FEYA :ฮองเฮาผู้ชื่นชอบปีนกำแพงวัง

ตอนที่ 10 : พระครรภ์ (rev.)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 244 ครั้ง
    21 ต.ค. 61


Cr.payunbud.com

พระครรภ์

ณ วังหลวง

เมื่อเฟญ่ามาถึงพระตำหนัก ดูเหมือนพละกำลังของเธอจะถดถอยลงไปมากกว่าแต่ก่อน เขาอุ้มเธอวางลงบนเตียงและมองดูสีหน้าเธอก็รู้ว่าเธอ

อยากจะล้มตัวลงนอนใจจะขาด ดังนั้นเขาจึงรีบคว้าตัวเธอตรงไปยังห้องอาบน้ำ

เขาสลัดเสื้อผ้าเธอออกและอุ้มลงไปในสระน้ำ เขาเริ่มปรนนิบัติเธอโดยค่อยๆนวดตั้งแต่บริเวณขมับ ขึ้นมาศีรษะ ต้นคอ หัวไหล่ แผ่นหลัง ไล่ลง

มายังบั้นท้าย เรียวขา และสิ้นสุดที่ฝ่าเท้า นวดคลึงวนไปมาอย่างช้าๆ

 

เธอครางออกมาเบาๆ น้องรู้สึกสบายจังเลยเจ้าค่ะ


เธอค่อยๆหลับตาและเอ็นกายพิงขอบสระ อาการเหนื่อยหล้าเช่นนี้เธอไม่เคยเป็นมาก่อน ก่อนไปเมืองหยางหลิวเธอยังรู้สึกแข็งแรงกระฉับกระเฉง

แต่กลับมาคราวนี้แม้จะนอนเอนสวามีมาตลอดทางเธอก็ยังคงเหนื่อยหล้าโดยหาสาเหตุไม่ได้ แปลกจริง เราไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน

 

ฝ่ามืออุ่นของเขาค่อยๆลูบไล้ไปมาตามผิวกายเธอ ยามปกติเราสองคนจะพลัดกันอาบน้ำให้กัน แต่วันนี้เธออ่อนเพลียเหลือเกินจึงปล่อยให้เขาเป็น

ฝ่ายดูแลเธอจนเนื้อตัวเนียนสะอาด

จากนั้นเขาก็อุ้มเธอขึ้นจากสระน้ำ วางเธอลงที่พื้นและใช้มือตวัดผ้ามาห่อหุ้มร่างกายเธอ แล มองดูคล้ายกับเด็กสาวถูกผ้าผืนใหญ่ห่อไว้เห็นแต่ดวงตากลมโตกระพริบตาปริบๆช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก


เขาแบกเธอขึ้นบ่าและตบลงที่บั้นท้ายงอนงามของเธอเบาๆ และเดินตรงไปที่ห้องแต่งตัว

เขาจัดการเปลี่ยนชุดนอนให้เธอแต่ทว่าเธอกลับเซเล็กน้อยช่างผิดสังเกตนัก เขามองดูเธอและเอ่ยขึ้นว่า

"ลี่เอ๋อเจ้าดูอ่อนเพลียมาก ให้พี่ตามหมอหลวงมาดูอาการเจ้าดีหรือไม่?"

ดีเหมือนกันเจ้าค่ะ

"เด็กๆรีบไปเชิญหมอหลวงเข้ามาเร็วเข้า"

"เพคะฝ่าบาท"


จากนั้นเพียงไม่นานหมอหลวงชายหญิงคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาที่ห้องบรรทม

นางกำนัลรีบปลดผ้าม่านลงเพื่อบดบังสายตาชายอื่นที่ไม่ใช่ฝ่าบาทมีเพียงหมอหลวงหญิงเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงตัวเธอได้

นางยื่นมือไปจับชีพจรที่ข้อมือเธอ สักพักก็มีสีหน้าครุ่นคิดและเดินออกมากระซิบกับหมอหลวงใหญ่ที่อยู่ด้านนอก

หมอหลวงใหญ่มีสีหน้าดีใจและรีบร้อนนั่งลงคุกเข่าแจ้งกับพระองค์ว่า


"ทูลฝ่าบาท ยินดีด้วยพะยะค่ะ ตอนนี้ฮองเฮาทรงพระครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วพะยะค่ะ"


เมื่อหมอหลวงกล่าวจบเหล่าขันทีและนางกำนัลที่อยู่ข้างนอกต่างพากันดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

 เพราะตั้งแต่ที่พระนางได้เป็นพระคู่หมั้นเมื่อสมัยที่ฝ่าบาทเป็นองค์รัชทายาท คนในวังก็เฝ้ารอคอยให้

ทั้งสองพระองค์รีบอภิเษกและมีพระโอรสองค์น้อยโดยไว ณ ตอนนี้ในวังหลวงยังไม่มีเสียงเด็ก

เล็กมานานแล้ว เงียบเหงายิ่งนัก


ดังนั้น เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างส่งเสียงแสดงความยินดีกับฮ่องเต้และฮองเฮาดังกึกก้องไปทั่วทั้งวังหลวง


"ขอให้องค์ชายน้อยจงแข็งแรง"

"ขอให้ฮองเฮาจงแข็งแรง"

"ขอให้องค์ชายน้อยจงแข็งแรง"

"ขอให้ฮองเฮาจงแข็งแรง"


เสียงนับหมื่นสะท้อนไปมาคล้ายกับเสียงดนตรีแห่งความสุขและค่อยๆเงียบสงบลง


ทางด้านฮ่องเต้เมื่อได้ยินเช่นนั้นพระองค์ถึงกับทำตัวไม่ถูก ดีใจจนมือไม้สั่นไปหมดเขาขยับกายเข้า

มานั่งที่ขอบเตียงและก้มลงจูบเธออย่างช้าๆและค่อยๆเร่งเร้ามากยิ่งขึ้น ทำเอาหมอหลวงต้องรีบออก

ไปนอกพระตำหนักโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนเวลาส่วนพระองค์


!'เขาร้องไห้'


"โถ่สวามีของข้า ท่านดีใจขนาดนี้เชียวหรือ?" เฟญ่าเอ่ยขึ้น

 "พี่ขอบใจเจ้ามากที่เจ้ามีลูกให้กับพี่ ลี่เอ๋อข้ารักเจ้า"


เขาจูบเธอไปทั่วใบหน้าและล้มตัวลงนอนและกอดเธอไว้แนบกาย คืนนี้คงเป็นค่ำคืนที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาและเธอ


เช้าวันต่อมา

เสียงคลื่นไส้อาเจียนดังออกมาจากห้องบรรทม เหล่าขันทีต่างโกลาหลพากันช่วยลูบหลังให้ฝ่าบาท

ฝ่าบาท พระองค์ทรงเป็นอะไรมากหรือไม่พะยะค่ะ กระหม่อมจะไปตามหมอหลวงมาตรวจพระอาการนะพะยะค่ะ ขันทีรีบวิ่งออกไปนอกพระตำหนัก


 เฟญ่านั่งมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าเงียบๆและนึกถึงตอนที่เธอเรียนแพทย์ อาการเช่นนี้ทางการแพทย์

เรียกว่า "couvade syndrome" หรือ ภาษาเราๆเรียกว่า อาการแพ้ท้องแทนภรรยา

ฉันก็พึ่งเคยเห็น Case ใกล้ตัวนี้เป็นครั้งแรก "ฉันเป็นภรรยา เขาเป็นสามี และสามีแพ้ท้องแทนฉัน มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ"


'คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยท้องเธอ คุณพ่อก็มีอาการคล้ายแบบนี้ โบราณกล่าวไว้ หากบ้านไหนสามีรัก

ภรรยามาก จะเกิดความกังวล คล้ายอาการทางจิตชนิดหนึ่งที่สามารถเชื่อมโยงกันด้วยสายสัมพันธ์อัน

ลึกซึ้ง บางคนจะแพ้อาหาร บางคนแพ้กลิ่นน้ำหอม บางคนแพ้กลิ่นตัวผู้ชาย หรือแม้กระทั่ง

ขนสัตว์เล็กๆแตกต่างกันออกไป'

 

       "เฮ้อ เช้านี้อากาศสดชื่นแจ่มใสจัง" เธอยกแขนขึ้นบิดกายไปมาและแอบมองสามีสักพัก 'ว่าแต่สวามีเรานี่สิ!ดูท่าทางอาการจะหนักเพราะตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางก็รีบลุกขึ้นจากเตียงจนแทบไม่ทัน จนป่านนี้ก็ยัง ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอาเจียน'


'ฉันไม่ชอบแกล้งสวามีเท่าไหร่ แต่ถ้าตั้งครรภ์แล้วสบายแบบนี้ขอมีลูกสัก10 คนก็ยังไหว' "ฮุ๊ๆๆๆๆ"เธอยกมือขึ้นปิดปาก

"ออกไปหาอะไรทานดีกว่า" เธอรีบแต่งตัวและมุ่งหน้าไปยังห้องเครื่อง


ณ ห้องเครื่อง

หลังจากที่เธอปรับปรุงวังหลังครั้งใหญ่ สถานที่แห่งนี้ก็ดูจะเจริญหูเจริญตามากกว่าแต่ก่อนหลายเท่า 

เนื่องจากเธอมีนางกำนัลถึง 7,000 คน ขันที อีก 3,000 คน ที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้แก่เชื้อ

พระวงศ์ในวังหลวงแห่งนี้


พวกเขาก็ไม่ต่างจากญาติของเธอ ความผูกพันที่มีให้กันนับวันจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆพวกเขาเหล่านี้

คอยดูแลปรนนิบัติเธอและสวามีด้วยความจงรักภักดี เธอจึงต้องการดูแลผู้คนเหล่านี้อย่างดีเช่นเดียว

กับที่พวกเขาดูแลเธอ เธอจึงเน้นเรื่องอาหารการกินและที่พักอาศัยเป็นหลัก

"บ้านอยู่แล้วสบาย บรรยากาศดี อากาศถ่ายเท  มีอาหารอร่อย สะอาด และดีต่อสุขภาพ"


เธอตัดสินใจรับสมัครแม่ครัวใหม่ประจำวังหลวงเพื่อลดงานประจำ หากคนเก่าต้องการทำอาหาร

เหมือนเดิมเธอก็ไม่บังคับแต่ต้องเข้าอบรมครอส เรียนทำอาหารจากเธอเสียก่อน เธอขอพระราชทาน

อนุญาตจากพระสวามีให้มีพระราชโองการประกาศรับสมัครแม่ครัวฝีมือดีทั่วแคว้นซือเค่อ และ

จัดงานแข่งขันการทำอาหารขึ้นในวังหลวง


เธอแอบตั้งชื่อว่า การค้นหาสุดยอดแม่ครัว แห่งแคว้นซือเค่อ


"คุณสมบัติ ต้องเป็นเพศหญิง ไม่จำกัดอายุ ไม่จำกัดชนชั้น  ขอแค่เป็นคนรักการทำอาหารและเปิดใจ

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สามารถปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร

ได้ตามวัตถุดิบที่มีและที่สำคัญต้องเป็นคนที่รักบิดา มารดามาก" คุณสมบัติข้อนี้สำคัญต่อการคัดเลือก

แม่ครัวของเธอ 

เพราะหากมีคุณสมบัตินี้เพียงข้อเดียว ก็ผ่านแล้วกว่า 50% เนื่องจากผู้ที่มีความรักต่อบิดา มารดามาก

 การทำอาหารให้ผู้อื่นทานก็จะทำออกมาอย่างใส่ใจ ประณีต คล้ายกับทำให้บิดา มารดาของตนทาน

นั่นเอง


และวันแข่งขันเธอก็ได้ผู้ชนะถึง 2,000 คน ซึ่งจะแบ่งออกเป็นกลุ่มๆตามความถนัดอาหารแต่ละ

ประเภท เช่น นึ่ง ทอด ต้ม ปิ้ง-ย่าง อบ ตุ๋น

อัตราการดูแลประชากรในวังหลวง คือ 10,000 คน ต่อ แม่ครัว 2,000 คน เทียบได้กับแม่ครัว 1 คนจะ

คอยดูแลผู้ทานอาหาร 5 คน วันละ 3 มื้อ 

ตามกลุ่มผู้ชื่นชอบอาหารรวมถึงงานเลี้ยงในพระราชวังอีกด้วยถึงแม้จะมีคนใหม่เพิ่มขึ้น คนเก่ายิ่งขอย้ายมาช่วยงานฝ่ายห้องเครื่องมากกว่าเดิม

เพราะฮองเฮาของพวกเขามีน้ำพระทัยมากมายจนไม่สามารถทนดูอยู่เฉยๆได้ยิ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพ

การทำงานได้มากถึง 20 เท่า 


"ไปพากันเอาพละกำลังมาจากที่ไหนกั้น" เธอคิดในใจ


สวัสดิการสำหรับคนที่นี่คือ 1 อาทิตย์ ทำงาน 4 วัน หยุด 3 วัน สามารถขอออกไปนอกวังเพื่อเยี่ยม

บิดา มารดา และบุตรได้ มีสวัสดิการเรื่องหมอหลวง การอ่านเขียนของบุตร รวมถึงบิดามารดาผู้แก่

ชราที่อยู่บ้านเพียงลำพัง ด้วยการวางแผนระยะยาวนี้นอกจากจะซื้อใจคนแล้ว ยังช่วยพัฒนาคุณภาพ

ชีวิตหญิงสาวเหล่านี้ขึ้นหลายเท่าราวกับเกิดใหม่ ทุกคนทำงานถวายชีวิตแก่เธอ ทุ่มเทสุดกำลังตามที่เธอร้องขอไม่ว่าสิ่งใดที่เธอต้องการคนเหล่านี้ยินดีทำให้ด้วยความเต็มใจ แต่เธอไม่ได้ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าการดูแลกันและกัน ยิ่งผู้คนต่างช่วยเหลือกันมากเท่าไหร่ แผ่นดินแคว้นซือเค่อก็เจริญรุ่งเรืองมากเท่านั้น


เสียงเรียกเธอดังขึ้น ทำให้ตื่นจากความคิด


"ทูลฮองเฮามีเรื่องใดให้พวกเรารับใช้หรือไม่เพคะ?


วันนี้ข้ารู้สึกอย่างทานเมนูหนึ่งที่พึ่งคิดสูตรได้

พวกเจ้าจงไปที่ด้านหลังวัง ขุดไหน้ำปลาและไหปลาร้าที่หมักไว้มาอย่างละไหให้ข้าที

ส่วนพวกเจ้าไปเตรียมวัตถุดิบ มะละกอดิบและกึ่งดิบกึ่งสุกอย่างละลูก สับปะรด มะนาว ผลไม้ ใบ

น้อยหน่า มะเขือเทศแดงสดที่ปลูกในสวนหลวงมาให้ข้าที

ส่วนพวกเจ้า คั้นน้ำมะขามเปียก ถั่วคั่วลิสง กระเทียมแห้ง น้ำกระเทียมดอง  น้ำตาลปึก กะปิ น้ำสะอาดและพริกแห้งที่ตากไว้ให้ข้าที

ส่วนพวกเจ้า เตรียมลวกหอยแครง ปลาหมึก เนื้อปู รวมถึงเผากุ้งให้ข้า"


"เพค่ะฮองเฮา"


เมื่อวัตถุดิบพร้อม


"พวกเจ้าเข้ามาดูใกล้ๆข้า วันนี้ข้าจะทำสูตรอาหารสูตรใหม่"นางกำนัลต่างทยอยเข้ามาล้อมรอบตัวเธอเอาไว้


อันดับแรกให้ปรุงน้ำปลาร้าก่อน


-         " นำปลาร้ามาต้มรวมกับน้ำสะอาด น้ำกระเทียมดอง น้ำตาลปึก กะปิ เปลือกสับปะรด ปิดท้ายด้วยใบ

น้อยหน่าพักไว้ให้เย็นตักใส่ภาชนะมีฝาปิดมิดชิดไว้ปรุงอาหารตามความต้องการ"


ขั้นตอนที่ 2 การตำส้มตำ


-          '1.ตำพริกกับกระเทียม เติมน้ำปลาร้าปรุงสุก มะเขือเทศ น้ำมะนาว น้ำปลา ถั่วคั่ว เส้นมะละกอสับ อาหารทะเลลวกคลุกเคล้าให้เข้ากันตักใส่จานเสิร์ฟ

นี่ ข้าทำให้พวกเจ้า ลองชิมดูซิ

โอ้วโหว รสชาติแปลกใหม่ อร่อยมากเพค่ะ

"ฮองเฮาโปรดพระราชทานสูตรนี้ให้พวกเราด้วยเถิดเพคะ"

ที่ข้าคิดสูตรแจกจ่ายให้พวกเจ้าเป็นหมื่นสูตรยังไม่พออีกรึ ฮ่าๆๆๆ ก็ได้ข้าจะให้สูตรนี้แก่พวกเจ้าและนำไปสอนต่อให้ราษฎรแทนข้าด้วย

"เป็นพระมหากรุณายิ่งเพคะ"


เธอนึกขำกับสีหน้าเอร็ดอร่อยของพวกเธอ เดิมที่ที่เธอจากมา เมนูนี้เธอชอบมากแม้จะอยู่ต่างประเทศก็ยังสะดวกสบาย แค่เข้า Shopping Mall 

วัตถุดิบที่นำเข้าจากไทยมีมากมายให้เลือกซื้อ ทั้งน้ำปลาร้าพาสเจอไรซ์ พริก มอละกอ มะนาว มะเขือ

เทศ ถั่ว แครอทล้วนแต่เป็นเกรดพรีเมี่ยมทั้งนั้น นึกแล้วก็ภาคภูมิใจแทนประเทศจริงๆ

 "เรามีรากเง้าที่บรรพบุรุษก่อร่างสร้างตัวมา อาหารคือเสน่ห์ของประเทศ เป็นที่ยอมรับระดับโลก"


เธอตื่นจากความคิดและเอ่ยบอกกับนางกำนัลสาวว่า พวกเจ้ายกอาหารตามข้าไปที่พระตำหนัก

"เพคะฮองเฮา"


เธอเดินออกจากห้องเครื่องตรงมายังห้องเสวยพระกระยาหาร

เพียงแค่ก้าวเข้าไปภายในห้อง สวามีเธอก็นั่งรอเธออยู่ ใบหน้าเขาช่างซีดเซียวนัก


ท่านพี่ไหวไหมเจ้าคะ น้องไม่คิดว่าท่านพี่จะมีอาการแพ้หนักขนาดนี้

วันนี้น้องคิดสูตรอาหารมาใหม่ ไม่รู้ว่าท่านพี่จะทานได้ไหม ดูจากอาการแล้วน้องไม่ให้เด็กยกเข้ามาจะดีกว่า

"เดี๋ยวก่อนลี่เอ๋อพี่ได้กลิ่นหอมของอาหาร รู้สึกหิวยิ่งนัก น้องให้คนยกเข้ามาได้เลย"

เธอทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา เด็กๆจัดโต๊ะเสวยได้


"เพคะฮองเฮา"


บนโต๊ะเสวยเต็มไปด้วยสารพัดตำ ไม่ว่าจะเป็นตำไทยไข่เค็ม ตำหอยแครง ตำปูปลาร้า ตำรวมทะเล 

ตำผลไม้ รวมถึงกุ้งเผาร้อนๆวางเต็มโต๊ะไปหมด แต่เธอก็ยังไม่ลืมของโปรดของเขาคือ เกี๊ยวน้ำกุ้ง

และขนมบัวลอยไข่หวานของโปรดที่ต้องมีขึ้นโต๊ะเสวยทุกเช้า


"พี่ไม่ชอบกลิ่นเกี๊ยวน้ำกุ้งและขนมบัวลอย มันชวนให้เวียนศีรษะเสียอย่างนั้น เจ้าคิดเหมือนพี่หรือไม่

ลี่เอ๋อ"


โอ้วคุณพระคุณเจ้า คือเขาแพ้ขนาดนี้เชียวหรือ แต่แปลกที่กลับชอบกลิ่นปลาร้าแทนซะอย่างนั้น เธอคิดในใจ


ได้เจ้าค่ะ

เด็กๆนำอาหารนี้ออกไปทานกันเลยนะ สำหรับมื้อต่อไปข้าจะเป็นคงลงมือทำเอง


เธอคิดว่า เธอต้องทำเมนูอาหารที่เธอชอบกินจริงๆมาแทนอาหารจานโปรดของเขา ทั้งอาหารเหนือ 

ใต้ ออก ตก เอเชีย ยุโรป คงต้องงัดฝีมือปลายจวักแล้วคราวนี้ 'ทำยังไงได้ก็เขาต้องแบกรับหน้าที่แพ้

ท้องแทนเรานี่หน่า ฮ่าๆๆๆ' เธอคิดในใจ

เขาเอ่ยขึ้น "ได้เวลาออกว่าราชการแล้ว ลี่เอ๋อเจ้าไม่ต้องไปกับพี่ รอจนกว่าเจ้าคลอดลูกของเรา

ก่อน พี่ถึงจะอนุญาต"

"ดูแลลูกเราให้ดี"เขาจุมพิตเธอเบาๆและก้าวเท้าออกไป


เธอรู้สึกอ่อนเพลียอยากนอนพักผ่อน เหล่านางสนองพระโอษฐ์และนางกำนัลต่างนำเสด็จไปยังสวน

ดอกไม้มีพระตำหนักเล็กๆที่นั่น ฮ่องเต้จัดเตรียมเตียงนอนขนาดใหญ่สีขาวสะอาดตา หน้าต่างเปิด

โล่งมองเห็นดอกไม้สีสวยนานาพรรณ ลมเย็นสบายพัดพาเอากลิ่นหอมอ่อนลอยเข้ามา นางสนอง

พระโอษฐ์และนางกำนัลคอยรับใช้อยู่ข้างๆ เหล่าองครักษ์เงาเพิ่มการอารักขาอย่างหนาแน่นเกร็งว่า

ฮองเฮาจะเป็นอันตราย ต่างเร้นกายตามพุ่มไม้ โขดหิน ใต้น้ำตก บนหลังคา มุมอับที่ไม่มีใครรู้เห็น 

ระยะครรภ์ 2 เดือนนี้เสี่ยงต่อภาวะครรภ์หลุดอย่างยิ่ง


ณ ท้องพระโรง

"ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาทด้วยพะยะค่ะ"

"ยินดีด้วยพะยะค่ะ"

เหล่าขุนนางน้อยใหญ่พากันแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า


ฮ่องเต้ออกว่าราชการอย่างกระชับเวลา อ่านฎีกากองโตอย่างรวดเร็วและแก้ไขปัญหาอย่างเฉียบขาด ทุกคนต่างพากันนับถือในความสามารถของ

พระองค์ แต่แท้จริงแล้วเขาต้องการรีบไปดูภรรยาของเขามากกว่า เขาห่วงภรรยาและลูกมาก 'ต้องรักษาครรภ์ไว้ให้ดี ทุกอย่างต้องเรียบร้อยไม่มีปัญหาใดๆ 'เหล่าขันทีและนางกำนัลทำงานกันแข็งขันเพราะทราบดีว่าขณะนี้

ฮองเฮาของพวกเขากำลังอุ้มครรภ์มังกร เป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง


ฮ่องเต้รีบเดินทางมาหาเธอที่พระตำหนักกลางสวนดอกไม้ บรรยากาศร่มรื่นนัก เขาค่อยๆก้าวเสียง

เบาเดินวิชาลมปราณเข้าใกล้เธอ เพราะเกรงว่าเธอจะตื่น

 สายลมเย็นสบายพัดปรอยผมเธอพลิ้วไหว ขนตางอนยาวเรียงสวย แก้มชมพูระเรื่อคล้ายเด็กน้อย 

จมูกโด่งมนรับกับริมฝีปากแดงระเรื่อ ใบหน้าที่ไร้การตกแต่งใดๆของนางช่างน่ามองยิ่งนัก

เขาค่อยๆนอนเบียดกายลงข้างๆเธอและเผลอหลับไป...........


สายลมหนาวพัดมาเยือน ใกล้เข้าฤดูเหมันต์

วันเวลาล่วงเลยอย่างรวดเร็ว ทุกๆวันอาการแพ้ท้องแทนภรรยาของสวามีเธอค่อยๆดีขึ้นจนหายเป็น

ปกติ นี่เธอก็ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้ว ท้องน้อยๆเริ่มนูนใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ยังคงรูปร่างดี

เหมือนเดิม สูงเพรียว ผิวขาวละเอียด ผมยาวดกดำเงางาม รู้สึกว่าเธอจะมีกลิ่นกายที่หอมขึ้น ร่าเริง

ขึ้น จิตใจงดงามเพิ่มขึ้น คิดดี คิดบวก เข้าใจชีวิตมากขึ้น

เธอสั่งตัดชุดสำหรับหญิงตั้งครรภ์แต่ยังคงความสง่างามไว้เช่นเดิม เพียงแต่เสื้อผ้ามีน้ำหนักเบา ให้

ความอบอุ่นเป็นอย่างดี


เธอเดินออกมารับลมที่หน้าพระตำหนักเดินดูดอกไม้นานาชนิดที่สวามีปลูกไว้ เริ่มผลิดอกส่งกลิ่นหอม

ฟุ้งไปทั่วทั้งวังหลวง

ดาวบนท้องฟ้าช่างสวยงามนัก ไม่มีแสงไฟคอยรบกวน มีเพียงพระจันทร์และดวงดาวที่อยู่เป็นเพื่อนกัน

สวามีของเธอสวมกอดเธอจากข้างหลัง เธอเอนกายลงบนอกอุ่นของเขา เขาก้มใบหน้าสูดดมผม

หอมๆของเธอและวางคางลงบนบ่าเธอเป็นภาพที่อบอุ่นยิ่งนัก สายสัมพันธ์พ่อ แม่ ลูก เชื่อมโยงถึงกัน

ปลดปล่อยไอแห่งรักแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งวังหลวง เหล่าบรรดาข้าราชบริพารต่างพากันอบอุ่น

ซาบซ่านไปกับความรักของทั้งสองพระองค์


 

โปรดติดตามตอนต่อไป Next#11

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 244 ครั้ง

111 ความคิดเห็น

  1. #101 bai2545 (@bai2545) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 08:08
    เดี๋ยวนะยังท้องได้สองเดือนรู้ได้ไงว่าเป็นองค์ชาย?
    #101
    2
    • #101-1 aommanee (@aommanee) (จากตอนที่ 10)
      14 กันยายน 2562 / 18:46
      ขอบคุณค่าาาาา
      #101-1
    • #101-2 aommanee (@aommanee) (จากตอนที่ 10)
      14 กันยายน 2562 / 18:53
      นิยายก็เหมือนก๋วยเตี๋ยว1ชาม ชอบรสชาติแบบไหนก็ปรุงแบบนั้นค่า555555
      #101-2
  2. #75 HighGirl (@Ammy_PMP) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 22:48
    อยากมีโมเม้นแบบนี้จุง
    #75
    0
  3. #40 วรรณลักษณ์ เทพรัศมี (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:34
    มีเพื่อนๆก็บอกว่าใช้ใบน้อยหน่านะ
    #40
    0
  4. #26 Ning7269 (@Ning7269) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 16:47
    ใบน้อยหนาใส่นำ้ปลาล้าได้จริงหรือไรท์. รีดไม่เคยได้ยิน. เคยแต่ใส่ใบหม่อน. ใบผงชูรส (คล้ายต้นมันสำปะหลัง แต่ลักษณะลำต้น และใบเล็กกว่า ) จะทำให้รสชาด กลมกล่อม. ชอบค่ะ สนุก. อ่านแบบสบาย. น่ารักแบบมุ้งมิ้ง. ขอบคุณค่ะ
    #26
    1
    • #26-1 aommanee (@aommanee) (จากตอนที่ 10)
      12 พฤศจิกายน 2560 / 17:56
      ใบน้อยหนาช่วยดับกลิ่นคาวและฉุนของปลาร้าค่ะ ไร้คิดเอาเองว่าถ้าเผยแพร่สูตรให้ราษฎร์ยุคโบราณเขาน่าจะไม่คุ้นกลิ่นปลาร้า ผู้แต่งอินตามบทค่ะ แต่งเองอินเองคร้าาอิอิ
      #26-1