อุตส่าห์บอกว่าให้ไปหาคนอื่นที่เขาอยากเจอ อยากฝันถึง...ไม่ไปแต่ดันมาหาเราอีกแหละคราวนี้ไม่ได้มาเดี่ยวเหมือนคราวก่อน แถมพามาด้วยอีกสองคน...จะเอาอะไรกันนักกันหนาล่ะ...คุณญาติที่เคารพ
เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าเมื่อวานนี้เราดูเรื่อง Medium ของ Universal จากเคเบิ้ล แม่กับเรายังคุยกันเลยว่าหนังผีนี่มันไซไฟตรงไหนวะ เสร็จแล้วเลยมีรายการถกกันเรื่องความสามารถพิเศษของตัวเอกเรืองนี้โดยหลักแล้วคือฝันถึงเหตุการณ์ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ดีไม่ดีเป็นช่วงเกิดเหตุฆาตกรรมพอดี และที่ขาดไม่ได้คือความสามารถในการเห็นผีบ้างเป็นครั้งคราว คือสุดแท้แต่เขาจะปรากฏตัวให้เห็นเมื่อไร
เนื้อเรื่องในช่วงที่เราดูนี้รู้สึกจะเป็นช่วงเกือบจบแล้ว คือ ตอนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชนแล้วหนีของสามีภรรยาคู่หนึ่ง และวิญญาณของคนที่ถูกรถชนก็ตามมาหลอกหลอนภรรยา จนภรรยาทนไม่ไหวฆ่าตัวตาย ตอนแรกสามีก็จะโทร ฯแจ้งให้โรงพยาบาลมารับ แต่พอภรรยาที่อาการร่อแร่บอกให้แจ้งตำรวจด้วยเพราะต้องการสารภาพบาปที่ตนเองก่อไว้ แต่สามีไม่ยอมกลับวางสายไปเลย แล้วโกหกภรรยาว่าโทร ฯไปบอกตำรวจแล้ว และตำรวจกำลังมา ตัวเอกฝันถึงเหตุการณ์ตรงนี้ก็ตื่นและบอกสามีที่หลับอยู่ในห้องนอนว่าจะขับรถไปแถวที่เกิดเหตุหน่อย
"ขับรถเล่นตอนตี 2 เนี่ยนะ?" สามีถามด้วยความตกใจก่อนไล่ให้ตัวเอกกลับไปฝันต่อ แต่ตัวเอกไม่ยอมดึงดันขับรถไปจนได้
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เธอก็จอดรถอยู่บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุนั้นและรอ แต่แทนที่จะเป็นวิญญาณของเด็กสาวที่ถูกรถชนตายกลับเป็นภรรยาของผู้ชายคนนั้นแทน
"มาหาเมลานีเหรอ...เธอไม่มาหรอก เธอไปสบายแล้วแหละ" เธอว่าพลางเล่าให้ตัวเอกฟังว่า เดิมที่วิญญาณของคนตายให้โอกาสเธอสารภาพเรื่องชนแล้วหนีกับตัวเอกตอนเจอกันโดยบังเอิญ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ความบังเอิญหรอกแต่วิญญาณเด็กสาวเป็นคนจัดการให้เธอกับตัวเอกได้เจอกัน แต่เธอไม่ได้คว้าโอกาสตรงนั้นไว้...โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป
และสามีของเธอเองก็มีโอกาสให้ได้สารภาพบาปที่พวกเขาร่วมกันก่อขึ้นตอนถูกตำรวจสอบปากคำซึ่งตัวเอกอยู่ในนั้นด้วยแต่เขาก็ไม่ทำ
"คุณจะทำอะไรเขา!?" ตัวเอกถามด้วยน้ำเสียงตกใจขณะมองที่กระจกมองหลังซึ่งมีภาพสะท้อนของผู้หญิงคนนั้นสะท้อนอยู่ซึ่งวิญญาณของผู้หญิงก็เพียงแค่ยิ้มแล้วบอกว่าถ้าเครื่องทำความร้อนเสีย สามีก็จะเป็นหวัดทำให้ไม่ได้กลิ่นแก๊สที่รั่ว และเมื่อเขาจุดไฟเพื่อสูบบุหรี่...
พออธิบายถึงตอนนี้เสียงไซเรนของรถตำรวจก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงบีบแตรรถใส่ตัวเอก เมื่อมองกระจกมองหลัง ผู้หญิงคนนั้นก็หายไปแล้ว เมื่อหันไปมองเบาะหลังก็ไม่มีใคร
หลังจากดูเรื่องนี้จบเรากับแม่ก็ถกกันว่ามีวิธีไหนที่ทำให้ความสามารถแบบนี้หายไปได้บ้าง แม่ก็บอกว่าเลิกเขียนเรื่องพวกนี้ซิ...รับรองหายแน่
แม่ไม่รู้หรอกว่าเราเคยเลิกทำเขียนนิยายทำนองนี้ไปได้ระยะหนึ่ง...มันมีแต่จะทำให้ปวดหัวหนักขึ้นเรื่อย ๆ กินยายังไงก็ไม่หาย แต่พอได้เขียนหรือพูดคุยกับใครอาการพวกนี้ก็ดีขึ้นไม่ทรมานสักเท่าไร จะว่าโรคนี้เป็นโรคอุปทานก็ได้ตามใจ เราไม่คิดบังคับให้ใครเชื่ออยู่แล้ว เพราะถ้าไม่เกิดกับตัวเองก็ไม่มีทางเข้าใจหรอกว่ามันเป้นยังไง
หลังจากพูดเรื่องนั้นแล้วตกดึกเมื่อคืนนี้ก็ฝันเห็นลุงอีก...คราวนี้ไม่ได้มาคนเดียวพ่วงมาอีกสองคนคือ น้าชายคนเล็กที่เสียไปก่อนหน้าลุง กับญาติผู้น้องของเราที่เสียไปหลายปี...เห็นใจกันหน่อยไม่ได้เรอะ

ตื่นเช้าวันนี้เลยถือโอกาสบอกข่าวเล่าแจ้งกับแม่ซะเลย...ตอนแรกแม่ก็ทำเป็นไม่สนใจ...ไป ๆ มา ๆ ก็มาถามว่าเขาเป็นยังไง...สบายดีไหม
เราก็เลยบอกว่าสบายดี ก็เห็น (ในฝัน) ท่าทางสดชื่นกันดีทั้งสามคน ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร
จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ...แต่เท่าที่เรารู้จากประสบการณ์นะ...
คนอยากเห็น จะไม่ได้เจอ ส่วนคนที่ไม่อยากเห็น (จากใจจริง) เจอตลอด
ดูตัวอย่างคนเขียนบล็อกก็แล้วกัน...ยอมแพ้แล้ว

ความคิดเห็น