คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fic Harry Potter : Forbidden Love [Grindelwald x Dumbledore]

ความ (รัก) ลับที่เก็บซ่อนไว้โดยไม่มีผู้ใดเคยได้ล่วงรู้มาก่อนของศาสตราจารย์ที่ผู้คนต่างกล่าวถึงว่าเป็นผู้โค่นล้มจอมมารกรินเดลวัลด์ กระจกเงาแห่งแอริเซดจะสะท้อนสิ่งที่ปราถนา ภาพที่เขาเห็นคือ คนๆนั้น...

ยอดวิวรวม

1,992

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


1,992

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


84
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ก.ค. 61 / 19:23 น.
นิยาย Fic Harry Potter : Forbidden Love [Grindelwald x Dumbledore] Fic Harry Potter : Forbidden Love [Grindelwald x Dumbledore] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรียน นักอ่านที่เคารพทุกท่าน 


โปรดทราบฟิคเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งโดยอ้างอิงชื่อของตัวละคร สถานที่และรายละเอียดข้อมูลบางส่วนจากเรื่อง Harry Potter และ Fantastic Beasts ของ J.K. Rowling  ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในหนังสือหรือภาพยนตร์ ดังนั้นรายละเอียดภายในเรืองจะมีความแตกต่างจากต้นฉบับพอสมควร หากมีข้อมูลส่วนไหนที่ดูขัดแย้งหรือไม่สมเหตุสมผล ต้องขออภัยมา ณ ที่นี่

ขอเรียนให้ทราบว่าฟิคเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับชายรักชาย หรือ Boy's Love (BL) แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง มีจุดประสงค์ให้ทุกคนได้ผจญภัยในโลกเวทมนตร์อีกครั้ง เพื่อเกิดความสนุกสนานและผ่อนคลาย ไม่ได้มีจุดประสงค์ให้เกิดความเสื่อมเสียต่อหนังสือต้นฉบับ ภาพยนตร์ รวมไปถึงนักแสดงทุกท่านที่เกี่ยวของกับเรื่องนี้ 
 
สืบเนื่องมาจากฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความคิดและการเรียบเรียงของผู้เขียน จึงอยากจะขอความร่วมมือจากนักอ่านทุกท่าน ไม่กระทำการคัดลอก เลียนแบบ หรือนำไปลงในเว็บไซต์อื่นใดโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นนักเขียนจะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิ์และจะลบเนื้อหาทั้งหมดในทันที 


ขอให้อ่านให้สนุกค่ะ ^^


จาก นักเขียนมือสมัครเล่นคนหนึ่ง 











WARNING! 

YAOI / BOY'S LOVE FICTION 






PAIRING : 

Gellert Grindelwald x Albus Dumbledore












Cr:  FB page; โบกนิดสะบัดหน่อย (in pic)

Ps. ได้รับอนุญาตให้นำรูปมาใช้เรียบร้อยแล้วค่ะ 



.
.
.
.
.



ไม่มีอะไรมากค่ะ แค่เห็น Teaser Trailer ที่พึ่งปล่อยออกมาเป็นตัวอย่างที่สองของ 

Fantastic Beasts : The Crimes of Grindelwald

ความหวีดจึงบังเกิดมาเป็นฟิคเรื่องนี้ค่ะ!! 




ใครที่ยังไม่ได้ดู สามารถตามไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ 
ตอนนี้มีแบบซับไทยให้แล้วด้วยค่ะ 

(ตอนเราดูนี่ไม่รอซับเลย เขาอัพก็หวีดเลย เพราะงั้นอาจจะมีอะไรตกหล่นไปบ้างนะคะ แหะๆ)



ตั้งตารอวันที่ 16 November 2018 เลยล่ะค่ะ  >/////<)/ 



เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ค. 61 / 19:23



Pairing : Gellert Grindelwald x Albus Percival Wulfric Brian Dumbledore

Inspired by Fantastic Beasts: The Crimes of Grindelwald - Official Teaser Trailer


24 July 2018 

…………………………………………..

 













                ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบจนน่าวังเวงของยามค่ำคืน แม้แต่ผืนฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยสีหมึกของยามราตรี ยังดูหม่นหมองกว่าแต่ละวันที่ผ่านพ้นมา ดวงดาวมากมายนับล้านนับพันที่เคยส่องแสงเป็นประกายระยิบระยับจับตาบนฟากฟ้า แม้กระทั่งดวงจันทราที่คอยทอแสงนำทางฉาบมนตราความขลังลงบนตัวปราสาทฮอกวอตส์ในยามค่ำคืนยังเลือนหายไปไม่ปรากฏให้เห็นแม้เพียงเศษเสี้ยว เมฆดำทะมึนลอยตัวปกคลุมท้องฟ้ากว้าง



                ร่างโปร่งในชุดคลุมยาวตัวโปรดของชายชราผู้มีชื่อเสียงที่สุดแห่งโลกเวทมนตร์ ชายผู้ที่ดำรงตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนเวทมนตร์ที่ดีที่สุดบนเกาะอังกฤษอย่างฮอกวอตส์มานับหลายทศวรรษ คนที่ใครต่อใครต่างก็พากันยกย่อง สรรเสริญและเชื่อมั่น ทว่าในเวลานี้  ในเวลาที่เขายืนทอดอาลัยอยู่เพียงลำพัง  เขาก็เป็นเพียงแค่คนคนหนึ่ง



สายลมหนาวเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างจนเครายาวสีขาวสะอาดพลิ้วไหวไม่ได้ทำให้ชายชราสั่นไหว สองมือไขว้หลังยืนเหม่อลอยทอดสายตาออกไปไกลจากหอคอยดาราศาสตร์ ที่ซึ่งเขามักจะใช้เวลาในการทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาและจากไปตลอดช่วงอายุที่แสนยาวนานของเขา มีทั้งเรื่องดีที่สร้างรอยยิ้มและความสุขให้จดจำ มีทั้งเรื่องเลวร้ายที่สร้างบาดแผล หยาดน้ำตาและความสูญเสียให้ระลึกถึง

 



                สายลมพัดผ่านไปมาอย่างรวดเร็วราวกับจะกล่าวเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น...






                หากแต่จิตใจของเขา...ไม่เหลือสิ่งใดให้หวั่นไหวอีกต่อไป


              คงจะถึงเวลาแล้วสินะ


              เวลาที่จะทำให้แผนการในครั้งนั้นสำเร็จลุล่วง


              แผนการที่ทำเพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่


                แผนการใหญ่ที่สำคัญ..ของพวกเรา





 

Good evening, Draco









/////////////////////////////////////////////


 




“กลับมาอีกแล้วเหรอ แฮร์รี่” เสียงแหบนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของศาสตราจารย์ใหญ่ดังขึ้นเบื้องหลังของเด็กน้อยที่นั่งกอดเข่าจ้องมองไปยังกระจกเงาบานใหญ่เบื้องหน้าเพียงลำพังท่ามกลางความมืดสนิทยามราตรีและความหนาวเย็นของฤดูหนาวที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ



“ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์..” เด็กน้อยลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วเมื่อหันไปเห็นเจ้าของเสียง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิดและละอายต่อสิ่งที่กำลังกระทำอยู่



“ครูสังเกตว่าเธอช่างเหมือนกับคนมากมายก่อนหน้าที่ค้นพบความมหัศจรรย์ของกระจกแห่งแอริเซด และครูมั่นใจว่าเธอตระหนักได้ถึงความสามารถของมัน..” ชายชราก้มมองเด็กชายตัวน้อยในเสื้อสเวตเตอร์สีแดงผ่านแว่นตาครึ่งจันทร์เสี้ยว ยิ้มอย่างเอ็นดู เยื้องย่างก้าวเข้าหาเด็กชายอย่างช้าๆ ก่อนเอื้อนเอ่ยอย่างไม่ถือสา



“..ครูจะบอกอะไรให้นะ แฮร์รี่ คนที่มีความสุขที่สุดในโลกจะมองกระจกและเห็นเพียงแค่ตัวเอง...อย่างที่เขาเป็นเท่านั้น” เขาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเด็กชายพร้อมยกมือขึ้นเป็นการบรรยายถึงสิ่งที่กำลังจะกล่าวถึง เบือนหน้าไปทางกระจกก่อนจะเริ่มต้นเอ่ยประโยคต่อมาอย่างเรียบง่าย



“ถ้าอย่างนั้น..แสดงว่ากระจกนี่..แสดงถึงสิ่งที่เราต้องการ..ไม่ว่าอะไรก็ตามสินะครับ” เด็กชายหันกลับไปมองกระจกพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความมั่นใจกึ่งหนึ่งที่ปราถนาจะให้คนตรงหน้าชี้ชัดถึงความกระจ่างในสิ่งที่เขาคิด



“ทั้งใช่..และ..ไม่” เป็นคำตอบที่บอกไม่ได้ว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงหรือเป็นเพียงความกำกวมที่พยายามหลีกเลี่ยงการตอบ



“.....” เด็กชายยังคงเงียบรออย่างตั้งใจ



“กระจกนี้จะแสดงถึงสิ่งที่ไม่มากหรือน้อยไปกว่าความต้องการหรือความผิดหวังที่ลึกที่สุดของจิตใจเรา  สำหรับเธอ แฮร์รี่  เด็กน้อยเธอไม่เคยรู้จักครอบครัว เธอจึงมองเห็นครอบครัวยืนเคียงข้างเธอ..” ชายชราหยุดเว้นประโยคของเขาไปชั่วอึดใจหนึ่งก่อนจะเริ่มเอ่ยต่อ



“..แต่จำไว้อย่างหนึ่งนะ แฮร์รี่ กระจกนี้ไม่สามารถให้ได้ทั้งความรู้หรือความจริง หลายคนเสียเวลาไปกับการนั่งจ้องมองมัน แม้กระทั่งเสียสติไปก็มี..” ความจริงที่เกิดขึ้นทำให้เขาจำเป็นต้องเอ่ยเตือนเด็กน้อยตรงหน้าก่อนที่เขาจะเผลอไผลไปกับมันจนไม่อาจกลับมามีชีวิตได้สมกับช่วงวัยของเขา



“วันพรุ่งนี้มันจะถูกย้ายไปที่อื่น และฉันจำเป็นต้องขออะไรจากเธออย่างหนึ่ง..อย่าตามหามันอีก..ไม่ใช่เรื่องดีที่จะจมอยู่กับความฝันและลืมที่จะมีชีวิตอยู่..” เป็นอีกครั้งที่เสียงแหบนุ่มนั้นเปลี่ยนเป็นการเอ่ยที่เน้นหนักขึ้น เพื่อกล่าวเตือนไม่ให้อีกฝ่ายละเมิดต่อกฎเกณฑ์อย่างที่เป็นอยู่



.

.

.



“ศาสตราจารย์ครับ จะเป็นการเสียมารยาทไหม ถ้าผมจะถามว่า..คุณเห็นอะไรในกระจกอย่างนั้นเหรอครับ” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อย่างใสซื่อ



“ฉันเหรอ  ก็แค่ถุงเท้าขนสัตว์อุ่นๆคู่หนึ่งสำหรับหน้าหนาวนี้เท่านั้นแหละ แฮร์รี่..” แววตาของผู้ถูกถามสั่นระริกวูบไหวเพียงครู่เดียวยามเมื่อจ้องมองเข้าไปในกระจกเบื้องหน้า ก่อนจะจางหายไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอยยิ้มจรดขึ้นที่มุมปากด้วยความสุข ในขณะที่ริมฝีปากภายใต้หนวดเครายาวนั้นเอื้อนเอ่ยความลวง..



ความลวง...ที่มีเขาเพียงผู้เดียวที่ล่วงรู้...ตลอดกาล





 

//////////////////////////////////////////////////


 

 

เมื่อมีการลงนามในกฎหมายปกปิดความลับนานาชาติ ผู้วิเศษทั้งหลายต่างก็หลบซ่อนตัวตลอดกาล พวกเขาตั้งกลุ่มเล็กๆของตัวเองขึ้นในชุมชนต่างๆซึ่งก็คงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะทำอย่างนั้น หมู่บ้านเล็กๆและชุมชนน้อยๆหลายแห่งกลายเป็นแหล่งรวมครอบครัวผู้วิเศษซึ่งจับกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลือและคุ้มครองดูแลกันและกัน




ในบรรดาหมู่บ้านและชุมชนทั้งหลายแห่งนั้น หมู่บ้านเล็กๆหากแต่มีชื่อเสียงที่สุด คือ ก็อดดริกส์โฮลโล่ หมู่บ้านที่อยู่ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของก็อดดริก กริฟฟินดอร์ พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ หนึ่งในผู้ก่อตั้งโรงเรียนเวทมนตร์ ฮอกวอตส์ และ เป็นสถานที่ที่โบว์แมน ไรต์ พ่อมดช่างโลหะ ได้ประดิษฐ์ลูกสนิชทองคำลูกแรกขึ้นมา




แน่นอนว่า..แม้แต่สุสานที่สำคัญของ อิกโนตัส เพฟเวอเรลล์ พ่อมดผู้โด่งดังในนิทานบีเดิลยอดกวี ผู้เป็นต้นแบบให้เกิดตำนานเล่าขานถึงน้องชายคนสุดท้อง เจ้าของผ้าคลุมล่องหนของยมฑูตในนิทานสามพี่น้อง ก็ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าเพื่อกล่าวถึงการหลับใหลของเขาภายใต้ผืนดินแห่งนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมป่าช้าที่นั่นจึงเต็มไปด้วยชื่อของตระกูลผู้วิเศษเก่าแก่มากมาย อันเป็นที่มาให้บรรดาเหล่ามักเกิ้ลพากันกล่าวขวัญถึงตำนานสยองขวัญและวิญญาณมากมาย




 

                ราวกับเวลาได้ล่วงผ่านไปเนิ่นนานในความรู้สึกของอัลบัส มันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เขาอยากจะออกไปท่องโลกกว้างเพื่อเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ต่างๆร่วมกับเพื่อนคนสนิท แต่ไม่อาจทำได้อีกต่อไป พรสวรรค์และความสามารถที่มีล้วนแล้วแต่ไร้ค่า เมื่อผู้เป็นบิดาอย่างเพอร์ซิวาล ดัมเบิลดอร์ ถูกตัดสินให้ต้องโทษจำคุกในข้อหาทำร้ายเด็กชายมักเกิ้ลสามคนที่ทำร้ายน้องสาวคนเล็กของเขาจนเธอไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อีกต่อไป ไม่ต่างอะไรจากสควิปเลยแม้แต่น้อย เธอไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่นาน..บิดาของเขาก็เสียชีวิตขณะที่ยังจำคุกอยู่ที่นั่น..อัซคาบัน..




                มารดาของเขา เคนดรา ดัมเบิลดอร์ เธอเป็นเพียงหญิงสาวเล็กๆที่ใจแหลกสลายเมื่อสิ้นสามีของเธอ แม้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอจะพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง เพื่อดูแลลูกสาวของเธออย่างสุดความสามารถ แต่มันก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆที่เธอจะทำใจรับได้ เธอจากไปเพื่อร่วมทางกับสามีของเธอในปรโลก..ทิ้งให้ลูกทั้งสามของเธอผจญชะตากรรม




                ในความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ครอบครัวดัมเบิลดอร์ได้ย้ายถิ่นฐานมายังหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้..ก็อดดริกส์โฮลโล่.. ช่างเป็นโชคดีเสียเหลือเกิน ณ สถานที่แห่งนี้ พวกเขาไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกี่ยวกับเหล่ามักเกิ้ลและพลังที่ไม่สามารถควบคุมได้ของแอรีอานนา น้องสาวของเขา



                วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ซ้ำซากและน่าเบื่อในความคิดของอัลบัส จนกระทั่งวันที่เขาได้มีโอกาสพบกับคนคนหนึ่งจากการชักนำของโชคชะตา คน..ที่เปลี่ยนแปลงเขาไป..ตลอดกาล...



 

“อ้าว สวัสดีจ๊ะ อัลบัส เข้ามาสิ ฉันจะแนะนำหลานชายให้รู้จัก” เสียงเอ่ยต้อนรับของหญิงชราเจ้าของบ้านดังขึ้นในเช้าวันหนึ่งเมื่อมีผู้มาเยี่ยมเยือนเป็นเด็กชายที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี


“สวัสดี ฉันเกลเลิร์ต กรินเดิลวัลด์ ยินดีที่ได้รู้จัก” เด็กชายที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเอ่ยปากทักทาย ในขณะที่เจ้าตัวยังคงทำหน้านิ่งราวกับไร้อารมณ์ ชีวิตและจิตใจ


“อะ เอ่อ ไง ฉันอัลบัส เพอร์ซิวาล วูลฟริก ไบรอัน ดัมเบิลดอร์ ยินดีที่ได้รู้จัก” เป็นครั้งแรกที่อัลบัสได้พบคนเช่นนี้ เขาเอ่ยแนะนำตัวรัวเร็วด้วยความประหม่า รู้สึกว่ามือไม้เก้งก้างไปหมด


“เป็นชื่อที่..ค่อนข้างยาวนะ” คนตรงหน้ายังคงความหน้านิ่งไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ที่แปลกคือคำพูดของเขา แฝงไว้ด้วยความตลกที่ทำให้อัลบัสรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย


“เรียกฉันว่า อัลบัสก็พอแล้วล่ะ” ดวงตาสั่นไหวชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้อีกฝ่ายเรียกชื่อต้นได้อย่างไม่อิดออด พร้อมส่งรอยยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย


“อืม นายจะเรียกฉันว่าเกลเลิร์ตก็ได้นะ อัลบัส” รอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นบริเวณมุมปากของเด็กหนุ่มตรงหน้า อัลบัสคงต้องยอมรับกับตัวเองว่าคนตรงหน้าเขา..ช่างหล่อเหลาและมีเสน่ห์อย่างเหลือร้ายจริงๆ





 

                เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ คือ ชื่อของเด็กผู้ชายคนนั้น เด็กหนุ่มวัยรุ่น อายุไล่เลี่ยกับอัลบัส คนที่มีความสามารถและความรู้ทัดเทียมกันอย่างหาได้ยากยิ่ง



กรินเดลวัลด์ได้รับการศึกษาจากสถาบันการศึกษาด้านเวทมนตร์ชั้นนำของประเทศเยอรมณี เดิร์มสแตรงก์ โรงเรียนซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการส่งเสริมศาสตร์มืดมากตั้งแต่ก่อตั้ง แม้ว่าเกลเลิร์ตจะแสดงออกถึงความสามารถที่เก่งเกินวัย แต่แทนที่เขาจะใช้ความสามารถเหล่านั้นไปเพื่อไขว่คว้าประกาศนียบัตรหรือรางวัลต่างๆ ทว่า..เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ กลับอุทิศความสามารถของตนเองให้แก่การแสวงหาสิ่งที่แตกต่างออกไป...



เพราะความคิดที่แตกต่างไปจากผู้อื่นจนไม่อาจควบคุมได้ การทดลองประหลาดบางอย่างที่วิปริตวิปลาสและเป็นเหตุให้นักเรียนหลายคนได้รับบาดเจ็บปางตาย ซึ่งเกินกว่าที่เดิร์มสแตรงก์จะปล่อยให้มันเกิดขึ้นภายใต้การควบคุมดูแลของพวกเขา นั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้เขาถูกไล่ออกในขณะที่มีอายุเพียงแค่ 16 ปี



หลังจากที่ถูกไล่ออก..กรินเดลวัลด์หาได้แยแสต่อสิ่งที่เกิดขึ้น..เขากลับคิดว่ามันเป็นการดีเสียอีกที่จะได้ผจญไปในโลกกว้างเพื่อเสาะแสวงหาสิ่งที่เขาต้องการ คนที่กระหายใคร่รู้ไม่รู้จบเช่นเขาก็ราวนกน้อยในกรงที่ได้รับโอกาสให้โผบินสู่ฟากฟ้าเพื่อเริ่มต้นการเดินทางที่จะเปลี่ยนแปลง..ทุกสิ่ง..



เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าเรื่องของเครื่องรางยมทูตนั้นเป็นเรื่องจริง บ่อยครั้งที่สมัยเรียนเขาจมจ่อมไปกับการวาดรูปสัญลักษณ์เหล่านั้นบนกำแพงโรงเรียน เด็กหนุ่มออกเดินทางท่องไปตามประเทศต่างๆเพื่อค้นหา จนกระทั่งตัดสินใจเดินทางมายังประเทศอังกฤษหนึ่งเพื่อเยี่ยมเยียนคุณยายน้อยของเขา บาธิลดา แบ็กช็อต หญิงชราผู้มีชื่อเสียงในฐานะนักเขียนหนังสือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ซึ่งอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเล็กและสงบเงียบอย่างก็อดดริกส์โฮลโล่ และสอง เป้าหมายที่สำคัญที่สุด คือ การมาสำรวจจุดเริ่มต้นของสัญลักษณ์เครื่องรางยมทูตบนป้ายจารึกเหนือหลุมศพของอิกโนตัส เพฟเวอเรลล์




 


ที่นี่เอง 

ที่เป็นจุดเริ่มต้น ความสัมพันธ์ และ ทุกสิ่ง 

ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

ไปตลอดกาล




                แม้เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาอัลบัสและกิลเลิร์ตพบว่านอกเหนือจากความสามารถในการเรียนรู้ที่รวดเร็วรวมไปถึงทักษะในแต่ละด้านที่พวกเขามีและเป็น พวกเขายังมีความคิดคล้ายคลึงกันในหลายๆอย่าง พวกเขามีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกัน ได้หัวเราะ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ที่มี ได้ใช้ชีวิตที่แสนสงบสุขไปด้วยกัน



                ถึงแม้พวกเขาจะมีความเชื่อที่ว่าพ่อมดแม่มดนั้นพิเศษกว่าพวกมักเกิ้ลและวางแผนร่วมกันถึงเรื่องที่จะให้เหล่าผู้วิเศษได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีโดยไม่ต้องหลบซ่อนหรืออยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ปกป้องพวกไร้เวท ...แผนการที่ทำเพื่อประโยชน์สุขของส่วนใหญ่... พวกเขาต้องการให้เหล่ามักเกิ้ลรับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกผู้วิเศษ  



ทว่าในขณะที่เกลเลิร์ตเสนอให้ควบคุมเหล่ามักเกิ้ลเพื่อให้คนเหล่านั้นอยู่ภายใต้อำนาจของพ่อมดแม่มดผู้วิเศษ อัลบัสกลับคัดค้านเพียงเพราะอาเบอร์ฟอร์ธไม่เห็นด้วย ทั้งยังยกน้องสาวที่อ่อนไหวง่ายอย่างแอรีอานนาขึ้นมาอ้าง หมายมั่นให้อัลบัสเห็นแก่ความเป็นพี่น้องมากกว่าสายสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนของคนที่รู้จักกันเพียงไม่นาน




 

“พวกนั้นจะหวาดกลัวเรา เกลเลิร์ต พวกเขาไม่มีทางเข้าใจโลกของเรา”



 

เพียงเพราะความอ่อนไหวที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของอัลบัส ทำให้สิ่งที่พวกเขามุ่งมั่นและพยายามมาตลอดกำลังจะพังทลาย เกลเลิร์ตโกรธมากเมื่อรู้สาเหตุว่าคนที่ทำให้อัลบัสไม่เห็นด้วยกับเขาคือใคร..ถ้อยคำมากมายที่อยากจะต่อว่าผุดขึ้นในหัวอย่างไม่มีสิ้นสุด ร่างสูงถลาออกจากบ้าน หายตัวไปปรากฎยังบ้านของเหล่าดัมเบิลดอร์และแทบจะในทันทีที่อาเบอร์ฟอร์ธเปิดประตูออกมา เกลเลิร์ตร้องตะโกนใส่อย่างฉุนเฉียวดังลั่นทั่วบริเวณจนอัลบัสต้องรีบผละจากน้องสาวเพื่อวิ่งมาห้ามทั้งสองคน



แอรีอานนาเกลียดความรุนแรงทุกชนิด เธอไม่ชอบมัน หวาดผวาและเป็นกังวล ยิ่งการทะเลาะกันของทั้งสามคนยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่าไร เธอยิ่งไม่อาจควบคุมตัวเองได้ สายตาที่แสดงออกถึงความหวาดกลัวจ้องมองไปยังเหตุการณ์เบื้องหน้าที่ซึ่งบรรดาพี่ชายทั้งสามกำลังถกเถียงกันหนักข้อถึงขนาดที่เริ่มหยิบยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาสาดคาถาใส่กัน แสงสีที่เกิดขึ้นทำให้ร่างกายเล็กสั่นสะท้านจนไม่อาจควบคุม พลังที่ไม่เคยควบคุมได้ไหลทะลักออกมาราวกับน้ำปาไหลหลาก กระชากทุกคนออกจากกันก่อนจะหายวับไปจากบ้านหลังน้อยที่เคยอบอุ่น




ร่างทั้งสี่คนปรากฏขึ้นอีกครั้งในสถานที่ซึ่งโล่งว่าง ไร้ซึ่งผู้คน พวกเขานอนต่างกระจัดกระจายกันอยู่คนละทิศคนละทางด้วยความสับสนมึนงง

 



“ที่นี่มันที่ไหน?” เกลเลิร์ตเอ่ยปากถามหลังจากที่พวกเขาคลายความมึนงงที่เกิดขึ้นจนได้สติอีกครั้ง


“ฉันก็ไม่รู้..” อัลบัสเอ่ยตอบ ใบหน้ายังคงมึนงงและสับสน


“เธอเป็นคนทำ” เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพลางผงกเอียงไปทางน้องสาวที่นอนอยู่ไม่ไกล


“แอรีอานนา!!” เป็นอาเบอร์ฟอร์ธที่รู้สึกตัวก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปประคองเธอขึ้นจากพื้น


“นี่มันบ้าอะไร” เกลเลิร์ตเอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย เขาหันหน้าไปทางอาเบอร์ฟอร์ธที่โอบประคองน้องสาวคนเล็กอย่างห่วงใยราวกับเธอเป็นแก้วแสนเปราะบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ


“พอกันที!! หุบปากของนายไปเลยนะ เกลเลิร์ต” ก่อนที่เกลเลิร์ตกับอาเบอร์ฟอร์ธจะเริ่มต้นการทะเลาะอีกครั้ง อัลบัสรีบเอ่ยปากห้ามอย่างหัวเสีย

 



...ที่เป็นอยู่นี่ยังยุ่งไม่พอหรืออย่างไร...

 



“ให้ตายเถอะ! ฉันไม่สนหรอกนะ นี่มันไม่อยู่ในแผนด้วยซ้ำ!” เสียงเกรี้ยวกราดของเกลเลิร์ตเหมือนจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆเมื่อพบว่าอัลบัสกำลังทำตัวเป็นพ่อพระที่แสนดีในครอบครัวที่แสนอบอุ่น


“มันเป็นเพราะนายนั่นแหละ! ทั้งหมดเพราะนายคนเดียว!” เสียงต่อว่าของอาเบอร์ฟอร์ธดังขึ้นขัดบทสนทนาระหว่างทั้งสองคน เขากล่าวโทษเกลเลิร์ตสำหรับทุกสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังชักจูงให้พี่ชายของเขาเปลี่ยนไป..ก้าวไปสู่ความมืดมิด..


“จบเรื่องนี้ซะ แล้วเราจะได้กลับบ้านกัน!” อาเบอร์ฟอร์ธยื่นคำขาดให้พี่ชายของตัวเอง ก่อนจะรีบโอบอุ้มร่างของน้องสาวเดินหลบฉากออกไปให้ไกลจากตัวปัญหาทั้งสองคน


“ฉันจะไม่เปลี่ยนแผนเพราะเห็นแก่น้องสาวของนายหรอกนะ อัลบัส” เกลเลิร์ตที่จ้องมองอัลบัสมาตลอดเอ่ยปากขึ้นเพื่อแสดงชัดถึงจุดยืนของเขาที่มีต่อแผนการเปลี่ยนโลกที่ยิ่งใหญ่


“แต่เธอเป็นครอบครัวของฉันนะ” อัลบัสเอ่ยด้วยเสียงอ่อนแรง


“นายแคร์ครอบครัวของนายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เสียงเย้ยหยันขึ้นจมูกที่แสดงออกถึงความไม่แยแสต่อน้องสาวที่ไร้ประโยชน์ เปราะบางและเป็นตัวภาระของคนตรงหน้า..

 




สีหน้าที่ไม่เห็นด้วยของอัลบัส เพียงพอแล้วที่จะชี้ให้เกลเลิร์ตเห็นชัดถึง  ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น



อุดมการณ์ของอีกฝ่ายไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว  แผนการที่สร้างมาร่วมกัน  ไม่มีทางเป็นจริง



จุดยืนที่แตกต่าง  ราวกับทางแยก  ของเส้นทางที่เคยเวียนมาบรรจบกัน




“ทั้งหมดนี่! เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่! เราเกิดมาเหนือพวกมัน! เราถูกกำหนดมาให้ปกครองพวกมัน!!” เกลเลิร์ตเอ่ยขึ้นซ้ำอีกครั้งถึงอุดมการณ์ที่เขายึดมั่น  



นี่คือ สิ่งที่เขาคิด สิ่งที่เขาเชื่อมั่น และ สิ่งที่เขาจะกระทำมัน



“พอกันที! ฉันจะไม่ร่วมในแผนการของนายอีกต่อไปแล้ว”





 

                อัลบัสเพียงหวังว่าถ้าเขาถอนตัวออกจากเรื่องนี้ ทุกอย่างก็จะจบลงด้วยดีอย่างที่ทุกคนต้องการ แม้ว่าเกลเลิร์ตจะโกรธเขามากแค่ไหนก็ตาม แม้ว่าเขาอาจจะต้องทุ่มเทเวลาที่เหลือต่อจากนี้ในการไล่ตามอีกฝ่าย แต่เพราะความสัมพันธ์ที่พวกเขาทั้งสองคนมีร่วมกัน มันทำให้เขาไม่อาจจะลงมือทำอะไรอีกฝ่ายได้ เพราะ รัก เพียงอย่างเดียวที่ทำให้อัลบัสเลือกที่จะหลับตาลงซะ เสมือนว่าเขาตาบอดไม่เห็นการกระทำที่ผิดของคนที่เขารักสุดหัวใจ

 





“นายมันคนไม่รู้จักความรัก!! คนอย่างนายไม่สมควรได้รับโอกาสให้จากไปง่ายๆแบบนี้หรอก!




 

อาเบอร์ฟอร์ธไม่ต้องการให้ทุกอย่างจบลงแบบนั้น เขาไม่ยอมให้เกลเลิร์ตมีโอกาสจากไปง่ายๆแบบนี้เป็นแน่ เขาเริ่มโจมตีอีกครั้งเพื่อที่จะจับกุมชายผู้ใช้ศาสตร์มืดต้องห้าม ผู้ชายที่ชักนำพี่ชายของเขาไปในทางที่ผิด คนที่ไม่เห็นค่าน้องสาวที่แสนเปราะบางของเขา  เขาจะต้องจับกุมอีกฝ่ายส่งให้ทางการ เพื่อจองจำในคุกอัซคาบัน  ไม่ให้มีโอกาสไปฆ่าหรือทำร้ายใครได้อีก!!



แต่แล้วเรื่องราวที่แสนเศร้าก็เกิดขึ้นเพราะความไม่ตั้งใจ  การต่อสู้ที่ดุเดือดไร้ปราณีดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนแทบจะไม่สามารถมองเห็น อัลบัสรู้ดีว่าความสามารถของเพื่อนที่เขารักกับน้องชายของตนนั้นแตกต่างกันมากเพียงใด เขายืนนิ่งมองการต่อสู้นั้นนิ่งงันด้วยแววตาปวดร้าวก่อนจะจำใจก้าวสู่สังเวียนการต่อสู้เมื่อเห็นน้องของตนพลาดท่า





 

“ไม่! พอแล้ว! อย่าทำแบบนั้นนะ!




 

ทุกคาถาที่สาดเข้าใส่กันอัดแน่นไปด้วยทุกความรู้สึกที่มีราวกับว่านี่จะเป็นการดวลครั้งสุดท้ายที่ได้กระทำร่วมกันในฐานะเพื่อนสนิท รอยยิ้มอ่อนโยนที่แสดงออกถึงความพึงพอใจและสนุกสนานไปกับสีสันของเวทมนตร์ ฉายชัดขึ้นบนสีหน้าของเกลเลิร์ตอย่างสุขใจ เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นอย่างยินดี ต่อช่วงเวลาที่เขาเฝ้ารอคอยเสมอมา..การดวลเวทมนตร์ระหว่างเขาและอัลบัส..

 




คนที่มีความสามารถเทียบเคียงเสมอกัน



คนที่เขาอยากจะร่วมแบ่งปันทุกสิ่งด้วย



คนเพียงคนเดียว  ที่เขานับเป็นเพื่อนสนิท และ คนรู้ใจ 

 







 “นายรู้จักความรัก เกลเลิร์ต นายรู้ดีอยู่แก่ใจ.... ได้โปรด หยุดเถอะ” เป็นอีกครั้งที่เสียงนุ่มของอัลบัสเอ่ยออกมาด้วยความเจ็บปวดจนไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป

 







เขาไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้

 





“มันจะฆ่านายนะ อัลบัส! ฆ่ามันซะ!! อย่าให้มันหนีไปได้!” อาเบอร์ฟอร์ธตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะลดไม้ลง

 




คาถาพิฆาตถูกร่ายออกไปแล้ว...สายเกินไปแล้วที่จะยับยั้ง..ไม่ใครสักคน..จะต้องตาย

อัลบัสเตรียมใจไว้แล้ว เขารู้ดีว่า..นี่อาจจะเป็นหนทางเดียว..ครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ

 






...แต่เป็นเธอ...ที่เข้ามาทำให้ทุกอย่างพังทลาย...

 





  ... แอรีอานนาตาย..ใช่..เธอตาย..

 







                การต่อสู้ของเขากับเกลเลิร์ตกระตุ้นให้เธอบ้าคลั่ง พลังที่ไม่อาจควบคุมได้ซัดเข้าใส่พวกเขาทั้งคู่จนกระเด็นไปคนละทาง ในขณะเดียวกันคาถาของพวกเขาทั้งคู่กลับสะท้อนกลับไปยังน้องสาวที่ยืนอยู่ไม่ห่าง เสียงกรีดร้องเรียกชื่อของเธออย่างบ้าคลั่งและเจ็บปวดของอาเบอร์ฟอร์ธทำให้เขาได้สติ สายตาที่จับจ้องไปที่ใบหน้าเรียบเฉย ที่กลับมาเฉียบเย็นอีกครั้งแต่นัยน์ตาคมเข้มคู่นั้นฉายชัดถึงความตกตะลึง เมื่ออัลบัสเลื่อนสายตาตามไป เขาก็รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน....

 










                ..ไม่มีคำเอ่ยลา..มีเพียงสายตาสองคู่ที่ประสานกัน..เป็นครั้งสุดท้าย..






                เกลเลิร์ตหายตัวไปทันทีหลังจากเหตุการณ์นั้น เขามาทราบในภายหลังว่าอีกฝ่ายเอ่ยปากขอให้คุณยายน้อยของตน บาทิลด้า เสกกุญแจนำทางให้แล้วเดินทางจากไปในทันที โดยไม่มีสิ่งใดเหลือทิ้งไว้ให้ระลึกถึงความสัมพันธ์อีกต่อไป...นอกจากรูปถ่ายใบเล็กที่เขามีเก็บไว้กับตัว




 




///////////////////////////////////////////////





 

                หลังจากการสูญเสียน้องสาวครั้งนั้น ความสัมพันธ์กับน้องชายก็เหมือนจะขาดสะบั้นไปด้วย อัลบัสเหมือนตัวคนเดียว เขาไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะครอบครัวหรือเพื่อน เขาเคว้งคว้างอย่างเงียบเหงา ปราศจากความกระตือรือล้นในการทำทุกสิ่ง ช่างเป็นความกรุณาของศาสตราจารย์ใหญ่อาร์มันโด ดิพพิต ผู้ชายที่หยิบยื่นโอกาสในการแก้ตัวให้กับคนที่ไร้ซึ่งจุดหมาย ปีนั้นเองที่อัลบัสได้เข้าทำงานเป็นศาสตราจารย์คนใหม่ของฮอกวอตส์




                ด้วยความสามารถที่หลากหลายของเขา ทำให้ได้รับโอกาสให้สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนวิชาในการสอนไปเรื่อยๆ ทั้งวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่เขาหลงใหล แม้กระทั่งวิชาแปลงร่างที่เขาสามารถทำได้ลื่นไหล เด็กนักเรียนมากมายหลายรุ่นล้วนแล้วแต่ได้ผ่านการเรียนการสอนจากเขาทั้งนั้น




                ตลอดเวลาที่สอนอยู่ที่ฮอกวอตส์..สถานที่หนึ่งที่อัลบัสมักจะไปเยี่ยมเยือนอยู่เป็นประจำ..คือห้องห้องหนึ่งภายในตัวปราสาทฮอกวอตส์... ห้องที่เป็นที่เก็บรักษากระจกเงาบานหนึ่ง..กระจกแห่งแอริเซด..กระจกที่ฉายภาพความปราถนาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้เป็นสุขที่สุดหรือสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์ที่สุดก็ตาม...




                นับจากวันนั้น..หลายปีที่ผ่านมาอัลบัสทำได้เพียงตามข่าวของคนๆนั้นจากหน้าหนังสือพิมพ์ที่เอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในยุโรปและอเมริกา เขาได้แต่ติดตามด้วยความคิดถึง เป็นห่วงและเป็นกังวล ต่อให้เขาจะต้องโดนต่อว่าหรือรังเกียจ แต่มันยังคงเป็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตัวเขา..หลงรัก (อดีต) เพื่อนสนิทคนนั้น..สุดหัวใจ..  เหมือนในตอนนี้     


ในตอนที่เขายืนจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองที่มีเกลเลิร์ตอยู่เคียงข้าง






               

/////////////////////////////////////////

 




                สิ่งที่เกลเลิร์ตกำลังทำสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น ความพังพินาศระหว่างเส้นแบ่งของโลกเวทมนตร์และโลกของเหล่ามักเกิ้ล หรือ โน-แมจ ที่ชาวอเมริกันและยุโรปเรียกขาน




ทว่าความสามารถในการเห็นนิมิตพยากรณ์ของเกลเลิร์ตเป็นตัวนำพาให้ทุกอย่างไปไกลเกินกว่าการควบคุม ในขณะที่หนังสือพิมพ์ประกาศว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์หายตัวไปอย่างลึกลับโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้นั้น มาคูซาไม่ได้ล่วงรู้เลยว่าเพอร์ซิวาล เกรฟส์ หัวหน้ามือปราบมารและมือขวาของประธานสภาในขณะนั้นคือเกลเลิร์ตที่ใชคาถาแปลงร่างขั้นสูงในการปลอมตัว เพื่อหวังแทรกแซงและขยายอำนาจของตัวเอง รวมไปถึงการตามหาเด็กที่มีพลังออบสคูเรียล หรือ ออบสคูลรัส เพื่อนำมาใช้เป็นเครื่องมือสำคัญบางอย่างในการควบคุมมักเกิ้ล และ ครีเดนซ์ แบร์โบน คือ เด็กคนนั้น...








ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นที่อเมริกาทำให้อีกฝ่ายโดนจับกุม นั่นทำให้หัวใจของอัลบัสร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกยินดี ที่มือของคนๆนั้นจะไม่ต้องเปื้อนเลือดจากการสังหารใครอีก

 



เป็นอีกครั้งที่แม้อัลบัสอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือหรือจัดการก็ไม่อาจทำได้ เพราะทางกระทรวงเวทมนตร์จับตาดูเขาแทบจะทุกฝีก้าว ยิ่งเมื่อข่าวของการแหกคุกของเกลเลิร์ตที่เกิดขึ้นที่อเมริกาเกิดขึ้นจนเป็นที่กล่าวขานบนหนังสือพิมพ์เวทมนตร์ เดอะ นิวยอร์กโกสต์ ถึงวีรกรรมของท่านประธานเซราฟิน่า พิกเกอรี่ แห่งสภาเวทมนตร์แห่งสหรัฐอเมริกาหรือมาคูซา ว่าเธอยอมสละชีพเพื่อพยายามหยุดยั้งจอมมารเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์อย่างสุดความสามารถ

          


      ครานี้อัลบัสไม่อาจยอมให้ทุกอย่างแย่มากไปกว่าที่เป็นอีกแล้ว..ถึงแม้จะออกหน้าเองไม่ได้..แต่เขายังมีลูกศิษย์ที่แสนดีอยู่คนหนึ่ง..เด็กน้อยจากบ้านฮัฟเฟิลพัฟที่โดนไล่ออกจากโรงเรียน..นิวท์.. นิวตัน อาร์เทมิส ไฟโด สคามันเดอร์.. ด้วยข้อหาก่อความอันตรายให้แก่มนุษย์ด้วยสัตว์วิเศษ แม้ว่าเขาจะพยายามหาทางช่วยอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่มีทางที่คำตัดสินนั้นจะแปลเป็นอื่นได้ แม้ว่าเด็กคนนั้นจะไม่ได้สนใจอะไรกับการโดนไล่ออก แต่เขายังคงรู้สึกผิดอยู่ทุกครั้งที่ไม่สามารถช่วยได้  ความหลงใหลในสัตว์วิเศษและความรู้ของเด็กคนนั้นช่างน่าประทับใจมากพอๆกับความสามารถทางด้านเวทมนตร์เลยทีเดียว




                อัลบัสติดต่อกับนิวท์อีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายเดินทางไปเยือนปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วยการส่งโปสการ์ดใบเล็กๆเพื่อแจ้งข่าว ซึ่งในขณะที่เด็กน้อยคนนั้นยังคงตระเวนเดินทางไปในสถานที่ต่างๆเพื่อรวบรวมเหล่าสัตว์วิเศษและเขียนหนังสือว่าด้วยสัตว์มหัศจรรย์และถิ่นที่อยู่ จนกระทั่งพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆที่เกลเลิร์ตและเหล่าบริวารใต้อาณัตของเขาก่อขึ้น นิวท์จึงจำเป็นต้องเข้าร่วมกับเพื่อนสาวที่รู้จักกันจากภารกิจครั้งก่อนในนิวยอร์กอย่างพอร์เพนติน่า โกลด์สตีนและน้องสาวของเธอ ควีนนี่




 

“คุณจะขอให้ผมช่วยตามหาตัวเขาอย่างนั้นเหรอครับ” เด็กน้อยที่เติบใหญ่ตรงหน้าเอ่ยถามศาสตราจารย์ที่เคารพด้วยสีหน้าที่แสดงออกถึงความไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน



“ฉันไม่สามารถต่อต้านกรินเดลวัลด์ได้...ต้องเป็นเธอ..” มันเป็นความจริงที่อัลบัสต้องยอมรับว่า เขาไม่สามารถทำใจแข็งเพื่อสู้กับอีกฝ่ายได้ จนต้องยืมมือคนอื่นเช่นนี้



“ถ้าฉันเป็นเธอก็คงจะปฏิเสธเหมือนกัน อ่า นี่ก็ดึกมากแล้ว ฉันขอตัวก่อนล่ะนะ นิวท์” เขายังคงเอ่ยติดตลกด้วยน้ำเสียงเอ็นดูดังเช่นที่เคยทำมาเมื่อครั้งอดีต อัลบัสเพียงแค่ยกมือขึ้นแตะหมวกของตัวเองเพื่อเอ่ยลาตามธรรมเนียมแล้วหายตัวไปทันทีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีสิทธิปฏิเสธเช่นที่เขากล่าวดักคอไว้ล่วงหน้า



“โอ้..ไม่เอาน่า ศาสตราจารย์! นิวท์ได้แต่ร้องออกมาอย่างเหลือเชื่อกับพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า หลังจากประมวลผลจากบทสนทนาและการกระทำของศาสตราจารย์คนเก่งเมื่อครู่ที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป




 

                อัลบัสไม่เสี่ยงปล่อยให้นิวท์ต้องจัดการปัญหาทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว เขาติดต่อไปหาธีซีอุส สคามันเดอร์ พี่ชายของนิวท์ ซึ่งดำรงตำแหน่งมือปราบมารของกระทรวงเวทมนตร์อังกฤษ ด้วยฝีมือชั้นยอดที่โดดเด่นยิ่งกว่าใคร อัลบัสเชื่อว่าธีซีอุสจะเป็นกำลังสำคัญชั้นยอดที่ขาดไม่ได้ของนิวท์ เพราะเขาเชื่อมั่นว่าต่อให้กระทรวงเวทมนตร์อังกฤษไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในอเมริกาและยุโรป แต่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะทำให้ธีซีอุสสามารถหาหนทางทุกอย่างที่มีและเป็นไปได้ในการให้ความช่วยเหลือน้องชายของเขาได้อย่างแน่นอน





               

///////////////////////////////////////////////

 





                ท้ายที่สุด..ก็เป็นเขาที่ต้องลงมือด้วยตัวเอง..



                แต่เพราะไม่อาจทำใจให้ลงมือปลิดชีพอีกฝ่ายได้




                ทางเดียวและทางสุดท้ายที่เลือกทำ คือ การจองจำ 




                เกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ ถูกจองจำให้อยู่ที่คุกนูร์เมนการ์ดที่เจ้าตัวเป็นคนสร้างขึ้นเพื่อกักขังผู้ที่ต่อต้าน และแม้ว่าความพ่ายแพ้ของจอมมารกรินเดลวัลด์ที่ใครต่อใครต่างเล่าขานไปต่างๆนานาจะสิ้นสุดลง แต่ทว่า...รื่องราวและการตีความถึงสัญลักษณ์ของเครื่องรางยมฑูตยังไม่สิ้นสุด..และยังคงดำเนินอยู่ต่อไป..จนกระทั่งตอนนี้...

 




//////////////////////////////////////////





 

“ช่างเป็นเกียรติเสียเหลือเกินที่ดาร์กลอร์ด  อ่า ลอร์ดโวลเดอมอร์ เดินทางมาถึงที่นี่  เพื่อพบฉัน” อดีตจอมมารกรินเดลวัลด์ซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายในคุกมือมืดแห่งนี้เพียงลำพังจนสภาพผ่ายผอมจนเหมือนโครงกระดูก เอ่ยต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มไร้ซึ่งความหวาดกลัว




“ฉันคิดอยู่แล้วว่าแกจะต้องมา...สักวันหนึ่ง แต่การเดินทางของแกมันเปล่าประโยชน์ ฉันไม่เคยมีมันเลย” ยามเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปากถามถึงไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ หนึ่งในเครื่องรางยมทูตที่เล่าขานกัน ไม้ที่เคยอยู่ในความครอบครองของเขา ไม้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยไปช่วงชิงมาจากเกรโกโรวิตช์ ช่างทำไม้กายสิทธิ์ของนักเรียนเดิร์มสแตรงก์ 




“ถ้าเช่นนั้นก็ฆ่าฉันเสียสิ โวลเดอมอร์ ฉันยินดีต้อนรับความตาย! แต่ความตายของฉันจะไม่ทำให้แกได้ในสิ่งที่ค้นหาหรอก..ยังมีอะไรอีกมาที่แกไม่เข้าใจ...” ดวงตาลึกโหลที่ยังบอบช้ำจากการร่ำไห้ต่อการจากไปอย่างไม่มีวันหวนคืนของเพื่อนรักที่เทียบชั้นของตน จ้องมองไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่หวั่นเกรง ในเวลานี้..คงถึงเวลาที่เขาจะเดินทางกลับไปพบกับคนๆนั้นอีกสักครั้งหลังจากที่หลีกเลี่ยงมันมาแทบจะตลอดทั้งชีวิตที่..ตั้งแต่วันนั้น..




“ฆ่าฉันเลยสิ! แกจะไม่ชนะ! แกจะไม่มีวันชนะ!! ไม้กายสิทธิ์นั่นจะไม่มีวันเป็นของแก ไม่มีวัน“ เขายั่วยุให้โวเดอมอร์ลงมือสังหารเขาด้วยคำสาปพิฆาตและจมดิ่งเคียงข้างไปกับความตาย เพื่อพบเจอ...หลังจากที่กักขังตัวเองมานานถึง 53 ปี นับตั้งแต่ยอมรับความพ่ายแพ้ที่มีให้กับอัลบัส ดัมเบิลดอร์





 

                                                                     ///////////////////////////////////////////////

 








“อย่าสงสารคนตายเลย แฮร์รี่ สงสารคนที่ยังอยู่เถอะ โดยเฉพาะคนที่อยู่โดยปราศจากความรัก” ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่เสียชีวิตไปแล้วปรากฏตัวขึ้นเพื่อสนทนากับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้รอดชีวิต ที่ยอมสละชีวิตของตัวเองให้โวลเดอมอร์สังหารฮอกครักซ์ส่วนหนึ่งที่อยู่ในร่างของเขา...ด้วยความยินดีกับความตาย... ดวงตาของผู้ที่จากไปแล้วนั้นยังคงอ่อนโยนเหมือนที่เคยเป็นมา ที่แปลกไป คือ ความเศร้าหมองที่อยู่ภายในนั้นได้เลือนหายไปแล้ว




“ศาสตราจารย์ครับ มีเรื่องหนึ่งที่ผมสงสัย..ผู้พิทักษ์ของแม่ผม เป็นกวางตัวเมีย เหมือนกับของศาสตราจารย์สเนป..” บทสนทนามากมายเกิดขึ้นระหว่างที่ทั้งสองเดินไปเรื่อยๆตามทางเดินของสถานที่ที่คล้ายคลึงกับสถานีรถไฟคิงครอส ทว่าปราศจากรถไฟสักขบวนและสถานีแห่งนี้ก็ขาวสะอาด สว่างไสวราวกับสรวงสวรรค์




“อันที่จริง ถ้าถามฉันเกี่ยวกับเรื่องนั้น ฉันไม่เห็นว่ามันน่าสงสัยตรงไหนเลยนะ แฮร์รี่” ดัมเบิลดอร์หันกลับมาทำหน้าประหลาดใจให้เด็กชายตรงหน้าเล็กน้อย เขาเอ่ยตอบด้วยความขบขันแต่ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม




“ฉันต้องไปแล้วล่ะ” แววเสียงเรียกหาของใครสักคนที่กำลังเรียกหาศาสตราจารย์ตรงหน้าเด็กชาย เสียงที่ทำให้ชายชรามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นทั้งบนใบหน้าและในแววตาคู่นั้น




“ศาสตราจารย์ครับ! เรื่องทั้งหมดนี่...ที่เกิดขึ้น...มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ หรือ ว่ามันแค่เกิดขึ้นในหัวของผม” ก่อนที่อีกฝ่ายจะผละจากไป แฮร์รี่ตะโกนถามขึ้นด้วยความสงสัย ราวกับว่าเขากลับไปเป็นเด็กน้อยคนเดิมที่เคยสนทนากับศาสตราจารย์ใหญ่ดัมเบิลดอร์เป็นครั้งแรกเมื่อครั้งยืนอยู่หน้ากระจกแห่งแอริเซด




“แน่นอนว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในหัวของเธอ แต่ถึงเป็นอย่างนั้น  ทำไมมันถึงจะไม่ใช่เรื่องจริงล่ะ แฮร์รี่” เสียงเอ่ยที่แสดงออกถึงความเอ็นดูเมื่อครั้งนั้นยังคงเป็นเช่นเดิม แต่ครานี้กลับเจือไปด้วยเสียงหัวเราะที่สดใส ก่อนที่จะเดินหายลับเข้าไปสู่แสงสว่าง...ที่ซึ่งมีใครอีกคนเฝ้ารอคอยการกลับไปของเขา...คนที่เขา..รักสุดหัวใจ







 

///////////////////////////////////////////

 

 

E N D

 





จบแล้ววววววว แงงงงงงง 
หวังว่าจะมีคนชอบเรื่องนี้บ้างสักคนหนึ่งก็ยังดีนะคะ 
มาหวีดเป็นเพื่อนเราหน่อยน้าาาาา 

บอกให้เรารู้ผ่านกล่องคอมเม้นด้านล่างได้เลยนะคะ เราจะรออ่านทุกความคิดเห็น!!!


แล้วเจอกันที่โรงภาพยนตร์วันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ค่ะ!! 



มาโบกไม้กายสิทธิ์แล้วท่องไปในโลกของเวทมนตร์ด้วยกันอีกครั้งนะคะ ทุกคน >///<)/ 








'Hogwarts always will be there 
to welcome you home' 





 

 

 

 แก้ไข: 27 July 2018

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ อารยา (Snowice Princess) จากทั้งหมด 23 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 16:30

    หาคู่นี้อ่านยากมากกกกกก ชอบคู่นี้มาก ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ แต่งดีมากเลยค่ะ

    #14
    0
  2. วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 18:50

    อร้ายยยชอบๆคู่นี้คู่เเรร์หาอ่านยาก//ขอบคุณที่เเต่งให้อ่านนะค่ะ~~~
    #13
    1
  3. วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 20:10
    ดีมากๆเลย คนแต่งคู่นี้น้อยมากเลย ขอบคุณไรท์ที่แต่งให้อ่านค่ะ
    #12
    1
  4. วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 00:44
    งืออออชอบบบในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกันนน
    #11
    1
    • 28 ตุลาคม 2561 / 16:36
      เนอะๆ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันในโลกคนเป็น แต่หลังความตายเขาก็ได้มีความสุขร่วมกันเนอะ
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่าาา
      #11-1
  5. #10 อีกาทมิฬ (@9087) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 14:00
    แอบมาหวีดเบาๆชอยคู่นี้ผิดไหม....ฮา
    #10
    1
    • #10-1 อความารีน (@api_im) (จากตอนที่ 1)
      1 กันยายน 2561 / 23:04
      ไม่ผิดค่ะ หวีดเยอะๆเลยก็ได้ เรือนี้หาคนหวีดด้วยยากจัง
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ><
      #10-1
  6. #9 amnnlk (@amnnlk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:18
    ดีมากเลยค่ะ ฮือออ
    #9
    1
    • #9-1 อความารีน (@api_im) (จากตอนที่ 1)
      1 กันยายน 2561 / 23:03
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ดีใจที่ชอบด้วยค่ะ :)
      #9-1
  7. วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 18:07

    งืออออออ น้ำตาซึมเลยค่ะ เศร้ามากแต่ก็เขินมากเช่นกันนนนนนนนนนนนนนนนนนน-///////-

    #8
    1
    • 1 กันยายน 2561 / 22:49
      อยากให้เขาสมหวังกันจัง..ไม่แน่..หลังจากหนังเข้า อาจจะผุดตอนหวานๆของคู่นี้สักตอน ดีไหมคะ :P
      #8-1
  8. #7 Kirin2004 (@Kirin2004) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 06:47
    เเต่งดีมากค่ะ//น้ำตาไหลเลยอิอิ
    #7
    1
    • #7-1 อความารีน (@api_im) (จากตอนที่ 1)
      31 กรกฎาคม 2561 / 00:17
      โอ๋ๆ เรื่องมันเศร้าใช่ไหมคะ?
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ :)
      #7-1
  9. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 19:39

    เป็นการขมวดเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างอัลบัสกับกรินเดลวัลด์ได้กระชับดีทีเดียว ชอบการสลับเรื่องราวเพื่ออธิบายและโยงใยปมต่างๆทำให้เรื่องราวที่เคยรู้มา support ความรักย้อนแย้งของสองคู่นี้ได้อย่างเข้าใจครบถ้วน เหมือนได้กลับไปทบทวนเรื่องราวของแฮร์รี่ที่ทีคู่นี้เป็นตัวละครที่ทำให้เราเข้าใจการกระทำหลายๆอย่างของอัลบัสได้มากขึ้น เป็นกำลังใจให้ค่ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #6
    1
  10. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 03:44
    ตามมาจากทวิตนะคะ ก่อนอื่นเลยก็คือชอบภาษามากกกกกก เหมือนอ่านวรรณกรรมแปลมากเลยค่ะ ศัพท์ดูสวยไปหมดแต่เข้าใจง่าย ชอบมากๆแงงงง พูดถึงเนื้อเรื่องคือรู้เลยว่าบางทีแค่รักกันมันไม่พอจริงๆแล้วยิ่งต้องมาสู้กับคนที่ตัวเองรักมันเจ็บปวดมากเลยค่ะ ด้วยปัจจัยอะไรหลายๆอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นลึกๆแล้วดัมเบิลดอร์ก็ยังคิดถึงเขาตลอดเลย อ่านแล้วรู้สึกโทนฟิคดิ่งๆหม่นๆมาก ฮึกกก หวังว่าสุดท้ายแล้วทั้งคู่จะได้พบกันอีกครั้งนะคะ ;----; /ปล.ยังอยากอ่านฮอกวอร์ตเรื่องอื่นๆอยู่นะคะ ถ้าแต่งอีกอย่าลืมมาแปะน้าา จะตามอ่าน ฮือออ ตะหนุกมาก สู้ๆก้าบบ
    #5
    1
    • 27 กรกฎาคม 2561 / 19:26
      งื้ออออ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่ะ ดีใจมากๆเลยที่คนอ่านชอบ ><
      ลองอ่านประโยคสุดท้ายของเรื่องใหม่อีกครั้งนะคะ //กระซิบด้วยรอยยิ้ม

      ป.ล. ถ้าอยากอ่านเรื่องราวในโลกเวทมนตร์อีก มีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ เป็นรวม SF คู่เดรโก x แฮร์รี่ ตามลิ้งไปได้เลยค่า
      #5-1
  11. วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 22:33
    ความสัมพันธ์ของคนสองคนจะอาศัยแค่ความรักอย่างเดียวไม่ได้จริงๆ ถ้าทั้งสองคนมีความคิดมีแนวทางในการดำเนินชีวิตที่ต่างกันก็ยากที่ความสัมพันธ์จะราบรื่นไปได้ ยิ่งต่างกันสุดขั้วเหมือนในเรื่องนี้ก็กลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีทางบรรจบกันได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าไรความรักในหัวใจไม่เปลี่ยนแปลงแต่จุดยืนที่แตกต่างกันก็ไม่สามารถที่จะทำให้คนสองคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้
    ขอบคุณสำหรับฟิคเรื่องนี้นะคะ ^^
    #4
    1
    • 27 กรกฎาคม 2561 / 01:13
      ความรักที่เป็นเหมือนเส้นขนาน ช่างเป็นความรักที่สวยงามแต่เจ็บปวดที่สุดจริงไหมคะ
      รู้สึกได้ รักได้ แต่ไม่อาจแตะต้องหรือไขว่คว้าเอามาเพื่อครอบครองเป็นเจ้่าของได้

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นเช่นกันค่ะ ^^
      #4-1
  12. วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 11:11

    พอมาอ่านแลเวอยากย้อนกลับไปดูแฮนี่ตั้งแต่ภาคแรก อยาเก็บเกี่ยวทุกอย่างเกี่ยวกับเขาทั้งคู่ที่ได้เล่าขานในยุคของแฮรี่ และอยากดื่มด่ำกับความสัมพันธ์ของเขาทั้งสอง การต้องหันอาวุธเข้าหากันนั้นช่างแสนยาก แต่ทั้งคู่ก็ทำมันเพราะอุดมการณ์และความเชื่อของตนเอง เฟมือนกับเส้นขนาน ที่ก่อนถูกมองด้วยมุมมองของการเดินเคียงข้างกันไปตลอดกาล แต่เมื่อถึงวันหนึ่งได้เปลี่ยนมุมมองเลยเห็นว่ามันเป็นทางที่ไม่มีวันบรรจบกัน แม้ตลอดการใช้ชีวิตจะมีเพียงแต่ความหวังและความปรารถนาจะได้พบ ยามสิ้นสุดลงก็หวังว่าทั้งสองจะได้พบกันอีกครั้ง.....ผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ทั้งสองคน:)

    #3
    1
    • 27 กรกฎาคม 2561 / 01:11
      ความรักขมๆของพวกเขาจะเป็นตำนานความรักตลอดไป ถึงแม้ไม่ได้เคียงข้างกันยามมีชีวิต แต่เราเชื่อว่ายามเมื่อก้าวสู่โลกแห่งความตาย พวกเขาจะต้องได้พบกันที่อีกครั้งแน่นอนเลยค่ะ :)
      #3-1
  13. วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 02:55
    งื้อ >///////<
    #2
    1
    • 27 กรกฎาคม 2561 / 01:08
      งื้อออ เขินด้วยคน ชอบเรื่องนี้ไหมคะ >///<)/
      #2-1
  14. วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 22:29
    หนังยังไม่เค้าแต่ฟิคมาแล้วววว กรี๊ดดด ชิปแล้วชิปอีก ประทับใจอ่ะ
    #1
    1