ปี้หู่ตัวร้ายกับองค์ชายมังกร (ชุดบุปผาสะท้านรัก)

ตอนที่ 15 : ตอน กลับวังบาดาล 100% สาวกมุดใต้เตียงด่วนจ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3554
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    5 ต.ค. 60

พิมพ์เนื้อหาตรงนี้





ทักทาย

เอานิยายมารีอัพให้อ่านกันตอนตัดสินใจซื้อค่ะถ้าชอบสั่งซื้อรูปเล่มได้ที่เว็บ สนพ ไลต์ ออฟ เลิฟ และสั่งซื้อ ebook ได้ที่ เว็บ สนพ หรือ Mebค่ะ

 

ขอบคุณค่ะ

ชิงลี่

 

นางกำนัลประจำตำหนักลู่หลิงถูกหลีฉีกำชับให้คอยดูแลเกตุมุกดาเป็นอย่างดีและสั่งห้ามนางไม่ให้ออกจากวังบาดาลเพราะกลิ่นของมนุษย์นั้นจะทำให้เหล่าปีศาจได้กลิ่นและจับตัวไป

เกตุมุกดาตื่นแล้ว นางกำนัลเห็นก็เข้ามาช่วยจัดแจงพาไปอาบน้ำ เสร็จแล้วก็มาช่วยเธอแต่งตัว ระหว่างทำผมก็อดคิดถึงเรื่องเมื่อคืนไม่ได้ เมื่อคืนเธอฝันว่าถูกงูใหญ่รัดจนอึดอัดขยับเนื้อตัวไม่ได้ คิดไปคิดมาคงไม่ใช่ความฝันเพราะเมื่อคืนมีมังกรนอนอยู่ข้างๆจริงๆ แต่ที่ยังไม่รู้อาการถูกรัดเกิดจากถูกมังกรฟัดกอดจูบอยู่หลายครั้งในขณะที่เธอหลับไม่รู้ตัว

เกตุมุกดาได้แต่ถอนใจ ไตร่ตรองว่าจะทำเช่นไรต่อไป เธอเป็นคนไม่อาจอาศัยอยู่ในวังบาดาลได้ แต่ถ้าหาทางกลับบ้านยังไม่ได้จะทำอย่างไร หรือชาตินี้นางไม่มีทางได้กลับบ้านแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นควรจะเลือกสิ่งใดระหว่างยอมเป็นสนมขององค์ชายมังกรกับขอร้องให้เขาพาเธอกลับขึ้นไปที่เมืองฉางอาน ขณะที่คิดไปก็เดินสำรวจตำหนักที่ทำจากหยกด้วยความตื่นตะลึงไปด้วย พลันใครบางคนก็ปรากฏร่างขึ้น

“ชายาของข้า ข้ามารับตัวเจ้ากลับวังของเราแล้ว”

องค์ชายหยางหลงในชุดสีเขียวปีกแมลงทับขับผิวพรรณขาวผ่องให้ดูสง่างามย่างสามขุมบุกเข้ามาหานางด้วยใบหน้าแสนยินดี โชคดีที่เกตุมุกดาตัวเล็กจึงหลบอ้อมกอดของมังกรหนุ่มได้ทัน

แต่เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของสนมชิงชิงที่มุ่งหน้ามาตำหนักลู่หลิงกลับดังขึ้นแทนเพราะถูกองค์ชายหยางหลงกอดไว้แน่นแล้วพรมจูบไปทั่วแก้ม เป็นเวลาเดียวกับที่องค์ชายหลีฉีผู้เป็นเจ้าของตำหนักกลับมาทันเวลา ภาพที่เขาเห็นอยู่เบื้องหน้าทำให้ต้องเบิกตากว้าง องค์ชายหยางหลงมังกรหนุ่มผู้เป็นญาติกำลังกอดสนมชิงชิงที่กรีดร้องเสียงหลง ส่วนปี้หู่ตัวแสบยืนตัวลีบแอบมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เท่านี้หลีฉีก็มองออกว่าเขาขาดความสงบไปอีกพักใหญ่ตัวสร้างปัญหากำลังมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ชิงชิงรีบผลักมังกรหนุ่มรูปงามออกห่างอย่างรังเกียจ “ปล่อยข้านะ เจ้าเป็นใครบังอาจมาแตะต้องตัวข้า องค์ชายช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ” ชิงชิงพาร่างอ้อนแอ้นเข้าไปหาหลีฉีที่เพิ่งมาถึง

ชิงชิงไม่เคยพบองค์ชายหยางหลงมาก่อนจึงไม่รู้ว่าเป็นญาติผู้พี่ของหลีฉี “ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะองค์ชาย มันผู้นี้เป็นใครกันถึงได้บังอาจแตะต้องกายาของหม่อมฉัน”

หยางหลงหน้าเสียเขาไม่ได้มีจิตคิดอกุศลคิดจะแตะต้องสนมของน้องชายเลยสักนิด “หลีฉีข้าขอโทษข้าไม่ได้เจตนาแตะต้องสนมของเจ้าแม้เพียงปลายเล็บ” แล้วชี้ไปที่เกตุมุกดาซึ่งหลบอยู่ข้างเสาหยก “ข้าคิดถึงนางต้องการจะกอดนางต่างหาก”

หลีฉีถอนใจดันสนมชิงชิงที่ทิ้งตัวลงออดอ้อนขอความเห็นใจ ตีโพยตีพายฟูมฟายว่านางต้องมาเสื่อมเสียเพราะชายโฉดเขลาผู้นี้

“ชิงชิงเจ้าหยุดร้องเถิด ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิด คนผิดคือญาติผู้พี่ของข้าเอง”

แล้วปรายตาไปยังมังกรหนุ่มผู้เป็นพี่ “หยางหลงท่านบุกมาที่วังของข้าแล้วยังแตะต้องนางสนมของข้า ข้าควรจัดการกับท่านอย่างไรดี”

 “เจ้าจะลงโทษยังไงก็ได้ข้ายอมหมดหลีฉี เจ้าช่างใจร้ายนักไม่ยอมส่งคนไปแจ้งข่าวว่าชายาของข้ากลับมาที่วังบาดาลแล้ว ข้าแวะมาจึงได้เจอนาง ข้าต้องการรับนางไปตามที่เราตกลงกันไว้”

ใครตกลงกับท่านหลีฉีคิดอย่างหงุดหงิด

ฝ่ายหยางหลงสาวเท้าตรงไปหาเกตุมุกดาแต่หลีฉีเคลื่อนตัวไวกว่าเขาพาตัวบดบังนางไว้ก่อนที่มังกรผู้พี่จะถึงตัวนาง “ช้าก่อน พักนี้ท่านใจร้อนวู่วามนักท่านพี่”

“ก็ข้าคิดถึงชายาของข้า ข้าอยากพานางกลับวัง ข้าอยากกอดนางให้สมความคิดถึงคะนึงหา”

เกตุมุกดากลัวองค์ชายมังกรผู้มาใหม่จะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ก็รีบโผไปหาหลีฉี “องค์ชายหลีฉีช่วยหม่อมฉันด้วย ญาติของพระองค์คงจะสับสน สมองได้รับความกระทบกระเทือนจากการเสียพระชายาไป ถึงได้ทึกทักจะเอาหม่อมฉันไปเป็นชายา”

“เจ้าหยุดพูดเถอะปี้หู่ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง” หลีฉีว่าเสียงดุ แอบคิดในใจใครใช้ให้เจ้าน่ารักกันล่ะ

แต่นั่นคงไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้หยางหลงต้องการตัวนางมากขนาดนี้ เขาเพิ่งแย่งตัวนางมาจากฮ่องเต้ถัง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าจะต้องทำศึกชิงนางกับญาติผู้พี่หลีฉีรู้สึกลำบากใจเขาจะต้องคุยกับหยางหลงให้รู้เรื่อง

หลีฉีหันไปบอกเกตุมุกดา “ข้าจะคุยกับหยางหลงเจ้าเข้าไปรอในตำหนักอย่าดื้ออย่าซนอย่าทำให้ข้าปวดหัวอีก”

เกตุมุกดาตอบรับ พร้อมกับรู้สึกมึนงง วังบาดาลนี้มีแต่พวกพิลึกพิลั่นองค์ชายหยางหลงนั้นรูปงามไม่เบาแต่ชอบเหมาว่านางเป็นชายาของเขาทุกทีไปมาทีไรก็จะนำตัวไปเป็นชายา ฝ่ายองค์ชายหลีฉีก็ยื่นข้อเสนอที่จะให้ความคุ้มครองนางหากยอมเป็นสนม

ตั้งแต่ย้อนยุคมาทำไมนางถึงเป็นที่ต้องการของทั้งฮ่องเต้ยันเทพเจ้ามังกร หรือว่ายุคนนี้เขาจะชอบของแปลก

หยางหลงมองตามร่างเกตุมุกดาที่กลับเข้าไปในตำหนักชั้นใน ท่าทางชะเง้อคอยาวของหยางหลงทำให้หลีฉีซึ่งเป็นเจ้าของวังไม่พอใจนัก

“เจ้ารับปากข้าแล้วนะหลีฉีว่าหากเจ้าให้นางไปทำงานบนโลกมนุษย์สำเร็จเจ้าจะส่งตัวนางให้ข้า แล้วทำไม..”

“ท่านพี่หยางหลงตามข้ามาทางนี้ก่อนเรามีเรื่องต้องคุยกัน” หลีฉีตัดบทด้วยการเอ่ยชวน

ชิงชิงยืนมองอย่างหงุดหงุดไม่มีใครสนใจนางซึ่งเป็นผู้เสียหายเลย ทั้งหลีฉีและองค์ชายหยางหลงนั่นก็เอาแต่สนใจนางมนุษย์หน้าจืด

หลีฉีเดินนำไปทางด้านขวาของตำหนักลู่หลิงมุ่งไปยังอุทยานที่ตอนนี้ดอกเหมยทะเลกำลังเบ่งบานสวยงาม เขาอยากรู้นักทำไมหยางหลงผู้เคยมีเหตุผลถึงได้ดึงดันจะเอาปี้หู่ตัวแสบไปเป็นชายาให้ได้ทั้งที่นางกินลูกท้อวิเศษที่หยางหลงต้องการนำไปชุบชีวิตชายาให้คืนชีพ

“ข้าถามท่านพี่ตามตรงปี้หู่กินลูกท้อของท่านพี่เข้าไป เหตุใดท่านพี่ไม่โกรธซ้ำยังต้องการขอนางไปเป็นชายา”

หยางหลงจึงไขข้อข้องใจให้หลีฉีฟังด้วยหวังว่าหลีฉีจะยินดีส่งตัวซินซินให้เขาอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆอีก “ข้าโมโหสิ คราแรกที่นางกินลูกท้อที่ธิดาเทพฟางเซียนมอบให้ข้า ข้าแทบอยากฆ่านางด้วยมือของข้า แต่เมื่อข้าเห็นปานรูปดอกท้อที่หน้าอกนางตอนที่นางบังเอิญก้มลงเป็นตำแหน่งเดียวกับชายาของข้า ข้าก็รู้แล้วว่าที่แท้นางคงเป็นชายาของข้ากลับชาติมาเกิด มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ มิเช่นนั้นจะมีเหตุอันใดให้มนุษย์ตัวเล็กๆ ลงมาถึงเมืองบาดาลนี้ได้โดยไม่เป็นอันตราย ทุกสิ่งนั้นล้วนเกิดจากบุพเพสันนิวาสให้ข้ากับนางกลับมาประสบพบพักต์กันอีกครา”

“ปานดอกท้อ ตรงหน้าอก ท่านพี่ตาดีนัก” หลีฉีหน้าบึ้งตึงขึ้งเครียดไปถนัดตา หากหยางหลงไม่ใช่ญาติผู้พี่เห็นทีเขาอาจจะควักลูกตาหยางหลงออกมาให้เข็ดราบมังกรหนุ่มผู้พี่หูตาไวนักแอบเห็นหน้าอกของนาง “ท่านพี่หูตากว้างไกลนัก แต่แค่ปานรูปดอกท้อเหมือนกันทำไมถึงเชื่อมั่นนักว่านางคือชายา”

“เจ้าสังเกตให้ดีนางละม้ายคล้ายชายาข้าแค่ไหน ชายาข้านางเคยสั่งเสียเอาไว้ว่านางจะกลับมาเกิดครองคู่กับข้าอีกสองร้อยปีนี่ก็ถึงเวลานั้นจะไม่ให้ข้าปักใจเชื่อได้อย่างไร” หยางหลงถอนหายใจเสีหน้าเจ็บปวด “ข้าเชื่อมั่นว่านางต้องใช่ชายาและพยายามไปขอความช่วยเหลือจากเฒ่าจันทราให้ช่วยยืนยันว่านางคือผู้ที่มีด้ายแดงผูกไว้คู่กับข้า แต่เฒ่าจันทราก็เอาแต่ลบเลี่ยงไม่ยอมบอกข้า”

“แล้วถ้านางไม่ใช่”

หยางหลงรีบสวนแทรกขึ้น “ต้องใช่ ร่างของชายาข้าที่ข้าเก็บรักษาไว้อย่างดีห้าสิบปีเวลานี้เริ่มเน่าเปื่อยอย่างไม่มีสาเหตุทั้งที่ถูกเก็บรักษาไว้ที่ถ้ำหยกในเมื่อร่างของนางไม่อาจงดงามเหมือนเมื่อครั้งมีชีวิตนางจึงกลับมาหาข้าอีกครั้งในร่างของมนุษย์”

ฝ่ายหลีฉีเองก็มีความเชื่อส่วนตัวของเขาที่ไม่อาจบอกกับหยางหลงในเวลานี้ได้ ตามที่เฒ่าจันทราเคยทำนายเขาไว้ว่าหากหัวใจของเขากลับมาเต้นมีจังหวะ และดอกเหมยทะเลเบ่งบานในอุทยานเมื่อใด แสดงว่าเมื่อนั้นเขาจะมีความรักเกิดขึ้น คู่แท้ของเขาจะมาอยู่เคียงข้าง หลีฉีไม่เชื่อเสียในทีเดียวแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าไม่เชื่อเลย

เมื่อเกิดความลังเล เขาจึงไม่สามารถคิดอะไรได้รอบคอบ ถึงไม่เต็มใจส่งซินซินให้หยางหลง แม้จะไม่อยากเชื่อว่าซินซินคือเนื้อคู่ของเขาที่เฒ่าจันทราหมายถึงก็ตาม

“ข้าให้นางไปกับท่านไม่ได้ เชิญท่านกลับไปเถอะ นางเป็นคนของข้า อย่างน้อยข้าต้องถามนางก่อน”

“เจ้าจะเก็บนางไว้เองล่ะสิหลีฉี” หยางหลงขัดใจไม่คิดว่าจะถูกญาติผู้น้องปฏิเสธอย่างตรงไปตรงมา

“ถึงเป็นเช่นนั้นก็ไม่ผิด ท่านไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่ายเรื่องในวังของข้า”

หยางหลงคำรามในลำคอรู้นิสัยใจขอหลีฉีฝ่ายนี้ถ้าลองว่าไม่ก็อย่าได้ต่อรอง ใบหน้าร่างกายร่ำๆจะกลายเป็นมังกรเหินหาวแต่เขาก็ข่มความเดือดดาลลง เพราะหากต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ไปทั้งบาดาลอีกอย่างตนเองหากเทียบกับหลีฉีแล้วก็ยังเป็นรองและหากเรื่องนี้รู้ไปถึงเจ้าสมุทร ถึงตอนนั้นการนำซินซินไปเป็นชายายิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่

“ได้ ข้าจะยังไม่พานางไปตอนนี้ แต่ข้าจะต้องพานางไปให้ได้ในวันหนึ่งเจ้าลองทบทวนให้ดีว่าจะส่งนางให้ข้าได้เมื่อไร” หยางหลงเดินจากไปอย่างกรุ่นโกรธ ก่อนจะกลายร่างเป็นมังกรตัวใหญ่ที่มีดวงตาดุดันวาวโรจน์ ทว่าต้องประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นดอกเหมยทะเลในอุทยานของหลีฉีเบ่งบาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้นับพันๆปีมาแล้วไม่เคยมีดอกไม้เบ่งบานในวังบาดาลแห่งนี้

หรือนี่คือสัญญาณบอกว่านายแห่งวังนี้จะมีความรักเกิดขึ้น ดอกเหมยสีชมพูอ่อนเบ่งบานปลิวไหวกับสายลมมองดูอ่อนโยนเหมือนชายาของเขา แต่ขณะเดียวกันก็มีภาพของซินซินซับท้อนเข้ามา

 

หลีฉียืนนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะหันกลับไปตำหนักลู่หลิง ดอกเหมยสีชมพูก็ร่วงหล่นผ่านหน้า เขามองแล้วเอื้อมมือจับหัวใจที่หน้าอกข้างซ้าย ทำไมถึงเต้นตุบ ตุบเป็นจังหวะราวกับมีความรู้สึกรักเกิดขึ้น เมื่อคืนเขาก็นอนตาค้างยันสว่างเพราะระหว่างทีนางนอนทาบทับบนตัวหัวใจนางแนบบนอกเขา นอกจากได้ยินเสียงหัวใจนางเต้น เขาเองก็สัมผัสได้ว่าหัวใจของเขามันก็เต้นเหมือนหัวใจนาง

ไม่จริง นางเป็นมนุษย์ ข้าแค่ต้องการตัวนาง ถ้าข้ารักนางต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ เขาเดินสาวเท้ายาวๆกลับไปที่ตำหนัก ผลักประตูเข้าไป เกตุมุกดาก็ปราดเข้ามาหา

“พี่ชายของท่านว่าอย่างไรบ้าง เขายังต้องการให้หม่อมฉันไปเป็นชายาอยู่อีกหรือไม่ แล้วองค์ชายว่าอย่างไรเพคะ ตกลงกับเขาไปหรือพูดกับเขาว่าอย่างไร”

หลีฉีเงียบ

“องค์ชายท่านรีบพูดมาเร็วๆสิ หม่อมฉันร้อนใจ ไม่อยากเป็นชายาของเขา” สีหน้าระทมทุกข์ของเกตุมุกดายิ่งทำให้หลีฉีใกล้หมดความอดทนที่จะต่อต้านสิ่งที่เกิดขึ้นที่หัวใจ

“หยางหลงมั่นใจว่าเจ้าเป็นชายาของเขา เขาต้องการเจ้ามาก”

เกตุมุกดาทำหน้ายุ่ง “หม่อมฉันเคยบอกแล้วว่าไม่ต้องการเป็นชายาเขา องค์ชายต้องช่วยหม่อมฉันนะ ได้โปรดช่วยหม่อมฉันด้วย”

หลีฉีมองใบหน้างดงามแล้วถาม “เจ้าต้องการให้ข้าช่วยจริงหรือ” เกตุมุกดาพยักหน้า “งั้นก็มีวิธีเดียวที่ข้าจะช่วยเจ้าได้ และทำให้เจ้าสามารถอยู่ที่วังบาดาลได้อย่างปลอดภัย”

“วิธีไหนเพคะ”

หลีฉีแตะฝ่ามือลงไปที่ไหล่บอบบาง แล้วดันร่างนางไปที่เตียงหยกช้าๆ เกตุมุกดายังงุนงงอยู่ไม่รู้ว่าเขาจะช่วยเธออย่างไร จะถามก็ถูกจูบปิดปาก แล้วถูกดันไปที่เตียง นั่งแหมะลง จากนั้นหลีฉีก็ตามเข้ามาดันร่างลงกับเตียง มือของเขาประคองใบหน้าแล้วจูบพร้อมกับแทรกเรียวลิ้นเข้าไปช้าๆควานหากับลิ้นเล็กๆของเธอ

“เป็นสนมของเรา”

หลีฉีตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความโดยไม่ต้องอธิบายมาก

“แต่ว่าหม่อมฉันไม่อยากเป็นสนมขององค์ชาย หม่อมฉันเคยบอกองค์ชายแล้วว่าหม่อมฉันไม่ขอใช้สามีร่วมกับหญิงใด”

“จำได้หรือไม่ เมื่อครู่เจ้าเป็นคนขอให้เราช่วยไม่ใช่หรือ”

“แต่นั่นมันคนละความหมายกับที่หม่อมฉันคิดไว้”

หลีฉีกระตุกยิ้ม แต่เกตุมุกดามองแล้วทั้งหมั่นไส้ทั้งประหม่า “ในเมื่อเจ้าขอให้ข้าช่วย นี่คือทางเดียวที่หยางหลงจะตัดใจเลิกยุ่งกับเจ้าได้อย่างเด็ดขาด ของๆ เราหยางหลงคงไม่กล้าแตะ”

พูดได้เท่านั้นเจ้าแห่งวังบาดาลก็ไม่ปล่อยให้นางพูดได้อีกเขากดบ่าของนางลงบนเตียงทาบทับลงมา

                            ++++++++++++++++++++++++++

 

อ่านตัวอย่างได้ที่นี่

 

อัพตอนใหม่แล้ว ฮองเฮาเจ้าเสน่ห์ ฮ่องเต้เจ้าสำราญ  ฝากไปติดตาม

https://my.dek-d.com/apsara1982/writer/view.php?id=1677833

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,388 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(