ตอนที่ 1 : Won’t Betray the Gourmet Food, Cannon Fodder Gong[top]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

เป็นอีกครั้งที่ขนมเค้กถูกนำออกมาจากเตาอบ หัวหน้าเจ้าบีบหัวไหล่ที่เจ็บของเขาและมองไปยังผู้คนที่อยู่รอบๆ ส่วนใหญ่พวกเขาจมจ่อมอยู่กับตัวเองและดูเหมือนกำลังยุ่ง เขาคิดว่าบรรยากาศในครัววันนี้ช่างน่าเบื่อหน่าย

เขามองขึ้นไปที่นาฬิกาบนผนังและมันก็เป็นเวลาสี่โมงเย็นเรียบร้อยแล้ว น่าสงสัย หัวหน้าเจ้ามองไปรอบๆ ไม่เห็นมีเสียงดังเหมือนตามปกติ ความสงสัยเพิ่มมากขึ้นในหัวใจของเขา

เขาสะกิดเด็กฝึกงานข้างๆด้วยข้อศอก หัวหน้าเจ้าถาม “เสี่ยวโจว เจ้าเด็กโง่เว่ยหาน ฉันไม่เห็นแม้แต่เงาเลยวันนี้ ปกติเขาต้องมาป้วนเปี้ยนในสายตาฉันสิ แล้วนี่อะไร หรือว่าวันนี้เขาขี้เกียจเกินไปเลยไม่มาทำงานงั้นเหรอ?”

เสี่ยวโจวถูกครอบงำโดยคำอ่อนไหวสองคำเว่ยหานขนลุกพรึ่บตั้งแต่หัวจรดเท้าและลดเสียงของเขาลง “ชู่!! หัวหน้าเจ้า คุณควรเบาเสียงลงหน่อย ระวังอย่าให้ผู้จัดการได้ยิน คุณไม่สามารถพูดถึงพี่เว่ยได้ เขาคือสิ่งต้องห้าม”

“เจ้าเด็กโง่กลายเป็นสิ่งต้องห้าม?” หัวหน้าเจ้าฟังแล้วเหลอหลา

เสี่ยวโจวถอนหายใจ “เฮ้อ หัวหน้าเจ้า คุณไม่ได้อยู่ที่ร้านเมื่อวาน ไม่สงสัยเลยที่จะไม่รู้เรื่อง พี่เว่ยถูกผู้จัดการจอมงกของเราไล่ออกน่ะสิ ทั้งสองยังไปสถานีตำรวจด้วย”

“อะไรนะ? เกิดอะไรขึ้น? บอกมาเร็วๆสิ”

เสี่ยวโจวพยักหน้าและพูดใกล้ๆหูหัวหน้าเจ้า “เมื่อวานตอนเช้า เพื่อนพี่เว่ยมาหาเขา พี่เว่ยรีบวางงานที่ทำอยู่และเดินไปหาอย่างร่าเริงอยู่หรอก ต่อจากนั้นไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่หลังจากผู้ชายคนนั้นกลับไป พี่เว่ยก็รีบวิ่งเข้าไปในครัวของเรา หน้าของเขาซีดมากและเขาก็คว้าเค้กที่ยังทำไม่เสร็จไว้และก็กัดมัน เขากินมันหมดในเวลาไม่นาน และก็เริ่มกินชิ้นต่อไป”

หัวหน้าเจ้าตะลึงไปครู่หนึ่ง “เขาจะอดตายขึ้นมากะทันหัน หรือว่าผีหิวโหยเข้าสิงเขางั้นเหรอ?”

“อืม...น่าจะ”

“ยังไงก็เถอะ ไม่ว่าจะเป็นเค้ก บิสกิต ทาร์ตไข่ หรือว่าพิซซ่า อะไรก็ตามที่พี่เว่ยเห็น เขากินทั้งหมดเลย ทุกคนพากันตกใจและพยายามหยุดเขา แต่ไม่รู้เขาไปเอาพละกำลังมาจากไหน พวกเราไม่สามารถหยุดเขาได้เลย” เสี่ยวโจวเล่า

ในเวลานี้ หัวหน้าเจ้าขำไม่ออกและเบิกตากว้าง “นี่มัน... เสี่ยวเว่ยทำจริงๆน่ะเหรอ? เท่าที่เห็น เขาเป็นคนซื่อตรงและซื่อสัตย์มาตลอดนะ แม้ว่าตอนเขาจะถูกผู้จัดการจอมงกของพวกเราจิกหัว เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา หัวเมล็ดแตงโม ไม่มีกล้ามเนื้อ เขาโง่จะตาย”

ในความประทับใจของหัวหน้าเจ้า เว่ยหานไม่เคยมาสาย ทำงานหนักและกระตือรือร้น นอกจากนี้ตอนทำเค้กและทำขนมเขายังช่วยเช็ดโต๊ะและตู้และทำความสะอาดห้องครัวอยู่เสมอ เขาเป็นเด็กที่คึกคักในห้องครัวและไม่เคยอู้

มีหลายครั้งที่ผู้จัดการใช้งานเว่ยหานฟรีๆ ไม่เพียงแค่ให้เขาทำงานล่วงเวลาเท่านั้น แต่ยังสั่งให้เขาทำงานที่น่าเบื่อหน่าย และยังจงใจหักค่าจ้างของเขาอีกด้วย เว่ยหานหัวเราะแหะๆและไม่ได้บ่นอะไร ใครจะรู้ว่าเขาโง่จริงๆหรือว่าแกล้งโง่กันแน่

“ผมยังพูดไม่จบนะ มันยังมีอีก! ต่อจากนั้นผู้จัดการก็รีบเร่งมาและเมื่อพี่เว่ยเห็นผู้จัดการ ท่าทีเขาก็เปลี่ยนทันที เขาตะโกนออกมาว่าเขาจะลาออก และยังตะโกนความขับข้องใจในหลายปีที่ผ่านมาด้วย พูดว่าความโหดเหี้ยมกลัวความไม่มีเหตุผล ความไม่มีเหตุผลกลัวความบ้าบิ่น ความบ้าบิ่นกลัวการไม่อยากมีชีวิตอยู่ผู้จัดการโกรธจนลูกตาแทบถลนออกมา แต่เขาก็ไม่กล้าที่จะก้าวเข้าไป ท้ายที่สุดเขาก็เรียกตำรวจและเรื่องทุกอย่างก็ถูกสงบลง”

หลังจากที่ได้ฟังเสี่ยวโจวเล่ามา หัวหน้าเจ้าก็ถอนหายใจยาว “แม่มันร่วงเถอะ ฉันไม่อยากจะเชื่อว่าเสี่ยวเว่ย คนที่อดทนมาอย่างยาวนาน.... ดูเหมือนเขาจะไม่ได้โง่นะ แต่เมื่อวานอะไรทำให้เขากล้าทำกันนะ หรือเขาจะโดนผีร้ายเข้าสิง?”

เสี่ยวโจวส่ายหัวของเขา “เมื่อวาน หลังพี่เว่ยถูกสาปแช่งโดยผู้จัดการ เขาก็ดูเหม่อลอยและไร้วิญญาณ ร้องไห้ไปกินเค้กไป และพึมพำบางอย่างว่าเสี่ยวเหยา....

ทันทีที่ผมได้ยิน ผมก็นึกได้ ไม่ใช่คนนี้เหรอที่พี่เว่ยพูดถึงทั้งวัน ชื่อของคนรักที่อาศัยอยู่กับเขา? ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นไปได้ว่าคนรักเขาหนีไปกับผู้ชายคนอื่น”

“เฮ้อ....” หัวหน้าเจ้าถอนหายใจและส่ายหัวของเขาไปมา “ผู้หญิงคนนั้นตาบอด? ฉัน,ผู้เฒ่าเจ้า ในความคิดสามารถพูดได้เลยว่าร่างกายเดิมของเสี่ยวเว่ยล่ำและกำยำ ตอนนั้นเขาพูดว่าเขาไม่คู่ควรกับคนรักของเขา เขากินน้อยลง วิ่งและกระโดดตอนที่เขาว่าง และไปที่ฟิตเนสเพื่อทรมานตัวเองอย่างหมดรูป ต่อมาเสี่ยวเว่ยลดน้ำหนักได้หลายปอนด์ เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มผู้แข็งแรงมาก และหล่อจริงๆ”

“ใช่เลย ผมยังคิดอยู่เลยตอนพี่เว่ยอ้วน เขาดูล่ำและให้ความรู้สึกปลอดภัย ตอนเขาผอม รูปโฉมของเขาก็หล่อเหลา”

คิดถึงเว่ยหาน ทุกเดือนค่าจ้างของเขาไม่มาก นอกจากนี้ยังต้องสงเคราะห์ค่าใช้จ่ายครอบครัว ส่วนที่เหลือก็ถูกใช้ไปกับคนรักเขา หัวหน้าเจ้าจู่ๆก็รู้สึกวิตกเล็กน้อย

เขาอายุยี่สิบเจ็ดปี ถนอมคนรักของเขามาเป็นเวลาเจ็ดปี ดูเหมือนว่าปีนี้เขาหวังอย่างโง่เขลาว่าจะแต่งงาน ร่างกายหนาตันลดน้ำหนักไปมาก มันอยู่ที่ความขยันหมั่นเพียรของเขาและความอุตสาหะ ในปัจจุบันนี้ มีที่ไหนยังหาผู้ชายดีๆแบบนี้ได้ พวกเขาทิ้งลงได้ยังไง? น่าสงสารจริงๆ

“เฮ้อ ฉันหวังว่าเจ้าเด็กโง่จะสามารถมีอนาคตที่ดีขึ้น”

เที่ยงคืน ซินหยางการ์เด้นคอร์ตซี ชั้นสาม ความขบขันดังออกมาจากห้อง802---

“ทำไมเป็นฉันคนเดียวที่เจ็บอยู่เสมอ? ฉันทำอะไรผิดเหรอ? มันคือหัวใจของฉันที่คุณไม่เข้าใจ โอ้! คุณไม่เข้าใจ...”

“ฉันคือคนหนึ่งที่รักเธอมาก เธอจากฉันไปได้อย่างไร ฉันเศร้า ฉันลงทุนกับเธอไปมาก แต่เธอไม่ได้รับรู้มันเลย...”

“ความเจ็บปวดที่ได้เข้าใจ เธอเคยเป็นทุกอย่างของฉัน...”

..............................

อา นี่คือการระเบิดของผีโหยหวนและหมาป่าหอน เสียงที่น่าหนวกหูอันสมบูรณ์แบบ เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนพากันวิ่งหนีและกลายเป็นบ้า

เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความตายลอยไปยังห้องข้างๆ และได้ปลุกคู่รักที่กำลังอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน พวกเขารู้สึกว่าหูของพวกเขาถูกข่มขืนนับไม่ถ้วน และไม่สามารถนอนได้อีกต่อไป

ในขณะนี้ คู่รักที่ถูกบังคับให้ตื่นขึ้นมากลางดึกได้มายืนโกรธอยู่ที่หน้าประตูห้อง802 เมื่อไม่มีคนมาเปิดประตูหลังจากที่กดกริ่งไปหลายครั้ง หนอย เจ้าคนเจ้าเล่ห์ ภรรยาผู้ดุดันจึงเริ่มทุบปัง ปัง ปังลงไปที่ประตู

“โอ้ แม่มันเถอะ ผ..ผมเกือบจะตาย ที่รัก คุณช่างแข็งแกร่ง”

สามีผู้ที่ถูกความเจ็บปวดครอบงำหูทั้งสองข้างและอยากที่จะโขกหัวของเขากับกำแพง เพลงปีศาจเจาะเข้ามาในหูของเขา พอฟังมันอีกครั้ง เหมือนกับเลือดจะไหลออกมาจากรูทวารทั้งเจ็ดและต้องตาย

ฝ่ายผู้หญิงขบฟันแน่นและคว้าพลั่วที่ใช้ป้องกันขโมยและทุบมันลงไปที่ประตู “แม่ง! ไอ้โง่ ไอ้คนไม่มีสมองที่อยู่ข้างใน หยุดร้องเพลงซะที เสียงยังกับหมูถูกเชือด ถ้าแกยังไม่ยอมหุบปาก อีแก่คนนี้แหละที่จะพังบ้านแก! และก็แจ้งตำรวจซะ!

เสียงยังคงดังอยู่แม้แต่ตอนที่ประตูได้เปิดออก ทันใดนั้น ใบหน้าที่น่ากลัวก็ปรากฏออกมา

ดวงตาของเขามืดมนและไร้ชีวิต และเหมือนถูกปกคลุมไปด้วยหมอก ปากของเขากำลังเคี้ยวอะไรบางอย่าง ที่ปากและปกเสื้อเต็มไปด้วยเศษอะไรบางอย่างที่ดูไม่ออก แต่สิ่งนั้นเหมือนกับหมึกสีแดงสด

เคร้ง! ตึง! ผู้หญิงทิ้งพลั่วทันที ขลาดกลัวและไปหลบที่หลังสามีของเธอ และผลักสามีออกมาข้างหน้าแทน

เกราะสามีหลั่งเหงื่อจนเต็มหนังศีรษะ แต่ก็ยังทำใจกล้า พูดเสียงสั่นๆ “ค..คนดีย่อมมีชีวิตที่ปลอดภัย โปรดเมตตาและไว้ชีวิตพวกเรา ปล่อยให้พวกเราไปนอนเถอะนะ โอเค้?”

เจ้าของห้อง802....เว่ยหานกดคอของเขา ในที่สุดก็กลืนหมูสับลงไปได้ และก้าวออกมาหน้าประตู “โอ้ ผมขอโทษนะครับ ที่ผมอินในการร้องเพลงมากไปและก็ลืมทุกอย่างไปเลย”

คู่รัก “......”

ใต้แสงไฟจากทางเดิน คู่รักเห็นเว่ยหานได้อย่างชัดเจน ผู้ชายตัวใหญ่ ใบหน้ามีน้ำตาที่ยังไม่แห้ง สวมชุดนอนลายโดเรม่อน ที่ปากและปกเสื้อเต็มไปด้วยเค้กและเศษขนมปัง ผสมกับสีแดง.......จากซอสมะเขือเทศ

คู่รักเหวออีกครั้ง

“บ้าอะไรเนี่ย! พ่อแม่แกตายรึไง?” ฝ่ายหญิงผู้อารมณ์ร้ายเท้าสะเอวและตะโกนออกมาทันที

“เอาน่า เอาน่า อย่าพูดอะไรไร้สาระเลย” ฝ่ายชายที่ไม่อยากให้เกิดปัญหาปรามภรรยาที่ดูจะโกรธมากเกินไป เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “แต่ว่านะ ปกติเธอเงียบมากเลยนี่ ทำไมอยู่ๆถึงเสียงดังล่ะ มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่เธอใช่มั้ย?”

เว่ยหานส่ายหัว ฝ่ายชายโล่งใจขึ้นนิดๆ และคำตอบในวินาทีถัดมา “พวกเขาตายแล้วด้วยอุบัติเหตุ”

ฝ่ายชายหัวใจกระตุกอีกครั้ง “อ่า?”

เว่ยหานบีบนิ้วมือครุ่นคิด พูดเสียงตาย “พ่อผมจากไปมากกว่าสิบปีแล้ว แน่นอนตอนนี้คงเกิดใหม่แล้วล่ะ ปีก่อนแม่ผมป่วยหนักและก็จากไป แต่เธอคงไม่อยากจากผม ดังนั้นประมาณสองปีแรก เธอมาหาผม เวลาประมาณนี้แหละที่เธอจะมาหาผมน่ะ”

พอฟังที่เขาพูด คู่รักรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง อากาศเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มและหนาวเย็น ช่วยไม่ได้ที่ฝ่ายชายจะตัวสั่น “...โอ้ ยกโทษให้ฉันเถอะ ยกโทษให้ฉันเถอะ งั้นญาติคนอื่นๆล่ะ?”

“ยายของผมยังอยู่ที่บ้านเกิด ในวันปีใหม่ เธอรอให้ผมเอาภรรยาไปฝากเธออยู่เลย”

“ไอ้หยา น่าสงสารจริงๆ แล้วภรรยาเธอล่ะ?”

“ภรรยา?” ดวงตาของเว่ยหานเป็นประกายทันที แต่ก็ดับลงอีกครั้ง “เจ็ดปีเต็มที่ผมอุทิศให้กับเขา ในตอนสุดท้าย เขาก็เลิกกับผมเมื่อวานนี้เอง และหมั้นกับผู้ชายคนอื่น”

“แม่ง! ทำแบบนี้ได้ยังไง? คนๆนั้นมันไม่ใช่คนแล้ว” ฝ่ายหญิงผู้ชอบเม้าท์มอยเรื่องความรักโกรธขึ้นมาทันที

“ผมโกรธเขา เกลียดเขา แต่ผมโกรธและเกลียดตัวเองมากกว่า”

หลายปีที่ผ่านมา เว่ยหานไม่ได้หวังที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม เขาเห็นแฟนของเขา ชูชวนเหยา เข้ากับคนที่ดีกว่าและดีกว่า เข้ากับชั้นที่สูงกว่า ตลอดทั้งวันมีคนเข้ามาหาเขา ทั้งสูง รวย และหล่อเหลา สิ่งใดที่เขาต้องการ พวกเขาทำให้ได้หมด พวกเขาต้องการที่จะโดดเด่นมากขึ้น เมื่อพวกเขาโดดเด่นมากขึ้น เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางให้สามารถเทียบเคียงได้

อย่างไรก็ตาม ชัดเจนแล้วว่าชูชวนเหยาถูกล้อมรอบด้วยผู้ชายที่ยอดเยี่ยมและสุภาพอ่อนโยน ทำไมเขาถึงโชคร้ายไปเลือกฉีจือฟานผู้ที่ทั้งหยิ่งผยองและหยาบกระด้าง คนที่ไม่แม้แต่จะจับมือเขาตอนพบกันครั้งแรก!

ไม่เพียงแค่นั้น แต่เขายังเยาะเย้ยเขาด้วยการพูดว่าน่ากอดและหัวเราะว่าคนอ้วนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเสี่ยวเหยา เห็นน้ำหนักนั่นมั้ย ชีวิตนี้เขาควรถูกลิขิตให้อยู่คนเดียวไปซะ แม่งเอ้ย! นี่แหละที่ทำให้เขาน้ำหนักลดในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับมันอีกครั้ง ถึงจะคบกันมาถึงเจ็ดปี แต่เขาคิดว่าชูชวนเหยาเด็กกว่าเขา จึงได้แต่เฝ้าทะนุถนอม ไม่กล้าทำอะไรที่มันมากเกินไป ผลลัพธ์คือแนบชิดมากสุดก็คือจับมือเล็กๆของเขาและก็จูบหน้าผาก

ในปัจจุบันนี้ สุภาพบุรุษและใสซื่อถูกลิขิตให้เป็นตัวประกอบไร้ค่า ในนิยายและทีวีโชว์ วิธีที่จะเป็นตัวละครเอกจะต้องเป็นคนที่ชั่วร้าย!

เขาควรจะทำตัวเหนือกว่าในตอนแรก ไม่ใช่แค่กลิ้งในแผ่นกระดาษ? กลิ้งมากขึ้นจะทำให้สุขภาพดี ถ้าความสัมพันธ์ของเขากับชูชวนเหยามั่นคงในตอนแรก บนเวทีในครั้งนี้ ใครจะพูดอะไรได้ แต่ว่าพวกเขาคงจะแต่งงานและอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขไปแล้ว

“ฉันเชื่อว่าเธอยังมีข้อดีของเธอนะ” ผู้ชายปลอบ

“ข้อดีของผม? อืม... ท้องของผมกินได้เยอะ ผมสามารถทำอาหารอร่อยๆได้หลายอย่าง นอกจากนี้ยังชอบกินอาหารอร่อยๆ แล้วก็...แล้วก็ไม่มีแล้ว เสียงหนวกหู อ้วนและขี้ตกใจ แล้วก็โง่ อันนี้นับได้มั้ยครับ?” เว่ยหานรู้ว่ามันช่วยไม่ได้แต่ก็ยังยิ้มขื่นออกมา

“.......” ชีวิตมันก็ยากอย่างนี้แหละ เฮ้อ คู่รักมองไปทางอื่น จะดีกว่าถ้าไม่ถามอีก ถามไปแล้วอาจจะเศร้ามากกว่าเดิม เลือดและน้ำตาไหลมากกว่าเดิมก็เป็นได้

“อืม งั้นเธอต่อเถอะ พวกเราไม่รบกวนแล้วล่ะ”

พอปิดประตู เว่ยหานก็กลับไปกินต่อ เข้าสู่โหมดที่ไม่ใช่มนุษย์ โหมดหมาป่าตระลุยอาหาร

ในตอนเริ่มต้น เว่ยหานยังมีอาการน้ำมูกไหลและดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา ต่อมาเขาคิด ไม่ใช่แค่เลิกกันหรอกเหรอ? เขาเป็นผู้ชายอายุยี่สิบกว่าแล้ว นี่มันโคตรไม่มีเหตุผลเลย ดังนั้นความโศกเศร้าและความไม่พอใจจึงกลายเป็นความกระหาย และคนอกหักที่กระหายการเคี้ยวก็กินทุกสิ่งอย่างที่อยู่ตรงหน้า

ก่อนที่เขาจะมีเรื่องกับผู้จัดการและโดนโยนออกมา เขายังคิดถ้าเขากินน้อยๆ ผู้จัดการเสียรายได้ไปน้อยๆ และเขาสามารถคืนเงินส่วนนั้นได้ เขาคงไม่ถูกไล่ออก แม้ว่าเขาจะรู้ว่าความคิดนี้และการกระทำมันจะไร้สาระก็ตาม

เว่ยหานคนเศร้า ยิ่งรักมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกินอย่างบ้าคลั่ง อาหารนี่แหละคือรักแท้ของเขา มันไม่เคยทรยศเขา ดังนั้นเขาก็ไม่จะทรยศมันเช่นกัน!

หลังจากที่กินอาหารติดต่อกันไปสามวัน เว่ยหานเกิดอุบัติเหตุช็อคตาย

เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนนะ เขาไม่อยากตาย!

นี่มันตายแบบไหนกัน พระเจ้าเล่นตลกอะไรกับเขาเนี่ย?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #29 Tou9397 (@Tou9397) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:22
    สงสารรรรร
    #29
    0
  2. #24 ShamanWcat (@ShamanWcat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 13:07
    ใช่ อาหารไม่มีวันทรยศเราหรอก ฮืออออ
    #24
    0
  3. #13 Par_dao (@Par_dao) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 22:32
    จะขำก็สงสาร ทำไงดี
    #13
    0
  4. #9 อัศวินสีเลือด (@180239) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 00:47
    เว่ยหาน อย่างน้อยก็ตายพร้อมกับรักแท้นะ

    อาหาร~~~
    #9
    0