ปี้หู่ตัวร้ายกับองค์ชายมังกร (ชุดบุปผาสะท้านรัก)

ตอนที่ 14 : ตอน กลับวังบาดาล 80% (องค์ชายไร้หัวใจ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    27 ก.ย. 60



           “หมากรุก”

ขนแขนอ่อนๆ บนแขนเรียวขาวอบอุ่นลุกชันเบาๆ “องค์ชายโปรดการเล่นหมากรุกหรือเพคะ”

หลีฉีตระกองกอดนางแล้วกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู “หากเจ้าเล่นไม่เป็นข้าจะสอนเจ้า การเล่นหมากรุกอย่าบุกอย่างเดียว ต้องรู้จักรุก รู้จักรับ”

 

          ที่จริงแล้วเธอไม่ปรารถนาลุกขึ้นมาเล่นหมากรุกในยามนี้แน่แต่ด้วยเกรงว่าหากไม่ลุกขึ้นมาเล่นเกมที่เจ้าของตำหนักชักชวนเขาอาจจะถือสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของเตียงขึ้นมานอนด้วยเกตุมุกดาจึงยอมตามน้ำลุกขึ้นตามหลีฉีออกมานั่งบนโต๊ะหยกทรงกลมใกล้กับหน้าต่างที่นางเห็นเขาเดินเข้าตำหนักอิ๋งชุน

นับเป็นโชคดีที่เมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัยเกตุมุกดาอยู่ชมรมภาษาจีนจึงพอรู้จักหมากรุกจีนอยู่บ้างแล้วในวังหลวงก็นิยมเล่นหมากรุกจึงทำให้ไม่รู้สึกว่ามันยากมิหนำซ้ำเธอยังออกจะชอบด้วยซ้ำ

“ไม่น่าเชื่อว่าวังบาดาลของท่านจะมีกระดานหมากรุกด้วย”

ความนิยมในการเล่นหมากรุกของคนในยุคสมัยนี้คงฟีเวอร์ฮอตฮิตดำดิ่งลงมาในวังบาดาลด้วย หรือว่าองค์ชายหลีฉีจะชอบขึ้นไปดูความเป็นอยู่ของมนุษย์บ่อยๆ แล้วนำมาเผยแพร่ให้ชาวบาดาล เกตุมุกดาได้แต่แอบคาดคิดไป

กระดานหมากรุกของวังบาดาลงดงามกว่าที่เธอเคยเห็นมากนักเพราะทำจากหยกธรรมชาติหลากสีดูสวยงามล้ำค่า การตั้งหมากนั้นแถวล่างประกอบด้วย กือ เบ๊ เฉีย สือ ตี่ สือ เฉี่ย เบ๊ กือ แถวสองว่างเปล่าเว้นไว้ ส่วนแถวสามตั้งเผ่า เบ๊ ทุกอย่างเหมือนกระดานหมากรุกที่มนุษย์เล่นกัน

เพราะมั่นใจว่าตนพอมีฝีมือในเกมนี้อยู่ไม่น้อย “ถ้าหม่อมฉันชนะองค์ชาย หม่อมฉันขอนอนบนเตียงขององค์ชายแต่เพียงผู้เดียวได้หรือไม่”

หลีฉีมีสีหน้าอึมครึมเซียนหมากรุกแห่งวังบาดาลหรือจะพ่ายแพ้ต่อนางมนุษย์ตัวเล็กๆ “ได้สิถ้าเจ้าชนะข้าจะยกเตียงนี้ให้เจ้าครอบครองนอนคนเดียว แต่ตัวข้าจะขอนอนด้านบน”

“ด้านบน บนไหนเพคะ ก็ตำหนักนี้มีแค่ชั้นเดียว”

ปลายนิ้วชี้ขององค์ชายมังกรชักพาสายตาของนางให้แหงนมมองตาม

“องค์ชายจะนอนบนเพดานอย่างนั้นหรือเพคะ”

“ข้าเป็นมังกรไม่จำเป็นต้องนอนที่พื้น”

“หม่อมฉันรู้นะเพคะว่าองค์ชายมีสนมมากมายหลายตำหนัก ก็เลือกไปขอนอนค้างสักตำหนักสิเพคะ”

“นี่ก็ล่วงเข้ายามโฉ่วเจ้าจะให้ข้าเทียวตระเวนไปตำหนักไหนได้อีกเล่า นางสนมของข้าคงจะพากันหลับไหลกันไปหมดแล้ว ข้าขอถามเจ้าบ้างดีกว่าแล้วถ้าเจ้าพ่ายแพ้ล่ะปี้หู่”

นางมั่นใจถ้าจะเล่นหมากรุกกับคนด้วยกันแต่ต้องมาเดินหมากแข่งกับเทพเจ้ามังกรก็อดจะประหวั่นใจไม่ได้

“ถ้าหม่อมฉันพ่ายแพ้จะไม่ขอเบียดเบียนเตียงขององค์ชายอีกเพคะ ก็แล้วแต่องค์ชายจะบัญชาว่าจะให้หม่อมฉันนอนที่ไหน พื้นตำหนักหม่อมฉันก็นอนได้ หม่อมฉันเป็นเพียงคนจรหลงยุคมา”

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามเกตุมุกดาพลิกตำราที่เคยอ่านมาจนแล้วจนเล่าแต่เซียนหมากรุกแห่งชมรมภาษาจีนบนโลกมนุษย์ก็ไม่อาจพลิกแพลงการเดินหมากนอกตำราของพญามังกร หลีฉีทำให้ตี่ประจันหน้าเขาบังคับให้เธอต้องเดินตี่ออกมาโดยไม่มีหมากตัวใดมาขวาง ฝ่ายที่ถูกบังคับให้เดินออกมาจึงถือว่าเป็นฝ่ายแพ้

“ไม่จริง”

“เจ้าแพ้ข้าแล้วปี้หู่”

เกตุมุกดาถอนใจ “แพ้ก็แพ้ตอนนี้หม่อมฉันง่วงนอนแทบแย่ไม่อยากจะเอาชนะองค์ชายแล้วเพคะ ทีนี้องค์ชายก็บัญชามาได้เลยว่าจะให้หม่อมฉันนอนตรงไหน”

ภายนอกตำหนักลู่หลิงเงียบปราศจากเสียงใดๆ แต่ภายในตำหนักเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเกตุมุกดาปลุกให้นางกำนัลที่เฝ้าหน้าตำหนักต่างตกใจพากันวิ่งเข้ามา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าองค์ชายเสด็จเข้าไปภายในตำหนักแล้วก็พากันอมยิ้ม ไม่กล้าเข้าไปรบกวน

“องค์ชายหลีฉีท่านมันเจ้าเล่ห์ ข้าบอกจะนอนตรงไหนก็ได้แต่ไม่ใช่บนตัวท่านแบบนี้”

“ถ้าเจ้าไม่หลับตาข้าจะไม่ให้เจ้านอนบนตัวข้า แต่จะพลิกตัวเจ้าลงมานอนใต้ร่างข้าแทน”

ทุกอย่างเงียบกริบเกตุมุกดาปิดเปลือกตาสนิทร่างเล็กๆ หลับไม่ไหวติงอยู่บนร่างมังกรที่ยังไม่ยอมหลับและสัมผัสได้ว่าหัวใจของเขากำลังเต้นระทึกเมื่อมีนางมนุษย์ตัวน้อยกำลังหลับไหลไปด้วยความอ่อนเพลีย

“เจ้าหลับแล้ว แต่ข้ายังหลับไม่ลง” ดวงตามังกรมองนางอย่างหนักใจสัมผัสถึงหัวใจสองดวงที่เต้นตุบๆ สลับกัน

 

หลีฉีไม่จำเป็นต้องบอกสนมของเขาว่าจะไปไหนมาไหน ไม่มีใครกล้าถาม วันนี้หลีฉีต้องรีบร้อนออกจากวังบาดาลพร้อมจิ้นหูคนสนิทแต่ไม่ลืมที่จะสั่งนางกำนัลประจำตำหนักให้ดูแลซินซินให้ดีและไม่ให้ใครรบกวนจนกว่านางจะตื่นมาเอง

“เมื่อคืนนางชวนข้าเล่นหมากรุกจนดึกดื่นเจ้ารอให้นางตื่นไม่ต้องปลุกนาง”

“เพคะ”

ภาพของลี่จูที่สลายกลายเป็นฟองอากาศยังติดตาเขาไม่รู้ลืม และความรู้สึกผิดในใจทำให้ไม่อาจปล่อยวางเรื่องนี้ไปได้อย่างน้อยเขาควรตอบแทนที่นางเคยปรนนิบัติรับใช้มานาน ความผิดของนางก็ได้รับการลงโทษไปแล้วส่วนความดีก็ควรต้องได้ชดเชย

หลีฉีคำนับเจ้าสมุทร บอกถึงเหตุผลที่มา ในชั่วเวลาอันสั้นที่เจ้าสมุทรได้รับฟังคำขอร้องขององค์ชายมังกรก็ต้องถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ได้โปรดเถิดท่านเจ้าสมุทรเห็นแก่กระหม่อมสักครั้ง”

“องค์ชายหลีฉี วังบาดาลนี้ใครเขาว่าท่านช่างเย็นชาไร้หัวใจแต่ข้ากลับไม่คิดเช่นนั้น การที่สนมของท่านทำเรื่องน่าอัปยศอดสูหนีไปสมสู่กับมนุษย์ทั้งที่มีพระสวามีเป็นถึงเทพมังกรนั้นโทษนางหนักกว่าที่ข้าสาปนางไว้ แต่ท่านกลับให้อภัยนางซ้ำยังพยายามขอร้องให้กับนาง ช่วยตอบข้าหน่อยเพราะท่านยังรักในอดีตพระสนมไม่เสื่อมคลายเช่นนั้นหรือ”

“กระหม่อมไม่ได้มีจิตเสน่หาต่อนาง”

“ถ้าเช่นนั้นทำไมท่านถึงต้องพยายามช่วยนาง”

หลีฉีคำนับอีกครั้ง “ท่านเจ้าสมุทรโปรดเมตตาด้วย ความผิดของลี่จูใหญ่หลวงนักมิอาจจะปล่อยไม่ให้มีการลงโทษได้ กฏต้องเป็นไปตามกฏ แต่กระหม่อมผู้เป็นอดีตพระสวามีนางสมควรได้รับโทษด้วยเพราะกระหม่อมเองก็ทำผิดต่อนาง นางจึงปันใจให้ชายอื่น”

“ท่านทำผิดสิ่งใดต่อนางหรือองค์ชาย ท่านมีสนมหลายนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ไหนลองพูดให้ข้าฟัง”

“ท่านก็ทราบดีว่าสนมของกระหม่อมทุกนางล้วนได้มาจากการเป็นเครื่องบรรรณาการที่ไต้เท้าทั้งหลายส่งพระธิดามาเจริญสัมพันธไมตรีกับวังบาดาล พวกนางมิได้มาจากความเสน่หาของกระหม่อม แม้กระหม่อมจะรับพวกนางไว้ มอบความเป็นอยู่ให้พวกนางอย่างสุขสบายแต่กระหม่อมไม่เคยมอบหัวใจให้พวกนาง”

เจ้าสมุทรทอดถอนใจ “นางสนมขององค์ชายเลื่องลือว่างามดุจนางสวรรค์แต่ไม่มีนางใดที่กุมหัวใจท่านได้เลยหรือ เพราะเหตุนี้เองตำแหน่งชายานั้นถึงว่างเว้นท่านจึงไม่ยกสนมองค์ใดขึ้นเป็นชายา”

“เป็นเช่นนั้นท่านเจ้าสมุทร กระหม่อมไม่อาจตั้งพวกนางคนหนึ่งคนใดเป็นพระชายาได้เพราะกระหม่อมไม่ได้รักพวกนาง แต่ถึงอย่างนั้นกระหม่อมก็มิอาจทนมองพวกนางทุกข์ทรมานได้ โดยเฉพาะลี่จู กระหม่อมอยากขอให้เจ้าสมุทรผ่อนปรนโทษให้นางด้วยเถิด”

สีหน้าของเจ้าสมุทรยุ่งยากขึ้นทันที “ท่านก็รู้ว่าหากข้าพูดสิ่งใดออกไปแล้วมิอาจคืนคำได้”

หลีฉีหยิบป้ายหยกสีขาวที่ได้รับพระราชทานจากเง็กเซียนฮ่องเต้ยื่นต่อหน้าเจ้าสมุทร “ป้ายอภัยโทษจากเง็กเซียนฮ่องเต้คงทำให้เจ้าสมุทรยอมช่วยเหลือข้าสักครั้ง”

“องค์ชายมังกรทำไมท่านถึงนำของสำคัญเยี่ยงนี้มาแลกกับสนมที่สิ้นความภักดี”

“แม้ความรักไม่อาจมอบให้ได้แต่เยื่อใยนั้นเคยมีต่อกัน แล้วต้นเหตุก็เป็นเพราะกระหม่อม กระหม่อมจำเป็นต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้”

“ป้ายอภัยโทษใช้ได้เพียงครั้งเดียว หากท่านใช้ป้ายอภัยโทษนี้แล้ว ในภายภาคหน้าหากแม้นท่านบังเอิญทำผิดสิ่งใดที่มีความผิดมหันต์ท่านก็จะไม่สามารถนำป้ายนี้มาใช้ลดทอนความผิดของตนได้อีก”

“กระหม่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี” องค์ชายมังกรก้มคำนับเจ้าสมุทรอีกครั้ง “ท่านเจ้าสมุทรได้โปรดช่วยผ่อนปรนลดโทษให้นางด้วยเถิด”

“น้ำใจของท่านช่างประเสริฐนัก ข้าเห็นแก่ท่านที่มีใจเมตตา โทษของสนมลี่จูที่ข้าสาปให้นางเป็นฟองอากาศไร้ตัวตนไปสองพันปีข้าขอลดทอนให้เหลือห้าร้อยปีท่านพอใจหรือไม่”

องค์ชายมังกรรีบก้มคำนับ “ขอบคุณท่านเจ้าสมุทรที่เมตตาช่วยเหลือ”

“ใครทำผิดกฎวังบาดาลเราผู้เป็นเจ้าสมุทรก็ต้องลงโทษไปตามกฎจะเว้นโทษให้ใครไม่ได้ หวังว่าเจ้าซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดูแลกฏวังบาดาลจะไม่คิดทำผิดเสียเอง เพราะข้าไม่อยากเอ่ยตัดสินลงโทษผู้มีคุณธรรมอย่างท่าน”

หลีฉียิ้มไม่ออกจะร้องไห้ก็ทำไม่ได้ เจ้าสมุทรพูดเหมือนมองเห็นกาลในอนาคตว่าเขาจะต้องทำผิดกฎเมืองบาดาล แม้ยังไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นในตอนนี้แต่หลีฉีก็รู้ว่าในไม่ช้านี้ยังต้องมีเรื่องยุ่งๆให้เขาเข้าไปพัวพัน อย่างน้อยก็มนุษย์ตัวน้อยที่เขาอยากรับเป็นสนมแต่นางยังดื้อรั้นหัวชนฝาอยู่

เขาจะส่งนางกลับไปบนวังหลวงเขาไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ นั่นเท่ากับปักมีดลงบนเนื้อตัวเอง ส่วนจะเก็บนางไว้ก็ยังไม่เห็นช่องทางที่จะไม่ผิดกฎสวรรค์ที่เทพเจ้าจะมีสนมเป็นมนุษย์ เรื่องนี้ช่างปวดหัวนัก เขาต้องตรึกตรองอย่างดีไม่ให้ตัวเองเป็นคนทำผิดกฎเสียเอง

ตำหนักเหลียนฮวา

          แม้นอำนาจไม่อาจจับต้องได้แต่ผู้ฝักใฝ่ในความทะเยอทะยานย่อมพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้ซึ่งอำนาจสนมชิงชิงกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างพอใจเมื่อนางกำนัลนำข่าวมาแจ้งว่าบัดนี้องค์ชายหลีฉีสั่งปิดตำหนักชุ่ยเหลียนซึ่งเจ้าของตำหนักเดิมคือสนมลี่จูสนมที่องค์ชายมังกรทรงโปรดปรานได้ตายจากไปแล้ว นับว่าหมดเสี้ยนหนามไปหนึ่งโดยที่นางไม่ต้องลงมือทำสิ่งใดแต่เป็นเพราะสนมลี่จูที่ไม่รักดีรนหาที่เอง ส่วนนางก็แค่ส่งข่าวเล็กๆน้อยๆไปให้เจ้าสมุทรรู้แค่นั้น ทว่าในวังบาดาลกลับมีข่าวลือที่น่าหนักใจยิ่งไปกว่านั้น

          “เจ้าว่าองค์ชายนำมนุษย์กลับมาด้วยเหรอ และพาเข้าไปอยู่ร่วมตำหนักลู่หลิง”

          “เพคะพระสนม”

          เพลิงโทสะของสนมชิงชิงที่มีต่อมนุษย์นางนี้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ตำหนักลู่หลิงเป็นที่ของเจ้าหรือ ในเมื่อข้ายังไม่เคยเข้าไป ทำไมเจ้าถึงเข้าไปอยู่ได้ ชิงชิงริษยา นังตัวดีที่เป็นคนแต่หล่นมาในวังบาดาลก่อเรื่องขึ้นด้วยการไปยุ่งกับไข่มุกหั่วจูจนชาววังบาดาลเมาคลื่นไม่เว้นแม้แต่ตัวนางเองจนต้องพลาดการถวายตัวไป หลังจากองค์ชายมังกรรับนางเข้าตำหนักจากนั้นก็หายไปปล่อยให้เทพธิดาจากอ่าวเป๋ยไห่ที่เป็นเขตแดนของกุ้งมังกรอย่างนางที่ความงามเลื่องลือไปถึงชั้นฟ้าว่างดงามล่มบาดาลสวรรค์สะเทือนต้องนอนเปล่าเปลี่ยวแต่เพียงผู้เดียว

          “หวังว่าองค์ชายคงไม่ได้คิดที่จะรับนางมนุษย์เข้าวังเอามาเป็นนางสนมหากทำแบบนั้นเท่ากับผิดกฎบาดาล”

          “พระสนมต้องรีบคิดหาวิธีกำจัดนางมนุษย์คนนั้นแล้วล่ะเพคะ องค์ชายให้นางพักอยู่ที่ตำหนักลู่หลิงเท่ากับบอกว่าเป็นคนโปรดขององค์ชาย”

          ชิงชิงแค่นเสียงในลำคอกล่าวเสียงเยียบเย็นเต็มไปด้วยความริษยา “หลีฉีท่านนั้นไร้หัวใจดั่งคำล่ำลือท่านไม่เคยมาร่วมอภิรมย์กับข้าแต่กลับฝักใฝ่ในเรื่องของมนุษย์คงอยากร่วมอภิรมย์สมสู่กับนาง เจ้าตามข้ามาข้าจะไปตำหนักลู่หลิงไปดูหน้านังมนุษย์แพศยาที่ลงมายั่วยวนสวามีข้าถึงวังบาดาล ข้าอยากรู้นักนางจะงามแค่ไหน”

 

 

 

ตำหนักเหลียนฮวา

          แม้นอำนาจไม่อาจจับต้องได้แต่ผู้ฝักใฝ่ในความทะเยอทะยานย่อมพยายามทำทุกทางเพื่อให้ได้ซึ่งอำนาจสนมชิงชิงกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างพอใจเมื่อนางกำนัลนำข่าวมาแจ้งว่าบัดนี้องค์ชายหลีฉีสั่งปิดตำหนักชุ่ยเหลียนซึ่งเจ้าของตำหนักเดิมคือสนมลี่จูสนมที่องค์ชายมังกรทรงโปรดปรานได้ตายจากไปแล้ว นับว่าหมดเสี้ยนหนามไปหนึ่งโดยที่นางไม่ต้องลงมือทำสิ่งใดแต่เป็นเพราะสนมลี่จูที่ไม่รักดีรนหาที่เอง ส่วนนางก็แค่ส่งข่าวเล็กๆน้อยๆไปให้เจ้าสมุทรรู้แค่นั้น ทว่าในวังบาดาลกลับมีข่าวลือที่น่าหนักใจยิ่งไปกว่านั้น

          “เจ้าว่าองค์ชายนำมนุษย์กลับมาด้วยเหรอ และพาเข้าไปอยู่ร่วมตำหนักลู่หลิง”

          “เพคะพระสนม”

          เพลิงโทสะของสนมชิงชิงที่มีต่อมนุษย์นางนี้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ตำหนักลู่หลิงเป็นที่ของเจ้าหรือ ในเมื่อข้ายังไม่เคยเข้าไป ทำไมเจ้าถึงเข้าไปอยู่ได้ ชิงชิงริษยา นังตัวดีที่เป็นคนแต่หล่นมาในวังบาดาลก่อเรื่องขึ้นด้วยการไปยุ่งกับไข่มุกหั่วจูจนชาววังบาดาลเมาคลื่นไม่เว้นแม้แต่ตัวนางเองจนต้องพลาดการถวายตัวไป หลังจากองค์ชายมังกรรับนางเข้าตำหนักจากนั้นก็หายไปปล่อยให้เทพธิดาจากอ่าวเป๋ยไห่ที่เป็นเขตแดนของกุ้งมังกรอย่างนางที่ความงามเลื่องลือไปถึงชั้นฟ้าว่างดงามล่มบาดาลสวรรค์สะเทือนต้องนอนเปล่าเปลี่ยวแต่เพียงผู้เดียว

          “หวังว่าองค์ชายคงไม่ได้คิดที่จะรับนางมนุษย์เข้าวังเอามาเป็นนางสนมหากทำแบบนั้นเท่ากับผิดกฎบาดาล”

          “พระสนมต้องรีบคิดหาวิธีกำจัดนางมนุษย์คนนั้นแล้วล่ะเพคะ องค์ชายให้นางพักอยู่ที่ตำหนักลู่หลิงเท่ากับบอกว่าเป็นคนโปรดขององค์ชาย”

          ชิงชิงแค่นเสียงในลำคอกล่าวเสียงเยียบเย็นเต็มไปด้วยความริษยา “หลีฉีท่านนั้นไร้หัวใจดั่งคำล่ำลือท่านไม่เคยมาร่วมอภิรมย์กับข้าแต่กลับฝักใฝ่ในเรื่องของมนุษย์คงอยากร่วมอภิรมย์สมสู่กับนาง เจ้าตามข้ามาข้าจะไปตำหนักลู่หลิงไปดูหน้านังมนุษย์แพศยาที่ลงมายั่วยวนสวามีข้าถึงวังบาดาล ข้าอยากรู้นักนางจะงามแค่ไหน”

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,388 ความคิดเห็น