ไฟรักรัญจวน วางแผงแล้ว

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 ไม่ได้รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    17 เม.ย. 57

บทที่ 7 ไม่ได้รัก

 

ความสนิทสนิมระหว่างเควินกับน้ำงามพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด เพียงระยะไม่กี่วันที่เธอมาทายาแก้ฟกช้ำให้เขา ทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่สนทนาที่คุยถูกคอกันไปแล้ว เควินมักรั้งเธอเอาไว้ครั้งละหลายชั่วโมง โดยไม่มีการกลั้นแกล้งหรือล่วงเกินใดๆ เลย เรียกว่าทำตัวเชื่องประหนึ่งโลกิก็ไม่ปาน น้ำงามจึงเต็มใจที่จะอยู่เป็นเพื่อนด้วย

 

“ช่วงวันหยุดคุณไปไหนมาบ้าง” เควินถามหลังจากทายาเสร็จ

 

“เที่ยวในรัฐนี้นี่แหละค่ะ แวะพักไปเรื่อย ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ภัตตาคารอาหารท้องถิ่นกับพิพิธภัณฑ์” หญิงสาวตอบโดยไม่หันมามอง

 

ขณะนี้เควินกำลังนอนเอกเขนกเปลือยท่อนบนอยู่ เขาอ้างว่าจะรอให้ยาแห้งก่อนแล้วค่อยใส่เสื้อ ฟังดูก็มีเหตุผลดี กระนั้นน้ำงามก็ยังอดคิดไม่ได้ว่าพ่อตัวร้ายกำลังอ่อยเหยื่อ

 

“ท่าทางเป็นเดตที่สนุกนะ” เควินแกล้งถามทั้งรู้อยู่แล้วว่าเธอไปกับทัวร์

 

“ใช่ค่ะ สนุกมาก ได้เจอผู้ชายดีๆ เต็มคันรถเลยค่ะ” น้ำงามนึกสนุกเลยยั่วเขากลับไปบ้าง

 

“ดีกว่าผมงั้นเหรอ”

 

ที่ถามนี้ไม่ได้อยากรู้ แต่มั่นใจต่างหากว่าชนะพวกคุณตาวัยเกษียณขาดรอย

 

“ก็ไม่รู้สิคะ เอาเป็นว่าไม่มีใครกินยากเท่าคุณก็แล้วกัน”

 

คนเลือกกินส่วนใหญ่มักจะไม่มีปัญหากับของที่ชอบ แต่เควินนั้นเป็นประเภทที่เลือกของที่จะกินตามอารมณ์ วันนี้บอกไม่อยากกินผักแต่วันถัดมากลับเอาเข้าปากหน้าตาเฉยก็มี เธอละนึกนับถือพ่อครัวที่ต้องพยายามทำอาหารให้ได้หลากหลายที่สุด เพื่อให้มีของที่เขาไม่เมินหลงมาในรายการ

 

“ถ้าผมไม่เลือกกินคงชนะพวกนั้นขาดลอย”

 

“ใช่ค่ะ เพราะฉะนั้นช่วยกินให้หมดอย่าให้เหลือด้วยนะคะ”

 

น้ำงามตัดสินใจกล่อมเผื่อเขาบ้ายุ แต่พ่อเทพบุตรรูปงามกลับพูดออกมาหน้าตาเฉยว่า

 

“ไม่ล่ะ ปล่อยไว้แบบนั้นดีแล้ว ผมต่อให้”

 

“คุณนี่ดื้อจังนะคะ จะยอมเออออตามสักนิดก็ไม่ได้”

 

“ผมดื้อตรงไหน ออกจะน่ารัก”

 

จบประโยคพ่อคุณทูนหัวก็กลิ้งตัวมานอนหนุนตัก แล้วปั้นหน้าใสซื่อประหนึ่งเด็กน้อยไร้เดียงสา ต่อให้ใจแข็งมาจากไหนก็คงจะห้ามใจไม่ให้เคลิ้มไปกับลูกอ้อนได้ยาก แต่อย่างนั้นน้ำงามก็ยังคัดค้านคำพูดเขาอย่างหนักเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเหลิง

 

“คนโกหก” เควินยกมือขึ้นมาบีบจมูกเจ้าของตักที่กำลังหนุนเบาๆ “สารภาพมาซะดีๆ ว่าคุณหลงผมจะแย่”

 

สายตาของเควินเหมือนจะอ่านใจน้ำงามได้อย่างทะลุปรุโปร่ง หญิงสาวไม่อยากแพ้เลยฝืนสบตาด้วย

 

“คนหลงตัวเอง”

 

ชายหนุ่มไม่ว่าอะไรแต่ยิ้มราวกับว่าได้รับคำชม ผู้ชายที่เอาแต่อยู่ในความมืดคนนี้จะรู้ตัวไหมว่ารอยยิ้มของตัวเองสว่างเจิดจ้าจำทำให้คนมองตาพร่า

 

น้ำงามอยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของเขาเหลือเกิน มือเธอพานจะเอื้อมไปข้างหน้าอยู่เรื่อย หญิงสาวเลยตัดสินใจหันไปสนใจโลกิแทน

 

เควินเห็นว่าถูกเสืออ้วนแย่งความสนใจไป ก็เลยคว้ามือของหญิงสาวมากุมไว้

 

“เล่าเรื่องไปเที่ยวให้ผมฟังหน่อยสิ” ชายหนุ่มอ้อน

 

“เล่าเรื่องเที่ยวเวอร์จิเนีย ให้คนพื้นที่ฟังเนี่ยนะคะ ไม่พิลึกไปหน่อยเหรอ”

 

“ผมไม่มีโอกาสออกไปข้างนอกบ่อยนัก โดยเฉพาะตอนกลางวัน”

 

น้ำเสียงเศร้าๆ ของเขาทำให้น้ำงามรู้สึกสงสารจับจิต เธอรีบเล่าเรื่องพิพิธภัณฑ์และสถานที่ที่เที่ยวชมมาอย่างกระตือรือร้น หญิงสาวบรรยายบรรยากาศและสถานที่อย่างละเอียด เพื่อที่ชายหนุ่มจะได้จินตนาการตามได้งามขึ้น

 

“พวกเราแวะที่ประภาคารเฮนรีด้วยค่ะ เป็นประภาคารสีแดงอิฐสร้างมาตั้งแต่ปี 1792 ฉันจำความสูงไม่ได้แล้วแต่วิวบนนั้นสวยใช้ได้เลยค่ะ หาดสีน้ำตาลมีฟองคลื่นจับตัวเป็นน้ำแข็ง พื้นน้ำสีฟ้าอมเท่าไรระดับกันไปจนถึงเส้นขอบฟ้า เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้คุณดู”

 

กล้องถ่ายรูปเป็นอุปกรณ์ต้องห้ามสำหรับที่นี่ ก่อนจะย้ายมาเธอเลยเอามันไปฝากไว้ที่บ้านญาติพร้อมกับของอื่นๆ ที่ไม่ได้ขนมาด้วย

 

“ไม่เป็นไรหรอก เพราะผมเห็นมันแล้ว”

 

“เห็นจากไหนคะ” น้ำงามทำหน้าฉงน

 

“ในตาคุณ”

 

ชายหนุ่มโอบคอหญิงสาวให้โน้มลงมา แล้วยกตัวขึ้นประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่ม ผิวกายของชายหนุ่มเย็นเฉียบแต่แทนที่จะทำให้สั่นสะท้าน น้ำงามกลับรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง จูบอ่อนหวานที่เขามอบให้เธอทำให้ช่วงเวลานั้นราวกับอยู่ในชั่วโมงต้องมนตร์

 

น้ำงามเผลอจูบตอบเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ แวมไพร์ตัวร้ายจึงพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ชายหนุ่มไม่อยากจะผละไปจากเธอเลย แต่ก็จำเป็นต้องถอนริมฝีปากออกมาก่อนที่ความละมุนจะกลายเป็นความร้อนแรง

 

“คุณจะยอมรับว่านี่เป็นจูบแล้วหรือยัง” ชายหนุ่มยิ้มยั่วเมื่อเห็นสีหน้าเคลิบเคลิ้มของอีกฝ่าย

 

น้ำงามไม่ปฏิเสธ สบโอกาสให้คนหลงตัวทึกทักว่ายอมรับแล้ว

 

“จูบผมน่าประทับใจใช่ไหมล่ะ”

 

หญิงสาวยังคงใช้ความเงียบเป็นคำตอบ กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เควินหงุดหงิดแต่อย่างใด ขณะนี้ใบหน้าของน้ำงามกำลังแดงก่ำ เหตุเพราะเขินจัดจนทำอะไรไม่ถูกเลย

 

 

 

เควินไม่ได้ล่วงเกินน้ำงามไปมากกว่าหนึ่งจูบ สำหรับคนอเมริกันนี่ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก แต่สำหรับน้ำงามแล้วมันไม่ใช่ หญิงสาวจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทั้งวัน ตาลอย หน้าแดง เดินชนข้าวของตลอด จนมาร์กต้องเดินมาเคาะหัวเรียกสติ

 

“ยู้ฮู! มีใครอยู่ในนั้นไหม” มาร์กถามด้วยสายตาประหนึ่งคิดว่าตอนนี้ในหัวเธอกลวง

 

“เจ็บนะคะมาร์ก” น้ำงามประท้วง

 

“เจ็บสิดีจะได้มีสติ ปิงปองเขาต้องตีโต้กันนะยะถึงจะสนุก ไม่ใช่ให้ฉันเล่นอยู่คนเดียว”

 

ขณะนี้ทั้งคู่กำลังอยู่ในห้องสันทนาการซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับโรงอาหาร น้ำงามบังเอิญมารับประทานอาหารเช้าตอนที่มาร์กอยากออกกำลังกายพอดี หญิงสาวยังไม่ง่วงเลยอาสาเป็นคู่มือให้ เธอเล่นได้ดีในเกมแรก แต่พอเกมหลังกลับเหม่อเสียอย่างนั้น

 

“ขอโทษค่ะ พอดีมีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”

 

“เรื่องของสุดหล่อใช่ไหม”

 

ระยะหลังมาร์กมักเรียกเควินอย่างนี้เวลาที่ต้องการเอ่ยถึง

 

“ทำไมคิดว่าอย่างนั้นล่ะคะ”

 

“ก็หน้าเธอมันฟ้องซะขนาดนั้น ฟังคำเจ๊เอาไว้ให้ดีนะคะชะนีน้อย” มาร์กชี้นิ้วแล้วทำท่าเคร่งขรึม “โอกาสมา ตัณหาเกิด ผู้ชายหล่อมีไว้บริโภค กินได้กินเสียอย่าร่ำไร แก่ไปจะได้ไม่เสียใจทีหลัง”

 

น้ำงามหัวเราะพรืด พอมีสติก็คันปากยิบๆ อยากจะเถียงมาร์กเสียเหลือเกิน ว่าคนอย่างเธอแยกความสัมพันธ์ทางกายกับทางใจออกจากกันไม่ได้ ดังนั้นคงจะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการมีอะไรกับเขาโดยไม่ยั้งคิดอีกแล้ว

 

 

 

เรื่องจูบทำให้น้ำงามเขินและเครียดพอสมควร ส่งผลให้เกิดบรรยากาศน่าอึดอัดระหว่างสองหนุ่มสาวอยู่พักหนึ่ง ยังดีที่เควินอ่านความรู้สึกของหญิงสาวได้ จึงไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์ในวันนั้นอีก เขากลับไปทำตัวสุภาพแต่ก็ไม่ละความพยายามที่จะสานสัมพันธ์กับน้ำงามต่อ จากที่เคยนั่งคุยกันตอนทายา ก็เปลี่ยนเป็นนั่งจิบชารับประทานของว่างด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีโลกิมาร่วมวงด้วยเสมอ

 

เจ้าเสือตัวนี้ชอบชีสมาก ได้กินทีไรเป็นต้องครางอย่างมีความสุขทุกที น้ำงามก็เลยเลือกเอาชนิดที่มีเกลือน้อยที่สุดมาฝากมันประจำ พอให้ของกินบ่อยเข้าโลกิก็ชักจะเริ่มคุ้นด้วย มันเลิกมานั่งคั่นกลางคุมเชิง เปิดโอกาสให้สองหนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

 

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการเลยสักนิด

 

หญิงสาวโอดครวญเมื่อเขตแดนมีชีวิตย้ายหนีไปอยู่ที่อื่น

 

น้ำงามเริ่มวางตัวไม่ถูกแต่เควินก็ทำให้ผ่อนคลายจนเลิกเป็นกังวล เขาไม่ฉวยโอกาสกับเธออีกเลย อย่างมากก็แค่จับมือเท่านั้น ทั้งยังไม่ได้ทำมันพร่ำเพรื่อด้วย

 

ชายหนุ่มจะจับมือหญิงสาวเฉพาะเวลาที่ขอให้เธอเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินทาง ครอบครัวของน้ำงามชอบท่องเที่ยว เธอเลยมีเรื่องราวมากมายมาถ่ายทอดให้เขาฟัง

 

เควินสามารถฟังน้ำงามเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ไม่มีเบื่อ แค่มีเธอห้องสี่เหลี่ยมอันคับแคบก็แปรสภาพเป็นทุ่งโล่งกว้าง เพดานกลายเป็นท้องฟ้าสีครามกว้างใหญ่ นานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่ไม่ได้รู้สึกเป็นสุขอย่างนี้

 

ชายหนุ่มมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการออกเสียง เขาอยากจะรั้งกายเธอมาจูบเสียจริงๆ

 

ทำดีไหมนะ

 

ในระหว่างที่ถามตัวเองร่างกายมันก็ขยับไปก่อนแล้ว ความปรารถนาในใจแปรเปลี่ยนจูบที่ตั้งใจให้อ่อนหวานเป็นเร่าร้อน

 

ตั้งแต่ผ่านวัยคะนองได้รู้ได้ลองเรื่องเพศจนพอใจ อารมณ์ใคร่ในตัวเควินก็เหมือนจะแห้งเหือด ไม่ว่าจะมีสัมพันธ์กับใครก็ให้ความรู้สึกเบื่อหน่ายเหมือนกันทั้งนั้น ความจริงเกี่ยวกับมารดาก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาไม่อยากเสียเงินซื้อเซ็กส์ ไม่ใช่เพราะขยะแขยงโสเภณีพวกนั้น แต่รู้สึกสมเพชมากกว่า ทั้งคนที่ขายศักดิ์ศรีเพื่อเงินและคนที่ใช้เงินซื้อศักดิ์ศรี

 

ชายหนุ่มห่างหายการมีความสัมพันธ์แบบฉาบฉวยไปนาน จนเริ่มเห็นด้วยกับคำเย้าแหย่ของฟินน์ที่ว่าน่าจะไปบวชเป็นพระ เควินอาจะได้ละทางโลกได้แล้วจริงๆ ถ้าไม่มีพยาบาลสาวสวยมาทำให้ตบะแตก

 

น้ำงามส่งเสียงครางประท้วงกับจูบร้อนแรงแบบไม่ทันได้ตั้งตัวของเขา หญิงสาวยันตัวชายหนุ่มออกแต่กลับเป็นฝ่ายถูกผลักลงไปนอนบนฟูก เควินทาบกายลงมาแล้วจูบเธออีกครั้ง คราวนี้ไม่จาบจ้วงเหมือนทีแรก มันอ้อยอิ่ง ยั่วยุและปลุกเร้าในคราวเดียวกัน

 

หญิงสาวไม่ขัดขืนเมื่อนิ้วมือเรียวของเขาขยับเคลื่อนไหวไปบนเรือนร่างของเธอ ถึงจะมีเสื้อผ้ามาขวางกั้นแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะคำนวณส่วนโค้งเว้าที่ได้สัมผัส

 

ให้ตายเถอะ! ซ่อนรูปเป็นบ้า แถมยังเป็นแบบที่เขาชอบอีกต่างหาก

 

เควินครางในใจขณะพยายามสอดมือเข้าไปใต้ร่มผ้า

 

“อย่าค่ะ” น้ำงามประท้วงเมื่อเขายอมปล่อยให้ริมฝีปากเธอเป็นอิสระ

 

“ทำไม รังเกียจผมเหรอ” ชายหนุ่มตัดพ้อ

 

ดวงตาสีอำพันที่เจือแววเศร้าทำให้น้ำงามคิดอะไรแทบไม่ออก

 

“ไม่ใช่ค่ะ คือมันเร็วไป แล้วก็...กล้อง” หญิงสาวพูดตะกุกตะกัก นึกขัดใจตัวเองเหลือเกินที่ปฏิเสธไม่ได้อย่างเด็ดขาด

 

“ผมทำให้มันใช้งานไม่ได้มานานแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มพรายอย่างเจ้าเล่ห์ ที่แท้พ่อตัวดีก็เตรียมการเอาไว้พร้อมสรรพ

 

“ไม่ได้ค่ะ ฉัน...”

 

“กลัวโลกิมาขัดจังหวะใช่ไหม”

 

น้ำงามอยากจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่เขากลับหันไปสั่งมันให้ออกไปจากห้อง เจ้าเสืออ้วนทำตามอย่างว่าง่าย ไม่รู้ว่ามันเป็นเสือหรือสุนัขกันแน่

 

คนที่ถูกจับกดพยายามลุกขึ้นเพื่ออธิบายแต่ก็สายไปเสียแล้ว ริมฝีปากของเธอถูกเขาครอบครองอีกครั้ง เขาจูบปาก จูบแก้ม จูบขมับ ไล่ไปจนกระทั่งถึงกกหู ในขณะที่มือแหวกเนื้อผ้าเข้าไปในผิวเนื้อเปลือยเปล่าเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของหญิงสาว

 

น้ำงามรู้สึกอ่อนระทวยเมื่อถูกจู่โจม ขืนปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปหญิงสาวคงตกเป็นของเขาอย่างง่ายดาย เธอเลยรวบรวมแรงใจทั้งหมดร้องห้ามเขา

 

“หยุดก่อนค่ะเควิน ได้โปรดหยุด”

 

ไม่บ่อยนักที่น้ำงามจะยอมเรียกชื่อเขา ชายหนุ่มก็เลยยอมลดความเร็วของการเล้าโลมลง แต่ยังไม่หยุดมือเสียทีเดียว

 

“หยุดทำไม...คุณไม่ชอบที่ผมทำเหรอ”

 

“มันไม่เกี่ยวกับชอบหรือไม่ชอบค่ะ”

 

“แล้วมันเกี่ยวกับอะไร”

 

“วัฒนธรรมค่ะ ผู้หญิงไทยจะไม่มีอะไรกับใครก่อนแต่งงาน ฉันไม่หัวเก่าขนาดนั้นแต่จะไม่ยอมมีอะไรกับคนที่ไม่ได้รักเด็ดขาด”

 

เควินขมวดคิ้วจนเป็นปมในขณะที่ประสานสายตากับเธอ

 

“คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้รักผม” ความผิดหวังในน้ำเสียงเขาทำให้หัวใจของน้ำงามเหมือนถูกกรีด

 

“ฉัน...” หญิงสาวอ้ำอึ้ง

 

ถ้าปฏิเสธออกไปเขาคงปล่อยเธอในทันทีแต่น้ำงามก็พูดไม่ออก

 

“ฉันไม่รู้ค่ะ”

 

“ไม่รู้จริงๆ หรือไม่รู้ตัว” ชายหนุ่มคาดคั้นถาม “ถ้าคุณไม่รักผมแล้วทำไมถึงดูมีความสุขนักเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ทำไมไม่หนีเวลาผมจูบ”

 

น้ำงามนิ่งงันไปกับคำถามนี้ เควินเลยเร่งเร้าเธอด้วยคำพูดอีกครั้ง

 

“ตอบผมมาให้ชัดเจนสิว่าทำไม”

 

“ฉัน...ฉันชอบคุณมากค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันรักคุณไหม”

 

น้ำงามอาจจะหลงเสน่ห์เขาแต่ก็มองโลกในความเป็นจริงด้วย เควินไม่ใช่คนที่เธอจะรักได้ หญิงสาวก็เลยห้ามใจตัวเองเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ถลำลึก

 

“สรุปคุณมาใกล้ชิดผม ยอมให้ผมกอดผมจูบโดยที่คุณไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงอย่างนั้นเหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 

เควินผละออกจากร่างนุ่มนิ่มแล้วมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนกับเป็นฝ่ายถูกปั่นหัว น้ำงามกัดริมฝีปากตัวเองด้วยความโกรธ เธอต่างหากที่เป็นผู้เสียหาย

 

“แล้วคุณล่ะคะเควินคิดยังไงกับฉัน”

 

“ผมอยากมีอะไรกับคุณ” ชายหนุ่มตอบเสียงดังฟังชัด

 

“ทั้งที่ไม่ได้รัก”

 

“ใช่ไม่ได้รักและไม่มีวันรัก”

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์หรืออะไรมาดลใจทำให้เควินตอบไปอย่างนั้น คำพูดแบบไม่ยั้งคิดนี้ทำร้ายน้ำงามอย่างสาหัส หญิงสาวรู้สึกชาไปทั้งตัว อึดใจน้ำตาก็ไหลออกมาอาบสองข้างแก้ม หญิงสาวผุดลุกจากตรงนั้นแล้ววิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

 

หัวใจเธอเหมือนถูกลวดหนามขอดรัด นอกจากความเจ็บแล้วสิ่งที่รับรู้ได้ในขณะนั้นคือเควินไม่ตามมาเธอนี่มันโง่จริงๆ ที่เผลอคิดจริงจังกับคนอย่างเขา

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

เอามาลงให้อ่านตามสัญญาค่ะ แบบว่าทำงานจนลืมวันลืมคืน เพิ่งรู้ตัวตอนสามทุ่มวันวันนี้วันที่ 17 เลยรีบปั่นงานตาเหลือก ผิดพลาดยังไงขออภัยด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #23 kikza_kung (@sanares) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 14:23
    คำพูกเควินทำร้ายอย่างแรง

    #23
    0
  2. #22 ppppp12 (@ppppp12) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 12:03
    เควินใจร้ายย ทุเรดมาก T^T
    #22
    0
  3. #21 ลุลุ (@euriara_nima) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 10:29
    รอ รอ รอ เสมอนะค่ะ ชอบเรื่องนี้มาก สนุกมากๆเลยค่ะ 
    #21
    0
  4. #20 อรดา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2557 / 01:18
    น้ำงามวิ่งออกไปแล้ว เควินไม่ตามไปง้อหน่อยเหรอคะ หรือจะปล่อยให้เศร้ากันไปก่อน

    จะรอติดตามนะคะ ชอบเรื่องนี้มากคะ ขอบคุณคะ
    #20
    0