอยู่ช่วง อายุ 15 -16 แล้วมากสุด 3 ปี หลังจบไปก็ได้เข้าร่วมกับกองกำลังป้องกันตนเอง หรือเด็กนักเรียนจะตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วมกองกำลังไปทำงานปกติทั่วไปหรือใช้ชีวิตไปวัน ๆ  โรงเรียนศาสตร์เวทที่ไม่ธรรมดา

ซึ่งคำว่าไม่ธรรมดาก็คงหนีไม่พ้นการใช้เวทมนต์การใช้อาวุธในการต่อสู้ โดยปกติก็จะมีคราบเวลาว่างสำหรับชั่วโมงพละที่เด็กนักเรียนจะต้องมาออกกำลังกาย แต่การออกกำลังกายนั้นจะไม่ธรรมดาเหมือนกับโรงเรียนทั่วไป เพราะมันคือการฝึกศักยภาพทางร่างกายของการใช้เวท ศาสตร์การใช้เวทพลังเวทหลายแขนงขึ้นอยู่กับอาจารย์ผู้สอน

โอกะนั่งหน้าตาเฉยอยู่บนโตะเรียนที่แสนจะเบื่อพรางคิดเรื่องในอดีตทีผ่านมา หนังตาสีดำค่อย ๆ ยกขึ้นก่อนจะทิ้งตัวนอนราบกับโตะเรียน เหมือนว่าโอกะจะมีอาการเซ็งเล็กน้อยที่ถูกลดตำแหน่ง แต่เซ็งมากกว่าการที่นั่งอยู่ในห้องเรียนว่าง ๆ ในช่วงเวทที่อาจารย์ยังไม่เข้าคาบ ทำให้รู้สึกน่าเบื่อจนอยากจะนอน

ซึ่งดวงตาของโอกะก็ไกล้จะปิดอยู่อยู่แล้ว คิดพราง ๆ อยู่ในใจพร้อมขมวดคิ้ว

จนถึงตอนนี้..เรายังแข็งแกร่งไม่พอ ..ความฝันที่อยากจะเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งเหมือนกับคุณแม่ คงจะยากกว่าที่คิดไว้ซะอีก หาย..

พรางถอนหายใจ บ่นพึมพำอยู่เพียงในใจ มันก็จริงที่เขายังอ่อนมากถ้าเทียบกับคนไม่ดีที่พยามทำร้ายกันเองแล้ว โอกะยังเทียบไม่ได้เลย เขายังต้องพบกับคนที่แข็งแกร่งอีกมากในขณะที่ตนเองต้องมานั่งเฉยโดยไม่ได้ทำอะไรเลย ระยะเวลาที่ได้เข้ามาเรียนที่นี้ก็แสนจะช้านานเหลื่อเกิน

 แล้วก็การทดสอบความสามารถของทีมพวกเรา ก็ไม่นึกเลยว่าจะให้ทำภารกิจระดับ A ..ในตอนนั้น ก็รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ

โอกะพยามนึกภาพตอนที่สู้กับบาทหลวงชิเงมูระ หรือชายสวมผ้าคุมสีแดง การกระทำกับอุดมคติของเขาคืออะไรกันแน่ ก็ยังไม่รู้อย่างแน่ชัด

บาทหลวงชิเงมระ ทำไมถึงไม่ใช้เวทเมื่อตอนนั้นกับเราล่ะ?

ระลึกภาพเหตุการณ์ช่วงเวลาแสนลำบากของโอกะที่ต้องเจอกับชาสวมผ้าคุมเพียงลำพัง ในตอนนั้นบาทหลวงชิงูระเขาใช้ความสามารถที่โดดเด่น ทั้งเป็นเวทระดับสูงที่ระดมโจมตีใส่โอกะแบบไม่ยั้ง ทำไมถึงไม่ใช้การสู้แบบนั้นกับพวกโอกะก่อนหน้านี้ หรือว่าเขาอาจจะมีพลังเวทที่จำกัด แถมใช้พลังเวทกับอันณาเขตนั้นก็เลยสูญเสียพลังเวทไปมาก

นี่ยังไม่นับวิชาที่ใช้ควบคุมคายาบะให้ขยับตามใจชอบ แต่ด้วยปรากฎหารหรืออะไรซักอย่างทำให้คายาบะไม่โดนควบคุมหัวสมองไปด้วยก็ยังพอรู้ทัน อ่านทางออก ความสามารถพวกนั้นมันเกินขีดจำและโกงมาก ไม่รู้ว่าเอาความสามารถแบบนั้นมาจากใหนกัน

คนอันตรายแบบเขาที่มีวิช้าต้องห้าม วางแผนมาแล้วอย่างดีเพื่อกำจัดเรารวมถึงพวกเพื่อน ๆ ของเรา ที่เข้ามาอยู่ในเป้าหมายสำคัญของเขา ถ้าเขาใช้ความสามารถพวกนั้นก็คงจะใช้จัดการพวกเราได้แบบไม่ต้องพึ่งมือสไนเปอร์ หรืออาณาเขตนั้นเลย ..และถ้ามีคนอยู่เบื่องหลังเรื่องนี้จริง ทำไมถึงยังไม่ปรากฏตัวออกมาอีกล่ะ หรือเป็นเพราะกำลังวางแผนอะไรอยู่..อย่างงั้นเหรอ..?!!!

รู้สึกว่าฉันจะขึ้นเป็น lv 76 แล้ว!!” คายาบะยิ้มดีใจในขณะที่กำลังเหม่อรอยคิดถึงเรื่องแบบนั้น จนต้องรู้สึกตัวแบบพรวดเดียว

..อะไรของนายน่ะ!?” ผมถามคายาบะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ  

ก็นี่ไง..!! ” หมอนั้นโชว์หน้าจอมือถือที่เปิดเกม

หะ..!” ผมเพ่งสายตามอง

ด้วยที่หมอคายาบะกำลังลงดันตีบอสในเกม RPG กับกิลด์ก็ดันเลื่อนเวลซะงั้น คายาบะก็ชอบเล่นเกมเป็นชีวิตจิตใจ เล่นแบบคายเครียดแต่ก็ไม่ได้เอาจริง ๆ เอาจังจนไม่ทำอะไรเลย ซึ่งหมอนี้แค่เล่นค่าเวลาคารออาจารย์ที่สอนในคราบนี้มาเท่านั้น

เป็นเกมใหม่ แนว RPG ต่อสู้ด้วยดาบและปลดปล่อยเวทมนต์ เป็นเกมที่สนุก ๆ สุด ๆ ไปเลย

โอกะมองอย่างเฉยเมยเหมือนคนไร้ชีวิตชีวา พรางฟังคายาบะกล่าวไปพราง ๆ ในขณะที่ตัวเขาก็ดูสนใจเหมือนกัน

ฉันรู้น่า เป็นเวอร์ชั่ว MMO ฉันมีแผ่นเกมอยู่ที่บ้านเยอะเลยล่ะแบบนี้ แต่มันเป็นเกมที่เล่นในคอมพิวเตอร์ ส่วนของนายเล่นในมือถือ แต่ยังก็ไม่สนุกเท่ากับที่เล่นใน PC หรอก!”

เฮ๋ ไม่ยักกะรู้..ว่านายก็เป็นพวกที่ชอบเล่นเกมเหมือนกันนี่!” คายาบะพูดด้วยด้วยสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

“..!” โอกะเงียบกริบแล้วมองด้วยสายตาเย็นชา

งั้นว่าง ๆ ไปเล่นด้วยกันใหมที่บ้านของฉัน” เขาชักชวนโอกะที่เหงาหงอยอยู่บ้านคนเดียว

ปกติแล้วบ้านของโอกะก็เงียบเชียบอยู่แล้ว เพราะไม่มีคนอยู่ พ่อของเขาออกไปทำงานเหมือนคนปกติธรรมดาในต่างเมืองของเขตอื่น ซึ่งจะไม่มีใครอยู่บ้าน โอกะที่กลับมาบ้านจะอยู่เพียงตัวคนเดียวโดยพ่อของเขาจะส่งเงินมาให้ทุกเดินผ่านบัญชีธนาคาร และแน่นอนโอกะอาจจะเหงาและเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้โอกะได้รู้จักเกม

งั้นไว้ว่างจริง ๆ ล่ะกันนะ ช่วงนี้ฉันอยากจะนอนพักอยู่กับบ้านน่ะ  

งั้นเหรอ..แล้วเธอล่ะสเตล่า” คายาบะบอกด้วยทีท่าบอกปกติ

คายาบะหันหน้าไปทางสเตล่าที่นอนก้มหน้าติดกับโตะเรียนอย่างไม่สบอารมณ์ มองจากข้างนอกก็รู้เลยว่าเธอเหมือนจะกำลังหลับ ก่อนจะเงิยหน้าขึ้นด้วยดวงตาที่หลับ กับสีหน้าที่เหมือนคนอดหลับอดนอน พรางเสียงพูดที่เหมือนคนจะไม่มีแรง

..อะไรเหรอ!!”

เอ๋..!!” คายาบะตกใจ

““เอ๋ ไอ้ใบหน้าแบบนั่น นั้นมันอะไรกัน!?” โอกะรู้สึกตกใจกับใบหน้าของสเตล่าที่ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน

ซึ่งทำให้คายาบะกับโอกะที่กำลังนั่งอยู่บนโตะชิ่ว ๆ ตกใจที่เห็นใบหน้าที่ไร้ชีวิตชีวาเหมือนกับคนอดหลับอดนอน ที่เธอเป็นแบบนี้ก็คงมีเพียงแค่คำตอบเดียวก็คือ เมื่อคืนเธอไม่ได้นอนแน่ ๆ รางสังหรณ์ในใจของคายาบะกับโอกะก็บอกได้เลยว่า สเตล่าอดหลับอดนอนมาจริง ๆ

 นี่ เธอไปอดหลับอดนอนมาจากใหนเนี่ย!!”

“..” ในขณะที่โอกะทำสีหน้าไม่แปลกใจเลย

สเตล่าทำเสียงคราง หื่อ.. เหมือนคนที่ง่วงนอนเต็มพิกัดจัดสลึมสลือแบบนั้น ดํจากท่าทางแล้วเมื่อคืนคงหนักจริง ๆ

หื่..เมื่อวานตอนเย็นฉันดูอนิเมะตลอดทั้งคืน ก็เลยไม่ได้นอน แต่มันก็สนุกมาก ๆ พระเอกกับนางเอกมีอะไรด้วยการในตอนจบ ฟิน!” สิ้นสุดคำพูดเธอก็ทำสีหน้าที่ฟินจนเลือดกำดาวใหลออกมา

มันเกินคำบรรยายจริง ๆ สำหรับอนิเมะแนวรัก ๆ ไคร่ ซึ่งก็ทำให้คายาบะกับโอกะทึ่งไปเลย ไม่คิดว่าแค่อนิเมะแนวรัก ๆ จะทำให้สเตล่า เคลื้อมได้ขนาดนี้

เย้ย!! มันจะฟินขนาดนั้นเลยเหรอ..? แค่อนิเมะรัก ๆ เนี่ยนะ ฉันดูมาหลายเรื่องแล้วไม่เห็นเป็นแบบเธอเลยนิ ทำไมกัน!!?”

อนิ..เมะแนว..วายจ๊ะ..”

วายงั้นเหรอ!! ,มิน่าล่ะถึงเคลื่อมได้ขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยแหะ!”

นั้นสิ!” โอกะอือออตามคายาบะ

สเตล่าจะทำหน้าแบบนั้นก่อนจะทำสีหน้าแบบคนที่ไร้ชีวิตชีวาอีกครั้ง ทางคานาเดะก็นั่งนิ่ง ๆ อยู่บ่นโตะ เอามือเท้าคาง มองไปยังกระดานบอดที่อยู่หน้าชั้นเรียน

เมื่อโอกะมองคานาเดะที่นั่งอยู่ทางขวามือเกือบท้ายสุดของห้อง สายตาจับจ้องใบหน้าข้างคานาเดะอย่างประทับใจ ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย ในขณะที่เธอเหมือนจะเหม่อลอยอยู่เหมือนกับโอกะในก่อนหน้านี้

ไม่นานนักเสียงเลื่อนประตูห้องเรียนก็ดังขึ้น คลื่นอาจารย์ที่สอนในวิชานี้ปรากฏตัว นักเรียนที่ต่างก็นั่งเล่นกันในห้องเรียนก็นั่งอยู่กับที่ เมื่ออาจารย์สอนวิชาดาบ นามิคาเสะ มิไร ก้าวเดินเข้ามาในห้อง อย่างเฉยเมย

สวัสดีนักเรียนทุกคน ..ขอโทษที่ให้รอกันนาน พอดีติดทุระอยู่ก็เลยมาสอนช้าหน่อยนะ” สิ้นสุดคำพูด มิไรกวาดสายตามองนักเรียนทุกคนที่อยู่ในห้อง ก่อนจะเพ่งมองที่คานาเดะที่กำลังเหม่อลอยอยู่

นามิคาเสะ มิไร มองด้วยสายตาเฉยเมย นิ่ง ๆ ใบหน้าเย็นชาก่อนจะ กระแอม ขยับริมฝีปากกล่าวต่อ

เอาล่ะ..! สำหรับคาบเรียนที่ผ่านมาได้เรียนรู้จากตำราหนังสือกันมาต่อเนื่องแล้ว คิดว่านักเรียนทุกคนคงจะเข้าใจพื้นฐานกันแล้ว

มิไรยืนนิ่งในขณะที่ทั้งห้องเรียนตั้งใจฟังเขา

ซึ่งการเรียนในตำราขอหยุดไว้เพียงแค่นี้ก่อน ..การที่จะเข้าใจแก่นแท้ของวิชาควรจะต้องรู้เนื้อแท้ของมันซะก่อน เพราะฉะนั้นคาบนี้เราจะออกไปฝึกปฎิบัติกันนอกห้องเรียน

สิ้นสุดคำพูดเด็ก ๆ ทุกคนในห้องเรียนต่างก็วิจารย์ด้วยน้ำเสียงดีใจยิ้มแย้มแจ่มใส ที่จะได้เรียนรู้จากการใช้กำลัง

เรื่องการใช้ร่างกายออกกำลังสินะ ได้ทำกิจกรรมธรรมดาเหมือนกับโรงเรียนปกติทั่วไปซักที” คายาบะกล่าวเข้าใจในแบบของตัวเอง

กิจกรรมที่ทำธรรมดางั้นเหรอ.. อยากรู้เหมือนกันว่าอาจารย์มิไรจะให้ทำอะไร” โอกะดีใจ

ไปเปลื่ยนเสื้อ แล้วเจอกันที่สนามหน้าโรงเรียน!!” มิไรกล่าวก่อนจะเดินออกจากโตะของอาจารย์

สุดยอด ได้ทำอะไรที่ธรรมดาแล้ว

เจ๋งสิ งานนี้!!

นักเรียนคนอื่นในห้องต่างพูดขึ้นด้วยความดีอกดีใจ มิไรที่เกือบจะเดินออกจาห้องแล้วหยุดตรงหน้าประตู ในขณะที่นักเรียนทุกคนส่งเสียงดีพูดคุยกัน

แล้วก็…..อย่ามาช้าซะล่ะ” 

หลังจากที่นักเรียนในห้อง เปลื่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดออกกำลังกาย หรือการทำกิจกรรม ทุกคนก็มารวมกันที่สนามหน้าโรงเรียน สนามใหญ่มีพื้นที่เป็นพลาสติกที่ประกอบหลายชิ้นบางรวมกันเป็นสนามใหญ่ สีแดงดำ จะใช้เนืองในโอกาสการออกกำลังกาย การฝึกซ้อม หรือการจัดการแข็งขันกีฬาในโรงเรียน ไม่เว้นการต่อสู้  เวลาล้มจะไม่ค่อยรู้สึกเจ็บ ก็คล้าย ๆ กับสนามฟุตบอล

จากที่ทุกคนมาร่วมกันครบแล้ว พวกเพื่อน ๆ ที่สนิทกับโอกะ อย่างคานาเดะ สเตล่า และคายาบะ ต่างก็ค่อย ๆ เดินมาช้า ๆ พร้อมกับโอกะที่เดินอย่างสง่าในเสื้อวอมกางเกงวอมสั้นสีน้ำเงิน ใส่แล้วเท่ สบาย ถึงจะคับให้ชุดรัดกุม ก็เพื่อการเคลื่อนใหวที่สะดวก

คานาเดะที่เดินตามหลังดว้ยสีหน้าปกติ กล่าวถามสเตล่าที่เดินข้าง ๆ

เป็นชุดวอมที่รัดกุมจริง ๆ เลยนะ สเต่ลา

นั้นสิ แต่ก็เพื่อการโชว์ศักยภาพที่มีให้สุด แถมยังสวมใส่สบาย” เธอยิ้ม

งั้นเหรอ .. คานาเดะยิ้มตอบกลับด้วยสีหน้ามุ้งมิ้ง

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า แต่มันอยู่ที่ร่างกายกับความขีดจำกัด ที่นามิคาเสะ มิไร เรียกมาคงจะอยากโชว์ความสามารถทางกายภาพจริง ๆ ถึงอาจารย์ มิไร จะไม่ใส่ด้วยก็เถอะ

พวกเด็กเดินมาถึงที่แล้ว ก็สังเกตได้ว่ามีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ข้าง ๆ อาจารย์ นามิคาเสะ มิไร ซึ่งเธอมีหน้าตาที่เด็กมาก สวยน่ารัก ที่จริงแล้วเธอก็คือ อาโออิ จอมเวทชั้นสูงสุด ทีสอนความรู้เรื่องเวทมนต์ให้กับคานาเดะเป็นการส่วนตัว กับอาจารย์มิไรที่สอนวิชาดาบให้ ก็อย่างที่เห็นก่อนหน้านี้ คานาเดะตอนที่สู้กับโอกะ และชายสวมผ้าคุม เธอก็ใช้ดาบที่เป็นอาวุธในการต่อสู้ระยะประชิดเข้าสู้ในที่สุดอย่างร้ายกาจ ก็คือไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับสายเวทมนต์อย่างเธอที่ใช้ดาบสู้กับคนที่แกร่งกว่า

ฉันพร้อมแล้วล่ะที่จะโชว์ความสามารถของวัยรุ่นให้พวกอาจารย์ได้เห็น คายาบะพูดลอย ๆ ทั้งที่ในใจลึก ๆ ก็ไม่มั่นใจ พรางเหงื่อตกเล็กน้อย

งั้นก็มาพยามด้วยกัน โอกะกำหมัดพร้อมสีหน้าที่ดูมั่นใจมาก

นักเรียนฝึกหัดห้อง พร้อมที่จะแสดงความสามารถแล้ว ในขณะที่มิไรยืนนิ่งกวาดสายตามองนักเรียนที่มีสีหน้าพร้อมอย่างเต็มที่ ซึ่งตัวมิไรก็ยังทำหน้าเฉยเมย ก่อนจะค่อย ๆ เอ๋ยขึ้นเป็นลำดับ

เอาล่ะ ในเมื่อกันครบแล้ว ฉันจะอธิบายการเรียนปฎิบัติในครั้งนี้เลยก็แล้วกัน มิไรมอง

แต่ก่อนหน้านั้น ฉันจะขอพูดอะไรก่อน ตอนที่พวกเธอเรียนโรงเรียนมัธยมต้นปกติ ก็คงจะได้ทดสอบศักยภาพทางกายภาพแล้วใช่ใหม?” มิไรถามเตื่อนใจ

ปกติแล้วโรงเรียนมัญยมธรรมดาก่อนที่จะมาเรียนในโรงเรียนมหาเวทตอนจบ มัธยม 3 แน่นอนว่าในชั่วโมงพละศึกษาจะมีการทดสอบเรื่องนั้นทุก ๆ เทอม อยู่แล้ว

กระทรวงการศึกษาก็มักจะทำให้แบบนั้นอยู่แล้วเป็นกิจวัติประจำเทอม แบบนั้นอาจจะน่าเบื่อไปสำหรับการไม่ใช่พลัง” มิไรถอนหายใจเล็กน้อย แล้วชูนาฬิกาจับเวลาให้นักเรียนได้เห็น

ก่อนจะขมวดคิ้วหเป็นพิธี แล้วพูดต่อ

นี่คือการทดสอบความสามารถทางกายภาพของพวกเธอ ดีล่ะ..

มิไรก้มหน้าลงเล็กน้อยพรางยิ้มกลิ่ม

ใครที่ดวงไม่ดีคะแนนต่ำสุดจะมาติดอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตฐาน และต้องโดนไล่ออกในทันที!! สิ้นสุดคำพูด เด็กนักเรียนทุกคนต่างตกใจกันโอละมาด

ต้องร้องเสียงอุทาน เอ๋!! ออกมากันปากต่อปาก

ไล่ออกเลยงั้นเหรอ แบบนี้มันเกินไปนะ!

แย่สิแบบนั้น!

แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ!!?”

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!

ไม่จริงใช่ใหมเนี่ย โดนไล่ออก!!

ส่วนอาจารย์อาโออิที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ กับอาจารย์มิไรได้ซักพักแล้ว จึงฉีกยิ้มก่อนจะเอ๋ยขึ้นว่า

พวกอาจารย์อย่างพวกเรามีสิทธิในการประเมินนักเรียนอย่างอิสระ เพราะฉะนั้นทำให้ดีก็แล้วกัน” อาจารย์อาโออิที่มือถือกระดานบอร์ดที่มีกระดาษอยู่ข้างบน ซึ่งมันคือตารางวัดผลความสามารถของนักเรียน แน่นอนว่ามีการทดสอบแน่ ๆ ขณะที่มิไรเงิยหน้าขึ้นเขาก็พูดต่อ

เด็กนักเรียนหลายคนต่างแตกตื่น แล้วแสดงความคิดเห็นในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งนักเรียนทุกคนไม่คาดคิดเลยว่า นามิคาเสะ มิไร อาจารย์สอนวิชานักดาบแถมยังเป็นครูประจำชั้น จะตั้งกฎเกณฑ์แบบนั้นได้ นามิคาเสะ มิไร ที่ไต่ตองคิดมาอย่างดีที่จะให้นักเรียนทุกคนได้พยามอย่างสุดกำลังสำหรับการทดสอบในครั้งนี้

 

บนห้องผู้อำนวยการอากิระ ขณะเขายืนมองแย้งผ้าออกกำลังมองนักเรียนผ่าหน้าตาจากในห้อง ซึ่งอากิระเอง ก็เข้าใจดีเลยว่ามิไรคิดจะทำอะไรกับพวกเด็ก ๆ เพราะเขารู้จัก นามิคาเสะ มิไร ดีว่าเป็นคนยังไง ผู้อำนวยการอากิระรู้ดีว่ามิไรจะทดสอบก่อนหน้านี้

เริ่มแล้วงั้นเหรอ ..หึ..ยังคงทำในแบบที่ตัวเองต้องการอยู่อีกสินะ  ..มิไร” เขายิ้ม

 

 

อะอะไรกันเนี่ย!” คายาบะบ่นเบา ๆ ที่ลำคอ

เงียบ ๆ ก่อนทุกคน ฟังฉันพูดให้จบ การแข่งครั้งนี้จะเป็นการทดสอบทางร่างกายและอาจจะฝึกสอนเรื่องวิชาดาบ

การวิ่งแข่ง 100 เมตร ทำเวลาให้เร็วที่สุด โดยจะวิ่งเป็นคู่

ทดสอบพลังเวี่ยงของแขนด้วยลูกตุ้มเหล็ก

การใช้ดาบฟันฝ่าอุปสักรอบตัว แล้วจัดการหุ่นกระบอกไม้ให้ได้ ในเวลาที่กำหนด

การต่อสู้ประชิดตัว โดยต้องล้มผู้ต่อสู้ให้ได้จนกว่าเขาจะยอมแพ้ หรือทำให้ออกจากสนาม

แล้วใครที่ไม่ผ่านก็เตรียมใจเอาไว้ได้เลย มิไรกล่าวแล้วมองโอกะไปพราง ๆ สายตา

ซึ่งโอกะที่เห็นว่ามิไรมอง เขาเองก็รู้สึกว่ามิไรกำลังเพ่งเล็งตัวโอกะอยู่ ว่าตัว มาซามูเนะ โอกะ จะทำได้ดีหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าโอกะจะทำได้แย่ นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง สายตาที่เพ่งเล็งโอกะเมื่อกี้ดูเหมือนจะมีการดูถูกเล็กน้อย ในใจก็อยากจะรู้ว่าโอกะจะทำได้หรือเปล่า พรางประมาณว่าอยากจะทดสอบเต็มทีแล้ว ปกติแล้วมิไรก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว บางคัร้งก็เบี่ยงหน้าหนีด้วยสีใบหน้านิ่ง ๆ แล้วไปอ่านหนังสือที่ซื้อมาอย่างสง่า

จากที่อาจารย์มิได้เอาเทปมาเเปะเป็นอาณาเขตการทดสอบทั้งหมดแล้ว มิไรก็ดูเหมือนจะต้องเหนือยเพราะเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ต้องทำถึงจะน่าเบื่อ การทดสอบจะเริ่มทดสอบทีละสองคนโดยจะแข่งกันว่าใครที่จะเข้าสู่เส้นชัยก่อน ซึ่งจะจับเวลาที่วิ่งไว้ด้วยนาฬิกาของนามิคาเสะ มิไรนั้นเอง ระยะทางเพียง 100 เมตร สำหรับพวกเด็กนักเรียนแล้วมันก็ต้องวัดกันด้วยความเร็ว พร้อมแข่งขันกันเองในห้องเพื่อจะได้ทดสอบผ่าน

การทดสอบคงจะทำให้ใครหลายคนสั่นค้อนอยู่พอตัวเลยทีเดียว นั้นก็เพราะว่าก่อนหน้านั้น นามิคาเสะ มิไร ได้พูดคำพูดที่เด็จขาดไปแล้วว่า ถ้าใครไม่ถึงเกณฑ์มาตฐานที่เขากำหนดแล้ว เงื่อนไขคือเด็กนักเรียนคนนั้นจะถูกไล่จากโรงเรียนมหาเวทในทันที แบบนั้นถึงจะโหดร้ายเกินไป มันก็คือการทดสอบเพื่อวัดความสามารถจริง ๆ ของนักเรียนฝึกหัด โรงเรียนต้องการจะสอนใหเพวกเด็ก ๆ มีฝีมือจริง ๆ ถ้าพอถึงสถานการณ์ที่เสี่ยงแล้วล่ะก็จะต้องหาทางแก้ปัญหาให้ไว และเอาชนะมันให้ได้ ซึ่งจะต้องมีความที่มีความสามารถ แม้จะมีการถูกไล่ออกเป็นเดิมพันธ์แล้ว ก็เชื่อว่าหลายคนคงจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ  

ดังนั้นแล้วถ้าจะมีใครที่ต้องยอมแพ้แล้วล่ะก็ ก่อนหน้านี้จะไม่มีทางสมัครเรียนที่นี้ได้อย่างแน่นอน ใครจะไปยอมแพ้กันล่ะ มีแต่จะต้องสู้อย่างสุดกำลัง การเดิมพันในครั้งนี้ จะไม่มีใครยอมใครย้าย ๆ ทุก ๆ คนในห้องต้องมาแย่งชิงกันเพื่อความอยู่รอด ไม่มีการยอมกัน ไม่มีการออมมือ และจะไม่มีความเห็นใจเกิดขึ้น

แบบนี้เองสินะ การทดสอบนี้ มันคือการเดิมพันธุ์ชะตากรรมของทุกคน

โอกะค่ำครวญคิดอยู่เพียงใจ การที่โอกะเริ่มคิดแบบนี้ก็คือ อาจจะหมายถึงการเอาตัวรอด จะไม่มีการช่วยเหลือกันและกันในการทดสอบนี้ เพื่อความอยู่รอด

งานนี้คงไม่มีความเห็นใจกันแล้วนะ โอกะ ฉันไม่ออมมือให้ใครทั้งนั้น ถึงในใจลึก ๆ ไม่อยากจะทำก็เถอะนะ” คายาบะเอ๋ยขึ้นด้วยสีหน้าที่มั่นใจมากกว่าเดิม

มันคือสิ่งที่แฝงมากับบททดสอบ เพื่อน ๆ ของโอกะที่อยู่รอบ ๆ คานาเดะ สเตล่า คายาบะ โซระ และริวจิ กับฮานาบิเพื่อนที่เป็นคู่กัดอันดับหนึ่งของสเตล่า สีหน้าของพวกเขาดูมัวมองพรางเคร่งเครียดเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้มากกว่า ริวจิที่ดูกังวลอยู่เพียงในใจว่า จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์แบบนี้ไปได้อย่างไร ก็เพราะริวจินั้นไม่มีความมั่นใจในตัวเองก็เลยต้องจมปักอยู่แบบนั้น

การทดสอบวิ่ง 100 เมตร ก็คงจะเข้าใจกันดีแล้วสินะ ..ที่นี้คือโรงเรียนมหเวท ดังนั้นแล้ว ใช้ทุกอย่างที่ตัวเองมีทำเวลาให้ไวที่สุด เท่าที่จะทำได้

ทำทุกอย่าง ก็แสดงว่า แน่นอนว่าใช้พลังเวทได้” คานาเดะกล่าว

ถูกต้อง ขอให้วิ่งถึงจุดหมายเท่านั้น ผลจะออกมาเป็นยังไง ก็ขึ้นอยู่กับพวกเธอเอง” มิไรฉีกยิ้มพรางจับผ้าพันคอสีแดงที่คอ

 

วิ่งระยะทาง 100 เมตร ทำเวลา!!

การทดสอบแรกคือการวิ่งระยะ 100 เมตร อย่างที่บอกอาจไกลหน่อย แต่ก็ต้องพยามทำเวลาให้ได้ ส่วนสองคนแรกที่พร้อมก็คือ สเตล่ากับฮานาบิ ซึ่งทั้งสองเตรียมพร้อมกันในจุดสตาทร์ออกตัวทีมีแป้นเหล็กไว้เหยียบเพื่อการวิ่งออกตัวไปข้างหน้า

อาจารย์มิไรกับอาโออิเองต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเอง ตัวอาจารย์มิไร จะเป็ฯคนจับเวลาส่วนอาจารย์อาโออิ จะเป็นคนที่ประเมินคะแนนของนักเรียน

แล้วเมื่อทั้งสองคนพร้อมแล้ว

เตรียมพร้อมแล้ว ระวัง..ไป!” สิ้นสุดคำพูดของอาจารย์มิไร

สเตล่ากับฮานาบิที่เป็นคู่แข่งตลอดการกันมาตลอดก็ไม่คิดจะยอมกันง่าย ๆ  ก่อนออกตัวทั้งสองทำหน้าดูถูกและกวน ๆ เมื่อเธอสองคนออกตัวพร้อมกันด้วยความเร็วที่เป็นขีดจำกัดของพวกเธอ หลงเหลือให้แต่เศษฝุ่นที่ตะหลบไปข้างหลัง พวกเธอพยามขยี้หน้าใส่กันขณะวิ่ง ฮานาบิพยามวิ่งแซง แต่ก็โดนสเตล่า แซงกลับ พรางน้ำเสียงคำรามในคอทั้งคู่ พวกเธอไม่มีใครยอมใคร จนในที่สุด ก็วิ่งถึงเส้นชัยพร้อมกันพอดี

เวลา 12:32 วินาที

เสมอกัน” สเตล่าพูด

หึ!” ทั้งสองออกเสียงพร้อมกัน พร้อมทำหน้าเชิดใส่กัน

ตามมาด้วยคู่ถัดไป ริวจิกับเด็กนักเรียนใหม่เหมือนโอกะ ชายผมสีขาว ดูไม่เลวเลยที่เดียว

เตรียมพร้อมแล้ว ระวัง..ไป!”

ริวจิกับเด็กใหม่ชื่อชิโด้ออกวิ่งพร้อมกันด้วยความเร็วสูง เมื่อชิโด้ที่วิ่งตามหลัง ยิ้มกลิ่มก่อนจะใช้พลังเวท <speed physical> สามารถเพื่มความเร็วทามกายภาพได้ X2 เมื่อล่ายแล้วจะมีประกายแสงสีเขียวสะเก็ดทั่วร่างกาย ก่อนจะวิ่งนำโด่งด้วยความเร็วสูงแซงขณะริวจิที่กำลังจะใช้เวทวิ่งเร็วกระโดดอยู่ในขณะนั้น แต่ก็ช้าเกินไป ชิโด้ที่เข้าสเน้ชัยได้ก่อนเป็นผู้ชนะใน

เวลา 10:63 วินาที

 แล้วตามมาด้วยคู่ถัดไป คายาบะกับโซระ ดูเหมือนว่าทั้งสองจะมีสีหน้าที่มั่นใจเหมือนกันเดะ แต่คนละอารมณ์เท่านั้น

ฉันไม่ออมมือให้หรอกนะ” คายาบะบอกโซระพรางวอมร่างกายให้พร้อมก่อนวิ่ง

ในขณะที่โซระดันแว่นขึ้นในขณะที่ยืนอยู่อย่างสง่าราวกับเจ้าชายรูปงาม แว่นของเขาเป็นประกายเงาวับ

ทางนี้เองก็ด้วยเช่นกันครับ!”

เตรียมพร้อมแล้ว ระวัง..ไป!”

ทั้งสองคนนี้ใชความเร็วพอ ๆ กันด้วยเวท <Best running physicalกันทั้งคู่ เมื่อวิ่งเหยีบเท้าลงกับพื้นก็จะมีวงเวทปรากฎขึ้นใต้เท้าก่อนจะเพื่มความเร็วกับกระโดดให้กับผู้ใช้ วงเวทของคายาบะจะเป็นสีแดง ส่วนของโซระจะเป็น วงเวทสีฟ้าอ่อน ทว่าทั้งสองคนก็เร็วพอ ๆ กันพรางหายใจหอบ ๆ จากจุดสตาทร์วิ่งมาถึงนี้ทั้งสองคนถือว่าเป็นมากแล้ว และสูสี ทว่า

สูญเสียสมดุล..

คายาบะที่วิ่งมาอย่างเท่ก่อนหน้านั้น กลับหัวทิ้มกิ้งไปกับพื้นจนถูกโซระแซงจนเข้าเส้นชัย ในขณะที่คายาบะลุกขึ้นแล้วตามหลังมาติด ๆ

เวลา 8:89 วินาที เวลาที่โซระทำได้

เวลา 9:80 วินาที เวลาที่คายาบะทำได้ไป

และแล้วก็มาถึงคู่ทีเด็จในงานนี้ ทั้งสองคนเคยสู้ด้วยกันมาแล้วตอนเจอกันเป็นวันแรก นักดาบ มาซามูเนะ โอกะ กับ นักเวท อาโอฮาชิ คานาเดะ เมื่อทั้งสองคนก้าวเข้ามาในจุดยืนของตัวเอง โอกะกับคานาเดะมองหน้ากันไปพราง ๆ ด้วยรอยยิ้ม

การเดิมพันในครั้งนี้ ไม่จำเป็นต้องออมมือให้ฉันก็ได้นะคานาเดะ” โอกะพูดลอย ๆ

คำถามนั้นเข้าหูคานาเดะ สีหน้ามั่นใจของคานาเดะ มันทำให้โอกะเกรงมาก ขณะที่เขายังมีสีหน้าที่ดี ๆ อยู่ แต่ว่าเธอก็ยังยิ้มอยู่เหมือนเดิม ก่อนจะพูดขึ้น

เห๋เอาจริงเหรอ” คานาเดะที่เห็นใจโอกะมันจึงขัดกับความคิดเธอเล็กน้อย

ซึ่งตัวคานาเดะเองก็ไม่อยากจะเอาจริง ๆ โอกะ เลย เพราะว่าโอกะเป็นคนที่น่าสนใจสำหรับเธอแล้ว

ไม่ต้องห่วงหรอก ความเร็วของฉันไม่แพ้เธออยู่แล้ว” โอกะพูดดูมั่นใจ

 งั้นก็ได้ ในเมื่อนายพูดแบบนั้นแล้ว!” คานาเดะเข้าที่พร้อมที่จะลุยพรางมองโอกะด้านข้าง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

25 ความคิดเห็น