ละครชีวิตอันยุ่งเหยิงของท่านดัชเชสต่างโลก

ตอนที่ 15 : 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,335
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    11 พ.ค. 60





กว่าจะมาถึงหน้าที่พักนายหัวฟ้าได้ คาริน่านึกว่าจะตายเพราะสายตาคนมองซะแล้ว



เธอรู้ตัวหรอกว่าเด่น ถ้าเธอเป็นชาวพื้นเมืองแล้วมาเห็นเด็กแปลกหน้า ผมทอง ตาเขียว ผิวขาวเป็นหยวกแทบส่องแสงได้มาเดินในค่ายมืดๆค่ำๆช่วงที่มีสงครามคงร่วมมือกันจับมาคุมขัง 


โชคยังดีที่ชาวบ้านพวกนี้ยังใจเย็นพอจะฟังคนแปลกหน้าอธิบายว่าเอายามาส่งให้เจ้าชายของพวกเขา แถมยังใจดีบอกทางไปให้เสร็จสรรพ 




...แต่จะดีมากถ้าไม่สามัคคีจ้องส่งกันแบบเมตรต่อเมตร เล่นเอาประหม่าไม่น้อยเลย




คาริน่าดึงแก้มตัวเองเรียกสติ ก่อนจะเงยหน้ามองเพิงหมาแหงน...ไม่สิ สภาพดีกว่านิดหน่อยเพราะได้ยินมาว่าพักอยู่ชั่วคราวช่วงสงคราม



ตอนแรกจิตนาการไว้ว่าจะเป็นกระต๊อบโทรมๆหรือซุ้มฟางด้วยซ้ำ แต่นี่ก็ดูเป็นบ้านไม้สองชั้นที่สะอาดสะอ้านไม่น้อย มีหน้าต่างเล็กๆหลายบาน ถึงหลังคาจะมุงด้วยพืชพื้นเมืองแปลกตาที่ดูไม่น่ากันฝนได้ก็เถอะ




ประตูไม่ได้ล๊อค แต่เธอก็ไม่คิดแม้แต่จะเรียกอยู่แล้ว




'วางทิ้งไว้เดี๋ยวก็คงออกมาเองล่ะ'




พยักหน้าเห็นด้วยกับตัวเองทีนึง พร้อมกับวางถุงยาไว้ กะให้ประตูขยับน้อยๆเพื่อให้เจ้าของห้องรู้ตัว





"...อึ้ก"




หากวินาทีที่กำลังจะหันหลังกลับ เสียงจากในห้องก็เรียกเธอเอาไว้




เสียงของความเจ็บปวด...




ไม่สามารถข่มให้เบาได้เหมือนตอนที่พูด หากก็ไม่ได้กรีดลั่นเหมือนตอนคำรามแค้น




พื้นดินที่สั่นคลอนทำให้เธอรู้สึกต้องย้อนกลับเข้ามา




"เฮ้อ"




ไม่ใช่เทวดาดลใจหรือผีผลัก เป็นเธอนี่ล่ะที่ผลักประตูเข้าไปอย่างถือวิสาสะ




ก่อนจะตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเจอกับภาพตรงหน้า


.

.

.

.

.

.




แผ่นหลังของเจ้าชายแดนหาดสวรรค์ที่เต็มไปด้วยแผลเป็น...



ตอนนี้ไม่รู้ว่าใครตกใจมากกว่ากันระหว่างเจ้าของแผลที่เบิกตากว้าง แต่ก็ทำได้แค่นั่งคู้ตัวอยู่บนเตียง กอดท่อนบนที่ห่อหุ้มแค่ผ้าพันแผลพาดหลัง กับ

ฝ่ายคาริน่าที่แม้แต่อ้าปากงับอากาศก็รู้สึกว่าลำบาก เธอเคยเห็นแผลมามากแล้วก็จริง ทั้งจากฝ่ายทหารของตน จากเออร์วิน กาบรีเอลหรือใครก็ตามที่ผ่านสมรภูมิมา ทุกคนล้วนแต่มีรอยแผลเป็น และพวกเขาก็ถือเสียว่ามันเป็นเหรียญกล้าหาญจากศึกสงคราม




ส่วนครั้งนี้แค่มองครั้งเดียวก็รู้




ไม่ใช่เหรียญกล้าหาญ ไม่ใช่เกียรติยศใดๆ




มันคือความอัปยศ...





"นั่น..."เวลาผ่านไปร่วมนาทีกว่าจะกลั่นกรองคำพูดออกมาได้ "..พวกเขา...ทำ?"




คำถามเพียงแค่สามพยางค์




แต่นัยน์ตาของคนถูกถามก็ตอบกลับมาว่าเธอเดาไม่ผิด...




ความอัปยศที่เกิดจากการถูกย่ำยีศักดิ์ศรี




ความอัปยศที่เกิดจากการถูกช่วงชิงทุกสิ่งทุกอย่าง




"...ฮึ"




เสียงแค่นหัวเราะของอีกฝ่ายปลุกสติเด็กสาวขึ้นมา




คาริน่ากะพริบตา มองชายหนุ่มที่คว้าเสื้อคลุมมาใส่ได้ในช่วงที่เธอสติหายไปและเขาหัวเราะ 




...แต่ไม่ได้ยิ้ม






"น่าสมเพช...ใช่ไหม?"




ใจเธออยากปฏิเสธไป หากสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากนิ่งไปเสียอย่างนั้น



บรรยากาศหนักอึ้งทิ้งตัวลงมาพร้อมกับความเงียบ ชิเซโรไม่ได้ไล่คนแปลกหน้าออกไป เพียงหันกลับเข้าไปหากำแพง นั่งก้มหน้าเหมือนจะสร้างโลกส่วนตัว ในขณะที่คาริน่าก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อดี ได้แต่ขยับเข้ามาในห้อง ปิดประตู แล้วยืนมองเจ้าของห้องสลับกับถุงยาในมือ




ถึงสมองจะยังคิดคำตอบไม่ออก


แต่เธอก็รู้ว่าไม่ควรปล่อยเขาไว้คนเดียว




"นี่.."




"..."




"คือ..."



ให้ตายสิ พ่อรู้เข้าต้องหัวเราะแน่ๆว่าคนอย่างเธอกำลังแก้ปัญหาไม่ถูก





"...."




"คุณทานอะไรเหรอยัง..."



...


นี่เป็นวิธีชวนคุยกับคนที่ง่ายที่สุดของเธอแล้ว




"เอ่อ คือพยาบาลฝากยามาให้ ก็ต้องทานข้าวไง ก่อนทานยาก็ต้องทานของรองท้องใช่ไหมล่ะ"


คาริน่าอยากเอาตัวเองมุดกลับช่องว่างแห่งมิติ นี่เธอพูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย! ขายหน้าชะมัด




"ยัง..."



"อ่า นั่นสินะ!....หา!"


ทว่ากลับมีเสียงอื่นตอบแทนจากคนที่นั่งไหล่ตกเสียอย่างนั้น


คาริน่าเงี่ยฟังเพื่อพิสูจน์ว่าหูไม่ได้ฝาดและมันไม่พลาดเมื่อได้ยินเสียงท้องร้องดังโครกตามมา เด็กสาวหลุดหัวเราะ รู้สึกได้ถึงรังสีอาฆาตจากอีกฝ่าย แต่เธอก็ตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปใกล้ๆชายหนุ่มแล้วใช้มือแหวกเข้าไปในช่องว่างแห่งมิติที่เรียกมาก่อนจะหยิบห่อขนมปังลูกเกดที่กะเก็บไว้กินตอนดึกส่งให้



เอานิ้วเล็กๆจิ้มไหล่เรียกแถมอีกทีเผื่อไม่รู้ตัว ได้ผล ชิเซโรค่อยๆหันกลับมามองด้วยสายตาระแวงอย่างเห็นได้ชัด



"สะอาดน่า หนูเพิ่งจิ๊กจากห้องครัวที่บ้านเมื่อกี้นี้"



คนขี้ระแวงยังขมวดคิ้วไม่เลิก หากท้องที่หิวนี่ก็บังคับให้เขาเอื้อมมือไปรับมาจนได้



สัมผัสนุ่มถูกส่งเข้าปากอย่างรวดเร็ว..อาจเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ขนมปังไส้ลูกเกดธรรมดาถึงอร่อยได้ขนาดนี้



เขาเคี้ยวขนมปังพลางแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าคนข้างตัวที่ถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงเป็นที่เรียบร้อย สัญชาตญาณส่วนตัวบอกว่าเด็กคนนี้แปลก...เป็นชาวอวาเรียที่แปลก แปลกกว่าพวกเจ้าอาณานิคม แปลกกว่าผู้ดีพวกนั้น แปลกกว่าชาวทวีปบาปทุกคนที่รู้จัก



ความคิดชะงักไป...เมื่อเด็กประหลาดหันกลับมายิ้มให้เขา!



"แค่ก!"



"อ้ะ!"




คาริน่าเริ่มงง ทำอะไรไม่ถูกอีกครั้ง 

อะไรกัน เห็นมองมาคนอัธยาศัยดี น่ารักอย่างเธอเลยยิ้มให้ตามความเคยชิน แล้วทำไมหมอนี่ถึงได้สำลักขนมปังได้เล่า!


เธอเริ่มลนลาน ลุกขึ้นหาคว้ากระบอกน้ำบนตั่งไม้ส่งให้ ชิเซโรฉวยได้ก็กระดกน้ำลงคอแบบไม่คิดชีวิตเพราะเกือบถูกขนมปังฆาตกรรม 


ท่าทางเปิ่นๆที่เจ้าตัวเพิ่งหลุดให้เห็นเป็นครั้งแรกนั้นแอบตลกจน คาริน่าเริ่มกลั้นเสียงหัวเราะไม่ไหว หัวเราะลั่นออกมาดังๆแบบไม่เกรงใจใครทั้งสิ้น




เจ้าชายเบ้หน้า




ถูกหัวเราะก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนคือเขาสงสัย...ความรู้สึกที่เกิดจากเสียงหัวเราะนั่นมันเป็นเรื่องดีหรือร้าย


เด็กคนนี้เป็นเด็กพูดเสียงดังต่างจากเขาที่เป็นคนเงียบ ยิ่งเสียงหัวเราะยิ่งดังก้องกังวาล ดังมาก ดังมากมาก มากจนน่าอึดอัด ซ้ำยังเต็มไปด้วยความมั่นใจในตัวเองแบบที่เรียกได้ว่าน่าหมั่นไส้ แต่กลับไม่มีกระแสความน่ารังเกียจแบบที่เขาจับได้จากพวกจักรวรรดิทุกคนที่ผ่านเข้ามา 



ไม่เหมือนจริงๆ



ไม่เหมือนกับรอยยิ้มจอมปลอมของคลีออน



"อ้ะ ดีขึ้นแล้วเหรอยังคะ"



ชายหนุ่มพยักหน้าตอบคำถามจากคนที่เพิ่งหยุดหัวเราะ คาริน่าถอนหายใจอย่างโล่งอก ยิ้มแถมให้อีกทีเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าประหลาดใส่  

ก่อนจะนึกจุดประสงค์ที่แท้จริงที่มาที่นี่ มือเล็กรีบควานหาถุงยาที่ไม่รู้ไปทำตกอยู่ส่วนไหน และรู้สึกว่าหน้าแตกขนานหนักเมื่อพบว่าตัวเองทำตกไว้หน้าประตูนั่นหล่ะ



เด็กสาวเกาท้ายทอยแก้เก้อ วิ่งไปหยิบถุงยาที่ถูกลืมมาวางไว้บนตั่ง



"นี่ยาเม็ดกับผ้าพันแผลนะ"




"..."



"คุณใช้เองได้ใช่ไหมนะ"




"...อือ"




คำตอบรับเป็นกันเองผิดคาด แต่เธอก็ไม่ได้ถืออะไรหรอก ถ้ารับกันแบบสุภาพคงรู้สึกน่าขนลุกพิลึก



"คุณดีขึ้นจริงๆนะ"



คราวนี้ชิเซโรเงยขึ้นมาสบตาด้วย คาริน่ารู้ว่าเขาเข้าใจที่เธอต้องการจะสื่อ



เจ้าชายหนุ่มไม่พยักหน้าเหมือนครั้งก่อน 



แต่ในดวงตาสีฟ้าหม่นคู่นั้น....แม้จะยังร้าว หากก็ไม่ไหวแรงจนน่าเป็นห่วง




แค่นี้ก็ถือว่าโอเคแล้วมั้ง




"งั้น...หนูไปก่อนนะ"





เด็กสาวยิ้ม โบกมือลา 


เท่านี้  ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ต่อแล้ว




ชิเซโรมองตามแผ่นหลังเล็กๆไปจนประตูปิดลง ความรู้สึกแปลกๆนอกจากที่ว่าเด็กประหลาดคนนี้ยิ้มถี่เหมือนเป็นบ้ายังคงติดค้างอยู่ในใจ 

ชายหนุ่มส่ายหัว ก่อนอื่นเขาควรปล่อยวางทุกอย่างแล้วทานยา นอนพักผ่อนให้เต็มที่เพื่อศึกในวันต่อๆไป...คิดได้แล้วร่างสมส่วนก็ลุกขึ้นหมายจะเดินไปเติมน้ำเพื่อทานยา




"แล้ว...หนูว่านะ"



เขาหยุดมือที่กำลังจะรินน้ำ หันขวับไปทางต้นเสียงที่น่าจะอยู่หน้าประตู



เด็กคนนั้น...ยังไม่กลับไป




"..คนอย่างคุณ"




"..."




"คนที่ทนแบกรับบาดแผลนั่นทั้งหมดได้อย่างคุณ ไม่ใช่คนน่าสมเพชหรอก"




"!"




"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ"



ชิเซโรมั่นใจว่าตนออกวิ่งไปที่ประตูก่อนอีกฝ่ายจะพูดจบประโยคสุดท้าย แต่เมื่อเปิดออกไป กลับเห็นเพียงหลังเล็กไวๆกับผมสีทองที่เด่นล้อไปกับคบเพลิงแข่งกับแสงจันทร์  และถ้าได้ยินไม่ผิด เหมือนจะมีเสียงหัวเราะดังปนมาเสียด้วย



ชิเซโรถอนหายใจ ลืมไปหมดแล้วว่าที่วิ่งออกมานั้นเขาอยากจะทำอะไร 



"เด็กบ้านี่สงสัยจะชอบทำให้คนอื่นหัวปั่นแน่ๆ"



...แต่ก็นะ




ริมฝีปากเรียวเผลอวาดยิ้มโดยไม่รู้ตัว




"ขอบคุณ..."



เกลียดเธอไม่ลงจริงๆนั่นล่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #75 kusachi shiga (@shiga123) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 23:30
    ในที่สุดนางเอกเราก็ได้ปักธงแล้ว ซาบซึ้ง
    #75
    0
  2. #66 i_phone2 (@I_Phone) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 09:07
    อุ้ววววววว แหมๆชิเซโร
    #66
    0
  3. #20 yokai333 (@yokai333) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 16:14
    ไรท์คร้าาาาา เมื่อไรจมาต่อค่ะ (เดี๋ยวก็เอาระเบิดไปปาใส่บ้านเลยนิ) ^_^
    #20
    0
  4. #19 Bright diamond (@pungpond0445) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 18:56
    ฮรึก ไรท์เมื่อจะมาต่อคะ
    #19
    0
  5. #18 Bright diamond (@pungpond0445) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 16:27
    มาต่อน้าาาาาาา
    #18
    0
  6. #15 Milkrune Hiname (@Milkrune) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:12
    อร๊ายยยยยยยย~ฟินน~~
    #15
    1
    • #15-1 yokai333 (@yokai333) (จากตอนที่ 15)
      14 พฤษภาคม 2560 / 19:19
      สุดๆอ่ะ
      #15-1