aspros
ดู Blog ทั้งหมด

ที่มาของอาถรรพณ์ 49 วัน

เขียนโดย aspros
เค้าโครงเรื่องมาจากเรื่องจริงที่เจอมาเองกับตัวเกี่ยวกับการตายของลุงซึ่งเป็นพี่ชายของแม่

ก่อนที่จะเอามาเขียนเป็นเรื่องสั้นนั้นเราต้องเขียนแก้แล้วแก้อีก พยายามไม่ให้พาดพิงไปถึงครอบครัวของลุงและบรรดาญาติ ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ...สรุปแล้วแก้หลายครั้งมาก เอาแบบสรุป ไม่เขียนเยิ่นเย้อ และเข้าใจง่าย...พยายามสุดชีวิตแล้วนะ

ก่อนหน้าจะเขียนเรื่องนี้เคยหาข้อมูลเกี่ยวกับการไว้ทุกข์ 49 วันนี่แต่ไม่เจอเลย เจอแต่แบบเขียนไว้ว่า

"...49 วัน ชีวิตหลังความตาย ขณะที่วิญญาณของผู้ตายออกจากร่าง ชีวิตหลังความตายก็เริ่มต้นเปิดฉากขึ้นในโลกที่ผู้ตายต้องเข้าไปเพียงลำพัง เท่านั้น ไม่มีสิ่งใดเลยที่สามารถเอาติดตัวจากโลกมนุษย์ได้ เว้นเสียแต่บาปกับบุญเท่านั้น

เจ็ดวันรอบแรก

วิญญาณผู้ตายต้องเดินผ่านดงหมาป่า ซึ่งมีฝูงหมาป่าดุร้ายเหมือนเสือขวางทาง เมื่อวิญญาณบาปไปถึง ก็เกิดหวาดกลัวไม่กล้าเดินต่อไป ฝูงหมาป่าเห็นดังนั้น ก็กระโจนเข้าขย้ำขบกัดวิญญาณบาปจนเลือดท่วมตัว กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทุกขเวทนา

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงดงหมาป่า ก็จะมีหมู่เทวทูตคอยพิทักษ์คุ้มครอง พวกหมาป่าได้แต่นิ่งเฉย ไม่กล้าทำอะไร จึงผ่านไปได้โดยปลอดภัย

เจ็ดวันรอบที่ สอง

เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงด่านประตูผี เจ้าหน้าที่ผู้รักษาด่าน เมื่อเห็นเป็นวิญญาณบาป ก็จะทุบตีอย่างไม่ปรานี และยังมีพวกเจ้ากรรมนายเวรพากันมาทวงหนี้เวลานั้น

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงด่านประตูผี จะได้รับการต้อนรับและสามารถผ่านด่านนี้ไปโดยปลอดภัย

เจ็ดวันรอบที่ สาม

เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงยมโลก ถ้าเป็นวิญญาณบาปก็จะถูกโซ่ตรวนไว้ และถูกบังคับนำไปอยู่ตรงหน้าหอกระจกส่องกรรม ยามมีชีวิตทำชั่วอะไร ภาพก็จะปรากฏขึ้นเองอย่างอัตโนมัติ เสร็จแล้วก็จะถูกคุมตัวไปรับการพิจารณาโทษ ถึงวิญญาณบาปจะเริ่มสำนึกผิด ตอนนี้แต่ก็สายเสียแล้ว

ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึง จะได้รับการต้อนรับ มีเจ้าหน้าที่พาไปท่องเที่ยวนรกขุมต่างๆ และพาไปดูสภาพของบรรดาญาติพี่น้องที่ ทำบาป กำลังรอคอยการพิจารณาตัดสินความผิด

เจ็ดวันรอบที่ สี่

เมื่อมาถึงด่านภูเขากระดาษเงินกระดาษทอง การจะขึ้นไปบนภูเขาลูกนี้ยากลำบากมาก กระดาษเหล่านี้ได้มาจากลูกหลานญาติพี่น้องในเมืองมนุษย์หลงงมงายเผาส่งไปให้ ทับถมกันจนเป็นภูเขาเลากา ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วแม้ผู้ตายจะได้รับก็ไร้ประโยชน์

เจ็ดวันรอบที่ ห้า

วิญญาณผู้ตายมาถึงหอดูบ้านเดิม ได้เห็นลูกหลาน คนในครอบครัวต่างไว้ทุกข์ด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการตายของตน ถึงตอนนี้จึงได้รู้ว่าตนเองตายแล้ว ไม่อาจกลับบ้านได้อีก ได้แต่เสียใจอาลัยอาวรณ์

เจ็ดวันรอบที่ หก

เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงด่านคุมบัญชี ยมบาลจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจดูบาปบุญที่ผู้ตายได้สร้างสมตอนมีชีวิต หลังจากหักลบกันแล้ว ถ้าบุญมีมากกว่าบาปก็จะให้ไปเกิดยังสุคติภูมิ ถ้าบาปมีมากกว่าบุญ จะส่งไปยังนรกภูมิ รับทุกข์อย่างน่าเวทนา

เจ็ดวันรอบที่ เจ็ด

เมื่อวิญญาณผู้ตายไปถึงด่านตรวจสอบ ยมบาลก็จะสั่งเลขาให้ตรวจสอบดูว่า ผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตหรือไม่ ถ้าได้ถือศีลกิเจ ละเว้นจากการฆ่าสัตว์ก็จักลหุโทษ ถ้ามัวหลงผิดฆ่าสัตว์เพื่อความสุขของปากท้องก็จะเพิ่มโทษเป็นเท่าตัว.

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ขอให้ทุกคนในขณะมีชีวิตอยู่นั้น เร่งสะสมความดีกันให้มากๆ นรก-สวรรค์นั้น ไม่ใช่สิ่งลวงโลก ตอนนี้ท่านอาจยังไม่เห็น แต่สักวันท่านก็ต้องเห็น กฏแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ...
" (จาก ไขปริศนา 49 วัน ชีวิตหลังความตาย : http://board.narak.com/topic.php?No=88165)

ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่ามันเกี่ยวข้องกับการไว้ทุกข์ 49 วันของคนจีนยังไง...ยิ่งมาเจอแม่มาเล่าให้ฟังหลังงานเผาศพลุงว่าญาติผู้ใหญ่เขาเปรยแบบที่เขียนในเรื่องสั้นนั่นแหละ ยิ่งมึนหนักเข้าไปอีก สุดท้ายเลยถามตรง ๆ กับแม่ว่ามันเป็นยังไงมายังไง

แม่เขาก็เล่าให้ฟังแบบที่เขียนนั่นแหละ...

ความจริงมีธรรมเนียมปลีกย่อยอีกเยอะแยะ เฉพาะงานศพนะ ห้ามโน่นห้ามนี่จนขนาดแม่เองยังบอกว่าจุกจิก ยุ่งยากเลย ถ้าจะเอาแบบเคร่งธรรมเนียมจริง ๆ สามวันสามคืนคงจะยังเล่าให้ฟังไม่หมดแน่

ปล.เรื่องที่แม่แหย่ในเรื่องสั้นนี่ก็จริงเหมือนกัน...เพราะเขารู้ว่าเราเจอดีมาหลายครั้ง คงไม่กล้าทำแน่ เลยแกล้งพูดขำ ๆ เป็นมุกที่เรา ขำไม่ออกสักเท่าไร (ไม่ได้ท้าทายอะไรเขาเลย...แน่จริงก็ไปหาพวกอยากเจอเซ่...มายุ่งกัยเราทำไม?)

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น