ลำนำรักภูตราตรี

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 โทมาฮัต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    22 ก.ย. 60

บทที่ 1 โทมาฮัต

 

เซียร์กราส คือดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาล มีแม่น้ำไลน์เป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ สายน้ำคือพรประทานจากธรรมชาติ ที่เสกสรรให้บรรดาสรรพชีวิตถือกำเนิด แม่น้ำสายใหญ่นี้ แตกแขนงออกไปไกลลิบตา เพื่อหล่อเลี้ยงแผ่นดิน

น้ำก่อให้เกิดผู้คน ผู้คนก่อให้เกิดอารยธรรม จากเหล่าผู้อพยพ กลายเป็นชนกลุ่มน้อย เป็นหมู่บ้าน เป็นเมือง และกลายเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่

โทมาฮัตเป็นอาณาจักรหนึ่งในเซียร์กราส ที่ได้ชื่อว่าไม่มีอาณาจักรใด จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรเท่า ดินแดนแห่งนี้บริบูรณ์พร้อมด้วยสินแร่ แพรผ้าเนื้อดีและธัญญาหารอันอุดมสมบูรณ์ ความที่มีภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งติดทะเลและเป็นภูเขาสูง ทำให้โทมาฮัตเป็นดินแดนที่มีสินค้านานาประเภท ทั้งที่ผลิตเองและนำเข้ามาจากต่างแดน แต่ถึงแม้จะเป็นเมืองแห่งการค้า กำลังทหารก็เข้มแข็ง เหล่าทหารหาญมีใจฮึกเหิม พร้อมพลีชีพปกป้องอธิปไตยแห่งราชอาณาจักร โดยมิหวั่นเกรงภยันตราย

เมืองหลวงของโทมาฮัตเป็นเมืองขนาดกลาง มีชื่อเดียวกันกับราชอาณาจักร นอกจากจะเป็นศูนย์กลางการค้าขายแล้ว เมืองแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการเจียระไนเพชรพลอย และงานเทศกาลอีกด้วย

ชื่อเสียงอีกด้านหนึ่งที่จะมองผ่านไม่ได้ คือการเป็นหนึ่งในไม่กี่เมือง ที่มีสำนักสำหรับฝึกหัดจอมเวท จอมเวทบาดีนคือผู้ก่อตั้งสำนักนี้ ท่านใช้คฤหาสน์ของตนเองเปิดเป็นที่ทำการ ท่านผู้เฒ่ามีตำแหน่งเป็นจอมเวทแห่งโทมาฮัต มีอำนาจปกครองจอมเวทในราชสำนักทั้งหมด เป็นบุคคลผู้หนึ่งที่มีอำนาจ และเป็นที่เคารพยำเกรง

โทมาฮัตปกครองโดยแบ่งเป็นชนชั้นกษัตริย์ ขุนนาง พ่อค้าและสามัญชน ส่วนจอมเวทจะแบ่งชนชั้นกันตามชาติกำเนิด และพลังเวทที่มี ผู้มีพลังเวทที่เกิดในครอบครัวสามัญชน มักจะไม่ได้รับการส่งเสริม ให้ใช้พลังไปในทางที่ถูกที่ควร บางคนกลายเป็นมิจฉาชีพ ไม่ก็ก่อเหตุสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คน

ท่านบาดีนเล็งเห็นจุดนี้ จึงได้รับเอาเหล่าเด็กที่มีพลังเวท จากครอบครัวสามัญชนมาอุปการะ จะพักอยู่ที่นี่ หรือจะอยู่ที่บ้านก็แล้วแต่ความสมัครใจ มีการสอนให้อ่านเขียน สอนการใช้เวทมนตร์ ตลอดจนอบรมคุณธรรม เด็กที่สำเร็จการศึกษาไปเกือบทั้งหมด กลายเป็นจอมเวทประจำราชสำนักในเมืองต่างๆ ไม่ก็อยู่เป็นอาจารย์ในสำนักฝึกหัด พูดได้เต็มปากว่าไม่มีลูกศิษย์คนใด เที่ยวทำตัวเป็นอันธพาล ให้ผู้คนเดือดร้อนเลย

จอมเวทฝึกหัดจะเรียกตนเองว่านักเวท เมื่อจบออกไปแล้ว จึงจะแทนตนเองว่าจอมเวท จอมเวทมีทั้งจอมเวทอิสระ และจอมเวทที่ได้รับการรับรอง พวกหลังจะต้องสอบวัดความสามารถทางเวทมนตร์ และจะได้รับตรารับรองตามระดับความสามารถ จุดสูงสุดของชีวิตจอมเวทคือการได้ชื่อว่าเป็นขมังเวท ขมังเวทคือผู้ที่มีมนตราแก่กล้า ได้รับพระราชทานตำแหน่งจากกษัตริย์ และเป็นที่ยอมรับของมวลชน จอมเวทบาดีนเองก็เป็นขมังเวทท่านหนึ่งเช่นกัน

บ่ายนี้จอมเวทชราตั้งใจจะสอนเวทพื้นฐาน ให้กับเหล่านักเวทตัวน้อย ปกติท่านจะมีผู้ช่วยเป็นลูกศิษย์คนโปรด ทว่าใกล้เวลาเรียนแล้ว กลับยังไม่เห็นหน้านาง

ไปตามฟาเซลมา บอกให้มาช่วยข้าสอน จอมเวทบาดีนออกคำสั่งกับหญิงรับใช้นางหนึ่ง

ฟาเซลมีศักดิ์เป็นทั้งหลานรัก และศิษย์เอกของจอมเวทบาดีน จอมเวทชรารับหญิงสาวเป็นบุตรบุญธรรม ตั้งแต่ยังเป็นทารก ความที่ไม่มีบุตรธิดา ท่านจึงให้ความรักแก่หญิงสาวไม่ต่างจากสายเลือด

คุณหนูออกไปตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ วันนี้เป็นวันพ้นกำหนดกักบริเวณ เลยดีใจรีบออกไปก่อนเวลาอาหารเช้าเสียอีก

จริงสิ...ข้านี่ยิ่งแก่ยิ่งหลงลืม ถ้าอย่างนั้นไปตาเดมม่ามาแทนก็แล้วกัน

ลูกศิษย์คนโปรดของจอมเวทบาดีน ถูกสั่งกักบริเวณก็เพราะนางฝึกเวทแล้วเกิดความผิดพลาด ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน แม้จะมิได้เจตนา แต่ท่านบาดีนก็ต้องลงโทษ เพื่อให้นางระมัดระวังในการใช้เวทมากขึ้น

จอมเวทบาดีนสั่งกักบริเวณฟาเซลครึ่งเดือน และห้ามใช้เวทที่สูงกว่าเวทขั้นพื้นฐานในเขตชุมชน แต่ดูเหมือนว่าลูกศิษย์คนโปรดของท่าน จะยังไม่เข็ดขยาดเรื่องการร่ายเวท พอพ้นโทษมาได้ หญิงสาวก็ตรงรี่ไปที่ชายป่าหลังวิหารศักดิ์สิทธิ์เพื่อฝึกเวทมนตร์

นางกำลังฝึกเวทขั้นสูง ซึ่งมีพลังรุนแรง จึงจำเป็นต้องหลบเลี่ยงมาฝึกในบริเวณที่ปลอดผู้คน เสียงร่ายเวทเรียกลมดังกึกก้องไปทั่วบริเวณชายป่า ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มไหวเอนเมื่อเสียงท่องคาถามาถึงกลางบท เรือนผมยาวสยายสีดำสนิทของจอมเวทสาว พลิ้วไปตามแรงลม ไม่นานรอบตัวคนร่ายเวท ก็กลายเป็นศูนย์กลางของพายุลูกใหญ่

นักบวชหนุ่มเลฟิน รับรู้ได้ถึงพลังเวทมหาศาลของผู้ร่ายมนตร์บทนี้ จะเป็นฝีมือใครได้อีก ถ้าไม่ใช่ศิษย์เอกคนโปรดของจอมเวทบาดีน ชายหนุ่มปิดคัมภีร์แล้วรีบรุดไปป่าหลังวิหารทันที

ฟาเซลฝึกเวทวายุ คราวนี้จะได้ของแถมอะไรกลับมาอีก

ไม่กี่อึดใจ ของแถมที่คิดไว้ก็โปรยปรายลงมาจากฟ้า ฝนประหลาดนี้จำเพาะเจาะจงตกแค่ที่ชายป่า กับลานตากสมุนไพรของวิหารเท่านั้น เหล่านักบวชและข้ารับใช้ในวิหาร ต่างพากันวิ่งเก็บสมุนไพรตากแห้งกันให้จ้าละหวั่น สมุนไพรมีค่าเหล่านี้ จะให้โดนความชื้นไม่ได้เป็นอันขาด

ฝนบ้านี่ก็ช่างเทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แล้วก็เหมือนแกล้ง ทันทีที่เก็บเสร็จ ฟ้ากลับกระจ่างใสราวกับว่า ฝนเมื่อครู่เป็นแค่การหยอกล้อของเหล่าเทพยดา

ที่พายุสงบเมฆฝนจางหาย เป็นเพราะจอมเวทสาวหยุดท่องคาถา นางรู้ได้โดยญาณว่าสหายสนิทกำลังมาทางนี้ นางไม่อยากให้พายุของนาง ทำให้เขาได้รับอันตรายจึงหยุดร่ายเวท ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ยังโดนฤทธิ์ของน้ำฝน ทำเอาเปียกม่อลอกม่อแลกไปทั้งตัว

เจ้าไปตกน้ำที่ไหนมาหรือเลฟิน ตัวการจีบปากจีบคอถามพลางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

ข้าโดดลงน้ำเอง ลงไปภาวนากับเทพเจ้าไลน์ ให้เจ้าใช้เวทได้ถูกเสียที ป่าแถบนี้จะราบเป็นหน้ากลองหมดแล้วเพราะฝีมือเจ้า นักบวชหนุ่มหยอกกลับ

แม้ตัวจะเปียกปอน แต่เลฟินก็ไม่เคยคิดเคืองคนตรงหน้า ด้วยรู้ดีว่านางไม่ได้มีเจตนาจะแกล้ง หรือถึงอยากแกล้งจริงๆ เขาก็ทำใจโกรธนางไม่ลงอยู่ดี

ใบหน้างามหันมามองค้อน ทว่าใจก็ไม่นึกโกรธเช่นกัน

ไม่บาดเจ็บนะ ลมเมื่อครู่รุนแรงจนข้ากลัวว่าจะพัดเจ้าปลิว

เจ้าของเรือนผมสีเงินยวง นัยน์ตาสีเหลืองเข้ม เอ่ยถามอย่างห่วงใย ด้วยรู้ดีว่าอีกฝ่ายมักจะใช้เวทเกินกำลังเสมอ นางมีอำนาจแต่ขาดพลังในการควบคุม โดยเฉพาะกับการเรียกใช้ธาตุทั้งสี่ ดูเหมือนจะบังคับไม่ได้ดั่งใจเอาเลย แต่หญิงสาวโฉมงามตรงหน้า ก็เพียรฝึกฝนอยู่ทุกวี่วัน ด้วยรู้โดยหน้าที่ว่า นางต้องเก่งกล้ากว่านี้ เพื่อที่วันหนึ่งจะได้ช่วยเหลืองานของท่านอาจารย์ ในฐานะจอมเวทประจำราชสำนัก

ข้าไม่เป็นไรเลยสักนิด ขอบใจที่เป็นห่วง ขอโทษก็แล้วกันที่ทำให้เจ้าเปียก ข้าช่วยทำให้แห้งนะ

หญิงสาวว่าแล้วตั้งท่าเตรียมร่ายพลังเวท

ระวังด้วย อย่าย่างสดข้าเชียว นักบวชหนุ่มย้ำเพื่อความปลอดภัย

รู้แล้วน่า

ฟาเซลพูดเสียงสะบัดเล็กน้อย ก่อนใช้พลังจากฝ่ามือสร้างกระแสความร้อน ให้ชุดคนตรงหน้าแห้งสนิท

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้สักสองปี ต่อให้ยอมเป็นตัวทดลอง แล้วคนตรงหน้าจะมอบทุกสิ่งที่ปรารถนาให้ เลฟินก็ไม่มีวันชายตาแลข้อเสนอ ด้วยกลัวว่านางจะทำผิดพลาด จนเขาอาจจะหมดโอกาสได้รับรางวัลนั้น

ตอนนี้ฟาเซลเก่งขึ้นมาก แต่การร่ายเวทก็มักจะได้ของแถมที่ไม่พึงประสงค์กลับมาเสมอ วันนี้นางเรียกลมแล้วได้ฝนพ่วงมาด้วย ก่อนหน้านี้นางเรียกไฟแล้วได้สายฟ้า แถมเพลิงยังโหมกระหน่ำจนเกือบทำไฟไหม้ หนักหนาที่สุดคือ เมื่อปลายเดือนก่อน นางเรียกฝนแต่กลับได้แผ่นดินไหว แรงสั่นสะเทือนทำบ้านหลังหนึ่งเกือบพัง จอมเวทบาดีนจึงต้องลงโทษลูกศิษย์ ด้วยการกักบริเวณ

แห้งแล้ว หอมด้วยใช่รึเปล่า ข้าใช้พลังดินเรียกเอากลิ่นดอกไม้ มาใส่เสื้อให้เจ้าด้วย

ฟาเซลเดินเข้าไปกอดแขนชายหนุ่ม แล้วสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากไหล่ โดยไม่หยุดคิดว่าชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกันเช่นนี้

ความรักและการแต่งงานไม่ใช่ข้อห้ามทางศาสนา แต่เลฟินมีอาจารย์ที่ครองตนเคร่งครัด รักษาความบริสุทธิ์ทางกาย ไม่ข้องเกี่ยวกับอิสตรีในทางชู้สาว เขาศรัทธาในตัวท่านอาจารย์ จึงยึดถือแนวทางการครองตนตามอย่างท่าน แม้จะไม่เคร่งครัดเท่า แต่ก็ระวังตนในระดับหนึ่ง

เฮ้อ! เมื่อไรหนอสาวน้อยโฉมสะคราญตานางนี้ จะคิดได้ว่าการกระทำของตนเอง ทำให้ใจชายสั่นไหวได้มากเพียงไร

จะติงไปก็เท่านั้น นางจะพาลเคืองเสียเปล่า นักบวชหนุ่มจึงเปลี่ยนไปป้อนคำชมให้แทน

หอมจริง เก่งขึ้นมากนี่

คนถูกชมยิ้มกว้าง รอให้อีกฝ่ายลูบหัวด้วยความเอ็นดูเหมือนเช่นทุกครั้ง แล้วครั้งนี้ก็ไม่ผิดหวัง มืออบอุ่นขยี้เรือนผมของนางเบาๆ

ฟาเซลรักชายผู้นี้ ไม่ต่างจากพี่ชายร่วมอุทร ทั้งสองต่างก็เป็นกำพร้า ความที่อาจารย์ของทั้งสองเป็นสหายเก่าแก่กัน ทำให้สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็ก ช่วยกันฝึกฝนคอยยึดเหนี่ยวจิตใจของกันและกัน ยามเหงายามท้อ ภาพที่คุ้นตาคือนางจะมีเขาอยู่เคียงข้าง คอยปลอบใจเสมอ

เย็นแล้วกลับเถิด ข้าจะไปส่งเจ้าเอง หญิงสาวเดินตอนพลบค่ำลำพัง มันไม่ปลอดภัย

ฟาเซลไม่เคยนึกกลัวอันตรายเพราะตัวเองเป็นจอมเวท แต่นานแล้วที่ไม่ได้คุยเล่นหัวกับเลฟิน นางจึงตอบรับน้ำใจ

จากวิหารศักดิ์สิทธิ์ไปคฤหาสน์ของจอมเวทบาดีน ต้องผ่านตลาดกลางเมือง แม้จะพลบค่ำแล้ว แต่ข่าวลือเรื่องภูตราตรี กลับยังดังเซ็งแซ่หนาหู ชาวเมืองโจษจันกันไปต่างๆ นานา ว่าภูตราตรีเป็นปีศาจร้าย เป็นนักฆ่าที่น่ากลัวโหดเหี้ยม

ฝีเท้าที่เร็วขึ้นเกือบเท่าตัวของสหาย ทำให้เลฟินเดาออกว่านางไม่อยากฟังชาวเมืองว่าร้ายภูตราตรี ชายหนุ่มจึงเอ่ยปลอบใจนางออกมา

อย่าใส่ใจเลย เจ้ากับข้ารู้ดีอยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร

ข้ารู้ แต่มันอดโมโหไม่ได้นี่ ถ้ากรมเมืองจับคนผิดมาลงโทษได้ นางก็ไม่ต้องทำเช่นนี้หรอก ผิดตรงไหนที่นางฆ่าคนชั่วพวกนั้นแก้แค้นให้พ่อแม่

ฟาเซลรู้ดียิ่งกว่าใครว่า ตัวจริงของภูตราตรีใจดีชนิดที่มดซักตัวยังไม่เคยฆ่า แม้จะเรียกตนเองว่าปีศาจ แต่ก็ไม่เคยทำร้ายผู้บริสุทธิ์ นางใช้ยาสลบเพื่อหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้คน จะฆ่าก็เฉพาะผู้ที่มีความแค้นด้วยเท่านั้น แล้วอย่างนี้จะมาว่าภูตราตรีชั่วร้ายได้อย่างไรกัน ช่างไม่ยุติธรรมเลย

แต่การฆ่าคนเป็นบาปเจ้าก็รู้ ข้าอยากให้นางวางมือ ไม่อยากให้เสี่ยงอันตรายมากไปกว่านี้แล้ว ถ้าเจ้าเจอนาง ช่วยเกลี้ยกล่อมให้ทีเถิด

ฟังแล้วจอมเวทสาวก็ต้องถอนใจ ขนาดนักบวชอย่างเลฟิน ภูตราตรียังไม่ยอมฟัง แล้วนับประสาอะไรกับคนพูดกล่อมใครไม่เป็นอย่างนาง ก่อนหน้านี้ก็เคยพยายามมาหลายครั้ง ทว่าพูดเรื่องนี้ทีไร คนถูกเกลี้ยกล่อมกลับกลายเป็นนางแทนทุกที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

12 ความคิดเห็น