ปี้หู่ตัวร้ายกับองค์ชายมังกร (ชุดบุปผาสะท้านรัก)

ตอนที่ 11 : ตอน ความลับถูกเปิดเผย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    24 ก.ย. 60




ผู้เฒ่าจันทรารับรู้ถึงการมาของผู้ไม่ได้รับเชิญ หลายวันมานี้เขาพยายามหลบหน้าองค์ชายหยางหลงมังกรหนุ่มผู้มีนิสัยอ่อนโยน แต่หลายวันมานี้องค์ชายหยางหลงวู่วามใจร้อนถึงขั้นบุกมาถึงที่นี่เพื่อให้เขาเปิดเผยความจริงในสิ่งที่สงสัย

 

วังหลวง

ไท่จือขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อปลดตัวเองออกจากการเป็นองค์รัชทายาท ในเมื่อสนมรักมีพื้นเพที่ไม่สามารถสืบประวัติย้อนหลังจนเป็นที่ไม่น่าไว้วางใจจนสร้างความคลางแคลงแก่บรรดาขุนนางในราชสำนัก เขาก็เลือกที่จะสละตำแหน่งนี้ให้กับองค์ชายรองแล้วขอไปใช้ชีวิตสงบสุขนอกวังกับลี่จู เดิมทีเขาก็มีความเห็นในการบริหารบ้านเมืองไม่ลงรอยกับพระราชบิดาและขุนนางที่กุมอำนาจในราชสำนักอยู่แล้ว ขุนนางที่กุมอำนาจต้องการจัดเก็บภาษีเพิ่มเพื่อนำมาเติมในท้องพระคลังที่ร่อยหลอจากการนำไปใช้ทำนุบำรุงบ้านเมืองที่เสียหายจากการทำสงครามในฮ่องเต้รัชกาลก่อน

โอรสสวรรค์เครียดหนัก อยากสั่งลงโทษโอรสอันเป็นที่รักด้วยการจับไปโบยให้ฉลาดขึ้นอีกสักนิด ทำไมไม่เข้าใจความหวังดีของพระองค์ที่หล่อหลอมให้ไท่จือรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมขุนนางฉ้อฉลไม่ให้ถูกเสี้ยมได้ง่าย ฮ่องเต้จึงมักให้ไท่จือต่อกรกับพวกขุนนางเอง โดยที่พระองค์ไม่เข้ามายุ่ง แต่โอรสกลับเข้าใจไปว่าพ่อไม่เข้าข้าง

“ไปให้พ้นหน้าข้า” ฮ่องเต้ตวาด ไท่จือถือว่าบอกลาตำแหน่งแล้วก็หันหลังเดินจากไป โอรสสวรรค์ได้แต่มองความเลือดร้อนไม่คิดหน้าคิดหลังให้ถ้วนถี่ของลูกชายแล้วส่ายหน้า เฉินกงกงก็เข้ามาค้อมกายถาม

“ฝ่าบาทจะถอดองค์รัชทายาทออกจริงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ถังส่ายหน้า “เขายังเป็นรัชทายาทอยู่เหมือนเดิม เขาเหมาะสมที่สุดแล้ว ขาดแต่เพียงเลือดร้อนตามประสาวัยหนุ่ม เจ้าจงส่งคนไปดูการสอบสวนที่กรมอาญา ให้เร่งรีบสอบสวนว่าสนมขององค์รัชทายาทมีความผิดจริงหรือไม่ ทำเรื่องทุกอย่างให้กระจ่างโดยไว ถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าถูกก็รีบปล่อยตัวนางออกมา ข้าไม่อยากให้รัชทายาทห่วงหน้าพะวงหลังจนก่อเรื่องยุ่งอีก”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เฉินกงกงรับพระบัญชาแล้วออกไป

 

กรมอาญา ไท่จือรีบมาพบลี่จู แล้วใช้อำนาจของตัวเองพาสนมรักออกมาจากกรมอาญาโดยบอกว่าเขาจะสอบสวนเองซึ่งฮ่องเต้ประทานอนุญาตแล้ว แต่เพียงแค่เดินออกมาเพียงก้าวเดียวร่างของลี่จูก็ดูเหมือนคนหมดแรง ไท่จือหันไปดูก็ขมวดคิ้วไม่คิดว่านางจะตรอมใจได้มากขนาดนี้ ร่างของนางอ่อนระโหยโรยแรง สีหน้าซีดขาวจนเขาต้องช้อนอุ้มนางขึ้นมา

“ลี่จูทำไมเจ้าเป็นแบบนี้ ใครทำอะไรเจ้าบอกข้ามา” ไท่จือสงสัยเพราะไม่คิดว่าการติดคุกเพียงสองคืนจะทำให้ลี่จูทรุดโทรมลงรวดเร็วขนาดนี้

ใบหน้างดงามเงยขึ้นอยากจะจดจำใบหน้าชายคนรักไว้ชั่วนิรันด์ “ไท่จือเพคะหม่อมฉันมีเรื่องจะทูลให้ทราบ ไท่จือจำเหตุการณ์เมื่อสองปีที่แล้วได้หรือไม่เพคะ ครั้งเมื่อพระองค์เสด็จออกไปนอกวังแล้วผ่านท่าเรือแห่งหนึ่งที่นอกเมืองพระองค์ได้ทำสิ่งหนึ่งไว้จำได้หรือไม่”

“ลี่จูเจ้าพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ แล้วทำไมตัวเจ้าถึงได้ซีดขาวและเบาราวกระดาษเช่นนี้ เราจะให้ขันทีเรียกหมอหลวงมาตรวจอาการเจ้าเดี๋ยวนี้”

ลี่จูส่ายหน้า “ไท่จือพาหม่อมฉันไปที่สระบัวที่ตำหนักบูรพาเถอะเพคะ หม่อมฉันอยากไปที่นั่น”

องค์ไท่จือรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติแต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร สังหรณ์บางอย่างบอกให้เขาตามใจนาง ไท่จือหลับตานิ่ง สะกดความกลัวบางอย่าง แล้วลืมตาขึ้นมาพยักหน้า “ได้ เราจะพาเจ้าไปที่นั่น”

เพราะไท่จือเสด็จมาพานางไปด้วยพระองค์เองทหารที่เฝ้าเวรยามแม้จะได้รับคำสั่งให้เฝ้าสนมลี่จูไว้ไม่ให้คลาดสายตาแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไท่จื่อนั้นเป็นรองเพียงฮ่องเต้ และไท่จือก็มีป้ายอาญาสิทธิ์ที่สามารถเบิกตัวนักโทษไปได้

ไท่จือมาถึงสระบัวภายในตำหนักบูรพา เขาวางนางในดวงใจงลงบนเก้าอี้ศิลาในศาลาแปดเหลี่ยมแต่ร่างของนางเบามากราวกับจะปลิวลมได้ทุกขณะ จนเขาต้องจับนางเอนมากับแผงอก

“ลี่จูเจ้าเป็นอะไรกันแน่บอกข้ามาสิ”

ลี่จูยิ้ม “หม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นปลาตัวนั้นที่ไท่จือเคยช่วยชีวิตไว้เพคะ ไท่จืออย่าเพิ่งตกใจ” นางยกมืออันบางเบาไปจับใบหน้าแสนรัก

“เจ้ากำลังล้อข้าเล่น ตอนนี้ข้าเป็นห่วงเจ้ามากกว่าจะมาฟังเรื่องสนุกของเจ้า”

“มันเป็นเรื่องจริงเพคะ”

“ไท่จืออย่าหวาดกลัวหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่มีวันทำร้ายพระองค์ ตอนนั้นหม่อมฉันกลับวังบาดาลไม่ได้เพราะถูกชาวประมงหว่านแหจับตัวมาได้ ตอนนั้นคิดว่าจะต้องตายแน่แล้วแต่ก็รอดมาได้เพราะมีคนๆหนึ่งผ่านมาและช่วยชีวิตไว้”

ไท่จื่อนึกถึงเหตุการณ์นั้นซึ่งเขาเองก็ไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟัง พระมารดาสอนสั่งให้เขาเป็นคนมีเมตตาอยู่เสมอ “คนๆนั้นคือเราใช่หรือไม่ เราซื้อปลาตัวนั้นแล้วนำไปปล่อย”

“ใช่ เพคะ ไท่จือช่วยชีวิตหม่อมฉันไว้แล้วหม่อมฉันก็ซาบซึ้งในน้ำพระทัยและตกหลุมรักพระองค์ตั้งแต่ตอนนั้น หม่อมฉันอยากมีรักแท้สักครั้งจึงออกจากวังบาดาลมาตามหาไท่จือ ในที่สุดก็ได้พบแต่น่าเสียดายที่หม่อมฉันทำผิดกฎวังบาดาลที่หนีมาเมืองมนุษย์ หม่อมฉันจึงต้องรับโทษทัณฑ์นี้ ไม่สามารถครองรักกับไท่จือได้”

“เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่” แม้ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่สนมรักพูดแต่สิ่งที่เขาทำในครานั้นนอกจากเขาและทหารคนสนิทย่อมไม่มีผู้ใดล่วงรู้ “ลี่จู  ถ้าเป็นเรื่องจริงเราก็ไม่มีวันปล่อยให้เจ้าตาย เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อให้เจ้ามีชีวิตต่อไป”

 

หลีฉีปรากฏร่างขึ้นอย่างเงียบเชียบยืนมองลี่จูและไท่จื่อด้วยสายตานิ่งสงบ นางกำนัลน้อยซินซินหยุดหอบเพราะเมื่อได้ข่าวเรื่องไท่จื่อพาสนมลี่จูออกจากกรมอาญาด้วยป้ายอาญาสิทธิ์นางก็คิดไว้แล้วว่าลี่จูคงไม่ยอมกลับวังบาดาล

“ข้าช่วยนางแล้ว แต่นางดื้อดึงเอง”

“พระสนมลี่จูกำลังจะกลายเป็นฟองอากาศใช่ไหมเพคะ”

หลีฉีนิ่งเงียบไม่ตอบ “ข้าอโหสิกรรมให้เจ้าลี่จู”

 

ไท่จื่อมองสนมรักที่กำลังเลือนหายไปทีละน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่ด้วยพระทัยที่รักมั่นทำให้พระองค์ยังพยายามกอดไขว่คว้าร่างของนางเอาไว้

“นี่มันอะไรกันลี่จู”

ลี่จูส่ายหน้า “หมดเวลาของหม่อมฉันแล้วเพคะเจ้าสมุทรคงไม่ยินยอมในคำอ้อนวอนของหม่อมฉัน หม่อมฉันต้องกลายเป็นฟองอากาศตามคำสาปของเจ้าสมุทรแล้ว” ลี่จูพยายามส่งเสียงบอก ร่างกายเบาบางลงจนแทบจับต้องไม่ได้อีก

“ลี่จู” องค์ไท่จือร้องเรียก

“หมดวาสนากันชาตินี้ ไว้พบกันชาติหน้านะเพคะ หม่อมฉันมิอาจเฝ้ามองไท่จือเป็นฮ่องเต้ได้ หม่อมฉันต้องขอประทานอภัย แต่หม่อมฉันจะรักมั่นในองค์ไท่จือตลอดไป ลาก่อนเพคะ”

“เราไม่ให้เจ้าไปไหนทั้งนั้นลี่จู เจ้าจงกลับมาหาเรา อยู่กับเรา”  ภาพหญิงงามที่เคยกอดแนบชิดเหลือเพียงเงาบางๆ พร้อมกับคำพูดทูลลาเบาๆที่เหมือนกระซิบมาจากที่แสนไกล ทั้งหมดเหลือแต่ความทรงจำที่ไม่มีตัวตนให้จับต้องอีกแล้ว ลี่จูสูญสลายกลายเป็นละอองไออากาศ ลอยขึ้นไปในอากาศไท่จือลุกขึ้นจะคว้าร่างนางไว้แม้เพียงอีกครึ่งเค่อก็คว้าได้เพียงอากาศ

“ลี่จู เจ้าจะจากเราไปแบบนี้ไม่ได้” ไท่จือตะโกนสุดเสียง หลีฉียืนมองภาพนั้นแล้วหลับตานิ่ง หันหลังให้ไม่สามารถมองต่อไปได้อีก

 

ฝ่ายเกตุมุกดารินน้ำชาให้ฮองเฮาหนิงหลงอยู่ที่ริมสระไท่เย่ด้วยใจเหม่อลอย เธอไม่สามารถไปที่ตำหนักบูรพาได้ตามอำเภอใจอีกแล้วเพราะฮองเฮาสั่งให้ปรนนิบัติอยู่ข้างตัว เธอมองอากาศรอบตัวก็ให้รู้สึกว่าวันนี้ดูหมองหม่น ท้องฟ้ามืดมัวมีหิมะลงมากกว่าทุกวัน กระทั่งมีขันทีจากตำหนักบูรพาวิ่งเหยาะๆเข้ามา

“ทูลฮองเฮา ไท่จือให้กระหม่อมมารายงานฮองเฮาว่าบัดนี้สนมเหลียนเหลียงตี้ลี่จูสิ้นชีวิตแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮาหนิงหลงทำถ้วยชาในมือหล่นกระทบพื้นดังเคร้ง เหลียนเหลียงตี้ลี่จูก็คือตำแหน่งสนมขั้นสามระดับเอกขององค์รัชทายาทที่มีแซ่ว่าเหลียนได้สิ้นชีวิตลงแล้วอย่างนั้นหรือ

ฮองเฮาหนิงหลงรีบไปที่ตำหนักบูรพาก็พบว่าไท่จือได้ดำเนินการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ช่างรวบรัดจนน่าแปลกใจ

เสียงแหบห้าวของไท่จือบอกแก่พระราชมารดา “ลี่จูป่วยจากโรคลมที่นางเป็นมาก่อนหน้านี้แล้ว พอถูกอากาศเย็นนางจึงอาการกำเริบและสิ้นชีวิตไป เสด็จแม่โปรดประทานอนุญาตให้ลูกจัดการศพของนางด้วยพ่ะย่ะค่ะ นางต้องการให้นำศพของนางไปฝังไว้ที่นอกวังหลวง หม่อมฉันจะจัดการให้นางเอง” ไท่จือตัดสินใจว่าเรื่องของนางจะต้องเก็บเป็นความลับบอกใครมิได้ เขาไม่ได้หวาดกลัวหรืออับอายแต่คนอื่นที่ได้ฟังจะมองว่านางเป็นปีศาจซึ่งเขาไม่อยากให้ลี่จูต้องมีมลทินติดตัวไปด้วย

ฮองเฮาหนิงหลงเห็นว่าคนก็ตายไปแล้ว ไม่ต้องการฟื้นฝอยหาตะเข็บอีกจึงพยักหน้า ไท่จือจึงจัดการให้ขันทีจัดการฝังร่างของนางที่นอกวังหลวงใกล้ทะเลเป๋ยไห่ โดยสุสานของนางมีเพียงของใช้ส่วนตัวของนางที่เขาเคยมอบให้ไว้เท่านั้นไม่มีร่างของคนตายแต่ทุกคนเข้าใจว่าภายในสุสานนั้นมีร่างของพระสนมนอนหลับไปตลอดกาลอยู่ที่นั่น พอกลับถึงวังไท่จือก็สั่งขุดสระปลูกบัวนำปลามาเลี้ยงไว้มากมาย หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้พบกับนางอีก

 

ไท่จื่อมองหยกเนื้อดีสลักเสลางดงามเป็นรูปปลาหลีฮื้อซึ่งนางกำนัลคนสนิทของลี่จูนำมาถวายและถ่ายทอดคำสั่งของสนมลี่จูให้นำหยกนี้มาให้ไท่จื่อหากเกิดอะไรขึ้นกับนาง นางยังฝากบอกไท่จื่ออีกว่าหยกนี้เป็นของขวัญที่ระลึกถึงนางหากไท่จือพกติดตัวไว้จะสามรถป้องกันภูติ ผี ปีศาจอำนาจมนต์ดำทั้งปวงเพราะเป็นหยกชิ้นสำคัญที่นางพกติดตัวมาตลอด

ไท่จื่อยืนมองสระบัวริมตำหนักบูรพา “แม้นชาตินี้เจ้านั้นเป็นมัจฉาเราไม่อาจครองคู่ หากชาติหน้ามีจริงขอให้ข้าได้รักเจ้าทุกชาติไป”

เรื่องของพระสนมลี่จูเงียบไปหลังจากนั้นเพราะมีเรื่องอื่นเข้ามาแทนที่ตลอด ภายในวังหลวงก็เหมือนมีกระแสข่าว รวมถึงผู้คนหลั่งไหลเข้าออกตลอดเวลาราวกับที่นี่ไม่เคยหลับใหล เหมือนกับที่วังหลวงไม่เคยหยุดนิ่งข่าวซุบซิบนินทาต่างๆ ฮ่องเต้เองก็ไม่หยุดคิดแต่งตั้งสนมไฉเหรินเพิ่มอีกสักคนเช่นกัน

ครั้งที่แล้วโอรสสวรรค์พลาดไป ครั้งนี้จึงแก้ตัวใหม่โดยแต่งตั้งให้ซินซินเป็นสนมไฉเหรินและในคืนนี้ฮ่องเต้ก็มีรับสั่งเรียกนางเข้าเฝ้า เกตุมุกดาอยากร้องไห้ที่จับผลัดจับผลูจากนางกำนัลห้องเครื่องมาได้เป็นสนมไฉเหริน ถึงอยากอยู่วังหลวงเพื่อเสพสุขต่อเพราะมีสถานที่และอาหารแปลกใหม่ให้เรียนรู้มากมายแต่เรื่องเป็นสนมของฮ่องเต้ไม่เคยอยู่ในหัวเลย

เธออยากคืนไข่มุกให้หลีฉีและต่อจากนั้นก็ขอให้เขาช่วยเธอหาทางกลับบ้านไม่ใช่มาเป็นสนมมีชีวิตอยู่หลังกำแพงวันๆเห็นแต่ท้องฟ้าด้านบนกับพื้นดินด้านล่างหามีความสุขไม่

“จะทำอย่างไรดีนะ จู่ๆฮ่องเต้ถังก็มัดมือชกแบบนี้สาวงามมีมากมายจนแทบจะเดินชนกันตาย คิดยังไงมาชอบของแปลก” เกตุมุกดาบ่น กระวนกระวายใจแม้นมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนหน้าตาดีแต่หากเทียบความงามกับบุปผาในวังนี้ความงามของนางแทบจะรั้งท้ายถึงความน่ารักอาจจะเป็นต่ออยู่หลายขุม

ยิ่งเห็นนางกำนัลมาจุดเทียนเพิ่มความอโรมาในห้องก็ยิ่งเครียดไม่รู้จะหนีออกไปทางไหนดี

“องค์ชายมังกรบ้า พอเมียตายก็ทิ้งหม่อมฉันไว้ที่นี่ไม่มาดูดำดูดี ดูสิหม่อมฉันจะต้องถูกบังคัให้เป็นสนมไฉเหรินเมียน้อยลำดับที่พันสองร้อยแปดสิบของฮ่องเต้” การที่นางได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นไฉเหรินนั้นส่วนหนึ่งได้มาโดยการสนับสนุนจากฮองเฮา ถ้าหากเธอขัดใจทั้งฮ่องเต้และฮองเฮาพร้อมกันทั้งสองคนมีหวังถูกส่งไปตำหนักกลีบบัวเพื่อทรมานจนตายอย่างแน่นอน

เกตุมุกดาเดินไปมาอย่างกระวนกระวาย แล้วคนอายุยืนหมื่นปี หมื่น หมื่นปีก็ปรากฏขึ้น เกตุมุกดาก็รีบค้อมกายลง “ถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ”

“ไม่ต้องมากพิธีซินซิน” ฮ่องเต้เดินเข้ามาถึงก็ถึงเนื้อถึงตัว ดันร่างเกตุมุกดาไปที่เตียงทันที

“เอ่อ ฝ่าบาทเพคะ พระทัยเย็นก่อนเพคะ หม่อมฉันยังไม่ได้ขอบพระทัยฝ่าบาทเลยที่แต่งตั้งตำแหน่งไฉเหรินให้หม่อมฉัน หม่อมฉันซาบซึ้งในพระเมตตามากเพคะ พระทัยกว้างขวางดุจแม่น้ำแปดสายเช่นนี้หม่อมฉันจึงอยากรินสุราถวายเพื่อขอบพระทัยก่อนเพคะ”

ฮ่องเต้ถังมองด้วยความสนใจ แม้จะอยากร่วมเสพสุขกับนางเพื่อไม่ให้เสียเวลาแต่ก็รั้งรออีกสักหน่อยก็ได้ ยิ่งได้ดื่มสุราไปด้วยก็จะยิ่งทำให้ร่วมอภิรมย์ได้มีความสุขมากขึ้น

“งั้นเจ้ารินมาให้เรา และเจ้าก็ต้องดื่มด้วย”

เกตุมุกดาหน้าเจื่อน แต่ก็รีบแย้มยิ้ม “น้อมรับพระบัญชาเพคะ ซินซินจะร่วมดื่มด้วย”

นางรินให้ฮ่องเต้แล้วเริ่มชวนเล่นเกมเปายิงฉุบเพื่อหวังถ่วงเวลาต่อ “ฝ่าบาทหม่อมฉันจะสอนเล่นเกมเปายิงฉุบเพคะ”

ฮ่องเต้ยิ้มอย่างเอ็นดูให้กับไฉเหรินคนใหม่ผู้ที่จะทำให้พระองค์ได้มีรอยยิ้มและมีความสุขตลอดค่ำคืนนี้ “มันคืออะไร เล่นยังไงเราไม่เคยได้ยินมาก่อน”

เกตุมุกดาหัวเราะ “ที่บ้านของหม่อมฉันชอบเล่นกันเพคะ มันมีวิธีการเล่นแบบนี้” เกตุมุกดาแนะนำแต่ฮ่องเต้หัวไวยังเสนอกลับมาอีกว่าถ้าใครชนะอีกฝ่ายต้องเปลื้องผ้าออกหนึ่งชิ้น

“ถ้าอย่างนั้นข้าตกลงเล่น” ฮ่องเต้นึกสนุกกับเกมของไฉเหรินคนใหม่

เกตุมุกดาครุ่นคิดแอบภาวนาในใจ เธอคงไม่โชคร้ายถึงขั้นต้องเปลื้องผ้าหมดหรอกนะ เกตุมุกดาค้อมศีรษะรับ

“งั้นเรามาเริ่มกันเลย ข้านึกสนุกขึ้นมาแล้ว”

ในคราแรกนั้นฮ่องเต้ถังยังเล่นไม่เป็นก็แพ้เกตุมุกดาราบคาบ สุราในกาหมดไปมากกว่าสามกาแล้ว ใบหน้าดังหยกสลักเสลามาอย่างดีเริ่มแดงกึ่ม แต่ยังคุมวรกายได้ดี

“เจ้าคงไม่โชคดีทุกครั้ง ครั้งนี้เราจะชนะบ้าง เราจะจับเจ้าเปลื้องผ้าด้วยมือเราเอง”

เกตมุกดายังสวมเสื้อผ้าอยู่ครบแต่หลังจากตานี้นางก็เริ่มแพ้หลุดลุ่ย เมื่อนางออกค้อนฮ่องเต้ออกกระดาษ ชนะนางติดต่อกัน จนเหลือเสื้อคลุมติดร่างผืนเดียว ฮ่องเต้ก็ลุกมาหมายจะอุ้มนางขึ้นเตียง

“ฝ่าบาทเพคะ” ฮ่องเต้ถังอุ้มนางไปที่เตียงแล้วกำลังก้มลงจูบแต่เกตุมุกดาเบี่ยงตัวหลบทัน “เกมยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหารสิเพคะ หม่อมฉันยังมีเสื้อคลุมเหลืออีกหนึ่งตัวไม่อยากให้หม่อมฉันถอดให้ชมหรือเพคะ”

“เราถอดเองได้ ตอนนี้เรามีเกมน่าสนุกกว่าเป่ายิงฉุบของเจ้าแล้ว เจ้าเคยเล่นเกมมังกรล่าเนื้อไหม”

เกตุมุกดารีบจับมือซุกซนของฮ่องเต้ “ไม่สนุกเท่ากับได้ร่ำสุราแล้วดวลกันหรอกเพคะ เล่นเกมกันต่อเถอะนะเพคะ”

ฮ่องเต้ถังทนคำรบเร้าออดอ้อนไม่ไหวก็ยอมไปเล่นเกมกับเกตมุกดาอีกครั้งในขณะที่ไฉเหรินคนใหม่พยายามส่งกระแสจิตเรียกเจ้าแห่งมังกร

องค์ชายท่านอยู่ไหน ท่านมันไร้หัวใจ ใช้หม่อมฉันเสร็จแล้ว ก็ทอดทิ้งหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่น่าช่วยองค์ชายเลย

ทว่าครั้งนี้ด้วยฤทธิ์สุราที่ดื่มมามาก ทำให้โอรสสวรรค์ตาพร่าแม้ชนะก็มึนมองไม่ทันทำให้เกตุมุกดารีบเปลี่ยนจากค้อนเป็นกรรไกรตอนที่ฮ่องเต้ออกกระดาษ

“ฝ่าบาทแพ้แล้วเพคะต้องดื่มสุราอีกจอก”

“ก็ได้ เมื่อไรเราจะเอาชนะเจ้าได้ทำให้เจ้าเปลือยหมดต่อหน้าเราเสียทีนะซินซิน เราเริ่มเบื่อเกมนี้แล้ว เจ้าไม่อยากจะเล่นเกมมังกรล่าเนื้อกับเราบ้างหรือ”

“อีกตาเดียวเท่านั้นเองเพคะ เสื้อคลุมตัวนี้ก็หลุดจากร่างหม่อมฉันแล้ว” นางถ่วงเวลามานานจนไม่สามารถจะยื้อไปได้มากกว่านี้ดูเหมือนมังกรแห่งวังหลวงจะไม่ยอมปล่อยกวางน้อยอย่างเธอให้รอดไปได้

ฮ่องเต้นัยน์ตาฉายแววปรารถนาขึ้นมาแต่สติก็พร่าเลือนเต็มทน “งั้นมาเล่นต่ออีกเกมเราจะเอาชนะเจ้า ทำให้เจ้าเปลื้องผ้าและนอนอยู่ใต้ร่างเราในคืนนี้ให้จงได้”

เกตมุกดาปั้นหน้ายิ้มแย้มทั้งที่ในใจมองหาทางหนีทีไล่ 

องค์ชายมังกรท่านอยู่ที่ไหนนะ มาช่วยหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันจะแย่อยู่แล้วรู้ไหม ฮ่องเต้ถังจะจับหม่อมฉันเป็นสนมแล้ว หม่อมฉันไม่อยากมีสามีแก่ หม่อมฉันไม่อยากใช้สามีร่วมกับหญิงอื่น

 “ซินซินเจ้าน่ารักแบบนี้ ข้าไม่อยากเล่นเกมแล้ว ข้าอยากจูบเจ้ามากกว่า” ฮ่องเต้ถังว่า เลิกเล่นเกมแล้วลุกขึ้นยืน เกตมุกดาไม่อยากตกเป็นสนมก็ถอยหนี ฮ่องเต้จะกอดก็เลยคว้าได้อากาศ “เจ้าจะเล่นไล่จับกับข้างั้นหรือ ได้ข้าจะจับเจ้าให้ได้ซินซิน” ฮ่องเต้ถังตะครุบเกตุมุกดาได้ในที่สุดแต่ก็ไปชนกับอ่างน้ำที่อยู่ด้านหลังม่านบังตาจนน้ำเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ

เกตุมุกดาลื่นจึงถูกจับตัวได้แล้วดันไปที่แท่นบรรทม ปลายจมูกของฮ่องเต้กำลังจรดลงบนกลีบปากแต่ร่างเหมือนถูกผลักด้วยลมแรงๆครั้งหนึ่ง แล้วปรากฏร่างชายหนุ่มอีกคนขึ้นตรงหน้า

ฮ่องเต้ตะลึงงันที่นี่คือวังหลวงและองค์รักษ์ก็อยู่หน้าตำหนักเหตุใดคนผู้นี้จึงเข้ามาถึงที่นี่ได้ และด้วยรูปลักษณ์ที่เห็นก็เหมือนไม่ใช่คนชั้นต่ำ แต่ดูสง่างามไม่ต่างจากเชื้อพระวงศ์ในราชวงศ์

“เจ้าเป็นใครกันบังอาจเข้ามาในนี้ได้ยังไง” ฮ่องเต้ถามเสียงดังทรงอำนาจ

“องค์ชายหลีฉีท่านมาแล้ว ข้านึกว่าท่านจะทิ้งข้าให้อยู่ในวังนี้แล้ว” เกตุมุกดาร้องด้วยความดีใจ วิ่งไปหาทันที

หลีฉียิ้มเพียงนิดเดียวที่มุมปากแล้วพูดเสียงธรรมดาแต่ทรงอำนาจสะกดทุกคน “เราเป็นนายแห่งวังบาดาล ณ ท้องทะเลเป๋ยไห่ เรามารับทาสของเรากลับ ท่านไม่มีสิทธิ์แตะต้องนาง นางไม่ใช่สนมของท่านฮ่องเต้ถัง” ปลายเสียงแฝงไว้ด้วยความวางอำนาจบาตรใหญ่ มองเกตุมุกดาที่มายืนอยู่ด้านหลัง

ฮ่องเต้ถังยังฟังไม่เข้าใจนักจึงโต้กลับ ”นางเป็นสนมของเรา เจ้าบังอาจมากที่กล้าเข้ามาในตำหนักของเราเช่นนี้ ไม่รักชีวิตแล้วใช่หรือไม่ ปล่อยนางมาให้เรา ส่วนเจ้าเตรียมรับโทษตาย ทหาร”

หลีฉีมองด้วยสายตาหยันๆ ตอนเขามาถึงวังหลวงเขาก็ผ่านมาได้อย่างง่ายดาย ใช้ลมปราณเพียงนิดก็เปิดประตูตำหนักให้เปิดออกพร้อมกับพาตัวเองแหวกทะยานเข้ามาได้โดยไม่มีทหารหรือขันทีคนใดมองได้ทัน และแม้ตอนนี้ฮ่องเต้ถังจะเรียกทหารเข้ามา เขาก็คิดว่าเขาคงไม่ต้องลงแรงมากก็สามารถสู้กับทหารและพาตัวซินซินออกไปได้

“ฮ่องเต้ถังเราไม่อยากทำรุนแรงกับท่านแต่ดูเหมือนท่านจะไม่ยอมเข้าใจ เราจะบอกชัดๆอีกครั้ง ว่าเราคือนายแห่งวังบาดาล หรือจะพูดให้ถูกคือเราเป็นเทพเจ้ามังกรที่ดูแลท้องทะเลเป๋ยไห่ เทพเจ้าที่ท่านบูชาเซ่นไหว้อยู่ตลอดเช่นไรล่ะ”

ฮ่องเต้ถังอ้าปากค้าง บางอย่างในตัวของชายผู้นี้ทำให้ฮ่องเต้ถังเริ่มเชื่อ แต่ด้วยความเสน่หาในตัวไฉเหรินคนใหม่ทำให้พระองค์ฝืนความกลัวแล้วต่อรองกับเทพเจ้ามังกร

“ถ้าท่านเป็นเทพเจ้ามังกรจริงๆ ก็ไม่ควรนำซินซินไป นางไม่ได้ทำอันใดผิด นางเป็นสนมของเรา”

“เราบอกแล้วว่านางไม่ใช่สนมของท่าน แต่นางเป็นคนของเรา

“ไม่จริงนางเป็นมนุษย์นางจะเป็นคนของท่านได้ยังไง ซินซินเจ้ามาหลบด้านหลังข้าเร็วเข้า” ฮ่องเต้เรียกเสียงดัง

“ซินซิน” หลีฉีเรียกด้วยเสียงที่ดังกว่า ดึงเอวคอดของเกตุมุกดาเข้าหาตัวแล้วกอดนางไว้ ขณะที่เกตุมุกดาเผยอปากมองค้าง

“นางผู้นี้เป็นของข้า” หลีฉียืนยันด้วยการก้มจูบนางต่อหน้าฮ่องเต้ถัง ดวงตาของเกตุมุกดาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับดวงตาฮ่องเต้ เกตุมุกดาทำอะไรไม่ถูกอยู่ครู่ แล้วหลีฉีก็เป็นฝ่ายปล่อยนางเอง ในขณะที่เกตุมุกดายังตกตะลึงราวกับทุกสรรพสิ่งในโลกหยุดการขับเคลื่อน

เกตุมุกดายังตกตะลึงจนไม่ได้ยินว่าหลีฉีพูดอะไร ฟากโอรสสวรรค์นั้นมากด้วยขัตติยมานะทำให้มิอาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้โดยง่าย ใครหน้าไหนหรือแม้แต่เทพองค์ใดจะพานางซึ่งเป็นของเขาไปไม่ได้ ฮ่องเต้ถังหายมึนเมาก้าวย่างอย่างมั่นคงเดินไปหยิบกระบี่จากแท่นทองคำแล้วดึงออกจากฝัก

“ปี้หู่เจ้าหลบไปก่อน” หลีฉีดันเกตุมุกดาให้ถอยไปด้านหลัง มองโอรสสวรรค์ด้วยสายตาเย็นเยียบ กล้ามากที่คิดต่อสู้กับเขา ฮ่องเต้ผู้นี้ไม่ศีรษะตัวเองแล้วใช่ไหม

หลีฉีดึงกระบี่จากเอวขึ้นมา ทั้งสองจ้องตากันเขม็ง แล้วโผนเข้าห้ำหั่นกันอยู่สองกระบวนท่า แม้ฮ่องเต้ถังมีความอาจหาญ แกล้วกล้าแต่ไม่อาจสู้เทพเจ้ามังกรที่มีฤทธิ์สร้างแผ่นดิน ผืนน้ำไปได้ สู้อยู่สามเค่อก็ถูกกระบี่ฟันลงเป็นแผลที่หัวไหล่ ความยาวประมาณหนึ่งฝ่ามือ

“เราจะฆ่าท่านย่อมทำได้ แต่เราเพียงแค่อยากสั่งสอนท่านให้รู้ที่ต่ำที่สูง เห็นแก่ที่เป็นความผิดครั้งแรกเราจะเว้นโทษตายให้ท่าน ท่านจงดูแลบ้านเมือง และราษฎรให้ดี”

ฮ่องเต้ถังอยากจะตะโกนใส่หน้าเทพเจ้ามังกรว่า ท่านเองก็ไร้คุณธรรม ตัวท่านเป็นเทพข้าเป็นเพียงมนุษย์ หาใช่คู่ต่อสู้ของท่านอยู่แล้ว แต่เมื่อมาตรึกตรองเขาเองก็เป็นฝ่ายท้าทายด้วยการชักกระบี่ออกมาก่อน โอรสสวรรค์กัดฟันกรอด ยอมละทิฐิลง

“ข้าไม่มีทางสู้ท่านได้ เชิญท่านนำนางไปได้” ฮ่องเต้ถังยอมรับความพ่ายแพ้ในที่สุด มองสนมที่เพิ่งตั้งด้วยความเสียดายแต่จะทำอย่างไรได้ ของที่มิอาจแตะต้องได้ หากพลาดไปยื้อแย่งอาจไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ

“เข้าใจก็ดีแล้ว นับว่ายังฉลาดอยู่” หลีฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงวางอำนาจบาตรใหญ่ ร่างสูงสง่ายืนอยู่บนผิวน้ำที่ค่อยๆแห้งเหือด เขาไม่มีเวลาอีกจึงสะบัดแขนเสื้อครั้งหนึ่ง ฮ่องเต้ถังที่ไม่ทันตั้งตัวก็กระเด็นกระบี่หลุดจากมือ จากนั้นเขาจึงกลายร่างเป็นมังกรเหินหาวขณะที่กรงเล็บทั้งห้าก็กอดตัวซินซินไว้แน่น

ซินซินหวีดร้องด้วยความตกใจอยู่ครู่ก็กอดรัดร่างมังกรไว้แน่นเพราะกลัวตก หลีฉีพอใจปล่อยให้นางซุกกับแผงอกมังกรจนกระทั่งพุ่งทะยานขึ้นฟ้าก่อนจะดำดิ่งลงกลางมหาสมุทรไปสู่วังบาดาล

ฝ่ายฮ่องเต้ถังเงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง ทหารราชองค์รักษ์เข้ามาในห้องบรรทมเพราะได้ยินเสียงประตูเปิดก็ไม่พบความผิดปกติใดๆเห็นแต่จักรพรรดิ์ของพวกเขาอยู่ในท่ากึ่งลุกกึ่งนั่งเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

“ฝันหรือเรื่องจริงกันนะทำไมเหมือนจริงมาก” ทว่ารอยบนพื้นเล็กๆก็ทำให้ฮ่องเต้ถังรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝัน รอยเท้ามังกรที่พุ่งทะยานออกไปจากประตูหลงเหลือให้เห็นเป็นหลักฐาน ราวกับจงใจทิ้งไว้ รวมถึงสนมไฉเหรินที่หายตัวไปจากตำหนักอย่างไร้ร่องรอย หลังจากเหตุการณ์คืนนี้ฮ่องเต้ถังจึงจัดขบวนออกไปเซ่นไหว้ยกใหญ่อีกครั้งและไม่สั่งตามหาสนมไฉเหรินนามว่าซินซินอีกด้วย

 +++++++++++++++++++++++++++

ฝากไปโหลดด้วยนะคะ
 



 

รื่อง ฮองเฮาเจ้าเสน่ห์ ฮ้องเต้เจ้าสำราญ  ตามไปอ่านได้นะคะ

https://my.dek-d.com/apsara1982/writer/view.php?id=1677833

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,388 ความคิดเห็น