ความอยากรู้อยากเห็น

  • 100% Rating

  • 7 Vote(s)

  • 28,382 Views

  • 749 Comments

  • 642 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    56

    Overall
    28,382

ตอนที่ 5 : ของอร่อย (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 ส.ค. 54

            สวัสดีครับ ทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกใบใหม่ จะพูดอย่างนี้ก็ไม่เกินเลยไปหรอกนะครับ ตอนนี้คุณเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งใหม่ เรียนในระดับม.ปลายซึ่งเป็นการเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าระดับอุดมศึกษาด้วยไม่ใช่เรียนเพื่อสอบกลางภาคอย่างเดียวอีกแล้ว ผมหวังว่าทุกคนจะปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่นี้ได้นะครับ เกริ่นมาเสียยืดยาวแต่ยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ผมชื่อเศรษฐ์ ธาราราษฏ์ เป็นอาจารย์ประจำชั้นของพวกคุณและเป็นอาจารย์สอนวิชาคณิตศาสตร์ด้วย ยินดีที่ได้รู้จักครับ เศรษฐ์โฮมรูมให้นักเรียนห้องม.4/1 ของเขา ไม่มีใครสนใจฟังเท่าใดนักเพราะทุกคนมัวแต่อึ้งกับการแต่งตัวของเขากันหมด

            มีใครเป็นเด็กประจำไหมครับ เศรษฐ์ถามเด็กในห้อง นักเรียนชายสี่คนยกมือขึ้นแสดงตัว

            พวกคุณสี่คนหรือครับ ถ้าเช่นนั้นเราคงต้องทำความรู้จักกันในอีกฐานะแล้วล่ะครับเพราะผมเป็นอาจารย์ที่รับผิดชอบเรื่องความเป็นอยู่ของเด็กประจำด้วย หวังว่าเราคงจะได้คบหากันอีกนานนะครับ เอาล่ะ รบกวนเวลาพวกคุณมามากแล้ว เอาไว้พบกันในคาบนะครับ เศรษฐ์พูดจบแล้วเดินออกจากห้อง

            โรงเรียนเขาคิดยังไงวะจ้างอาจารย์พิลึกแบบนี้ ทั้งการแต่งตัวทั้งคำพูดเลย

            ก็คงคิดอะไรไม่ออกล่ะมั้ง พวกนักเรียนเริ่มจับกลุ่มกันซุบซิบนินทา

            เฮ้ย มองอะไรวะ หนึ่งในเด็กประจำถามเพื่อนร่างท้วมของเขาที่มองเอาแต่มองออกไปนอกห้อง

            มองหาโรงอาหาร

            อีกละ เอะอะก็ของกินตลอดนะมึง ทนไปก่อนเหอะ โน่น พักเที่ยงโน่นล่ะ

 

            เวลาพักเที่ยง นักเรียนและอาจารย์ต่างพากันมุ่งตรงไปยังโรงอาหารจนคนเริ่มแน่น เด็กประจำทั้งสี่คนใช้เวลาพอสมควรกว่าจะหาที่นั่งได้ พวกเขาลงมือทานได้สักพักเศรษฐ์ก็มาขอร่วมโต๊ะด้วย

            ขอนั่งด้วยได้มั้ยครับ

            ครับ เด็กทั้งสี่ขยับให้มีที่ว่างให้อาจารย์ พิลึก ของพวกเขา

            ชอบทานผัดกะเพราลูกชิ้นหรือครับ เศรษฐ์ถามหนุ่มร่างท้วมที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา

            เปล่าครับ แค่ลองทานดูเฉยๆ เด็กหนุ่มตอบสั้นๆแล้วลงมือทานต่อ เมื่อหมดจานแรกเขาก็ไปซื้อมาอีกจาน คราวนี้เป็นไก่ทอด และจานที่สามเป็นไข่ลูกเขย เศรษฐ์ได้แต่แปลกใจกับวิธีการซื้ออาหารของเขาว่าทำไมไม่สั่งให้ทางร้านตักรวมมาเลยจะประหยัดกว่า

            ไอ้นี่มันอย่างนี้ล่ะครับอาจารย์ มันชอบหาของอร่อยๆกิน ตอนอยู่ม.ต้นก็แบบนี้ มันจะซื้อข้าวจากร้านริมสุด เมนูแรกสุดไล่ไปเรื่อยๆจนครบแล้วก็ขยับมาร้านถัดมาจนครบทุกร้าน มันจะได้รู้ว่าร้านไหนทำอาหารเป็นยังไง เพื่อนสนิทของเขาอธิบาย

            อ้อ ยอดนักชิมนี่เอง คู่แข่งเชลล์ชวนชิมสินะครับ ชื่ออะไรครับ บางจากชวนชื่น เศรษฐ์แซวเรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆได้พอประมาณ

            อาจารย์ครับ ร้านไหนทำกับข้าวอร่อยครับ เด็กหนุ่มถามเศรษฐ์หลังจากที่ทานข้าวจานที่สามหมด

            ผมว่าก็อร่อยทุกร้านนะครับ ไม่รู้สิครับ ผมไม่ใช่คนพิถีพิถันเรื่องการกินนัก เศรษฐ์ตอบพลางใช้ช้อนขูดเนื้อไก่ทอดออกจากกระดูก ถามทำไมหรือครับ

            ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่อยากลองทานดู

            ของอร่อยมันอยู่ที่คนกินครับ ของอร่อยของผมมันอาจจะไม่อร่อยสำหรับคุณก็ได้ ทำไมหรือครับ ร้านนี้ทำไม่อร่อยหรือครับ เศรษฐ์ตักเนื้อไก่คำสุดท้ายเข้าปาก เด็กหนุ่มส่ายหน้าทำปากเบ้

            ไม่ได้เรื่องครับ ผัดนี่มันเยิ้มจนเลี่ยน เนื้อไก่ทอดก็ทั้งแห้งทั้งจืด ไข่ลูกเขยก็แข็งแถมยังหวานเกินไปอีกต่างหาก เด็กหนุ่มวิจารณ์อาหารที่ตนเพิ่งทานเข้าไป

            เราลดระดับเสียงลงอีกหน่อยก็จะดีไม่น้อยนะครับ หาไม่จานต่อไปทางร้านเขาอาจใส่อะไรพิเศษให้คุณก็ได้ อีกอย่างเขาไม่ได้ทำให้คุณทานคนเดียวนี่ครับจะได้พิถีพิถันขนาดนั้น ปริมาณกับเวลาเป็นข้อจำกัดครับ เศรษฐ์บอกกับเด็กหนุ่มนักชิม

            เดี๋ยวพวกผมจะไปซื้อไอติม อาจารย์เอาด้วยมั้ยครับ เด็กหนุ่มคนหนึ่งถามพร้อมกับลุกขึ้นยืน

            ไม่เป็นไรครับ ตามสบาย เดี๋ยวผมนั่งจองที่ให้ เศรษฐ์บอกกับลูกศิษย์ นักเรียนทั้งสี่พากันไปซื้อไอติมที่ร้านของหวานกลับมา เศรษฐ์ก็ลุกขึ้นเตรียมกลับห้องพักครู

อ้อ ถ้าไม่รบกวน ผมฝากเอาจานไปเก็บด้วยนะครับ เศรษฐ์วาน ทั้งสี่คนพยักหน้ารับแล้วลงมือทานไอติมของตน เด็กหนุ่มคนหนึ่งหันไปมองจานข้าวของเศรษฐ์แล้วก็ต้องตะลึง

โอ้โห อาจารย์เขากินยังไงวะ ไม่เหลือแม้แต่กระดูกเลยเว้ย

 

เลิกเรียน นักเรียนต่างพากันทยอยกันกลับบ้านของตนยกเว้นเหล่าเด็กประจำที่ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้ออกไปนอกโรงเรียนต้องกลับหอพักของตนแทน หกโมงเย็นทุกคนต้องไปรายงานตัวกับเศรษฐ์เพื่อเช็คชื่อ ช่วงนี้ถึงสองทุ่ม เด็กประจำสามารถไปไหนมาไหนได้ภายในบริเวณโรงเรียนแต่หลังสองทุ่มไปแล้วต้องกลับเข้าหอให้หมด

ใครที่คิดว่าดึกๆมาแล้วจะรู้สึกหิวก็ซื้อเสบียงตุนไว้นะครับ ร้านสะดวกซื้ออยู่หลังโรงอาหาร หลังสองทุ่มแล้วออกจากหอไม่ได้คุณต้องขอส่วนบุญจากเพื่อนๆนะครับ เศรษฐ์บอกกับนักเรียนที่มาเช็คชื่อ หลายคนพากันซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและขนมปังไปเก็บไว้ที่ห้อง

เฮ้อ แป้งต้มน้ำพริกชัดๆ ยอดนักชิมบ่นกับตัวเองเมื่อต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เอาน่ะ ความหิวนี่แหละ เครื่องปรุงชั้นเลิศ เพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งบอกกับเขาพลางโซ้ยบะหมี่ถ้วยไปด้วย

แถวนี้มีอะไรอร่อยๆขายมั้ยวะ

ถ้าพวกร้านอาหารอะไรก็ที่ตลาดนัดโน่นแต่เขาจัดกันแต่ช่วงกลางคืน พวกเราไม่มีสิทธิ์หรอก จะมีก็วันเสาร์-อาทิตย์ที่เขาให้เราออกไปข้างนอกได้แต่ต้องกลับมาก่อนสี่โมงเย็น

เวรกรรม แล้วกูจะได้กินของอร่อยกับเขามั้ยนี่

เออ พวกมึงเคยได้ยินเรื่องร้านบะหมี่เที่ยงคืนมั้ยวะ รูมเมทอีกคนถามขึ้น

เรื่องอะไรวะ นักชิมถามด้วยความสนใจ

รุ่นพี่คนนึงเล่าให้กูฟังว่ามันมีรถเข็นขายอาหารอยู่เจ้านึง ทำอร่อยสุดยอดเลยนะเว้ย เขาว่าเคยมีรุ่นพี่แอบหนีออกไปหาอะไรกินข้างนอกตอนตีสอง กะว่ากินอิ่มแล้วจะแอบกลับเข้ามา แต่พอได้กินอาหารร้านนั้นแล้ว เชื่อมั้ยวะ กลับมาเกือบตีห้า นั่งกินอยู่นั่นจนเขาเก็บร้าน

เขาขายอะไรวะ

ไม่รู้ว่ะ รู้แต่ว่านานๆถึงจะมาให้เห็นซักที แล้วชอบมาแต่ตอนเที่ยงคืนไปแล้ว ขายถึงตีสี่กว่าก็เก็บร้าน เพราะไม่ค่อยมีใครได้กินกันนักเขาเลยเรียกกันว่าอาหารมายา

แล้วตอนนี้รุ่นพี่คนนั้นอยู่ไหน

อยู่บ้าน โดนพักการเรียน โทษฐานแอบออกไปนอกโรงเรียนตอนดึก

อ้าว เวร ว่าจะไปถามรายละเอียดหน่อย

รู้สึกจะคุยกันออกรสเหลือเกินนะครับ สี่ทุ่มกว่าแล้ว จะให้เกียรติผมด้วยการเข้านอนตามเวลาได้มั้ยครับ เศรษฐ์เดินมาเตือนนักเรียนให้รีบเข้านอน พวกเขาจึงต้องยุติการสนทนาลงไว้เท่านั้น

 

ครึ่งเดือนผ่านไป ทุกคนยังคงดำเนินชีวิตประจำวันไปตามปกติ เด็กประจำก็เริ่มชินกับการอยู่ในหอพักของโรงเรียนมากขึ้น ทางด้านเด็กหนุ่มร่างท้วมเองก็ได้ลิ้มลองอาหารจนครบทุกร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แย่ว่ะ ไม่มีร้านไหนอร่อยเลย อย่างดีก็แค่ธรรมดาพื้นๆ

ผมว่าคุณเลิกวิจารณ์พวกเขาดีกว่านะครับเพราะถ้าคุณสังเกตดูจะเห็นได้ว่าร้านค้าต่างๆมองคุณด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรนัก เศรษฐ์ที่เดินมาขอร่วมโต๊ะด้วยปราม

อ้อ อาจารย์ครับ อาจารย์เคยได้ยินเรื่องร้านขายอาหารเที่ยงคืนมั้ยครับ เด็กหนุ่มถามในสิ่งที่เขาลืมถามมาตลอด

ไม่เคยครับ

เขาว่าเคยมีคนได้กินแล้วอร่อยจนลืมเวลาเลยนะครับ

ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ ใครเป็นคนเล่าครับ

รุ่นพี่ของเพื่อนผมครับ ตอนนี้โดนพักการเรียนอยู่

แล้วคุณอยากโดนบ้างหรือเปล่าครับ

ไม่ครับ

ถ้าอย่างนั้นก็ลืมเรื่องนี้ไปเลยครับ เที่ยงคืนเป็นเวลาที่พวกคุณควรจะนอนอยู่ที่หอไม่ใช่ออกไปข้างนอก อย่าให้ผมรู้นะครับว่าคุณแอบออกไป เศรษฐ์เตือนลูกศิษย์ของเขา เด็กหนุ่มดูจะไม่ให้ความสนใจกับคำเตือนนั้นนัก ในหัวเขามีแต่ความอยากรู้และอยากกินมากกว่า

 

บ่ายวันนั้น หลังจากเศรษฐ์สั่งการบ้านนักเรียนเสร็จเขาก็ให้เวลาว่างกับนักเรียนสิบนาทีตามปกติ หนึ่งในเด็กประจำเดินมาปรึกษากับเขาเรื่องแมลงวันที่ระบาดหนักในหอพัก

พวกคุณจัดการกับขยะดีหรือเปล่าครับ เศรษฐ์ถามเด็กประจำทุกคนในห้อง

ครับ พวกผมก็เอาใส่ถุงมัดปาก ทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด

อืม ก็ถูกต้องแล้วนี่ครับ แล้วมันมีสัตว์อะไรตายอยู่แถวๆหอพักหรือเปล่าครับ

ไม่มีครับ

แล้วมันมาจากไหน... อาหารที่พวกคุณตุนเอาไว้พวกคุณเก็บมิดชิดดีหรือเปล่าครับ คราวนี้เด็กทุกคนนั่งเงียบ เศรษฐ์เดาได้ทันทีว่านี่คือสาเหตุ

นั่นไงล่ะครับ เก็บให้ดีสิครับ อาหารที่เรากินได้มันก็กินได้เหมือนกัน พูดถึงแมลงวันแล้วผมมีตำนานจะเล่าให้ฟัง พวกคุณสนใจมั้ยครับ เด็กทั้งห้องขานรับเป็นเสียงเดียวกันว่าอยาก

พวกคุณทราบมั้ยครับว่าในศาสนาคริสต์มีคำสอนว่าบาปของมนุษย์นั้นมีสิ่งที่เป็นบาปมหันต์อยู่ 7 อย่างและบาปแต่ละอย่างนั้นก็มีปีศาจที่เป็นจ้าวนรกเป็นเจ้าแห่งบาปนั้นๆด้วย เอาที่รู้จักกันดีก็คือซาตานเป็นเจ้าแห่งโทสะหรือลูซิเฟอร์เป็นเจ้าแห่งความหยิ่งยโสเป็นต้น เศรษฐ์หยุดเล่านิดหนึ่งเพื่อดูว่าทุกคนสนใจฟังหรือไม่

หนึ่งในนั้นมีบาปอย่างหนึ่งคือความตะกละ ซึ่งเจ้าแห่งบาปนี้คือราชาแมลงวันนามว่าเบลเซบับ (Beelzebub)”

อ๋อ ผมรู้จัก ที่รูปร่างเป็นแมลงวันตัวใหญ่ มีลายหัวกะโหลกไขว้ที่ปีกใช่มั้ยครับ

รูปร่างหน้าตาจริงๆเป็นอย่างไรผมไม่ทราบนะครับเพราะผมไม่เคยเห็นตัวจริงแต่ที่ปรากฏอยู่ในหนังสือก็ใช่ครับ แล้วพวกคุณรู้มั้ยครับว่าคนที่มีบาปแห่งความตะกละนั้นตายไปต้องเจออะไรในนรก... พวกเขาต้องอยู่ในนรกที่เต็มไปด้วยของเน่าเสียและสิ่งปฏิกูล ในอากาศมีขี้เถ้าลอยฟุ้งเต็มไปหมด พวกเขาต้องกินของเสียเหล่านั้นเพื่อบรรเทาความหิวและปอดก็เต็มไปด้วยขี้เถ้าที่สูดดมเข้าไป

ทำไมล่ะคะ นักเรียนหญิงคนหนึ่งถาม

เพราะคนที่มีความตะกละนั้นคือคนที่ทำให้สิ่งต่างๆสูญเปล่าไปโดยใช่เหตุ นึกดูสิครับ ตอนขาเข้ามันคืออาหารแต่ตอนขาออกมันคืออะไร... แล้วคนที่กินเยอะก็จะยิ่งปล่อยออกมาเยอะด้วย

แต่แค่กินเยอะกว่าปกติมันก็ไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครไม่ใช่เหรอครับ ทำไมมันถึงเป็นบาปล่ะครับยอดนักชิมถาม

เดือดร้อนสิครับ นึกภาพตามนะครับ มีคนสิบคนกับข้าวสิบจาน มันควรจะได้กินกันคนละจานใช่มั้ยครับ แต่ถ้ามีหนึ่งคนที่กินสามจานก็จะมีสองคนที่ต้องอด เห็นมั้ยครับว่ามีคนเดือดร้อนแล้ว อีกอย่างอาหารมันไม่ได้อยู่ดีๆก็เกิดขึ้นมาครับ ทุกสิ่งที่เรากินล้วนแต่ต้องเอาชีวิตสิ่งอื่นมาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ ถ้ากินแต่พอประมาณก็ไม่เป็นไรหรอกครับมันเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติแต่ถ้าตะกละกินมากกว่าที่จำเป็นก็ทำให้ต้องทำลายชีวิตของสิ่งอื่นๆมากขึ้น นี่เพียงพอที่จะเป็นบาปได้แล้วครับเศรษฐ์อธิบาย

ผมอนุมานว่าคนที่มีบาปแห่งความตะกละนั้นต้องไปชดใช้บาปของตนในนรกที่ว่าจนกว่าจะหมดกรรมแต่คนบาปบางคนที่ไม่สำนึก กลับลุ่มหลงอยู่กับความตะกละอยู่อย่างนั้นก็จะถูกส่งมาเกิดเป็นแมลงวันเพื่อรับโทษกินสิ่งเน่าเสียบนโลกต่อไป เศรษฐ์สรุป พอดีกับสัญญาณหมดคาบดังขึ้น

 

สามวันต่อมา ความฝันของชายหนุ่มร่างท้วมก็เข้าใกล้ความจริง เมื่อรูมเมทของเขาเรียกให้ดูรถเข็นขายอาหารที่จอดอยู่ท้ายซอยหลังโรงเรียน ชายหนุ่มรับกล้องส่องทางไกลจากเพื่อนไปส่องดูด้วยความตื่นเต้น

รถขายบะหมี่เกี๊ยวนี่หว่า ทำไมไปจอดขายอยู่ตั้งท้ายซอยวะ

ไม่รู้ว่ะแต่อาจจะเป็นคันที่ขายอาหารในตำนานนั่นก็ได้

กูแอบออกไปได้มั้ยวะเนี่ย ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาหาช่องทาง

เฮ้ย เอาจริงเหรอ

เออสิ ไม่ไปตอนนี้แล้วอีกเมื่อไหร่มันจะมาอีกวะ พวกมึงไม่อยากลองกินดูบ้างเหรอว่ามันอร่อยแค่ไหน เขาชวน

ไม่เอาโว้ย เกิดอาจารย์จับได้กูซวยตาย

เออ กูไปชวนเพื่อนกูก็ได้ เขาเดินไปที่ห้องของเพื่อนแล้วเคาะเรียกให้ไปด้วยกัน พวกเขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจไป

การออกไปนอกโรงเรียนไม่ใช่เรื่องยากเลยหากสามารถออกจากอาคารมาได้ กำแพงโรงเรียนไม่สูงเกินความสามารถของพวกเขาเลย สิ่งที่ต้องระวังคืออาจารย์เวรที่คอยเดินตรวจตามตลาดนัดกับรอบๆโรงเรียนเท่านั้น ไม่นานพวกเขาก็มาถึงร้านขายบะหมี่ที่ว่า ทั้งสี่คนจับจองที่นั่งเสร็จก็พากันสั่งอาหารตามที่ตนชอบ

กินชามเดียวแล้วไปเลยนะโว้ย อยู่นานๆกูเสียวอาจารย์มาเจอว่ะเพื่อนคนหนึ่งบอก อึดใจต่อมาบะหมี่สี่ชามก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ทุกคนปรุงรสตามแบบของตนยกเว้นนักชิมร่างตุ้ยที่มักจะลองชิมรสชาติที่ไร้การปรุงแต่งดูก่อน ไม่ถึงสิบนาทีอาหารก็หมดลง

ก็ธรรมดา ไม่เห็นจะต่างกับร้านอื่นตรงไหนหนึ่งในสี่คนพูดขึ้น

เฮีย คิดเงิน

สี่ชาม ร้อยยี่สิบครับเจ้าของร้านแจ้งราคา ทุกคนจ้องมองชามก๋วยเตี๋ยวเปล่านั้นนิ่งราวกับต้องมนต์ สักพักทุกคนก็เปลี่ยนใจสั่งเพิ่ม

แปลกว่ะ ไม่ได้อร่อยอะไรนักหนาแต่ทำไมอยากกินอีกวะ นักเรียนคนหนึ่งพูดกับเพื่อนเขาระหว่างนั่งรอชามที่สาม พ่อยอดนักชิมเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน

ใช่ ไม่มีอะไรพิเศษแต่ทำไมถึงอยากกินอีกนะ ไม่สิ ในน้ำซุปมีรสชาติที่แตกต่างจากร้านอื่นอยู่ รสขมเฝื่อนๆนิดๆนี่น่าจะเป็นที่มาของความอยากอาหาร มันคืออะไรวะ เขานั่งวิเคราะห์แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ หลังหมดชามที่สามทุกคนก็เริ่มอิ่มกันแล้ว ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังอยากกินอีก

เฮีย ขอเกาเหลา เด็กคนหนึ่งสั่งและทุกคนก็สั่งตาม ก่อนที่ทุกคนจะได้ลงมือทานอาหารชามที่สี่นั้น แขนเสื้อโค้ทสีดำกับถุงมือสีขาวก็ยื่นมาคว้าข้อมือพวกเขา

พวกคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ เศรษฐ์ถามเสียงเครียด

เอ่อ... คือ... แม้จะตกใจแต่ทุกคนก็ยังถือช้อนแน่น

พวกเราออกมาลองกินอาหารที่เขาลือกันครับ เด็กคนหนึ่งสารภาพ

อ๋อ อาหารมายาที่คุณเคยเล่าให้ฟังหรือครับ

ใช่ครับ อาจารย์ไม่ลองดูบ้างเหรอครับ สุดยอดเลยนะครับ กินเท่าไหร่ก็ไม่พอซักที

ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ ว่าไงครับคุณบางจากชวนชื่น จะไม่พูดถึงอาหารมื้อนี้หน่อยหรือครับ เศรษฐ์หันไปถามยอดนักชิม

ในซุปนี่มีทีเด็ดอะไรอยู่ซักอย่าง เขาเรียกว่ารสชาติแฝง รสชาติขมเฝื่อนนิดๆช่วยดึงเอาความอยากอาหารออกมาเรื่อยๆ แต่ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร

งั้นเหรอครับ ให้ผมเดาดูมั้ยครับว่ามันคืออะไร เศรษฐ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อดมกลิ่นเกาเหลาที่อยู่ในชาม

อ้า... กัญชา... กระท่อม... และก็ฝิ่น... เป็นเครื่องปรุงลับตำรับใต้ดินที่ใครกินก็ต้องติดใจแต่ไม่ใช่ที่ความอร่อยหรอก ผมว่าตำรวจคงจะสนใจเมนูนี้ไม่น้อยทีเดียว รบกวนช่วยรออยู่เฉยๆด้วยนะครับ แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ยอม ทั้งเจ้าของร้านและภรรยาออกตัววิ่งเร็วที่สุดเท่าที่ขาของพวกเขาจะทำได้ แต่เศรษฐ์ก็ไวพอที่จะคว้าเก้าอี้ขว้างตามถูกหลังของฝ่ายหญิงจนล้มลงไปนอนหลังแอ่นด้วยความเจ็บปวด เขาวิ่งตามจนทันฝ่ายชายแล้วคว้าคอเสื้อกระชากลงจนร่างของผู้สวมใส่กระแทกกับพื้นตามด้วยการกระทืบเข้าที่ท้องจนอีกฝ่ายจุกตัวงอขยับไปไหนไม่ได้

ช่วยเรียกตำรวจให้หน่อยได้มั้ยครับ เศรษฐ์หันมาบอกลูกศิษย์ ไม่นานตำรวจก็มาถึงแล้วคุมตัวเจ้าของร้านกับภรรยาไปและเชิญตัวเศรษฐ์กับนักเรียนทั้งสี่คนไปให้การที่โรงพัก

พวกคุณต้องถูกพักการเรียนเพื่อเข้ารับการบำบัดผู้ติดยาเสพย์ติดนะครับ เศรษฐ์บอกกับลูกศิษย์ของเขาหลังจากให้การกับตำรวจเสร็จแล้ว เด็กทั้งสี่ต่างทำหน้าละห้อยเมื่อรู้ว่าตนต้องเจออะไรบ้าง ทุกคนพากันอ้อนวอนให้เศรษฐ์ผ่อนปรนให้

ไม่มีการลดหย่อนครับ ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับความอยากรู้อยากเห็นของพวกคุณ ต่อไปจะได้ไม่ทำอีก เด็กทั้งสี่ทรุดลงนั่งหมดแรงทันทีที่ได้ยินคำว่าไม่มีการลดหย่อน

เป็นไงครับ อาหารในตำนาน อร่อยจนหมดแรงจะยืนเลยเหรอครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #694 เจ้าชายสโนว์ (@Mookrada) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 14:52
    ตอนที่ไม่อยากให้ใครตายดันมีคนตาย ตอนที่ไม่น่าจะรอดกลับเป็นเพียงตอนธรรมดาไม่มีคนตาย หักมุมดี
    #694
    0
  2. #494 Σʍρeror_ɔr (@055440769) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 12:47
    รอบนี้ไม่มีใครตายแฮะ
    #494
    0
  3. #481 Nuh'SunDay (@nuh225522) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 10:14
    อร่อยจนหมดแรง555 >_<
    #481
    0
  4. #455 EternalBlizzard (@EternalBlizzard) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2558 / 20:14
    555555555555555
    #455
    0
  5. #302 ♕ I'm Run Devil Run ♕ (@mailoveladygaga) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 16:30
    อร่อยจริงๆๆๆ
    #302
    0
  6. #41 -`Vanilla,. (@mytimez) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 08:24
    55 อาหารในตำนาน อร่อยจนหมดแรงยืน ><!!
    #41
    0
  7. #40 oishisunbite (@oishisunbite) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 14:53
    555 บางจากชวนชิม กับอาหารมายาในตำนาน
    #40
    0