รักวุ่นวายของยัย NANNY GIRL

ตอนที่ 15 : Chapter12-NANNY GIRL (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 มิ.ย. 56

© Tenpoints!

 
     











Chapter 12








      หลังจากที่ฉันยอมตกลงเซ็นสัญญาเป็นแฟนกับนายขาดวิ่นแล้ว 

( รู้สึกเหมือนตัวเองซ้อมจดทะเบียนสมรสยังไงไม่รู้ฮิ-.,-)

หมอนั่นก็พยายามจะป้อนโจ๊กให้ฉันทั้งๆที่มันยังร้อนอยู่ก็ตาม =_=



 

      “โอ้ย!! มันร้อนอยู่!! นายจะให้ฉันกินมันเข้าไปได้ยังไง?”



 

      “เดี๋ยวฉันเป่าให้”



 

      นายขาดวิ่นดึงช้อนที่เต็มไปด้วยโจ๊กไปเป่า ปู้ดๆ จนสะเก็ดน้ำลายแผ่กระจายไปทั่วอนูของโจ๊ก ก่อนที่จะยื่นช้อนโจ๊กมาจ่อที่ปากฉันอีกที



 

      “ฉันกินเองได้น่า!! ไม่สบายเฉยๆนะ ไม่ได้เป็นง่อย”



 

      “ขอให้ฉันได้ทำหน้าที่แฟนหน่อยไม่ได้รึไง?”



 

      “นายขาดวิ่น!! ฉันถามจริงๆเหอะ นายทำอย่างนี้ไปทำไม นายต้องการอะไรกันแน่?”

 

 

      “อ๊ะๆ!! เควินสิ!! ก่อนเธอเซ็นสัญญาเธอไม่ได้อ่านข้อตกลงก่อนรึไง ว่าเธอต้องเรียกฉันว่าเควิน ชื่อจริงๆของฉันน่ะ”

 

 

      ฉันอยากจะกรีดร้องกับหน้ามึนๆของนายขาดวิ่นที่ไม่ได้ฟังคำถามที่ฉันเพิ่งกรอกใส่หูเขาไปเมื่อกี้เลย



 

      “เออ!! เควินก็เควิน!! แล้วตกลงนายจะตอบฉันมาได้รึยังว่านายต้องการอะไรเนี่ย??”



 

      “ต้องการ...”

 

 

      เอาอีกแล้ว!! นายขาดวิ่นเงียบไปอีกแล้ว นี่อย่าบอกนะว่าอยู่ๆจะมาใบ้รับประทานตอนนี้  เรื่องที่เขาบังคับให้ฉันไปเป็นแฟนเขามันไม่ตลกเลยสักนิด  ยอมรับก็ได้ว่าฉันรู้สึกดีมากๆ ดีมากจนแทบจะกรี๊ดบอกให้โลกรู้ว่านายขาดวิ่นมาขอแกมบังคับให้ฉันเป็นแฟน  แต่มันก็รู้สึกตงิดๆใจยังไงไม่รู้ หมอนั่นคงไม่ได้รักฉันเลยขอเป็นแฟนหรอก ฉันก็กลัวเจ็บเหมือนกันนะ ถ้าเกิด...

ถ้าเกิดเผลอไปชอบนายขาดวิ่นเข้าจริงๆ เพราะฉันไม่ใช่ไม่รู้ตัว ฉันรู้ว่าฉันเป็นใคร ฉันรู้ว่าหมอนั่นเป็นใคร เจ้านายกับลูกน้องมันจะเป็นไปได้ยังไง?

คนรวยกับคนจนมันก็คงจะไม่คู่ควรอยู่แล้ว



 

      “ต้องการ?”



 

      “ต้องการ...”



 

      “ต้องการอะไร?”



 

      “ฉันต้องการนอนแล้ว ห๊าว~ ง่วงชะมัด เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเลย”



 

      นายขาดวิ่นกินโจ๊กที่ตัวเองกำลังจะเอามาป้อนให้ฉันซะเองก่อนจะวางช้อนลงกับถ้วยแล้วล้มตัวลงนอนกับเตียงของฉัน แล้วกลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนเด็ก =___=




 

      “มัวแต่คิดถึงเธอ...”




 

      ฉันกำลังจะกระโดดเตะนายขาดวิ่นด้วยขาคู่หน้า - - ก็ต้องชะงักทันที

อะไรนะ?? ถึงนายขาดวิ่นจะพูดด้วยเสียงอันแผ่วเบาแต่มันก็ดังกังวานชัดเต็มสองหูของฉัน  หัวใจฉันเริ่มทำงานหนักอีกครั้ง อ๊าย!! มันจะหลุดออกมาเต้นข้างนอกอกฉันอยู่แล้ว!!  

 

 

      นายขาดวิ่นปล่อยให้ฉันยืนค้างเหมือนกับรูปปั้นหิน แล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว เอาจริงๆหรอเนี่ย?? จะมานอนอะไรตอนนี้???  ตื่นขึ้นมาเคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนสิ!! ฉันได้แต่โวยวายในใจแต่ก็ไม่กล้าปลุกให้นายขาดวิ่นลุกขึ้นมาตอบคำถามฉันอีก บางทีนะ...ฉันก็ว่าควรจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไป

ฉันยังไม่ค่อยอยากรู้ความจริงว่านายขาดวิ่นต้องการอะไรซักเท่าไหร่แล้ว

ขอแค่ตอนนี้รู้แค่ว่านายขาดวิ่นคิดถึงฉันบ้าง...ก็พอแล้ว











      หลังจากที่ยืนงงๆมึนๆจนเมื่อยขาแล้ว ฉันก็ทิ้งตัวนั่งข้างๆเด็กน้อยขาดวิ่นที่นอนกอดนังตุ๊กตาวนเวียนอยู่ เฮ้อ!! หมอนี่กำลังแย่งที่นอนคนป่วยอยู่นะเนี่ย -__- นิสัยไม่ดีเลย!!

 

 

 

      ‘พรึ่บ!!’

 

 

 

      รู้สึกตัวอีกทีฉันก็ลงมานอนอยู่ในอ้อมกอดของคนที่คิดว่าหลับไปแล้วเมื่อกี้ เฮ้ย!! นี่มันอะไรเนี่ย!! ฉันพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากแขนของนายขาดวิ่นอย่างสุดแรง แต่แอบไม่แรงเท่าไหร่ เพราะในใจก็แอบอยากจะอยู่อย่างนี้เหมือนกัน อ๊าย!! >O<

 

 

 

      “นอนซะที่รัก”

 

 

 

      ขนจากแขนฉันลุกพรึบพรับทันทีที่เสียงแหบพร่าของนายขาดวิ่นกระซิบอยู่ข้างหู หยึ๋ย><~

 

 

 

      “ปล่อย!! ไอ้บ้า!!”

 

 

 

      “พูดไม่เพราะเลยนะตัวเอง-^-”

 

 

 

      “ไม่ต้องมาทำหน้าเป็นหมาเหงาเลย แล้วปล่อยได้แล้ว!!”

 

 

 

      “อะไรกัน!! เราเป็นแฟนกันนะ ทำไมฉันจะกอดเธอไม่ได้”

 

 

 

      “ไม่ต้องมาอ้าง!! ปล่อย! แล้วกลับไปได้แล้ว ฉันเคยบอกนายไปแล้วไงว่าหอนี้เป็นหอหญิง ห้ามผู้ชายเข้า! ขืนเสียงดังไปยัยป้าข้างห้องมาได้ยินเข้าแล้วเอาไปฟ้องเจ้าของหอ ฉันไม่แย่หรอ??”

 

 

 

      “ไม่เห็นเป็นอะไรเลย”

 

 

 

      “มันจะไม่เป็นได้ไงยะ!!?”

 

 

 

      “โอ๋ๆ!! คุณแฟนของผม อย่าเพิ่งตกมันไปสิครับ เดี๋ยวผมร้องเพลงกล่อมให้ฟังนะครับ”

 

 

 

      นายขาดวิ่นกระชับอ้อมแขนรัดตัวฉันมากขึ้น (นี่ไม่รัดให้กระเพาะอาหารของฉันปริ๊นออกมาทางปากเลยล่ะ??) แล้วเอามือมาลูบหัวฉันเหมือนกำลังโอ๋เด็กสามขวบ เดี๋ยวนี้หมอนี่ชักจะทำตัวดื้อง๊องแง๊งเอาแต่ใจยิ่งกว่าเดิมแล้วนะเนี่ย!!

 

 

 

      “ไม่ต้อง!!”

 

 

 

      “เอเอ๊~ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั้งให้น้องข้านอน ขอละครให้น้องข้าดู ขอยายชูเลี้ยงน้องข้าเถิด ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง~”

 

 

 

      “ขอร้อง!! หยุดร้องมันเหอะ!!”

 

 

 

      ฉันรีบเอ่ยปากขอร้องให้นายขาดวิ่นหยุดร้องเพลงปัญญาอ่อนที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะเห็นว่าหมอนี่กำลังเตรียมจะร้องเพลงนี้ซ้ำอีกครั้ง

 

 

 

      “เอ้า!! ไม่ชอบหรอ??  งั้นเปลี่ยนเพลงก็ได้”

 

 

 

      “ไม่ต้องร้องแล้ว!!”

 

 

 

      “นกเอี้ยงเอยมาเลี้ยงควายเฒ่า ควายกินหญ้านกเอี้ยงหัวโต เควินเอยมาเลี้ยงวิงเวียน เควินกินข้าว วิงเวียนหัวโต๊~”

 

 

 

      “เควิน!!”

 

 

 

      “ไม่ชอบเพลงนี้อีกแล้วหรอ?? ฉันอุตส่าห์แต่งใหม่เพื่อเธอเลยนะ>O<“

 

 

 

      “ไม่ชอบ หยุดร้องได้แล้ว!! เสียงนายมันจะดังทะลุประตูไปสะกิดตูดยัยป้าขี้ฟ้องข้างห้องแล้วนะ!!”

 

 

 

      “โยกเยกเอย น้ำท่วมเมฆ กระต่ายลอยคอ หมาหางงอ กอดคอกันโยกเยก...”

 

 

 

      “ร้องเบาๆสิ!!”

 

 

 

      ฉันหยิกแขนนายขาดวิ่นด้วยความโมโห เหมือนยิ่งห้ามเท่าไหร่ ก็เหมือนยิ่งยุให้นายขาดวิ่นเพิ่มเลเวลของระดับเสียงมากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้เลยดูเหมือนจากร้องเพลงกล่อมกลายมาเป็นตะโกนข้างหูฉันแทน นี่กะเอาให้ขี้หูของฉันออกมาเต้นป็อปปิ้งเลยใช่มะ!!?

 

 

 

      “ฉันแค่อยากให้เสียงของฉันเข้าไปในฝันของเธอเวลาเธอหลับไปแล้วเอง”

 

 

 

      “ขอโทษนะ!! เสียงนายไม่มีวันเข้าไปในฝันของฉันได้หรอก ตะโกนกรอกหูอย่างนี้ใครจะไปหลับลงมิทราบ แล้วกรุณาเก็บเพลงกล่อมเด็กโบราณๆของนายไปร้องให้น้องสาวนายฟังคนเดียวเหอะ มันไม่ใช่อ่ะ!!”

 

 

 

      “แล้วไม่บอกตั้งแต่แรกว่าไม่ชอบ งั้นฉันเปลี่ยนแนวก็ได้”

 

 

 

      “=_=”

 

 

 

      “จะมีเพียงเธอ!! รักเพียงแต่เธอ โอบกอดเธอด้วยรัก รักที่ห่วงใย!!”

 

 

 

      นายขาดวิ่นตะโกนสุดเสียงจนฉันคิดว่าหูข้างขวาฉันคงดับสนิทแน่นิ่งไปแล้วแน่ๆ ฉันพยายามจะดิ้นให้หลุดจากนายขาดวิ่นแล้วเอื้อมมือไปหยิบถุงเท้าที่ใช้ติดต่อกันมาเป็นเวลาสองอาทิตย์แบบไม่ได้ซัก มายัดปากหมอนี่!!

กรี๊ด!! หูของฉัน!! TTOTT

 

 

 

      “ใจฉันให้เธอ!! มันคือของเธอรู้มั้ย ทุกคำมันกลั่นออกมาจากหัวใจ!! เราจะ...”

 

 

 

      ‘ปัง!!’

 

 

 

      นายขาดวิ่นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเสียงประตูห้องฉันเปิดอย่างแรง จนประตูไปกระแทกกับผนังห้อง ส่งผลให้เสียงดังไปทั่วตึก แล้วก็ตามมาด้วยคนที่ฉันพยายามภาวนาในใจให้ไปผุดไปเกิดสักที  ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นและรอยตีนกา ถึงแม้ว่าเจ้าของใบหน้านั้นจะพยายามโบ๊ะแป้งหนาหลายเซ็นก็ไม่ได้ช่วยให้หน้าแกดูเด็กลงสักนิด แว่นตาหนาเตอะขนาดใหญ่เท่ากระด้ง ที่คอยเอาไว้สอดส่องเรื่องของชาวบ้าน มาพร้อมกับชุดเดรสลายดอก บ่งบอกถึงรสนิยมอันแก่คร่ำคริเหมือนข้ามเวลามาจากอดีตเมื่อสักสองร้อยกว่าปีที่แล้ว ใช่แล้ว!! รูปร่างลักษณะอย่างนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...ป้าแก่ขี้ฟ้องข้างห้องค่า~ งานนี้มีแต่ตายกับตายอย่างเดียว!!

 

 

 

      “นี่มัน!! ผู้ชายนี่!!”

 

 

 

      “หล่อขนาดนี้คงไม่ใช่ผู้หญิงหรอกครับ^^”

 

 

 

      ใคร!!? ใครสั่งให้นายเสร่อไปตอบนาง!!? นายขาดวิ่นปล่อยฉันให้เป็นอิสระแล้วก้าวไปประชิดเพื่อกล่าวทักทายยัยป้าทันที แล้วยัยป้านี่มันก็น่าเสยคางให้เห็นดาวไปซะเลย อยู่ๆมาเปิดประตูห้องคนอื่นโดยพละการอย่างนี้ได้ไง!!?

 

 

 

      “ผู้ชาย!! ผู้ชาย!! ผู้ชาย!!  กรี๊ด!!”

 

 

 

      ฉันวิ่งเข้าไปพร้อมกับถุงเท้าเน่าๆในมือ (ตอนแรกที่จะไปอุดปากนายขาดวิ่น) รีบยัดมันเข้าไปในปากที่กำลังแหกปากกว้าง360องศา

แล้วรีบปิดประตูเพื่่อให้เสียงไม่ไปถึงชั้นบนตึกของหอ =_=

 

 

 

      “เปล่าๆๆ!! เปล่านะป้า!! ผู้ชายอะไรกัน ยัยนี่มันตุ๊ดต่างหาก!!”

 

 

 

      ฉันพยายามจะหาวิธีแก้ตัวเพื่อเอาชีวิตรอด ถึงแม้มันจะเป็นการแถที่อุบาทและทุเรศไม่สมจริงเลยสักนิดก็เหอะ TOT

 

 

 

      “อ๊ะ!! อะไออ๊ะ!!?”

 

 

 

      ห๊ะ!! อะไรนะ!!? นี่แน่ะ!! เป็นล่ามให้เสร็จสับ เนื่องจากป้าแกโดนถุงเท้าฉันอุดอยู่ที่ปาก

 

 

 

      “นี่เพื่อนหนูเอง มันเป็นตุ๊ดค่ะ เพื่อนสาวๆ แหะๆ”

 

 

 

      นายขาดวิ่นทำตาโตมองมาที่ฉันด้วยความสงสัย ฉันเกือบจะหลุดขำกับสีหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายแควกชั่นมาร์คเป็นร้อยๆอันบนใบหน้าของหมอนั่น แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ก่อน ไม่ได้ๆ เดี๋ยวได้เก็บของหาหอใหม่กันพอดี

 

 

 

      “ไอ๊เอื่อ!!”  (ไม่เชื่อ =_= )

 

 

 

      “จริงๆนะคะ”

 

 

 

      ฉันหันไปขยิบตาส่งซิกให้นายขาดวิ่นที่ยืนเอ๋อรับประทานอยู่ข้างๆทำอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ ที่ทำให้ป้าแกเชื่อว่าที่ฉันพูดไปเป็นความจริง

นายขาดวิ่นชี้นิ้วไปที่ตัวเองอีกครั้ง แล้วมองหน้าฉันงงๆ

 

 

 

      “เครซี่!! เธอก็ไม่เห็นต้องปิดบังเลย แสดงให้ดูเลยสิว่าเธอไม่ใช่ผู้ชายอ่ะ”

 

 

 

      อิอิ แอบเปลี่ยนชื่อให้ใหม่เสร็จสับ ไพเราะเพราะพริ้งน่ารักมุ้งมิ้งมากเลย>O< นายขาดวิ่นทำหน้าเหมือนจะยอมแพ้ ก่อนจะหันไปฉีกยิ้มให้กับยัยป้าที่กำลังจ้องมาที่เขาอย่างกับเจอเพชร -_-

 

 

 

      “อุ๊ยว๊ายตายกรี๊ด!! ความแตกจนได้นะยะ เครซี่อุตส่าห์แอ๊บแมน!! เฮ้อ~

ใช่ฮ้า~ เครซี่เป็นเพื่อนสาวของยัยวิงเวียนนี่เอง ปุอิ๊งๆ >O<“

 

 

 

      เสียงที่ดัดจนแหลมทะลุเพดานกับท่าทางสะดีดสะดิ้งยกมือขึ้นทำท่าปุอิ้งๆของนายขาดวิ่น แทบจะทำให้ฉันลงไปนอนหัวเราะกับพื้น อ๊าก!! ไม่ไหวแล้ว ฉันกลั้นหัวเราะจนปวดท้องปวดเหงือกไปหมดแล้ว ฟึดฟัดๆๆ >.,<

หายใจไม่ออก อ่อก!! ฮาไม่ไหวแล้ว!!!!~



 

       “เออเอ็นอุ๊ดอิงๆเอ๋อเอี้ย>O<“

 

 

 

 

        โอเค ฉันไม่สามารถจะจับความหมายได้เลยว่าป้าแกต้องการจะสื่ออะไร เลยยอมดึงถุงเท้าๆเน่าๆออกมาจากปากป้า แต่ถ้าสมมุติกรี๊ดอีกคราวหน้าจะใช้รองเท้าตราช้างดาวที่วางอยู่ที่ชั้นรองเท้านี่ยัดปากแทนซะเลย

 

 

 

       “เธอเป็นตุ๊ดจริงๆหรอ??”

 

 

 

       “จริงสิฮ้า~ เครซี่จะหลอกคุณป้าสุดสวยไปทำไมล่ะ?”

 

 

 

       “เห็นมั้ยคะป้า!!  ถือว่าเข้าใจตรงกันแล้วเนอะ ถ้าเข้าใจแล้วก็เชิญกลับห้องป้าไปเลยค่ะ วันนี้เราจะมีปาร์ตี้ชุดนอนกันระหว่างเพื่อนสาว คนแก่...ไม่เกี่ยว>O<“

 

 

 

       ฉันพยายามดันหลังป้าให้ออกประตูห้องไป แต่ป้าแกก็ยังยื้อตัวเอาไว้แล้วจ้องมาที่นายขาดวิ่นอยู่อย่างนั้น -_- ถ้าจะติดใจมากขนาดนั้นก็ลากกลับไปนอนกกที่ห้องเลยก็ได้ค่ะคุณป้า

 

 

 

       “เย้!! ปาร์ตี้ชุดนอน >O<“

 

 

 

       อยู่ๆยัยตุ๊ดเครซี่ก็กระโดดกระดี๊กระด๊าเหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ซึ่งฉันเริ่มเอะใจสงสัยว่านี่ตกลงมันคือการแสดงหรือเรื่องจริงกันแน่  ถ้ามันเป็นแค่การแสดงฉันก็ขอยกถ้วยรางวัลนักแสดงตุ๊ดยอดเยี่ยมแห่งปีให้แก่นายขาดวิ่นซะเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า 

 

 

 

       ยัยป้าเห็นอาการท่าทางของนายขาดวิ่นอย่างนั้นแล้วก็ถอนหายใจแรงๆหนึ่งทีก่อนจะยอมออกไปจากห้องอย่างโดยดี สงสัยจะเชื่อสนิทใจไปแล้วล่ะ แต่มันก็จริงนะ ถ้าฉันเป็นคนอื่น ฉันก็คิดว่านายขาดวิ่นต้องเป็นตุ๊ดชัวร์ๆ

 

 

 

       “ฟิ้ว~ เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ”

 

 

 

       “เกือบอะไรหรอยะ เพื่อนสาว>O<“

 

 

 

       “คือป้าไปแล้ว นายหยุดทำท่าอย่างนั้นได้แล้ว -_-”

 

 

 

       “โห่ ต้องหยุดละกำลังติดลมเลย”

 

 

 

       ขอบคุณพระเจ้า ที่คืนนายขาดวิ่นแมนๆกลับมาให้ฉัน 

ฉันคิดว่าจะเสียหมอนี่ไปตลอดชีวิตซะแล้ว   ประชากรชายยิ่งมีจำนวนลดน้อยลงเข้าไปทุกทีแล้ว เฮ้อ~ นายขาดวิ่นกลับมาพูดเสียงเดิมของเขา ก่อนจะตรงเข้าไปนอนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเจ้าวนเวียนอยู่บนเตียง

 

 

 

       “เห็นมั้ยเกือบโดนจับได้เลย นายกลับไปได้แล้ว”

 

 

 

       “อะไรอ่ะ?? วันนี้มีปาร์ตี้ชุดนอนไม่ใช่หรอ-.,-”

 

 

 

       “บ้าหรอ!!? เมื่อกี้ฉันโกหกต่างหาก คิดอะไรได้ก็พูดออกไปเลย นี่นายเชื่อด้วยหรอ??”

 

 

 

       “งั้นเราก็จัดกันเองก็ได้นี่ แค่สองคนเท่านั้น หึหึ -.,-”

 

 

 

       นายขาดวิ่นเป็นอะไรมากป๊ะ?? เดี๋ยวนี้ชักจะทะลึ่งไปใหญ่แล้ว ฉันไม่พูดอะไรแต่เดินเข้าไปหยิบหมอนข้างลูกรักขึ้นมาฟาดนายขาดวิ่นอย่างบ้าคลั่ง ย่ะๆๆๆ ตายซะเถอะ!!

 

 

 

       “โอ้ย>< ฉันเจ็บนะ!!”

 

 

 

       “กลับไปได้แล้ว นี่มันปัญญาอ่อนมากเกินไปป๊ะ?? กลับไปก่อนที่ฉันจะฆ่านายยัดส้วมนะ!!”

 

 

 

       “โอเคๆ ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเวลาเธอป่วยแล้วเหมือนมีนางมารมาสิงเธอเลย จะซีเรียสไปไหน-^-”

 

 

 

       นายขาดวิ่นยอมลุกขึ้นมา แล้วเดินตรงไปหน้าประตูห้องโดยที่ไม่ลืมอุ้มเจ้าวนเวียนไปด้วย ให้ตายสิ!! หมอนี่กล้าอุ้มตุ๊กตาไปไหนต่อไหนได้ไง ไม่อายคนอื่นเลยรึไง -__-

ยอมรับว่าถึงฉันจะเป็นคนปัญญาอ่อนแต่ก็ไม่เท่าหมอนี่จริงๆ อย่างน้อยฉันก็ไม่กล้าหนีบนังตุ๊กตาหมานี่ออกไปให้ประชาชีเห็นล่ะวะ

 

 

 

       “อย่าลืมว่า นายต้องไม่ให้ใครเห็นเป็นอันเด็ดขาดโอเคมั้ย??”

 

 

 

       “อืม-^-”

 

 

 

       “ถ้าโดนจับได้จริงๆ นายต้องบอกว่านายคือชู้ของยัยป้าขี้ฟ้องข้างห้องฉัน”

 

 

 

       “ไม่เอาอ่ะ ให้ฉันไปเป็นชู้กับยามหน้าหอเธอจะยังดีซะกว่า”

 

 

 

       นายขาดวิ่นหันมาทำหน้ายู่ใส่ฉันขณะที่ฉันเปิดประตูและดันเขาออกไปนอกห้อง หมอนั่นหันมามองหน้าฉันและพยายามจะรั้งให้ฉันออกมาข้างนอกห้องด้วย

 

 

 

     “เออๆ งั้นนายก็บอกเขาไปว่านายเป็นเมียน้อยยามหน้าหอแล้วกัน แต่จำไว้ห้ามบอกว่านายเป็นเพื่อนฉัน โอเคนะ”

 

 

 

       “เพื่อนอะไรกันเล่า!! ฉันเป็นแฟนเธอนะ”

 

 

 

       “ไปได้ละๆ!!  ก่อนที่จะมีคนมาเห็นเข้า”

 

 

 

       ฉันมองซ้ายมองขวาตรงทางเดินเท้าด้วยความระหวาดระแวง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้ฉันจะต้องมาระแวงเรื่องอย่างนี้ -_- ให้ความรู้สึกแบบสาวใจแตกแอบพาผู้ชายขึ้นห้องชะมัด!! พ่อแม่ฉันไม่เคยสอนให้ฉันทำตัวอย่างนี้เลยนะเนี่ย

 

 

 

       “งั้นขอกู๊ดบายคิสสักทีสิ”

 

 

 

       “อะไรกู๊ดบายคิส??”

 

 

 

       “ก็อย่างนี้ไง”

 

 

 

       ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตั้งตัว นายขาดวิ่นก็รั้งฉันเข้าไปอย่างแรงจนหน้าฉันกระแทกกับแผงอกของเขา เดี๋ยวเหอะ!!  เดี๋ยวกัดนมเลยซะนี่ เล่นอะไรไม่รู้เรื่อง!!  แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะทำอะไร  นายขาดวิ่นก็เอามือมาเชยคางฉันขึ้น และฉันสัมผัสได้ถึงจมูกโด่งๆกดลงมาที่แก้มของฉันเบาๆ วินาทีนั้น หัวใจฉันเต้นอย่างแรงจนหายใจไม่ทัน รู้สึกโหวงๆและมึนไปหมด สติฉันกำลังจะหลุดลอยเพียงแค่จมูกของนายขาดวิ่นมาแตะที่แก้มฉันเบาๆเท่านั้น  แต่ในตอนนั้นเอง เสียงของแข็งกระทบกับพื้นในบริเวณอันใกล้ก็ดังขึ้นมา ทำให้ฉันรีบผลักอกนายขาดวิ่นออกไปห่างๆตัว ใครวะ!!? มันขัดเวลาอันแสนสุข-^-

แอบหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลาง

 

 

 

       “ไหนบอกว่าเป็นตุ๊ดไง!!  แล้วทำไมตุ๊ดถึงมาหอมแก้มกันอย่างนี้!!”

 

 

 

       ไม่ทันแล้วค่ะ -__- ดูเหมือนว่างานนี้วิเวียนจะได้กล่าวอำลาห้องนอนสุดที่รักของตัวเองแล้ว เพราะจากตอนแรกที่ฉันมองแล้วว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้ กลับมียัยป้าขี้ฟ้องโผล่ขึ้นมาจากนรกขุมสุดท้าย แล้วมายืนชี้หน้าเราสองคนอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนกับยมบาล ฉันอยากจะไปช่วยประคองลูกตาของแกจัง ดูเหมือนมันกำลังจะหลุดออกมาจากเบ้าแล้วกระเด้งกับพื้น

ไม่น่ารักเลย!!

 

 

 

       จานสแตนเลสกลิ้งขลุกๆมาหยุดอยู่ที่เท้าของฉัน และนั่นสามารถบ่งบอกสาเหตุของเสียงของตกเมื่อกี้ได้เป็นอย่างดี ป้าแกคงจะออกมาจากห้องเพื่อไปขอแบ่งปันข้าวจากเพื่อนข้างห้องอย่างทุกวัน แต่ดันมาเจอฉากวาบหวิวเรท18+ซะก่อน =_= (จะพูดให้มันดูเสียเพื่อตัวใคร??) 

 

 

 

       “ฉันจะไปฟ้องเจ้พรเดี๋ยวนี้แหละ!!”

 

 

 

       เจ้พร = เจ้าของหอพัก  ถ้าเจ้พรรู้เรื่อง = ฉันต้องโดนไล่ออก = ไม่มีที่พัก แล้วมันก็เท่ากับว่าฉันต้องไปนอนกอดคอกับหมาข้างถนนน่ะสิ

กรี๊ด!!!  ไม่เอานะ ฉันไม่มีที่ไปแล้ว!! ต้องทำอะไรสักอย่าง

 

 

 

       “ป้าขา!! อย่าเพิ่งๆ เพื่อนสาวก็หอมแก้มกันได้นะคะTOT”

 

 

 

       “ฉันไม่เชื่อเธอแล้ว ก็เห็นอยู่ว่าไอ้หน้าหล่อนั่นมันแมนชัดๆ”

 

 

 

       “แมนบ้าบออะไรคะป้า ตุ๊ดจะตายTOT”

 

 

 

       “ฉันจะไปฟ้องเจ้พร ปล่อย!!”

 

 

 

       “เครซี่!! เธอทำอะไรสักอย่างสิ”

 

 

 

       ฉันหันไปขอความช่วยเหลือจากนายขาดวิ่นที่ยืนเอ๋อเป็นควายธนูอยู่หน้าประตูห้อง ขณะที่ตัวเองกำลังกอดแขนป้าแกเอาไว้ อื้อหือ!! อยากจะถามป้าว่าอาบน้ำครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ ทำไมกลิ่นจากรักแร้มันหอมกลิ่นมาดามชื่นใจอย่างนี้ YOY อ้วก!!

 

 

 

       “ปล่อยป้าไปเหอะที่รัก ก็เห็นไปแล้วแถไปก็ไม่มีประโยชน์”

 

 

 

       ไม่ช่วยแถมยังไปเพิ่มความมั่นใจให้ยัยป้าจุ๊กกะแร้เหม็นคนนี้อีก =_= ขอเปลี่ยนฉายาใหม่ค่ะ เพราะกลิ่นป้าแกไม่พึงประสงค์จริงๆ

แต่อย่าเพิ่งไปบ่นป้าแกเลย ตอนนี้ขอบ่นนายขาดวิ่นในใจสักนิดเหอะ

ฮึ่ย!! เรื่องทั้งหมดมันเป็นความผิดของนายขาดวิ่นแท้ๆ ยังมีหน้ามายิ้มตาหยีอีก เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษนายขาดวิ่น!!! ถ้าฉันไม่มีที่ซุกหัวนอนนายต้องรับผิดชอบ!! ใช่สิ ฉันไม่มีที่นอนมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนายอยู่แล้วนี่!!

 

 

 

       “มานี่เร็ว”

 

 

 

       นายขาดวิ่นเดินตรงมาแง๊ะมือฉันออกจากแขนป้าจุ๊กกะแร้ แล้วล็อคแขนของฉันเอาไว้แทน กรี๊ด!!! ทำไมอยู่ๆไปเข้าข้างยัยป้าคนนี้ได้ล่ะ ไม่ยอมโว้ย!! ฉันไม่ยอม สติฉันเริ่มจะหายไปแล้ว!!! เหตุการณ์เมื่อวานยังลอยมาตอกย้ำ แต่ตอนนี้มันไม่มีอะไรจะเสียแล้วเว้ย!!

 

 

 

       “ปล่อยฉัน!!! นายขาดวิ่น!! ปล่อย!!”

 

 

 

       “เงียบๆสิ”

 

 

 

       “ไม่!! นายปล่อยฉันก่อนสิTOT กรี๊ดดดดด!!”

 

 

 

       “เธอกำลังทำตัวเหมือนคนเสียสตินะ”

 

 

 

       “ปล่อย!! กรี๊ดดดด!!”

 

 

 

       คนจากห้องต่างๆเปิดประตูมามองฉันเป็นตาเดียว แต่ ณ จุดๆนี้ฉันไม่สนแล้ว!! ไม่ว่าจะยังไงฉันจะต้องปิดปากยัยป้าจุ๊กกะแร้เหม็นคนนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม จะฆ่าหมกส้วม จับไปถ่วงน้ำ หรือจับยัดลงหม้อแม่นาคแล้วปิดผนึก ฉันก็จะทำ!!

 

 

 

       “คนอื่นเขาแตกตื่นกันหมดแล้วนะ!!”

 

 

 

       นายขาดวิ่นกระซิบเบาๆที่ข้างหูฉัน แต่คิดหรอว่าฉันจะสนใจน่ะ

 

 

 

       “ปล่อยสิโว้ย!!”

 

 

 

       “กรี๊ดดดดดด!!  นั่นมันผู้ชายนี่!!!  ขึ้นมาอยู่บนหอได้ไง!!?”

 

 

 

       เสียงเซ็งแซ่จากป้าๆน้าๆดังขึ้นรอบตัวฉัน และมันก็ทำให้เซลล์ในสมองส่วนซีรีบรัมของฉันเพิ่มจำนวนขึ้นมาอีกนิดนึง จริงด้วย!! ทำไมฉันถึงได้โง่เง่าเหมือนปลาหางนกยูงในบ่อตะไคร่น้ำอย่างนี้นะ!!  อย่างนี้ทุกคนก็เห็นนายขาดวิ่นกันหมดแล้วสิ ไม่!!! ฉันจะโวยวายทำมะเขืออะไร TOT ฉันหยุดแหกปากแล้วหลบอยู่หลังนายขาดวิ่นทันที ยังไงก็ต้องให้หมอนี่รับหน้าไว้ก่อน

 

 

 

    “ซวยแล้วไง!!”

 

 

 

       นายขาดวิ่นหันมามองหน้าฉันอย่างปลงตก ฉันได้แต่ร้องไห้อยู่ในใจกับความโง่ของตัวเองอย่างเงียบๆ มันคงไม่มีทางใดนอกจากยอมไสหัวไปจากที่นี่แล้วล่ะ ฮือๆๆ หอถูกๆอย่างนี้ไม่ได้จะหาได้ตามท้องตลาดนะ!! กว่าฉันจะค้นหาหอพักแห่งนี้ได้ฉันต้องเปิดเว็บไซต์อีเบย์เลยนะเนี่ย T^T ทำไงได้ล่ะ ดันโง่เอง จะให้ฉันปิดปากทุกคนไม่ให้เรื่องถึงเจ้พรก็ไม่ไหว จะให้แจกเงินซื้อเสียงหรอ ฉันไม่มีเงินหรอก จะให้ฆ่าปิดปากหรอ ฉันยังไม่อยากไปนอนตายในคุกนะ กรี๊ดดดด!!!  เพราะฉะนั้นจงก้มหน้ารับชะตากรรมซะ  เสียงดังขนาดนี้ไม่นานเจ้พรก็คงจะเหาะขึ้นมาแล้วมั้ง...



  


      ไม่ถึงสามนาทีเจ้พรก็บินขึ้นมาเทศนาฉันซะยาวหลายหน้ากระดาษเอ4 คือไม่อยากจะบรรยายซะเท่าไหร่ว่าเจ้แกด่าฉันยังไงบ้าง คือแบบ พูดแล้วมันยังโมโหไม่หาย เจ้แกมั่วมาก เล่นจับแพะชนแกะ เอาความผิดตั้งแต่ในอดีตของฉันมาร่ายยาวเป็นพารากราฟให้คนทั้งหอฟัง ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ที่ฉันเข้ามาในหอแรกๆ แล้วเอากางเกงในไปตากบนคอมเพรสเซอร์แอร์บ้าง 

บอกว่าฉันเดินสะดุดสายไฟจนไฟดับไปทั้งหอบ้าง ฉันเผลอเดินไปเหยียบหางแมวของเจ้แกบ้าง คือแบบเรื่องแบบนี้ไม่ต้องพูดถึงมันได้ป๊ะ? เรื่องมันผ่านไปแล้วไง จะกลับไปพูดถึงมันอีกเพื่ออะไร  ฉันก็อายเป็นอะไรเป็น แหม่!! นี่ขนาดไม่อยากจะบรรยายนะเนี่ย เล่นบ่นซะยาวเลยฉัน =_= จบเหอะ

 

 

 

      หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็มายืนหอบหิ้วของพะรุงพะรังอยู่หน้าบ้านนายขาดวิ่น อย่างกับอีบ้าหอบฟาง อนาถแท้ชีวิต แต่ก็ยังดีนะที่ฉันจนเลยไม่ค่อยมีเงินซื้อของเข้าหอเท่าไหร่ สัมภาระก็เลยไม่เยอะมาก

และอย่าถามว่ามายืนโง่อะไรอยู่ตรงนี้  เพราะฉันจะไม่ตอบ-^- เชอะ!! โมโหแล้วพาลค่ะ พาลโว้ย!!!!

( คือแบบนางเอกหลุดคาแร็กเตอร์ไปแล้ว กู่ไม่กลับ : ไรเตอร์ )

 

 

 

      “มาเดี๋ยวฉันช่วยถือของ”

 

 

 

      นายขาดวิ่นที่เพิ่งเอารถไปจอดไว้ที่โรงรถ รีบเดินมาแย่งข้าวของถุงพลาสติกจากฉันไป นี่ขนาดฉันจนขนาดนี้แล้วยังคิดจะขโมยของกันอีกหรอ

( เควินเขาแค่หวังดีจะช่วยถือของ ไม่ได้จะขโมยเลย คุณเธอก็ยังจะไปใส่ร้ายป้ายสีเขาอีก เขาไม่อยากได้หรอกไอ้ถุงพลาสติดใส่ของกากๆของเธออ่ะ : ไรเตอร์ ช่วงนี้อารมณ์ไรเตอร์เริ่มเถื่อนดิบขึ้นเรื่อยๆ รีดเดอร์อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ มั๊วะๆ )

 

 

 

      “เอ้า!! เข้ามาสิครับที่รัก จะยืนเซ่ออยู่ใย??” 

 

 

 

      ฉันเดินฮึดฮัดเข้าไปในบ้าน ตามนายขาดวิ่น อารมณ์เสีย นี่ฉันจะต้องมาอยู่บ้านนี้ชั่วคราวจริงๆหรอเนี่ย?? ความจริงบ้านของนายขาดวิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอก ออกจะหรูหราอย่างกับอยู่ปราสาท แต่ก็นะ มันไม่เป็นส่วนตัวเอาซะเลย จะนอนแผ่ จะนั่งแหกขา จะเปิดคอนเสิร์ตในห้องน้ำมันก็ทำไม่ได้  แล้วยังรู้สึกตัวเองเป็นเหมือนกาฝากเกาะนายขาดวิ่นเพื่อดำรงชีพอีกด้วย!!

 

 

 

      “ทำไมต้องทำหน้าบึ้งเหมือนหมาปั๊กเหม็นอ้วกอย่างนั้นด้วยล่ะ มาอยู่บ้านฉันไม่ดีตรงไหน ยิ้มๆหน่อยสิที่รัก”

 

 

 

      “นายจะให้ฉันนอนไหน?”

 

 

 

      นายขาดวิ่นหยุดเดินทำท่าครุ่นคิดอยู่พักนึงก็หันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ฉัน รู้สึกลางสังห์ไม่ค่อยดียังไงไม่รู้แฮะ ยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของนายขาดวิ่นมันแปลกๆไม่หน้าไว้ใจเอาซะเลย

 

 

 

      “เธอนอนห้องรับแขกก็ได้ มีเยอะแยะ”

 

 

 

      “อ้อ!! งั้นดีเลย”

 

 

 

      “แต่...”

 

 

 

      “แต่อะไร?”

 

 

 

      “ยังไม่มีใครทำความสะอาดห้องรับแขกเลย เพราะฉะนั้นคืนนี้เธอนอนกับฉันก่อนก็ได้ ช่างเพิ่งมาซ่อมแอร์เสร็จไปเมื่อบ่ายนี้เอง”

 

 

 

      “ห๊ะ!! ไม่เอาอ่ะ ทำไมฉันจะต้องไปนอนกับนายด้วย!!?”

 

 

 

      “หรือเธอจะไปนอนข้างถนนล่ะ??”

 

 

 

      “นี่นายขู่ฉันหรอ??”

 

 

 

      “เปล่า ฉันก็พูดไปงั้นแหละ แต่ถ้าเธอไม่นอนห้องฉัน แล้วเธอจะไปนอนไหนล่ะ??”

 

 

 

      “ฉันจะนอนกับเครส!!”

 

 

 

      “ตามใจ”

 

 

 

      นายขาดวิ่นยักไหล่แล้วเดินหิ้วของสัมภาระฉันขึ้นสั้นสองของบ้านไป 

เออ!! ไปเลยไป!! ฉันไปตามหายัยเครสของฉันก่อนดีกว่า วันนี้ยังไม่เจอหน้าเลย แอบรู้สึกคิดถึง 

 

 

 

      ฉันเดินตามหายัยเครสอยู่พักใหญ่ แต่ก็ไม่เจอ เลยมานั่งพักที่โซฟารับแขก

เหมือนยาที่กินไปเมื่อกลางวันจะหมดฤทธิ์แล้ว ฉันเลยเริ่มปวดหัว และเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งๆที่คิดว่าจะหายแล้วแท้ๆ แถมยังรู้สึกระบมแผลตรงหน้าผากที่เมื่อวานเย็บไปสามเข็มอีก เพิ่งเริ่มกังวลก็ตอนนี้ว่ามันจะเป็นแผลเป็น ไม่เอานะTOT  ฉันไม่อยากมีแผลเป็นเหมือนแฮร์รี่พอตเตอร์ ฉันกลัวท่านหลอดโอวัลติน เอ้ย!! ลอร์ดโวลเดอมอร์จะตามมาร่ายคาถาใส่ฉัน!!!

 

 

 

      บ่นกับตัวเองไปในใจเรื่อยๆฉันก็รู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา งั้นของีบสักหน่อยก็แล้วกันนะ ไม่ไหวแล้วปวดหัว~ ฉันล้มตัวลงนอนบนโซฟาอย่างสบาย เพราะนายขาดวิ่นบอกฉันก่อนเข้าบ้านเองว่าให้ทำตัวตามสบาย คิดซะว่านี่คือบ้านของฉัน งั้นฉันจะไม่เกรงใจแล้วนะ

 

 

 

      ก่อนที่สติฉันจะหลุดลอยไป และฝันถึงเซฮุนโอ้ปป้า ฉันก็รู้สึกได้ถึงความอุ่นจากเสื้อคลุมที่มาห่มตัวฉันไว้ สัมผัสอ่อนโยนที่หน้าผาก และลมหายใจอุ่นๆที่อยู่ไม่ไกลจากหน้าฉันสักเท่าไหร่  ถึงฉันจะอยากรู้มากแค่ไหน ว่าใครเป็นคนเอาผ้ามาห่มให้ฉันแต่ฉันก็ฝืนตัวเองให้ลืมตาขึ้นมามองคนตรงหน้าไม่ได้เลย

 

 

 

      “หลับให้สบายนะครับ”

 

 

 

      เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูของฉัน ก่อนที่สติฉันจะหลุดเข้าไปสู่โลกแห่งความฝัน

แต่ฉันยังติดใจอยู่กับประโยคเมื่อกี้อยู่เลย ทำไมคำพูดมันทะแม่งๆ เหมือนเป็นประโยคบอกให้คนตายไปสู่สุขติอย่างไงไม่รู้แฮะ แต่ช่างมันเหอะ!! ตอนนี้เซฮุนโอ้ปป้าอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว จะปล่อยไปก็เสียดายแย่!! ขอไปกรี๊ดดาราในฝันก่อนนะคะ ปุอิ๊งๆ >O<






 

 








_____________________________________

มาแล้วจ้า!!มาแล้ว เค้ามาอัพเร็วชิมิ-.,-

วันนี้ไม่ยอมทำการบ้าน มาอัพนิยายดีกว่า อุว่ะฮ่าๆๆๆ

เปล่าขี้เกียจนะ แต่รีดเดอร์สำคัญกว่า ฮ่าๆๆๆ 

ดูสิจะแต่งฉากฟินๆไม่ได้เลย  =__= จะฟินสักหน่อย

อีนังขาดวิ่นดันใช่ประโยคผิด ไปบอกให้วิเวียนหลับให้สบายอีก

ไม่ไหวนะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ใครรอฉากฟิน

อีกไม่นานแล้วล่ะ แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาอ่ะเด้~

ช่วงนี้ภาษาของไรเตอร์อาจจะดิบเถื่อนฮาร์ตคอล์ไปหน่อย

แต่อย่างเพิ่งสะพรึงไปนะ อิอิ

ยังไงก็ติดตามนะ

ตอนหน้ากะจะแต่ง สเปเซียลน้องเครสสักหน่อย

แบบที่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่ อยากอ่านก็เข้ามาทวงไรเตอร์แล้วกันนะ

จุ๊บๆ!!






 เชิญเม้นเชิญด่ากันได้ตามสบายนะแจ๊ะ

หรือจะอ่านเฉยๆก็ได้เนอะ ปุอิ้งๆ >O< ขาดวิ่นมาเองเลยครับ










 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

168 ความคิดเห็น

  1. #148 Hydrangea (@believe-myself) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2556 / 07:30
    รออัพนะ สนุกมากเลย ชอบพระเอกนางเอกกุ๊กกิ๊ก หวานใส่กัน><
    #148
    0
  2. วันที่ 23 มิถุนายน 2556 / 01:28
    ขอฉากฟินๆ ได้น้องเครซี่เฉยเลย 
    #137
    0
  3. #136 Hippiness Bow (@haibaraai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 16:20
    อ๊ากกก อยากอ่านต่อ
    #136
    0
  4. วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 15:14
    อยากอ่านเต็มๆ อ่ะ ขอฉากฟินๆ ด้วยนะคะ 
    #135
    0