[TWICE] OS : Geisha 3017 #มิแชงเธียเตอร์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 532 Views

  • 8 Comments

  • 28 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3

    Overall
    532

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

ครั้นสมองถูกสั่งให้รัก แต่จิตใจไม่เคยคิดต่อต้าน ความรักที่ถูกบงการขึ้นจึงได้ก่อตัวเป็นรักจริงๆขึ้นมา


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ภาพยนตร์ที่เป็นแรงบันดาลใจ

Ghost In The Shell


ฟิคเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่องนี้ในส่วนของตัวละคร เนื้อเรื่องไม่คล้ายคลึงกับในหนังค่ะ ขอให้สนุกกับการอ่านนะคะ ;)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 21 ก.ย. 60 / 19:08

บันทึกเป็น Favorite





-Geisha 3017-

 

 

 

 

ปราสาท

 

     ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาลึกลับแห่งหนึ่ง ธรรมชาติอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ หากแต่เป็นที่ที่คุณไม่รู้ว่าอยู่แห่งหนตำบลใด แม้แต่ เจ้าตัว เองก็ตาม

 

     เคหสถานของสาวงามผู้หนึ่ง ผู้ได้ชื่อว่าเป็นนายหญิง’ เพียงผู้เดียวของที่นี่ ตกแต่งสไตล์ตะวันตกผสานกับศิลปะญี่ปุ่นยุคโบราณ ความสวยงามที่เต็มไปด้วยความอ้างว้างอย่างน่าพิศวง ทั้งที่มีสาวใช้มากหน้าหลายตาคอยปรนนิบัติพัดวีประมุขของสถานที่แห่งนี้กันอย่างแข็งขัน

 

 

 

นายหญิง お嬢様

 

     ผิวขาวนวลละออง ราวกับประติมากรรมชิ้นเอกจากสวรรค์ นัยน์ตาและเรือนผมยาวสลวยเป็นสีดำขลับ รับกันได้ดีกับสันจมูกโด่งสวย ปากบางแต่งแต้มด้วยสีแดงเลือดนก สดใสแต่กลับเรียบหรู หล่อนยังคงเป็นหญิงสาว แววตาเย็นนิ่งราวกับนางพญาหงส์ค่อยๆชายมองสรรพสิ่งรอบกายอย่างเนิบนาบแต่กลับเด็ดขาด โดยมิมีผู้ใดสามารถคาดเดาอารมณ์จากแววตาของหล่อนได้

 

     หล่อนมีนามว่า ‘เมียวอิ มินะ’ ตั้งแต่จำความได้ นายหญิงก็ใช้ชื่อนี้มาตั้งแต่กำเนิด มีบิดาผู้เป็นนายพลขุนนางชั้นสูง และมารดาเป็นกุลสตรีหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่น่าเศร้าที่ท่านทั้งสองได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ จากอุบัติเหตุครั้งหนึ่งเมื่อปีก่อน

 

     หล่อนไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกนอกปราสาทเลยสักครา หากแต่เพียงได้เฝ้ามองธรรมชาติที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงชันสีเขียวชอุ่มไปด้วยใบไม้ นายหญิงของที่นี่ ต้องรับประทานยาบางอย่างก่อนเข้านอนทุกๆวัน แต่เจ้าตัวก็มิเคยคิดฉงนใจว่าหล่อนเป็นโรคอะไรกันแน่ เพียงแต่ทานไปตามระเบียบที่บุพการีได้กำชับไวก็เท่านั้น

 

     นายหญิงเป็นคนฉลาด รอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในบริเวณอันคับแคบแห่งนี้ แน่นอนว่าความรู้รอบตัวของนายหญิงย่อมเปรียบเทียบมิได้แต่เพียงเศษเสี้ยวของสมองบรรดาสาวใช้ในปราสาท หล่อนไม่ได้รับการศึกษาเล่าเรียนเช่นบรรดาบุตรธิดาของคนปกติทั่วไปเขา กระนั้นมินะก็ไม่เคยได้ปริปากไต่ถามสิ่งที่แม้จะอยากรู้เพียงไหนกับหญิงใดเลย

 

     และที่สำคัญ หล่อนไม่เคยมีความรัก’

 

 

 

     เข้ามา

 

     ริมฝีปากสีแดงเลือดนกเอื้อนเอ่ยกับสาวใช้สองคนหลังจากเปิดประตูไม้ลวดลายงดงามบานมหึมา ในขณะที่มินะนั่งอยู่บนที่นั่งที่ไม่ต่างอะไรกับบัลลังก์อันวิจิตร เสียงหล่อนดังกังวานไปทั่วโถงใหญ่ แม้เพียงเป็นการพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

 

 

     สาวใช้คนใหม่กำลังจะมา

 

 

     ขอประทานอภัยเป็นอย่างสูงที่มาช้าค่ะนายหญิง สาวใช้คนใหม่เอ่ย ร่างเล็กกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มยาวประบ่า สวมใส่อาภรณ์ที่บ่งบอกว่าไม่ได้มาจากตระกูลคนชั้นสูง

 

     ฉันไม่ถือสา เธอชื่ออะไร

 

     ซน แชยองค่ะ ร่างเล็กกล่าวพลางค้อมศีรษะด้วยความนอบน้อม

 

     อืม... ซานะ พาเธอไปทำความรู้จักกับสถานที่

 

     รับทราบค่ะ สาวใช้นามว่าซานะขานรับ ก่อนจะค่อยๆเดินแยกไปพร้อมกับแชยอง

 

     เด็กสาวแรกรุ่นเดินตามเจ้าถิ่นผู้ทำงานมานานกว่าไปอย่างว่าง่าย โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า นายหญิงกำลังมองตามเธอตาไม่กะพริบไปจนสุดทางเดินด้วยความสนใจ

 

 

 


แก๊ง!

 

     ข้อมือบางของแชยองถูกกอบกุมด้วยมือของรุ่นพี่ เกิดเสียงเบาประหลาดจากการกระทบของกำไลโลหะของซานะกับผิวเนื้อของเด็กสาวร่างเล็ก

 

     บอบบาง นุ่มนิ่ม แต่กลับแข็งอยู่ภายใน

 

     เมื่อกี้เธอเจ็บไหม สาวใช้รุ่นพี่ถามด้วยความเป็นห่วง แชยองแทบไม่รู้สึกถึงอะไรเลยด้วยซ้ำ

 

     ไม่ค่ะ

 

     งั้นก็ดีไป ซานะระบายยิ้ม จูงมือแชยองแล้วเดินต่อไปอย่างไม่รีบเร่งเพื่อแนะนำส่วนต่างๆของปราสาทให้เธอได้ทำความรู้จัก

 

 

 

เด็กสาวแรกรุ่น 少女

 


     ชื่อของเธอคือ ซน แชยอง เธอลืมตาขึ้นมาในสถานที่แห่งหนึ่งตามความเข้าใจของเธอว่าคือโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าเธอสูญเสียความทรงจำ เพราะอุบัติเหตุ ญาติมิตรทุกคนเสียชีวิต โชคดีที่แชยองรอดมาได้ แต่ศีรษะของเธอถูกกระแทกอย่างแรงด้วยของแข็ง และยังจำเป็นต้องทานยาทุกวัน หลังจากเธอฟื้นขึ้นมา เธอต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ราวกับเริ่มนับหนึ่งอีกครั้ง แต่เพราะแชยองเป็นคนฉลาด การเริ่มเรียนรู้ใหม่ของเธอจึงไม่เป็นอุปสรรค และใช้เวลาจดจำอะไรต่ออะไรได้อย่างรวดเร็ว

 

     คุณหมอบอกว่า เธอมาจากครอบครัวในชนบท และหากเธอต้องการจะมีชีวิตที่ดี แน่นอนว่าต้องหาเจ้านายที่มั่นคง คุณหมอผู้นั้นจึงอาสามาส่งถึงหน้าปราสาทของนายหญิง โดยเขาพูดเองและเออออเองกับอาชีพในวัยแรกรุ่นของแชยองทุกอย่าง กระนั้นตัวเธอเองที่ยังไม่ประสา ย่อมตอบตกลงและไม่ขัดต่อคำแนะนำของเขาอยู่แล้ว

 

     เขาพาแชยองนั่งรถเก๋งสัญชาติยุโรปเพื่อจะมาส่งที่ปราสาทแห่งนี้ เขาต้องเป็นคนที่ฐานะดีมากแน่ๆ นายแพทย์จุดเทียนอโรม่าในรถ เขาบอกว่ากลิ่นของมันจะทำให้หลับสบาย จริงอย่างที่เขาว่าไม่มีผิด แชยองหลับใหลไปตลอดทางโดยไม่ได้มองทัศนียภาพรอบกายเลยแม้แต่น้อย แต่คุณหมอก็ยังคงเป็นคุณหมอ เขาใส่หน้ากากครอบปากและจมูกแน่นหนามาก แม้กระทั่งยังอยู่ในรถ แชยองนอนหลับสนิทพลางอมยิ้มไปตลอดทาง ก่อนเธอจะตื่นขึ้น พร้อมกับตัวรถเก๋งที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาในบริเวณปราสาทอันงดงาม

 

     เธอเหม่ออะไรอยู่

 

     ค..คะ ร่างเล็กหลุดจากภวังค์ หันมามองสาวใช้รุ่นพี่อย่างลนลาน

 

     กระดิ่งนี่น่ารักดีนะคะ แชยองชี้ไปยังฟูรินที่แขวนอยู่บนชายคาเรือนนอนของสาวใช้ เหนือศีรษะเธอ ท่าทางเธอจะชอบไม่เบา ยามได้มองกระดิ่งลมไหวไปตามสายลมอ่อนๆจนเกิดเสียงไพเราะจากการกระทบ

 

     อยากได้ไหมล่ะ ซานะถาม แล้วแชยองก็พยักหน้าเบาๆ รุ่นพี่จึงจัดการแกะมันออกแล้วหย่อนมันสู่มือน้อยๆของเด็กสาว

 

แก๊ง!

 

     เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง ซานะเอียงคอเป็นเชิงฉงนใจ เหตุใดเมื่อมีบางอย่างกระทบร่างกายเด็กสาวคนนี้แล้วจึงเกิดเสียงดัง

 

     มือบางของรุ่นพี่ถือวิสาสะสัมผัสแขนขาวเนียนของแชยองด้วยความสงสัยพร้อมลงน้ำหนักบีบมันเบาๆ ซานะมีท่าทีตกใจเล็กน้อย เธอผงะออกแต่ยังคงควบคุมสีหน้าได้

 

     มีอะไรหรือคะ

 

     ไม่..ไม่มีอะไร เธอจะพักผ่อนไหม นี่จะเป็นห้องของเธอ เวลาสาวใช้รุ่นพี่หรือนายหญิงเรียกเธอไปทำงาน ก็ไปให้ตรงเวลาด้วยนะ กล่าวจบซานะก็เดินจากไป แชยองขนข้าวของและเสื้อผ้าที่หอบมาจากการเดินทางอันยาวนานเข้าไปภายในห้อง เธอทิ้งตัวลงนอนพักด้วยความเหนื่อยอ่อน การหลับใหลมาบนรถเก๋งของคุณหมอไม่ได้ทำให้เธอหายอ่อนเพลียขึ้นเท่าไรนัก

 

     ..ก่อนเสียความทรงจำ ฉันคงจะเป็นคนขี้เซาสินะ..

 

 

 



     เธอต้องไม่ใช่มนุษย์แน่ๆเลย

 

     เพราะผิวกายของเธอนั้นประหลาด

 

 

     ..เสียงอะไรน่ะ..

 

     แชยองค่อยๆย่องไปแอบฟังเสียงที่เล็ดลอดมาจากด้านหน้าประตูบานเลื่อน สาวใช้รุ่นพี่กำลังจับกลุ่มพูดคุยกัน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวของเธอ

 

     แชยองเป็นร่างเทียม

 

     เธอหมายถึงหุ่นยนต์ใช่ไหม ศัพท์นี้ฉันเคยอ่านเจอในสารานุกรมที่ห้องสมุดของนายหญิง

 

 

     ..ไม่จริง..

 

 

...............

 

     แชยอง! ซน แชยอง! ไปชงชาให้นายหญิงด้วย สาวใช้รุ่นพี่เคาะประตูทำให้ร่างเล็กที่นอนหลับอยู่ในห้องสะดุ้งตื่น

 

     ค่ะ ไปแล้วค่ะ”

 

     ยัยร่างเทียม ได้ยินหรือยัง เธอกำลังช้านะ เหมือนว่าแชยองจะขานรับเสียงเบาไป สาวใช้รุ่นพี่จึงได้ตะโกนเข้ามาอีกครั้ง สรรพนามที่ใช้เรียกเธอว่า ร่างเทียม มันเริ่มมาได้สักพัก แชยองไม่อยากเชื่อว่าเธอจะแปลกแยกไปจากมนุษย์ ทุกครั้งที่ได้ยินคำนี้ เธอจะเสียความมั่นใจไปโดยอัตโนมัติ แชยองไม่สามารถเข้ากับสาวใช้คนอื่นๆได้เลยแม้แต่คนเดียว เธอโดดเดี่ยวและรู้สึกไร้ค่า

 

     ..ใช่สิ หุ่นยนต์จะเทียบอะไรได้กับมนุษย์เดินดินกันเล่า..

 

 



     สีหน้าเธอเป็นอะไรไป แชยอง นายหญิงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆที่โต๊ะน้ำชา ร่างเล็กที่กำลังรินชาให้มินะอย่างละเมียดละไม ถึงกับต้องหยุดชะงัก

 

     มินะลอบช้อนตามองเสี้ยวหน้าของแชยอง พลางมือเรียวยกขึ้นกำลังจะลูบแก้มใสของเธอด้วยความเป็นห่วง

 

     น..นายหญิงอย่าห่วงไปเลยค่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไร แชยองถอยหลังหนี เว้นระยะห่างไม่ให้มินะได้สัมผัสกายของเธอ ถ้าหล่อนรู้ความจริงเข้าจะเป็นอย่างไร เธอจึงพูดเพื่อไม่ให้นายหญิงของเธอเป็นกังวลด้วยสีหน้ายิ้มเจื่อนๆ

 

     งั้นหรือ มินะยกยิ้มมุมปาก และลดมือลงวางบนโต๊ะน้ำชาตามปกติ ...หล่อนไม่มีทางเชื่ออย่างสนิทใจเป็นแน่

 




     วันแล้ววันเล่าผ่านไป แชยองยังคงถูกสาวใช้รุ่นพี่เรียกด้วยสรรพนามอย่างเดิม และงานหลายอย่างเธอต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ในขณะที่สาวใช้คนอื่นต่างสรวลเสเฮฮาไปตามประสาสตรี และโยนภาระงานอันมหาศาลมาให้แชยองทำแต่เพียงผู้เดียว เพียงเพราะเห็นว่าเธอเป็นแค่เครื่องจักรเท่านั้น

 

     กลางดึกหลายวันมานี้ แชยองได้แต่นอนสะอื้นจนกระทั่งหลับไป ความไม่เท่าเทียมของสภาพร่างกายเป็นจุดอ่อนที่กระตุ้นน้ำตาเธอได้ทุกเมื่อ แต่เด็กสาวก็ไม่เคยคิดละเลยจากความรับผิดชอบ เธอคิดเสมอว่าทำเพื่อนายหญิงอันเป็นที่รัก

 

     แชยองตื่นเช้าขึ้นมาตากผ้าทุกๆวัน ธรรมชาติเล็กๆของสวนหินในปราสาทยามเช้าสดใสเหมือนใบหน้านายหญิงของที่นี่ นกตัวน้อยๆบนกิ่งไม้ที่ส่งเสียงไพเราะสร้างวันที่สวยงามให้กับแชยอง ตอนนี้พวกมันก็ได้กลายเป็นเพื่อนของเธอไปโดยปริยาย

 

     ..นอกจากนายหญิงแล้ว ก็มีแค่นกพวกนี้นี่แหละ ที่ไม่เคยคิดทรยศเธอ..

 

     แขนบางของแชยองเอื้อมไปพาดผ้าชิ้นสุดท้ายบนราวไม้ พลันสายตาของเธอได้เหลือบไปเห็นเครื่องจักรบินอยู่บนท้องฟ้า รูปร่างคล้ายแมลงปอหัวโต มันกำลังมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาท ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ

 

     สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เหมือนกับตัวฉันสินะ แชยองรำพึงเบาๆกับตัวเอง แล้วมองตามสิ่งที่ว่านั้นไปจนมันเริ่มลับขอบภูเขาเขียวขจี

 

     ข้างนอกนั่นมันมีอะไรกันนะ...

 

...............

 

     เสียงมือเล็กขยี้ผ้าในกะละมัง ฟองจากผงซักฟอกถูกตีจนแตกกระเจิง แชยองกำลังหงุดหงิด ที่นอกจากเธอจะต้องรับผิดชอบเรื่องการซักผ้าของตัวเองแล้ว ยังโดนสาวใช้รุ่นพี่มอบรางวัลตอบแทนเป็นการซักผ้าแทนพวกเธออีก

 

     แชยองยังคงรอบคอบ ถึงเธอจะอยากระบายอารมณ์มากแค่ไหน เธอก็ไม่ระบายมันลงกับผ้าของสาวใช้รุ่นพี่ แชยองซักผ้าพวกนั้นจนเสร็จเรียบร้อยจึงซักของตัวเอง และใช้แรงที่มีทั้งหมดกับผ้าของตนเพียงผู้เดียว

 

     บ้าที่สุดเลย!!!!! เธอสบถ และทุบกะละมังอย่างแรง ทำให้หนังมือของเธอถลอกจนเห็นสายไฟข้างใน แชยองตกใจมากและวิ่งไปหยิบถุงมือยางมาสวมใส่ ก่อนที่มินะจะเดินผ่านมาพอดี

 

     แชยอง เธอไปได้กิโมโนแบบนี้มาจากไหน น้ำเสียงเย็นเรียบกล่าวขึ้นด้านหลังร่างเล็ก สายตาของมินะเพ่งมองไปยังกิโมโนสีเหลืองลวดลายนกกระยางในกะละมังซักผ้านั้น สาวน้อยหันไปก็พบกับใบหน้างดงามของนายหญิง แชยองตกใจเล็กน้อยแต่ยังพอเก็บอาการได้

 

     ฉัน...ฉันเอามาจากบ้านน่ะค่ะ

 

     สวยจัง เธอแน่ใจหรือ

 

...............

 

     ฉันเรียกซน แชยองมาชงชาในเย็นวันนี้ไม่ใช่รึ เธอมีธุระอะไร

 

     เอ่อ.. คือ แชยองไม่อยู่ค่ะ” สาวใช้ผู้หนึ่งพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

 

     ว่ายังไงนะ มันเป็นไปไม่ได้ที่เวลาน้ำชาจะขาดเธอไป นายหญิงกระแทกลมหายใจเบาๆ หล่อนหงุดหงิดเล็กน้อย แชยองได้หายหน้าหายตาไปหลายวันแล้วจนมินะนึกเป็นห่วง

 

     แชยองอยู่ที่ไหน หล่อนถามเสียงเรียบ

 

     ฉัน..ฉันไม่ทราบค่ะ

 

     ตอบฉันมาด้วยความสัตย์จริง โมโมะ นายหญิงพยายามเค้นคำตอบจากปากสาวใช้ โมโมะลอบกลืนน้ำลายและตัดสินใจบอกไปตามความจริง

 

     เธอไปฝึกเป็นเกอิชา ...นอกปราสาทค่ะ และตอนนี้เธอได้เป็นเกอิชาเต็มตัวแล้ว

 

     เกอิชาคืออะไร มินะถามเพราะหล่อนไม่เคยทราบเรื่องภายนอก

 

     หญิงผู้ขายศิลปะ แต่ไม่ได้ขายบริการค่ะ

 

     แชยองไม่พอใจในหน้าที่สาวใช้ ถึงขนาดลอบออกไปเลยงั้นรึ

 

     ...โมโมะกลืนน้ำลายผ่านลำคอแห้งผาก เหตุผลที่แชยองแอบหนีออกไปก็เป็นเพราะพวกเธอทั้งนั้น ใครจะยอมจมปลักอยู่กับความลำบากเกินควรกันเล่า เพราะเป็นเช่นนี้แชยองจึงอยากพิสูจน์ว่าตนนั้นไม่ได้ไร้ค่า การลอบออกไปของแชยองจึงเป็นสิ่งที่เด็กสาวเองไม่เคยคิดลังเลใจแม้แต่นิดเดียว

 

     ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม้ฉันจะไม่รู้ แต่ฉันก็อยากจะออกไปเห็นมันกับตา

 

     นายหญิงอย่าออกไปเลยนะคะ นายหญิงยังคงต้องทานยา

 

     งั้นก็ได้ ฉันจะคิดแล้วกันว่าแชยองจะกลับมา

 

     หัวค่ำวันนี้สาวใช้คนอื่นๆทำหน้าที่ส่งมินะเข้านอนตามปกติ หล่อนแกล้งหลับตาทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ยังคงครบเครื่อง มินะยังไม่ทันได้ทานยาอะไรนั่น จิตใจของหล่อนร้อนรุ่มเกิดกว่าจะรอให้สาวใช้คนอื่นๆเข้านอนกันให้ครบ แล้วค่อยออกจากปราสาทไปตามหาแชยอง หล่อนอยากทราบเหตุผลที่คนตัวเล็กตัดสินใจหนีออกไปโดยไม่ได้ปริปากบอกหล่อนเลยแม้แต่น้อยแทบใจจะขาด

 

     นายหญิงย่างไปตามทางเดินหินสู่ประตูภายนอก หล่อนลงฝีเท้าให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้สาวใช้คนอื่นๆตื่นนอน หลังจากมือบางเลื่อนประตูรั้วเหล็กหนาออกไป และสายตาได้เพ่งมองไปเบื้องหน้า มินะก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากด้วยความประหลาดใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต

 

     ..ตึกรามบ้านช่องพวกนี้มันคืออะไรกัน..

 

     ฉันกำลังอยู่ที่ไหน มินะสัมผัสแขนตัวเองให้รับรู้ถึงการมีชีวิตอยู่ของตน หล่อนก็อยู่บนโลกนี่แหละ เพียงแต่ภายนอกปราสาทมันต่างไปจากชีวิตที่เป็นอยู่มาก โลกทัศน์ของมินะถูกเปิดกว้างขึ้นในชั่วพริบตา ความศิวิไลซ์อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนี้มันได้อยู่เบื้องหน้าของหล่อนอย่างชัดเจนแล้ว

 

     ร่างสง่าผ่าเผยค่อยๆเดินไปตามทางเท้าบนถนน พร้อมกับฝนที่เริ่มตกปรอยๆ หล่อนไม่มีร่ม ผู้คนส่วนมากแต่งกายตามสมัยนิยม หญิงที่สวมใส่ชุดกิโมโนมีให้เห็นบางตา รถราที่ยังคงวิ่งในยามหัวค่ำกลับมีให้เห็นดาษดื่น พลันหางตาของมินะก็สะดุดเข้ากับโรงน้ำชาใหญ่ริมทาง ผู้คนในนั้นมองแล้วมีสง่าราศี นั่งจิบชาโดยมีหญิงสาวใส่กิโมโนคอยบริการอยู่ไม่ห่าง บ้างก็ขับร้องเล่นดนตรี บ้างก็กำลังรินชาอย่างมีศิลปะและชั้นเชิง

 

     ..นี่สินะ ที่เรียกว่าเกอิชา..

 

     มินะเพ่งพิศไปด้านในโรงน้ำชาด้วยความสนใจ หล่อนสะดุดตาเข้ากับเด็กสาวร่างเล็ก เรือนผมสีน้ำตาลเข้มมวยอยู่บนศีรษะ ทั้งประดับด้วยเครื่องประดับมากมาย กิโมโนสีเหลืองลายนกกระยางที่เธอสวมใส่ เหมือนกันกับที่มินะเห็นในกะละมังซักผ้าของแชยองที่ปราสาท มือเล็กๆของเธอกำลังจับพัดร่ายรำ เธอสง่างามมากในหน้าที่ และดูก็รู้ว่าเธอเต็มใจทำแค่ไหน

 

     เด็กสาวเงยหน้าหันมาสบตากับลูกค้าที่เดินเข้ามาใหม่ และเธอก็ต้องเบิกตากว้าง เมื่อลูกค้าตรงหน้าเป็นนายหญิงของเธอ

 

     เธอคือซน แชยองจริงๆด้วย มินะเอ่ยกับร่างเล็กด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนที่น้ำตาของหล่อนจะรินไหลออกมาจากเบ้าตาทรงสเน่ห์ที่ฉายแววผิดหวังเจือกับความยินดี

 

     น..นายหญิงออกมาทำอะไรที่นี่คะ” แชยองขานตอบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเช่นเดียวกัน

 

     ออกไปคุยกันข้างนอก

 

     แต่ว่าฝนกำลังตกอยู่นะคะนายหญิง

 

     ฉันบอกให้ออกไปคุยกันไง! มินะขึ้นเสียงกระทั่งคนในโรงน้ำชาหันมามองเป็นสายตาเดียวกัน มือบางกอบกุมแกมกระชากแขนเล็กของสาวน้อยออกไปนอกประตู กระนั้นเธอก็เดินตามอย่างว่าง่าย

 

     ฉันเป็นห่วงเธอมากแชยอง เธอไม่อยู่ที่ปราสาทมาหลายวันแล้ว เธอมีเหตุผลอะไร บอกฉันมาให้หมด นายหญิงจับไหล่เด็กสาวแน่น จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่สวย

 

     ฉันขอโทษค่ะ แต่มันไม่มีอะไรจริงๆนะคะ มันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อย และถ้านายหญิงต้องการให้ฉันกลับไป ฉันก็จะตกลง

 

     เรื่องเล็กน้อยอะไรกันเล่า! ตั้งแต่เธอไม่อยู่ที่ปราสาท เวลาแต่ละวันของฉันก็เหมือนไร้ความหมาย เกิดอะไรขึ้นกับเธอฉันไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เธอกำลังทำให้ฉันรู้ตัวว่าฉันต้องการเธอมากแค่ไหน!

 

     นายหญิง!!!!!

 

     ร่างโปร่งล้มพับไปบนพื้นคอนกรีตหลังกล่าวจบทั้งน้ำตา แชยองตกใจมาก เธอรีบพยุงร่างนายหญิงด้วยความทะนุถนอม

 

     เด็กสาวร้อนใจ เร่งฝีเท้าเพื่อกลับไปยังปราสาทให้เร็วที่สุด พลางกล่าวโทษตนเองไปตลอดทางว่าเรื่องใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้มันเริ่มมาจากเธอเพียงผู้เดียว

 

     ในที่สุดเท้าเล็กก็ได้มาหยุดที่ปราสาท เวลากลางดึกแล้วที่สาวใช้คนอื่นกำลังหลับสนิท เธอค่อยๆประคองร่างนางพญาผู้สลบไสลมาบรรจงวางบนเตียงไม้สี่เสาอันวิจิตรงดงามในห้องของหล่อน

 

     สายตาน้อยๆพลันเหลือบไปเห็นยาเม็ดที่นายหญิงจำเป็นต้องรับประทานก่อนนอนวางไว้บนโต๊ะข้างเตียง บังเอิญที่เป็นยาชนิดเดียวกับแชยองทุกประการ ร่างเล็กจัดแจงป้อนยาให้กับปากบางสีแดงเลือดนกตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด

 

     นายหญิงยังไม่ทันได้ทานยาเลยด้วยซ้ำก่อนออกไปตามหาเธอ

 

     แชยองค่อยๆนำผ้าห่มมาคลุมกายกุลสตรีผู้สง่างามก่อนจะเดินออกจากห้องไป ให้หล่อนได้หลับใหลอย่างสบายในความสงบที่มาพร้อมกับแสงจันทร์ยามราตรี

 




     นายหญิงหลับไปนานแล้ว กระทั่งเวลาบ่ายคล้อยของอีกวันเริ่มเวียนมาถึง พวกสาวใช้รุ่นพี่ยังคงเฉื่อยชาตามเดิม ในขณะที่แชยองเวียนมาสังเกตอาการแล้วสังเกตอาการเล่า เด็กสาวเริ่มใจคอไม่ดี เธอตระเตรียมกะละมังน้ำและผ้าขนหนูอย่างรีบเร่ง และบรรจงวางผ้าชุบน้ำลงบนหน้าผากมนของมินะ

 

     ไม่มีท่าทีว่าหล่อนจะขยับตัว แต่มินะยังคงหายใจ แชยองฟุบหน้าลงข้างเตียง เธอสะอื้นออกมาอีกครั้ง

 

     ฮึก... เป็นเพราะฉันคนเดียว ฉันจะไม่ออกไปอีกแล้วค่ะ น้ำเสียงสั่นเครือของสาวน้อยเริ่มตัดพ้อ ก่อนจะค่อยๆพูดออกมาไม่เป็นภาษา

 

     เป็นความเสียใจที่มากที่สุดในชีวิตของแชยอง

 

 

 




     ขอบคุณนะ

 

 

 

     น้ำเสียงเย็นเรียบเอ่ยออกมาอย่างแหบพร่าจากลำคอของนายหญิง มือเรียวของคนที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหลลูบหัวแชยองเบาๆด้วยความทะนุถนอม หล่อนฟื้นแล้ว

 

     ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตาที่อาบแก้ม เธอรู้สึกอบอุ่นเมื่อได้ยินคำพูดของมินะ

 

     ไม่ร้องไห้สิ เธอทำดีที่สุดเลย หล่อนปาดน้ำตาให้แชยองอย่างอ่อนโยน เด็กสาวยินยอมให้นายหญิงสัมผัสใบหน้าเธออย่างไม่มีข้อแม้ ถึงแม้ว่านายหญิงอาจจะรู้ความจริงภายหลังว่าเธอไม่ใช่มนุษย์ก็ตาม

 

     ค่ะ

 

     ฉันอยากอาบน้ำ มินะเอ่ยความประสงค์ของตัวเอง แล้วแชยองก็ตอบรับ เธอลงไปเตรียมน้ำผสมเครื่องหอมชำระร่างกายให้หญิงสาว น้ำอบกลิ่นดอกมะลิถูกหยดลงไปพอหอมฟุ้ง นายหญิงปลดเปลื้องอาภรณ์ออก เผยให้เห็นผิวเนื้อขาวเนียนไร้ที่ติ ก่อนจะก้าวลงไปในอ่างอาบน้ำอะคริลิกสีขาวสะอาดตา

 

     ถอดถุงมือออกสิ” นายหญิงพูดขึ้นเบาๆขณะแชยองเคลื่อนมือเล็กไปพร้อมๆเกลือขัดผิวที่อยู่เบื้องล่างสิ่งที่ครอบคลุมเนื้อเทียมของเธอ แผ่นหลังขาวเนียนของมินะที่ถูกชโลมไปด้วยเครื่องประทินผิวนั้นช่างบอบบาง

 

     ไม่ได้หรอกค่ะ แชยองเอ่ยอย่างนึกเสียดายที่ตนไม่สามารถทำตามความต้องการของหญิงสาวได้ เพราะผิวของเธอได้รับความเสียหายจากการกระแทกกับกะละมังในครั้งนั้น

 

     ทำไมกันล่ะแชยอง เธอมีอะไรต้องปิดบังฉันงั้นหรือ

 

     มือเล็กหยุดการเคลื่อนไหว แชยองถอนหายใจ น้ำตาหยดใสของเธอรื้นขึ้นมาจนปริ่มทั้งสองข้าง

 

     คือ...

 

     ...

 

     ฉันไม่ได้เหมือนกับสาวใช้คนอื่นๆนะคะ

 

     เธอหมายความว่าอย่างไรกัน นี่หรือเปล่าที่เป็นเหตุผลที่ทำให้เธอแอบหนีออกไปข้างนอก นายหญิงหันหน้าไปหาแชยอง พลางประคองใบหน้าเล็กของเธอขึ้นมาให้สบตากันและกัน

 

     สาวน้อยหลบสายตาลงต่ำ เม้มปากอิ่มเข้าหากันแน่น มันถึงเวลาแล้วสินะที่แชยองต้องบอกความจริงกับมินะ

 

     ร่างเล็กค่อยๆถอดถุงมือออก ภาพผิวหนังเทียมอันถลอกปอกเปิก เผยให้เห็นสายไฟน้อยใหญ่ที่อยู่ข้างในปรากฏชัดแก่สายตาทั้งคู่ แชยองสะอื้นออกมาเบาๆพลางสบตาหญิงสาวในอ่างอะคริลิก มินะไม่ได้มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย แววตาของหล่อนส่งประกายความเห็นใจมาให้เด็กสาวตรงหน้า

 

     เพราะเหตุผลนี้ สาวใช้รุ่นพี่จึงปฏิบัติต่อฉันเสมือนเป็นเครื่องจักรทุกประการ และฉันก็ไม่อาจรักกับใครได้ มันคงถึงเวลาที่ฉันจะต้องออกจากปราสาทนี้แล้วสินะคะ นายหญิงคงไม่อยากให้หุ่นยนต์อย่างฉันมาเป็นสาวใช้ที่นี่ต่อเป็นแน่ ฉันอยากจะบอกกับนายหญิงเป็นครั้งสุดท้ายนะคะว่า ฉันรักนายหญิงมาก…”

 

     “…”

 

     “…”

 

     มนุษย์นี่ใจร้ายเนอะ ปากบางของมินะเอ่ยขึ้นเปรยๆ

 

     “…” เด็กสาวเม้มปากแน่น เสียงตอบรับของเธอถูกกลืนไปกับเสียงสะอื้น พลางเคลื่อนมือเล็กปาดน้ำตาของตัวเอง

 

     สร้างเรามาให้เป็นหุ่นยนต์แท้ๆ แต่ดันสร้างจิตวิญญาณมาด้วยทำไมก็ไม่รู้

 

     นายหญิงหมายถึงฉันคนเดียวสินะคะ

 

     ฉันว่าเธอฉลาดพอที่จะเข้าใจมันทั้งหมดนะ ดวงตาทั้งสองคู่จ้องลึกลงไปพร้อมๆกัน นายหญิงยกยิ้ม พลันแววตาของแชยองกลับวูบไหว

 

     ฉันไม่แน่ใจ ว่าฉันเข้าใจถูกไหม เด็กสาวเอ่ยเสียงเบา

 

     ฉันเพิ่งจะรู้ความจริงทั้งหมดก็ตอนได้ออกไปตามหาเธอข้างนอกนั่นแหละ ฉันไม่ได้มีช่วงเวลาที่เป็นเด็กเหมือนคนอื่นๆหรอกนะ




 .

.

.

     เมียวอิ มินะลูกพ่อ ฟื้นแล้วใช่ไหมลูก”

 

     หญิงสาวลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาวห้องหนึ่ง มันกว้างพอสมควร เตียงแข็งๆกับแสงไฟสีขาวสว่างจ้านับสิบดวงเหนือศีรษะของหล่อน ดวงตาทั้งคู่หรี่ลงเพราะความแสบตา

 

เมียวอิ มินะ คือชื่อของเธอนับตั้งแต่บัดนี้

 

     ลูกหลับไปนานมากเลยรู้ไหมจ๊ะ” หญิงวัยกลางคนผู้หญิงพูดขึ้นพลางเข้ามาสวมกอดหล่อน มินะไม่ได้มีท่าทีขัดขืนเลยแม้แต่น้อย เพราะดูแล้วผู้หญิงคนนี้น่าจะเป็นคนจิตใจดี

 

     เรียกว่าแม่สิลูก”

 

     แม่…”

 

     ขอบคุณคุณหมอด้วยสิจ๊ะ ที่ทำให้ลูกฟื้นขึ้นมาได้ หญิงวัยกลางคนเอ่ยพลางหันหน้าไปทางชายสูงอายุคนหนึ่ง หนวดเคราของเขารุงรัง ดูท่าจะเป็นคนขยันและทำแต่งานลูกเดียว เขาพยักพเยิดกับผู้เป็นมารดาขณะที่ชายวัยกลางคนผู้ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของมินะยืนอมยิ้มอยู่ไม่ห่างด้วยความปิติ

 

     ท้ายสุดมินะก็ได้ออกมาจากโรงพยาบาลแห่งนั้นพร้อมกับบุพการี และได้มาใช้ชีวิตที่ปราสาทท่ามกลางหุบเขาเขียวขจี ตลอดระยะเวลาที่หล่อนได้อาศัยอยู่ที่เคหสถานอันโออ่าแห่งนี้ มีทั้งความสุขและความเศร้า ครั้นบุคคลที่มินะรักและเทิดทูนได้จบชีวิตลงเพราะอุบัติเหตุนอกปราสาท หล่อนก็ได้อาศัยอยู่เพียงลำพัง โดยมีสาวใช้ทั้งหลายคอยปรนนิบัติ

 

     ความรู้สึกรักได้ถูกลบไปอย่างถาวรจากพจนานุกรมของหล่อน จนกระทั่งมาพบกับซน แชยอง ความรู้สึกที่หายสาบสูญก็ได้ถูกฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในจิตใต้สำนึก

 

     หากแต่ความจอมปลอมทั้งหมดที่ใครสักคนได้สร้างขึ้นมา ทำให้หล่อนเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใด

 

     เศรษฐีสามีภรรยาคู่หนึ่งผู้ปรารถนาอยากมีบุตร พวกเขาพยายามทุกวิถีทางแต่กลับไม่สามารถ

 

     ใช่     แท้จริงแล้วพ่อแม่ของเมียวอิ มินะไม่ได้เป็นขุนนางชั้นสูงอะไรนั่น พวกเขาเป็นเพียงแค่บุคคลธรรมดาสามัญที่ต้องการสร้างชีวิตตามความปรารถนาเพื่อหลบหนีความจริง

 

     สองสามีภรรยาได้ขอให้ศาสตราจารย์ผู้หนึ่งสร้างหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ขึ้นมาเพื่อมาเป็นบุตรของพวกเขาเอง

 

     คุณหมอในความคิดของมินะตั้งแต่แรกลืมตานั้น แท้จริงแล้วเขาคือศาสตราจารย์นั่นเอง

 

     และมินะก็ไม่ใช่นายหญิงโดยกำเนิด หล่อนเป็นเพียงเครื่องจักรที่ได้รับความเคารพและเทิดทูนต่างหาก

 

     เทคโนโลยีที่ก้าวไกลทำให้มินะได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยสมบูรณ์ ศาสตราจารย์ผู้นั้นสร้างจิตวิญญาณขึ้นมาให้หล่อนโดยเพียบพร้อม แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อความจริงทั้งหมดได้ถูกค้นพบโดยเจ้าตัวเอง การมีจิตวิญญาณนั่นแหละที่เป็นเสมือนหนามทิ่มแทงจิตใจไม่รู้จบสิ้น

 

     ชีวิตของหล่อนมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ ปราสาทที่มีอยู่ก็เป็นเพียงการเนรมิตขอบเขตโลกทั้งใบของหุ่นยนต์นามว่ามินะ

 

     สาวใช้ทั้งหมดก็เป็นเพียงการถูกจ้างโดยเงินทั้งหมดของเศรษฐีทั้งสองผู้ล่วงลับ

 

     ยาที่มินะจำเป็นต้องรับประทานก่อนนอนก็เป็นเพียงแบตเตอรี่ที่ทำให้ชีวิตของหล่อนดำเนินไปได้ในแต่ละวันก็เท่านั้น

 

     ถ้าฉันและสามีตาย ฉันก็ต้องการให้เมียวอิ มินะของฉันได้มีคู่ครอง

 

     ตกลงครับคุณผู้หญิง ผมจะไม่ทำให้คุณต้องผิดหวัง

 

     ด้วยความที่ภรรยาเศรษฐีต้องการเนรมิตโลกจอมปลอมไม่จบไม่สิ้น ประกอบกับความที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นโปรดปรานในการสร้างหุ่นผู้หญิงด้วยแล้ว

 

     ซน แชยอง จึงได้ถือกำเนิดขึ้น

 

     สมองของมินะได้ถูกแฮคข้อมูลโดยคอมพิวเตอร์ของศาสตราจารย์และป้อนคำสั่งเข้าไปใหม่ โดยทำให้หล่อนตกหลุมรักแชยองโดยอัตโนมัติ และแชยองก็ได้ตกหลุมรักมินะเช่นเดียวกัน

 

     ครั้นสมองถูกสั่งให้รัก แต่จิตใจไม่เคยคิดต่อต้าน ความรักที่ถูกบงการขึ้นจึงได้ก่อตัวเป็นรักจริงๆขึ้นมา

 




     มินะใช้แปรงลวดเหล็กที่วางอยู่ข้างอ่าง ขัดแรงๆบนแขนของตนเองจนเป็นรอยถลอก หล่อนจงใจทำให้สายไฟภายในได้รับความเสียหาย ฉนวนหุ้มถลอกปอกเปิกจนเห็นเป็นสายไฟเปลือยเช่นเดียวกับแชยอง วัสดุชั้นดีที่ศาสตราจารย์ผู้นั้นได้ใช้สร้างร่างกายหล่อนขึ้นมาทำให้มองไม่ออกเลยว่าหล่อนก็เป็นร่างเทียมเหมือนกัน จนกระทั่งทุกอย่างได้ถูกเปิดเผย

 

     ฉันก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่าชีวิตตัวเองไร้ค่า ไม่ได้ต่างอะไรกับเธอเลยแชยอง

 

     นายหญิง…”

 

     ในเมื่อทุกอย่างมันไม่มีอะไรจำเป็นที่ฉันและเธอจะต้องอยู่ต่อไปแล้วน่ะนะ แววตาของหญิงสาววูบไหว หล่อนถอนหายใจเบาๆ แล้วยิ้มจางๆหลังกล่าวจบ

 

     นายหญิงหมายความว่า…”

 

     ลงมาสิ

 

     เด็กสาวพยักหน้าอย่างไม่มีข้อแม้ มือน้อยปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนออก เธออมยิ้มมุมปากด้วยความเขินอาย แก้มใสเห่อร้อนและแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อดุจมนุษย์จริงๆทุกประการ เธอก้าวขาทั้งสองข้างลงไปในอ่างอะคริลิก ร่างทั้งสองเบียดกันแนบชิดจนแทบไม่เหลือที่ว่าง พลันริมฝีปากทั้งคู่ประกบเข้าด้วยกันอย่างนิ่มนวล ขบเม้มหยอกล้อกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

     จูบอันไร้ความรู้สึก หากแต่สัมผัสมันได้ด้วยจิตวิญญาณ

 

     อา ฉันรักเธอจังแชยอง

 

     ฉันก็รักนายหญิงมากนะคะ

 

     แขนข้างที่ได้รับความเสียหายของมินะเมื่อครู่ นำทางพามือข้างที่ถลอกของเด็กสาวจุ่มลงในน้ำพร้อมๆกัน พลันประกายไฟแปลบปลาบปรากฏขึ้น ร่างทั้งสองสั่นไปพร้อมกันในอ่างอะคริลิก

.

.

.

ความทรงจำในสมองถูกลบเลือน

.

.

.

 

กลไกในร่างเทียมถูกทำลาย

.

.

.

ภาพเบื้องหน้าของทั้งคู่ค่อยๆมืดดับไปจนเป็นสีดำ

 



     จนในที่สุดทุกอย่างก็แน่นิ่ง พร้อมกับควันสีเทาที่ลอยฟุ้งอย่างเนิบนาบ หุ่นยนต์ทั้งสองได้จบชีวิตของพวกเธอเองในอ่างอะคริลิกนี้

 

     จิตวิญญาณของมินะและแชยองที่บัดนี้รวมเป็นหนึ่ง ก็ค่อยๆดับสลาย และหายไปจากโลกนี้ตลอดกาล หลังจากคำสารภาพรักจากปากทั้งคู่อันเป็นสักขีพยานรักอันบริสุทธิ์ของวิญญาณทั้งสอง ได้ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาโดยสมบูรณ์แล้ว

 

-END-

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ScarletBotan จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 07:34
    ภาษาสวย อ่านลื่นมากอ่ะะะะ
    ตอนจบนี่คิดไม่ถึงเลย
    #8
    0
  2. วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 01:52

    เดี๋ยวๆ-มาตายในอ่างน้ำเลยหรอ โอ้ยยยลูกเอ้ยย จบหักมุมาก ตกใจเว่อร์อ่ะ5555+

    #7
    0
  3. #6 เท่อ
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 22:12
    ฮืออออ ตอนจบเศร้ามากกกㅠㅠㅠㅠㅠ แต่ไรต์บรรยายดีค่ะ พวกสถานที่กับธรรมชาติ รู้สึกถึงความสวยงามเลยค่ะ ปรบมืออ!!!
    #6
    0
  4. วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 16:56
    เห้ยยยยย ชอบมากกกกก ทั้งภาษากับเนื้อเรื่อง
    สนุกมากจริงๆ
    #5
    0
  5. วันที่ 22 กันยายน 2560 / 01:28
    ชอบๆๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ฮือออ จบแบบพีคเลย ;_;
    #4
    0
  6. วันที่ 21 กันยายน 2560 / 23:00
    ชอบ ชอบมากๆ ขอบคุณนะคะไรท์
    #3
    0
  7. #2 แมลงสาบหุ่นยนต์ของนายหญิง
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 21:19
    เรื่องลื่นดีมากเลยค่า สนุกมากกกก รอเรื่องต่อๆไปน้า
    #2
    0
  8. #1 ningii
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 20:28
    ชอบๆๆๆค่าาา
    #1
    0