ความอยากรู้อยากเห็น

  • 100% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 28,382 Views

  • 749 Comments

  • 642 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    56

    Overall
    28,382

ตอนที่ 48 : ชายในสายฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 650
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 ต.ค. 56

            “เคยได้ยินเรื่อง ชายในสายฝน หรือเปล่า”

            “อ๋อ จากบล็อกเรื่องสยองขวัญใช่มั้ย อยากบอกว่าฉันเคยเจอด้วยนะ”

            “จริงเหรอ! เป็นไงมั่ง”

            “เหมือนที่เขียนในบล็อกเลย ผู้ชายลึกลับ ยืนกางร่มอยู่คนเดียวกลางฝน”

            “แล้วแกได้เข้าไปดูใกล้ๆ หรือเปล่า”

            “บ้าเหรอ เดี๋ยวก็โดนเอาตัวไปหรอก”

            เสียงพูดคุยกันของสาวออฟฟิศในช่วงพักลางวันดังสลับกับเสียงขนมขบเคี้ยว หัวข้อการสนทนาตอนนี้คือเรื่องของชายในสายฝน เรื่องสยองขวัญจากบล็อกหนึ่งในอินเทอร์เนทซึ่งมีเนื้อหาประมาณว่าที่เกาะกลางถนนแถวสนามหลวง หน้าศาลหลักเมือง ในวันที่ฝนตกหนักจนแทบมองไม่เห็นทางจะมีชายคนหนึ่งมายืนกลางร่มค้างคาวสีดำอยู่ที่นั่น ชายคนนี้มีผ้าพันแผลพันทั้งตัว ยืนอยู่กับที่เฉยๆ ไม่ไปไหน จนฝนหยุดตกเขาถึงกลับบ้าน ว่ากันว่าผู้หญิงที่เข้าใกล้เขาจะถูกเอาตัวไป เก๋ คงจะแค่ฟังผ่านๆ ไปเหมือนฟังเรื่องสยองขวัญทั่วไปถ้าหากว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง น่าแปลกที่มีคนบอกว่าเคยเจอชายคนนี้กับตามาแล้วหลายคนจนน่าเชื่อว่าเขามีตัวตนจริง

            “ที่มาที่ไปของชายในสายฝนเป็นยังไงนะ” เก๋ถามคนอื่นๆ ที่กำลังคุยกันอยู่

            “เห็นว่าในวันที่ฝนตกหนักวันนึง เขากับแฟนยืนรอข้ามถนนด้วยกันตรงเกาะกลางถนนนั้น แล้วอยู่ๆ ฟ้าก็ผ่าลงมาที่ร่มที่ผู้ชายถืออยู่ ตัวเขาโดนฟ้าผ่าเป็นแผลไหม้ทั้งตัวส่วนแฟนเขาตาย เขาเสียใจมากจนเสียสติ ทุกวันที่ฝนตกหนักเขาเลยออกมายืนกางร่มรอแฟนอยู่ตรงนั้น ถ้ามีผู้หญิงเดินเข้าไปใกล้เขาจะคิดว่าเป็นแฟนแล้วเอาตัวไป”

            “ตกลงเป็นผีหรือเป็นคน”

            “น่าจะเป็นผีนะ”

            “เฮ้ย คนมากกว่ามั้ง ผีอะไรออกมาตอนกลางวันแสกๆ แถมมีคนเห็นเยอะแยะ”

            เป็นคนแล้วไปโผล่ในบล็อกเรื่องสยองขวัญได้ไง

            อ้าว ก็เรื่องสยองขวัญฝีมือคนไง

            ขอโทษครับ จะติดต่อขอพานักศึกษามาเยี่ยมชมดูงานครับ เศรษฐ์ก้มหน้ามองลอดกระจกเคาท์เตอร์เข้ามา

            รอบ่ายนะคะ พนักงานคนหนึ่งให้คำตอบ เศรษฐ์ยิ้มพร้อมกับชี้มือไปที่นาฬิกาแขวนในออฟฟิศซึ่งบอกเวลาบ่ายโมงนิดๆ แล้ว

            อ๊ะ ขอโทษค่ะ เก๋รีบออกไปรับเรื่องในขณะที่เพื่อนๆ รีบเคลียร์โต๊ะ

            เมื่อสักครู่ผมได้ยินพวกคุณคุยกันถึงชายในสายฝนเหรอครับ

            “ค่ะ

            รู้จักเหรอคะ พนักงานคนหนึ่งถาม

            ผมพบเขาบ่อยๆ ครับ พอดีผมสอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแถวนั้น ต้องผ่านจุดที่พวกคุณว่าบ่อยๆ

            แล้วเขาเป็นคนหรือเป็นผีคะ

            คนครับ คนธรรมดาที่สภาพจิตใจไม่สู้ดีนัก

            ยังไงคะ พนักงานคนอื่นๆ เริ่มกระเถิบเข้ามาใกล้พร้อมจ้องมองอย่างสนใจ

            แปลกนะครับ ทำไมพวกคุณไม่กระตือรือร้นแบบนี้ในเวลาต้อนรับลูกค้าที่มาติดต่อบ้าง

            นี่คุณ มาเอาตอนพักเที่ยงแล้วจะให้ออกมาต้อนรับอย่างดีเหรอ พนักงานก็ต้องทานอาหารเหมือนกันนะคะ พอโดนอีกฝ่ายพูดจาขัดหูท่าทีของพนักงานเหล่านั้นก็เริ่มไม่เป็นมิตร เว้นแต่เก๋ที่ยังคงเยือกเย็นอยู่

            ผมยืนยันว่าผมมาติดต่อหลังเวลาพักครับ

            บ่ายโมงก็จะให้พร้อมทำงานทันทีเลยเหรอคะ มันต้องเตรียมตัวกันบ้างสิ

            แต่ผมเห็นด้วยกับเขานะ จะพักเที่ยงหรือไม่ถ้าอยู่ในออฟฟิศแล้วมีคนมาติดต่อก็ต้องออกมาคุยกับเขาดีๆ บอกเขาให้นั่งรอก่อน ไม่ใช่ตะโกนออกมาจากโต๊ะตัวเอง แล้วบ่ายโมงน่ะต้องพร้อมทำงานแล้ว ไม่ใช่มานั่งรอข้าวเรียงเม็ดเสร็จก็แต่งหน้าทาปากอีกครึ่งชั่วโมง ให้ผมเลื่อนเวลาเลิกงานเพื่อชดเชยเอามั้ย

            อึก... ผู้จัดการ พอนายมาทุกคนก็พากันหดหัวกลับไปที่หน้าจอเหมือนเดิม เก๋ตรวจดูจดหมายขอเข้าดูงานแล้วส่งให้ผู้จัดการพิจารณา หลังเจรจากันพักหนึ่งก็ได้ข้อสรุปถึงวันเวลาและจำนวนคน เศรษฐ์กล่าวขอบคุณและอำลาโดยไม่ลืมที่จะอำลาพนักงานที่ต้อนรับเขามาตั้งแต่ต้น

            เอ่อ ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะแต่เรื่องของผู้ชายคนนั้นเป็นเรื่องจริงเหรอคะ

            จริงครับ ผมยืนยัน

 

            อาทิตย์ถัดมา พายุจากประเทศจีนเคลื่อนตัวเข้าสู่กรุงเทพ ฝนตกกระหน่ำไม่เว้นวันจนน่ากลัวว่าน้ำจะท่วม หลังเวลาเลิกงานในวันนี้ก็เช่นกัน ฝนตกหนักจนคุยกันไม่ได้ยิน เรื่องเล่าสยองขวัญผุดขึ้นมาในหัวของเก๋เตือนให้นึกถึงความสงสัยในตัวชายลึกลับ

            จริงหรือเปล่านะ? ลองไปดูดีกว่า เก๋เดินออกจากบริษัทนั่งเรือข้ามฟากมาถึงท่าพระจันทร์แล้วเดินอ้อมมหาวิทยาลัยศิลปากรจนออกมาที่สนามหลวง เธอข้ามฟากตรงไปทางศาลหลักเมือง ที่เกาะกลางถนนตรงโคนรูปปั้นช้างเอราวัณนั้นเก๋สังเกตเห็นเงาสีดำอยู่ท่ามกลางสายฝนตกหนัก เงาของร่มค้างคาวคันใหญ่ ข้อสงสัยของเธอได้คำตอบที่กระจ่างแล้ว

            มะ มีจริงๆ

            ... ชายในสายฝนมองสบตาเก๋หน่อยหนึ่งแล้วทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมายดังเดิม เขาเป็นเหมือนเรื่องเล่าไม่มีผิด ชายในผ้าพันแผลยืนกางร่มนิ่งกลางสายฝน เขายืนเฉยๆ ไม่มีท่าทีจะทำอะไร เก๋เองก็ยืนจ้องมองเขาอยู่ด้วยความฉงนไม่ขยับไปไหน

ครืน!!!’ เสียงฟ้าร้องดังลั่นไปทั่วบริเวณจนเก๋เผลอย่อตัวหลบด้วยความตกใจ พลันมือข้างหนึ่งก็เอื้อมมากุมที่ไหล่ของเธอโดยไม่ทันตั้งตัวจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก

ว้าย!”

สวัสดีครับ กำลังกลับบ้านหรือครับ

คะ คุณเศรษฐ์ ตกใจหมดเลย หญิงสาวถอนหายใจเฮือก สายตาเธอกลับไปสนใจชายลึกลับอีกครั้ง นั่นเหรอคะ ชายในสายฝน

ครับ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเขาก็เลยได้ออกมาทุกวัน

เขาทำอะไรอยู่คะ

ขอโทษครับแต่ผมไม่อยู่ในฐานะที่จะเปิดเผยเรื่องส่วนตัวของเขา

เขามายืนอย่างนี้ทุกครั้งที่ฝนตกเหรอคะ

ครับ ถ้าฝนตกหนักเขาจะมาไม่เคยขาด

ที่ว่าถ้าผู้หญิงเข้าไปใกล้แล้วจะโดนเอาตัวไปนี่จริงหรือเปล่าคะ

ไม่จริงครับ ผมไม่เคยเห็นเขาลักพาตัวใครสักครั้ง

อ้าว แล้วเรื่องที่อยู่ในบล็อกนั่น

คงถูกดัดแปลงโดยจินตนาการของผู้เขียนน่ะครับ... ผมว่าเรารีบไปกันเถอะครับ ระดับน้ำเริ่มสูงแล้ว

อ๊ะ!” เพราะมัวแต่สนใจชายในสายฝนทำให้เก๋ไม่รู้สึกตัวว่าขาของตนเกือบจะจุ่มน้ำอยู่แล้ว เธอรีบเดินไปตรงจุดที่ยังไม่มีน้ำขังเพื่อเดินทางกลับบ้าน ตลอดเวลาของวันในใจของเธอยังคงสงสัยในตัวของชายคนนั้น เขาเป็นใคร? แล้วเขามายืนอยู่อย่างนั้นทำไม?

 

ตลอดทั้งสัปดาห์ ฝนราชการยังคงตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายสี่โมงเย็นไม่เคยขาด ชายลึกลับก็มายืนที่เดิมทุกวันไม่เคยขาดเช่นกัน ความสงสัยของเก๋ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเธอก็ทนไม่ไหวจึงได้ตัดสินใจเข้าไปพูดคุยกับชายในสายฝน

สวัสดีค่ะ

...

มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ ฝนแรงแบบนี้กางร่มก็ยังโดนละอองจนเปียกได้นะคะ

...

มีคนเล่าเรื่องของคุณลงในอินเตอร์เนทบอกว่าคุณเป็นผีที่เสียใจเพราะแฟนของตัวเองถูกฟ้าผ่าตาย

เขาเล่าว่ายังไง? นั่นเป็นคำพูดแรกจากปากของเขา เก๋สะดุ้งนิดหนึ่งกับเรื่องไม่คาดฝันนี้ พอตั้งหลักได้เธอก็เล่าเรื่องราวจากบล็อกเรื่องสยองขวัญให้ชายในสายฝนฟัง เธอสังเกตว่าแววตาของเขาเศร้าสร้อยลงไปเรื่อยๆ จนเธอเล่าจบเขาก็ร้องไห้ออกมา ไม่... ไม่ใช่เลย...

เป็นอะไรคะ เรื่องพวกนั้นมันไม่จริงเหรอ ถ้าไม่เดี๋ยวฉันจะหาทางช่วยแก้ข่าวให้

จริงบางส่วนครับ อย่างเรื่องที่ตัวผมมีแผลไหม้ทั้งตัวก็ใช่ ชายในสายฝนปลดผ้าพันแผลออกเผยให้เก๋เห็นแผลไหม้ตามแขน ลำคอและใบหน้า นี่ไม่ใช่เพราะฟ้าผ่าแต่เป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน ส่วนเรื่องที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อจับผู้หญิงไปแทนแฟนผมที่ตายนั่นไม่ใช่เรื่องจริง

แล้วคุณมายืนตรงนี้ทำไมคะ

ที่ตรงนี้... เป็นที่ที่ผมได้พบกับเธอเป็นครั้งแรก จริงที่ว่าแฟนผมตายแล้วและผมมาที่นี่ทุกครั้งที่ฝนตกหนักก็เพื่อนึกถึงเธอ นึกถึงวันที่เราพบกัน วันนั้นตอนเช้าผมเห็นเธอยืนอยู่ตรงเกาะกลางถนนนี้รอจะข้ามไปสนามหลวงแต่รถเยอะมากจนเธอไม่มีจังหวะข้าม ฝนก็เริ่มตั้งเค้าแล้ว พอดีผมต้องผ่านแถวนี้ไปทำงาน พอฝนตกลงมาเธอก็ไม่มีที่หลบฝน จะข้ามกลับก็ไม่ได้ จะข้ามไปก็ไม่มีจังหวะ ผมเลยข้ามไปหาเธอแล้วช่วยกางร่มให้ ร่มคันนี้นี่แหละ ผมยืนอยู่กับเธอสองคนที่นี่รอจังหวะให้ถนนว่าง ระหว่างนั้นเราก็คุยกันไปเรื่อย เธอทำงานอยู่ใกล้ๆ กับศิลปากร ทุกวันต้องข้ามไป-กลับตรงนี้ รู้แบบนั้นผมเลยมาดักรอเจอทุกเช้า-เย็นจนได้เป็นแฟนกัน...

แล้ว...

วันนั้นผมเลิกงานเร็วเลยไปหาเธอที่ร้าน เธอขอยืมร่มของผมไปซื้อของ ร่มคันนี้นี่แหละ ตอนที่เธอกำลังข้ามถนนนั้นเองฟ้าก็ผ่าลงมาที่ร่มคันนี้ เธอล้มลงตายไปต่อหน้าผม... เขาหยุดเล่า พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอีกรอบ

ฉัน... เสียใจด้วยนะคะ เก๋สังเกตว่าชายในสายฝนพยายามพันผ้าพันแผลกลับไปเหมือนเดิมแต่เพราะมือหนึ่งต้องถือร่มเขาจึงพันไม่ถนัดนักเธอจึงอาสาช่วยถือร่มให้เขา ในใจของเธอตอนนี้รู้สึกแปลกๆ ที่จู่ๆ เรื่องสยองขวัญดันกลายเป็นเรื่องเศร้าปนโรแมนติกนิดๆ ที่เขามายืนเพื่อนึกถึงวันที่ได้พบกับคนรักเป็นครั้งแรกไม่เคยขาด มันเป็นความรู้สึกผิดหวังปนซาบซึ้งนิดๆ คุณเลยมาที่นี่เพื่อนึกถึงวันที่ได้เจอกับแฟนเป็นครั้งแรก

จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับแต่จุดประสงค์หลักของผมคือ... ผมอยากฆ่าตัวตาย

อะไรนะคะ!”

เธอเคยถูกฟ้าผ่าตายตอนที่ถือร่มคันนี้ ผมเลยมายืนถือร่มกลางฝนตกหนักเหมือนเธอเพราะหวังว่าถ้าได้ตายแบบเดียวกันผมอาจได้ไปพบกับเธอที่โลกโน้นง่ายขึ้น

อย่านะคะ คิดว่าแฟนคุณจะดีใจเหรอที่คุณฆ่าตัวตาย เก๋รู้สึกว่าชายคนนี้เริ่มออกอาการหดหู่หนัก เธอรีบเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อเบี่ยงประเด็น แต่คุณบอกว่าร่มคันนี้เคยโดนฟ้าผ่า ทำไมมันไม่มีรอยอะไรเลย

ผมซ่อมมันครับ ร่มคันนี้ทำให้ผมได้รู้จักกับเธอ และร่มคันเดียวกันนี้ก็พรากเธอไปจากผม มันมีความทรงจำทั้งที่น่ายินดีและน่าเสียใจอยู่ในร่มคันนี้ ผมทิ้งมันไม่ลงหรอกครับ ถึงจะถูกฟ้าผ่าจนพังไปผมก็ซ่อมมันขึ้นมาใหม่... ไม่ว่ามันจะโดนผ่าจนพังอีกซักกี่ครั้งก็ตาม

หมายความว่ามันเคยโดนฟ้าผ่ามากกว่าหนึ่งครั้งเหรอคะ

ครับ เป็นเรื่องแปลกมาก ผมเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมถือยืนตากฝนอยู่ไม่รู้ตั้งกี่สิบครั้ง อยากให้ฟ้าผ่าใส่ผมให้ตายตามเธอไป มันก็ไม่เคยผ่าซักที แต่พอให้คนอื่นถือเมื่อไหร่สายฟ้าจะต้องฟาดลงมาที่ร่มคันนี้ตลอด ขนาดแถวนี้มีสายล่อฟ้านะแต่ก็มีคนตายเพราะถือร่มคันนี้มาหลายต่อหลายคนแล้ว ฟังถึงตรงนี้เก๋เริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยแล้ว มีเค้าว่าเรื่องสยองขวัญจะสยองจริงในรูปแบบที่ไม่ตรงกับในบล็อกนัก สายตาของชายในสายฝนที่จ้องมองเธอบ่งบอกว่าเขาพูดความจริง นั่นหมายความว่าเธอกำลังถือเคียวมัจจุราชที่เตรียมกระชากชีวิตตนเองอยู่ เก๋ขว้างร่มคันนั้นทิ้งสุดแรงแล้วรีบวิ่งหนีไป เธอวิ่งข้ามฟากไปที่สนามหลวง ไปให้ไกลจากชายในสายฝนให้มากที่สุด ไปให้ไกลจากร่มมรณะมากที่สุดแต่...

กึก ร่มค้างคาวสีดำคันนั้นถูกลมพัดปลิวตามเธอมา ด้ามจับโค้งงอเหมือนตะขอเกาะเข้ากับแขนของเธออย่างแม่นยำ เธอสะบัดมันออกไปแต่ลมเจ้ากรรมก็พัดเอาร่มนั้นกลับมาเกาะที่ชายเสื้อของเธอดึงรั้งขึ้นตามแรง มันเชิดยอดขึ้นสูงราวกับกำลังเรียกหาอะไรอยู่แล้วในไม่ช้าเรื่องเล่าสยองขวัญในวันฝนพรำก็เกิดขึ้นจริง

ตูม!!!’ กระแสไฟฟ้ากำลังสูงแหวกออากาศลงมาจากก้อนเมฆ รวดเร็วเสียจนก่อให้เกิดเสียงดังเหมือนระเบิด เป้าหมายของมันคือร่มสีดำที่เกาะชายเสื้อของเก๋ เพราะพยายามจะแกะมันออกทำให้มือเธอจับอยู่ที่ด้ามและสายฟ้าก็อาศัยจุดนั้นเป็นเส้นทางในการแล่นเข้าสู่ร่างกายของเธอ ร่างของหญิงสาวร่วงลงกับพื้นราวกับหุ่นกระบอกที่เชือกขาด บาดแผลจากความร้อนปรากฏขึ้นเป็นจุดๆ หัวใจถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านจนช็อคและหยุดทำงาน เธอนอนรอความตายที่คืบคลานเข้ามาหาทุกวินาที ชายในสายฝนเดินตามมารักษาคำพูดด้วยการเก็บซากร่มของตน

“ทำไม... ทำไมถึงไม่เป็นผม... ทำไมผมถึงไม่โดนซักที...” เขาพูดพึมพัมกับตัวเองพลางเดินจากไป ปล่อยให้เก๋นอนนิ่งตั้งคำถามกับตัวเองที่กำลังจะลาโลก

ทำไม... ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน... ฉันไปทำเวรกรรมอะไรเอาไว้... น่าเสียดายที่ในตอนนั้นไม่มีใครอยู่ในสนามหลวง ทุกคนต่างหลบฝนอยู่ในอาคารจึงไม่มีใครให้คำตอบกับเก๋ หากจะมีก็เพียงแต่เสียงของชายที่เคยไปติดต่อกับเธอทีบริษัทซึ่งแว่วมาในม่านสายฝนนั้นว่า

เพราะความอยากรู้อยากเห็นของคุณไงครับ้วทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมายดังเดิมที่กระจ่างแล้วอก่อน ไม่ใช่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #290 นิลปานัน (@nillapanan) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 08:20
    ข้อความตรงบรรทัดสุดท้ายงงนิดหน่อยนะครับ (รู้สึกว่าเรื่องหลังๆจะเกิดจากคนมากกว่าสิ่งลี้ลับนะครับนี่)
    #290
    0
  2. #286 ponytail (@ponytail) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 20:46
    สนุกมากครับ :))
    #286
    0
  3. #285 lorun (@lorun) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 19:17
    โรแมนติกอ่ะ
    #285
    0
  4. #284 K(HD) (@clpkt) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 17:17
    สุดยอดมากค่ะ ^_^
    #284
    0